xs
xsm
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สามีตีตรา ตอนที่ 5

พวงหยกวิ่งไล่ตีกะรัตรอบห้อง กันตา กุนตี กฤช นวลพยายาม ห้าม เจ้าสัวบัญชานั่งดู พวงหยกอาละวาดอย่างระอา

“มานี่เลยยัยกั้ง มาให้ฉันเคาะกะโหลกเดี๋ยวนี้ ดูสิมันยังมีสมองหลงเหลืออยู่รึเปล่า หรือมันมีแต่ตัณหา”
พวงหยกพยายามจะคว้าตัวกะรัตให้ได้ กะรัตวิ่งหนี
“เรื่องนี้มันเกี่ยวกับตัณหา มันเป็นเรื่องของความรักล้วนๆ ทำไมแม่ถึงไม่ดีใจที่มีผู้ชายดีๆ ยอมรับอดีตของกั้งได้ และเขาพร้อมจะอยู่เคียงข้างกั้ง”
“ฝันเฟื่อง นี่คงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลมันกัดสมองซีกเหตุผลไปหมด ถึงได้เหลือแต่ซีก จิตนาการให้แกคิดเพ้อเจ้อ”
“แม่จะพูดยังไงก็ช่าง แต่ถ้ากั้งจะแต่ง ใครก็ห้ามกั้งไม่ได้” กะรัตโวยวายอย่างไม่ยอม

ในบ้านเนื้อแพร...หม่อมมลุลีกำลังโวยวายใส่พิศุทธิ์ ท่านชายอ๊อดยืนฟังในท่าทีสงบเหมือน กำลังใช้ความคิดบางอย่าง เนื้อแพรยืนอยู่ข้างพิศุทธิ์
“ย่านี่ไงที่จะห้าม ผู้หญิงดีๆมีตั้งเยอะตั้งแยะ ดันไปคว้าผู้หญิงสุขภัณฑ์เขามีคนใช้ไปตั้งสามคน สกปรกเลอะเทอะเหม็นโฉ่ ชายยังคิดจะเข้าไปทำความสะอาดส้วมนั่นเองรึไง”
“ผมว่ายังไงหม่อมย่าก็สนิทกับเจ้าสัว จะพูดถึงหลานสาวเขา ก็น่าจะให้เกียรติเขาหน่อยนะครับ”
“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีเกียรติจะให้แล้ว ชายรู้ไหม ชายทำอย่างนี้มันเท่ากับหักหน้าย่า ป่านนี้ยายพวง หยก คงหัวเราะเยาะย่าท้องคัดท้องแข็ง ไปแล้ว” หมื่อมลุลีโกรธมาก

พวงหยกโกรธจนแทบพ่นไฟ แหกปากวิ่งไล่ กะรัตวิ่งไปยืนหลบหลังโซฟาที่เจ้าสัวบัญชานั่งอยู่ พวงหยกยืนดักอยู่ด้านหน้า ทั้งคู่ยืนค้ำหัวเจ้าสัวบัญชา
“แกไม่เห็นหัวก๋งเลยรึไง” พวงหยกแว๊ดใส่
เจ้าสัวบัญชาสะดุ้งเล็กน้อยแล้วลูบหัวตัวเอง
“แกรู้ไหมว่าแกทำอย่างนี้ ก๋งแกรู้สึกแย่ขนาดไหน”
“อั๊วก็โอเคนะ ไม่ได้แย่อะไร” เจ้าสัวบัญชาสวนทันที
พวงหยกหันขวับ มองเจ้าสัวบัญชาที่ไม่เข้าข้างตัวเอง
“เตี่ย”
“เอาเถอะน่า เด็กๆเขาตกลงกันแล้ว ผู้ใหญ่ก็นั่งรอเขามาสู่ขอเฉยๆก็พอ” เจ้าสัวบัญชาบอกอย่างรำคาญ

หม่อมมลุลีโวยวายใส่พิศุทธิ์
“จะให้ย่าอยู่เฉยๆเหรอ ฝันไปเถอะ กะรัตมีผัวมาตั้งสามคน แถมแต่ละคนก็ตายโหงหนีไปกัน หมด ย่าจะให้ชายไปเป็นผัว คนที่สี่ได้ยังไง”
“ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกครับ ไม่ช้าหรือเร็วผมก็ต้องตาย”
หม่อมมลุลีแทบปรี๊ดแตก
“พูดอย่างนี้ แปลว่าหน้ามืดเข้าขั้น เหมือนพ่อชายไม่มีผิด”
ท่านชายอ๊อดสะดุ้ง เนื้อแพรถอนใจอย่างรู้ตัวว่ากำลังจะโดนด่ากระทบ
“ไม่เอาน่าหม่อมแม่ เราพูดเรื่องพิศุทธิ์อยู่นะครับ” ท่านชายออดพยายามขัด
“หรือไม่จริงล่ะ ชายอ๊อดตอนหลงแม่ของชาย ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง ดาราหนังมันต้องผ่าน มือผู้ชายมาแยะ เดี๋ยวคนโน้นจับ คนนี้จูบ กอดกันให้มั่ว”
“ค่ะ หม่อมพูดถูก อาชีพฉันผ่านมือชายให้แตะโน้น แตะนี่ แต่ก็เลี้ยงชายมาจนโต ดีกว่าให้คนบางคนแตะทั้งตัว แต่ไม่เคยเลี้ยงลูก สักแดงเดียว”
เนื้อแพรไม่พอใจ หม่อมมลุลีและท่านชายอ๊อดชะงักที่โดนตอกกลับ
“เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าให้พูดแต่เรื่องพิศุทธิ์” ท่านชายอ๊อดกระซิบหม่อมมลุลี
“ไม่รู้ล่ะ ย่าไม่ยอม ย่าไม่อยากโดนแม่พวงหยกมาถอนหงอกย่า”หม่อมมลุลีหงุดหงิดมาก

พวงหยกยังโวยวายไม่เลิก
“ฉันก็ไม่ยอมให้หม่อมมลุลีมาถอนหงอกฉันเหมือนกัน” พวงหยกหันไปทางกฤช “คุณไปบอกนังเนื้อแพร ด้วยว่าให้ล่ามลูกชายมันไว้ อย่าปล่อยให้มายุ่ง กับยายกั้งอีก”
“ไม่มีใครห้ามเราได้หรอกค่ะแม่” กะรัตเสียงแข็ง
“ถ้าแกพูดอีกคำเดียว ฉันจะล่ามแกด้วย” พวงหยกโกรธมาก
กันตากระซิบกุนตี
“นี่มันความรักของโรมิโอกับจูเลียตชัดๆ”
“แต่เรื่องนี้โรมิโอกับจูเลียตไม่ได้ตายเพราะยาพิษนะ แต่ตายเพราะคุณพวงหยก” กุนตีกระซิบตอบ
กะรัตไม่ยอม
“ต่อให้แม่ล่ามกั้ง กั้งก็จะไปหาคุณพิศุทธิ์จนได้ กั้งรักคุณพิศุทธิ์...คุณพิศุทธิ์ก็รักกั้ง เราสองคนรักกัน เราจะแต่งงานกัน”
พวงหยกเอานิ้วจิ้มหัวกะรัต
“ผัวสามคนที่ผ่านมาของแก มันไม่ได้สอนอะไรแก เลยรึไง ว่าความรักของพวกผู้ชาย มันเป็นแค่ยากล่อมประสาทสร้างความเพ้อฝันให้แก พอยามันหมดฤทธิ์ มันก็จะทิ้งแกไป แกก็ไม่เหลืออะไรเลย ไม่ว่าตัวแกหรือทรัพย์สมบัติ”
“ไม่จริง ครั้งนี้จะไม่มีใครทิ้งใคร...เพราะกั้งจะจดทะเบียนกับเขา”
“อะไรนะ” พวงหยกช็อก

พิศุทธิ์พูดกับหม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมบอกว่า...ผมก็ไม่เปลี่ยนใจแล้วครับ”
“ชาย...”
หม่อมมลุลีจะแย้ง พิศุทธิ์รีบพูดแทรก
“คนเราเริ่มต้นใหม่ได้ มีใครบ้างล่ะครับที่ไม่เคยทำผิด ผมเห็นใจกะรัตที่ต้องแต่งงานสามครั้ง แล้วก็เข้ารอยเดียวกันหมด คือถูกผู้ชายทรยศ สุดท้ายก็ตายเพราะอุบัติเหตุ และทุกคนก็ประนามว่ากะรัต เป็นผู้หญิงกินผัวทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เขาเสียอีกที่เป็นคน เสียใจและสูญเสีย มันไม่ยุติธรรม ไปหน่อยเหรอครับ”
“แล้วชายคิดว่าตัวเองเป็นใครเหรอจ๊ะ นักสังคมสงเคราะห์ คอยแก้ไขปัญหาชีวิตให้คนอื่นหรือไง ชายทำให้ย่าผิดหวังมากรู้มั้ย”
“ผมเสียใจครับที่ทำให้หม่อมย่าผิดหวัง แต่ผมยืนยันว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ตามใจ แต่ย่าบอกไว้ก่อนนะ ว่าถ้าชายอยากแต่ง ก็ไปหาผู้ใหญ่เอง ย่าไม่สู่ขอให้”
หม่อมมลุลีเดินเชิดเพราะคิดว่าพิศุทธิ์ต้องง้อ เนื้อแพรพูดขึ้น
“ดิฉันก็ไม่คิดจะรบกวนหม่อมอยู่แล้ว”
หม่อมมลุลีหันขวับ มองเนื้อแพรทันที พิศุทธิ์เองก็มองเนื้อแพรแปลกใจ
“อะไรนะ”
“แม่จะไปสู่ขอกะรัตให้ลูกเอง”

เนื้อแพรมองลูกชาย พิศุทธิ์ยิ้มขอบคุณเนื้อแพร

หม่อมมลุลีเดินโมโหมาขึ้นรถพร้อมกับท่านชายอ๊อด
“เมียแกมันจองหองนัก ออกตัวจะไปสู่ขอนังกะรัต ทั้งที่ฉันยังยืนหัวโด่อยู่แท้ๆ กล้าดียังไงมาหักหน้าฉัน”
“อ้าว ก็หม่อมแม่บอกเองว่าจะไม่เป็นผู้ใหญ่ให้พิศุทธิ์”
“แม่อยากทำให้พิศุทธิ์มันหยุดจองหองไง แต่มันกลับจองหองกว่าเก่า หึ ให้เนื้อแพรไปขอ ยายพวงหยกคงจะยอมให้หรอก” หม่อมมลุลีเซ็ง
“งั้นหม่อมแม่ก็ไปจัดการให้พิศุทธิ์แทนเนื้อแพรตอนนี้เลยสิครับ”
หม่อมมลุลีชะงัก แล้วหันไปมองท่านอ๊อดอย่างไม่อยากเชื่อ
“นี่ชายอ๊อดก็อยากมี ลูกสะใภ้มือสามเหมือนกันรึ”
“ผมยอมรับว่ากะรัตไม่มีคุณสมบัติที่จะมาร่วมสกุลเรา ยายนั่นเน่าเสีย ยิ่งกว่ามูลสัตว์ แต่หม่อมแม่อย่าลืมสิครับ...มูลสัตว์มัน แปลรูปเป็นปุ๋ยหมักสร้างเงินให้เราได้”
หม่อมมลุลีมองท่านชายอ๊อดอย่างรู้ทัน
“นี่พ่ออ๊อดอย่าบอกนะว่า…”
ท่านชายอ๊อดยิ้มรับว่าแม่เข้าใจถูกแล้ว

พิศุทธิ์กับเนื้อแพรยืนมองรถของหม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดขับออกจาก เขตรั้วบ้านไป
“ขอบคุณนะครับแม่ที่ยืนอยู่ข้างผม”
“ถ้าถามแม่จริงๆ แม่ไม่เคยแน่ใจในตัวกะรัต หวั่นว่ากะรัตจะพาความวุ่นวายมาให้ลูก กลัวว่าความสุขที่ลูกหวัง มันจะมีแต่อุปสรรค และจากความสุขจะกลายเป็นความทุกข์”
พิศุทธิ์จับมือเนื้อแพร
“ผมเชื่อว่าคนรักทุกคู่ต้องมีอุปสรรค ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองว่าเป็นความทุกข์แล้วจมกับมัน หรือจะมองว่าเป็นบททดสอบ แล้วสู้กับมัน ซึ่งผมเชื่อว่าผมกับกะรัตพร้อมจะสู้ครับ”
เนื้อแพรลูบแก้มพิศุทธิ์
“แม่อยากให้ชายรู้ว่าเรื่องนี้แม่ไม่เคยอยากสนับสนุน แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่ชายตัดสินใจแล้ว แม่ก็จะไม่ขวาง แต่แม่อยากเตือนไว้…ว่าความสุขที่แสนมีค่ามันมาพร้อมกับบททดสอบที่แสนสาหัส
เสมอนะลูก”
พิศุทธิ์กอดแม่ มือถือของเขาดังขึ้น พิศุทธิ์มองหน้าจอมือถือเห็นเป็นกะรัตโทรมา เนื้อแพรมองอย่างเข้าใจจึงเดินเลี่ยงออกไป
“ครับกั้ง...ยังไม่นอนอีกเหรอ”
เนื้อแพรยืนมองพิศุทธิ์คุยโทรศัพท์กับกะรัตอยู่ด้วยใบหน้ามีความสุข เธอคิดจะทำอะไรสักอย่างเพื่อจบปัญหานั้น

กะรัตใส่ชุดนอนนั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งพร้อมคุยมือถือกับพิศุทธิ์ นวลคอยทาครีมที่แขนให้
“ตกลงพรุ่งนี้คุณจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอกั้ง 9 โมงเช้าใช่ไหมคะ”
“ครับ...คุณว่ามันไม่เร็วไปจริงๆเหรอ”
“ช้าไปด้วยซ้ำ กั้งว่าจะหอบเสื้อผ้าไปนอนกับคุณคืนนี้ เลยด้วยซ้ำ”
กะรัตแกล้งพูดขำๆ นวลฟังกะรัตพูดแล้วถึงกับตกใจทาครีมที่แขนพลาด มือลื่นไถลไปตามแขน พรวด เกือบโดนหน้ากะรัต
“ระวังหน่อยสินวล”
“ขอโทษค่ะ นวลตกใจแทนคุณพิศุทธิ์” นวลยิ้มแหยๆ
“เธอไม่ต้องตกใจแทนหรอก เพราะปลายสายเนี่ย เขาตกใจจนพูดไม่ออกไปแล้ว...มีสติรึยังคะ”
“คุณนี่จริงๆเลย รีบนอนเถอะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน” พิศุทธิ์เสียงดุกึ่งขำ
“เดี๋ยวค่ะ แล้วผู้ใหญ่ที่คุณจะพามานี่ใครเหรอคะ อย่าบอกนะว่าหม่อมย่าของคุณ”
“ไม่ใช่ครับ แม่ผมเอง”
“แม่คุณ”
“ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจ แต่แม่เป็นคนที่ผมรักและเทิดทูนมากที่สุดในชีวิต พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของผม เป็นวันที่ชีวิตผมจะเปลี่ยนผมอยากให้แม่เป็นส่วนสำคัญในวันนั้น”
“ค่ะ ไม่ว่าผู้ใหญ่ของคุณจะเป็นใคร กั้งไม่มีปัญหา ขอแค่คนที่กั้งรักเป็นคุณก็พอ”
“นอนเถอะครับ”
“นอนก็ได้ แต่คุณต้องจุ๊บ...จุ๊บ...ก่อน”
“กั้ง...” พิศุทธิ์ถอนใจ
“เร็วๆ กั้งรู้นะว่าคุณอยู่คนเดียว พูดเร็วสิคะ”
พิศุทธิ์ส่ายหน้ากับความเจ้าเล่ห์ของกะรัตหันไป มองซ้าย มองขวา ก่อนว่าไม่มีเนื้อแพรหรือเด็ก รับใช้อยู่ใกล้ๆ พิศุทธิ์จึงหันมาคุยโทรศัพท์
“จุ๊บ...จุ๊บ”
กะรัตยิ้มมีความสุข แล้วแกล้งกระเง้ากระงอด
“อะไรนะคะ กั้งไม่ได้ยิน”
“กั้ง...” พิศุทธิ์รู้ทัน พูดเสียงนิ่ง
“ก็ได้ๆ ไว้แต่งงานกันเมื่อไหร่ กั้งจะไม่บังคับแค่ให้พูด แต่จะให้คุณทำทุกคืนก่อนนอนด้วย Good night ค่ะ”
กะรัตกดวางสายแล้วยิ้มอย่างมีความสุข...พิศุทธิ์กดมือถือยิ้มอย่างมีความสุขเช่นกัน

สายน้ำผึ้งนั่งนิ่งครุ่นคิดหาแผนสืบว่าพิศุทธิ์เอาแหวนไปให้ใคร ท่ามกลางสภาพห้องที่มีข้าวของ กระจัดกระจายจาก ฝีมือของเธอที่รื้อค้นหาแหวน

