xs
xsm
sm
md
lg

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 20

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 20

แพรวพรรณรายคุกคามพจน์ เตะกระเป๋าแล้วเท้าสะเอวเอามือจิ้มหน้าผากพจน์จนหน้าหงาย

“อนาคตสดใจ กลายเป็นนักเรียนอังกฤษ เทียมเทียบลูกผู้ดีมีเงินมีชาติมีตระกูล แกก็แค่กาฝากอาศัยตระกูลฉันทำโก้เก๋”
พจน์มือไม้สั่นไปหมด กำหมัดแน่น ขบกราม
“ทำไมคุณแพรวจึงจงชังรังเกียจผมนักครับ ผม...ผม...”
“ทำไมแกจะสู้ฉันหรือ”
พจน์โมโหมาก แต่นึกถึงที่เดือนพูดกับเขา
“เจียมตัวเจียมใจนะลูก แม้ว่าทั้งคุณป๋า คุณหญิง และคุณท่านจะรักใคร่ เอ็นดูลูกมากมายเพียงใด อดทนอย่าไปต่อปากต่อคำกับคุณพี่ๆทั้งหลาย โดยเฉพาะกับคุณแพรว เชื่อแม่นะลูก”
พจน์กำหมัดแล้วคลายออก พึมพำ
“ครับแม่เดือน”
แพรวพรรณรายจ้องหน้า
“แกพึมพำด่าอะไรฉันใช่ไหมไอ้พจน์”
“มิได้ครับ”
“แกกับแม่แก ฉวยโอกาสที่คุณพฤกษ์ตาย มากลายเป็นผู้ดีสืบสกุลของฉัน สุขสมกันนักหนาทั้งแม่ทั้งลูกทั้งป้า แกแอบเกลียดแอบอิจฉาคุณพฤกษ์”
“ข้อนี้ผมขอเถียงครับ ผมมั่นใจว่าผมรักคุณพฤกษ์ยิ่งกว่าคุณแพรวรักเธอเสียอีก ถ้าผมตายแทนเธอได้ผมทำแน่”
“แกโกหก เอ หรือว่าแกกับแม่แกวางแผนฆ่าคุณพฤกษ์เสียเอง”
พจน์ลุกพรวดทำท่าจะโผนใส่แพรวพรรณราย น้ำตาไหลพรู
“เกินไปแล้วครับคุณแพรว ผมทนไม่ไหวแล้ว”
แต่พจน์ยังมาไม่ทันคุณหญิงสะบันงาที่กระชากตัวแพรวพรรณรายหันกลับมาแล้วตบหน้าโดนแรง ทั้งที่ตัวเองก็น้ำตาไหลไปด้วย
“ฉันนี่แหละยิ่งกว่าทนไม่ไหว”
“นายแม่”
“หยุดสามหาวกล่าวร้ายดูแคลนใส่เขา จำไว้ตาพจน์คือลูกชายของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายจิตใจเขาเยี่ยงนี้ ลูกผู้ดีเช่นเธอน่ะหรือแค่ภาพลวงตาเท่านั้น เพราะแท้จริงใจเธอนั้นมันต่ำต้อยด้อยราคาที่สุด”
“นายแม่ตบหน้าแพรว เพราะปกป้องไอ้ลูกเมียบ่าว”
“นายแม่คนนี้ของเธอมาจากข้างถนน แต่คุณป้าท่านเห็นความเป็นคนของฉันเท่าเทียมกับความเป็นคนของท่านจึงชุบเลี้ยงผลักดันฉันให้มีวันนี้อย่าทะนงตัวว่าสูงส่งกว่าผู้อื่น เธอกับพจน์เท่าเทียมกันนั่นคือความจริง”
“นายแม่” พจน์ตะลึง
“ไม่มีแม่เดือนแม่ของพจน์ ไม่มีแม่ดาป้าของพจน์เธอไม่มีนมกิน ถึงนมนั้นไม่ได้มาจากฉัน แต่เธอต้องนึกถึงค่าน้ำนมของพวกเขา นั่นคือพระคุณที่เขามีต่อเธอ แล้วทำไมมาเหยียบทำร้ายลูกหลานเขา”
แพรวพรรณรายถอยหลัง มองคุณหญิงสะบันงาราวกลับคนแปลกหน้ามือกุมหน้า
“แพรวไม่สนใจ”
“กลับไปทบทวนความเป็นคนของตนเองให้ถ่องแท้ว่า มิได้สูงส่งหรือมากกว่าคนอื่น กลับไปทบทวนอำนาจบาดใหญ่ที่เธอใช้กับคนอื่นว่ามันเป็นสิ่งผิด อำนาจที่ถูกต้องมีพื้นฐานมาจากเมตตา และความเอื้ออาทร และต่อไปทุกคนรวมทั้งเธอต้องเรียกเขาว่าคุณพจน์”
แพรวพรรณรายถอยหลังแล้ววิ่งหันกลับออกไป คุณหญิงสะบันงาก้มลงไปดึงพจน์มากอดไว้
“ไม่เป็นไรพจน์ ไม่เป็นไร นายแม่จะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยีจิตใจของพจน์ได้อีกต่อไป พจน์คือผู้สืบสกุลบ้านสมิติภูมิจำไว้ หนักแน่นนะลูก พจน์กลับมาจากอังกฤษ แม่จะให้พจน์ดูแลครอบครัวของเรานะลูก”
“ครับนายแม่ พจน์ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณแพรวโกรธครับ”
“นายแม่ทราบ แต่คุณแพรวเธอสามารถโกรธทุกคนได้เสมอ ไม่ต้องกังวลคุณพจน์คือหัวหน้าครอบครัวของเราในอนาคตจำไว้นะลูก หนักแน่นอดทน ให้อภัย และเมตตา”
“ครับนายแม่”

