xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 17

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 17

ห้องนั่งเล่น แววนิลเอาละวาดอยากกินเหล้า ปาข้าวของตกแตก
“เอาเหล้ามาได้ยินมั้ยปรียา เอามา”
“เธออยากเข้าโรงพยาบาลอีกรอบหรือไง หยุดกินได้แล้ว”
“ไม่หยุด ฉันจะกิน ไม่ให้ใช่มั้ย ฉันไปเอาเอง”
แววนิลไปที่ประตู เจอมณฑา
“คุณหนูจะไปไหนคะ”
แววนิลผลักมณฑาเซไป
“หลีกไป”

เขมิกาเข้ามารับตัวมณฑาก่อนล้ม
“นิล! พี่บอกแล้วไงว่าห้ามออกไปข้างนอก” ชานนท์บอกเสียงเข้ม
“นิลปวดหัว นิลอยากกินเหล้า”
ปรียารีบเอาเหล้าให้แววนิล
“นี่จ้ะนิล ฉันจะไม่ห้ามเธอแล้ว” ชานนท์แย่งไปแล้วพูดกับปรียา
“พี่สั่งแล้วไงว่าห้ามให้นิลกินเด็ดขาด”
“ปรียาห้ามจนไม่รู้จะห้ามยังไงแล้ว ยิ่งห้ามนิลก็ยิ่งอาละวาดอย่างที่พี่นนท์เห็นนี่แหละค่ะ”
แววนิลแย่งขวดเหล้าจากมือชานนท์ แต่ชานนท์ไม่ยอมให้ ดึงกันไปมา
“ขอน้องเถอะพี่นนท์ น้องอยากกินให้มันลืม พี่นนท์รู้บ้างมั้ยเวลาที่นิลหลับตาทีไรก็เห็นหน้าไอ้สารเลวนั่นมันทำกับนิล”
“คุณผู้ชายคะ ให้คุณหนูเถอะค่ะ นมไม่อยากเห็นคุณหนูทุกข์ทรมานใจแบบนี้” มณฑาบอก
“จะบ้ากันใหญ่แล้ว เมื่อไหร่จะเลิกตามใจกันแบบผิดๆ สักที” ชานนท์ส่งเหล้าให้ปรียา “เอาไปทิ้งให้หมด อย่าให้พี่เห็นอีก”
ปรียารีบเอาไปทิ้ง แววนิลจะตาม
“ห้ามทิ้งนะปรียา เอามาคืนฉัน” เขมิกายืนฟังอยู่นานทนไม่ไหวคว้าข้อมือแววนิลไว้ ไม่ให้ตามปรียาไป “ปล่อยฉัน อย่ามายุ่งกับฉัน”
เขมิกาไม่ปล่อย รีบบอกชานนท์
“คุณมีปืนมั้ย ฉันยืมหน่อย” ชานนท์งง
“เธอจะเอาไปทำไม”
“ให้คุณนิลแก้แค้นไง” เขมิกาหันมาบอกแววนิล “ไป เราไปฆ่าไอ้ประชากัน” แววนิลงง
“เธอเพี้ยนไปแล้วหรือไง” ชานนท์ต่อว่า

สวนบ้านชานนท์ เขมิกายัดปืนใส่มือแววนิล
“แค้นมันมากก็ยิงมันให้สะใจไปเลย”
แววนิลไม่กล้ารับปืนชักมือออก
“อย่ามาสั่งฉัน”
“ทำไม กลัว หรือยิงไม่เป็น ใจฝ่ออย่างนี้นี่เองถึงเก่งแต่ทำร้ายตัวเอง”
แววนิลโมโหคว้าปืนจากเขมิกา หันไปเล็งปืนไปทางโย่ง โย่งที่ถือเป้ายิงมีหน้าประชาแปะติดอยู่ตกใจร้องโวยวาย
“โอ๊ยๆ อย่าเพิ่งยิง ขอเวลาตั้งเป้าก่อน”
โย่งรีบตั้งเป้าแล้วถอยห่าง แววนิลกำปืนแน่นไม่กล้ายิง เขมิกาบิ๊วท์
“เล็งไปที่หน้ามันเลย นึกถึงสิ่งที่มันทำกับคุณ อย่ายอมให้คนเลวอย่างมันหัวเราะเยาะคุณ เอาความแค้นมาเป็นพลัง ดึงความโกรธ เกลียดที่มันอัดอั้นอยู่ข้างในออกมาให้หมด เกลียดมันนักใช่มั้ย”
“ฉันเกลียดมัน”
“เกลียดมันก็อย่าเก็บไว้ ยิงเลย ยิงมันให้ตายไปจากตัวเรายิงเลย ยิงๆๆ”
แววนิลอารมณ์พีค ร้องออกมา
“ไอ้ประชา แกตาย”
แววนิลยิงออกไปเปรี้ยงๆ จนหมดกระสุน ปาปืนทิ้ง วิ่งไปคว้าเสียมที่วางพิงต้นไม้แถวนั้น ฟาดใส่เป้าบริเวณหน้าประชาจนแตกพังยับเยิน
“ฉันเกลียดแกๆ”
แววนิลร้องไห้ออกมา


มุมห่างๆ ชานนท์กับปรียายืนมองอยู่ ชานนท์ห่วงน้องรีบวิ่งเข้าไปห้าม

พอแล้วนิล นิลจะเหนื่อยมากไม่ได้นะ เดี๋ยวจะทรุดลงไปอีก”
ชานนท์แย่งเสียมโยนทิ้ง ประคองแววนิลที่เหนื่อยหอบ หายใจแรง ปรียาต่อว่าเขมิกา
“คิดว่าใช้อารมณ์รุนแรงจะแก้ปัญหาได้หรือคะ เอะอะก็ฆ่าแกงกันมันไม่ดีเลย”
“ไม่เห็นเป็นไรนี่ ไม่ได้ให้ทำจริงๆ สักหน่อย คนเรามันก็ต้องได้ระบายออกกันบ้าง ไม่ใช่เก็บกดไว้ แล้วรอวันเป็นบ้า”
แววนิลรีบบอกชานนท์
“น้องอยากกลับห้องค่ะ”
ชานนท์สั่งโย่ง
“เก็บปืนไปให้ฉันด้วย”
ชานนท์มองหน้าเขมิกาแบบเครียดๆ แล้วประคองแววนิลไป

ชานนท์ประคองแววนิลให้นั่งบนเตียง ชานนท์สงสารน้องจับมือแววนิล
“อยากไปเที่ยวเมืองนอกมั้ย ใกล้ๆ แถวญี่ปุ่น หรือไปยุโรปก็ได้ พี่จะพาไป ได้เที่ยวพักผ่อนบ้าง นิลจะได้สบายใจ”
“นิลดีขึ้นแล้วค่ะ” ชานนท์งง
“แต่ที่พี่เห็นเมื่อกี๊”
“แปลกนะคะ ตอนที่น้องยิงใส่ไอ้ประชาแล้วได้ฟาดหน้ามันหลายๆ ครั้ง มันสะใจดีจริงๆ เหมือนน้องได้ระบายความโกรธเกลียดออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ ในหัวน้องตอนนี้มันโล่งมากๆ เลยค่ะ”
ชานนท์ประทับใจเขมิกาอีกครั้ง

เช้าวันใหม่ ชานนท์กับเขมิกานั่งที่โต๊ะอาหาร ชานนท์ทำดีตักกับข้าวให้เขมิกา เขมิกางง
“สงสัยวันนี้ฝนจะตก มีคนใจดีตักกับข้าวให้”
“ถือเป็นค่าเหนื่อยที่ใจดีช่วยน้องสาวฉัน”
“โห เนี่ยนะค่าเหนื่อย คิดได้เนอะ มิน่ากับข้าวบ้านนี้ถึงเค็มปี๋”
ชานนท์อมยิ้ม เขมิกากำลังจะตักข้าวเข้าปาก แววนิลเดินเข้ามาแกล้งว่าเขมิกา
“กินก่อนเจ้าของบ้าน ไม่มีมารยาทเลยนะ”
แววนิลนั่งที่เก้าอี้ แป้นรีบตักข้าวให้
“เข็มเขาไม่คิดว่านิลจะลงมากินด้วยจ้ะ” ชานนท์บอก
“แหม รีบแก้ตัวแทนเชียวนะคะ ที่นิลลงมาช้าเพราะนอนหลับยาวไม่มีสะดุ้งตื่นกลางดึกเหมือนทุกวัน”
ชานนท์ดีใจ
“นิลนอนหลับได้แล้วหรือ”
“ขนาดนาฬิกาปลุกดังยังไม่ได้ยินเลยค่ะ”
“เห็นมั้ยล่ะ ไอ้โย่งบอกแล้วว่าบ้านนี้ต้องมีคุณผู้หญิงอยู่ ปัญหาอะไรก็ตามคุณผู้หญิงแก้ได้หมด” เขมิกาเขิน
“ฉันไม่ใช่คุณผู้หญิงเรียกคุณผู้หญิงอยู่ได้”
ชานนท์คิดว่าเขมิกาไม่พอใจจริง
“โย่ง ฉันเตือนหลายครั้งแล้วนะว่าคุณเข็มเธอแต่งงานแล้วจะพูดอะไรให้ระวังหน่อย”

“ครับ มันชินปากอ่ะ”

