xs
xsm
sm
md
lg

สาปสาง ตอนที่ 20

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สาปสาง ตอนที่ 20

ฝูงกาบินพึ่บพั่บหน้าตำหนักพ่อปู่ ฟ้าเดือนมืดแดงก่ำ เมฆดำเคลื่อนต่ำ ฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นระยะ
 
เสียงพ่อปู่ท่องมนต์ดำก้องกังวาน
"มัน จิ โป โล....อะ โก ติ เย....นัก สุง จุง ยา....มน ตรา จำ บัง"
พ่อปู่ร่ายมนต์อยู่หน้าแท่นพิธี ที่อ่างทองแดงมีน้ำตาเทียนจากเทียนสีดำถูกหยดลงในน้ำ แพรว และไทนั่งอยู่หน้าแท่นพิธีตรงข้ามพ่อปู่ ไทมีท่าทางกังวล
"แกสัญญานะแพรว"
"สัญญาอะไร"
"ก็..." ไทเหลือบมองพ่อปู่ "พิธีเป่ามนต์นี่ จะแค่ป้องกันเราจากช่อ แต่แกต้องสัญญานะแพรว ว่าเราจะไม่ทำร้ายช่อ"
แพรวมองหน้าไทอย่างเหลืออดจะตวาดเสียงดังก็จะรบกวนพ่อปู่ แพรวจึงได้แต่เข่นเขี้ยวด่า
"เงียบนะไอ้ไท ฉันไม่สัญญง สัญญาอะไรทั้งนั้น เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะน่า"
พ่อปู่ลืมตาขึ้นแสยะปากด้วยความรำคาญ
"พวกมึงพร้อมหรือยัง"
"พร้อมแล้ว เร็วๆเข้าเถอะพ่อปู่ เดี๋ยวผีอีช่อมันก็ย้อนกลับมาหรอก"
"อีเลือดชั่ว ใจร้อนรุ่ม งั้นมึงก็เตรียมตัวรับ....เกราะจำบัง"
พูดจบพ่อปู่ก็ซัดทรายเต็มกำใส่แพรวและไท ทั้งสองสะดุ้ง พ่อปู่ร่ายมนต์เสียงดัง อีกาตีปีก เทียนติดๆดับๆ ควันธูปควันเทียนลอยคละคลุ้ง
"มัน จิ โป โล....อะ โก ติ เย....นัก สุง จุง ยา....มน ตรา จำ บัง...”
พ่อปู่เป่ามนต์ ควันสีเทาพวยพุ่งออกจากปากพ่อปู่มาห่อล้อมตัวแพรวและไท แล้วค่อยๆซึมเข้าไปในผิวหนังของทั้งคู่ ผิวหนังแพรวและไทกลายเป็นสีเทาหม่นๆ ดูไร้ชีวิตและซีดเซียว
"เฮ้ย อะไรกัน ทำไมเป็นอย่างนี้"
"ไอ้ไท อย่าตาขาวไปหน่อยเลย"
พ่อปู่หยิบเทียนแท่งใหญ่ที่มีน้ำตาเทียนนองยกขึ้นเตรียมจะสาด
"เฮ้ย อย่า"
พ่อปู่สาดน้ำตาเทียนทำให้ไทสะดุ้ง แพรวตกใจมองน้ำตาเทียนที่โดนตามเนื้อตัว แขน ใบหน้า แพรวแปลกใจที่ไม่รู้สึกเจ็บ
"ทำไมไม่ร้อน ไม่เจ็บ"
แพรวและไทมองหน้ากันเพราะไม่เจ็บร้อนทั้งคู่ น้ำตาเทียนค่อยๆซึมลงในตัวแพรวและไทจนหายไปไม่ปรากฏเกาะอยู่ตามร่างกาย พ่อปู่หัวเราะลั่น
"ฮ่าๆ กูเป่าเกราะจำบังมาร ป้องกันอีผีชั่วให้พวกมึงแล้ว"
"ผีอีช่อทำอะไรฉันไม่ได้แล้วใช่มั้ยพ่อปู่" แพรวถาม
"ใช่ เสร็จธุระกูแล้ว พวกมึงไสหัวไปไหนก็ไป ไป๊"
แพรวและไทลาพ่อปู่แล้วรีบเดินออกมา ไทยังเป็นกังวล

แพรวจะขึ้นรถ ไทดึงแขนแพรวไว้ด้วยความกังวล
"แพรว แกสัญญานะ ว่าจะไม่ทำร้ายช่อ"
"ไอ้ไท แกอย่าเรื่องมากได้มั้ย"
"เราทำพิธีแค่นี้ก็พอนะแพรว ต่อไปนี้อย่าทำอะไรช่ออีกเลยนะ อย่างน้อยเราก็เคยเป็นเพื่อนกัน"
แพรวเหลืออดจึงตบหน้าไทดังฉาด
"เพื่อนกันไม่ฆ่ากันหรอก ! แกฆ่าอีช่อ จำไม่ได้เหรอไอ้ไท"
"แต่แกก็ช่วยฉันอำพรางศพช่อ แล้วตอนนี้ยังคิดร้ายกับช่ออีก ทั้งๆที่ช่อก็ตายไปแล้ว"
แพรวตบหน้าไทอีกครั้งดังฉาด ไทตะลึง สีหน้าแพรวดูน่ากลัวมากเพราะเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
"อีช่อมันขวางทางรักของฉัน ฉันไม่เคยเป็นเพื่อนมัน...ตายเป็นผีมันก็ยังตามฆ่าเรา....ถ้าแกยังจะคิดเมตตาผีอีช่อ อีนังผีชั่วที่คิดจะฆ่าแกก็ช่างหัวแก เราตัดเพื่อนกันไปเลย เพราะฉันเกลียดมัน เข้าใจมั้ย"

แพรวตวาดแล้วขึ้นรถขับออกไป ไทได้แต่อึ้งและเครียด

แพรวขับรถกลับบ้าน ที่กระจกหน้าต่างมีแสงเขียวของสางตนหนึ่งลอยมาจะเกาะกระจก แต่แล้วก็กระเด็นวูบออกไป สางตนนั้นส่งเสียงกรีดร้อง แพรวเหลือบมองแล้วหัวเราะหึๆ

"ต่อไปนี้ ผีห่าตัวไหนก็ทำอะไรฉันไม่ได้"
แพรวมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้ามั่นใจ
ผีเร่ร่อนร่างขาวๆพุ่งเข้ามาที่กระจกด้านหน้า แล้วพลันก็กระเด็นออกไปทั้งที่ยังไม่โดนกระจกหน้า
"ฮ่ะๆ อีช่อ....แกทำอะไรฉันไม่ได้แล้ว"
แพรวเหยียบคันเร่งจนมิด ด้านนอกรถมีแสงเขียวของสาง ผีเร่ร่อนต่างๆ พุ่งหนีกันกระเจิง

