xs
xsm
sm
md
lg

สาปสาง ตอนที่ 26

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สาปสาง ตอนที่ 26

พริ้วและเฟยอยู่ที่โรงละคร ต่างคนต่างรอด้วยความกังวล มีลมวูบเข้ามาจนโคมไฟระย้าในโรงละครสั่นไหว ประตูเปิดๆปิดๆ

เฟยล่วงรู้ "อีมาแล้ว"
"ไหนล่ะป๊า...เธอ เธออยู่ไหน เข้าสิงร่างฉันนี่" พริ้วบอก
เฟยเหลือบมองพริ้วที่ยังดื้อจะให้วิญญาณสิงร่างแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พริ้วงง
"ช่วยด้วย...ฉันอยู่นี่" ช่อเอื้องบอก
เสียงช่อเอื้องขาดหายเป็นห้วงๆ บ่งบอกถึงอาการบาดเจ็บสาหัส พริ้วกับเฟยเหลียวมองหา พริ้วหาไม่เจอก็เดินไปทั่วโรงละครจนกระทั่งเจอ
"ป๊า !”
เฟยรีบตามมาเห็นช่อเอื้องกองอยู่กับพื้นโรงละครชนิดแทบจะคลาน แต่ก็ยังเงยหน้าขึ้นมองสองพ่อลูก
"พวกมัน......คุณกรณ์.....”
"คุณกรณ์ ? คุณกรณ์ทำไมคะ" พริ้วถาม
ช่อเอื้องกระอักเลือดจนไม่มีแรงตอบหรือทำอะไรอีกต่อไป
"พลังวิญญาณอีอ่อนแรงมาก ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ แม้แต่จะสิงร่างลื้อก็ทำไม่ได้" เฟยบอก
"ช่วยเค้าเถอะป๊า"
"ลื้อถอยไป"
"ป๊าต้องช่วยนะ"
เฟยพยักหน้า พริ้วออกห่างจากช่อเอื้อง เฟยเปิดกลักน้ำหมึกสีทองแล้วจุ่มนิ้ววาดยันต์จีนแปดเหลี่ยมลงที่พื้น
"กระจกแปดด้าน ส่องสว่างสร้างธรรม....ลื้อเข้าไปอยู่ในนั้น จะปลอดภัยจากอันตรายที่ลื้อกำลังเจออยู่"
"พลังอำนาจมืดก็ทำอะไรไม่ได้ใช่ไหมป๊า"
"ใช่ ขออย่างเดียว อย่าออกมาจากวงยันต์นี้ ไม่งั้น อำนาจธรรมใดๆก็ช่วยลื้อไม่ได้ ถ้าลื้อไปต่อกรกับเรื่องชั่วๆอีก"
ช่อเอื้องพยักหน้าแล้วพยายามคลานเข้าไปอยู่ในยันต์ พอช่อเอื้องเข้าไป ยันต์สีทองก็สว่างวาบเรืองขึ้นเหมือนมีแสงสีทองล้อมไว้เป็นเกราะป้องกันตัวช่อเอื้อง

พ่อปู่โมโหที่ช่อเอื้องถูกอุ้มหายไปด้วยเกราะสีทอง
"ใคร...ใครบังอาจมาหยามกู"
อีการ้องจ้อกแจ้ก พ่อปู่ขว้างด้วยกะโหลกดำจนอีกาบินเตลิดไปทั้งฝูง
"ไม่เคยมีใครท้าทายกูขนาดนี้....มึงเป็นใคร"
พ่อปู่อาละวาดกวาดข้าวของทุกอย่างตรงหน้าระเนระนาดด้วยความโกรธแค้นและเจ็บใจ

แพรวลูบเนื้อลูบตัวกรณ์เนื่องจากกรณ์กำลังจะฟื้น
กรณ์ฟื้นขึ้นมาอย่างงงๆ "เกิดอะไรขึ้น...เมื่อกี๊ผม ?”
"คุณฟื้นแล้ว"
แพรวมารยาด้วยการโผเข้ากอดกรณ์ด้วยความเป็นห่วงแต่ต้องเล่นละครกลบเกลื่อนที่ไปทำชั่วมา
"ผม...เป็นอะไร"
"จู่ๆคุณก็หมดสติไป แพรวเป็นห่วงคุณแทบแย่ นั่งเฝ้าตลอดไม่ได้คลาดสายตาเลย คุณไม่เป็นไรนะคะ"
"คุณเฝ้าผมเหรอ...ขอบคุณมากนะครับ"
แพรวพยักหน้าแบบไม่อยากเอาหน้านักทั้งที่ความจริงโกหกล้วนๆ กรณ์งงและสับสนเขาเหมือนจะเชื่อแพรว แต่ก็เหมือนมีอีกใจที่ไม่ยอมเชื่อ

พริ้วเข้าบ้านมาโดยยังกังวลใจ เธอจะถอดหยกคุ้มกันออก
เฟยทัก "ลื้อจะถอดหยกคุ้มกันออกทำไม"
"ก็เผื่อว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นอยากติดต่อกับฉัน เค้าจะได้มาทันที"
"ไม่ได้ ลื้อต้องใส่หยกไว้กับตัวตลอด แล้วต่อไปนี้ ห้ามลื้อไปยุ่งกับเรื่องแบบนี้อีกเด็ดขาด"
"แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะป๊า วิญญาณเค้าจะเป็นยังไง จะปล่อยไว้ในเกราะของป๊าแบบนั้นเหรอ มันง่ายไปหรือเปล่า"
"อาพริ้ว ! อั๊วบอกให้เลิกยุ่งกับอี"
"แต่ฉันไม่อยากให้เค้าโดนทำร้ายอีก"
"อีจะโดนทำร้ายยังไง อีก็ตายไปแล้ว ห่วงอีไปก็เท่านั้น"
"ป๊า เห็นแก่ตัว"
"อาพริ้ว"
เฟยขึ้นเสียงดังด้วยความโกรธและเสียใจ เขายกมือขึ้นเกือบตบหน้าพริ้วแต่ยั้งไว้ทัน เนื่องจากรักและห่วงพริ้วที่สุดจึงไม่อยากให้พริ้วต้องรับเคราะห์เหมือนช่อเอื้อง
พริ้วตกใจและเสียใจ "ป๊า...”
"เอ้อ..อั๊ว....”
"ตั้งแต่เด็ก ป๊าไม่เคยตีฉันเลย....แต่วันนี้ป๊าจะตบฉัน"

พริ้วเสียใจมากจนร้องไห้ฮั่กๆ เธอวิ่งออกไปจากบ้านด้วยความน้อยใจ เฟยได้แต่อึ้งเพราะเป็นห่วงจึงอยากจะเตือนให้พริ้วได้สติ