เม่นเดินหงอๆ เข้ามาพอเห็นแววนิล เม่นชะงัก เขมิกาดีใจที่เห็นเม่น
“เม่น มานั่งสิ มากินข้าวด้วยกัน กำลังคิดถึงอยู่พอดี”
เม่นจะเดินเข้าไป แววนิลวางช้อนเสียงดัง
“ถ้าให้มันมากินร่วมโต๊ะด้วย นิลจะไม่กินนะคะพี่นนท์”
“นิล กับเม่นพี่ขอสักคน เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย”
เม่นรีบพูดขึ้น
“ผมๆ ไม่กินหรอกครับ ผมอิ่มแล้ว”
เม่นก้มหน้าเดินหงอยออกไป เขมิกามองอย่างห่วงใย

เม่นนั่งพิงต้นไม้อยู่ที่สวนหย่อม กุมท้องเพราะหิว เขมิกายื่นถุงขนมปังแบบมีไส้ให้
“หิวก็ควรจะกิน หยิ่งนักระวังอดตาย” เม่นเงยมอง
“ผมไม่ได้หยิ่ง แต่อยากให้พี่เค้ากินอิ่มๆ เขาไม่สบาย”
“แล้วจะกินมั้ยเนี่ย ไม่กินจะได้กินเอง”
“กินๆ”
เม่นรีบหยิบขนมปังเข้าปาก เคี้ยวอร่อย เขมิกายิ้มนั่งลงข้างๆ
“เม่นรักพี่สาวหรือเปล่า”
“รักสิ ผมไม่เคยมีพี่ เม่นอยากมี”
“ดีแล้ว งั้นก็รักต่อไป ไม่นานคุณนิลก็จะรักเม่นเอง”
“พี่นางฟ้าไม่ไปอีกไม่ได้หรือ พอพี่นางฟ้ามา พี่โย่งกับพี่แป้นซื้อของกินมาเต็มบ้านเลย คุณผู้ชายก็อารมณ์ดียิ้มทั้งวัน”
เขมิกาดีใจอยากรู้ต่อ
“ทำไมหรือตอนพี่ไม่อยู่ คุณนนท์ไม่ยิ้มเลยหรือ”
“อื้อ หน้าบึ้งทั้งวัน พี่นางฟ้าอยู่กับเราเถอะนะ”
“ฉันไม่ใช่คุณผู้หญิงแล้ว อยู่บ้านนี้ไม่ได้หรอก”
“พี่นางฟ้าก็แต่งงานกับคุณผู้ชายสิ จะได้เป็นคุณผู้หญิงจริงๆ ไง”
“เฮ้อ ก็อยากแต่งเหมือนกันแหละ แต่มันไม่ได้ชีวิตมันเศร้าจริงวุ้ย” เขมิกาบ่นพึมพำ เม่นได้ยินดีใจ
“อยากแต่งจริงหรือ ถ้างั้นผมจะไปบอกคุณผู้ชายให้”
เม่นรีบลุกวิ่งไปทันที เขมิกาเรียกไม่ทัน
“เฮ้ยๆ เม่น อย่าบอกนะ พี่แค่บ่นเฉยๆ”
เขมิการีบวิ่งตามไป

ชานนท์นั่งเซ็นงานอยู่ในห้องทำงาน เม่นเปิดประตูเข้ามา ชานนท์เงยหน้า พูดเสียงอ่อนโยน
“ลืมที่ฉันสอนแล้วหรือ ก่อนเข้าห้องคนอื่นต้องทำยังไงก่อน” เม่นรีบออกจากห้อง ปิดประตูแล้วเคาะ 3 ที ชานนท์ยิ้มออกมา “เข้ามาเถอะ” เม่นเข้ามา “เข้ามาหาฉันมีอะไร จะมาขอขนมหรือขอไปเที่ยว”
เม่นกำลังจะอ้าปากบอก
“ปะเปล่าครับ แต่พี่นางฟ้า”
เขมิกาโผล่มาข้างหลังรีบปิดปากเม่น
“อย่าพูดนะเม่น”
เม่นเสียงอู้อี้ พยายามแกะมือเขมิกาออก ชานนท์สงสัยลุกจากโต๊ะเดินมาหาเม่น
“ทำไมต้องห้ามเม่นด้วย หรือว่าคุณเข็มว่าอะไรฉันลับหลัง” ชานนท์ถามเม่น
“เปล่านะ คือ”
เม่นดึงมือเขมิกาออก รีบแย่งบอก
“พี่นางฟ้าบอกว่าอยากแต่งงานกับคุณผู้ชาย”
ชานนท์ตกใจ เขมิการีบอธิบายผิดๆ ถูกๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เขาอยากให้ฉันแต่งกับคุณ แต่ฉันพยายามอธิบายว่าแต่งไม่ได้เพราะฉันแต่งงานแล้ว”
เขมิการีบบอกกับเม่น “พี่ไม่ใช่คนโสด มีสามีแล้ว แต่งกับคุณผู้ชายของเม่นไม่ได้หรอก”
ชานนท์ฟังแล้วรู้สึกเจ็บขึ้นมากับคำว่ามีสามีแล้ว เหมือนโดนตอกย้ำจึงอารมณ์ไม่ดี ดุใส่เม่น
“ต่อไปอย่าพูดเหลวไหลแบบนี้อีกนะเม่น ฉันกับคุณเข็มเราเป็นแค่เพื่อนกัน ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน”
เม่นจ๋อยเดินออกไป เขมิกาว่าชานนท์
“ทำไมต้องทำเสียงดุใส่เม่นด้วย เขาก็แค่เข้าใจผิด”
“ฉันกลัวคุณโยธินมาได้ยินเข้ามันจะไม่ดี แล้วที่เธอมาค้างที่นี่เขาไม่ว่าเอาหรือ”
เขมิกากลัวชานนท์จับได้เรื่องไม่ได้แต่งงานจึงรีบเลี่ยงออกจากห้อง
“คุณยุ่งอยู่ไม่ใช่หรือ ทำงานต่อเถอะ ฉันๆ จะกลับห้องไปเตรียมเก็บของเดินทางพรุ่งนี้”

เขมิการีบหันหลังออกจากห้องทันที ชานนท์เครียดเดินไปนั่งที่โต๊ะ หยิบงานออกมาเซ็นแต่ไม่มีอารมณ์จะทำต่อ วางปากกา

แป้นยกโจ๊กเข้ามาให้อิงอรในห้องรับรอง
“โจ๊กค่ะคุณ”
อิงอรขยับลุกจากเตียงไปนั่งที่โต๊ะเล็กๆ แป้นวางโจ๊ก วางน้ำดื่ม
“เธอชื่ออะไรจ๊ะ”
“แป้นค่ะ”
“ทำงานที่นี่มานานหรือยังจ๊ะ”
“อู๊ย เป็นสิบปีแล้วค่ะ จะถามหนูเรื่องคุณขวัญตาใช่มั้ยคะ”
“ฉันอยากรู้ว่าลูกสาวอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง เขามีความสุขดีมั้ย”
แป้นรัวเป็นชุด
“โอ๊ย ทำไมจะไม่มีละคะ คุณผู้ชายหลงรักอย่างกับอะไรดี เอาอก เอาใจสารพัด ทุ่มเทให้ทุกอย่างขนาดยอมขัดใจน้องสาวจะแต่งกับคุณขวัญตาให้ได้ แต่คุณขวัญนะสิกลับหนีไปกับผู้ชายอื่น คุณผู้ชายงี้เสียใจจนแทบบ้า น่าสงสารสุดๆ ผู้หญิงอะไรไม่รู้ทั้งเลวทั้งเจ้าเล่ห์ อุ๊บ”
แป้นรู้ตัวรีบอุดปากตัวเองที่พูดมากไป อิงอรอึ้ง ชานนท์เดินเข้ามา
“แป้น”
แป้นตกใจหันมาเจอชานนท์
“ว้าย คุณผู้ชาย” ชานนท์หน้าบึ้ง “หนูจะรีบไปทำงานต่อเดี๋ยวนี้ค่ะ”
แป้นกลัวโดนเล่นงาน รีบแจ้นออกไป อิงอรมองชานนท์รู้สึกผิด

เขมิกาแกล้งเดินเตร็ดเตร่มาทางห้องรับรองที่อิงอรพัก แป้นเปิดประตูออกมา เขมิการีบหลบ กลัวคนรู้ว่าห่วงอิงอร แป้นเดินผ่านไป
ภายในห้องรับรอง อิงอรจับมือชานนท์ทั้งสองมือ
“ในฐานะแม่ฉันขอโทษแทนลูกสาวฉันด้วย”
“ผมให้อภัยขวัญไปนานแล้วครับ ระหว่างผมกับเขามันคงเป็นพรหมลิขิต ถ้าขวัญไม่ได้หนีไป ผมก็คงไม่ได้เจอกับคนที่ทำให้ผมรู้หัวใจตัวเอง”
อิงอรนึกถึงเขมิกาขึ้นมา ชักใจคอไม่ดี
“ฉันขอละลาบละล้วงถามคุณข้อหนึ่งได้มั้ยคะ”
“ครับ”
“คุณจดทะเบียนสมรสกับลูกขวัญหรือเปล่าคะ”
“จดครับ ผมถึงอยากตามหาเขาให้เจอเพื่อจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อย เขาจะได้ไปมีชีวิตของเขาโดยไม่ต้องพะวงเรื่องผม”
อิงอรพยักหน้า สงสัยชานนท์กับเขมิกาขึ้นมา

