xs
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 12 (จบตอน)

เผยแพร่:

สามีตีตรา ตอนที่ 12

เย็นนั้น พิศุทธิ์นั่งอยู่ที่ชายหาดหน้าบ้านไม้ริมทะเล เขานึกถึงอดีตที่เขากับกะรัตเคยมีความสุขกันยามที่อยู่ที่นี่
ในเวลาเดียวกันนั้นกะรัตที่ผ่านการร้องไหมาอย่างหนักกำลังแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำตามลำพัง เธอเองก็กำลังคิดถึงวันวานในอดีตของเธอกับพิศุทธิ์เช่นเดียวกัน กะรัตพยายามสลัดความคิดทุกอย่างออกจากหัว เธอเลื่อนตัวเองลงดำดิ่งในอ่างน้ำเพื่อหวังจะชำระล้างความทรงจำออกทั้งหมด...กุนตี กันตาและนวลแง้มประตูห้องนอนเข้ามาแต่ไม่เห็นกะรัตก็เริ่มเป็นห่วง
“คุณกั้ง คุณกั้งหายไปใหนว๊า” นวลเรียก
กุนตีมองไปทางห้องน้ำเคาะประตูเรียกเพราะกลัวกะรัตจะคิดสั้น
“กั้ง...กั้ง...ได้ยินพี่รึเปล่า”
“พี่กั้งออกมาเถอะค่ะ พี่อยู่ข้างในนานแล้วนะคะ”
“นวลว่ามันเงียบผิดปกตินะคะ” นวลเริ่มกลัว
“พี่กั้งจะคิดสั้นอีกรึเปล่าก็ไม่รู้...เข้าไปดูกันเลยดีกว่า”
สามสาวเข้าไปในห้องน้ำ ไม่เห็นกะรัต กุนตีกับกันตาตะโกนเรียก นวลเปิดประตูออกไประเบียงตะกุยหา กลัวกะรัตจะกระโดนหรือปีนออกไป
ขณะที่ทุกคน ร้องเรียกอย่างตื่นเต้นนั้น จู่ๆ กะรัตก็โผล่ขึ้นมาจากอ่าง กันตาดีใจ
“พี่กั้ง”
“กลัวอะไรกันนักหนา กั้งไม่ทำอะไรบ้าๆหรอก”
“ก็ที่ผ่านมาสามีคุณกั้งตายโหงกันหมด แต่ครั้งนี้เลิกกันแบบยังมีชีวิตอยู่ นวลก็เลยกลัวคุณกั้งจะเพี้ยนนะสิค๊า”
กุนตีปรามน้อง
“อย่าทำแบบนี้อีกนะกั้ง พี่ล่ะกลัวใจเราจริงๆ”
“ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรในชีวิตกั้งนักหรอกค่ะ ก็แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่ได้มีค่าให้กั้งต้องฆ่าตัวตายเพราะเขา”
กะรัตทำเชิดหน้าแบบไม่แคร์ กุนตีกับกันตาเห็นอาการแบบนั้นก็ยิ่งไม่ไว้ใจ
“นวล…ไปเก็บของ” กะรัตสั่งนวล
กันตา กุนตี นวลมองกะรัตงงกว่าเดิมอีก
“อะไรนะคะ”
“ฉันบอกให้เก็บของ ฉันจะขายบ้านหลังนี้ทิ้ง”
ทั้งสามคนตกใจ
“อะไรนะ”

กุนตีกับกันตานั่งปรึกษากันกับอาการของกะรัตที่ไม่แสดงทีท่าเสียใจอีกเลย พวงหยกนั่งอยู่ใกล้ๆ
“ทำไมคราวนี้พี่กั้งถึงทำใจได้เร็วนัก ทั้งๆที่มันยิ่งน่าเฮิร์ทกว่าทุกครั้งไม่ใช่เหรอคะ”
“บางทีอาจจะช้ำในเลยยังไม่แสดงอาการ”
พวงหยกแทรกขึ้น
“ขายบ้านไปนะแหละดีแล้ว จะไปชอกช้ำอะไรให้กับผู้ชายพรรค์นั้น ยายกั้งคงเพิ่งจะรู้ตัวว่าไม่ได้รักมันมากกว่า ถึงได้ไม่คิดจะฟูมฟายให้มันไง”
“พี่กั้งคงกำลังแค้นอยู่มากกว่า แต่พอความโกรธมันหาย ทีนี้ล่ะก็...”
กันตากับกุนตีมองหน้ากันอย่างกังวล ศิวาเดินเข้ามาหาทั้งสามขณะที่ทุกคนนั่งเครียดกับความคิดกันอยู่ พวงหยกหันไปมอง
“อ้าว...พ่อศิวา”
“กำลังนั่งประชุมอะไรกันเหรอครับ”
พวงหยกบอกอย่างตื่นเต้น
“รู้ข่าวดีรึยัง ยายกั้งหย่าแล้วนะ เมื่อบ่ายนี้เอง”
ศิวาช็อคไปนิด ไม่นึกว่าจะรวดเร็วอย่างนี้
“คุณกั้งหย่ากับพิศุทธิ์แล้วเหรอครับ”

