xs
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 2

เผยแพร่:

พวงหยกลุกพรวดขึ้นทันที กันตาเล่าเรื่องสายน้ำผึ้งให้ฟัง

“นี่นังผึ้งมันกล้าทำขนาดนี้เชียวเหรอ หึม...นังงูพิษ มันน่าจับมาแก้ผ้าประจานนักว่ารูปสวยอย่างมัน จิตใจโสมมหน้าด้าน ไร้ยางอายที่สุด”

“ผู้หญิงมักง่ายกับผู้ชายเสเพล...เคมีเข้ากันเป๊ะ ถึงได้ทำเรื่องน่าอับอายได้ขนาดนี้ต่อไป ห้ามให้ใครพูดชื่อสายน้ำผึ้งให้พี่กั้งได้ยินอีกเด็ดขาดเลยนะคะ” กันตากำชับ

“คุณกั้งของนวล โชคร้ายสลับซับซ้อนเหลือเกิน...” นวลสงสารน้ำตาจะไหล

“เจอเรื่องร้ายขนาดนี้ ไม่รู้จะประคองอารมณ์ตัวเองอยู่ได้รึเปล่า” กุนตีเป็นห่วง

พวงหยกขัดขึ้น

“โฮ้ย...เดี๋ยวมันก็ทำใจได้เอง ยัยกั้งไม่ใช่เพิ่งเคยถูกหักหลังครั้งแรกซะเมื่อไหร่กัน”

“แม่ไม่ได้เลี้ยงยัยกั้งมา แม่ไม่รู้หรอกค่ะว่ายัยกั้ง ดูแกร่งก็แต่ข้างนอกเท่านั้นแหละ” กุนตีเดินหนีไป

พวงหยกตะโกนตาม

“จ๊า...แม่ลูกบังเกิดเกล้า” พวงหยกค้อนกุนตี

“พี่กุ้งพูดถูกค่ะแม่ เขารู้จักพี่กั้ง สมกับที่เป็นคนเลี้ยงพี่กั้งแทนแม่มาจริงๆ”

กันตาเดินแยกไปอีกทาง นวลลุกขึ้นแต่เก้ๆกังๆไม่รู้ควรอยู่หรือควรไป พวงหยกตะโกนตามหลังกันตาไปอีก

“ใช่ซิ แกไม่ได้มีผัวเจ้าชู้เหมือนฉันนี่ ลำพังคอยตามจับ พ่อแกมาใส่กรง ฉันก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว...เชอะ”

พวงหยกหันมาเชอะใส่ตรงหน้านวลพอดี นวลรีบตะปบก้อนน้ำลายคุณนายไว้

“อุ๊ปส์”

“แกล่ะ ไม่สาระแนไปเข้าเฝ้าซับน้ำตาให้เจ้านายเหรอ”

“มะ มะ ไม่หรอกค่ะ นวลไม่ว่าง ตอนนี้นวล ซับล้ำลายคุณนายอยู่” นวลแอบก้มหน้ากัดฟันพึมพำ “ก้อนใหญ่มว๊าก”

“แกเม้าอะไรฉัน นังนวล” พวงหยกจ้องหน้า

“เปล่าค่ะ งั้นนวลขอตัวก่อนนะคะ”

นวลรีบเผ่นแน่บไปทันที พวงหยกพอได้อยู่เงียบๆคนเดียว ก็ได้สตินึกเวทนากะรัตอยู่เหมือนกัน

“ยายกั้งเอ๊ย ทำไมถึงได้ซวยซับ ซวยซ้อน ซวยไม่เลิกแบบนี้นะ”

กะรัตนั่งในอาการเมาอยู่บนโซฟา ในห้องนอน เธอค่อยๆลุกขึ้นไปยังโต๊ะวางกรอบรูป แล้วหยิบรูปเก่าของเธอกับสายน้ำผึ้งตอนเรียนมหาวิทยาลัยขึ้นมาดู กะรัตยิ่งเห็นภาพ ก็ยิ่งเศร้าคิดถึงความรักความผูกพันในวันก่อนเก่า

ในอดีต...สายน้ำผึ้งในชุดนักศึกษาสะพายกระเป๋า หอบหนังสือ วิ่งลนลานออกจากบ้านเพราะกลัวไปเรียนสาย เสียงกะรัตดังขึ้น

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู้ยู...”