ไทเดินมาตามทางด้วยท่าทางหวาดๆ เพราะเห็นแสงเขียวพุ่งหนีไปหลายตน
"อย่าเข้ามาเลยนะ พวกเธอจะอันตราย"
ไทรู้สึกเย็นยะเยือก ไทมองแขนตัวเองก็เห็นขนแขนตั้งชั้น
"จู่ๆก็หนาวขึ้นมา...อะไรกันเนี่ย"
บริเวณข้างหน้าไทมีมวลลมก่อตัวขึ้นเป็นก้อนดูน่าหวาดหวั่น
"ช่อเอื้อง....เธอหรือเปล่า....อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอโทษนะช่อเอื้อง"
ไทมองไปข้างหน้าแต่ก็ไม่เห็นช่อเอื้อง ไทหมุนตัวมองหาก็เห็นช่อเอื้องยืนอยู่ข้างหลังไท ไทหันมา เหมือนมองหน้ากัน แต่ไทกลับไม่เห็นช่อเอื้อง
ช่อเอื้องว่า "ไอ้ฆาตกร !”
ไทตกใจเพราะได้ยินแต่เสียง เขาหันขวับไปอีกทางแต่ก็มองหา ไม่เจอ
"ช่อเอื้อง เธออยู่แถวนี้เหรอ"
ช่อเอื้องจะโฉบเข้าไปใกล้ไทด้วยความแค้น แต่ช่อเอื้องก็เข้าใกล้ไทไม่ได้เพราะมีเกราะกำบังที่มองไม่เห็นส่งแสงเขียวปลาบๆเหมือนไฟช็อตช่อเอื้อง
ช่อเอื้องร้องลั่น "กรี๊ด"
ไทเห็นแต่แสงเขียวที่ช็อตช่อเอื้องแต่ไม่เห็นช่อเอื้อง เขาได้ยินเสียงช่อเอื้องบาดเจ็บ
"ช่อเอื้อง อย่าเข้ามาใกล้ฉันเลย เธอจะไม่ปลอดภัย"
"มึงทำร้ายกู !”
"เปล่านะช่อ ฉันเปล่า ฉันไม่ได้ตั้งใจ"
"มึงฆ่ากู พอกูตาย มึงก็ยังทำร้ายกูซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"ช่อเอื้อง ที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอ ฉันขอโทษนะช่อเอื้อง ยกโทษให้ฉันนะ"
"กูไม่มีวันยกโทษให้มึง....มึงต้องตาย"
ช่อเอื้องจะพุ่งเข้ามาอีก ไทเหวอเพราะไม่รู้ว่าช่อเอื้องอยู่ตรงไหน มาจากทางไหน
"ช่อเอื้อง....อย่า"
ช่อเอื้องพุ่งเข้าหาไทก็เจอเกราะจำบังมารสกัดอีกจนเกิดแสงแปลบ ชั่ววินาทีนั้น ไทเห็นร่างช่อเอื้องกระเด็นออกแล้วก็หายไป
"ช่อเอื้อง ! ฉันรักเธอนะช่อเอื้อง หนีไปซะ อย่าใกล้ฉัน ฉันไม่อยากทำร้ายเธอ ไปซะช่อเอื้อง"
ไทเดินสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วโบกมือให้ช่อเอื้องออกไป ไทมองไม่เห็นช่อเอื้อง ช่อเอื้องคลานหนีหัวซุน เพราะอิทธิฤทธิ์เกราะจำบังแผดมาโดนจนเกิดแสงแปลบปลาบ
"ไอ้ไท ! กูเกลียดมึง ไอ้ฆาตกร"
เสียงช่อเอื้องแผดลั่นก่อนจะค่อยๆหายไป ช่อเอื้องค่อยๆจางไปพร้อมกับสายตาอาฆาตแค้น ไทยืนหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าช่อเอื้องไปแล้วก็ได้แต่สงสารช่อเอื้อง

ณราก้าวลงจากรถกำลังจะเข้าโรงแรม แต่แล้วก็เห็นเฟยอยู่ที่มุมหนึ่งหน้าโรงแรม
"ซินแสเฟย...สวัสดีครับ มาหาคุณพริ้วหรือครับ" ณราถาม
"เปล่า...อั๊วมาหาลื้อ" เฟยบอก
"มาหาผม มีเรื่องอะไรหรือครับ"
เฟยหยิบผ้ายันต์จากกระเป๋าส่งให้ณรา
"ยันต์มงคลคุ้มครองชีวิต"
"ยันต์ ! ซินแสให้ผมทำไม"
"อั๊วว่าแล้ว...ลื้อทั้งคู่มันถึงได้เป็นเนื้อ"
"เนื้อ ? เนื้ออะไรครับซินแส"
"อั้ยย่ะ อั๊วจะบอกว่าอั๊วเตือนอาพริ้วแล้ว ไม่ให้มายุ่งกับลื้อกับโรงแรมที่ลื้อจะสร้างบนที่ดินอาถรรพ์นั่น แต่อาพริ้วก็ไม่เชื่อ"
ณราแอบยิ้ม เขาจับใจความสำคัญได้เฉพาะเรื่องพริ้วที่ไม่ยอมเลิกยุ่งกับตน ณราดีใจแต่ไม่เชื่อเรื่องสร้างโรงแรมที่ซินแสห้าม
"คุณพริ้วคงห่วงงาน...เหมือนผม"
เฟยเซ็งจึงดุ "ก็ใช่น่ะสิ มองหน้าก็รู้ อาพริ้วก็ดื้อ ลื้อก็พอกัน....แต่อั๊วหวังดีนะ ในเมื่อห้ามแล้วไม่เชื่อ อั๊วก็ขอร้องให้พกยันต์คุ้มครองชีวิตนี้ติดตัวไว้....อั๊วขอแค่นี้ ทำได้ไหม"

เฟยยัดยันต์ใส่มือณรา ณรามองหน้าซินแสแล้วก้มลงมองยันต์ที่มีสีนวลสว่างตา
 
อ่านต่อหน้า 2

สาปสาง ตอนที่ 20 (ต่อ)