หน้าห้องรับรอง เขมิกากำลังก้มๆ พยายามจะแง้มประตูเข้าไปแอบดูอิงอร ประตูแง้ม เขมิกามองเข้าไปงงมากมองไม่เห็นอะไรเลย เห็นแต่อะไรทึบๆ บังตาอยู่
“อะไรมันบังอยู่หน้าประตูเนี่ย” เขมิกาช้อนสายตาขึ้นมองเห็นหน้าชานนท์ยืนจ้องอยู่ เขมิกากระโดดถอยหลังไปหลายก้าว “เฮ้ย”
ชานนท์รีบออกมาปิดประตู พูดเบาๆ
“อยากเข้าไปเยี่ยมก็เข้าไปเลยสิ ลับๆ ล่อๆ ทำไม”
“ฉันๆ ใครว่าฉันจะเข้าไป ฉันแค่เดินผ่านมาเห็นประตูเปิดอยู่ ก็เลยจะปิดให้”
ชานนท์กลัวอิงอรได้ยิน ดึงมือเขมิกาให้เดินห่างออกมาแล้วจึงปล่อยมือ
“เธอช่วยคนนั้นคนนี้ทำนั่นนี่ได้สารพัด ทีกับเรื่องตัวเอง ทำไมไม่คิดจะทำอะไรบ้าง แค่เดินเข้าไปถามเขาสักคำว่าเป็นยังไงบ้าง ทำไม่ได้หรือ”
“ทำไมต้องทำด้วย”
“เขาเป็นแม่ของเธอ เลิกทิฐิเป็นเด็กๆ ได้แล้ว”
เขมิกาน้อยใจ
“คุณไปบังคับให้น้องสาวคุณรับคุณนมเป็นแม่ให้ได้ซะก่อนเถอะค่อยมาบังคับฉัน เรื่องภายในครอบครัวของแต่ละคนมันมีที่มาที่ไป คนนอกถ้าไม่รู้ก็อย่ามาตัดสิน”
ชานนท์สะอึกกับคำว่าคนนอก
“ก็จริง ฉันเป็นแค่คนนอก ขอโทษด้วยที่สะเออะมายุ่งกับเรื่องของเธอ ต่อไปจะไม่แตะอีก”

ชานนท์เดินหนีไป เขมิการู้สึกอัดอั้นตันใจ น้อยใจ เสียใจอย่างบอกไม่ถูก

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 17 (ต่อ)

ชานนท์เดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างหงุดหงิดไม่พอใจเขมิกา ชานนท์พยายามสงบสติอารมณ์แล้วทนไม่สนใจเขมิกาไม่ได้จึงเดินออกจากห้องไปอีกเพราะห่วงเขมิกา

ที่สวนหย่อม เขมิกานั่งร้องไห้เพราะทนไม่ไหวทั้งเรื่องแม่ ทั้งเรื่องที่โดนชานนท์ต่อว่า ห่างออกไป ชานนท์เดินตามหาเขมิกาเห็นเธอนั่งอยู่ที่ม้าหินกำลังร้องไห้ เขาอึ้งไปอย่างรู้สึกผิดแล้วเดินเข้าไปหา เขมิการีบปาดน้ำตาหันหน้าหนีไปทางอื่น
“มาทำไม จะตามมาด่าอีกหรือ”
ชานนท์เข้าไปนั่งข้างๆ เขมิกาจะลุกแต่โดนชานนท์โอบไหล่กดไว้แล้วดึงหัวเขมิกามาซบบนบ่า เขมิกาดื้อขัดขืนตัวไว้ไม่ยอมซบบ่าชานนท์ แต่ชานนท์กดหัวเขมิกาไม่ยอมปล่อยจนเธอยอมซบแล้วปล่อยโฮร้องไห้สะอึกสะอื้น

เวลาผ่านไป เขมิกาเลิกร้องไห้แล้ว นั่งขัดสมาธิแบบเด็กผู้ชายก้มหน้านิ่ง
“คุณไปเถอะ ฉันดีขึ้นแล้ว”
ชานนท์มองบ่าตัวเอง เสื้อเปียกน้ำตา
“เธอทำเสื้อฉันเปียก แล้วยังจะมาไล่ฉันอีกหรือ”
เขมิกาเงยหน้าหันมา โวยวายน่ารัก
“ไว้ซักให้ก็ได้”
“ไม่ต้องหรอก ฉันพูดกับเธอแรงไป ถือว่าหายกันไป”
เขมิกายอมอ่อนลง
“ฉันก็พาลไปหน่อย ที่บอกว่าคุณเป็นคนนอกไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องครอบครัวฉัน ปากมันพาไปเอง”
“คิดว่าฉันจะเชื่อเธอหรือ ถ้าเธอทำอะไรงี่เง่าไม่เข้าท่ากับคุณอิงอรอีก ฉันต้องยุ่งอยู่แล้ว”
เขมิกาอารมณ์ปรวนแปรขึ้นมาอีก
“ฉันงี่เง่าตรงไหน เขาไม่เคยพูดกับฉันสักคำว่าทำไมถึงทิ้งฉันไป จะอ้างเหตุผลร้อยแปด หรือโกหกว่ามันจำเป็นยังไงก็ได้ฉันก็อยากฟัง”
“แล้วเธอเคยถามเขาหรือเปล่า”
“ทำไมต้องให้ฉันเป็นคนถามก่อนด้วย เขาต่างหากต้องอธิบายให้ฉันฟัง นี่แสดงว่าเขาไม่รู้ตัวว่าทำผิดเลยสักนิด ฉันไม่อยากพูดกับคุณแล้ว คุณก็ดีแต่เข้าข้างคนอื่น”
เขมิกางอนลุกเดินหนีไป ชานนท์งง
“อ้าว เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำเลยนะ”
เขมิกาหันกลับมา
“คุณด่าฉันอยู่ในใจฉันรู้ หน้าคุณมันฟ้อง”
เขมิกาสะบัดพรืดไป ชานนท์ยิ้มขำ

“ยัยเข็มพิษ ไหลลื่นได้ตลอด”

ที่ห้องรับรอง อิงอรนั่งที่โต๊ะไม่ยอมแตะโจ๊ก มณฑาเดินเข้ามาพร้อมขวดยาเหลือง อิงอรฝืนยิ้มให้ มณฑาวางยาเหลืองบนโต๊ะ
“ลองทาที่ขมับกับแตะบริเวณจมูกนิดๆ นะคะ จะรู้สึกสดชื่นหัวก็จะหายมึนๆ ด้วย”
“ขอบคุณค่ะ ฉันมาทำให้ทุกคนพลอยลำบากกันหมด”
“ฉันทำให้เพราะลูกสาวคุณค่ะ”
“คนไหนหรือคะ”
“คุณเข็มค่ะ ความจริงฉันไม่ชอบเขาเลยแต่ก็เกลียดไม่ลง เด็กคนนี้กล้าดีมาสั่งสอนฉัน บอกให้ฉันอย่ารีบร้อน ต้องให้เวลาลูกสาวจนกว่าเขาจะยอมรับฉันเป็นแม่” มณฑานั่งลงบีบมืออิงอรเป็นกำลังใจ “ฉันก็เลยทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากต้องรอ”
อิงอรเข้าใจความหมายของมณฑาวางมือบนมือมณฑาเป็นการปลอบใจเช่นกัน
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง”

เช้าวันใหม่ บ้านเสี่ยเม้งที่ระยอง เสี่ยเม้งกระชากคอเสื้อสอน
“แค่ยิงกบาลมันสักนัดสองนัดทำไมทำไม่ได้สักทีวะ”
“โธ่เสี่ย นั่นมันกรุงเทพนะไม่ใช่บ้านเรา ขืนใช้ปืนสุ่มสี่สุ่มหาพวกฉันก็หนีไม่รอดแหง”
เสี่ยเม้งง้างหมัด
“ยังจะมาย้อนอีก”
“อย่าเสี่ย ถึงคราวนี้ผมจะทำงานพลาด แต่เสี่ยจะได้เงินก้อนโตมาชดเชยไม่เอาหรือ”
เสี่ยเม้งปล่อยคอเสื้อสอน
“แกหมายถึงอะไรวะ”
“ฉันพาคนๆ หนึ่งมาพบเสี่ย เสี่ยคุยกับเขาก็จะรู้เอง”
ประชาเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องสอน