พจน์ก้มลงกราบคุณหญิงสะบันงาแทบเท้า

เดือนเดินมา แพรวพรรณรายวิ่งไปชนเดือนจนเซ
“คุณแพรว”
“อย่ามาเรียกฉัน คิดจะทวงค่าน้ำนมจากฉันหรือ” แพรวพรรณรายตวาด
“คุณแพรวพูดอะไรอย่างนั้นคะ”
“ได้ดิบได้ดีกันยกใหญ่ไม่ต้องมาทำเย้ยหยัน”
“คุณแพรว”
“ไม่ต้องมาเจ้าน้ำตาใส่กัน”
แพรวพรรณรายปึงปังออกไป เดือนมองตามน้ำตาไหล แล้วมองไปที่ในห้อง น้ำตาไหลออกมาอีกกับภาพที่เห็น
“คุณหญิง กับลูกพจน์ เกิดอะไรขึ้น”
คุณหญิงสะบันงาโอบกอดพจน์ไว้แนบอก

แพรวพรรณรายกระชากกระเป๋ามาโยน เปิดตู้กระชากเสื้อผ้าโยนลงกระเป๋า
“ไม่อยู่แล้วบ้านนี้ หนีไปอังกฤษดีกว่าจะไปหาครอบครัวของคุณป๋า คุณป๋าบอกว่ามีน้องสาวชื่อ เลดี้แอนน์ มารี”
แพรวพรรณรายโยนของไปร้องไห้ไป

เมขลาไม่พอใจที่ศีลพามาที่ออฟฟิศ แทนที่จะไปส่งที่ห้องพัก
“เมขลาคิดว่าคุณศีลจะไปส่งเมขลาที่ห้องพักเสียอีกค่ะ”
“ผมมีงานมีนัดกับลูกค้าครับ”
“อ้อ แต่ยังมีเวลาไปฟังพราวพิลาสเล่นเปียโน”
“คุณหญิงและคุณท่านเชิญผมไปทานอาหารเช้าด้วย”
“อ้อ ที่นั่นอาหารเช้าอร่อย เพลงก็ไพเราะช่างน่าไปบ่อยๆนะคะ”
“เออ...ขอโทษนะครับคือผมต้องไปพบลูกค้า นี่ได้เวลาแล้ว”
“ทราบแล้วค่ะว่าคุณไม่มีเวลาสำหรับเมขลา”
“เอาไว้ค่อยคุยกันตอนที่ผมเลิกงานแล้ว”
ศีลนิ่งไป เมขลาถอยออก
“ค่ะเมขลาขอโทษค่ะที่รบกวน เมขลากลับก่อนค่ะ” เมขลาออกไป
ศีลมองตามหนักใจกับทีท่าของเมขลามาก

เมขลาที่เดินออกมาจากห้อง ครุ่นคิดหาทางจัดการศีลให้ได้
“ช้าไม่ได้แล้ว คนบ้านนั้นมันสนับสนุนช่วยกันยกนังพราวพิลาสให้คุณศีล แต่ไม่มีวันที่แกจะได้เขาไปจากฉัน...พราวพิลาส”
เมขลาสีหน้าดุดัน

ในห้องเปียโน...พราวพิลาสเล่นดนตรีร้องเพลงคลอไปเบาๆ คุณหญิงสะบันงาเข้ามาดู ยิ้มน้อยๆ
“คุณพราวหายทุกข์แล้วดูเธอมีความสุข”
พราวพิลาสเล่นจบ คุณหญิงสะบันงาปรบมือเบาๆ
“นายแม่มาแอบฟังพราว”
“มาชื่นชมต่างหาก เพราะมาก เสียงร้องก็น่าฟังแท้ๆ นายแม่สบายใจ ที่เห็นลูกหายเศร้าโศก”
“ความเศร้าโศกของพราวยังไม่หายค่ะ แต่คุณศีลสอนให้พราวเก็บมันไว้ ในใจลึกๆค่ะ เก็บสิ่งดีเอาไว้จดจำ ทำใจกับสิ่งร้ายๆที่ผ่านมา แล้วเริ่มต้น หาสิ่งดีๆอีกครั้งค่ะ”
“หน้าตาอย่างนี้ แสดงว่าพบแล้ว”
“เออ...คุณพราวพบว่าคุณศีลเขา...เออ...”
“เขาช่างน่ารัก ดีงามเหลือเกิน ที่ทำให้ลูกสาวแม่ยิ้มได้ เล่นเปียโนได้อีกครั้ง”
“ค่ะ เขาน่ารัก อบอุ่น และแสนดีกับพราวไปเสียทุกอย่างมาตั้งนานนม”
“แม่เห็นแล้วจ้ะ คุณพราวคิดอย่างไรกับเขาบอกแม่ได้ไหม”
พราวพิลาสเขินอาย
“เขาทำให้พราวแยกออกคะว่าความรักกับความหลงต่างกันเช่นไร”
“เขาเก่งนะ” คุณหญิงสะบันงายิ้ม
“พราวหลงใหลในความเหมือนกันของพราวกับพี่ธรรม์ พราวไม่ได้รัก พี่ธรรม์ หรอกค่ะ”
“อ้อ แล้ว...กับคุณศีลเล่าลูก”
“แต่กับคุณศีล พราว...เออ...พราวกับเขาเราเข้าใจกันดีค่ะ”
“จริงหรือนี่”
พราวพิลาสกอดคุณหญิงสะบันงาไว้
“ค่ะ เขาบอกว่าเสร็จธุระเรื่องพจน์ไปอังกฤษ เขาจะมาเรียนนายแม่กับคุณป้าเรื่องของพราวกับเขาค่ะ”
“ก้าวหน้าไปแล้วจริงๆ” คุณหญิงสะบันงาดีใจมาก
“นายแม่ว่าพราวทำเกินไปไหมคะ ที่พราวตัดสินใจเออ.. รับคำขอของเขา เออ...โดยไม่ปรึกษานายแม่...”“ไม่เกินไปเลยลูกรักชีวิตของลูก ลูกมีสิทธิ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ลูกต้องการ และไม่ได้เป็นการทำร้ายผู้อื่น”
“คุณแพรวคือที่ปรึกษาของพราวค่ะ เธอชี้แจงจนพราวเห็นแจ้งเห็นจริง”
“จริงสิ คุณแพรว ลูกเห็นคุณแพรวบ้างไหมคะ”
“ไม่เห็นเลยค่ะ เธองอนนายแม่เรื่องพจน์ยังไม่ดีกันอีกหรือคะ”
“เธอโกรธนายแม่มากขึ้นไปด้วยซ้ำตอนนี้”
“ตายจริง”
“นายแม่จะไปปลอบเธอ รอให้เธอเย็นลงก่อน แม่ยินดีด้วยกับความสุขของคุณพราวนะลูก”
“ขอบคุณค่ะนายแม่”
สองแม่ลูกกอดกัน