ยันต์สีนวลสว่างตาอยู่ในมือณรา ซึ่งบัดนี้ยืนอยู่ตรงหน้าพริ้ว

"โอ๊ย ป๊า ถึงกับเอายันต์คุ้มครองมาให้คุณเชียวเหรอ...ทำไมป๊าถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ" พริ้วว่า
"ซินแสก็บอกอย่างนี้เหมือนกัน" ณราเลียนเสียงซินแส "อาพริ้วนะดื้อมากๆ บอกให้เลิกยุ่งกับลื้อก็ไม่เชื่อ.....คุณดื้อไม่เชื่อฟังซินแสเพราะอยากใกล้ชิดผมใช่ไหม"
ณราอมยิ้ม พริ้วหน้าแดงแล้วก็เมินหน้าและหลบตา
"อะไร ไม่ใช่ซะหน่อย ป๊าบอกว่าถ้าฉันยังยุ่งกับคุณ...เอ๊ย ยุ่งกับที่ดินนั่น อาจจะทำให้ชีวิตฉันได้รับอันตราย"
"แต่คุณไม่เชื่อ เพราะคุณห่วงผม"
"ฉันห่วงงานต่างหาก ขอบอก"
"ก็ได้ คุณห่วงงาน....แต่งานนี้ก็มีผมอยู่ด้วยล่ะน่า"
"แต่คุณก็ไม่เชื่อที่ป๊าบอกเหมือนกัน คุณยังดื้อจะทำโรงแรมให้ได้ใช่ไหม"
"บอกตรงๆนะ เรื่องอาถรรพ์ เรื่องวิญญาณที่สิงสถิตอยู่อะไรนั่น ผมไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่การที่ผมรับยันต์คุ้มครองจากพ่อคุณ ก็เพราะอยากให้พ่อคุณสบายใจ"
"ก็ตามใจ"
พริ้วปัด ณราได้ทีก็กระเซ้านิดๆ
"ตามใจว่าที่พ่อตา...โอเคมั้ย"
พริ้วกระทุ้งศอกใส่ณราแล้วเบี่ยงตัวหลบออกไปทำเป็นไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร พริ้วหน้าแดง ณรามองตามแล้วอมยิ้มก่อนจะก้มมองยันต์ เขารับมาแล้วแต่ก็ไม่ได้เชื่ออะไร ณราพับแล้วเหน็บใส่กระเป๋าเสื้อเหมือนเป็นผ้าธรรมดาผืนหนึ่ง

กรณ์เดินเข้ามาในคอฟฟี่ช็อป ช่อเอื้องวนเวียนตามมาทางด้านหลังด้วยสีหน้าและแววตาเจ็บปวด
"คุณกรณ์ขา....คุณมาเจอมันทำไม มันทำร้ายช่อ....มันทำร้ายช่อ"
ช่อเอื้องวนเวียนตามกรณ์แต่ไม่มีใครเห็น แพรวนั่งรอกรณ์อยู่ในคอฟฟี่ช็อป โดยที่แพรวก็ไม่เห็นช่อเอื้อง
"คุณกรณ์ขา...แพรวอยู่นี่ค่ะ"
กรณ์รีบเดินเข้าไป ช่อเอื้องมองแพรวอย่างมาดร้ายแล้วจะเข้าไป แต่ก็โดนฤทธิ์เกราะจำบังมาร จนกระเด็นไปโดนเก้าอี้ตัวหนึ่งจนเก้าอี้ล้มหงายหลัง
"โอ๊ย"
กรณ์ตกใจเพราะนึกว่าตัวเองซุ่มซ่ามไปโดนเก้าอี้ แต่แพรวหันขวับเพราะคิดว่าต้องเป็นช่อเอื้อง
แพรวพูดกับตัวเองด้วยเสียงเบาๆ "อีช่อ....แกเข้ามาไม่ได้หรอก หึ"
"เอ....ผมชนเก้าอี้ ได้ยังไงนะ"
"อย่าไปสนใจเลยค่ะคุณกรณ์....แพรวดีใจจังที่คุณนัดแพรวมา"
แพรวแอบยิ้มมุมปากเพราะคิดว่าช่อเอื้องต้องอยู่แถวนี้
"ได้ยินหรือเปล่าอีช่อ คุณกรณ์เขานัดชั้น เขาอยากเจอฉัน"
"ผมอยากพบคุณ" กรณ์พูด
ช่อเอื้องเสียใจ "คุณกรณ์ !”
กรณ์พูดต่อ "เพราะผมเป็นห่วงช่อเอื้อง"
แพรวหน้าตึงแต่ก็รีบเก็บอาการ ช่อเอื้องยิ้มทั้งน้ำตา
"เมื่อคืนผมฝันเห็นช่อ....เธอร้องไห้น่าสงสาร....ผมเป็นห่วงช่อ"
"โธ่ คุณกรณ์ คุณอาจจะทำงานหนักมั้งคะ คงกังวลเกี่ยวกับโรงแรมที่จะสร้างใหม่บนที่ดินโรงละครมากกว่า"
"ไม่ใช่แน่ๆ ผมว่าช่อเอื้องต้อง มีเรื่องไม่สบายใจกับอะไรสักอย่าง ดูเค้าไม่มีความสุขเลย"
"เค้ามีลูกมีสามีไปแล้วนะคะคุณกรณ์"
ช่อเอื้องฟังอยู่ก็ยิ่งเกลียดแพรวจนอยากทำร้าย เธอจะพุ่งเข้ามาแต่ก็โดนเกราะกำบังผลักออกจนร่างจางลงเรื่อยๆ
"โอ๊ย....คุณกรณ์ขา ช่อเจ็บเหลือเกิน อีผู้หญิงคนชั่วตรงหน้าคุณมันทำร้ายช่อ"
"ช่อมาหาผมในฝัน....ผมว่าช่อต้องการติดต่อผม...คุณแพรวครับ มีที่อยู่ช่อเอื้องมั้ยครับ ผมอยากพบช่อเอื้อง"
"แหม ถ้าเค้าอยากเจอคุณกรณ์คงมาหาแล้วแหละค่ะ แต่นี่หายไปเลย"
"อีตอแหล"
"คุณแพรวครับ ช่วยผมหน่อยนะครับ ผมเป็นห่วงช่อเอื้อง"
กรณ์เครียดมาก แพรวกุมมือกรณ์เพื่อปลอบใจ
"ก็ได้ค่ะ เพื่อช่อเพื่อนรักของแพรว แพรวจะหาทางให้นะคะคุณกรณ์ คุณกรณ์ทำใจให้สบาย ไม่ต้องห่วงนะคะ"
ช่อเอื้องมองอยู่หวีดร้องแบบยิ่งอาฆาตมาดร้าย ร่างของเธอกลับเข้มขึ้นมาอีก
"อีแพรว !”
ช่อเอื้องพุ่งเข้าหาแพรวแต่ก็เจอฤทธิ์เกราะกระเด็นจนร่างจางลงอีก
ช่อเอื้องร้องลั่น "โอ๊ย"

