xs
sm
md
lg

สามีตีตรา ละเอียด เต็มอิ่ม เร็วๆ นี้

เผยแพร่:

สามีตีตรา ตอนที่ 1

บริเวณทางเข้าด้านหน้าโรงแรมค่ำคืนนี้ แลเห็นบรรดาแขกแต่งตัวชุดราตรีหรูทยอยเดินเข้าเพื่อไปร่วมงานแต่งงานคู่รักไฮโซ จังหวะนี้รถยุโรปราคาแพงหรูขับเข้ามาจอดหน้าโรงแรมด้วยความเร็วสูง ล้อรถเบียดกับถนนแผดเสียงดังสนั่น จนทำให้ทุกคนที่กำลังเดินไปชะงักหันกลับมามองเป็นแถว

เรียวขาขาวงามของสาวสวยเจ้าของรถแพงระยับก้าวออกมาจากรอยผ่าสูงถึงโคนขาของชุดราตรีสีแดงสด ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น มองอย่างตะลึง ในความสวย เมื่อเธอคนนั้นขยับตัวจึงพบว่าชุดราตรีสีแดงรัดรูป โชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่าจนถึงสะโพก ยิ่งดูเซ็กซี่มาก

เธอคือ กะรัต หลานรักของเจ้าสัวบัญชา มหาเศรษฐีติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

ภายในห้องบอลรูมจัดงานแต่งงาน ถูกเนรมิตรโดยทีมออร์แกไนซ์ออกมาเลิศหรูอลังการ ด้วยเป็นคู่แต่งงานของลูกหลานตระกูลไฮโซ แขกเหรื่อที่มาร่วมยินดีแต่งตัวหรูดูดี บ่งบอกฐานะ นั่งอยู่ที่โต๊ะเต็มห้อง เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวพากันจูงมือเดินบนทางที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ไปขึ้นไปสู่บนเวที

ขณะเดียวกัน รถแวนสีดำคันหรูขับอย่างเร็ว เข้ามาจอดหน้าโรงแรม สมหวังคนขับรถ รีบลงจากที่นั่งคนขับมาเปิดประตูด้านข้างให้กุนตี หรือกุ้ง พี่สาวคนโตซึ่งดูแลธุรกิจของครอบครัว กับ กุนตี หรือก้อย แพทย์ฝึกหัด น้องสาวคนเล็กของกะรัต ทั้งคู่รีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในโรงแรมอย่างรีบร้อน

งานแต่งในห้องบอลรูมดำเนินไป พิธีกรบนเวทียืนอยู่กับเจ้าบ่าวเจ้าสาว ประกาศ

“ผมว่าทุกคนในห้องนี้คงอยากรู้แล้วว่าเจ้าบ่าว เจ้าสาวของเราพบรักกันยังไง งั้นเชิญชม VTR กันเลยดีกว่าครับ”

ไฟในห้องบอลรูมมืดลง ภาพ VTR ฉายบนจอ เป็นภาพเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวตอนเด็กๆ แขกในงานหัวเราะชื่นชม ทันใดนั้นภาพ VTR ของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็ดับหายไป แล้วมีภาพผู้หญิงกับผู้ชาย กำลังกอดจูบกันเข้ามาใน โรงแรมม่านรูดขึ้นมาแทนที่ เสียงแขกในงานฮือฮาว่าเป็นภาพของใคร ผู้หญิงคนหนึ่งรีบลุกขึ้นมา จะวิ่งหนีออกไปจากงาน กะรัต แย่งไมค์ไปจากมือพิธีกรประกาศกับไมค์

“ทุกท่านอาจจะสงสัยว่า ผู้หญิงเริงร่านในวิดีโอนั้นเป็นใครใช่ไหมคะ”

ทันใดนั้นมีไฟสปอร์ตไลท์ส่องพุ่งไปที่ร่างผู้หญิงที่ลุกขึ้น กำลังจะเดินหนีออกจากห้องบอลรูม

“มันคือนางนี่แหละค่ะ นังไฮโซแม่พระ สร้างภาพเป็นผู้แสวงบุญ ที่แท้เป็นพวกลอบแสวงสวาทกับผัวชาวบ้าน”

แขกมองหน้าผู้หญิงที่กำลังจะหนี แล้วหันไปมองภาพ VTR ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวกัน

“ไม่จริงนะ ฉันไม่ใช่ มันใส่ความฉัน” ผู้หญิงคนนั้นโวยวายลั่น

ไฟในห้องถูกเปิดให้สว่างทีละจุด จนสว่างไปทั่วห้องบอลรูม กะรัตในชุดราตรีสีแดงสดยืนสง่าอยู่กลาง เวที มือถือไมค์ ใบหน้ามองพุ่งไปที่ผู้หญิงคู่กรณีดวงตาคมกริบ ริมฝีปากเหยียดยิ้มเยาะหยาม ผู้หญิงคนนั้นมองอึ้งๆ คาดไม่ถึงว่าจะเป็นกะรัต

“คุณกะรัต”

กะรัตเดินนวยนาดมาดอย่างนางพญา ลงจากเวทีเดินมาที่ผู้หญิงคนนั้น

“ถ้าแกรู้จักชื่อฉัน แกก็ควรจะรู้ว่าฉันเป็นเมียของผู้ชายที่แกสมสู่ แกอย่าได้พาร่างกายที่โสโครกกับจิตใจ ที่โสมมของแกเข้าวัดปฎิธรรมให้ศาสนาหมนหมองอีก แต่ถ้าอยากจะชะล้าง ...ฉันจะอนุโมทนาให้”

กะรัตหยิบขวดน้ำหมักขี้สีน้ำตาลดำจากในกระเป๋าถือ ออกมาเทสาดใส่

“อ๊าย...” ผู้หญิงร้องลั่น พยายามสะบัด

“คิดจะแย่งผัวใครไม่แย่ง มาแย่งผัวกะรัต ก็ต้องตบ...”