กันตาศิวาเดินออกมาที่มุมหนึ่งของบ้าน ศิวาเห็นว่าเรื่องราวเริ่มบานปลายใหญ่โต เขากังวลใจมาก
เลยตัดสินใจเปิดประเด็นกับกันตา
“ก้อย...ผมไม่อยากเห็นคุณหมกมุ่นเรื่องคุณกั้งจนเกินไปแบบนี้เลย”
กะรัตเดินผ่านมาได้ยินศิวากับกันตาพูดถึงเธอก็เลยยืนหยุดฟัง
“คุณจะไม่ให้ฉันหมกมุ่นได้ไง พี่กั้งเป็นพี่สาวฉันนะคะ”
ศิวาดึงมือกันตามากุมไว้
“ผมเข้าใจ แต่คุณก็มีชีวิตส่วนตัวของคุณนะ ผมเห็นคุณไม่สบายใจแบบนี้ผมก็เป็นห่วงคุณไปด้วย...ผมว่า…เราแต่งงานกันเถอะนะก้อย”
กันตาอึ้งที่จู่ๆ ศิวาก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา กะรัตเองก็แปลกใจไม่แพ้กัน
“ผมรู้ว่าผมไม่ควรพูดในเวลานี้ คุณก็รู้ว่าผมอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด มีพ่อก็เหมือนไม่มี ผมอาจจะห่วงแต่ตัวเองไปบ้าง ก็เพราะผมไม่รู้วิธีที่จะใส่ใจคนอื่น แต่ตอนนี้ผมมีคุณ ผมขาดคุณไม่ได้ คุณทำให้ผมอยู่ตัวคนเดียวต่อไปไม่ได้แล้วก้อย แต่งงานกับผมนะ”
กันตานิ่งคิด ศิวาจับมือเธอขึ้นมา
“เรามาสร้างครอบครัวของเรากัน แล้วคุณก็สอนผมให้เป็นคนใหม่ ผมจะแก้ตัว ผมจะเป็นผู้ชายที่ดีถ้าคุณให้โอกาสผม”
“ฉันแต่งกับคุณไม่ได้หรอก พี่กั้งเพิ่งจะหย่า ฉันไม่อยากมีความสุขทั้งๆที่พี่กั้งยังจมอยู่กับทุกข์อยู่แบบนี้”
กะรัตฟังแล้วอึ้งไปเมื่อรู้ว่ากันตา แบกรับความทุกข์ของเธอไว้จนกระทั่งมีปัญหากับศิวา
“นี่ก้อยคิดจะไว้ทุกข์ให้กับชีวิตรักของพี่เหรอ”
ศิวากับกันตาตกใจเมื่อจู่ๆ กะรัตก็โผล่ออกมา
“ก้อยเก็บปัญหาของพี่ไปเป็นของตัวเองทำไม ถึงพี่จะหาคนดีๆให้ตัวเองไม่ได้ แต่พี่ก็ยังหวังให้ก้อยได้ลงเอยกับคนดีๆแทนพี่ แต่งไปเถอะ ไม่ต้องเกรงใจพี่ทำไม พี่เชื่อว่าน้องพี่คู่ควรกับการมีความรักดีๆ”
กันตาอึ้งที่เห็นกะรัตเป็นห่วงเธอ
“พี่กั้ง...”
“อย่าให้พี่เป็นต้นเหตุให้ทุกคนไม่มีความสุขเลยนะ เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขในแบบตัวเอง พี่เองก็กำลังมีความสุขในแบบของพี่ ก้อยก็ควรจะมีความสุขของตัวเองด้วย” กะรัตหันไปหาศิวา “ฉันยืนยันว่าคุณคิดถูกแล้วที่ไม่ยอมปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดมือ”

กะรัตยิ้มให้กำลังใจทั้งคู่ก่อนที่จะเดินจากไปเพื่อปล่อยให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันต่อ กันตารู้สึกอึ้งที่เห็นกะรัตท่าทางสบายใจ เช่นเดียวกับศิวาก็แปลกใจเมื่อเห็นว่าทั้งๆที่กั้งมีปัญหาแต่กลับเป็นฝ่ายมาให้กำลังใจเขาด้วยซ้ำ
เจ้าสัวบัญชานั่งดื่มชาอยู่กับพวงหยกที่นั่งดูไอแพคอย่างมีความสุข
“ว้าย...หุ้นเราขึ้นอีกแล้วล่ะเตี่ย”
เจ้าสัวบัญชามองพวงหยกอย่างระอา
“ระวังนะ...ดีใจมาก จะหัวใจวายตายก่อนได้ใช้เงิน”
พวงหยกเซ็ง
“นี่ตกลงเตี่ยจะมาหายายกั้ง หรือจะมาแดกดันหนูกันแน่ นี่เตี่ย...เตี่ยไม่ต้องห่วงยายกั้งหรอก ตั้งแต่มันเลิกกับผัวพญาปลิง มันก็มีความสุข เที่ยวเล่นครึกครื้น ไม่แห้งเหี่ยวเฉาอย่างที่เตี่ยคิดหรอก”
“มิน่า...ทุกวันนี้ลื้อถึงมีไอแพคเป็นเพื่อน แทนที่จะเป็นลูกผัว เพราะขนาดลูกตัวเอง ลื้อยังดูไม่ออกเลยว่าไหนทุกข์แท้หรือสุขปลอม”
พวงหยกเซ็ง
“เมื่อไหร่เตี่ยจะเลิกเข้าข้างไอ้ผัวเฮ็งซวยของยายกั้งสักที เตี่ยรู้ไว้นะ...ตั้งแต่วันหย่า พอหนูย้ำมันเรื่องที่มันสัญญาว่าจะไม่เอาอะไรไป หลังจากนั้นมันก็ไม่โผล่หางมาให้เห็นอีกเลย ถ้ามันไม่กกกับนังผึ้ง ก็คงไปหลอกแต่งงานกับผู้หญิงรวยๆต่อ พวกคนดีแต่เอา”
เจ้าสัวระอาที่จะพูดกับพวงหยกต่อไป นวลถือซองเอกสารเข้ามาจะไปให้กะรัตบนห้อง พวงหยกมองซองเอกสารอย่างสงสัย
“นั่นซองอะไรนวล”
นวลอึกอัก
“เอ่อ...คุณเนื้อแพรฝากให้คุณกั้งค่ะ”
พวงหยกรีบพุ่งไปดึงซอง นวลยึกยักเอาซองรอดทางหลังตัวไปทางซ้าย พวงหยกจะหยิบทางซ้าย นวลเอาซองรอดหลังมาทางขวา พวงหยกจะหยิบทางขวา นวลจะเอาซองรอดไปทางซ้าย พวงหยกจะหยิบทางซ้าย แต่นวลสับหลอกมาทางขวา พวงหยกฉกซองหวืด นวลเผลอหัวเราะ
“นังนวล”
พวงหยกจับตัวนวลล็อคแขนแล้วฉกซองมาแกะทันที เจ้าสัวปราม
“อาพวงหยก นั่นของอากั้งนะ”
“ใช่ไงเตี่ย หนูถึงต้องสแกน เผื่อจะเป็นจดหมายง้องอนหขอคืนดี หรือเป็นจดหมายฟูมฟายพรรณาความลำบากเพื่อขอเงินยายกั้งก็ได้”
พวงหยกฉีกซองเห็นเอกสารการโอนวังและจดหมายพร้อมซองเงินเดือน ของพิศุทธิ์ตกพื้น เจ้าสัวก้มลงหยิบเอกสารการโอนวัง และจดหมายพร้อมซองเงินเดือนขึ้นมาดูแล้วพูดเสียงเยาะเย้ยพวงหยก
“คนที่ลื้อด่าว่าเขาดีแต่เอา...เขาส่งเอกสารจากทนาย เป็นหนังสือโอนวังให้เป็นของอากั้ง” เจ้าสัวดูจดหมายและซองเงิน “และหนังสือสัญญาค่าเลี้ยงดูรายเดือน นี่ซองเงินเดือนของเขา”
กะรัตเดินเข้ามาเห็นและได้ยินที่เจ้าสัวพูดพอดี
“นี่แปลว่าคุณพิศุทธิ์ยกวังให้ตอบแทนที่คุณกั้งจ่ายเงินช่วย แถมยังให้ค่าเลี้ยงดูให้ทุกเดือน โถ...คุณพิศุทธิ์ไม่เอาอะไรไปจากคุณกั้งสักแดง แล้วยังจะให้อีก ประเสริฐจริง...จริ๊ง” นวลตาโต
กะรัตเดินเข้ามาหยิบซองเงินเดือน จากมือของเจ้าสัว
“เงินแค่นี้...ยังซื้อรองเท้าสักข้างไม่ได้เลย”
“อากั้ง”
“กั้งพูดจริงนี่คะก๋ง ทำกับกั้งเจ็บแสบขนาดนี้ คิดจะเอาเศษเงินมาลูบหลัง คิดจะหวังผลก้อนใหญ่เหมือนที่เขาเคยทำน่ะสิ”
พวงหยกหัวเราะชอบใจเข้าไปกอดกะรัต
“แกคิดเหมือนแม่เลย งั้นไม่ต้องไปสนใจของพวกนี้...ไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า วันนี้มีนัดกับเพื่อนไหมลูก”
“มีค่ะ...”
“งั้นรีบไปเลยลูก”
พวงหยกรีบดันหลังกะรัตให้เดินขึ้นบันไดไป เจ้าสัวมองอย่างทำใจ
“เอาเถอะ...คนเราโกหกใครก็โกหกได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้หรอก”
เจ้าสัวมองเอกสารในมือ แล้วมองกะรัต