บุรุษพยาบาลเข็นร่างศิวาที่มีเลือดเต็มหัวและแขนเข้ามาที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล
“โอ้ย เจ็บจะแย่อยู่แล้ว หมออยู่ไหน เห็นไหมว่ามีคนไข้เจ็บมา ไปแอบหลับกันรึไง”
หมอดิวที่ดูมีงานวุ่นวายเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินถามพยาบาล
“คุณไข้เป็นอะไร”
ศิวารีบพูดแทรก
“เลือดท่วมมาขนาดนี้ คงโดนยุงกัดมามั้ง หยุดถาม แล้วพาผมเข้าไปรักษาก่อนได้ไหม หรือจะรอให้เลือดไหลออกหมดตัวก่อน ถึงรักษาได้”
หมอดิวแอบเซ็งศิวา บอกบุรุษพยาบาล
“พาคนไข้เข้าห้องฉุกเฉินเลย”
บุรุษพยาบาลเข็นรถศิวาเข้าห้องฉุกเฉิน กันตาวิ่งมาจากอีกทางเพิ่งมาถึงโรงพยาบาล หมอดิวยิ้มดีใจ
“ขอโทษนะหมอก้อยที่โทรตามมาช่วยตอนนี้ พอดีคืนนี้คนไข้ฉุกเฉินเยอะมาก”
“ไม่เป็นไร แล้วหมอดิวจะให้เราช่วยเคสไหนก่อน”
“งั้นหมอก้อยช่วยดูเคสในห้องฉุกเฉินนั่นให้หน่อยนะ เดี๋ยวเราไปดูเคสผู้หญิง”

หมอดิววิ่งออกไป กันตารีบวิ่งอย่างรีบร้อนเข้าห้องฉุกเฉิน

กันตาเข้ามาในห้องฉุกเฉิน ร่างผู้ชายที่บาดเจ็บนอนตะแคงหันหลังให้ เธอจึงยังไม่เห็นหน้าว่าใคร กันตาได้ยินเสียงศิวาโวยวายก็ชะงักว่าเสียงคุ้นๆ
“โอ๊ย เจ็บโว้ย เจ็บ เข็นเบาๆหน่อยสิวะ โอ๊ย”
“ทนนิดนะคะคุณ เดี๋ยวฉีดยาแก้ปวดก็หายแล้วค่ะ”
พยาบาลบอก ศิวาโวยวายไม่เลิก
“จะทำอะไรก็รีบทำสิ ไม่ได้เรื่องเลย ฉันบอกแล้วไงให้ตามหมอกันตา จะรอให้ฉันตายก่อนใช่ไหมถึงจะตามมาได้น่ะ”
กันตาคิดว่าศิวาแกล้ง เดินเข้าไปเอาเรื่อง
“แหม จัดเต็มมาเลยนะคุณ มีเลือดมาซะด้วย”
พยาบาลพยายามจะบอกกันตาว่าสิวารถคว่ำจริง
“คุณหมอคะ...คือ...”
กันตารีบพูดกับพยาบาล
“ฉันรู้จักเขาดี เดี๋ยวฉันจัดการเอง” กันตาหันไปทางศิวา “คุณคิดว่าจะตบตาฉันได้รึไง แหม...ไปเมคอัฟทำแผลมาซะเหมือนเชียว พยาบาลพยายามจะบอกกันตา
“คุณหมอคะ...”
กันตายกมือห้ามพยาบาลไม่ให้พูด หันไปพูดกับศิวาต่อ
“เมคแผลได้เนียนขนาดนี้ ไหนดูสิ...จะเมคความเจ็บได้ด้วยไหม”
กันตาเอามือจิ้มลงที่รอยเขียวช้ำตรงแขนศิวา
“โอ๊ย”
พยาบาลตกใจ กันตาทำหน้าอึ้ง แล้วปรบมือให้ศิวา
“โอ้โห คุณนี่น่าไปเป็นนักแสดงนะ ร้องซะฉันคิดว่าคุณเจ็บจริงเลย”
พยาบาลรีบพูด
“คนไข้เจ็บมาจริงๆค่ะคุณหมอ”
กันตาชะงัก แล้วหัวเราะ
“คุณนี่สุดยอด จ้างพยาบาลเป็นพยานด้วยเลย”
“โฮ้ย ผมเจ็บจริงๆ ไม่เห็นเหรอว่านี่เลือดจริง นี่ก็แผลจริงหรือคุณต้องให้ผมแหกแผลให้ดูเลยไหม” ศิวาเซ็ง
กันตาเอะใจ ก้มลงดมๆที่รอยเลือดที่หน้าผากศิวาแล้วชะงักพึมพำ
“เลือดจริงนี่นา”
“ไม่ใช่หรอก มันเป็นเลือดหมูเลือดหมาที่ผมเอามาหลอกคุณต่างหาก” ศิวาเหน็บแนม
“ก็คุณหลอกฉันมาหลายทีแล้ว อยู่ๆจะให้ฉันเชื่อทันทีว่าคุณเจ็บจริงได้ยังไงล่ะ นอนเฉยๆ เดี๋ยวฉันตรวจให้”
กันตารีบหยิบอุปกรณ์มาจัดการล้างแผล ตรวจเช็ดแผล และร่างกายของเขาศิวามองดูใบหน้า ของกันตาที่อยู่ใกล้ๆแล้วแอบยิ้ม

ในห้องพักฟื้น ศิวานอนบนรถเข็นโดยมีผ้าก็อตพันรอบหัว และเข้าเฝือกที่ขา บุรุษพยาบาลกับพยาบาล ช่วยกันอุ้มร่างของศิวาย้ายจากรถเข็นมานอนบนเตียงพัก กันตาเช็คขวดน้ำเกลือ เช็คดูความเรียบร้อย
“อาจารย์หมอสั่งให้คุณนอนพักที่โรงพยาบาลสี่ห้าวันนะคะ ถ้ามีอะไร กดออดเรียกพยาบาลเลยนะคะ” กันตาจะเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน ผมรู้สึกเจ็บแผลมาก อยากให้หมออยู่ดูก่อน”
“ได้...เดี๋ยวฉันไปบอกอาจารย์หมอให้”
“ผมหมายถึงคุณ”
“เสียใจด้วยนะ...ฉันเป็นแค่แพทย์ฝึกหัด อาจารย์หมอต่างหากที่เป็นเจ้าของไข้ ถ้าคุณมีอะไร ต้องคุยกับอาจารย์หมอ ไม่ใช่ฉัน”
กันตาจะเดินไป ศิวาโวยวาย
“แต่ผมอยากได้คุณเป็นหมอดูแลผม”
“Good night นะคะ”
กันตายิ้มเยาะ เดินออกจากห้องไป ศิวามองอย่างไม่ยอมแพ้ยิ้ม
“คนอย่างผม ถ้าอยากได้อะไรต้องได้”

เช้าวันใหม่...สายน้ำผึ้งรีบร้อนลงจากบันได จนแทบจะลื่นตกลงไป รสสุคนธ์วิ่งออกมาจากในครัว พร้อมถือชามโจ๊กมาให้
“ค่อยๆลงสิผึ้ง นี่มันท้องเจ็ดเดือนนะ ไม่ใช่สองสามเดือน ทำอะไรระวังหน่อย”
“ก็ผึ้งรีบนี่”
สายน้ำผึ้งจะเดินไป รสสุคนธ์ดึงมือไว้
“กินโจ๊กก่อน ถึงไม่กินให้ตัวเอง ก็ต้องกินให้ลูก”
“นี่น้ารสฟังไม่เข้าใจเหรอ ผึ้งบอกว่าผึ้งรีบ”
สายน้ำผึ้งจะเดินไป รสสุคนธ์ยังดึงมือไว้
“จะรีบไปสืบเรื่องแหวนเหรอ น้าบอกแล้วไงว่าไม่มีประโยชน์ คนที่ผึ้งควรนึกถึงคนแรก คือลูกไม่ใช่ผู้ชายของ คนอื่น”
“ไม่จริง น้ารสไม่รู้จักเขา น้ารสจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นของคนอื่น ผึ้งจะบอกให้นะ แหวนนั่นน่ะ เขาซื้อให้ผึ้ง แต่เขายังไม่ให้ผึ้งตอนนี้เท่านั้นเอง”
รสสุคนธ์ถอนใจ
“เมื่อไหร่จะหยุดหลอกตัวเองสักที ถ้าแหวนนั่นเขาซื้อให้ผึ้งจริง เขาก็ให้ผึ้งไปนานแล้ว ยอมรับเถอะผึ้ง คนอย่างคุณพิศุทธิ์น่ะ หน้าที่การงานก็ดี ชาติตระกูลดี เขาก็คงแต่งงานกับผู้หญิงฐานะ เดียวกัน ไปแล้ว”
“ไม่จริง ถ้าเขามีเมีย ผึ้งก็ต้องรู้สิ”
“งั้นก็ไปถามใครต่อใครให้รู้เรื่องไปเลย” รสสุคนธ์สุดทน
“ผึ้งถามแน่” สายน้ำผึ้งมุ่งมั่น

รสสุคนธ์มองอย่างเป็นห่วงว่าสายน้ำผึ้งต้องสร้างเรื่องอีกแน่

ในห้องรับแขก เจ้าสัวบัญชานั่งลงตรงข้ามหม่อมมลุลีและท่านชายอ๊อดที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“หม่อมกับท่านชายอ๊อดมาหาผม เรื่องหลานชายท่ากับหลานสาวผม ใช่มั้ยครับ”
หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดมองหน้ากันว่า ใครจะเริ่มพูดกับเจ้าสัวก่อน
“คืออย่างงี้ครับเจ้าสัว...เจ้าสัวก็ต้องเห็นใจผมกับหม่อมแม่ด้วย ตระกูลเราไม่ใช่มาจากรากหญ้า คนที่สืบราชสกุลเดียวกัน ก็ล้วนมาจากชนชั้นดี พิศุทธิ์เองก็มี ประวัติดีมากตลอด เราก็คาดหวังสูงว่าภรรยาของพิศุทธิ์คง เป็นเพชรน้ำดี แต่พิศุทธิ์กลับเลือก...ผมขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ...ผู้หญิงที่ ผ่านการแต่งงานมาแล้วถึงสามครั้งอย่างกะรัต”
ท่านชายอ๊อดเหล่ตาให้หม่อมมลุลีพูดต่อ
“นั่นน่ะสิ แล้วดิฉันก็หมั้นหมายผู้หญิงซึ่งเป็นลูกสาวท่านรัฐมนตรีไว้แล้วเจออย่างนี้...ดิฉันเสียทั้งหน้า เสียคำพูด แล้วชายอ๊อดก็เสียหุ้นส่วนด้วย เพราะท่านรัฐมนตรีกับชายอ๊อดมีแผนลงทุนร่วมกัน”
“เงินลงทุนหลายสิบล้าน หายวับไปตอนที่พิศุทธิ์วิ่งตามหลานสาวเจ้าสัวไปนั่นแหละครับ...หมดกัน ธุรกิจของผม” ท่านชายอ๊อดแสร้งถอนใจอย่างเครียด
เจ้าสัวบัญชานั่งฟังนิ่ง หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดมองอาการเจ้าสัวบัญชาว่าจะเข้าใจ ความประสงค์ของตัวเองไหม ท่านชายอ๊อดสะกิดหม่อมมลุลีให้พูดย้ำอีกครั้ง
“หวังว่าเจ้าสัวคงเข้าใจนะคะ ว่าฝ่ายของดิฉันเสียหายเกินกว่าจะยอมรับหลานสาวเจ้าสัวมาเป็นหลานสะใภ้ได้”
เจ้าสัวบัญชามองสองแม่ลูก แล้วยิ้มเย็นๆอย่างราชสีห์รู้แผนการของหนูตัวน้อย
“เรื่องนี้ผมมีทางออกให้ และมีเงื่อนไข ไม่ทราบว่าหม่อมกับ ท่านชายจะพอเปิดใจยอมรับไหม”
เจ้าสัวบัญชาลุกขึ้นหันหลังเดินไปที่โต๊ะซึ่งวางกระเป๋าซึ่งเก็บสมุดเช็คไว้ หยิบ สมุดเช็คออกมาเซ็นต์ หม่อมมลุลีและท่านชายอ๊อดมองหน้ากันแล้วแอบยิ้มให้กัน เจ้าสัวยืนหันหลังให้ทั้งคู่ก็จริง แต่ยังเห็น จากกระจกประดับในบ้านที่สะท้อนให้เห็น เขามองสองแม่ลูกแล้วยิ้มเยาะ รู้ทันว่าสองแม่ลูกคิดแผนอะไรอยู่ เจ้าสัวมองสมุดเช็คว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเสียเงินให้สองแม่ลูกเลย แต่ที่ทำเพราะรักกะรัต อยากให้กะรัตได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก

ในห้องพักฟื้น...พยาบาลทำแผลที่หัวให้ศิวาที่นอนอยู่บนเตียง ขาเข้าเฝือก ขยับไปไหนไม่ได้
“โอ้ย เบาๆหน่อยสิ นี่หมอผมไปไหน” ศิวาโวยวาย
“คุณหมอสุรพลกำลังมาค่ะ”
“ผมไม่เอาหมอผู้ชาย ผมจะเอาหมอผู้หญิงที่ชื่อกันตา”
“วันนี้คุณหมอไม่เข้าเวรค่ะ”
“ไม่จริง ผมรู้นะว่าหมอมา ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้ คุณรู้ไหมว่าผมลูกใคร ถ้าผมฟ้องว่าพวกคุณดูแลผมไม่ดี พวกคุณเด้งแน่”
โทรศัพท์ในห้องของศิวาดังขึ้น เขาเอื้อมไปหยิบไม่ถึง
“นี่รอให้ผมเอื้อมจนตกเตียงก่อนใช่ไหม คุณถึงจะช่วยผม” ศิวาเหวี่ยงใส่พยาบาล
“ขอโทษค่ะ”
พยาบาลข่มใจ พยาบาลหยิบโทรศัพท์ส่งให้
“ฮัลโหล...”
กันตาคุยมือถืออยู่หน้าห้องพักศิวา
“คุณโวยวายยังไง ฉันก็ไม่เข้าไปดูคุณหรอก ฉันบอกแล้วไงว่า ฉันไม่มีหน้าที่รับผิดชอบคุณ”
ศิวาชะเง้อมองไปหน้าห้อง
“นี่คุณอยู่หน้าห้องผมใช่ไหม ถึงรู้ว่าผมพูดอะไร อยากเข้ามาหาผมก็มาเถอะ ไม่เสียฟอร์มหรอก ผมรู้ว่าผู้หญิง ทุกคนอยากเข้าใกล้ผม”
“คุณนี่มันโดนใครต่อใคร พะเน้าพะนอเอาใจจนเสียนิสัย คิดว่าคนทั้งโลกต้องทำอย่างที่คุณ ต้องการ แต่เสียใจด้วยนะ โลกนี้มันโหดร้ายกว่านั้น แล้วฉันนี่แหละ จะสอนให้คุณรู้จักความโหดร้าย นั้นเอง เริ่มจาก บทเรียนแรกของวันนี้ รู้จักรักษาตัวรอด เป็นยอดดี ถ้าคุณยังโวยวาย ไม่หยุดระวัง พยาบาลจะทำแอลกอฮอล์หกใส่แผลคุณทั้งขวด”
ศิวาเหลือบมองพยาบาล
“เขาไม่กล้าหรอก”
“บทเรียนที่สอง ถึงคนเราจะทำงานตามหน้าที่ แต่ถ้าถูกกดขี่มากๆ ขีดความอดทนของคนเรามันมี จำกัดนะคุณ ไม่อย่างนั้นจะมีข่าว ลูกน้องยิงเจ้านายขึ้นหน้าหนึ่งเหรอคะ...ฉันอยู่เวรมาทั้งคืนแล้ว กลับบ้านดีกว่า โชคดีนะคุณ บ้ายบาย”
“ฮัลโหล ฮัลโหล”
ศิวามองไปทางประตูห้องพัก กันตาโบกมือให้ที่ช่องกระจกบนบานประตู แล้วเดินออกไป ศิวาจะลุกจากเตียง พยาบาลห้ามไว้ พยาบาลกำลังหยิบขวดแอลกอฮอลมาถือไว้เพื่อจะเช็ดแผลให้
“นอนนิ่งๆค่ะ เดี๋ยวแอลกอฮอลหกนะคะ”
ศิวามองขวดแอลกอฮอลแล้วคิดถึงคำพูดกันตา เขาชะงักยอมให้พยาบาลทำแผล ศิวาขบเขี้ยวหมายมาดเอาชนะกันตาให้ได้
“รอก่อน...คุณหมอจอมแสบ”

สายน้ำผึ้งกำลังเข้าห้องทำงานพิศุทธิ์ ฟองดาวเดินมาที่โต๊ะทำงานตัวเองที่อยู่หน้าห้อง มองอย่างรู้ทัน
“คุณพิศุทธิ์ไม่มาทำค่ะ”
สายน้ำผึ้งชะงักหันไปมองฟองดาว
“หมายความว่ายังไงคะ”
“ก็หมายความว่าวันนี้คุณพิศุทธิ์ลาไงคะ เห็นว่าจะไปทำธุระส่วนตัว”
สายน้ำผึ้งนิ่งคิดว่าพิศุทธิ์ลาไปทำอะไร

