xs
xsm
sm
md
lg

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 21

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อย่าลืมฉัน ตอนที่ 21

สมคิดนั่งอยู่ในร้านกาแฟปลอดคน มีนักสืบท่าทางขรึมนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นักสืบส่งซองเอกสารให้
“นี่เป็นหลักฐานเท่าที่ผมพอจะหาได้”
สมคิดรับซองมา ค่อยๆเปิดหยิบรูปออกมาดู แล้วก็อึ้ง
“ไปเอารูปพวกนี้มาจากไหน?”
“จากชมรมในมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียน มีอยู่ไม่มาก แต่เท่าที่มีก็พอจะบอกได้ว่าสองคนนี้รู้จักและ
สนิทสนมกันเป็นอย่างดี”
สมคิดฟัง ในขณะที่ตาจ้องมองที่ภาพ นักสืบพูดต่อ
“ผมลองแอบถามกับเพื่อนของทั้งสองฝ่าย ที่ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว ข้อมูลที่ได้คือ ทั้งสองคนเคย
เป็นแฟนกันมาก่อนตามที่คุณสงสัยจริงๆครับ”
สมคิด คิดหนัก

เขมชาติกลับมาถึงบ้าน ก็นั่งเช็ดแผลที่โดนชก ใส่ยาด้วยความเจ็บ เสียงสมคิดดังขึ้นจากข้างหลัง
“วิบูลย์บอกว่า คุณเขมตามตัวคุณสุเจอแล้ว?”
เขมชาติหันไปตามเสียง เห็นสมคิดเดินเข้ามา ถือซองสีน้ำตาลอยู่ในมือ
“ใช่”
“คุณสุยอมมาช่วยงานมั้ยครับ?”
“ยอม” เขมชาติตอบห้วนๆ
“คุณเขมคิดว่า มันจะเป็นสิ่งที่ดีเหรอครับ?”
“ก็ดีสิ คุณเกนจะได้มีคนช่วย” เขมชาติพยายามเบี่ยงประเด็น
“ผมหมายถึงจะดีกับคุณเขมเหรอครับ?”
เขมชาติสงสัย สมคิดพูดต่อ
“คนเคยรักกันมากขนาดนั้น มาอยู่ใกล้กันในวันสำคัญแบบนี้คุณเขมแน่ใจนะครับ ว่ามันจะไม่เกิด
ปัญหา”
เขมชาติมองหน้า
“คุณสมคิดพูดถึงอะไร?”
สมคิดหยิบรูปออกจากซอง
“การสืบหาอดีตของใครสักคนในตอนนี้ มันง่ายมากนะครับ ผมแค่สงสัย และให้นักสืบไปสืบต่อ
แค่ไม่ถึงสองวัน ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง แฟนเก่าที่เคยทิ้งคุณไปแต่งงานกับคนรวยและทำให้คุณฮึดสู้จนมีวันนี้ได้ ก็
คือคุณสุริยาวดี หรือ สุริยงคนที่คุณไม่เคยลืม”
สมคิดวางรูปไว้บนโต๊ะต่อหน้าเขมชาติ ที่อึ้งจนพูดไม่ออก!!
“ผมขอโทษที่ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของคุณเขม แต่ที่ผมทำ เพราะผมเป็นห่วง ถ้าคุณยังทำตัวให้
น่าสงสัย คุณเกนหลงอาจจะอยากสืบประวัติของคุณกับคุณสุขึ้นมาบ้างก็ได้”
“เรื่องระหว่างผมกับสุริยงมันจบไปแล้ว”
“อาจจะใช่ สำหรับคุณสุ การที่เธอลาออก และหายตัวไป ไม่ติดต่อกลับมา เพราะเธอคงจะอยากจบ
จริงๆ”
เขมชาติแอบจี๊ด
“แต่สำหรับคุณ ผมไม่แน่ใจ”
เขมชาติรีบสวนกลับ “คุณแน่ใจได้เลย ผมไม่แลกคุณเกนกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ”
สมคิดมองหน้าเขมชาติ อย่างไม่เชื่อในคำพูด
“คุณเขมคิดแบบนั้นได้ก็ดีครับ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหมั้นแล้ว ถ้าคุณเขมหนักแน่นทุกอย่างก็
จะผ่านไปได้ด้วยดี บอกตรงๆผมไม่ห่วงคุณสุ รายนั้น เธอตัดคุณได้แน่”
เขมชาติรับฟัง แต่ไม่ยอมรับ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุชัดๆ

ในช่วงเวลาเดียวกัน เอื้อขับรถมาส่งสุริยงที่หน้าบ้าน..
“ขอบคุณมากค่ะ จะเข้าไปหาไก่ ไข่มั้ยคะ?”
เอื้อปฎิเสธ
“ไม่เป็นไรดึกแล้ว เด็กๆคงหลับไปแล้ว หนูเล็กต่อจากนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องเขมชาตินะ วันนี้ผมสั่งสอน
เขาไปแล้ว”
สุริยงเลิกคิ้ว พลางทวนคำ “สั่งสอน?”
“ผมต่อยเขาไปทีนึง”
สุริยงฉายแววความเป็นห่วงเขมชาติออกมาหนึ่งแว่บ ก่อนจะรีบเก็บไว้ และพยายามทำปกติ
“แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมถึงมีเรื่องชกต่อยกัน”
เอื้ออึกอักไม่อยากบอก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่นตามตรง
“ เขาพูดดูถูกคุณ พูดไม่ดีเลย ผมฟังแล้วของขึ้น เลยจัดไปหนึ่งดอก ต่อจากนี้คงไม่กล้าพูดแล้ว”
สุริยงใจหายวาบ ความเจ็บแล่นเข้ามากลางอก
“ช่างเขาเถอะค่ะ คนแบบนั้น ยิ่งเขาดูถูกคนอื่น คนที่น่าสมเพชก็คือตัวเขาเอง ขอบคุณที่มาส่งนะ
คะ”
สุริยงรีบเดินลงจากรถไป กลัวจะเก็บอาการเสียใจไว้ไม่อยู่ เอื้อได้แต่มองตาม สัมผัสได้ถึงความรู้สึก
บางอย่าง ทว่ายังลางเลือน
คิดถึงคำพูดของเอื้อ สุริยงก็ยิ่งเสียใจยิ่งแค้นใจกับการกระทำของเขมชาติมากขึ้น

ในห้องประชุม สมคิด สมคิด กำลังประชุมวางขบวนขันหมาก มีมาลัยกับพนักงานอีก 2-3 คนช่วย
คิด
“ในขบวนขันหมากหมั้น คุณเขมกับคุณเกนเห็นตรงกันว่าอยากได้แบบเรียบง่าย ในขบวนก็จะมีขัน
ใส่หมาก ขันใส่ของหมั้น แล้วก็จะเป็นเครื่องขันหมาก พวกขนม ผลไม้ มงคล ปกติในขันหมากหมั้นจะไม่มี แต่ผมขอ
เพิ่มเข้าไปจะได้ดูคึกคัก และพนักงานของเราก็จะได้มีส่วนร่วมแสดงความยินดีกับคุณเขมด้วย”
สมคิดดำเนินการประชุมอย่างอารมณ์ดี พนักงานทุกคนฟังไปยิ้มไป รู้สึกสนุกสนานกันมาก
“เดี๋ยวเรามาช่วยกันคัดพนักงานที่จะมาร่วมขบวน ส่วนคนที่ไม่ได้ถือของก็ไปช่วยกันจัดเตรียมงานใน
ด้านอื่นๆ”
วิบูลย์รีบเสริม
“ลำดับการจัดเรียงในขบวนนะครับ ก็เริ่มจากคุณสมคิดเป็นเถ้าแก่ แล้วก็เด็กนำขันหมาก คุณเกนขอ
เป็นเด็กแฝด ไก่ ไข่ ลูกของคุณสุ”
สมคิด ชะงักนิดๆ ปรายตามาทางเขมชาติที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ทว่าหันหลังให้วงประชุม
วิบูลย์แจกแจงต่อ
“ส่วนเครื่องขันหมากทั้งขนมและผลไม้ ก็จะจัดเรียงตามนี้”พลางส่งกระดาษให้คนในที่ประชุม “มา
ช่วยกันวางคนสิ จะให้ใครถือบ้าง? ขอเป็นระดับพนักงานดีเด่นนะ จัดมา”
ในขณะที่วงประชุมกำลังออกความเห็นกันอย่างคึกคัก ทว่าใบหน้าของเขมชาติ ยังครุ่นคิด
เคร่งเครียด ไม่ได้ฟังสิ่งที่เขากำลังเตรียมงานกันเลย แต่นึกย้อนถึงตอนที่โดนเอื้อชกจนล้มไปกองกับพื้น
“นี่คุณมาชกผมทำไมเนี่ย?
“อย่ามาดูถูกหนูเล็ก คุณไม่รู้จักเธอดีพอ คุณไม่รู้ทั้งเรื่องสามีและลูกของเธอ ไม่รู้ ก็อย่าพูดมาก เธอ
มีค่ามากกว่าที่คุณคิด ผมขอย้ำอีกครั้งคนที่คุณควรจะสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือเกนหลง และคนที่คุณควรจะอยู่ห่าง
ที่สุดคือสุริยง โตๆ แล้วกัน ตรรกะง่ายๆแบบนี้ควรจะรู้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาบอก”
เขมชาติหวนนึกถึงความสนิทสนมระหว่างชนะกับสุริยง พลางครุ่นคิดอย่างเจ็บปวดอยู่ ลึกๆ เจ็บที่
สุริยงไม่แคร์สักนิด เจ็บที่สุริยงตัดขาดได้อย่างง่ายดาย
เสียงของสมคิดแว่วเข้ามาอีกครั้ง

“อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหมั้นแล้ว ถ้าคุณเขมหนักแน่น ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดีบอกตรงๆ ผมไม่
ห่วงคุณสุ รายนั้นเธอตัดคุณได้แน่”

