xs
xsm
sm
md
lg

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 21

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 21

เมื่อมาถึงท่าเรือ พราวพิลาสส่ายตาหาศีล
“เกิดอะไรขึ้น คุณศีลไม่ใช่คนผิดนัด ทำไมไม่มา หรือว่าเกิดเหตุสุดวิสัยกับเขา คุณศีลเป็นอะไรหรือเปล่าคะ พราวเป็นห่วง”
เมี้ยนเดินมาหา แตะแขนพราวพิลาสที่สีหน้าไม่คอยดีกังวลเรื่องศีล
“คุณพราวขา คุณพจน์กำลังจะไปขึ้นเรือแล้วค่ะ ไปให้กำลังใจกันหน่อยค่ะ กำลังน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วงแล้วค่ะ”
“ค่ะ”
พราวพิลาสเดินไปกับเมี้ยน

ศีลแต่งตัวแล้วนั่งนิ่งไม่ไหวติง เมขลาแต่งตัวแล้วเช่นกัน เดินมาหยุดยืนยิ้มตรงหน้าศีล
“อย่างไรเสียตัวคุณก็ต้องเป็นของเมขลาวันยังค่ำ พยายามดึงใจของคุณกลับมาไว้กับเมขลาเสียที เรามีเวลาอีกไม่มากหรอกนะคะ หนึ่งเดือนพอที่จะทำให้เมขลาท้องได้ เพราะฉะนั้นหาฤกษ์แต่งงานของเราได้แล้วค่ะ”
“ไม่” ศีลเสียงเด็ดขาด
“ไม่ใช่สุภาพบุรุษ ก็เชิญทำให้ผู้คนตราหน้าว่าปล้ำผู้หญิง แล้วไม่ยอมรับ หรือว่าจะปล่อยให้เมขลาหอบลูกในท้องของเราไปหาพ่อให้เด็กเอง อย่านึกนะคะว่าเพียงครั้งเดียวแล้วเมขลาจะไม่ท้อง”
เมขลาหันกลับเดินออกไปอย่างผู้ชนะ ศีลนั่งอนาถตนเอง เสียใจ
“เราทำลายตนเองยังไม่พอ เรายังทำร้ายจิตใจคุณพราวที่เรารักที่สุดไปด้วย”
ศีลน้ำตาไหล

พราวพิลาสกอดพจน์ล่ำลา
“คุณพจน์ขอให้โชคดีนะน้อง ขอให้ประสพความสำเร็จกลับมาเป็น มิ่งขวัญให้นายแม่ แม่เดือน แม่ดาชื่นใจนะ พี่รักคุณพจน์นะ”
พจน์น้ำตาร่วงพรู
“ขอบพระคุณมากครับคุณพราว ผมก็รักคุณพราว รักนายแม่ รักทุกคน ผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ลาก่อนครับ”
“ลูกพจน์ แม่...แม่ ใครจะดูแลหาข้าวซักผ้ารีดผ้า ห่มผ้าให้ลูก โธ่” เดือนเป็นห่วงลูกมาก
“ใครจะจัดเสื้อผ้าให้ไปเรียน ใครจะพาไปโรงเรียน” ดาน้ำตาไหล
“แม่เดือน แม่ดาจ๋า คุณพจน์เขากินอยู่ในโรงเรียน เขาเป็นหนุ่มแล้ว ฉลาดเสียด้วย ไปแป๊บเดียวเขาก็เดินปร๋อทั่วลอนดอนแล้ว” เมี้ยนปลอบ
“ใช่ครับป้าเมี้ยนพูดถูก แม่กับป้าอย่าห่วงพจน์ กลับไปดูแลนายแม่เถิดครับ”
พจน์ผละจากสองคน ตัดใจกลั้นน้ำตาเดินออกไป ดากับเดือนกอดกันร้องไห้

แพรวพรรณรายมุดอยู่ในห้องเก็บของใต้ท้องเรือมีผ้าใบคลุม เธอเปิดผ้าใบออกมา
“เหม็น อึดอัดหายใจไม่ออก นี่เราต้องเดินทางนานแค่ไหนกว่าจะถึงลอนดอนของคุณป๋านะ แต่ข้ามคืนเดียวก็หิวจนท้องกิ่ว โอ๊ยหิว ถ้าออกไปไม่ได้มิต้องเก็บเศษไม้เศษผ้าแถวนี้กินต่างข้าวกันหรือ”
แพรวพรรณรายเริ่มวิตก

ศีลยังคงนั่งจมที่เดิม มีเสียงเคาะห้อง
“ใคร”
“เอาของมาส่งขอรับ”
“เชิญ ประตูไม่ได้ล๊อค”
พนักงานเข้ามาพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง
“ของคุณเมขลาขอรับ เธอให้เอามาไว้ที่ห้องของท่าน เธอบอกเลิกห้องพักของเธอแล้วขอรับ”
ศีลเงียบไม่มีแก่ใจจะโต้ตอบพูดจากับใคร พนักงานรีบวางกระเป๋าเมขลาแล้วรีบออกไป
“เมขลา...คนใจร้าย ทำไมเธอช่างใจร้ายนักหนา”
ศีลเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของตนเอง หยิบกระเป๋าออกมา แล้ววาง

