xs
sm
md
lg

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 17

เผยแพร่:

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 17

เกนหลงสะดุ้งตื่นขึ้นมา พลางมองไปรอบๆ ห้องอย่างงงๆ
“มานอนตรงนี้ได้ยังไง?”
เกนหลงมองซ้ายมองขวา หันไปเห็นหน้าตัวเองในกระจก พลางจับหน้าตัวเองที่สะอาด หมดจด
ปราศจากเครื่องสำอาง มองไปที่โต๊ะหัวเตียงเห็นอุปกรณ์ล้างหน้าที่ถือค้างไว้เมื่อคืน ข้างๆขวดมีกระดาษโน้ตลายมือ
เอื้อวางอยู่ เกนหลงหยิบมาอ่าน
“พี่อยู่ที่สวนหน้าโรงแรม อาหารเช้าวางอยู่บนโต๊ะนะครับ พี่ให้ทางโรงแรมจัดดอกไม้มาให้ เผื่อจะทำ
ให้สดชื่นขึ้น เอื้อ”
เกนหลงหันไปเห็นอาหารเช้าของโรงแรมวางไว้อย่างสวยงาม ก่อนที่จะเดินลงจากเตียงไปที่โต๊ะอาหาร
พลางหยิบดอกไม้ช่องามขึ้นมาดู กลิ่นสดชื่นของดอกไม้ทำให้เกนหลงยิ้มออกมานิดๆที่มุมปาก รู้สึกดีขึ้นมาจริงๆ
เกนหลงเริ่มรู้สึกซึ้งใจกับความใส่ใจของเอื้อเพิ่มมากขึ้น พอคิดถึงเอื้อ ก็คิดถึงสุริยง แล้วก็พาลเศร้า
“พี่เอื้อน่ารักขนาดนี้ ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมคุณสุถึงทำแบบนี้กับพี่เอื้อได้”
เกนหลงคิดถึงสุริยงด้วยความไม่เข้าใจ และขัดเคืองใจอยู่ในที

ในขณะที่เอื้อ ที่นั่งอยู่ที่สวนสวยมุมหนึ่งของโรงแรม พยายามต่อโทรศัพท์หาสุริยง แต่ก็ไม่สามารถ
ติดต่อได้เช่นเคย เอื้อกดวาง แล้วก็กดโทรไปที่บ้านสุริยง อาทิตย์เป็นผู้รับสาย
“สวัสดีครับ อ้อ คุณเอื้อ สวัสดีครับ นายไก่ นายไข่ เพิ่งจะออกไปตลาดกับคุณยายเมื่อกี๊นี้เองครับ
กลับมาแล้วจะให้โทรกลับมั้ยครับ?”
เอื้อรีบบอก
“ไม่เป็นไรครับ คือผมจะโทรมาถามข่าวคราวของหนูเล็กน่ะครับ พอดีผมติดต่อมือถือหนูเล็กไม่ได้
เลยครับ ก็เลยเป็นห่วง”
“อ๋อ หนูเล็กโทร.มาบอกว่า โทรศัพท์มือถือหายครับ จะติดต่อไม่ได้”
เอื้อรีบถาม
“มือถือหาย แล้วหนูเล็กโทรมาบอกเมื่อไหร่? เขาบอกหรือเปล่าว่าโทร.จากที่ไหนครับ?”
“วันแรกก็โทร.มาจากที่โรงแรมครับ รู้สึกจะเป็นโรงแรมที่ซูริค” อาทิตย์ตอบตามความจริง
“แล้ววันนี้ได้โทรมาหรือยังครับ?”
อาทิตย์คิดๆ แล้วก็ตอบ
“ยังเลยครับ ยังไม่ได้ข่าวเลย อ้อ แต่เมื่อคืนนี้มีเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามือถือ แต่อารับไม่ทัน เป็นเบอร์
จากต่างประเทศ ก็เลยเดาว่าน่าจะเป็นหนูเล็ก” พลางหันไปหยิบโทรศัพท์มาดู
เอื้อตาโต รีบถามทันที
“คุณอายังเก็บเบอร์ไว้หรือเปล่าครับ?”
“เก็บไว้ครับ”
เอื้อยิ้มดีใจ
“คุณอาบอกเบอร์มาให้ผมหน่อยนะครับ ครับ ขอบคุณมากครับ”
เอื้อรีบวางสายไป ดูเบอร์โทรศัพท์ในกระดาษอย่างมีความหวัง แล้วก็รีบกดโทรออกทันที สักครู่ก็มี
เสียงทางปลายสายตอบกลับมา
“ สวัสดีครับ ติสลิส สกีรีสอร์ท มีอะไรให้รับใช้ครับ?”
เอื้อชะงักนิดๆ
“ติสลิส? ติสลิสที่แองเกิลเบิร์กใช่มั้ยครับ?”
เอื้อถามกลับด้วยความแปลกใจ คิดไม่ถึงว่าสุริยงจะอยู่ต่างเมือง

เขมชาติยืนคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งด้วยความหวาดระแวงเล็กๆ คุยไป มองซ้ายมองขวาไปด้วย
“คุณสมคิด มีอะไรคืบหน้าหรือเปล่า?”
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง สมคิดนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องทำงาน
“ไม่มีเลยครับ วันนี้คุณเกนเงียบหายไปเลย ไม่โทรตามตารางงานของคุณสุเหมือนเมื่อวาน ไม่รู้ว่าเป็น
ยังไงบ้าง มื่อวานตอนที่คุณเกนโทรมาน้ำเสียงร้อนใจมากๆ”
เขมชาติสีหน้าหนักใจ เข้าใจ แต่ต้องใจแข็ง
“ผมรู้ แต่อีกไม่นานทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ตอนนั้นคุณเกนก็จะเลิกร้อนใจไปเอง”
สมคิดพูดตรงๆ
“คุณเขม ผมพูดตรงๆเลยนะ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เหมือนกำลังช่วยผู้ร้ายทำผิด”
เขมชาติสวนกลับมาทันที
“ผมไม่ใช่ผู้ร้าย”
สมคิดชะงัก เขมชาติรีบปกป้องตัวเอง
“และผมไม่ได้กำลังทำผิด สิ่งที่ผมทำมันคือความถูกต้อง พูดไปคุณสมคิดก็ไม่เข้าใจ เรื่องนี้มัน
ซับซ้อนกว่าที่คนอื่นเห็น”
เขมชาติหลุดพูดความรู้สึกออกมา เพราะในใจตอนนี้ก็พลุ่งพล่านไม่น้อย ดีชั่วตีกันอยู่ในตัว สมคิดฟัง
และเตือนสติอย่างนุ่มนวล
“คุณเขมก็ระวัง อย่าให้มันซับซ้อนจนคุณเองหาทางออกไม่เจอก็แล้วกัน”
เขมชาติสะอึก สุริยงเดินมาทาวงด้านหลัง มองซ้ายมองขวากำลังหาอยู่เ ขมชาติปรายตาไปเห็น รีบ
ตัดบท
“แค่นี้ก่อนนะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าฝากข้อความบอกผมได้เลย”
“ได้ครับ”
สมคิดวางสายไป แล้วก็ถอนใจเบาๆ “เฮ่อ”
ในขณะที่เขมชาติวางสาย แล้วคิด แววตามีลังเลนิดๆ จากคำเตือนของสมคิด
ธรรมชาติยามนี้ช่างสวยงามหลือเกิน สุริยงยืนมองอย่างสุขใจ และเมื่อสายลมเย็นพัดมาเบาๆ

สุริยงรีบหยิบผ้าพันคอที่เอื้อให้ มาคลุมไหล่ไว้ แล้วก็ยืนชมวิวด้วยความสบายใจ เขมชาติยืนมองด้วยแววตาอ่อน
ลง แต่แล้วด้านมืดก็ผุดขึ้นมา เมื่อฉุกคิดถึงภาพตอนที่สุริยงเย่อหยิ่งใส่ ทำเหมือนไม่ใยดี และย้อนกลับไปตอนโดนบอก
เลิก
แววตาของเขมชาติแข็งขึ้น และบอกกับตัวเองเบาๆ
“ถอยกลับไม่ได้ ต้องไปให้ถึงเท่านั้น”
เขมชาติหลับตาลงหนึ่งอึดใจ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร เพื่อดำเนินไปตามแผน
“วดี”
สุริยงหันมาเห็นเขมชาติก็ยิ้มให้ และเดินเข้าไปหา สุริยงยืนยิ้มด้วยจริงใจ ไม่รู้เลยว่ากำลังอยู่ในเกมที่
แสนโหดร้ายของคนที่เธอไว้ใจ

