xs
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:

สามีตีตรา ตอนที่ 13 อวสาน

ทางเดินหน้าห้องฉุกเฉิน...บุรุษพยาบาลเข็นร่างกะรัตที่นอนนิ่งใบหน้า ขาวซีด เข้าห้องฉุกเฉินโดย มีพิศุทธิ์จับมือเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง

“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะกั้ง ตื่นขึ้นมาพูดกับผมสิกั้ง คุณตื่นสิ”
กะรัตไม่ได้สติ เตียงถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน พิศุทธิ์จะตามเข้าไปแต่พยาบาลห้ามไว้ ประตูห้องฉุกเฉินปิดลง พิศุทธิ์ยืนมองด้วยความมกังวลเป็นห่วง

พิศุทธิ์นั่งมองไปทางห้องฉุกเฉินอย่างเฝ้ารอฟังอาการของกะรัตด้วยหัวใจ ที่เป็นห่วงที่สุด เจ้าสัวบัญชา กุนตี พวงหยก กฤช เดินเข้ามาหาด้วยท่าทางตื่นตกใจ เจ้าสัวบัญชาเข้ามาถามพิศุทธิ์
“อากั้งเป็นยังไงบ้างคุณชาย”
“เพิ่งเข้าห้องฉุกเฉินครับ”
พวงหยกโวยวาย
“แล้วใครทำยายกั้ง นังผึ้งใช่ไหม นังชั่ว มันทำลายชีวิตยายกั้ง แล้วยังมีทำลายชีวิตยายก้อย ฉันจะไม่ทนอีกต่อไป ฉันจะจัดการมัน”
พวงหยกจะเดินไป กฤช ดึงไว้
“พอเถอะคุณ แค่นี้มันก็เกิดเรื่องวุ่นวายพอ อยู่แล้ว”
“แต่ยายกั้งเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างนี้ จะให้ฉันอยู่นิ่งเป็นตอหม้อ ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันจะแจ้งความจับมัน”
พวงหยกหยิบมือถือมาจะกด กุนตีดึงมือถือแม่มา
“เดี๋ยวกุ้งจัดการเองค่ะแม่ ตอนนี้เรารอฟังอาการกั้งก่อนนะคะ”
พวงหยกฮึดฮัดโกรธแค้นสายน้ำผึ้งอยากจะไปตบให้พินาศสาสมกับที่ทำลายกะรัต และกันตา แต่ต้องอดทนนั่งรอหน้าห้อง ฉุกเฉิน กุนตีนั่งข้างพวงหยกอย่างห่วงกะรัต กฤชกับเจ้าสัวนั่งข้างกุนตี พิศุทธิ์เดินแยกตัวออกมา แล้วมองไปทางห้องฉุกเฉินอย่างเป็นห่วงกะรัต เนื้อแพรที่เพิ่งมาถึงเดินมายืนข้างพิศุทธิ์

พวงหยก กุนตี กฤช เจ้าสัวบัญชานั่งหน้าเครียดรอฟังอาการกะรัตที่เก้าอี้หน้า ห้องฉุกเฉิน เนื้อแพรกับพิศุทธิ์ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พิศุทธิ์ยืนมองที่ประตูห้องฉุกเฉินด้วยความ เป็นห่วงกะรัต ไม่ยอมไปไหน เนื้อแพรมองนาฬิกาแล้วเดินไปหาลูกชาย
“ชาย...นี่ใกล้เวลาเครื่องจะออกแล้ว ถ้าชายไปช้ากว่านี้ ชายจะตกเครื่องนะลูก”
พิศุทธิ์มองที่ประตูห้องฉุกเฉินด้วยหัวใจที่พะวง ห่วงแต่กะรัตมากกว่าอย่างอื่น
“เดี๋ยวผมเลื่อนไฟล์ทไปก็ได้ครับแม่ ขอผมได้รู้ก่อนว่ากั้งไม่เป็นไร”
เนื้อแพรมองพิศุทธิ์อย่างเข้าใจ...เจ้าสัวมองอาการของพิศุทธิ์ที่เป็นห่วงกะรัต แล้วสะกิดพวงหยก
“ลื้อรู้ไหม...คนเราจะรู้ว่าใครรัก และจริงใจกับเราจริงๆก็ตอนที่กำลังแย่...แล้วลื้อเห็นไหมว่าตอนนี้ใครรักและจริงใจกับลูกสาวลื้อจริงๆ”
พวงหยกมองไปทางพิศุทธิ์ใจจริงรู้ว่าพิศุทธิ์ห่วงกะรัต แต่ยังปากแข็ง
“ตอนนี้หนูมองอะไรไม่เห็นทั้งนั้นแหละเตี่ย ลูกคนนึงก็เจ็บไม่รู้จะเป็นจะตายยังไง อีกคนก็หนี ไปไหนก็ไม่รู้”
เจ้าสัว กฤช กุนตีมองพวงหยกอย่างรู้ทันว่า พวงหยกรู้ว่าพิศุทธิ์ห่วงกะรัตจริงๆ แต่ยังวางฟอร์ม

กันตานั่งร้องไห้อยู่ใต้สะพาน ในชุดแต่งงาน เธอนั่งนิ่งมองไปข้างหน้า แล้วนึกถึงเรื่องราวของเธอกับศิวาที่ผ่านมาตั้งแต่เจอกัน จนเป็นแฟนกัน...นึกถึงคำพูดที่กะรัตบอกว่าลูกในท้องของสายน้ำผึ้งคือลูกของศิวา...กันตาหน้าเศร้าหมองน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอนึกถึงตอนที่ศิวาและเธอคุยกันก่อนแต่งงานกัน
“เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด ผมไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคุณ”
“ซึ่งนั่นหมายความว่าชีวิตของคุณต้องเป็นของฉันคนเดียว ถ้าวันไหนที่ ฉันรู้ว่าฉันต้องแบ่งคุณให้คนอื่น ฉันจะไม่ทนใช้ชีวิตร่วมกับคุณสัก วินาทีเดียว”
ศิวาชะงักกึก ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“มันจะไม่วันแบบนั่นแน่นอน”
กันตาพยายามเข้มแข็งสูดลมหายใจ
“ฉันจะไม่เสียน้ำตาให้กับคุณอีกแล้ว”

