xs
xsm
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สามีตีตรา ตอนที่ 7

สายน้ำผึ้งนั่งพักอยู่มุมหนึ่งในส่วนที่พักของพนักงานมีผ้าพันแผลปิดอยู่ที่หน้าผาก และผ้าพันแขน พิศุทธิ์เดินเข้ามาหา เธอแสร้งขยับตัวแต่ทำเจ็บแขน

“โอ้ย”
“คุณเป็นยังไงบ้าง”
“ก็หัวแตกกับเจ็บแขน ยังนึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะอุ้มให้นมลูกยังไง”
“ผมขอโทษแทนกั้งด้วย” พิศุทธิ์รู้สึกผิดแทนกะรัต
สายน้ำผึ้งเอื้อมมือไปแตะที่แขนพิศุทธิ์ แสดงความเห็นใจและเข้าใจ
“ฉันอยากให้กั้งรู้จังว่าคุณรักเขาขนาดไหน เขาจะได้ไม่มองคุณเป็นเพียงแค่เครื่องมือของเขา”
พิศุทธิ์ชะงักมองสายน้ำผึ้งอย่างสงสัย
“เครื่องมือ”
“เครื่องมือแก้แค้นฉันไงคะ กั้งรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณ เขาถึงทำทุกอย่างให้ได้คุณไปจากฉัน เขาลงทุนจดทะเบียนตีตราคุณ เพื่อแก้แค้นที่คุณภูทิ้งเขามาหาฉัน…ฉันรู้ทันเขา เขาทนไม่ได้ เลยผลักฉัน”
พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งแล้วตัดสินใจลุกขึ้น
“ผมไม่รู้ว่าความจริงที่คุณสองคนคุยกันมันคืออะไรกันแน่ แต่สิ่งที่ผมเชื่อ...คือผมรักกั้ง และกั้งรักผม เราแต่งงานกันเพราะความรัก และผมไม่ยอมเป็นเครื่องมือการแก้แค้นของใคร”
“ฉัน…” สายน้ำผึ้งจะแถว่าไม่เคยคิดว่าพิศุทธิ์เป็นเครื่องมือ
“ถือว่าผมขอร้องล่ะครับ ขอให้กั้งเขาอยู่ส่วนเขา คุณ...ก็อยู่ส่วนของคุณ ส่วนผมกับคุณ เรายังคุยกันได้ไม่มีปัญหา เพราะเราไม่มีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานเท่านั้น ...ผมขอตัว”
พิศุทธิ์เดินออกไปจากห้องพยาบาล สายน้ำผึ้งมองอย่างแค้นที่ทำให้พิศุทธิ์หวั่นไหวไม่ได้ แล้วคิดว่าไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่

กันตาเดินคุยมือถือกับนวล ขณะที่เดินอยู่ในโรงพยาบาล
“จริงเหรอนวล พี่ผึ้งลงทุนทำร้ายตัวเองขนาดนั้น ร้ายกาจไม่ใช่เล่นแล้วนะ แล้วพี่กั้งเป็นยังไงบ้าง”
นวลยืนคุยมือถืออยู่หน้าบ้าน มองกะรัตที่นั่งดื่มไวน์ด้วยใบหน้าเครียดแค้นสายน้ำผึ้ง
“นั่งกอดเพื่อนเก่าอยู่ริมสระน้ำเนี่ยล่ะค่ะ คุณกุ้งก็ติดประชุม เหลือแต่คุณก้อยนี่แหละ ที่จะมาปลอบใจคุณกั้งได้”
“เดี๋ยวก้อยเสร็จงานแล้วจะรีบเข้าไปหา”
กันตากดวางสายแต่ยังไม่วายโกรธสายน้ำผึ้งอยู่ ศิวาไม่ได้ใส่ชุดคนไข้ถือไม้เท้าค้ำขาเท่านั้น โผล่มาจากมุมตึกจ๊ะเอ๋
“แฮ่”
กันตาตกใจจนเผลอชกเบ้าตาเขา
“เฮ้ย”
“โอ้ย” ศิวากุมเบ้าตา
“คุณเป็นยังไงบ้าง” กันตารีบดูตาให้เขา
“เจ็บสิครับ...” ศิวาอ้อน “ไหนเป่าให้ผมหน่อยสิ”
“ฉันกำลังหงุดหงิดอยู่ อย่ามาแกล้งฉันนะ” กันตาตีแขนศิวา
“ผมต่างหากที่ต้องหงุดหงิด วันนี้ผมกลับบ้านนะ คุณไม่คิดจะส่งผมหน่อยเหรอ”
“จริงด้วย...งั้นก็ขอให้คุณโชคดี ฉันไปล่ะ”
กันตาจะเดินไป ศิวารีบยืนดักหน้าไว้ มองหน้ากันตาที่ดูเครียด
“มีเรื่องอะไรรึเปล่า ดูหน้าเครียดๆให้ผมช่วยอะไรได้บ้างไหม”
“คุณช่วยไม่ได้หรอก เป็นเรื่องของผู้หญิงโรคจิต ชอบแย่งสามีคนอื่น” กันตาชี้หน้าศิวา “จำไว้นะคุณ ถ้าฉันรู้ว่าคุณไปยุ่งกับผู้หญิงแบบนี้ ฉันจะตัดคุณออกไปจากชีวิตฉันทันที”
ศิวารีบพูดรับปาก โดยไม่รู้เล้ยว่าผู้หญิงคนนั้นคือสายน้ำผึ้ง ผู้หญิงที่เขาต้องการ
“คุณไม่ต้องห่วง ผมไม่ยุ่งกับผู้หญิงแบบนี้อยู่แล้ว...” ศิวาชะงักคิดได้ “เอ๊ะๆ คุณพูดแบบนี้ แปลว่าคุณตกลงคบกับผมแล้วใช่ไหม”
ศิวายิ้มล้อ กันตาชะงักที่เผลอพูดไปด้วยอารมณ์ก่อนคิด

พวงหยกนั่งดื่มชากับกลุ่มคุณหญิงไฮโซอยู่ในโรงแรมหรู
“อะไรนะคะ หม่อมมลุลีกับคุณชายอ๊อดไปทัวร์ยุโรปอีกแล้วเหรอคะ เท่าที่ดิฉันทราบ นี่มันครั้งที่ 3 หลังจากงานแต่งงานลูกสาวฉัน แล้วนะเนี่ย”
“ใช่ค่ะ พวกเราก็สังเกตว่าหลังคุณพิศุทธิ์แต่งงานกับหนูกั้ง ดูคุณชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีรวยขึ้นผิดหูผิดตา ถ้าเป็นญาติทางเจ้าสาว ก็คงคิดว่ารวยขึ้นเพราะสินสอด แต่นี่เป็นญาติฝ่ายชายเอาสินสอดไป ให้แล้วเอาที่ไหนรวยล่ะคะ”
พวงหยกกำแก้วชาแน่นด้วยความเครียด
“อันที่จริง...เดี๊ยนได้ข่าวแว่วๆเหมือนกันว่าคุณชายอ๊อดได้เงินจากไหน แต่ไม่อยากพูดเลย กลัวจะผิดใจกับคุณพวงหยก”
พวงหยกวางแก้วชาอย่างแรง
“โฮ้ย...ถ้าคุณพี่พูดด้วยความหวังดี ดิฉันจะผิดใจทำไมล่ะคะ ตกลงข่าวว่ายังไง...บอกมา”
คุณหญิง มองหน้าคุณหญิงอีกคนอย่างลังเลว่าจะบอกพวงหยกดีไหม พวงหยกมองคุณหญิง ทั้งกลุ่มว่ามันต้องเกี่ยวกับครอบครัวตัวเองแน่

เจ้าสัวบัญชานั่งคุยงานกับกฤชอยู่ในบ้าน
“ตอนนี้ตลาดทางจีนสั่งของเราเพิ่มขึ้นอีก 5 % ส่วนประเทศทางอื่น ยังคงเหมือนเดิมครับ ผมว่าอาทิตย์หน้าจะไปดูตลาดทางแอฟริกา”
ขาดคำของกฤช พวงหยกเดินปึ่งปังเข้ามาวางกระเป๋าบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าสัวดัง ปัง
“เตี่ย”
“ลื้อไม่ต้องเรียก อั๊วก็รู้แล้วว่าลื้อมา วางกระเป๋าดังไปยันปากซอย”
“ไม่ต้องมาว่าอั๊วเลยนะ อั๊วต่างหากที่ต้องว่าเตี่ย เตี่ยเอาเงินให้คุณชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีใช่ไหม”
เจ้าสัวชะงักที่พวงหยกรู้ แต่ทำนิ่ง ตีหน้าสงบ กฤชเหลือบมองเจ้าสัวแล้วนิ่งคิดบางอย่าง
“พูดอะไรเลอะเทอะ ลื้อนี่…ตามหึงผัวจนเพี้ยน”
“อั๊วไม่ได้เพี้ยน ใครๆเขาก็ลือกันให้แซ่ด ว่าพักนี้คุณชายอ๊อดเข้าออกบ้านเราบ่อย เตี่ยให้เงินเขาใช่ไหม”
เจ้าสัวหันไปคุยกับกฤช
“อาทิตย์หน้าลื้อไปแอฟริกาใช่ไหม เอาพวงหยกไปด้วยสิ ไปโยนให้สิงโตมันกิน อั๊วจะได้สบายหู”
เจ้าสัวพูดแล้วหัวเราะพร้อมเนียนลุกขึ้นจะเดินเข้าบ้าน พวงหยกขวาง
“เตี่ยจะไปไหน”
“ไปกินโต๊ะแชร์กับเพื่อน”
“แต่อั๊วยังพูดไม่จบ”
“แต่อั๊วพูดจบแล้ว”
เจ้าสัวเดินผ่านพวงหยก ไม่สนใจอาการโวยวายของเธอ
“เตี่ย กลับมาคุยให้รู้เรื่องก่อน”
กฤชเก็บเอกสารจะเดินไป พวงหยกหันมาเล่นงาน
“จะรีบไปไหน เพราะคุณคนเดียว บ้านฉันถึงร้อนอย่างนี้”
“ผมเนี่ยนะที่ทำให้บ้านร้อน”
“ใช่ เพราะคุณมันชักศึกเข้าบ้าน คุณเอานังเนื้อแพรเข้ามา มันถึงได้เอาลูกชายมันมากอบโกยสมบัติจากยัยกั้ง ไหนจะโครตเหง้าทางผัว เก่ามันอีก ถ้าไม่มีนังเนื้อแพรสักคน บ้านฉันคงสงบสุขกว่านี้”
กฤชมองพวงหยกอย่างระอา
“คนที่ทำให้บ้านร้อนไม่ใช่คนอื่นอย่างที่คุณ ว่าหรอก แต่เป็นใครรู้ไหม...ชะโงกหน้าดูในสระน้ำสิ”
กฤชหอบเอกสารเดินออกไปทันที พวงหยกยื่นหน้ามองในสระน้ำแล้วเห็นหน้าตัวเอง
“ฉันไม่ใช่คนที่ทำให้บ้านร้อน ฉันเป็นคนปกป้องทรัพย์สมบัติของบ้านต่างหาก…ดี ในเมื่อเตี่ยไม่บอกความจริงกันดีๆ แล้วคนใน บ้านมีแต่พวกตาบอด อีพวงหยกนี่แหละ จะแหกตาทุกคนให้เห็นความ จริงเอง”

พวงหยกมุ่งมั่นพร้อมเอาเรื่อง

ค่ำนั้นพิศุทธิ์มาหาแม่ที่บ้าน นั่งเหนื่อยใจอยู่ที่โซฟา เนื้อแพรถือแก้วน้ำผลไม้กับจานขนมมาวางให้ มองลูกชายอย่างเข้าใจ
“แม่เชื่อนะชาย ว่าถ้าสายน้ำผึ้งไม่ยุ่งกับกะรัตก่อน กะรัตไม่ไปทำขนาดนั้นกับสายน้ำผึ้งแน่”
“ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาสองคน แต่ถ้ากั้งรู้จักควบคุมตัวเอง เรื่องอย่างนี้ก็คงไม่เกิด”
“ต่อให้คนที่ควบคุมตัวเองได้ดี ถ้าโดนจี้ถูกจุด ก็ตบะแตกได้เหมือนกันนะลูก สายน้ำผึ้งฉลาด เขาคงใช้เรื่องของลูกยั่วกะรัต”
“กั้งไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผมเลย”
เนื้อแพรจับมือพิศุทธิ์ปลอบประโลม
“กว่าชายจะวิจัยรสชาติอาหารใหม่สักรสนึง ก็ต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะได้ที่ถูกใจ หนูกั้งก็เหมือนงานของชายนั่นแหละ ไม่ใช่หนูกั้งไม่อยากเปลี่ยน แต่มันต้องใช้เวลา ชายต้องใจเย็น เพราะถ้าชายโกรธแบบนี้ ชายก็ทำตัวเข้าทางสายน้ำผึ้งเหมือนกัน”
พิศุทธิ์คิดตาม เนื้อแพรลูบแก้มพิศุทธิ์
“ชายต้องเข้าใจ หนูกั้งเจอแต่ความรักที่หลอกลวงซ้ำๆ ต่อให้หนูกั้งรู้ว่าชายมั่นคง แต่อดีตมันยังหลอกหลอน ทำให้หนูกั้งยังมี ความไม่มั่นใจ สายน้ำผึ้งรู้จุดอ่อนนี้ดี เขาถึงทำเรื่องวันนี้ให้ชายกับ หนูกั้งผิดใจกัน ผู้หญิงอย่างสายน้ำผึ้ง...น่ากลัวมากนะลูก”
“แล้วผมควรทำยังไง”
“ชายควรรีบกลับบ้าน ไปอยู่ข้างๆหนูกั้ง สร้างความมั่นใจให้เธอ ทำให้สายน้ำผึ้งรู้ว่า เขาไม่มีผลอะไรกับความรักของลูก…ไม่รู้ป่านนี้หนูกั้งจะเป็นยังไงบ้าง”
พิศุทธิ์มองเนื้อแพรแล้วนิ่งคิด

กะรัตนอนเมาไม่รู้เรื่องอยู่ที่เตียง นวลนั่งหลับอยู่ข้างๆ พิศุทธิ์เดินเข้าห้องมามองสภาพกะรัตแล้วถอนใจ เขาค่อยๆหยิบผ้าห่มจะห่มผ้าให้
“นังผึ้ง แกแย่งผัวฉัน ฉันจะทำให้แกเจ็บเหมือนที่ฉันเจ็บ” กะรัตขยับตัวแล้วละเมอ
พิศุทธิ์ชะงักมือที่จะห่มผ้าให้ค้าง แล้วนึกถึงคำพูดของสายน้ำผึ้ง
“เครื่องมือแก้แค้นฉันไงคะ กั้งรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณ เขาถึงทำทุกอย่างให้ได้คุณไปจากฉัน เขาลงทุนจดทะเบียนตีตราคุณ เพื่อแก้แค้นที่ฉันเคยแย่งคุณภูไป”
พิศุทธิ์นึกถึงคำพูดของเนื้อแพรมาหักล้างคำยุสายน้ำผึ้ง
“ชายต้องเข้าใจ หนูกั้งเจอแต่ความรักที่หลอกลวงซ้ำๆ ต่อให้หนูกั้งรู้ว่าชายมั่นคง แต่อดีตมันยังหลอกหลอน ทำให้หนูกั้งยังมีความ ไม่มั่นใจ สายน้ำผึ้งรู้จุดอ่อนนี้ดี วันนี้ถึงได้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น”
พิศุทธิ์ค่อยๆห่มผ้าให้กะรัต พร้อมนั่งข้างๆแล้วเอื้อมมือไปจับมือมาจูบเบาๆ
“ผมจะทำให้คุณ เชื่อมั่นใจความรักของผมให้ได้กั้ง”
พิศุทธิ์คิดหาทางแก้ปัญหาสักอย่าง

เช้าวันใหม่...กะรัตนอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวตื่น โดยเอื้อมมือไปจะกอดพิศุทธิ์แต่มีเพียงที่นอนไร้ร่างของเขา กะรัตผงกหัวขึ้นมองหา
“คุณพิศุทธิ์”
กะรัตลุกขึ้นเดินโซเซเพราะยังแฮงค์ไปดูในห้องน้ำ แต่ไม่เจอ
“ไปไหน...หรือเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้าน” กะรัตโวยวาย “นวล”
นวลวิ่งเข้าห้องมาอย่างด่วน
“มาแล้วค่ะ…คุณกั้ง”
“เมื่อคืนคุณพิศุทธิ์กลับบ้านรึเปล่า”
“กลับค่ะ”
“แล้วเขาหายไปไหน”
“ก็ไปทำงานแล้วสิคะ นี่มันเก้าโมงกว่าแล้วนะคะคุณกั้ง”
กะรัตหันไปมองนาฬิกาแล้วหันมาโวยวายใส่นวล พร้อมดีดนิ้ว ป๊อก ป๊อก
“ยืนหน้าซื่ออยู่ทำไม ไปเตรียมน้ำให้ฉันสิ ฉันจะได้รีบไป”
“ไปไหนคะ”
“ก็ไปบริษัทคุณพิศุทธิ์สิ ฉันต้องไปเฝ้าคุณพิศุทธิ์ ผู้ชายอ่อนต่อโลกอย่างนั้น ไม่มีทางทันเล่ห์นังผึ้งแน่”
“โฮ้ย คุณกั้งขา ความวัวยังไม่ทันหาย จะหาความควายมาเพิ่มอีกเหรอคะ ขืนวันนี้คุณตามไปอีก มีหวัง...พลังโกรธของคุณพิศุทธิ์ทะลุ 650 แรงม้าแน่ค่ะ”
กะรัตชะงักว่านวลพูดจริง เธอยีผมอย่างเครียดๆ
“แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย”
กะรัตเดินไปนั่งที่โซฟาตัวที่พิศุทธิ์นั่งเมื่อคืนรู้สึกว่านั่งทับอะไรบางอย่าง เธอขยับตัวดูที่เบาะโซฟาเห็นมือถือของพิศุทธิ์วางอยู่
“นี่มันมือถือคุณพิศุทธิ์นี่”
กะรัตมองมือถือพิศุทธิ์แล้วยิ้ม เพราะคิดหาข้ออ้างไปหาพิศุทธิ์ที่บริษัทได้แล้ว

สายน้ำผึ้งยังมีพาสเตอร์ปิดที่หัวและแขนยังเคล็ดถือแฟ้มงานเข้ามาใน ห้องทำงานพิศุทธิ์ แต่ไม่เห็นเขาอยู่ในห้อง เธอวางแฟ้มรายงานบนโต๊ะอย่างเซ็งๆ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานพิศุทธิ์ดังไม่ยอมหยุด เธอมองโทรศัพท์อย่างลังเลว่าจะรับดีไหม แล้วฉุกคิดได้ว่าอาจเป็นกะรัตโทรมาเช็ค รีบรับสาย ยังไม่ทันพูด เสียงนฤมลดังมา
“คุณพิศุทธิ์เหรอคะ พี่นฤมลนะ พี่เห็นโปรไฟล์ที่คุณส่งมาให้พี่แล้ว เจ้านายที่ชอบคุณมาก อยากได้คุณมาทำงานกับเราเร็วที่สุดเลย เที่ยงนี้ว่างไหม...เราจะได้คุยรายละเอียดกัน”
สายน้ำผึ้งยืนฟังอึ้งนิ่ง
“ฮัลโหล…คุณพิศุทธิ์ได้ยินพี่ไหม”
สายน้ำผึ้งค่อยๆวางหูโทรศัพท์ลงบนแป้นเหมือนสัญญาณโดนตัดไปเอง เธอรีบหยิบแฟ้ม งานออกไปจากห้องก่อนที่พิศุทธิ์จะเข้ามาเห็น เพราะกลัวเขารู้ว่าตัวเองรับสายแทน

สายน้ำผึ้งถือแฟ้มเดินมาจากทางห้อง พิศุทธิ์เดินเข้ามาเจอพอดี สายน้ำผึ้งปรับสีหน้าให้ปกติ
“ฉันเอาผลสำรวจความต้องการของผู้บริโภคล่าสุดมาให้น่ะค่ะ”
สายน้ำผึ้งยื่นแฟ้มให้แล้วเดินไป สวนกับฟองดาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
“คุณพิศุทธิ์หายไปไหนมาคะ หัวหน้าถามหาน่ะค่ะ ฟองโทรเข้ามือถือคุณแล้ว แต่คุณไม่รับ”
“อ๋อ วันนี้ผมลืมเอามือถือมาน่ะครับ”
พิศุทธิ์รีบเดินไปทางห้องหัวหน้า โดยมีฟองดาวรีบเดินตามไปด้วย สายน้ำผึ้งหันไปมอง
“ลืมมือถือ”เธอคิดแผนการณ์บางอย่าง

