xs
xsm
sm
md
lg

เล่ห์นางฟ้า ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เล่ห์นางฟ้า ตอนที่ 10

สีหน้าบิวตี้ยามนี้ บูดบึ้งตึงเปรี๊ยะ พร้อมระเบิดลงด้วยความโกรธถึงขีดสุด เมื่อเห็นคลิปตัวเองกำลังอาละวาดในร้านเมื่อวันก่อน

“เลว บริษัทต้องฟ้องคนโพสต์นะ ทำอย่างงี้ได้ไง มันแสดงว่าระบบรปภ. หละหลวมมาก ไล่ออกไปเลย”
ธีภพถอนใจ กดรีโมทปิดเมื่อคลิปจบพลางบอก
“โทร.ไปบอกให้แม่บ้านเก็บของกลับไปก่อน”
บิวตี้งง “กลับไปไหน?”
“ก็กลับกรุงเทพฯ ไง”
“อ้าว แล้วใครจะดูแลฉันตอนฝึกงาน”
“เกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ เลิกฝึกไปเลยดีกว่า”
“ไม่ ฉันจะฝึกให้ครบ” บิวตี้จ้องหน้าธีภพเขม็ง “ไม่งั้น คนบางคนจะคอยเยาะเย้ยว่าฉันไม่มีทางทำสำเร็จ”
“แล้วเรื่องคลิปนี่ล่ะ”
“คนในคลิป คือพนักงานขายคนนึง” บิวตี้เชิดหน้า ท้าวสะเอวอย่างมาดมั่น “ไม่ใช่ลัลน์ลลิต ว่าที่ประธานธนบวรซักหน่อย”

บิวตี้อยู่ที่แผนกเครื่องนอน ยืนท้าวสะเอว ท่าเดียวกับที่คุยกับธีภพเมื่อครู่ แต่ใบหน้างอหงิก ทั้งแผนกคนว่าง ยิ่งเป็นเวลากลางวันยิ่งโหรงเหรง มีลูกค้าแค่ 2 คน
“ฉันยินดีฝึกงาน แต่ไม่ใช่มายืนเฉยๆ แบบนี้”
ลูกค้า 2 สองคนสะดุ้ง เดินเลี่ยงหนีบิวตี้อย่างไม่ค่อยไว้ใจ
เสียงชัตเตอร์ และ แฟลช สว่างวาบขึ้น จากด้านหลัง
บิวตี้หันกลับไปมองอย่างตกใจ “อะไรเนี่ย”
นักข่าวกับช่างภาพกลุ่มใหญ่ กรูเข้ามาหาบิวตี้
รปภ. พยายามวิ่งมากัน “ไม่ได้นะครับ ห้ามถ่ายรูปครับ”
รปภ. คนอื่นๆรีบวิ่งมาช่วยกัน
มีนักข่าวเล็ดรอดมาถึงตัวบิวตี้และพยายามสัมภาษณ์
นักข่าว 1 ยิงคำถาม “คุณลัลน์ลลิต ทำไมต้องปลอมตัวด้วยล่ะครับ”
บิวตี้หันหลังเดินหนี นักข่าวส่วนหนึ่ง มาสกัดด้านหน้าบิวตี้
นักข่าว 2 ถามต่อ “คุณหลบหน้าสังคมมาอยู่ที่นี่ เพราะอายเรื่องที่ตกเวที ใช่ไหมครับ”
บิวตี้โมโห จี๊ด “ไม่จริง ฉันไม่ได้หลบหน้า”
ธีภพรีบเข้ามาขวาง “พอแล้ว” ธีภพบอกกับนักข่าว “พวกคุณรบกวนลูกค้าของผม เชิญไปรอที่หน้าร้านก่อนครับ”
นักข่าวไม่ฟังเสียง แย่งกันถามเซ็งแซ่
“ทำไมถึงต้องมาขายของ” /
“ทำไมต้องปลอมตัว” /
“มีข่าวว่าสมบัติหมดแล้วหรือคะ” /
“จะกลับไปวงการนางแบบอีกไหมคะ” /
“ไม่ไว้ใจพนักงานเลยปลอมตัวมาจับผิดหรือครับ”
เสียงถามดังเซ็งแซ่ฟังไม่ได้ศัพท์ ชัตเตอร์ดังระรัว แสงแฟลชวูบวาบไม่ขาดระยะ คนในร้านมุงกันเข้ามา บิวตี้โมโหคำถาม ขยับปากจะเถียง
ธีภพดึงมือบิวตี้ “มาทางนี้” เดินหนีไป
รปภ. ผู้จัดการร้าน พนักงานช่วยกันกันนักข่าว ไม่ให้ตามบิวตี้กับธีภพ
“เข้าไปไม่ได้นะค้า เชิญหน้าร้านค่า”

ณ แดนสรวง นางฟ้าลลิตาร้อนใจ สงสารบิวตี้จับจิต
“มนุษย์เอ๋ย เหตุใดจึงไร้เมตตาจิตต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันถึงเพียงนี้”
“อย่าวิตกแทนลัลน์ลลิตไปนักเลย นางผ่านเหตุการณ์ต่างต่างที่เป็นเสมือนภูมิคุ้มกันมากมาก นางสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งได้ดีพอควรเลยทีเดียว” องค์เทวีว่า
“แต่ลัลน์ลลิตควรได้รับความยุติธรรมบ้าง เรื่องราวของนางถูกนำไปบิดเบือนอย่างน่าสงสาร”
“คนเหล่านี้เขาเพียงเสนอไปตามข้อมูลที่ได้มา หากจะตำหนิก็ควรติเตียนผู้ที่ให้ข้อมูลด้วย”
“เป็นผู้ใดหรือคะเทวี” นางฟ้าลลิตาสงสัย
ปรมะชี้ไปที่จอภาพ
พบว่าที่มุมหนึ่งนอกร้าน ซึ่งมองเห็นภายในร้าน พักตร์พิมล และ กระตั้ว ยืนหลบมุมอยู่ เลือกมุมที่ไม่มีกล้องวงจรปิด มองเข้าไปเห็นความวุ่นวายภายในร้าน สองคน ตีมือกันอย่างสะใจ