ณ วัดแห่งหนึ่งที่เป็นวัดป่าในเมือง สงบ ร่มเย็น ไทเดินเข้ามาแล้วผ่อนลมหายใจยาวด้วยท่าทางที่สงบขึ้น ไทด้อมๆมองๆ เพราะทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะไปซ้ายหรือขวา
เสียงมั่นดังขึ้น "ใจไม่สงบ เหลียวไปทางไหนก็หาความสงบไม่เจอหรอก"
ไทหันไปตามเสียงก็เห็นมั่น ซึ่งเป็นชายนุ่งขาวห่มขาว สีหน้าเปล่งปลั่งดูเปี่ยมบุญ มองมาที่ไทอย่างเมตตา
"สวัสดีครับ ลุง....เอ้อ...ท่าน"
"อยากเรียกอะไรก็เรียกเถอะ"
เด็กวัดผมจุกคนหนึ่งวิ่งมาหามั่น
"อาจารย์มั่นครับ....วันนี้ถ้าว่าง หลวงตาเชิญไปสนทนาธรรมด้วยครับ"
"เรียนหลวงตานะว่า อาจารย์จะไป แต่ขอช่วยพ่อหนุ่มคนนี้ก่อน เขากำลังมีเรื่องเดือดร้อน"
เด็กวัดมองมาที่ไท "ห๊า อีกแล้วเหรอ มีคนโดนผีอาฆาตมาขอให้อาจารย์มั่นช่วยอีกแล้ว บรื๋อ"
เด็กวัดรีบวิ่งออกไปด้วยความกลัว ไทมองตามเด็กวัดแล้วมองอาจารย์มั่นอย่างรู้ว่ามั่นน่าจะช่วยตนได้
"อาจารย์มั่น"
"หึๆ คนที่เคยมาให้ช่วยเขาเรียกอย่างนั้น"
"ถ้าอย่างนั้น ดีเลยครับ ผมกำลังเดือดร้อน คือตอนนี้....”
มั่นพูดต่อคำไทได้ทันที "วิญญาณผู้หญิงที่เขาปองร้ายพ่อหนุ่มน่ะรึ"
ไทตะลึงและเชื่อถือขึ้นทันที "อาจารย์มั่นช่วยผมได้ไหมครับ"

ไทมองหน้ามั่น มั่นนิ่งไป

ไทมองพระประธาน มั่นพยักหน้าแล้วพูด

"ใช่แล้ว....การได้สละตนอยู่ในร่มกาสาวพัตร์ จะทำให้ผู้ที่เราอุทิศกุศลให้นั้นได้บุญมากขึ้น"
"เขาจะคลายความโกรธแค้นผมลงได้ใช่ไหมครับ" ไทถาม
"ก็ขึ้นอยู่กับว่าพ่อหนุ่มเคยไปทำอะไรเขาไว้"
ไทก้มหน้าลงแล้วอึกอัก เขาเลี่ยงด้วยการตอบความจริงแค่เล็กน้อย
"ผมเคยทำให้ผู้หญิงที่ผมรักเสียใจมาก พอเขาตายไป ผมก็เลยกลัวว่าเขาจะผูกใจเจ็บได้น่ะครับ"
"กรรม เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนผลแห่งกรรม"
"แล้วจะบรรเทาเบาบางความโกรธแค้นหรือความอาฆาตได้ไหมครับ" ไทถาม
"การบวชจะเป็นการแผ่เมตตาอุทิศบุญให้เขาได้มากที่สุด อาจจะไม่เปลี่ยนกรรม แต่การได้แผ่กรรมดีแผ่ความเมตตา ก็ถือเป็นกุศลอย่างหนึ่งของพ่อหนุ่มที่จะให้เขาได้"
"บวชเหรอครับ" ไทถาม
ไทอึ้งเพราะคิดหนักเรื่องบวช

แพรวยังกุมมือกรณ์ กรณ์กระดากเพราะไม่อยากให้แพรวจับมือ
"ขอบคุณคุณแพรวที่ยินดีช่วยเหลือผมนะครับ" กรณ์พูด
"ก็เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันนี่คะ" แพรวบอก
"คุณเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ถ้าช่อรู้ ช่อคงดีใจมาก"
กรณ์ดึงมือออกด้วยความสุภาพ แพรวยิ้มแค่นๆ ในใจของเธอรู้ว่าจะไม่ติดต่อให้กรณ์ได้คุยกับช่อเอื้องแน่นอน เสียงโทรศัพท์ของแพรวดัง
แพรวดูมือถือด้วยความรำคาญ "แพรวขอตัวสักครู่นะคะ"
แพรวเดินออกไปคุยโทรศัพท์ ช่อเอื้องปรากฎตัวเมื่อแพรวเดินห่างออกไปจากกรณ์

แพรวคุยโทรศัพท์กับไท
"ไอ้ไท แกโทรมาก็ดีแล้ว ฉันมาพบคุณกรณ์เรื่องอีช่อ....แกอย่าเพิ่งพูด แล้วฟังฉัน...”
แพรวเล่าเรื่องฉอดๆ

กรณ์นั่งรอแพรว โดยที่ช่อเอื้องนั่งอยู่ตรงหน้ากรณ์
"คุณกรณ์ขา...เห็นช่อไหมคะ ช่ออยู่ตรงนี้"
ช่อเอื้องหายตัวย้ายไปตามทิศทางที่กรณ์หันหน้าไปเพื่อจะให้ตัวเองอยู่ในสายตากรณ์
กรณ์รำพึง "เอ คุณแพรวไปคุยโทรศัพท์นานจัง"
"คุณกรณ์ อย่าพูดชื่อมัน มันช่วยไอ้ฆาตกร แล้วมันยังทำร้ายช่อซ้ำแล้วซ้ำอีก มันจะแย่งคุณไปจากช่อ"
กรณ์ไม่มีเซ้นส์รับรู้ ช่อเอื้องพยายามจับมือกรณ์ แต่กรณ์ไม่รู้สึกเขาปัดมือข้างที่ช่อเอื้องจับ
"เอ๊ะ มีแมลงหรือไงนะ"
"คุณกรณ์ พวกมันใช้คาถาทำร้ายช่อ คุณกรณ์ช่วยช่อด้วย"
ช่อเอื้องน้ำตานองหน้าตาแดงก่ำ เธอแตะตัวกรณ์แต่กรณ์ก็ไม่รู้สึก ช่อเอื้องจับมือกรณ์แต่มือก็วูบไปเพราะแตะกายหยาบไม่ได้
"ช่ออยากให้คุณรู้ว่าช่ออยู่ตรงนี้ ช่อจะทำยังไงดี"
ช่อเอื้องสะอื้นฮักๆ เพราะไม่เห็นหนทาง
พริ้วเดินเข้ามาก็เห็นกรณ์นั่งอยู่ พริ้วเข้ามาทัก
"คุณกรณ์ มาดื่มกาแฟหรือคะ นั่งกับใครเอ่ย....”
ช่อเอื้องหันขวับไปเห็นพริ้ว ช่อเอื้องตาวาวแล้วก็พุ่งตัวเข้าไปในร่างพริ้ว
"ใคร...ฉันไง"
พริ้วตาค้างแล้วตัวโยนเหมือนโดนสะบัดแล้วก็ยืนนิ่งไป
"คุณพริ้ว...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" กรณ์ถาม
พริ้วที่ถูกช่อเอื้องสิงร่างหันมาสบตากรณ์เป็นสายตาหมองเศร้า นัยน์ตาพร่าด้วยน้ำตา
"ช่วยด้วย"
พริ้วหมดสติและทรุดฮวบลง กรณ์ตกใจรีบเข้าประคอง
"คุณพริ้ว"

แพรวคุยโทรศัพท์ขณะเดินเข้ามาในคอฟฟี่ช็อป
"ฉันไม่สนว่าแกจะมีเรื่องอะไร แต่เราต้องจัดการอีช่อให้เด็ดขาด ไปเจอกันที่ตำหนัก เข้าใจนะไอ้ไท"
แพรวกดวางสายโดยไม่สนใจอีกฝ่าย แล้วก็มองหากรณ์
"คุณกรณ์ ?”
แพรวหากรณ์ไม่เจอ