อีกด้านหนึ่งเอื้อกับเกนหลงยืนอยู่ด้านหน้าทางขึ้นติสลิส เกนหลงหน้าเครียดพร้อมพุ่งชนทุกขณะ เอื้อ
หันมามอง
“เกนอยากรออยู่ข้างล่างหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ เกนอยากเห็นกับตา ว่าสองคนนั้นเขามาที่นี่ทำไม? ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในแพลนงาน ออกนอก
เส้นทางมาขนาดนี้ คงต้องเป็นโปรแกรมพิเศษมากๆ”
เอื้อรีบปลอบใจ
“ใจเย็นๆ พี่ยังไม่ได้บอกสักคำว่าหนูเล็กจะอยู่กับเขมชาติที่นี่ พี่บอกแค่ว่าหนูเล็กโทรจากที่นี่กลับ
ประเทศไทย บางทีหนูเล็กอาจจะมาคนเดียวก็ได้ อย่าลืมสิ เรายังไม่มีหลักฐานว่าเขมชาติมาที่นี่ เรารู้แค่ว่าเขายกเลิก
นัดที่อิตาลี่แค่นั้นเอง เขาอาจจะไปที่อื่นก็ได้”
“พี่เอื้อไม่ต้องพยายามแก้ตัวให้สองคนนั้นหรอกค่ะ เกนพยายามคิดทุกอย่างแล้ว พี่เอื้อก็รู้ว่าเกนเป็น
คนมองโลกในแง่ดีมากขนาดไหน ดีจนบางครั้ง กลายเป็นคนโง่ โดยไม่รู้ตัว”
เกนหลงอารมณ์ขึ้นจนเก็บไม่อยู่
“พอกันที เกนจะไม่สร้างโลกสวยหลอกตัวเองอีกต่อไปเลย ถ้าความจริงมัน เลว ร้ายก็ต้องไปเจอ จะ
ได้จบๆกันไป”
พูดจบเกนหลงก็รีบพุ่งไปที่ทางขึ้นด้วยความอารมณ์ที่กรุ่นได้ที่ เอื้อมองตามด้วยความหวั่นใจ แล้วก็รีบ
เดินตามไปทันที

ในขณะที่เขมชาติกับสุริยงนั่งอยู่ที่มุมระเบียงของร้านอาหารริมทะเลสาป โดยไม่ได้รู้เลยว่าอะไร
กำลังจะเกิดขึ้น
สุริยงวางผ้าพันคอที่เอื้อทำให้ไว้ที่เก้าอี้ข้างกระเป๋า เขมชาตินั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองหน้าสุริยงแล้วก็ยิ้ม
อย่างมีความสุข
“ไม่อยากลงไปจากที่นี่เลย อยากติดอยู่บนนี้ตลอดไป”
สุริยง มองหน้า แล้วตอบแบบกวนๆ “อยู่ไปคนเดียวนะคะ”
เขมชาติหัวเราะ
“นี่แหละ เสน่ห์อีกอย่างของคุณ ที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มี”
สุริยงทำหน้างงๆ เขมชาติรีบเฉลย
“คุณไม่ยอมผม ที่ไม่เห็นด้วย คุณก็จะแย้งขึ้นมา ทำให้ผมเห็นมุมมองที่ต่างไป มีคุณอยู่ข้างๆ ทำให้ผม
มองสิ่งต่างๆได้ลึกขึ้น”
เขมชาติจงใจปั้นคำเยินยอด้วยถ้อยคำที่ฉลาด ไม่เจาะจงจนดูไม่จริงใจ และใช้ความจริงสร้างความ
ประทับใจ สุริยงฟังแล้วรู้สึกดี
“ เสียดาย วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะอยู่ข้างๆผม”
เขมชาติเสียงเศร้าขึ้นมาทันทีสุริยงสะอึก ลึกๆ แล้วแอบใจหายเหมือนกัน แต่พยายามไม่แสดงความ
เศร้าออกมา
“ไม่มีฉัน คุณก็มีคุณเกน เธอทำได้ดีกว่าฉันแน่ค่ะ”
“ผมรู้ คุณเกนเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่เธอก็แทนที่คุณไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ”
เขมชาติพูดด้วยความจริงใจ เพราะลึกๆ แล้ว ก็รู้สึกเช่นนี้จริงๆ สุริยงมองหน้าเขมชาติสัมผัสได้ถึง
ความจริงนั้น จนต้องเบี่ยงสายตาหนี ไม่อยากจะรู้สึก แต่ก็ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้