กันตาเช็ดน้ำตาก่อนตัดสินใจลุกขึ้น แล้วหยิบมือถือมาเปิดดูว่ามีใครโทรมาบ้าง เธอมองเบอร์ของศิวาอย่างเจ็บปวดแล้วลบเบอร์เขาออกแล้วเลื่อนไปดูข้อความส่งจากเบอร์ของกุนตี กันตาอ่านข้อความแล้วตกใจ
พิศุทธิ์กับเนื้อแพรยังยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนนั่งรอฟังอาการกะรัตกันด้วยความห่วง กุนตีพยายาม โทรหากันตา เจ้าสัวบัญชาหันมาถาม

“ยังติดต่ออาก้อยไม่ได้อีกเหรอ”
“ก้อยไม่ยอมรับสายค่ะก๋ง กุ้งส่งข้อความว่ากั้งเข้าโรงพยาบาลแล้วถ้าก้อยเห็น. ..ก้อยต้องรีบมาที่นี่แน่ค่ะ”
ทันใดนั้นกันตาพุ่งเข้ามา
“พ่อคะ แม่คะ”
กฤช กุนตี พวงหยก เข้าไปหากันตา กุนตีดีใจที่น้องกลับมา
“ก้อย”
“ก้อยขอเข้าไปดูพี่กั้งก่อนนะคะ”
พวงหยกจับมือกันตา
“ยัยก้อยแกต้องช่วยพี่เข้าให้ได้นะ”
กันตาจะเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ผ่านพิศุทธิ์ที่อยู่ตรงนั้น เธอมองเขาแล้วชะงักนิดหนึ่งก่อนจะหันไปไหว้
“ก้อยขอโทษนะคะ ก้อยผิดเองที่ทำให้ความรักของพี่กั้งกับคุณต้องพัง”
“คุณก้อยอย่าคิดมากเลยครับ ยังไงผมฝากดูแลคุณกั้งด้วย”
กันตาพูดได้แค่นั้นก็รีบเข้าไปในห้อง เพื่อไปดูอาการพี่สาว

ในโรงพยาบาลอีกแห่ง...ศิวาเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวล รสสุคนธ์วิ่งเข้ามา
“คุณศิวา...ผึ้งล่ะคะ หลานฉันอยู่ไหน”
“ใจเย็นๆก่อนนะครับ ตอนนี้หมอกำลังช่วยรักษาคุณผึ้งอยู่”
“มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง เกิดอะไรขึ้นคะ”
ศิวาเห็นสภาพรสสุคนธ์ที่เป็นห่วงหลานสาวจังหวะนั้นหมอออกมาจากห้องไอซียู รสสุคนธ์กับศิวารีบเข้าไปหาหมอ
“คนไข้เป็นยังไงบางครับหมอ”
“ไม่ทราบว่าคุณคือพ่อเด็กในท้องของคุณสายน้ำผึ้งหรือเปล่าครับ”
รสสุคนธ์หันขวับมองศิวาว่าเขาจะตอบยังไง
“ครับ ผมคือพ่อของเด็กในท้อง”
รสสุคนธ์มองศิวาอย่างขอบคุณ
“ผมเสียใจด้วยนะครับ เด็กไม่อยู่กับเราแล้ว”
ศิวาอึ้ง รสสุคนธ์ตะลึง
“ผึ้ง”
“นอกจากเรื่องนี้ มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับคนไข้อีกเรื่องหนึ่งนะครับ”
รสสุคนธ์เป็นห่วงหลานมาก
“อะไรเหรอคะหมอ มีเรื่องอะไรอีกเหรอคะ”
หมอหนักใจ ศิวาพอจะเดาออก

กันตาและหมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน ทั้งหมดกรูกันเข้าไปหา เจ้าสัวบัญชาถามอย่างร้อนใจ
“อาก้อย...อากั้งเป็นยังไง”
กันตามองหน้าอาจารย์หมอ
“คุณกะรัตพ้นขีดอันตรายแล้วครับ”
“มันต้องยังงี้สิลูกแม่” พวงหยกดีใจ
กุนตีกอดเจ้าสัว พวงหยกกระโดดกอดกฤช ดีใจน้ำตาไหลสักพักก่อนที่จะรู้ตัวแล้วถอยห่างกันไป พิศุทธิ์ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ เนื้อแพรจับมือลูกชายมากุมอย่างรู้ใจ อาจารย์หมอพูดขึ้น
“แต่จากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงคงต้องใช้เวลาฟื้นตัวสักระยะ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับคนไข้กำลังใจดีมาก เอ่อ...ไม่ทราบใครคือคุณพิศุทธิ์เหรอครับ”
“ผมเองครับ”
“คุณนี่เองที่เป็นกำลังใจสำคัญให้คนไข้ คนไข้เพ้อเรียกแต่ชื่อคุณ ผมว่าคุณน่าจะเข้าไปดูเธอสักหน่อย”
พวงหยกหน้าเหวอ
“อ้าว...แล้วพวกฉัน”
เจ้าสัวขัดขึ้น
“อาพวงหยก ไม่ใช้เวลาของลื้อ”
“เชิญครับ”
อาจารย์หมอนำพิศุทธิ์เข้าห้องฉุกเฉินไป กันตาบอกทุกคน
“ไว้เราค่อยเยี่ยมพี่กั้งกันพรุ่งนี้นะคะ”