ช่อเอื้องซมซานอยู่ในเกราะยันต์จีนสีทอง โดยช่อเอื้องรับรู้ว่าพริ้วเสียใจ

"คุณพริ้ว....อย่าหมดกำลังใจ ป๊าคุณรักคุณ"
ช่อเอื้องร้องไห้สะอื้นเมื่อนึกถึงตัวเอง
"คุณโชคดีมีคนที่รักอยู่ข้างๆ แต่ฉัน....ฉัน....ฉันถูกแย่งคนรักไป....โฮ คุณกรณ์ขา"
ช่อเอื้องคร่ำครวญแล้วกระอักเลือดออกมาอีก ยันต์สีทองสว่างเรืองเพื่อเยียวยาช่อเอื้อง

อนงค์นั่งเปิดหนังสือสวดมนต์สวดผิดสวดถูกแต่ก็พยายามสวดไปเรื่อย
"สาธุ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ลูกขอสวดมนต์แทนลูกสาวของลูกด้วย"
แพรวเปิดประตูเข้าบ้านเสียงดัง
"กลับมาแล้วเหรอ แพรว"
"ก็เห็นอยู่ทนโท่น่ะแม่"
"ธรรมะต้องคุ้มครองแกแน่ๆ แม่กำลังสวดมนต์ให้แกแกก็กลับมาพอดี"
"ธรรมะเชอะ บังเอิญหรอกน่า แม่ไม่ต้องเอาอะไรมาอ้าง ฉันรำคาญ วันนี้ฉันเจอเรื่องมาทั้งวัน ไม่มีเวลาเพ้อเจ้อกับแม่หรอก"
"แล้วแกไปทำอะไรมา"
"อย่าจุ้นได้ไหม เรื่องของฉัน"
"แกต้องทำเรื่องไม่ดีแน่ๆ เรื่องอะไรนังแพรว เลิกนะลูก"
อนงค์จับแขนแพรวแล้วเขย่าให้สัญญา แพรวสะบัดมืออนงค์ออกก่อนจะขึ้นเสียง
"โอ๊ย รำคาญ บอกว่าอย่างยุ่ง อย่าแส่ ชัดไหมแม่ อย่าแส่"
แพรวขึ้นบ้านไปโดยไม่ได้สำนึกในความห่วงใยของมารดา
"คุณพระคุณเจ้า คุ้มครองลูกสาวอิฉัน ดลบันดาลใจนังแพรว อย่าให้มันหลงไปในทางชั่วเลย สาธุ"
อนงค์ทรุดลงด้วยความเหนื่อยใจแต่ก็ไม่ท้อ เธอยกมือขึ้นท่วมหัวแล้วขอพรพระ

แพรวเหวี่ยงกระเป๋าไปทาง ถอดรองเท้าสะบัดไปทางด้วยความเจ็บใจ
"อีช่อรอดไปได้อีกแล้ว....ฮึ่ม ต้องเป็นนังพริ้วแน่ๆที่มาช่วย"
แพรวเข่นเขี้ยวด้วยความอาฆาตพริ้ว

พริ้วนั่งจับมือและมองหน้าณราโดยนึกน้อยใจเฟยจนน้ำตาเอ่อขึ้นมา
"คุณณรา ฟื้นเสียทีสิ ฟื้นขึ้นมาจับมือฉันหน่อย คุณเป็นคนเดียวที่เข้าใจฉัน"
พริ้วนึกน้อยใจเฟย
ภาพตอนที่เฟยเงื้อมือจะตบหน้าพริ้วแวบขึ้นมา
"คุณเข้าใจใช่ไหมว่าทำไมฉันต้องช่วยวิญญาณผู้หญิงคนนั้น....คุณคนเดียวที่เข้าใจ"
พริ้วจับมือณรามาแนบหน้าเหมือนขอกำลังใจก่อนจะก้มหน้าลงสะอื้นกับท่อนแขนของเขา

พ่อปู่นั่งสมาธิอยู่ท่ามกลางเศษซากข้าวของที่ตนเองอาละวาดจนเกลื่อนไปหมด สักพักพ่อปู่ก็ลืมตาขึ้น
"ไอ้แก่ซินแส.....มึงมาช่วยอีผีชั่ว...มึงอยากแส่หาเรื่องนักใช่ไหม"
พ่อปู่มีสายตาเกรี้ยวกราดอยากจะเอาคืนซินแส

เช้าวันใหม่ มุมต่างๆ ภายในบ้านของเฟยมีพระพุทธรูป ยันต์จีนสีทอง สัญลักษณ์ที่แสดงถึงสิ่งต่อสู้กับอธรรม เช่น ฮู้ กระจกแปดเหลี่ยม ลูกประคำ ลมแรงพัดเข้ามาจากนอกบ้าน ปฏิทินจีนปลิวพรึ่บๆ ฮู้เคลื่อนเพราะแรงลม ส่วนลูกประคำก็ไถลหล่นจากโต๊ะ

อีกาดำบินมาเกาะที่รั้วบ้านแล้วส่งเสียงร้องลั่นแบบตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว
เฟยกำลังเตรียมใบชาข้างๆ กาต้มน้ำที่ตั้งอยู่บนเตา ไอน้ำพวยพุ่งออกจากพวยกา น้ำเดือดจัด
เฟยหันไปจะยกกาลงจากเตา ทันใดนั้นกาน้ำก็ระเบิดจนน้ำร้อนกระจาย
"ไอ่หยา"
กาน้ำแตกเป็นเสี่ยงๆ และกระจายเต็มพื้น น้ำเดือดควันขึ้น กระจายเต็มครัว เฟยเอี้ยวตัวหลบได้หวุดหวิดแต่ร่างกายบางส่วนก็โดนน้ำร้อนลวก เฟยตกใจมาก

พริ้วตกใจที่ได้ยินเสียงดังจากครัว เสียงร้องของซินแสดังขึ้น
"ป๊า"

พริ้วรีบออกไปจากห้อง
 
อ่านต่อหน้า 2

สาปสาง ตอนที่ 26 (ต่อ)

เฟยยืนมองเศษกาน้ำร้อนที่แตกกระจายอยู่ที่พื้นครัวแล้วเฟยก็มองดูร่างกายตัวเองที่โดนน้ำร้อนลวกเล็กๆ

"นี่มัน !!”
เฟยนึกรู้ว่าเป็นมนต์มารและคิดว่าต้องไม่ใช่เรื่องปกติ พริ้วพรวดเข้ามาด้วยความตกใจ
"ป๊า เกิดอะไรขึ้น ป๊าเป็นอะไรหรือเปล่า"
"ไม่มีอะไร อั๊วซุ่มซ่ามเอง"
"จริงเหรอ"
"เฮ้อ คนแก่ มองไม่ค่อยชัด อั๊วเลยเผลอทำกาน้ำตกแตก ไม่มีอะไรหรอกน่า"
"แน่นะป๊า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ"
"อุบ๊ะ ลื้อมันหาเรื่องได้ทุกอย่างสิน่า"
พริ้วจะเถียงแต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พริ้วจึงไปรับสาย
"โรงพยาบาล....เหรอคะ....คุณณราฟื้นแล้ว" พริ้วดีใจ "ค่ะ ขอบคุณค่ะ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ"
"เมื่อคืนลื้อก็แอบไปมาแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะไปอีกเหรอ"
พริ้วไม่ฟัง เธอรีบออกจากบ้านด้วยความดีใจที่ณราฟื้น เฟยมองพริ้วด้วยความเป็นห่วง เมื่อหันมามองน้ำเดือดบนพื้นก็เห็นว่าน้ำกลายเป็นสีดำ เฟยก็หนักใจมาก
"พลังมืด หึ !”