ในขณะเดียวกันเกนหลงกับเอื้อ ก็กำลังขึ้นกระเช้ากำลังมุ่งขึ้นไปบนยอดเขา และทันทีที่กระเช้าเข้ามา
เทียบท่า เกนหลงรีบลง ใจเต้นระทึก

สุริยงดูนาฬิกาแล้วตัดบท
“ฉันว่าเรารีบลงไปเถอะค่ะ ใกล้เวลาที่ฉันนัดให้รถมารับแล้ว เดี๋ยวจะไปไม่ทันนัดลูกค้า”
พูดพลางขยับลุกขึ้น เขมชาติจับแขนไว้
“วดี”
สุริยงหันมา เขมชาติพูดต่อ
“ก่อนไป ผมขอร้องอะไรอย่างนึงได้มั้ย”
“อะไรคะ?”
“วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเราสองคน ผมขอให้วันนี้มีแต่คุณกับผมแค่สองคน ไม่พูดถึงคนอื่น ได้หรือ
เปล่า?”
สุริยงครุ่นคิด เขมชาติรอคำตอบ
ในขณะที่ทางด้านหลัง เอื้อกับเกนหลงเดินเข้ามาในร้านอาหาร พลางมองไปรอบๆ เกนหลงยืน
กวาดสายตาอยู่ในร้าน เอื้อเดินแยกออกไปอีกมุม

เขมชาติรอคำตอบ แล้วสุริยงก็พยักหน้า
“ค่ะ”
เขมชาติยิ้มกว้าง “ผมก็จะไม่พูดถึงคนอื่นเหมือนกัน”
เกนหลงหันมามองอีกทาง บังเอิญมีแก๊งสกี ดินมาเป็นกลุ่มบังเขมชาติกับสุริยง พอดี เกนหลงมอง
ผ่านไป แล้วก็หันหลังกลับมาอีกรอบ แก๊งสกีผ่านไปแล้ว เกนหลงชะงัก เอะใจหันมาอีกที
เขมชาติกับสุริยงก็หายไปแล้ว

เขมชาติพาสุริยงเดินออกมาจากร้าน ตรงไปที่ทางขึ้นกระเช้า ตรงด้านที่เอื้อยืนอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลัง
เอาป้ายพื้นเปียกมากั้นไว้
“พื้นตรงนี้ลื่นนะครับ เชิญเดินอ้อมไปทางโน้นครับ”
สุริยงกับเขมชาติพยักหน้ารับรู้ และเดินไปอีกทาง สุริยงก้าวพลาดจะลื่น เขมชาติดึงแขนไว้
“ระวัง”

เอื้อชะงักกึก “คนไทย” พลางรีบหันหาต้นเสียง แต่แถวนั้นมีแต่ฝรั่ง
อย่าลืมฉัน ตอนที่ 17 (ต่อ)