ทุกคนพาพวงหยกออกไป
กะรัตมีสายระโยงระยางอยู่เต็มไปหมด พิศุทธิ์ค่อยๆเดินเข้ามา ภาพที่เขาเห็นคือกะรัตที่น่าสงสาร พิศุทธิ์ค่อยเข้าไปจับมือของคนรักน้ำตาจุกมาที่คอ...ให้เข้มแข็งแค่ไหนแต่เห็นสภาพคนรักเป็นแบบนี้เขาก็เข้มแข็งไม่ไหว พิศุทธิ์ค่อยๆทรุดนั่งลงไปจับมือกะรัตมาไว้แนบหน้าของตัวเอง กะรัตยังไม่ได้สติ แต่ในสำนึกของเธอกลับรู้สึกถึงพิศุทธิ์ กะรัตที่นอนไม่ได้สติกลับมีน้ำตาไหลออกมา คนสองคนสื่อสารกันผ่านความรู้สึก แต่ไม่อาจเห็นกันได้

หน้าห้องคนไข้ รสสุคนธ์ได้แต่ร้องไห้ ศิวาปลอบ
“ผมจะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลของสายน้ำผึ้งทุกอย่าง คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”
“ขอบคุณมากนะคุณศิวามันคงเป็นเวรเป็นกรรมของผึ้งมัน น้าเองก็ต้องขอโทษที่ผึ้งทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนไปกันหมด”
“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณน้า ขอโทษนะครับที่มีส่วนทำให้ทุกอย่างต้องจบลงแบบนี้”
ศิวายกมือไหว้รสสุคนธ์ น้ำตาคลอก่อนจะก้มลงกราบ
“ผมขอโทษ”
ทั้งสองมองผ่านกระจกเข้าไป เห็นสายน้ำผึ้งนอนอยู่บนเตียงมีผ้าพันหน้าไม่ไหวติง

เช้าวันใหม่...กะรัตหลับอยู่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง หน้าซีดเผือด พวงหยกค่อยเอื้อมมือไปแตะหน้าผากลูกสาว น้ำตาไหลออกมาเพราะความเป็นห่วง
“กั้งเอ๊ย แกตื่นมาคุยกับแม่ซะทีสิ...แกชอบว่าฉันทำอะไรเลวๆกับแกตั้งหลายอย่าง...แล้วนี่แกจะไม่รีบตื่นมาให้ฉันทำอะไรดีๆเพื่อแกบ้างเลยหรือไง...แกนี่มันเด็กนิสัยไม่ดีจริงๆ”
หน้าประตูกฤชมองผ่านกระจกเห็นสิ่งที่พวงหยกทำ เขารู้ว่าพวงหยกกำลังเจ็บปวดมาก เขาเองก็ต้องทบทวนตัวเองเช่นกัน

ในห้องคนไข้อีกโรงพยาบาล รสสุคนธ์ช่วยเช็ดตัวให้สายน้ำผึ้ง เธอรู้สึกตัวขยับตัว
“ผึ้ง”
“น้ารส ทำไมผึ้งมองอะไรไม่เห็นเลย”
หน้าสายน้ำผึ้งเต็มไปด้วยผ้าพันแผล
“พอดีมีเศษแก้วเข้าตาผึ้ง หมอผ่าออกแล้ว อีกไม่กี่วันพอแผลหายหมอเขาก็เปิดผ้าพันแผลให้ผึ้งนะ”
มือสายน้ำผึ้งคลำไปที่หน้าตัวเอง
“หน้าผึ้งจะเป็นอะไรมั้ยน้ารส”
รสสุคนธ์น้ำตาไหล
“ไม่เป็นไรหรอกผึ้ง เดี๋ยวผึ้งก็หาย”
สายน้ำผึ้งเอามือกุมท้องตัวเอง
“น้ารส...ลูกผึ้งล่ะ ลูกผึ้งไม่เป็นไรใช่มั้ย”
“เขาไม่อยู่กับเราแล้วลูก”
สายน้ำผึ้งกุมท้องแน่น นิ่ง อึ้ง
“ดีแล้ว ให้เขาไปเกิดใหม่ดีกว่า อย่ามาเกิดเป็นลูกคนอย่างผึ้งเลย ผึ้งง่วงจังน้ารส”
สายน้ำผึ้งนอนหันหลังให้รสสุคนธ์ ปกปิดความเสียใจเรื่องลูก รสสุคนธ์ปิดปากร้องไห้เธอเองก็แทบจะหมดแรงที่จะต่อสู้กับโชคชะตาของหลานสาว

กันตาเดินมาตามทางเดินในโรงพยาบาลแล้วชะงัก เมื่อศิวามาดักหน้า ทั้งสองมองหน้ากัน
“ผมขอคุยกับคุณได้มั้ยครับ”
ชั่วโมงนี้กันตาไม่เลือกที่จะวิ่งหนีไปไหนอีกเธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในสวนของโรงพยาบาล...ศิวาเดินมาตรงหน้ากันตา
“ผมมาเพื่อขอโทษคุณ...ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำ มันเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด และผมไม่สมควรจะไม่ได้รับการอภัยจากคุณ”
กันตาพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ไม่ให้เขาเห็นว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร
“แค่นี้ใช่มั้ยคะเรื่องที่คุณต้องการคุยกับฉัน”
กันตาหันกลับจะเดินผ่านหน้าศิวา
“ผมรักคุณนะคุณก้อย”
กันตาชะงักกึกนิ่งเฉย แต่แววตาของเธอสั่น
“ผมอยากให้คุณรู้ว่าทั้งชีวิต และหัวใจของผมไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนนอกจากคุณ”
มือของศิวากับมือของกันตา ใกล้กันแค่เอื้อมแต่ไม่สามารถเอื้อมถึงกันได้
“คุณคือคนที่ผมคงหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้ คุณคือคนเปลี่ยนชีวิตผู้ชายเลวๆอย่างผมที่ไม่เคยเชื่อในความรัก ให้ผมได้พบรักแท้”
มืออีกข้างของกันตากำไว้แน่นต้องอดทน ต้องเข้มแข็ง
“คุณต่างหากที่สอนฉัน ให้ฉันรู้ว่าเวลาเราเจ็บปวดเพราะคนที่เรารักมันทรมานแค่ไหน ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าฉันจะรักคุณได้มากขนาดนี้”
ศิวาแทบอยากจะดึงกันตาเข้ามากอด คำว่ารักของเธอทำให้เขามีความหวัง
“ยกโทษให้ผมได้มั้ย”
“ฉันตอบไม่ได้ ฉันทนไม่ได้ที่ต้องอยู่กับความหวาดระแวงว่าคุณจะหลอกลวงอะไรฉันอีก ความเชื่อใจมันสร้างได้แต่ถ้าคุณทำลายมัน คุณจะไม่มีวันได้มันกลับคืนมาอีกเลย ขอบคุณสำหรับความรักที่คุณมีให้ฉัน แต่อย่าให้ความรักของคุณมันทำร้ายฉันอีกต่อไปเลยค่ะ”