ณราเพิ่งฟื้นจึงยังโรยๆ พริ้วเปิดประตูเข้ามาโผกอดโดยที่ณราไม่ทันตั้งตัว
ณราเจ็บ "โอ้ย"
"คนบ้า นอนหลับไปกี่วันรู้ตัวหรือเปล่า"
พริ้วร้องไห้ด้วยความดีใจ ณราเจ็บตัวแต่ก็อุ่นใจที่สุด
"รู้ ทำไมผมจะไม่รู้"
"จริงเหรอ"
"รู้ว่า...เจ็บ คุณกอดผมแน่นเลย"
"ฉันขอโทษ คุณเจ็บมากไหม อย่าสลบไปอีกนะ"
"เป็นห่วงผมเหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ"
พริ้วเขินจึงยิ้มทั้งน้ำตา ณราใช้นิ้วปาดน้ำตาให้พริ้ว ทั้งสองสบตากันเพราะเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน ต่างคนต่างเปิดใจ
"ผมดีใจที่เจ็บตัว"
"ซาดิสม์" พริ้วว่า
"ก็อย่างน้อย ผมก็รู้ว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม"
"แต่ฉันไม่ชอบ"
"คุณไม่ชอบผมเหรอ ไม่มั้ง สายตาคุณไม่ได้บอกอย่างนั้นนี่"
ณราอมยิ้มที่พูดดักคอ พริ้วเขิน
"ฉันไม่ชอบให้คุณเจ็บตัวแบบนี้ ใจฉัน...มันจะขาด"
ณราตะลึงก่อนจะจับมือพริ้วขึ้นมาจูบ
"ได้ยินอย่างนี้ ให้เจ็บปางตายก็ยอม"
พริ้วตี "บ้า ซาดิสม์"
"โอ๊ย ผมเจ็บนะ"
"ก็ชอบความรุนแรงไม่ใช่เหรอ นี่แน่ะ"
ณรารวบมือพริ้ว พริ้วนิ่งขึ้นและพูดจริงจัง
"คืนนั้นเกิดอะไรขึ้นคะ วิญญาณผู้หญิงคนนั้นบอกอะไรคุณ"
ณราทวนคำ "คืนนั้น ?”
ณรานึกรวบรวมสติและกำลังจะตอบ ทันใดนั้นพยาบาลก็เข็นรถอุปกรณ์เข้ามา
"ขออนุญาตนะคะ คนไข้เพิ่งฟื้น ขอวัดไข้กับความดันนะคะ"
พยาบาลเสียบปรอทเข้าใต้ลิ้นณราทำให้ณราพูดไม่ได้ พยาบาลเริ่มวัดความดัน พริ้วไม่ได้คุยกับณราจึงต้องถอยออกมารอนอกม่าน

พ่อปู่ลืมตาขึ้น
"มันฟื้นแล้ว !”

พ่อปู่หลับตาลงแล้วพึมพำมนต์บางอย่าง โหงพรายตัวเขียวพุ่งออกจากหม้อดำด้านหน้าพ่อปู่

พยาบาลกำลังเตรียมเข็มน้ำเกลือเพื่อจะเจาะเข้าเส้นเลือดณรา จู่ๆพยาบาลก็ผงะไป ดวงตาพยาบาลกลายเป็นสีเขียวเรือง
 
พยาบาลมองหน้าณราแล้วง้างเข็มน้ำเกลือขึ้นสูง
ณราตกใจ "เฮ้ย"
ปรอทวัดไข้หลุดจากปากของณราแล้วตกลงพื้น
พริ้วเห็นปรอทตกลงพื้นและได้ยินเสียงณรา
"นี่คุณ แค่โดนเสียบน้ำเกลือ ไม่ต้องป๊อดหรอกน่า" พริ้วว่า
พยาบาลที่โดนโหงพรายสิงจนตาสีเขียวจ้วงเข็มลงมา ณราจับแขนพยาบาลไว้ แต่ก็ไม่มีแรงมากนักจึงจวนจะต้านไม่ไหว
"คุณพริ้ว.....มัน....เป็น.....”
พริ้วที่อยู่นอกม่านหัวเราะกิ๊ก เพราะเสียงณราสั่นมาก
เสียงพ่อปู่ดังขึ้น "มึงตาย !”
พริ้วตกใจรีบเปิดม่านทันที เธอหเ็นณราเอามือยันไม่ให้พยาบาลแทงเข็มลงมาได้ แต่ณราหมดแรง พอดี พยาบาลปักเข็มจึ้กลงมา เข็มแทงลงที่หมอน ณราโดนพริ้วดึงออกมาได้ฉิวเฉียด
"คุณณรา ลุกไหวไหมคะ"
ณราพยายามลุก พริ้วกระชากร่างพยาบาลออกจากณรา หยกที่คอของเธอเปล่งแสงวาบขึ้น
พยาบาลร้อง "อ๊าก"
ร่ายกายของพยาบาลส่วนที่โดนพริ้วจับมีแสงวาบแดงจ้า พริ้วประคองณราหนีออกจากห้อง พยาบาลหมดสติลงไปกองกับพื้น โหงพรายสีเขียวพุ่งออกจากร่างพยาบาลแล้วออกหน้าต่างไป

พริ้วประคองณราวิ่งหนีมา หยกที่คอพริ้วเป็นสีแดงวาบขึ้น
"โอ๊ย" พริ้วร้อน
"หยกคุ้มกันของคุณเปลี่ยนสี....แสดงว่า....” ณราพูด
"เมื่อกี๊ พยาบาลคนนั้นโดนพลังมืดเข้าสิง"
"โชคดีที่คุณช่วยผมไว้ได้ทัน"
"อย่ามัวดีใจเลยค่ะ พวกคนชั่วส่งมนต์มารมาเพื่อทำร้ายคุณ"
พริ้วเป็นกังวลจนน้ำตาปริ่มเพราะกลัวว่าณราจะได้รับอันตราย
"คุณต้องเจอเรื่องร้ายๆเพราะฉัน"
"อย่าโทษตัวเองเลยคุณพริ้ว เราหาทางแก้ไขดีกว่า"
"คุณรู้ความจริงเรื่องวิญญาณผู้หญิงคนนั้น พวกอำนาจมืดเลยจะต้องจัดการคุณ....ฉันต้องหาที่ที่ปลอดภัยให้คุณหลบสักพัก"
ณรามองพริ้วด้วยความสงสัยว่าพริ้วจะพาไปที่ไหน