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 20 (ต่อ)

เมขลามาที่หน้าห้องศีลกับพนักงานโรงแรม....
“จะดีหรือครับ ผมเกรงว่า....” พนักงานกังวล
“เมื่อคืนฉันลืมของสำคัญไว้ในห้องคุณศีล ฉันแค่จะขอเข้าไปเอาเท่านั้น หรือเกรงว่าฉันจะไปขโมยของ”
“มิได้ขอรับ”
“ถ้าเช่นก็เปิดสิ”
พนักงานจำใจเปิด
“ขอรับ”
เมขลาเข้าไปในห้องศีลยิ้มอย่างมีชัย พนักงานยังรออยู่
“ไม่รบกวนแล้ว ไปได้ ฉันแค่หาของที่ลืมไว้แล้วจะปิดห้องเอง”
“เออ...”
“ไปสิ”
“ขอรับ”
พนักงานเดินออกไปเมขลาหายไปในห้องปิดประตู

ศีลนั่งเครียดๆอยู่ในห้องทำงาน
“คุณพริ้มมีทีท่าแปลกมากบอกว่าเมขลามีเรื่องจะคุยกับเรา ก็คงจะเป็นเรื่องให้ช่วยเหลืออะไรเล็กๆน้อยๆเช่นเคย”
ศีลยิ้มอิ่มเอม เมื่อนึกถึงพราวพิลาสที่เข้าใจกัน รับรักกัน
“ชีวิตของเราที่โหยหาครอบครัวที่สุขสมบูรณ์กำลังเป็นความจริงเสียทีคุณพราวครับ ผมขอบคุณมาก”

เมขลานั่งในห้องพักของศีลมองไปรอบๆ
“คุณศีลขา คุณคือครอบครัวที่สุขสมบูรณ์ที่เมขลารอมาทั้งชีวิต และถึงแม้ว่ามันจะบากลำบากเพียงใด เมขลาก็จะฝ่าฝันให้สำเร็จค่ะ”
เมขลาชูขวดยาบางอย่างในมือขึ้นมาดู
“แม้ว่ามันจะต้องทำในสิ่งที่ผิด แม้ต้องทำให้คุณจำใจ เมขลาก็จะทำค่ะ”
ขณะเดียวกันพนักงานเดินมาเคาะห้อง
“คุณผู้หญิงขอรับๆ” ไม่มีเสียงตอบรับ “เธอคงออกไปแล้ว เฮ้ย...ค่อยโล่งอกไปที”
พนักงานเดินจากที่นั้นไป

ขณะที่นั่งทานอาหารอยู่ด้วยกัน คุณหญิงสะบันงาบอกทุกคน
“นับแต่นี้ต่อไป ห้ามมิให้ใครเรียกคุณพจน์ลูกชายฉันว่าพจน์เฉยๆ ให้ยกย่องเรียกว่าคุณพจน์ เช่นเดียวกันกับที่เรียกคุณพี่สาวทั้งสามของเธอ”
“คุณหญิงขา โธ่ไม่ต้องทำถึงเพียงนี้” เดือนแย้ง
“ต้องทำแล้ว เพราะคนเราเขายกย่องกันที่คำนี้นี่นา คำว่าคุณมันหมายถึงยกย่อง คำว่าไอ้อีคือคำที่ดูแคลนกดให้ต่ำลง” คุณหญิงศรีเห็นด้วยกับคุณหญิงสะบันงา

“ดีค่ะ พรุ่งนี้พี่จะไปส่งคุณพจน์ที่ท่าเรือนะคะ น่าสนุกแท้ๆนั่งเรือไปอังกฤษ แวะไปตามทางหลายเมือง ไปแล้วคิดถึงพี่บ้างนะคุณพจน์”

พราวพิลาสหันไปยิ้มให้พจน์ ที่ทำหน้าจะร้องไห้ เมื่อถูกเรียกอย่างนั้น
“ครับคุณพราว”
เดือนกับดาสบตากันทำท่าจะร้องไห้ด้วยความดีใจเหมือนกัน เมี้ยนเข้ามาบอกทุกคน
“คุณแพรวเธอให้วางอาหารไว้หน้าห้องค่ะ เธอบอกอยากกินจะกินเอง ไม่ต้องมาบังคับให้กิน ขืนบังคับเธอจะเอาสำหรับอาหารมาปาหน้า”
คุณหญิงสะบันงากับคุณหญิงศรี สบตากันส่ายหน้า
“ลูกคนนี้” คุณหญิงสะบันงาหันมาบอกพจน์ “นายแม่ไม่ไปส่งคุณพจน์นะลูก นายแม่เออ...ไม่ค่อยสบาย”
“เมี้ยนเองค่ะ เมี้ยนอาสาเป็นจ่าฝูงพาทุกคนไปเองค่ะ” เมี้ยนเสนอตัว
“ย่ะ...อย่าเผลอส่งเพลินเดินชมเรือ ติดไปกลับเขาจนถึงเกาะอังกฤษนะยะ” คุณหญิงศรีมองค้อน
เมี้ยนยิ้มขำๆ

แพรวพรรณรายมาแอบฟัง ทุกคนเฮฮามีความสุขกัน
“เชอะ...เกาะอังกฤษ เดินชมเรือ ไอ้เรือนี่มันคงใหญ่โตพิลึก แล้วเรา จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อตั๋วเรือไปอังกฤษไม่ให้น้อยหน้าไอ้พจน์”
แพรวพรรณรายคิดหาหนทางให้ตัวเอง