กรณ์กอดอกมองณราที่เฝ้าพริ้วอยู่ข้างเตียงคนไข้ ณราลูบหัวพริ้วด้วยความเป็นห่วง กรณ์แอบยิ้ม
"คุณพริ้ว ฟื้นเสียที คุณอย่าเป็นอะไรไปนะ"
พริ้วค่อยๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมาอย่างงงๆ
"โรงพยาบาล ? ฉันมาทำอะไรที่นี่...คุณณรา คุณกรณ์"
"ฟื้นแล้ว คุณปลอดภัยแล้ว ค่อยยังชั่วแล้วใช่ไหมครับคุณพริ้ว" ณราถาม
"ค่อยยังชั่ว? ปลอดภัย? ฉันไม่ได้เป็นอะไร ทำไมฉันต้องมานอนที่นี่ ไม่เอาอ่ะ ฉันจะกลับบ้าน" พริ้วบอก
"ใจเย็นๆครับคุณพริ้ว คุณอาจจะไม่สบายมาก เดินมาทักผมไม่กี่คำ แล้วก็วูบไปเลยผมว่านอนให้หมอตรวจดีกว่า" กรณ์บอก
"แต่ฉันไม่ได้ป่วยนะคะ ฉันสบายดี"
"สบาย? แล้ววูบสลบน่ะเหรอ"
"จริงๆนะคะ ฉันสบายดี แต่ตอนนั้นมันแปลกๆ เหมือนมีพลังงานบางอย่างกระแทกเข้าใส่" พริ้วเล่า
"พลังงาน ? แต่ตอนนั้นคุณบอกผมว่า “ช่วยด้วย” คุณจะให้ผมช่วยอะไรครับ"
"เปล่านะคะ ฉันไม่ได้พูด ฉันทักคุณว่ามาดื่มกาแฟกับใคร แค่นั้นเอง"

กรณ์มองณราแล้วก็รู้สึกว่าพริ้วแปลกๆ ณรางง ในขณะที่พริ้วก็งง
 
อ่านต่อหน้า 3

สาปสาง ตอนที่ 20 (ต่อ)

ณรากับกรณ์เดินออกมานอกห้อง ณรามองผ่านกระจกด้านในก็เห็นว่าพริ้วหลับไปแล้ว

"ผมคงต้องขอให้หมอตรวจคุณพริ้วให้ละเอียด พักหลังมานี่คุณพริ้วเป็นลมบ่อยมาก" ณราว่า
"แต่เธอก็ดูแข็งแรงนะครับ" กรณ์บอก
"ภายนอกน่ะครับ แต่คุณพริ้วอาจจะป่วยหนักกว่าที่เราคิดก็ได้"
กรณ์ยังมีสีหน้าครุ่นคิดสงสัย ณราสังเกตเห็น
"คุณกรณ์ติดใจอะไรหรือครับ"
"ตอนที่คุณพริ้วคุยกับผม เธอพูดเสียงเศร้าว่า ช่วยด้วย....เธออาจจะมีเรื่องอะไรให้ผมช่วยจริงๆ"
ณรายิ้มขัน "คุณพริ้วคงจะบอกว่า ให้ช่วยหน่อย เพราะจะเป็นลมแล้ว...แบบนี้มั้งครับ ไม่น่ามีอะไรมากกว่านั้น"
ณราไม่สงสัย เธอคิดแต่ว่าพริ้วน่าจะป่วย กรณ์ยังคงติดใจว่าอาจจะมีอะไรแต่ก็พยักหน้าให้ณราสบายใจ

แพรวมาเจอไทอยู่หน้าตำหนัก ไทมีท่าทางเครียดหนักจึงชะเง้อมองเข้าไปในตำหนักพ่อปู่แต่ก็ยังไม่กล้า
"แพรว มาแล้วเหรอ ทำไมช้าจัง ฉันมารอตั้งนาน" ไทว่า
"แล้วทำไมแกไม่เข้าไปรอฉันข้างใน" แพรวถาม
"ฉันไม่กล้า ฉันกลัวพ่อปู่ด่า"
"กลัวโดนด่า ? แกจะทำอะไรที่พ่อปู่ห้ามใช่ไหม"
ไทอึกอัก แพรวกระชากแขนให้ไทหันมาตอบ
"ไอ้ไท ! แกคิดจะทำบ้าอะไร ห๊า"
"ฉัน...ฉันจะบวช ฉันจะบวชอุทิศส่วนกุศลชดใช้ให้ช่อ"
แพรวหมดความอดทนจนแทบจะบีบคอไท เธอกระชากเสื้อแล้วตวาด
"ไอ้โง่ อีช่อมันจะฆ่าเรา แกยังจะแบ่งบุญไปขอโทษมันอีกเหรอ"
"แต่เราทำผิดต่อช่อนะแพรว ที่ผ่านมาแล้วก็เป็นกรรมเก่า เราอย่าสร้างกรรมใหม่อีกเลยนะ"
"กรรม ! เฮอะ ฉันไม่เชื่อ แกอยากโดนมันฆ่าสนองกรรมก็รอวันตายไปคนเดียว...แกบวชให้มันก็บวชไป ส่วนฉันจะอุทิศความตายให้มันเอง"
แพรวสะบัดตัวไทแล้วก้าวเข้าไปในตำหนักด้วยความโกรธ ไทได้แต่ยืนอึ้งแต่ไม่ตามเข้าไป

แพรวกระแทกตัวลงนั่ง เธอเริ่มต้นอ้าปากเล่าด้วยความคับแค้นโกรธขึ้ง
"พ่อปู่...ไอ้ไทมันจะ....”
พ่อปู่ถ่มหมากฝรั่งด้วยแววตาวาววับและกราดเกรี้ยว
"ไม่ต้องพูด กูรู้หมดแล้ว ไอ้สันดาน"
"ทีนี้จะทำยังไงพ่อปู่ ถ้าไอ้ไทมันบวชให้อีช่อ เกิดผีอีช่อได้รับบุญมีอิทธิฤทธิ์กว่าเดิมกลับมาฆ่าฉันล่ะ"
"ไอ้เพื่อนหน้าโง่ของแกจะไม่ได้บวชหรอก"
"พ่อปู่จะทำอะไร หรือจะฆ่ามัน" แพรวถาม
"อีเลือดชั่ว คนอย่างเพื่อนมึง กูไม่ฆ่าให้เสียมือหรอก แค่ป่วนพิธีบวชให้ชิบหายก็พอแล้ว"
"แล้วผีอีช่อล่ะพ่อปู่ พ่อปู่ต้องหาทางกำจัดมันให้สิ้นซากเสียทีนะ"
"กูรู้ ไม่ต้องมาสั่งกู ถ้าผีอีช่อไม่ได้รับบุญ มันก็ไม่มีฤทธิ์มาสู้กูได้"
แพรวยิ้มย่อง พ่อปู่ตวาดตากำราบความลำพองของแพรว
"มึงก็อย่าลำพองใจไป ระหว่างนี้ อย่าให้อีช่อได้บุญ ไม่ว่าจากใครก็ตามที่จะอุทิศให้มัน เพราะถ้าผีอีช่อได้รับบุญจากผู้มีใจกุศลที่จะส่งให้มัน อีผีนรกตัวนี้มันจะยิ่งมีฤทธิ์แรงกว่าเดิม"
แพรวพยักหน้ารับอย่างหมายมาด