อีกาดำบินมาเกาะหน้าบ้าน แพรวเดินเข้ามาแล้วมองจากในบ้านออกไปที่อีกา กรณ์เดินเข้ามาจากด้านหลังแพรว
"คุณแพรวครับ....ผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณ" กรณ์บอก
แพรวมีสีหน้าเครียดขึ้นเพราะกลัวว่ากรณ์จะมีสติ
"เรื่องอะไรคะ"
"สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา....ตอนนี้ผมรู้ตัวดีแล้ว"
แพรวไม่กล้าหันมาเพราะแค่ได้ยินเสียงจริงจังของกรณ์ หัวใจของเธอก็หล่นวูบคิดว่ามนต์มารราคะของพ่อปู่เสื่อมลง
"คุณรู้ตัวแล้ว ?”
"ที่ผมทำ มันไม่ถูกต้อง"
"คุณ....รู้สึกอย่างนั้นจริงๆเหรอคะ"
แพรวกัดฟันเพราะไม่อยากได้ยิน
"ผมจะทำให้มันถูกต้องเสียที ต่อไปนี้จะไม่มีเรื่องไม่ดีไม่งามระหว่างเราอีก"
"คุณกรณ์"
แพรวค่อยๆหันไป
"เรามาทำทุกอย่างให้ถูกต้องกันเถอะครับ"
กรณ์คุกเข่าลงแล้วจับมือแพรว
"แต่งงานกับผมนะครับ"
แพรวตกใจ เธอทั้งดีใจระคนโล่งอกจึงยิ้มออกในที่สุดเพราะวันที่ฝันเป็นจริงมาถึงเสียที แพรวทรุดตัวลงกอดกรณ์แน่น
"ค่ะคุณกรณ์ แพรวรอวันนี้มานานแล้ว เราแต่งงานกันนะคะ"
แพรวซบหน้ากับอกกรณ์ด้วยความดีใจและสะใจที่ได้ครอบครองกรณ์

ช่อเอื้องกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจ
"ไม่จริง ไม่จริ๊ง คุณกรณ์เป็นของฉัน"
ช่อเอื้องมองร่างตนเองที่เริ่มมีสภาพที่ดีขึ้น ยันต์สีทองสว่างเรืองจนเป็นเส้นขอบชัดเจน
เสียงซินแสที่ห้ามไม่ให้ช่อเอื้องออกไปจากวงยันต์ดังขึ้นในหัวของเธอ
"อย่าออกมาจากวงยันต์นี้ ไม่งั้น อำนาจธรรมใดๆก็ช่วยลื้อไม่ได้ ถ้าลื้อไปต่อกรกับเรื่องชั่วๆอีก"
ช่อเอื้องเป็นห่วงกรณ์มากจึงปาดน้ำตา
"คุณกรณ์โดนมนต์มาร ช่อต้องเตือนคุณ ช่อต้องช่วยคุณ...คุณกรณ์"
ช่อเอื้องตัดสินใจก้าวออกจากยันต์แปดเหลี่ยมสีทอง

พ่อปู่ยิ้มร่าและมีสายตาสะใจ เขาบิดเนื้อบิดตัวเหมือนจะได้ออกกำลัง
"อีผีชั่ว....เสร็จกูล่ะมึง ฮ่าๆ"

พ่อปู่เตรียมอุปกรณ์แล้วพึมพำคาถา
 
อ่านต่อหน้า 3

สาปสาง ตอนที่ 26 (ต่อ)

กรณ์ตระกองกอดแพรว แพรวซบอกกรณ์แล้วออเซาะ

"แพรวดีใจนะคะที่คุณยอมให้แพรวเข้าไปอยู่ในหัวใจ"
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเริ่มได้ยังไง" กรณ์บอก
กรณ์สงสัยตัวเองจริงๆ ส่วนแพรวยิ้มกริ่มที่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล
"คุณกรณ์มั่นใจนะคะว่ารักแพรว คุณลืมช่อเอื้องได้แล้วใช่ไหมคะ"
กรณ์อึ้งไปนิดนึงเพราะสับสนในตัวเอง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าตีบตันความรู้สึกถึงช่อเอื้องไปได้ยังไง
"อย่าพูดถึงช่อเอื้องอีกเลย เรื่องระหว่างเราไม่เกี่ยวกับช่อเอื้อง"
ร่างช่อเอื้องค่อยๆปรากฎตัวขึ้นแล้วร้องไห้เพราะได้ยินทั้งหมด
"คุณกรณ์ ไม่จริงใช่ไหมคะ"
แพรวมองออกไปข้างนอกก็เห็นอีกาตีปีกร้องเซ็งแซ่ผิดปกติ แพรวรู้ว่าช่อเอื้องต้องอยู่แถวนี้ แพรวกวาดตามองไปตรงที่โล่งๆในบ้าน
"มึงอยู่ที่นี่ใช่ไหมอีช่อ มึงได้ยินชัดหรือยัง" แพรวคิดในใจ
"คุณกรณ์พูดไปโดยไม่รู้ตัว คุณกรณ์ขา ออกมาห่างๆจากอีกาลีนั่น" ช่อเอื้องบอก
ช่อเอื้องจะเข้าไปดึงตัวกรณ์ออกมาจากแพรว ทันใดนั้น หมอกดำก็กั้นขวางกรณ์ไว้แล้วพุ่งเป็นหอกดาบจัดการช่อเอื้อง ช่อเอื้องกระเด็นไปโดนโต๊ะจนของบนโต๊ะหล่น แต่กรณ์กับแพรวไม่เห็นช่อเอื้อง แต่แพรวก็รู้ว่าเป็นช่อเอื้อง
"เอ๊ะ แปลก จู่ๆแจกันดอกไม้แห้งตกลงมาจากโต๊ะได้ยังไง"
"อาจจะเป็นสัญญาณมังคะ ว่าให้คุณกรณ์เปลี่ยนแปลงอะไร โละของเก่าๆ เหี่ยวแห้ง ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า"
แพรวกอดกรณ์แล้วมองไปที่โต๊ะที่แจกันใส่ดอกไม้แห้งเพิ่งหล่น ช่อเอื้องโกรธแค้นสุดพลังจนมีแรงทำให้แพรวเห็นร่างช่อเอื้องปรากฎแว่บๆ ช่อเอื้องทรุดอยู่ที่พื้นข้างโต๊ะด้วยความเจ็บใจ
"คุณกรณ์ขา อย่าฟังมัน อย่าฟังอีผู้หญิงแพศยาคนนั้น มันทำร้ายคุณ มันหลอกคุณ"
ช่อเอื้องรวมกำลังลุกขึ้นเข้าหาแพรว แพรวเริ่มเห็นร่างช่อเอื้องสลับกับที่ร่างหายไป หมอกดำสกัดช่อเอื้องกระเด็นออกไปอีก ช่อเอื้องยิ่งเจ็บปวดยิ่งกัดฟันด้วยความแค้น
"อีเพื่อนทรยศ มึงแย่งของรักกู มึงแย่งคนรักกู"
แพรวพูดกับช่อเอื้องในใจ "คุณกรณ์เขาลืมมึงแล้ว มึงตายไปแล้ว คนตายเป็นได้แค่อดีต อดีตที่ต้องถูกลืม"
"กูเกลียดมึง กูจะฆ่ามึง"
ช่อเอื้องเดินเข้ามา แพรวกอดกรณ์แน่นขึ้นและทำสายตาเยาะเย้ยมาทางช่อเอื้อง
"คุณกรณ์ขา...แพรวจะมั่นใจได้ยังไงว่าเราจะแต่งงานกันจริงๆ คุณยืนยันกับแพรวได้ไหมคะ ว่าแพรวไม่ได้ฝันไป"
หมอกดำล้อมรอบหัวกรณ์ กรณ์พูดด้วยฤทธิ์ของมนต์ราคะที่สะกดเขาอยู่
"ผมจะแต่งงานกับคุณ"
ช่อเอื้องน้ำตาร่วง เธอมองกรณ์ด้วยความผิดหวัง เสียใจจนแทบจะทรุดลง แพรวยั่วกรณ์ให้พูดต่อไป
"คุณกรณ์ทำให้แพรวสบายใจได้ไหมคะว่าคุณรักแพรวคนเดียว คุณลืมอดีตได้แล้วจริงๆ"
กรณ์พูดด้วยฤทธิ์ไสยมืด
"คุณแพรวครับ....ผมไม่ได้รักช่อเอื้องอีกแล้ว ผมรักคุณคนเดียว คุณแพรว"
แพรวพูดย้ำ "คุณกรณ์ไม่ได้รักช่อเอื้อง.....คุณรักแพรวคนเดียว"
กรณ์จูบแพรวนิ่งนาน ช่อเอื้องกรีดร้องโหยหวนอย่างหมดแรงและหัวใจสลาย โหงพรายเข้ามากลุ้มรุมล้อมรอบตัวช่อเอื้อง แพรวซบกับอกกรณ์มองร่างช่อเอื้องที่ถูกโหงพรายลากห่างออกไป

