xs
sm
md
lg

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 15

เผยแพร่:

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 15

เช้าวันนี้แม่เลี้ยงอมราพร้อมคณะ มาหาเสียงละแวกชุมชนใกล้ร้านหนานเทือง

แม่เลี้ยงไหว้กราดชาวบ้านท่าทีนอบน้อมสุดชีวิต มีชาวบ้านมาคล้องมาลัย กาบถือน้ำ ผ้าเย็นตาม ชีพแจกแผ่นพับ

“ฝากด้วยนะคะ ทุ่งทองจะพัฒนา เลือกแม่เลี้ยงอมรา เป็นนายกเทศมนตรีนะจ๊ะ” แม่เลี้ยงจ๊ะจ๋าเสียงใส

พิมพรเดินมากับจีรณะ เอานิ้วอังจมูก ฟุดฟิด ฝุ่นละออง ใส่หมวก สวมแว่น เอาแผ่นพับโบกพัดตัวเองไปมา

“ถ้าร้อน คุณพิมแวะพักที่ร้านหนานเทืองตรงโน้นก็ได้นะครับ”

พิมพรมองไป “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มีแอร์ก็ร้อนเหมือนกัน” แล้วมองผิวตัวเองบ่นๆ “รู้งี้ลงซันบล็อคมาหนาๆ กว่านี้ดีกว่า”

จีรณะส่งน้ำดื่มที่เป็นขวดให้พิมพร

ข้างฝาร้านหนานเทืองยามนี้ มีรูปแม่เลี้ยง กับผู้สมัครอื่นติดอยู่เต็มร้าน บัวหอมยืนอยู่กับหนานเทือง มองไปที่จีรณะ บัวหอมเปิดฉากเม้าท์

“เฮ้อ...ในที่สุดคุณจีก็เปลี่ยนไป นี่ละน้า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน ลูกสาวแม่เลี้ยงทั้งสาวทั้งสวย ไหนจะทรัพย์สินเงินทองอีก เจอแบบนี้ขนาดตุ๊เจ้า (พระ) ก็ยังต้องสึก”

“คุณจีอาจจะเข้าไปทำให้แม่เลี้ยงกลับตัวกลับใจ มาทำดีเพื่อทุ่งทองก็ได้ หัดมองคนในแง่ดีบ้าง” หนานเทืองทักท้วง

“ถ้าเป็นจะอั้นได้ เฮาก็จะโมทนาสาธุ เพราะมันยากยิ่งกว่าเปลี่ยนทะเลให้เป็นแม่น้ำอีก”

ฟากลุงคำปันเดินเข้ามาหาจีรณะ

“พ่อจี ลุงเลิกปลูกข้าวโพดดีมั้ย เอาที่ไว้เลี้ยงเป็ด เพราะแม่เลี้ยงรับประกันไข่ฟองละห้าบาท เดี๋ยวลุงจะหาทุนล้อมรั้วซื้อพันธุ์เป็ดมาลง”

“ลุงคิดคำนวณให้ดีก่อนนะครับ ถ้าฤดูไหนไข่ล้นตลาด ราคามันจะถูกลง ฤดูกาลไหนแห้งแล้ง มีโรคระบาด ไข่มันก็จะแพงขึ้น”

คำปันงง “เหรอ เอ หรือลุงจะเอาเงินไปซื้อรถอีแต๋นดี ได้ลดตั้งห้าพัน”

“ลุงต้องคิดก่อนว่าซื้อแล้วจะมีเงินผ่อนต่อหรือเปล่า ใช้งานได้คุ้มค่ามั้ย ไถคราด สูบน้ำ ปั่นไฟ บรรทุกผลผลิต เดินทาง ค่าน้ำมันเท่าไหร่ คนที่เค้าทำนา ซื้อไปจะคุ้มกว่าหรือเปล่า”

คำปันงง “แล้วตกลงไอ้นโยบายแม่เลี้ยงนี่มันดีหรือเปล่าล่ะ พ่อจี”

ชีพเดินมาใกล้เพราะสงสัยว่าจีรณะพูดอะไรกับคำปัน

“ดีซิครับ นโยบายนี้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ลุงต้องคิดถึงผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นทั้งกับลุงเอง และชุมชนของเราให้รอบคอบก่อน”

