xs
xsm
sm
md
lg

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 15

เช้าวันนี้แม่เลี้ยงอมราพร้อมคณะ มาหาเสียงละแวกชุมชนใกล้ร้านหนานเทือง

แม่เลี้ยงไหว้กราดชาวบ้านท่าทีนอบน้อมสุดชีวิต มีชาวบ้านมาคล้องมาลัย กาบถือน้ำ ผ้าเย็นตาม ชีพแจกแผ่นพับ
“ฝากด้วยนะคะ ทุ่งทองจะพัฒนา เลือกแม่เลี้ยงอมรา เป็นนายกเทศมนตรีนะจ๊ะ” แม่เลี้ยงจ๊ะจ๋าเสียงใส
พิมพรเดินมากับจีรณะ เอานิ้วอังจมูก ฟุดฟิด ฝุ่นละออง ใส่หมวก สวมแว่น เอาแผ่นพับโบกพัดตัวเองไปมา
“ถ้าร้อน คุณพิมแวะพักที่ร้านหนานเทืองตรงโน้นก็ได้นะครับ”
พิมพรมองไป “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มีแอร์ก็ร้อนเหมือนกัน” แล้วมองผิวตัวเองบ่นๆ “รู้งี้ลงซันบล็อคมาหนาๆ กว่านี้ดีกว่า”
จีรณะส่งน้ำดื่มที่เป็นขวดให้พิมพร

ข้างฝาร้านหนานเทืองยามนี้ มีรูปแม่เลี้ยง กับผู้สมัครอื่นติดอยู่เต็มร้าน บัวหอมยืนอยู่กับหนานเทือง มองไปที่จีรณะ บัวหอมเปิดฉากเม้าท์
“เฮ้อ...ในที่สุดคุณจีก็เปลี่ยนไป นี่ละน้า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน ลูกสาวแม่เลี้ยงทั้งสาวทั้งสวย ไหนจะทรัพย์สินเงินทองอีก เจอแบบนี้ขนาดตุ๊เจ้า (พระ) ก็ยังต้องสึก”
“คุณจีอาจจะเข้าไปทำให้แม่เลี้ยงกลับตัวกลับใจ มาทำดีเพื่อทุ่งทองก็ได้ หัดมองคนในแง่ดีบ้าง” หนานเทืองทักท้วง
“ถ้าเป็นจะอั้นได้ เฮาก็จะโมทนาสาธุ เพราะมันยากยิ่งกว่าเปลี่ยนทะเลให้เป็นแม่น้ำอีก”

ฟากลุงคำปันเดินเข้ามาหาจีรณะ
“พ่อจี ลุงเลิกปลูกข้าวโพดดีมั้ย เอาที่ไว้เลี้ยงเป็ด เพราะแม่เลี้ยงรับประกันไข่ฟองละห้าบาท เดี๋ยวลุงจะหาทุนล้อมรั้วซื้อพันธุ์เป็ดมาลง”
“ลุงคิดคำนวณให้ดีก่อนนะครับ ถ้าฤดูไหนไข่ล้นตลาด ราคามันจะถูกลง ฤดูกาลไหนแห้งแล้ง มีโรคระบาด ไข่มันก็จะแพงขึ้น”
คำปันงง “เหรอ เอ หรือลุงจะเอาเงินไปซื้อรถอีแต๋นดี ได้ลดตั้งห้าพัน”
“ลุงต้องคิดก่อนว่าซื้อแล้วจะมีเงินผ่อนต่อหรือเปล่า ใช้งานได้คุ้มค่ามั้ย ไถคราด สูบน้ำ ปั่นไฟ บรรทุกผลผลิต เดินทาง ค่าน้ำมันเท่าไหร่ คนที่เค้าทำนา ซื้อไปจะคุ้มกว่าหรือเปล่า”
คำปันงง “แล้วตกลงไอ้นโยบายแม่เลี้ยงนี่มันดีหรือเปล่าล่ะ พ่อจี”
ชีพเดินมาใกล้เพราะสงสัยว่าจีรณะพูดอะไรกับคำปัน
“ดีซิครับ นโยบายนี้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ลุงต้องคิดถึงผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นทั้งกับลุงเอง และชุมชนของเราให้รอบคอบก่อน”
ชานชราเกาหัว งง ดูโบร์ชัวร์ คิดไม่ออก ชีพจะเข้ามาหาเรื่อง จีรณะเดินเข้าไปโอบพิมพรที่พักอยู่ในชายคา
“ผมว่าคุณพิมไปนั่งรอในรถดีกว่า เดี๋ยวผมซื้อน้ำอัดลมไปให้”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ”
จีรณะโอบพิมพรไป ชีพมองตามสงสัยจีรณะเอามากๆ
แม่เลี้ยงเรียก “ไอ้ชีพ มานี่ เอาแผ่นพับมาหน่อย”
ชีพวิ่งเอาแผ่นพับไปให้ แม่เลี้ยงอมราจ๊ะจ๋า “ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ คนอย่างแม่เลี้ยงอมรา พูดจริงทำจริง อมราเบอร์อะไรเจ้า…”
ชาวบ้านรวมคำปัน ตะโกนลั่น “เบอร์หนึ่ง”