เช้าวันใหม่ที่โรงพยาบาล ปิ้งยืนหงออยู่หน้าห้องบัณฑิต จุมพลชี้หน้า
“แกบอกมา ว่าไอ้ตัวดีมันหายหัวไปไหน เมื่อวานนี้ทั้งวันข้าก็ไม่เห็นหน้า เมื่อคืนก็ไม่ได้กลับบ้าน”
“ผมไม่รู้จริงๆ”
“โกหก”
“เข็มไปกับหนูเองค่ะ”
เสียงอิงอรดังขึ้น จุมพลหันมอง อิงอรเดินเข้ามา จุมพลเดินไปหาชี้หน้า
“ผู้หญิงเลว หน้าด้าน ใจดำทิ้งลูกตาดำๆ ไป ยังไม่ละอายใจกล้ากลับมาเสนอหน้าให้ลูกมันเกลียดเอาอีก”
อิงอรมองหน้าจุมพลอย่างไม่กลัวเกรง
“หนูยอมรับว่าหนูเป็นแม่ที่เลว เพราะใครละคะที่เป็นต้นเหตุ คุณพ่ออยากได้ลูกสะใภ้ที่ช่วยงานแพปลาได้ แต่หนูมันทำไม่ได้ คุณพ่อก็เลยเกลียดหนู ด่าหนูได้ทุกวี่ทุกวัน ใครมันจะทนอยู่ด้วยได้”
“ทนไม่ได้ก็เลยสวมเขาให้ผัวตัวเองงั้นหรือ ตัวเองชั่วเองแต่กลับโยนความชั่วให้คนอื่น”
“ที่คุณพ่อโกรธหนูเป็นฟืนเป็นไฟเพราะกลัวว่าหนูจะแย่งเข็มไปใช่มั้ยคะ”
“หลานฉันอยู่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้”
พยาบาลที่อยู่ในห้องบัณฑิตวิ่งหน้าตื่นออกมา ทำให้จุมพลกับอิงอรตกใจ

อีกด้านนึงที่ห้องเยี่ยมนักโทษในคุก ผู้คุมพาแบงก์ออกมา แบงก์มองไปข้างหน้าเห็นเขมิกากับชานนท์นั่งรอที่โต๊ะเยี่ยม เขมิกาลุกยืนยิ้มให้แบงก์ แบงก์ยิ้มตอบ
แบงก์นั่งอยู่ตรงหน้าเขมิกากับชานนท์
“ถึงเรื่องจะผ่านมานานแล้วแต่ผมก็จำได้ดี วันนั้นหลังจากที่เราสามพี่น้องรู้ว่าถูกขวัญตายั่วยวนเพื่อให้ฆ่ากันเอง พวกเราก็ตามไล่ล่าขวัญตามาถึงชายฝั่ง”

แบงก์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริเวณชาดหาดใกล้อู่ซ่อมเรือของจุมพล ขวัญตาจอดเรือเร็วแล้ววิ่งลุยน้ำขึ้นฝั่ง บิ๊ก แบงก์ บอมขับเรือเร็วตามมาถึง บอมยิงปืนไล่หลังขวัญตาแต่ไม่โดน

ขวัญตาวิ่งหนีกระเซอะกระเซิง ด้านหลังสามพี่น้องวิ่งไล่ล่าทิ้งระยะห่างกันมากๆ บอมยิงอีกนัด ขวัญตาชะงักนิดหนึ่งแล้ววิ่งต่อ ขวัญตาวิ่งเลี้ยวหายไป สามพี่น้องวิ่งมาถึงมองหาไม่เจอขวัญตาแม้แต่เงา



ปัจจุบัน เขมิกากับชานนท์มาที่ชายหาดบริเวณที่แบงก์เล่า เขมิกากับชานนท์ถามชาวบ้าน ชาวบ้านนึกๆแล้วส่ายหน้า
“หลายเดือนก่อนหรือ ก็มีนะ ฉันเคยได้ยินเสียงปืนแถวนี้”
“แล้วน้าเห็นผู้หญิงบาดเจ็บวิ่งมาแถวนี้หรือเปล่า”
“มีผู้หญิงด้วยหรือ ไม่นะ ฉันไม่เห็นมีนะ ได้ยินแต่เสียงปืนเฉยๆ พอวิ่งมาดูก็ไม่เห็นใครเลย”
ชานนท์กับเขมิกามองหน้ากัน
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าขวัญตายังมีชีวิตอยู่แน่ๆ”
“ฉันก็คิดเหมือนคุณเพราะถ้าพี่ขวัญตายหรือบาดเจ็บหนักชาวบ้านแถวนี้ก็ต้องรู้บ้างล่ะ”
เสียงมือถือเขมิกาดัง เขมิการับสาย
“ลูกพี่รีบมาโรงพยาบาลด่วน” เสียงปิ้งบอกอย่างร้อนใจและร้องไห้ “ด่วนที่สุดเลยนะ”
เขมิกาตกใจมองหน้าชานนท์
“พ่อ”
เขมิการีบวิ่ง ชานนท์วิ่งตาม ห่างออกไปสอนซุ่มดูอยู่

ที่โรงพยาบาล เขมิกากับชานนท์วิ่งมาหน้าห้องบัณฑิต เจออิงอรยืนรออยู่หน้าห้องกับปิ้ง เขมิกาหอบรีบถามปิ้ง
“พ่อฉันเป็นยังไง”
ปิ้งเบะปากร้องไห้
“ลูกพี่เข้าไปดูเองเถอะ”
เขมิกาคิดว่าพ่อตายวิ่งเข้าไปที่เตียง เห็นแต่จุมพลยืนกุมมือบัณฑิตที่นอนหลับตานิ่งอยู่ เขมิกาปล่อยโฮวิ่งไปเขย่าพ่ออ้อนวอน
“พ่อ พ่ออย่าทิ้งเข็มไปอีกคนนะ ไม่นะ กลับมา กลับมา”
เขมิกาซบหน้ากอดบัณฑิต บัณฑิตค่อยๆ ลืมตาเห็นเขมิกา บัณฑิตดีใจคิดว่าเป็นขวัญตา
“ขวัญ ขวัญลูกพ่อ”
เขมิกาเงยหน้า เห็นพ่อยังไม่ตายก็ดีใจ

“พ่อ”

บัณฑิตมองหน้าเขมิกาแล้วคิดว่าเป็นขวัญตา
“ขวัญหรือลูก”
บัณฑิตถามเสียงอ่อนแรง
“นี่เข็มนะพ่อ ไม่ใช่พี่ขวัญ”
“ในสมองเอ็งคิดถึงแต่ไอ้ลูกคนโตหรือไง ไอ้เข็มมันอุตส่าห์มานอนเฝ้าเอ็งทุกวัน” จุมพลตำหนิบัณฑิต บัณฑิตพยายามพูด
“พ่อได้ยินเสียงปืน พี่สาวหนู มีอันตราย”
เขมิกาจะอ้าปากถาม แต่โดนจุมพล
“เรื่องของคนอื่นค่อยคุยกันทีหลัง เอ็งเพิ่งฟื้น หมอสั่งไว้อย่าให้เอ็งคิดเรื่องอะไรเครียดๆ จะทรุดลงไปอีก”
เขมิกากลัวจุมพลเลยไม่กล้าซักต่อ

ขณะนั้นชานนท์ อิงอร ยืนรอกันอยู่หน้าห้อง มีปิ้งยืนขวางประตูไว้ตามคำสั่งจุมพล อิงอรรอไม่ไหวดันปิ้งออก”หลีกไป ฉันจะเข้าไปดูคุณฑิต” ปิ้งไม่ยอม
“เข้าไม่ได้จริงๆ ครับ เถ้าแก่ห้ามไว้เด็ดขาด”
จุมพลเดินออกมา อิงอรรีบถาม
“พี่ฑิตฟื้นแล้วใช่มั้ย ขอหนูเข้าไปหาเขาหน่อย แค่แป๊บเดียวเท่านั้น”
“อย่าให้มันเห็นหน้าเธอจะดีกว่า ไอ้ฑิตมันแค้นเธอมาก ถ้าไม่อยากให้มันสะเทือนใจล้มเจ็บลงไปอีก ก็ไสหัวเธอไปให้พ้น”
อิงอรอึ้งคิดว่าบัณฑิตแค้นจริง ชานนท์พูดกับอิงอรเบาๆ
“กลับที่พักก่อนเถอะครับ ไว้ให้คุณบัณฑิตอาการดีขึ้น ค่อยมาเยี่ยมใหม่ก็ได้”
อิงอรพยักหน้าเดินไปเหมือนคนใจลอย ชานนท์ยกมือไหว้จุมพล จุมพลรับไหว้แบบขอไปที ชานนท์เดินตามอิงอรไป ปิ้งรีบพูดกับจุมพล
“เถ้าแก่เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า นายฑิตเขาคิดถึงคุณอิงอรจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนไม่ใช่หรือครับ”
“เออสิวะ ข้าถึงไม่ยอมให้มันเจอกัน นังอิงอรมันจะกลับมาเอาตัวไอ้เข็มไปอยู่เมืองนอก หรือเอ็งอยากให้ลูกพี่เอ็งไป” จุมพลตวาด
“โอ๊ย ผมไม่มีวันยอมหรอก อยู่ตั้งไกลคิดถึงตายเลย”
“งั้นก็เฝ้าหน้าห้องไว้ดีๆ”
จุมพลบอกแล้วเดินไป

ภายในห้องบัณฑิต เขมิกาแนบหูฟังที่ประตู แล้วรีบหันไปบอกพ่อ
“ปู่ไปแล้วพ่อ”
เขมิการีบเดินไปที่เตียง บัณฑิตรีบจับมือ
“ช่วยขวัญด้วยนะลูก”
“เข็มออกไปตามหาพี่ขวัญแล้วแต่หาไม่พบ” บัณฑิตใจหายคิดว่าตาย เขมิการีบพูด “แต่พ่อวางใจได้ เพราะพี่ขวัญยังมีชีวิตอยู่” บัณฑิตพยายามจะลุก เขมิการีบจับตัวไว้ “พ่อหาพี่ขวัญไม่เจอหรอก เข็มหาไปทุกที่ๆ พี่ขวัญน่าจะไปแล้ว”
“พ่อนัดกับขวัญ พ่อจะไปที่นั่น” เขมิกางง
“พ่อนัดเจอกับพี่ขวัญหรือ พ่อนัดที่ไหน พ่อติดต่อกับพี่ขวัญมานานแล้วหรือ”