ณราจอดรถที่หน้าบ้านพริ้วด้วยท่าทางอารมณ์บูด
"ขอบคุณนะคะที่มาส่ง" พริ้วกล่าว
"คุณนี่ดื้อจริงๆ ผมบอกแอดมิด ให้หมอดูอาการอีกสักคืนก็ไม่ยอม" ณราว่า
"ก็ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ฉันแข็งแรงดี แค่มีอะไรแปลกๆพุ่งใส่ฉันเท่านั้นเอง"
"มันจะอะไรแปลกๆ หวิวๆ หน้ามืด ตาเบลอ เริ่มสติไม่ค่อยชัดใช่ไหม"
"นั่นแหละค่ะ อาการอย่างนั้นเลย"
"เค้าเรียกว่า “เป็นลม” มันแปลว่าคุณไม่สบาย"
"เอ๊ะ ก็ฉันบอกว่าฉันสบายดี แต่อาการพวกนั้นมันแปลกๆ"
"คุณเริ่มเถียงแล้ว นี่มันอาการข้างเคียงหลังจากเป็นลมหรือเปล่าเนี่ย"
พริ้วฉุน "นี่คุณ พูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ ฉันบอกว่าฉันปกติดี แต่ที่มีอาการแปลกๆเพราะมีอะไรบางอย่างมาโดนฉัน...ถ้าคุณไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ ฉันไม่สนคุณแล้ว"
พริ้วเปิดประตูรถแล้วลงไปก่อนจะปิดโครมแล้วเดินฉับๆเข้าบ้านด้วยความโมโห
"เดี๋ยวก่อนคุณพริ้ว"
ณรารีบเดินตาม แต่พริ้วย้อนกลับมาล็อคกลอนไม่ให้ณราเข้าบ้าน
"อ้าว...อะไรวะ คนอุตส่าห์เป็นห่วง" ณราว่า

ณราเข้าบ้านพริ้วไม่ได้เลยต้องกลับไปอย่างเซ็งๆ

เฟยเงยหน้ามองพริ้วแล้วมองนาฬิกาก็เห็นว่าพริ้วกลับบ้านผิดเวลาแถมยังหน้าหงิก

"กลับบ้านก่อนเวลาเลิกงาน แถมหน้างอเป็นม้าหมากรุก...ลื้อกับอาณรามีเรื่องอะไรกันใช่ไหม"
"ก็คุณณราน่ะสิ เค้าหาว่าฉันป่วยหนัก แต่ฉันสบายดี แค่มีอะไรไม่รู้มากระแทกแล้วฉันก็หมดสติไป"
เฟยตกใจจึงรีบเข้ามาหาพริ้ว
"อาพริ้ว เกิดอะไรขึ้นกับลื้อ"
พริ้วหันมาแล้วเล่าให้เฟยฟัง
พริ้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้เฟยฟังจนหมด เฟยตกใจ
"อั๊ยหยา เอาแล้วไง เอาแล้วไง"
เฟยเดินกลับไปกลับมาอย่างเคร่งเครียดและคิดไม่ตก พริ้วงง
"อะไรกันป๊า ป๊ารู้เหรอว่าพลังที่พุ่งเข้าใส่ฉันมันคืออะไร"
"อั๊วก็พอจะรู้ แต่ถ้าจะให้แน่ ต้องรอให้มืด คืนนี้เวลาที่เดือนเคลื่อนตรงหัว"
"กลางคืน ? หมายความฉันเจอกับ............บื๊อ"
"แล้วลื้อคิดว่าลื้อเจอกับอะไรอยู่ หา ! คืนนี้อั๊วจะทำพิธีเรียกพลังลึกลับนั่นมาให้เห็นจะจะ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"
"ไม่รบหรอกป๊า แค่รู้ว่าพลังนั่นเป็นอะไร แล้วเราต้องทำยังไงต่อไปก็โอเค"
พริ้วพยักหน้าตกลง เฟยถอนหายใจด้วยความหนักใจ

ผนังออฟฟิศณรามีรูปที่ดินที่เคยเป็นโรงละครเก่าติดอยู่ที่ผนัง และมีรูปโรงแรมที่จะสร้างติดอยู่กรณ์มองรูปที่ดินแล้วนึกถึงช่อเอื้อง
"ช่อ ตอนนี้คุณจะเป็นยังไงบ้าง ผมได้แต่ฝันถึงคุณ ผมอยากจะเจอคุณตัวจริงๆเหลือเกิน"
ช่อเอื้องปรากฎตัววูบหนึ่งที่มุมหนึ่งแต่มีลำตัวซีดจาง
"คุณกรณ์ ช่อยังรอคุณอยู่ที่เดิม"
ณราเปิดประตูเข้ามา ช่อเอื้องหันไปแล้วพลันแสบตาเพราะเห็นแสงวาบเป็นรูปแผ่นยันต์ที่อกเสื้อณราที่ณรารับจากซินแสมาแล้วพับใส่กระเป๋าเสื้อแล้วเก็บไว้กับตัว
"แสงนั่น ?” กรณ์สงสัย
ณราชี้ไปตึกข้างนอก "กระจกตึกตรงข้ามน่ะครับ มันสะท้อนแสบตาจริงๆ"
กรณ์และณราหันไปมองกระจกหน้าต่างตึกตรงข้ามที่สะท้อนแดดแรง ช่อเอื้องมองอกเสื้อณราแล้วก็รู้ว่ามียันต์
"ยันต์มงคลสูตร"
ช่อเอื้องไม่ร้อน ไม่เจ็บ แต่ก็เข้าใกล้ไม่ได้จึงได้แต่วนเวียนรอบตัวกรณ์ ไม่เข้าใกล้ณรา
"เป็นไงครับ คุณกับคุณพริ้ว...โอเคกันแล้ว?” กรณ์ถาม
"เฮ้ย โอเคอะไร ไม่มีอะไร คุณกรณ์พูดอะไรไม่รู้เรื่องนะครับ สงสัยจะป่วยอีกคน"
"ผมสบายดีครับ มีแรงทำงาน"
"ดีเลย อาทิตย์หน้าผมอยากจะสรุปแบบให้สถาปนิก จะได้เริ่มสร้างโรงแรมบนที่ดินตรงนั้นเสียที"
ณราจิ้มแผนที่รูปที่ดิน ช่อเอื้องปรากฎตัววาบใกล้กรณ์
"คุณกรณ์ช่วยช่อด้วย"
กรณ์และณราคุยกันที่หน้าบอร์ดงาน ช่อเอื้องจะใกล้กรณ์แต่กรณ์ยืนอยู่ใกล้ณราทำให้ช่อเอื้องเข้าไปไม่ได้
"ช่อใกล้คุณไม่ได้เลยคุณกรณ์ เพราะยันต์มงคลกันช่อไว้....คุณกรณ์ขา...ช่ออยู่ตรงนี้"
ช่อเอื้องเอื้อมมือไปหาแต่มือก็ทะลุร่างกรณ์ ช่อเอื้องหาทางบอกจึงปัดมือไปโดนกระดาษแผนที่ กระดาษปลิวพั่บเหมือนมีคนสะบัด กรณ์กับณราเงยหน้ามอง
ช่อเอื้องดีใจ "มีทางแล้ว คุณกรณ์คะ ช่ออยู่ตรงนี้ ที่ที่ดินนี่"
ช่อเอื้องจับปลายกระดาษแผนที่แล้วสะบัด กรณ์และณราเห็นปลายฝั่งหนึ่งของแผนที่ปลิวพั่บๆๆ
ช่ออเอื้องดีใจ เธอพยายามกัดฟันแล้วโบกแขน หมุนตัวจนกระดาษแผนที่ รูปโรงแรม ปลิวสะบัด บางอันหลุดจากบอร์ด
"คุณกรณ์....ช่อเองค่ะ ช่ออยู่ตรงนี้"
"ลม !” ณราพูด
"ผมนี่แย่จริง ลืมเปิดหน้าต่างทิ้งไว้"
ณราหันไปมอง กรณ์เดินไปที่หน้าต่างบานหนึ่งแล้วดึงปิดเข้ามา ลมหยุดพัด กระดาษหยุดปลิว ทุกอย่างนิ่งสนิท กรณ์เดินกลับมาแล้วพูด
"ทำงานต่อเถอะครับ"
กรณ์ชั่งใจครู่หนึ่ง แล้วกางแผนที่ปักขึ้นบนบอร์ด แผนที่กระดาษผ่านทะลุร่างช่อเอื้องไปติดที่บอร์ด
ช่อเอื้องน้ำตาไหล เธอยืนพิงผนังแนบแผนที่ที่กรณ์กำลังติดบนบอร์ด แต่กรณ์ก็ไม่รู้สึกแม้ว่าจะอยู่ใกล้กันแค่คืบ
"คุณกรณ์"