มีเสียงตบมือเฮฮากัน ประสานเสียงกลองยาวแว่วมา

อีกมุมหนึ่ง เห็นขบวนกลองยาวของ มหาเชียร ผู้สมัครอีกคนพร้อมทีมเดินกันมา มหาเชียร แต่งตัวในชุด เสื้อคอกลมสีขาว และทีมธรรมยาตราแต่งม่อห้อม สะพายย่ามสีกลัก

นอกจากนี้ บรรดาลูกทีมถือกระจาดติดเบอร์ 3 กับรูปขาวดำของมหา พวกชาวบ้านสองข้างทาง สนใจกัน
“ใครมีมะกรูดมาแลกมะนาว ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย เอาวะเบอร์ 3 เลือกมหาเชียรเอย” กลองยาวร้อง สนุกสนาน
จีรณะมองไปที่รถหาเสียงอย่างสนใจ
ชาวบ้านรวมทั้งคำปันที่ฟังแม่เลี้ยงอมราอยู่เหลียวมองไป สายพิณวิ่งมาบอก
“หมู่เฮา มหาเชียร มาหาเสียงทางโน้นแล้ว ไปกราบเปิ้นกัน”
คำปันตื่นเต้น “ฮะ มหาเชียรลงสมัครด้วยเหรอ”
ชาวบ้านเฮกันไปทางมหาเชียร แม่เลี้ยงงง
“ใคร มหาเชียร”
ชีพก็งง