รถวิ่งผ่านป้ายบอกทาง กรุงเทพฯ - เพชรบุรี บิวตี้หน้างอ ธีภพขับรถหน้าเครียดเคร่ง
หลังปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่อยู่ชั่วขณะบิวตี้ถามเสียงห้วน
“จะไปไหน”
ธีภพประชด “มาทางนี้ คงไปสุไหงโกลกมั้ง”
“ฉันจะฝึกงานต่อ”
“กลับไปฝึกที่โรงงาน”
“คุณเป็นคนจัดการเองนะ ฉันไม่ได้ขอเลิก แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย”
ธีภพเหน็บ “แต่ทำวุ่นไปหมด”
บิวตี้เถียง “ฉันไม่ได้ทำ ถ้าจะโทษก็ไปโทษที่ต้นเหตุสิ”
รถชะลอความเร็วลง ด้วยข้างหน้ามีรถติด บิวตี้ดูนาฬิกา ตัวเลขบอกสามโมง
“ขับเร็วหน่อยนะ ฉันมีนัดห้าโมงเย็น”
“นัดอะไร เพิ่งรู้ว่าจะกลับกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้เอง”
บิวตี้แกล้งกดโทรศัพท์ แล้วยังแกล้งพูดสายกับเจตน์ชาญ
“คุณเจตน์คะ ที่นัดเจอกันเย็นนี้ขอเปลี่ยนเป็นเจอที่บ้านบิวตี้นะคะ”
บิวตี้วางสายแล้วมองธีภพอย่างท้าทาย
ธีภพหน้าตึง หงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล และไม่รู้ตัว

ขณะเดียวกัน คนขับรถอดิศักดิ์ขนของใส่หลังรถ เตรียมออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ เจตน์ชาญไหว้ลาอดิศักดิ์และเครือวรรณ
อดิศักดิ์รับไหว้ “ขอบคุณมากนะคุณเจตน์ แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯ”
“คุณเจตน์ กลับพร้อมกันไหมล่ะคะจะแวะทานข้าวเย็นที่สมุทรสงครามด้วยกัน”
“พอดีผมมีนัดกับเพื่อนเย็นนี้ครับ”
อรวิภาไม่พูดอะไรกับเจตน์ชาญ เดินเลี่ยงไปยืนข้างรถ
“น้องอรไม่มาลาคุณเจตน์ก่อนล่ะจ๊ะ” เครือวรรณทักท้วง
อรวิภาไหว้เจตน์ชาญอย่างเสียไม่ได้
เจตน์ชาญรับไหว้ มองอรวิภาขำๆ แล้วเลี่ยงไปช่วยยกของ
อดิศักดิ์รีบไปห้าม “โอ๊ย ไม่ต้องหรอกคุณเจตน์”
ผู้เป็นแม่กระซิบถามลูกสาว “เป็นอะไรไปจ๊ะลูก”
“เปล่าค่ะ หม่าม้าขา ก่อนกลับแวะร้านพี่ธีหน่อยได้ไหมคะ น้องอรอยากซื้อของ”
“เอาสิ จะได้แวะชวนให้ไปทานข้าวด้วยกัน”
อรวิชายิ้มชื่นดีใจ “จริงด้วยค่ะ ดีจัง จะได้ซื้อของฝากไปให้คุณพ่อคุณแม่พี่ธีด้วยนะคะ”
เจตน์ชาญเดินผ่านมาได้ยิน แต่ทำหน้าเรียบเฉย

ผู้จัดการร้านเอ๊าท์เล็ต ออกมาต้อนรับ อดิศักดิ์ เครือวรรณ และอรวิภา แจ้งข่าวด้วยท่าทางนอบน้อม
“ท่านประธานกลับกรุงเทพฯแล้วค่ะ”
อดิศักดิ์แปลกใจ “อ้าว เมื่อคืนไม่เห็นบอกว่าจะกลับนี่”
“พอดีมีเหตุขัดข้องบางประการ ท่านเลยต้องพาคุณลัลน์ลลิตกลับก่อนกำหนดค่ะ”
อดิศักดิ์มองอรวิภาที่มีสีหน้าผิดหวัง แล้วรู้สึกโมโหธีภพขึ้นมา พูดบ่นเบาๆ กับลูกสาว
“ความจริงน่าจะโทร.บอกน้องอรบ้างนะ”
“งั้นเราไปกันสามคนก็ได้ น้องอรจะซื้ออะไรอีกไหมลูก”
อรวิภาหน้าบูดอารมณ์เสีย “ไม่แล้วค่ะ อรอยากกลับบ้าน ไม่อยากแวะที่ไหนแล้วด้วย”
อดิศักดิ์ เครือวรรณถอนใจ ส่ายหน้า หงุดหงิด และโกรธแทนลูก

รถธีภพแล่นมาบนถนนในกรุงเทพแล้ว พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินลงทุกทีๆ
รถติด บิวตี้กระสับกระส่าย
“ไปเร็วๆ ซี้” บิวตี้เร่งท่าทีกระวนกระวาย “แทรกซ้ายไปเลย”
“อยู่เฉยๆ ได้มั้ย” ธีภพหงุดหงิด
“ก็เดี๋ยวไม่ทัน ฉันมีนัด”
“ใกล้จะถึงแล้ว อดทนหน่อยสิ”
“งั้นฉันลงตรงนี้” บิวตี้ร้อนใจจะเปิดประตู
ธีภพคว้าแขนไว้ “นี่มันกลางถนน ลงไปได้ยังไง”

เสียงโทรศัพท์ของธีภพดังขึ้น แต่ธีภพกำลังวุ่นกับการสู้รบกับบิวตี้เลยไม่รับ

อ่านต่อหน้า 2

เล่ห์นางฟ้า ตอนที่ 10 (ต่อ)

ปลายสายเป็นอรวิภาที่รอสายธีภพอย่างน้อยใจอยู่ตรงที่จอรถร้านอาหารในหัวหิน

เครือวรรณมาตาม “น้องอรกินข้าวก่อนลูกป่าป๊ารออยู่”
อรวิภาเบะจะร้องไห้ “หม่ามี๊ขา พี่ธีไม่ยอมรับสายน้องอร” สาวโลกสวยร้องไห้กอดแม่

บิวตี้กระสับกระส่ายหนัก หาทางหนีก่อนจะต้องแปลงกาย
ธีภพหมั่นไส้ ประชด “เวลาทำงานไปสาย แต่เวลานัดกับผู้ชายรักษาเวลาดีจัง”
“อย่ายุ่งกับฉันได้มะ รถเคลื่อนแล้ว ไปเร็วๆ”
รถเคลื่อนตัวไปได้ บิวตี้ยังกระวนกระวาย คอยลุ้นดูพระอาทิตย์สลับกับดูนาฬิกาข้อมือตลอดเวลา