กะรัตตบผู้หญิงล้มคว่ำ

“ล้างด้วยน้ำหมักในถังขี้อย่างนี้นี่แหละ”

ผู้หญิงจ้องหน้าโกรธจัดที่กะรัตทำให้ขายหน้า เธอลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปตบ กะรัตสู้กับผู้หญิงตบกันนัวเนีย กุนตีและกันตาวิ่งเข้ามาในห้องบอลรูม แล้วรีบพุ่งเข้าไปดึงร่างกะรัตออกมา พนักงานเสิร์ฟ เข้าไปห้ามผู้หญิงคนนั้น

“พอเถอะกั้ง เขาเป็นหุ้นส่วนบริษัทของคุณภูนะ” กุนตีห้าม

“ต่อให้เป็นโคตรเหง้าศักราช ถ้ามายุ่งกับผัวกั้ง กั้งไม่เอาไว้หรอกพี่กุ้ง”

กะรัตโวยวาย พยายามดิ้นให้หลุดจากกุมมือกันตาและกุนตี

“ปล่อยกั้ง”

“พี่กั้งไม่เห็นเหรอ พี่พังงานแต่งคนอื่นหมดแล้ว” กันตาห้ามปราม

กะรัตตะโกนบอกเจ้าบ่าว เจ้าสาว

“ก็ช่วยไม่ได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้ารู้ว่าเพื่อนยุ่งกับผัวคนอื่น ก็จงรีบห้าม ไม่อย่างนั้นงานแต่งคุณพัง”

กุนตีกับกันตา ช่วยกันลากร่างกะรัตที่พยายามสะบัดตัวอาละวาดเป็นช้างตกมัน ออกจากห้องบอลรูม นักข่าวกรูเข้ามารุมถ่ายรูปกะรัตแสงแฟรชวูบวาบ

วันใหม่...แสงดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือท้องทะเล ในห้องน้ำใหญ่ผนังรอบด้านเป็นกระจก ทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ ทะเลสีฟ้าสด ตัดกับท้องฟ้าสีขาว กะรัตนั่งแช่อยู่ในอ่างจากุชชี่ในห้องน้ำหรูอย่างเซ็งกับชีวิต

กันตา กุนตี ยืนมองกะรัตอย่างเป็นห่วง อยู่กับพวงทอง มารดาของทั้งสามคน

“แน่ใจนะว่ายัยกั้งจะอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่ใช่คิดเชือดข้อมือเหมือน คราวก่อนอีก” พวงหยกกังวล

กันตากับกุนตีสะกิดแขนพวงหยก ไม่ให้พูดย้ำอดีตของกะรัต

“ชีวิตกั้งนี่ทำบุญคนไม่ขึ้นจริงๆ ทำดีกับใคร ไม่เคยไว้ใจได้เลย” กะรัตบ่นอย่างน้อยใจ

“ใจเย็นๆนะพี่กั้ง พี่ภูเขาบอกแล้วไงว่าที่ทำไปเพราะเมา อีกอย่างผู้หญิงก็ขู่ว่าจะถอนหุ้น พี่ภูก็เลย...”

กันตาปลอบ กะรัตสวนทันที

“ขายตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ ฉันมีเงินเยอะกว่านังนั่นตั้งร้อยเท่าพันเท่าทำไมภูไม่มาเอา”

“พี่ภูคงกลัวพวกปากหอยปากปูนินทาว่าตกถังข้าวสารน่ะสิ ก้อยไม่ได้เข้าข้างพี่ภูนะ แต่เราไม่เคยจน เราไม่รู้หรอกว่าการโดนดูถูก มันเป็นยังไง มองอีกแง่นึง...พี่ภูเขาเป็นคนดี ไม่หวังเอาเงินจากพี่กั้ง”

“แต่มันนอกใจฉันนะ”

“มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย คิดซะว่าเขาแค่ไปลองอาหารข้างทางแล้วกัน สุดท้ายก็ต้องกลับมากินอาหาร เหลาอย่างพี่กั้งวันยันค่ำ ให้พี่ภูมาหาพี่กั้งนะ”

“อย่าให้มันเสนอหน้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่รับประกันว่ามีดหรือลูกปืน จะพุ่งใส่กบาลมันก่อนกัน”

พวงหยกแทรกขึ้น

“แต่ยังไงตาภูก็ต้องมา แกลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน นิตยสาร GOOD MORNING HISO เขาล็อกคิวทำสกู๊ปชีวิต ครอบครัวแกไว้ ยังไงแกกับตาภูก็ต้องสร้างภาพว่ารักกัน”

“เหมือนที่เดือนที่แล้วพ่อกับแม่ ถ่ายรูปสร้างภาพลงหนังสือพิมพ์ว่ายังรักกันไงกั้ง” กุนตีเสริม

“กั้งสะตอไม่เป็น” กะรัตเชิด

พวงหยกสะดุ้ง

“นี่แกว่าฉันสะตอเหรอยายกั้ง”

“เปล่านะแม่” กะรัตตัดบท “กลับไปกรุงเทพกันได้แล้ว กั้งอยากอยู่เงียบๆ”

พวงหยกจ้องหน้า

“ฉันกลับแน่ แต่ยังไงแกต้องให้นิตยสารสัมภาษณ์ ฉันไม่อยากให้ใครต่อใครมันพูดว่าผู้หญิงตระกูลนี้ โดนนอกใจตั้งแต่แม่ยันลูก”

“ใครจะว่ายังไงก็ช่าง มันไม่ใช่คนเจ็บนี่ กั้งต่างหากที่เจ็บแล้วกั้งก็จะไม่ทน กั้งจะเลิกกับไอ้ภู”

พวงหยกอ้าปากจะต่อว่ากะรัต แต่กุนตีจับแขนพวงหยกเป็นเชิงปราม แล้วพยักหน้าให้พวงหยก และกันตาออกจากห้องน้ำ

พวงหยกโวยวาย ที่ถูกดึงออกมาจากจากห้องของกะรัต

“แกจะลากแม่ออกมาทำไมยายกุ้ง แม่จะคุยกับยายกั้งให้รู้เรื่องนี่มันแต่งงานหนที่สามแล้วนะ ผัวสองคนแรกเป็น ม่ายผัวตาย คนนี้จะเป็นม่ายผัวทิ้งเหรอ แม่ไม่ยอม แม่อายชาวบ้านเขา”

“กั้งไม่เลิกหรอกแม่”