ศีลเปิดประตูห้องเข้าไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าลงไปดูร้านอาหาร เขาเดินมานั่งพักที่โซฟา หลับตาสบายอารมณ์ เมขลาในชุดนอนแอบมองอยู่ยิ้มสมใจ
“ในที่สุดคุณก็มาอยู่ในกำมือของเมขลาจนได้”
เมขลายิ้มสมหวัง ศีลพึมพึมขึ้นมา
“คุณพราว คุณคือดวงดาวจรัสแสงแห่งชีวิตของผม”
“นังพราว กำลังจะกลายเป็นดาวอับแสงในชีวิตของเขา”
เมขลาสีหน้าดุดัน ขณะที่ศีลยิ้มพึมพำไม่เลิก
“คุณพราวของผม คุณพราวสุดที่รัก”

ศีลแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เตรียมลงไปไนต์คลับ เมขลาแอบมอง ศีลเดินมาที่ขวดเหล้าขยับเปิดจะดื่ม แล้ววางไม่เปิดมาดื่มยิ้มเดินไปที่ประตูห้องเปิดแล้วออกไปจากห้อง เมขลาโผล่มาจากที่ซ่อน หยิบซองยาเปิดขวดเหล้าเทยาลงไป
ศีลเดินออกมาหยุดมองหน้าห้องพักของเมขลา คิดว่าเมขลาจะอยู่ในห้อง
“เราไม่ควรข้องแวะกับเมขลาให้มากไปกว่าคนในฐานะที่ เธอคือเพื่อนสนิทของคุณพริ้ม”
ศีลตัดสินใจเดินจากหน้าห้องเมขลาไป

คุณหญิงศรีกับคุณหญิงสะบันงา ตกลงกันเรื่องจะส่งแพรวพรรณรายไปเมืองนอกบ้าง
“หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง เด็กมันอยากไปเมืองนอกก็ให้มันไปสิ” คุณหญิงศรีบอกอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเอง
“ค่ะ ก๋ากั่นเหลือเกิน เกรงว่าจะไปก่อเรื่องที่เมืองนอก” คุณหญิงสะบันงาทอดถอนใจ
“เช่นไรคะ มีผัวฝรั่งหรือคะ” เมี้ยนสงสัย
“ช่างปะไร หรือว่าเราสองคนไม่ได้มีผัวฝรั่ง” คุณหญิงศรีมองค้อนเมี้ยน

“แหม...คุณพี่แขวะกันเอง ถ้าเช่นนั้นฉันจะไปง้อลูกบอกให้แกดีใจจะได้หายน้อยใจ”

คุณหญิงสะบันงาบอกขำๆ คุณหญิงศรียิ้มให้
“ไปเถิด...แหมเกิดมาไม่เคยโดนสักแปะ โดนทีเดียว นายแม่ผู้แสนใจดี ตบหน้าเสียฉาดใหญ่ใครมันจะไม่คับแค้นใจ”
คุณหญิงสะบันงา ยิ้มๆเดินออกไป คุณหญิงศรีกับเมี้ยนมองตาม
“คุณท่านละก็ชอบให้ทายคุณแพรวเสมอค่ะ”
“ก็ฉันชอบนักไอ้เด็กร้ายๆเจ้าพยศนี่แหละ มันทำให้หวนคิดถึงวันเก่าๆ ที่แสนร้ายกาจของตนเอง”
เมี้ยนยิ้มให้ คุณหญิงศรียิ้มอย่างสบายใจ

ศีลมานั่งในไนต์คลับมองนักร้อง ภาพนักร้องคนนั้นกลายเป็นภาพพราวพิลาสกำลังร้องเพลงและเล่นเปียโนจนจบผู้คนปรบมือเกรียวกราวชื่นชม
“คุณพราว”
ศีลสะบัดหัวตัวเอง ภาพพราวพิลาสหายไปกลับมาเป็นนักร้องคนเดิม พนักงานมายืนโค้งให้ศีล
“คุณศีลจะรับอะไรดีคะ”
“อะไรก็ได้ง่ายๆ เออ...คุณเมขลาเธอลงมาทานอะไรหรือเปล่า”
“ยังค่ะ เออ...จะให้ไปเชิญลงมาไหมคะ”
“เออ...ไม่ต้องหรอก ขอบใจมาก”
พนักงานเดินออกไป ศีลรู้สึกโล่งใจมากที่เมขลาเงียบเชียบ เรื่องที่กังวลใจจึงลดลง
“เราคิดมากไปเองว่าเมขลามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเรา ถ้ามีเธอคงมาพบเราแล้ว โล่งหัวอกไปที”
ศีลยิ้มสบายใจ

คุณหญิงสะบันงามาเคาะห้องแพรวพรรณราย
“คุณแพรว คุณแพรวขา นายแม่มีเรื่องจะมาคุยกับคุณแพรว”
เงียบไม่มีเสียงตอบรับ
“เปิดประตูให้นายแม่สิคะ คุณแพรว”
เงียบอีก
“คงจะโกรธมากจนไม่ยอมรับการง้องอนของแม่...เฮ้อ”
คุณหญิงสะบันงาตัดใจถอยกลับออกไป...แพรวพรรณรายยืนชิดประตูห้องด้านในทำหน้างอ
“ฮึ...นายแม่ตบหัวแล้วมาลูบหลังกัน ไม่เอาแล้ว จะไปหา เลดี้แอนน์ มารี อาของเราดีกว่า”
แพรวพรรณรายมาที่กระเป๋าเดินทางที่จัดไว้แล้ว ยกมาที่หน้าต่าง มองลงไปด้านล่าง...แพรวพรรณรายโยนกระเป๋าตกตุ๊บลงมากองที่พื้น เมี้ยนเดินมาพอดีสะดุ้ง
“ใครน่ะ...ถามว่าใคร”
เมี้ยนกำลังจะเดินมาค้นหา จุ๋มเดินมาพอดี
“จุ๋มเองค่ะคุณเมี้ยน มีอะไรหรือคะ”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 20 (ต่อ)