ร่างช่อเอื้องถูกโหงพรายลากมาโยนลงตรงหน้าพ่อปู่
พ่อปู่หัวเราะร่าอย่างสะใจ "ฮ่าๆๆ ยินดีต้อนรับสู่ความทรมาน"
"ไอ้อสูรกายนรก"
ช่อเอื้องพยายามจะสลายร่างหนีไป แต่พ่อปู่ตวัดแส้หนังสีดำฟาดใส่ช่อเอื้อง
ช่อเอื้องร้องด้วยความเจ็บปวด "อ๊ากก"
แส้หนังที่ฟาดเกิดเส้นเชือกมีแสงสีแดงวาบรัดรอบตัวช่อเอื้องกลายเป็นบ่วงสีดำรัดช่อเอื้องไว้ ช่อเอื้องดิ้นไม่หลุด
"อย่างมึงต้องโดนบ่วงล่ามวิญญาณ ทีนี้ไม่มีทางหนีกูพ้น อีผีชั่ว"
ช่อเอื้องพยายามดิ้นรนให้หลุดจากบ่วง แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งมีลำแสงเหมือนไฟฟ้าช็อตวิญญาณช่อเอื้อง
"ชาติชั่ว มึงไม่มีทางทำสำเร็จ" ช่อเอื้องว่า
พ่อปู่ลุกขึ้นฟาดแส้ใส่ร่างช่อเอื้องพร้อมสะบัดน้ำตาเทียนสีแดงเข้าใส่ ช่อเอื้องกรีดร้อง
"ฮ่ะๆๆ วิญญาณใกล้แตกเป็นเสี่ยงๆ มึงคิดว่าจะมีพลังมาสู้กับกูงั้นรึ"
พ่อปู่ตวัดแส้ ทันใดนั้นนกกาก็ร้องระงม แสงเจิดจ้าแว่บแปลบปลาบมาจับที่ร่างช่อเอื้องเป็นครั้งคราว
"อ่อ...มีคนแผ่ส่วนบุญให้มึงสินะ"
พ่อปู่รู้ว่าเป็นพลังแห่งธรรมะจากซินแสเฟยก็สั่งหมอกดำและโหงพราย
"มะมา กะกากู วินาศศัตรู พาลกาลีราญรอน"

หมอกดำและโหงพรายรวมตัวเป็นมวลแล้วพุ่งออกจากตำหนักผ่านกลุ่มอีกาที่บินเตลิด

ลมพัดแรงราวกับพายุเข้าที่บ้านเฟย ท้องฟ้ามืดครึ้ม กลุ่มเมฆดำก่อตัวเป็นก้อนหมุนวนเหนือบ้าน มีนกกาบินโฉบมา
 
ยันต์จีนสีเหลืองที่ติดไว้รอบบ้านหลายแห่งหลายที่เริ่มสะบัดตามลมจนหลายแผ่นหลุดลอยไป หมอกดำลอยเข้ามาถึงหน้าบ้าน เฟยที่เขียนยันต์บนกระดาษสีเหลืองอยู่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ
"มนต์มาร !!”
เฟยเงยหน้าขึ้นปุ๊บ โหงพรายตัวเขียวเรืองแสงก็พุ่งเข้าใส่ทันที เฟยหงายหลังล้มลงดังโครม

พริ้วและณรามาถึงบ้าน
"ให้ผมมาหลบอยู่ที่บ้านคุณ ?”
"ค่ะ คุณอยู่ที่นี่ ป๊าคงจะช่วยคุ้มครองคุณได้"
พริ้วและณรากำลังจะเข้าบ้านก็สังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติเพราะยันต์สีเหลืองหล่นเกลื่อนกระจาย
"เดี๋ยวก่อนพริ้ว อย่าเพิ่งเข้าไป"
หยกคุ้มครองที่คอพริ้วมีสีแดงวาบขึ้น
พริ้วรู้สึกร้อนหยก "โอ๊ย....หยกคุ้มกันร้อนขึ้น ป๊า"
พริ้วรีบเข้าไปในบ้าน ณรารีบตามไปทันที

