xs
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 7

เผยแพร่:

สามีตีตรา ตอนที่ 7

สายน้ำผึ้งนั่งพักอยู่มุมหนึ่งในส่วนที่พักของพนักงานมีผ้าพันแผลปิดอยู่ที่หน้าผาก และผ้าพันแขน พิศุทธิ์เดินเข้ามาหา เธอแสร้งขยับตัวแต่ทำเจ็บแขน



“โอ้ย”

“คุณเป็นยังไงบ้าง”

“ก็หัวแตกกับเจ็บแขน ยังนึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะอุ้มให้นมลูกยังไง”

“ผมขอโทษแทนกั้งด้วย” พิศุทธิ์รู้สึกผิดแทนกะรัต

สายน้ำผึ้งเอื้อมมือไปแตะที่แขนพิศุทธิ์ แสดงความเห็นใจและเข้าใจ

“ฉันอยากให้กั้งรู้จังว่าคุณรักเขาขนาดไหน เขาจะได้ไม่มองคุณเป็นเพียงแค่เครื่องมือของเขา”

พิศุทธิ์ชะงักมองสายน้ำผึ้งอย่างสงสัย

“เครื่องมือ”

“เครื่องมือแก้แค้นฉันไงคะ กั้งรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณ เขาถึงทำทุกอย่างให้ได้คุณไปจากฉัน เขาลงทุนจดทะเบียนตีตราคุณ เพื่อแก้แค้นที่คุณภูทิ้งเขามาหาฉันhellip;ฉันรู้ทันเขา เขาทนไม่ได้ เลยผลักฉัน”

พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งแล้วตัดสินใจลุกขึ้น

“ผมไม่รู้ว่าความจริงที่คุณสองคนคุยกันมันคืออะไรกันแน่ แต่สิ่งที่ผมเชื่อ...คือผมรักกั้ง และกั้งรักผม เราแต่งงานกันเพราะความรัก และผมไม่ยอมเป็นเครื่องมือการแก้แค้นของใคร”

“ฉันhellip;” สายน้ำผึ้งจะแถว่าไม่เคยคิดว่าพิศุทธิ์เป็นเครื่องมือ

“ถือว่าผมขอร้องล่ะครับ ขอให้กั้งเขาอยู่ส่วนเขา คุณ...ก็อยู่ส่วนของคุณ ส่วนผมกับคุณ เรายังคุยกันได้ไม่มีปัญหา เพราะเราไม่มีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานเท่านั้น ...ผมขอตัว”

พิศุทธิ์เดินออกไปจากห้องพยาบาล สายน้ำผึ้งมองอย่างแค้นที่ทำให้พิศุทธิ์หวั่นไหวไม่ได้ แล้วคิดว่าไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่

กันตาเดินคุยมือถือกับนวล ขณะที่เดินอยู่ในโรงพยาบาล

“จริงเหรอนวล พี่ผึ้งลงทุนทำร้ายตัวเองขนาดนั้น ร้ายกาจไม่ใช่เล่นแล้วนะ แล้วพี่กั้งเป็นยังไงบ้าง”

นวลยืนคุยมือถืออยู่หน้าบ้าน มองกะรัตที่นั่งดื่มไวน์ด้วยใบหน้าเครียดแค้นสายน้ำผึ้ง

“นั่งกอดเพื่อนเก่าอยู่ริมสระน้ำเนี่ยล่ะค่ะ คุณกุ้งก็ติดประชุม เหลือแต่คุณก้อยนี่แหละ ที่จะมาปลอบใจคุณกั้งได้”

“เดี๋ยวก้อยเสร็จงานแล้วจะรีบเข้าไปหา”

กันตากดวางสายแต่ยังไม่วายโกรธสายน้ำผึ้งอยู่ ศิวาไม่ได้ใส่ชุดคนไข้ถือไม้เท้าค้ำขาเท่านั้น โผล่มาจากมุมตึกจ๊ะเอ๋