เมี้ยนงงๆ ส่ายหน้า

“เปล่า...ทีหลังจะเดินจะเหินอย่าให้มันดังตุ๊บตั๊บนักสิยะ อะไรทำยังกับม้าดีดกะโหลกไปได้”
เมี้ยนเดินออกไป จุ๋มเกาหัว
“เดินแบบม้าย่องแท้ๆหาว่าม้าดีดกะโหลก”
จุ๋มเดินจากไปอีกคน...แพรวพรรณรายยืนที่หน้าต่างห้องมองลงไปเบื้องล่าง
“ยัยป้าเมี้ยนจอมยุ่ง เกือบทำแผนผจญภัยไปอังกฤษของเราพินาศเสียแล้ว”
แพรวพรรณรายมาที่ประตูห้อง เปิดเบาๆแง้มมองออกไปเพื่อจะออกจากห้อง

คุณหญิงสะบันงายังคงเดินวนเวียนไปมาพึมพำ
“ถ้าคุณแพรวรู้ว่าจะส่งไปเมืองนอกคงดีใจจนหายงอน”
คุณหญิงสะบันงาเดินมาจะเคาะห้องอีกแล้วหยุด
“ง่ายเกินไป ต้องทำให้แกรู้จักคิดเสียบ้าง”
คุณหญิงสะบันงาหยุดแล้วหันกลับไปแต่ก็อยู่แถวนั้น

แพรวพรรณรายปิดประตู
“นายแม่จะมาด่าว่าเราอีก มาดักรอเล่นงานจะทำอย่างไรดีจึงจะหนีออกไป จากห้องไปเอากระเป๋าสำเร็จ”
แพรวพรรณรายยืนคิดแล้วยิ้ม
“คุณป๋าบอกว่ามีทาร์ซาน สามารถเหาะโหนเถาวัลย์ไปตามกิ่งไม้ในป่าใหญ่นี่นา”
แพรวพรรณรายเดินมาที่เตียงมองผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน มองโน่นนี่

ในไนต์คลับของศีล นักร้องยังร้องเพลงต่อไป แก้วเหล้าของศีลและเพื่อนหุ้นส่วนวางอยู่ ทั้งสองคุยกัน
“พรุ่งนี้ผมจะบอกขออนุญาตคุณหญิงแม่ ขอนักร้องกิตติมศักดิ์ที่บอกไว้ให้เธอมาเป็นเกียรติกับในต์คลับของเราเสียที”
“ดีมาก ยิ่งได้ลูกผู้ดีมีตระกูลมาจะทำให้คลับของเราน่าสนใจมากขึ้น…อืม ว่าแต่แน่ใจเพียงใดว่าคุณหญิงท่านนั้นจะอนุญาต”
“ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีหวังอย่างมาก เอาละคุยกันจนเพลินดื่มไปด้วยจนชักมึนๆ อีกสิบห้านาทีคงต้องขอตัวไปพักก่อน”
“โอเค ผมก็เช่นกันมึนไม่น้อย เฮ้อ...สุราแล้วนารี แต่ผมไม่เอาแน่กีฬาบัตรมันหายนะ คุณเล่าศีลมีนารีบ้างหรือยัง”
ศีลยิ้มๆ ไม่ตอบว่ากระไร มีภาพพราวพิลาสในห้วงความคิดเล่นเปียโน

พราวพิลาสยืนมองไปที่ท้องฟ้า ที่ดาวระยิบระยับ
“พี่ธรรม์ขาพราวลาก่อน พราวขอลาไปจากใจของพี่ ขอให้พี่และภรรยาของพี่โชคดี บัดนี้พราวมีดวงดาวนำทางประจำชีวิตที่แท้จริงแล้วค่ะ”

พราวพิลาสยิ้มมองดวงดาวอย่างมีความสุข

แพรวพรรณรายกำลังห้อยตัวลงมาจะถึงพื้นด้วยผ้าสารพัดสี แล้วในที่สุดผ้าก็ขาดจนเธอตกตุ๊บลงมา ผ้าหล่นตามมาด้วย
“โอ๊ย...ทาร์ซานตกแล้ว สะโพกแทบคราก โอ๊ย”
เมี้ยนเดินมาอีกชะงัก
“ยัยป้าเมี้ยนอีกแล้ว”
แพรวพรรณรายรีบรวบผ้าที่ขาด แล้วซ่อนตัวหลังพุ่มไม้รวบกระเป๋ามารวมไว้
“อะไรหล่นอีกแล้ว หรือว่าเราหูฝาดไปเอง นี่เราถ้าจะแก่จนเลอะเลือน”
เมี้ยนมองไปที่หน้าต่างห้องแพรวพรรณราย ไฟดับมืดมิดหมดแล้ว
“คุณแพรวสิ้นฤทธิ์ปิดไฟนอนละสิ เฮ้อ”
เมี้ยนเดินต่อไป
“ฉันดับไฟเพราะกลัวใครจะเห็นฉันเป็นทาร์ซานต่างหาก ยัยป้าเมี้ยน ทีนี้ทำอย่างไรต่อดีเล่า”
แพรวพรรณรายรวบรวมกระเป๋าหาทางไปต่อ
“ลาก่อนนายแม่ ลาก่อนทุกคน ฉันจะไปเป็นชาวอังกฤษ คุณป๋าขาพาแพรวไปลอนดอนนะคะ”
เสียงเจ้าคุณ ดังก้องในหัว
“ลอนดอน บริดจ์ อิส ฟอลลิ่งดาวน์ ฟอลลิ้งดาวน์ มาย แฟร์ เลดี้ๆ”
แพรวพรรณรายหิ้วกระเป๋าใส่ชุดเดินทาง ออกไปจากพุ่มไม้ในความมืดมิด

ศีลเดินเซนิดๆมาที่หน้าห้องพึมพำ
“คุณพราวสุดที่รัก พรุ่งนี้เช้าผมจะไปเบรคฟาสท์กับคุณ ก่อนที่คุณจะไปส่งคุณพจน์ขึ้นเรือ ตอนนี้เรากินอาหารเช้าด้วยกันบ่อยๆ ต่อไปเราจะกินอาหารเช้าด้วยกันทุกวัน อีกหน่อยเราจะกินอาหารโดยมีลูกของเราร่วมโต๊ะ”
ศีลไขกุญแจ