พนักงานทยอยออกไปพักเที่ยงหาข้าวกินกัน พิศุทธิ์เดินไปขึ้นรถไปตามนัดนฤมล สายน้ำผึ้งแอบดูพิศุทธิ์อยู่ที่ประตูทางออกของบริษัท มองหาเรียกแท็กซี่ตามไป รถของกะรัตขับเข้าบริษัท เฉียดกับรถแท็กซี่ที่สายน้ำผึ้งเพิ่งนั่งออกไป
กะรัตเดินถือมือถือของพิศุทธิ์จะไปขึ้นลิฟท์ ยามเดินมาดักหน้าไว้ ยามแหยงๆ กลัวฤทธ์
“ช ชะ เชิญแลกบัตรก่อนครับ”
กะรัตมองยามอย่างเซ็ง
“นายเจอฉันตั้งหลายครั้ง แล้วจำกันไม่ได้อีกรึไง ถอยไป”
“คุณพิศุทธิ์ไม่อยู่หรอกครับ” ยามรีบยืนขวางกะรัต
“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ”
กะรัตจะเดินไปแต่ยามขวาง
“ถอยไปนะ”
พนักงานต้อนรับรีบเดินเข้ามาคุยกับกะรัต
“สวัสดีค่ะ คุณพิศุทธิ์ไม่อยู่จริงๆค่ะ ออกไปตั้งแต่พักเที่ยงแล้วค่ะ”
“แล้วเขาไปไหน”
เสียงข้อความเข้ามือถือกะรัต เธอหยิบมาเปิดอ่านข้อความ
“ตอนนี้สามีคุณออกไปกินข้าวที่ร้าน...กับนังหน้าด้าน จากหัวอกเมียหลวงด้วยกัน”
กะรัตกดปิดมือถือแล้วเลยหน้ามองไปที่พนักงานต้อนรับทันที

“แล้วนังผึ้งอยู่ไหม”

ในร้านอาหารที่ดูเป็นส่วนตัว คนไม่พลุกพล่าน พิศุทธิ์เดินเข้าไปในร้านกับนฤมล พนักงานเดินมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ เดี๋ยวเชิญไปโซนห้องส่วนตัวเลยนะคะ”
“ผมนั่งที่โต๊ะข้างนอกก็ได้ครับ”
“โต๊ะด้านนอกเต็มหมดแล้วน่ะค่ะ...เชิญทางนั้นเลยค่ะ”
พิศุทธิ์กับนฤมลเดินเข้าไปในร้าน สายน้ำผึ้งเดินออกมาจากมุมหนึ่ง หยิบมือถือกดส่งข้อความ

กะรัตขับรถด้วยหัวใจที่รุ่มร้อน อยากจะพุ่งไปฉีกเนื้อสายน้ำผึ้ง เสียงข้อความเข้ามือถือ เธอหยิบมือถือมาอ่าน
“ตอนนี้สองคนนั้นเข้าไปในห้องส่วนตัว นังหน้าด้าน ลงทุนปรับโฉมตัวเองใหม่ หวังให้ผัวคุณหลงเต็มที่”
สายน้ำผึ้งบอกลักษณะผมและสีเสื้อผ้าของนฤมล กะรัตเขวี้ยงมือถือลงเบาะนั่ง ข้างคนขับด้วยความโกรธแค้น
“นังผึ้ง ฉันไม่เอาแกไว้แน่”

กะรัตขับรถพุ่งขับมาจอด เธอถือกระเป๋าที่ใส่ขวดน้ำยาบางอย่างลงจากรถแล้วรีบพุ่งเข้าไปในร้าน พิศุทธิ์นั่งคุยงานกับนฤมลที่นั่งหันหลังให้ประตู กะรัตเดินดั่งพายุมาที่หน้าห้องส่วนตัวเปิดประตูเข้าไป พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างตกใจว่ามาได้ยังไง นฤมลจะหันมามอง แต่กะรัตหยิบขวดยาคารามายขวดใหญ่ราดหัวนฤมล สีขาวของคารามายทำให้กะรัตไม่เห็นหน้านฤมลว่าไม่ใช่สายน้ำผึ้ง
“อ๊าย”
พิศุทธิ์พุ่งเข้าไปห้ามกะรัต
“คุณทำอะไรน่ะกั้ง”
“คารามายราดให้มันหายคันไง ถ้ายังไม่หายคัน แม่จะสาดด้วยยาแก้ขี้เรื้อน”
กะรัตพุ่งไปผลักนฤมล
“รู้ไหมนังผึ้ง”
พิศุทธิ์เขย่าตัวกะรัตให้มีสติ
“นี่ไม่ใช่คุณผึ้ง นี่คือคุณนฤมล เป็นรุ่นพี่ที่ มหาวิทยาลัยผม”
“อะไรนะ”
กะรัตหันไปมอง นฤมลลุกขึ้นยืน แล้วหันหน้ามามอง กะรัตมองว่านฤมลไม่ใช่ สายน้ำผึ้งแล้วอึ้ง พิศุทธิ์รีบหยิบทิชชูมาจะเช็ดหน้าให้นฤมล
“พี่นฤมลไปล้างตัวในห้องน้ำก่อนนะครับ”
นฤมลโมโหมาก
“ไม่เป็นไร พี่กลับบ้านเลยดีกว่า ส่วนเรื่องงาน” นฤมลปลายตามองกะรัต “ไว้คุณพิศุทธิ์เคลียร์ส่วนตัวได้เมื่อไหร่ เราค่อยคุยกัน”
นฤมลลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปทันที กะรัตมองนฤมลแล้วมองพิศุทธิ์อย่างอึ้ง
“เอ่อ...คุณพิศุทธิ์คะ กั้ง…”
“คุณรู้ไหมว่าผมนัดพี่นฤมลมาคุยเรื่องอะไร”
พิศุทธิ์เหลืออด เดินไปหยิบใบสมัครงานที่โต๊ะมายื่นให้ดู กะรัตอึ้ง
“นี่มัน…”
“ผมหางานใหม่ ทั้งๆที่ผมไม่เคยเห็นด้วยเลยว่าวิธีนี้จะเป็นการแก้ปัญหาอะไรได้ แต่ผมก็ยอมเพื่อความสุขของคุณ แต่ตอนนี้ผม เปลี่ยนใจแล้ว ผมว่า...ถึงผมย้ายที่ทำงานใหม่ เรื่องพวกนี้มันก็ต้อง
เกิดอีก เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่สายน้ำผึ้งหรือผู้หญิงคนอื่น แต่มันอยู่ ที่ตัวคุณ”
พิศุทธิ์เดินออกจากห้องไปทันที กะรัตรีบเดินตาม
“คุณพิศุทธิ์ ฟังกั้งก่อน”

พิศุทธิ์เดินออกจากร้าน กะรัตวิ่งตามออกมา แล้ววิ่งไปขวางหน้ารีบอธิบาย
“กั้งขอโทษ กั้งไม่ได้ตั้งใจ มันมีคนส่งข้อความมาบอกกั้งว่า คุณออกมากินข้าวกับนังผึ้ง”
กะรัตยื่นมือถือให้พิศุทธิ์ดู
“นี่ไงคะ”
พิศุทธิ์ดูมือถือของกะรัต
“แล้วคุณก็เชื่อ...คนที่คุณไม่รู้จัก โดยไม่คิดถามผมซึ่งเป็น สามีของคุณสักคำ...อย่างนั้นเหรอ”
กะรัตชะงักได้สติคิดได้ว่าทำไมไม่คิดถามพิศุทธิ์ก่อน ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้พิศุทธิ์ข่มอารมณ์
“คุณกลับบ้านเถอะ ผมจะไปทำงานต่อ”
พิศุทธิ์พูดจบ ก็เดินไปที่รถตัวเองทันที กะรัตมองพิศุทธิ์อย่างรู้สึกผิดมาก เธอพูดไล่หลังเขา
“กั้งขอโทษ กั้งสัญญาจะไม่ให้เกิดแบบนี้อีก คุณออกจากงานเถอะนะคะ คุณพิศุทธิ์”
กะรัตพยายามร้องเรียก แต่พิศุทธิ์ขับรถออกไป กะรัตมองตามด้วยความรู้สึกแทบร้องไห้ โมโหความโง่ของตัวเอง สายน้ำผึ้งเดินมายืนข้างหลัง มองกะรัตด้วยสายตาสะใจ
“เธอนี่ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลยนะกั้ง”
กะรัตหันขวับมามอง
“นังผึ้ง เป็นฝีมือแกใช่ไหม”
สายน้ำผึ้งเอานิ้วจุ๊ปากด้วยท่าทางกวนสุดๆ
“จุ๊...จุ๊ อย่าโยนความผิด โดยที่ไม่มี…”
สายน้ำผึ้งหยิบซิมการ์ดโทรศัพท์เบอร์ที่ใช้ส่งข้อความให้กะรัตขึ้นมา หักโชว์
“หลักฐานอย่างนี้สิจ๊ะกั้ง”
กะรัตมองซิมที่หักคามือสายน้ำผึ้งด้วยความแค้น
“ นังผึ้ง...แกต้องการเท่าไร”
สายน้ำผึ้งหัวเราะเยาะ
“นี่เธอจะใช้เงินซื้อฉันเหรอ”
กะรัตหยิบสมุดเช็คออกจากกระเป๋ามาเซ็นต์แล้วปาใส่หน้าสายน้ำผึ้ง
“เอาไป...แล้วไสหัวไปซะ”
สายน้ำผึ้งก้มมองแผ่นเช็คที่อยู่ตรงปลายเท้าตัวเอง
“เธอตีค่าราคาสามีตีตราแค่นี้เองเหรอกั้ง”
กะรัตโกรธจนแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่แล้วตวาดใส่
“แล้วแกต้องการเท่าไร”
สายน้ำผึ้งจ้องหน้ากะรัต
“ฉันไม่ต้องการเงินของแก แต่ฉันต้องการ ผัวแก”
กะรัตทนไม่ไหวพุ่งเข้าไปจะตบ สายน้ำผึ้งก้าวเท้าหลบด้วยท่าทางมาดนิ่งอย่างคนเหนือกว่า กะรัตโถมตัวจะตบจึงเซหวืดเกือบล้มลงกับพื้น สายน้ำผึ้งยืนมองอย่างสะใจ
“นับถอยหลังรอวันที่คุณพิศุทธิ์จะไปจากเธอได้เลยกั้ง”
สายน้ำผึ้งเดินผ่านไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ กะรัตรีบลุกขึ้นวิ่งตามไปเพื่อจะดึงสายน้ำผึ้งมาเอาเรื่อง
“นังผึ้ง ลงมานะ นังผึ้ง”

กะรัตเครียดว้าวุ่นว่าจะทำยังไงต่อไปดี

ค่ำนั้น หน้าผับไฮโซสถานที่จัดคอนเสิร์ตเล็กๆ กันตาคุยมือถือกับกะรัตด้วยความร้อนใจ
“ใจเย็นๆนะพี่กั้ง คุณพิศุทธิ์ไม่ได้ไปไหนหรอก แค่ไปหาที่สงบอารมณ์ เท่านั้นแหละ...เดี๋ยวก้อยช่วยโทรคุณพิศุทธิ์ ถ้าติดต่อไม่ได้ ก้อยจะ ชวนพี่กุ้งไปหาพี่กั้งนะ”
กันตาวางสาย ศิวาเดินออกมาจากผับมาตาม
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
ศิวาโอบเอวกันตา
“งั้นเราเข้าไปสนุกกันต่อเถอะ...เพื่อนๆผมชมคุณทุกคนเลยรู้ตัวไหม ว่าคุณทั้งสวย...ทั้งเก่ง แล้วก็ชมว่าผมโชคดี ที่มีแฟนอย่างคุณ”
กันตาตีมือศิวาที่โอบเอว
“ใครเป็นแฟนคุณ...คุณเข้าไปสนุกกับเพื่อนคุณเถอะ ฉันต้องขอตัวก่อน”
“อ้าว ทำไมล่ะ”
“พี่สาวฉันมีปัญหา ยังไงฉันก็ขอบคุณสำหรับตั๋วคอนเสิร์ตคืนนี้นะคะ”
กันตาเดินออกไปขึ้นรถตัวเองทันที ศิวามองอย่างเซ็งๆ เพื่อนของศิวาเดินออกจากผับมาหา มองกันตาที่ขับรถออกไปแล้ว
“เอาแล้วเว้ย...คืนนี้มีเสือโหย เพราะเหยื่อมันหนีไปต่อหน้าต่อตา”
เพื่อนอีกคนเข้ามาแซว
“อุตส่าห์มายืนขาแข็งดูคอนเสิร์ตกับน้องก้อย น้องนางก็ทิ้งพี่อารมณ์ค้าง”
เพื่อนทั้งสองหันไปหัวเราะกับกลุ่มเพื่อน ศิวาเซ็ง
“คนอย่างศิวา...ไม่มีเบอร์หนึ่ง ก็ยังมีเบอร์อื่นรออยู่เว้ย”

สายน้ำผึ้งเปิดประตูบ้านเข้ามา รสสุคนธ์อุ้มหลานชายด้วยท่าทางตระหนกมาหาสายน้ำผึ้ง
“ผึ้ง ทำไมเพิ่งมา น้าโทรไปก็ไม่ติด”
สายน้ำผึ้งมองรสสุคนธ์ที่มีอาการตระหนกอย่างตกใจ
“มีอะไรน้ารส”
“ก็น้องพีทน่ะสิ ตัวร้อนมากเลย ทำยังไงดี”
สายน้ำผึ้งตกใจรีบอุ้มลูกชายด้วยความเป็นห่วง
“ไปโรงพยาบาลเร็ว น้ารส”
รสสุคนและสายน้ำผึ้งรีบออกจากบ้านทันที

สายน้ำผึ้งกับรสสุคนธ์เดินออกจากห้องตรวจแผนกเด็ก หมอเดินตามออกมา
“ไม่ต้องห่วงนะครับคุณแม่ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง เด็กปรับตัวไม่ทันเลยเป็นหวัดง่าย โดยเฉพาะน้องที่ไม่ค่อยแข็งแรง ยังไงหมอขอให้น้อง อยู่โรงพยาบาล สักคืนนะครับ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณหมอ”
หมอเดินออกไป สายน้ำผึ้งกอดลูกชายด้วยความเป็นห่วง
“คืนนี้เรานอนที่นี่กันนะลูก น้องพีทหายดี แม่จะพาไปเที่ยว...เนอะลูก”
“น้าว่าเราย้ายไปโรงพยาบาลรัฐเถอะ” รสสุคนธ์กังวล
สายน้ำผึ้งหันมองรสสุคนธ์ขวับ
“อีกแล้วนะน้ารส เมื่อไหร่จะพูดเรื่องเงินสักที”
“ไม่พูดไม่ได้หรอก วันนี้ธนาคารโทรมาทวงค่าผ่อนบ้านที่คุณภูเบศผ่อนที้งไว้ให้ผึ้งตอนมีชีวิตอยู่ เราติดเขา
สองเดือนแล้วนะ จะเอายังไง ไหนจะค่าบัตรเครดิตของผึ้งอีก เขาโทรมาทวงแทบ ทุกวันเลยนะ”
“หยุดพุดเรื่องเงิน สนใจเรื่องหลานก่อนได้ไหมน้ารส”
“น้าพูดเรื่องหลานก็ได้ ผึ้งจะให้ใครเลี้ยงหลานต่อ น้าหมดวันลาแล้วนะ มะรืนนี้น้าก็ต้องไปทำงานต่อ”
สายน้ำผึ้งเครียดกว่าเก่า
“งั้นน้าก็ลาออก”
“จะออกได้ยังไง เงินจะไม่มีกินอยู่แล้ว”
“ต้องมีทางสิ มันต้องมีวันของเราบ้างสิ”
สายน้ำผึ้งครุ่นคิดเงียบๆว่าจะทำยังไงดี เสียงมือถือของเธอดังขึ้น เธอหยิบมาดูว่า ใครโทรมา เห็นหน้าจอเป็นชื่อ ศิวา สายน้ำผึ้งยิ้มคิดบางอย่างได้

ศิวาเดินคุยมือถือออกมาจากผับ
“สวัสดีครับคุณผึ้ง ขอโทษนะครับที่โทรมาเวลานี้ คุณเป็นยังไงบ้างครับ”
สายน้ำผึ้งคุยมือถือกับศิวาที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล
“ลูกผึ้งไม่สบายค่ะ ผึ้งเพิ่งพามาโรงพยาบาล”
ศิวายิ้มเข้าล็อคแผน
“โอ้ว...อย่างนี้รายจ่ายก็เยอะน่ะสิครับ งั้นคุณยังสนใจ ทำงานพิเศษกับผมรึเปล่า ถ้าสนใจ...คุณคงต้องมาคุยกับผมตอนนี้ เพราะเดี๋ยวผมต้องไปดูงานเมืองนอกแล้ว”
สายน้ำผึ้งยิ้มอย่างรู้ทันว่าศิวาไม่ได้อยากคุยเรื่องงาน แต่แกล้งนิ่งซื่อ
“จะไม่รบกวนคุณศิวาเกินไปเหรอคะ”
“ไม่รบกวนเลยครับ ผมรักเด็ก อะไรที่พอจะช่วยลูกคุณผึ้งได้ ผมยินดี”
“แล้วคุณศิวาจะให้ผึ้งไปหา ที่ไหนคะ” สายน้ำผึ้งยิ้มรู้ทัน
ศิวาฟังสายน้ำผึ้งพูดแล้วยิ้มร่าว่าคืนนี้มีเหยื่อตกหลุมแล้ว...

ศิวานั่งเฮฮากับเพื่อนอยู่ในผับ มองผู้หญิงที่เดินผ่านไปผ่านมาแล้วเต้นเอวอ่อนกันอยู่กลางฟลอร์
“ความจริง...คุณก้อยกลับไปก็ดีเหมือนกันว่ะ”
“ไหนบอกว่าคุณหมอหน้าใสว่าจะเลิกเจ้าชู้แล้วไงวะ”
“ถ้าผู้ชายไม่เจ้าชู้ ก็เหมือนปืนไม่มีลูกสิวะ”
ศิวาหันไปมองที่ฟลอร์ แก๊งค์เพื่อนหันมองตามสายตา สายน้ำผึ้งอยู่ในชุดสีดำสง่าโดดเด่นกว่าใครที่อยู่รอบข้างทั้งหมดเดินมาหาศิวา แก๊งค์เพื่อนมองอย่างตะลึง ศิวามองอาการของเพื่อนแล้วยิ่งภูมิใจที่มี คนสวยมาให้เพื่อนอิจฉา
“สวัสดีค่ะคุณศิวา”
“สวัสดีครับคุณสายน้ำผึ้ง” ศิวาหันไปทางเพื่อน “นี่เพื่อนๆผม ไม่ต้องรู้จักชื่อพวกมันหรอกนะครับ คุณรู้แค่ชื่อผมชื่อเดียวก็พอ”
สายน้ำผึ้งยิ้มหวานขำๆให้แก๊งค์เพื่อน ศิวายิ้มให้สายน้ำผึ้ง
“ดื่มอะไรไหมครับ”
“ไม่ค่ะ คุณศิวาโทรตามมาคุยเรื่องงานไม่ใช่เหรอคะ”
ศิวามองตาอย่างรู้ทันว่า สายน้ำผึ้งกำลังปูทางให้ออกไปอยู่กันสองคน
“อ้อ...จริงด้วย ถ้าคุยเรื่องงานในนี้ คงไม่รู้เรื่อง งั้นเราไปหาที่อื่นคุยแล้วกันครับ”
สายน้ำผึ้งยิ้มรับด้วยใบหน้าซื่อไม่รู้ทันอะไรศิวาแล้วเดินนำหน้าไป กลุ่มผู้ชาย ตรงหน้ากำลังเต้น สายน้ำผึ้งโดนกลุ่มผู้ชายชน แล้วเซไปทางศิวา เธอหันหน้าไปปะทะหน้าอกเขา หน้าอกตัวเองเบียดตัวเขา ศิวาชะงักกึก
“ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ คนมันเยอะ เดี๋ยวผมพาคุณออกไปดีกว่า”
ศิวาเอื้อมมือโอบเอวอย่างสุภาพ สายน้ำผึ้งแกล้งสะดุ้งเล็กน้อยให้ดูเป็นผู้หญิง ไม่กร้าน ศิวาเหลือบมองแล้วแอบยิ้มว่าสายน้ำผึ้งมีความใสซื่อช่างน่าเย้ายวนเสียจริง สายน้ำผึ้งเหลือบมองศิวาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

ศิวาเดินนำสายน้ำผึ้งเข้าบ้านมา เธอเดินเข้าบ้านอย่างสงวน ท่าที ให้ดูนิ่งไว้อยู่
“เราจะคุยงานกันที่นี่เหรอคะ”
ศิวาค่อยๆเดินไปยืนซ้อนหลังสายน้ำผึ้ง แล้วพูดใกล้ๆ
“เอกสาร ทุกอย่างมันอยู่ที่นี่”
เขาค่อยๆยกมือแตะแขนของเธอ
“คุณกลัวเหรอ”
สายน้ำผึ้งแกล้งเดินเลี่ยงออกห่างเล่นตัวให้ดูเย้ายวน
“ตอนนี้ฉันอยาก ดื่มอะไรแล้วล่ะค่ะ”
ศิวาเดินตามไปอยู่ใกล้เธอยิ่งขึ้น
“คุณดื่มไวน์ไหม”
สายน้ำผึ้งหันหน้าไปมอง ศิวายื่นหน้าคุยเคียงไหล่ของเธอ พอสายน้ำผึ้งหันหน้าไปทำให้จมูกของเขากับเธอชิดกัน สายน้ำผึ้งแกล้งหันหน้าหนี
“แล้วคุณดื่มอะไรล่ะคะ”
“ผมอยากดื่ม...” ศิวาเอามือกอดเอว “น้ำผึ้ง...”
สายน้ำผึ้งจับมือเขาออกจากเอวตัวเอง
“ฉันจำได้ว่าเรานัดมาคุยเรื่องงานกัน ไม่ใช่หรอค่ะ”
“ผมก็กำลังทดสอบงานคุณอยู่นี่ไง...”
ศิวาใช้มือไล้ผิวแขนสายน้ำผึ้งจนไปถึงไหล่ เรื่อยไปที่ลำคอจนไปถึงริมฝีปาก
“ฉันพอจะมีสิทธิ์ผ่านได้งานไหมคะ”
“ผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม แต่ขึ้นอยู่ว่าคุณเต็มใจจะทำรึเปล่า”
“งั้นคุณก็อธิบายกฎการทำงานมาได้เลยค่ะ”
ศิวากับสายน้ำผึ้งจ้องตากัน