ผับแห่งหนึ่งยามค่ำคืน...เต็มไปด้วยหนุ่มสาวมากมาย เสียงเพลงในผับดังกระหึ่ม ทุกคนกำลังแดนซ์กระจาย กะรัตเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างลืมโลกเพื่อทำให้ตัวเองมีความสุขที่สุด หนุ่มสาวแถวนั้นเห็นกะรัตซึ่งสวยเซ็กซี่กำลังเต้นเมามันในอารมณ์ก็พากันชี้ชวนให้ดู กะรัตเห็นทุกคนกำลังจับจ้องมอง เธอก็นึกสนุก เต้นโชว์ทุกคนอย่างสนุกสนาน เธอคึกมากถึงกับปีนขึ้นไปบนเวทีของดีเจที่เปิดเพลงอยู่แล้วคว้าไมค์มาประกาศกับทุกคน
“ฉันมาฉลองความโสด ใครทำฉันมีความสุข ฉันจะเลี้ยงทุกคน”
ขาดคำหนุ่มๆพากันตาวาว รีบรุมเข้าไปหากะรัตล้อมรอบเวที กะรัตเต้นกับหนุ่มๆ อย่างมีความสุขแต่แล้วกลับตาฝาดว่าเห็นพิศุทธิ์มายืนกอดอกคุมอยู่ กะรัตอึ้งเข้าใจว่าตัวเองกำลังเมาเธอพยายามเดินหนีสายตาพิศุทธิ์เลี่ยงไปทางอื่น กะรัตเข้าไปโอบกอดชายหนุ่มอีกคนตามจังหวะเพลงแต่สายตาก็หลอนเห็นพิศุทธิ์มายืนดักหลังไว้อีก เธอหงุดหงิดจึงลากผู้ชายคนนั้นไปทางอื่น แต่พอมองมาก็ยังเห็นพิศุทธิ์ยืนจ้องอยู่อีก กะรัตตัดสินใจเลิกหนีแล้วหันไปผลักผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเข้าใจว่าเป็นพิศุทธิ์ให้ไปนั่งลงที่เก้าอี้
“ฉันจะมีความสุขให้คุณดู”

หนุ่มคนนั้นขำที่กะรัตกำลังเมา ผู้ชายในผับพาหันโห่ร้องสนุกหนักขึ้นอีกกะรัตเมา มึน งง ไปหมดมองภาพตรงหน้าด้วยความพล่ามัว
พิศุทธิ์พยายามจะนอนแต่ก็นอนไม่หลับเขาจึงลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์มา เขาคิดถึงกะรัตมากและไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ เขาจึงเปิดโทรศัพท์กดเข้าไปดูในอิยสตาร์แกรมของเธอ เห็นว่ากะรัตอัพรูปที่บาร์ขึ้นไปมากมาย แต่ละรูปล้วนแล้วแต่เป็นรูปที่เธอเมาแล้วไปคลอเคลียกับหนุ่มๆหน้าไม่ซ้ำกันเลย พิศุทธิ์อึ้งที่เห็นเธอกำลังมีความสุขและไม่ได้คิดถึงเขาสักนิด พิศุทธิ์กดปิดภาพบาดใจพวกนั้นด้วยความผิดหวัง

ในเวลาเดียวกันนั้น สายน้ำผึ้งกำลังนั่งเคว้งอยู่ที่เตียงของพิศุทธิ์ในห้องนอนนั้นเงียบเหงา เธอหยิบยาในขวดที่หัวเตียงของพิศุทธิ์มาเขวี้ยงลงถังขยะที่ปลายเตียงทีละเม็ดเพื่อฆ่าเวลาและใช้ความคิดอะไรบางอย่างหลังจากที่โยนอยู่นาน สายน้ำผึ้งโยนขวดนั้นทิ้งด้วยความโมโหที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เปล่าเปลี่ยวคาบ้าน