พลางนึกถึงหน้าของสุริยงยิ้มร่าเริงมีความสุข และตอนที่โดนสุริยงตบจนหน้าหัน ตอนไปตามวันแรก
เขมชาติทนไม่ได้ ตบที่เท้าแขนอย่างดังแล้วก็ลุกพรวดขึ้นมา ที่ประชุมหันมามองเขมชาติเป็นตาเดียว
“คุ คุณเขม ต้องการอะไรหรือเปล่าครับ?”
สมคิดรีบถามขึ้นด้วยความงุนงง
เขมชาติทำเสียงเข้ม “สิ่งที่ผมต้องการ พวกคุณให้ผมไม่ได้”
พูดจบ เขมชาติก็เดินพรวดๆ ออกจากห้องไปเลย ทุกคนในห้องประชุมมองตามไปในทิศทางเดียวกัน
พอเขมชาติเดินหลุดออกจากห้องประชุมไปแล้ว วิบูลย์ก็รีบหันมาทางสมคิด
“คุณสมคิดรู้หรือเปล่าว่าคุณเขมต้องการอะไร?”
สมคิดชะงักกึก คิดว่า “รู้” แต่ปากกลับตอบว่า
“ผมจะไปรู้เหรอ?” พลางพยายามตัดบท “เรามาวางตัวคนถือของกันต่อดีกว่า .ถึงไหนแล้ว”
วิบูลย์กับทีมงานรีบก้มหน้าดูกระดาษที่จดไว้
“ต่อไปก็ขนมมงคล 9 อย่างครับ”
ในขณะที่สมคิด ครุ่นคิด เป็นห่วง

ในห้องทำงานเอื้อ ทนายธีระศักดิ์ที่ดูแลเรื่องมรดกให้กับไก่กับไข่ ยื่นแฟ้มเอกสารให้เอื้อ
“เอกสารการโอนหุ้นให้คุณวันจักร และ คุณแววจักร เรียบร้อยแล้วครับรอคุณสุริยงมาลงลายมือชื่อ
ทุกอย่างก็เรียบร้อย ทั้งสองคนจะมีสิทธิ์ในการถือครองหุ้นและได้รับเงินปันผลทันที”
เอื้อเปิดดูเอกสาร แล้วก็ยิ้มพอใจ
“ดีมาก เรื่องเซ็นเอกสาร เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง ขอบใจมาก”
“ยินดีครับ”
ทนายธีระศักดิ์ลุกขึ้นและเดินออกไป แต่ยังไม่ทันจะถึงประตูดี ประตูห้องทำงานเอื้อก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับอัมพิกา และอรทัยที่เดินพรวดๆ เข้ามา
อัมพิการีบอกคำสั่ง
“เอื้อ เอกสารโอนหุ้นอยู่ที่ไหน? เอามาให้พี่เดี๋ยวนี้เลย”
ทนายธีระศักดิ์รีบเบี่ยงตัวเดินออกไปทันที


เอื้อหยิบแฟ้มมาถือไว้แน่น
“ไม่ได้ครับ ผมให้พี่อัมไม่ได้ คนที่สมควรจะได้รับเอกสารชุดนี้คือหนูเล็กไม่ใช่พี่อัม”
อัมพิกากัดฟันกรอด ก่อนจะตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความเครียด แค้น
“ไม่ พี่ไม่ยอม เอื้อจะประเคนหุ้นของธนาคารเราให้มันไม่ได้”
อรทัยรีบสนับสนุน
“อรก็ไม่ยอม พี่เอื้อส่งเอกสารมาให้อรดีๆ อรไม่อยากใช้กำลัง” พลางปากระเป๋าลงโซฟา ตั้งใจจะเข้า
มาแย่งซองเอกสารในมือเอื้อ
“อร อย่ามาแสดงกริยาป่าเถื่อนกับพี่ ถ้าวิญญาณคุณพ่อรับรู้ว่าพี่น้องกำลังจะมาตบตี เพื่อแย่งชิง
สมบัติ คุณพ่อจะเสียใจแค่ไหน เท่าที่ท่านแบ่งให้เราสามคน มันก็มากพอจนกินไม่หมดในชาตินี้แล้ว พอสักทีเถอะ
อย่าโลภมากนักเลย”
“อรไม่ได้โลภ อรไม่อยากได้ของพวกมัน แต่อรไม่อยากให้”
อัมพิกาหน้าเชิด ปากสั่น
“ถ้าหุ้นพวกนี้เป็นของอร หรือ เป็นของเอื้อ พี่จะไม่ว่าสักคำ พี่ยินดีที่จะให้น้องแท้ สายเลือดของรัตน
ชาติไม่ใช่ไอ้ “ทายาทพันทาง พวกนั้น”
พูดพลางสาวเท้าก้าวเข้ามาหาเอื้อ
“เอาเอกสารมาให้พี่ส่งมาเดี๋ยวนะเอื้อ พี่บอกให้ส่งมา”
เอื้อไม่ตอบ หากกดโทรศัพท์เรียกเลขา “ส่งรปภ. เข้ามาด่วน”
อัมพิกากับอรทัยชักสีหน้า อัมพิกายิ่งเครียดหนัก
“มันจะมากเกินไปแล้วนะเอื้อ”
ประตูห้องเปิดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เลขา จะนำ รปภ. 3 คน เดินพรวดๆ เข้ามา
เอื้อออกคำสั่ง
“จับตัวคุณอัม กับ คุณอร ไว้ อย่าให้ตามฉันมา”
รปภ. รับคำพร้อมกัน“ครับ”
พูดจบ เอื้อก็รีบเดินออกไปเลย รปภ. รับคำสั่ง รีบเข้ามาประกบอัมพิการกับอรทัย ทั้งสองคนกรีดร้อง
ด้วยความโกรธแค้น
“เอื้อ เอื้อทำแบบนี้กับพี่ไม่ได้นะ เอื้อ”
จากนั้นก็หันมาตวาด รปภ.
“หลบไปเลย ฉันเป็นประธานของที่นี่ พวกแกต้องฟังฉัน ฉันบอกให้หลบไป นี่ ถอยไป ถ้าไม่ถอยฉัน
จะไล่แกออก”
รปภ. ไม่ยอมถอย อรทัยโวยวายเสียงดัง
“บ้า แกอย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ ออกไป ออกไปห่างๆฉันเลย” “พี่เอื้อ ทำไมพี่เอื้อทำแบบนี้กับอร พี่
เอื้อบ้าไปแล้ว หยุดนะพี่เอื้อ”
เอื้อไม่สนใจ เดินพุ่งออกไปที่ลิฟท์อย่างรวดเร็ว
อัมพิกาเครียดจัด จนสมองปวดจี๊ด เส้นเลือดในสมองบีบตัวอย่างเร็ว ตาเริ่มพร่า แต่ยังพยายามจะ
ตะเบ็งเสียง
“เอื้อหยุดนะเอื้อเอื้อ เอื้อ”
ทันใดนั้นอัมพิกาก็ช็อก ล้มฟุบลงไปกองกับพื้น อรทัยหันมาเห็นร้องขึ้นด้วยความตกใจ
“พี่อัม พี่อัม”
เอื้อกำลังจะเข้าลิฟท์ พอได้ยินเสียงอรทัยกรีดร้องก็ชะงัก รีบหันมาด้วยความตกใจ

อัมพิกาถูกหามส่งโรงพบาบาล และนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง ข้างๆ เห็นอรทัยยืนหน้าง้ำอยู่กับเอื้อ
ในขณะที่หมอรีบแจ้งอาการ
“คุณอัมพิกาช็อกจากอาการเครียดแบบเฉียบพลัน ช่วงนี้ควรจะให้คนไข้พักผ่อนมากๆ และหลีกเลี่ยง
การอยู่ในสภาวะตึงเครียด และไม่นำเรื่องเครียดๆมาให้รับรู้”
อรทัยเบ้หน้า “ฟังไว้นะคะพี่เอื้อ”
เอื้อรู้สึกผิดลึกๆ แต่ไม่ต่อปากต่อคำ
“พี่อัมต้องอยู่ที่โรงพยาบาลนานมั้ยครับ?”
“ก็น่าจะอยู่จนกว่าคนไข้จะอยู่ในสภาวะจิตใจที่ปกติ เพราะถ้าเกิดอาการช็อกแบบนี้อีก จะเป็น
อันตรายมากกว่านี้”
เอื้อรับคำ “ขอบคุณครับ”
หมอพยักหน้ารับ แล้วก็เดินออกไป พอคล้อยหลังปุ๊บ อรทัยก็เข้ามาจิกเอื้อทันที
“นี่ขนาดมันยังไม่ได้เซ็นรับหุ้น พี่อัมยังช็กแบบนี้ ถ้าพี่เอื้อยังดันทุรังโอนสมบัติของครอบครัวเรา
ให้นังนั่น และพี่อัมเป็นอะไรไปมากกว่านี้ อรจะไม่ให้อภัยพี่เอื้อกับนังสุริยงไปตลอดชีวิต”

อรทัยพูดจบสะบัดหน้าใส่ เดินออกไปจากห้องด้วยความหงุดหงิด เอื้อมองหน้าอัมพิกา ที่นอนหลับ
ไม่ได้สติอยู่บนเตียง พลางเอื้อมมือมาจับมืออัมพิกาไว้ด้วยความเป็นห่วง พลางครุ่นคิดจะทำอย่างไรต่อไปดี

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 21 (ต่อ)