ชาวบ้านมาไหว้มหาเชียรกัน มหาเดินถึงหน้าร้านหนานเทืองพอดี
“ธรรมรักษาๆ” มหาทักตอบ
หนานเทืองร้องเรียกอย่างสนิทสนม “สวัสดี พี่มหา”
“หนานเทือง สวัสดีๆ สวัสดีทุกคน”
ลูกทีมส่งเสียงแจ้วๆ “เลือกหนานเทือง เบอร์สามนะเจ้า”
ลูกทีมไหว้สวยงาม แจกแผ่นพับพิมพ์ราคาถูกๆ จีรณะเดินเข้ามาไหว้ทักทาย
“จำผมได้มั้ยครับ”
“ทำไมจะไม่ได้ จีรณะ ลูกครูเจือ แต่ตอนนี้เป็นลูกเขยแม่เลี้ยงอมราไปแล้ว” มหาพูดยิ้มๆ ไม่ได้แดกดัน
จีรณะยิ้มเจื่อนๆ
เวลาต่อมา มหาเชียรเข้ามานั่งในร้าน หนานเทือง เอาน้ำมาเสิร์ฟ บัวหอมกับสายพิณอยู่ด้วย
“มหาเชียรเป็นรุ่นพี่ชั้นปีนึง แกบวชสามสิบพรรษา ชั้นสามพรรษา แกเปรียญธรรมเก้าประโยค ชั้นนักธรรมตรี” หนานเทืองแนะนำ
“พ่อพาผมไปทำบุญกับลุงมหาบ่อยๆ ตอนที่ลุงมหายังบวชอยู่” จีรณะเสริม
บัวหอม และสายพิณ เข้ามานั่งยองๆ ท่าทีนอบน้อม ยกมือไหว้ท่วมหัว
“เฮาศรัทธาท่านมหามาเมินแล้วเจ้า” สายพิณนำร่อง
บัวหอมตาม “อู๊ย เฮาก็ได้ยินแต่ชื่อ เพิ่งเห็นตัวจริงวันนี้เป็นบุญนักหนา สาธุๆๆๆ”
หนานเทืองตีมือๆ “พอๆ เอามือลงได้แล้วไม่ใช่พระ”
“คิดยังไงถึงได้มาลงสมัครเลือกตั้งกับเค้าครับมหา ผมว่ามันเป็นเรื่องวุ่นวายทางโลก มหาไม่น่าจะมาสนใจกับเรื่องพวกนี้”
“การเมืองไม่ได้วุ่นวายอะไรหรอก คนต่างหากที่วุ่นวาย มันเป็นงานที่ต้องการคนเสียสละเพื่อส่วนรวม เห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ถ้าเห็นแก่ตัวและพวกพ้องมากกว่าประเทศชาติเมื่อไหร่ ความฉิบหายก็เกิดเมื่อนั้น”
ทุกคนเห็นด้วยฮือฮาตบไม้ตบมือ
สายพิณปลื้ม “ท่านมหาอู้ได้โดนใจแต๊ๆ”
ขณะเดียวกันแม่เลี้ยงอมรากับชีพมองเข้ามาในร้านหนานเทือง แม่เลี้ยงไม่พอใจมาก

“ไอ้มหาเชียร มันโผล่มาจากหลุมไหนเนี่ย”

เย็นนั้นแม่เลี้ยง พีรพงษ์ พร้อมกับชีพเดินเข้าคุ้มมาปรึกษากันไปด้วย

“โอ๊ย ไม่ต้องห่วงหรอกครับ แม่เลี้ยง สารรูปอย่างนั้นจะมาทำอะไรเราได้ อาชีพหลักก็เป็นแค่มัคนายก วันๆ ก็อาศัยข้าวก้นบาตรประทังชีวิต แม่เลี้ยงอย่าลืมสิครับ ผลสำรวจมันออกมาแล้ว เรานำโด่ง”
ชีพตั้งข้อสังเกต “แต่นายจีรณะดูสนิทสนมกับไอ้มหานั่นด้วย...ถ้าเกิดมันหักหลังเราก็แย่นะครับ ผมว่าจัดการซะแต่ตอนนี้ดีกว่า”
แม่เลี้ยงอมราคิดหนัก “ต้องทำกันขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“ผมไม่เห็นด้วย ถ้าฆ่าไอ้มหา แม่เลี้ยงต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่ง เพราะมันไม่มีเรื่องชู้สาว หรือธุรกิจอะไรให้ตำรวจสงสัย”
แม่เลี้ยงเออออ “เออ..พ่อพงษ์พูดถูก แกนี่มันจะฉุดฉันลงเหวอยู่เรื่อย แล้วเราจะแก้ไขยังไงกันดีล่ะ พ่อพงษ์”
“ผมว่าเราทุ่มเงินอีกหน่อยดีกว่า อีกไม่นานท่านหัวหน้าพรรคก็จะจ่ายเงินสนับสนุนให้ผู้สมัครอย่างคุณป้าอยู่แล้ว”
“ก็ได้ พ่อพงษ์จะเอาอีกเท่าไหร่”