ชานชราเกาหัว งง ดูโบร์ชัวร์ คิดไม่ออก ชีพจะเข้ามาหาเรื่อง จีรณะเดินเข้าไปโอบพิมพรที่พักอยู่ในชายคา

“ผมว่าคุณพิมไปนั่งรอในรถดีกว่า เดี๋ยวผมซื้อน้ำอัดลมไปให้”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ”

จีรณะโอบพิมพรไป ชีพมองตามสงสัยจีรณะเอามากๆ

แม่เลี้ยงเรียก “ไอ้ชีพ มานี่ เอาแผ่นพับมาหน่อย”

ชีพวิ่งเอาแผ่นพับไปให้ แม่เลี้ยงอมราจ๊ะจ๋า “ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ คนอย่างแม่เลี้ยงอมรา พูดจริงทำจริง อมราเบอร์อะไรเจ้าhellip;”

ชาวบ้านรวมคำปัน ตะโกนลั่น “เบอร์หนึ่ง”

มีเสียงตบมือเฮฮากัน ประสานเสียงกลองยาวแว่วมา

อีกมุมหนึ่ง เห็นขบวนกลองยาวของ มหาเชียร ผู้สมัครอีกคนพร้อมทีมเดินกันมา มหาเชียร แต่งตัวในชุด เสื้อคอกลมสีขาว และทีมธรรมยาตราแต่งม่อห้อม สะพายย่ามสีกลัก

นอกจากนี้ บรรดาลูกทีมถือกระจาดติดเบอร์ 3 กับรูปขาวดำของมหา พวกชาวบ้านสองข้างทาง สนใจกัน

“ใครมีมะกรูดมาแลกมะนาว ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย เอาวะเบอร์ 3 เลือกมหาเชียรเอย” กลองยาวร้อง สนุกสนาน

จีรณะมองไปที่รถหาเสียงอย่างสนใจ

ชาวบ้านรวมทั้งคำปันที่ฟังแม่เลี้ยงอมราอยู่เหลียวมองไป สายพิณวิ่งมาบอก

“หมู่เฮา มหาเชียร มาหาเสียงทางโน้นแล้ว ไปกราบเปิ้นกัน”

คำปันตื่นเต้น “ฮะ มหาเชียรลงสมัครด้วยเหรอ”

ชาวบ้านเฮกันไปทางมหาเชียร แม่เลี้ยงงง

“ใคร มหาเชียร”

ชีพก็งง

ชาวบ้านมาไหว้มหาเชียรกัน มหาเดินถึงหน้าร้านหนานเทืองพอดี

“ธรรมรักษาๆ” มหาทักตอบ

หนานเทืองร้องเรียกอย่างสนิทสนม “สวัสดี พี่มหา”

“หนานเทือง สวัสดีๆ สวัสดีทุกคน”

ลูกทีมส่งเสียงแจ้วๆ “เลือกหนานเทือง เบอร์สามนะเจ้า”

ลูกทีมไหว้สวยงาม แจกแผ่นพับพิมพ์ราคาถูกๆ จีรณะเดินเข้ามาไหว้ทักทาย

“จำผมได้มั้ยครับ”

“ทำไมจะไม่ได้ จีรณะ ลูกครูเจือ แต่ตอนนี้เป็นลูกเขยแม่เลี้ยงอมราไปแล้ว” มหาพูดยิ้มๆ ไม่ได้แดกดัน

จีรณะยิ้มเจื่อนๆ

เวลาต่อมา มหาเชียรเข้ามานั่งในร้าน หนานเทือง เอาน้ำมาเสิร์ฟ บัวหอมกับสายพิณอยู่ด้วย

“มหาเชียรเป็นรุ่นพี่ชั้นปีนึง แกบวชสามสิบพรรษา ชั้นสามพรรษา แกเปรียญธรรมเก้าประโยค ชั้นนักธรรมตรี” หนานเทืองแนะนำ

“พ่อพาผมไปทำบุญกับลุงมหาบ่อยๆ ตอนที่ลุงมหายังบวชอยู่” จีรณะเสริม

บัวหอม และสายพิณ เข้ามานั่งยองๆ ท่าทีนอบน้อม ยกมือไหว้ท่วมหัว

“เฮาศรัทธาท่านมหามาเมินแล้วเจ้า” สายพิณนำร่อง

บัวหอมตาม “อู๊ย เฮาก็ได้ยินแต่ชื่อ เพิ่งเห็นตัวจริงวันนี้เป็นบุญนักหนา สาธุๆๆๆ”