เขมชาติกับสุริยงเดินลงบันไดมาด้านล่าง ในขณะที่เอื้อยืนอยู่ข้างบน และกำลังจะเดินผ่านบริเวณที่
พื้นลื่นมาด้านที่เขมชาติอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ห้ามไว้
“เข้ามาไม่ได้ครับ อันตราย เดินเข้าไปด้านใน แล้วออกทางประตูโน้นครับ”
เอื้อพยักหน้ารับ แล้วรีบวิ่งเข้าร้านไป เพื่อจะออกอีกทาง ไปตามเสียง ครั้นเอื้อเดินเข้าด้านใน สุริยงกับ
เขมชาติ ก็เดินออกมา และเดินตรงไปที่ทางลงกระเช้า ทันทีที่สุริยงกับเขมชาติเดินเข้ากระเช้า เกนหลงก็เดินออกมา
จากอีกประตู พลางมองซ้ายมองขวา ในใจร้อนรุ่ม
เอื้อเดินพรวดออกมาบริเวณที่เขมชาติกับสุริยงนั่งอยู่ตอนแรก พลางกำลังจะเดินไปตามเสียงที่ได้ยิน
แต่ก็ต้องชะงักกึก เมื่อหันไปที่โต๊ะที่สุริยงนั่ง และห็นผ้าพันคอที่เอื้อทำให้วางอยู่ที่เก้าอี้
เอื้อเดินไปหยิบแววตาแอบเศร้า เกนหลงเดินมาสมทบ เห็นผ้าพันคอในมือ
“นี่มันผ้าพันคอที่พี่เอื้อทำให้คุณสุนี่คะ”
เอื้อพยักหน้า แทนคำตอบ เกนหลงแววตาแข็งขึ้น มองไปข้างหน้า แล้วรีบสรุป
“แสดงว่าคุณสุอยู่บนนี้จริงๆ ต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง”
เกนหลงมองไปรอบๆ แล้วก็พุ่งไปที่ริมทะเลส่าป
เอื้อมองผ้าพันคออีกครั้ง ลึกๆแอบเจ็บที่ถูกลืม ก่อนจะเก็บผ้าใส่กระเป๋าและเดินตามเกนหลงไป

เกนหลงวิ่งเข้ามามองไปรอบๆ ทะเลสาปด้วยใจร้อนรุ่ม พลางมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เจอ กำลังจะหัน
หลังจะวิ่งไปอีกทาง ทันใดนั้นเสียงเอื้อก็ดังขึ้น
“เกน”
เกนหลงหันไป เห็นเอื้อเดินจูงจักรยานมาสองคัน ท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยง

เอื้อกับเกนหลงขี่จักรยานไปตามมุมต่างๆของทะเลสาบด้วยความร้อนใจ เกนหลงปั่นอย่างสุดกำลัง
ด้วยอารมณ์ ที่ตึงเครียด เอื้อปั่นตามและคอยมองดูด้วยความเป็นห่วง
ในขณะที่เขมชาติกับสุริยงเดินออกมาอย่างสบายใจ พลางพากันเดินไปที่รถลึมูซีนที่จอดรออยู่ และ
ขึ้นรถออกจากติสลิสไป

เกนหลงปั่นอย่างไม่คิดชีวิต จนเหนื่อยหอบ พลางจอดคิด เอื้อขี่ตามมาจอดเทียบ เกนหลงหันมาบอก
เอื้อ
“เกนจะขึ้นไปดูบนลานสกีข้างบน เกนเคยมาเล่นสกีที่นี่สองสามครั้ง บางทีสองคนนั้นอาจจะอยู่
ข้างบนก็ได้”
เกนหลงพูดจบก็ปั่นไปต่อ เอื้อมองตามเกนหลงแล้วก็ทั้งสงสาร ทั้งเป็นห่วง จากนั้นก็ขี่จักรยานตาม
เกนหลงไป