สายน้ำผึ้งยืนอยู่หน้าเตียงหรูใหญ่ ศิวาเดินมายืนซ้อนหลัง
“คนที่ทำงานกับผม…ต้องปล่อยผมสยาย”
มือศิวาปลดกิ๊บที่มัดผม พวงผมสยายลงมา
“คนที่ทำงานกับผม…ต้องไม่ใส่ชุดรุ่มร่าม”
ศิวาค่อยๆรูดซิบหลังของชุดเผยเห็นแผ่นหลังเนียนของสายน้ำผึ้ง
“คนที่ทำงานกับผม…ต้องมีกลิ่นหอม”
ศิวาคลอเคลียใช้จมูกไล้สูดดมกลิ่นเนื้อสายน้ำผึ้งที่ลำคอระหง
“คนที่ทำงานกับผม…ต้องอยู่ภายใต้อำนาจผม”
ร่างสายน้ำผึ้งค่อยนอนลงบนที่นอน ศิวานอนใช้แขนเท้าที่นอนอยู่เหนือร่าง
“เท่านี้...คุณก็จะทำงานกับผมอย่างมีความสุข”

สายน้ำผึ้งยิ้มหวานยั่วยวน ศิวาน้อมตัวจูบอย่างดูดดื่ม สายน้ำผึ้งยิ้มพอใจที่ตัวเองกำลังจะได้ทุกอย่างสมใจ

สามีตีตรา ตอนที่ 7 (ต่อ)

กะรัตเดินกระวนกระวายอยู่ที่หน้าประตูรอคอยพิศุทธิ์กลับมา กันตา กุนตี นวลยืนมองอย่างเหนื่อยใจ
“นี่มันดึกมากแล้วนะ ทำไมเขายังไม่กลับมาอีก โทรไปที่บริษัท เขาก็บอกว่าออกมาตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว แล้วเขาหายไปไหน” กะรัตคิดอย่างเครียด “หรือว่าเขาโดนนังผึ้งพูดยุอะไรอีก”
กุนตีเดินไปจับแขนกะรัตให้หยุดเดิน
“พอได้แล้วกั้ง ถ้ายิ่งคิดแล้ว ยิ่งทำให้คลั่ง...ก็จงหยุดคิด”
เสียงรถใครสักคนขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน กะรัตดีใจคิดว่าเป็นพิศุทธิ์รีบ เดินไปที่ประตู แต่ที่เดินเข้าบ้านมาคือ พวงหยก กะรัตเห็นแม่แล้วทำหน้าเซ็ง
“แหม...เห็นหน้าฉันล่ะเหี่ยวเป็นดอกเห็ดขาดน้ำเลยนะ” พวงหยกมองกะรัตอย่างหมันไส้
กุนตีถามขัดไม่ให้พวงหยกพูดด่ากะรัตต่อ
“แม่มาทำไมคะ”
“ฉันจะเอาไก่มาอบฟางที่นี่ ได้ข่าวว่าบ้านนี้กำลังร้อน” พวงหยกยิ้ม
“ตกลงแม่มาที่นี่ทำไม” กะรัตหงุดหงิด
พวงหยกยิ้มระรื่น หยิบซองเอกสารส่งให้กะรัต
“โอเค๊ะ ฉันเข้าเรื่องก็ได้ ฉันเพิ่งนึกได้ว่าวันแต่งแก ฉันยังไม่ได้ให้ของขวัญแกเลย”
“นี่อย่าบอกนะว่าคุณนายให้โฉนดที่ดินเป็นของขวัญ” นวลตื่นเต้น
พวงหยกไม่ตอบ ยื่นซองเอกสารให้ กะรัตรับซองมาเปิดดูเอกสารที่อยู่ในซองแล้วโกรธ
“แม่เอาใบหย่ามาให้กั้งทำไม”
“ใบหย่า”กันตา กุนตี นวลตะลึง
พวงหยกพูดหน้าตาเฉย
“เอ้า ก็เอามาให้แกหย่ากับผัวแกไง รีบจัดการซะ ฉันได้กลิ่นไม่ค่อยดีจากโครตเหง้าของผัวแก”
กะรัตฉีกใบหย่าแล้วขยำยัดใส่มือแม่ พวงหยกมองตาโต
“กั้งไม่หย่า แม่จะไประแวงใครก็เรื่องของแม่ แต่กั้งกับคุณพิศุทธิ์รักกัน”
พวงหยกยิ้มเยาะ
“หรา...รักกันมากจนป่านนี้ไม่รู้หายหัวไปไหนเนี่ยนะ ฉันจะบอกให้ เชื้อแม่กับลูกก็คงไม่ต่างกัน ป่านนี้อาจไปอยู่กับนังผึ้งแล้วก็ได้”
“แม่” กุนตีกับกันตาปราม
พวงหยกยิ้มเยาะอย่างไม่ยอมแพ้
“แกคอยดูแล้วกัน ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนแกฉันดูออก โดยเฉพาะก๊กนี้ ไม่เชื่อแกคอยดู”
พวงหยกสะบัดหน้า เดินออกจากบ้านไป กุนตีหันมาปลอบ
“กั้งก็เห็นแล้วนี่ว่าที่ชีวิตคู่ของพ่อกับแม่เป็นอย่างนี้ เป็นเพราะแม่เอาแต่ฟังคนอื่นแล้วก็คิดไปเอง กั้งอยากเป็นแบบนั้นเหรอ จำไว้นะว่าทุกอย่าง ที่เกิดขึ้น มันเป็นเพราะมีคนอยากเห็นความล้มเหลวของคู่กั้งอยู่ กั้ง ควรเลิกใช้อารมณ์ แล้วก็หันมาคิด...ว่าทำยังไงให้ชีวิตคู่ของกั้งไปรอด”
กะรัตว้าวุ่นใช้ความคิด

พิศุทธิ์จอดรถอยู่หน้าบ้านเนื้อแพรที่ปิดไฟมืด นั่งพิงหัวกับเบาะอย่างอ่อนแรง...ภาพเหตุการณ์ที่กะรัตราดคารามายใส่นฤมล...ภาพกะรัตพยายามขอโทษแว่บเข้ามาในหัว...พิศุทธิ์ถอนหายใจหนัก กำหมัดแน่นด้วยความอึดอัด เขาจับแหวนแต่งงานในมือ แล้วภาพที่เขาขอกะรัตแต่งงาน กลับชัดขึ้นมาในความ รู้สึกของเขาสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กลับกะรัตแล้วถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ เรียกกำลังใจให้กลับมาอีกครั้ง เขามองบ้านที่เขารู้ว่าที่นี่จะปลอดภัยเสมอสำหรับเขา แต่ตัดสินใจสตาร์ทรถ เลือกที่จะกลับไปบ้านของเขา ที่มีใครอีกคนรอเขาอยู่

พิศุทธิ์เข้ามาในห้องนอน ประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น ในห้องเต็มไปด้วยกระดาษโพสท์อิท ที่ทั้งแปะ และห้อยด้วยเชือก กะรัตนั่งฟุบอยู่ที่โต๊ะ เขาค่อยๆเดินเข้าห้อง เขาหยิบกระดาษขึ้นมาดู ในกระดาษ เขียนคำว่า กั้งขอโทษ ด้วยลายมือของกะรัต บ้างก็เขียนว่า กั้งรักคุณ กระดาษที่เขียนคำพวกนี้ ติดอยู่เต็มห้องนอน พิศุทธิ์แทบไม่อยากเชื่อว่าเธอจะทำอะไรพวกนี้
พิศุทธิ์เดินเข้าไปหากะรัตที่นั่งฟุบหลับคาโต๊ะ ในขณะที่ในมือยังถือปากกา และเขียนข้อความว่ากั้งขอโทษ ที่ตัว ษ ยังไม่สมบูรณ์ เป็นลายมือยึกยือของคนที่หลับคาโต๊ะ คราบน้ำตาของเธอเปื้อนที่กระดาษ และร่องแก้ม เขาเห็นสภาพของกะรัตที่น่าสงสารค่อยๆดึงปากกาในมือเธอออก แล้วอุ้มขึ้นมาพาไปนอนที่เตียง จังหวะที่ตัวกะรัตถูกวางที่เตียง มือเธอจับเขาไว้แน่น ก่อนที่จะละเมอออกมา
“กั้งขอโทษ...”
เสียงกะรัตดังปนเสียงสะอื้น พิศุทธิ์หัวใจอ่อนยวบ ที่เห็นภรรยาตัวเองเป็นแบบนี้ เขาใช้มืออีกข้างค่อยๆลูบผมของเธอ ก่อนที่จะก้มลงจูบที่ผมอย่างอบอุ่น และกอดไว้ในอ้อมกอด

เช้าวันใหม่...กะรัตนอนหลับอยู่แล้วครู่หนึ่ง ก็เอื้อมมือไปที่ที่นอนอีกด้านของพิศุทธิ์ เธอวางมือลงไปบนที่นอนที่ว่างเปล่า แล้วชะงัก กวาดมือไปมาเพื่อหาตัวพิศุทธิ์ เธอลืมตาขึ้น มองไปที่เตียงว่างเปล่าแล้วรู้สึกผิดหวัง นั่งเศร้าอยู่บนเตียง นวลเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“คุณกั้งตื่นแล้วเหรอคะ”
“คุณพิศุทธิ์ล่ะนวล เมื่อคืนเข้าไม่ได้กลับมาเหรอ”
นวลจะอ้าปากพูดตอบ
“อ่า…”
กะรัตทรุดหน้าลงที่เตียงแล้วพูดฟูมฟายแทรกก่อนนวลจะพูด
“นี่เขาไม่หายโกรธฉันเหรอเนี่ย”
นวลพยายามจะพูด
“เอ่อ…”
กะรัตยังพูดฟูมฟายต่อโดยไม่สนใจฟังนวล
“รู้อย่างนี้ฉันไม่น่าตื่นมาเลย น่าจะหลับ มันไปทั้งชาติ”
“ว้าย ทำไมคุณกั้งพูดอย่างนั้นล่ะคะ”
“เพราะตอนฉันหลับมันมีความสุขมากกว่าน่ะซิ ฉันฝันว่าเขาอยู่ข้างๆฉัน นอนอยู่กับฉันตรงนี้ แต่พอตื่นขึ้นมา ก็มีแต่ความว่างเปล่า เขาไม่ยกโทษให้ฉัน”
“ความจริงคุณแกก็ยกอยู่นะคะ”
“ยกอะไร”
“ก็ยกคุณขึ้นมานอนบนเตียง แล้วคุณพิศุทธิ์ก็นอนอยู่กับคุณนั่นแหละ คุณหลับจนไม่รู้เรื่อง”
“จริงเหรอ เขากลับมาเหรอ แล้วเขาอยู่ไหน เขาไปแล้วเหรอ” กะรัตจับตัวนวลเขย่า “อยู่ไหนนวล เขายังอยู่หรือเปล่า”
นวลพูดกระตุกไปตามการเขย่า
“ปล่อยๆก่อนๆค่ะๆ”
กะรัตยอมปล่อย นวลหายใจตั้งสติ
“ทานอาหารเช้าอยู่ข้างล่างค่ะ”
กะรัตดีใจรีบลุกขึ้นลงจากเตียง แล้ววิ่งออกจากห้อง นวลพูดตามไป

“แต่ไม่รู้เสร็จหรือยังนะคะ แกทานไปได้พักนึงแล้ว” นวลถอนใจ “จะกลับมานั่งเศร้าให้นวลกลุ้มอีกไหมหนอ”

กะรัตรีบลงบันไดมา พิศุทธิ์อยู่ในชุดทำงาน หิ้วกระเป๋าเอกสาร กำลังจะออกจากบ้าน
“คุณพิศุทธิ์ เดี๋ยวค่ะ รอก่อน”
พิศุทธิ์หยุดแล้วหันมา กะรัตรีบลงมาแล้วตรงมาหา
“คุณจะไปไหนคะ”
“ก็ไปทำงาน”
กะรัตชะงักนิดหน่อย
“ที่เก่าหรือที่ใหม่”
“จะที่ไหนล่ะ ก็บริษัทเก่านั่นแหละ ที่ใหม่เขาคงไม่รับผมแล้ว”
“กั้งขอโทษนะคะ ที่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้น แต่เพราะมีคนส่งแมสเสจมาหลอกกั้ง จริงๆนะคะ กั้งจะให้คุณดู”
กะรัตเอาโทรศัพท์ขึ้นมา กดจะเปิดแมสเสจให้ดู พิศุทธิ์ยกมือห้าม
“ไม่ต้องหรอก”
“คุณไม่เชื่อกั้งใช่ไหมคะ รวมทั้งเรื่องที่นังน้ำผึ้งมันตกบันไดด้วย คุณยังคิดว่ากั้งเป็นคนทำใช่ไหมคะ กั้งไม่ได้ทำนะคะ มันใส่ร้ายกั้ง มันพยายามทำให้กั้งเป็นคนผิด เป็นคนเลว เชื่อกั้งซิคะ”
“เดี๋ยวผมจะสาย” พิศุทธิ์หันกลับจะเดินออกไป แล้วหยุด “หวังว่าวันนี้คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกนะ”
พิศุทธิ์เดินออกจากบ้านไป ทิ้งให้กะรัตยืนนิ่งรู้สึกแย่อยู่อย่างนั้น เดาอารมณ์เขาไม่ออกว่าหายโกรธตนหรือยัง

สายน้ำผึ้งที่แต่งตัวแล้วเดินออกมาจกาห้องน้ำ ศิวาขยับตัวตื่นผงกหัวมอง
“ตื่นแล้วเหรอ” ศิวามองนาฬิกา “6 โมงเอง”
สายน้ำผึ้งเดินมานั่งบนเตียงข้างๆศิวา
“ฉันต้องไปดูลูกที่โรงพยาบาลต่อน่ะค่ะ”
“อ้าว...นี่ลูกคุณอยู่โรงพยาบาลเหรอ”
“เด็กคลอดก่อนกำหนดก็อ่อนแอแบบนี้ล่ะค่ะ สามวันดีสี่วันไข้ ฉันไม่รู้ว่าจะมีแรงหาเงินรักษาเขาได้แค่ไหน”
ศิวาจับมือสายน้ำผึ้ง
“เรื่องลูกคุณน่ะ ไม่ต้องห่วง คนทำงานกับผม ผมมีสวัสดิการให้” เขาจูบมือเธอ “ต่อไปถ้าคุณอยากให้ช่วยอะไรก็บอก ผมเป็นเจ้านายใจป้ำ”
“ขอบคุณค่ะ งั้นฉันไปก่อนนะคะ”
สายน้ำผึ้งจูบแก้มศิวาแล้วลุกขึ้นแล้วจะเดินออกจากห้องนอน สายตาของเธอกวาดตามองคอนโดของเขาคิดว่า ต่อไปนี้ ชีวิตฉันต้องไม่เหมือนเดิม

พยาบาลเข็นตู้อบที่มีลูกชายของสายน้ำผึ้งเข้ามาในห้องพัก V.I.P สายน้ำผึ้งเดินนำรสสุคนธ์เข้ามา
“ผึ้งไปเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าห้อง” รสสุคนธ์มองห้องอย่างแปลกใจ
“เป็นเงินที่ผึ้งได้มาชอบธรรมแล้วกันล่ะน้ารส”
“ชอบธรรมแบบไหน ถ้าชอบธรรมอย่างไม่มีศักดิ์ศรี น้ากับหลานอยู่ห้องธรรมดาได้นะ”
“อะไรคือมีศักดิ์ศรีเหรอน้ารส ถ้ามีศักดิ์ศรีคือการมีคนมาเคารพนบน้อม เชื่อฟังเราล่ะก็ มันไม่ เกี่ยวกับการมีศักดิ์ศรี แต่มันคือการมีเงิน เพราะฉะนั้นน้าไม่ต้องรู้หรอกว่า ผึ้งได้เงินจากไหน รู้แค่ว่าต่อไปนี้ผึ้งจะทำให้เราสบาย” สายน้ำผึ้งหันไปพูดกับลูก “และทำให้ลูกผึ้งมี พ่อ”
สายน้ำผึ้งคิดถึงพิศุทธิ์กับกะรัตแล้วยิ้มสะใจว่า สองคนนั้นต้องแตกหักกันแน่

ชายนี่ ยี่หวายืนคุยกับพนักงานต้อนรับ พิศุทธิ์เดินผ่านมา
“GOOD MORNING ฮ่ะคุณพิศุทธิ์” ชายนี่ชะเง้อมองหากะรัต “วันนี้มาคนเดียวเหรอฮะ คิดว่าภรรยาจะมาส่งชายนี่ว่าจะชวน Have breakfast ด้วยสักหน่อย”
“ไม่ได้มาครับ”
ยี่หว่าหันไปพูดกับพนักงานต้อนรับ
“งั้นเธอไม่ต้องโทรตามยามมาเพิ่มแล้วล่ะ”
พิศุทธิ์ชะงัก ชายนี่เห็นอาการพิศุทธิ์แล้วหันไปตีแขนยี่หวา
“นังชะนีปากเปราะกะเทาะหน้าแว่น จะพูดอะไรเกรงใจคุณพิศุทธิ์หน่อยสิ”
ยี่หวามองพิศุทธิ์ด้วยสีหน้าขอโทษ
“ขอโทษค่ะ ยี่หวาแค่พูดไปตามประสา กลัวจะวุ่นวายกันทั้งตึกอีก อย่าถือสายี่หวาเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“นี่ดีนะฮะที่น้องผึ้งไม่แจ้งความ ไม่อย่างนั้นคงวุ่นวายกว่านี้ เพราะที่เรื่องที่เกิด มันถึงขั้นพยายามฆ่าเลยนะฮะ” ชายนี่เจื้อยแจ้ว
พิศุทธิ์นิ่งคิดบางอย่าง

พิศุทธิ์เดินไปทางห้องทำงานตัวเอง สายน้ำผึ้งถือแฟ้มเอกสารเดินออกมาจากทางแยกชนกันอกสารหล่น
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
สายน้ำผึ้งก้มเก็บแขนเธอยังพันผ้าแก้เคล็ดและยังเจ็บอยู่ พิศุทธิ์มองแขนสายน้ำผึ้งแล้วก้มลงไปช่วยเก็บแฟ้มเอกสาร
“แขนคุณเป็นยังไงบ้างครับ”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ก็ยังเจ็บๆอยู่” สายน้ำผึ้งยิ้มที่เขาห่วงใย
“แล้วคุณไปหาหมอรึยังว่าทำไมยังเจ็บอยู่”
สายน้ำผึ้งยิ้มเศร้าๆ
“ไม่ได้ไปค่ะ พอดีน้องพีทป่วย เข้าโรงพยาบาลเหมือนกัน ฉันต้องเก็บเงินไว้จ่ายค่าหมอให้ลูกน่ะค่ะ”
“ผมว่าคุณควรแจ้งความนะครับ”
สายน้ำผึ้งชะงักมองพิสุทธิ์อย่างแอบสงสัยว่าเขาคิดอะไร
“อะไรนะคะ”
“กั้งเขาใจร้อนเกินไป จนลืมคิดว่าสิ่งที่เขาทำมันทำให้ใคร เดือดร้อนขนาดไหน ผมอยากดัดนิสัยกั้งบ้าง คุณก็จะได้ค่าเสียหายจากกั้งด้วย”
สายน้ำผึ้งคิดว่าถ้าแจ้งความ ก็ต้องสืบความจริง ความลับอาจถูกเปิดเผยได้
“อย่าดีกว่าค่ะ ฉันก็ไม่อยากได้เงินจากกั้ง”
“ผมว่าคุณแจ้งเถอะครับ ผมมีเบอร์ สน. ต่อสายให้ก็ได้”
พิศุทธิ์หยิบมือถือมาจะกด สายน้ำผึ้งรีบหยิบมือถือจากเขามากดวางสาย
“ไม่ต้องหรอกค่ะ อย่างน้อยฉันกับกั้งก็เป็นเพื่อนกัน ผึ้งใจร้ายเห็นเพื่อนเข้าคุกไม่ได้หรอกค่ะ”
พิศุทธิ์นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเก็บโทรศัพท์
“น่าเสียดาย ผมน่ะอยากให้ตำรวจเขามาสอบสวนว่า จริงๆแล้วเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ แต่คุณก็ต้องระวังด้วยนะครับ ถูกคนทำร้ายขนาดนี้ แล้วไม่แจ้งตำรวจ คนเขาจะหาว่าคุณแกล้งสร้างเรื่องให้ร้ายกั้งได้”
สายน้ำผึ้งยิ้มนิ่งๆรับฟังคำเตือนของเขา พิศุทธิ์มองอาการของเธออีกครั้ง
“ผมขอตัวนะครับ”
พิศุทธิ์เดินออกไป สายน้ำผึ้งสงสัยว่าพิศุทธิ์จะรู้ความจริงหรือเปล่าพึมพำกับตัวเอง

“ถ้างั้น ฉันคงต้องทำให้มันอาละวาดจริงๆให้ดูแล้วล่ะ”