ครั้นพอแม่เลี้ยงกับพีรพงษ์และชีพ เดินมาที่สำนักงานในคุ้ม ได้ยินเสียงกุกกัก แถมประตูแง้มอยู่ก็แปลกใจ
“เอ๊ะ ยัยโสกลับมาแล้วเหรอ เห็นว่าจะไปออฟฟิศโน้นนี่”
พอเข้าไปในห้องเห็นจีรณะ ยืนดูตารางรายชื่อตำบลต่างๆ และหมู่บ้าน ดูวันที่ไปหาเสียงเทียบกับบัญชีเบิกจ่ายค่าน้ำมันบนแฟ้มในมือ แม่เลี้ยงตกใจปนโกรธ
“จีรณะ แกเข้ามาทำอะไรในห้องนี้”
“ผมก็มาทำงานในฐานะลูกเขยคนโตมันผิดตรงไหนไม่ทราบ”
ชีพตรงเข้าไปแย่งแฟ้มจากมือจีรณะ “นี่ไง มันแอบมาดูรายชื่อ ตำบลหมุ่บ้านที่เราไปหาเสียง”
พีรพงษ์ชักปืนที่เหน็บมาเดินเข้าไปหาจีรณะ “ล็อคตัวมันแล้วค้นตัว”
ชีพล็อคจีรณะตามสั่ง โสภิตกลับเข้ามาจากข้างนอกเห็นเข้าก็ตกใจ
“อุ๊ย อะไรกันคะ”
“ไอ้หนอนบ่อนไส้นี่น่ะซิ มันเข้ามาล้วงความลับในห้องนี้” แม่เลี้ยงบอก
“จริงเหรอ” โสภิตจ้องหน้าจีรณะ
“ครับ ผมมาล้วงความลับ ความลับที่แม่เลี้ยงถูกโกง ก็เลยจะถูกฆ่าปิดปาก” จีรณะมองหน้าพีรพงษ์อย่างท้าทาย
พีรพงษ์แค้น “แกอย่ามาแก้ตัว”
“ผมไม่ได้แก้ตัว จะกล้าฟังมั้ยล่ะ” จีรณะท้า
แม่เลี้ยงอมรายกมือห้ามพีรพงษ์ให้เอาปืนลง “ไหน ชั้นถูกโกงยังไง ใครโกง ว่ามาซิ”
“ดูนี่”
จีรณะชี้ตารางที่ข้างฝากับในแฟ้มให้แม่เลี้ยงดู “หมู่บ้านนี้มีชาวบ้านอยู่แค่สี่หลังคาเรือนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเก้าคน ทีมหาเสียงเข้าไปทำไมวันละสามสี่เที่ยว ค่าน้ำมันเท่าไหร่ ซื้อเสียงไปเท่าไหร่กี่หัว จ่ายกับมือหรือผ่านหัวคะแนน”
แม่เลี้ยงคล้อยตาม “เออ นั่นซิ...พ่อพงษ์”
พีรพงษ์โมโห “แกอย่ามาทำเป็นรู้ดี แกเคยไปหรือไง”
“หมู่บ้านในทุ่งทอง ผมไปมาหมดแล้วทุกหมู่บ้าน เพราะผมต้องทำวิจัย...”
โสภิตสวนออกมา “ไอ้หมู่บ้านที่คุณพูด มันอาจจะเป็นที่อยู่ของพวกหัวคะแนนเลยต้องเข้าไปบ่อย แล้วแม่ชั้นก็ไม่เคยซื้อเสียง พวกหัวคะแนนต่างหากที่ทำ”
จีรณะโมโห ชี้ไปที่กล่องใส่รูปวางเรียงอยู่ด้านหนึ่งของห้อง สิบกว่ากล่อง ขนาดประมาณ 24x12 นิ้ว “รูปพวกนี้ล่ะ สั่งมากองพะเนินเทินทึก แต่ในใบเบิกเงิน จำนวนของมากกว่าที่เห็นสามเท่า มันไปอยู่ไหน”
โสภิตแกล้งทำเป็นไม่เชื่อ แก้ต่างแทนพีรพงษ์ “คุณก็พูดเกินไป อีกหน่อยคุณพงษ์เค้าต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกับชั้น เค้าไม่โกงเงินเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก”
พีรพงษ์ปลื้ม “น้องภิตพูดถูก แกอย่ามากุเรื่อง สร้างความสำคัญให้ตัวเองหน่อยเลย”
แม่เลี้ยงตัดบท “เอาละๆ ถ้ายัยภิตช่วยดูให้แม่แล้ว มันก็ไม่มีปัญหาหรอก แล้วแก จีรณะ ห้ามแกเข้ามายุ่งในห้องนี้อีกเด็ดขาด”
แม่เลี้ยงเดินออกไป ชีพเยาะเย้ย “ได้ยินชัดแล้วไม่ใช่เหรอ”
จีรณะเดินออก ผ่านหน้าโสภิต “ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะเป็นไปได้ขนาดนี้”
โสภิตทำเป็นเชิดไม่สน รณะจียั๊วเดินพรวดๆ ออกไป ชีพตาม