“แฮ่”

กันตาตกใจจนเผลอชกเบ้าตาเขา

“เฮ้ย”

“โอ้ย” ศิวากุมเบ้าตา

“คุณเป็นยังไงบ้าง” กันตารีบดูตาให้เขา

“เจ็บสิครับ...” ศิวาอ้อน “ไหนเป่าให้ผมหน่อยสิ”

“ฉันกำลังหงุดหงิดอยู่ อย่ามาแกล้งฉันนะ” กันตาตีแขนศิวา

“ผมต่างหากที่ต้องหงุดหงิด วันนี้ผมกลับบ้านนะ คุณไม่คิดจะส่งผมหน่อยเหรอ”

“จริงด้วย...งั้นก็ขอให้คุณโชคดี ฉันไปล่ะ”

กันตาจะเดินไป ศิวารีบยืนดักหน้าไว้ มองหน้ากันตาที่ดูเครียด

“มีเรื่องอะไรรึเปล่า ดูหน้าเครียดๆให้ผมช่วยอะไรได้บ้างไหม”

“คุณช่วยไม่ได้หรอก เป็นเรื่องของผู้หญิงโรคจิต ชอบแย่งสามีคนอื่น” กันตาชี้หน้าศิวา “จำไว้นะคุณ ถ้าฉันรู้ว่าคุณไปยุ่งกับผู้หญิงแบบนี้ ฉันจะตัดคุณออกไปจากชีวิตฉันทันที”

ศิวารีบพูดรับปาก โดยไม่รู้เล้ยว่าผู้หญิงคนนั้นคือสายน้ำผึ้ง ผู้หญิงที่เขาต้องการ

“คุณไม่ต้องห่วง ผมไม่ยุ่งกับผู้หญิงแบบนี้อยู่แล้ว...” ศิวาชะงักคิดได้ “เอ๊ะๆ คุณพูดแบบนี้ แปลว่าคุณตกลงคบกับผมแล้วใช่ไหม”

ศิวายิ้มล้อ กันตาชะงักที่เผลอพูดไปด้วยอารมณ์ก่อนคิด

พวงหยกนั่งดื่มชากับกลุ่มคุณหญิงไฮโซอยู่ในโรงแรมหรู

“อะไรนะคะ หม่อมมลุลีกับคุณชายอ๊อดไปทัวร์ยุโรปอีกแล้วเหรอคะ เท่าที่ดิฉันทราบ นี่มันครั้งที่ 3 หลังจากงานแต่งงานลูกสาวฉัน แล้วนะเนี่ย”

“ใช่ค่ะ พวกเราก็สังเกตว่าหลังคุณพิศุทธิ์แต่งงานกับหนูกั้ง ดูคุณชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีรวยขึ้นผิดหูผิดตา ถ้าเป็นญาติทางเจ้าสาว ก็คงคิดว่ารวยขึ้นเพราะสินสอด แต่นี่เป็นญาติฝ่ายชายเอาสินสอดไป ให้แล้วเอาที่ไหนรวยล่ะคะ”

พวงหยกกำแก้วชาแน่นด้วยความเครียด

“อันที่จริง...เดี๊ยนได้ข่าวแว่วๆเหมือนกันว่าคุณชายอ๊อดได้เงินจากไหน แต่ไม่อยากพูดเลย กลัวจะผิดใจกับคุณพวงหยก”

พวงหยกวางแก้วชาอย่างแรง

“โฮ้ย...ถ้าคุณพี่พูดด้วยความหวังดี ดิฉันจะผิดใจทำไมล่ะคะ ตกลงข่าวว่ายังไง...บอกมา”

คุณหญิง มองหน้าคุณหญิงอีกคนอย่างลังเลว่าจะบอกพวงหยกดีไหม พวงหยกมองคุณหญิง ทั้งกลุ่มว่ามันต้องเกี่ยวกับครอบครัวตัวเองแน่