เมขลาไหว้คุณหญิงสะบันงา กับคุณหญิงศรี ทำท่านอบน้อมน่ารัก
“เมขลามากราบค่ะ”
“คุณพริ้มไปสกลนครยังไม่กลับมาหรอกหนู” คุณหญิงสะบันงาบอก
“หนูทราบค่ะ”
คุณหญิงศรีหันมามองหน้าเมขลา
“คุณศีลเขาก็ไม่ได้มาที่นี่หรอกนะ”
“หนูทราบค่ะ”
เมขลาเผลอหัวเราะเยาะออกมานิดหนึ่งแล้วรีบหุบ เธอครุ่นคิดในใจ
“เพราะเขาอยู่กับฉันไงล่ะ ยัยแก่”
คุณหญิงสะบันงามองอย่างสงสัย
“มีอะไรหรือจ้ะหนู”
“หนู...เออ...จะมาขอความกรุณาค่ะ”
คุณหญิงศรีกับคุณหญิงสะบันงาชะงัก
“ขอความกรุณา”
“กรุณาเรื่องอะไรไม่ทราบจ้ะ” คุณหญิงศรีถามอย่างไม่เข้าใจ
“คือ...” เมขลาเห็นพราวพิลาส “พราวพิลาส”
พราวพิลาสเดินเข้ามา
“นายแม่ขา คุณป้าขา พราวกลับมาแล้วค่ะ อ้าว เมขลา...” พราวพิลาสแปลกใจ
“เมขลาเขามาขอความกรุณาจากแม่จ้ะ คุณพราว” คุณหญิงสะบันงาบอก
“ฉันจะแต่งงานน่ะ พราวพิลาส” เมขลาโพล่งออกมา
“แต่งงาน” สามคนชะงัก
“ยินดีด้วยนะเมขลา” พราวพิลาสบอกอย่างจริงใจ
“ฉันจึงมาขอความกรุณาให้คุณหญิงแม่เป็นประธานเรื่องงานแต่งงานให้จ้ะ”
“แล้วพ่อแม่ไม่มีจะให้เป็นประธานหรอกหรือ” คุณหญิงศรถาม
“ท่านเสียแล้วค่ะ ท่าน เออ...ตก...” เมขลามองไปที่หน้าพราวพิลาส รู้ว่าพราวพิลาสรู้จึงไม่โกหกต่อ “ท่านเสียแล้วทั้งสองคนค่ะ”

คุณหญิงสะบันงาสงสาร
“โถ น่าสงสาร เอาเถิดจ้ะ พาว่าที่เจ้าบ่าวมาแนะนำตัวสิ แล้วจะช่วยหาฤกษ์ให้”
“นี่ในฐานะที่เป็นเพื่อนกับพริ้มเพรานะ” คุณหญิงศรีหันไปหาพราวพิลาส “ว่าอย่างไรเล่ายัยพราวมีใครน้ำตานองท่วมท่าเรือบ้าง”
“แม่เดือน แม่ดาค่ะ ป้าเมี้ยนแค่เล็กน้อย แต่ก็ราบรื่นดีค่ะ”
“คุณศีลเล่าจ้ะ ไปที่ท่าเรือไหมลูก” คุณหญิงสะบันงาถาม
เมขลายิ้ม เย้ยหยัน พราวพิลาสส่ายหน้าหงอยๆ
“ไม่ได้ไปค่ะนายแม่ พราวมารายงานเท่านี้ขอตัวนะคะ คุณป้า นายแม่ เมขลา ยินดีด้วยอีกครั้งนะจ้ะ”
“ขอบใจ นายแม่ขา คุณท่านคะ เมขลาขอบพระคุณค่ะ เมขลากราบลาค่ะ”
เมขลาไหว้ทั้งสอง คุณหญิงสะบันงามองเมขลาอย่างเอ็นดู
“หน้าตาเธอยิ้มแย้มแจ่มใสมาก เขาคนนั้นคงเป็นคนดีมากนะจ้ะ”
“ค่ะ ดีมาก ดีที่สุดค่ะ ใครๆก็หมายปองเขาค่ะ”
คุณหญิงศรีมองหน้า
“แต่เขาเลือกเธอ น่าดีใจด้วยแท้ๆ”
เมขลายิ้มอีก สายตามองไปที่พราวพิลาสที่เพิ่งลับพ้นห้องไป

พราวพิลาสดีดเปียโนอยู่ในห้อง เมขลาเดินมาหามองหน้า พราวพิลาสหยุดดีดเปียโน
“คิดว่าเธอกลับไปแล้ว”
“จะมาฝากบอกไปถึงพริ้มเพราว่าฉันทำตามที่เขาแนะนำ และตอนนี้ฉันกำลังจะแต่งงาน”
“ฉันจะบอกคุณพริ้มให้ แต่ไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”
“ฉันเชิญเธอไปงานแต่งของฉัน เชิญพริ้มเพราไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย”
“ยินดีจ้ะ”
พราวพิลาสหันมาเล่นเปียโนต่อ
“เธอจะไม่ถามสักคำหรือว่าใครคือว่าที่เจ้าบ่าวของฉัน”
พราวพิลาสมองหน้าเมขลา แล้วส่ายหน้า
“ไม่จำเป็นต้องถามหรอกจ้ะ เพราะถึงถามไปฉันก็ไม่รู้จักเขาหรอก สู้เอาไว้รอให้เธอแนะนำเขาให้ฉันรู้จักวันงานแต่งดีกว่า”
เมขลาแอบหัวเราะเบาๆอีก
“ไม่คิดหรือว่า...บางทีเขาอาจคือคนที่เธอรู้จัก”
“อย่ามาล้อกันเล่น ฉันจะเล่นเปียโนต่อแล้ว แต่งเพลงค้างไว้”
พราวพิลาสไม่สนใจ หันไปเล่นเปียโนต่อ เมขลาหันกลับยิ้มเย้ยหยันพึมพำ
“น้ำตากำลังจะเช็ดหัวเข่ากันทั้งบ้านยังไม่รู้สึกตัว”
เมขลาเดินออกไป พราวพิลาสเล่นเปียโนไป เธอพึมพำ
“คุณศีลขาทำอะไรอยู่ ทำไมไม่มาหาพราวตามสัญญาคะ”

ศีลถือกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเองออกจากห้อง พลางพึมพำ
“เมขลาเธอใจร้ายเหลือเกิน”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 21 (ต่อ)
ห้องครัวในเรือเงียบสนิท แพรวพรรณรายโผล่หน้ามามองรอบครัวส่ายตาหาอาหาร
“หิวจนไส้แทบขาดมีอะไรให้กินบ้างไหมนะ”
แพรวพรรณรายเดินมาค้นหาของกิน ในที่สุดก็เจอไส้กรอกขนมปัง เธอดึงมายัดใส่ปากเคี้ยวตุ๊ยๆ

เมขลาเปิดประตูเข้ามา ในห้องเงียบสนิท มีเพียงกระเป๋าของเมขลาวางตั้งอยู่
“เขาไปไหน ที่ทำงานก็ไม่ได้ไป ไนต์คลับก็ไม่ได้แวะ”
เมขลาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเสื้อผ้าว่างเปล่า เมขลาอึ้งตะลึง
“เขาไปแล้ว นี่คิดจะหนีกันหรือคุณศีล ให้มันรู้ไปว่าจะหนีฉันพ้นไหม”
เมขลากระแทกประตูตู้เสื้อผ้าปิดดังปัง

ศีลขับรถมาจอดหน้ากำแพงบ้านเจ้าคุณ มองเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงเปียโนดังแว่วมาเบาๆ
“เสียงเปียโนของคุณพราว เราจะกล้ามองหน้าคุณพราวเธอต่อไปได้อย่างไรกัน คำขอโทษยังน้อยเกินไปกับเรื่องราวเลวร้ายที่เราทำกับเธอ”
ศีลหดหู่ใจมาก

แพรวพรรณรายดื่มน้ำอึกใหญ่หน้าตามอมแมม ลูบท้องอย่างสบายใจจะเดินออกไปแล้วนึกได้
“เราต้องกักตุนเสบียงเผื่อเข้ามาที่นี่ไม่ได้อีก”
แพรวพรรณรายหันกลับเปิดตู้หยิบอาหารโกยใส่มือ ทันใดนั้นมีมือมาตะครุบมือเธอไว้ แพรวพรรณรายตกใจมาก
“ขโมย จับขโมยได้แล้ว”
แพรวพรรณรายตกใจมากหันไปมองเห็นพ่อครัวยืนหน้าดุใส่ คนเรือรวบมือแพรวพรรณรายไว้
“เอาหัวขโมยไปโยนทิ้งทะเล”
แพรวพรรณรายตกใจกลัว
“ว๊าย ไม่นะ อย่านะ”
แต่สองคนก็กระชากไป แพรวพรรณรายดิ้นรนเตะถีบสู้

“ไอ้บ้าปล่อยนะ ฉันมาส่งน้องชายแล้วลงเรือไม่ทันต่างหาก”

ศีลนั่งนิ่งหม่นหมองฟังเสียงเปียโนของพราวพิลาสที่ดังแว่วมา
“คุณพราว ชีวิตผมพังทลายหมดแล้วสิ้นแล้ว เพราะโง่เขลา ไม่ระวังตนเอง”
ยามมาเคาะเรียก
“คุณศีลมาจอดหน้าบ้านเป็นนานสองนาน กระผมจะเปิดประตูบ้านให้นะขอรับ”
“เออ...ไม่ต้อง ขอบใจมาก ฉันต้องไปแล้ว”
ศีลสลัดหัวให้หายเกิดสติ แล้วสตาร์ทรถขับออกไป

แพรวพรรณรายถูกจับมายืนตรงหน้ากัปตัน มีคนเรือกับพ่อครัวควบคุมตัวไว้ แต่แพรวพรรณรายก็ไม่ได้ตระหนกหวาดผวาให้เห็น ยังคงปากกล้าเช่นเดิม
“ฉันแค่มาส่งน้องชายขึ้นเรือ แล้วชมเรือเพลินไปหน่อย เรือออกไม่ทันรู้ตัว”
กัปตันจ้องหน้า
“แล้วเหตุใดจึงเอาประเป๋าใบใหญ่มากลงมาชมเรือด้วย”
คนเรือเอากระเป๋าของแพรวพรรณรายมาวางแสดง
“นั่นมันกระเป๋าใส่ของที่นายแม่ของฉันฝากไปให้เลดี้แอนน์ มารี น้องสาวของคุณป๋าฉันต่างหาก”
กัปตันเปิดกระเป๋าออกมา หยิบตุ๊กตาเน่าๆออกมา
“ตุ๊กตาเก่านี่หรือของฝากจากนายแม่อะไรของเธอไปให้เลดี้แอนน์ มารี”
แพรวพรรณรายหน้าเสีย
“ก็ ฉัน...”
ลูกเรือพาพจน์เข้ามา พจน์เห็นพี่สาวก็ตกใจ
“คุณแพรว”
“ช่วยพี่ด้วยคุณพจน์ เห็นไหมว่าฉันมาส่งน้องชายจริงๆ”
พจน์หันไปบอกกัปตัน
“ครับ พี่สาวผมจริงๆ ครับกัปตัน”
กัปตันส่ายหน้า อ่อนใจ
“ช่างซุกซนจนอยากจะโยนลงทะเล ให้เกาะกระเป๋าว่ายน้ำกลับไปเสียจริงๆ”
แพรวพรรณรายยิ้มเข้าไปจับมือพจน์กระซิบ
“ฉันมาส่งเธอจริงๆนะ”
“ขอบคุณมากครับ” พจน์ยิ้มดีใจ
“เธออย่าให้เขาเอาพี่โยนลงทะเลนะ”