ฟ้าที่สว่างในเวลากลางวัน จู่ๆ ก็มีเมฆเคลื่อนชนกันจนปิดบังดวงอาทิตย์ ช่อเอื้องอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ลานน้ำพุเทวี
ช่อเอื้องร้องไห้ "คุณกรณ์ขา....ทำไมคุณถึงไม่เห็นช่อ คุณไม่รู้สึกหรือว่าช่ออยู่ใกล้ๆ ช่อจะทำยังไงดีคุณถึงจะสัมผัสช่อได้"

ช่อเอื้องร้องไห้เสียใจ้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้ แล้วก็นึกย้อนไป
 
อ่านต่อหน้า 2

สาปสาง ตอนที่ 20 (ต่อ)

เหตุการณ์ในอดีต ช่อเอื้องเห็นพริ้วก็ตาวาวจึงพุ่งตัวเข้าไปในร่างพริ้ว พริ้วหันมาสบตากรณ์เป็นสายตาหมองเศร้าของช่อเอื้อง นัยน์ตาของเธอพร่าด้วยน้ำตา

"ช่วยด้วย !”
ช่อเอื้องตาวาวอย่างมีความหวัง
"ผู้หญิงคนนั้นเป็นสื่อให้เราได้"
ช่อเอื้องหายร่างวับไป

ช่อเอื้องปรากฎร่างหน้าบ้านพริ้วแล้วมองไปที่บ้าน ภายในมีแสงนวลสว่างตาสาดส่องออกมา
ช่อเอื้องก้าวเท้าเข้าไปพอจะผ่านประตูบ้านเข้าไป ก็เกิดแสงแปลบปลาบสีเงินยวงสว่างปรากฎขึ้นรอบประตูบ้าน ช่อเอื้องถอยหลังออกมา
"ยันต์กรอบมงคล ! ขอฉันเข้าไปเถิด" ช่อเอื้องบอก
ช่อเอื้องกัดฟันรวมพลังจะผ่านประตู พลันแสงเงินยวงสว่างวาบขึ้นอีก
ช่อเอื้องร้องลั่น "โอ๊ย !”

พริ้วที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ได้ยินเสียงช่อเอื้อง
"โอ๊ย !”
พริ้วลุกไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไป พริ้วเห็นช่อเอื้องถลาถอยหลังห่างจากประตูบ้านแล้วร่างก็หายไป พริ้วตกใจที่เห็นช่อเอื้องแวบหนึ่ง

พริ้วร้องลั่น "ป๊า !”
เฟยตกใจที่ได้ยินเสียงพริ้วดังมาก่อนตัว พริ้ววิ่งลงมาจากชั้นบนด้วยใบหน้าซีด ตกใจ
"ป๊า...ฉัน....เห็น....”
"เค้าคงมาแล้ว....ดี คืนนี้จะได้รู้กัน"
เฟยพยักหน้าแล้วหันไปเตรียมอุปกรณ์ เช่น กระจกแปดทิศ กระดิ่งทองเหลือง

พ่อปู่ลืมตาขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด
"ไอ้ซินแสหัวหงอก...คิดจะลองของกู กูจะจัดการมึงทั้งคนทั้งผี"
พ่อปู่วางขันทองแดงแรงจนน้ำมนต์กระเซ็น อีกาบินขึ้นฟ้า

ท้องฟ้ามืดมิด เฟยและพริ้วมาถึงที่ดิน พริ้วจะเดินเข้าไป
"เดี๋ยวก่อนอาพริ้ว"
"อะไรเหรอป๊า"
เฟยจุดธูปแล้วปักที่หน้าที่ดิน
"ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ธรรมเนียมเขามีไว้ ไปมาลาไหว้ให้รู้กาละ"
พริ้วผงกหัวเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าผงกให้ใครแต่ก็ผงกตามซินแสก่อนจะเดินเข้าไปในที่ดิน แสงขาวที่พริ้วกับเฟยมองไม่เห็นเปิดช่องเป็นทางให้ซินแสกับพริ้ว ร่างขาวๆของผีเจ้าที่มองทั้งคู่อยู่

เบื้องหน้าพ่อปู่มีควันคลุ้ง ควันค่อยๆ คลี่ออกรอบตัวจนเห็นใบหน้าโหดร้ายของพ่อปู่ชัดเจน

"ไอ้พ่อลูก พวกมึงรนหาที่ เดี๋ยวจะได้เจอฤทธิ์หมอกดำของกู"

เฟยกับพริ้วยืนอยู่กลางที่ดินใกล้ลานน้ำพุเทวี เฟยตั้งพิธีโรยผงสีขาวเป็นรูปหยินหยาง พริ้วจุดเทียนปักรอบ เฟยและพริ้วยืนอยู่คนละฝั่ง
"พร้อมนะอาพริ้ว"
"จ้ะ เริ่มเชิญวิญญาณได้เลยป๊า"
เฟยสั่นกระดิ่งทองเหลืองดังเก๊ง