เมขลามองมาที่ประตูยิ้ม
“ลูกไก่ในกำมือของฉันมาแล้ว”
เมขลาลุกบิดประตู ค่อยๆ หมุน ประตูเปิดออกศีลเดินเข้ามาในห้อง เมขลาเคลื่อนตัวมาหา
“เมขลา” ศีลตกใจมาก
เมขลาร้องไห้กอดศีลไว้
“เราต้องคุยกันตามที่พริ้มเพราบอกเสียทีแล้วค่ะ”
“ไม่ ไม่เมขลาคุณเข้ามาในห้องผมได้อย่างไรกันนี่”
ศีลหันกลับจะออกไปเมขลาฉุดรั้งไว้ แล้วทั้งสองก็ล้มลงกับพื้น
“เราต้องพูดกันวันนี้ให้จบค่ะ”
“ไม่ ไม่เราไม่มีอะไรจะพูดกัน ผมจะออกไปนอกห้องนี้”

“เมขลาจะออกไปด้วยในชุดนอน แล้วร้องบอกทุกคนว่าคุณพาเมขลาเข้ามาในห้อง”

ศีลชะงัก
“คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่เมขลา”
เมขลาเดินหยิบขวดเหล้าริน แล้วส่งแก้วให้ศีล
“ดื่มก่อนค่ะแล้วพูดกัน จบแล้วเมขลาจะออกไปจากห้องนี้ทันที”
“แน่ใจหรือ”
“ด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงค่ะ”
ศีลลุกมานั่งรับแก้วมา เมขลายิ้ม

รถคันใหญ่จอดอยู่ที่โรงรถ แพรวพรรณรายลากกระเป๋ามาถึงเปิดท้ายรถโยนกระเป๋าลงไปปิดท้าย
“แต่ทำแบบนี้ พรุ่งนี้เช้าทุกคนก็ต้องเห็นกระเป๋าของเราสินะทำอย่างไรดีน้อ นายบุญแก่แล้วหลอกง่ายจะตายไป”
แพรวพรรณรายคิดแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนนายบุญที่อยู่ติดโรงรถ ครูหนึ่ง แพรวพรรณรายเดินกลับมามีนายบุญเดินตามหลังมา
“คุณแพรวว่ากระไรนะขอครับ”
“นายบุญพาฉันไปที่ท่าเรือ”
“ไปที่ท่าเรือไปทำไมขอรับ”
“เอาของไปฝากให้ญาติของคุณป๋าที่ลอนดอน”
“ทำไมไม่เอาไปพร้อมกันวันพรุ่งนี้ขอรับ”
“ก็รถมันเต็มสิของไอ้...เอ๊ย...คุณพจน์ กระเป๋าหนึ่งใบอย่าเรื่องมากสิหรือว่าจะกล้าขัดใจฉัน”
“ไม่กล้าหรอกขอรับ ว่าแต่คุณหญิงท่านทราบแล้วนะขอรับ”
“ทราบแล้ว อย่าชักช้า รีบเอารถออกไปสิ หรือว่าจะลองดีกับฉัน”
“ไม่ขอรับ”
นายบุญขึ้นรถ เมี้ยนเดินมาขวางรถไว้
“นายบุญจะไปไหน”
นายบุญชะงัก
“คือคุณ...”
แพรวพรรณรายรีบยื่นหน้าออกไปหาเมี้ยน
“แพรวจะไปซื้อไอศกรีมกินที่ศาลาเฉลิมไทย”
“ศาลาเฉลิมไทย...ไปคนเดียวหรือคะ ให้ป้าเมี้ยนไปด้วยนะคะ”
“ไม่ต้อง แพรวไม่ต้องการไปไหนกับพวกของคุณพจน์ผู้วิเศษประจำตระกูล นายบุญไปเลย ป้าเมี้ยนนั่นแหละเชิญขี่ม้าสามศอก ไปบอกนายแม่กับคุณป้าตามสบาย”
เมี้ยนส่ายหน้าระอาถอยมาหลบ สั่งนายบุญ
“นายบุญดูแลคุณหนูให้ดีๆนะ”
“ครับ”
นายบุญออกรถไป เมี้ยนพึมพำ

“ก๋ากั้นเหลือเกิน...เฮ้อ”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 20 (ต่อ)

เมขลาใส่ยาที่กินแล้วทำให้เมามายขาดสติในเหล้าไว้ก่อนแล้ว ศีลจึงเมาคอพับคออ่อน เมขลาพยายามลากมานอนบนเตียง
“คุณพราวครับ พรุ่งนี้เช้าเราจะเบรกฟาสท์ด้วยกันนะครับ”
“พูดไปเถิดค่ะ พูดให้สนุกปาก แต่นี้ไปคุณศีลจะไม่มีวันได้กินอะไรกับนังพราวพิลาสคนโง่นั่นอีกต่อไป เพราะหลังจากคืนนี้ เมขลาจะไม่ยอมให้คุณหลุดรอดสายตาไปหามันอีก แม้ว่าเราจะแต่งงานกันก็จะไม่ยอมให้พบเจอมัน”
เมขาลากศีลมาถึงเตียง ศีลง่วงมากยังพึมพำหาพราวพิลาสต่อไป
“คุณพราว”
“พราวอยู่นี่ค่ะคุณศีล กอดพราวสิคะ”
เมขลาดึงมือศีลมากอดตนเอง ศีลกอดเมขลาพึมพำเรียกต่อไป
“คุณพราวสุดที่รัก”
เมขลาชักสีหน้าไม่พอใจเจ็บปวดมาก
“ยากจะกระชากใจออกมาแหวะดูนัก”
ศีลรุกไล่มากขึ้นมาจูบ เมขลากลั้นน้ำตาปล่อยให้ศีลลวนลามไปเรื่อยๆ ปากก็พึมพำ
“อีกไม่กี่ชั่วโมงหรอกค่ะคุณศีล คุณจะไม่กล้าเอ่ยชื่อนังพราวพิลาส ให้เมขลาต้องขมขื่นปวดร้าวอีกต่อไป”
เมขลาซุกตัวเขาหาศีลกอดจูบตอบ
“คุณศีลขา”
เมขลาเอื้อมมือมาดับไฟหัวเตียง