บัณฑิตพยักหน้า

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 17 (ต่อ)

ในห้องพักของชานนท์ที่โรงแรม ชานนท์กำลังหยิบเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าเดินทาง เสียงเคาะประตูดังรัวๆ ชานนท์เดินไปเปิดเห็นปิ้งยืนอยู่หน้าประตู
 
“ไอ้คุณนนท์ รีบมากับฉันเร็วเข้า ลูกพี่ให้มาตาม”
ชานนท์ทำหน้างง

ประตูห้องบัณฑิตถูกเปิดออก ชานนท์กับปิ้งรีบร้อนเดินเข้ามา เขมิกายืนที่เตียง รีบหันมา
“คุณหารูปเจอมั้ย”
ชานนท์ยื่นแท็บเล็ตให้เขมิกา
“อยู่ในนี้ ฉันคลิกไฟล์ภาพขึ้นมาแล้ว กดดูได้เลย”
เขมิการับไป ส่งให้บัณฑิต บัณฑิตรับไปเพ่งดู ภาพในจอแท็บเล็ตเป็นรูปในร้านอาหาร ขวัญตายืนกอดกับชู้ที่มองไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร บัณฑิตตกใจชี้ที่ผู้ชาย แล้วมองหน้าเขมิกา
“พ่อรู้จักหรือฮะ”
บัณฑิตเงยหน้าบอกเขมิกา
“พ่อเอง”
ชานนท์กับเขมิกางง

บัณฑิตเล่าเหตุการณ์วันที่ชานนท์มาจัดงานแนะนำสปาที่โรงแรมแถวระยองและบัณฑิตมาส่งอาหารทะเล
บัณฑิตเดินผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ แล้วเขาก็เห็นโปสเตอร์ภาพขวัญตาโปรโมทสปา บัณฑิตมองอย่างตกใจ
“ทำไมหน้าเหมือนกันอย่างนี้ ขวัญตา”
บัณฑิตยิ้มดีใจมาก
อีกวันขณะที่ขวัญตาเดินออกมาจากสปา บัณฑิตยืนหันหลังให้
“คุณมาหาฉันหรือคะ”
ขวัญตาถาม บัณฑิตหันไปมองพอเห็นหน้าขวัญตา บัณฑิตดีใจจนอยากจะร้องไห้
“หนูคงจำพ่อไม่ได้ เพราะหนูอายุแค่ขวบเดียวตอนที่แม่พาหนูไป”
“คุณคือพ่อฉันหรือ” ขวัญตาแค่นหัวเราะ “สมัยนี้เขามีวิธีหาเงินกันแปลกๆ นะ”
บัณฑิตรีบเปิดจอ แล้วส่งกล้องวีดีโอให้
“ถ้าหนูไม่เชื่อลองดูในกล้องวีดีโอนี้ก็ได้”
ขวัญตามองกล้องวีดีโอแบบไม่แน่ใจ ตัดสินใจรับมา ค่อยๆ เปิดดู เป็นภาพเคลื่อนไหวพ่อกำลังป้อนนม มีตัวหนังสือน่ารักๆ ในวีดีโอว่า “ลูกขวัญตอน3เดือน”

ภาพเคลื่อนไหวต่อมา พ่ออุ้มขวัญตาที่ร้องโยเย พร้อมตัวหนังสือที่เขียนว่า “ฟันน้ำนมขึ้นซี่แรกตอนอายุ 6 เดือน”
ภาพเคลื่อนไหว ขวัญตาเดินก้าวแรก พ่ออ้าแขนรอรับ พร้อมตัวหนังสือเขียนว่า“ก้าวแรกของลูกขวัญตอน 1 ขวบ”
ภาพเคลื่อนไหวพ่ออุ้มขวัญตาและแม่อุ้มเขมิกาตอนไม่เกิน 1 ขวบ พร้อมตัวหนังสือที่เขียนว่า “ครอบครัวของเรา” ขวัญตารู้สึกซาบซึ้ง น้ำตาหยดโดยไม่รู้ตัว ค่อยๆ เงยหน้ามองบัณฑิต
“พ่อคิดถึงลูกมากนะขวัญตา”
ขวัญตาปาดน้ำตา ทำใจแข็ง
“แล้วทำไมไม่ตามหา ปล่อยเวลาไว้ทำไมตั้งเกือบยี่สิบปี”
“พ่อ พ่อมีความจำเป็น”
ขวัญตายื่นกล้องวีดีโอคืน
“คุณเอาคืนไปเถอะ หนูโตขึ้นมาได้โดยไม่มีพ่อ ดังนั้นวันนี้หนูก็อยู่ได้ โดยไม่มีคุณเหมือนกัน”
บัณฑิตรีบดึงเมมโมรี่ในกล้องออกมา
“พ่อเข้าใจ พ่อไม่ตำหนิลูก วีดีโอนี่ลูกเก็บไว้เถอะ พ่ออยากให้ลูกได้รู้ความรู้สึกของพ่อว่าไม่มีวันไหนที่พ่อไม่คิดถึงลูก”
บัณฑิตเดินเศร้าจากไป

เหตุการณ์อีกครั้งในร้านอาหารที่เดียวกับในรูปปริศนา บัณฑิตเดินมาหยุดหน้าร้าน ยิ้มแย้มดีใจ เมื่อนึกถึงตอนที่ขวัญตาโทรหา
“หนูอยากเจอคุณ ออกมาเจอกันหน่อยได้มั้ยคะ”
บัณฑิตยกข้อมือดูนาฬิกา รถแท็กซี่วิ่งมาจอดฝั่งถนนตรงข้าม ขวัญตาลงจากรถ บัณฑิตโบกมือให้ว่าอยู่ตรงนี้ ขวัญตากำลังจะเดินข้ามถนนไปหา เสียงเบรกรถดังมาแต่ไกล ขวัญตากับบัณฑิตหันไปมองรถพร้อมกัน จึงเห็นรถอีกคันหักหลบมอเตอร์ไซด์เสียหลักพุ่งมาทางขวัญ
ขวัญตาช็อกยืนตัวแข็ง บัณฑิตรีบวิ่งมากอดขวัญตาเอาตัวเองบังลูกเพื่อรับการชนแทน แต่รถหักหลบทันพุ่งไปชนแท็กซี่แทน ขวัญตายืนตัวสั่น เธอกับบัณฑิตมองรถที่พุ่งชนแท็กซี่บุบบู้บี้ ขวัญตากับพ่อมองหน้ากัน
“ลูกไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”
ขวัญตาซึ้งใจ มั่นใจว่าพ่อรักเธอถึงขนาดยอมตายแทน ขวัญตาปล่อยโฮ กอดบัณฑิต
“พ่อ”

ในร้านอาหารมุมเดียวกับในรูปถ่ายที่ชานนท์คิดว่าขวัญตามีชู้ ขวัญตานั่งอยู่กับบัณฑิต ขวัญตาวางแก้วน้ำส้มลง
“หนูคงไม่กลับไปหาแม่แล้ว แม่เขาหลงเด็กหนุ่ม ไอ้ฝรั่งนั่นมันจะปล้ำหนู แล้วแม่ก็บ้าจี้เข้าข้างมัน”
“แต่พ่อไม่อยากให้ขวัญอยู่ตัวคนเดียว กลับไปอยู่กับพ่อมั้ยพ่อจะพาลูกไปหาน้องสาว เข็มต้องดีใจแน่ๆ” ขวัญตาอึกอัก “ลูกมีปัญหาหรือเปล่า”
“หนูมีแฟนแล้ว แต่หนูไม่ได้รักเขา บอกพ่อตามตรงนะคะหนูแค่อยากได้เงินของเขา” บัณฑิตอึ้งไป “พ่อคงจะผิดหวังที่หนูมีความคิดเลวๆ แบบนี้”
“พ่อรู้ว่าลูกเจอเรื่องร้ายๆ มามาก พ่อไม่กล้าตัดสินลูกหรอก แต่พ่อก็ดีใจที่ลูกกล้าบอกพ่อตรงๆ”
“ตอนที่หนูมาถึงเมืองไทย หนูเคว้งคว้างไม่มีใครเลย หนูกลัวลำบาก ก็เลยต้องหาที่เกาะไว้”
บัณฑิตจับมือขวัญตา
“แต่ตอนนี้ขวัญมีพ่อแล้วนะ ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว เลิกหลอกเขา แล้วมาอยู่กับพ่อ นะลูก”
ขวัญตาคล้อยตาม พยักหน้า
“ขอเวลาให้หนูเคลียร์กับเขาให้เรียบร้อยก่อนนะคะ แล้วหนูจะรีบโทรหาพ่อ หนูต้องกลับแล้วค่ะ”
ขวัญลุกยืน บัณฑิตลุกตามอ้าแขน ขวัญตาเดินเข้าไปให้พ่อกอด ซึ่งเป็นภาพที่โดนแอบถ่ายไว้นั่นเอง