พวงหยกนั่งอยู่บนเก้าอี้นวดพร้อมดูทีวีอย่างสบายใจ กุนตียืนมองพวงหยกอย่างเหนื่อย ใจกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของแม่
“แม่จะไม่ลงไปข้างล่างด้วยจริงๆเหรอคะ คุณพิศุทธิ์กำลังพาผู้ใหญ่มาคุยกับก๋งแล้วนะ”
“จะให้ฉันลงไปร้องแรกแหกกระเชอว่า...เจ้าข้าเอ้ย ยัยกั้งลูกสาวฉันได้ผัวใหม่อีกคนแล้วจ้า...ด้วยไหมล่ะ”
กุนตีเดินไปหยิบเสื้อผ้าให้พวงหยก
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ก๋งขอให้แม่ลงไปนั่งเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร แค่รับรู้ว่าเขามาขอ ลูกสาวแม่แล้วก็พอค่ะ”
“แกก็บอกก๋งไปสิว่า ฉันปวดหัวตัวร้อน ไข้ขึ้นสมอง หนองเข้าตาเป็นอัมพฤกษ์ที่ขา ลามไปอัมพาตที่แขน เป็นง่อยเดินไม่ได้”
กุนตีอดขำอารมณ์พาลของพวงหยกไม่ได้
“แม่แน่ใจนะว่าให้พูดอย่างนั้น”
“เอ๊ะ แกนี่ยังไงนะ คาดคั้นให้ฉันลงไปอยู่ได้ มันเอาทองหุ้มตัวมากันรึไง ถึงเห่อกันอยู่ได้”
“ถ้าแค่ทองหุ้มตัว กุ้งไม่ตาโตเห่อไปด้วยหรอก เพราะเราเองก็มีมากพอแล้ว แต่เขาเป็นคนดี”
“พูดอย่างกับคนดีมีคนเดียวในโลก”
“คนดีไม่ได้มีคนเดียวในโลกหรอกค่ะ แต่คนดีที่ยายกั้งรักมีคนเดียวในโลก สามคนที่ผ่านมาดีไม่ ถึงครึ่งของคนนี้ แม่ยังรับเป็นเขยได้ แล้วคุณพิศุทธิ์ล่ะคะ...ทำไมแม่เอาเนื้อแพรมาประเมินค่าเขาด้วย แม่ลูกอาจไม่เหมือนกัน”
“เลือดเดียวกัน มันจะดีไปสักกี่น้ำ แล้วยังท่านชายอ๊อดนั่นอีก กำพืดก๊กนี้ ฉันรู้ปรุโปร่งตั้งแต่ หัวยันหาง”
“ถ้าแม่คิดว่าเลือดไม่ดี แล้วที่กั้งออกนอกลู่นอกทางให้คนนอกเขาคุยกันสนุกปาก แม่จะยอมรับ ไหมคะว่าเป็นเพราะเลือดในตระกูล”
พวงหยกชะงักเถียงไปไม่ถูก จึงหงุดหงิดกลบเกลื่อน

“แกอยากให้ฉันลงไปมากใช่ไหม ได้ แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าฉันจะลงไปนั่งทื่อๆ เป็นหัวหลักหัวตอ ไม่ต้องมาถามความเห็นอะไร เพราะฉันจะไม่พูดสักคำ”

สามีตีตรา ตอนที่ 5 (ต่อ)

เมื่อลงมาที่โถงชั้นล่าง พวงหยกโวยวาย
“ใครบอกให้เธอเสนอหน้ามาถึงที่นี่ ใครเอามันเข้าบ้านฉัน”
พิศุทธิ์พาเนื้อแพรเดินเข้าบ้านมา โดยมีกะรัตเดินเคียงข้างพิศุทธิ์ เจ้าสัวบัญชา ยืนอยู่ข้างๆพวงหยก กฤชมองพวงหยกอย่างระอา แล้วหันไปมองเนื้อแพรอย่างเป็นห่วง
เนื้อแพรมีทีท่านิ่งสงบ พวงหยกจะเข้าไปหาเนื้อแพร กันตากับกุนตีรีบจับตัวไว้
“ใจเย็นๆค่ะแม่” กุนตีห้าม
“เมียน้อยพ่อแกมาเหยียบถึงบ้านฉัน แกจะให้ฉันใจเย็นอยู่ได้ยังไง”
“อั๊วให้กุ้งบอกลื้อแล้วไงว่าให้ลงมานั่งเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร แค่รับรู้ว่ามีผู้ใหญ่มาสู่ขอลูก ที่เหลืออั๊วจัดการเอง” เจ้าสัวบัญชาตัดบท
“แต่กั้งเป็นลูกอั๊ว อั๊วก็มีสิทธิ์พูดเหมือนกัน” พวงหยกแย้ง
“แต่เมื่อกี้แม่บอกว่าจะนั่งเฉยๆ ไม่พูดสักคำ” กุนตีขัดขึ้น
พวงหยกหันขวับไปมองดุกุนตี
“พวกแกนี่ก็ออกหน้าออกตาเข้าพวกมันจังเลยนะ ทำไมไม่สมัครเป็นเบอร์สอง เบอร์สาม ของมันไปด้วยเลยล่ะ”
“ก็อยากอยู่หรอก แต่กลัวแม่ช็อคตายก่อน” กันตาประชด
“ยายก้อย” พวงหยกหยิกแขนกันตา
กะรัตอ้อนพวงหยก เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น
“แม่ ได้โปรดเถอะ เปิดใจพิจารณาคุณพิศุทธิ์ก่อนแล้ว ค่อยตัดสิน ผัวคนก่อนๆ กั้งไม่เคย ขอร้องแม่และไม่เคยแคร์ด้วยว่าคนในบ้านจะชอบไหม ซึ่งแม่ก็ไม่เคยมีปัญหาแล้วกับผู้ชายที่ดีคนนึง ที่กั้งแคร์เขา แม่จะยอมรับเพื่อกั้งไม่ได้เลยเหรอ”
“ฉันยอมรับแน่ ถ้ามันไม่ใช่ลูกของ…”
พวงหยกมองเนื้อแพรอย่างเกลียดชัง เจ้าสัวบัญชาจ้องหน้าพวงหยก
“อั๊วขอแล้วกันอาพวงหยก เรื่องของคนรุ่นลูกก็อย่าเอาคนรุ่นก่อนมาถือสา อั๊วรู้ว่าลื้อรู้สึกยังไง แต่จะให้ทำไงได้” เจ้าสัวบัญชาลูบหัวกะรัตอย่าง เห็นใจและเข้าใจ “ไอ้ที่ตาดำๆอยู่นี่ มันก็เลือดเนื้อเชื้อไข เหมือนกัน”
“ยังไงอั๊วก็รับไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นหน้านายพิศุทธิ์ อั๊วก็ต้องคิดว่านังเนื้อแพรลักลอบเอาผัวอั๊วไปกก”
เนื้อแพรแทรกขึ้น
“ถ้าเหตุผลเดียวที่คุณไม่ยอมรับพิศุทธิ์ คือเรื่องดิฉันกับคุณกฤช งั้นคุณก็เลิกคิดได้แล้วล่ะค่ะ เพราะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดิฉันกับคุณกฤช จะไม่มีการติดต่อกันอีก”
“แพร…” กฤชชะงัก
เนื้อแพรหันไปพูดกับเจ้าสัวบัญชา
“เราเริ่มคุยการสู่ขอกันเลยดีไหมคะ”
“งั้นเชิญที่ห้องรับแขกเลย”
เจ้าสัวบัญชาเดินนำพิศุทธิ์ กะรัต เนื้อแพร ไปทางห้องรับแขก กันตากับกุนตีพะวงรอแม่ พวงหยกหันไปมองกฤชที่ยืนนิ่ง แล้วปรบมือแสร้งชื่นชม
“ไปกกนักแสดงไม่เท่าไร ก็ได้ทั้งดูดทั้งซับ การแสดงมาตบตาฉันได้แหม ทำมาประกาศตัด ความสัมพันธ์ต่อหน้าฉันคิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอว่าเตี๊ยมกันมาน่ะ ลงทุนสะตอขนาดนี้ คงบวกลบ คูณหารมาดีแล้วสิว่ามันคุ้ม”
“คนที่คิดแต่เรื่องลบๆแบบนี้ ในโลกนี้มีแค่คุณเท่านั้นที่คิดได้” กฤชเบื่อหน่าย
“งั้นก็คอยดูแล้วกันว่าที่ฉันคิด มันไม่ผิด”
พวงหยกพูดจบก็เดินไปทางห้องรับแขก กันตากับกุนตีรีบเดินตามไปคุม กฤชมองตามเนื้อแพรไป อย่างกังวลเพราะเขารู้ว่าเนื้อแพรพูดจริง

เนื้อแพรเจรจากับเจ้าสัวบัญชา โดยมีกะรัตกับพิศุทธิ์นั่งเคียงข้างกัน กันตากับกุนตีนั่งข้างๆ พวงหยกเพื่อคอยคุมไว้ กฤชนั่งตรงข้ามเนื้อแพร เหลือบมองเธอตลอดเวลา แต่เนื้อแพรไม่สบตาเขา
เจ้าสัวบัญชาเอ่ยขึ้น
“อั๊วบอกแล้วว่าอั๊วไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น แค่เขาสองคนรักกัน อั๊วก็พอใจแล้ว”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงหนูกั้งก็เป็นผู้หญิง เราทำให้เหมาสม”
“แบบนี้ใช่ไหมที่เรียกว่าอัฐยาย ซื้อขนมยาย” พวงหยกพูดแทรก
“แม่” กุนตีกับกันตาปราม
“เอ้า หรือฉันพูดไม่จริง ดูดเงินจากพ่อไป แล้วก็เอาเงินนั้นแหละมาสู่ขอลูกสาวเขา”
กะรัตเซ็งแม่มากรีบเปลี่ยนเรื่องคุย
“กั้งกับคุณพิศุทธิ์คุยกันไว้ว่าเราจะจัดงานแต่งงานง่ายๆ ไม่ใหญ่โต เชิญเฉพาะผู้ใหญ่ และเพื่อนที่สนิท”
พวงหยกพูดแทรกอีก
“ถึงไม่บอกก็รู้ เงินเดือนเท่านั้น จะเอาปัญญาที่ไหนจัดงานใหญ่โต”
“แม่” กุนตีกับกันตาปราม
กะรัตพยายามพูดเข้าเรื่องต่อ
“กั้งเคยแต่งงานมาหลายหนแล้ว กั้งเลยไม่อยากได้พิธีรีตรองอะไรอีก ไม่อยากได้ฤกษ์ดี อยากได้แค่ฤกษ์ที่กั้งชอบ” กะรัตส่งตาหวานให้พิศุทธิ์ “กั้งเลยเลือกแต่งงานในวันเกิดกั้ง”
“วันเกิดแกก็อีก 2 อาทิตย์น่ะสิ นานไปรึเปล่าแม่คุ๊ณ ขนข้าวของย้ายมาอยู่วันนี้ พรุ่งนี้เลยดีกว่า ยังไงก็กระเหี้ยนกระหือรือกัน ขนาดนี้แล้ว” พวงหยกไม่พอใจ
“แม่” กุนตีกับกันตาเหนื่อยใจ
พวงหยกรำคาญ
“โฮ้ย เรียกอยู่ได้ ก็แม่น่ะสิ เห็นเป็นนางงามรึไง”
เจ้าสัวบัญชาสุดจะทน บอกกันตากับกุนตี
“เอาแม่ลื้อออกไปได้แล้ว...ไป หมดหน้าที่แล้ว”
“แต่อั๊ว...” พวงหยกจะแย้ง
“ปาย...” เจ้าสัวบัญชาจ้องหน้า
พวงหยกมองเจ้าสัวอย่างขัดใจแล้วจึงเดินออกจากห้องไปกับกันตาและกุนตี กะรัตหันมาหาพิศุทธิ์
“กั้งขอโทษแทนแม่ด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” พิศุทธิ์ยิ้มบางๆ
เจ้าสัวบัญชาเอ่ยขึ้น
“ความจริง...พวงหยกพูดแบบนั้น ก็ดีเหมือนกันนะ”
“ดียังไงก๋ง” กะรัตโวยวาย
“ขออั๊วคุยกับคุณพิศุทธิ์สองคนแล้วกัน”

เจ้าสัวบัญชาลุกขึ้นเดินนำพิศุทธิ์ออกไปจากห้อง กะรัตมองตามอย่างสงสัยว่าเจ้าสัวบัญชา จะคุยอะไรกับพิศุทธิ์

เจ้าสัวบัญชานั่งลงบนโซฟาในห้องทำงาน พิศุทธ์นั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม
 
“ที่อั๊วบอกว่าพวงหยกพูดแบบนั้นน่ะดีแล้ว ไม่ได้แปลว่าอั๊วเห็นด้วยที่เขาพูดดูถูกคุณชายนะ แต่ที่อั๊วบอกว่าดี เพราะมันทำให้คุณชาย ได้รู้ว่าคุณชายต้องเจอกับอะไร ตอนนี้ยังมีเวลา คุณชายทบทวน ให้ดีๆ ว่าคุณชายยังพร้อมใจใช้ชีวิตคู่กับกั้งต่อไหม”
พิศุทธิ์มองหน้าเจ้าสัวบัญชาอย่างคิดๆ

ยี่หวาและพนักงานคนอื่นๆนั่งทำงานกันอยู่ ชายนี่เปิดอินเตอร์เน็ตดูเวปซุบซิบข่าวอยู่ ทันใดนั้นชายนี่แหกปากตบอกด้วยความตกใจพร้อมอุทาน
“คุณแม่มาดอนน่า จริงเหรอเนี่ย”
ยี่หวาและพนักงานคนอื่นๆรีบลุกมาที่โต๊ะของชายนี่
“มีอะไรเจ๊” ยี่หวาอ่านข่าวที่หน้าจอคอมแล้วตาโต “เฮ้ย นี่มันคุณพิศุทธิ์นี่ แล้วผู้หญิงคนนี้ เป็นใครอ่ะ”
“เป็นใครไม่รู้ ที่รู้คือคนที่คุณพิศุทธิ์ขอแต่งงานกลาง...” ชายนี่ออกเสียงกะแดะ “แคตวอร์คเคอะ”
“นี่คุณพิศุทธิ์แอบมีแฟนแล้วเหรอเนี่ย เราก็นึกว่าเขาจะคั่วแม่ลูกอ่อน”
“นั่นสิ...เราก็เชียร์ไปเยอะด้วย เกย์สาวจะโดนหญิงท้องแก่ตบไหมเนี่ย”
สายน้ำผึ้งเดินรีบร้อนถือแฟ้มงานมาจากห้องประชุม ชายนี่รีบปิดหน้าจอข่าวซุบซิบ ยี่หวาและพนักงานอื่นๆรีบไปหยิบแฟ้มที่โต๊ะตัวเอง ยี่หวาชวนสายน้ำผึ้งคุยเพื่อไม่ให้ดูผิดปกติ
“วันนี้ผึ้งดูรีบร้อนทำงานจัง”
“คือผึ้งมีธุระต้องรีบไปทำน่ะค่ะ”
ชายนี่ตบมือเรียกพนักงาน
“เอ้า เอ้า รีบหยิบแฟ้มเร็วๆ เดี๋ยวประชุมกันไม่ทัน”
ชายนี่ ยี่หวาและพนักงานอื่นๆรีบหยิบแฟ้มไปห้องประชุม สายน้ำผึ้งรีบเก็บของใส่กระเป๋า เพื่อจะไปบ้านพิศุทธิ์ ขณะเดียวกันนั้น โทรศัพท์ที่โต๊ะดังขึ้น เธอรับสาย
“ฮัลโหล สายน้ำผึ้งพูดค่ะ จะเอาเอกสารตอนนี้เลยเหรอคะหัวหน้า ได้ค่ะ เดี๋ยวผึ้งรีบจัดการให้”
สายน้ำผึ้งวางสายด้วยใบหน้าเครียดเซ็ง แล้วเปิดแฟ้มตรวจดูเอกสาร
“เอ๊ะ เอกสารอีกอันอยู่ไหนนะ…อ้อ...ชายนี่”
สายน้ำผึ้งเดินไปที่โต๊ะชายนี่แล้วมองหาเอกสาร แต่ไม่เจอ หันไปถามพนักงานโต๊ะข้างๆ
“เจ๊ชายนี่ปริ้นเอกสารให้ผึ้งรึยังคะ”
“เมื่อกี้เห็นเจ๊ชายนี่กำลังพิมพ์อยู่นะคะ”
สายน้ำผึ้งจึงนั่งที่โต๊ะทำงานของชายนี่ แล้วหยิบเม้าท์มาเลื่อนหาเอกสารที่ชายนี่กดปิดซ่อนไว้ ที่ขอบจอคอมพิวเตอร์ เธอเลื่อนเม้าท์เพื่อกดหางาน เวป ซุบซิบกับไฟล์งานถูกปิดซ่อนอยู่ข้างๆกัน สายน้ำผึ้งไปเผลอกดโดนตัวสัญลักษณ์ขยายหน้าต่างเวปข่าวซุบซิบให้เปิดขึ้น เธอเกือบจะมอง แต่พนักงานฝ่ายบุคคลเดินเข้ามาหาก่อน
“พี่ผึ้งคะ ที่อยู่ของคุณพิศุทธิ์ที่พี่ผึ้งขอ”
สายน้ำผึ้งรีบลุกขึ้นจากโต๊ะของชายนี่ โดยไม่ทันมองเวปข่าวซุบซิบ เพื่อรีบเข้าไปหาพนักงาน ฝ่ายบุคคลให้พูดเบาๆ ไม่อยากให้ใครได้ยิน
“ขอบใจนะ พอดีลูกค้าถามที่อยู่คุณพิศุทธิ์น่ะ เขาจะส่งเอกสารไปให้”
พนักงานพยักหน้ารับรู้แล้วเดินออกไป สายน้ำผึ้งมองดูที่อยู่ของพิศุทธิ์บนกระดาษ แล้วหยิบกระเป๋าสะพายเดินออกไป เธอยื่นแฟ้มเอกสารให้พนักงาน
“เอาเอกสารนี่ไปให้หัวหน้าให้พี่ทีแล้วฝากบอกว่าพี่ขอลาไปหาหมอนะ”
สายน้ำผึ้งเดินออกไปโดยไม่เห็นว่า
หน้าจอคอมพิวเตอร์ของชายนี่ เป็นภาพพิสุทธิ์เอาริบบิ้นผูกข้อมือกะรัต อยู่บนเวทีพร้อม ข้อความบรรยาย
“งานแฟชั่นเปิดตัวแบรนด์เสื้อกะรัต มีเซอร์ไพร์สขอแต่งงานกลางเวที ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริง หรือแค่สร้างข่าวโปรโมท”