นวลถือชามก๋วยเตี๋วเนื้อผ่านพวงหยก กุนตี กันตาไปที่ห้องของกะรัต กันตามองตามชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อแล้วยิ้ม

“ก็เหมือนก๋วยเตี๋ยวเนื้อนั่นไงแม่ พี่กั้งบอกเลิกกินเนื้อมาเป็นชาติแล้วแต่สุดท้ายก็ไม่เคยเลิกได้”

“ก็ความรักเป็นของอร่อย จะเลิกได้ยังไง”

กุนตีหมายถึงเจ็บปวดเพราะความรักขนาดไหน ก็ไม่เคยเลิกอยากกินมันได้เลย

นวลถือชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อเข้ามาวางบนโต๊ะตัวเตี้ยไว้ ให้กะรัตนั่งกินอาหาร ขณะแช่น้ำได้

“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าโปรดของคุณกั้งมาแล้วค่ะ”

กะรัตดีดนิ้วดัง ป๊อก ป๊อก ตามนิสัย นวลรีบหยิบผ้าคลุมกางรอ กะรัตลุกขึ้นจากน้ำมาสวมเสื้อคลุม

“คุณกั้งจะให้ยกเลิกนัดสัมภาษณ์ไหมคะ”

“แม่พูดถูก ขืนฉันยกเลิก อีพวกกากชะนีมันก็ระริกระรี้คิดว่าฉันเลิก กับภูแล้วน่ะสิ ฉันจะทำให้พวกมันเห็นว่า สุดท้ายภูต้องเลือกฉัน เพราะฉันมีปัญญาให้ภูได้ทุกอย่าง ในขณะที่พวกมัน เป็นได้แค่ปลิงเกาะภู”

นวลมองกะรัตแล้วแอบถอนใจที่สุดท้ายกะรัตก็ใช้เงินซื้อความสุขจอมปลอม แล้วกะรัตจะเจอรักจริงและ ความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร

ในโรงแรมม่านรูด ภูเบศร์คุยมือถือกับนวล

“กั้งให้ฉันไปหาตอนนี้เหรอนวล ได้ๆ...ตอนนี้ฉันเคลียร์งานเพิ่งเสร็จ เดี๋ยวรีบไปหากั้งเดี๋ยวนี้เลย”

ภูเบศร์รีบกดวางสาย แล้วก้มหยิบกางเกงมารีบใส่ พร้อมหยิบเสื้อของนิลุบลปาใส่ร่างของเธอที่ยังนอนเพลียอยู่

“ตื่นเร็ว ผมต้องรีบไปพัทยาเดี๋ยวนี้”

นิลุบลลุกขึ้นใส่เสื้ออย่างอิดออด

“จะรีบไปง้อนางเมียปีศาจเหรอคะ”

ภูเบศร์ไม่ตอบ รีบสะบัดตัวออกห่างนิลุบลแล้วไป หยิบกระเป๋าเงินพร้อมกุญแจรถ มือถือภูเบศร์ดังขึ้น เขามองเบอร์ที่โทรเข้า แล้วเดินออกไปคุยนอกห้องไม่ให้นิลุบลแอบฟัง

เมื่อออกมาหน้าห้องโรงแรมม่านรูด ภูเบศร์กดรับสาย

“ฮัลโหล...อย่าโกรธนะครับที่รัก ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องนั้นผมทำไป เพราะผลประโยชน์ ผมยอมทำทุกอย่างให้เรามีเงิน เพื่อสร้าง ครอบครัวของเรา ตอนนี้ผมกำลังไปง้อกั้ง เห็นนวลบอกว่ากั้งให้ ผมลาออกจากบริษัทเก่า แล้วจะให้เงินผมตั้งบริษัทเอง”

ภายในรถที่สมหวังเป็นคนขับมีกระจกกั้นระหว่างโซนคนขับกับ โซนคนนั่ง สายน้ำผึ้งเพื่อนสนิทของกะรัตกำลังพูดมือถืออยู่

“จริงเหรอคะ งั้นถ้าคุณได้เงินแล้ว คุณก็เลิกกับเขาได้แล้วสิ ทีนี้พวกเราก็จะได้อยู่กันพร้อมหน้า พ่อ...แม่...ลูกกันสักที”

ภูเบศร์มองนาฬิกาอย่างรีบร้อน

“แล้วค่อยคุยกัน ผมต้องรีบไปก่อน เดี๋ยวกั้งจะเปลี่ยนใจ”

ภูเบศร์กดวางสาย นิลุบลเดินออกจากห้องมาพอดี ภูเบศร์รีบขึ้นรถแล้วยิ้มหมายมั่นกับเงินก้อนโตที่กะรัต

รับปากจะให้เขาเป็นทุนเปิดบริษัท

ในห้องแต่งตัวในบ้านพักตากอากาศของกะรัต ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ดีไซน์เนอร์ช่วยกันแต่งหน้าทำผม ให้กะรัตอย่างรีบร้อน กะรัตหงุดหงิดเพราะกลัวไม่ทันเวลา

“ทำให้มันเร็วๆหน่อยได้ไหม เดี๋ยวทีมงานก็จะมาสัมภาษณ์กันแล้ว ป่านนี้ภูยังไม่มาอีกรึไง เดี๋ยวฉันก็เปลี่ยนใจไม่ให้เงินซะหรอก”

ดีไซน์เนอร์หยิบชุดมาโชว์ให้กะรัตเลือก

“ชุดนี้น่าเบื่อเป็นป้าแถวสำเพ็ง...ชุดนั้นโป๊ไปhellip;ฉันแต่งงานแค่ปีกว่า คงไม่ต้องใส่ชุดยั่วผัวเป็นดาวยั่วขนาดนั้น หรอก...ชุดสีขาวนั่นเก็บไปเลย ฉันจัดงานฉลอง ไม่ใช่จัดงานลาบวช นี่ชุดราคาตั้งหลายหมื่น ไม่มีอะไรใหม่ๆเลยรึไง”

ดีไซน์เนอร์แอบรำคาญ

“นี่ก็เป็นคอลเลคชั่นของแฟชั่นซีซั่นนี้แล้วนะฮะน้องกั้ง”