ชนะขับรถมาส่งสุริยงที่หน้าบ้าน สุริยงลงจากรถ ชนะเปิดประตูออกมา ยืนร่ำลา

“คืนนี้ผมค้างที่คอนโดในกรุงเทพ ไม่ได้กลับต่างจังหวัด พรุ่งนี้ผมจะไปรับฮันนี่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่
พามาลองชุดไทยที่ใส่ทำหน้าที่เป็นเด็กรับขันหมาก ก่อนไปลองชุดผมจะมารับไก่ ไข่ แล้วก็คุณสุไปพร้อมกันเลยนะ
ครับ”
ชนะแจกแจงตารางเวลาเป็นชุดอย่างคล่องแคล่ว
สุริยงหัวเราะเบาๆ “คุณชนะจัดคิวเป๊ะกว่าเลขาอีกนะคะ”
ชนะเพิ่งรู้ตัว หัวเราะตาม
“เออนั่นสิ นี่ผมคงจะอินกับการจัดงานมากไป แต่ได้เป็นคนจัดคิว เป็นคนดูแลคุณสุแบบนี้ เป็น
มากกว่าเลขา ผมก็ยอมนะครับ”
ชนะยิ้มหยอด อายๆ สุริยงยิ้มรับ ไม่ทันสังเกตว่า รถยนต์ของเขมชาติจอดซุ่มห่างๆ และเจ้าของรถ
กำลังจับจ้องมองภาพข้างหน้าที่ตำตา ตำใจ พลางกัดฟันกรอด ด้วยความหวง
สุริยงตัดบท และยิ้มอย่างระวังตัว
“ขอบคุณค่ะ อ้อ ส่วนเรื่องพรุ่งนี้ไม่ต้องมารับนะคะ เดี๋ยวสุขับรถพาไก่ กับ ไข่ไปเอง เจอกันที่ร้าน
เลยค่ะ ขับรถดีๆนะคะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”
ชนะยิ้มรับ “ครับ พรุ่งนี้เจอกันครับ”
ชนะยิ้มอย่างมีความสุข แล้วก็ขึ้นรถไป สุริยงมองส่งจนรถลับตา กำลังจะหันหลังเข้าบ้าน แต่ก็ไม่
ก่อนที่รถเขมชาติก็ปาดเข้ามาจอดเทียบทันที สุริยงชะงัก หยุดเดินแทบไม่ทัน
เขมชาติ เเดินหน้าเข้ม ลงมาจากรถ ไม่พูดพล่ามคว้าข้อมือสุริยง แล้วออกคำสั่ง
“ขึ้นรถ”
สุริยงสะบัดมือออกอย่างแรง “ไม่”
เขมชาติหันมาทำเสียงดุ
“ถ้าไม่ขึ้นรถ ผมจะไปบอกลูกเลี้ยงของคุณ กับไอ้พ่อหม้ายหน้ามืดว่าคุณกับผม เป็นอะไรกัน ผมจะ
บอกให้หมดเลย ทั้งความสัมพันธ์ในอดีต แล้วก็ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ที่สวิส”
สุริยงอึ้งใจสั่นด้วยความโกรธ เขมชาติใส่ต่อ ด้วยอารมณ์ที่กรุ่นมาตั้งแต่เช้า
“อยากจะรู้นักพวกนั้นยังจะมาตามตื๊อ ล้อมหน้าล้อมหลัง อยู่อีกหรือเปล่า เงียบ ไม่กล้าหล่ะสิ ถ้าไม่
อยากให้ผู้ชายรู้ธาตุแท้ก็ขึ้นรถ”
สุริยงสะบัดมืออีกที แล้วพูดสวนออกไปทันที
“เชิญคุณบอกสองคนนั้นได้เลย เขารับได้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าฉันเคยผ่านผู้ชายมาแล้วผ่านเพิ่ม
อีกสักคนจะเป็นไรไป”
เขมชาติมองหน้าสุริยง พลางขบกรามแน่น
“ฉันไม่กลัวธาตุแท้ของตัวเอง เชิญคุณไปบอกได้เลย เพราะฉันเองก็จะไปบอกคุณเกนเหมือนกัน
บางทีเธออาจจะอยากรู้จักธาตุแท้ของคุณก็ได้”
เขมชาติสะอึก นึกไม่ถึงว่าสุริยงจะมาไม้นี้
“นี่คุณคิดว่า คุณถือไพ่เหนือผมอยู่ใช่มั้ย?”
สุริยงเชิดหน้า
“เปล่า ฉันแค่ไม่ได้คิดว่ากำลังตกเป็นเบี้ยล่างของคุณก็เท่านั้น ฉันเสียตัวให้คุณแค่ครั้งเดียว ไม่ได้
แปลว่า ฉันจะต้องเป็นทาสคุณไปตลอดชีวิต”
สุริยงตอกกลับด้วยแววตาแข็งกร้าว เกลียดชัง เขมชาติเห็นแล้วถึงกับอึ้ง เจ็บปวดอย่างสุดจะทน
“ที่ฉันยอมกลับมาจัดงานให้ ไม่ใช่เพราะคุณ แต่เป็นเพราะความดีของคุณเกน ไม่อย่างนั้น อย่าหวัง
ว่าฉันจะเดินกลับเข้ามาในชีวิตของคุณอีก”
เขมชาติมองสุริยงด้วยความเจ็บปวด
“คุณทำเหมือน คืนนั้นมันไม่มีความหมายกับคุณเลย”
สุริยงยิ้มเยือกเย็น
“มี มันหมายถึง ฉันได้ชดใช้หนี้ให้กับคุณไปจนหมดแล้ว สิ่งที่ฉันเคยทำกับคุณในอดีตได้ถูกชดใช้
อย่างสาสม นับจากนี้ไป เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก”
เขมชาติมองสุริยงด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“วดี” พลางขยับตัวเข้าใกล้สุริยง
“อย่าเข้ามานะ ถ้ายังอยากให้งานหมั้นระหว่างคุณกับคุณเกนดำเนินต่อไป อยู่ห่างจากฉันให้มาก
ที่สุด เพราะฉันไม่ได้อยากอยู่ใกล้คุณ”
สุริยงพูดทิ้งท้ายด้วยความเกลียดชัง โกรธแค้นอย่างเต็มที่ เขมชาติเห็นแววตา และรับรู้ได้จาก
น้ำเสียง จากนั้นสุริยงก็หันหลังและเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่ใยดี
เขมชาติ ทั้งจุก และเจ็บ อย่างที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็น ได้มากขนาดนี้

เขมชาติขับรถไกลอกจากบ้านของสุริยง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด สิ่งที่คิดไว้ ผิดพลาด
หมดสิ้นเขมชาติคิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อทุกอย่างสำเร็จตามแผนที่คิดไว้แล้ว สุริยงจะเปลี่ยนไปแบบนี้ และคนที่ต้อง
เจ็บปวดคือตัวเอง
เขมชาติยิ่งคิด ยิ่งเจ็บปวด

สุริยงเลื่อนเอกสารโอนหุ้นคืนเอื้อ ที่หยิบมาดู แล้วขมวดคิ้ว
“หนูเล็กยังไม่ได้เซ็นเลย”
สุริยงคิด ก่อนจะตอบ
“หนูเล็กขอเซ็นรับหลังจากที่คุณอัมออกจากโรงพยาบาลนะคะ”
เอื้อเลิกคิ้ว ด้วยความสงสัย “ทำไม?”
“คุณอัมเครียดเพราะเรื่องนี้ ถ้าหนูเล็กเซ็นรับไปตอนนี้ อาจจะทำให้อาการเธอทรุดลง เพื่อความ
ปลอดภัยของตัวเธอเอง หนูเล็กของเซ็นรับหุ้นหลังจากที่สุขภาพคุณอัมพ้นขีดอันตรายแล้วดีกว่าค่ะ”
เอื้อมองสุริยงด้วยความชื่นชม
“ผมขอพูดประโยคนี้ เป็นรอบที่ล้านสาม คุณพ่อเลือกคนไม่ผิดจริงๆ”
สุริยงหัวเราะเบาๆ
เอื้อ เก็บเอกสารใส่ซองแล้วยื่นให้สุริยง
“ผมให้คุณเก็บเอกสารเอาไว้ อยากเซ็นเมื่อไหร่ ก็เซ็น”
“ขอบคุณค่ะ”
สุริยงยิ้ม ก่อนที่จะตัดบท
“หนูเล็กต้องไปก่อนนะคะ วันนี้ต้องพาไก่ ไข่ ไปลองชุดป่านนี้คุณชนะกับน้องฮันนี่คงใกล้จะถึง
แล้ว”
สุริยงพูดพลางคิดถึงสองคนพ่อลูก

เขมชาติลองชุดไทยที่จะใส่ในวันงาน ด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ทว่าเกนหลงกลับมองด้วยความชื่นชม
“เขมเท่มากๆ เลยค่ะขอถ่ายรูปเก็บไปอวดเพื่อนๆหน่อยนะคะ”
เกนหลงหยิบโทรศัพท์มาจะถ่ายรูป เขมชาติยิ้มเขินๆ ทันใดนั้นเสียงฮันนี่ก็ดังขึ้น
“น้าสุ คุณพ่อคะ ฮันนี่ กับ ไก่ ไข่ เท่ มั้ยคะ?”
เขมชาติหันขวับไปที่ต้นเสียงทันที ในขณะที่ฮันนี่ ไก่ ไข่ อยู่ในชุดไทยที่จะใส่ในวันงาน พลางโพสต์
ท่าอย่างน่ารัก
สุริยง ชนะ ที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น
“เท่มากๆเลยค่ะ” สุริยงรีบบอก
ฮันนี่ยิ้มแป้น “ถ่ายรูปกันดีกว่าค่ะ”
จากนั้นทั้งห้าคนก็มารวมตัวกันและถ่ายจากโทรศัพท์ที่ใช้กล้องหน้า ทำให้ทั้งห้าคนต้องบีบเข้าหากัน
ชนะได้โอกาสอยู่ใกล้กับสุริยงก็ยิ้มกริ่มพอใจ
เขมชาติถึงกับหน้าหงิก หันกลับมา แล้วก็ชะงัก เพราะเกนหลงมองไม่วางตา เขมชาติรู้ตัวรีบทำ
เสียงเข้มกลบเกลื่อน

“เสียงดัง วุ่นวายแบบนี้ไง ผมถึงไม่อยากมาลองชุดวันเดียวกับพวกเขา รู้อย่างนี้ มากับคุณเกนแค่
สองคนก็ดี”

เขมชาติส่ายหน้าด้วยความเซ็ง แล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว เกนหลงชะงักคิด พลางหันไป
มองสุริยง ชนะ ฮันนี่ และไก่ กับไข่ ที่ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แล้วก็หันหน้าหนี ด้วยความสะท้อนใจ ที่ตัวเองกลับ
ไม่มีความสุขแบบนี้
สุริยงหันมาเห็นจังหวะนั้นพอดี สุริยงชะงักกึก มองหาเขมชาติ แต่ก็ไม่เห็นอยู่ตรงนั้นแล้ว เกนหลง
เดินไปนั่งด้วยความเซ็ง สุริยงทั้งสงสาร ทั้งรู้สึกผิดลึกๆ ข้างใน