พริ้วและณราวิ่งเข้ามาก็เห็นเฟยกระอักเลือดอยู่ที่พื้น
"ซินแสเฟย !”
พริ้วรีบเข้าไปประคอง "ป๊า ! เกิดอะไรขึ้น ใครทำป๊า"
"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ลื้อรีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า มันอันตราย"
"ไม่ ฉันไม่ไป"
"ไม่ได้ ลื้อต้องไป ที่นี่อันตราย"
เฟยผลักพริ้วออกไป พริ้วเสียใจที่พ่อขับไล่ไสส่ง
"ป๊า ฉันไม่ไป ต่อให้ป๊าตีฉัน ฉันก็ไม่ไป"
"ไอ้ลูกดื้อ ลื้อต้องหนีไป ไป๊"
โหงพรายก่อร่างขึ้น พริ้วร้อนจากหยกจึงหันไปมองแล้วจะพุ่งตัวเข้าไปปกป้องเฟย เฟยรักลูกมาก จึงผลักพริ้วออกไปอีก โหงพรายพุ่งเข้าใส่ร่างของเฟยจนเฟยกระอักเป็นเลือดออกมา
"ป๊า ทำไมทำอย่างนี้"
"ลื้อต่างหาก ไปยุ่งกับกรรมของคนอื่น"
"ฉันจะไม่ยอมให้ป๊าเป็นอะไรไป"
พริ้วจะถอดหยก ซินแสร้องห้าม โหงพรายตั้งตัวเข้ามาอีก
"ไม่ได้ หยกคุ้มครองนี้อั๊วให้มันป้องกันภัยให้ลื้อ"
"ป๊า ไอ้ตัวเขียวปื๋อพวกนี้มันจ้องทำลายป๊า ไม่ใช่ฉัน"
โหงพรายพุ่งเข้าใส่เฟย พริ้วถอดสร้อยหยกแล้วคล้องให้เฟยได้อย่างทันท่วงที โหงพรายเด้งผงะออกไป ข้าวของในบ้านล้มระเนระนาดตามแรงโหงพราย หมอกดำก่อตัวขึ้นและเริ่มจะลอยเป็นวงรอบๆพริ้ว ณรา และเฟย
"ตั้งรับแบบนี้ไม่ไหวแน่ เราต้องสู้กับมัน เอาไงดีครับซินแส"
"ยันต์กำแพงมาศ ! เกราะประตูทองป้องกันไสยมนต์ดำ"
"ยากไปหรือเปล่าครับซินแส"
"ไม่ยากค่ะ คำย่อของยันต์กำแพงมาศ คือ ธรรม"
"ธรรม ! ใช่สิ ธรรมะชนะอธรรม"
โหงพรายพุ่งเข้ามาอีก เฟยซึ่งมีหยกป้องกันสวมหยิบประคำขึ้นมาก่อนจะปาดเลือดจากปาก แล้วกลั้นใจสวดมนต์ เขายืนบังพริ้วและณรา
"เร็วเข้า อั๊วไม่รู้ว่าอั๊วมีเวลาอีกเท่าไหร่"
"ป๊า !”
พริ้วตกใจ ซินแสไม่สนใจตัวเอง เขาผลักพริ้วไปที่กระดาษแดงเขียนยันต์ พริ้ววาดยันต์ด้วยหมึกทองและลงกระดาษสีแดงเป็นคำว่า “ธรรม” ภาษาจีน

พ่อปู่ตั้งน้ำมันในอ่างทองแดงจนน้ำมันเดือดปุดๆ
"กูจะฆ่ามึง ร่างมึงสลายไปแล้ว ตอนนี้กูจะฉีกวิญญาณมึงออกเป็นชิ้นๆ แล้วสับเศษวิญญาณมึงให้เป็นอาหารโหงพราย"
ช่อเอื้องมองหน้าพ่อปู่ด้วยความอาฆาต สีหน้าของเธอเจ็บปวดเพราะบ่วงรัดวิญญาณบีบรัดขึ้นเรื่อยๆ

หมอกดำแผ่เข้าใกล้พริ้วและณรา เฟยสวดมนต์สู้ พริ้วเขียนยันต์เสร็จ ณราดึงยันต์ส่งให้เฟย เฟยจับยันต์แล้วสวดมนต์ใส่
"มนต์ใดภัยพาล มละมลาญหายไป ธรรมะคุ้มภัย ประนมไหว้สาธุการ"

โหงพรายสีเขียวจะพุ่งใส่พริ้ว ณราดึงยันต์ที่เฟยสวดเสร็จแล้วยันใส่โหงพราย โหงพรายเด้งกระดอนออกไปและเกิดลมวินาศ

สาปสาง ตอนที่ 26 (ต่อ)

ช่อเอื้องกรีดร้องและพยายามจะดิ้นหนี พ่อปู่ฟาดแส้ใส่ช่อเอื้อง

"มึงจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิด วิญญาณมึงจะติดกับอยู่ในบ่วงนรกโลกันต์ตลอดกาล"
พ่อปู่ใช้กระบวยหัวกะโหลกตักน้ำมันร้อนๆ สาดใส่ร่างช่อเอื้อง ช่อเอื้องกรีดร้องด้วยความทรมาน

เฟยหลับตาสวดมนต์เพราะรับรู้ว่าช่อเอื้องทรมาน
"เร่งมือเข้า อาพริ้ว อำนาจมืดมันแก่กล้าขึ้นมาก"
พริ้วเร่งมือ ณราหยิบยันต์แปะรอบบ้าน โหงพรายจะพุ่งเข้าใส่ณราแต่ณราเอายันต์เข้าสู้ โหงพรายจึงเด้งออก
เวลาผ่านไป ในบ้านเริ่มมียันต์ติดจนทั่ว เฟยนั่งสวดมนต์นับลูกประคำส่วนพริ้วเขียนยันต์ ณราเดินแปะยันต์รอบบ้าน เสียงสวดของเฟยดังก้องสลับกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของโหงพราย หมอกดำคลุ้มคำราม
"มนต์ใดภัยพาล มละมลาญหายไป ธรรมะคุ้มภัย ประนมไหว้สาธุการ"
โหงพรายเหาะลอยไปมาภายในบ้าน หมอกดำลอยวนจะพุ่งเข้าใส่ซินแสแต่ณราเอายันต์กันไว้ หมอกดำแตกเป็นสะเก็ดดำๆ แล้วรวมตัวตั้งเค้าเตรียมบุกใหม่

ร่างช่อเอื้องเริ่มขาดวิ่น บางส่วนมีรอยไหม้จนควันขึ้น ช่อเอื้องกรีดร้อง
"กูจะไม่ตาย กูจะอยู่ปกป้องคนรักของกู"
"มึงต้องตาย ตายซ้ำตายซาก ตายไม่ได้ผุดได้เกิด"
พ่อปู่ฟาดแส้ใส่ช่อเอื้องจนร่างช่อเอื้องขาดสะบั้นไปมา

เฟยสวดมนต์นับประคำส่วนอีกมือก็จิ้มไว้ที่ยันต์ที่กำลังสวด พริ้วและณรามาช่วยกันแปะยันต์ไว้รอบบ้าน โหงพรายเหาะพุ่งจะทำร้ายพริ้ว
"คุณพริ้วระวัง" ณราร้องเตือน
ณรากอดพริ้วไว้แล้วชูยันต์ใส่โหงพราย โหงพรายล่าถอยออกไป หมอกดำมารวมตัว โหงพรายและหมอกดำจะรุมเล่นงานพริ้วและณรา
เฟยท่อง "บุญทำ กรรมสร้าง มวลมารพ่ายแพ้"
เฟยเข้ามาโปรยยันต์ขึ้นกลางอากาศ ท่ามกลางหมอกดำและโหงพรายที่ลอยว่อนทั่วบ้าน โหงพรายโดนยันต์ที่โปรยขึ้นเต็มอากาศก็สลายร่าง หมอกดำโดนยันต์ก็แตกตัวจนกระจัดกระจาย