นวลเดินคุมละมุนแม่บ้านอีกคนให้รีบถือแก้วน้ำแล้วอาหารว่าง เข้ามาบริการเพื่อบรรเทาบรรยากาศ ก่อนเกิดสงครามกลางห้อง

“น้ำเย็นๆ ขนมหวานๆมาแล้วค่า”

“นวล เธอจัดการบอกร้านอาหารรึยังว่าฉันเปลี่ยนโซนจัดงานเลี้ยงจากริมหาด เป็นในร้านรึยัง ฉันจะใส่ชุดราตรี ไม่อยากให้ชุดเปื้อน”

นวลชะงักพูดอย่างอึกอัก

“บอกแล้วค่ะ แต่ร้านไม่กล้ารับปากว่า จะเปลี่ยนได้ไหม”

“นี่ร้านยึกยักคิดจะเรียกเงินเพิ่มรึไง งั้นก็จ่ายไป จะได้จบๆ”

“ไม่ใช่ค่ะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร้าน แต่อยู่ที่คนอื่น”

กะรัตหันมามองนวลด้วยสายตาเอาเรื่องทันที ช่างผม ช่างแต่งหน้า ดีไซน์เนอร์มองไปทางกะรัต ว่าจะอารมณ์ขึ้นไหมที่มีคนกล้ามีปัญหากับเธอ

“ใครกล้ามีปัญหากับกะรัต”

ภายในห้องสัมมนาในร้านอาหารหรู...ภาพในโปรเจ็กเตอร์คือ หัวข้อ 9point Hedonic scales test การทดสอบความนิยมของผู้บริโภคต่อตัวผลิตภัณฑ์ อาจารย์ผู้บรรยายคือ พิศุทธิ์ หม่อมราชวงศ์หนุ่ม

“หัวข้อต่อไปที่ผมจะพูดถึงให้พวกคุณที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น นักเรียนทุนวิจัยของมหาวิทยาลัยของเรา คือ การทดสอบความ นิยมของผู้บริโภคต่อ ผลิตภัณฑ์โดยใช้วิธี nine points hedonic scales test เป็นวิธีวัดค่าความ นิยมของผู้บริโภคได้แม่นยำ ซึ่งจะเป็นผลดีกับนัก food science ในการสร้างสรรค์พัฒนา ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อตอบ โจทย์ได้ตรงกับความต้องการของ ผู้บริโภคตามหลัก demand supply...เหมือนกับ วันวาเลนไทน์ผู้หญิงต้องการ กุหลาบ และทานข้าวที่โรแมนติก แต่เรากลับชวน ไปฟังเทศน์ สินค้าอย่างเราคงไม่ได้รับความนิยมแน่ๆ”

เสียงหัวเราะของเหล่านักวิชาการดังขึ้น ให้กับพิศุทธิ์ที่มาดเป็นนักวิชาการแต่แฝงแววขี้เล่น พิศุทธิ์ยิ้มให้ทุกคน เจ้าของร้านเปิดประตูห้องสัมมนาเข้ามา แล้วมองหน้าพิศุทธิ์เป็นเชิงบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเขา พิศุทธิ์มองเจ้าของร้าน อย่างระอาเพราะรู้ว่าเจ้าของร้านคิดจะมาพูดเรื่องอะไร

เจ้าของร้านคุยกับพิศุทธิ์ที่มุมหนึ่งของร้านอาหารริมทะเล พิศุทธิ์ถอนใจ เจ้าของร้านอ้อนวอน

“นะครับอาจารย์ ผมทราบว่าอาจารย์จองร้านเพื่อเลี้ยงคณะอาจารย์ นักศึกษา และพวกเด็กๆไว้นานแล้ว แต่ผมก็ลำบากใจ จริงๆที่จะปฏิเสธคุณกะรัต”

พิศุทธิ์ชะงักเมื่อได้ยินชื่อกะรัต เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

“ยังไงผมก็ยืนยันว่าผมไม่เปลี่ยนไปริมหาด ผมขอเลี้ยงคนของผมภายในร้าน ผมมีเด็กเล็กๆที่ไม่ปกติ ไม่สะดวกที่จะจัดงานริมหาด”

เจ้าของร้านพยายามอ้อนวอน

“แต่ว่าhellip;”

พิศุทธิ์พูดนิ่งๆแต่น้ำเสียงจริงจัง

“ผมเชื่อว่าผมทำถูกต้อง อีกคนต่างหากที่ทำไม่ถูก มันไม่ใช่แค่พวกผมเท่านั้นที่ต้องหาร้านใหม่ ยังมีคนอีก

มากมายที่วางแผนจะพาครอบครัวทานอาหารที่นี่ กลับต้องผิดหวัง เพราะคนๆเดียว คุณเป็นอีกคนที่ผมชื่นชม ในจิตสำนึก ผิดชอบชั่วดี หวังว่าคุณคงไม่ปล่อยให้เงินของผู้หญิงคนนั้น ซื้อสำนึกของคุณได้”

เจ้าของร้านเกาหัวเครียดว่าจะเอายังไงดี

“เจอคนตรงๆเข้าไป จะทำยังไงดีล่ะตู”

เจ้าของร้านคิดหาทางออก

“งั้นเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ถ้าคณะของอาจารย์ ลงไปจัดเลี้ยงที่ชายหาดหน้าร้าน ผมลดราคาให้อีก 50% ตกลงไหมครับอาจารย์”

พิศุทธิ์นิ่งอย่างยืนยันในการตัดสินใจ

ห้องแต่งตัวในบ้านพักตากอากาศ ชุดราตรีราคาแพงถูกกะรัตโยนลงบนโต๊ะด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ดีไซน์เนอร์รีบเข้าไปประคองชุดราคาแพงของตัวเองอย่างถนอม ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมต่างถอยกรูด อยู่มุมห้อง ไม่อยากโดนลูกหลง

“ไอ้นั่นมันเป็นใคร ถึงกล้าสั่งให้ฉันจัดงานที่ชายหาด อ๋อhellip;นี่มันคงรู้ว่าฉันรวยเลยแกล้งมีปัญหา หวังเรียก ร้องเงินจากฉันล่ะสิ”