อัมพิกายังคงนอนพักรักษาตัวอยูในโรงพยาบาล อรทัยกับวนิตา กำลังนั่งคุยกันอย่างออกรสที่โซฟา
โดยไม่ได้สนใจคนป่วยแม้แต่น้อย
“ฉันหล่ะหมั่นไส้เกนหลงจริงๆ ทำเป็นเซเลบไฮโซ เชิญแขกมางานหมั้นแค่ไม่กี่คน เพื่อนฉันไม่มีใคร
ได้รับเชิญสักคน บอกว่าขอจัดเฉพาะคนในครอบครัว และก็ต้องมีบัตรเชิญเท่านั้นนะยะ ถึงจะเข้างานได้ ไม่มีห้ามเข้า”
วนิตาเปิดประเด็น อรทัยรีบหันมาถาม
“แล้วเธออยากจะไปหรือเปล่า”
วนิตาตอบกลับไปอย่างลืมตัว
“อยากสิ” หากแล้วก็นึกขึ้นได้ รีบอกตัว “แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอกนะ ฉันก็แค่อยากจะไปดูหน้า
เขม อยากรู้ว่าเขมหมั้นกับเกนหลงด้วยความเต็มใจ หรือว่าแค่หมั้นในหน้าที่”
“ถ้าอยากไปดู ก็รีบไปเตรียมชุดพรุ่งนี้ฉันจะให้เธอไปกับฉัน ไปแทนพี่อัม”
วนิตาตาวาว “จริงเหรออร? เธอจะให้ฉันไปแทนพี่อัมจริงเหรอ? แล้วเธอได้รับเชิญด้วยเหรอ? ใน
ฐานะอะไรอ่ะ?”
สองสาวยังคุยไม่หยุด ใม่ทันสังเกตอัมพิกา ที่เริ่มมึนหัวตึ๊บหน้าเครียดดดดด
“ฉันกับพี่อัมเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของโรงแรมใหม่ที่เขากำลังสร้างนะยะ แค่นี้เขาก็นับฉันเป็นครอบครัว
เดียวกันแล้วย่ะ ถ้าเธอไม่เชื่อ ก็ตามใจ ฉันชวนคนอื่นไปก็ได้”
“โอเคๆ ฉันเชื่อแล้ว ฉันไปเป็นเพื่อนเธอเอง ห้ามชวนคนอื่นเด็ดขาด”
อัมพิกาทนไม่ไหวโพล่งออกมา
“เอาล่ะๆ พอได้แล้วคุยกันรู้เรื่อง ก็กลับไปกันได้แล้ว ฉันปวดหัว ฉันจะนอน ถ้ายังไม่ไป ฉันจะให้
เลขาทิ้งการ์ดเชิญไปให้หมด ไม่ว่าใครก็ไม่ต้องไปทั้งนั้น”
อรทัยกับวนิตาสะดุ้งนิดๆ
“อย่านะคะ อย่าทิ้งนะคะ นิต้ากลับแล้วค่ะ ไปนะคะ พี่อัมหายไวๆนะคะ” พลาง รีบหยิบกระเป๋า
“สวัสดีค่ะ ไปเร็วอร”
อรทัย รีบหยิบกระเป๋าตาม
“อรไปก่อนนะคะพี่อัม เอาไว้ไปงานพรุ่งนี้ถ้ามีอะไรหนุกจะเอามาเม้าให้ฟัง”
วนิตาหัวเราะคิกคักพอใจมากๆ แล้วทั้งสองสาวก็พากันเดินออกไป
“เบาหูไปเยอะเลย”
อัมพิกาถอนหายใจเบาๆ แล้วค่อยๆ หลับตาลง

ก่อนจะถึงวันงานหมั้นระหว่างเขมชาติ และเกนหลง 1 วัน ในขณะที่สมคิดรายงานความคืบหน้า ของการตระเตรียมงาน ทว่าเขมชาติกลับนั่งเหม่อลอย เหมือนไม่มีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่สมคิดรายงานแม้แต่น้อย
“เรื่องขบวนขันหมากทุกอย่างลงตัวแล้วนะครับ ในขบวนมีแต่พนักงานระดับพรีเมี่ยม เสื้อผ้าก็จัดไว้
พร้อม เป็นชุดไทยประยุกต์ สั่งตัดพิเศษ สวยงาม อลังการ ส่วนสินสอด ทองหมั้น ผมจัดเตรียมตามที่คุณเขมสั่ง
เรียบร้อยแล้วครับ”
สมคิดรายงานพลางหันมาทางเขมชาติ พอเห็นนั่งเหม่อก็ถอนใจ
“คุณเขมครับ งานหมั้นจะมีวันพรุ่งนี้แล้วนะครับ”
“ผมรู้” เขมชาติตอบเสียงเศร้าๆ
“รู้แล้วทำไมยังทำหน้าแบบนี้หล่ะครับ?”
เขมชาติคิด และที่สุดก็ยอมเปิดปากพูดระบายออกมา
“ถ้าเราเกลียด โกรธแค้นใครสักคนมานานแสนนาน รอวันที่จะแก้แค้นอย่างสาสม แต่พอวันนั้นมาถึง
จริงๆ พอเราได้แก้แค้น ได้ทำในสิ่งที่เราต้องการ แต่ทำไมเราถึงไม่มีความสุข ทำไมความรู้สึกที่มันค้างคาอยู่ในใจมัน
ไม่หายไป”
เขมชาติพูดด้วยความเจ็บปวด และสับสน สมคิดฟังอย่างเข้าใจ และพยายามจะปลอบใจ
“อะไรก็ตามที่มันเกิดขึ้นในชีวิตเรา มันไม่มีวันหายไปหรอกครับคุณเขม เพราะมันคือส่วนหนึ่งของ
ชีวิต ส่วนหนึ่งของความทรงจำของเรา ยิ่งคุณพยายามจะทำอะไรก็ตาม จะเพื่อแก้แค้น เพื่อความสะใจ มันก็เท่ากับ
เพิ่มสิ่งที่เราจะต้องจำมากขึ้นไปอีก”
เขมชาติสะอึก จุก และเห็นจริงตามที่สมคิดพูด
“และไม่ว่าอะไรก็ลบมันไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะกลับไปคิดถึงมันหรือเปล่า”
“ผมไม่ได้อยากจะคิดถึงมัน แต่มันมาของมันเอง” สีหน้าของเขมชาติอมทุกข์
“ที่มันมาก็เพราะคุณเขมไม่อยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันคือตอนนี้ตรงนี้ “พลางปรายตามองของหมั้นที่
วางอยู่ “สิ่งที่คุณเขมจะต้องคิดถึงคือการเตรียมงานหมั้นของคุณกับคุณเกนหลง ไม่ใช่อดีตของคุณกับผู้หญิงคนอื่น”
เขมชาติยิ่งคิด ยิ่งเครียด สมคิดจับไหล่ทั้งสองข้าง
“จำไว้นะครับคุณเขม อดีตทำอะไรคุณไม่ได้ ถ้าคุณไม่กลับไปคิดถึงมัน”
เขมชาติฟังแล้วหลบตา ไม่กล้าสบตาสมคิด เพราะรู้ตัวว่าทำไม่ได้อย่างที่สมคิดพูด

สุริยงยืนอยู่ในบ้าน รอบๆ แวดล้อมไปด้วย ขนมในขบวนหมั้นที่ถูกวางเรียงเตรียมไว้อย่างสวยงามพลางคิดถึงเขมชาติ ลึกๆ แล้วเธอก็ไม่เคยลืมเขาเช่นเดียวกัน
สุริยงสะบัดหน้านิดๆ ไล่ความคิด เชิดหน้า เข้มแข็ง และตัดสินใจบางอย่าง

จากนั้นสุริยงก็ขึ้นมาบนห้องนอน ก่อนที่จะหยิบกล่องที่เก็บของเก่าๆ ระหว่างเธอกับเขมชาติออกมา เปิดกล่องออกเห็นรูปเก่าๆ และสรรพสิ่งนานา ที่มีความหลังร่วมกัน
สุริยงมองกล่องด้วยความแน่วแน่แล้วมองซ้ายมองขวาหยิบเอาถุงเปล่าที่วางอยู่แถวนั้นมาหนึ่งใบ

ในช่วงเวลาเดียวกัน เขมชาติก็มาจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านของสุริยง ด้วยใบหน้าเศร้า แววตาครุ่นคิด สับสน ลึกๆ แล้ว อยากจะลงไปหาใจแทบขาด แต่ก็ไม่รู้จะลงไปหาในฐานะอะไร
เขมชาตินั่งอยู่ในรถ มองหลังคาบ้านสุริยงด้วยความคิดถึง ทันใดนั้นก็ต้องชะงักเพ่งมองไปที่ประตูรั้วเห็นสุริยงเดินออกมาในมือถือกล่องและถุงขยะมาหนึ่งใบ
เขมชาติมองด้วยความสงสัย
สุริยงหยุดคิดชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่จะตัดสินใจทิ้งถุงขยะ และกล่องของลงในถังหน้าบ้าน เขมชาติเห็นจังหวะนั้นพอดี ยิ่งรู้สึกว่า กล่องนี้ต้องสำคัญ
เมื่อสุริยงเข้าบ้านไป เขมชาติตัดสินใจเดินไปที่ถังขยะ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยก็หันไปหยิบกล่องมาดู ทว่ากล่องนั้นเบาหวิว ว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน
เขมชาติหน้าผิดหวัง ก่อนจะวางกล่องไว้ที่เดิม และกำลังจะหันหลังกลับไปที่รถ แต่ฉุกคิดเอะใจบางอย่าง หันกลับมาที่ถังขยะอีกครั้ง มองไปที่ถุงขยะที่สุริยงถือมาพร้อมกับกล่อง
เขมชาติหันไปหยิบถุงมาและเปิดดู ทันทีที่เขมชาติเห็นของที่อยู่ในถังขยะถึงกับอึ้งไป