ที่หน้าโรงแรมหรูของเมืองลูเซิร์น เขมชาติและ สุริยงเดินเคียงกันมาในชุดทำงานเท่ๆ ทั้งคู่ดูเหมาะสม
กันมาก สุริยงรีบรายงานอย่างคล่องแคล่ว
“คุณสมภพรออยู่ที่ล็อบบี้ กับมิสเตอร์คริสเตียนซีอีโอของโรงแรม ฉันเตรียมลายผ้า ราคาและแบบ
แปลนทั้งหมดไว้แล้ว”
เขมชาติพยักหน้ารับทราบ และเอามือแตะที่กระเป๋าเสื้อสูทเหมือนหาอะไรบางอย่าง.สุริยรีบส่งปากกา
ให้อย่างรู้ใจ
“นี่ค่ะ เมื่อกี๊คุณลืมไว้บนโต๊ะ”
เขมชาติหันมายิ้มประทับใจ “รู้ใจผมจริงๆ”
สุริยงยิ้มรับ ก่อนที่จะเดินเคียงกันเข้าไปในล็อบบี้ เห็นสมภพนั่งอยู่กับลูกค้าต่างชาติ
สมภพ ยิ้มทักทาย “คุณเขมชาติทางนี้ครับ”
เขมชาติเดินเข้าไปจับมือทักทาย สมภพแนะนำกับเจ้านายและนั่งคุยงานที่โต๊ะ สุริยงนั่งข้างๆมอง
เขมชาติด้วยความชื่นชม

เกนหลงอยู่ในชุดสกีพร้อมพุ่งตัวออกไปทันที โดยมีเอื้อยืนส่ง
“พี่จะไปเดินดูทางด้านโน้น แล้วจะกลับมารอตรงนี้ เกนก็ไม่ต้องรีบนะ”
เอื้อพูดยังไม่ทันจบ เกนหลงก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เอื้อรีบพูด “ใจเย็นๆ”
แต่เกนหลงพุ่งตัวออกไปแล้ว เอื้อมองตาม แล้วก็ถอนหายใจ
เกนหลงเล่นสกีอย่างเร็ว ไปตามจุดต่างๆ ที่มีคนเล่นอยู่ เพื่อตามหาเขมชาติและสุริยง แต่ก็ไม่เจอ ยิ่ง
ไม่เจอยิ่งใจร้อน ยิ่งพุ่งไปอย่างเร็ว
ในขณะที่เขมชาติกับสุริยงเดินดูห้องต่างๆของโรงแรม สุริยงเดินจดตาม ในบางจังหวะที่อยู่ในห้องกัน
สองคน เขมชาติให้สุริยงช่วยจัดตลับเมตรในที่แคบๆ ทำให้ต้องยืนชิดเบียดกัน เหมือนไม่ตั้งใจ แต่จริงๆ แล้วเขมชาติ
ตั้งใจ

อีกด้านหนึ่ง เอื้อก็เดินตามหาอีกมุมหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยหิมะ ในขณะที่เกนหลงแล่นสกีมาอย่างเร็ว จน
เสียหลัก ล้มลงอย่างแรง เอื้อหันมาเห็นพอดี
“เกน”
เอื้อประคองเกนหลงนั่งลง พลางช่วยเกนหลงถอดอุปกรณ์ เกนหลงกระชากของตัวเองออกอย่างแรง
ดึงๆ ด้วยความหงุดหงิด
“พี่บอกแล้วไงให้ใจเย็นๆ”
เกนหลงหันมาเหวี่ยง
“เกนพยายามแล้วนะคะ พยายามจะใจเย็น พยายามหาเหตุผลมาหลอกตัวเอง แต่มันปิดความรู้สึกที่
แท้จริงไม่ได้”
“พี่ไม่ได้จะให้เราหลอกตัวเอง” เอื้อรีบออกตัว
“แล้วจะให้เกนทำยังไงคะ ในเมื่อในใจเกนมันเย็นไม่ลงแล้ว เกนไม่ใช่พี่เอื้อนะคะ จะได้ไม่รู้สึกอะไร รู้
ทั้งรู้ว่าผู้หญิงที่ตัวเองรักกำลังอยู่กับผู้ชายอื่น แต่ก็ยังไม่โกรธ ไม่รู้สึกอะไรเลย เกนทำไม่ได้”
เกนหลงระเบิดอารมณ์อย่างลืมตัว
“โอเค งั้นพี่ไม่ห้ามแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำ เอาให้มันเต็มที่ไปเลย”
พูดจบ เอื้อก็ยักไหล่ ไม่สน เกนหลงเห็นเอื้อดุกลับ เลยชะงัก ได้คิด