เย็นพระอาทิตย์ใกล้ตกเต็มที รถธีภพแล่นเข้ามาจอดในบ้าน บิวตี้คว้ากระเป๋าลนลานวิ่งอ้าว เข้าบ้านไม่สนใจอะไรแล้ว
ธีภพตะโกนตามหลัง “พรุ่งนี้ไปฝึกงานที่โรงงานนะ”
บิวตี้ไม่สนใจ เพราะใกล้แปลงร่างเต็มแก่ ธีภพส่ายหน้า มองตามเบื่อๆ
โทรศัพท์ธีภพดังขึ้นอีก เขากดรับ
“ครับน้องอร เอ่อ...ตอนนั้น พอดี มีเรื่องด่วนเข้ามาน่ะครับ”
อรวิภายิ้มออก เช็ดน้ำตา “เหรอคะ อรนึกว่าพี่ธีโกรธอรเสียอีก”
“โกรธเรื่องอะไรครับ”
“ก็น้องอรเห็นพี่ธีรีบกลับกรุงเทพฯ”
“ต้องรีบจัดการเรื่องงานน่ะครับ ต้องขอโทษน้องอรด้วยที่ไม่ได้บอก”
“มีเรื่องอะไรหรือคะ”
“วันพฤหัสมีประชุมที่โรงแรมของคุณพ่อน้องอร พี่จะไปเล่าให้น้องอรฟังที่ร้านเลยดีไหมครับ”
อรวิภายิ้มแฉ่ง “ค่ะ ได้ค่ะ” สาวโลกสวยยิ้มหวาน กดวางสาย
อดิศักดิ์กับเครือวรรณเฝ้าดูอยู่
“สบายใจแล้วใช่ไหม จะได้กินข้าวแล้วกลับบ้านเสียที”
อรวิภาอารมณ์ดีกอดประจบพ่อ “อรรักป่าป๊าที่สุดในโลกเลย”

เจตน์ชาญยังอยู่ตรงหน้าบ้านบิวตี้ที่หัวหิน กดโทร.หาบิวตี้ เสียงสัญญาณติดแต่ไม่มีคนรับ
บิวตี้อยู่ในห้องนอนแล้วกำลังแปลงร่าง บิดตัวด้วยความเจ็บปวด ขณะที่โทรศัพท์มือถือในห้องดังอยู่ต่อเนื่อง
เจตน์ชาญรอสายจนได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ “กรุณาฝากข้อความหลังจากท่านได้ยินสัญญาณ”
“ผมมาหาคุณที่บ้านแต่ไม่พบใคร หวังว่าเราคงมีโอกาสได้คุยกันต่อที่กรุงเทพฯ นะครับ”
นกบิวตี้นกยืนอยู่แถวๆโทรศัพท์

เช้านี้ ธีภพพาบิวตี้ มาที่แผนกตัดผ้าของธนบวร หัวหน้าแผนกมาต้อนรับ ธีภพพาบิวตี้ไปดูด้วย
ส้มเช้ง พนักงานฝีมือดีของแผนกกำลังใช้เครื่องมือตัดผ้าอยู่ บิวตี้ดูหวั่นๆ กลัวอันตราย
บิวตี้หยุดเดิน กระซิบถามกับธีภพ “จะให้ฉันฝึกงานอันตรายแบบนี้ ถ้าตัดนิ้วฉันขาดไปจะว่ายังไง”
“เขายังไม่ให้คนฝึกงานตัดง่ายๆ หรอกน่า”
หัวหน้าบอกกับธีภพ “ให้ฝึกงานกับ นวลจันทร์แล้วกันนะคะเขาชำนาญที่สุด”
ส้มเช้ง หรือ นวลจันทร์ มีสีหน้าเบื่อหน่าย จำใจไหว้ธีภพ และหัวหน้า มองสำรวจบิวตี้
ธีภพบอกกับหัวหน้า “วันนี้ให้สังเกตการณ์ไปก่อน ช่วยจัดเครื่องแบบให้ด้วย”
“ค่ะ”
ธีภพออกไป
“ฝากด้วยนะส้มเช้ง”
ส้มเช้งมีสีหน้าเบื่อ ดูออกว่าไม่เต็มใจ “ให้คนอื่นไม่ได้หรือคะ”
“เอาน่า ท่านประธานอุตส่าห์มาฝากเอง”
หัวหน้าออกไป
“ชื่ออะไรน่ะเรา” ส้มเช้งถาม
“สวย” บิวตี้บอก
“เคยตัดผ้ามั้ย”
“เคยตัดทีละตัว ไม่มากแบบนี้”
“เฮ้อ งั้นก็อีกนาน ยืนดูไป ระวังตัวให้ดีด้วย” ส้มเช้งทำเสียงเหี้ยม “เผลอเมื่อไหร่ ได้เลือดแน่”
ส้มเช้งตัดผ้า บิวตี้หวาดหวั่น มองอย่างเสียวไส้

พักเที่ยง หนุ่มสาวฉันทนา แผนกตัดผ้า รวมตัวกันอยู่ที่เพิงอาหารตามสั่งใกล้โรงงาน
บิวตี้ตามส้มเช้งมาที่เพิงอาหารตามสั่งนี้
ส้มเช้งร้องสั่งห้วนๆ อย่างรู้กัน “กะเพราไก่”
บิวตี้มองสภาพร้านอย่างรังเกียจ ฝืนใจสั่ง “ข้าวไข่เจียว ลวกจาน ลวกช้อนใหม่ด้วยนะ”
แม่ค้าฉุนกึกสวนกลับทันที “มีแบบเนี้ย กินไม่ได้อย่ากิน”
บิวตี้เจอคนจริง ต้องจำยอมสงบปาก นั่งข้างๆ ส้มเช้งที่นั่งเงียบหน้าบึ้งตลอดเวลา
บิวตี้พยายามชวนคุย “เธอ เอ่อ ส้มเช้ง ทำไมไม่ไปกินข้าวที่โรงอาหารล่ะ”
“กินๆ ไปเหอะ ไม่ต้องถาม เสียเวลา” ส้มเช้งตัดบทอย่างรำคาญ
บิวตี้ชักฉุน “คนแถวนี้ทำไมหงุดหงิดกันจัง ถามจริงเธอโกรธฉันเรื่องอะไร ฉันไปทำอะไรให้”
ส้มเช้งโกรธ “ก็ทำให้เสียเวลาไง แทนที่จะได้งานเพิ่มก็ไม่ได้”
บิวตี้โกรธ “เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า ฝึกงานให้ฉันก็เป็นหน้าที่เหมือนกันนะ”
ส้มเช้งโกรธเสียงดังใส่ “แต่ฉันต้องหาเงินไปให้แม่รักษาน้อง ถ้ามัวเสียเวลาแบบเนี้ยจะไปเอาเงินที่ไหน”
ทุกคนในเพิงหันมามองส้มเช้งกับบิวตี้
บิวตี้หน้าสลด หดหู่ใจ “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
ส้มเช้ง ท่าทีอ่อนลงเมื่อเห็นบิวตี้เสียใจ “ช่างเถอะ ฉันเองก็ไม่ดีที่ไปหัวเสียใส่คนไม่รู้เรื่องอย่างเธอ”
บิวตี้มองส้มเช้งอย่างเห็นใจ