“ครับ ผมจะปกป้องคุณแพรวครับ กัปตันครับเธอคือคุณแพรวพรรณราย สมิติภูมิพี่สาวผมจริงๆนะครับ อย่าทำร้ายเธอนะครับ”

กัปตันส่ายหน้า
“ไม่มีใครจับใครไปโยนทะเลง่ายๆหรอกนะ ก็แค่ขู่ พวกเราวิทยุไปเรียกเรือยามฝั่งมารับลูกสาวท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิจอมซุกซนคนนี่กลับไปส่งขึ้นฝั่ง แล้วแจ้งให้ผู้มีหน้าที่พาเธอส่งกลับบ้านท่านเจ้าคุณพ่อของเธอ”
แพรวพรรณรายยกมือไหว้
“ขอบคุณมากค่ะ”
“อย่าริอ่านทำเช่นนี้อีกคุณหนูมันอันตรายมาก ในเรือนี้มีทั้งคนใจดีและใจร้าย ที่พร้อมจะทำร้ายเธอ”
“ค่ะ หนูโชคดีที่พบคนใจดี”
แพรวพรรณรายยิ้มไม่เชื่อ

คุณหญิงสะบันงามายืนหน้าห้องแพรวพรรณราย กับคุณหญิงศรี เมี้ยน ดา เดือน กำลังพากันเคาะเรียก
“ผิดปกติแล้ว มันเงียบเชียบเกินวิสัยยัยแพรวจนน่าสงสัย”
คุณหญิงสะบันงากังวลใจ
“อย่าได้เกิดอะไรขึ้นกับลูกของฉันอีกเลย ฉันทนไม่ได้”
เมี้ยนส่งกุญแจให้
“นี่ค่ะกุญแจ แม่เดือนไขเข้าไปเลย”
เดือนรับมาไข แล้วทั้งหมดก็พากันเข้าไปในห้อง

ในห้องว่างเปล่า มีเพียงเศษผ้าห่มผ้าปูที่นอนที่ขาดเกาะติดกับหัวเตียงตกอยู่ คุณหญิงสะบันงาชี้ไป
“นั่นอะไร”
เมี้ยนปราดไปหยิบมา เดือนตกใจ
“ตายจริง คุณแพรวเธอฉีกผ้ามาผูกแล้ว...”
คุณหญิงศรีหน้าตื่น
“ยัยแพรวปีนหน้าต่างหนีลงไป”
“อกจะแตกตาย คุณแพรวหนีออกจากบ้าน”
ขาดคำคุณหญิงสะบันงาก็เป็นลม คุณหญิงศรีถอนใจ
“เวรกรรม”
ดาวิ่งเข้ามา ตื่นเต้น
“คุณพระประสาร โทรมาขอพูดโทรศัพท์กับคุณหญิงค่ะ”
คุณหญิงศรีจำได้
“เคยได้ยินชื่อ เขาอยู่กระทรวงต่างประเทศนี่นา”
คุณหญิงสะบันงาพยักหน้าให้พวกที่ประคอง
“ปล่อยเถิดเดือน ช่วยไปรับโทรศัพท์แทนฉันด้วย ถามว่าท่านมีอะไรกับฉัน”
“ค่ะ” เดือนรับคำ
คุณหญิงสะบันงาทำท่าจะเป็นลม เมี้ยนประคองไว้
“คุณแพรวโกรธแม่น้อยใจแม่จนหนีออกจากบ้าน นี่ฉันทำร้ายจิตใจลูก ให้คับแค้นจนหนีออกจากบ้านหรือนี่”
“เมื่อคืนเมี้ยนไม่เห็นเธอจะคับแค้นอะไร เธอหน้าระรื่นบังคับให้นายบุญ พาไปซื้อไอศกรีมถึงศาลาเฉลิมไทย”
“อะไรนะ”

คุณหญิงศรี กับคุณหญิงสะบันงาประหลาดใจ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 21 (ต่อ)