“เกน ขอโทษค่ะ เกนขอโทษ”
พูดจบ เกนหลงก็ทิ้งตัวนั่งพิงหมดสภาพ หน้าตาเหนื่อยอ่อน เอื้อหันมามอง ด้วยความสงสาร พลาง
เดินมานั่งลงข้างๆ
เกนหลงเริ่มพูดความรู้สึกของตัวเองอย่างหมดเปลือก
“เกนดูเป็นคนไร้สติมากเลยใช่มั้ยพี่เอื้อ นี่เกนกำลังเป็นบ้าอยู่ใช่มั้ยคะ?”
เอื้อไม่รู้จะตอบยังไง เกนหลงพูดต่อ
“เกนไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นได้ถึงขนาดนี้ เป็นบ้าวิ่งตามหาผู้ชายไม่หยุดไม่หย่อน บินข้ามน้ำ
ข้ามทะเล ตะกายขึ้นมาถึงบนนี้ แล้วยังวิ่งพล่านเหมือนคนไม่มีความคิด”
เกนหลงเริ่มน้ำตาปริ่มๆ
“เมื่อก่อนเกนไม่เข้าใจเวลาผู้หญิงที่เป็นแบบนี้แต่ตอนนี้เกนเข้าใจแล้ว”
“เรื่องบางเรื่อง มันต้องเจอเอง มันถึงจะรู้”
เอื้อพูดอย่างเข้าใจโลกมากกว่า
“แล้วทำไมต้องเป็นเกนที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำไม เกนทำผิดอะไร? ทำไมเกนต้องเป็นฝ่ายมาวิ่ง
ไล่ตาม เป็นฝ่ายที่ต้องมานั่งเสียใจอยู่ตรงนี้ ทำไม”
เกนหลงระเบิดอารมณ์ พร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างวุดกลั้น เอื้อเห็นสงสารจับใจ พลางค่อยๆดึง
ตัวเกนหลงมากอดไว้ เป็นความรู้สึกทั้งหนาว ทั้งเวิ้งว้าง และสวยงาม

สุริยงนั่งอยู่ที่ม้านั่งริมทะเลสาปที่เมืองลูเซิร์น กำลังเตรียมเอกสารสำหรับประชุมต่อไป
สุริยงนั่งอยู่เกือบจะกลางเก้าอี้มีพื้นที่ว่างอยู่ซ้ายขวา ด้านซ้ายแคบกว่าด้านขวา ทันใดนั้นเขมชาติก็มา
นั่งแทรกลงด้านที่แคบมากระแซะๆ อ้อนๆ เอาหัวมาพิงไหล่สุริยง
“เหนื่อยจัง”
สุริยงปรายๆตาหันมา แล้วหันไหล่หนี เขมชาติแกล้งทำเป็นล้มตัวลงไปนอนหนุนตักสุริยง
“สบายจัง”
สุริยงดันตัวเขมชาติให้ลุกขึ้น
“นี่ ลุกเลย มานอนตรงนี้ได้ยังไง น่าเกลียด ลุกเลย ลุก “
เขมชาติแกล้งวทำเป็นตัวหนัก“ลุกไม่ขึ้น”
สุริยงลุกขึ้นยืนเลย
“งั้นฉันลุกเอง”
ศีรษะของเขมชาติตกจากตักโขกที่พนักเก้าอี้อย่างแรง
“โอ้ย”
สุริยงตกใจ
“ขอโทษ เป็นยังไงบ้าง”
เขมชาติจับศีรษะตัวเอง “เจ็บตรงนี้”
“เจ็บตรงไหน?”
สุริยงขยับเข้ามาดูที่หัวในระยะประชิดมาก เขมชาติ มองสุริยง แล้วก็ยิ้ม
“ไม่เจ็บแล้ว แค่เห็นคุณเป็นห่วงก็หายแล้ว”
สุริยงเหลือบมองหน้า เห็นเขมชาติทำหน้าทะเล้น มือที่จับศีรษะอยู่ ก็เลยผลักออกไปอย่างแรง
“โกหกอีกแล้วนะ”
เขมชาติก็หัวเราะร่วน
“โห รุนแรงจริงๆ ผมไม่ได้โกหก ผมพูดจริงๆ”
พลางดึงให้สุริยงมานั่งข้างๆ
“คุณอาจจะไม่รู้ว่ามันมีค่าแค่ไหน ที่ได้รู้ว่าคุณยังแคร์ผมผมดีใจจริงๆนะ”
สุริยงมองแล้วก็เขินๆ ยิ้มรับนิดๆ แล้วก็เผลอยอมรับ
“รู้ก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องทำตัวให้เป็นห่วง”
เขมชาติได้ที รีบสวนกลับ “ยอมรับแล้วเหรอว่าคุณเป็นห่วงผม”
เขมชาติยิ้มดีใจ สุริยงรีบหลบตา หันไปคว้าเอกสาร และเฉไฉเข้าเรื่องงานแก้เก้อ
“ใกล้จะถึงเวลาประชุมกับลูกค้าคนสุดท้ายแล้ว รีบไปเถอะ เดี๋ยวสาย”
สุริยงคว้ากระเป๋าเอกสารแล้วก็รีบเดินนำไป เขมชาติมองตามยิ้มกริ่ม ด้วยความสาแก่ใจ