พีรพงษ์มองโสภิตอย่างปลาบปลื้ม


อ่านต่อหน้า 2

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 15 (ต่อ)

ในเวลาต่อมา โสภิตเดินมาส่งพีรพงษ์ที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าเรือนใหญ่ในคุ้ม พีรพงษ์เชื่อสนิทใจปลื้มไม่เลิก

“ขอบคุณมากนะครับ ที่น้องภิตเชื่อใจผม ไม่หลงเชื่อคำยุแยงของนายจีรณะ ผมปลื้มมากๆ”
“คำพูดของคนพรรค์นั้นมันไม่มีเครดิตอะไรเลยค่ะ คุณพงษ์ไม่ต้องกังวล”
พีรพงษ์คว้ามือมาจูบ “ชื่นใจจริงๆ”
โสภิตยิ้มหวาน โบกไม้โบกมือส่งจูบ แล้วพอรถพีรพงษ์ลับไปก็คลายยิ้ม
จีรณะยืนกอดอกแอบอยู่มุมหนึ่ง พอโสภิตเดินผ่าน ก็พูดแขวะลอยๆ
“ความรักนี่มันทำให้คนตาบอดจริงๆ”
“ใครว่า มันทำให้มองโลกเป็นสีชมพูไปหมดต่างหาก”
“งั้นผมคงใช้คำผิด มันน่าจะเป็นคำว่าตัณหาหน้ามืดมากกว่า เพราะถึงขนาดร่วมมือกับแฟนโกงแม่ตัวเองได้”
โสภิตย้อน “อย่าบอกนะว่าคุณลงทุนมาเป็นสามีพี่พิม เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ครอบครัวชั้นน่ะ...”
“อยากรู้มั้ยว่าเหตุผลจริงๆ ที่ผมเข้ามาที่นี่คืออะไร” จีรณะขยับเข้ามาใกล้ “จะให้ผมเดินไปบอกแม่คุณตอนนี้ว่าเราเป็นอะไรกัน”
โสภิตยิ้มกวน “นึกเหรอว่าแม่ชั้นจะเชื่อ...แต่ถ้าชั้นไปบอกแม่ว่าคุณแอบเข้าไปในออฟฟิศพี่ยศ แม่เชื่อหมดใจแน่”
จีรณะแค้นกระชากมือเต็มแรง โสภิตแกล้งตะโกน “พี่พิม...พี่พิมคะ”
จีรณะปล่อยทันทีมองหา “เรามันไก่เห็นตีนงู ทางที่ดี ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า”
โสภิตเดินหนีจีรณะมาเจอพิมพร “ได้ยินเสียงเธอตะโกนเรียกชั้น”
“ก็สามีพี่เค้าเดินตามหาพี่ให้ควั่ก สงสัยจะคิดถึง อย่าสวีทกันมากนะคะ อิจฉา”
โสภิตเดินไปไป จีรณะพูดไม่ออก พิมพรมองจีรณะเป็นเชิงถาม จีรณะยิ้มแห้งๆ