ในห้องนั่งเล่น คุณหญิงศรีระเบิดหัวเราะมีเมี้ยนผสมโรง
“โอยขำอะไรปานนี้ นี่เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็นเด็กพิเรนพิลึกถึงเพียงนี้”
“เด็กผู้หญิงเสียด้วยนะคะ ช่างกล้าก๋ากั่นเกินชายอกสามศอก” เมี้ยนเสริม
คุณหญิงสะบันงาขัดขึ้น
“คุณพี่กับพี่เมี้ยนเห็นเป็นขำ ทั้งที่ดิฉันอกจะแตกตายเพราะเด็กคนนี้”
เดือนปลอบ
“คุณพระประสารท่านว่ากำลังจะพามาส่งที่บ้านแล้วค่ะ ขอให้คุณหญิง สบายใจได้ค่ะ”
“จะจัดการอย่างไรกันหนอกับเด็กรั้นคนนี้ ตีเสียให้ปางตายดีไหมคะ” คุณหญิงสะบันงาโกรธ
“ไม่ดีเลย ก็เด็กมันอยากไปลอนดอนไปสืบหารากเหง้าของพ่อมันนี่นา คุณหญิงสะบันงาหัดมีอารมณ์ขันบ้างสิ”
คุณหญิงศรีขัดขึ้น แล้วหันไปสบตาเมี้ยนยิ้มกริ่มทั้งคู่ คุณหญิงสะบันงาหันมาหาเดือน
“เราไปรอคุณพระกันเถิดเดือน แล้วไปช่วยกันกำราบเด็กดื้อ”
“แหม มีแต่คุณแพรวเธอคอยกำราบคนอื่นนะคะ เดือนขอไปแค่เป็นผู้ชมเถิดค่ะ ยอมแพ้เรื่องกำราบค่ะ”
คุณหญิงสะบันงาค้อนเดือน
“ลูกฉันเสียคนเพราะมีคนให้ท้ายเต็มบ้าน”
คุณหญิงสะบันงาเดินออกไป เดือนเดินตามหันมายิ้มแห้งๆกับคุณหญิงศรีและเมี้ยนที่ระเบิดหัวเราะ
“ลูกเจ้าคุณ หลานคุณหญิงศรีมันต้องอย่างนี้สิ ใช้ได้จริงๆ”
“มาดูกันสิว่าเธอจะโดนนายแม่ของเธอกำราบสำเร็จไหมคะ”
สองคนหัวเราะกันต่อ

คุณพระประสารหิ้วกระเป๋าของแพรวพรรณราย มายืนตรงหน้าตึก มีแพรวพรรณรายยืนหลบหลัง
“เออ...ถึงบ้านแล้วครับคุณหนูเชิญเข้าบ้านสิครับ”
“เออ...ขอบคุณมากค่ะ แต่หนูขอความกรุณาช่วยหนูอธิบายให้นายแม่เข้าใจว่ามันไม่มีอะไรน่ากลัวน่าตกใจไม่อันตรายด้วยนะคะ”
“แต่ที่หนูไปนั่นมันตรงกันข้ามมากมันน่ากลัว มันน่าตกใจมันอันตรายมากนะครับ”

คุณหญิงสะบันงากับเดือนเดินออกมา เดือนก้าวไปหา คุณพระประสารมองคุณหญิงสะบันงาตะลึงงัน
“เออ...” คุณพระรำพึงในใจ “นี่หรือคุณหญิงของท่านเจ้าพระยา ทำไมจึงสาวและสวยงามนัก”
“คุณพระประสารใช่ไหมคะ นี่คุณหญิงสะบันงาค่ะ” เดือนแนะนำ
คุณพระประสารยังคงตะลึงค้าง คุณหญิงสะบันงายกมือไหว้
“สวัสดีค่ะ คุณพระ”
คุณพระประสารรับไหว้
“เออ...สวัสดีขอรับคุณหญิง กระผมพาลูกสาวมาส่งให้ขอรับ”
คุณหญิงสะบันงามองเลยไปที่แพรวพรรณราย ที่ยังคงหลบด้านหลัง
“ขอบพระคุณมากค่ะ คุณแพรวอย่ามัวหลบหลังคุณพระรีบเข้าเรือนไปรอแม่เดือนจ้ะ เดือนพาคุณแพรวไปทีจ้ะ”
“เชิญค่ะคุณแพรว แม่เดือนจะหิ้วกระเป๋าให้เองค่ะ”
แพรวพรรณรายรีบทำน่ารัก
“ไม่ต้องหรอกแม่เดือนแพรวแข็งแรงกว่าหิ้วเองได้จ้ะ” แพรวพรรณรายกระซิบเดือน “นายแม่มองมาตาเขียวปั่ด แพรวไม่กล้าสบตาเลยค่ะ”
“ก็รีบหลบไปไวๆสิคะ”
แพรวพรรณรายรีบฉวยกระเป๋าฉุดเดือนเดินหลบๆเลี่ยงให้ห่างคุณหญิงสะบันงาเข้าไว้
“เชิญคุณพระที่ห้องรับแขกค่ะ”
คุณพระดูเงอะงะ เอาแต่จะมองหน้าคุณหญิงสะบันงาจนเดินผิด

คุณหญิงสะบันงา คุยกับคุณพระในห้องรับแขก
“ขอบคุณคุณพระมาก และฝากขอบคุณไปยังกัปตันเรือลำนั้นด้วยค่ะ”
“กระผมยินดีและเต็มใจรับใช้เสมอนะขอรับ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณพระ ต้องขอประทานโทษที่รบกวนและทำให้วุ่นวายกันไปทั่ว”
“แต่กระผมถือว่าเป็นความวุ่นวาย ที่ก่อให้เกิดโชคดีที่ได้มาพบกับคุณหญิง ขอรับ”
คุณหญิงสะบันงาชะงัก
“เออ...”
“ถ้า เออ...ถ้ามีโอกาสผมขอแวะมาเยี่ยมเยียนบ้างได้ไหมขอรับ”
“เชิญค่ะ”
“ขอบคุณมากขอรับ”
คุณพระประสารจ้องเอาจ้องเอา คุณหญิงสะบันงาวางหน้าไม่ถูก แต่ทำนิ่งสงบที่สุด

แพรวพรรณรายมองประตูห้องกำลังจะถูกเปิด เธอรีบล้มตัวลงนอนหลับตาดึงตุ๊กตามากอด คุณหญิงสะบันงาเข้าไปในห้องแพรวพรรณราย หมายจะเข้าไปเล่นงาน