กันตาตัดสินใจก้าวเท้าออกไป เดินผ่านศิวาไปด้วยความพยายามที่จะเข้มแข็ง แต่พอเลยเขาไป เธอก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ ศิวาหันมองกันตา เขาไม่สามารถรั้งความรักครั้งเดียวในชีวิตให้อยู่กับตัวเขาได้อีกต่อไป
กะรัตยังคงหลับและฝันไป ภาพในฝันของเธอเป็นภาพพิศุทธิ์ที่ยังคงเฝ้ามองเธออย่างใกล้ชิด พิศุทธิ์ยิ้มให้กะรัตที่นอนนิ่งแต่ใบหน้าดูมีเลือดฝาด
“ทำไมคุณขี้เซาจัง เมื่อไหร่คุณจะตื่นขึ้นมาสักที เราทุกคนรอคุณอยู่นะกั้ง”
พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างเอ็นดู ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ เขาจ้องมองกะรัตจากในระยะใกล้ เห็นเธอนอนนิ่งไม่รู้สึกตัวใดๆ ไม่ได้ฟื้นขึ้นมาเหมือนเวลาที่เจ้าชายจุมพิตเจ้าหญิงนิทราเลย...กะรัตค่อยๆฟื้นขึ้น ลืมตาขึ้นมาสายตาเบลอๆเห็นเพดานและหันมองกันตาที่กำลังเช็คน้ำเกลือให้อยู่ ภาพจากเบลอจนชัด กะรัตค่อยๆออกเสียงเรียกเบาๆ
“ก้อย”
กันตาเห็นกะรัตที่ฟื้นลืมตา ก็ดีใจ
“พี่กุ้ง พี่กั้งฟื้นแล้ว”
กุนตีกำลังปอกผลไม้อยู่รีบลุกมาหากะรัตที่เตียง
“ยัยกั้ง”
“พี่กุ้ง” กะรัตเรียกเบาๆ

กุนตีกับกันตาร้องไห้อย่างดีใจที่กะรัตฟื้น
“เอ้า ร้องไห้กันใหญ่ นี่กั้งไม่ได้ตายซะหน่อย”
“อย่าพูดแบบนี้นะกั้ง ห้ามพูดเรื่องตายเด็ดขาด” กุนตีปราม
กันตาจับมือกะรัตขึ้นมา
“ก้อยขอโทษนะพี่กั้ง ที่พี่กั้งต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะก้อยแท้ๆ ก้อยขอโทษนะ”
กันตาเอามือกะรัตไปแนบแก้ม กะรัตเอื้อมอีกมือไปขยี้หัวน้องสาว
“เด็กโง่...พี่เป็นพี่สาวก้อย ใครมารังแกน้องสาวพี่ พี่จะยอมได้ไง เสียชื่อกะรัตหมดใช่มั้ย”
“โชคดีนะที่คุณพิศุทธิ์ไปช่วยพี่กั้งไว้ ไม่งั้นล่ะก็...”
“คุณพิศุทธิ์” กะรัตชะงัก
มีเสียงเคาะประตูดังเข้ามา กะรัตดีใจ
“คุณพิศุทธิ์ใช่มั้ย”
กะรัตยิ้มดีใจว่าพิศุทธิ์จะมาหา เธอรวบรวมพลังจะลุกขึ้นมา กันตาต้องเข้าไปประคอง ประตูห้องค่อยๆเปิดออก คนที่ก้าวเข้ามากลับเป็นเนื้อแพร ที่กะรัตพยายามชะเง้อมองหาว่าจะมีใครตาเนื้อแพรมา แต่ประตูกลับถูกปิดลง
“หนูกั้งฟื้นแล้ว ดีใจด้วยนะคะ”
“แล้วคุณพิศุทธิ์ล่ะคะ”
เนื้อแพรแปลกใจ
“นี่พวกคุณยังไม่ได้บอกหนูกั้งเหรอคะ”
กันตากับกุนตีส่ายหน้า เนื้อแพรยิ้มบางๆ
“พิศุทธิ์ไปแล้วค่ะ”
กะรัตหน้าเสีย
“ไม่จริง คุณโกหกฉัน...ฉันรู้ว่าเขาอยู่กับฉัน เขาอยู่กับฉันตลอดเวลา”
“ฉันไม่ได้โกหกคุณ เขาบินไปอเมริกาแล้วค่ะ”
“เขาคงไม่ให้อภัยฉัน” กะรัตนิ่งชา
เนื้อแพรหยิบจดหมายขึ้นมาใส่มือ กะรัตมอง
“พิศุทธ์ฝากไว้ให้คุณ”
กะรัตแปลกใจ
“รีบแข็งแรงเร็วๆนะคะ บอกตรงๆแบบนี้มันไม่ใช่ look ของคุณ”
เนื้อแพรยิ้มให้อีก ก่อนเปิดประตูออกไป กะรัตกำจดหมายในมือไว้แน่น กันตากับกุนตีมองหน้ากันแล้วคิดว่าควรจะให้เวลากะรัตอยู่กับจดหมายนั้น สองคนเดินออกไป...กะรัตค่อยๆคลี่จดหมายออก

ก่อนหน้านี้...เนื้อแพรมาตามพิศุทธ์ให้ไปขึ้นเครื่อง พิศุทธ์ยื่นจดหมายให้ก่อนจะกอดลากะรัต แล้วเดินออกไปอย่างอาวรณ์ พิศุทธ์เดินก้าวออกไปอย่างช้าๆ
สามีตีตรา ตอนที่ 13 อวสาน (ต่อ)