สายน้ำผึ้งชะงักหันมอง กะรัตในชุดนักศึกษาเดินถือคัพเค้กจุดเทียน 1 เล่ม ออกมาจากมุมที่ซ่อนตัวอยู่ เดินตรงมาหาเพื่อน

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู้ยู...”

กะรัตเดินร้องเพลงเบิร์ธเดย์จนจบ ตรงหน้าเพื่อนพอดี

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะจ๊ะเพื่อนรัก”

สายน้ำผึ้งเซอร์ไพร้ส์มาก

“กั้ง...”

“เราเป่าเทียนพร้อมกันเลยนะ เราจะได้เป็นเพื่อนรักกันน๊าน นาน”

กะรัตแกล้งทำเสียงสูงลากยาว สองคนหัวเราะขำกัน

“อ้าว...นึง...ส่อง...สั้ม...”

สองคนก้มลงเป่าเทียนพร้อมกัน กะรัตดวงตาเจ้าเล่ห์ เหลือบมองสายน้ำผึ้ง แล้วแกล้งยกเค้กขึ้นให้ชนปลายจมูกสายน้ำผึ้ง แล้วหัวเราะสนุก

“กั้งอ้ะ...เล่นอะไรไม่รู้” สายน้ำผึ้งเช็ดๆที่จมูก ยิ่งเลอะ “หน้าเลอะหมดเลย เดี๋ยวผึ้งต้องไปเรียนด้วยน่ะเนี่ย”

สายน้ำผึ้งแกล้งงอน กะรัตหน้าเสีย

“ฮึ้ย โกรธจริงเหรอ”

สายน้ำผึ้งหันหน้าหนี กะรัตเดินอ้อมไปมองหน้า สายน้ำผึ้งสะบัดหน้าหนีอีก แต่แอบเหลือบตาดูว่าเพื่อนจะทำยังไง กะรัตกลัวเพื่อนโกรธ คิดว่าจะทำยังไง แล้วดึงเทียนออก ยกคัพเค้กทั้งก้อนโปะลงที่หน้าตัวเอง

“นี่แน่ะ” กะรัตละเลงหน้าตัวเองจนเละไปหมด “นี่แน่ะ ๆ”

กะรัตโดดไปยื่นหน้าโชว์

“หายกันนะ”

สายน้ำผึ้งเห็นหน้ากะรัตที่เละไปด้วยเค้กก็ขำ สองคนหัวเราะกันจนตัวงอ

กะรัตหยิบรูปในวันแต่งงานที่สายน้ำผึ้งถ่ายกับเธอในฐานะเพื่อนเจ้าสาว กะรัตมองอย่างเจ็บปวด

จ้องมองใบหน้าสายน้ำผึ้งในรูป แล้วนึกถึงคำพูดของสายน้ำผึ้ง

“พ่อของลูกฉันคือภูเบศร์...ผัวของเธอไง ผัวของเธอก็เป็นผัวฉัน แล้วเขาก็เป็นของฉันก่อนที่เขาจะแต่งงานกับเธอด้วยซ้ำ”

กะรัตมือสั่นแรง เนื้อตัวเกร็งฉีกรูปจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหวี่ยงกระจายออกไปแล้วใช้มือกวาดกรอบรูปพวกนั้นทิ้งลงพื้นอย่างคับแค้น กะรัตร้องไห้อย่างใจสลาย

เย็นวันใหม่...พิศุทธิ์ปิดประตูรถ ถือกระเป๋าคอมพิวเตอร์ลงมา หยุดมองรถคันหรูของหม่อมมลุลีที่จอดรออยู่อย่างหนักใจ เมื่อรู้ว่าจะต้องเข้าไปเจอกับอะไร เขาเดินเข้าบ้านไป

หม่อมมลุลีวางถ้วยชาลง พิศุทธิ์ก้าวเข้ามาพอดี

“กลับมาแล้วเหรอพ่อตัวดี”

พิศุทธิ์หน้าเครียดทันทีกับคำทักทายของย่าวางของลง ยกมือไหว้อ่อนน้อม หม่อมมลุลีจ้องหลานชายอย่างจับผิดตลอด

“หม่อมย่ามีธุระอะไรไม่ทราบครับ”

“ย่าจะมาบอกชายเรื่องนัดดูตัว”

พิศุทธิ์มีท่าทีเอือมระอาทันที

“ผมเคยบอกหม่อมย่าไปแล้วนี่ครับว่า ถ้าผมจะแต่งงาน ผมหาเจ้าสาวของผมเองได้”