กะรัตฮัมเพลงกลับมาบ้านอย่างมีความสุขเดินโซเซกระโดดขึ้นเตียงทางฝั่งที่เธอเคยนอนเวลาอยู่กับพิศุทธิ์ตามปกติ
พิศุทธิ์กำลังนอนอยู่บนเตียงที่บ้านไม้ริมทะเล เขานอนอยู่บนเตียงทางฝั่งที่เขาเคยชินเช่นกัน
กะรัตเมากลิ้งหันตะแคงมาอีกทางแต่เห็นว่าเตียงข้างๆ นั้นว่างเปล่า เธอทอดมือออกไปอย่างใจหาย
พิศุทธิ์ก็นอนจดจ้องมายังหมอนใบข้างๆที่ว่างอยู่...ทั้งสองคนต่างกำลังเหงาและมองหาคนข้างๆ อีกคนทั้งๆที่อยู่กันคนละเตียง

หลายวันต่อมา...ภายในบ้านเนื้อแพรหลังจากที่สายน้ำผึ้งเข้ามายึดไว้หลายวัน เธอรื้อของออกมา รกเละเทะ เธอเริ่มอิดโรยนั่งจ้องโทรศัพท์อยู่อย่างเซ็งๆ หลังจากที่พยายามโทรหาแต่พิศุทธิ์ไม่รับเลย สาวใช้แอบย่องมาค่อยๆ ไขลิ้นชักล็อคปิดตามตู้ สายน้ำผึ้งหงุดหงิดเดินไปเปิดตู้เย็นพอเห็นของในตู้เย็นโล่งแทบไม่เหลืออะไรให้กินก็โวย
“ใจคอจะไม่หาอะไรให้ฉันไว้กินเลยรึไง”
“คุณผู้หญิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่โรงแรม ใครหิวก็ให้หากินเอง”
สายน้ำผึ้งปิดประตูตู้เย็นดังปังเพื่อแกล้งหาเรื่อง สาวใช้สะดุ้ง เสียงออดดังขึ้นที่หน้าบ้าน ทำให้สายน้ำผึ้งตื่นเต้นคิดว่าจะมีใครกลับมาที่บ้าน
“เอ๊า...ไปดูสิยะว่ามีใครกลับมารึเปล่า”
รสสุคนธ์อุ้มหลานเข้ามาในบ้าน สายน้ำผึ้งมองเห็นน้ามาตามถึงที่นี่ก็รำคาญ
“น้ารสจะมาทำไมกันเนี่ย”
“น้าจะมาตามผึ้งกลับบ้าน”
“ผึ้งบอกน้ารสแล้วใช่ไหมว่าผึ้งกำลังจะมีครอบครัวใหม่”
“แต่นมหลานหมดแล้ว ผึ้งไม่ได้ปั๊มไว้ให้ ลูกร้องหาผึ้งทั้งวัน จะให้ลูกกินนมที่ไหน”
“หย่านมไปก็สิ้นเรื่อง อย่าสำออยนักได้ไหม ผึ้งกำลังท้องแล้วลูกคนนี้ก็เป็นความหวังของผึ้ง ผึ้งต้องประคบประหงมเขาให้ดี”
“แต่นี่ก็ลูกผึ้งเหมือนกัน เขาร้องหาผึ้งทุกวัน จะมัวไปวิ่งตามคนที่เขาไม่สนเราทำไม”
“ก็ผึ้งไม่อยากให้เขากำพร้าถึงได้ออกมาหาพ่อให้เขาอยู่นี่ไง”
“ตอนตัวคนเดียวยังไม่มีใครแล แล้วตอนนี้มีภาระขนาดนี้ใครเขาจะเอาที่สำคัญไม่ใช่ลูกใช่เต้า...”
สายน้ำผึ้งโกรธที่รสสุคนธ์พูดเรื่องนี้ขึ้นมา
“หยุดแล้วกลับไปเลย ผึ้งจะไม่ยอมกลับบ้านไปมือเปล่า ลูกของผึ้งจะต้องไม่กำพร้าพ่อ ผึ้งจะทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์ให้ได้”
รสสุคนธ์เห็นสายน้ำผึ้งยังดันทุรังก็รู้สึกสังเวชใจ เธอทำใจว่าคงจะไม่สามารถทำให้สายน้ำผึ้งกลับมาหาลูกได้แล้ว

ค่ำนั้น กะรัตอยู่ในห้องแต่งตัวหยิบชุดแต่งงานของตัวเองออกมาจะเอาไปทิ้ง กันตาเข้ามาเห็นก็แปลกใจ
“นั่นชุดแต่งงานนี่คะ พี่กั้งจะเอาไปไหน”
“พี่จะทิ้ง เก็บไว้ก็รก”
กันตารีบคว้าไว้
“ถ้าพี่กั้งไม่เอา ยกให้ก้อยก็ได้ เอาไว้ให้ก้อยยืมใส่วันแต่งของก้อยนะ”
“บ้า...แต่งงานทั้งทีจะมาใช้ชุดของพี่ทำไม พี่จะตัดชุดให้ใหม่ เอาให้เริ่ดกว่านี้หลายเท่า”
“จริงนะคะ” กันตาดีใจ
กะรัตไปดึงตัวกันตามากอดด้วยความเอ็นดู กันตาเห็นกะรัตมีความสุขไปด้วยก็ดีใจ กุนตีมองกันตาอย่างสงสัย

กันตากับกุนตีเดินลงบันไดคุยกันมา
“ทำไมอยู่ดีๆถึงตัดสินใจแต่ง”
“ก้อยอยากเห็นคนรอบข้างเรามีความสุขโดยเฉพาะพี่กั้ง”
“ก็วันแต่งงานเป็นถือว่าวันรวมญาติและญาติที่ก้อยอยากให้มามากที่สุดคือ...คุณพิศุทธ์”

กุนตีพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ในสวนสาธารณวันใหม่...ศิวาจับมือกันตาขึ้นมาด้วยความดีใจ
“แต่งงาน นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย คุณบอกว่าคุณจะยอมแต่งงานกับผม”
“ใช่”
“ก่อนหน้านี้ผมขอเท่าไหร่คุณก็ไม่ยอมแต่ง แล้วทำไมตอนนี้...”
“ฉันอยากทำให้คนรอบข้างของฉันมีความสุข บางทีการแต่งงานของเราอาจจะช่วยให้บรรยากาศที่มันแย่ๆกลับมาสดชื่นขึ้นอีกครั้ง คุณโกรธรึเปล่าที่ฉันใช้เหตุผลนี้ในการยอมแต่งงานกับคุณ”
ศิวายิ้มด้วยสายตาแสนรักที่มองกันตา
“ผมจะโกรธคุณได้ยังไง เพราะผมเองก็เป็นคนหนึ่งในคนรอบข้างของคุณที่คุณอยากให้มีความสุข ใช่มั้ย”
กันตาไม่ตอบแต่พยักหน้า ศิวาดึงกันตามากอด
“เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด ผมไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคุณ”
ศิวากอดกันตา เขาแอบเป็นกังวลแต่ณ.ชั่วโมงนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ความรักที่อยู่ตรงหน้าของเขาหลุดมือไปเป็นอันขาด

ค่ำนั้น ศิวาอยู่ที่ในคอนโดมีความสุขที่จะได้แต่งงานกับกันตาแต่ก็เครียดเรื่องสายน้ำผึ้ง เขาหยิบมือถือโทรหาบอดี้การ์ด
“ตอนนี้ฉันกับคุณก้อยกำลังจะไปด้วยดี จับตาสายน้ำผึ้ง ให้ดี อย่าให้มาก่อความวุ่นวาย กับพวกฉันเด็ดขาด”
ศิวาเดินไปยืนตรงระเบียงมองวิวไปข้างหน้า อย่างมุ่งหวังว่าต้องให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปให้ได้

หลายวันผ่านมา...สายน้ำผึ้งมีสีหน้าเครียดเหมือนคนใกล้จะบ้าอิดโรยอดนอน เดินมาหาฟองดาว
“พี่ฟองติดต่อคุณพิศุทธิ์ได้ไหมคะ”
ฟองดาวย้อน
“ไหนน้องผึ้งประกาศไปทั่วว่าย้ายไปอยู่บ้านคุณพิศุทธิ์แล้ว แล้วทำไมถึงติดต่อ คุณพิศุทธิ์ไม่ได้ล่ะคะ”
สายน้ำผึ้งเครียด จนเกือบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่พูดเสียงเข้ม
“เรื่องที่บ้านผึ้งน่ะช่างมันเถอะ แต่ผึ้งอยากรู้ว่าพี่ฟองติดต่อคุณพิศุทธิ์ได้ไหม รู้ไหมว่า เขาหายไปไหนเป็นอาทิตย์ งานการไม่ทำรึไง”
“ไม่ทำค่ะ คุณพิศุทธิ์ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้ว”
สายน้ำผึ้งชะงัก
“หมายความว่ายังไง นี่คุณพิศุทธิ์ลาออกเหรอ”
“ถ้าน้องผึ้งอยากรู้ ก็ไว้ถามคุณพิศุทธิ์เอาเองนะคะ”
สายน้ำผึ้งมองฟองดาวอย่างหงุดหงิด

สายน้ำผึ้งมากดออดอยู่หน้าบ้านพวงหยก รถเจ้าสัวบัญชาเข้ามาจอดจะเข้าบ้าน เจ้าสัวลงจากรถเห็นสายน้ำผึ้งแล้วมองนิ่งๆ สายน้ำผึ้งเดินหน้าเชิดเข้ามา
“สวัสดีค่ะก๋ง ไม่เจอกันตั้งนานนะคะ”
“อ้าว!ว่าไง ลื้อจะมาตอแหลอะไรอีก”
สายน้ำผึ้งชะงัก
“แหม.. พูดอย่างนี้ผึ้งเสียหายนะคะก๋ง ที่ผ่านมาผึ้งพูดความจริงทั้งนั้น ก๋งน่าจะขอบใจผึ้งที่อุตส่าห์ช่วยเพื่อนได้ตาสว่าง”
“ทำให้คนอื่นตาสว่างแล้ว ก็อย่าลืมทำให้ตัวเองตาสว่างด้วยนะ เหมือนที่เอาต้นงิ้วมาให้คนอื่น ก็เก็บไว้ให้ตัวเองด้วย ไม่นานคงได้ใช้”
สายน้ำผึ้งพยายามเก็บอาการไม่พอใจ
“กั้งอยู่ไหมคะ”
“ถ้าลื้อจะมาเล่นละครให้อากั้งดู ลื้อกลับไปเถอะ..บ้านอั๊วมีทีวี มีละครให้ดูเยอะแยะ ละครน้ำดีด้วย ไม่ใช่น้ำเน่าอย่างที่ลื้อแสดง”
สายน้ำผึ้งเริ่มโกรธมากขึ้น
“ถ้าก๋งไม่อยากให้ผึ้งอยู่ที่นี่นาน ก็บอกมาสิคะว่า กั้งอยู่ไหน ผึ้งมีเรื่องจะคุยกับกั้งเรื่องผัวของเรา”

ครอบครัวของกะรัตกำลังนั่งทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา นวลก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“แย่แล้วค่ะ มันมาอีกแล้วค่ะ”
“ใครมาเหรอนวล” กุนตีหันไปถาม
“คุณผึ้งไงคะ บุกมาถึงนี่อีกแล้วค่ะ”
ทุกคนมองหน้ากันแบบไม่อยากจะเชื่อ