กะรัตอ่านจดหมาย
“มีคนมากมายถามผมว่า...ผมรักคุณตรงไหน ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ผมพบคุณ สำหรับคนอื่นอาจจะเห็นว่าผู้หญิงที่ยืนโบกรถกลางถนนเป็นคนบ้า...แต่สำหรับผม คุณเป็นคนน่าทึ่งที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อไปหาคนที่รักโดยไม่คิดชีวิต...แต่สิ่งที่คุณได้ตอบแทนจาก ผู้ชายที่คุณรัก คือการทรยศแทนที่คนอื่นจะโทษผู้ชายผิด แต่กลับโทษคุณ รวมทั้งตัวคุณด้วย คุณจำได้ไหม ผมพบคุณที่ริมถนนครั้งที่สองคุณชวนผมไปโรงแรมม่านรูด คุณพร่ำบอกว่า คุณอยากทำชั่ว อยากทำเหมือนที่ผู้ชายพวกนั้นทำกับคุณ คุณเหยียบย่ำว่าตัวเองไม่มีค่า...ซึ่งมันไม่จริงเลย
ใครๆอาจจะบอกว่าคุณแต่งงานกับผม เพื่อชุบตัวเองให้ดูมีค่าไม่ใช่หรอก...คุณต่างหากที่ทำให้ผมมีค่า คุณรู้ว่าถ้าคุณคบกับผม คุณต้องเจอความวุ่นวายอะไรบ้าง คุณต้องโดนดูถูกจากญาติฝ่ายผม แต่คุณก็แสดงให้เห็นว่าคุณไม่แคร์ใคร นอกจากผมคนเดียว...ผมถึงรักและสัญญากับตัวเอง ผมบอกตัวเองว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ ไม่ให้คุณเจ็บเหมือน ในอดีต จะใช้ความรักของผม พาคุณไปข้างหน้าให้ได้ ผมอยากมีคุณ...ผมขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้ ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องร้องไห้เพราะผมมาตลอด ผมขอโทษที่พาคุณเดินข้างหน้าต่อไปไม่ได้
ถ้าคุณอยากอภัย...ผมไม่ขอให้คุณอภัยให้ผม แต่อยากขอให้คุณรู้จักการอภัยให้ตัวเอง และอภัยให้คนอื่น คุณเจ็บเพราะอดีตมามากแล้ว อย่าให้เหตุการณ์นั้นมาทำร้ายคุณอีก ปลดปล่อยตัวเองจากความแค้น...เมื่อคุณหลุดจากกำแพงที่คุณสร้างขึ้น คุณจะเห็นความสุขที่แท้จริง จำไว้นะกั้ง...ความรักของผมไม่เคยไปไหน มันยังอยู่ที่แหวนบนนิ้วคุณและผมยังรอดูวันที่คุณมีความสุขอีกครั้งนะกั้ง...ผมรักคุณ”

กะรัตร้องไห้โฮ

หลายวันต่อมา...กุนตีกับพวงหยกนั่งทานอาหารเช้าอยู่ กันตาหน้าตาหมองๆ รีบเดินออกไปทำงาน กุนตีมองตามกันตาที่ไม่พูดคุยกับใคร
กะรัตนั่งเหม่อๆคนเดียวที่เก้าอี้ในสนามหญ้าหน้าบ้าน กุนตีกับพวงหยก เดินเข้ามามองอาการกะรัตแล้วหนักใจ

พิศุทธิ์นั่งทำงานอยู่ในห้องพักที่อเมริกา บนโต๊ะมีรูปแต่งงาน ของเขากับกะรัต พิศุทธิ์เงยหน้ามองรูปกะรัตอย่างอาวรณ์
ในโรงพยาบาล...ศิวายืนมองอาการสายน้ำผึ้งอยู่หน้าห้องพักแล้วเดินไปแอบมองคิดถึงกันตาด้วยหัวใจที่เจ็บปวด
ในห้องนอนกะรัตบ้านพวงหยก...กะรัตนอนกอดเสื้อของพิศุทธิ์บนเตียงอย่างเดียวดาย เธอคิดถึงเขาสุดหัวใจ
ในห้องพักพิศุทธิ์ที่อเมริกา...พิศุทธิ์นอนคนเดียวอย่างเหงาๆบนเตียง

สับดาห์ต่อมา...รสสุคนธ์ป้อนข้าวแต่สายน้ำผึ้งหงุดหงิดปัดช้อนออก
“น้ารส เมื่อไหร่หมอจะเอาไอ้ผ้าพันหน้าผึ้งออกซะที นี่ผึ้งรำคาญจะแย่อยู่แล้ว ไหนน้ารสบอกว่าหน้าผึ้งไม่เป็นไรมากไง แล้วทำไมจนป่านนี้หมอยังไม่เปิดหน้าให้ผึ้งอีก หน้าผึ้งเป็นอะไรกันแน่”
“ใจเย็นๆสิผึ้ง หมอเขาคงอยากให้แผลหายสนิท”
“ใจเย็นเหรอ น้ารสลองมาเป็นผึ้งบ้างมั้ย มองอะไรก็ไม่ถนัด จะไปไหนก็ไม่ได้ ต้องมาติดแหง็กอยู่แบบนี้ น้ารสรีบไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้เลยให้มาเอาไอ้ผ้าบ้านี่ออกไปได้แล้ว”
“ผึ้ง...แต่หมอ...”
สายน้ำผึ้งสวนอย่างไม่พอใจ
“ไปสิ...ผึ้งบอกให้ไปไง...ไปตามหมอมา”
รสสุคนธ์จำต้องออกไปไม่งั้นสายน้ำผึ้งคงคลั่งไปมากกว่านี้

ศิวาเดินมาตามทางเดิน เห็นรสสุคนธ์เดินมาดูหน้าร้อนใจ
“คุณน้าจะไปไหนครับ”
“ผึ้งจะให้หมอเปิดหน้าให้ได้เลยค่ะคุณศิวา”
ศิวาตกใจ
“ไม่ได้นะครับ หน้าของผึ้งยังอยู่ในขั้นตอนการรักษา คุณน้าก็ทราบเรื่องที่หมอบอกว่ามันต้องใช้เวลา”
“แต่ว่า...”
“ต้องใจแข็งนะครับ เพื่อตัวเขาเอง”