สายน้ำผึ้งเดินมามุมหนึ่งแล้วหยิบมือถือกดโทรหากะรัต
“สวัสดีจ๊ะกั้ง”
กะรัตคุยมือถือกับสายน้ำผึ้งอยู่ในห้องรับแขก มีนวลยืนอยู่ข้างๆ
“ทำครอบครัวเขาพังไม่ได้ เลยคันคะเยอโทรมาหาเรื่องงั้นสิ ฉันจะบอกให้เอาบุญนะนังผึ้ง ระหว่างที่เมื่อคืนแกฝันหวานว่าแกจะได้คุณพิศุทธิ์ไป แต่ความจริงเมื่อคืนเรานอนกอดกัน”
สายน้ำผึ้งชะงักไม่อยากเชื่อ
“อะไรนะ”
กะรัตหัวเราะเยาะ
“ไม่ใช่แค่กอดนะ...ในขณะที่ผิวแกแห้งเหี่ยว แต่ผิวฉันเต็มอิ่มไปด้วยรสจูบ ในขณะที่แกทรมานจากการ โดนทอดทิ้งเหมือนตกนรก แต่ฉันกลับมีความสุขกับรสรักเหมือน คุณพิศุทธิ์พาฉันขึ้นสวรรค์”
สายน้ำผึ้งโกรธแต่เก็บอาการไว้ ทำเสียงหัวเราะเยาะใส่
“เธอลืมอะไรไป รึเปล่ากั้ง...ตอนผัว 3 คนของเธอนอกใจ มันก็มอบความสุขให้เธอแบบนี้ เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“คุณพิศุทธิ์ไม่เหมือนพวกมัน เลิกคิดทำลายฉันกับคุณพิศุทธิ์ซะ ต่อให้แกวางแผนใส่ร้ายฉันยังไงสุดท้ายคุณพิศุทธิ์ก็ไม่ทิ้งฉัน คุณพิศุทธิ์สัญญาว่าในหัวใจของเขา...มีฉันคนเดียว แกไม่มีวันได้กอดคุณพิศุทธิ์แม้แต่เงาของเขา”
สายน้ำผึ้งพูดเสียงเยาะ
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันจะไม่ได้กอดคุณพิศุทธิ์ สิ่งที่เธอไม่เห็น ไม่ได้แปลว่ามันไม่เกิดขึ้น เหมือนรู้เรื่องคุณภู กับฉันไง กว่าเธอจะรู้ความจริง ก็ปาไปตอนที่ฉันท้องแล้ว แต่ถ้าเธอจำไม่ได้ ฉันจะทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอยให้”
สายน้ำผึ้งกดวางสายทันที ยิ้มสะใจว่ากะรัตต้องตามมาอาละวาดอีกแน่

กะรัตเดินออกจากบ้านมาที่รถด้วยความฉุนเฉียว นวลวิ่งตามมาขวางหน้าไว้พูดอย่างเร็ว
“คุณกั้งจำได้ไหมคะว่าคุณพิศุทธิ์บอกให้คุณมีสติ อย่าให้ คุณผึ้งปั่นหัวคุณอีก”
กะรัตไม่ฟัง ผลักนวลกระเด็น แล้วรีบเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถ นวลรีบกระโดดยืนขวางหน้ารถ
“นวลไม่ยอมให้คุณกั้งไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณกั้งจะไปต้องข้ามศพนวลก่อน”
กะรัตตะโกนออกมาจากในรถ
“จัดให้”
กะรัตเหยียบเร่งเครื่องแล้วขับรถจะพุ่งใส่ นวลรีบกระโดดหลบ กะรัตขับรถออกไปทันที นวลมองตามอย่างร้อนใจ
“บรรลัยแล้ว บรรลัยแล้ว เอายังไงดีวะ”
นวลรีบวิ่งเข้าบ้านไปโทรหากุนตี

สายน้ำผึ้งยืนมองบางอย่างอยู่ที่หน้าต่างใบหน้ายิ้มพอใจ แล้วเดินไปหยิบกองแฟ้มงาน10กว่าแฟ้มขึ้นมา ชายนี่เห็น
“เอาแฟ้มไปให้คุณพิศุทธิ์เหรอ ให้พี่เอาไปให้ไหม เผื่อระเบิดโผล่มาตูมตาม เธอจะได้ไม่โดนซัดร่างแหลกอีก”
“ไม่เป็นไรค่ะ ผึ้งไม่ได้ทำอะไรผิด กั้งคงเข้าใจ”
“โถ...แม่ชะนีนางฟ้า มองโลกเป็นสีขาวอย่างนี้ไง เจ๊ถึงเป็นห่วง”
สายน้าผึ้งปรายตามองชายนี่แล้วยิ้มเยาะที่ตัวเองสร้างภาพเป็นสาวน้อยอ่อนแอได้สนิทใจ แล้วเดินไปทาง ห้องทำงานพิศุทธิ์

พิศุทธิ์นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ ครู่หนึ่งมีเสียงเคาะประตู
“เชิญ”
ประตูเปิดเข้ามา สายน้ำผึ้งเข้ามา ในมือหอบแฟ้มมาด้วยหลายแฟ้ม
“เอารายงานวิจัยตลาดมาให้ค่ะ”
สายน้ำผึ้งเดินมาที่โต๊ะพิศุทธิ์
“เยอะอย่างนั้นเลยเหรอ”
“สรุปจริงๆก็ไม่กี่หน้าหรอกค่ะ แต่น้ำผึ้งว่าเอามาให้ดูทั้งหมดดีกว่า เผื่อจะมีอะไรสงสัย”
“วางไว้นี่ล่ะครับ มีเวลาแล้วผมจะอ่าน” พิศุทธิ์ก็ก้มหน้าอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ
สายน้ำผึ้งเอาแฟ้มเอกสารมาวางลงบนโต๊ะ แล้วหันกลับทำท่าจะเดินออกไป แต่แล้วก็แกล้งทำเป็นขาพลิก
แล้วล้มลง
“โอ๊ย...”
พิศุทธิ์งงๆ แต่ก็ลุกขึ้น แล้วเข้ามาดู สายน้ำผึ้งนั่งจับข้อเท้าตัวเอง ร้องโอดโอย
“เจ็บจังเลย”
พิศุทธิ์ไม่แน่ใจว่ามารยาหรือเปล่า
“แล้วล้มได้ยังไงครับเนี่ย”
“ส้นสูงมันพลิกน่ะค่ะ”
พิศุทธิ์มองที่รองเท้าสายน้ำผึ้ง เห็นว่าเป็นส้นสูงจริงๆ สายน้ำผึ้ง ทำเป็นพยายามจะลุกขึ้น แต่เจ็บข้อเท้า ลุกขึ้นเองไม่ได้ ร้องโอดโอย เธอฉวยโอกาสนั้น คว้าเขาไว้ พิศุทธิ์รู้สึกอึดอัด สายน้ำผึ้งแกล้งสะดุดขาตัวเอง เซล้มไปทับร่างพิศุทธิ์เสียหลักล้ม พิศุทธิ์นอนล้มกับพื้น โดยมีร่างสายน้ำผึ้งคร่อมทับอยู่ ทั้งสองมองหน้ากันใกล้กันมาก


กะรัตเดินเร็วเป็นพายุผ่านแผนกการตลาดไปทางห้องทำงานพิศุทธิ์ ชายนี่ ยี่หวา ฟองดาวที่ยืนคุยกันอยู่รีบแหวกทางให้อย่างตกใจ
“ว๊าย” ชายนี่ร้องออกมา
“คุณกะรัต” ยี่หวาพูดต่อจากชายนี่อย่างเร็ว
ฟองดาวหน้าตื่น
“บรรลัยแล้ว”
ชายนี่ ยี่หวา ฟองดาวและพนักงานคนอื่นรีบเดินไปทางห้องทำงานพิศุทธิ์

สายน้ำผึ้งกับพิศุทธิ์ยังอึ้งมองหน้ากัน พิศุทธิ์รู้ว่าตกอยู่ในสถานการ์หมิ่นเหม่จึง รีบขยับตัวลุกแล้วประคองสายน้ำผึ้ง
“ลุกไหวไหมครับ”
“ขอนั่งก่อนได้ไหมคะ”
พิศุทธิ์พาไปนั่งเก้าอี้ สายน้ำผึ้งแตะที่ข้อเท้าตัวเอง แล้วร้อง
“หักหรือเปล่าไม่รู้ แตะแล้วเจ็บมากเลย”
พิศุทธิ์นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าแล้วมองดูที่ข้อเท้าสายน้ำผึ้ง แล้วเอื้อมมือไปแตะที่ข้อเท้า
“อุ๊ย...” สายน้ำผึ้งทำสะดุ้ง
พิศุทธิ์มองข้อเท้า
“ไม่หักหรอกครับ อย่างมากก็แค่ข้อเท้าแพลง”
กะรัตเปิดประตูเข้ามา พิศุทธิ์กับสายน้ำผึ้งหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ
“กั้ง”
สายน้ำผึ้งแอบยิ้มสะใจว่ากะรัตต้องแสดงอาการผีบ้าต่อหน้าพิศุทธิ์แน่
กะรัตมองมาเห็นมือของพิศุทธิ์แตะอยู่ตรง เท้าของสายน้ำผึ้ง ก็โกรธจี๊ดขึ้นมา เกร็งไปทั้งตัว พิศุทธิ์รู้ตัว รีบลุกขึ้นยืน
สายน้ำผึ้งเอง ตอนแรกก็ยังไม่รู้ตัว แต่พอนึกขึ้นได้ ก็รีบแกล้งร้องออกมา
“โอ๊ย...เจ็บ”
พิศุทธิ์หันไปมองสายน้ำผึ้ง แล้วหันกลับมามองกะรัตที่เดินช้าๆเข้ามาหาทั้งสอง
“คุณ...สายน้ำผึ้ง...เขา หกล้มน่ะ...ข้อเท้าอาจจะ...แพลง” พิศุทธิ์พยายามอธิบาย
“ก่อนที่เธอจะกรีดร้องโวยวายอะไร ช่วยฟังเรื่องราวให้จบก่อนนะ ส้นสูงของฉันมันพลิก ฉันเลยล้ม ข้อเท้าแพลง คุณพิศุทธิ์ช่วยนวดดู มันก็แค่นั้น อย่าให้อารมณ์มันบังตา แล้วคิดอะไรเลยเถิดไปเลยนะ”
พิศุทธิ์ชะงักมองสายน้ำผึ้ง...แล้วหันกลับมามองกะรัต อยากจะบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไร แต่เมื่อเห็นดวงตาของกะรัตที่กำลังจะลุกเป็นไฟ เขาก็พูดไม่ออก
“กะรัต...”
กะรัตพูดออกมาเรียบๆอย่างไม่น่าเชื่อ
“ข้อเท้าแพลง ใครเขานวดกันล่ะ มันจะยิ่งอักเสบไปกันใหญ่”
ทั้งสายน้ำผึ้ง และพิศุทธิ์ชะงัก ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดที่นุ่มนวลเช่นนี้จากปากกะรัต
“ถ้าข้อเท้าแพลง ก็ต้องประคบน้ำแข็งก่อน ให้เลือดไหลช้าลง แล้วถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะรีบไปหาหมอ ให้เขาพันผ้ายืดรัดไว้ ไม่ให้ข้อเท้าเคลื่อนไหว ใกล้ๆนี่มีคลินิกนี่” กะรัตเดินเข้ามาหาสายน้ำผึ้ง “มาซิ ฉันจะพาเธอไปหาหมอเอง”
กะรัตเข้ามาจะประคองแล้วเอามือหนึ่งจับต้นแขนของสายน้ำผึ้ง บีบและเอาเล็บจิกอย่างแรง สายน้ำผึ้งรู้แล้วว่ากะรัตกำลังเล่นงานเธอพยายามรักษาภาพต่อหน้าพิศุทธ์
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องหรอก ฉันพอไปเองได้”
สายน้ำผึ้งปัดมือกะรัตออก แล้วลุกขึ้นยืน แต่พอนึกได้ ก็ทำเป็นเขยกๆนิดหน่อย กะรัตมองรู้ทัน
“แน่ใจนะ เดินได้แล้วเหรอ”
“พอได้” สายน้ำผึ้งหันไปหาพิศุทธิ์ “ขอบคุณมากนะคะ มันดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ”

สายน้ำผึ้งทำเป็นเดินเขยกๆไปที่ประตู หันมามองทั้งสองนิดหน่อย แล้วออกจากห้องไป

สายน้ำผึ้งเปิดประตูผั๊วะออกมา ฟองดาว ชายนี่ ยี่หวา ยามและพนักงานคนอื่นๆที่เอียงหูแอบฟังอยู่หน้าประตู ต่างรีบหันไปคุยกัน เหมือนไม่ได้แอบฟังอะไรเลย ซายนี่หันบอกทุกคน
“ก็แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว...ไปๆ”
ทุกคนแยกย้ายกันออกไป สายน้ำผึ้งมองไปทางห้องพิศุทธิ์ด้วยสีหน้าแค้นพึมพำเบาๆ
“ฉันจะคอยดู แกจะอดทนไปได้สักกี่น้ำ...นังกั้ง”

กะรัตหายใจถี่แรงแทบอยากจะกรี๊ด แต่พยายามระงับอารมณ์มากหันกลับมาเผชิญหน้ากับพิศุทธิ์
“คุณมาทำอะไรที่นี่กั้ง”
กะรัตเดินกลับเข้ามา หยุดไม่ห่างจากพิศุทธิ์นัก
“ถ้ากั้งไม่มา กั้งจะได้เห็นสามีของตัวเองกำลังนวดข้อเท้าให้นังผึ้งเหรอ”
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วผมก็ไม่ทีทางทำอะไรอย่างนั้นหรอก คุณก็น่าจะรู้”
“จะให้กั้งเชื่อเหรอ” กะรัตทำเป็นงอน หันข้างให้ “ทีคุณ ยังไม่เชื่อกั้งเลย”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“ทุกเรื่อง”
พิศุทธิ์เข้าไป แล้วจับมือกะรัตขึ้นมากุมไว้
“จริงๆผมเชื่อคุณนะ เชื่อมาตลอดทุกคำที่คุณบอกผม”
กะรัตหันกลับมา มองหน้าพิศุทธิ์
“จริงเหรอ”
พิศุทธิ์พยักหน้า กะรัตเข้าสวมกอดทันที ตื้นตันใจ
“กั้ง ปล่อยเหอะ นี่มันในออฟฟิศ”
“ก็กั้งดีใจ”
พิศุทธิ์จับแขนกะรัต แล้วค่อยๆดึงออกจากตัว เขายิ้มให้เธอ
“วันนี้คุณควบคุมตัวเองได้ ไม่อาละวาดเหมือนทุกครั้ง”
“กั้งจะพยายามทำให้ดีขึ้น ดีขึ้นมากกว่านี้อีก” กะรัตยิ้มตอบ
พิศุทธิ์กุมมือไว้ ยิ้มขอบคุณ
“แล้วคุณจะไม่มีรางวัลอะไร ให้กับความพยายามครั้งนี้ของกั้งหน่อยเหรอคะ”
พิศุทธิ์มองอย่างระแวง
“คิดอะไรพิเรนอีกเนี่ย”
“ไม่ได้พิเรนเลย แค่ขอให้คุณทบทวนเรื่องหางานใหม่อีกที คุณทำงานที่อื่นก็ได้ คนเก่งอย่างคุณ ใครๆก็อยากรับ”
“ถ้าผมไปทำงานที่อื่น แล้วถ้าผมต้องทำงานร่วมกับผู้หญิงคนอื่น คุณจะตามไปอาละวาดอีกหรือเปล่า”
“ไม่แน่นอนค่ะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่นังผึ้ง”
ฟองดาวเปิดประตูเข้ามา
“คุณพิศุทธิ์คะ อีก 5 นาทีมีประชุมนะคะ”
พิศุทธิ์หันมาบอกกะรัต
“คุณกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวผมไปประชุมก่อน”
“แล้วเรื่อง...”
พิศุทธิ์รีบพูดขัด ไม่อยากให้ฟองดาวรู้เรื่อง
“ไว้เราค่อยคุยกัน”
พิศุทธิ์ถือแฟ้มเอกสารเดินออกไปจากห้องพร้อมฟองดาว กะรัตมองตามพิศุทธิ์แล้วคิดอย่างบาง

กะรัตเดินออกมาหน้าบริษัทโทรอ้อนกุนตี
“นี่เหรอวิธีฉะยายผึ้งของกั้งน่ะ”
“ใช่ กั้งจะไม่ทนให้นังผึ้งอยู่ใกล้คุณพิศุทธิ์อีกสักนาทีเดียวแล้ว กั้งต้องรีบดึงคุณพิศุทธิ์ออกมา เพราะฉะนั้นพี่กุ้งต้องช่วยหางานให้คุณพิศุทธิ์เดี๋ยวนี้”
กุนตีถอนใจ
“คุณพิศุทธิ์คงไม่ยอมมาทำงานกับเราหรอกกั้ง กั้งก็รู้ว่าคุณพิศุทธิ์เขาถือเรื่องศักดิ์ศรีจะตาย”
“ก็ไม่ต้องให้ทำงานที่นี่สิ พี่กุ้งรู้จักบริษัทอื่นตั้งเยอะแยะนี่”
“คุณพิศุทธิ์จะยอมให้พี่ฝากเหรอ”
“ก็อย่าให้เขารู้สิ ขอบคุณนะค่ะพี่กุ้ง”
กะรัตวางสาย กุนตีถอนใจวางสาย เลขาเดินเข้าห้องมาหา
“คุณกุนตีคะ นัดประชุมกับฝ่ายบัญชีวันนี้ เลื่อนนะคะ”
“อ้าว...ทำไมล่ะ”
กุนตีมองเลขาอย่างสงสัย

พวงหยกกำลังจะเดินเข้าห้องประชุม กุนตีรีบเดินมาหา
“กุ้งไม่เห็นรู้เรื่องว่าแม่นัดประชุมกับฝ่ายบัญชีวันนี้”
พวงหยกหันมามองกุนตี
“แกลืมอะไรไปรึเปล่ายายกุ้ง แกมันแค่รองประธาน ส่วนฉันเนี่ยเป็นประธาน ฉันจะนัดประชุมกับใครเมื่อไหร่ ฉันไม่จำเป็นต้องรายงาน แก”
“แต่ปกติถ้าแม่มีอะไร จะให้กุ้งจัดการนี่คะ”
“แต่เรื่องนี้มันเรื่องสำคัญ ฉันจัดการเอง พวกแกแค่รอฟังผลก็พอ”
พวงหยกเดินเข้าห้องประชุมไป กุนตีมองพวงหยกอย่างสงสัย

ในห้องส่วนตัวของร้านอาหาร ศิวากับกันตากำลังดูเมนู โดยมีผู้จัดการยืนรอรับออเดอร์อยู่
“ผมขอไวน์ที่แพงที่สุดมาก่อน”
“แต่ฉันขอแค่น้ำเปล่าก็พอ เดี๋ยวต้องกลับไปเข้าเวรดึกต่อน่ะค่ะ”
“ดื่มนิดนึงไม่ได้เหรอครับ” ศิวาอ้อน
“คิดจะมอมฉันเหรอคะ” กันตาแกล้งหยอก
“หญิงแกร่งอย่างคุณ ผมมอมทั้งโรงไวน์ ยังไม่รู้จะยอมเมาให้ผมรึเปล่า ผมแค่อยากดื่มฉลองน่ะครับ”
“ฉลองเรื่องอะไรคะ”
“ก็ฉลองที่เราสองคนคบกันน่ะสิครับ”
“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าฉันยอมคบกับคุณ”
ศิวาจับมือกันตาแล้วมองตาอย่างจริงใจ
“ผมจริงใจกับคุณจริงๆนะคุณก้อย”
“พิสูจน์สิคะ”
มีเสียงเคาะประตู บอดี้การ์ดเปิดประตู ศรัทธาเดินเข้ามาด้วยมาดนักธุรกิจน่าเกรงขาม ศิวาเห็นพ่อแล้วยิ้ม
“ป๊า”
กันตาหันไปมองศรัทธาอย่างอึ้งๆ ศิวารีบลุกขึ้นเข้าไปกอดพ่ออย่างดีใจ กันตาลุกขึ้นยืนสวัสดี
“ขอบคุณนะครับป๊า ที่มาเพื่อผม”
“ป๊าจะไม่มาได้ยังไง แกอุตส่าห์บอกว่าจะพาว่าที่ลูกสะใภ้มาให้ดูตัว” ศรัทธาหันไปทางกันตา “นี่หนูก้อยใช่ไหม น่ารักอย่างที่ศิวาคุยไว้จริงๆ”
กันตาหน้าเหวอหันไปมองศิวาว่ามันอะไรกัน ศิวายิ้มให้พร้อมจับมือเธออย่างจริงจัง
“นี่ไง การพิสูจน์ของผม ผมไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาเจอป๊าผมเลย คุณเป็นคนแรก”
กันตาชะงักอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำขนาดนี้
“เอ้า เชิญๆ…เชิญนั่ง อยากทานอะไรสั่งเลยนะหนูก้อย” ศรัทธายิ้มแย้ม

เห็นความเป็นกันเองของศรัทธาและความน่ารักของศิวาเวลาอยู่ด้วยกัน กันตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกดี

สามีตีตรา ตอนที่ 7 (ต่อ)