พิศุทธิ์มองหน้าเจ้าสัวบัญชาอย่างจริงจัง
“ทุกคำที่ผมพูดบนเวทีนั่น และทุกอย่างที่ผมแสดงออก ผมทำจากใจ ผมทราบดีว่าการร่วมทาง กับกั้งมันไม่ใช่เรื่องง่าย และผมก็ทราบว่าผมจะต้องเจออะไรบ้าง ผมยอมรับว่ามันหนัก แต่ถ้าให้ผมทิ้งกั้ง ไว้กับปมอดีตเหมือนที่ผ่านมา ผมทำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านถามว่า ผมพร้อมไหม ผมพร้อมแล้ว ครับ ที่จะพากั้งไปจากอดีตเพื่อสร้างปัจจุบันและอนาคตของเรา”
เจ้าสัวบัญชามองพิศุทธิ์อย่างปลื้มใจว่าตัวเองมองผู้ชายคนนี้ไม่ผิดจริงๆ

กะรัตเดินไปเดินมาหน้าห้องทำงานที่เจ้าสัวบัญชาพาพิศุทธิ์เข้าไปคุย
“นวล ไปแอบฟังสิว่าก๋งคุยอะไรกับคุณพิศุทธิ์”
“จะดีเหรอคะ” นวลหน้าแหย
กะรัตไม่ตอบแต่ดีดนิ้ว ป็อก ป็อก แล้วชี้ไปที่ประตูห้องทำงาน นวลถอนใจเซ็งๆ แล้วจำใจต้องเดินไปที่หน้าประตูห้องมองกะรัตว่า จะให้แอบฟังจริงๆเหรอ
กะรัตยังคงชี้นิ้วให้นวลเอาหูแนบประตู นวลจำใจค่อยๆเอาหูแนบประตู เจ้าสัวบัญชาเปิดประตู ออกมาพอดี พิสุทธิ์เดินตามออกมา นวลรีบแกล้งมองหาจิ้งจกที่ขอบประตูแทน
“หายไปไหนแล้ววะ วิ่งหนีเร็วจริงๆ”นวลยิ้มแหยๆ “จิ้งจกน่ะค่ะ”
กะรัตรีบเดินเข้ามาหาเจ้าสัวบัญชาและพิศุทธิ์
“คุยอะไรกันน่ะคะ น๊าน...นาน”
“ก็คุยว่าคุณชายจะเปลี่ยนใจไหม”
“ก๋ง” กะรัตชะงัก
เจ้าสัวบัญชาหัวเราะ
“ดุอย่างนี้นี่เอง คุณชายถึงไม่กล้าเปลี่ยนใจ”
กะรัตฟังเจ้าสัวบัญชาพูดแล้วดีใจ รีบเข้าไปกอดพิสุทธิ์ไว้
“ต่อให้คุณเปลี่ยนใจ กั้งก็ไม่มีวันยอมหรอก”
“ถ้าประกาศซะขนาดนี้ งั้นก็รีบไปจัดงานแต่งซะ” เจ้าสัวบัญชาขำกะรัต

“สรุป...ทุกอย่างโอเคแล้วนะคะ...เย้” กะรัตกระโดดกอดพิศุทธิ์

เนื้อแพรเดินออกจากประตูบ้านกะรัต กฤชรีบเดินตามมา
 
“แพร...”
เนื้อแพรชะงักแล้วถอนใจ เพราะรู้ว่าสุดท้ายต้องพูดกับกฤชอยู่ดี
“ก็อย่างที่ฉันพูดล่ะค่ะ เพื่อให้คุณพวงหยกเลิกคิด เลิกระแวง จนทำลายชีวิตความรักของลูก เราต้องเลิกติดต่อกัน”
“แต่เราไม่มีอะไร เราเป็นเพื่อนกัน คุณกับผมรู้ดี”
“ค่ะ เรายังเป็นเพื่อนกัน คุณยังเป็นเจ้าหนี้ของฉันฉันสัญญาว่าจะคืนเงิน คุณให้เร็วที่สุดเราจะคุยกันเฉพาะ เรื่องงาน ส่วนเรื่องอื่น...ขอให้จบ”
“เอาถึงขั้นนั้นเลยเหรอ”
“ตัวฉันเอง ใครจะว่า จะประนามยังไง ฉันไม่แคร์ แต่ที่ฉันแคร์ที่สุดคือลูก ฉันจะไม่ทำให้ชีวิต แต่งงานของชายต้องมาพังเพราะเสียง ซุบซิบของใครต่อใครว่าพ่อกับแม่ ลูกกับลูก ฉันทนไม่ได้”
“แพร...”
เนื้อแพรมองผ่านไหล่กฤชไปมองพิศุทธิ์ ที่เดินออกมาพร้อมกะรัต
“เดี๋ยวชายกลับไปทำงานต่อใช่ไหมลูก งั้นแม่กลับบ้านเลยนะจ๊ะ” เนื้อแพรหันมาพูดกับกฤช
“ลาก่อนนะคะ”
เนื้อแพรยิ้มให้กฤชแล้วหันหลังแล้วเดินไปที่รถ โดยไม่หันมามองกฤช เป็นการบอกว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วและจะไม่มีการเปลี่ยนใจ กฤชมองเนื้อแพรซ่อนความเจ็บไว้ลึกๆในหัวใจ พิศุทธิ์กับกะรัตมองเนื้อแพรกับกฤชอย่างเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผมไปก่อนนะครับ”
พิศุทธิ์ไหว้กฤช แล้วจับมือกะรัต แล้วเดินไปขึ้นรถ กฤชเดินนิ่งๆเข้าบ้านไป กะรัตมองตามพ่อไป

กฤชยืนมองน้ำในสระนิ่งๆ กะรัตเดินมายืนข้างๆ แล้วมองไปทั่วว่าไม่มีพวงหยกมาแอบฟังจึง หันไปพูดกับพ่อ
“เพราะกั้งหรือเปล่าค่ะ ที่ทำให้พ่อกับคุณเนื้อแพรต้องมาจบความสัมพันธ์กัน”
“มันไม่เกี่ยงกันหลอกลูก พ่อกับเนื้อแพรไม่มีอะไร ที่พ่อชอบเขา เพราะเขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ตรงกันข้ามกับเวลาอยู่กับแม่ของกั้ง”
“พ่อเคยรักแม่บ้างไหม”
“เคยรักสิ”
“แล้วทำไมตอนนี้ถึงเป็นแบบนี้”
“เพราะความไม่เชื่อใจกันไงลูก บ้านหนึ่งหลังมันต้องประกอบด้วยต้นเสาหลายต้น บ้านถึงจะมีความคงทน ก็เหมือนกับครอบครัวแหละลูก จะใช้เพียงแค่ความรักอย่างเดียว ไม่ได้ มันต้องประกอบด้วยความเชื่อใจ ไว้ใจ ให้อภัยกันและกัน ครอบครัวก็จะแข็งแรง จำไว้นะลูก”
กะรัตมองกฤชอย่างคิดๆ

พวงหยกกับกุนตียืนอยู่ริมระเบียงห้อง มองกะรัตกับกฤชที่ยืนคุยกันริมสระน้ำ
“ดูสองพ่อลูกเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ ใช่ซิ หลงคนบ้านเดียวกันนี่” พวงหยกหมั่นไส้
“คุณแพรก็บอกแล้วไงว่าเขาจะหยุดติดต่อกับพ่อ แม่ก็น่าจะเลิก...”
กุนตีพูดไม่ทันจบพวงหยกสวนทันที
“นี่ยายกุ้ง ฉันกินข้าวเป็นอาหารไม่ได้กินหญ้า ฉันไม่โง่เชื่อคำพูดนังนั่นหรอก คอยดูนะ ฉันจะทำให้ทั้งพ่อทั้งน้องแกเห็น ว่าสองแม่ลูก มันไม่ได้มีความจริงใจอะไรเลย มันหวังแต่จะเข้ามา ปอกลอก”
สายน้ำผึ้งเดินมายืนหน้าประตูรั้วบ้านพิศุทธิ์พยายามชะเง้อ มองภายในบ้านว่ามีใครอยู่ไหม เธอเอื้อมมือไปที่กริ่งหน้าบ้านจะกดกริ่งแล้วชะงัก ลังเลว่าจะกดกริ่งดีไหม เพราะใจหวาดหวั่นกลัวว่า คนที่มาเปิดประตูเป็นภรรยาของพิศุทธิ์ สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจกดกริ่งพร้อมกับชะเง้อรออย่างลุ้นๆว่า ใครจะมา เปิดประตูรั้วให้ แต่พอไม่เห็นใครออกมาสักที เธอจึงเลิกกดมองไปทางซ้ายมองไปทางขวา มองหาคนข้างบ้านเพื่อนถามเรื่องของพิศุทธิ์ว่า มีภรรยารึยังไม่เห็นใคร
เนื้อแพรขับรถเลี้ยวมาตามถนนเข้าบ้าน สายน้ำผึ้งกับรถของเนื้อแพรสวนกัน ทั้งสองหันมองเห็นกัน สายน้ำผึ้งมองเนื้อแพรด้วยความช็อค เนื้อแพรเองก็แทบไม่เชื่อสายตา สายน้ำผึ้งหันมองไปตามทางรถที่แล่นไปจอดที่หน้าบ้าน สายน้ำผึ้งรีบผละออกไป เป็นจังหวะที่เนื้อแพรจอดรถที่หน้าบ้านและลงมามองตามแต่สายน้ำผึ้งหายไปแล้ว
“สายน้ำผึ้ง” เนื้อแพรแปลกใจว่าสายน้ำผึ้งมาทำไม

สายน้ำผึ้งเดินหน้าตาช็อคๆมาที่ร้านมินิมาร์ทที่มีแผงหนังสืออยู่หน้าร้าน แม่ค้าเห็นหน้าเธอดูตกใจก็ทักขึ้น
“หนู ทำไมหน้าซีดแบบนั้นหล่ะ จะเป็นลมรึเปล่า”
สายน้ำผึ้งได้สติ
“เอ่อ...ป้าจ๊ะ บ้านนั้นเป็นบ้านดาราใช่มั้ยจ้ะ”
“อ๋อ...ใช่แล้ว...บ้านนั้นก็บ้านคุณเนื้อแพรไง ว่าแต่หนูเป็นแฟนคลับเขาเหรอ ถึงตามมาถึงที่บ้าน”
“อ๋อ ค่ะ...เอ่อ ป้าจ้ะแล้วเขาอยู่กับใครจ้ะ”
“เป็นแฟนคลับภาษาอะไรเรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้ คุณเนื้อแพรเขาก็อยู่กับลูกชายเขาไงคุณพิศุทธิ์น่ะ”
สายน้ำผึ้งยิ่งช๊อคเมื่อได้ยินชื่อพิศุทธิ์ เธอนึกถึงคำพูดของเนื้อแพรในงานศพภูเบศร์
“เธอยังมีทางเลือกอยู่นะสายน้ำผึ้ง เลือกว่าจะเดินออกไปจากชีวิตของทุกคน โดยไม่ทำให้ใคร บาดเจ็บ หรือจมอยู่ในโศกนาฏกรรมที่เธอ ไม่มีวันเป็นผู้ชนะ”
สายน้ำผึ้งเครียดเพราะเนื้อแพรเป็นคนรู้เบื้องลึกของตัวเอง แล้วยังเป็นแม่ของพิศุทธิ์อีก เธอมองไปทางบ้านของพิศุทธิ์
“หรือว่าที่คุณพิศุทธิ์ยังไม่ให้แหวนเราเพราะเนื้อแพรพูดเรื่องนั้น”

สายน้ำผึ้งพยายามคิดหาวิธีว่าจะอธิบายให้พิศุทธิ์เข้าใจยังไง

พิศุทธิ์เดินมาที่ห้องทำงาน ฟองดาวรีบลุกจากโต๊ะมาหาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
 
“แสดงความยินดีด้วยนะคะคุณพิศุทธิ์”
พิศุทธิ์ชะงักมองฟองดาวงงๆ
“แสดงความยินดีผมเรื่องอะไรครับ”
“แหม...ก็เรื่องที่คุณพิศุทธิ์กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวน่ะสิคะ”
พิศุทธิ์ชะงัก ไม่คิดว่าฟองดาวจะรู้เพราะเขายังไม่ได้บอกใครเลย
“คุณฟองดาวรู้ได้ยังไงครับ”
“ก็ชายนี่ฝ่ายการตลาดเปิดเวปซุบซิบไฮโซให้ดูน่ะสิคะ เขารู้กันทั้งบริษัทแล้วล่ะค่ะ”
โทรศัพท์ของพิศุทธิ์ดังขึ้นเขาเอาโทรศัพท์ออกมาดูเป็นชื่อ เนื้อแพร พิศุทธิ์หันไปขอตัวกับฟองดาว ก่อนเดินปลีกตัวมากดรับสาย
“ครับแม่”
“ชายรู้จักกับสายน้ำผึ้งรึเปล่าลูก”
พิศุทธิ์แปลกใจที่เนื้อแพรถามถึงสายน้ำผึ้งขึ้นมา
“แม่ทราบเรื่องคุณผึ้งได้ยังไงครับ”
“แสดงว่าคำตอบคือ ใช่”
“ครับแม่ ผมทำงานที่เดียวกับคุณผึ้ง”
เนื้อแพรถอนหายใจเฮือก
“มิน่า...”
“ทำไมหรือครับแม่”
“แม่เห็นสายน้ำผึ้งแถวบ้านเรา นึกอะไรไม่มีผิดว่าต้องเกี่ยวกับชายแน่ๆเรื่องนี้กะรัตรู้รึยังลูก”
“ยังครับ ผมยังไม่มีโอกาสได้บอกกั้งครับ”
“ชาย แม่ขอเตือนนะลูก สายน้ำผึ้งกับกะรัตมีอดีตที่เลวร้ายต่อกันมากกะรัตจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าลูกปิดเขาเรื่องนี้”
“เพราะผมคิดว่ามันไม่น่ามีอะไร ตอนนี้สายน้ำผึ้งก็เริ่มต้นทำงานที่ใหม่เพื่อดูแลลูก กั้งก็อยู่ส่วนกั้ง ผมว่าไม่น่ามีปัญหา”
“ชายรู้จักผู้หญิงน้อยไป เรื่องของสายน้ำผึ้งกับหนูกั้ง ไม่ใช่การทะเลาะเพราะการไม่มีแล้วถึงแย่ง แต่มันเป็นเรื่อง ของความอิจฉาริษยา สายน้ำผึ้งหักหลังเพื่อนอย่าง เลือดเย็น แม่เตือนชายไว้เลยนะลูก ผู้หญิงคนนี้อันตราย ว่าถ้าสายน้ำผึ้งรู้ว่าชายเป็นคนรักของหนูกั้ง เขาต้องไม่ปล่อยหนูกั้ง มีความสุขกับ ชายแน่ๆ”
เนื้อแพรวางสายไป พิศุทธิ์ฟังเนื้อแพรพูดแล้วคิดๆอย่างกังวล

สายน้ำผึ้งยืนคิดเครียดกังวลเรื่องเนื้อแพรกับพิศุทธิ์อยู่หน้าร้านมินิมาร์ท แม่ค้ามองๆ
“หนูเป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดเชียว”
สายน้ำผึ้งสะดุ้งตื่นจากภวังค์
“ปละ...เปล่าจ้ะ”
“แล้วตกลงหนูถามทำไม”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูทำงานกับคุณพิศุทธิ์ พอดีเห็นคุณเนื้อแพรเลยนึกว่าเข้าบ้านผิด”
“อ๋อ หนูรู้จักคุณพิศุทธิ์เหรอ งั้นป้าฝากแสดงความยินดีกับเขาด้วยนะ”
สายน้ำผึ้งมองแม่ค้างงๆ
“แสดงความยินดีอะไรจ้ะ”
“อ้าว...หนูไม่รู้เหรอ ข่าวเขาออกจะดัง...” แม่ค้ามองไปทางแผงหนังสือแล้วหยิบหนังสือพิมพ์มา “น่าจะฉบับนี้แหละ”
แม่ค้ากำลังเปิดหนังสือพิมพ์ไปที่หน้าข่าวสังคมเพื่อให้สายน้ำผึ้งดูข่าวพิศุทธิ์ขอกะรัตแต่งงาน

พิศุทธิ์นั่งที่โต๊ะทำงานครุ่นคิดถึงคำพูดของเนื้อแพร
“แม่เตือนชายไว้เลยนะลูก ผู้หญิงคนนี้อันตราย ว่าถ้าสายน้ำผึ้งรู้ว่าชายเป็นคนรักของหนูกั้ง เขาต้องไม่ ปล่อยหนูกั้งมีความสุขกับชายแน่ๆ”
พิศุทธิ์หยิบมือถือกดโทรหาสายน้ำผึ้ง
“ฮัลโหล...คุณผึ้งครับ เอ่อ...เย็นนี้คุณผึ้งว่างไหมครับ ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณผึ้งน่ะครับ”
แม่ค้ายังเปิดหนังสือพิมพ์หาหน้าข่าวสังคมอยู่
สายน้ำผึ้งคุยมือถือกับพิศุทธิ์ด้วยใบหน้ามีความหวัง
“ค่ะ...แล้วเย็นนี้เจอกันค่ะ”
สายน้ำผึ้งกดวางสายด้วยหัวใจพองโต แม่ค้ากำลังเปิดหนังสือพิมพ์หาข่าวของ พิศุทธิ์กับกะรัตแล้วพึมพำ
“อยู่หน้าไหนนะ เพิ่งอ่านไปหยกๆ”
“ข่าวอะไรจ้ะ”
“ก็ข่าวคุณพิศุทธิ์เขาขอแตะ...”
แม่ค้าจะพูดว่าแต่งงาน แต่พูดไม่ทันจบ ลูกค้าเข้ามาสั่งของเสียก่อน
“ป้า เอาผงซักฟอกกล่องนึง”
แม่ค้าวางหนังสือพิมพ์ แล้วเดินไปหยิบของให้ลูกค้า สายน้ำผึ้งจะหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดดู ทันใดนั้นแผงหนังสือล้มระเนระนาด หนังสือหล่นกระจาย หนังสือพิมพ์หล่นที่พื้นเปิดหน้ารูปพิศุทธิ์ เอาริบบิ้นผูกข้อมือกะรัต แต่ในรูปไม่เห็นหน้ากะรัตเห็นแต่ด้านหลังของกะรัต
สายน้ำผึ้งเหลือบมองรูปนั้นแล้วจะรีบไปหยิบหนังสือพิมพ์ พอดีลูกค้าเดินออกจากร้านตัดหน้า สายน้ำผึ้งจะพุ่งไปหยิบหนังสือพิมพ์จึงชนกับ ลูกค้าเธอล้มลงกับพื้นอย่างแรงจุกท้อง
“โอ้ย”
แม่ค้าและลูกค้ามองสายน้ำผึ้งที่จุกท้องอย่างตกใจ
“หนูเป็นอะไรรึเปล่า” แม่ค้าหันไปพูดกับลูกค้า “พาไปโรงพยาบาลเถอะ”
สายน้ำผึ้งพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่มีรูปพิศุทธิ์มาดู ลูกค้าเข้ามาอุ้มร่างของเธอไปหน้าร้านเพื่อเรียกแท็กซี่ สายตาของสายน้ำผึ้งมองไปที่หนังสือพิมพ์อย่างค้างคาใจอยากรู้