หนานเทืองตีมือๆ “พอๆ เอามือลงได้แล้วไม่ใช่พระ”

“คิดยังไงถึงได้มาลงสมัครเลือกตั้งกับเค้าครับมหา ผมว่ามันเป็นเรื่องวุ่นวายทางโลก มหาไม่น่าจะมาสนใจกับเรื่องพวกนี้”

“การเมืองไม่ได้วุ่นวายอะไรหรอก คนต่างหากที่วุ่นวาย มันเป็นงานที่ต้องการคนเสียสละเพื่อส่วนรวม เห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ถ้าเห็นแก่ตัวและพวกพ้องมากกว่าประเทศชาติเมื่อไหร่ ความฉิบหายก็เกิดเมื่อนั้น”

ทุกคนเห็นด้วยฮือฮาตบไม้ตบมือ

สายพิณปลื้ม “ท่านมหาอู้ได้โดนใจแต๊ๆ”

ขณะเดียวกันแม่เลี้ยงอมรากับชีพมองเข้ามาในร้านหนานเทือง แม่เลี้ยงไม่พอใจมาก

“ไอ้มหาเชียร มันโผล่มาจากหลุมไหนเนี่ย”

เย็นนั้นแม่เลี้ยง พีรพงษ์ พร้อมกับชีพเดินเข้าคุ้มมาปรึกษากันไปด้วย

“โอ๊ย ไม่ต้องห่วงหรอกครับ แม่เลี้ยง สารรูปอย่างนั้นจะมาทำอะไรเราได้ อาชีพหลักก็เป็นแค่มัคนายก วันๆ ก็อาศัยข้าวก้นบาตรประทังชีวิต แม่เลี้ยงอย่าลืมสิครับ ผลสำรวจมันออกมาแล้ว เรานำโด่ง”

ชีพตั้งข้อสังเกต “แต่นายจีรณะดูสนิทสนมกับไอ้มหานั่นด้วย...ถ้าเกิดมันหักหลังเราก็แย่นะครับ ผมว่าจัดการซะแต่ตอนนี้ดีกว่า”

แม่เลี้ยงอมราคิดหนัก “ต้องทำกันขนาดนั้นเชียวเหรอ”

“ผมไม่เห็นด้วย ถ้าฆ่าไอ้มหา แม่เลี้ยงต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่ง เพราะมันไม่มีเรื่องชู้สาว หรือธุรกิจอะไรให้ตำรวจสงสัย”

แม่เลี้ยงเออออ “เออ..พ่อพงษ์พูดถูก แกนี่มันจะฉุดฉันลงเหวอยู่เรื่อย แล้วเราจะแก้ไขยังไงกันดีล่ะ พ่อพงษ์”

“ผมว่าเราทุ่มเงินอีกหน่อยดีกว่า อีกไม่นานท่านหัวหน้าพรรคก็จะจ่ายเงินสนับสนุนให้ผู้สมัครอย่างคุณป้าอยู่แล้ว”

“ก็ได้ พ่อพงษ์จะเอาอีกเท่าไหร่”

ครั้นพอแม่เลี้ยงกับพีรพงษ์และชีพ เดินมาที่สำนักงานในคุ้ม ได้ยินเสียงกุกกัก แถมประตูแง้มอยู่ก็แปลกใจ

“เอ๊ะ ยัยโสกลับมาแล้วเหรอ เห็นว่าจะไปออฟฟิศโน้นนี่”

พอเข้าไปในห้องเห็นจีรณะ ยืนดูตารางรายชื่อตำบลต่างๆ และหมู่บ้าน ดูวันที่ไปหาเสียงเทียบกับบัญชีเบิกจ่ายค่าน้ำมันบนแฟ้มในมือ แม่เลี้ยงตกใจปนโกรธ

“จีรณะ แกเข้ามาทำอะไรในห้องนี้”

“ผมก็มาทำงานในฐานะลูกเขยคนโตมันผิดตรงไหนไม่ทราบ”