“แหม...คนเราก็ไม่ได้คิดแบบนั้นหมดทุกคนหรอกค่ะ คุณกั้ง” นวลถอนใจ

“แต่ทุกคนที่ฉันเจอในชีวิต มันมีแต่พวกคิดแบบนี้”

นวลชะงักเพราะกะรัตพูดจริง ชีวิตของกะรัตมีแต่คนเข้ามาเพราะหวังผลประโยชน์ นั่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ นวลสงสารแม้กะรัตจะปากร้าย แต่จริงๆเธอน่าสงสาร นวลพยายามพูดโน้มน้าว

“นวลว่าคุณกั้งจัดงานริมหาดเหมือนเดิมมันก็ได้บรรยากาศอยู่แล้วนะคะ ถ่ายรูปก็สวยด้วย”

“ไม่ คนอย่างกะรัต อยากได้อะไรต้องได้ ฉันจะไปจัดการเอง”

กะรัตใส่เสื้อคลุมเดินโครมครามออกจากห้องไป นวลเครียด

“บรรลัยแล้ว คดีเก่ายังไม่ทันซา จะก่อคดีใหม่อีกแล้วคุณพวงหยกแหกอกตูแน่ ทำยังไงดีวะ ทำยังไงดีhellip;มีคนเดียวเท่านั้นที่จะห้ามคุณกั้งได้”

นวลคิดบางอย่างได้ รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาใครบางคนอย่างเร่งร้อน

กะรัตเดินถลาเป็นพายุพุ่งไปที่รถ นวลวิ่งตามออกมา สมหวังเพิ่งขับรถเข้ามาจอดและลงจากรถเพื่อ ไปเปิดประตูให้สายน้ำผึ้ง แต่โดนนวลตะโกนเรียกมาช่วยก่อนที่สมหวังจะไปเปิดประตู

“พี่หวัง ขวางคุณกั้งไว้ที”

สมหวังรีบมายืนขวาง เห็นสายตากะรัตจ้องเอาจริงใส่ สมหวังกลืนน้ำลายเอื้อกแล้ววิงวอน

“คุณกั้งอย่าไปไหนเลยนะครับ เดี๋ยวเกิดเรื่องขึ้นมา ผมต้องโดนคุณพวงหยกตัดเงินเดือนแน่”

“เงินเดือนแก ไม่ใช่เงินเดือนฉัน”

กะรัตผลักสมหวังเซหัวทิ่มกับพื้น แล้วจะขึ้นรถ นวลรีบวิ่งไปห้าม

“คุณกั้งใจเย็นๆก่อนนะคะ คุณกั้งเพิ่งขึ้นหน้าข่าวสังคมไป ขืนมีข่าวอีก...คุณพวงหยกกรี๊ดแตกแน่ๆhellip;”

นวลไม่ทันพูดจบ กะรัตผลักนวลลงไปล้มทับสมหวัง

“คนอย่างฉันก็ไม่เคยมีข่าวดีๆอยู่แล้ว”

กะรัตจะขึ้นรถ ประตูรถที่สมหวังขับเข้ามาเปิดออก สายน้ำผึ้งเดินลงจากรถมาหา

“ผึ้งมาพอดีเลย ไปจัดการคนกัน” กะรัตมองสายน้ำผึ้งอย่างดีใจ

สายน้ำผึ้งไม่ห้าม แต่พูดนิ่งๆ ตรงกันข้ามกับอาการลนลานของนวลและสมหวัง

“จะไปก็ได้นะกั้ง แต่ถ้าก๋งรู้ว่ากั้งทำแบบนี้ ก๋งคงไม่ภูมิใจด้วยแน่ๆ”

กะรัตชะงักกึก นวลกับสมหวังแอบกระซิบกัน

“ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่ให้พี่รีบไปรับคุณผึ้งให้รีบมา ไม่มีใครรู้ จุดอ่อนคุณกั้งเท่าคุณผึ้งอีกแล้ว”

สายน้ำผึ้งยืนมองกะรัตนิ่งๆ แม้กะรัตดูดีสง่ากว่า แต่ในใบหน้าเรียบนิ่งของสายน้ำผึ้งกลับดูมีพลังความ แข็งแกร่งเหนือกว่ากะรัต

กะรัตเดินบ่นนวล เข้ามาในห้องรับแขกบ้านพักตากอากาศ

“วันหลังฉันจะยึดมือถือของเธอ จะได้ไม่ต้องโทรไปฟ้องผึ้งอีก”

สายน้ำผึ้งกับนวล เดินตามกะรัตเข้าบ้านมา นวลหน้าจ๋อย

“ก็นวลเป็นห่วงคุณกั้งนี่คะ ดีที่คุณผึ้งมาถึงที่นี่พอดี ไม่อย่างนั้นhellip;”

กะรัตดีดนิ้วดัง ป๊อก ป๊อก ให้นวลหยุดพูด

“หยุดพูดแล้วไปเอาน้ำแร่มา”

นวลรีบรับคำแล้ววิ่งเข้าไปในครัว สายน้ำผึ้งหันมาหากะรัต

“ก็ถ้าร้านนั้นมีคนจองแล้ว กั้งก็ไปที่ร้านอื่นสิ กั้งมีเงินซะอย่างจะจัดที่ไหนก็ได้อยู่แล้ว” สายน้ำผึ้งพูดเสียงนิ่งๆ แต่แฝงนัยยะบางอย่างอยู่ลึกๆ

“ไม่ได้ กั้งต้องจัดร้านนั้น เพราะร้านนั้นเป็นร้านที่กั้งกับภูกินข้าวกันครั้งแรก และเป็นร้านที่เราสองคน ชอบกินกันมาก” กะรัตกอดเอวสายน้ำผึ้ง

“พูดถึงคุณภูอย่างนี้ แปลว่าหายโกรธคุณภูแล้วล่ะสิ”

“ไม่หายหรอก แต่เราต้องทนมองหน้ามันไปทั้งชีวิต อีกหน่อยถ้ามีลูกไม่อยากให้ลูกเห็นแม่ปั้นหน้ายักษ์ ใส่พ่อมัน”

สายน้ำผึ้งยิ้มนิ่งๆ แต่สายตาดูนิ่งไร้ความรู้สึก

“เพิ่งเคยได้ยินกั้งพูดเรื่องลูก แต่งงานครั้งก่อนๆ ไม่เคยเห็นพูด”

“ก็มีคนเคยบอกว่าถ้าผู้ชายเจ้าชู้มีลูก เขาจะหยุดกะล่อน กั้งว่าจะให้เงินเขาสิบล้าน...”