ในร้านขายของชำ รสสุคนธ์ยื่นใบรายการให้พ่อค้า
“เอาของตามนี้นะเฮีย”
พ่อค้าเข้าไปจัดของให้ รสสุคนธ์รอของอยู่ก็เดินเตร็ดเตร่ไปดูที่แผงหนังสือ หยิบหนังสือดู 2-3เล่มแล้วหยิบหนังสือพิมพ์มาดู เปิดไปที่หน้าข่าวสังคม ภาพที่เห็นทำให้รสสุคนธ์ตกใจ ข่าวในหนังสือพิมพ์เป็นภาพพิศุทธิ์เอาริบบิ้นผูกข้อมือกะรัต รสสุคนธ์อ่านพาดหัวข่าวอย่างอึ้งๆ
“งานแฟชั่นเปิดตัวแบรนด์เสื้อกะรัต ม.ล. พิศุทธิ์มีเซอร์ไพร์สขอไฮโซสาวแต่งงานกลางเวที”
หนังสือพิมพ์ร่วงหลุดจากมือของรสสุคนธ์ที่อึ้ง ด้วยความคิดถึงสายน้ำผึ้งจะเป็นยังไงหากรู้เรื่องนี้ มือถือของรสสุคนธ์ดังขึ้น เธอกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ...ผึ้ง” รสสุคนธ์ตกใจ

สามีตีตรา ตอนที่ 5 (ต่อ)

รสสุคนธ์ยืนคุยกับหมออยู่หน้าห้องพักฟื้นของสายน้ำผึ้ง
“เด็กยังปลอดภัยครับ แต่แรงกระแทกค่อนข้างแรง คนไข้รู้สึกปวดหน่วงๆที่ท้องน้อย พอปวด...ท้องก็แข็ง หมอคิดว่าเป็นอาการของ มดลูกบีบตัว คนไข้อาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นหมอขอ ให้คนไข้นอนพักที่นี่ ให้นอนนิ่งๆ อย่าขยับมาก สักหนึ่งสัปดาห์...คงไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ”
รสสุคนธ์นิ่งคิดอย่างรู้ดีว่าสายน้ำผึ้งต้องมีปัญหาแน่ เธอมองหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย ของตัวเอง

สายน้ำผึ้งจะลุกออกจากเตียง พยาบาลสองคนพยายามช่วยกันจับให้นอนนิ่งๆ
“ปล่อยฉัน ฉันจะไปทำงาน” สายน้ำผึ้งพยายามสะบัดตัวออกจากการจับของพยาบาล
“ไม่ได้ค่ะ คุณหมอให้คุณนอนนิ่งๆ”
“ฉันไม่นอน”
รสสุคนธ์เข้าห้องมาเห็นเหตุการณ์ จึงรีบเข้าไปจับตัวสายน้ำผึ้ง
“ผึ้ง นอนนิ่งๆ”
สายน้ำผึ้งขืนตัวไม่ยอมนอน
“ผึ้งไม่นอน ผึ้งจะไปหาคุณพิศุทธิ์ เขานัดผึ้งไปเจอเย็นนี้ เขาต้องเอาแหวนให้ผึ้งแน่ๆ”
รสสุคนธ์มองสายน้ำผึ้งอย่างสงสาร แล้วพยายามพูดนิ่งๆสงบความคลุ้งคลั่งของหลาน รสสุคนธ์จับไหล่ให้นอน
“นอนก่อนเถอะผึ้ง”
สายน้ำผึ้งปัดมือรสสุคนธ์ พร้อมกับผลักพยาบาลที่จับล็อคมือสายน้ำผึ้งกระเด็นออกไป แล้วลุกจากเตียงเพื่อเปิดประตู พยาบาลและรสสุคนธ์ช่วยกันเข้าไปจับตัวไว้
“ปล่อยฉัน ฉันจะไปหาคุณพิศุทธิ์” สายน้ำผึ้งพยายามดิ้น
รสสุคนธ์ทนเห็นสายน้ำผึ้งคลั่งต่อไปไม่ไหว
“ไม่ต้องไปหาเขาแล้ว เขาไม่มีวันเอาแหวนนั่นให้ผึ้งหรอก เพราะแหวนนั่น เขาเอาไปขอกั้ง แต่งงานแล้ว”
สายน้ำผึ้งชะงักกึก หันขวับมามองรสสุคนธ์
“น้ารสว่ายังไงนะ”
รสสุคนธ์หยิบหนังสือพิมพ์จากในกระเป๋าสะพาย ยื่นให้สายน้ำผึ้ง
“อ่านเอาเอง จะได้ตาสว่างสักที”
สายน้ำผึ้งมองหนังสือพิมพ์ที่รสสุคนธ์ยื่นมาให้รู้สึกหัวใจกำลังจะแตก เป็นเสี่ยงๆ เธอไม่อยากรับหนังสือพิมพ์มาเปิดดูเพราะกลัวว่าสิ่งที่รสสุคนธ์พูด เป็นความจริง ทันใดนั้นเธอก็ปัดหนังสือพิมพ์จากมือรสสุคนธ์ทิ้ง ไม่ยอมรับมาเปิดดู พยายามวิ่งหนีความจริง
“ไม่จริง สองคนนั้นไม่เคยรู้จักกัน เขาจะขอแต่งงานกันได้ยังไง ไม่จริง ผึ้งไม่เชื่อ”
สายน้ำผึ้งเป็นลมล้มไป รสสุคนธ์และพยาบาลรีบเข้าไปประคองไว้ด้วยความตกใจ

ค่ำนั้น รสสุคนธ์ยืนมองสายน้ำผึ้งที่นอนหลับสงบอยู่บนเตียงลูบผมที่ ปรกหน้าหลานด้วยความรักและสงสาร
“ผึ้งเอ้ย ยอมรับเถอะลูก อะไรไม่ใช่ของเรา มันก็ไม่ใช่ของเรา”
รสสุคนธ์ลูบผมเห็นสายน้ำผึ้งหลับจึงเดินไปหยิบถุงใส่เสื้อผ้า เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเตรียม นอนเฝ้าหลาน รสสุคนธ์ปิดประตูห้องน้ำ สายน้ำผึ้งลืมตาขึ้นทันที

ศิวานั่งรถเข็นหมุนล้อมาหน้าลิฟท์โดยชะเง้อหน้ามองหากันตา ประตูลิฟท์เปิดออกสายน้ำผึ้งเดินออกจากลิฟท์เซๆไปชนศิวา เขาหันไปมองเธอแต่เห็นด้านหลัง สายน้ำผึ้งไม่หันหน้ามาขอโทษเดินออกไป
“ไม่คิดจะขอโทษสักคำรึไง”
ศิวาเข้าลิฟท์ ประตูลิฟท์ปิด

รสสุคนธ์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เดินออกจากห้องน้ำหันไป มองสายน้ำผึ้งที่เตียง แต่ไม่เห็นอยู่บนเตียงแล้ว รสสุคนธ์ตกใจมาก

สายน้ำผึ้งนั่งนิ่งในรถแท็กซี่ มือกำหนังสือพิมพ์หน้าที่เป็นข่าวพิศุทธิ์ขอกะรัตแต่งงาน ใบหน้านิ่งสงบแต่ตรงกันข้ามกับเสียงโวยวายที่พร่ำร้องกึกก้องในใจ
 
“คุณพิศุทธิ์ต้องเป็นของฉัน ไม่ใช่ของแก...นังกั้ง”

พิศุทธิ์นั่งที่โต๊ะในร้านอาหาร รอสายน้ำผึ้งอยู่ ได้ยินเสียงกระดิ่งที่แขวนที่ประตูร้านดัง เขาคิดว่าเป็นสายน้ำผึ้ง มองไปทางประตูร้านเห็นลูกค้าคนอื่นเดินเข้ามา จึงมองนาฬิกาอย่างกังวลว่า สายน้ำผึ้งท้องแก่ จะเดินทางติดขัดอยู่ที่ไหนรึเปล่า… รถแท็กซี่ขับมาจอดหน้าร้านอาหาร สายน้ำผึ้งลงจากรถพร้อมถือถุงใส่ของบางอย่างลงมาด้วย

กะรัตนั่งออกแบบชุดแต่งงานให้ตัวเองอยู่ในห้องเสื้อ กุนตีเดินเข้ามาหยุดยืนมองด้านหลังอยู่พักหนึ่ง จึงหันไปมองแล้วทำหน้าชะงัก
“มาเงียบๆ กั้งตกใจหมดเลยพี่กุ้ง”
“ก็พี่เห็นว่าพอคุณพิศุทธิ์กลับไป กั้งก็พุ่งออกจากบ้าน นึกว่าจะไป ดื่มน้ำหมักองุ่นที่ไหน ที่แท้แอบมาออกแบบชุดแต่งงานตัวเองนี่เอง”
“วันนี้เป็นวันที่กั้งมีความสุขที่สุด ทำให้กั้งได้ไอเดียบรรเจิด เลยต้องรีบมาวาดไว้”
กุนตีมองกะรัตที่วาดแบบชุดด้วยใบหน้ามีความสุข
“ท่าทางงานครั้งนี้จะพิเศษจริงๆ เพราะงานแต่งทั้งสามครั้ง กั้งไม่เคยออกแบบชุดเอง”
“ก็เพราะครั้งนี้กั้งแต่งงานกับผู้ชายที่พิเศษที่สุดในชีวิตกั้งไงคะ ผู้ชายที่ไม่แคร์เงินของกั้ง ไม่แคร์อดีตของกั้ง ผู้ชายที่ให้ความรักจากหัวใจ นี่จะเป็นงานแต่งครั้งสุดท้ายและชีวิตต่อจากนี้ กั้งจะมีคุณพิศุทธิ์ คนเดียว”
“งั้นพี่ก็ขอให้กั้งสมหวังอย่างที่คิด อย่าทำพังเพราะความใจร้อนและขาดสติอีก”
“ไม่มีทาง กั้งจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ไม่ยอมให้ใครมาทำให้กั้งขาดสติอีก”
“รวมถึงสายน้ำผึ้งด้วยใช่ไหม”
กะรัตหันไปมองหน้ากุนตีขวับ

สายน้ำผึ้งเปิดประตูเดินเข้ามาในร้านอาหาร มองไปทาง มุมนึงของร้าน เห็นพิศุทธิ์นั่งอยู่ จึงเดินไปนั่งด้วย
“ขอโทษนะคะที่มาสาย พอดีฉันมีเรื่องนิดหน่อยน่ะค่ะ”
พิศุทธิ์เห็นหน้าสายน้ำผึ้งซีดๆ
“คุณผึ้งดูหน้าซีดๆนะครับ เป็นอะไรรึเปล่า”
“สงสัยจะเพลียมั้งคะ”
พิศุทธิ์มองสีหน้าสายน้ำผึ้งที่ซีดอย่างเห็นใจ จึงตัดสินใจ
“งั้นผมคุยธุระที่นัด คุณผึ้งมาเจอเลยแล้วกันนะครับ คุณผึ้งจะได้กลับไปพักผ่อน คือว่า...”
สายน้ำผึ้งรีบพูดแทรก
“ฉันหิวจัง ขอสั่งอะไรทานก่อนนะคะ” สายน้ำผึ้งหันไปทางพนักงาน “น้องคะ ...ขอเมนูหน่อยคะ”
พนักงานเดินถือเมนูเข้ามาส่งให้ สายน้ำผึ้งเปิดดูเมนูเพียงแป๊บเดียว แล้วปิดเมนูเหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะสั่งอะไร
“ขอผัดไทกุ้งสดค่ะ”
“ผมขอราดหน้าทะเลครับ”
พนักงานจดรายการอาหารเสร็จก็รับ จะเดินไป
“เดี๋ยวค่ะ” สายน้ำผึ้งยื่นถุงใส่ของบางอย่างให้พนักงาน “เอานี่...ไปใส่จานให้ด้วยค่ะ”
พิศุทธิ์มองว่าของในถุงนั้นมันคืออะไร

กะรัตโวยวายกับกุนตี
“พี่กุ้งอย่าพูดชื่อนั้นให้กั้งได้ยินอีกนะ มันเป็นเสนียดรูหูกั้ง”
“เห็นไหม แค่พี่พูดชื่อเฉยๆ กั้งก็สติแตกแล้ว นี่พี่ไม่ได้เข้าข้างผึ้งนะแต่ที่พูดเพราะตัวกั้งเอง ถ้ากั้งอยากใช้ชีวิตที่สงบ อย่างแรกที่กั้งต้องทำให้เป็น คือ...รู้จักอภัย”
“กั้งอภัยให้ได้ทุกคน ยกเว้นมัน”
“เห็นอย่างนี้ พี่หวั่นใจจริงๆว่าชีวิตกั้งจะไม่เป็นสุขอย่างที่คิด” กุนตีถอนใจ
“มีความสุขสิ เพราะคนอย่างนังผึ้งมันไม่มีทางเข้ามายุ่งกับชีวิตกั้งได้อีก เมื่อก่อนที่ มันเสนอหน้าวนเวียนในสังคมได้ ก็เพราะกั้งอุ้มชู แต่ตอนนี้ กั้งไม่เอามันแล้ว มันก็เป็นแค่ผู้หญิง ท้องไม่มีพ่อเดินหาความเมตตา อยู่ข้างถนนเท่านั้นแหละ”
“ระวังนะ...โบราณว่า ยิ่งเกลียด จะยิ่งเจอ”
“เจอก็เจอสิ กั้งไม่กลัวมันหรอก แต่อย่ามายุ่งกับพิศุทธิ์ของกั้งแล้วกัน” กะรัติบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

พนักงานถือจานผัดไทกุ้งสดมาวางให้ตรงหน้าสายน้ำผึ้ง วางจานราดหน้าทะเล ตรงหน้าพิศุทธิ์ และวางจานผัดไทกุ้งสดอีกจานซึ่งเทจากกล่องที่สายน้ำผึ้งหิ้วใส่ถุงมาด้วย พิศุทธิ์มองจานผัดไทกุ้งสดสองจานงงๆ
“คุณพิศุทธิ์ลองทานผัดไทสองจานนี้สิคะ”
สายน้ำผึ้งตัดผัดไทกุ้งสดจากทั้งสองจานใส่จานให้ พิศุทธิ์งงแต่ก็ลองทาน
“เป็นยังไงคะ จานไหนอร่อยกว่ากัน”
“จานของที่คุณผึ้งซื้อมาน่ะครับ”
สายน้ำผึ้งยิ้มเย็นๆ
“ฉันซื้อมาจากร้านข้างถนนค่ะ ของที่ใช้ก็สด กุ้งก็ตัวใหญ่เครื่องเยอะ มันถึงอร่อย แต่ดูผัดไทของที่ร้านนี้สิคะ ของที่ใช้ก็งั้นๆ กุ้งก็ตัวเล็ก เครื่องแทบไม่มีอะไร รสชาติไม่ได้ เรื่อง แต่แปลกนะคะ ที่คนกลับเลือกที่จะเชิดชูผัดไทเน่าๆจานนี้”
สายน้ำผึ้งหันไปมองลูกค้าโต๊ะข้างๆที่กำลังใช้มือถือ ถ่ายรูปผัดไทกุ้งสดเหมือนกัน โพส ลงอินสตาแกรมอวดคนว่ากินในร้านหรู
“เพียงเพราะมันขายในร้านหรู อยู่บนจานราคาแพง”
พิศุทธิ์เริ่มรู้สึกว่าสายน้ำผึ้งกำลังพูดถึงเรื่องกะรัต
“คุณผึ้งครับ...”
สายน้ำผึ้งรีบพูดแทรก
“สิ่งที่ดูหรูหรา มันไม่ได้ดีอย่างที่คุณคิดหรอกนะคะ สวยนอก แต่เน่าใน ถ้าคุณอยากได้ ของที่ดีเพิ่มคุณก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะสังคมแบบนี้มันต้องใช้ผลประโยชน์ต่อผลประโยชน์” สายน้ำผึ้งมองจาน ผัดไทที่ซื้อจากข้างถนน “สิ่งที่ดูธรรมดาราคาถูกนี่ต่างหาก ข้างในมัน เต็มไปด้วยคุณภาพ และพร้อมจะให้ทุกอย่างที่คุณขอ โดยไม่ต้องการ อะไรแลกเปลี่ยน เพราะมันทำจากใจไม่ใช่ผลประโยชน์”
พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างเข้าใจ
“คุณรู้เรื่องผมกับกั้งแล้วใช่ไหมครับ”