เจ้าสัวบัญชานั่งคุยงานกับกฤชอยู่ในบ้าน

“ตอนนี้ตลาดทางจีนสั่งของเราเพิ่มขึ้นอีก 5 % ส่วนประเทศทางอื่น ยังคงเหมือนเดิมครับ ผมว่าอาทิตย์หน้าจะไปดูตลาดทางแอฟริกา”

ขาดคำของกฤช พวงหยกเดินปึ่งปังเข้ามาวางกระเป๋าบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าสัวดัง ปัง

“เตี่ย”

“ลื้อไม่ต้องเรียก อั๊วก็รู้แล้วว่าลื้อมา วางกระเป๋าดังไปยันปากซอย”

“ไม่ต้องมาว่าอั๊วเลยนะ อั๊วต่างหากที่ต้องว่าเตี่ย เตี่ยเอาเงินให้คุณชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีใช่ไหม”

เจ้าสัวชะงักที่พวงหยกรู้ แต่ทำนิ่ง ตีหน้าสงบ กฤชเหลือบมองเจ้าสัวแล้วนิ่งคิดบางอย่าง

“พูดอะไรเลอะเทอะ ลื้อนี่hellip;ตามหึงผัวจนเพี้ยน”

“อั๊วไม่ได้เพี้ยน ใครๆเขาก็ลือกันให้แซ่ด ว่าพักนี้คุณชายอ๊อดเข้าออกบ้านเราบ่อย เตี่ยให้เงินเขาใช่ไหม”

เจ้าสัวหันไปคุยกับกฤช

“อาทิตย์หน้าลื้อไปแอฟริกาใช่ไหม เอาพวงหยกไปด้วยสิ ไปโยนให้สิงโตมันกิน อั๊วจะได้สบายหู”

เจ้าสัวพูดแล้วหัวเราะพร้อมเนียนลุกขึ้นจะเดินเข้าบ้าน พวงหยกขวาง

“เตี่ยจะไปไหน”

“ไปกินโต๊ะแชร์กับเพื่อน”

“แต่อั๊วยังพูดไม่จบ”

“แต่อั๊วพูดจบแล้ว”

เจ้าสัวเดินผ่านพวงหยก ไม่สนใจอาการโวยวายของเธอ

“เตี่ย กลับมาคุยให้รู้เรื่องก่อน”

กฤชเก็บเอกสารจะเดินไป พวงหยกหันมาเล่นงาน

“จะรีบไปไหน เพราะคุณคนเดียว บ้านฉันถึงร้อนอย่างนี้”

“ผมเนี่ยนะที่ทำให้บ้านร้อน”

“ใช่ เพราะคุณมันชักศึกเข้าบ้าน คุณเอานังเนื้อแพรเข้ามา มันถึงได้เอาลูกชายมันมากอบโกยสมบัติจากยัยกั้ง ไหนจะโครตเหง้าทางผัว เก่ามันอีก ถ้าไม่มีนังเนื้อแพรสักคน บ้านฉันคงสงบสุขกว่านี้”

กฤชมองพวงหยกอย่างระอา

“คนที่ทำให้บ้านร้อนไม่ใช่คนอื่นอย่างที่คุณ ว่าหรอก แต่เป็นใครรู้ไหม...ชะโงกหน้าดูในสระน้ำสิ”

กฤชหอบเอกสารเดินออกไปทันที พวงหยกยื่นหน้ามองในสระน้ำแล้วเห็นหน้าตัวเอง

“ฉันไม่ใช่คนที่ทำให้บ้านร้อน ฉันเป็นคนปกป้องทรัพย์สมบัติของบ้านต่างหากhellip;ดี ในเมื่อเตี่ยไม่บอกความจริงกันดีๆ แล้วคนใน บ้านมีแต่พวกตาบอด อีพวงหยกนี่แหละ จะแหกตาทุกคนให้เห็นความ จริงเอง”