เจ้าสัวบัญชาจ้องหน้าสายน้ำผึ้ง
“ลื้อนี่มันหน้าด้านจริงๆ”
“ก๋ง” สายน้ำผึ้งโกรธ
“หรืออั๊วพูดไม่จริง คนเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วว่าตอนนี้คุณชายกับลื้อเป็นยังไง แต่ลื้อยังวิ่งไล่เรียกผู้ชายที่เขาไม่สนลื้อว่าผัว ไม่ให้เรียกว่าหน้าด้านแล้วจะให้เรียกว่าแม่ยอดขมองอิ่มรึ”
สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะ
“ผึ้งรู้แล้วว่ากั้งได้เชื้อหนีความจริงมาจากใคร”
“คนอย่างอั๊วไม่เคยหนีความจริง มีแต่ยืนให้ความจริงมันมาแสดงตรงหน้า”
เจ้าสัวมองสายน้ำผึ้งว่าความจริงที่อยู่ตรงหน้า คืออาการของสายน้ำผึ้งนี่ไง
“ไม่มีผู้ชายที่ไหนหรอกที่เขาจะ ทิ้งเมียกำลังท้องไป นอกจากคนนั้นน่ะไม่ใช่เมียเขา”
เจ้าสัวพูดแทงใจดำ สายน้ำผึ้งโกรธตัวสั่นแทบกรี๊ด
“ลื้อออกไปได้แล้ว”
เจ้าสัวจับแขนสายน้ำผึ้งจะดึงออกไป เธอสะบัดแขนออก แต่เจ้าสัวไม่ยอมปล่อย สายน้ำผึ้งโกรธขึ้นเรื่อยๆ พร้อมสะบัดแขนแรงขึ้น
“ปล่อยนะก๋ง”
เจ้าสัวไม่ยอมปล่อย สายน้ำผึ้งโกรธมากขึ้นจึงออกอย่างแรงผลักด้วยความโกรธ จนเจ้าสัวเสียหลักล้ม หัวไปชนเสาหัวแตก กะรัตวิ่งออกมาจากในบ้าน ทุกคนวิ่งตามแตกตื่น กะรัตพุ่งเข้าไป

“ก๋ง”
สามีตีตรา ตอนที่ 12 (ต่อ)

กะรัตรีบประคองเจ้าสัวที่หัวแตกมีเลือดไหลนั่งที่พื้น สายน้ำผึ้งมองกะรัตแล้วมองเจ้าสัวอย่างโกรธมาก

“ก๋งทำตัวเอง ผึ้งบอกให้ก๋งปล่อย ก๋งไม่เชื่อผึ้งเอง”
สายน้ำผึ้งจะเดินออกไป กะรัตโกรธ เกลียด ความแค้นที่ฝังในใจ แล้วมองเจ้าสัวที่ หัวแตกยิ่งทำให้สติของเธอแตกพล่าน เธอลุกขึ้นอย่างพายุทอร์นาโดพุ่งใส่สายน้ำผึ้งทันที
“ฉันจะฆ่าแก”
“ใจเย็นคุณกั้ง”
นวลปากก็ห้าม แต่ไม่เข้าไปแยก เพราะอยากเห็นสายน้ำผึ้งโดนตบ
“แกทำก๋งฉันเหรอนังผึ้ง ฉันไม่เอาแกไว้แน่”
สายน้ำผึ้งสะบัดตัวออกแล้วผลักกะรัตเซไปอีกทาง
“ก๋งแกอยากจะแกว่งปากหาเสี้ยนเองทำไม”
กะรัตทนไม่ไหวจะเข้าไปตบทึ้งสายน้ำผึ้งอีก กุนตีแยกมาจับกะรัตไว้
“หยุดกั้ง”
สายน้ำผึ้งหลุดออกไปได้
“ไอ้พวกหมาหมู่ ฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกแก”
“ไปเรียกมาเลย เสียค่าปรับไม่กี่บาท ฉันยอม”
กะรัตสะบัดออกจากกันตากับกุนตี เข้าไปจ้องหน้าสายน้ำผึ้ง
“จำไว้นะ ถึงฉันจะเลวขนาดไหน แต่ฉันก็ไม่เคย เหยียบย่ำน้ำใจคนในครอบครัวเหมือนที่แกทำกับน้ารสของแก” กะรัตชี้หน้าสายน้ไผึ้ง “แกทำร้ายฉันคนเดียวได้ แต่อย่าบังอาจแตะต้อง คนในครอบครัวของฉัน”
สายน้ำผึ้งไม่สะทกสะท้าน กลับยิ้มเยาะ
“ดี รักคนในครอบครัวไว้ให้มากๆนะกั้ง เมื่อไหร่ที่ไพ่ใบสุดท้ายของฉันมันเปิดมาล่ะก็ แกจะได้เจ็บมากๆไงล่ะ”
กะรัตชะงัก
“แกหมายความว่ายังไง”
“ฉันรู้ใจแก แกก็รู้ใจฉัน ลองคิดดูสิว่าคน อย่างฉันมันจะทำอะไรได้บ้าง”
“แกจะทำอะไร”
“ฉันเตือนเอาไว้อย่าง...ระวังพี่น้อง จะเจอตอเหมือนกัน”
กะรัตโกรธมาก
“นังผึ้ง แกหมายถึงอะไร แกจะทำอะไร…”
พวงหยกรีบตะโกนไล่สายน้ำผึ้ง
“พอกันได้แล้ว...แม่ผึ้ง...จะยืนรอให้ตายทั้งกลมอยู่ ตรงนี้รึไงยะ”
สายน้ำผึ้งรีบหลบออกจากบ้านไปอย่างเจ็บใจ กะรัตมองตามอย่างระแวงว่า สายน้ำผึ้งมันคิดทำอะไร