สายน้ำผึ้งมองหน้าพิศุทธิ์

กะรัตกับกุนตีเดินออกจากร้าน
 
“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้านเถอะพี่กุ้ง”
“ไปสิ พี่รู้จักร้านนึง เพื่อนพี่บอกว่าอาหารอร่อย บรรยากาศก็ดี”
“งั้นพี่กุ้งจอดรถไว้ที่นี่แหละแล้วไปรถกั้ง”
กันตาพยักหน้ารับ แล้วเดินไปขึ้นรถสปอร์ตของน้องสาว

สายน้ำผึ้งมองหน้าพิศุทธิ์
“ที่ผมนัดคุณมา เพื่อจะพูดเรื่องนี้ ผมทราบว่าคุณกับกั้งมีปัญหากัน”
สายน้ำผึ้งพยายามอธิบาย
“แม่คุณบอกคุณใช่ไหมคะ สิ่งที่แม่คุณเข้าใจมันผิด ฉันไม่ได้แย่งสามีกั้ง เขาเป็นของฉัน มาก่อน ฉันเคยบอกคุณแล้ว”
“ผมทราบครับ ผมไม่โทษคุณสองคน ผมโทษความเห็นแก่ตัวของผู้ชาย”
“งั้นคุณก็เข้าใจ ว่าฉันไม่ผิด”
“ครับ ผมเข้าใจ...”
สายน้ำผึ้งรีบพูดแทรก
“งั้นฉันก็มีโอกาสที่จะถูกคุณเลือกเท่าๆกับกั้งสิคะ”
สายน้ำผึ้งมองพิศุทธิ์อย่างสื่อความหมายในใจ พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างเข้าใจ
“ผมขอโทษครับ ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นตัวเลือกเลย”
“ถ้าพูดความหมายตรงๆ คุณไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตาเลย” สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะ
พิศุทธิ์นิ่ง สายน้ำผึ้งมองอาการนิ่งของเขาตีความหมายได้ว่าเขายอมรับในสิ่งที่เธอพูด สายน้ำผึ้งเจ็บปวดเหลือเกินแต่กลั้นไว้
“งั้นฉันก็ขอให้คุณโชคดี”
สายน้ำผึ้งลุกพรวด เดินออกไปจากร้านทันที พิศุทธิ์มองตาม ที่กระจกหน้าร้านมีแสงฟ้าแลบวาบๆพร้อมเสียงฟ้าร้องครืนๆ มีเม็ดฝนลงปรอยๆ พิศุทธิ์เห็นฝนตก แล้วหันไปมองสายน้ำผึ้งที่เดินออกจากร้าน เขาเป็นห่วง จึงเดินตามออกไป

ร้านอาหารปิดร้านเงียบ รถกะรัตขับเข้ามาจอดหน้าร้าน ลดกระจกลง
“อุตส่าห์ถ่อมาตั้งไกล ร้านดันปิด งั้นไปร้านที่กั้งรู้จักแล้วกันอยู่แถวนี้พอดี”
กะรัตกดปุ่มเลื่อนกระจกรถเลื่อนขึ้นแล้วขับออกไป

สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย สายน้ำผึ้งเดินออกจากร้านผ่าเม็ดฝนโดยไม่สนใจเสื้อผ้าจะเปียกปอน เสียงฟ้าคำราม เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรัว มือของเธอสั่นด้วย ความเจ็บปวดหัวใจ เธอกำลังสูญเสียความฝันในชีวิตให้กับกะรัตอีกครั้ง ความรู้สึกชาไปทั้งตัว พิศุทธิ์เดินออก จากร้านตามมา
“อย่าทำแบบนี้เลยครับคุณผึ้ง ตากฝนแบบนี้ มันไม่ดีต่อลูกของคุณนะครับ”
พิศุทธิ์ถอดสูทจะกันฝนให้ แต่สายน้ำผึ้งกลับสะบัดแขนไม่ให้เขาแตะต้องตัวเอง น้ำตาไหลผสมปนกับสายฝน
“เลิกทำดีกับฉันสักที คุณรู้ตัวไหมว่าคุณใจร้ายมาก ฉันพยายามจะยืนได้ด้วยตัวเอง แล้วคุณก็ยื่นมือมาช่วยพยุง พอฉันจับมือคุณ ไว้ใจเดินไปกับคุณ คุณก็ผลักฉันทิ้ง แล้วก็วิ่งไปหาคนอื่น”
“คุณผึ้ง...”
สายน้ำผึ้งไม่รอให้พิศุทธิ์พูดจบ
“เป็นเพราะกั้งใช่มั้ย…กั้งสั่งให้คุณเป็นตัวแทนของเขามา สมน้ำหน้าผู้หญิงหน้าโง่อย่างผึ้งใช่มั้ย”
พิศุทธิ์ขยับจะเข้ามาหา แต่สายน้ำผึ้งกลับถอยหนี
“คุณผึ้งครับ ปัญหาของคุณกับกั้งมันเป็นเรื่องในอดีต ผมอยากให้คุณมองอนาคตและเดินไปข้างหน้า ผมอยากให้เราทุกคนเป็นเพื่อนกันได้”
“เพื่อนเหรอ คนอย่างกั้งมันรู้จักคำว่าเพื่อนดีแค่ไหน ฉันไม่มีเพื่อนอย่างมัน และที่สำคัญฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับคุณ คุณไม่รู้เหรอว่าฉันรู้สึกกับคุณยังไง”
“คุณผึ้ง”
พิศุทธิ์ชาไปวืดทั้งตัว สายน้ำผึ้งตะโกนใส่อย่างเบรคแตกพร้อมกับตีแขนเขาอย่างขาดสติ
“คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ทำได้ยังไง ทำไมต้องเป็นนังกั้ง ทำไมต้อง เป็นมัน ฉันเกลียดคุณ”
สายน้ำผึ้งผลักพิศุทธิ์เต็มแรง จนเซ สายน้ำผึ้งกึ่งเดินกึ่งวิ่งร้องไห้ผ่าสายฝนไป พิศุทธิ์มองตาม

สายน้ำผึ้งเดินกึ่งวิ่งฝ่าฝนร้องไห้ ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไมต้องเป็นกะรัต เธอนึกถึงภาพที่พิศุทธิ์ดีต่อเธอ พิศุทธิ์พาไปหาหมอ พยาบาลเรียกเธอกับเขาว่าคุณพ่อ คุณแม่...พิศุทธิ์พาไปทานข้าว...พิศุทธิ์ขับรถไปส่งที่บ้าน...พิศุทธิ์ร่วมงานวันเกิด ให้ของขวัญ และอวยพรให้เธอ...สายน้ำผึ้งหยุดชะงักกึก ก่อนที่จะหันหลังกลับไปทางเดิม

พิศุทธิ์ยืนอยู่หน้าร้านอย่างเป็นห่วงสายน้ำผึ้ง กำลังจะเดินกลับเข้าร้าน เสียงสายน้ำผึ้ง ตะโกนแข่งเสียงฝนดังขึ้นจากเบื้องหลัง
“ฉันโกหก...”
พิศุทธิ์หันกลับมามองสายน้ำผึ้งที่ยืนตากฝนอยู่
“ที่ฉันบอกว่าฉันเกลียดคุณ ฉันโกหก...ฉันรักคุณ”

พิศุทธิ์อึ้ง

รถของกะรัตเลี้ยวเข้ามาจอดในลานจอดรถ ร้านเดียวกับพิศุทธิ์ กะรัตกับกุนตีลงจากรถ พนักงานรับรถเดินตรงเข้ามาหา
 
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้ที่นั่งในร้านเต็ม ต้องรออีก 4 คิวนะครับ”
“วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย กินร้านไหน ร้านก็ปิด มาร้านนี้...ร้านยังเต็มอีก” กะรันหันไปถามพนักงาน “แล้วทำไมไม่เอาโต๊ะมาเสริม รีบไปจัดการเลย ฉันหิว”
“ไม่เอาน่ากั้ง...อายเขา ไปที่อื่นก็ได้”
กุนตีดึงแขนกะรัตให้ขึ้นรถ กะรัตจะเดินขึ้นรถแล้วเหลือบไปเห็นรถของพิศุทธิ์จอดอยู่
“นั่นรถคุณพิศุทธิ์นี่พี่กุ้ง”
กุนตีมองไปที่รถพิศุทธิ์

พิศุทธิ์มองหน้าสายน้ำผึ้งอึ้งๆอยู่ สายน้ำผึ้งมองพิศุทธิ์ด้วยสายตาขอร้อง
“ได้ยินมั้ยคุณพิศุทธิ์ ฉันรักคุณ ฉันอยากให้ผู้หญิงที่คุณจะแต่งงานด้วย เป็นฉัน ไม่ใช่กั้ง ฉันไม่อยากแค่คุณสงสารแต่ฉันอยากเป็นผู้หญิงที่คุณรัก”
พิศุทธิ์อึ้งที่ได้ยินความจริงจากปากของสายน้ำผึ้ง
“คุณผึ้งครับ ผมว่า...”
สายน้ำผึ้งรีบพูดแทรก
“ทุกสิ่งที่ฉันทำ ฉันทำเพื่อให้คุณหันมามองฉัน มันต้องไม่ใช่แบบนี้ มันต้องไม่ใช่กั้ง ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นฉัน”
สายน้ำผึ้งโผเข้ากอดพิศุทธิ์
“ผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจของคุณขอให้เป็นฉันได้มั้ย คุณพิศุทธิ์”
สายน้ำผึ้งพยายามกอดพิศุทธิ์ให้แน่นที่สุด ไม่อยากจะเสียเขาให้ใครทั้งนั้น

กะรัตโทรหาพิศุทธิ์ แต่พิศุทธิ์ไม่รับสาย
“คุณพิศุทธิ์ไม่รับสายน่ะพี่กุ้ง”
“เขาคงมากับเพื่อน แล้วคุยกันจนไม่ได้ยินเสียงมือถือล่ะมั้ง”
“เราเข้าไปหาคุณพิศุทธิ์ในร้านเลยแล้วกัน”
กะรัตจะเดินไปทางประตูเข้าร้าน

สายน้ำผึ้งยังกอดพิศุทธิ์อยู่ เขาค่อยๆถอยตัวเองออกจากวงแขนของเธอแล้วมองด้วยสายตาจริงจัง พร้อมพูดด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน
“ขอโทษครับ...ผมรักกั้งครับ”
สายน้ำผึ้งได้ยินแบบนั้นก็ร้องไห้จนตัวโยน ความหวังเฮือกสุดท้ายพังพินาศ ไปกับตา ไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวอีกต่อไป เสียงปรามาศของกะรัตก็ดังกึกก้องในหัวเหมือนเยาะเย้ย
“ต่อจากนี้ เธอก็จะเป็นแค่ผู้หญิงหน้าโง่ที่ถูกผู้ชายหลอกฟัน สุดท้าย เธอก็ต้องแบกไอ้ก้อนเลือดชั่วๆไว้ประจานความเลวของตัวเอง คลอดออกมาแล้ว ลูกของเธอก็ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกตราหน้าว่าเป็น ลูกไม่มีพ่อ”
สายน้ำผึ้งเอามือปิดหูส่ายหน้ารับความพ่ายแพ้ไม่ได้ พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างสงสาร
“คุณผึ้ง…”
สายน้ำผึ้งหันหลังวิ่งฝ่าพายุฝนออกไปทันที
“คุณผึ้ง...”
สายน้ำผึ้งไม่รับรู้เสียงเรียกของเขา พิศุทธิ์มองตามอย่างห่วงใย

กุนตีดึงแขนกะรัตให้ขึ้นรถ
“ทำไมพี่กุ้งต้องห้ามกั้งด้วย เราเข้าไปนั่งโต๊ะของคุณพิศุทธิ์ก็ได้กั้งจะเป็นเมียเขานะ” กะรัตโวยวาย
“ยังไม่ทันไรเลย กั้งก็แสดงอำนาจซะแล้ว อย่าลืมสิว่าคุณพิศุทธิ์ไม่เหมือนผู้ชายคนก่อน ของกั้ง ที่กั้งจะตามไปเมื่อไหร่ก็ได้ จะทำอะไร ต้องให้เกียรติเขาด้วย”
“ก็แค่เข้าไปนั่งด้วย ไม่เห็นจะเป็นอะไร” กะรัตเซ็ง
“ถ้าคุณพิศุทธิ์มาคุยงาน แล้วกั้งโผล่ไปนั่งด้วย เพื่อนร่วมงานเขาจะคิดยังไง”
“โอเคๆ งั้นกลับไปกินข้าวบ้านก็ได้”
กะรัตเดินขึ้นรถพร้อมกุนตี แล้วขับออกไป พิศุทธิ์เดินมาจากทางร้าน อาหารเฉียดกับการ เจอกะรัตไปนิดเดียว พิศุทธิ์จะขึ้นรถแล้ว ชะงัก หันไปมองทางสายน้ำผึ้งอย่างเป็นห่วง

ริมถนนผ่านหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง สายน้ำผึ้งเดินอย่างคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดถึงอดีตด้วยความเจ็บปวด และแค้นที่ถูกกะรัตแย่งผู้ชายของตัวเองไปอีกครั้ง
สายน้ำผึ้งคลั่งแค้นอัดอั้นในใจ รถเก๋งคันหนึ่งซึ่งที่หน้ากระโปรงรถมีดอกไม้ประดับ เป็นรถสำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวขับผ่าน เธอมองตามรถ เห็นคู่แต่งงานลงจากรถ เพื่อนๆยืนรอ ต้อนรับและส่งเสียงเฮฮา คู่แต่งงานและเพื่อนๆพากันเดิน เข้าไปในโรงแรมเพื่อนฉลองกันต่อ เธอ เห็นความสวยงามของการแต่งงาน ทำให้ความหวังที่เคยมีเต็มล้นหัวใจว่าจะได้แต่งงานกับพิศุทธิ์ กลายเป็นผิดหวังอย่างคุมไม่อยู่ เธอเดินตรงเข้าไปทำลายดอกไม้ที่ ประดับรถนั้น
“โลกนี้มันยุติธรรม คนที่มันมีทุกอย่างอยู่แล้ว มันก็ยังได้ไม่มีวันหยุด แต่คนที่มันไม่มีอะไรเลย ขอแค่สักครั้ง ที่จะได้ที่พึ่งของหัวใจ ก็ยังไม่เคยได้เลย...ทำไม...ทำไม”
สายน้ำผึ้งร้องไห้อย่างหนัก พนักงานโรงแรมและเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว เข้ามาห้ามสายน้ำผึ้งไม่ให้ทำลายดอกไม้ที่ประดับรถ
“ปล่อยฉัน ปล่อยฉัน”
สายน้ำผึ้งพยายามดิ้น ด้วยแรงกอดรัดฟัดเหวี่ยงของสายน้ำผึ้งและพนักงานโรงแรม เพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว ทำให้สายน้ำผึ้งรู้สึกปวดท้อง
“โอ้ย...ฉันปวดท้อง”

พนักงานโรงแรมและเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาวตกใจ

สามีตีตรา ตอนที่ 5 (ต่อ)

บุรุษพยาบาลเข็นร่างของสายน้ำผึ้งที่หมอตรวจเสร็จแล้ว มาที่ห้องพักฟื้น รสสุคนธ์เดินเคียงข้างมองอย่างเป็นห่วง
“เห็นไหม เพราะความดื้อของผึ้ง เกือบเป็นเรื่องแล้วเชียว แทนที่จะนอนพักที่นี่ไม่นาน ตอนนี้หมอเลยสั่งให้ผึ้งอยู่ที่นี่อีกอาทิตย์ ค่าห้อง ค่ายาก็ไม่ใช่จะถูกๆ”
“งั้นก็กลับบ้าน” สายน้ำผึ้งเครียด
“แต่หมอเขาให้ผึ้ง...”
“ผึ้งบอกว่ากลับบ้านไง”
สายน้ำผึ้งโวยวาย จะดึงสายน้ำเกลือ รสสุคนธ์และพยาบาล บุรุษพยาบาลช่วยกันห้าม รสสุคนธ์จับมือไว้
“ก็ได้ๆ เดี๋ยวน้าไปคุยกับหมอ แล้วค่อยกลับบ้านกัน”
รสสุคนธ์รีบเดินไปหาหมอ สายน้ำผึ้งนอนเหม่อนิ่ง

รสสุคนธ์พยุงสายน้ำผึ้งเดินเข้าบ้านมานั่งที่โซฟา
“ตกลงผึ้งจะบอกน้าได้รึยังว่าผึ้งหายไปไหนมา”
“ไปเผชิญความจริงไงน้ารส” สายน้ำผึ้งพูดนิ่งๆ
“ความจริงอะไร” รสสุคนธ์มองหลานงงๆ
“ก็ความจริงที่ว่า โลกนี้มันไม่ยุติธรรม”
“อะไรนะ” รสสุคนธ์มองไม่เข้าใจ
“คอยดูนะน้ารส ในเมื่อโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมให้เรา ผึ้งจะสร้างความยุติธรรม ให้ชีวิตผึ้งเอง”
รสสุคนธ์มองหลานอย่างสงสัยว่าจะทำอะไร