เช่นเดียวกับเกนหลง ที่ยืนอยู่กลางบ้าน แวดล้อมไปด้วยซุ้มดอกไม้ที่พร้อมสำหรับงานวันพรุ่งนี้ หากหน้าตากลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย
พลันเสียงเอื้อดังขึ้นด้านหลัง
“คุณยายฝากให้พี่เอาของสำคัญมาให้”
เกนหลงหันกลับมา เห็นเอื้อเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องเครื่องเพชรขนาดใหญ่
เกนหลงยิ้มรับนิดๆ “ขอบคุณมากค่ะ”
และเมื่อเปิดดู ภายในเป็นเครื่องเพชรแบบโบราณ มีสร้อย ต่างหู เกี้ยวสำหรับติดผม เข็มกลัด สายสะพาย และเข็มขัดทอง
“โห สวยจังเลย”
“เราไปทำเสน่ห์อะไรมา คุณยายพี่ถึงได้เอ็นดูขนาดนี้ เครื่องทองชุดนี้คุณยายหวงมากเลยนะ ขนาดพี่
อัม ยัยอร ขอยืมไปใส่ออกงานยังไม่เคยให้ แต่นี่ถึงกับเรียกพี่ไปรับมาส่งให้เราด้วยตัวเอง คนรถ คนรับใช้ เต็มบ้านยัง
ไม่ไว้ใจ ต้องให้พี่เอามาให้เอง”
เกนหลงยิ้มอายๆ

“เกนก็ไม่ได้ทำอะไรนะคะ เมื่อตอนกลางวัน คุณยายท่านโทร.มาเอง ให้เกนถ่ายรูปเครื่องเพชรที่จะใส่กับชุดพรุ่งนี้ไปให้ดู เกนก็ส่งไป ท่านก็โทรกลับมาบอกว่า เครื่องเพชรมันทันสมัยไป ไม่เข้ากับสไบ แล้วท่านก็บอกว่าเดี๋ยวให้พี่เอื้อเอาของที่เหมาะสมมาให้”

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 21 (ต่อ)
 

เกนหลงมองเครื่องประดับในกล่องด้วยความชื่นชม

                                “แล้วมันก็สวยมากจริงๆ  ขอบคุณพี่เอื้อมากนะคะที่อุตส่าห์ขับรถมาให้ดึกๆ ดื่นๆ”
                                “ด้วยความยินดีครับ” เอื้อยิ้มอบอุ่น
                                เกนหลงยิ้มรับ แล้วก็พูดระบาย
                                “แปลกดีนะคะ เกนรู้สึกว่าพี่เอื้อช่วยเกนทำอะไรตั้งหลายอย่าง ช่วยมากกว่าคู่หมั้นตัวจริงซะอีก
บอกตรงๆนะคะ  จนถึงตอนนี้เกนยังไม่แน่ใจเลยว่าเกนตัดสินใจผิดหรือเปล่า?”
                                เอื้อตัดสินใจพูดตรงๆ ด้วยความเป็นห่วงจริงๆ
                                “เปลี่ยนใจยังทันนะ”
                                เกนหลงหันขวับมา
                                “จริงๆ เปลี่ยนใจตอนนี้ดีกว่าหมั้นกันไปด้วยความลังเล”
                                เกนหลงหลบตาเอื้อ “แต่เกนไม่อยากทำร้ายจิตใจเขม ถ้ามันไม่มีอะไร แล้วทุกอย่างเกนคิดมากไป
เอง เขมคงจะเสียใจ”
                                “แล้วเขมชาติเขาเคยคิดหรือเปล่าว่า เขากำลังทำให้เกนเสียใจอยู่ บางทีเขาอาจจะกำลังทำร้ายจิตใจ
เกน แบบไม่รู้ตัวก็ได้ บางครั้งการยอมเจ็บ ยอมเก็บไว้คนเดียว อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ยังมีเวลาอีกหนึ่งคืน
ลองคิดดู”
                                เอื้อสรุปทิ้งท้ายให้กำลัง  เกนหลงยิ้มเศร้าๆ  พลางคิดหนัก
                                 “เขมอาจจะกำลังทำร้ายเกนหลงแบบไม่รู้ตัวก็ได้” 
 
                                ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน เขมชาติก็เทของที่อยู่ในถุงลงบนโต๊ะ  สรรพสิ่งต่างๆ พรวดออกมากองอยู่ตรงหน้า ทั้งเศษรูปสุริยงกับเขมชาติ ที่ถูกฉีกเป็นส่วนๆ  เหรียญทองที่ได้จากการแข่งกีฬา และ ฯลฯ
                                เขมชาติหยิบเศษรูปขึ้นมาดู น้ำตาคลอๆ  คาดไม่ถึงว่าสุริยงจะยังเก็บมันไว้จนถึงวันนี้
                                เขมชาติค่อยๆ บรรจงหยิบเศษรูปที่ถูกฉีกทิ้งมาปะติดปะต่อกันอีกครั้ง ประหนึ่งกำลังต่อจิกซอร์ของอดีตที่ถูกทิ้งไปแล้ว
                                 เขมชาติทำด้วยจิตใจสับสน ทั้งตื่นเต้นดีใจที่สุริยงยังเก็บไว้ และเสียใจกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ ก่อนที่จะต่อรูปต่างๆ เข้าด้วยกัน และแปะไว้ที่ผนังทีละรูป ทีละรูป จนเสร็จครบทุกรูป
                                เขมชาติแปะรูปสุดท้ายที่ประกอบเสร็จไว้ที่ผนัง แล้วค่อยๆถอยออกมา  สายตาทอดมองไปยังรูปของเขาและสุริยงแต่ละรูปมีรอยปะติดปะต่อ แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่มันอัดแน่นไปด้วยอดีตที่สวยงาม
                                เขมชาติ อึ้งจุก เหมือนมีก้อนลมอัดอยู่ที่หน้าอก รอบดวงตาร้อนผ่าว
                                “คุณยังเก็บอดีตของเราไว้จนถึงวันนี้ วดี ทำไมไม่บอกผมว่าคุณไม่เคยลืม”
                                ยามนี้เขมชาติรู้สึกเสียใจเหลือเกิน
                               
                                ค่อนคืนแล้ว หากสุริยง ที่นอนอยู่ในห้องกับลูกชายแฝดทั้งสอง  ยังคงลืมตาโพลง ครุ่นคิด ถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น
                                ในชณะที่เอื้อนั่งอยู่อีกมุม มองดูเกนหลงด้วยความเป็นห่วง เกนหลงยืนอยู่กลางบ้าน  มองไปรอบๆบริเวณที่จะจัดงาน แล้วก็คิด พยายามหาทางออก แต่ก็ยังไม่เจอ
                                เช่นเดียวกับเขมชาติ ที่ยืนอยู่ในลักษณะเดียวกับเกนหลง แต่เบื้องหน้าคือรูปอดีตของตัวเองกับสุริยงเขมชาติมองรูปข้างหน้าด้วยแววตาที่ไม่ต่างจากเกนหลง สับสน ครุ่นคิด อย่างคนที่หาทางออกไม่เจอ
                                ทั้ง 4 คน ต่างก็กำลังวนอยู่ในภวังค์แห่งความรักที่ไม่ลงตัว 
 
                                ที่หน้าบ้านเขมชาติตอนเช้าวันรุ่งขึ้น สมคิด วิบูลย์ และคนรับใช้ คนรถ อีก 2-3 คน เดินเรียงแถวเข้ามาเป็นขบวน สมคิดเดินนำมาที่ห้องโถงที่วางของในขบวนหมั้น  พลางหันไปบอกกับวิบูลย์
                                “คุณวิบูลย์เดี๋ยวให้เด็กๆ ยกของทยอยขึ้นรถไปเลยนะ ใกล้เวลาหล่ะ คุณเขมน่าจะแต่งตัวเรียบร้อย
แล้ว เราจะได้ไปบ้านงานกันเลย”
                                วิบูลย์รับคำ           
                                “ครับ” ก่อนที่หันมาสั่งความคนรับใช้ “ค่อยๆยกกันไป แต่ขันหมาก กับ ขันหมั้นไม่ต้องนะ เดี๋ยวฉัน
ยกไปเอง”
                                สมคิด มองซ้ายมองขวา  พลางร้องเรียก
                                “คุณเขมครับ คุณเขม คุณเขม”
                                ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบ
                                “วิบูลย์ฝากทางนี้ด้วยนะ เดี๋ยวผมไปดูคุณเขมก่อน สงสัยจะอยู่ในห้อง”
                                วิบูลย์รับคำแล้วก็ช่วยกันยกของไปอย่างระมัดระวัง  ในขณะที่สมคิดเดินไปที่ห้องนอนเขมชาติ
                                “คุณเขม คุณเขมครับ คุณเขม”
                                เงียบไม่มีเสียงตอบ สมคิดเริ่มเป็นห่วง  แล้วก็ตัดสินใจ
                                “ผมเปิดประตูเข้าไปนะครับ”
                 ทันทีที่เห็นภาพเบื้องหน้า สมคิดถึงกับโพล่งออกมา
                                “คุณเขม  ทำไมยังอยู่ในสภาพนี้ครับ”
                                ภาพเบื้องหน้าสมคิด คือเขมชาติ ที่ยังอยู่ในชุดเมื่อคืน นั่งนิ่งๆ อยู่กับอยู่ที่พื้น ตาเหม่อลอย
                                สมคิดรีบเดินเข้ามาหาด้วยความร้อนใจ  
                                “ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกครับ เดี๋ยวไม่ทันฤกษ์นะครับคุณเขม”
                                เขมชาติพูดลอยๆ “ วดี เชาไม่เคยลืมผม” สมคิดขมวดคิ้ว  “ที่เขาทำเป็นเมินเฉย ทำเป็นไม่สนใจ ไม่
แคร์ แต่จริงๆแล้ว เขายังเก็บทุกอย่างที่เป็นอดีตของเราไว้อย่างดี ตั้งแต่วันที่เราจากกัน จนถึงวันนี้”
                                สมคิดงเริ่มเอะใจ พลางปรายมองตามสายตาของเขมชาติไปที่กำแพงแล้วก็อึ้งกับสิ่งที่เห็น สมคิดเดิน
ช้าๆเข้าไปดูใกล้ๆ
                                เขมชาติพูดต่อ
                                “ผมไม่เคยรู้เลย เข้าใจผิดมาตลอด ผมคิดว่าเขาลืมผม แต่มันไม่ใช่ เขาเพิ่งจะทิ้งของพวกนี้เมื่อวานนี้
เอง ถ้าผมไม่ไปเห็น ไม่เก็บมันมา ผมก็จะไม่มีวันรู้เลย  ที่ผ่านมา ผมทำอะไรลงไป ผมทำร้ายเธอ”
                                พูดถึงตรงนี้เขมชาติก็น้ำตาร่วง   “ทำร้ายความรักของเธอ”
                                เขมชาติทั้งสับสน ทั้งรู้สึกผิด ในสมองวุ่นวายไปหมด สมคิดถึงกับกุมขมับ ก่อนจะตัดสินใจหันมา
ทางเขมชาติ
                                “คุณเขมครับ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับความจริงกับ  สิ่งที่คุณเขมเพิ่งจะค้นพบ แต่ตอนนี้
คุณเขมยังมีอีกหนึ่งความจริงที่จะต้องรับผิดชอบ  ตรงหน้าคือความรู้สึกของคุณสุ แต่อนาคตข้างหน้าในอีกไม่กี่ชั่วโมง
คือความรู้สึกของคุณเกนหลง ผู้หญิงอีกคนที่รักคุณ”
                                คำพูดสมคิดแทงใจดำเขมชาติอย่างแรง
                                “คุณเกนหลงรอคุณอยู่ งานหมั้นรอคุณอยู่ และยังมีอะไรอีกมากมายที่รอคุณเขมอยู่ อะไรที่ผ่าน
มาแล้ว คุณต้องลืมมันให้ได้ ไม่มีเวลาให้คุณจมอยู่กับอดีต อนาคตรอคุณอยู่ คุณเขมต้องลุกขึ้น และข้ามช่วงเวลานี้ไป
ให้ได้”
                                เขมชาติเริ่มจะได้สติ สมคิดย้ำ
                                “คุณเขมทำร้ายคุณสุไปคนนึงแล้ว ถ้าคุณไม่ลุกขึ้นแต่งตัวและไปงานหมั้นให้ทันเวลา จะมีผู้หญิงอีก
คนที่โดนคุณทำร้ายนะครับ”
                                เขมชาติคิดถึงเกนหลงขึ้นมาทันที ความรู้สึกผิดวาบขึ้นในใจ เขมชาติหันไปมองชุดหมั้นที่แขวนอยู่
ตรงหน้า
 