ด้านปีวรามารายงานข่าวคืบหน้าของบิวตี้ให้พักตร์พิมลฟัง โดยนัดเจอกันที่ร้านอาหารใกล้โรงงาน กระตั้วตามมาเป็นติ่ง ตามเคย
“พวกที่แผนกตัดเขาบอกว่าเห็นท่านประธานไปที่แผนกค่ะ มีพนักงานใหม่ไปด้วย”
พักตร์พิมลมั่นใจ “ยัยบิวตี้ แน่ๆ”
“ข้อมูลของตั้วละเอียดกว่าค่ะ” กระตั้วเลื่อนโทรศัพท์ดูข้อความ “แก๊งสับปะรดรายงานด่วนมาว่า พนักงานฝึกงานที่เคยอยู่แผนกโกดังไปกินข้าวกับพนักงานตัดผ้าที่ชื่อ ส้มเช้ง”
พักตร์พิมลมีสีหน้าดุดัน ตาเป็นประกาย เจ็บแค้นใจ “ทำเป็นยอมลดตัวลงคบพนักงานเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอก ยัยบิวตี้มันก็แค่เล่นละคร คนคนเนี้ยไม่เคยคิดถึงคนอื่นนอกจากตัวเอง”
กระตั้วสอพลอ พลอยพยัก “ร้ายนะคะ ถ้าได้ขึ้นเป็นประธาน พวกเราตายยกเข่งแน่”
ปีวรานึกตาม มีสีหน้าหวาดหวั่น “น่ากลัวจัง”
“ฉันถึงต้องรีบสกัดไง ถ้าพวกเธอไม่ช่วยก็ระวังตัวไว้เถอะ”
กระตั้วทำหน้าจริงจัง ตัดสินใจเด็ดขาด “ค่ะ ถอยไม่ได้แล้ว ต้องเดินหน้าอย่างเดียว”

บิวตี้กับส้มเช้งกลับจากกินข้าว กำลังกลับแผนก เจอศรีนวลที่มาดักรอส้มเช้ง
บิวตี้ดีใจ เข้าไปหา “ป้านวล สบายดีหรือคะ”
“อ้าวสวย ย้ายมาอยู่นี่เอง ส้มเช้ง แม่ลาครึ่งวันไปเฝ้าน้องนะ คืนนี้ไม่กลับ”
“จ้ะแม่”
บิวตี้แปลกใจ “ป้านวลเป็นแม่ของส้มเช้งเหรอ”
“ใช่จ้ะ สวยฝึกงานกับส้มเช้งใช่ไหม ฝากด้วยนะส้มเช้ง สวยนี่แหละที่ช่วยแม่ตอนมีเรื่องหนก่อน” ศรีนวลบอกลูกสาว
“ป้าต่างหากที่ช่วยฉัน”
“เอาละๆ ใครช่วยใครก็ช่างเถอะ แต่ป้าต้องรีบไปดูเจ้าคนเล็กก่อนนะ ไปล่ะ”
“เดี๋ยวแม่” ส้มเช้งหยิบเงินส่งให้ศรีนวล “เอาให้ไปแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้ค่างวดออกหนูจะให้อีก”
ศรีนวลออกไป
“น้องของส้มเช้งเป็นโรคอะไรเหรอ” บิวตี้ถาม
“โรคไต ต้องฟอกไตประจำ เงินเดือนได้มาก็ไม่เคยพอใช้เลย”
บิวตี้มองตามศรีนวลที่เดินไป และหันมามองส้มเช้งอย่างเห็นใจ

บิวตี้มาหาธีภพที่ห้องทำงาน ก่อนเวลาเลิกงาน ถามเลขา ท่าทีดูให้เพื่อนเกียรติมนุษย์ ไม่กร่างอย่างแต่ก่อน
“คุณธีภพว่างหรือเปล่า”
เลขาแปลกใจท่าทีนั้น “ว่างค่ะ” พลางจะเปิดประตู
ธีภพเปิดประตูออกมาพอดี “มีธุระอะไร”
“ป้าศรีนวล พนักงานอาวุโสกำลังมีปัญหา บริษัทช่วยอะไรเขาได้ไหม”
ธีภพมองบิวตี้อย่างทึ่งๆ “เก่งนี่รู้ปัญหาของคนงานด้วย ว่ามาซิ”
“ป้าศรีนวลกับลูกสาวส้มเช้ง ที่อยู่แผนกตัด ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่รายได้ไม่พอ เพราะมีลูกที่ป่วยต้องฟอกไต อีกคนก็มอเตอร์ไซค์คว่ำ”
ธีหันมาทางเลขา “ขอดูประวัติ ป้าศรีนวลจากHR ให้ด้วย”
“บริษัทเรามีค่ารักษาพยาบาลหรืออะไรช่วยได้บ้างไหม”
“ต้องดูประวัติและความเหมาะสมก่อน”
“รีบตัดสินใจเลยสิ นี่มันเรื่องด่วนนะ”
“พนักงานเราไม่ได้มีแค่คนเดียว ถ้าทำทุกอย่างตามใจจะวุ่นวาย เรามีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว”
“หลักเกณฑ์ๆ ป้าแกลำบากมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่ช่วย กฎบอกว่าพนักงานมีความสุข งานก็จะออกมาดี ไม่ใช่เหรอ”

ธีภพจ้องบิวตี้ดุๆ บิ้วตี้สู้สายตาไม่ลดละ

อ่านต่อหน้า 3

เล่ห์นางฟ้า ตอนที่ 10 (ต่อ)

ณ แดนสรวง นางฟ้าลลิตาเพ่งมองมาตรวัดความดี ที่มีเส้นทองเพิ่มขึ้นมาบางๆ อย่างแปลกใจ

“ลัลน์ลลิตกล่าวถูกต้อง และคิดถึงผู้อื่น แต่เหตุใดความดีจึงขึ้นมาเพียงน้อยนิด”
ปรมะเทวีพิจารณาอย่างครุ่นคิด “เพราะนางยังเลือกปฏิบัติ และมีความต้องการที่จะเอาชนะ เมื่อไม่ได้ดังใจก็มีความโกรธ เหล่านี้ล้วนบั่นทอนคุณความดี”
“หากกฎเกณฑ์เป็นไปอย่างเคร่งครัดถึงเพียงนี้ เกรงว่าลัลน์ลลิตจะหมดกำลังใจ เหมือนคนดีที่ทำดีแล้วไม่ได้ดี”
“หากทำดีแล้วหวังจะได้สิ่งใด นั่นย่อมมิใช่ความดีที่แท้”
นางฟ้าลลิตาค้อมศีรษะน้อมรับ “เทวีกล่าวถูกต้องแล้ว”