“คุณแพรว แม่ต้องอบรมลูกยกใหญ่แล้วนะ”

คุณหญิงสะบันงาชะงักมองแพรวพรรณรายใส่ชุดนอนกอดตุ๊กตาหลับพริ้มก็ถอนใจ ที่จะมาเล่นงานกลับกลายเป็นเข้าไปลูบผม
“ถ้าคุณป๋ายังอยู่คงภูมิใจในความกล้าหาญชาญชัยของคุณแพรว ช่างไม่รู้บ้างหรือว่าแม่ห่วงใจจะขาด อกจะแตกตาย ช่างไม่รู้หรือว่าแม่กำลังวางแผนให้หนูไปลอนดอนเช่นกัน”
คุณหญิงสะบันงาก้มลงไปทั้งกอดเบาๆและจูบลูก
“โถคงเหนื่อยมามากจนเพลียหลับ กู๊ดไนท์ จ้ะลูกรัก”
คุณหญิงสะบันงาถอยออกไป แพรวพรรณรายแอบหรี่ตามองไล่หลังยิ้มรำพึงในใจ
“นายแม่จะส่งเราไปลอนดอน นายแม่ไม่โกรธแต่ห่วงเรา นายแม่รักเราไม่น้อยกว่าคนอื่น แพรวไม่ดื้อแล้วค่ะนายแม่”
แพรวพรรณรายลุกขึ้นมานั่งยิ้มทั้งน้ำตา

วันใหม่...พริ้มเพรากลับมาบ้านโดยอุดรพามาส่ง สองคนมาไหว้คุณหญิงสะบันงา
“กลับมากันแล้ว อิ่มบุญกันมาเต็มที่ใช่ไหมคะหมอ คุณพริ้ม”
“ค่ะ พริ้มไปกราบอาจารย์หลายท่านค่ะ ช่างเป็นสิ่งประเสริฐในชีวิตเหลือเกินค่ะนายแม่”
“ขอบใจมากหมอที่ดูแลลูกสาวให้อย่างดี”
“คุณพริ้มเธอดูแลตัวเองได้ดีมากขอรับ เดินเท้ากินอาหารง่ายๆ ทำได้ทุกอย่าง เดินทางไกลเพื่อไปกราบท่านอาจารย์” อุดรยิ้ม
“วันหลังให้พริ้มไปอีกนะคะนายแม่”
คุณหญิงสะบันงาพยักหน้า
“จ้ะ แต่ว่าตั้งแต่กลับมาจาก นอกลูกยังไม่เคยไปดูห้างของเราเลยนะ”
“พริ้มไม่ต้องห่วง เพราะคุณศีลเธอดูแลเรียบร้อยทุกประการไม่มีขาดตกบกพร่องค่ะ”
“กระผมกราบลาขอรับ”
อุดรไหว้แล้วถอยออก คุณหญิงสะบันงาหันมาบอกพริ้ม
“ตอนลูกไม่อยู่ เมขลามาบอกแม่ว่าให้ช่วยเป็นประธานจัดงานแต่งให้เขา เขาจะแต่งงาน”
พริ้มเพรายิ้มไม่ตกใจ
“เมขลาจะแต่งงาน อ้อ ช่างรวดเร็วเหลือเกินนะคะ”
“คุณพริ้มไม่แปลกใจเรื่องแต่งงานของเขาหรอกหรือลูก”
พริ้มเพราส่ายหน้า
“ไม่แปลกใจค่ะ แถมดีใจด้วยซ้ำค่ะ”
พราวพิลาสเดินยิ้มเขามากอดพี่สาว
“พราวก็ยินดีกับเขาด้วยเช่นกันค่ะ”
“คุณพริ้มรู้ว่าเขาจะแต่งงานกับใครใช่ไหมคะ” คุณหญิงสะบันงาถามอย่างอยากรู้
“ค่ะ ถ้าพริ้มเดาไม่ผิด หรือไม่เข้าใจผิด คนที่เขาจะแต่งงานด้วยคือคุณศีลค่ะ”
คุณหญิงสะบันงากับพราวพิลาสตะลึง
“คุณศีล”
พราวพิลาสส่ายหน้าร้องไห้
“ไม่จริง ไม่เชื่อ ไม่จริง คุณพริ้มเข้าใจผิด”
พราวพิลาสร้องไห้วิ่งหนีไปจากห้อง คุณหญิงสะบันงายังนั่งอึ้งไม่หาย

“นี่มันอะไรกันอีก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณพราวของแม่อีกแล้ว”
“ทำไมหรือคะนายแม่ มีอะไรหรือคะ” พริ้มเพราเริ่มเอะใจ
“คุณพราวบอกแม่ว่าเธอกับคุณศีลรักกัน”
“นายแม่ คุณพราว”
พริ้มเพราถึงแก่ตะลึงไปอีกคน
“นี่พริ้มทำอะไรลงไป กับความรักของคุณพราวและคุณศีล”

คุณหญิงสะบันงาน้ำตาคลอ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 21 (ต่อ)