กลับมาปัจจุบันที่อู่ซ่อมเรือของจุมพล เขมิกากับชานนท์เปิดประตูอู่ซ่อมเรือเดินเข้ามา โดยมีเสียงบัณฑิตเล่าแทรกเข้ามา
“หลังจากนั้นขวัญตาก็โทรมาบอกพ่อว่าเลิกกับแฟนแล้ว จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการมาอยู่กับพ่อ เราได้นัดพบกันที่อู่ซ่อมเรือของปู่ แต่พ่อก็มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน”
เขมิกาหันมาคุยกับชานนท์
“วันที่พี่ขวัญหนีตายจากพวกโจรสลัด อาจมาพบพ่อที่นี่ แต่ไม่เจอพ่อเพราะไม่รู้ว่าพ่อประสบอุบัติเหตุ”
“เราแยกกันหาดีกว่า อาจเจอร่องรอยที่จะทำให้เรารู้ว่าตอนนี้ขวัญตาอยู่ที่ไหน”

เขมิกาพยักหน้า ชานนท์เดินแยกไปอีกมุม

อีกมุมของอู่ซ่อมเรือจุมพล เขมิกาเห็นพวกเรือจำลองทำจากไม้ฝีมือบัณฑิตวางอยู่หลายอัน ภาพวันที่ประชาพาเขมิกาไปที่บ้านรีสอร์ท ผ่านเข้ามาในความทรงจำเขมิกา ประชายกกล่องสมบัติของขวัญตามาให้ เขมิกาหยิบเรือจำลองออกมาจากกล่อง รู้สึกคุ้นตา
 
เขมิกาถือเรือจำลองอยู่
“มิน่าพี่ขวัญถึงมีเรือจำลองเหมือนที่พ่อชอบทำ พ่อให้พี่ขวัญไว้นี่เอง” เขมิกาเขกหัวตัวเอง “ทำไมนึกไม่ออกตั้งแต่แรกนะ”
เขมิกาวางเรือจำลองไว้ที่เดิม

มุมที่มีซากเรือประมง เขมิกากวาดสายตามองหาร่องรอยของขวัญตา สายตาสะดุดที่โต๊ะตัวเล็กๆ มีรอยเลือดแห้งกรัง เขมิกาสงสัยแตะๆ เลือด แล้วก้มลงดม
“กลิ่นคาวเลือด”
เขมิกาเลื่อนสายตาไปที่ซากเรือเก่าๆ ห่างจากโต๊ะเล็กน้อย เขมิกาเดินไปก้มมองแถวซากเรือ มองเข้าไปใต้ท้องเรือ ถึงกับผงะปิดปากเพราะภาพที่เห็นคือซากศพขึ้นอืดของขวัญตานอนคว่ำหน้า เขมิกาช็อกนั่งแปะร้องไม่ออก ชานนท์หันมาเห็น วิ่งมาทางเขมิกา
“เจออะไรหรือ”
เขมิกามือสั่นชี้ไปใต้ท้องเรือ ชานนท์มองตาม แล้วตกใจ
“ใช่พี่ขวัญมั้ย ใช่หรือเปล่า”
ชานนท์เข้าไปดูใกล้ๆ
“ศพน่าจะตายมานานแล้ว จนมองไม่ออกว่าเป็นใคร”
ชานนท์นึกออก เอื้อมมือไปเปิดเสื้อขาดๆ ด้านหลังออก เห็นรอยปานของขวัญตา ชานนท์หลับตาไม่อยากจะเชื่อ แล้วค่อยๆ หันมาทางเขมิกา
“ศพมีรอยปานที่หลัง เขาคือขวัญตาจริงๆ”
เขมิกาสงสารพี่สาวที่ตายอย่างเดียวดายจึงร้องไห้ออกมา
“เขานอนตายอยู่ตรงนี้โดยไม่มีใครรู้ โธ่ พี่ขวัญ”
ชานนท์เห็นมือของขวัญตากำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่น ชานนท์ดึงออกมา

เวลาผ่านไป ที่หน้าอู่ต่อเรือ จุมพล ปิ้ง ชานนท์ เขมิกา ยืนมองรถปอเต็กตึ๊งขนศพไป มีรถตำรวจขับตาม เขมกามองกระดาษในมือที่ขวัญตาเขียนลาตายไว้
ช่วงเย็นเขมิกานั่งอยู่ที่ชาดหาดบ้านจุมพลอ่านจดหมายของขวัญตาที่เขียนลาบัณฑิตกับอิงอร
“หนูไม่ได้ผิดนัดนะคะพ่อ หนูพยายามมาหาพ่อ แต่พวกมันทำร้ายหนู”
ภาพเหตุการณ์ในอดีต ชายหาดบริเวณใต้สะพานที่พาอู๋ไปเอาเงิน อู๋โดนขวัญตาผลักตกใต้สะพาน แล้ววิ่งหนีไปตามชายหาดร้างผู้คนในขณะที่บาดเจ็บ ขวัญตาวิ่งบาดเจ็บมา เห็นเรือประมงจอดอยู่ รีบปีนขึ้นไป ขวัญตาเห็นที่คลุมพลาสติกขนาดใหญ่คลุมของอยู่จึงรีบมุดหลบ
“ออกเรือได้เลย”
เสียงชาวประมงบอก เรือเคลื่อนตัวไป

กลางทะเลเกิดคลื่นลมแรง เรือโคลงไปมา ขวัญตาคลานออกมาจากผ้าพลาสติก คลานไปหาห่วงยางสีดำกอดไว้แน่น มีคลื่นลูกใหญ่กระแทกเรือ เรือเอียงขวัญตาตกจากเรือไปพร้อมห่วงยาง
ขวัญตาคว่ำหน้านอนเกยหาด บอมวิ่งมาดู
ปัจจุบัน เขมิกาอ่านจดหมายต่อ

“มันคงเป็นเวรเป็นกรรมที่หนูก่อไว้เอง หนูอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพ่อกับน้อง แต่คงทำไม่ได้อีกแล้ว”

ภาพในอดีตบริเวณชายหาดแถวอู่ซ่อมเรือของจุมพล ขวัญตาวิ่งหนี บอม แบงก์ บิ๊กวิ่งไล่ห่างๆ บอมยิงขวัญตา
ขวัญตาโดนยิงทะลุท้อง แล้ววิ่งไปซ่อนตัว พอสามพี่น้องไปพ้นจากตรงนั้นแล้ว ขวัญตาประคองตัวเองไปที่อู่ซ่อมเรือ
ขวัญตากุมท้องเลือดทะลัก อาการสาหัส เดินเข้ามาในอู่ต่อเรือของจุมพล ขวัญตาประคองตัวเองมาหยุดที่โต๊ะตัวเล็กๆ ที่เขมิกาเห็นคราบเลือด ขวัญตาเอามือเกาะโต๊ะไว้แล้วฉีกกระดาษสมุดออกมา 1 แผ่น หยิบปากกาที่เสียบในกล่องใส่ปากกา ขวัญตาคลานเข้าไปนอนในซากเรือเก่า รู้ตัวว่าต้องตายแน่
ขวัญตาเขียนจดหมาย
“พ่อคะ หนูทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย หนูหนีการแต่งงานแล้วยังขโมยเงินสินสอดมาด้วย เงินนั้นหนูเอาไปเก็บไว้ในตู้เซฟธนาคาร พ่อช่วยเอาคืนให้คุณนนท์ด้วย หนูไม่อยากได้มันอีกแล้ว เพราะไอ้เงินบ้านี่ทำให้หนูต้องตายอย่างทุเรศแบบนี้ หนูอยากขอโทษเขา โอ๊ย!” ขวัญตาเจ็บมากแต่พยายามฝืนเขียนต่อ “พ่อหนูกลัว หนูยังไม่อยากตาย หนูเจ็บเหลือเกิน ฮือๆ หนูรักพ่อหนูอยากเห็นหน้าน้อง”

เขมิกาอ่านต่อไปไม่ไหว ร้องไห้สงสารพี่สาวสุดหัวใจ
“ฉันก็อยากเห็นพี่”
ชานนท์เดินเข้ามายืนมอง นั่งลงข้างๆ เขมิกา แล้วแตะบ่าปลอบโยน
“เราต้องบอกให้พ่อกับแม่เธอรู้นะ”
เขมิกาเงยหน้ามองชานนท์ ฟูมฟายสติแตก
“ฉันจะบอกพ่อยังไงดี พี่ขวัญน่าสงสารเหลือเกิน เขาต้องนอนตายอย่างโดดเดียว คงเจ็บปวดทุกข์ทรมานน่าดู ฉันมัวแต่ทำอะไรอยู่ มัวแต่ไปบ้าบอสืบหาเขาที่บ้านคุณ แต่เขาอยู่ใกล้ฉันใกล้พ่อแค่นี้เอง”
“คุณบัณฑิตเป็นนักสู้ขนาดนอนเจ็บอยู่ตั้งนานยังพยายามยื้อชีวิตตัวเองไว้ ฉันเชื่อว่าพ่อเธอเข้มแข็งพอ”
เขมิกายังร้องไห้ไม่หยุด ดูอ่อนแอลงมาก
“แต่ฉันทำไม่ได้ ถ้าพ่อเป็นอะไรลงไปอีกฉันต้องตายแน่ๆ ฉันคงอยู่ต่อไปไม่ได้”
ชานนท์เห็นอาการของเขมิการีบจับมือเขมิกา
“มองหน้าฉันให้ดี” เขมิกาพยายามหยุด มองหน้าชานนท์ “นึกถึงวันที่เธอช่วยให้ฉันรอดตายสิ เธอแบกฉันที่ป่วยใกล้ตายลงจากเนินเขา เธอก็ทำมาแล้ว แล้วเธอยังต่อสู้กับพวกโจรสลัดอย่างกล้าหาญเพื่อให้ฉันหนีรอด ตอบฉันมาสิว่าเวลานั้นเธอคิดอะไรอยู่”
“ฉัน ฉันคิดว่าฉันกลัวไม่ได้ ถ้าฉันกลัว คุณก็ต้องตาย”
ชานนท์ยิ้มอบอุ่น บีบมือเขมิกา
“ฉันมั่นใจว่าครั้งนี้เธอก็จะทำได้อีกครั้ง”
เขมิกาคิดได้สงบลงรู้สึกมีกำลังใจ ยิ้มทั้งน้ำตาให้ชานนท์ เขายิ้มตอบ เขมิกามองมือชานนท์ที่ยังกุมมือเธออยู่ เธอนึกกลัวใจตัวเอง จึงรีบดึงมือออก ชานนท์เจื่อนไป
เขมิกาอึกอักรีบยื่นจดหมายให้ชานนท์
“เออ พี่ขวัญเขียนถึงคุณด้วย”