“สิบล้าน” สายน้ำผึ้งหน้าตื่น

“ใช่...กะว่าจะให้ภูตั้งบริษัทเอง แล้ววันนี้กั้งว่าจะคุยกับภูเรื่องจดทะเบียนสมรสด้วยนะ”

สายน้ำผึ้งชะงัก หน้าซีดขึ้นมาทันที

“หวังว่าภูคงอยากจดนะ”

“อยากอยู่แล้วล่ะ จดทะเบียนกับกั้ง มีแต่ได้กับได้ถ้าต้องจดกับพวกผู้หญิงที่มีแต่ตัวสิ คงไม่มีใครอยากจด เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ผึ้งรีบเข้าไปแต่งตัวก่อนดีกว่า”

“ผึ้งแค่มาร่วมงานฉลอง ไม่ต้องแต่งหรอก” สายน้ำผึ้งแปลกใจ

“ต้องแต่งสิ” กะรัตมองหน้าตาเพื่อนที่ดูโทรมซีด “หน้าตาผึ้งดูซีดๆ กั้งบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปทำงานที่อื่นเลย ให้ย้ายมานั่ง ทำงานสบายๆที่บริษัทของกั้งก็ไม่เชื่อ รีบไปแต่งตัวเถอะhellip;กั้งมีบาง อย่างรอเซอร์ไพร์สผึ้งอยู่”

กะรัตไม่ฟังคำค้านของสายน้ำผึ้ง ดึงมือเพื่อนเข้าบ้าน สายน้ำผึ้งมองกะรัตด้วยความสงสัย

ในห้องแต่งตัว...กะรัตจัดแจงสั่งช่างทำผมและช่างแต่งหน้า ดีไซน์เนอร์ให้จัดการแต่งหน้า แต่งผม และเลือกชุดให้สายน้ำผึ้ง โดยกะรัตไม่ใส่ใจมองว่าเพื่อนต้องการ หรือไม่ต้องการอะไร กะรัตได้แต่สั่งให้ทำอย่างที่เธอต้องการเท่านั้น สายน้ำผึ้งที่แม้ปากยิ้ม แต่สายตาดูนิ่งสงบไม่ได้มีความสุขอย่างที่ทำหน้าตัวเองยิ้มแม้แต่นิดเดียว

ในร้านอาหาร...บรรยากาศคณะผู้ร่วมสัมมนา เหล่านักศึกษาต่างตักอาหารแบบบุฟเฟ่แล้วเดินไปยืนที่ ริมระเบียง เพื่อดูเหล่าพนักงานของร้านอาหารไปจัดสถานที่ไว้รอกะรัต โดยมีเหล่าทีมงานของนิตยสาร GOODMORNING HISO มานั่งรอกะรัตอยู่แล้ว พิศุทธิ์พาเด็กๆพิการเป็นใบ้หลายคน เกาะไหล่เป็นขบวนรถไฟเข้ามา พิสุทธิ์ส่งเสียงเรียกทุกคนให้ หันมาต้อนรับเด็กๆ

“เด็กๆมาแล้วครับทุกคน”

คณะผู้ร่วมสัมมนา และ กลุ่มนักศึกษาหันหน้าจากมองทีมงานนิตยสารที่อยู่ริมหาดมามองกลุ่มเด็กๆ

“ผมขอเป็นตัวแทนของเด็กๆ ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมสัมมนา และร่วมกับรวบรวมเงินเพื่อพาน้องๆ มาเที่ยวทะเล นอกจากเราจะได้เพื่อน ได้ความรู้แล้ว ครั้งนี้เรายังได้สร้างความสุขให้หัวใจของน้องๆด้วย ขอบคุณมากๆครับ”

พิศุทธิ์หันไปทำมือเป็นภาษาใบ้กับเด็กๆเพื่อให้เด็กยกมือขอบคุณทุกคนเด็กๆยกมือขอบคุณทุกคน ทุกคนปรบมือให้เด็กๆ แล้วต่างเข้ามาช่วยกันจูงเด็กๆไปเลือกตักอาหาร พิศุทธิ์พาเด็กๆมาที่โต๊ะอาหาร

ผู้ร่วมสัมมนาเดินมาพูดคุยกับพิศุทธิ์ด้วยความชื่นชม

“ผมชื่นชมคุณชายจริงๆ นอกจากทำงานหนักแล้ว ยังเป็นจิตอาสาคอยดูแลเด็กๆพวกนี้อีก ไม่เหนื่อยบ้างเหรอครับ”

“การได้ดูแลเด็กๆพวกนี้นี่แหละครับ คือการพักผ่อนของผม สำหรับคนอื่น...ถ้ามีเวลาก็ออกไปดูหนัง กินข้าว อ่านหนังสือ หาความสุขให้ ตัวเอง แต่ความสุขของผม ไม่ต้องใช้เงิน แค่ใช้ใจทำให้คนอื่นมี ความสุข นั่นคือการ หาความสุขให้ตัวผมแล้วครับ”

ผู้ร่วมสัมมนามองพิศุทธิ์อย่างชื่นชม

“คุณชายเป็นผู้ชายที่มีดีทั้งภายนอก ทั้งภายใน ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่ายังจะเป็นโสดอยู่”

“เนื้อคู่ผมอาจยังไม่เกิดมั้งครับ” พิศุทธิ์ยิ้มขำๆ

“อย่าทำเป็นพูดเล่นไปนะครับคุณชาย เรื่องแบบนี้...เวลาเราอยากเจอมันจะไม่ค่อยเจอ แต่เวลาที่เราไม่คิดว่าจะเจอ เราอาจจะเจออย่างคาดไม่ถึงก็ได้นะครับ”