                                ในขณะเดียวกัน เกนหลง ที่แต่งหน้าทำผมเรียบร้อยแต่ยังใส่เสื้อคลุม ยืนมองชุดหมั้นที่แขวนอยู่
แววตายังลังเล พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น เกนหลงหันไป และเห็นคุณพจน์เดินเข้ามา
                                “ทำไมยังไม่แต่งตัวหล่ะลูก แล้วนี่ช่างที่มาช่วยแต่งตัวหายไปไหนหมด”
                                “เกนให้เขาออกไปพักแป๊บนึงน่ะค่ะ แต่งหน้า ทำผมกันมาตั้งแต่ตี 4 เลยให้เขาออกไปหาของทาน
แต่จะเรียกกลับมาให้แต่งตัวแล้วค่ะ” 
                                คุณพจน์มองหน้าลูกสาวด้วยความเป็นห่วง “เกน เป็นอะไรหรือเปล่า?”
                                เกนหลงชะงัก คิด แล้วก็ตอบบิดา
                                “เกนก็ไม่แน่ใจ เกนแค่สงสัย ทำไมตัวเองถึงไม่มีความสุข”
                                คุณพจน์พูดนิ่งๆ แต่หนักแน่น
                                “ถ้าลูกไม่พร้อมบอกพ่อได้นะ พ่อพร้อมจะยกเลิกงานทันที แขกที่มาวันนี้ก็คนกันเองทั้งนั้น ถ้ามีอะไร
เปลี่ยนแปลงกระทันหัน ทุกคนเข้าใจ ส่วนคนนอก เขาจะคิดยังไง จะมองเรายังไงก็เรื่องของเขา พ่อแคร์ความรู้สึกของ
เรามากกว่าคนอื่น”
                                คุณพจน์มองเกนหลงแววตาจริงจัง และเป็นห่วง เกนหลงสัมผัสได้ถึงความรักและแรงสนับสนุน
พลางพยักหน้ารับ และครุ่นคิด
                                “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ  แต่ตอนนี้เกนก็ยังไม่ได้คำตอบอื่นอยู่ดีค่ะ”
                                “ถ้ายังไม่มี งั้นก็รีบแต่งตัว นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว  เดี๋ยวพ่อไปเรียกช่างมาให้”
                                เกนหลงพยักหน้ารับ คุณพจน์เดินไป ก่อนจะเปิดประตู ยังหันมามองลูกสาวอีกครั้งด้วยความห่วง

                                เกนหลงยังคงครุ่นคิดด้วยความกังวล เหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ทางด้าน สุริยงก็กำลังยืนคุมพนักงาน 4-5 คน และสรุปการทำงานอีกครั้ง

“ขอทบทวนอีกครั้งนะคะ ฝ่ายชายจะตั้งขบวนตอนแปดโมงห้าสิบ เครื่องดื่มสำหรับญาติทั้งสองฝ่าย
ขอให้พร้อมที่ห้องจัดพิธีตอนแปดโมงสี่สิบห้า พอญาติทั้งสองฝ่ายเข้าห้องจัดพิธีแล้วจะต้องไม่มีใครเดินเข้าไปเสิร์ฟ
อะไรทั้งสิ้น สำหรับทีมอาหารเริ่มจัดโต๊ะวีไอพีตอนเก้าโมงครึ่งนะคะ  ส่วนคนที่เสิร์ฟด้านนอก ขอให้เดินทั่วงาน”
                                ทุกคนพยักหน้ารับรู้
                                “ถ้าทุกคนเข้าใจกันดีแล้ว แยกย้ายได้ค่ะ”
                                พนักงานแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของแต่ละคนที่ถูกจดสรรไว้  สุริยงหันมาที่โต๊ะจัดอาหารเครื่องดื่ม เห็นกล่องกระดาษที่ใส่อาหารวางระเกะระกะ จะหันมาสั่งเด็ก แต่ทุกคนก็ยุ่งเตรียมงานของตัวเอง สุริยงเลยเดินไปเก็บกล่องเอง จังหวะที่ก้มลงเก็บพอเงยขึ้นมาก็เกิดอาการวิงเวียน สุริยงเซนิดๆ เหมือนหน้าจะมืด ทันใดนั้นเอื้อเดินมา แล้วปราดเข้ามาประคองได้ทันเวลาพอดั
                                “หนูเล็ก เป็นอะไรหรือเปล่า?”
                                “หน้ามืดน่ะค่ะ  สงสัยเมื่อคืนจะนอนน้อย ตื่นเช้า”
                                เอื้อมองด้วยความเป็นห่วง “นอนไม่หลับเหรอ?”
                                สุริยงชะงักนิดๆ แต่พยายามทำเป็นปกติ
“ค่ะ เป็นห่วงว่าจะเตรียมงานผิดพลาดน่ะค่ะ ก็เลยกังวลนอนไม่ค่อยหลับ เอ่อ สุฝากคุณเอื้อไปดู
ความเรียบร้อยด้านในได้มั้ยคะ? ไม่ทราบว่าคุณเกนแต่งตัวเสร็จหรือยัง? เห็นขบวนเตรียมพร้อมแล้ว อีกสักพักคงจะ
เดินมาแล้ว”
เอื้อพยักหน้ารับ แล้วตั้งท่าจะเดินไป แต่ก็อดไม่ได้ที่หันกลับมามองด้วยความเป็นห่วง
                                สุริยงโล่งอก ถอนหายใจเบาๆ ลึก ๆ แล้วก็ใจหาย และรู้สึกหวั่นไหวกับการหมั้นของเขมชาติกับ    เกนหลงอยู่เหมือนกัน แม้จะพยายามไม่แสดงออกก็ตาม
 
                                ชนะยืนคุมไก่กับไข่ และฮันนี่ ที่แต่งชุดไทยแบบเด็กๆ อยู่ข้างๆ   มีคนมารุมถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสามคนแข่งกันโพสต์อย่างน่ารัก เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อย่างครึกครื้น
                                ชนะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ลูกพ่อจัดเต็มจริงๆ”
                                ห่างออกไปเล็กน้อย อรทัย และวนิตากำลังเดินเข้ามาภายในงาน  อรทัยหันมาเห็นก็เบ้หน้า
                                “ไอ้เด็กบ้าพลัง ไม่เห็นมันจะน่ารักตรงไหน ถ่ายรูปกันทำไมไม่รู้”
                                วนิตา มองไปรอบๆงาน แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงเจืออิจฉา “งานก็จัดดูดีนะ เล็กไปหน่อย แต่ก็พอดูได้”                            จากนั้นก็สะดุดเข้ากับสุริยง
                                “อรๆ  ดูนั่นสิ แม่เลี้ยงเธอไม่ใช่เหรอ  แล้วนางไปเก็บขยะ เก็บกล่องอะไรอยู่ตรงนั้น”
                                วนิตาชี้ไปที่ซุ้มอาหาร  เห็นสุริยงกำลังเก็บกล่องเตรียมเอาไปทิ้ง  อรทัยเบ้ปาก
“สร้างภาพ  คงอยากจะเรียกคะแนนความสงสารหล่ะสิน่าสมเพช”
                                เขมชาติเดินมาได้ยินพอดี ก็ชะงักกึก ในขณะที่วนิตาหันมาเห็นเขมชาติ ที่เดินมากับวิบูลย์ และสมคิด  ก็กรี๊ดกร๊าดขึ้นมาอย่างมีจริต
“อุ๊ยตาย เขม ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ สุดท้ายก็โดนจับ เอ้ยเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาสักที”
วิบูลย์ชักสีหน้านิดๆ “ขอโทษนะครับ งานนี้เป็นงานส่วนตัว ถ้าไม่มีบัตรเชิญ เข้าไม่ได้นะครับ”
วนิตาชูบัตรขึ้นทันที
“ถ่างตาดูให้ดีๆ เนี่ยเขาเรียกว่าอะไรไม่ทราบ”
                                วิบูลย์จะอ้าปากพูดต่อ แต่สมคิดรีบห้ามไว้ อรทัยตัดบทด้วยความรำคาญ
“วันนี้อรมาในนามของญาติฝ่ายหญิง ขอตัวเข้าไปนั่งรอข้างในนะคะ อรกับพี่อัมขอแสดงความยินดี
ด้วยนะคะ  แล้วก็ขอให้งานวันนี้ผ่านไปได้โดยราบรื่น”
                                อรทัยอวยพรเหมือนจะแช่ง แล้วก็เดินเข้างานไป วนิตายิ้มให้เขมชาติ ก่อนจะเบ้หน้าใส่วิบูลย์แล้วก็เดินตามอรทัยไป
                เขมชาติมองไปที่สุริยง ที่กำลังเก็บกล่องยกไปทิ้งหลังบ้าน แววตาสงสารจับใจ สมคิดมองอย่างรู้ใจ
                                “คุณเขมครับ ไปตั้งขบวนได้แล้วครับ ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว”
                                เขมชาติพยักหน้า สมคิดกับวิบูลย์เดินนำไป ในขณะที่เขมชาติยังมองสุริยงไม่วางตา
                                สุริยงเดินไปหลังบ้าน  เขมชาติเดินตามสมคิดไปได้สองก้าว ก็แพ้ใจตัวเอง หันไปอีกทางแล้วก็เดินตามสุริยงไป
 