“แต่ย่าเจอแล้ว ชายจะต้องไปหาให้เสียเวลาทำไม”

“นั่นมันคนที่หม่อมย่าถูกใจ ไม่ใช่ผมนี่ครับ”

“เรื่องอย่างนี้...มันไม่ได้ใช่แค่ความถูกใจอย่างเดียวนะชาย มันต้องมีความเหมาะสมด้วย หนูชวาลาเป็นถึงลูกสาวของท่านรัฐมนตรีอิสระ แล้วท่านยายของหนูชวาลาก็เป็น หม่อมเหมือนย่า ถึงชายจะมีเลือดบริสุทธิ์จากย่าเพียงครึ่งเดียว ย่าก็อยากรักษาให้ ถ่ายทอด ถึงรุ่นหลาน รุ่นเหลนให้มากที่สุด ไม่ใช่ปะปนกับเลือดไก่กา จนไม่เหลือ คุณค่าของวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ เพราะฉะนั้นหนูชวาลาเหมาะสมกับชาย ที่สุดแล้ว”

เนื้อแพรในชุดไปงานศพ จะเดินเข้ามา เห็นย่าหลานนั่งคุยกันอยู่ก็เลยหาที่บังตัวแอบฟัง

“ย่าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย เหมือนที่พ่อของชายไปคว้าแม่ดาราปลายแถวนั่น”

เนื้อแพรได้ยินที่ตัวเองถูกแขวะ พิศุทธิ์ไม่ค่อยพอใจนัก

“แต่ที่ผมได้ดีมาถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะแม่อบรมเลี้ยงดูผมมาเหรอครับ”

“ชายถูกปิดหูปิดตา ไม่รู้หรอกว่าแม่ตัวเอง เน่าแค่ไหน”

พิศุทธิ์โกรธแต่ก็เก็บอารมณ์ไว้

“ถึงแม่จะไม่ใช่ราชนิกุล แต่แม่ก็มีความดี มีเกียรติไม่น้อยกว่าใคร”

หม่อมมลุลีโมโหลุกพรวดขึ้น

“คนมีเกียรติที่ไหนจะไปเที่ยวไล่จับผู้ชายแบบนั้น ถึงขนาดเป็นเมียน้อยก็ยอม ไม่รู้จักอาย”

“ท่านพ่อเองก็มีตั้งหลายบ้าน ถ้าแม่จะมีใครซักคนของแม่บ้าง ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน”

“แล้วศีลธรรมล่ะ นี่แม่ดารานั่นเขาไม่เคยสอนลูกเรื่องนี้เลยรึไง”

“ทำไมหม่อมย่าปักใจนักว่าแม่ทำผิด ทำตัวเสื่อมเสียแบบนั้น” พิศุทธิ์อ่อนใจ

“ชายก็เป็นซะอย่างนี้ ย่าพูดแตะต้องแม่ชายไม่เคยได้ มัวแต่ปิดตาไม่เห็นความผิดของแม่...วันนึงคงจะหนีไม่พ้นจะเป็นแบบเดียวกับแม่ละมั้ง”

“ในเมื่อผมมีนิสัยแย่ๆแบบนี้ ผมคงไม่คู่ควรกับผู้หญิงดีๆของหม่อมย่าหรอกครับ”

หม่อมมลุลีถลึงตา โกรธที่หลานเถียงคำไม่ตกฟาก เนื้อแพรส่งเสียงออกไปให้เห็นว่าตนมายืนอยู่ตรงนั้นนานแล้วพิศุทธิ์กับหม่อมมลุลี หันไปพร้อมกัน

“แม่...มาพอดี...” พิศุทธิ์ส่งสัญญาณรู้กัน “ได้เวลาเราต้องไปกันแล้วใช่มั้ยครับ”

เนื้อแพรรับมุกลูก

“จ้ะ ไปกันเลยมั้ยลูก เดี๋ยวจะค่ำเกินไป” เนื้อแพรหันไปยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะหม่อม แล้วก็เลยถือโอกาสลาเลยนะคะ ไปลูกไป”

เนื้อแพรจะคล้องแขนพิศุทธิ์ออกไป หม่อมมลุลีไม่พอใจ

“เสียมารยาท ฉันยังพูดกับหลานฉันไม่จบ”

“ขอตัวก่อนนะครับหม่อมย่า โอกาสหน้าผมจะไปเยี่ยมหม่อมย่าที่วัง”