ทางด้านเกียรติก้องเดินเข้าบ้านจีรณะมา ถูกอาโปวิ่งแซงหน้าสะพายเป้ทั้งคู่ อาโป ถือใบ ร.บ. 1 หรือ ใบประกาศณียบัตร จบมัธยมศึกษาปีที่หก มาด้วย
“พี่จิตๆ คะ”
จิตราเดินลงมาจากบ้านพอดี “ว่าไงจ๊ะ เสียงลั่นมาเลย”
อาโปร่าเริงสุดขีด “โดนๆ พี่จิตรโดนหนักแน่ อาโปสอบได้แล้ว จบมอหกแล้ว หมูหันหนึ่งตัวจัดมาเลย”
จิตรายิ้มขัน “เก่งมาก เก่งจริงๆ จะให้พี่จัดวันไหน บอกมาเลย”
“เดี๋ยวๆ ก่อนจะได้กินหมูหัน อาโปต้องไปขอรางวัลจากนายก่อน นายบอกว่าถ้าสอบได้ ให้ขอได้ทุกอย่าง คอยดู อาโปจะขอให้นายเลิกยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวแม่เลี้ยง ห้ามพบ ห้ามคุย ห้ามพูดด้วยตลอดชาติ”
เกียรติก้องปราม “มากไปอาโป”
“ก็ได้ งั้นเปลี่ยนเป็นหอมแก้มทีนึง อุ๊ยไม่เอา เอาข้างละทีดีกว่า” อาไปพูดไปก็เขินไป
อาโปวิ่งขึ้นไป จิตราเรียกไว้ “อาโปๆๆ”
“พี่จีของจิตงานเข้าแล้ว พี่บอกแต่ว่าไอ้จีมันพ้นโทษแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่ามันย้ายไปอยู่คุ้มอมรา ไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวให้อาโปฟังยังไง” เกียรติก้องหนักใจมาก
สักครู่อาโปเดินเซ็งออกมา ถือใบร.บ.1 มาด้วย “นายไม่อยู่อ่ะ”
“ก็พี่กำลังจะบอกอาโปว่า พี่จีไปทำธุระ ที่เชียงใหม่ อีกหลายวันถึงจะกลับ”
อาโปเซ็งหนัก “ว้า”
“ชั้นว่าเธอ ไปอาบน้ำอาบท่า พักผ่อนก่อนเถอะ”
“ไม่เอา อาโปจะไปตลาด” อาโปควักกล่องไม้เล็กออกมา
อาโปหยิบแหวนขนช้างถักออกมาจากกล่อง ชูให้ดู
“นี่แหวนถักด้วยขนหางช้าง เป็นเครื่องรางที่จะช่วยปกป้องสิ่งเลวร้าย อาโปจะห่อของขวัญให้นาย หมั้นเอาไว้ก่อน จบปริญญาค่อยแต่งงานกันทีหลัง”

อาโปวิ่งตื้อออกไป จิตรากับเกียรติก้องได้แต่มองหน้ากัน ต่างคนต่างเครียด

บัวหอมกับสายพิณเอาเก้าอี้มานั่งอยู่หน้าร้าน ตั้งวงเม้าท์ ชีพ กาบ และเส่ง เดินเข้ามายิ้มแย้ม

“ตกลงเลือกเบอร์อะไรกันเอ่ย”
บัวหอมบอก “เบอร์หนึ่งยกทีม”
“น่ารักมาก แล้วน้องสายพิณละจ๊ะ”
สายพิณบอก “คิดดูก่อน”
ชีพหยิบเงินแบงค์พัน พับครึ่งออกมาสองใบส่งให้บัวหอมกะสายพิณ
“เค้าว่าผิดกฎหมายทั้งผู้ให้ผู้รับนะ จะดีเร้อ” สายพิณตั้งแง่
ชีพจะชักเงินกลับ บัวหอมคว้าเอาเงินมาเก็บที่ชายพก ส่วนสายพิณคว้ามาซุกไว้ใต้สินค้ารวดเร็ว
กาบกำชับ “เจอกันที่คูหา วันเลือกตั้งนะเจ๊”
บัวหอมบอก “จ้า” พอชีพกาบและเส่งออกไปพ้นร้าน บัวหอมก็พูดอีกอย่าง “เอาเงินมัน แต่เราจะเลือกมหาเชียร ใครจะไปรู้”
สายพิณชอบใจ “แหม คิดเหมือนกันเลย”
อาโปเดินร่าเริงเข้ามา “หวัดดีจ้า”
สายพิณทักตอบ “อาโป หายไปนานเลย เป็นไง”
“สบายดีจ้ะ พี่จ๋า อาโปขอโบกับดอกไม้ จะเอามาห่อของขวัญ”
“เลือกเอาเลย แล้วจะห่อของขวัญไปให้ใครล่ะ” สายพิณแปลกใจ
“ให้นายจ้ะ อาโปอยากปลอบขวัญนาย ที่นายพ้นคุก พ้นตารางแล้วก็ปัดเป่าความชั่วร้าย ให้นายห่างไกลจากพวกแม่เลี้ยงอมรา”
“เครื่องรางที่ไหนมันจะสู้เสน่ห์มัดใจลูกสาวแม่เลี้ยง อาโปเอ๊ย มันสายเกินไปแล้วละ” บัวหอมว่า
“สาย? หมายความว่าไงจ๊ะ” อาโปงง
สายพิณบอก “นี่อาโปยังไม่รู้เหรอว่า คุณจีเค้าไปเป็นเขยใหญ่ของแม่เลี้ยงแล้ว”
กล่องแหวนร่วงจากมืออาโป