พวงหยกมุ่งมั่นพร้อมเอาเรื่อง

ค่ำนั้นพิศุทธิ์มาหาแม่ที่บ้าน นั่งเหนื่อยใจอยู่ที่โซฟา เนื้อแพรถือแก้วน้ำผลไม้กับจานขนมมาวางให้ มองลูกชายอย่างเข้าใจ

“แม่เชื่อนะชาย ว่าถ้าสายน้ำผึ้งไม่ยุ่งกับกะรัตก่อน กะรัตไม่ไปทำขนาดนั้นกับสายน้ำผึ้งแน่”

“ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาสองคน แต่ถ้ากั้งรู้จักควบคุมตัวเอง เรื่องอย่างนี้ก็คงไม่เกิด”

“ต่อให้คนที่ควบคุมตัวเองได้ดี ถ้าโดนจี้ถูกจุด ก็ตบะแตกได้เหมือนกันนะลูก สายน้ำผึ้งฉลาด เขาคงใช้เรื่องของลูกยั่วกะรัต”

“กั้งไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผมเลย”

เนื้อแพรจับมือพิศุทธิ์ปลอบประโลม

“กว่าชายจะวิจัยรสชาติอาหารใหม่สักรสนึง ก็ต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะได้ที่ถูกใจ หนูกั้งก็เหมือนงานของชายนั่นแหละ ไม่ใช่หนูกั้งไม่อยากเปลี่ยน แต่มันต้องใช้เวลา ชายต้องใจเย็น เพราะถ้าชายโกรธแบบนี้ ชายก็ทำตัวเข้าทางสายน้ำผึ้งเหมือนกัน”

พิศุทธิ์คิดตาม เนื้อแพรลูบแก้มพิศุทธิ์

“ชายต้องเข้าใจ หนูกั้งเจอแต่ความรักที่หลอกลวงซ้ำๆ ต่อให้หนูกั้งรู้ว่าชายมั่นคง แต่อดีตมันยังหลอกหลอน ทำให้หนูกั้งยังมี ความไม่มั่นใจ สายน้ำผึ้งรู้จุดอ่อนนี้ดี เขาถึงทำเรื่องวันนี้ให้ชายกับ หนูกั้งผิดใจกัน ผู้หญิงอย่างสายน้ำผึ้ง...น่ากลัวมากนะลูก”

“แล้วผมควรทำยังไง”

“ชายควรรีบกลับบ้าน ไปอยู่ข้างๆหนูกั้ง สร้างความมั่นใจให้เธอ ทำให้สายน้ำผึ้งรู้ว่า เขาไม่มีผลอะไรกับความรักของลูกhellip;ไม่รู้ป่านนี้หนูกั้งจะเป็นยังไงบ้าง”

พิศุทธิ์มองเนื้อแพรแล้วนิ่งคิด

กะรัตนอนเมาไม่รู้เรื่องอยู่ที่เตียง นวลนั่งหลับอยู่ข้างๆ พิศุทธิ์เดินเข้าห้องมามองสภาพกะรัตแล้วถอนใจ เขาค่อยๆหยิบผ้าห่มจะห่มผ้าให้

“นังผึ้ง แกแย่งผัวฉัน ฉันจะทำให้แกเจ็บเหมือนที่ฉันเจ็บ” กะรัตขยับตัวแล้วละเมอ

พิศุทธิ์ชะงักมือที่จะห่มผ้าให้ค้าง แล้วนึกถึงคำพูดของสายน้ำผึ้ง

“เครื่องมือแก้แค้นฉันไงคะ กั้งรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณ เขาถึงทำทุกอย่างให้ได้คุณไปจากฉัน เขาลงทุนจดทะเบียนตีตราคุณ เพื่อแก้แค้นที่ฉันเคยแย่งคุณภูไป”