พิศุทธิ์ยกมือไหว้แล้วรีบคว้าตัวเนื้อแพรออกจากบ้านไป หม่อมมลุลีเจ็บใจที่พิศุทธิ์กำลังทำเหมือนไม่เห็นหัวเธอเลย

พิศุทธิ์เดินมาที่รถพร้อมกับเนื้อแพร

“เมื่อไหร่หม่อมย่าจะหยุดยุ่งเรื่องนั้นกับผมสักทีก็ไม่รู้”

“ก็ต่อเมื่อชายมีคนสักคนแล้วไงจ้ะ...ชายไม่เคยมองใครเลยเหรอลูก” เนื้อแพรหยอก

พิศุทธิ์ฟังคำถามของเนื้อแพร แล้วหัวใจดันตวัดไปนึกถึงกะรัต โดยที่เขาไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆใจถึงคิดถึง

เธอ

ทางเดินไปศาลาสวดศพยามค่ำคืน...กะรัตในชุดดำเดินโซเซโดยมีกุนตีและกันตาเดินตามมาอย่างห่างๆ กะรัตยังอยู่ในอาการมึนเมา จนกันตาและกุนตีต้องช่วยกันประคอง

“ไหวรึเปล่าเนี่ยกั้ง” กุนตีถามอย่างเป็นห่วง

กะรัตพยักหน้าแบบคอพับคออ่อน กุนตีเห็นแล้วหนักใจ

“บอกแล้วว่าไม่ให้พามาก็ไม่เชื่อ พี่กั้งมาเมื่อวานวันเดียวก็เหลือเฟือแล้ว ให้พ่อรับหน้าคนในงานไปก่อนแล้วกัน นั่งดริ้งค์มาตลอดทางแบบนี้ จะเหลือสภาพเข้าไปได้ยังไง” กันตาบ่นอย่างเหนื่อยใจ

“ให้นวลพากลับไปก่อนดีกว่า นวลเอาอยู่ค่ะ ไม่ต้องห่วง” นวลเสนอ

กะรัตทำท่าจะอาเจียน นวลกระโดดถอยห่าง กุนตีและกันตามองนวลอย่างไม่อยากเชื่อถือ

“แน่ใจนะว่าดูแลได้”

“แหม...นวลแค่ตกใจน่ะค่ะ มากกว่าอ๊วก นวลก็เช็ดมาแล้ว” นวลยิ้มแหยๆ

“ก็ได้ งั้นเราไปฟังสวดกับพี่”

กันตากำชับนวล

“พาพี่กั้งกลับไปดีๆล่ะนวล”

กันตากับกุนตีส่งกะรัตให้นวลแล้วเดินไป นวลประคองกะรัตจะพาไปที่จอดรถ แต่กะรัตแทบไม่มีสติ จะเดิน

“อูย...ระวังค่ะคุณกั้ง...”

“อย่ามายุ่ง ฉันเดินเองได้”

กะรัตสะบัดตัวนวลออกเดินต่อไปแต่สะดุดจะล้ม นวลรีบประคอง

“คุณกั้ง...ดีๆค่ะ เดี๋ยวนวลรีบพากลับบ้านนะคะ” นวลเซจนพาเดินต่อไปไม่ไหว “โอ๊ะๆ ตายๆ จะรอดมั้ยเนี่ย”

ระหว่างหิ้วปีกกะรัต นวลกดโทรศัพท์ตามสมหวังไปด้วย แต่ติดต่อไม่ได้

“โอ๊ย ไอ้หวังเอ๊ย...มันไปจอดรถที่สวรรค์ฉันไหนเนี่ย ถึงไร้สัญญาณขนาดนี้”

นวลตัดสินใจพากะรัตไปนั่งพักที่ม้าหินแถวนั้น

“เอาแบบนี้ดีกว่านะคะ คุณกั้งรอนวลตรงนี้แป๊บบบบนะคะ เดี๋ยวนวลไปตามสมหวัง เอารถมารับแว๊บเดียวนะคะ คุณกั้งอย่าไปไหนนะ”

กะรัตพยักหน้ารับรู้ พร้อมโบกมือไล่ให้รีบๆไป นวลเดินไปแต่ยังไม่วายหันมาห่วง

“อย่าไปไหนนะคะ นั่งนิ่งๆนะคะ”

นวลเดินไป ทิ้งให้กะรัตนั่งเหม่อลอย
กำลังโหลดความคิดเห็น...