สายน้ำผึ้งนั่งหงุดหงิดอยู่บนเตียง
“ให้ไปตามหมอที่ใหนเนี่ย น้ารส”
สายน้ำผึ้งลงจากเตียงอย่างทุลักทุเล เพราะมองเห็นไม่ถนัดค่อยๆเดินคลำทางไปทางห้องน้ำแล้วเข้าห้องน้ำไป...สายน้ำผึ้งไปที่หน้ากระจกเริ่มแกะผ้าพันแผลออก ค่อยๆวนออก วนออกเรื่อยๆจนหมด ภาพในกระจกที่เธอเห็นคือ หน้าเละมีแผลโดนกระจกแทงบาดเป็นแผลยาว บากทั้งหน้า สายน้ำผึ้งอึ้งช็อคที่หน้าตัวเองเป็นขนาดนี้
“หน้าฉัน...ไม่...ไม่จริง”
จังหวะนั้นประตูห้องเปิดออก เสียงสายน้ำผึ้ง กรี๊ดลั่นและเสียงกระจกในห้องน้ำแตกดังเพล้ง...รสสุคนธ์และศิวาตกใจ
“ผึ้ง”
ศิวาและรสสุคนธ์รีบเข้าไปดูในห้องน้ำ สายน้ำผึ้งหันมา หน้าเละที่มือมีรอยเลือดที่ชกกระจก
“ทำไม...ทำไม หน้าผึ้งเป็นแบบนี้...ทำไม”
ศิวาพยายามปลอบ
“ใจเย็นๆก่อนนะสายน้ำผึ้ง”
สายน้ำผึ้งเห็นศิวา
“เพราะแก...เพราะแกคนเดียว ไอ้ศิวา...ไอ้บ้า...หน้าฉันเป็นแบบนี้เพราะแก”

สายน้ำผึ้งโถมเข้าหาศิวา อาละวาดอย่างหนัก รสสุคนธ์พยายามห้ามบอกให้ใจเย็น สายน้ำผึ้งเดินสะเปะสะปะอาละวาดจนล้มกลิ้งไปกองกับพื้น หมดสภาพ รสสุคนธ์เข้าไปกอดสายน้ำผึ้งที่ร้องไห้ กรีดร้องเหมือนคนบ้า เสียงโหยหวน รับไม่ได้กับหน้าผีของตัวเอง ศิวายืนมองสภาพน่าสมเพทของเธอ
ในบ้าน...กุนตีกับพวงหยกมองหน้ากันตา
“ก้อยจะไปอเมริกาจริงๆเหรอ” กุนตีถามอย่างแปลกใจ
“ก้อยจัดการเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“อะไรกัน...ทำอะไรไม่ปรึกษา แบบนี้ฉันไม่...”
พวงหยกยังพูดไม่จบ กันตาสวนทันที
“แม่ห้ามก้อยไม่ได้หรอกค่ะ”
พวงหยกถอนใจ
“ใครว่าฉันจะห้าม อยากไปก็ไป”
กันตากับกุนตีมองหน้ากันไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“นี่ คุณพวงหยกตัวจริงหรือเปล่า” กุนตีถามงงๆ
“ตัวจริงสิยะ...ฉันก็แค่พยายามจะเป็นแม่ที่ดีกับเขาบ้าง ไปเถอะยัยก้อย ถ้าไปแล้วมีความสุขกว่าที่เป็นอยู่นี่ แม่ก็ไม่ห้าม แต่ห้ามไปแล้วไปเลยนะ ยังไงแกก็ต้องกลับมา”
กันตายิ้มเข้าไปกอดพวงหยก
“ก้อยต้องกลับมาอยู่แล้ว เดี๋ยวแม่เหงาปากตายไม่มีใครให้ด่า...ก้อยไปทำงานก่อนนะคะ”
กันตาลุกออกไปหอมแก้มพวงหยกฟอดใหญ่ เป็นความรู้สึกที่พวงหยกไม่เคยได้รับ
“ดูมันนังลูกคนนี้ น้ำตาตกในยังจะมาปากดี”
“เรื่องใจแข็งต้องยกให้ยัยก้อยค่ะแม่ ส่วนยัยกั้งมันพวกแข็งนอกอ่อนในร้องไห้น้ำตาจะเป็นสายเลือดแล้วอยู่ๆก็ลุกขึ้นมาหักโหมทำงานหนัก แบบนี้อาการน่าเป็นห่วง”
“บางทีกั้งมันอาจจะทำใจได้แล้วก็ได้ อย่าไปดูถูกมันสิ”
“แม่คิดแบบนั้นจริงๆเหรอ” กุนตีแปลกใจ
พวงหยกถอนใจห่วงกะรัตไม่แพ้กุนตี