พ่อปู่พึมพำคาถาทำให้หมอกดำที่ล้อมตัวพ่อปู่เริ่มทวีพลังหนาขึ้น
"จง นะ สิ เก....หมอกดำกาลี จงชี้ชะตาพวกมัน"
หมอกดำพุ่งหมุนวนแล้วพุ่งออกจากตำหนัก

ช่อเอื้องได้ยินเสียงกระดิ่งทองเหลือง
"กระดิ่งเชิญวิญญาณ....ใครเรียกฉัน ใคร !”
ช่อเอื้องเสียงเข้มด้วยความไม่ไว้ใจ
กระดิ่งดังอีกครั้ง สายสีขาวเป็นเส้นเลื้อยอ้อยสร้อยออกมาจากหลายมุม ช่อเอื้องเห็นก็พยายามจะวิ่งหลบ
"สายเชิญวิญญาณ....ไม่ ฉันไม่ไป อย่ามายุ่งกับฉัน"
ช่อเอื้องวิ่งไปทางหนึ่งก็พบสายหมอกสีขาวอีก หนีไปอีกทางก็เจอสายหมอกสีขาว
"อย่าทำร้ายฉัน ฉันไม่ไป....แกเป็นใคร แกจะทำร้ายฉันใช่ไหม ฉันไม่ไป"
ช่อเอื้องหนีไม่พ้น เสียงกระดิ่งดังระรัว สายหมอกสีขาวรัดร่างช่อเอื้องราวกับเป็นเชือกล่ามเธอไว้ ช่อเอื้องพยายามดิ้นรนขัดขืน

เฟยสั่นกระดิ่งรัวๆ พลางร้องบอก
"มาเถิด อั๊วมาดี อั๊วไม่ได้มาทำร้าย อั๊วขอเชิญวิญญาณท่านมาสนทนาให้คลายความร้อนใจ เชิญ"
เฟยสั่นกระดิ่งรัวๆ พริ้วกวาดตามองรอบตัวแต่ยังไม่เห็นอะไร
เส้นหมอกขาวเชิญวิญญาณพันรอบร่างช่อเอื้อง ช่อเอื้องนิ่งฟัง เส้นหมอกขาวคลายตัวลง
ช่อเอื้องเอ่ยถาม "มาดีหรือ ?”
ช่อเอื้องนิ่งลง เส้นหมอกขาวคลี่คลายออกแล้วกลายเป็นเส้นสองเส้นราวกับเส้นทางเดินให้ช่อเอื้อง ช่อเอื้องตัดสินใจ

พริ้วเห็นเส้นหมอกขาวค่อยๆคืบคลานมา แล้วช่อเอื้องก็ปรากฎตัวขึ้น พริ้วตะลึง
"มาแล้ว"
"มาใกล้ๆสิ"
เส้นหมอกขาวทอดมาใกล้วงหยินหยาง ช่อเอื้องจะเดินมาอีกก้าว หมอกดำม้วนตัวพุ่งเข้ามาแล้วแปลงร่างเป็นธนูไฟพุ่งเข้าใส่ช่อเอื้อง
"กรี๊ด"
พริ้วและซินแสตกใจ
ธนูไฟปักอกช่อเอื้องจนใบหน้าของเธอขาวซีด ตาแดงก่ำ ช่อเอื้องจับธนูไฟแล้วกระชากออก
"พวกมึงทำร้ายกู"
"ป๊า....เกิดอะไรขึ้น" พริ้วถาม
ช่อเอื้องขว้างธนูไฟทิ้ง ที่อกของเธอมีหมอกดำพุ่งออกมา แล้วพุ่งปักเข้าตัวช่อเอื้องอีก ช่อเอี้องกรีดร้อง
"หมอกดำ....นี่มันมนต์มารชัดๆ" เฟยว่า
"เธอเป็นอะไรหรือเปล่า" พริ้วถาม
ช่อเอื้องสะบัดหน้าจ้องพริ้วชนิดนัยน์ตาแดงก่ำ พลันร่างของเธอก็หายไป ทันใดนั้นช่อเอื้องก็พุ่งใส่ร่างพริ้วจนพริ้วกระตุก ตาแดงก่ำ จ้องหน้าซินแส
พริ้วพูดด้วยเสียงช่อเอื้อง "มึงหลอกกู มึงทำร้ายกู"
"อาพริ้ว ! ตั้งสติให้ได้ ได้ยินเสียงป๊าไหม อาพริ้ว อย่าจิตหลุด"
เฟยเขย่าตัวพริ้ว
ช่อเอื้องในร่างพริ้วบีบคอเฟย
พริ้วพูดด้วยเสียงช่อเอื้อง "กูจะฆ่ามึง"
"อ๊าก ! อั๊วไม่ได้ทำร้ายลื้อ ปล่อยมือ แล้วคุยกันดีๆ อ๊าก"
ทันใดนั้น หมอกดำก็ม้วนตัวลงมาเป็นก้อนมหึมาแล้วแยกออกเป็นเสี่ยงๆ พุ่งใส่ร่างพริ้ว
พริ้วพูดด้วยเสียงช่อเอื้อง "มึงทำร้ายกู มึงทำร้ายกู กรี๊ดด"
ร่างพริ้วสั่นพั่บๆ มือของเธอลดลงจากคอของเฟย
ช่อเอื้องถลาออกจากร่างพริ้วแล้วมองที่ซินแสและพริ้วอย่างอาฆาต ก่อนจะสลายร่างไป พริ้วสลบเหมือดล้มลงอยู่กลางยันต์หยินหยาง
"อาพริ้ว ! แย่แล้ว วิญญาณตนนั้นเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว" เฟยบอก
เฟยรีบพรมน้ำมนต์ใส่หน้าพริ้ว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอาฆาตของช่อเอื้องดังขึ้นเป็นระยะ
เฟยเงยหน้ามองฟ้ามืดมีหมอกดำม้วนเป็นลำพุ่งกลับไปทางหนึ่ง

พ่อปู่มองหมอกดำที่พุ่งกลับเข้ามาแล้วพุ่งลงอ่างทองแดงก่อนจะหัวเราะด้วยความสะใจ
"ฮ่าๆๆ ไม่มีใครต่อกรกับหมอกมารของกูได้ ฮ่าๆ"

ช่อเอื้องมีร่างกายแหลกเละเป็นวิ่นๆ มีรอยเลือดสีดำกระจายทั่วไป ใบหน้าขาวซีด นัยน์ตาแดงก่ำ
"ไอ้อีหน้าไหนทำร้ายกู กูจะอาฆาตจองเวรไม่มีสิ้นสุด"

แววตาของช่อเอื้องกราดเกรี้ยวและเต็มไปด้วยความแค้น
 
อ่านต่อตอนที่ 21
กำลังโหลดความคิดเห็น...