ค่ำนั้น เนื้อแพรอยู่ที่สปา นั่งดูภาพของกะรัตสนุกสนานในงานปาร์ตี้จากในหนังสือซุบซิบไฮโซ แล้วแพรถอนใจ พิศุทธิ์แอบเข้ามาเห็นว่าแม่กำลังอ่านอะไรอยู่ก็เข้าใจ
“กั้งเขาดูมีความสุขดีนะครับ พอไม่มีผม ชีวิตเขาดูดีขึ้นเยอะ”
เนื้อแพรสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ พิศุทธิ์ก็โผล่มา
“บางทีคนเราก็ต้องหลอกตัวเองว่ามีความสุขเพื่อให้อยู่ได้นะชาย”
“แม่ไม่เชื่อว่ากั้งเขาจะมีความสุขจริงๆเหรอครับ”
“คนอกหักถ้าไม่เศร้าจมดิ่งก็จะออกไปหาอะไรสนุกๆเพื่อให้ลืม แม่ว่าหนูกั้งกำลังเป็นอย่างหลัง เขาแกล้งพยายามทำให้ลืม”
“อีกไม่นานเขาก็จะสนุกจนลืมผมจริงๆ”
“แล้วชายลืมหนูกั้งได้ด้วยรึเปล่า ลองไปเจอหนูกั้งที่งานแต่งหนูก้อยเขาดูก่อนเถอะ ถ้าชายไม่รู้สึกอะไร แม่จะเชื่อว่าชายลืมเขาได้แล้วจริงๆ”
“คุณก้อยจะแต่งงานแล้วเหรอครับ”
“จะแต่งอยู่อีกไม่กี่อาทิตย์นี้แล้ว”
“สงสัยผมอยู่ไม่ถึงงานแต่งของเขาหรอกครับ ผมจะย้ายไปทำงานที่อเมริกา”
เนื้อแพรตกใจ
“ชาย...” เนื้อแพรนิ่งไปนิดแล้วตัดสินใจถาม “ชายตัดสินใจแบบนี้เพราะต้องการหนีกะรัตใช่มั้ย”
พิศุทธิ์ไม่ตอบ
“ชาย”
“ผมขอตัวก่อนนะครับแม่”

พิศุทธิ์เดินไป เนื้อแพรมองอย่างเป็นห่วงเพราะเห็นว่าตลอดเวลาที่หายไปอยู่ทะเลไม่ได้ทำให้พิศุทธิ์ทำใจขึ้นได้บ้างเลย
หลายวันต่อมา...กะรัตนั่งปักชุดแต่งงานให้กันตาอยู่ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรูปคู่ระหว่างเธอกับพิศุทธิ์อยู่บนโต๊ะ แล้วอดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ เธอคว้ากรอบรูปนั้นโยนทิ้งลงถังขยะทันที กะรัตเบื่อตัวเองที่ยังเสียใจเวลาคิดถึงพิศุทธิ์ เธอจึงคว้ามือถือมา จะกดลบเบอร์เขาออก เธอมองหน้าจอมือถือที่ปรากฏรูปและเบอร์โทรของเขาอยู่อย่างชั่งใจ เธอเลื่อนไปที่ปุ่มลบ แต่วางมือถือลงเพราะยังทำใจลบพิศุทธิ์ออกไปจากชีวิตไม่ได้จริงๆ

ในห้องนอนพิศุทธิ์บ้านเนื้อแพร...พิศุทธิ์กำลังเก็บเสื้อผ้าส่วนที่เหลือเข้ากระเป๋าเดินทางเพื่อจะเตรียมไปเมืองนอก เขาหันไปมองสภาพห้องที่ตอนนี้เละเทะ เต็มไปด้วยข้าวของใช้ของสายน้ำผึ้ง พิศุทธิ์ปิดกระเป๋า แล้วไปเปิดลิ้นชักหยิบหนังสือเดินทางออกมา เขามองห้องรกรุงรังของเขาอย่างปลงๆ

พิศุทธิ์เตรียมเอกสารสำหรับเดินทางใส่กระเป๋าจนเสร็จ ในห้องนอนชั้นบนของสปาเนื้อแพร เขาล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผากครุ่นคิดหนักอยู่ๆ เสียงมือถือของเขาที่เปิดสั่นไว้ก็มีสัญญาณเรียกเข้ามา พิศุทธิ์รีบหยิบมือถือมาดูแล้วอึ้งเมื่อเห็นว่าที่หน้าจอปรากฏเป็นรูปของกะรัต เขารีบลุกขึ้นนั่งทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นกะรัตโทรหาเขา พิศุทธิ์ลนอยู่นานก่อนจะกดรับสายอย่างลุ้นๆ
“กั้ง...นั่นคุณเหรอ...” พิศุทธิ์เริ่มร้อนใจ “คุณได้ยินผมไหม”
พิศุทธิ์เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเมื่อไม่ได้ยินปลายสายพูดว่าอะไร พอได้ยินเสียงทางนั้นก็ลุกขึ้นด้วยความร้อนใจ
“ครับ...ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
พิศุทธิ์รีบหยิบกุญแจรถแล้วออกจากห้องไป เนื้อแพรรู้สึกตัวตื่นขึ้น เธอไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่พอเห็นพิศุทธิ์ออกไปอย่างรีบร้อนแบบนั้นก็รู้ว่าเขาคงเป็นห่วงกะรัตมาก

พิศุทธิ์เข้ามาที่ผับแห่งหนึ่ง พนักงานพาเขาไปหากะรัตซึ่งหลับฟุบคาอยู่กับบาร์เหล้า
“ผมเห็นเบอร์พี่ล็อคอยู่เบอร์แรก มั่นใจว่าต้องใช่แฟนแน่ๆ ก็เลยตัดสินใจโทรตาม”
“ขอบคุณมาก เดี๋ยวผมจะพาเขากลับไปเอง”
พิศุทธิ์เข้าไปเรียกกะรัตใกล้ๆ
“กั้ง...กั้งได้ยินผมไหม”
“จัดหนักขนาดนี้ผมว่าคงรู้สึกตัวอีกทีพรุ่งนี้เลยล่ะพี่”
พิศุทธิ์ดูท่าแล้วว่ากะรัตคงไม่รู้สึกตัวแน่ๆ จึงตัดสินใจอุ้มพร้อมหยิบกระเป๋าของเธอมาด้วย

พิศุทธิ์ขับรถของกะรัตเพื่อไปส่งเธอที่บ้าน กะรัตหลับใหลอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ตลอดเวลาเธอกระสับกระส่ายอย่างทรมานและละเมอ
“อย่าเพิ่งปิดน๊า เดี๋ยวฉันทิปให้”
พิศุทธิ์หันมามองกะรัตที่เมาหมดสภาพอย่างเหนื่อยใจ กะรัตพลิกตัวมาเห็นพิศุทธิ์อยู่ข้างๆก็งงแต่เธอเข้าใจว่าเป็นภาพหลอนจากอาการตาฝาดอย่างทุกทีที่เมาจึงไม่ใส่ใจ
“ทำไมคุณไม่ไปซะที ตามหลอกตามหลอนกันอยู่ได้”
“ผมไปแล้วใครจะคอยมารับคุณแบบนี้ล่ะ”
“ชิ่ว...ชิ่ว...ไปซี่”
กะรัตเมาพับหลับไปอย่างเก่า พิศุทธิ์เห็นแล้วก็นึกขำที่เธอเมาไม่เหลือสภาพเลย