ศรัทธา ศิวาและกันตาเดินออกจากร้านอาหาร บอดี้การ์ดเดินตามหลัง

“ฝากบอกเจ้าสัวด้วยนะหนูก้อย ว่าถ้าลุงว่าง จะแวะไปดื่มน้ำชาด้วย”
“ได้ค่ะ”
“งั้นลุงไปก่อนนะ” ศรัทธาหันไปทางศิวา “แกนี่ตาแหลมเหมือนป๊าเลย”
ศิวาหัวเราะกับศรัทธา กันตาได้แต่ยิ้มๆ ศรัทธาเดินออกไป กันตาตีแขนศิวาด้วยความหมั่นไส้
“คุณนี่ ทำอะไรไม่บอกฉันเลย รู้ไหมว่าฉันเหวอขนาดไหน”
“ก็คุณอยากให้ผมพิสูจน์ความจริงใจ ผมก็ทำให้ดูนี่แล้วไง ทีนี้คุณเชื่อผมรึยัง ว่าผมชอบคุณจริงๆ”
กันตาแกล้งทำหน้าคิดๆอย่างยียวน
“อืม...ก็เชื่อได้ประมาณ 30 %”
ศิวาทำท่าหมดแรง
“โฮ้ย...ผมอุตส่าห์ไปอ้อนวอนให้ป๊าทิ้งประชุมพันๆล้าน เพื่อมาเจอคุณ ได้คะแนนความเชื่อใจแค่ 30 % เองเหรอ”
“อ๊ะๆ เห็นแก่ความน่ารักของคุณลุง ฉันให้60 % แล้วกัน”
“ทำไมยังผมถึงจะได้ 40%ที่เหลือ”
“คิดเอาเองสิคะ”
ศิวาคิดบางอย่างแล้วหยิบกุญแจบ้านยื่นให้ กันตามองอย่างสงสัย
“กุญแจบ้านผม คุณสามารถเข้าบ้านผมเมื่อไหร่ก็ได้ คุณจะได้รู้ว่าผมไม่มีใครอีกแล้วจริงๆ”
“อย่าท้าฉันนะ”
“ผมท้า ถ้ามันจะเพิ่มหกสิบเป็นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ได้”
กันตารับกุญแจบ้านศิวามาแล้วพูดเหน็บ
“งั้นคุณก็รีบย้ายสาวๆในบ้านคุณออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะเข้าไปเจอ”
ศิวายิ้มอย่างมั่นใจให้ว่าเขาไม่ซุกใครไว้อย่างที่เธอเหน็บ แต่ในใจนั้นกำลังคิดว่า จะทำยังไงต่อกับบรรดาสาวๆ

เย็นนั้น...ศิวาสวมเพียงกางเกงเปลือยท่อนบนเดินมายืนข้างๆสายน้ำผึ้ง แล้วยื่นลูกกุญให้
“กุญแจคอนโด ผมให้คุณ”
“คุณให้คอนโดผึ้งเหรอคะ” สายน้ำผึ้งดีใจ
“เปล่า...เราแค่เปลี่ยนที่เจอกัน”
สายน้ำผึ้งหุบยิ้มลง
“วันนี้ผมพาพ่อไป พบผู้หญิงคนนึงมา เป็นผู้หญิงที่ผมจริงจังด้วย ผมเลยให้กุญแจบ้าน หลังนี้เขาไป ดังนั้น...ต่อไปคุณจะมาที่นี่อีกไม่ได้”
สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะ
“ถ้าให้เดา ผู้หญิงคนนั้นคือหมอก้อยใช่ไหมคะ”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“แหม...คนเขาลือกันทั้งโรงพยาบาลว่าคุณตามจีบหมอก้อย”
“ใช่ ผู้หญิงคนนั้นคือคุณก้อย ผมบอกเลยนะคนนี้ผมจริงจังเพราะฉะนั้นผมขอสั่งคุณ...อย่าทำให้คุณก้อยรู้เรื่องของเรา คุณก็อยู่ในส่วนของคุณ ถ้าไม่มีปัญหา ผมก็ยังดูแลคุณเหมือนเดิม”
สายน้ำผึ้งคิดบางอย่าง แล้วรับกุญแจคอนโดมาจากศิวา
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันถนัดอยู่อย่างเงียบๆและทำหน้าที่ตัวเองอย่างดีที่สุดค่ะ”
ศิวานั่งลงข้างๆสายน้ำผึ้งพร้อมจูบอย่างพึงใจ
“ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องเข้าใจ คุณเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยและฉลาด แบบนี้สิจะได้อยู่ด้วยกันนานๆ”
ศิวากอดพร้อมจูบคลอเคลีย สายน้ำผึ้งคิดเครียดๆ
“โง่ ฉันไม่อยู่กับแกไปตลอดชีวิตหรอก แต่ก่อนจะไป ฉันต้องได้ให้มากที่สุด อย่าคิดนะว่าฉันจะยอมให้แต่งกันได้ง่ายๆ”

กันตานั่งดูโทรทัศน์ที่โซฟาด้วยอาการง่วงๆ กุนตีในชุดทำงานเดินเข้าบ้านมา
“ยังไม่นอนอีกเหรอก้อย”
“รอแม่น่ะพี่กุ้ง”
“นี่แม่ยังไม่กลับมาอีกเหรอ พี่เห็นแม่ออกจากบริษัทไปกับ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีตั้งแต่บ่าย นึกว่ากลับบ้านมาแล้วซะอีก” กุนตีนึกถึงเรื่อง พวงหยกประชุมกับ ฝ่ายบัญชีกระทันหันแล้วกังวล “แม่ไปทำอะไรเนี่ย”
พวงหยกเดินอารมณ์ดีมากเข้าบ้านมา
“ได้ยินเสียงลูกๆบ่นถึงแม่ มีอะไรกันเหรอจ้ะ”
กันตากับกุนตีมองพวงหยกที่อารมณ์ดีและพูดดีมากอย่างแปลกใจ
“แม่ไปไหนมาคะ กุ้งเห็นแม่ออกกับผู้จัดการฝ่ายบัญชีตั้งแต่บ่ายแล้ว”
“ฉันก็ไปทำธุระมา แต่ตอนนี้ธุระของฉันเสร็จสมบูรณ์แล้ว”
กุนตีมองพวงหยกอย่างรู้สึกระแวงว่าธุระของแม่คืออะไร
“ธุระอะไรเหรอคะ”
“นี่ยายกุ้ง แกคลอดออกจากเครื่องซักผ้ารึไง ถึงช่างซักจังเลย” พวงหยกเริ่มเซ็ง
กันตารีบเดินไปขวางพวงหยกไว้
“เดี๋ยวค่ะแม่”
“แกจะซักฉันอีกคนรึไง”
“เปล่าค่ะ...ก้อยจะถามว่าพรุ่งนี้เย็นแม่ว่างไหม ก้อยจะพาคุณศิวามา ทานข้าวที่บ้านเรา”
“ศิวา...ชื่อ...ศิวา” พวงหยกตาโตดีใจ “ว่างสิลูก จะพามาคุยเรื่องฤกษ์งานแต่งเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะแม่ แค่มาทานข้าวเฉยๆ”
“งั้นดีเลย งั้นแกก็นัดทุกคนมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเลย...ทั้งก๋ง ทั้งพ่อแก แล้วก้อ...ผัวยายกั้ง”
กุนตีกับกันตาพูดพร้อมกันอย่างแปลกใจ
“อะไรนะแม่”
“แม่เนี่ยนะอยากเจอคุณพิศุทธิ์”
“ใช่ ฉันจะได้พูดเรื่องธุระ ที่แกอยากรู้ไงยายกุ้ง” พวงหยกหัวเราะมีความสุข “วันนี้ฉันมีความสุขจริงๆ มีแต่เรื่องดีๆ”
พวงหยกหัวเราะอย่างมีความสุข เดินลัลลาขึ้นห้องตัวเองไป กันตากับกุนตี มองพวงหยกแล้วมองหน้ากันว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ

วันใหม่...พวงหยกหน้าระรื่น ต้อนรับทุกคนอย่างมีความสุขออกหน้าออกตา
“เชิญๆเลยค่ะทุกคน ยายก้อยกับคุณศิวารออยู่ข้างในแล้ว” พวงหยกกอดเจ้าสัวบัญชา “อั๊วดีใจจริงๆที่เตี่ยมาด้วย ...รู้ไหมว่างานนี้...เตี่ยเป็นคนสำคัญที่สุด”
“นี่มันกินข้าวเพื่อเปิดตัวแฟนยายก้อยไม่ใช่เหรอ คนที่สำคัญก็ต้องเป็นยายก้อยกับแฟน ไม่ใช่อั๊ว”
เจ้าสัวทำหน้ารำคาญ พวงหยกหัวเราะอย่างมีเลศนัย
“พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง...เชิญเข้าข้างในดีกว่า”
ทุกคนมองพวงหยกอย่างสงสัยว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่ พวงหยกมองไปทางพิศุทธิ์
“สวัสดีจ้าคุณลูกเขย...ทานข้าวให้อร่อยนะ มื้อนี้...ฉันลงมือทำเพื่อคุณเลย” พวงหยกหันไปเห็นทุกคนยื่นมองตัวเองอยู่ “เอ้า ยืนอยู่ทำไมล่ะ เข้าบ้านสิคะ”
พวงหยกเดินนำทุกคนเข้าบ้าน ทุกคนมองหน้ากันสงสัยว่าพวงหยกมีความสุขอะไรนักหนา กฤชพูดกับกุนตี
“แม่เขาเป็นอะไร พ่อว่าเขาดูแปลกๆนะ”

“กุ้งก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าแม่เขามีอะไร” กุนตีสงสัย

พวงหยกดึงแขนกะรัตมาคุยกันสองคนที่มุมหนึ่งของบ้าน
“แม่จะดึงกั้งมาทำไม”
“ฉันก็มีเรื่องอยากจะถามแกไง แกมั่นใจในตัวผัวแกแค่ไหน”
“นี่แม่กำลังพูดอะไรค่ะ” กะรัตมองพวงหยกงงๆ

“ก็เรื่องที่ผัวแกเคยประกาศปาวๆ ว่าไม่เอ๊า...ไม่เอาเงินแกสักบาทน่ะสิ”
“นี่กั้งแต่งงานเองนะแม่ แม่ยังไม่เลิกคิดเรื่องพวกนั้นอีกเหรอ...กั้งจะบอกให้นะแม่ ไม่ว่าแม่จะถามกั้งอีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง กั้งก็จะบอกว่ากั้งมั่นใจว่าคุณพิศุทธิ์รักที่ตัวกั้ง ไม่ใช่เงิน”
“ดี ในเมื่อแกมั่นใจในตัวผัวแก งั้นแกก็รับปากอะไรฉันหน่อยได้ไหมล่ะ”
“ว่ามาเลยแม่”
“ถ้าฉันพิสูจน์ได้ว่าผัวแกหลอกแต่งงานกับแกเพื่อเงิน แกต้องเลิกกันโดยเด็ดขาด”
“ต้องให้กรีดเลือดสัญญาด้วยไหม” กะรัตประชด
“ไม่ต้อง แค่จำคำพูดแกไว้ก็พอ”
พวงหยกเดินหัวเราะอย่างมีความสุขไปทางโต๊ะอาหาร กะรัตมองอย่างสงสัย

พวงหยกยืนข้างๆศิวาด้วยความปลาบปลื้ม ศิวาไหว้เจ้าสัวบัญชา
“อืม ไหว้พระ หน้าตาเหมือนคุณศรัทธานะเนี่ย”
ศิวายิ้มแล้วหยิบกล่องของขวัญให้เจ้าสัว
“คุณพ่อฝากโสมพันปีมาให้เจ้าสัวด้วยครับ”
“ขอบใจมาก วันหลังไม่ต้องลำบากก็ได้นะ”
“ไม่ลำบากเลยครับ” ศิวาหันไปหยิบขวดไวน์ให้กฤช “ผมมีไวน์มาฝากคุณลุงด้วย เห็นคุณก้อยบอกว่าคุณลุงชอบดื่มไวน์”
“ขอบใจนะ” กฤชรับไวน์
“ให้ของทุกคนแล้ว ก็อย่าลืมให้คนเจ้ากี้เจ้าการงานวันนี้ด้วยล่ะ” เจ้าสัวพูดเหน็บพวงหยก
“อั๊วได้แล้วล่ะเตี่ย” พวงหยกหยิบบัตรคล้ายเครดิตการ์ดขึ้นมาโชว์ “บัตร V.I.P บินชั้นเฟิร์สคลาสฟรีตลอดชีพจ้า” พวงหยกมองไปทางพิศุทธิ์ “ดูสิ ขนาดคนที่เขายังไม่ได้ดองกับเรา ยังให้เราขนาดนี้ ต่างจากคนที่ มันมาดองแล้ว ไม่เคยให้อะไรเราเลย”
พิศุทธิ์ชะงัก กะรัตรีบพูด
“นี่ยายก้อยนัดมากินข้าวนะคะแม่ ไม่ได้มากินคน”
“กั้ง” พิศุทธิ์ปรามกะรัต
กะรัตมองพิศุทธิ์แล้วพยายามเก็บอาการ เจ้าสัวรีบเปลี่ยนเรื่อง
“อั๊วหิวแล้ว เอาอาหารที่ลื้อคุยนักคุยหนาว่าทำเองกับมือ ออกมาเสิร์ฟได้แล้ว”
“จัดให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะเตี่ย”
พวงหยกเหลือบมองพิศุทธิ์กับกะรัตแล้วยิ้มเยาะ ลุกขึ้นตะโกนพูดกับเด็กรับใช้ที่รออยู่ในครัว
“เอาอาหารพิเศษมาเสิร์ฟทุกคนได้แล้ว”
เด็กรับใช้ถือถาดอาหารที่มีฝาอลูมิเนียมครอบมาวางตรงหน้าทุกคน คนละถาด ทุกคนมองถาดที่มีฝาปิดอย่างสงสัยว่าอาหารในนั้นเป็นอะไร
“ทำไมต้องเอาฝาปิดด้วย ทำให้มันดูลึกลับยุ่งยาก” เจ้าสัวบ่น
“อั๊วได้เชื้อเตี่ยมาเยอะไง จะทำอะไรเปิดเผยไม่ได้ ต้องมีลับลมคมใน”
เจ้าสัวมองพวงหยกอย่างรู้ทันว่ากำลังพูดเหน็บ
“อาหารจานนี้มีชื่อว่า...ไม่มีความลับในโลก”
บัญชา กะรัต กันตา กุนตีและกฤชได้ยินชื่อเมนูแล้วรู้สึกว่าพวงหยกต้องมีอะไร แน่ๆ ศิวามองถาดแล้วหันไปพูดยิ้มๆกับกันตา โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่
“แหม...ไม่รู้คุณแม่คุณทำอะไรต้อนรับผม ตื่นเต้นจังเลยนะครับ”
กันตามองศิวาแต่ยิ้มไม่ออกเพราะสังหรณ์ว่าแม่ต้องมีอะไรแน่ๆ พวงหยกพูดเสียงระรื่นมีความสุขกับศิวา
“ถ้าอยากรู้ว่าฉันเตรียมอะไรไว้ ก็เปิดฝากันเลยสิคะ”
พวงหยกส่งสายตาให้ทุกคนรีบเปิดแล้วมองไปทางพิศุทธิ์แล้วยิ้มอย่างมีความสุขที่สุด ทุกคนจับฝาครอบอลูมิเนียม
“เอ้า จะนิ่งกันอยู่ทำไม รีบเปิดฝาสิคะ”
ทุกคนมองหน้ากันแล้วตัดสินใจเปิดฝาพร้อมกัน เมื่อเปิดฝาถึงกับตะลึง เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่บนถาด คือ เอกสารแสดงหลักฐาน การโอนเงินจากบัญชีของเจ้าสัวบัญชาไปสู่บัญชีของท่านชายอ๊อด พิศุทธิ์มองเอกสารอย่างช็อคแทบพูดไม่ออก หันมาหาเจ้าสัว
“นี่มันอะไรกันครับท่านเจ้าสัว”
เจ้าสัวไม่รู้จะอธิบายจากตรงไหน
“เอ่อ...คือ...”
พวงหยกรีบพูดแทรก
“ก็หลักฐานแสดงการโอนเงินจากบัญชีเตี่ยฉัน ไปให้พ่อคุณไงคะ ตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับคุณจนถึงตอนนี้ เป็นเงิน ทั้งหมดเกือบ 50 ล้าน ฉันคิดอยู่แล้วว่าทำไมท่านอ๊อดกับหม่อมมลุลี ถึงได้เปลี่ยนอาการที่มีต่อยายกั้ง จากหน้ามือเป็นหลังเท้า ที่แท้ก็เพราะ ได้เงินค่าตัวคุณไปนี่เอง”
เจ้าสัวตบโต๊ะด้วยความโกรธ
“พอได้แล้วอาหยก ถ้าลื้อไม่รู้ความจริง ก็ปิดรูบนหน้าลื้อไป” เจ้าสัวหันไปพูดกับพิสุทธิ์ “เราออกไปคุยข้างนอกเถอะ”
กะรัตจะเดินตาม เจ้าสัวหันมาบอก
“แค่ก๋งกับคุณพิศุทธิ์”
กะรัตชะงักเท้า ทั้งที่ใจอยากจะตามไปเคียงข้างพิศุทธิ์เหลือเกิน บัญชาเดินนำพิศุทธิ์ไปอีกห้องโถง พวงหยกพยายามแย้ง
“เดี๋ยวก่อน จะพูดอะไรก็พูดกันตรงนี้ไปเลยสิเตี่ย” พวงหยกจะเดินตาม
กุนตีกับกันตาจับแขนไว้ พวงหยกโวยวาย

เจ้าสัวบัญชาเดินนำมาในห้องโถง พิศุทธิ์เดินตามมาด้วยท่าทางร้อนใจรีบเปิดฉากก่อน
“ตกลงมันเรื่องจริงใช่ไหมครับ”
“ใช่ อั๊วเอาเงินให้พ่อคุณจริง แต่เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับคุณพิศุทธิ์ มันเป็นเรื่องของบุญคุณ คุณพิศุทธิ์ ก็รู้ว่าท่านปู่ของคุณมีบุญคุณกับ ธุรกิจของอั๊ว วันนี้พ่อคุณพิศุทธิ์ เดือดร้อน จะให้อั๊วดูดายก็คงไม่ได้ ไม่ว่าคนไทยหรือคนจีน การทดแทนบุญคุณเป็นเรื่องสำคัญ”
พิศุทธิ์นิ่งอึ้งแทบล้มทั้งยืน ศักดิ์ศรีที่เขาสร้างมา พังทลายเพราะความโลภมากของพ่อ
“คุณพิศุทธิ์...”
พิศุทธิ์รีบพูดแทรกเหมือนเขื่อนแตก
“ขอบคุณนะครับที่ท่านพยายามพูดให้ผมรู้สึกดี แต่ผมเชื่อว่าถ้าผมไม่มาเกี่ยวข้องกับครอบครัวของท่าน พ่อก็คงไม่มีเหตุมายุ่งกับท่าน”
“คุณพิศุทธิ์...”
“ผมรู้จักพ่อผมดีว่าเขาเห็นผมเป็นเพียงแค่...” พิศุทธิ์จะพูดว่าสินค้าแต่พูดไม่ออก

พวงหยกพุ่งทะยานมาจากห้องทานข้าวมาอาละวาดใส่พิศุทธิ์ต่อ กะรัต กุนตีและกันตา กฤช ศิวาเดินตามมา
“เห็นธาตุแท้ผัวแกรึยังยายกั้ง ตัวแม่มาสูบเงินไปจากผัวอั๊วยังไม่พอ ตัวพ่อยังเอาลูกมาขาย หลอกเอาเงินจากก๋งแกอีก อ๋อ...นี่อย่าบอกว่านะว่าคุณชายอ๊อดกับหม่อมมลุลี ไม่ยอมให้หลานชายแต่งงานกับยายกั้ง ยายกั้งเลย ขอให้เตี่ยจ่ายเงินซื้อผู้ชายคนนี้มา”
กะรัตกับเจ้าสัวบัญชาพูดพร้อมกันด้วยความไม่พอใจ
“แม่ / อาพวงหยก”
พิศุทธิ์ทนฟังต่อไปไม่ไหว ยิ่งฟังก็ยิ่งตอกย้ำว่าตัวเองไม่มีค่า
“ผมขอตัวนะครับ”

พิศุทธิ์เดินออกไปทันที

พิศุทธิ์รีบเดินออกจากบ้านไปที่รถ กะรัตวิ่งตามมาจับแขนไว้ กุนตี กฤช เจ้าสัวบัญชาเดินตามออกมา กันตาเดินออกมากับศิวาที่มองเหตุการณ์ อย่างสนใจ
“คุณจะไปไหนคะ” กะรัตถามอย่างใจเสีย
พวงหยกเดินออกมาจากในบ้านแหวกกลุ่มทุกคนเดินมาหากะรัต ศิวาเดินตามออกมายืนข้างกันตา
“ถ้าผัวแกอายจนไม่รู้จะไปไหน ก็ชวนกันไปที่อำเภอเล้ย จะได้จัดการหย่ากันซะ”
พวงหยกพูดเยาะเย้ยมีความสุข กะรัตหันขวับจ้องแม่ด้วยความโกรธ
“พอสักทีเถอะแม่”
“แกนั่นแหละพอ จำได้ไหม...เมื่อกี้แกรับปากฉัน ว่าถ้าผัวแกเอาเงิน ไปแกจะหย่า ทีนี้แกก็หย่าได้แล้ว”
พิศุทธิ์ชะงักแล้วมองหน้ากะรัตว่ารับปากอย่างที่พวงหยกพูดจริงเหรอ กะรัตรีบส่ายหน้าไม่ยอมรับว่าจะหย่า
“ไม่ค่ะ กั้งไม่เคยพูด”
“ทำไมจะไม่ได้พูด ก็เมื่อกี้...”
กฤชดึงแขนพวงหยกให้ห่างจากกะรัตและพิศุทธิ์
“เงียบสักทีพวงหยก คุณอย่าทำให้ผมหมดความอดทนไปมากกว่านี้นะ”
พวงหยกชะงัก กะรัตพูดกับพิศุทธิ์อย่างร้อนใจ
“คุณพิศุทธิ์...”
พิศุทธิ์รีบพูดแทรก
“ไม่ว่าเงินที่พ่อผมได้ไป จะเกิดจาก...” พิศุทธิ์จุกอกเจ็บปวดที่ต้องพูด “...ที่พ่อขายผม หรือเพราะ...” พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างเจ็บปวด “คุณซื้อผม ผมก็จะเอาเงินมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์”
พิศุทธิ์ดึงมือกะรัตออกจากแขนตัวเอง แล้วขึ้นรถไปสตาร์ท กะรัตพยายามเปิดประตูรถเพื่อ ไปกับเขา เธอทุบกระจกประตูรถ
“คุณพิศุทธิ์ฟังกั้งก่อน เปิดประตู”
พิศุทธิ์เหลียวมามองกะรัตแล้วตัดใจ หันหน้าไปมองทางแล้วขับรถออกไปทันที