ทันใดนั้นได้ยินเสียงกลุ่มนักศึกษา ที่ยืนมองวิวริมหาดพูดเสียงเซ็งแซ่ ชี้ชวนกันดูไปที่ริมหาด พิศุทธิ์เดินไปมองตามกลุ่มนักศึกษาไปที่ริมชายหาด

ซุ้มร้านอาหารริมหาด...สายน้ำผึ้งใส่ชุดราตรีสั้นสวยงาม สีชุดขับผิวสีน้ำผึ้งให้ผุดผ่องโดดเด่น เดินเข้ามาที่ซุ้ม ทีมงานนิตยสาร กลุ่มผู้สัมมนา กลุ่มนักศึกษามองสายน้ำผึ้งอย่างชื่นชมในความสวย สายน้ำผึ้งนั่งนิ่งแล้วเหลือบเงย หน้าขึ้นไปพบสบตากับพิศุทธิ์ ทั้งสองมองตากัน สายน้ำผึ้งรู้สึก ชื่นชมในความหล่อ ดูดีของพิศุทธิ์ แต่เพราะเธอมีภูเบศร์ในใจอยู่แล้ว จึงตัดสินใจถอนสายตาจากพิศุทธิ์ แล้วหันไปมองทะเล แต่สุดท้ายเธอก็ยังอดเหลือบหันไปมองเขาอีกครั้งไม่ได้

กะรัตใส่ชุดราตรีสั้นเดินเข้ามา โดยมีนวลเดินกางร่มถือให้ ทีมงานนิตยสาร กลุ่มผู้สัมมนา กลุ่มนักศึกษาเปลี่ยนสายตาที่เคยมองสายน้ำผึ้ง หันไปมองกะรัตแทน ด้วยความหลงใหลในเสน่ห์ของกะรัต พิศุทธิ์ที่เคยมองสายน้ำผึ้ง ก็เลื่อนสายตาไปมองกะรัตอย่างตะลึงในความสวยที่น่าหลงใหล นวลเห็นผู้ชายใน ร้านมองมาทางตัวเองแล้วเขินม้วนจนเดินสะดุดกองทราย หน้าคะมำไปโดนกะรัต

“เดินให้มันดีๆหน่อยสิ” กะรัตดุ

“ขอโทษค่ะ” นวลเหลือบมองไปทางผู้ชายในร้านที่ยังมองมาทางตัวเองนวลเขิน “คือ...นวลเขิน ที่ผู้ชายมองน่ะค่ะ”

สายน้ำผึ้งได้ยินที่นวลพูด แล้วจึงหันไปมองพิศุทธิ์ที่มองกะรัต เธอรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ นึกย้อนไปถึง อดีตที่ผ่านมาว่าไม่ว่าเมื่อไหร่ ถ้าสายน้ำผึ้งอยู่ด้วย จะต้องแย่งความเด่นไป สายน้ำผึ้งแอบเหลือบมองพิศุทธิ์ แต่เขากลับมองตามกะรัตไป

กะรัตเดินเข้ามาหาสายน้ำผึ้งและทีมงานนิตยสาร ด้วยสีหน้าหงุดหงิด พยายามกดมือถือโทรหาภูเบศร์ แต่เขาไม่รับสาย

“สวัสดีครับคุณกั้ง” ทีมงานยิ้มแย้มทักทาย

“ทานอะไรกันรึยังคะ”

กะรัตหันไปดีดนิ้วดัง ป๊อก ป๊อก เรียกพนักงานเสิร์ฟ

“เอาเมนูมาสิ”

กะรัตหันไปมองหาพนักงาน พลันสายตาไปพบสบตากับพิศุทธิ์ที่ยืนมองเธออยู่ เด็กเป็นใบ้คนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิดพิศุทธิ์ แล้วส่งภาษาใบ้ขอให้พิศุทธิ์พาไปทะเล พิศุทธิ์ทำมือส่งภาษาใบ้สื่อกับเด็กว่า ทานข้าวก่อนเดี๋ยวพี่พาไป กะรัตมองพิศุทธิ์ที่ส่งภาษามือกับเด็กแล้วพูดพึมพำ

“เสียดาย...หน้าตาดี แต่ดันเป็นเป็นใบ้”

กะรัตถอนสายตาจากพิศุทธิ์ แล้วหันไปมองหาเรียกพนักงานเสิร์ฟ แล้วเผลอไปมองพิศุทธิ์อีกครั้ง พิศุทธิ์มองอยู่ กะรัตทำเป็นไม่สนใจ สายน้ำผึ้งแอบมองกะรัตกับพิศุทธิ์อย่างแอบหมั่นไส้

พิศุทธิ์ยังแอบมองกะรัตที่นั่งคุยกับทีมงานอยู่ เจ้าของร้านเดินมายืนข้างๆพิศุทธิ์

“มีอะไรอยากได้เพิ่มเติม บอกเด็กได้เลยนะครับอาจารย์”

“ขอบใจมากนะ”

เจ้าของร้านมองออกไปทะเลแล้วเห็นกะรัต

“เดี๋ยวผมขอตัวไปดูคุณกะรัตก่อนนะครับ ดีนะครับที่แกยอมเปลี่ยนใจไปใช้สถานที่ที่ชายหาด”

พิศุทธิ์ชะงักที่ได้ยินชื่อ กะรัต

“ผู้หญิงคนนั้นเหรอ...ที่ชื่อhellip;กะรัต”

“ใช่ครับ...คุณหนูกะรัต”

เจ้าของร้านเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์ แล้วเปิดหน้าข่าวสังคมให้พิสุทธิ์ดู

“เพิ่งขึ้นหน้าข่าวสังคมเลยครับอาจารย์”

พิศุทธิ์ดูรูปกะรัตที่อาละวาดจิกตบผู้หญิงในงานแต่ง แล้วเหลือบมองไปทางกะรัตที่กำลัง พูดคุยกับสายน้ำผึ้ง ซึ่งกะรัตมีท่าทางมีความสุขกับการคุยมาก ดูไม่ออกว่าเลยว่าเธอจะร้ายกาจ ตรงข้ามกับสายน้ำผึ้งผู้หญิงที่นั่งนิ่ง ยิ้มเย็นๆ พิศุทธิ์รู้สึกว่าผู้หญิงสองคนนี่ดูต่างกันสิ้นเชิง