แพรวพรรณรายกับนายบุญมาถึงท่าเรือ นายบุญยกกระเป๋าลง
“จะให้กระผมเอากระเป๋าไปไว้ที่ไหนขอรับคุณแพรว”
“นั่นสิ เอ๊ย ไม่ใช่ เอาไปไว้ตรงนั้นก็ได้”
แพรวพรรณรายชี้เรื่อยเปื่อยแต่เป็นที่หลบๆมิดชิด นายบุญเอากระเป๋าไปวาง แพรวพรรณรายเดินไปด้วย นายบุญวางกระเป๋า
“กลับกันเถิดขอรับ”
“ฉันจะกลับกับเพื่อน นายบุญกลับไปคนเดียว แล้วห้ามปากมากว่าฉันกลับกับเพื่อนเข้าใจไหม”
“ไม่เข้าใจขอรับ ทำไมคุณหนูโกหกคุณเมี้ยนว่าจะไปศาลาเฉลิมไทยด้วยขอรับ”
“เอ๊ะ อย่าสอดรู้น่า”
“แล้ว ไหนขอรับเพื่อนของคุณแพรว”
“โฮ้ย...เดี๋ยวเขาก็มาน่า อย่าห่วงไปเลย”
มีหญิงคนหนึ่งกำลังเดินตรงมา แพรวพรรณรายรีบชี้
“มาแล้ว นั่นไงเพื่อนฉัน”
บุญมองตาม เพื่อนที่ว่าอายุกลางคนแล้ว
“เพื่อนหรือขอรับ เธออายุมากแล้วนะขอรับ”

“แล้วทำไมฉันจะมีเพื่อนอายุมากไม่ได้ อวดรู้”

พูดจบแพรวพรรณรายเดินไปหาคนนั้นเข้าไปจับมือถือแขน หญิงคนนั้นตกใจ
“ว๊าย...”
“จุ๊ๆน้าจ๋าอย่าเอ็ดไป ช่วยฉันสักนิด คือผู้ชายคนนั้นพยายามชวนฉันขึ้นรถไปกับเขา น้าแสดงตัวว่าเรารู้จักกัน เดี๋ยวน้าจะพาฉันไปส่งบ้านเองนะจ้ะ”
“ตาย...ไอ้เฒ่าหัวงู แก่จะเข้าโลงยังกิเลสหนามาหลอกเด็ก น้าจะช่วยหนูเองจ้ะ”
แพรวพรรณรายยิ้ม จูงมือหญิงคนนั้นมา นายบุญมองแล้วเริ่มเชื่อแพรวพรรณราย

พราวพิลาสอยู่ในห้องนอนกำลังสวดมนต์
“ขอให้ความรักของลูกกับคุณศีลจงราบรื่นไร้ปัญหา อย่าได้มีเหตุขัดข้องเหมือนกับที่ผ่านมาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
พราวพิลาสก้มลงกราบบนหมอน

เช้าวันใหม่...พราวพิลาสกับคุณหญิงสะบันงา นั่งกินอาหารด้วยกันสองคนมีทีท่ารอศีล
“ไหนว่าศีลเขาจะมากินอาหารเช้า แล้วไปส่งคุณพจน์ด้วยกัน”
“ค่ะ เขาบอกพราวเช่นนั้น เอ๊ะหรือว่า เขาจะไปรอที่ท่าเรือ”
“เขาน่าจะโทรมาบอกเรานะ แต่ช่างเถิด คุณพราวรีบกินแล้วรีบไปส่งน้อง แม่ขอส่งใจไปก็แล้วกัน แม่ไปแล้วคงใจหาย เพราะนี่คือวันที่...คุณพฤกษ์ต้องไป...”
คุณหญิงสะบันงาเริ่มน้ำตาซึม พราวพิลาสเดินมากอดแม่
“ค่ะนายแม่ทุกคนเข้าใจ พราวไปก่อนนะคะ คุณศีลเธอคงมาไม่ทันแล้วค่ะ”
พราวพิลาสหน้าจ๋อยๆ ไม่เข้าใจว่าศีลนัดกันแล้วทำไมไม่มาตามนัด

พจน์ยืนมองบ้าน อาลัยอาวรณ์น้ำตาซึมเริ่มคิดถึงบ้านตั้งแต่ยังไม่ทันไป เดือนกับดาน้ำตาซึมสบตากันมายืนประกบพจน์ เมี้ยนมองสามคนส่ายหน้า พราวพิลาสเดินมาหาพจน์พยักหน้า
“ไปกันเถิดคุณพจน์ แม่เดือน แม่ดา”
“ครับ คุณพราว”
“คุณแพรวเล่า”
“เมื่อคืนสงสัยจะสนุกกับเพื่อนรุ่นน้าจนดึกละสิคุณแพรว”
นายบุญพึมพำ แอบส่ายหน้า

แพรวพรรณรายแอบอยู่ที่ท่าเรือจนเช้าด้วยใจมุ่งมั่นจะไปลอนดอนให้ได้ เธอมองซ้ายมองขวาแล้วค่อยๆลากกระเป๋า ไปยัดใส่ในกองสินค้าที่มีผ้าใบคลุมเอาไว้
“เอากระเป๋าไปไว้กับของพวกนี้แหละ ค่อยไปหาเอาตอนอยู่ในเรือ”
แพรวพรรณรายค่อยๆลอบเดินไปหาทางขึ้นเรือ
“ทีนี้ก็หาโอกาสเกาะติดพวกที่ไปส่งคน เดินทางไปหาที่แอบจนกว่าจะถึงลอนดอน แค่นี้เองไม่เห็นต้องง้อให้ใครส่งเราไปสักหน่อย”
แพรวพรรณรายยิ้มมุ่งมั่น

ทุกคนยังอยู่ที่ลานจอดรถ เมี้ยนหันมาถาม
“มีใครไปเรียกคุณแพรวหรือยัง”
“เมื่อสักครู่เดือนไปเคาะห้องเรียกแล้วค่ะ เธอไม่เปิดประตูรับคงยังโกรธอยู่”
“ตาพจน์เอ๊ย คุณพจน์ไปแล้วสักพักเธอก็คงหายโกรธไปเอง” ดาบอก
“ถ้าเช่นนั้นไปกันได้เลยค่ะ เอ๊ะ คุณศีลเล่าคะคุณพราว” เมี้ยนถอนใจ
“เธอคงติดธุระ หรือว่าอาจไปพบกันที่ท่าเรือก็ได้ค่ะ”
ทั้งหมดจึงพากันไปขึ้นรถ