เกนหลงยืนอยู่ที่ประตูเข้าออกของติสลิส อารมณ์เริ่มสงบลงแล้ว หลังจากได้ปลดปล่อยออกมาอย่าง
เต็มที่ เอื้อเดินมาส่งน้ำให้
“เสียน้ำตาไปเยอะ เติมสักหน่อย”
เกนหลง ยิ้มรับ “ขอบคุณค่ะ”
เกนหลงกำลังจะดื่มน้ำพลันเสียงโทรศัพท์มือถือดัง เกนหลงรีบควานหา เมื่อเห็นเบอร์ ปรากฎที่หน้าจอ
ก็ร้องอย่างตื่นเต้น
“คุณวิบูลย์”

วิบูลย์อยู่ที่โต๊ะทำงานของสุริยง รีบบอกกับเกนหลง
“คุณเกน ผมหาตารางงานของคุณสุเจอแล้วนะครับ”
เกนหลงตาโตวาวด้วยความดีใจ
“จริงเหรอคะ? คุณวิบูลย์ช่วยส่งเมลล์มาให้เกนด่วนเลยนะคะ”
วิบูลย์คุยไป กดส่งเมลล์ไปด้วย
“ได้เลยครับ ในตารางงานจะมีรายละเอียดของทริปทั้งหมด”
ในขณะที่อีกมุมหนึ่ง สมคิดเดินมา ได้ยินพอดี
วิบูลย์พูดต่อ “จะมีทั้งรายละเอียดลูกค้าที่คุณสุจะไปพบ แล้วก็โรงแรมที่คุณสุพักด้วยครับ”
สมคิด ชะงักกึก “เฮ้ย” แต่ไม่ทันการ
“ผมส่งเมลล์ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ”
สมคิด โผล่ออกมา ร้องเสียงหลง “คุณวิบูลย์”
วิบูลย์หันมา หน้างงมาก

เกนหลงรีบบอกด้วยความตื่นเต้น
“ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวเกนจะรีบเช็คเดี๋ยวนี้เลย สวัสดีค่ะ”
เกนหลงรีบวางสาย แล้วไปเข้าไปในเมลล์ พลางรีบหันมาบอกเอื้อ
“เกนได้ตารางงานของคุณสุแล้วค่ะ บ่ายนี้คุณสุมีนัดกับลูกค้าที่ลูเซิร์น”
เอื้อขมวดคิ้ว “ลูเซิร์น อยู่ไม่ไกลจากที่นี่”

เกนหลงหันขวับมาทางเอื้อ แววตาเริ่มมีความหวัง
 
อ่านต่อเวลา 17.00น.


อย่าลืมฉัน ตอนที่ 17 (ต่อ)
อย่าลืมฉัน ตอนที่ 17 (ต่อ)
กำลังโหลดความคิดเห็น...