อาโปพาตัวเองมากระหน่ำกดกริ่งคุ้มอมรา เขย่าประตู ป้องปากตะโกน มือถือใบร.บ.1มาด้วย
“เปิดประตูๆ”
บ็อบบี้ถีบจักรยานเข้ามา เห็นอาโป ก็ดีใจเปิดประตูให้
“พี่อาโป สวัสดีครับ ฮาว อาร์ ยู สบายดีเหรอครับ”
“นายอยู่ที่นี่ใช่มั้ย”
บ็อบบี้งงๆ เพราะอาโปพูดเร็วปรื๋อ “อะไรนะครับ”
อาโปไม่รอฟังคำตอบ เดินเข้าไปเลย บ็อบบี้มองตาม

จีรณะอยู่ในสวนคุยโทรศัพท์กับภีมะ “ไม่ต้องห่วงครับพี่ภีมะ ผมจะระวังตัว”
พิมถือจานผลไม้เข้ามาโอบคอจีรณะ เอาหน้าแนบชิด
“แอบคุยกับใครอยู่คะ”
“อ๋อ รุ่นพี่ที่สำนักงานน่ะครับ”
“โล่งอกนึกว่าเป็นสาวๆ ชิมแอปเปิ้ลนี่หน่อยดีกว่าค่ะ หวานกรอบมาก”
พิมพรจิ้มป้อนจีรณะ อาโป เข้ามาเห็นพอดี “ขอบคุณครับ”
พอจีรณะเงยหน้าก็เจออาโป แต่ยังเคี้ยวแอปเปิ้ลอยู่
“นายสอนให้อาโปเป็นคนดี ตั้งใจเรียน เสียสละให้คนอื่น มีเหตุผลในการดำเนินชีวิต แล้วนี่มันอะไร เพราะที่นี่มีเงิน เป็นคนรวยมีผู้หญิงสวยๆ คอยเอาใจ มีบ้านใหญ่สุขสบายใช่มั้ย”
พิมพรโมโห “นี่ใครอนุญาตให้แกเข้ามา ไร้มารยาทสิ้นดี”
อาโปด่า “เธอน่ะแหละ ยัยแม่มด ผิดผี หน้าไม่อาย มีลูกมีผัวแล้ว ยังมายั่วยวนผู้ชายเขา”
“หยุดเดี๋ยวนี้ อาโป”
“ไม่หยุด บอกมาเลยดีกว่า ว่าลูกสาวแม่เลี้ยง จะเอาพี่หรือเอาน้องเป็นเมีย”
พิมพรโกรธสุดขีด “มันจะมากไปแล้วนะ”
จีรณะชักโกรธ “เป็นเด็กเป็นเล็ก ไม่มีสิทธิ์มาก้าวร้าวผู้ใหญ่ ขอโทษคุณพิมเดี๋ยวนี้”
อาโปด่าต่อ “ถึงอาโปจะอายุไม่มากเท่านาย แต่อาโปก็รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่เคยขายศักดิ์ศรีขายวิญญาณเหมือนกับนายหรอก”