                                เกนหลงยืนอยู่ในชุดไทยสวยงาม มีคนช่วยแต่งตัว คอยเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย ทว่าใบหน้ายังคงมีร่องรอยของความตึงเครียด
                                พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น เอื้อเปิดประตูเข้ามา ถึงกับตะลึง
                                “ว้าว”
                                เกนหลงหันไป  ยิ้มนิดๆ  เอื้อเดินมาหา คนช่วยแต่งตัวค่อยๆ ทยอยเดินออกไป
                                “สวยมากๆ”
                                “ขอบคุณค่ะ”
“ขอถ่ายรูปส่งไปให้คุณยายดูหน่อยนะ คุณยายกำชับนักหนาว่าต้องส่งรูปให้ดูให้ได้”
                                เอื้อหันกล้องมา ครั้นเห็นว่าเกนหลงหน้าตาไม่สดใส เอื้อก็ลดกล้องลง 
“เกน” เอื้อเดินมาและจับมืออย่างอบอุ่น “จำไว้นะ ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ ผลจะออกมาเป็นยังไง
เกนยังมีพี่อยู่ข้างๆ เสมอ”
                                เกนหลงมองหน้าเอื้อด้วยความอบอุ่นใจ  เสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงป้าเดินเข้ามา เกนหลงหันไป
                                “หนูเกนพร้อมยังลูก ขบวนเริ่มตั้งแล้ เดี๋ยวป้าพาไปห้องเก็บตัว”
                                เกนหลง                สูดลมหายใจ “พร้อมค่ะ” จากนั้นก็หันมาทางเอื้อ “ขอบคุณมากนะคะพี่เอื้อ”
                                เอื้อจับมือไว้ และเลื่อนมืออีกข้างมาจับแก้ม  ทำเหมือนเกนหลงเป็นเด็กๆ
                                “ยิ้มไว้นะ”
                                เกนหลงพยักหน้า พลางพยายามจะฝืนยิ้ม แล้วก็เดินตามหญิงป้า ที่เดินไปพูดไป
                                “เดี๋ยวพอให้สินสอดเสร็จแล้ว ป้าจะเดินมารับหนูที่ห้องเก็บตัวนะ”

                เกนหลงพยักหน้ารับทราบ เอื้อมองตามไปด้วยความเป็นห่วง

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 21 (ต่อ)

ทางด้านขบวนขันหมากด้านหน้า ก็ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ทุกคนในขบวนยืนกันพร้อมหน้าพร้อมตา

                                สมคิด หันมาเช็คความพร้อมเป็นครั้งสุดท้าย “ทุกคนประจำตำแหน่งแล้วนะ”
                                ทุกคนขานรับพร้อมกัน  ยกเว้นวิบูลย์
                                “ยังครับ คุณเขมครับ คุณเขมหาย”
                                สมคิดตกใจ หะ?
                                “คุณเขมหาย หายไปได้ยังไง?”
 
                                หญิงป้าพาเกนหลงเดินเข้ามาเก็บตัวภายในห้อง  ที่ถูกปิดม่านไว้จนทึบ ภายนอกมองเข้ามาไม่เห็น แต่ด้านใน สามารถมองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจน
                                “หนูเกนรออยู่ในนี้นะ ไม่ต้องตื่นเต้นนะจ๊ะ เดี๋ยวป้ามาพาตัวออกไป”
                                เกนหลงฝืนยิ้ม “ค่ะ”
                                เมื่อหญิงป้าและคนรับใช้เดินออกไป เกนหลงยืนอยู่เพียงลำพังภายในห้อง  พลางหันไปมองตัวเองใน
กระจก แล้วก็ครุ่นคิด
                                ในขณะเดียวกันสุริยงเดินมาพร้อมกับกล่องเปล่า กำลังจะทิ้งที่จุดทิ้งขยะ ทันใดนั้นเสียงเขมชาติก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“วดี”
                                 สุริยงชะงัก  เกนหลงก็ชะงัก หันไปด้วยความแปลกใจ
                                สุริยงหันมาเห็นเขมชาติยืนอยู่ ก็รีบหันหลังจะเดินหนี  ในขณะที่เกนหลงขยับตัว  เดินเข้ามาใกล้ ตาเพ่งมองไปที่เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นหลังม่าน. ยามนี้เกนหลงเหมือนคนดูที่กำลังมองละครฉากสำคัญที่กำลังดำเนินอยู่ในโลกความเป็นจริง
                                 เขมชาติรีบวิ่งมาจับมือสุริยง
                                “วดี อย่าเพิ่งไป”
                                 มือเขมชาติจับข้อมือสุริยงไว้แน่น  เกนหลงกำมือแน่น ใจสั่น
                                 เขมชาติดึงสุริยงไว้  “คุณจะหนีผมไปไหนอีก ผมรู้ความจริงหมดแล้ว”
                               
สุริยงสะบัดมือ “ความจริงอะไรของคุณ?”
                                “คุณยังเก็บทุกอย่างระหว่างเราไว้อย่างดี  คุณเพิ่งจะทิ้งมันเมื่อคืน คุณพยายามจะตัดใจจากผมใช่มั้ย”วดี”
                                สุริยงช็อก คิดไม่ถึงว่าเขมชาติจะเห็นสิ่งที่ทิ้งไป  เช่นเดียวกับเกนหลง ที่ช็อกไม่แพ้กัน
                                สุริยงพยายามกลั้นใจ ทำใจแข็ง พูดเสียงหนักแน่น ไม่ยอมรับ
                                “ฉันไม่ต้องพยายาม  เราสองคนไม่มีอะไรต่อกันอีกแล้ว”
                                เกนหลงเจ็บ จนน้ำตาปริ่มจะไหล.‘นี่มันอะไรกัน’
                                “มันจบแล้ว อะไรที่ฉันทิ้งแล้ว แปลว่าฉันไม่ต้องการมัน และที่ฉันเก็บไว้ ก็ไม่ได้เก็บเพราะความพิศวาส แต่เก็บเพราะฉันลืมทิ้ง ถ้าเห็นก่อนหน้านี้ ฉันก็ทิ้งไปนานแล้ว”
“ผมไม่เชื่อ”
                                “ไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ หยุดตอแยฉันได้แล้ว” 
                                เขมชาติเสียงสั่น  “ผมหยุดไม่ได้ ผมลืมคุณไม่ได้จริงๆนะ วดี”
                                 เกนหลงยืนอึ้ง คำพูดนี้มันทิ่มลงที่กลางใจเธออย่างแรง ความเจ็บจนชามันเป็นเช่นนี้เอง
                                 สุริยงตัดบท ใจแข็งสุดๆ
                                “ไม่ลืม ก็ช่วยไม่ได้ เพราะสำหรับฉัน มันไม่มีอะไรน่าจดจำอีกต่อไป”
                                ทันใดนั้นเสียงวิบูลย์ดังขึ้น
                                “คุณเขม”
                                สุริยงรีบสะบัดหน้า และเดินหันหลังออกไปอย่างเร็ว  ทิ้งให้เขมชาติยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม   วิบูลย์รีบเดินมาหา  ไม่ทันเห็นสุริยงที่เดินหลบออกไป
“โธ่ มาอยู่ตรงนี้นี่เอง ตามหากันให้ขวั่ก  ได้เวลาเคลื่อนขบวนแล้วครับ ไปครับ เดี๋ยวไม่ทันฤกษ์”
                                วิบูลย์รีบลากตัวเขมชาติไป ทั้งที่เขมชาติยังค้างคาใจและอึ้งอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น
                                ครั้นเดินหลบมาที่มุมตึก ลับตาคน สุริยงก็ถึงกับเเซจนแทบทรุด ต้องยันกำแพงไว้ พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไม่แพ้กัน
                                สุริยงยืนพัก สูดลมหายใจลึกๆ กลั้นอารมณ์ กลั้นน้ำตา กลั้นความรู้สึกไม่ให้หวั่นไหวมากไปกว่านี้
                                ในขณะที่เกนหลงค่อยๆ ร่วง ทรุดลงไปนั่งกับพื้น หมดเรี่ยวหมดแรง
                               
                                ขบวนขันหมากของเขมชาติค่อยๆเคลื่อนมาสวยงาม นำโดยสมคิด และมีไก่กับไข่เดินประกบ   เขมชาติเดินต่อมา ทว่าใบหน้ายังคงครุ่นคิด  และคาใจอยู่กับสุริยง

ภายในบ้านเอื้อยืนอยู่ในงานที่บริเวณซุ้มดอกไม้ ญาติผู้ใหญ่นั่งรอพร้อมเพรียง อรทัย วนิตา นั่งรวมอยู่ในแขกวีไอพีอีกมุมหนึ่ง  ชนะยืนอยู่กับฮันนี่รอรับขันหมากด้านหน้า  มีญาติผู้ใหญ่คู่หนึ่งยืนอยู่ด้วย
                                 