ชีพตรงเข้าไปแย่งแฟ้มจากมือจีรณะ “นี่ไง มันแอบมาดูรายชื่อ ตำบลหมุ่บ้านที่เราไปหาเสียง”

พีรพงษ์ชักปืนที่เหน็บมาเดินเข้าไปหาจีรณะ “ล็อคตัวมันแล้วค้นตัว”

ชีพล็อคจีรณะตามสั่ง โสภิตกลับเข้ามาจากข้างนอกเห็นเข้าก็ตกใจ

“อุ๊ย อะไรกันคะ”

“ไอ้หนอนบ่อนไส้นี่น่ะซิ มันเข้ามาล้วงความลับในห้องนี้” แม่เลี้ยงบอก

“จริงเหรอ” โสภิตจ้องหน้าจีรณะ

“ครับ ผมมาล้วงความลับ ความลับที่แม่เลี้ยงถูกโกง ก็เลยจะถูกฆ่าปิดปาก” จีรณะมองหน้าพีรพงษ์อย่างท้าทาย

พีรพงษ์แค้น “แกอย่ามาแก้ตัว”

“ผมไม่ได้แก้ตัว จะกล้าฟังมั้ยล่ะ” จีรณะท้า

แม่เลี้ยงอมรายกมือห้ามพีรพงษ์ให้เอาปืนลง “ไหน ชั้นถูกโกงยังไง ใครโกง ว่ามาซิ”

“ดูนี่”

จีรณะชี้ตารางที่ข้างฝากับในแฟ้มให้แม่เลี้ยงดู “หมู่บ้านนี้มีชาวบ้านอยู่แค่สี่หลังคาเรือนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเก้าคน ทีมหาเสียงเข้าไปทำไมวันละสามสี่เที่ยว ค่าน้ำมันเท่าไหร่ ซื้อเสียงไปเท่าไหร่กี่หัว จ่ายกับมือหรือผ่านหัวคะแนน”

แม่เลี้ยงคล้อยตาม “เออ นั่นซิ...พ่อพงษ์”

พีรพงษ์โมโห “แกอย่ามาทำเป็นรู้ดี แกเคยไปหรือไง”

“หมู่บ้านในทุ่งทอง ผมไปมาหมดแล้วทุกหมู่บ้าน เพราะผมต้องทำวิจัย...”

โสภิตสวนออกมา “ไอ้หมู่บ้านที่คุณพูด มันอาจจะเป็นที่อยู่ของพวกหัวคะแนนเลยต้องเข้าไปบ่อย แล้วแม่ชั้นก็ไม่เคยซื้อเสียง พวกหัวคะแนนต่างหากที่ทำ”

จีรณะโมโห ชี้ไปที่กล่องใส่รูปวางเรียงอยู่ด้านหนึ่งของห้อง สิบกว่ากล่อง ขนาดประมาณ 24x12 นิ้ว “รูปพวกนี้ล่ะ สั่งมากองพะเนินเทินทึก แต่ในใบเบิกเงิน จำนวนของมากกว่าที่เห็นสามเท่า มันไปอยู่ไหน”

โสภิตแกล้งทำเป็นไม่เชื่อ แก้ต่างแทนพีรพงษ์ “คุณก็พูดเกินไป อีกหน่อยคุณพงษ์เค้าต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกับชั้น เค้าไม่โกงเงินเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก”

พีรพงษ์ปลื้ม “น้องภิตพูดถูก แกอย่ามากุเรื่อง สร้างความสำคัญให้ตัวเองหน่อยเลย”

แม่เลี้ยงตัดบท “เอาละๆ ถ้ายัยภิตช่วยดูให้แม่แล้ว มันก็ไม่มีปัญหาหรอก แล้วแก จีรณะ ห้ามแกเข้ามายุ่งในห้องนี้อีกเด็ดขาด”

แม่เลี้ยงเดินออกไป ชีพเยาะเย้ย “ได้ยินชัดแล้วไม่ใช่เหรอ”

จีรณะเดินออก ผ่านหน้าโสภิต “ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะเป็นไปได้ขนาดนี้”

โสภิตทำเป็นเชิดไม่สน รณะจียั๊วเดินพรวดๆ ออกไป ชีพตาม

พีรพงษ์มองโสภิตอย่างปลาบปลื้ม

อ่านต่อหน้า 2 / 17.00 น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...