เย็นนั้น อรวิภาอยู่ที่ร้านดอกไม้และร้านกาแฟ ส่งช่อดอกไม้ให้ลูกค้ารายสุดท้ายของวัน อรวิภามองไปทางหน้าร้านอย่างเหงาๆ โดยไม่รู้ตัว
เครือวรรณดูนาฬิกา “น้องอร ปิดร้านเถอะลูก”
“อีกซักครึ่งชั่วโมงได้ไหมคะหม่ามี๊”
เครือวรรณถามยิ้มๆ อยากดูใจลูก “รอใครเหรอจ๊ะ”
อรวิภาตกใจแก้ตัว “เปล่านะคะ อรไม่ได้รอซักหน่อย ก็แค่สงสัย”
“สงสัยว่าทำไมวันนี้คุณเจตน์ไม่มาเหรอจ๊ะ อืม หม่ามี๊ก็สงสัยเหมือนกัน”
“น้องอรไม่ได้อยากให้เขามานะคะ ไม่มาก็ดี รำคาญ”
เสียงกระดิ่งที่ประตูดังเพราะมีคนเข้ามา เห็นเจตน์ชาญ ถือกระถางสวยน่ารักใส่ต้นไม้ออกดอกสีสวยมาด้วย
อรวิภาเผลอตื่นเต้น
เครือวรรณพึมพำขำๆ “อ้าว ไหนว่ารำคาญ”
“เมื่อวานตอนขากลับ เพื่อนชวนแวะไปที่ราชบุรีครับ” ชายหนุ่มส่งกระถางดอกไม้ให้
อรวิภาตื่นเต้นเพราะชอบดอกไม้ “อุ๊ย น่ารักจัง”
“ครับ เห็นแล้วทำให้นึกถึงน้องอร” เจตน์ชาญสบตาหวานซึ้ง
อรวิภาเผลอสบตา แล้วทำหน้าบึ้ง “แต่อร คงรับไม่ได้ขอบคุณนะคะ” พลางส่งกระถางดอกไม้คืนเจตน์ชาญแล้วเดินหนี
เจตน์ชาญมองตามอรวิภา ขำๆ สนุกทุกทีที่ได้แหย่หล่อนเล่น
“น้องอรเขาแพ้เกสรดอกไม้บางอย่างน่ะค่ะ เนี่ยคงคัดจมูก”
เจตน์ชาญยิ้มรู้ทัน “อ้อ เหรอ ครับ”

หลังกินข้าว ภาวินีดูทีวีอยู่ ธีภพดูประวัติศรีนวลในจอโน้ตบุ๊ก
ธนาเดินมานั่ง เห็นภาพศรีนวลในจอ “อ้อ พนักงานเก่าแก่ มีปัญหาอะไรหรือ”
“เปล่าครับ บิวตี้เขาเสนอให้ย้ายกลับไปอยู่แผนกตัด”
“บิวตี้ สนใจพนักงานอย่างงั้นเชียว ไม่เลวนี่” ธนาทึ่ง
ภาวินีหันมามอง “บิวตี้น่ะ ถ้าเขาสนใจจะทำอะไร เขาก็ทำได้ดี อย่างงานนางแบบ หรือตอนเรียน ก็ได้ยินคุณบวรอวดว่าชนะประกวดนี่คะ”
“ประกวดอะไรครับ” ธีภพถาม
“รางวัลดีไซเนอร์ อะไรนี่แหละจ้ะ เห็นว่าเป็นรางวัลใหญ่ทีเดียว” ภาวินีบอก
“ทีแรกพ่อก็นึกว่าคงไม่ไหว แต่เท่าที่เห็น ดูจะได้เรื่องเลยล่ะ” ธนาชม
ธีภพหัวเราะขำ “ฟังดูก็ดีหรอกครับ แต่อยากให้พ่อเห็นว่าร้านเราวุ่นขนาดไหน ตอนยัยบิวตี้เป็นพนักงานขาย”

มีเสียงเคาะกระจกก๊อกๆๆๆ
ธีภพมองที่หน้าต่างเห็นนกบิวตี้ ก็ดีใจยิ้มร่า “บิวตี้” แล้วรีบไปเปิดหน้าต่างรับ
ธีภพเอานกบิวตี้มาเกาะนิ้ว ลูบขนอย่างอ่อนโยน
“ไงเจ้าตัวเล็ก นึกว่าจะหายไปซะแล้ว” ภาวินีทักทาย

ธีภพอยู่ในห้องนอน กำลังป้อนข้าวนกให้นกบิวตี้ทีละคำๆ
“หายไปไหนมาซะหลายวัน” เขาลูบขนนก ผอมไปหรือเปล่าเนี่ย”
บิวตี้คนกินอาหารจากมือธีภพ ปล่อยให้ธีภพลูบหลัง
“ไม่ต้องมาพูดดี ฉันยังไม่หายโกรธนายนะ ฉันแค่มาดูว่านายจัดการเรื่องป้าศรีนวลหรือยัง”
“หายไปกกไข่อยู่ใช่ไหม มีลูกหรือยังเนี่ย” ธีภพลูบท้องดู
บิวตี้จิกนิ้ว ไม่ให้ลูบท้อง “ทะลึ่ง คิดได้ไง”
ธีภพหัวเราะ “เขินเหรอ นกเขินเป็นด้วย ตกลงไม่ได้ออกไข่ใช่มั้ย อะไร แก่ป่านนี้แล้วยังไม่มีลูกอีก”
บิวตี้จิกธีใหญ่ “บ้า ลามก ไม่เอาแล้ว ฉันกลับบ้านดีกว่า” ทำท่างอนจะผละหนี
ธีภพจับนกบิวตี้ไว้แนบอก ลูบไล้ให้หายตื่น
“ชูว์ จุ๊จุ๊จุ๊ ไม่เอา ไม่ตกใจนะ”
บิวตี้คนตกอยู่ในอ้อมกอดของธีภพ เผลอหลับตาลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม
ธีภพลูบหลังบิวตี้ ปลอบโยนให้หายตื่น