ภูเบศร์ขับรถอย่างรีบร้อน นิลุบลที่นั่งข้างๆพยายามอ้อน

“ไหนๆคุณก็จะไปพัทยาแล้ว แวะไปส่งมลที่บ้านแม่ตรงสัตหีบหน่อยไม่ได้เหรอ”

“บอกแล้วไงว่าฉันรีบ กั้งยิ่งผีเข้าผีออก เกิดเปลี่ยนใจไม่ให้เงินฉันขึ้นมาใครจะรับผิดชอบเดี๋ยวลงไปต่อรถ ข้างหน้าเองแล้วกัน”

มือถือภูเบศร์ดังขึ้น เขามองเบอร์ที่โทรเข้ามาไม่อยากรับสายต่อหน้านิลุบล เพราะกลัวนิลุบลส่งเสียงให้ คนปลายสายได้ยินจนเป็นเรื่อง ดังนั้นเขากดสายทิ้ง

สายน้ำผึ้งเดินออกจากห้องน้ำ เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าหลังจากที่ภูเบศร์ไม่รับสาย เธอรู้สึกเวียนหัวแล้วจะอ๊วก มองว่าไม่มีใคร จึงเปิดกระเป๋าจะหยิบกระปุกยาแก้แพ้ท้องขึ้นมา กะรัตโผล่หน้าเข้ามา สายน้ำผึ้งรีบปิดกระเป๋า แล้วแสร้งทำเป็นหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือ

“ผึ้งเสร็จรึยัง กั้งจะให้ทีมงานสัมภาษณ์เราสองคนก่อน”

สายน้ำผึ้งชะงัก

“สัมภาษณ์อะไร”

“นี่ไง...เรื่องเซอร์ไพร์ส กั้งบอกทีมงานว่าอยากให้ ลงรูปเราสองคนในนิตยสารด้วย ผึ้งเป็นคนสำคัญอีก คนนึงในชีวิตกั้ง กั้งคงไม่มีวันเจอภูได้ ถ้าวันนั้นผึ้งไม่พาภูมาพบกั้ง”

กะรัตยิ้มเป็นเรื่องสนุก สายน้ำผึ้งเหยียดยิ้มมือของเธอกำขอบอ่างล้างหน้าแน่น อย่างระงับความรู้สึกไม่พอใจ

ทีมงานถ่ายรูปคู่ของสายน้ำผึ้งกับกะรัต พร้อมสัมภาษณ์ความสนิทสนมของทั้งสองคน กะรัตเดินมาจับมือสายน้ำผึ้ง แล้วพูดถึงเรื่องราวความสนิทอย่างมีความสุข พร้อมกับเอารูปสมัยเรียนมาโชว์ สายน้ำผึ้งฟังกะรัตพูด ด้วยใบหน้ายิ้มแต่ดวงตานิ่งเย็นชา

“เราสองคนเจอกันตอน ม.ต้น กั้งเป็นคนเอาแต่ใจ เลยไม่ค่อยมีเพื่อน”

นวลเสนอหน้าพูดแทรก

“อันนี้เรื่องจริงค่ะ นวลคอนเฟิร์ม นวลนี่แหละค่ะที่เป็นเพื่อนที่คอยรับใช้คุณกั้งคนเดียว เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ดhellip;”

“นวล” กะรัตดุเสียงเข้ม

นวลชะงักหน้าจ๋อย

“ขอโทษค่ะ แบบว่าอยากมีคำพูดลงหนังสือเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลบ้าง...ไรบ้างน่ะค่ะ”

กะรัตดีดนิ้ว ป็อก ป็อก แล้วชี้ไปทางข้างหลังตัวเอง นวลรีบถอยไปยืนข้างหลังตรงตำแหน่งที่กะรัตชี้อย่าง รู้หน้าที่กะรัตพูดกับทีมงาน

“ผึ้งเห็นกั้งไม่มีใคร ผึ้งเลยมาคุยกับกั้ง ความจริงกั้งไม่แคร์อยู่แล้วว่าใครอยากจะคบกับกั้งรึเปล่า แต่เพราะความมีน้ำใจของผึ้ง ทำให้กั้งรู้สึกถูกชะตา แล้วเราก็เลยเป็นเพื่อนสนิทที่รักกันมาก ขนาดถ้าซื้อตุ้มหู ก็ต้องซื้อเหมือนกัน กั้งยังเก็บตุ้มหูคู่นั้นอยู่เลยนะคะ ผึ้งยังเก็บไว้รึเปล่า”

“เก็บไว้สิ”

“แต่ผึ้งไม่ค่อยใส่หรอกค่ะ เขาบอกว่ามันแพง กั้งเป็นคนแบบว่า ถ้ากั้งมีอะไร กั้งต้องซื้อให้ผึ้งด้วย เราเคยสัญญาว่าถ้ามีอะไรก็ต้องคิดถึงอีกคนด้วย มีอะไรต้องบอกกัน ไม่มีความลับต่อกัน...จริงไหมผึ้ง”

สายน้ำผึ้งชะงักแล้วยิ้มแต่ไม่พูดตอบรับ เปลี่ยนเรื่องพูด

“แล้วคุณภูเบศล่ะกั้ง”

“โทรไปแล้ว แต่ไม่รับ กั้งเลยส่งข้อความไปว่าถ้ายังไม่มาถึงภายในสิบนาที กั้งจะไม่ให้เงิน”

สายน้ำผึ้งเผลอดุกะรัต

“ทำไมกั้งพูดอย่างนั้นล่ะ เดี๋ยวคุณภูก็รีบมาจนเกิด อุบัติเหตุหรอก”

กะรัตมองอาการสายน้ำผึ้งอย่างงงๆว่าทำไมต้องดุด้วย สายน้ำผึ้งรีบพูดกลบเกลื่อน

“คือผึ้งอยากให้กั้งพูดจากับคุณภูให้ดีกว่านี้ กั้งชอบให้คนอื่นเอาใจ พูดดีๆกับกั้งเท่าไหน คนอื่
กำลังโหลดความคิดเห็น...