กะรัตนั่งทำงานร่างแบบชุดอยู่ในห้องเสื้อ ใจลอยคิดถึงพิศุทธิ์ แต่พอหลุดจากภวังค์ก็พยายามสลัดความคิด กลับมาจดจ่อกับงานเหมือนเดิม สักครู่มีรองเท้าผู้ชายก้าวเข้ามายืนด้านหลัง กะรัตรู้สึกว่ามีคนยืนข้างหลังเงยหน้าขึ้น
“คุณศิวา...”
ศิวามองกะรัตอย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษครับที่ผมมารบกวนคุณ คือผมอยากจะมาขอโทษที่ผมทำให้คุณกับคุณพิศุทธิ์ต้องหย่ากัน”
กะรัตถอนใจ
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอก แต่มันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันมันหูเบา ไม่เคยเชื่อใจ ไม่เคยไว้ใจคุณพิศุทธิ์ ต่อให้ไม่มีเรื่องของคุณ วันนึง...ฉันก็ต้องทำความรักของฉันพังอยู่ดี”
“แต่ยังไงผมก็รู้สึกผิด...”
กะรัตรีบพูดแทรก
“ช่างมันเถอะค่ะ อย่าคิดอะไรอีกเลย ทุกอย่างมันจบแล้ว”
ศิวามองกะรัตที่พยายามเข้มแข็งไม่ให้รู้ว่ากำลังเศร้า ทั้งๆที่ความจริงยังเจ็บ ยิ่งทำให้ศิวารู้สึกแย่
“ความจริงคุณกั้งตามคุณพิศุทธิ์ไปก็ได้นี่ครับ”
กะรัตส่ายหน้า
“ตามไปเพื่ออะไรคะ ในเมื่อเขาแสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับฉันแล้ว เขาไม่ต้องการฉันแล้ว เขาถึงทิ้งฉันไปแบบนี้”
“คุณกั้ง...”
กะรัตตัดบทก่อนร้องไห้ต่อหน้าศิวา
“อย่าห่วงฉันเลย ฉันโอเค ยังมีคนอื่นที่ เจอชะตากรรมหนักหนากว่าฉันอีก”
กะรัตเดินออกไป ศิวามองกะรัตแล้วคิดถึงสายน้ำผึ้ง

ในห้องคนไข้...สายน้ำผึ้งนั่งนิ่งอยู่บนเตียงในสภาพผมยุ่งเหยิงปรกหน้า รสสุคนธ์มองอย่างเป็นห่วง“ผึ้ง”
“ผึ้งจะกลับบ้าน”
“แต่ผึ้งต้องรักษาตัว...”
“พาผึ้งกลับบ้าน”
“แต่...”
“พาผึ้งกลับบ้าน ได้ยินมั้ยว่าผึ้งจะกลับบ้าน...”
สายน้ำผึ้งเขวี้ยงข้าวของด้วยความเกรี้ยวกราด สายน้ำผึ้งร้องไห้ซุกหน้าลงบนเตียง รสสุคนธ์ได้แต่มองทั้งน้ำตา กรรมที่สายน้ำผึ้งทำไว้กับผู้อื่นกำลังตามมาเอาคืน

นวลเอาไวน์มาเสิร์ฟกะรัตที่นั่งอ่านเอกสารกองโตอยู่ กะรัตหันไปมอง
“เอาทำไมนวล”
“ก็เผื่อคุณกั้งจะเรียก นวลก็เตรียมไว้ก่อน นวลเข้าใจนะคะว่าเวลาแบบนี้คุณกั้งต้องพึ่ง...”
นวลพูดไม่ทันจบ กะรัตก็ลุกขึ้นเอาขวดไวน์ไปทิ้งถังขยะ
“ต่อไปเอาเหล้าทิ้งให้หมด ฉันไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้ว เข้าใจ๋”
“เป็นไปได้เหรอเนี้ย” นวลตกใจ
“นวล”
นวลเอาถาดเครื่องดื่มออกไป กะรัตมองเอกสาร แต่พลิกเอกสารออกมาเป็นจดหมายของพิศุทธิ์ กะรัตเอาจดหมายขึ้นมา
“ฉันจะเป็นกะรัตที่ดีให้ได้ แม้ว่ามันจะไม่มีวันที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอีกก็ตาม”
กะรัตมองซองจดหมาย ก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน


สายวันใหม่...กะรัตยืนสั่งงานกับเด็กในร้าน รสสุคนธ์เปิดประตูเข้ามา กะรัตหันไปเห็น
“น้ารส”
“หนูกั้ง”
รสสุคนธ์เห็นหน้ากะรัตก็น้ำตาไหลออกมา กะรัตเห็นก็ตกใจรีบเข้าไปหา
“น้ารส เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม”
ความอ่อนแอของรสสุคนธ์พรั่งพรูออกมา
“น้าต้องขอโทษหนูกั้งด้วยที่ผึ้งทำร้ายหนูกั้งแบบนั้น”
“ช่างมันเถอะน้า กั้งมันพวกดวงแข็ง ไม่ตายง่ายๆหรอก”
กะรัตพยายามทำให้บรรยากาศดี แต่รสสุคนธ์กลับน้ำตาซึม
“น้ารสไม่เอา เลิกร้องไห้ได้แล้ว”
“ถ้าผึ้งมันมีสติ คิดได้ ผึ้งกับกั้งคงไม่เป็นแบบนี้ ความเป็นเพื่อนของพวกหนูก็คงไม่ถูกทำลาย”
“อย่าพูดถึงมันอีกเลยน้า ยังไงมันก็คงกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้”
“กั้ง...น้าขอให้กั้งอโหสิให้ผึ้งมันได้มั้ย ตอนนี้ผึ้งเขาได้รับกรรมของเขาอย่างสาสมแล้ว ผึ้งเหมือนคนที่ตายไปแล้วทั้งเป็น อโหสิให้เขาเถอะนะ”

กะรัตฟังนิ่งๆ
ในห้องพักของสายน้ำผึ้ง รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทพร้อมเก็บของเตรียมจะออกจากโรงพยาบาล
“เดี๋ยวน้าไปเอายาให้ผึ้งก่อนนะ ผึ้งออกไปรอน้าที่ล็อบบี้ก่อนก็ได้”
รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทออกไป สายน้ำผึ้งยืนมองอยู่ที่หน้าต่างระเบียงห้อง อย่างเหม่อลอย

กะรัตเดินเข้ามาที่โรงพยาบาลจะเดินเข้าประตู แล้วต้องชะงัก ตัดสินใจกลับไปที่รถ แล้วกะรัตก็มองตรงไปที่รั้วโรงพยาบาลริมถนนแล้วชะงัก สายน้ำผึ้งที่เพิ่งเดินออกไปหันมามอง กะรัตตกใจที่เห็นหน้าสายน้ำผึ้งเต็มไปด้วยบาดแผล สายน้ำผึ้งเองก็ตกใจที่เห็นกะรัตมาที่นี่ เธอทนอับอายไม่ไหววิ่งหนีไป