พ่อปู่ชะงักมือที่กำลังฟาดแส้ใส่ร่างช่อเอื้องเพราะนึกรู้ว่าสมุนโหงพรายและหมอกดำโดนซินแสเล่นงาน
"ไอ้แก่"
ช่อเอื้องตาวาววับ เธอกัดฟันรวบรวมพลังจะยื่นมือมาบีบคอพ่อปู่ พ่อปู่ตวัดมีดอาคมตัดแขนช่อเอื้อง
"ไม่มีใครช่วยมึงได้"
แขนช่อเอื้องหลุดออก ช่อเอื้องมองท่อนแขนทำให้ท่อนแขนสลายมาต่อกับร่างช่อเอื้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ช่อเอื้องบาดเจ็บทุรนทุราย
"แม้แต่ตัวมึงเอง" พ่อปู่ว่า

พริ้ว ณรา และเฟยยืนอยู่ พวกโหงพรายและหมอกดำลอยอยู่กลางอากาศรอบบ้าน เฟยโปรยยันต์ขึ้นกลางท้องฟ้าพลางเร่งสวด จนเกิดแสงสีทองสว่างวาบจากยันต์ทุกแผ่น บ้านทั้งหลังกลายเป็นสีทองวาบ ลูกหิน หมอกดำ และโหงพรายโดนยันต์สีทองจนแตกตัว กระจัดกระจาย กลายเป็นฝุ่นขี้เถ้าตกลงมา
"ปลอดภัยแล้ว" เฟยบอก
พริ้ววางมือแล้วรีบเข้าไปประคองซินแส
"ป๊าเป็นไงมั่ง"
"ไม่ต้องห่วงอั๊ว ลื้อเร่งเขียนยันต์ติดให้ทั่ว ตอนนี้บ้านเรามีเกราะประตูทองป้องกันไสยมนต์ดำ พวกลื้อต้องอยู่แต่ในเขตบ้านนี้ถึงจะปลอดภัย"
พริ้วรับปากแล้วรีบไปเขียนยันต์ ณราช่วยประคองซินแสไปนั่งแล้วเข้าไปช่วยพริ้ว

บ่วงดำที่รัดร่างช่อเอื้องคลายตัวออก ช่อเอื้องหัวเราะเยาะ
"มนต์มารสู้ธรรมะไม่ได้หรอก"
พ่อปู่ตวัดแส้อีกครั้ง แส้อาคมกลายเป็นบ่วงดำรัดร่างช่อเอื้องจนเอวแทบหลุดจากกัน
ช่อเอื้องร้อง "อ๊าก"
พ่อปู่นึกรู้ว่าหมอกดำและโหงพรายเอาไม่อยู่ พ่อปู่กระชากประคำสีดำได้ลูกประคำเม็ดใหญ่มา
"ไอ้แก่ !”
พ่อปู่ขมุบขมิบว่าคาถา แล้วเขวี้ยงประคำดำออกไป
"เฝ้าพวกมันไว้ อย่าให้ออกมาช่วยอีผีช่อเอื้องได้"

ประคำดำพุ่งมาแล้วแตกตัวออกเป็นอีกาบินเกาะที่หน้าบ้านเฟย พริ้ว ณราและซินแสมองออกมา อย่างเคร่งเครียด นกกาบางตัวจิกกัน บางตัวบินมาตีกัน ทั้งหมดบินพั่บๆ กลางอากาศ แล้วก็ปีกร่วงกลายเป็นหมอกดำลอยคลุ้ง

นกกาตีกัน แพรวกับกรณ์กอดจูบนัวเนียกันอยู่บนเตียง
มือของกรณ์ลูบหลังเปลือยเปล่าของแพรว

มือแพรว โน้มคอกรณ์ให้ลงมาจูบ แพรวหน้าเคลิ้มพร้อมกับจิกที่นอน

ช่อเอื้องเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กาย ร่างขาดวิ่น มีรอยไหม้ และควันขึ้น พ่อปู่ฟาดแส้ไฟใส่ช่อเอื้อง ไม่ยั้ง

"กูจะฉีกวิญญาณมึงเป็นชิ้นๆ ตาย ตาย ตาย"
"คุณกรณ์ขา...ต่อให้ตาย ร่างกายไม่อยู่ วิญญาณแหลกสลาย ช่อจะรักคุณคนเดียว คุณกรณ์"
พ่อปู่วางแส้ ตักน้ำมันราดช่อเอื้อง ร่างวิญญาณของช่อเอื้องเริ่มเปื่อยเพราะน้ำมันร้อนจัด ร่างเธอเริ่มละลาย
"กรี๊ด คุณกรณ์ ช่อรักคุณ"
ช่อเอื้องแทบทนพิษร้อนของน้ำมันมารไม่ได้จึงกรีดร้องอย่างทุรนทุราย

พริ้วกระสับกระส่าย ทุรนทุราย ผุดลุกผุดนั่ง
"คุณพริ้ว เป็นอะไรไป" ณราถาม
"ไม่รู้สิคะ ฉันร้อนใจยังไงบอกไม่ถูก"
"ลื้อสื่อถึงวิญญาณผู้หญิงคนนั้นได้ แสดงว่าพวกมันกำลังทำพิธีไสดำ” เฟยบอก
"วิญญาณผู้หญิงคนนั้น คือช่อเอื้อง เป็นคนรักของคุณกรณ์"
"อะไรนะคะ" พริ้วตกใจ
"ผมจำได้แล้ว ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเธอชื่อช่อเอื้อง เป็นคนรักของคุณกรณ์ เธอถูกเพื่อนทรยศหักหลังถึงได้ตายอย่างเจ็บปวดทรมาน"
"เราจะช่วยวิญญาณช่อเอื้องยังไงดีล่ะป๊า"
เฟยมองออกไปนอกบ้านก็เห็นหมอกดำ โหงพราย และนกกาเกาะรอบบ้าน
"มันส่งภูตดำมาเฝ้า เราออกไปจากเกราะทองคุ้มกันนี้ไม่ได้ แต่เราหาทางพาวิญญาณช่อเอื้องมาที่นี่ได้"
พริ้วมีความหวัง

วิญญาณช่อเอื้องรับรู้ก็ยิ้มขึ้น
"ไม่มีใครช่วยมึงได้" พ่อปู่ย้ำ
พ่อปู่จุดเทียนสีดำแล้วยกขึ้นเสกคาถา

ตรงกลางบ้านของเฟยถูกจัดการเป็นที่โล่ง พริ้วและณราช่วยกันจุดเทียนตั้งเป็นแนว รูปแปดเหลี่ยม
"เราต้องช่วยกันเขียนยันต์เปิดฟ้าเบิกสวรรค์ ให้แสงสว่างแห่งธรรม นำทางวิญญาณช่อเอื้องมาในเขตยันต์กำแพงมาศ เกราะประตูทองนี้ แล้วอีจะปลอดภัย"
เฟยสวดมนต์นับประคำแล้วจุ่มประคำเหวี่ยงสะบัดให้น้ำมนต์กระจายในกรอบเทียนแปดเหลี่ยม