ชานนท์ยื่นมือมารับ

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 17 (ต่อ)

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านเสี่ยเม้ง เสี่ยเม้งยืนคิด ประชายืนอยู่ข้างหลัง
 
“ถ้าเราผนึกกำลังกัน พวกมันได้กลับไปเยี่ยมบ้านเก่าแน่”
ประชาบอก เสี่ยเม้งหันมา
“แล้วฉันจะได้อะไร แค่ความสะใจอย่างเดียว มันไม่คุ้มหรอก”
“สิบล้านคุ้มมั้ย”
เสี่ยเม้งหัวเราะเสียงดัง
“คิดว่าคนอย่างผมกินหญ้าเป็นอาหารหรือ คุณโดนตำรวจตามล่าตัวอยู่ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้...ใครอยู่
ข้างนอกวะ ส่งแขกไปไกลๆ เลย ก่อนฉันรมย์เสีย”
เสี่ยเม้งตะโกน ลูกน้องเสี่ยเม้งรีบเข้ามาสองคน ล็อกแขนซ้ายขวาของประชาลากไป ประชาร้องบอก
“น้องสาวไอ้ชานนท์มันเป็นเมียผม ถ้าพี่มันกลายเป็นผี นังน้องหน้าโง่ของมันก็ต้องยอมทำตามผมทุกอย่าง”
ประชากำลังจะโดนลากพ้นห้องไป
“เฮ้ย หยุดก่อน” ลูกน้องหยุด เสี่ยเม้งเดินไปหาแล้วพูดกับลูกน้อง “ถอยไปห่างๆ” เสี่ยเม้งกอดคอตีซี้กับประชาทันที “ไอ้พวกนี้มันไม่ค่อยมีมารยาท อย่าไปถือสามันเลย เราค่อยๆ มานั่งหารือกันดีกว่าว่าจะเริ่มเมกกะโปรเจ็คนี้เมื่อไหร่ดี ฮ่าๆ นั่งๆ”
เสี่ยเม้งพาประชาไปนั่ง สอนวิ่งเข้ามา
“เสี่ย มันกลับมาอีกแล้ว”
“ใครวะ”
“ไอ้ชานนท์ วันก่อนผมเห็นมันเดินอยู่ที่ชายหาดกับไอ้เข็ม”
“แล้วทำไมไม่รีบมาบอกวะ” เสี่ยเม้งตวาด สอนจ๋อย
“เมื่อวานผมมาแล้ว แต่เสี่ยหลับ ผมไม่กล้าปลุก”
เสี่ยเม้งลุกยืน
“คัดมือดีๆ ไปกับแก แล้วเชือดมันซะอย่าให้พลาดอีก”
ประชาลุกยืน
“ใจเย็นก่อนเสี่ย เล่นมันซึ่งหน้าอย่างนี้ มีหวังตำรวจดมกลิ่นมาถึงเรา โดนจับกันหมดพอดี”
“งั้นคุณก็คิดแผนมา แต่อย่าให้ช้าล่ะ”
ประชายิ้ม

ชานนท์ยืนนิ่งอยู่ภายในห้องพักของโรงแรม อิงอรนั่งอ่านจดหมายขวัญตา อิงอรร้องไห้ไม่หยุด เสียงของขวัญตาดังเข้ามา
“หนูเสียใจที่จากแม่มา หนูคิดถึงแม่”
จากนั้นก็เป็นภาพในอดีต ในซากเรือเก่า ขวัญตาหนาวสั่นพยายามเขียนจดหมายต่อ
“หนูหนาวเหลือเกิน แม่ แม่ ช่วยกอด หนู…”
เสียงขาดหาด ปากกาหลุดจากมือ ศีรษะค่อยๆ ตกลงที่พื้นเรือ มือยังกำจดหมายแน่น

ปัจจุบัน อิงอรบีบจดหมายก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด ชานนท์เดินเข้าไปกอดพาลจะร้องไห้ไปด้วย

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่โรงพยาบาล ในห้องพักฟื้นของบัณฑิต เขมิกายืนนิ่งมองไปทางเตียง บัณฑิตค่อยมีแรงขึ้นแต่เสียงยังเหนื่อยๆ อยู่
“เจอมั้ย” เขมิกาพยายามอดทนไม่ร้องไห้ บัณฑิตชักใจไม่ดีรีบถามต่อ “บอกพ่อสิ”
เขมิกาเดินเข้าไปหาจับมือพ่อคล้ายจะบอกความจริง
“เข็มหาจนทั่วแล้วไม่เห็นเจออะไรเลยพ่อ สงสัยพี่ขวัญคงไม่ได้ไปที่นั่นหรอก”
บัณฑิตเห็นตาเขมิกาบวมช้ำ
“ลูกร้องไห้ทำไม”
“เปล่านี่ อ๋อ เออใช่ คือตอนเข็มขี่มอไซด์มา ลมมันตีฝุ่นเข้าตาเข็ม พอขยี้ๆ มันก็เคืองตา”
บัณฑิตบีบมือเขมิกา
“ไปนอนพักสายตาเถอะ ไม่ต้องห่วงพ่อ”
เขมิกาฝืนยิ้มพยักหน้า เดินไปเอนนอนบนโซฟา

วันต่อมาที่วัด บริเวณเจดีย์เก็บกระดูก อิงอรวางโถใส่กระดูกของขวัญตาวางที่เจดีย์เก็บกระดูก ชานนท์ยืนข้างอิงอร ส่วนเขมิกายืนอีกข้างถือรูปพี่สาว อิงอรยืดตัวขึ้นซับน้ำตา
“ผมแจ้งตำรวจไปแล้วนะครับว่าคุณอิงอรไม่ติดใจในการเสียชีวิตของขวัญตา แต่ทางตำรวจก็ต้องสืบสาวราวเรื่องต่อไป แต่จากปากคำของแบงก์ คนที่ยิงคือบอมซึ่งก็ตายไปแล้ว” ชานนท์บอก
“แล้วเรื่องเงินสินสอดล่ะ” เขมิกาถาม
“ฉันบอกตำรวจไปว่าขวัญไม่ได้ขโมยแต่ผมเป็นคนให้ไปเอง” อิงอรงง
“ทำไมคุณทำแบบนี้ ขวัญตาทำกับคุณไม่ใช่น้อย”
“เขาเขียนจดหมายขอโทษผมแล้วนี่ครับ” ชานนท์มองเจดีย์ “นี่คือสิ่งที่ผมจะอโหสิให้กับเขาได้”

หลังเจดีย์อื่นห่างออกไป ประชามาแอบดูรู้ว่าขวัญตาตายแล้ว ประชาช็อกเสียใจ
อิงอรจะเป็นลมชานนท์รีบจับตัวไว้ เขมิกาเป็นห่วงทำท่าจะเข้าไปช่วยจับแต่เห็นชานนท์ทำแล้วเลยชักมือกลับ ชานนท์เห็นเขมิกาห่วงแม่ เลยพูดเปิดทางให้
“เธอช่วยพยุงคุณอิงอรไปที่รถที ฉันจะช่วยถือรูปให้”
“เออ ไม่เป็นไรฉันถือได้ คุณพาไปก่อนเถอะ ฉันอยากจะขอคุยกับพี่ขวัญหน่อย”
ชานนท์เลยพาอิงอรไป เดินผ่านจุดที่ประชายืนหลบอยู่
หลังจากชานนท์ประคองอิงอรไปแล้ว เขมิกาจึงหันกลับมาทางเจดีย์
“พี่ เราได้เจอกันแล้วนะ แต่กว่าจะเจอกันได้ ฉันหาพี่แทบแย่พี่ก็เกินไปนะ น่าจะรอกันก่อน” เขมิกาเอื้อมมือไปแตะเจดีย์เก็บกระดูก “พี่หลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงอะไร ฉันจะดูแลพ่อกับ...” เขมิกาจะพูดว่าแม่แต่เงียบไป “กับแม่ของพี่ให้เอง ฉันไปนะแล้วฉันจะมาเยี่ยมพี่บ่อยๆ”