ที่ธนบวรเช้าวันต่อมา พักตร์พิมลทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งในแผนกขายอย่างมั่นใจ
กระตั้วดีดดิ้นทำท่าซึ้งเหมือนอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต “กลับมายืนที่เดิม ที่ที่เคยคุ้นตา”
พักตร์พิมลหมั่นไส้ “พอ ไม่มีเวลาเล่นมุกอะไรทั้งนั้น ลงมือทำงาน”
ปีวราเอาแฟ้มงานส่งให้ “นี่ค่ะ งานช่วงที่คุณแพ็ตไม่อยู่”
“ฉันหมายถึงงานกำจัดยัยบิวตี้”
ปีวรางง “อ้าว”
“ไปตามพนักงานที่กินข้าวกับยัยบิวตี้เมื่อวานมาพบฉัน”
ปีวรางงอีก “คนไหนคะ”
“ก็พนักงานตัดผ้าที่ชื่อส้มเช้งไงล่ะ แหมยัยปีเนี่ย ไม่ได้ดั่งใจเลย” กระตั้วหมั่นไส้
พักตร์พิมลสั่งกระตั้ว “งั้นเธอไป แต่อย่าให้ใครรู้นะว่าฉันเรียก”
“คุณแพ็ตขา ถ้าเรียกมา มันจะฮาร์ดเซลส์ เกินไปไหมคะ เดี๋ยวสาวมาถึงเราอีก”
“แล้วจะทำยังไง”
กระตั้วแถมากระซิบ “บัตรสนเท่ห์ค่ะ วิธีโบราณแต่เวิร์กสุดๆ” มองไปเห็นธีภพเดินเข้ามาร้อง “ว้าย” อย่างตกใจ
ธีภพเข้ามาในแผนก พูดกับพักตร์พิมลและกระตั้ว
“ช่วงที่หยุดไปคงมีเวลาได้คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น”
พักตร์พิมลตอบอย่างหมางเมิน “จะพูดอีกทำไมคะ”
“เป็นอันว่ามันผ่านไปแล้ว ต่อไปก็ขอให้ตั้งใจ อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานอีก”
เลขาถือช่อดอกไม้เข้ามาสองช่อ ธีภพรับมาส่งให้พักตร์พิมลกับกระตั้ว
“ขอให้ทำงานอย่างสดชื่นและมีกำลังใจนะครับ”
พักตร์พิมลซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ “ขอบคุณค่ะพี่ธี”

ขณะที่ส้มเช้งสาธิตวิธีวางผ้าให้บิวตี้ดู หัวหน้าแผนกเดินนำศรีนวลเข้ามา
ส้มเช้งเห็นก็แปลกใจระคนตกใจ “แม่ มาทำไม”
“เขาย้ายแม่มา เขาว่าทางนี้งานยุ่งให้แม่มาช่วย”
บิวตี้มองอย่างแปลกใจ
หัวหน้าบอก “ป้าช่วย สอนพนักงานฝึกหัดด้วยนะ ส้มเช้งจะได้ทำงานเต็มที่”
“ได้ค่ะ”
บิวตี้งง “ป้าตัดผ้าเป็นด้วยเหรอ”
ส้มเช้งยิ้มบอก “ชั้นหนึ่งเลยล่ะ แม่เขาทำที่นี่ตั้งนานก่อนจะย้ายไปโกดัง” พูดแล้วนึกได้ “หัวหน้าคะ แม่ย้ายมาตัด จะมีกะว่างพาน้องไปโรงบาลได้หรือคะ”
“ได้ บริษัทตั้งป้าเป็นพนักงานอาวุโสแล้ว ป้าได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ”
ส้มเช้งกอดศรีนวล “ดีใจจังเลย”
บิวตี้ยิ้มมองสองแม่ลูกมีความสุขด้วยความดีใจ
“เอ้า คุยกันนานแล้ว ทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวส่งไม่ทันนะ” หัวหน้าเย้า
ศรีนวลหันมาทางบิวตี้ “มะสวย มาฝึกวางผ้ากันก่อน”
ส้มเช้งกุลีกุจอให้แม่เตรียมผ้าสำหรับตัด ตัวเองลงมือตัดอย่างเป็นสุขใจ
บิวตี้ดูแม่ ลูก ทำงานด้วยกันอย่างกระตือรือร้น แล้วรู้สึกอิ่มใจที่ได้ช่วยสองคน

มาตรวัดความสัมฤทธิ์ผลที่สรวงสวรรค์ เกิดสีทองขึ้นประมาณ เศษ 1 ส่วน 4 นางฟ้าลลิตา ปรบมือด้วยความยินดี
“ลัลน์ลลิตทำได้แล้ว ลูกมีทั้งความเมตตาและกรุณา อันที่จริงมาตรวัดน่าจะขึ้นสูงกว่านี้นะคะ มีสิ่งใดผิดพลาดหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอก ที่ขึ้นมาน้อย นางเลือกปฏิบัติเฉพาะคนที่นางเห็นเป็นพรรคพวก บุญจะยิ่งใหญ่ หากไม่เลือกบุคคล” ปรมะเทวี
นางฟ้าลลิตาพูดกับจอภาพ “พยายามเข้านะลัลน์ลลิต” แล้วหันมาทางปรมะเทวี “ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญกับนางได้ไหมคะ”
“ทำเถิด การยอมรับในความดีจะทำให้กุศลแผ่ไพศาล”
นางฟ้าลลิตาจ้องมองภาพบิวตี้ “แม่ขออนุโมทนา ขอให้ลูกอิ่มเอิบใจกับการทำความดีจะได้มีพลังทำดีให้ยิ่งขึ้นไปนะลูก”
มีแสงสีขาวนุ่มนวลจากแดนสรวงถูกส่งไปยังบิวตี้ ณ โลกมนุษย์

ช่วงพักเที่ยงห้องน้ำคนเข้าเต็ม ส้มเช้งเข้ามาในห้องน้ำ เจอเนย นี ติ๋ม รอคิวเข้าห้องน้ำอยู่
เนยแขวะส้มเช้ง “หน้าบานเชียวนะ นังส้มเช้ง ดีใจด้วยนะ”
“ขอบใจ”
ติ๋มเหน็บแนม “เส้นใหญ่นี่หว่า ทำไงบอกมั่งสิ”
“ไม่ได้ทำอะไร แม่เขาเคยตัดมาก่อน”
คนงานหญิงที่ออกมาจากส้วม มีสีหน้าแปลกๆ มอง เนย นี และติ๋มอย่างตกใจ
นีเข้าไปในส้วม ร้อง “เฮ้ย” ถือกระดาษ เอ 4 มีรูปและข้อความออกมาจากส้วมมาด้วย
นีหน้าซีด ปากสั่น “ซวยแล้วพวกเรา”
เนย ติ๋ม ดูกระดาษแผ่นนั้น ส้มเช้งพลอยเห็นไปด้วย
ที่กระดาษ มีรูปบิวตี้ ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ เขียนว่า “ลัลน์ลลิต พรรษบวรพงศ์ (บิวตี้) ประธานกรรมการบริหาร ธนบวร กำลังฝึกงาน”
เนยตกใจ “เฮ้ย นี่มัน นังสวย เอ๊ยคุณสวย มิน่าล่ะ มัน เฮ้ย ท่านถึงได้แปลกๆ”
ส้มเช้งจ้องรูปอย่างหวาดหวั่น “คุณหนูนี่ใช่ไหมที่เขาลือว่าไล่คนออกเป็นว่าเล่น”
เนย กะนีเสียงสั่นจะร้องไห้ “ใช่”
ติ๋มช็อก “ตายแน่พวกเรา”