พ่อปู่รู้ว่าซินแสกำลังสวดมนต์ เพราะเสียงสวดมนต์ก้องมาถึงตำหนัก
"อะไรกัน"
ช่อเอื้องยิ้มอย่างสะใจ "ช่วยด้วย ช่วยช่อด้วย"
"กูไม่กลัวมึง"
พ่อปู่สาดน้ำมันใส่ช่อเอื้องแล้วก็ร่ายคาถา
พ่อปู่เสกคาถาชั่ว "มะมา กะกากู วินาศศัตรู พาลกาลีราญรอน"
เสียงสวดซินแสดังขึ้นที่ตำหนักพ่อปู่ แสงระยิบระยับแวบวาบเข้ามา

เฟยสวดมนต์คุ้มครองป้องกันภัย
"มนต์ใดภัยพาล มละมลาญหายไป ธรรมะคุ้มภัย ประนมไหว้สาธุการ"

พ่อปูได้ยินเสียงมนต์พิธีของซินแสก็รู้สึกปวดหู
"อ้าก ไม่....กูไม่กลัวมึง"

ซินแสยังสวดต่อไปพลางเคาะระฆัง

พ่อปู่ได้ยินเสียงระฆังก็ปวดหูจนทนไม่ได้ เลือดไหลออกหู ช่อเอื้องเห็นพ่อปู่เริ่มเพลี่ยงพล้ำ
"ขอให้ธรรมะคุ้มครองคนดี คนชั่วอย่างมึงต้องวินาศ"

ซินแสสวดแผ่เมตตาจนแสงทองสว่างวาบขึ้นจากตัวหนังสือจีนในยันต์ แต่ละแผ่นค่อยๆส่องแสงสว่างขึ้นมา

พ่อปู่เริ่มมีเลือดออกจมูก ออกปาก และเริ่มตัวสั่น แต่ยังจ้องทำร้ายช่อเอื้อง
"อีผีชั่ว กูจะฆ่ามึง ให้มึงตกนรกโลกันต์ กูจะฉีกวิญญาณมึงสังเวยมนต์ดำ"
พ่อปู่ตักน้ำมันสาดใส่ช่อเอื้อง ช่อเอื้องกรีดร้อง พ่อปู่จุดไฟเตรียมจ่อใส่ร่างวิญญาณช่อเอื้อง
"อย่า !”

พริ้วยกมือประนมแล้วอุทิศบุญให้ช่อเอื้อง
"บุญใดที่ข้าพเจ้าได้ทำ ขออุทิศให้วิญญาณช่อเอื้อง"
ซินแสสวดมนต์ดังก้อง ณราต่อเทียนดวงที่ดับให้ติดแล้วเอาสายสิญจน์ล้อมเป็นวงรอบซินแส

พ่อปู่จะจุดไฟเผาช่อเอื้องจึงใช้ไฟจ่อลงมา แสงสว่างสว่างวาบเข้ามา พ่อปู่แสบตาจึงยกมือป้อง ไฟและน้ำมันหยดลงร่างพ่อปู่ พ่อปู่ร้องครวญคราง
"มนต์มารทำลายตัวมึงแล้ว ไอ้คนชั่ว" ช่อเอื้องว่า
พ่อปู่ยังกัดฟันจะทำร้ายช่อเอื้อง
"กูจะฉีกวิญญาณมึง ไสยมืดของกูต้องอยู่ยง อ๊าก"
แสงสว่างพุ่งเป็นลำสาดส่องร่างช่อเอื้อง ช่อเอื้องเริ่มกลับมามีแรงก็น้ำตาไหล ช่อเอื้องถูกแสงสว่างห่อหุ้มจนหายแว๊บไป แสงสว่างเจิดจ้าแยงตา พ่อปู่โมโหจึงโถมร่างเข้าไปหมายจะจ้วงมีดอาคมแทงช่อเอื้อง พ่อปู่เข้าไปในแสง พลันโดนแสงสว่างทิ่มแทง
"อ๊าก ไสยมืดจะอยู่ยง ตราบใดที่พวกมึงยังมีกิเลส มนต์มารจะไม่สลาย ไม่ ไม่....อ๊าก"
พ่อปู่มีแสงออกจากจมูก ปาก ตา แล้วแสงทองก็ทะลุทั้งร่างพ่อปู่ออกมา ร่างพ่อปู่ทรุดฮวบลงที่พื้น ตาเหลือกถลน ทันใดนั้นนกกาบินมาจิกกินลูกตา แล้วพ่อปู่ก็ถูกอีการุมจิกทึ้งทั้งตัว

กรณ์กำลังจะโน้มตัวลงจูบแพรวทันใดนั้นก็มีแสงสว่างวาบแว่บเข้ามา นัยน์ตากรณ์วาบสว่าง สีหน้าเขากระจ่างและสดใสขึ้นมา กรณ์มองแพรวอย่างตกตะลึงเพราะมนต์เสน่ห์ที่แพรวทำไว้ต่อกรณ์คลี่คลายออกหมด
"นี่มันอะไรกัน" กรณ์งง
แพรวมองหน้ากรณ์และเริ่มตกใจ
"คุณกรณ์"
กรณ์ผละออกจากแพรวทันทีแล้วถอยออกมาแบบทั้งงง ทั้งรู้สึกผิด ลำบากใจ
"ผมทำอะไรลงไป"
กรณ์มองหน้าแพรวเหมือนคนไม่เคยรู้จัก แพรวตะลึงเพราะรู้ว่ามนต์อาจจะเสื่อมลงแล้ว

"คุณกรณ์"
 
อ่านต่อตอนที่ 27
สาปสาง ตอนที่ 25
สาปสาง ตอนที่ 25
พลิ้วมองใบหน้าของกรณ์แล้วก็รู้สึกว่าผิดสังเกตไป ใบหน้าของกรณ์ ดูหมองคล้ำแบบคนโดนของ “คุณกรณ์ไม่สบายหรือเปล่าคะ” “เปล่านี่ครับ ผมสบายดี คุณพลิ้วมาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” “คุณกรณ์พร้อมคุยนะคะ” “พร้อมครับ เอ..ผมดูมีอะไรผิดปกติหรือ” “คุณดูหน้าหมองๆ เหมือนคนอดนอน ไม่สิ...เหมือนคนไม่มีหัวจิตหัวใจ” กรณ์นึกสังเกตตัวเองแล้วก็รู้สึกผิดปกติไปบ้าง แต่เขาก็มีความพลุ่งพล่านทางใจบางอย่าง คือคิดถึงแพรวมากไปจึงไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติอะไร “ไม่มีอะไรนะครับ ผมยังแฮปปี้ดีนี่ครับ เชิญคุณพลิ้วนั่งก่อนดีกว่าครับผมจะไปหยิบเครื่องดื่มมาให้” “ขอบคุณค่ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...