กะรัตพยายามวิ่งตามพร้อมร้องเรียก
“คุณพิศุทธิ์”
กะรัตวิ่งตามอย่างลืมชีวิตจนสะดุดเท้าตัวเองล้มกลิ้งลงกับพื้น กันตากับกุนตีเห็นแล้วตกใจ รีบวิ่งไปพยุง กะรัตนั่งร้องไห้พร้อมร้องเรียกพิศุทธิ์อย่างน่าสงสาร เธอโกรธแม่มากรีบลุกขึ้นแล้วเดินมุ่งไปหาจ้องหน้า
“สะใจแม่ รึยัง”
กะรัตเดินเข้าบ้านไป กันตารีบเดินตามกะรัตไป
“แม่ทำร้ายน้องแบบนี้ กุ้งว่าแม่ใจร้ายเกินไปแล้ว”
กุนตีพูดจบ เดินตามกะรัตเข้าไปในบ้าน พวงหยกยังเชิดหน้าอยู่ว่าตัวเองทำถูก เจ้าสัวบัญชามองพวงหยกด้วยความโกรธที่สุด
“คนอื่นเขาทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสุขของลูก แต่ลื้อกลับทำทุกอย่างเพื่อทำลายความสุขของลูก ลื้อยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่า”
เจ้าสัวเดินเข้าบ้านตามไปปลอบกะรัต กฤชมองพวงหยกอย่างไม่พอใจ
“ผมรู้นะว่าที่คุณทำ ไม่ใช่แค่หวงสมบัติ แต่ต้องการแก้แค้นเนื้อแพร คุณใช้ลูกเป็นเครื่องมือแก้แค้นให้ตัวเอง คุณเป็นแม่ที่เห็นแก่ตัวที่สุด ผมไม่แปลกใจหรอกถ้าชีวิตคุณต้องอยู่คนเดียว”
กฤชเดินเข้าบ้านตามกะรัตไป พวงหยกทั้งโกรธ ทั้งเครียด
“อ๊าย ทุกคนมาด่าฉันทำไม ต้องไปด่า ไอ้พวกปลิงพวกนั้นสิ ฉันไม่ผิด ได้ยินไหมว่าฉันไม่ผิด”
พวงหยกโวยวายจนแทบจะเป็นลม ศิวาเข้ามาพยุงไว้

หน้าวังวิวัฒน์วงศ์ยามเย็น หม่อมมลุลีสั่งเด็กรับใช้จัดข้าวจัดของบนโต๊ะอาหาร อย่างมีความสุข
“เห็นไหมล่ะ ผิดปากฉันซะที่ไหน ในที่สุด ชายอ๊อดก็กู้หน้าวงศ์ตระกูลของฉัน งานดินเนอร์กับท่านรัฐมนตรีเย็นนี้ ชายอ๊อดจะต้องได้โครงการประมูลพันล้านแน่นอน”
ท่านชายอ๊อดใส่สูทลงมาอย่างหล่อ
“อาหารเรียบร้อยไหมครับคุณแม่ ท่านรัฐมนตรีน่าจะใกล้ถึงแล้ว”
“เรียบร้อยทุกอย่างแล้วจ้ะ ว่าแต่ชายเถอะ งานนี้ อย่าให้พลาดน่ะ”
“รับรองครับหม่อมแม่ว่าไม่มีพลาด”
ทันใดนั้นเสียงพิศุทธิ์ดังขึ้น
“เพราะเรื่องเอาเงินคนอื่นเข้ากระเป๋า ท่านพ่อถนัดอยู่แล้วนี่ครับ”
ท่านชายอ๊อดหันไปมองหน้าลูกชาย พิศุทธิ์มองหน้าพ่ออย่างเอาเรื่อง

พวงหยกดมยาดม เดินตามเข้ามาหากฤช โดยมีศิวาคอยพยุงอยู่ข้าง
“คุณกฤช ฉันผิดตรงไหนที่เลือกจะบอกความจริง และเปิดโปงพวกปลิงที่มันจะมาสูบเงิน จากลูกสาวฉัน ฉันต้องการปกป้องเขา แล้วฉันผิดตรงไหน หา”
ศิวายืนทำตัวไม่ถูก กันตาได้แต่มองหน้าศิวาที่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้
“อย่าอ้างว่าคุณปกป้องลูก ถ้าคุณไม่รู้ว่าความสุขของลูกคืออะไร นั่นไง” กฤชชี้ไปที่กะรัตที่กดมือถืออย่างบ้าคลั่ง “สิ่งที่คุณอ้างว่าคุณทำเพื่อปกป้องลูก คุณมองดูสิ มองดู”
กะรัตยังคงร้องไห้และพยายามกดโทรศัพท์มือถืออยู่มุมหนึ่งของห้อง กุนตีเดินเข้าไปหา
“พี่กุ้ง ทำไมคุณพิศุทธิ์ไม่รับสายกั้ง พี่กุ้งช่วยกั้งด้วย กั้งทำไงดี” กะรัตมือไม้สั่นน้ำตาคลอ
พวงหยกโวยวาย
“นังกั้ง นี่แกยังจะโชว์โง่อยู่ได้ ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง ห๊า...โดนผัวผู้ดีมันสูบเลือดสูบเนื้อ ไปตั้ง 50 ล้าน ไม่หนำใจรึไง ยังจะโทรตามมันอยู่ได้หรือจะประเคนให้มันอีก100 ล้าน โอนไปเลยดีม๊ะผัวปลิงของแกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาวนรถกลับมาเอา”
“แม่” กุนตีปราม
กะรัตหันมาเผชิญหน้าแม่
“ถ้ากั้งต้องใช้เงินร้อยล้านแลกกับการได้เขาคืนมา กั้งก็จะแลก ต่อให้ต้องหาเพิ่มอีกเป็นร้อย เป็นพันล้านเพื่อคนที่กั้งรักที่สุดกั้งก็จะทำ” กะรัตกลืนน้ำตาอย่างสุดทน “...พอใจรึยังค่ะแม่”
พวงหยกมองเข้าไปในแววตาลูก แว๊บนึงเริ่มสงสาร แต่ก็ยังเชิดหน้า คิดว่าตัวเองไม่ผิด

กะรัตออกจากบ้านไป กุนตีมองหน้าพวงหยกอย่างตำหนิแล้วรีบวิ่งตามกะรัตไป เจ้าสัวบัญชาร้องเรียกหลานอย่างเป็นห่วง
“อากั้ง…อาพวงหยก ทำไมลื้อถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ฮ๊ะ อั๊วไม่เข้าใจจริงๆ”
“ถ้าอั๊วจะผิดก็มีแค่สิ่งเดียว คือ การที่อั๊วปล่อยให้พวกมันเข้ามาสูบเลือดสูบเนื้อพวกเรา” พวงหยกโต้
“ถ้าอั๊วต้องถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนตาย เพื่อแลกกับความสุขของลูกหลานเพียงวินาทีเดียว อั๊วก็ยอม”
“เตี่ย”
“และสิ่งเดียวที่ทำให้อั๊วรู้สึกผิดมากที่สุด นั่นคือ การมีลูกอย่าง…ลื้อ”
เจ้าสัวลุกเดินออกไป กฤชเดินตามออกไปด้วย พวงหยกทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ
“เตี่ย ทำไมลื้อพูดกับอั๊วอย่างนี้ เตี่ย”
พวงหยกกรีดร้องจนเป็นลม กันตา กับคนใช้วิ่งเข้ามาประคอง กุนตีวิ่งกลับมาพอดี ตกใจที่เห็นแม่เป็นแบบนั้น

เนื้อแพรคุยมือถืออยู่หน้าสปา ตกใจกับสิ่งที่กฤชเล่าพูดด้วยเสียงเข้มโกรธมาก
“อะไรนะคะ นี่ท่านชายอ๊อด กล้าทำขนาดนี้”
“ผมสงสารลูก พวกแกไม่ได้ผิดอะไร”
“คะ แพรเองที่ผิด ผิดที่เลือกพ่อเลวๆให้ชาย”
“แพร...”
เนื้อแพรนึกสงสารลูกแทบขาดใจ

“แพรจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นมาทำให้ชายด้อยค่า เรื่องหนี้สินที่เกิดขึ้นชายไม่เกี่ยว ใครทำอะไรไว้ ก็ต้องรับผิดชอบ”

ท่านชายอ๊อดตกใจที่พิศุทธิ์รู้เรื่อง แต่พยายามเถียง
“แกพูดเรื่องอะไร ใคร...ฉันเคยเอาเงินใครเข้ากระเป๋า”
พิศุทธิ์เดินเข้าหา
“ผมรู้เรื่องที่พ่อเอาผมไปขายเพื่อรีดไถเงินมาจากเจ้าสัวบัญชาแล้ว”
ท่านชายอ๊อดอึ้ง หม่อมมลุลีเข้ามาขวางหน้า
“พ่อเราเขาทำไปเพื่อจะช่วยตระกูลของเรานะพิศุทธิ์”
“ด้วยการขายศักดิ์ศรีของผมแลกเงิน แล้วคุยโวโอ้อวดว่าวิวัฒน์วงศ์ไม่ได้เหลือแต่เปลือกอย่างที่คนอื่นเขาเข้าใจนะเหรอครับ”
หม่อมมลุลีโกรธมาก
“อย่าดูหมิ่นวงศ์ตระกูล ถ้าชายไม่เคารพ ชายก็...”
พิศุทธิ์สวนขึ้นอย่างท้าทาย
“ครับ ผมไม่เคยเคารพความจอมปลอมที่ท่านย่ากับท่านพ่อพยายามสร้างไว้ตบตาคนอื่น เพื่อกลบว่าวิวัฒน์วงศ์ตอนนี้เหม็นเน่าแค่ไหน ผมขอยืนยันอีกครั้ง ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านพ่อเอาไปจากเจ้าสัวบัญชา ต้องคืนให้หมด”
ท่านชายอ๊อดวางท่า
“ฉันไม่ได้เอาเงินใครมาฟรีๆ ฉันกำลังร่วมลงทุนกับเจ้าสัวบัญชาก็เท่านั้น”
“ถึงขนาดนี้แล้ว ท่านพ่อจะยังจะ...”
ทันใดนั้น คนใช้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“คุณท่านค่ะ มีแขกมาค่ะ”
ท่านชายอ๊อดยิ่งวางท่าใหญ่โต
“เอ๊า กลับไปได้แล้ว วันนี้ฉันมีแขกพิเศษ ไว้ฉันจะอธิบายให้แกฟังนะ”
ท่านชายอ๊อดตบไหล่พิศุทธิ์ แล้วเดินออกไปอย่างไม่สนใจ

ท่านชายอ๊อดเดินออกมา เห็นรถขนของขนาดใหญ่ก็แปลกใจ
“อ้าว แล้วนี่ รถใคร เฮ้ย ปล่อยให้เข้ามากันได้ยังไงเนี่ย”
เนื้อแพรเดินนำผู้ชาย 3 คนเข้ามา
“ขนให้หมด” เนื้อแพรสั่งการ
ผู้ชายแยกย้ายกันเข้าไปบ้านหยิบของที่จะยกได้ หม่อมมลุลีเดินตามเข้ามาพร้อมท่านชายอ็อด เห็นผู้ชาย 3 คนยกของในบ้านตัวเองรีบวิ่งไปขวางพร้อมโวยวาย
“วางของของฉันเดี๋ยวนี้นะ” หม่อมมลุลีหันไปทางเนื้อแพร “หล่อนมีสิทธิ์อะไรมาขนของในวังของฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ออกไป”
“เนื้อแพร นี่ทำบ้าอะไรกันเนี่ย” ท่านชายอ๊อดโวย
“ไม่ได้ทำบ้าอะไรค่ะ แค่จะขนเอาสมบัติในวังนี้ไปขาย”
หม่อมมลุลี ท่านชายอ๊อดอึ้งงง
“ขาย”
เนื้อแพรหันไปสั่งผู้ชาย 3คน
“ขนของต่อไป ไม่ต้องฟังใครทั้งนั้น”
ท่านชายอ๊อดสั่งเสียงเข้ม
“หยุด...นี่มันบ้านฉันนะ ทำอะไรให้เกียรติฉันหน่อย”
เนื้อแพรมองท่านชายอ๊อดและหม่อมมลุลี ด้วยสายตาสมเพช
“แต่ฉันว่าพวกท่านคงไม่มีเกียรติอะไรเหลืออยู่แล้วมั้งคะ เพราะถ้ามี...คงไม่เอาเรื่องการแต่งงาน ของลูกไปขอทานเงินคนอื่นหรอก”
หม่อมมลุลีและท่านชายอ๊อดชะงัก
“เธออย่ามาพูดอะไรพล่อยๆนะเนื้อแพร” ท่านชายอ๊อดไม่ยอมรับง่ายๆ
“ถ้าสิ่งที่ฉันพูด เป็นเรื่องพล่อยๆก็คงดี เพราะถ้ามันเป็นเรื่องจริง...มันก็ช่างน่าอดสูที่พวกคนที่ถือตนข่มท่านทำตัวสิ้นคิด ไงคะท่าน...บริษัทของท่านมันใกล้หายนะแล้วรึไง ถึงต้องเอาลูกชายไปขาย”
ท่านชายอ๊อดพูดเสียงดังเข้าข่มทั้งๆที่ในใจกลัวเนื้อแพร
“จะมากไปแล้วนะเนื้อแพร”
เนื้อแพรพูดเสียงดังข่มใส่
“น้อยไปต่างหาก”
ท่านชายอ๊อดหน้าเจื่อนลง
“ลูกชายฉันไม่เคยมาพึ่งใบบุญของท่าน ไม่มีแม้แต่ข้าวแดงแกงร้อนสักเม็ดมาจุนเจือเขา เพราะฉะนั้น...อย่าบังอาจเอาเท้าของท่านมาเหยียบย่ำลูกของฉัน”
“ฉันไม่ได้ขายพิศุทธิ์ ที่ฉันทำเพราะมันเป็นสิ่งที่ ฉันควรทำ ฉันเสียลูกชายดีๆให้กับผู้หญิง 3 ผัวอย่างกะรัต ฉันก็ควรได้ ประโยชน์อะไร กลับคืนมาบ้าง เจ้าสัวรวยจะตาย แบ่งมาให้ทางนี้ ใช้บ้างเขายังไม่ เดือดร้อน แล้วเธอจะไปเดือดร้อนแทนเขาทำไม”
เนื้อแพรมองอดีตสามีอย่างอดสู
“ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลอันสูงส่ง จะไม่นำพาให้คนมีจิตใจที่สูงไปด้วย ดี...ไหนๆเราก็ต่ำด้วยกัน ท่านต้องหาเงินไป คืนเจ้าสัวให้ครบทุกบาท ทุกสตางค์ อย่าทำให้พิศุทธิ์เดือดร้อนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
หม่อมมลุลีไม่พอใจ
“แกคิดว่าคนอย่างแกเป็นใคร ถึงจะมาขู่ฉันได้”
เนื้อแพรจ้องหน้าหม่อมมลุลีอย่างเอาเรื่อง
“ก็เป็นคนชั้นต่ำ” เนื้อแพรเดินเข้าหาเหมือนจะเข้าไปทำร้าย “ที่ชอบใช้วิธีชั้นต่ำแก้ปัญหา ถ้าท่านอยากรู้ว่าเป็นวิธีอะไร ก็ลองดู”

เนื้อแพรจ้องหน้าหม่อมมลุลีแล้วหันขวับไปมองอดีตสามี ท่านชายอ๊อดสะดุ้งเฮือก เนื้อแพรพาพิศุทธิ์ผ่านหม่อมมลุลีออกไปด้วยมาดนางพญา หม่อมมลุลียืนคิดว่าเนื้อแพร คิดจะทำอะไรอย่างกระวนกระวายใจ

สามีตีตรา ตอนที่ 7 (ต่อ)

กันตาเดินมาส่งศิวาหน้าบ้าน

“ฉันขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องวุ่นๆ ของครอบครัวฉัน”
ศิวาพยายามพูดให้สบายใจ
“คุณคิดว่าครอบครัวผมดีกว่านี้เหรอ มีงิ้วกลางโต๊ะอาหารแบบนี้ บ้านผมก็มีไม่แพ้บ้านคุณ ตั้งแต่แม่ผม เสียไป ก็มีอีหนูของพ่อพยายามจะชิงดีชิงเด่นอยากเป็นฮ่องเฮาของบ้าน สงสารก็แต่พี่เขยคุณ ถูกฉีกหน้ากลางวงแบบนี้...คงตั้งหลักยาก”
“คุณเห็นแบบนี้ เปลี่ยนใจก็ได้นะ”
ศิวาจับมือของเธอมาแนบอก
“สายไปแล้วล่ะครับ เส้นทางความรักของผม มันมีแต่ตรงไป ไม่มีจุดให้ยูเทิร์น”
“ตรงกันข้ามกับเส้นทางของฉันนะคะ มีจุดให้ยูเทิร์นตลอด ถ้ารู้ว่าการไปข้างหน้า ไม่ได้มีแค่รถของฉันคันเดียว”
“งั้นคุณยิ่งไม่ต้องห่วง เพราะเส้นทางความรักของผม มีเลนเดียวให้รถวิ่งได้แค่คันเดียว และรถคันนั้นต้องเป็นคุณ”
ศิวายกมือเธอขึ้นมาให้สัญญา กันตามองยิ้มๆ

สนามหน้าบ้านเนื้อแพรยามค่ำ...พิศุทธิ์เดินตามแม่เข้ามาในบ้านหยิบมือถือมองดูเห็น missed call กะรัตกว่า 100 สาย เขามองมันก่อนที่จะตัดสินใจปิดเครื่อง
“เรื่องที่เกิดขึ้น แม่ไม่อยากให้ชายโทษหนูกะรัต เขาไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ผมเองครับที่ผิด”
“ใครผิดชายก็รู้อยู่แก่ใจ ชายไม่ควรโทษตัวเองแบบนี้ แม่ว่าลูกควรกลับไปหากะรัต เขาคงเป็นห่วงลูกมาก”
“ผม...มองหน้าเขาตอนนี้ไม่ได้ครับแม่”
พิศุทธิ์หันกลับจะเข้าบ้านแต่คนที่ยืนอยู่เบื้องหลังพิศุทธิ์คือกะรัต เธอเดินมาจากทางหน้าบ้าน
“กั้งมาพาคุณกลับบ้าน”
เนื้อแพรรู้สึกพอใจที่เห็นกะรัตยืนอยู่ตรงนี้
“มีอะไรก็คุยกันให้เข้าใจ”
เนื้อแพรเดินหลบเข้าบ้านไปก่อน
“กลับบ้านเราเถอะนะคะ”
พิศุทธิ์เห็นแววตาของกะรัตที่รื้นด้วยน้ำตาใจเขาอ่อนยวบแต่ภาพที่มันตอกย้ำความรู้สึกของเขามันยังคงก้องอยู่ในหัว พิศุทธิ์นึกถึงภาพเอกสารแสดงหลักฐานการโอนเงินจากบัญชี ของเจ้าสัวบัญชาไปสู่บัญชีของท่านอ๊อดและคำพูดของพวงหยก
“ก็หลักฐานแสดงการโอนเงินจากบัญชีเตี่ยฉัน ไปให้พ่อ คุณไงคะ ตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับคุณจนถึงตอนนี้ เป็นเงินทั้งหมดเกือบ 50 ล้าน ฉันคิดอยู่แล้วว่าทำไมท่านอ๊อดกับหม่อมมลุลีถึงได้เปลี่ยนอาการที่มีต่อยัยกั้งจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ที่แท้ก็เพราะได้เงินค่าตัวคุณไปนี่เอง”
พิศุทธิ์กัดกรามแน่น ความรู้สึกเหมือนคนโง่ เป็นแค่สิ่งของที่ถูกซื้อขายยังคุกรุ่น
“คืนนี้ผมขอนอนบ้านแม่ คุณกลับไปก่อนเถอะ”
กะรัตพุ่งเข้าไปจับมือพิศุทธิ์
“คุณพิศุทธิ์ คุณคิดว่ากั้งรู้เรื่องเงินนั่นด้วยเหรอคะ กั้งบอกได้เลยว่ากั้งไม่รู้เรื่องจริงๆ จะให้กั้งไปสาบานที่ไหนก็ได้”
“พอเถอะกั้ง ไม่ต้องพูดแล้ว ผมขอร้อง คุณกลับไปก่อนเถอะนะ ผมขออยู่คนเดียว”
พิศุทธิ์แกะมือจะเดินหนี แต่กะรัตเข้ากอดทางด้านหลัง รั้งไว้
“กั้งให้คุณอยู่คนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ”
“กั้ง” พิศุทธิ์พูดเสียงเหนื่อยใจ
กะรัตค่อยๆเลื่อนมือที่โอบกอดเขาออก แล้วล้วงหยิบริบบิ้นที่เขาเคยใช้ขอเธอแต่งงานบนเวทีแฟชั่นโชว์ขึ้นมา กะรัตเอาริบบิ้นผูกข้อมือตัวเอง แล้วเอาปลายริบบิ้นอีกข้างไป ผูกที่ข้อมือของเขา พิศุทธิ์มองอย่างอึ้งๆ
“จะให้กั้งทิ้งคุณไว้คนเดียวได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อคุณขอให้กั้งเดินร่วมทางไปกับคุณ...และกั้งก็รับปากแล้ว เพราะฉะนั้น...กั้งจะไม่ยอมทิ้งคุณไปไหน”
พิศุทธิ์มองริบบิ้นแล้วนึกถึงคำพูดตัวเอง ยิ่งรู้สึกเจ็บกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“แต่ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือนกันยังไงคะ”
“ตอนนั้นผมเชื่อมั่นว่าความรักของผมจะไม่มีวันมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่”
“กั้งไม่แคร์” กะรัตรีบพูดแทรก
“แต่ผมแคร์ เพราะผมเป็นสามีของคุณ ผมมีหน้าที่ดูแลและปกป้องคุณ แต่นี่มันกลับตาลปัตร ผมกลายเป็นสามีที่มีค่าตัว รอความปราณีให้ครอบครัวภรรยาให้มาดูแล อุปถัมป์ ทุกอย่างมันตอกย้ำว่าผมเองก็ไม่ได้ ต่างไปจากสามีคนก่อนๆของคุณ...ผมว่าบางที...”
เสียงพิศุทธิ์ขาดหายไป พูดไม่ได้อีกเพราะความรู้สึกสะเทือนใจที่สุด กะรัตมองด้วยความอยากรู้ว่าเขาตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่
“บางทีอะไรคะ”
พิศุทธิ์มองกะรัต แล้วหันหลังให้ เป็นการพูดที่เจ็บปวดเกินกว่าจะกล้าสบตาเธอ
“บางทีคนอย่างผมคงไม่คู่ควรกับคนอย่างคุณ”
กะรัตพูดแทบไม่มีเสียงออกมาคอมันตีบตัน
“คุณพิศุทธิ์...คุณพิศุทธิ์...อย่าคิดแบบนี้” กะรัตสะอื้นจับมือเขาข้างที่ผูกริบบิ้นมาแนบแก้ม “คุณจำได้ไหมตอนที่กั้งบอกว่ากั้งไม่เหมาะกับคุณ คุณยังบอกว่าคุณไม่แคร์ คุณรู้ว่าแค่คุณรักกั้งก็พอ กั้งก็เหมือนกัน ไม่ว่าใคร จะคิดอะไรหรือจะว่าอะไรคุณ กั้งก็ไม่สนใจ กั้งรู้แค่ว่าคุณรักกั้ง กั้งรักคุณก็พอ”
พิศุทธิ์ยิ่งได้ยินกะรัตบอกรักเท่าไร ก็ยิ่งละอายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าแค่ รัก มันจะพอสำหรับเรา”
พิศุทธิ์ดึงมือออกจากมือกะรัต ริบบิ้นที่ผูกข้อมือไว้ร่วงหล่น พิศุทธิ์เดินเข้าบ้านไป กะรัตมองริบบิ้นที่ผูกข้อมือตัวเองไว้คนเดียวแล้วร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
เนื้อแพรมองความเจ็บปวดของพิศุทธิ์และกะรัต สงสารชะตากรรมของเด็กทั้งสอง ที่ต้องตกอยู่ในเกมที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้เล่น