พราวพิลาสนั่งร้องไห้อยู่ในห้องเปียโน

“ทำไม ทำไม จึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ พราวไม่มีวันเชื่อว่าคุณศีลหลอกลวงพราว แต่...”
คุณหญิงสะบันงาเดินเข้ามา โอบกอดพราวพิลาสไว้แนบอก
“แต่อะไรอะไรในโลกมันผันแปรไปได้ทุกอย่าง แม้ว่ามันไม่น่าเชื่อแต่ถ้ามันจริง เราก็ต้องยอมรับและเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ลูกรักของแม่”
“เขาแสนดีกับพราวมาตลอดเวลา แล้วกลับมาทำเช่นนี้กับพราวได้ถึงเพียงนี้ ทำไมคะ”
“ทำไมคุณศีลคงรู้อยู่แก่ใจตนว่าทำไม...”
“พราวเจ็บปวด พราวเจ็บช้ำ เรื่องเก่ายังไม่ทันจางหาย เรื่องใหม่กับเจ็บปวดกว่า”
“แม่รู้ แม่เข้าใจ ทูนหัวของแม่ แม่เจ็บปวดยิ่งกว่าคุณพราวมากมายนัก”
พราวพิลาสร้องไห้กับอกแม่

ศีลนั่งทำงานในห้องห่อเหี่ยวแทบไม่มีแก่ใจ
“คุณพราวครับเพราะผม เพราะผมโง่เขลา ไม่เคยระวังตัว ปล่อยตัวให้ตกเป็นเหยื่อของคนใจร้าย ที่จ้องหาโอกาส”
ศีลถอนใจซ้ำๆ

คุณหญิงสะบันงากอดพราวพิลาสไว้แนบออก
“นายแม่เชื่อว่าคุณศีลไม่ใช่เคนเหลวไหลเหลาะแหละ มาหลอกลวงลูกสาวของแม่ แต่อาจมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องเป็นไปเช่นนั้น”
“เขาใจร้าย เขาใจร้ายกับพราวทั้งที่เคยใจดีกับพราวมาตั้งแต่พราวจำความได้ เขาใจร้ายกับพราวเพียงชั่วข้ามคืน พราวอยากรู้เหตุผล”
“คุณพริ้มกำลังไปพบเขาและเมขลา เพื่อสอบถามความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เข้มแข็งไว้นะลูกรักของแม่”
“ค่ะ แต่มันกะทันหันจนพราวไม่ทันตั้งรับ หรือว่าพราวฝันไปเองคิดไปเองพูดเอาเอง”
คุณหญิงสะบันงา ได้แต่กอดลูกไม่อาจหาคำพูดใดมาปลอบต่อได้อีก

ศีลนั่งกุมขมับอยู่ในห้อง
“ทำไมเรื่องที่เกิดขึ้นถึงไม่ใช่เพียงความฝัน เราทำลายความสุขของคุณพราวสิ้นสลายภายในเวลาชั่วข้ามคืน”
เมขลาก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะเช่นเคย ถือวิสาสะมานั่งแนบบนเก้าอี้ตัวเดียวกันโอบกอดศีลไว้
“คุณศีลขา”
“เมขลา...”
“อย่าไล่เมขลาทีเดียวนะคะ พริ้มเพรากำลังมา เขานัดเมขลามาพบกันที่นี่ค่ะ”
“คุณพริ้ม โธ่ นี่เธอรู้เรื่องแล้วหรือ”
“ค่ะ”
ศีลผลักเมขลาแล้วลุกพรวด
“เมขลาไปบอกเธอ”
“เธอบอกเมขลาเอง ต่างหากให้ตกลงกับคุณเรื่องความรักของเรา” เมขลายักไหล่
“บ้า เราไมได้รักกัน”
“แต่เมขลารักคุณ”
ศีลมองเมขลาไม่พอใจ

คุณเอาอะไรมาให้ผมดื่มกันแน่เมขลา บอกมานะว่าคืนนั้นคุณแอบเอาอะไรมาใส่ให้ผมดื่ม”