ทั่วโรงงานเห็นกระดาษ เอ4 มีรูปบิวตี้ ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ เขียนว่า “ลัลน์ลลิต พรรษบวรพงศ์ (บิวตี้) ประธานกรรมการบริหาร ธนบวร กำลังฝึกงาน” ติดไปทั่วบริเวณ

คนงานชายหญิงยืนอ่าน บางคนเดินๆ อยู่แล้วมาหยุดอ่านด้วยเป็นกลุ่มๆ ข่าวแพร่ไปทั่วโรงงานอย่างรวดเร็ว

อ่านต่อหน้า 4

เล่ห์นางฟ้า ตอนที่ 10 (ต่อ)

บิวตี้ไม่รู้ตัว ยังนั่งรอส้มเช้งมากินข้าวอยู่กับศรีนวล ตรงหน้ามีกับข้าว 3 อย่างกับข้าวเปล่าตั้งรออยู่

“สงสัยส้มเช้งจะไปกินที่ร้านข้างรั้ว”
“ไม่หรอกฉันบอกแล้วให้มากินเลี้ยงฉลองกัน”
เนย นี ติ๋ม มาที่โรงอาหาร เห็นบิวตี้ ต่างรีบหลบไปห่างๆ
คนงานหนีบิวตี้ไปนั่งกระจุกกันอยู่มุมหนึ่ง มองมาทางบิวตี้แล้วหลบตาวูบ
บรรยากาศเงียบกริบ เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

ปีวราก้มหน้างุดๆ กลัวโดนจับได้ ส้มเช้งเดินหน้าซีดเข้ามาดึงแขนศรีนวลหลบตาบิวตี้
“ไปกินที่อื่นเหอะแม่”
“จะบ้าเรอะ กับข้าวซื้อมาเพียบ ฉันกับนังสวย แขวนท้องรออยู่ตั้งนานแล้ว”
ส้มเช้งรีบห้าม “ฮึ้ยแม่ อย่าไปเรียกคุณหนูท่านอย่างนั้นสิ”
ศรีนวลอึ้ง งง “ว่าไงนะ”
ส้มเช้งไหว้ปลกๆ “ถ้าส้มเช้งกับแม่ทำอะไรล่วงเกินคุณหนู ส้มเช้งขอโทษค่ะ”
บิวตี้มองส้มเช้ง แล้วมองกราดสายตาไปรอบๆ โรงอาหาร
ทุกคนตัวแข็ง อ้าปากค้าง กลัวบิวตี้จนไม่กล้ากระดิก
ศรีนวลจ้องบิวตี้อย่างตกใจ “คุณหนู เหรอคะ”
บิวตี้หันมาถามเอากับส้มเช้ง “รู้ได้ยังไงเนี่ย ใครเป็นคนบอก”
“มันมีกระดาษติดอยู่ทั่วโรงงานค่ะ ส้มเช้งไม่ได้ติดนะคะ ส้มเช้งเปล่าจริงๆ นะคะ”
บิวตี้ดุ “นี่ ทำไมต้องกลัวขนาดนั้นด้วย ดูหน้าฉันซิ”
ส้มเช้งดูแวบเดียวแล้วรีบหลบตา
“เธอเห็นคนสวยเหมือนนางฟ้าอย่างฉัน เป็นนางยักษ์ได้ไง” บิวตี้ลุกขึ้น “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอเคลียร์ให้มันรู้เรื่องกันไปเลย”
บิวตี้เดินอาดๆ ไปที่ลานด้านหน้าของโรงอาหาร

ฟากกระตั้วอ่านไลน์จากปีวราอย่างตื่นเต้น
“ได้ผลค่ะคุณแพ็ต คนงานรู้กันทั่วแล้ว”
พักตร์พิมลบอก “ถามไปซิ คนงานรู้สึกยังไง มีท่าทียังไงบ้าง”
กระตั้วกดถามรัวยิบ
“ว้าย คุณบิวตี้กำลังจะแถลงข่าว เอ๊ยแถลงการณ์ในโรงอาหาร รีบไปดูกันเถอะค่ะ”
“ไม่ได้ เดี๋ยวโดนสงสัย ให้ปีวราถ่ายทอดสดมา” พักตร์พิมลสั่งการ
“ค่ะ ๆ” กระตั้วกดสั่งอย่างตื่นเต้น

ณ แดนสรวง ปรมะเทวีจ้องดู บิวตี้เรียลิตี้ ในจอภาพอย่างตื่นเต้น
“ความจริงกำลังจะปรากฏ อยู่ที่ลัลน์ลลิตแล้วว่านางจะมีสติปัญญาและมีคุณธรรมพอที่จะพลิกผันสถานการณ์ได้หรือไม่” องค์เทวีบอก
นางฟ้าลลิตาประนมมืออธิษฐาน “ขออำนาจแห่งบุญช่วยให้ลัลน์ลลิตทำได้ด้วยเถิด”
“ขอให้นางมีการยับยั้งอารมณ์ด้วยเถิดท่าน เพราะหากนางระงับอารมณ์ไม่อยู่ก็อย่าหวังว่าจะได้ใจจากผู้อื่น”
นางฟ้าลลิตาอธิษฐานจิต “มีสติ ระงับอารมณ์ มีสติ ระงับอารมณ์”