สายน้ำผึ้งอยู่ที่คอนโดที่ศิวาให้ ดวงตาเปี่ยมสุขสำราญยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ”
ศิวาดื่มไวน์อย่างอารมณ์ดี
“ผมบอกว่าพี่เขยคุณก้อย เขาถูกซื้อตัวมาแต่งงานกับพี่สาวคุณก้อยน่าสงสารนะ...ถูกแม่ยายเอาหลักฐาน มาประจานกลางโต๊ะกินข้าว แบบนี้แปลว่าแม่คุณก้อยต้องการให้ เห็นว่าผมดีกว่าคุณพิศุทธิ์ตั้งเยอะ”
“แล้วพี่สาวของคุณหมอก้อยว่ายังไงบ้างล่ะคะ” สายน้ำผึ้งสะใจ
“ก็โวยวายใส่แม่เขาน่ะสิ ส่วนพี่เขยคุณก้อยก็เตลิดออกจากบ้านไปเลย พี่สาวคุณก้อยก็เครียดเพราะติดต่อหาสามีตัวเองไม่ได้ นี่ถ้าเป็นผมนะ รับรองว่าจะไม่มีทางเกิดเรื่อง แบบนี้แน่นอนเพราะผมมีเงินอาจจะ มากกว่าเขาด้วยซ้ำ”
สายน้ำผึ้งสะใจมองที่แขน ยังมีรอยเล็บที่กะรัตกดจิกไว้ เธอคิดอะไรบางอย่าง

นวลนั่งหลับอยู่ที่โซฟารอกะรัตกับพิศุทธิ์กลับบ้าน...นวลหลับแล้วเอียงตัวจะล้มลง นอนกับพื้น หัวโขกกับขากะรัตดังโป๊ก เธอสะดุ้งตื่นมามอง เห็นกะรัตนั่งกอดเข่าอยู่ที่พื้นข้างๆ ยังถือริบบิ้นอยู่ในมือ
“คุณกั้งกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ คุณพิศุทธิ์ไม่กลับมาพร้อมกันเหรอค่ะ” นวลตกใจ
กะรัตโผเข้ากอดนวลร้องไห้
“เขาไม่กลับมานวล เขาไม่กลับมาอีกแล้ว”
นวลเห็นกะรัตร้องไห้แล้วอึ้ง รู้เลยว่าเกิดเรื่องใหญ่แน่
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ”
กะรัตกำริบบิ้นแน่นแล้วร้องไห้
“เขาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันมีในชีวิต นวล...ชีวิตฉันไม่เหลืออะไรแล้ว”

นวลประคองกะรัตที่เปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนแล้วมาที่เตียง
“คนดีของนวลมานี่นะคะค่อยๆ”
นวลประคองลงนอน กะรัตนอนเหม่อ นวลเริ่มเป็นห่วงพึมพำ
“เฮ้อ อกหักมาตั้ง 3 แผล ไงแผลสี่ช้ำลึกขนาดนี้น๊า”
“นวล...”
“ค่ะ คุณกั้ง”
“นวลเคยถูกทิ้งไหม”
“เอาแค่เคยผ่านก่อนดีไหมค่ะคุณกั้ง อุ้ย คุณกั้งขา คุณพิศุทธิ์คงไม่คิดอย่างนั้นหรอกค่ะ”
“เขาบอกฉันว่า เขาไม่แคร์ว่าใคร จะคิดอะไร จะว่าอะไร เขารู้แต่ว่ารักฉันอยากอยู่กับฉัน”
“คุณกั้ง...”
“...ฉันเพิ่งรู้สึกว่า บ้านหลังนี้ มันใหญ่เหลือเกิน นวล...”

นวลกอดปลอบ

กุนตีคุยมือถือกับนวล กันตายืนอยู่ข้างๆ
“กั้งถึงบ้านแล้วใช่ไหม…แล้วคุณพิศุทธิ์ล่ะนวล...ไม่ได้มาด้วยเหรอ…ช่วยดูแลกั้งหน่อยนะ แล้วฝากบอกกั้งด้วยว่า เขาลืมมือถือไว้ที่นี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะแวะเอาไปให้”
กันตาถอนใจเป็นห่วงพี่สาว
“แม่นะแม่ จะรู้ไหมเนี่ยว่าตัวเองทำอะไรลงไป”
มือถือของกะรัตดังขึ้น กันตามองว่าใครโทรมาปรากฏว่าเป็น สายน้ำผึ้ง กันตามองมือถืออย่างแค้นๆ
“คนนี้ก็อีกคน จองล้างจองผลาญไม่จบสิ้นสักที”
กันตากดรับสายแต่ยังไม่พูดอะไร ตั้งใจรอฟังว่าสายน้ำผึ้งจะพูดว่าอะไร...สายน้ำผึ้งยืนริมระเบียงคุยมือถือด้วยความสุขสะใจ
“นอนรึยังจ้ะกั้ง…พอดีฉันไปเจอโปรโมชั่นผ่าตัดศัลยกรรมดีๆจะมาบอก...จะได้เอาเงินที่เธอไปซื้อผัวคนที่ 4 มาจัดแต่งเครื่องในที่ผ่านการใช้มา แล้วถึง 3 ครั้งให้มันดีขึ้น ผัวเธอจะได้รัก ได้หลงเหมือนที่เธอเพ้อเจ้อ ให้ฉันฟังไง”
กันตาคุยมือถือด้วยความรู้สึกทนไม่ไหว
“นอกจากโปรโมชั่นศัลยกรรมตกแต่งเครื่องในแล้วน่าจะมีโปรโมชั่นศัลยกรรมจิตใจคนด้วยเนอะ ก้อยจะยอมเอาเงินเดือนจ่ายให้พี่ผึ้งไปทำ...เผื่อจิตใจของพี่จะเลิกคิดแต่เรื่องแย่งสามีคนอื่นแล้วไปคิดเรื่องลูกบ้าง”
สายน้ำผึ้งฟังกันตาพูดเหน็บโดนจุดแล้วโกรธ แต่คุม อารมณ์ตัวเองไว้แล้วพูดโต้กลับ
“เธอไม่ต้องมาห่วงลูกฉันหรอก...ลูกฉันมีคนช่วยดูแลให้เขามีความสุขดี ห่วงตัวเองกับพี่สาวของเธอเถอะ ระวังจะมีชะตากรรมเดียวกัน ไอ้ประเภทคิดว่าเขาเป็นของเราแต่สุดท้ายเขากลับเป็นของคนอื่น”
กันตาเข้าใจว่าสายน้ำผึ้งว่าตัวเองจะไปแย่งของคนอื่น ไม่ได้คิดถึงศิวา จึงจะ พูดโต้กลับว่าไม่มีทาง กุนตีดึงมือถือจากมือกันตามากดปิดเครื่อง
“พอ ไม่ต้องคุยแล้ว ปิดเครื่องไปเลย ปัญหาที่มีก็ใหญ่พออยู่แล้ว อย่าให้ยายโรคจิตนี่มาป่วนอีก”
กันตามองกุนตีขัดใจ...สายน้ำผึ้งกำมือถือแน่นด้วยความแค้น
“นังเด็กเมื่อวานซืน แกเล่นผิดคนแล้ว”

ศิวาขับรถมาจอดหน้าบ้านสายน้ำผึ้ง เธอยื่นหน้าไปหอมขอบคุณเขา
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง และขอบคุณสำหรับเป็นผู้มีพระคุณ จัดการเปลี่ยนแอร์ใหม่ให้บ้านฉันทั้งหลัง”
ศิวามองสายน้ำผึ้งด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
“ก็คุณทำดี เจ้านายอย่างผมก็ต้องมีรางวัลให้”
“ฉันไปก่อนนะคะ” เธอแกล้งทำกระเป๋าตกที่พื้นหน้ารถ “อุ้ย”
สายน้ำผึ้งทำทีก้มเก็บของที่หล่นเหลือบมอง ศิวาหันหน้าไปมองทางอื่น สายน้ำผึ้งจึงหยิบลิปสติก ออกจากกระเป๋าแล้วสอดไว้ตรงปุ่มกดเลื่อนที่นั่งข้างเบาะแล้วแกล้งทำเป็นหยิบของใต้เบาะไม่ถึงจึงกดปุ่มเลื่อนเบาะให้ไกลพอที่เวลากันตาขึ้นมานั่ง จะต้องเลื่อนเบาะให้พอดีตัว และจะเจอลิปสติกที่สอดแอบอยู่ตรงปุ่มเลื่อนข้างเบาะ ศิวาเห็นสายน้ำผึ้งก้มทำท่าเหมือนหาของ
“หาของเจอไหมครับ เดี๋ยวผมช่วย ผมไม่อยากให้มีของอะไรตกในรถ”
สายน้ำผึ้งเงยหน้าขึ้นมายิ้ม
“เก็บครบแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมอแสนสวยของคุณ ไม่มีทางแม้แต่ได้กลิ่นฉันแน่นอน”
สายน้ำผึ้งลงจากรถ ศิวาขับรถออกไป เธอมองตามรถแล้วยิ้มสะใจ รสสุคนธ์ยืนมองอยู่

เช้าวันใหม่...กันตาและกุนตี เดินลงบันไดจะไปทำงาน พบพวงหยกเดินจากห้องอาหารเข้ามาหา
“เมื่อคืนฉันรู้สึกว่าได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ไม่เสียแรงที่ฉันโดนก๋งพวกแกด่า ตอนนี้มันแยกบ้านกันอยู่แล้ว อีกไม่กี่วันมันต้องหย่า”
“กุ้งคิดว่าแม่จะคิดอะไรได้แล้วซะอีก” กุนตีไม่พอใจ
กันตาเหนื่อยใจ
“อยากให้ใครสักคนมาพูดให้แม่เข้าใจจริงๆเชียว”
เนื้อแพรเดินเข้ามาในบ้าน ทั้งสามคนมองไปที่เนื้อแพรเป็นตาเดียวกัน
“นังเนื้อแพร”
พวงหยกลุกขึ้นพรวดแล้วพุ่งทะยานไปหา กันตากับกุนตีคว้าแขนไว้
“ปล่อยฉัน” พวงหยกชี้หน้าด่า “นังเนื้อแพร นังหน้าด้าน ลูกแกโดนเปิดโปงขนาดนั้น แกยังกล้าบุกมาถึงที่นี้อีกเหรอ ห๊ะ”
“เพราะเรื่องนั้นแหละค่ะ ฉันถึงต้องมา...ที่คุณชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีเอาเงินเจ้าสัวไป ไม่เกี่ยวอะไรกับพิศุทธิ์เลย”
พวงหยกหัวเราะเยาะ
“นอกจากเล่นบทหญิงหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านแล้วยังจะมาเล่นบทแม่ผู้ปกป้องลูกด้วย” พวงหยกหันไปทางกันตากับกุนตี “ยายก้อย...ยายกุ้ง ใช้ใครก็ได้ไปซื้อรางวัลออสการ์ แถวสำเพ็งมาให้ นังดาราเจ้าบทบาทหน่อยสิ”
เนื้อแพรยังควบคุมอารมณ์ตัวเองให้นิ่ง
“ฉันไม่ได้มาเล่นละคร แต่ฉันมาในฐานะหัวอกคนเป็นแม่ ถามว่าฉันอยากดองกับคุณไหม บอกได้เลยว่าไม่เคยนึกอยาก”
พวงหยกของเริ่มขึ้น
“แล้วแกคิดว่าฉันอยากนักเหรอ”
“ฉันรู้ว่าคุณแค้นฉัน มีอะไรคุณก็มาทำ กับฉัน อย่าไปลงที่ลูก คุณเป็นแม่ ทำแบบนี้ก็น่าจะ รู้ดีว่ามันอันตรายกับชีวิตครอบครัวพวกเขามากแค่ใหน คุณทนเห็นพวกเขาเจ็บปวดได้เหรอ”
พวงหยกชะงัก เพราะเนื้อแพรพูดจี้ใจ แต่เธอแข็งเกินกว่าจะเผยความอ่อนโยน
“เจ็บสิดี จะได้จำ หมดเรื่องแล้วใช่ไหม” พวงหยกหันไปตะโกนเรียกเด็กรับใช้ “ใครเอาน้ำมาล้าง เสนียดจัญไรแถวนี้หน่อยสิ เร็ว”
เนื้อแพรจ้องหน้า
“วิธีแก้แค้นฉันของคุณ มันกำลังฆ่าลูกตัวคุณเองด้วยรู้มั้ยฉันรู้...ว่าคุณไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คุณแสดงออกหรอก ฉันขอร้องล่ะนะ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป”
เนื้อแพรเดินออกไป พวงหยกตะโกนไล่หลัง
“เอาเวลาสอนคนอื่นเถอะ นังเนื้อแพร นังผีบ้า”
พวงหยกโวยวายจนจะเป็นลม กันตากับกุนตีรีบเข้าไปพยุงไว้

รสสุคนธ์เตรียมอาหารเช้า สายน้ำผึ้งเดินลงบันไดไปดูลูกที่นอนหลับอยู่ในเปลใหม่ที่แพงขึ้นกว่าเดิม
“น้องพีทหลับปุ๋ยเลย ท่าทางจะชอบเปลใหม่ ก็อย่างว่า...ราคาตั้งแพงต้องนอนสบายกว่าของราคาไม่กี่ร้อยอยู่แล้ว...ใช่ไหมลูก”
สายน้ำผึ้งเดินมานั่งที่โต๊ะแล้วกินอาหารเช้า รสสุคนธ์หันมามองหลานอย่างเก็บความสงสัยไม่อยู่
“ผู้ชายคนเมื่อคืน เขาเป็นคนที่พักนี้ผึ้งหายไปด้วยใช่ไหม”
สายน้ำผึ้งชะงัก วางช้อน
“ผึ้งอิ่มแล้ว ผึ้งไปทำงานก่อนนะ”
สายน้ำผึ้งลุกขึ้นจะเดินไป รสสุคนธ์ยืนดักหน้าอย่างต้องการคำตอบ
“แล้วเขาเป็นคนให้เงินผึ้งมาซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่ ซื้อของโน้นนี่เข้าบ้านใช่ไหม”
“ใช่ ก็แค่เศษเงินของเขา น้าเห็นรถเขาแล้ว น้าก็น่าจะรู้ว่าเขา รวยขนาดไหน”
“เขามีครอบครัวรึยัง”
สายน้ำผึ้งมองน้าอย่างรำคาญ
“น้ารส...ผึ้งจ้างให้เลี้ยงหลานก็ไปเลี้ยงไม่ต้องถามมาก แล้วน้าก็ไม่ต้องห่วงนะ คราวนี้ผึ้งไม่เสียให้ใครฟรีๆหรอก...เขาโสด ผึ้งก็โสด”
“งั้นก็ดี ไหนๆเขาโสด ผึ้งก็คบกับเขาซะ แล้วเลิกยุ่งกับคุณพิศุทธิ์เสีย”
“ไม่”
“อะไรนะ เมื่อคืนไปนอนกับคนนึง ตอนสายจะไปหาอีกคนนึง ไม่รู้สึก เหรอว่าตัวเองกำลังเหมือนอะไร”
สายน้ำผึ้งยิ้มเยือกเย็น
“รู้สึกสิ...รู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนกุมอำนาจไงน้ารส ผึ้งจะไม่ยอมเป็นตัวเลือกของใครอีก ครั้งนี้ผึ้งจะเป็นฝ่ายเลือก ผึ้งจะเลือกได้เงินจากผู้ชายคนนึงและเลือกได้ความรักจากผู้ชายอีกคน ผึ้งคนใหม่...ต้องเป็นคนที่ได้ทุกอย่าง”

รสสุคนธ์มองหลานที่ถลำกิเลสลึกเกินจะแก้เข้าไปทุกที ด้วยความทุกข์ใจ

พิศุทธิ์ลงจากแท็กซี่หน้าบริษัท จะเดินเข้าบริษัทมือถือของเขาดังขึ้น เขาหยิบมากดรับ
“ฮัลโหล...ใช่ครับ...ผมพิศุทธิ์พูด บริษัท ฐานพัฒน์อินเตอร์ฟู๊ดเหรอครับ อ๋อใช่ครับ...ผมขอเวลาคิดก่อนได้ไหมครับ ว่าแต่คุณรู้จากไหนว่าผม หางานใหม่…”
ทันใดนั้นเสียงสายน้ำผึ้งดังขึ้น
“รู้จากกั้งไงคะ”
พิศุทธิ์หมุนตัวไปทางด้านหลังเห็นสายน้ำผึ้งยืนยิ้มให้อยู่ เขางงว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พิศุทธิ์คุยมือถือ
“แค่นี้ก่อนนะครับ”
สายน้ำผึ้งพูดต่อ
“นั่นเป็นบริษัทที่บริษัทกั้งเป็นหุ้นส่วนอยู่ นี่นอกจากตระกูลเทพทัตได้คุณไปเป็นหลานเขย แล้วยังจะซื้อตัวคุณ ไปทำงานให้เขาอีกเหรอคะ เนี่ย”
พิศุทธิ์ชะงักที่โดนสายน้ำผึ้งพูดย้ำสิ่งที่ตัวเองกำลังเครียด
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
พิศุทธิ์เดินเข้าบริษัท สายน้ำผึ้งมองอาการของเขาแล้วรีบเดินตาม
 