ศีลมาเขย่าตัวเมขลา เธอทนไม่หวั่นไหวหัวเราะใส่หน้า...พริ้มเพรามาถึงหน้าห้องจะเคาะประตูได้ยินเสียงจึงหยุด
“ป่วยการพูดถึงว่าคุณดื่มอะไรไป หรือเมขลาใส่อะไรลงไปให้คุณดื่ม สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นมันคือเราสองคนกลายเป็นสามีภรรยากันค่ะ”
พริ้มเพราะตกใจมากพึมพำเบาๆ
“เมขลา”
เสียงศีลโวยลั่น
“ใจร้าย ใจดำ คุณทำสิ่งต่ำช้าที่ไม่น่ามีหญิงใดในบ้านนี้เมืองนี้เขาทำกัน”
พริ้มเพราน้ำตาคลอ
“โธ่ คุณศีล คุณพราว”
“ว๊าย” เสียงเมขลาร้องดังออกมา
“นี่เราทำอะไรลงไป”
พริ้มเพราเปิดประตู ศีลเงื้อมือจะตบเมขลา
“ผมเกลียดคุณ”
“แต่เมขลารักคุณ”
“หน้าไม่อาย”
ศีลตวัดมือ พริ้มเข้ามาจับข้อมือศีลไว้
“อย่าคะ อย่าทำลายความเป็นสุภาพบุรุษที่คุณศีลมีอยู่สิคะ”
“คุณพริ้ม” ศีลชะงัก
“พริ้มเพรา ช่วยฉันด้วย” เมขลาดีใจ
“เธอช่วยตัวเองจนลุล่วงไปแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นแบบที่เลวร้าย ทำลายจิตใจคนดีๆไปถึงสองคน ฉันคงไม่อาจช่วยเธอได้อีกแล้วเมขลา”
“พริ้มเพรา เราเป็นเพื่อนกัน เธอเคยสนับสนุนฉันให้ชอบพอกับเขา” เมขลาอึ้ง
“นั่นเพราะฉันคิดว่าเขามีใจกับเธอ ฉันช่วยคนผิดมานานจนกลายเป็นทำร้ายคุณศีล ทำร้ายคุณพราว และนายแม่จนยับเยิน แต่ถึงกระนั้น ฉันก็จะไม่ตำหนิเธอเพราะนั่นคือกรรม”
“พริ้มเพรา เธอจะเลิกคบฉัน ไม่นะ”
“ไม่เลิกคบเธอ ไม่ด่าว่าเธอ ฉันไปพบท่านอาจารย์มาหลายท่าน ฉันไม่โกรธเกลียดใครหรอก และพยายามตัดออกไปให้ใจสงบ คุณศีลขา พริ้มเสียใจด้วย แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ถูกต้องแต่ คุณศีลเป็นชาย พลาดไปแล้ว แม้ว่าจะพลาดด้วยเหตุใดก็คงต้องยอมรับ ความพลาดนั้นแต่โดยดี”
“พริ้มเพรานี่เธอช่วยฉัน” เมขลาดีใจ
“ไม่ได้ช่วยใคร แต่ทุกสิ่งยอมเป็นไปตามกรรมที่เกิดขึ้น เธออย่าลืมนะเมขลาเธอทำสิ่งใดไว้ แม้วันนี้จะสมใจ แต่สักวันมันอาจทำให้เธอเสียใจในวันข้างหน้า ลาก่อน”
พริ้มเพราเดินออกไปจากห้อง ศีลหันกลับ เมขลาลงกลิ้งเกลือกร้องไห้แทบเท้าของเขา
“ยกโทษให้เมขลา เมขลาทำไปเพราะรัก เมขลาเกิดมาไม่เคยลิ้มรสของความรัก เมขลาเกิดมามีแต่คนดูถูกดูแคลน เหยียบย้ำซ้ำเติม เมขลาไม่มีคุณพ่อไม่มีคุณแม่ ไม่มีมรดก มีแต่ซิสเตอร์ที่ให้การศึกษากับเมขลา เมขลาผิดด้วยหรือที่เป็นเช่นนี้”
“ไม่ผิด และผมทราบเรื่องนี่จากซิสเตอร์ท่านแล้ว แต่ผมไม่เคยถือสามารังเกียจเหยียบย่ำคุณ”
“เพราะคุณไม่เคยเหยียบย่ำแต่แสนดี เมขลาจึงไขว่คว้าหาความรักจากคุณ ทำไมจึงรังเกียจเดียดฉันท์กันนัก”
“ความรักสั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้ ผมรักเพราะรัก ผมไม่เคยรักเธอเมขลาและไม่มีวันรัก”
เมขลาโดดขึ้นมา พุ่งตัวไปที่หน้าต่าง
“อยู่ไปก็อับอายไร้ค่า เมขลาขอลาตาย”

ศีลโดดไปดึงแขนไว้

คุณหญิงศรี เมี้ยน คุณหญิงสะบันงา นั่งหม่นหมองสงสารพราวพิลาสอยู่ในห้องรับแขก
“ผู้ชายปากบอกว่ารักแต่มักมากเหมือนกันทุกราย ส่วนแม่เมขลานั่นคงให้ท่าให้ทางชนิดหมดยางอาย เลยหน้ามืดตามัว” คุณหญิงศรีพูดขึ้นอย่างเกลียดชัง
“เมี้ยนกับคุณท่านพยายามยามกีดกันยัยคุณหน้ามะเหงกนั่นแทบแย่ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือนางแพศยา”
คุณหญิงสะบันงาถอนใจ
“อย่าไปโทษใครเลยค่ะ เวรกรรมของพวกเรายังไม่หมดไม่สิ้น เสียใจอยู่ที่ว่าทำไมจึงไปเกิดกับคุณพราว ทำไมไม่เกิดกับดิฉัน”
สามคนเศร้าใจ

ศีลถอนใจดึงเมขลามาไว้ในอ้อมแขน เมขลาร้องไห้ตรงอกเขา
“ในเมื่อไม่รักแถมจงชังรังเกียจกัน ก็ไม่น่ารั้งเมขลาไว้ ปล่อยให้ตายเพื่อลบล้างความอับอายขายหน้าไปเสียดีกว่าอยู่สู้หน้าผู้คนค่ะ”
ศีลถอนใจหลายครั้งก่อนตัดใจพูดออกมา
“ผมขอรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น”
“แน่ใจแล้วหรือคะ” เมขลาดีใจที่สุด
“ผมพูดออกมาแล้วไม่คืนคำ”
“เราจะได้แต่งงานกันหรือคะ”
“ครับ”
“เมขลาจะพาคุณไปพบนายแม่ของพริ้มเพรา”
“ทำไม”
“ท่านต้องการพบว่าที่เจ้าบ่าวของเมขลาค่ะ”
ศีลครางออกมาเบาๆ
“ทุกอย่างเป็นไปตามที่กำหนดทั้งนั้นใช่ไหมเมขลา เชิญคุณจูงจมูกผมตามสบาย แต่อย่าหวังว่าจะมาจูงหัวใจผมได้เด็ดขาด คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้ว กรุณาปล่อยให้ผมทำงานตามหน้าที่ของผมเถิด”
เมขลาอิดออดนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า
“ค่ะ”

ศีลแอบถอนใจอีกครั้ง เมขลาเขย่งหน้ามาหอมแก้มเขา
 
จบตอนที่ 21 
กำลังโหลดความคิดเห็น...