สายน้ำผึ้งเดินร้องไห้บนสะพานลอยใช้ผ้าพันคอคอยปิดหน้าอยู่ ทันใดนั้นลมพัดผ้าพันคอที่เธอใช้ปิดแผลที่ใบหน้านั้นปลิว คนที่อยู่แถวนั้นเห็นหน้าที่มีแผลเหวอะหวะแล้วต่างตกใจ สายน้ำผึ้งมองหน้าผู้คนที่ต่างมองเธอ ด้วยสายตาตกใจกับบาดแผลบนหน้า เธอทนไม่ได้ที่ตัวเองต้องถูกมองด้วยสายตาสมเพชตกใจ กลัวแบบนี้ เธอมองไปที่ด้านล่างเห็นรถวิ่งไปมา จึงตัดสินใจปีนรั้วสะพายลอย จะกระโดดลงจากสะพาน ทันใดนั้นกะรัตพุ่งเข้าคว้าตัวดึงลงจากรั้วสะพานลอย สายน้ำผึ้งมองกะรัตที่เป็นคนช่วยผลักออกจากตัวเอง
“มาช่วยฉันทำไม”
“ไหนว่าเก่ง ไหนว่าฉลาดนักหนา แล้วทำไมถึงทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้ล่ะ”
“มันเรื่องของฉัน”
สายน้ำผึ้งจะปีนรั้วสะพานลอยขึ้นไปกระโดดฆ่าตัวตายอีก กะรัตเข้าไปยื้อยุดฉุกกระชากให้ลงมา สายน้ำผึ้งสะบัดตัวสู้
“ปล่อยฉัน ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” สายน้ำผึ้งจะโดดลงไปให้ตาย
กะรัตดึงสายน้ำผึ้งไว้
“ถ้าแกตาย แล้วลูกแกจะอยู่ยังไง”
“แกก็อยากให้มันตายตามพ่อมันแล้วนี่ มันจะได้ไม่อยู่เป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงใจแกไง”
สายน้ำพึ้งจะปีนรั้วสะพานลอย กะรัตทนไม่ไหว
“ฉันไม่ได้อยากยุ่งกับคนอย่างแกหรอก ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็คงอยากเห็นแกตายวันละร้อยครั้ง แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ต่อให้ฆ่าแกตาย ฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอะไรได้”
สายน้ำผึ้งอึ้งมองกะรัตอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะพูดแบบนั้น กะรัตมองสายน้ำผึ้งอย่างจริงจัง
“เพราะชีวิตเราสองคนเละเทะมามากพอแล้ว ต่อให้ฉันแค้นแกต่อ อยากสู้กับแกต่อ แล้วมันได้อะไร ต่างคนต่างต้องสูญเสีย เกมนี้มันไม่มีใครชนะหรอกมีแต่แพ้กับแพ้ มีแต่คนต้องเจ็บ และคนที่เจ็บ ก็เป็นคนที่เขารักเราทั้งนั้น”
รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทกับกันตาวิ่งเข้ามา รสสุคนธ์กอดสายน้ำผึ้งอย่างเป็นห่วง
“ผึ้ง ทำไมผึ้งทำแบบนี้ ถ้าผึ้งเป็นอะไรไปแล้วน้ากับน้องพีทจะทำยังไง”
กะรัตมองหน้าสายน้ำผึ้ง
“นั่นไงคนที่รักและเป็นห่วงแกมากที่สุด น้ารสไปอ้อนวอนขอร้องฉัน ให้อโหสิให้แกตอนนี้แกคงรู้แล้วนะ แกควรมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อใคร”
สายน้ำผึ้งมองรสสุคนธ์กับน้องพีท แล้วมองน้าที่กอดตัวเองด้วยความรัก แม้ตัวเองจะเคยตวาด ใส่อารมณ์กับน้ามากขนาดไหน น้าก็ไม่เคยโกรธ แต่ยังมอบความรักให้เธอ ไม่เปลี่ยน สายน้ำผึ้งมองรสสุคนธ์ที่กอดตัวเอง แล้วเห็นน้องพีทมองหน้าตัวเอง มือของน้องพีทจับมือของเธอแน่น สายน้ำผึ้งมองน้องพีทที่จับตัวเองด้วยความรู้สึกตื้นตัน รู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองไปโหยหาอะไรอยู่ ทั้งๆที่ความรักที่ไม่ต้องร้องขอมีอยู่ตรงนี้ สายน้ำผึ้งกอดน้องพีท
“แม่ขอโทษนะลูก” สายน้ำผึ้งกอดรสสุคนธ์ “ผึ้งขอโทษนะน้ารส”
กะรัตมองสายน้ำผึ้งที่กอดรสสุคนธ์แล้วยิ้มอย่างโล่งอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กะรัตนึกถึง คำพูดของพิศุทธิ์ที่เขียนในจดหมาย
“ผมไม่ขอให้คุณอภัยให้ผม แต่อยากขอให้คุณรู้จักการอภัยให้ตัวเองและอภัยให้สายน้ำผึ้ง คุณเจ็บเพราะอดีตมามากแล้ว อย่าให้เหตุการณ์นั้นมาทำร้ายคุณอีก ปลดปล่อยตัวเองจากความแค้น...เมื่อคุณหลุดจากกำแพงที่คุณสร้างขึ้น คุณจะเห็นความสุขที่แท้จริง”
กะรัตยิ้มรับกับคำพูดของพิศุทธิ์ว่าจริง เธอยกมือซ้ายที่สวมแหวนแต่งงานมาดูแล้วยิ้มเดินออกไปด้วยสีหน้ามีความสุข กับหนทางข้างหน้าที่รออยู่

ในสนามบิน...กันตาเดินลากกระเป่าเดินทางเตรียมเข้าไปด้านใน กุนตี พวงหยกเดินมาส่ง กันตาคุยมือถืออย่างตื่นเต้น
“ก้อยดีใจด้วยนะพี่กั้ง ที่พี่อภัยพี่ผึ้งได้แล้ว ทีนี้พี่ก็มีความสุขได
กำลังโหลดความคิดเห็น...