พิศุทธิ์เดินเข้าลิฟท์กดปิดประตู มือสายน้ำผึ้งโผล่มารั้งประตูลิฟท์ไม่ให้ปิด
“ขอไปด้วยนะคะ”
พิศุทธิ์นิ่งไม่ตอบอะไร สายน้ำผึ้งเข้ามาในลิฟท์แล้วปิดประตู ทั้งสองยืนในลิฟท์เงียบๆ พิศุทธิ์พยายามนิ่ง สายน้ำผึ้งเหลือบมองอาการแล้วเริ่มพูดเข้าแผน
“ไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณ จะโดนเงินกั้งเปลี่ยนได้”
คำพูดสายน้ำผึ้งเหมือนมีดที่ยิ่งกรีดย้ำแผลในหัวใจของเขา
“เงินกั้งไม่เคยเปลี่ยนผมได้”
“ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ คุณจะยอมลาออกเพื่อไปทำงานบริษัทของกั้งเหรอคะ”
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ถ้าผมรู้ว่าบริษัทไหนเกี่ยวกับกั้ง ผมก็ไม่ทำผมหางานเองได้”
“แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่างานที่คุณได้ มันไม่ได้มีเบื้องหลังจากกั้ง”
ประตูลิฟท์เปิดพอดี พิศุทธิ์ไม่อยากต่อความยาวจึงรีบเดินออกก่อน สายน้ำผึ้งเดินตามไปไม่ลดละ
“ฟังฉันก่อนสิคะคุณพิศุทธิ์”
พิศุทธิ์เหนื่อยใจ
“พอเถอะคุณผึ้ง เลิกพูดให้ผมกับกั้งแตกกันสักที มันไม่เป็นผลหรอก”
“แต่ที่ฉันพูดเพราะฉันเป็นห่วงคุณ ฉันรู้จักกั้งดี ต่อหน้าคุณ...เขาก็บอกว่าเขาจะ ไม่ใช้เงินเปลี่ยนคุณ แต่พอลับหลัง...คุณก็ ใช้เงินทำทุกอย่างที่เขาต้องการ เขาไม่แคร์ว่าคุณจะรู้สึกยังไง เพราะกั้งไม่เคยรักใคร นอกจากความสุขของตัวเอง”
“ขอบคุณนะครับที่ห่วงผม แต่ผมเชื่อว่าผมรู้จักกั้งดีเหมือนกันไม่อย่างนั้น...ผมคงไม่แต่งงานกับเขา”
สายน้ำผึ้งเจอคำนี้ไปเจ็บจี๊ด พิศุทธิ์เดินผ่าไป เธอมองตามแล้วคิดว่าต้องทำให้เขากับกะรัตแตกกันให้ได้
 
พิศุทธิ์เดินมาด้วยหน้าตาเครียดกับคำพูดที่สายน้ำผึ้งพูด เขานึกถึงคำพูดของกะรัต
“กั้งไม่รู้เรื่องที่ก๋งให้เงินพ่อคุณเลยนะคะ คุณจะให้กั้งไปสาบานที่ไหนก็ได้ แต่กั้งไม่รู้เรื่องจริงๆ”
แล้วคำพูดของสายน้ำผึ้งก็ดังก้องในหัว
“ที่ฉันพูดเพราะฉันเป็นห่วงคุณ ฉันรู้จักกั้งดี ต่อหน้าคุณ...เขาก็บอกว่าเขาจะ ไม่ใช้เงินเปลี่ยนคุณ แต่พอลับหลัง...คุณก็ใช้เงินทำ ทุกอย่างที่เขา ต้องการ เขาไม่แคร์ว่าคุณจะรู้สึกยังไง เพราะกั้งไม่ เคยรักใคร นอกจากความสุขของตัวเอง”
พิศุทธิ์เอามือลูบหน้าอย่างเครียด ฟองดาวเดินจากโต๊ะตัวเอง พิศุทธิ์หันไปหา
“คุณฟองดาวครับ ผมฝากเอกสารให้หัวหน้าก่อน ผมขอลาไปทำธุระสักครู่”
พิศุทธิ์ยื่นเอกสารในมือให้แล้วรีบเดินออกไป
 
เจ้าสัวบัญชานั่งอยู่ที่โซฟา พิศุทธิ์นั่งอยู่ด้วย เขายังมีความรู้สึกละอายใจในเรื่องของพ่อ
“ขอโทษครับ ที่ผมมารบกวนแต่เช้า เรื่องเงินนั่น ถ้าผมไม่ได้ยินจากปากเจ้าสัวเอง ผมคงไม่สบายใจ”
“คุณชายทำถูกแล้วที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง เรื่องเงินที่อั๊วทำธุระกิจกับท่านชายอ๊อด อั๊วอยากบอกว่า...อากั้งไม่รู้เรื่องด้วย อั๊วตัดสินใจทุกอย่างคนเดียว อะไรที่ทำเพื่อแลกความสุขของอากั้ง อั๊วทำได้ทุกอย่าง อั๊วรู้ว่ามันทำให้คุณชายเสียความรู้สึก แต่อย่าลืมว่าอากั้งก็เสียใจไม่แพ้คุณชาย ถ้าจะโกรธก็ขอให้โกรธอั๊วคนเดียว อย่าไปลงโทษอากั้ง แค่นี้ชีวิตอากั้งก็เป็นทุกข์เพราะการกระทำของคนอื่นมากพอแล้ว”
เจ้าสัวมองหน้าพิศุทธิ์ก่อนที่จะลุกขึ้น
“ความรักมันมีพลังมากกว่าศักดิ์ศรีนะคุณชาย อย่าให้ความละอาย มาทำลายชีวิตครอบครัว”
พิศุทธิ์เหมือนถูกตรึงกับคำเตือนสติของเจ้าสัว
 
            พิศุทธิ์เดินมาตามทางเดินแถวบริษัท เขากำลังคิดถึงคำพูดของกะรัต
“คุณจำได้ไหมตอนที่กั้งบอกว่ากั้งไม่เหมาะกับคุณ คุณยังบอกว่าคุณไม่แคร์ คุณรู้ว่าแค่คุณรักกั้งก็พอ กั้งก็เหมือนกัน ไม่ว่าใครจะคิดอะไร หรือจะว่าอะไรคุณ กั้งก็ไม่สนใจ กั้งรู้แค่ว่าคุณรักกั้ง กั้งรักคุณก็พอ”
พิศุทธิ์นึกถึงคำพูดของเจ้าสัวบัญชา
“ความรักมันมีพลังมากกว่าศักดิ์ศรีนะคุณชาย อย่าให้ความละอายมาทำลายชีวิตครอบครัว”
พิศุทธิ์นึกถึงภาพที่กะรัตใช้ริบบิ้นผูกข้อมือเขา และภาพที่เขาใช้ริบบิ้นผูกข้อมือกะรัต...พิศุทธิ์เดินมาถึงมุมหน้าห้องน้ำหญิงหยิบมือถือมาโทรหากะรัตแต่โทรไม่ติด จึงโทรเข้าบ้านแทน...นวลยกหูโทรศัพท์บ้านขึ้นมาพูด
“อัลโหลค่ะ... คุณพิศุทธิ์...มือถือคุณกั้งแบตหมดค่ะ เมื่อกี้คุณกุ้งเพิ่งเอามือถือมาคืน เลยเพิ่งได้ชาร์ตแบตค่ะ”
“แล้วกั้งเป็นยังไงบ้าง”
นวลหน้าสลดลงด้วยความเป็นห่วงกะรัต
“เพิ่งหลับไปเมื่อตอนเช้ามืดนี่เองค่ะ นั่งร้องไห้ทั้งคืนเลยค่ะ”
พิศุทธิ์ชะงัก รู้สึกเสียใจที่ทำให้กะรัตต้องทุกข์
“เย็นนี้นวลไม่ต้องทำอาหารนะ เดี๋ยวฉันจะกลับไปทำเอง”
นวลฟังพิศุทธิ์พูดแล้วกระโดดเต้นดีใจ
“เย็นนี้คุณพิศุทธิ์จะทำอาหารให้คุณกั้งเหรอคะ...ได้ค่ะ เดี๋ยวนวลไปซื้อของสดมาให้ค่ะ”
กะรัตเดินลงบันไดด้วยท่าทางเหนื่อยๆเพลียๆเห็นนวลกระโดดโลดเต้นอยู่
“อากาศร้อนมากจนเป็นบ้ารึไง กระโดดโลดเต้นอยู่ได้...นวล”
นวลวางหูโทรศัพท์แล้วเข้ามาหาอย่างดีใจ
“คุณพิศุทธิ์โทรมาค่ะ”
กะรัตหน้าตาจากเพลียเป็นตื่นตาสนใจทันที
“คุณพิศุทธิ์โทรมาเมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่เรียกฉัน”
“โทรมาเมื่อกี้นี้ค่ะ พอดีมือถือคุณกั้งแบตหมด คุณพิศุทธิ์บอกว่าเย็นนี้ จะกลับมาทำอาหารให้คุณกั้งค่ะ”
“อะไรนะ คุณพิศุทธิ์จะกลับมาทำอาหารให้ฉันเหรอ” กะรัตกระโดดดีใจกับนวล “อย่างนี้แปลว่าคุณพิศุทธิ์หายโกรธฉันแล้วสิ งั้นเดี๋ยวฉันออกไปซื้อของสดเอง”
“คุณกั้งซื้อเป็นเหรอคะ”
“เธอไม่เคยได้ยินเหรอ…ความรัก ทำให้เราทำได้ทุกอย่าง”
กะรัตวิ่งร่าเริงมีความสุขมากๆขึ้นบันไดไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นวลมองน้ำตาแทบไหลด้วยความสุขไปด้วย
“เจ้าประคุณ ขอให้คุณกั้งมีความสุขอย่างนี้ไปนานๆเถอะ อย่าได้มีมารมาผจญอีกเลย”
 
พิศุทธิ์มองโทรศัพท์แล้วยิ้มอย่างสบายใจ สายน้ำผึ้งออกมาจากห้องน้ำได้ยินพิศุทธิ์คุยมือถือ แล้วคิดทำบางอย่างไม่ให้ทั้งสองได้กลับไปมีความสุข

พิศุทธิ์เดินมาจะเข้าห้องทำงาน ฟองดาวเดินจากโต๊ะตัวเองรีบมาหา
“คุณพิศุทธิ์คะ เจ้านายเรียกให้ไปพบค่ะ”
พิศุทธิ์พยักหน้ารับ แล้วพยายามตั้งสติให้คิดถึงเรื่องงาน แล้วเดินไปทางห้องเจ้านาย
 
พิศุทธิ์กับสายน้ำผึ้งนั่งคุยกับหัวหน้าอยู่
“มีอะไรเหรอครับ”
“เรื่องด่วนนิดนึงนะคุณพิศุทธ์ก็มิสเตอร์ ชาล์ล ลูกค้าที่เขาชอบรสชาติซอสครีมกะเพราที่คุณคิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว เขาอยากร่วมกับบริษัท เราผลิตอาหารรสชาตินั้นของคุณ ไปตีตลาดอเมริกาใต้ เขาเลยอยากให้ คุณไปคุยเรื่องรสชาติบางอย่างที่เขาอยากให้คุณเพิ่ม เพื่อถูกปากขึ้น”
“ได้ครับ”
“งั้นเดี๋ยวคุณรีบเอาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับสูตรรสชาติและสัญญาไปหามิสเตอร์ชาล์ลที่เขาใหญ่ พอดีเขากำลังจัดการเรื่องที่ดินที่จะสร้าง โรงงานอยู่ที่นั่น คุณไปกับคุณสายน้ำผึ้ง เพราะคุณสายน้ำผึ้งดิวงานกับ มิสเตอร์ชาล์ลอยู่แล้ว”
พิศุทธิ์ชะงักที่รู้ว่าต้องไปกับสายน้ำผึ้ง เขาคิดว่ามันไม่ใช่เวลาที่เขาควรไปไหนกับเธอ ตามลำพังแม้จะเป็นเรื่องงาน
“ผมไปคนเดียวก็ได้ครับ คุณสายน้ำผึ้งมีลูกอ่อน อาจจะไม่สะดวกเดินทางไกล”
สายน้ำผึ้งมองพิศุทธิ์อย่างคาดไว้อยู่แล้วว่าเขาต้องมาทางนี้ เธอทำใสซื่อ
“ผึ้งไม่ได้เกี่ยงเรื่องงานนะคะ แต่คุณพิศุทธิ์พูดถูก ตอนนี้ลูกก็ไม่สบาย ผึ้งไม่อยากห่างลูกไปไหน”
 
สายน้ำผึ้งเตรียมเอกสารใส่ซองให้พิศุทธิ์ แต่เอาเอกสารบางอย่างซ่อนใส่ในกองเอกสาร บนโต๊ะ เธอมองรอยที่กะรัตจิกแขนตัวเองแล้วยิ้มสะใจ
“ฟ้าเข้าข้างฉันจริงๆ อย่าคิดจะได้มีความสุขได้ง่ายๆเลยกั้ง”
 
พิศุทธิ์ยืนโทรหากะรัตอยู่หน้าบริษัท แต่เพราะกะรัตเลือกซื้อของอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต มือถือสั่นอยู่ในกระเป๋าถือซึ่งวางกระเป๋าไว้ในรถเข็น เธอจึงไม่รู้ว่าพิศุทธิ์โทรมา
พิศุทธิ์ยืนโทรหากะรัตแต่โทรไม่ติดจึงโทรหานวลที่บ้านแทน
“นวล...ฝากบอกกั้งด้วยว่าวันนี้ฉันอาจกลับไปทำอาหารไม่ทัน ฉันต้องไปคุยงานที่โคราช”
“ได้ค่ะ แค่คุณพิศุทธิ์กลับมา คุณกั้งก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวนวลบอกคุณกั้ง สวัสดีค่ะ”
นวลวางสาย แล้วจะกดโทรหากะรัตแต่ยังไม่ทันโทร เด็กรับใช้วิ่งหน้าตาตื่นมาเรียกเสียก่อน
“พี่นวล ท่อหลังบ้านแตก น้ำกระเซ็นกระจายเลยพี่ ทำยังไงดีล่ะ”
“ท่อแตกให้ทำยังไง ให้จุดปะทัดฉลองมั้งไอ้บ้า ไปตามช่างมาดูสิ”
“ฉันไม่รู้เบอร์ช่างนี่ พี่บอกช่างหล่อ เลยเก็บเบอร์ช่างไว้คนเดียว”
นวลเซ็งที่โดนย้อน ใจหนึ่งก็จะโทรหากะรัต
“เดี๋ยวคุณกั้งมา ค่อยบอกก็ได้วะ...ไป”
นวลเดินไปดูท่อหลังบ้านกับเด็กรับใช้
 
สายน้ำผึ้งยื่นซองเอกสารมาให้พิศุทธิ์
“ขอให้มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นนะคะ”
พิศุทธิ์รับซองเอกสารจะมาจะเปิดเช็ค แต่เห็นว่าปากซองนั้นมีกระดาษกาวปิด ผนึกไว้เรียบร้อยแล้ว สายน้ำผึ้งรีบพูด
“อ้าว...ฉันไม่รู้ว่าคุณจะเช็คเอกสารอีกที เลยผนึกปากซองไปกลัวเอกสารจะหล่นหาย”
“ไม่เป็นไร คุณตรวจเอกสารครบเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ...ครบ”
รถบริษัทมาจอดรับ พิศุทธิ์จึงรีบเดินขึ้นไป รถแล่นออกไป สายน้ำผึ้งมองตามแล้วแกล้งทำท่าตกใจมาก ตบหน้าอกตัวเอง
“อุ้ยตาย ฉันเพิ่งนึกได้ว่าลืมเอกสารสำคัญไป จะทำยังไงดีน้า”
สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะ
 
พิศุทธิ์ใช้โทรศัพท์ของรีสอร์ทคุยกับเจ้านายอยู่ล็อบบี้
“จะให้คุณสายน้ำผึ้งเอาเอกสารมาให้ผมเหรอครับ”
“ใช่ พอดีคุณสายน้ำผึ้งเพิ่งเห็นว่าลืมเอกสารสัญญาสำคัญไว้ จะส่งแฟกซ์ไปก็คงไม่ได้ ผมพยายามโทรเข้ามือถือคุณ...สัญญาณ ของคุณก็ไม่มี คุณสายน้ำผึ้งขึ้นรถไปแล้วน่าจะถึงบ่ายแก่ๆ ยังมีเวลาที่จะทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้”
สายน้ำผึ้งตีหน้าเครียดต่อหน้าเจ้านาย แล้วแอบยิ้มว่าไม่มีทางเสร็จภายในวันนี้หรอก
 
พิศุทธิ์วางสายอย่างระแวง สังหรณ์ว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่เจ้านายคาดการณ์ มิสเตอร์ชาล์ลเดินเข้ามา
“เราจะคุยกันรึยังคุณพิศุทธิ์”
“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมลืมเอกสารสำคัญ แต่คุณสายน้ำผึ้งกำลังเอามาให้ไม่น่าเกิน 3 ชั่วโมงครับ”
“รีบหน่อยแล้วกันนะครับ...ผมมีนัดไปทานข้าวกับเจ้าของที่ดิน ตอนสี่โมง ถ้าคุณสายน้ำผึ้งมาไม่ทัน เราคงต้องคุยกันพรุ่งนี้”
พิศุทธิ์ชะงัก ไม่อยากค้างคืนกับสายน้ำผึ้ง
“คุณสายน้ำผึ้งมาทันแน่ครับ”
 
กะรัตเดินหอบถุงใส่ของสดจากซุปเปอร์มาร์เกตเข้าบ้านมาอย่างมีความสุข
“นวล มาเอาของไปล้างเตรียมให้คุณพิศุทธิ์เร็ว”
นวลออกมาจากหลังบ้าน
“คุณกั้งคะ เมื่อกี้คุณพิศุทธิ์โทรมา...บอกว่ามาทำอาหารเย็นไม่ทัน พอดีต้องไปทำงานที่โคราชน่ะค่ะ”
“โคราช”
กะรัตหน้าเซ็งลงทันที นวลรีบปลอบ
“เอาเถอะค่ะ ถึงคุณพิศุทธิ์ไม่ได้มาทำอาหาร แต่ก็กลับบ้านมาหาคุณกั้งอยู่ดีนะคะ”
กะรัตถอนใจเพราะยังเซ็งนิดหน่อย เธอชะงักคิดบางอย่าง
“ทำงาน...เธอว่านังผึ้งจะไปด้วยรึเปล่า”
นวลรีบพูดให้กะรัตไม่คิดมาก
“ไม่ไปหรอกค่ะ”
ทันใดมือถือดังขึ้น กะรัตมองหน้าจอเห็นว่าสายน้ำผึ้งโทรเข้ามา นวลยื่นหน้าไปมองสังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องแน่ นวลจะดึงมือถือจากมือกะรัต
“อย่ารับเลยค่ะคุณกั้ง ตอนนี้คุณพิศุทธิ์กำลังจะดีกับคุณกั้งแล้ว อย่าให้มารมาผจญค่ะ”
กะรัตฟังนวล แล้วพยายามข่มใจ ไม่สนใจมือถือ สุดท้ายสายน้ำผึ้งวางสายไป นวลโล่งอกที่กะรัตไม่รับสายให้มีเรื่องอีก ทันใดนั้นมีข้อความเข้ามือถือ นวลมองหน้าจอมือถือ
“โห ส่งข้อความเลยเหรอ”
กะรัตเห็นหน้าจอมี ชื่อพิศุทธิ์
“มันมีชื่อคุณพิศุทธิ์ด้วยนี่” กะรัตแย่งมือถือจากมือนวล “เอามือถือมานี่” กะรัตอ่าน ข้อความ “อยากได้ของฝากอะไรไหม ฉันจะไปโคราชกับคุณพิศุทธิ์”
 “บรรลัยแล้ว” นวลหน้าตื่น
 
กะรัตเดินออกจากบ้านไปที่รถ นวลวิ่งมาห้าม
“คุณกั้งอย่าไปเลยค่ะ รอคุณพิศุทธิ์อยู่ที่นี่แหละ” นวลจับมือกะรัตให้หันมามองตัวเอง “ทำตามนวลนะคะ...หายใจเข้า ทุกอย่างกำลังจะ ดีขึ้น” นวลหายใจออก “อย่าให้คุณผึ้งมาพัง...หายใจเข้า ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น หายใจออก อย่าให้คุณผึ้งมาพัง”
กะรัตพยายามข่มใจทำตามนวลสอน
“ใจสงบลงแล้ว ไม่ไปแล้วนะคะ”
“ไป”
กะรัตจะเดินไปที่รถรีบนวลวิ่งไปขวาง
“ว้าย ไม่ไปค่ะคุณกั้ง อยากมีเรื่องอีกเหรอคะ”
“ก็เพราะฉันไม่อยากมีไง ฉันถึงต้องไป เธอก็รู้ว่านังผึ้งมันร้ายขนาดไหนมันบอกว่าจะเอา คุณพิศุทธิ์ มันต้องหาทางเอาเขาไปให้ได้ ยิ่งตอนนี้ฉันกับคุณพิศุทธิ์ มีปัญหากัน อะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้”
“แต่คุณพิศุทธิ์ไม่ใช่ผู้ชายอยู่ไกลเมียแล้วมั่วเรี่ยราดนะคะ”
“แต่เขาเป็นคนดีเกินไป เขาไม่ทันมารยานังผึ้งหรอก ฉันต้องไปปกป้องของของฉัน” กะรัตเปิดประตู
“แล้วคุณกั้งไม่กลัวเกิดเรื่องอีกเหรอคะ อะไรที่กำลังดีๆ มันอาจจะพังเลยนะคะ”
“นวลพูดถูก” กะรัตปิดประตูรถ
“ท่องไว้ค่ะคุณกั้ง มารไม่มีบารมีไม่เกิด”
พูดไม่ทันขาดคำ กะรัตก็เปิดประตูรถผลั๊วะ
“แต่เพื่อความปลอดภัย ฉันต้องใช้บารมีปราบมารให้สิ้นซากดีกว่านวลไป...ขึ้นรถ”
กะรัตจับหัวนวลยัดเข้าไปนั่งในรถ แล้วตัวเองรีบพุ่งไปนั่งด้านคนขับรถพุ่งออกไปทันที
 
มิสเตอร์ชาล์ลไดร์ฟกอล์ฟกับพิศุทธิ์ระหว่างรอ สายน้ำผึ้งเดินมายืนแอบมองพิศุทธิ์ที่มุมหนึ่งโดยยังไม่ไปหาแล้วดูนาฬิการอเวลากะรัตมา เธอพึมพำ
“ฉันรู้ว่าเธอต้องมา”

จบตอนที่ 7
กำลังโหลดความคิดเห็น...