เขมิกาเดินกลับไป

เมื่อเขมิกาไปแล้ว ประชาออกมายืนที่หน้าเจดีย์ของขวัญตา ความรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดประดังเข้ามา
“ฉันเกลียดเธอแต่ฉันไม่เคยลืมเธอได้เลยขวัญตา ฉันอยากรู้ว่าเธอเคยรักฉันบ้างมั้ย” ประชาทรุดนั่งลงก้มร้องไห้ออกมา “ทำไมเธอต้องทำร้ายฉันให้เจ็บปวดทรมานอย่างนี้” ประชาเงยหน้าโกรธชานนท์ “เพราะมัน ไอ้ชานนท์ ถ้าไม่มีมันเราคงได้แต่งงานกันไปแล้ว แก แกพรากสิ่งที่ฉันรักไป แกก็ต้องตายตามไปด้วย”
ประชาแค้น

วันต่อมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ปรียาพาแววนิลมากินข้าว ปรียาตักกับข้าวให้แววนิล
“กินผักเยอะๆ จะได้โตไวๆ”
แววนิลขำ
“ขำตายละ ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะยะ เธอนั่นแหละ” แววนิลตักกับข้าวให้ปรียาบ้าง “กินเยอะๆ จะได้มีเนื้อมีหนังชวนให้ผู้ชายมอง”
ปรียาจ๋อยๆ
“เธอก็รู้ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้น”
แววนิลจับมือปรียา
“ฉันอยากได้เธอเป็นพี่สะใภ้นะ แต่พี่ชายฉันน่ะใจแข็งอย่างกับหิน ถ้าเธอรอต่อไป เธอจะหมดโอกาสมองผู้ชายคนอื่นนะ”
ปรียาดึงมือออก
“ถ้าเธอห่วงเราจริง ก็อย่าพูดให้เราหมดกำลังใจอย่างนี้”
แววนิลหงุดหงิดวางช้อน
“ผู้ชายมีคนเดียวในโลกหรือไง” แววนิลมองไปทางโต๊ะโยธิน “ดูโน้น หัดมองรอบๆ ตัวดูบ้าง คนเขามีแต่คู่ มีความสุข” แววนิลชะงักกึกเมื่อเห็นโยธินหันหน้ามา เลื่อนตาไปมองผู้หญิงนั่งข้างๆ ไม่ใช่เขมิกา แววนิลโมโหแทนเขมิกา “ปรียา เธอหันไปดูโต๊ะข้างหลังเธอ นั่นใช่สามีของยัยเข็มหรือเปล่า ฉันเคยเห็นที่บ้านเราแค่ครั้งเดียว ฉันไม่แน่ใจ”
ปรียารีบหันไปมอง เห็นโยธินคุยกระหนุงกระหนิงยิ้มแย้มกับผู้หญิงอื่น ปรียาแปลกใจ
“คุณโยธิน ทำไมถึงมาอยู่แถวนี้”
แววนิลเห็นโยธินโอบไหล่ผู้หญิงคนนั้น แววนิลโมโหแทนเขมิกา ลุกเดินไปที่โต๊ะโยธินทันที
“นิล จะไปทำอะไร”

ปรียาตกใจ

แววนิลมาที่โต๊ะโยธินแล้วยืนมองหน้าเขา โยธินงง
“คุณทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ แอบมานั่งอี๋อ๋อกับผู้หญิงอื่น นอกใจเพื่อนฉันได้ยังไง หรือเป็นเทรนด์ใหม่ น่าทึ่งดีนะ”
โยธินลุกยืน
“เพื่อนคุณ” โยธินทำหน้างง
“ใช่ เข็มไงเขาเป็นเพื่อนฉัน” แววนิลชี้หน้าผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างโยธิน “นี่เธอ รู้หรือเปล่าว่าผู้ชายคนนี้มีภรรยาแล้ว เพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง”
หนิงลุกยืน
“เพ้อหรือเปล่าป้า คุณโยยังโสดทั้งแท่ง อย่ามาขี้ตู่”
“ใครเป็นป้าเธอยัยหน้าเหี่ยว หน้ากากๆ อย่างเธอคงหาผู้ชายไม่ได้แล้วสินะ ถึงได้มากินของที่มีเจ้าของแล้ว โดนหลอกแล้วยังโง่อีก เอ๊ะหรือเต็มใจ”
“แกสิโง่”
หนิงจะตบแววนิล แววนิลจับมือหนิงดันไว้
“อย่าหนิง”
โยธินพยายามแยกหนิงออก ปรียาวิ่งเข้ามาห้ามแววนิล
“พอแล้วนิล”
แววนิลมองกระเป๋าบนโต๊ะของหนิง ยิ้มเหยียด
“ของราคาถูกๆ มองปร๊าดเดียวก็มองออก ว่าคนละระดับกัน” หนิงจะเข้าหาแววนิล แต่โดนโยธินดึงไว้
“ปล่อยฉัน”
“ถ้าเธอไม่หยุด ต่อไปฉันจะไม่มาเจอเธออีก”
โยธินบอกเสียงเข้ม หนิงหยุด ไม่พอใจสะบัดหน้าไป แววนิลชี้หน้าโยธิน
“ฉันไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของคุณหรอก แต่คนดีๆ อย่างเข็มไม่ควรถูกคนที่เขารักทำให้ช้ำใจ”
ปรียามองโยธิน โยธินไม่รู้จะพูดยังไง

ปรียานั่งที่โต๊ะของโยธิน
“คุณแต่งงานแล้วทำไมทำแบบนี้ละคะ คุณเข็มรู้เข้าต้องเกิดเรื่องแน่”
ปรียาบอก โยธินตัดสินใจสารภาพ
“ความจริงผม ผมกับเข็มเราไม่ได้แต่งงานกัน”
ปรียาตกใจ
“ทำไมละคะ”
“ผมเพิ่งรู้ว่าเข็มรักคนอื่นครับ ผมก็เลยคิดว่า ถอยออกมาดีกว่า”
ปรียาพอเดาออกว่าเป็นใคร
“แต่คุณเคยสอนฉันไม่ให้ยอมแพ้”
“แล้วเราจะทนหลอกตัวเองได้นานแค่ไหนละครับ ผมไม่อยากสมเพชตัวเอง แล้วก็ไม่อยากดึงให้เขาตกนรกกับผม”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นแฟนใหม่คุณหรือคะ”
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมก็กินข้าวกับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยเปื่อยจะได้ไม่ต้องมีสมองไปนึกถึงเรื่องอื่น”
ปรียายิ่งกังวลกลัวว่าเขมิกากับชานนท์จะสมหวัง

แววนิลนั่งรออยู่ในรถ ปรียาเปิดประตูรถด้านคนขับเข้ามา
“เขาว่าไงบ้าง คงแก้ตัวแบบผู้ชายมักง่ายทั่วไปละสิ”
ปรียากลัวแววนิลไปบอกชานนท์เรื่องที่โยธินกับเขมิกายังไม่ได้แต่งงานกัน จึงโกหก
“ก็คงอย่างงั้นแหละ กลับเถอะ”
ปรียาขับรถออกไป

อีกด้านหนึ่งที่ห้องรับแขกบ้านจุมพล จุมพลนั่งอยู่ เขมิกาส่งยากับน้ำดื่มให้ปู่ จุมพลรับไปกิน
“ไอ้ปิ้งมันยังเฝ้าหน้าห้องพ่อเอ็งตามที่ข้าสั่งหรือเปล่า”
“มันหรือจะกล้าขัดคำสั่งปู่”
“แล้วไอ้คนกรุงเทพล่ะเขากลับบ้านกลับช่องไปหรือยัง”
เขมิกายังไม่ทันตอบ ชานนท์เดินเข้ามาก่อน
“ผมกำลังจะเดินทางวันพรุ่งนี้ครับ แต่จะมาลาเถ้าแก่ก่อน”
ชานนท์ยกมือไหว้ จุมพลรับไหว้ลุกยืน
“เดินทางปลอดภัยนะคุณ หวังว่าคงไม่ได้เจอกันอีก”
ชานนท์สะอึกแต่ฝืนยิ้ม เขมิการีบลุกเดินไปหาชานนท์
“ฉันจะเดินไปส่งที่รถ”

ชานนท์รีบตามเขมิกาออกไป จุมพลมองแบบไม่ค่อยชอบใจ
 
จบตอนที่ 17
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 17
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 17
ค่ำคืนแรกของการแต่งงานกัน วิทย์กับสาต่างอยู่ในชุดนอนแล้วทั้งคู่ วิทย์นั่งอยู่ที่เก้าอี้มีสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย สานั่งอยู่ที่เตียงสีหน้าเรียบเฉย “คุณอุษาง่วงไหมครับ” “ยังค่ะ แต่คุณวิทย์คงจะง่วงกระมัง เมื่อคืนฉันมาแย่งที่นอน คุณต้องออกไปนอนที่โซฟานอกห้อง คงนอนไม่เต็มตานัก” “เปล่าเลย ผมไม่ง่วงเลยสักนิด” วิทย์นั่งมองสาอย่างหลงใหลในความงาม จนสาออกจะรำคาญ ตัดสินใจเอามือตบที่ข้างๆ ตัว “คุณมานั่งนี่เถอะ” วิทย์ลงนั่งบนเตียงข้างสา จับมือสามาจูบที่หลังมือเบาๆ พูดอ่อนหวาน “ผมดีใจมากนะครับ ที่เราได้อยู่ด้วยกัน”
กำลังโหลดความคิดเห็น