เนื้อแพรมองพิศุทธิ์อย่างตกใจ ตบหน้าอกตัวเอง
“สายน้ำผึ้งบอกรักลูก โอ้ยตายๆ นี่มันร้ายแรงกว่าที่แม่คิดไว้อีกนะเนี่ย แม่ว่าทางที่ดี ชายควรอยู่ห่างจากสายน้ำผึ้งไว้”
“ทำยากครับ เพราะผมต้องทำงานกับเขา”
“แล้วชายจะทำงานกับเขายังไงลูก”
“ก็ทำตามปกติครับ”
“แล้วสายน้ำผึ้งล่ะ เขาจะยอมปกติกับชายเหรอ”
“ผมเชื่อว่าทุกอย่างจะปกติครับแม่ เพราะผมบอกชัดเจนไปแล้วว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับเขา”
มือถือของพิศุทธิ์ดังขึ้น เขาหยิบมาดู เห็นเป็นกะรัตโทรมา เนื้อแพรรีบบอก
“ชายบอกสายน้ำผึ้งไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ชายต้องบอกฝ่ายนี้อีกคน ถ้าชายไม่อยากมีปัญหา แม่ว่าชายควรรีบบอกหนูกั้งให้รู้ ก่อนที่หนูกั้ง จะรู้จากสายน้ำผึ้งแล้วตอนนั้น หนูกั้งจะไม่ไว้ใจสายน้ำผึ้งและตัวชาย”
เนื้อแพรพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไป ปล่อยให้พิศุทธิ์คุยมือถือกับกะรัต พิศุทธิ์นิ่งคิดคำพูดของเนื้อแพรเสียงมือถือยังดัง เขาจึงกดรับสาย
“ครับกั้ง...”
กะรัตอยู่ในชุดนอนนอนทอดกายอยู่บนเตียง นวลคอยนวดขาให้
“กั้งจะโทรบอกคุณว่า จะนอนแล้วนะคะ แล้วอย่าลืม คืนนี้เจอกันนะ”
“เราจะเจอกันที่ไหนครับ” พิศุทธิ์ชะงักงง
“ก็เจอกันในฝันไงคะ คุณต้องมากอดกั้งในฝันน้า”
“พ่อแม่เคยห้ามไม่ให้มีความรัก ตอนแรกนึกว่ากลัวเราจะชิงสุกก่อนห่าม ที่แท้กลัวจะเพี้ยน”
นวลพึมพำ กะรัตหันขวับมองนวลตาเขียวปั๊ด
“ว่าอะไรนะ”
นวลชะงักแล้วอ้าปากหาว
“นวลบอกว่าวันนี้นวลเพลี๊ย...เพลียค่ะ”
“งั้นก็ไปนอนเลย”
นวลลุกจากเตียงกะรัตจะกลับห้องตัวเอง กะรัตคุยมือถือต่อ
“ฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน กั้งนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้กั้งจะไปเลือกผ้ามาตัดชุด แต่งงานของเรา GOOD NIGHT นะคะ”
พิศุทธิ์คิดจะบอกเรื่องจะสายน้ำผึ้ง
“เดี๋ยวก่อนครับกั้ง...ฮัลโหล...ฮัลโหล”
“แบตหมดพอดีเลย”
กะรัตดีดนิ้ว ป๊อก ป๊อก ให้นวลเอามือถือไปชาร์จแล้วล้มตัวลงนอนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข พิศุทธิ์กดโทรหากะรัต แต่ติดต่อไม่ได้ เขาได้แต่ถอนใจ

เช้าวันใหม่...ศิวาถอดเฝือกและใส่เฝือกอ่อน กำลังทำกายภาพแบบเก้ๆกังๆ แล้วออกคำสั่งพยาบาลไปด้วย
“ถ่ายดีๆเอาชัดๆนะคุณ ทุกท่า ทุกอิริยาบถ อย่าให้พลาดแม้แต่ช็อตเดียว”
พยาบาลถือมือถือถ่ายศิวาอยู่ ศิวาทำกายภาพ ท่าตลกๆ มีล้มบ้างยิ้มใส่มือถือบ้าง ส่งจูบ ศิวาหน้าเบ้เพราะเจ็บ พยาบาลยื่นมือถือคืน
“ถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ศิวายังไม่รับมือถือคืน
“คุณช่วยส่งรูปให้คุณหมอกันตาหน่อยสิ”
พยาบาลจะกดส่งรูปแต่หาเบอร์กันตาไม่เจอ
“เอ๊ะ คุณไม่มีเบอร์คุณหมอนี่คะ”
ศิวาแกล้งทำหน้าเหลอหลา
“อ้าว...ผมไม่มีเหรอ” ศิวาแกล้งเซ็งตัวเอง “คราวที่แล้วคุณหมอให้ไว้ ผมคงลืมเมมน่ะ...” ศิวาแอบเหลือบมองอย่าง เจ้าเล่ห์แล้วแกล้งทำหน้าเซ็ง “คุณหาเบอร์คุณหมอให้ผมได้ไหมครับ”
“เอ่อ...จะดีเหรอคะ มันเป็นข้อมูลส่วนตัว” พยาบาลอึกอัก
ศิวารีบพูดแทรก
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงคุณหมอก็เคยให้เบอร์ผมอยู่แล้ว” ศิวาทำหน้าเครียด “คุณหมอสั่งไว้ว่าให้ถ่ายรูปให้ดูว่าผมทำกายภาพแล้วเขาจะได้เอาไปรายงานอาจารย์หมอ ถ้าผมไม่ส่งรูปไป คุณหมอต้องมีปัญหาแน่ๆ ทำยังไงดีน้า”
ศิวาแอบเหลือบมองพยาบาลอย่างลุ้นๆว่าพยาบาลจะยอมให้เบอร์โทรของกันตาไหม พยาบาลลังเล สุดท้ายตัดสินใจ
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันเอาเบอร์คุณหมอให้”

ศิวายิ้มอย่างดีใจมาก

กุนตีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจอยู่ที่โต๊ะทานข้าว นวลสั่งเด็กรับใช้ให้จัดอาหารเช้าให้
 
“วางข้าวต้มเร็วๆสิยะ ทำดีๆไม่เป็นรึไง เห็นไหมว่าเจ้านายนั่งอยู่ยืนค้ำหัวได้ยังไง ไม่มีมารยาท เดี๋ยวปั๊ดตัดเงินเดือนซะหรอก”
“ใช่ ต้องตัดเงินเดือน” กุนตีพูดเสริม
“ตัดเงินเดือนพวกมันเลยใช่ไหมคะ” นวลหันมาถาม
“ตัดเงินเดือนเธอนั่นแหละ เธอน่ะยืนค้ำหัวฉันอยู่คนเดียวเลย”
นวลรีบถอยไปยื่นข้างหลังอย่างเรียบร้อย กันตาเดินหาวเพลียๆเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ
“พี่กั้งล่ะนวล”
“ออกไปร้านตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ เห็นว่าจะรีบไปดูผ้ามาตัดชุดแต่งงาน”
“เห็นพี่กั้งมีความสุข แล้วชักอยากจะแต่งงานกับเขาบ้าง” กันตายิ้ม
“ก็หัดจริงจังกับใครสักคนสิ ไม่ใช่ควงไปทั่ว จะได้มีเจ้าบ่าวมาแต่งกับเขาบ้าง” กุนตีประชด
“โหย ถ้ายังไม่เจอที่ดีพอ ก็ไม่มีใครหยุดก้อยได้หรอกพี่กุ้งสมัยนี้ ถึงเราจะเป็นผู้หญิง เราก็เป็นฝ่ายเลือกได้ ไม่ใช่ให้ผู้ชาย มาเลือกเราได้อย่างเดียว”
“ย่ะ พี่ล่ะอยากเห็นน้ำหน้าผู้ชายที่จะหยุดแม่เสือสาวนี่ได้จริงๆเชียว”
เสียงข้อความจากมือถือกันตาดัง เธอหยิบมือถือมากดดูข้อความเห็นเป็นภาพต่างๆที่ศิวาส่งมา พร้อมข้อความ
“ผมทำกายภาพแล้ว รับรองไม่พิการเด็ดขาด ห้ามคุณควงกับคนอื่น”
กันตาชะงัก
“นายนั่นรู้เบอร์มือถือก้อยได้ยังไงเนี่ย”
“ใครเหรอ” กุนตีแปลกใจ
“พวกคุณหนูเอาแต่ใจน่ะค่ะ คิดจะจีบก้อย แต่ก้อยไม่สนหรอก”
กันตาถ่ายรูปตัวเองหน้าโกรธแล้วส่งภาพพร้อมข้อความ

ศิวาเปิดข้อความภาพที่กันตาส่งมา
“คุณกล้ามากนะที่แอบขโมยเบอร์โทรฉัน ตั้งใจทำกายภาพไปซะ ล้มไม่เป็นท่า ฉันจะหัวเราะเยาะให้”
ศิวาอมยิ้มแล้วรีบเขียนข้อความตอบ กันตาเปิดข้อความของศิวาอ่าน
“ถ้าผมเดินได้ คุณต้องไปเดทกับผม ตามนั้น”
“ใครไปรับปากนายยะ”
กันตาพูดบ่น รีบพิมพ์ข้อความตอบกลับ
“ฉันไม่มีเวลาไปเดทกับคุณหรอก แฟนฉันรออยู่ แค่นี้นะ”
ส่งข้อความไปแล้ว กันตารอดูว่าจะมีเสียงเมสเสจมาอีกรึเปล่า แต่มันนิ่งไป เธอนั่งทานข้าวไปด้วย คอยหยิบมือถือมาเปิดดูว่ามีข้อความเข้าไหม กุนตีมองอาการของน้องสาวแล้วแกล้งหยิบมือถือของกันตาไปวางข้างตัวเอง
“พี่กุ้งเอามือถือก้อยไปทำไม”
“ก็ไหนบอกว่าไม่สนเขา แล้วจะไปสนใจข้อความเขาทำไม” กุนตีแกล้งเหน็บ
“ก้อยไม่ได้สนใจเขา ก้อยคอยดูว่ามีข้อความฉุกเฉินเข้ามารึเปล่า” กันตาเฉไฉ
“เหรอ”
กุนตีกับนวลพูดออกมาพร้อมกัน กุนตีมองดุนวลที่เจ๋อพูด นวลก้มหน้านั่งพับเพียบเหมือนเดิม ทันใดนั้นเสียงข้อความมือถือกันตาดัง เธอรีบฉวยมือถือจากกุนตีทันที
“ก้อยไปเดินเล่นย่อยอาหารก่อนนะคะ”
กันตาวิ่งฉิวออกไปหน้าบ้านทันที

กันตาวิ่งออกจากบ้านมาที่สนามหญ้า แล้วรีบเปิดข้อความดู
“ผมคิดถึงคุณ”
กันตารู้สึกใจเต้นประหลาด เผลอยิ้มออกมา กุนตีที่แอบเดินมามองอาการน้องสาวยิ้มแบบรู้โลก
“ยายก้อยเอ้ย...ท่าทางจะโดนหยุดก็คราวนี้”

พิศุทธิ์มาที่ห้องทำงาน ฟองดาวเดินมาทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณพิศุทธิ์” ฟองดาวยื่นแฟ้มรายละเอียดข้อมูลบ้านจัดสรรให้ “นี่ค่ะ ข้อมูลบ้านจัดสรรที่คุณพิศุทธิ์ให้ฟองช่วยหา”
“ขอบคุณครับ”
พิศุทธิ์เดินเข้ามาในออฟฟิศเห็นโต๊ะสายน้ำผึ้งว่างก็ถามกับพนักงาน
“ขอโทษนะครับ คุณสายน้ำผึ้งไปไหนเหรอครับ”
“อ๋อ ลาป่วยค่ะ เห็นว่าจะลาอาทิตย์นึงค่ะ คนท้องก็งี้แหละค่ะ อ้าว ตายจริง แบบนี้น้องผึ้งก็คงไม่ได้ไปร่วมงานแต่งของคุณพิศุทธิ์สิคะ แหมน่าเสียดาย ก็เห็นว่าสนิทกันน้องผึ้งดันมาป่วยซะก่อน”
พิศุทธิ์มองโต๊สายน้ำผึ้ง ถอนใจเครียดๆ เพราะรู้สาเหตุที่แท้จริง

สายน้ำผึ้งนั่งทานข้าว ดูโทรทัศน์ไปด้วย พร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี รสสุคนธ์เดินถือจานผลไม้มาให้แล้วมองหลานที่หัวเราะมีความสุขด้วย แต่ก็อดระแวงบางอย่างไม่ได้ เพราะท่าทีหลานสาวไม่ปกติ
“น้าเห็นผึ้งหัวเราะได้ น้าก็ดีใจ”
“ก็หมอบอกแล้วไม่ใช่เหรอคะว่า ไม่ให้ผึ้งเครียด มันไม่ดีกับลูก”
“ดีแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวลูกจะคลอดก่อนกำหนด”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน้ารส ถ้ายังไม่ถึงเวลาผึ้งยังไม่ยอมให้ลูกคลอดหรอก”
สายน้ำผึ้งดูหนังแล้วหัวเราะต่อ แต่สายตาขณะที่หัวเราะไม่ได้จ้องที่โทรทัศน์ แต่เหม่อคิดไป ถึงกะรัตและพิศุทธิ์

กะรัตนั่งดูภาพการตกแต่งงานในสไตล์ต่างๆ ในบริษัทเวดดิ้ง
“งานแต่งในฝันของกั้ง...มันต้องแบบนี้ คุณชอบมั้ยคะ”
พิศุทธิ์เหม่อๆ เพราะกำลังคิดเรื่องสายน้ำผึ้ง
“พิศุทธิ์คะ คุณเป็นอะไรไปค่ะ คิ้วชนกันมาตั้งแต่เจอกันแล้ว เดี๋ยวหน้าแก่นะจะบอกให้”
กะรัตนวดหัวคิ้วให้เขาใช้มือบีบหน้าจนบูบี้ เธอหัวเราะแจ่มใส
“คุณเนี่ย รู้ทุกข์รู้ร้อนกับใครเขาบ้าง”
“ก็ตอนนี้กั้งมีความสุข กั้งก็จะสุขให้เต็มที่ กั้งทุกข์มาเยอะแล้ว กั้งไม่อยากจะไปคิดถึงมันอีก”
พิศุทธิ์รู้ว่ากะรัตหมายถึงสายน้ำผึ้ง
“กั้ง...คือ...ผม...”
“ผมรักคุณ...กั้งอยากได้ยินแต่คำนี้เท่านั้น เรื่องอื่นกั้งไม่อยากฟัง”
กะรัตเดินไปชื่นชมการตกแต่งงานในสไตล์ต่างๆต่อ พิศุทธิ์ได้แต่ลอบถอนหายใจ
“ว่าแต่เรื่องเรือนหอของเราเป็นยังไงบ้างคะ คุณเลือกได้รึยัง”
“ได้แล้ว พอดีสามีของเลขาผมเขาเป็นนายหน้าอยู่ ผมว่าคุณน่าจะชอบ”

“จริงเหรอคะ กั้งตื่นเต้นแล้วสิ กั้งอยากรู้จังว่าจะสวยขนาดไหน” กะรัตตื่นเต้น

วันใหม่...กะรัตมองรอบๆบ้านด้วยใบหน้าเซ็ง ไม่มีความถูกใจและชอบเลย พิศุทธิ์มองบ้านอย่างถูกใจ
 
“บ้านหลังนี้ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ กำลังดี อากาศก็ดี”
กมลสามีของฟองดาว แนะนำบ้านให้พิศุทธิ์ฟัง
“โครงการเรา ก่อนจะสร้างบ้าน มีการดูฮวงจุ้ยอย่างดีครับ เลยทำให้บ้านนั้นเย็นจากลม และเย็นจากใจครับ ถ้าคุณไม่ติดแอร์ ก็อยู่ได้สบายๆ”
“อยู่ไม่ได้” กะรัตพูดแทรก
พิศุทธิ์มอง กะรัตแถด้วยเสียงกลั้วขำ
“คือ กั้งเคยอ่านโบวชัวร์ว่าเดี๋ยวนี้ภาวะโลกร้อนมันรุนแรง เราต้องติดแอร์ ช่วยลดโลกร้อนค่ะ”
“การติดแอร์ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนต่างหากล่ะกั้ง” พิศุทธิ์แย้ง
“นั่นไง กั้งว่าแล้วว่าโบรชัวร์นั่นต้องมั่ว” กะรัตชะงักแถไป
พิศุทธิ์ขำกะรัตแล้วหันไปพยักหน้าให้กมลพูดต่อ กมลพาไปดูห้องน้ำชั้นล่าง
“นี่ครับ ห้องน้ำชั้นล่าง เราใช้กระเบื้องนำเข้านะครับ”
กะรัตมองเข้าไปในห้องน้ำ
“ไม่มีสีอื่นเหรอคะ”
พิศุทธิ์มอง กะรัตแถไปอีก
“คือหมอดูเคยทักกั้งไว้ ว่ากั้งไม่ถูกโฉลกกับสีพื้นๆน่ะค่ะ”
กมลชะงัก แล้วพยายามพูดต่อ
“ถ้าคุณกะรัตไม่ชอบสีกระเบื้อง เรายินดีเปลี่ยนให้ครับ”
กะรัตมองด้านนอกบ้าน
“แล้วนั่นบ่อปลาเหรอคะ น่ารักเชียว”
กมลหน้าแหยนิดนึง
“นั่นสระว่ายน้ำครับ”
“สระว่ายน้ำ” กะรัตชะงัก
พิศุทธิ์มอง กะรัตรีบแถ
“มีสระว่ายน้ำเล็กๆก็ดีนะคะ เราจะได้ว่ายน้ำใกล้ๆกัน”
“งั้นตกลงเราเอาหลังนี้นะ”
กะรัตทำตาโตเพราะไม่อยากได้บ้านหลังนี้ พิศุทธิ์จะหันไปพูดกับกมล
“คุณกมล เดี๋ยวค่ะ ไม่ใช่กั้งไม่ชอบนะคะ แต่ว่าคุณไม่คิดว่าขนาดบ้าน มันเล็กไปหน่อย สำหรับราคา 10 ล้าน เหรอคะ”
“คุณมีปัญหาอะไรรึเปล่ากั้ง ถ้าคุณไม่ชอบ…” พิศุทธิ์ห่วง
กะรัตรีบพูดเอาใจพิศุทธิ์
“แต่ถ้าคุณชอบ กั้งก็โอเคค่ะ”