นวลกับสมหวังนั่งสัปหงกเฝ้ารอกะรัตอยู่หน้าบ้าน พิศุทธิ์อุ้มกะรัตที่หมดสติเข้ามาในบ้าน นวลกับสมหวังพากันตื่นตกใจที่เห็นกะรัตกลับมากับพิศุทธิ์
“นี่คุณพิศุทธิ์ไปรับคุณกั้งมาจากที่ไหนคะ”
“เขาไปเมาอยู่ที่บาร์ ที่ร้านเลยโทรให้ผมไปรับ”
“อีกแล้วเหรอคะ”
“เดี๋ยวผมจัดการทุกอย่างให้เอง นวลไม่ต้องห่วงนะ”
พิศุทธิ์อุ้มกะรัตขึ้นบันไดไป นวลรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นพิศุทธิ์คอยดูแลกะรัตอย่างเก่า สมหวังมองตามอย่างชื่นชม
“ไม่น่าไปกันไม่รอดเลยนะ”
“ถ้ารู้ว่าคุณพิศุทธิ์ยังห่วงขนาดนี้ คุณกั้งคงจะดีใจ”
นวลมองตามอย่างปลื้มปริ่มที่ได้เห็นวันดีๆแบบเก่าเกิดขึ้นอีกครั้ง

พิศุทธิ์วางร่างของกะรัตลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน เธอไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวแต่อย่างใด พิศุทธิ์ถอดรองเท้าออกให้อย่างรู้หน้าที่จากนั้นก็มานั่งลงข้างๆ เพื่อถอดตุ้มหูและนาฬิกาออกให้ กะรัตนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องราว พิศุทธิ์มองดูในมุมใกล้ๆ ด้วยความคิดถึง เขาจดจ้องเธออย่างสำรวจหลังจากที่ไม่ได้เจอเธอมานาน กะรัตละเมอ
“กู๊ดไนท์”
พิศุทธิ์เผลอตัวยิ้มที่กะรัตทำเหมือนยังกับจะบอกราตรีสวัสดิ์เขา
“กู๊ดไนท์”
พิศุทธิ์ค่อยๆก้มลงจะกู๊ดไนท์คิสกะรัตอย่างทุกครั้ง แต่เมื่อกำลังจะจรดริมฝีปากลง เขาก็กลับยั้งตัวเองเอาไว้ได้ทันเพราะกลัวจะห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้อีก พิศุทธิ์จะลุกกลับเขาเอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่หัวเตียงแล้วกลับพบกล่องแหวนในถังขยะข้างๆเตียง เขาก้มลงไปหยิบกล่องแหวนมาดู พอเปิดออกก็เจอแหวนแต่งงานอยู่ภายใน พิศุทธิ์อึ้งไปไม่นึกว่ากะรัตจะทิ้งแหวนแต่งงานของเขา พิศุทธิ์เข้าใจว่ากะรัตคงตั้งใจลืมเขาแล้วจริงๆ เขาตัดใจออกจากห้องมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายเพราะเชื่อว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้เจอกับเธอ
“ผมไปนะ ขอให้คุณโชคดี”

พิศุทธิ์ค่อยๆปิดประตูออกไป กะรัตเมาหลับจนไม่รับรู้อะไรเลย
พิศุทธิ์ออกจากบ้านไป นวลกับสมหวังตามมาส่ง พิศุทธิ์ส่งกุญแจรถของกะรัตคืนให้กำชับสองคนจริงจัง
“อย่าบอกกั้งเรื่องที่ผมมาวันนี้นะ”
“อ้าว...ทำไมล่ะคะ”
“เขาคงไม่ชอบที่ผมมาวุ่นวายกับเขา”
นวลไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้พิศุทธิ์รู้สึกอย่างนั้น
“เดี๋ยวผมเอารถออกไปส่งให้นะครับ”
“ไม่เป็นไร อย่าลำบากเลย ผมกลับเองได้ ไปพักผ่อนกันเถอะครับ”
พิศุทธิ์เดินออกจากบ้านไปในความมืด โดยมีสมหวังออกไปส่งที่หน้าประตูบ้าน นวลมองพิศุทธิ์อย่างสงสาร
“ทำไมคุณกั้งถึงเสียคนดีๆอย่างนี้ไปได้นะ”

เช้าวันต่อมา...นวลเข้ามาปลุกกะรัตที่ห้อง
“คุณกั้ง...คุณกั้งขาตื่นได้แล้วค่ะ”
กะรัตรู้สึกตัวตื่นขึ้น แทบลืมตาไม่ขึ้นเพราะรู้สึกแฮงค์อย่างหนัก
“คุณต้องไปดูโรงแรมเป็นเพื่อนคุณก้อยไม่ใช่เหรอคะ”
กะรัตสะดุ้งสุดตัวทันทีเพิ่งนึกได้
“ใช่...จริงด้วย โอยปวดหัวจังเลยนวล”
“เห็นบ่นทุกวันแต่ก็เมาได้ทุกวัน”
“นี่จำไม่ได้เลยว่ากลับมาถึงตอนไหน”
นวลคันปากอยากจะบอกอย่างแรง
“ลองนึกดูดีๆสิคะว่ากลับมายังไง”
กะรัตรำคาญคว้ามือถือจากหัวเตียงมา
“โอย...ช่างเถอะ ขอฉันจะโทรไปบอกยายก้อยก่อน เดี๋ยวงอนขึ้นมาจะยุ่ง”
กะรัตเอาโทรศัพท์จะกดหากันตา แต่แล้วกลับพบว่าในเบอร์ที่โทรออกล่าสุดนั้นเป็นเบอร์ของพิศุทธิ์ กะรัตลุกพรวดจากเตียง
“ตายแล้วน
กำลังโหลดความคิดเห็น...