สุริยงเดินเข้ามายืนข้างๆเอื้อ โดยเว้นที่ตรงกลางไว้สำหรับเกนหลงเดินออกมา สีหน้าของสุริยง ยังเต็มไปด้วยร่องรอยของความไม่สบายใจ  เอื้อหันมาเห็น  แล้วก็มองด้วยความสงสัย ก่อนจะทำมือถามว่า “โอเคมั้ย?” สุริยงพยายามพยักหน้าและทำมือกลับว่า “โอเค”
                                 เขมชาติเดินเข้ามาพอดี หันไปเห็นสุริยงยืนคู่กับเอื้อ ก็ชะงักกึก ชักสีหน้าไม่พอใจ และยืนนิ่งค้างอยู่จนวิบูลย์ต้องดันตัวให้เดินเข้าไปในบริเวณที่วางของหมั้น
                                หลังจากที่ฮันนี่รับขันหมากเรียบร้อยแล้ว ชนะก็พามาเดินเข้ามายืนข้างสุริยง วนิตารีบสะกิดให้อรทัยดูสุริยงที่ยืนประกบด้วยผู้ชายสองคน อรทัยเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
                                 เขมชาตินั่งลง พอหันไปเห็นว่าชนะกับเอื้อยืนประกบสุริยงอยู่ก็เจ็บแปลบขึ้นมาทันที พลางเพ่งมองอย่างลืมตัว จนสมคิดต้องสะกิด
                                “คุณเขม”
                                เขมชาติพยายามละสายตาจากสุริยงอย่างยากลำบาก
                                สมคิดพูดเข้าพิธี
                                “นี่ก็ได้ฤกษ์แล้ว ผมในฐานะที่เป็นเถ้าแก่ของคุณเขมชาติ ก็ขอเป็นตัวแทนมอบสินสอดทองหมั้นให้
ฝ่ายหญิงนะครับ”
 
                                ในขณะที่ด้านใน เกนหลงยังนั่งอยู่ที่เดิม อึ้ง และช็อกไม่หาย
                                เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น เกนหลงรีบปาดน้ำตาและทำตัวปกติ  หญิงป้าเปิดประตูเข้ามา
                                “หนูเกน ไปจ้ะ”
                                หญิงป้ารีบเดินเข้ามาและพาตัวเกนหลงออกไป โดยไม่ทันสังเกตความผิดปกติ เกนหลงโดนจูงตัวไป ทั้งที่ยังช็อกอยู่
                                เกนหลงเดินตามหญิงป้ามาด้วยความสับสน เหมือนร่างลอยๆ ไม่รู้ตัว
                                เมื่อเดินออกมาที่ซุ้มดอกไม้ และเห็นสุริยงยืนอยู่ เกนหลงมองหน้าสุริยง ด้วยแววตา ที่เต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมาย
                                 เกนหลงเปิดตัวออกมาด้วยความสวยสง่า ทว่าใบหน้ากลับไม่มีความสุข
                                หญิงป้าเดินแยกไป เกนหลงมองมาที่เขมชาติที่นั่งอยู่กลางงาน ช่างภาพวิดีโอรีบลากสายมาเพื่อจะถ่ายเกนหลงด้านหน้า แต่บังเอิญสายลากเอาโครงเหล็กที่ตั้งซุ้มดอกไม้ ซึ่งด้านมีรูปหัวใจที่ทำจากเซรามิค พลันซุ้มก็ค่อยๆเอนลง เอนลง และก็ล้มครืนลงมา ในจุดที่สุริยงและเกนหลงยืนอยุ่พอดี  เขมชาติที่ร้องขึ้นด้วยความตกใจ
                                “ระวัง”
                                เกนหลง สุริยง หันไปที่ซุ้มดอกไม้พร้อมกัน เสียงร้องจากคนรอบๆ ดังระงม
 
                                เกนหลงมีคนยื่นมือมาดึงให้หลบพ้นซุ้มพอดี ในขณะที่มีอีกคนพุ่งมาที่สุริยงและเอาตัวเข้าบังปกป้องไว้ ทั้งสองคนล้มลง ศรีษะของชายคนนั้นกระแทกลงที่พื้นอย่างแรง
                                เกนหลงหันไปมอง เห็น เขมชาติที่กอดปกป้องสุริยงล้มอยู่ที่พื้น ในขณะที่ผู้ชายที่ดึงมือเธอให้หลบพ้นจากซุ้มดอกไม้คือ เอื้อ
                                เกนหลง อึ้ง
                                สมคิด ที่ได้สติก่อนใคร รีบพูดขึ้น
                                “ช่วยกันยกซุ้มดอกไม้ขึ้นก่อนครับ”
                                จากนั้นวิบูลย์ ชนะ และผู้ชายที่อยู่แถวนั้นรีบพุ่งเข้าไปช่วยยกซุ้มดอกไม้ที่ทับอยู่บนตัวเขมชาติขึ้นด้วยความตกใจ เกนหลงมองดูภาพเขมชาติที่กอดสุริยง อย่างคนหัวใจสลาย
                                เกนหลงได้คำตอบในใจที่ชัดเจน พลางเบือนหน้าหนี  เม้มปากแน่นแล้วก็ดึงมือออกจากเอื้อ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องเก็บตัว เอื้อมองตามด้วยความเป็นห่วง คุณพจน์รีบเดินมาหาจะเดินตามไป เอื้อรีบหันมาบอกอย่างสุภาพ
                                “ผมขอเป็นคนดูแลเกนเองครับ”
                                คุณพจน์อึ้ง หากเมื่อเห็นแววตาเอื้อ แล้วก็ยอมพยักหน้าอนุญาต เอื้อรีบเดินตามไป คุณพจน์หันมาดูความวุ่นวายตรงหน้า
                                ช่างภาพวิดีโอ ตกใจ  รีบลนลานมาขอโทษขอโพย
                                “ผมขอโทษนะครับพี่ ผมขอโทษจริงๆ ผมรีบไปหน่อยมองไม่เห็น ผมขอโทษนะครับ”
                                วิบูลย์รีบโบกมือห้าม          “เออๆๆ อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย ช่วยกันยกขึ้นก่อน”
                                ทีมคนถ่ายวิดีโอช่วยกันยกซุ้มดอกไม้ขึ้น วิบูลย์และชนะช่วยกันพยุงเขมชาติที่หมดสติ   สุริยงค่อยๆยันตัวขึ้น งงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
                                สมคิดหันมาพูดกับคุณพจน์
                                “เดี๋ยวผมพาคุณเขมไปโรงพยาบาลก่อนนะครับ สลบไปเลย ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง”
                                วิบูลย์เสนอตัว      “ผมไปด้วย”
                                จากนั้นทั้งสองคน ก็เดินตามเจ้าหน้าที่ ที่พาตัวเขมชาติออกไป
                                ชนะหันมาจับมือสุริยงที่นั่งมึนอยู่ให้ลุกขึ้น สุริยงมองหาเกนหลงด้วยความเป็นห่วง
                                “คุณสุ เป็นยังไงบ้างครับ ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
                                “ไม่ค่ะ   คุณเกนหลงหล่ะคะ”
                                คุณพจน์เดินตรงเข้ามาหาสุริยง “ไม่ต้องห่วงเกน คุณช่วยดูแลความเรียบร้อยข้างนอกก็แล้วกัน ต้อง
ขอโทษสำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนะครับ ระหว่างนี้ผมขอเชิญทุกท่านรับประทานอาหารด้านนอกก่อนนะครับ ขอบคุณ
มากครับ”
                                คุณพจน์มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความหนักใจ .แล้วก็เดินไปหาญาติผู้ใหญ่ที่จับกลุ่มคุยกันด้วยความ
ตกใจ
                                ฮันนี่ เดินนำไก่ กับไข่มาหาชนะ กับสุริยง
                                “น้าสุคคะ น้าสุเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? เจ็บมั้ยคะ?”
                                “ไม่ค่ะ ขอบใจมากจ้ะ”
                                จากนั้นก็หันมาพูดกับชนะ “สุฝากคุณชนะพาเด็กๆ ไปหาขนมทานข้างนอกนะคะ สุขอตัวไปดูแลแขก
ท่านอื่นก่อน เรียบร้อยแล้วจะรีบตามไป”
                                “ครับ ไปครับเด็กๆ หิวกันหรือยัง?”
                                ไก่ กับไข่ และฮันนี่พูดขึ้นพร้อกัน “หิวแล้วค่ะ / ครับ”
                                ชนะพาเด็กๆ เดินออกไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองสุริยง ด้วยแววตาค้างๆ คาๆ ในใจ แล้วก็เดิน
ออกไป
 
                                สุริยงมองรอบๆด้วยความไม่สบายใจอย่างแรง ทันใดนั้นเสียงอรทัยก็ดังขึ้น
                                “เธอคงจะภูมิใจหล่ะสิ ที่ทำให้งานหมั้นของคนอื่นเขาพังยับเยินขนาดนี้”
                                สุริยงหันมาเผชิญหน้ากับอรทัย และวนิตา ที่เดินเข้ามาอย่างตั้งใจหาเรื่องเต็มที่
                                วนิตาเบะปากก่อนจะพูดเหยียด       
                                “ภาพตอนที่เขมชาติพุ่งตัวเข้ามาช่วยเธอ แทนคู่หมั้นตัวเอง ยังติดตาฉันอยู่เลย ไม่ใช่แค่ฉันนะ คงจะ
ติดตาติดใจคนทั้งงาน  เดี๋ยวคงได้มีข่าวเม้าท์ออกมาแน่ๆ”
                                สุริยงมองหน้าอรทัยกับวนิตา อยากจะเถียงใจจะขาด แต่น้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ออก
                                อรทัย ลอยหน้า ปั้นเสียงเป็นคนดี
                                “สงสารก็แต่เกนหลง เลี้ยงงูพิษไว้ใกล้ตัว สุดท้ายก็โดนแว้งกัดปางตาย”
                                วนิตาพลอยผสมโรง “แต่ก็แอบสมน้ำหน้านะ  เราพยายามเตือนก็ไม่ฟัง ทำเป็นมั่นใจ  สุดท้ายผู้หญิง
เพอร์เฟคแสนดี ก็ต้องพ่ายแพ้มารยาแม่หม้ายใจกล้าหน้าเงิน”
                                อรทัยกับวนิตาหัวเราะด้วยความพอใจ แล้วก็เดินอย่างไปอย่างสะใจ

                                สุริยงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม คำพูดของทั้งสองคนแทงใจดำอย่างแรง พลางมองไปรอบๆ งานที่เลอะเทอะและเกลื่อนไปด้วยซากดอกไม้ที่หล่นกระจัดกระจาย และแขกที่จับกลุ่มมองมาที่เธออย่างไม่เป็นมิตร รวมทั้งคุณพจน์สุริยงรู้สึกผิดอย่างแรง พลางปรายตามองเข้าไปในบ้าน ในใจคิดเป็นห่วงเกนหลง 

จบตอนที่ 21 
กำลังโหลดความคิดเห็น...