ค่ำนั้นกะรัตงอแงกับเจ้าสัวบัญชา
“กั้งไม่โอเค กั้งอยู่ไม่ได้ ก๋งต้องช่วยกั้งนะ”
“แล้วกั้งต้องการให้ก๋งทำอะไร”
กะรัตยิ้มทันทีที่เจ้าสัวเปิดทางให้ พวงหยกเดินมาหาเจ้าสัวบัญชา แล้วชะงักแอบมอง เมื่อเห็นทั้งคู่ซุบซิบบางอย่างกัน

เช้าวันใหม่...กะรัตเดินนำพิศุทธิ์เข้ามาในบ้านหลังใหญ่โตมโหฬาร พิศุทธิ์มองบ้านอย่าง รู้สึกแปลกๆว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง แต่เก็บความสงสัยไว้ กะรัตแกล้งทำเป็นสงสัย
“เอ๊ะ...ก๋งนัดเราที่นี่ทำไมก็ไม่รู้นะคะ”
เจ้าสัวบัญชาเดินออกจากในบ้านหลังใหญ่
“มากันแล้วเหรอ เป็นยังไง ของขวัญวันแต่งงานชอบไหม”
เจ้าสัวบัญชาผายมือให้กะรัตกับพิศุทธิ์ดูบ้าน กะรัตแอบยิ้มแล้วทำหน้าตกใจ และงง
“นี่ก๋งหมายความว่ายังไงคะ”
พิศุทธิ์มองเจ้าสัวบัญชาและมองกะรัต ก็เข้าใจได้ว่าทั้งคู่คิดทำอะไรกัน
“ผมขอปฏิเสธครับ”
กะรัตกับเจ้าสัวบัญชาหันไปมองพิศุทธิ์ขวับ
“คุณปฏิเสธอะไรคะ กั้งไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย” กะรัตยังเล่นบทตีหน้าซื่อ
พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างจริงจัง
“กั้ง...ถ้าผมรู้ไม่ทันคุณ ผมไม่เลือกคุณเป็นคู่ชีวิตผมหรอก” พิศุทธิ์ยกมือไหว้เจ้าสัวบัญชา “ผมต้องขอบคุณท่านเจ้าสัวที่เมตตา แต่ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ ขอบพระคุณมากนะครับ”
พิศุทธิ์เดินกลับไปที่รถ กะรัตมองรีบบอก
“ก๋งช่วยกั้งด้วยสิ”
เจ้าสัวบัญชารีบเดินตามพิศุทธิ์ไป
“คุณพิศุทธิ์...ช่วยฟังผมสักนิดได้ไหม ผมรู้ว่าคุณเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ผมอยากให้คุณใช้ศักดิ์ศรีแบบมีเหตุผล อากั้งจะต้องอยู่กินกับคุณไปทั้งชีวิต แล้วจะว่าไป บ้านที่ผมซื้อให้มัน ก็ไม่ได้แพงอะไร นักหนา”
“ถ้ากั้งไม่ชอบบ้านที่ผมพาไปดู ก็น่าจะบอกผมตรงๆ”
“ที่กั้งไม่บอก ก็เพราะมีเหตุผลเดียวกับที่เราทำเพื่อกั้งนั่นแหละ คืออยากให้คุณมีความสุข”
พิศุทธิ์ถอนใจอย่างหนักใจ แล้วมองบ้านอย่างเครียดๆ
“ท่านกำลังจะทำให้ผมเป็นอย่างที่ใครๆประณามว่าผมกำลังเป็นหนูตกถังข้าวสารนะครับ”
“ระหว่างคนนอกบ้านที่ ไม่ว่าเราจะทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เคยเห็นเราดี กับคนในบ้าน...ที่ไม่ว่า เราจะทำอะไรไม่ดี เขาก็รักและเห็นเราดี เราควรจะเลือกแคร์ใครกว่ากัน...คุณพิศุทธิ์”
“ท่านกำลังทำให้ผมลำบากใจ” พิศุทธิ์เครียด
“โอเค...งั้นผมเอาบ้านคืน ถ้าคุณชายเห็นศักดิ์ศรีสำคัญกว่าความสุขของกั้ง...”
เจอประโยคนี้ พิศุทธิ์ถึงกับชะงัก เจ้าสัวบัญชาแอบเหลือบปฏิกริยาของพิศุทธิ์แล้วแอบยิ้ม

กะรัตเดินวนไปวนมาด้วยความกังวลใจว่าพิศุทธิ์จะยอมรับบ้านหลังนี้ไว้ไหม เขาจะโกรธรึเปล่า พิศุทธิ์เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของกะรัต
“คุณอย่าทำแบบนี้อีกนะ”
กะรัตชะงักเท้าที่จะก้าวต่อ แล้วหันมามองพิศุทธิ์ด้วยสายตาสำนึกผิด
“กั้งขอโทษค่ะ กั้งไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณ แต่กั้งกลัวจะบอกคุณตรงๆ”
“ยังมีอะไรที่คุณแอบใช้เงินทำ โดยที่ผมไม่รู้อีกไหม”
เจ้าสัวบัญชาเดินเข้ามาได้ยินแล้วชะงัก เพราะคิดไปถึงเรื่องที่จ่ายเงินค่าตัวพิศุทธิ์ให้ ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลี
“ไม่มีค่ะ กั้งทำแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว” กะรัตรีบตอบ
พิศุทธิ์จับมือกะรัต
“คุณรู้ไหม ว่าบ้านหลังนี้จะเป็นปัญหาให้เราในภายหลัง”
“ถ้าคุณลำบากใจ กั้งยอมไปอยู่บ้านที่คุณชอบก็ได้นะคะ เล็กหน่อยแต่อยู่นานๆไป กั้งคงชินไปเอง”
พิศุทธิ์มองกะรัตที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา เพียงอย่างเดียวที่เขาจะวางศักดิ์ศรีเพื่อ ความสุขของเธอ เขาจะทำไม่ได้เชียวหรือ
“ชิ้นเดียว และชิ้นสุดท้าย ที่ผมจะยอมให้คุณเอาสมบัติของคุณยัดเยียดให้ผมนะ”
กะรัตมองพิศุทธิ์อย่างยิ้มดีใจ
“กั้งสัญญาค่ะ”
กะรัตกระโดดเข้ากอดและหอมแก้ม พิศุทธิ์เหลือบ มองเจ้าสัวบัญชาอย่างเขิน
“กั้ง...”
“ตามสบายๆ อั๊วไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

เจ้าสัวบัญชายิ้มๆ หันหน้าไปทางหน้าบ้านมองต้นไม้ใบหญ้าแทน

รถของพวงหยกจอดอยู่ริมรั้วเรือนหอกะรัต พวงหยกลดกระจกรถลงดู เรือนหอของกะรัต แล้วมองเข้าไปในตัวบ้านเห็นพิศุทธิ์กับกะรัตกอดกันอย่างมีความสุข มีเจ้าสัวบัญชาอยู่ด้วย
พวงหยกมองพิศุทธิ์อย่างดูถูกว่า สุดท้ายก็มาล้างผลาญสมบัติของ ครอบครัวตัวเองจริงๆด้วย
“ยังไม่ทันแต่ง มันก็ผลาญบ้านไปได้หนึ่งหลังแล้ว ฉันจะไม่ยอมเสียให้แกอีกสักบาท เจอฉันแน่”

ค่ำนั้น พิศุทธิ์ขับรถเข้ามาจอดข้างๆกับรถยุโรปป้ายแดงราคาแพงที่จอดอยู่ หน้าบ้าน เขาลงจากรถแล้วมองไปที่รถยุโรปงงๆ เนื้อแพรเดินออกจากบ้านพร้อมท่านชายอ๊อด
“เป็นยังไงพิศุทธิ์ ชอบไหม”
พิศุทธิ์มองไปทางเนื้อแพร
“อะไรกันน่ะครับแม่”
“แม่ก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันอะไร” เนื้อแพรเหลือบไปทางท่านชายอ๊อด
“ก็บอกแล้วไงว่าธุรกิจฉันประสบความสำเร็จ เลยซื้อรถคันนี้ให้เป็นของขวัญ วันแต่งงานของพิศุทธิ์ จะแต่งกับลูกสาวเศรษฐีทั้งที ยังขับรถกระจอกๆอยู่ได้ยังไง เสียชื่อไปถึงฉันกับหม่อมย่าหมด”
“แต่ผมคงรับไม่ได้หรอกครับ”
“พอฉันเอาของมาให้ ก็ทำเป็นเล่นตัวไม่เอา แต่พอฉันไม่ให้ ก็พูดแดกดันว่าฉันไม่เคย เกื้อกูล รับๆไปเถอะ”
ท่านชายอ๊อดรำคาญ เดินขึ้นรถยุโรปคันใหม่ของตัวเองแล้วขับออกไป เนื้อแพรกับพิศุทธิ์มองตามอย่างสงสัย
“แม่ได้ข่าวว่าท่านอ๊อดซื้อของแจกลูกๆทุกคน ไหนจะเครื่องเพชรตั้งหลายชุดของ หม่อมมลุลีอีก ท่านอ๊อดไปเอาเงินมาจากไหน”
พิศุทธิ์มองอย่างสงสัย ภาวนาว่าอย่างให้เกี่ยวข้องกับครอบครัวกะรัตเลย

กะรัตเดินกอดเจ้าสัวบัญชาเข้าบ้านอย่างประจบ
“กั้งคิดไม่ผิดจริงๆที่มาขอความช่วยเหลือจากก๋ง ตั้งแต่เล็กจนโตมีก๋งคนเดียว ที่ทำให้กั้งมีความสุข”
“ถ้ากั้งซาบซึ้งขนาดนั้น งั้นก๋งขอกั้งสักอย่างได้ไหม”
“ถ้าก๋งขอ กั้งให้ร้อยอย่างเลย”
“อย่างเดียวก็พอ การใช้ชีวิตครอบครัว มีแค่ความรักไม่พอ มันต้องมีความอดทน อดกลั้นด้วย”
“ก๋งจะบอกว่ากั้งไม่มีงั้นเหรอคะ”
“ก๋งพูดแค่นี้ กั้งก็ออกอาการแล้ว อย่างนี้เรียกว่ามีความอดทนไหมล่ะ กั้งโตมาการโดนคนเอาอกเอาใจ พะเน้นพะนอ แต่ต่อไป กั้งไปอยู่กับคนอื่น กั้งจะเอาแต่ใจ และให้เขามาเอาใจกั้งคนเดียวไม่ได้อีกแล้วนะ”
“ก๋งจะบอกว่า ที่กั้งล้มเหลว ก็เพราะตัวกั้งเองด้วยเหรอคะ”
“ก๋งยังไม่ได้พูดแบบนั้น แต่อยากจะเตือนเอาไว้ กั้งโตแล้ว แต่งงานครั้งนี้ถือว่าแต่งไว มีแรงกดดันเยอะ อย่าหวั่นไหวง่ายๆ และก็อย่าคิดว่าเขาเป็นข้าวของที่เป็นสิทธิ์ขาด เขาเป็นคน เขามีสิทธิ์ในตัวเขาเอง”
“แต่กั้งมีความผิดพลาดเก่าๆมามาก กั้งกลัว ใครจะว่ากั้งเผด็จการยังไงก็ตาม แต่ครั้งนี้กั้งต้องจดทะเบียนตีตราเขาเป็นสามีของกั้ง คนเดียว”
เจ้าสัวบัญชามองกะรัตอย่างปลงว่าคนเรา แค่พูดเฉยๆคงไม่ฟัง ต้องให้เจอประสบการณ์กับตัวเอง ถึงจะเข้าใจ กะรัตคิดหมายมาดว่า จะไม่ยอมให้ใครมาแย่งพิศุทธิ์ไปได้อีกแล้ว

สายวันใหม่...สายน้ำผึ้งนอนอยู่บนเตียงเปิดโทรทัศน์ดูการ์ตูน รสสุคนธ์เดินออกมาจากห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จ เตรียมไปทำงาน
“น้าไปทำงานก่อนนะอย่าเครียดหละ มีอะไรโทรหาน้านะ”
“น้ารสพูดซ้ำๆ ทุกวัน ไม่เบื่อรึไง อยู่โรงพยาบาลอาทิตย์กว่า ผึ้งรู้น่าว่าต้องทำอะไร” สายน้ำผึ้งชะงักคิดบางอย่างได้ “วันนี้วันที่เท่าไรนะน้ารส”
“วันที่ 5”
“วันเกิดกั้งวันที่ 8 นี่นะ”
รสสุคนธ์มองสายน้ำผึ้งอย่างสงสัย
“อย่าบอกนะว่าผึ้งจะไป...”
“ผึ้งจะไปไหนได้ล่ะ หมอสั่งให้อยู่พักเนี่ย” สายน้ำผึ้งรีบพูดสวน
“ก็ดีแล้วที่ผึ้งเชื่อฟังหมอ หยุดคิดเรื่องของกั้งสักที ต่อไปคนที่ผึ้งควรคิดถึงก็คือลูกเท่านั้น ...น้าไปล่ะ”
รสสุคนธ์เดินออกไป สายน้ำผึ้งกดรีโมทเปลี่ยนจากช่องการ์ตูน เป็นช่องหนังฆาตกรรม เป็นภาพผู้หญิงจะเอามีดแทงเพื่อนผู้หญิงอีกคน

กะรัตนั่งหลังขดหลังแข็งปักเลื่อมบนชุดแต่งงานตัวเองอยู่ในร้านเสื้อ พนักงานในร้านจะช่วย แต่เธอไม่ยอมตั้งใจจะปักเลื่อมหรือคริสตัลให้เสร็จคนเดียว กันตา กุนตีมองความตั้งใจ ของกะรัตอย่างมีความสุขไปด้วย ขณะที่ศุทธิ์ไปดูพนักงานขนเครื่อง เฟอร์นิเจอร์ และตกแต่งเรือนหอจนเสร็จ

เช้าวันใหม่...ศิวาทำกายภาพแต่ใจกังวลมองหากันตา
“หายหน้าไปไหนเนี่ย ส่งข้อความไปขนาดนั้น ไม่ใจอ่อนกันรึไง”
หมอดิวเดินเข้ามาหาคุยกับเจ้าหน้าที่กายภาพคนอื่น ศิวาจำได้ว่าเป็นเพื่อนกับกันตารีบถาม
“คุณหมอครับ คุณเป็นเพื่อนกับคุณหมอกันตาใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหมอกันตา ไม่ทราบว่าคุณหมอกันตามาเข้าเวรรึเปล่าครับ”
“หมอกันตาลา 3 วันค่ะ”
“ลาไปไหนครับ”
“ลาไปงานแต่งงานค่ะ”
“แต่งงาน”
ศิวาอึ้งไม่คิดว่ากันตาจะหักอกตัวเองดัง เป๊าะ

ค่ำนั้น กะรัตนอนคุยมือถือกับพิศุทธิ์ นวลคอยทาครีมหมักหน้าให้
“ถ้าก๋งไม่ห้ามให้เราเจอกันก่อนงานแต่ง คืนนี้กั้งคงไปหาคุณแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของเราแล้วนะคะ กั้งตื่นเต้นจังเลยค่ะ คุณตื่นเต้นไหมคะ”
พิศุทธิ์คุยโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน
“ครับ”
“กั้งพูดซะยาว คุณพูดแค่ครับเองเหรอ พูดยาวกว่านี้หน่อยสิคะ”
“คร้าบ” พิศุทธิ์แกล้ง
“ต๊าย เพิ่งรู้ว่าผู้ชายนิ่งๆอย่างคุณ ก็มีลีลากับเขาเหมือนกัน เดี๋ยวคืนส่งตัวพรุ่งนี้ ดูสิ...คุณมีจะลีลาเยอะจริงรึเปล่า”
นวลสูดขี้มูกดังซื๊ด
“โฮ้ย ได้ยินแล้วเลือดจะออกหมูก”
กะรัตแกล้งตีนวล
“คิดทะลึ่ง ฉันหมายถึงลีลาการเล่นมุกย่ะ” กะรัตคุยมือถือต่อ “เอ๊ะ...หรือว่าคุณทะลึ่งเหมือนนวลด้วยคะ”
พิศุทธิ์เขินจนไปไม่ถูก
“นอนเถอะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
กะรัตหัวเราะรู้ทันว่าพิศุทธิ์เขิน
“ก็ได้ค่ะ งั้นจุ๊บ...จุ๊บก่อน คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายแล้วที่จะจุ๊บ จุ๊บด้วยเสียง คืนพรุ่งนี้ล่ะก้อ...” กะรัตแกล้งหัวเราะ เสียงหื่นแกล้งพิศุทธิ์ “เฮ่อๆ”
พิศุทธิ์หัวเราะ
“คุณนี่...จริงๆเลย...รีบนอนเถอะครับ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาเจอกับวันของเรา”
“คุณพิศุทธิ์คะ...กั้งรักคุณที่สุดเลย”
“แล้วเจอกันครับ”
พิศุทธิ์และกะรัตยิ้มเปี่ยมสุขและแสนภูมิใจ

สายน้ำผึ้งอยู่ในห้องนอนหยิบกรอบรูปที่เธอ กะรัตและภูเบศร์ถ่ายร่วมกัน เธอคิดแทรกกลางระหว่าง กะรัตและพิศุทธิ์อีกครั้ง
 
จบตอน ที่ 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...