พิศุทธิ์นึกถึงคำพูดของเนื้อแพรมาหักล้างคำยุสายน้ำผึ้ง

“ชายต้องเข้าใจ หนูกั้งเจอแต่ความรักที่หลอกลวงซ้ำๆ ต่อให้หนูกั้งรู้ว่าชายมั่นคง แต่อดีตมันยังหลอกหลอน ทำให้หนูกั้งยังมีความ ไม่มั่นใจ สายน้ำผึ้งรู้จุดอ่อนนี้ดี วันนี้ถึงได้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น”

พิศุทธิ์ค่อยๆห่มผ้าให้กะรัต พร้อมนั่งข้างๆแล้วเอื้อมมือไปจับมือมาจูบเบาๆ

“ผมจะทำให้คุณ เชื่อมั่นใจความรักของผมให้ได้กั้ง”

พิศุทธิ์คิดหาทางแก้ปัญหาสักอย่าง

เช้าวันใหม่...กะรัตนอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวตื่น โดยเอื้อมมือไปจะกอดพิศุทธิ์แต่มีเพียงที่นอนไร้ร่างของเขา กะรัตผงกหัวขึ้นมองหา

“คุณพิศุทธิ์”

กะรัตลุกขึ้นเดินโซเซเพราะยังแฮงค์ไปดูในห้องน้ำ แต่ไม่เจอ

“ไปไหน...หรือเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้าน” กะรัตโวยวาย “นวล”

นวลวิ่งเข้าห้องมาอย่างด่วน

“มาแล้วค่ะhellip;คุณกั้ง”

“เมื่อคืนคุณพิศุทธิ์กลับบ้านรึเปล่า”

“กลับค่ะ”

“แล้วเขาหายไปไหน”

“ก็ไปทำงานแล้วสิคะ นี่มันเก้าโมงกว่าแล้วนะคะคุณกั้ง”

กะรัตหันไปมองนาฬิกาแล้วหันมาโวยวายใส่นวล พร้อมดีดนิ้ว ป๊อก ป๊อก

“ยืนหน้าซื่ออยู่ทำไม ไปเตรียมน้ำให้ฉันสิ ฉันจะได้รีบไป”

“ไปไหนคะ”

“ก็ไปบริษัทคุณพิศุทธิ์สิ ฉันต้องไปเฝ้าคุณพิศุทธิ์ ผู้ชายอ่อนต่อโลกอย่างนั้น ไม่มีทางทันเล่ห์นังผึ้งแน่”

“โฮ้ย คุณกั้งขา ความวัวยังไม่ทันหาย จะหาความควายมาเพิ่มอีกเหรอคะ ขืนวันนี้คุณตามไปอีก มีหวัง...พลังโกรธของคุณพิศุทธิ์ทะลุ 650 แรงม้าแน่ค่ะ”

กะรัตชะงักว่านวลพูดจริง เธอยีผมอย่างเครียดๆ

“แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย”

กะรัตเดินไปนั่งที่โซฟาตัวที่พิศุทธิ์นั่งเมื่อคืนรู้สึกว่านั่งทับอะไรบางอย่าง เธอขยับตัวดูที่เบาะโซฟาเห็นมือถือของพิศุทธิ์วางอยู่

“นี่มันมือถือคุณพิศุทธิ์นี่”

กะรัตมองมือถือพิศุทธิ์แล้วยิ้ม เพราะคิดหาข้ออ้างไปหาพิศุทธิ์ที่บริษัทได้แล้ว

สายน้ำผึ้งยังมีพาสเตอร์ปิดที่หัวและแขนยังเคล็ดถือแฟ้มงานเข้ามาใน ห้องทำงานพิศุทธิ์ แต่ไม่เห็นเขาอยู่ในห้อง เธอวางแฟ้มรายงานบนโต๊ะอย่างเซ็งๆ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานพิศุทธิ์ดังไม่ยอมหยุด เธอมองโทรศัพท์อย่างลังเลว่าจะรับดีไหม แล้วฉุกคิดได้ว่าอาจเป็นกะรัตโทรมาเช็ค รีบรับสาย ยังไม่ทันพูด เสียงนฤมลดังมา