เมขลานอนซุกอกศีลยิ้ม เสียงเคาะประตูห้องพร้อมกับเสียงพนักงานดังเข้ามา
“อาหารมาแล้วค่ะ”
เมขลายิ้มมองศีลแล้วพูดเบาๆ
“ถึงเวลาให้ทุกคนรู้ว่าเราเป็นสามีภรรยากันแล้วค่ะ คุณศีล”
เสียงพนักงานดังมาอีก
“อาหารมาแล้วค่ะ”
“เข้ามาได้ ประตูไม่ได้ล๊อค”
ลูกบิดประตูหมุน เมขลามองไปที่ศีล เขย่าเรียก
“คุณศีลขา คุณศีลขา”
ศีลขยับตัวอือออ พนักงานเปิดประตูเข้ามาในห้อง แล้วชะงักกับภาพที่เห็น ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก
“เออ...เออ”
ศีลเริ่มรู้สึกตัวจากแรงเขย่าของเมขลา
“คุณพราว”
เมขลาเสียงแข็งดังปรี๊ด
“เมขลานะคะ”
ศีลสะดุ้งตกใจตื่นเต็มที่ ลุกพรวด กลับเจอว่าเสื้อผ้าไม่มี ต้องรีบดึงผ่าห่มมาปิด
“เมขลา”
“ค่ะ”
พนักงานยืนตะลึงกับเรื่องที่พบเห็น
“เออ...”
ศีลหันมาเจอพนักงานอาย และโกรธมากตวาดก้อง
“เข้ามาทำไม ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้”
“วางอาหารไว้ แล้วรีบออกไปสิจ้ะ” เมขลายิ้ม
พนักงานรีบทำตามแล้วเผ่นถอยหลังออกไปแบบลนลานมาก ศีลหันมามองหน้าเมขลาอย่างปวดใจ
“เมขลา คุณ คุณทำอะไร...”
“คุณถามตัวเองเถิดค่ะว่าคุณทำอะไรเมขลา เมขลาเป็นภรรยาคุณแล้วนับแต่นี้ต่อไป เชิญคุณทำทุกอย่างกับเมขลาตามสบายค่ะ”
“ไม่จริง ไม่จริง” ศีลแทบจะร้องไห้ “ไม่จริง”
“จริงค่ะ”
ศีลนึกถึงภาพเมื่อคืนที่เมขลาบอกเขาว่ามีเรื่องจะคุยให้ดื่มแก้วเดียว แล้วคุยและจะกลับไป ศีลส่ายหน้า น้ำตาคลอ
“คุณพราว ผมขอโทษ คุณพราวผมขอโทษ”
“ใช่ค่ะ คุณคงต้องขอโทษคุณพราวของคุณจริงๆเสียแล้วค่ะ รีบไปบอกเธอสิคะ ว่าคุณกับเมขลา เออ...”
“พอที ผมไม่ต้องการฟัง”
“คุณไม่ยอมรับความจริงว่าคุณปลุกปล้ำเมขลา คุณจะไม่รับผิดชอบสิ่งที่คุณทำกับเมขลา”
“เมขลาคุณวางแผนมาตลอดใช่ไหม คุณมาใกล้ชิดกับผมโดยอาศัยคุณพริ้ม คุณเข้ามาอยู่ในห้องของผมเพื่อทำให้เกิดเรื่องบัดสีเช่นนี้ขึ้น” ศีลโกรธ
“คุณจะคิดอย่างไรก็ช่างเถิดค่ะ แต่คุณต้องรับผิดชอบเมขลา ถ้าคุณไม่จัดการเมขลาจะไปบ้านสมิติภูมิเดี๋ยวนี้ ไปบอกกับทุกคนว่าเถิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้”
“อย่านะ อย่าไปทำให้...” ศีลตกใจ
“พราวพิลาศที่คุณร่ำร้องหาเจ็บช้ำน้ำใจ” เมขลาสวน
“อย่าเอ่ยชื่อเธอออกมาจากปากคุณเด็ดขาด”
“ค่ะ แตะต้องไม่ได้ เทิดทูนไว้บนฟากฟ้า คุณก็เช่นกันอย่าได้เอ่ยชื่อ พราวพิลาศให้เมขลาได้ยินอีกขณะที่นอนกกกอดเมขลา”

ศีลหันหน้าหนีเมขลาน้ำตาคลอเบ้าเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมขลายืนด้านหลังยิ้มเยาะเย้ยหยันอย่างมีความสุข

จบตอนที่ 20
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 20
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 20
มหาดเล็กยืนจับม้าก้มหน้านิ่งเหมือนมีความผิดอยู่หน้าเรือน มังตรากับโชอั้วเดินคลอเคลียกันลงเรือนมาอย่างมีความสุข โชอั้วถือตราอาญาสิทธิ์เล่นอย่างภูมิใจ “นับแต่นี้เพลาไปที่ไหนผู้คนจะได้ยำเกรงข้าพเจ้าบ้าง” “ที่นี้ก็เลิกคิดกลับแปรได้แล้วนะ” “พระองค์ก็อย่าหายไปนาน หมั่นมาหาข้าพเจ้าบ้าง” มังตราหอมแก้ม “อยากมาทุกวันใจจะขาด แต่…” มังตราสะดุด เมื่อเห็นนันทวดียืนอยู่กับจะเด็ดและเหล่านางข้าหลวง “เป็นเช่นนี้เองถึงหมั่นออกมาเยี่ยมจะเด็ดนัก นี่หรือกลัวจะเด็ดจะอยู่ไม่สบาย เป็นใจกันดีเหลือเกิน” นันทวดีตรงเข้าทุ่มข้าวของที่อยู่ใกล้ๆ ระเนระนาดระบายอารมณ์ มังตรารีบเข้าห้าม
กำลังโหลดความคิดเห็น...