ที่ลานด้านหน้าของโรงอาหาร บิวตี้คว้าไมโครโฟนสำหรับประกาศประชาสัมพันธ์ มายืนพูดกับหนุ่มสาวทุกคน
คนงานมานั่งล้อมใกล้ๆ ฟังบิวตี้แถลง แต่ละคนดูกลัวบิวตี้ไม่กล้าสบตาทั้งแถบ
“ฉันมาฝึกงานเพื่อจะได้เรียนรู้การทำงานของบริษัทเราให้ละเอียด รู้ตื้นลึกหนาบางของแต่ละแผนก”
เนย นี ติ๋ม สะอึกสะอื้น นึกว่าบิวตี้พูดกระทบ โดนไล่ออกแน่
บิวตี้มอง สามขาเม้าท์ “สามคนนั่นร้องไห้ทำไม”
เนย นี และติ๋ม ไหว้ ประสานเสียงวิงวอน “พวกเราขอโทษ อย่าไล่เราออกเลยนะคะ ลูกหนูยังเล็ก”
“นี่ ทำไมต้องคิดว่าฉันจะไล่พวกเธอออกด้วย บอกมาซิ ส้มเช้ง”
“ก็คุณเป็นประธานบริษัท”
ธีภพได้รับแจ้งจากหัวหน้า รีบมาดูเหตุการณ์ กลัวจะเรื่องจะลุกลามใหญ่โต
บิวตี้เห็นธีภพเดินลิ่วมาพอดี “คุณธีภพก็ประธาน ไม่เห็นพวกเธอกลัวจนตัวสั่นงันงกเลย ฉันสวยขนาดนี้กลัวทำไม บอกความจริงมา ไม่งั้นจะตัดเงินเดือนทุกคน”
คนงานร้องลั่น “อย่านะคะ” / “อย่านะครับ”
ธีภพส่ายหน้า ไม่เห็นด้วย ระอาใจกับวิธีของบิวตี้
“ก็พูดความจริงมาสิ”
ส้มเช้งบอก “เขาว่ากันว่า คุณหนูเวลาโกรธ จะไล่คนออกเป็นว่าเล่น อย่าไล่ส้มเช้งนะคะ”
ศรีนวลเสริม “ถ้าแกออกแม่ก็คงต้องออกด้วย เพราะแม่ว่าคุณหนูไว้เยอะ”
“แล้วพวกเธอได้ยินอะไรมาอีก คนไหนไม่บอกตามตรง โดนแน่” บิวตี้ถาม
เนยเปิดก่อน “เขาว่าคุณหนูเอาแต่ใจตัวเอง”
นีบอก “ดีแต่สวย ไร้สมอง”
ติ๋มตาม “ทำอะไรไม่เป็นดีแต่ผลาญเงินพ่อแม่”
ธีภพแอบยิ้มขำ
บิวตี้เจ็บจี๊ด ตวาด “พอแล้ว”
ทุกคนเงียบกริบ
“ฉันตั้งใจจะทำงานแทนคุณพ่อจริงๆ ถ้าจะผลาญสมบัติ คงไม่คิดทำงานหรอก เรื่องไล่คนออกน่ะฉันไล่ออกแค่คนที่ประจบสอพลอ แต่ลับหลังแอบลอบกัดฉันเท่านั้น หากใครจริงใจกับฉันและทุ่มเทให้บริษัท ฉันก็ไม่ไล่ออกหรอก”
คนงานฮือฮา โล่งใจ
“เรื่องสวยไร้สมองน่ะ มันช่วยไม่ได้ที่เกิดมาสวยจนคนอิจฉา ถึงต้องปล่อยข่าวลือ คอยดูไปก็แล้วกันว่าฉันเป็นอย่างที่เขานินทาหรือเปล่า”
ศรีนวลชอบใจ ตบมือนำ ทุกคนตบตาม
ธีภพมองบิวตี้อย่างฉงนฉงาน ทึ่งที่หล่อนจัดการแก้ไขปัญหาเองได้

ณ แดนสรวง นางฟ้าทั้งสองตามติดชีวิตบิวตี้อยู่ ถอนใจอย่างโล่งอก
“สาธุ โล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่งแล้ว”

ส่วนที่ฝ่ายขาย พักตร์พิมลดูเฟสไทม์ข่าวบิวตี้จากปีวราด้วยความหงุดหงิด
“มันพูดแค่นั้นทุกคนก็เชื่องั้นเหรอ”
“ตบมือให้ด้วยค่ะ” กระตั้วเสริม
พักตร์พิมลเจ็บใจ “เล่นละคร สร้างภาพ”
กระตั้วอ่านข้อความจากไลน์ที่ปีวราส่งมา เผลอตัวกรี๊ดกร๊าด “อุ๊ยตาย ว้าย เริด”
“อะไรอีกล่ะ”
“คุณบิวตี้เขาประกาศจะเปิดคอร์สสอนแต่งหน้าคนงานหญิงฟรีค่ะ อยากสมัครอ้ะ”
พักตร์พิมลค้อนตาคว่ำ “ถ้าอยากนัก ก็ไปเลย แล้วอย่ากลับมาอีก คนทรยศ”
“เปล่านะคะ กระตั้วแค่อยากสมัคร ไปสอดแนม”
พักตร์พิมลพาลโมโห หงุดหงิดที่แผนการกลับตาลปัตร

เย็นแล้ว บิวตี้ก้าวเข้ามาในห้องนอน เตรียมเปิดหน้าต่าง และเตรียมอาหารนก สายตาเหลือบไปเห็นมาตรวัดความสัมฤทธิ์มีประกายทอง จึงหยิบมาดูด้วยความดีใจ
“เพิ่มขึ้นแล้ว เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงเป็นตลาดหุ้นเลย” บิวตี้ครุ่นคิด “สงสัยจะขึ้นตอนเคลียร์กับคนงาน ถ้างั้น พรุ่งนี้ถ้าเป็นไปตามแผนต้องพุ่งกระฉูด แน่ อิอิอิ เอาไปดูด้วยดีกว่า” ขณะเก็บมาตรวัดใส่กระเป๋าถือ ก็รู้สึกเจ็บร่าง “โอ๊ย... ฉันจะไม่ยอมทรมานแบบนี้ไปอีกนานหรอก คอยดู”

บิวตี้บิดตัวด้วยความเจ็บปวด

อ่านต่อตอนที่ 11
เลห์นางฟ้า ตอนที่ 8
เลห์นางฟ้า ตอนที่ 8
ทางด้านเจตน์ชาญมองกรเทพที่เดินเข้ามาในห้องทำงานตน ยิ้มทักทายอย่างสงวนท่าที “คุณกรเทพ ให้เกียรติมาถึงบริษัท มีธุระอะไรหรือครับ” “เมื่อเช้ามืดมีมือร้ายไปยิงหม้อแปลงที่โรงงานใหม่ของบริษัทผม” “คุณกรสงสัยผมหรือครับ” เจตน์ชาญหัวเราะขัน “ก็มีไม่กี่คนที่รู้จักที่นั่น” “ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ผม หรือคนของผมแน่ เราเป็นพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่งครับ” “งั้นฝีมือใคร” “อันนี้ผมไม่ทราบ ว่าแต่ ทางธนบวรรู้เรื่องโรงงานแล้วหรือยังล่ะครับ” กรเทพนิ่งไปไม่ตอบ กรเทพปิดบังเรื่องโรงงานใหม่แห่งนี้กับทั้งบิวตี้และธีภพ แต่เจตน์ชาญไปสืบจนรู้เข้า กรเทพจึงทำให้เขาเข้าใจว่าโรงงานนั้นเป็นของตน ที่ตั้งขึ้นมาเองแล้วปิดบังธนบวร
กำลังโหลดความคิดเห็น...