“คุณพิศุทธิ์เหรอคะ พี่นฤมลนะ พี่เห็นโปรไฟล์ที่คุณส่งมาให้พี่แล้ว เจ้านายที่ชอบคุณมาก อยากได้คุณมาทำงานกับเราเร็วที่สุดเลย เที่ยงนี้ว่างไหม...เราจะได้คุยรายละเอียดกัน”

สายน้ำผึ้งยืนฟังอึ้งนิ่ง

“ฮัลโหลhellip;คุณพิศุทธิ์ได้ยินพี่ไหม”

สายน้ำผึ้งค่อยๆวางหูโทรศัพท์ลงบนแป้นเหมือนสัญญาณโดนตัดไปเอง เธอรีบหยิบแฟ้ม งานออกไปจากห้องก่อนที่พิศุทธิ์จะเข้ามาเห็น เพราะกลัวเขารู้ว่าตัวเองรับสายแทน

สายน้ำผึ้งถือแฟ้มเดินมาจากทางห้อง พิศุทธิ์เดินเข้ามาเจอพอดี สายน้ำผึ้งปรับสีหน้าให้ปกติ

“ฉันเอาผลสำรวจความต้องการของผู้บริโภคล่าสุดมาให้น่ะค่ะ”

สายน้ำผึ้งยื่นแฟ้มให้แล้วเดินไป สวนกับฟองดาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา

“คุณพิศุทธิ์หายไปไหนมาคะ หัวหน้าถามหาน่ะค่ะ ฟองโทรเข้ามือถือคุณแล้ว แต่คุณไม่รับ”

“อ๋อ วันนี้ผมลืมเอามือถือมาน่ะครับ”

พิศุทธิ์รีบเดินไปทางห้องหัวหน้า โดยมีฟองดาวรีบเดินตามไปด้วย สายน้ำผึ้งหันไปมอง

“ลืมมือถือ”เธอคิดแผนการณ์บางอย่าง

พนักงานทยอยออกไปพักเที่ยงหาข้าวกินกัน พิศุทธิ์เดินไปขึ้นรถไปตามนัดนฤมล สายน้ำผึ้งแอบดูพิศุทธิ์อยู่ที่ประตูทางออกของบริษัท มองหาเรียกแท็กซี่ตามไป รถของกะรัตขับเข้าบริษัท เฉียดกับรถแท็กซี่ที่สายน้ำผึ้งเพิ่งนั่งออกไป

กะรัตเดินถือมือถือของพิศุทธิ์จะไปขึ้นลิฟท์ ยามเดินมาดักหน้าไว้ ยามแหยงๆ กลัวฤทธ์

“ช ชะ เชิญแลกบัตรก่อนครับ”

กะรัตมองยามอย่างเซ็ง

“นายเจอฉันตั้งหลายครั้ง แล้วจำกันไม่ได้อีกรึไง ถอยไป”

“คุณพิศุทธิ์ไม่อยู่หรอกครับ” ยามรีบยืนขวางกะรัต

“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ”

กะรัตจะเดินไปแต่ยามขวาง

“ถอยไปนะ”

พนักงานต้อนรับรีบเดินเข้ามาคุยกับกะรัต

“สวัสดีค่ะ คุณพิศุทธิ์ไม่อยู่จริงๆค่ะ ออกไปตั้งแต่พักเที่ยงแล้วค่ะ”

“แล้วเขาไปไหน”

เสียงข้อความเข้ามือถือกะรัต เธอหยิบมาเปิดอ่านข้อความ

“ตอนนี้สามีคุณออกไปกินข้าวที่ร้าน...กับนังหน้าด้าน จากหัวอกเมียหลวงด้วยกัน”

กะรัตกดปิดมือถือแล้วเลยหน้ามองไปที่พนักงานต้อนรับทันที

“แล้วนังผึ้งอยู่ไหม”

อ่านต่อเวลา 17.00น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...