จีรณะตบอาโปจนหน้าหัน

อาโปเสียใจมากร้องไห้โฮๆ จีรณะอึ้ง พิมพรเองก็ตกใจ

“ทุกอย่างที่ชั้นทำชั้นมีเหตุผล กลับไปซะ”
อาโปเอาใบร.บ.1 กับของขวัญเขวี้ยงใส่หน้าจีรณะ บ็อบบี้เข้ามาพอดี
“เอาไปเลย ประกาศนียบัตรบ้าๆได้ ต่อไปนี้เราขาดกัน จะเป็นตายก็ไม่ต้องมาพบมาเจอกันอีกต่อไป ชีวิตอาโปไม่เกี่ยวกับนายอีกแล้ว”
อาโปวิ่งออกไปชนโครมกับบ็อบบี้จนล้ม บ็อบบี้ลุกขึ้นงงๆ
“พี่อาโป ร้องไห้ทำไมครับครูจี”
“ช่างเค้าเถอะ ไม่ต้องไปสนใจ ขอโทษด้วยนะครับคุณพิม”
พิมพรบอก “ดูเอาไว้นะบ็อบบี้ พวกเด็กป่าเด็กดอยที่ไม่มีการศึกษา มันก็มีกิริยาป่าเถื่อน แบบนี้แหละ”
จีรณะเก็บใบ ร.บ.1 กับของขวัญขึ้นมาดู

กลับถึงบ้านอาโปเอาแต่ร้องไห้เสียใจ ได้จิตราโอบปลอบใจ
“พี่จีไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายอาโปหรอก เค้ารักอาโปจะตาย อาโปหมือนคนในครอบครัวเราจริงๆ นะ”
“คนรักกันเค้าไม่ตบหน้ากันหรอก ลับหลังก็ว่าคนในคุ้มอมราเลวอย่างงั้นร้ายอย่างงี้ แต่ก็เอาเค้าเป็นเมีย...เนี่ยเหรอ ที่คนดีเค้าทำกัน”
เกียรติก้องอธิบาย “อาโป นายของอาโปไม่ใช่คนเลวแน่ๆ สิ่งที่อาโปเห็น สิ่งที่จีทำมันต้องมีเหตุผล”
“นั่นไง เด็กทำอะไรก็ผิด ผู้ใหญ่ทำผิดบอกว่ามีเหตุผล อาโปไม่ฟังอะไรอีกแล้ว”
อาโปวิ่งขึ้นไปบนบ้าน “ดื้อจริงๆ เด็กคนนี้ แต่พูดก็พูดเถอะ นับวันพี่ก็ยิ่งไม่เข้าใจ ไอ้จี”
“ค่ะ บางที เรื่องของเหตุผลกับหัวใจ มันก็อธิบายไม่ได้จริงๆ”

ใจจิตราแอบแว่บคิดถึงยศอีกจนได้

อ่านต่อหน้า 3

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 15 (ต่อ)

คืนนั้นที่สมัชชารักษาป่า จีรณะอยู่กับบุญมี ดุ่ย ไทร และภีมะ ซึ่งกำลังแกะซิมการ์ดจากโทรศัพท์ถ่ายรูปได้ แลกกับซิมการ์ดอันใหม่ที่จีรณะส่งให้

“อย่าประมาทเด็ดขาด ถ้าพวกมันเห็นเข้ามันเอาตายแน่ อย่าลืมชาร์จแบตตารี่ให้เต็มด้วยครับ”
“ถ้าเราเก็บหลักฐานที่แม่เลี้ยงทุจริตเลือกตั้งได้ มหาเชียรต้องชนะแน่...” บุญมีมั่นใจ
“ผมไม่ได้ทำเพื่อมหาเชียร ผมทำเพื่อชาวทุ่งทอง” จีรณะบอก
ภีมะเป็นห่วง “แล้วไม่กลัวผิดใจกับลูกสาวเค้าเหรอ”
“ความถูกต้อง ต้องมาก่อนครับ” จีรณะบอกจริงจัง
ดุ่ยชอบใจ “มันต้องอย่างงั้น”
ภีมะนึกบางอย่างได้ “เออ มีอีกเรื่อง...”
ภีมะให้ดูรูปภาพ 4 สีของนายสัญญา บารมี ผู้สมัครหมายเลข 2 ใส่สูท
“นายสัญญา บารมี หมายเลข 2 ทำไมเหรอครับ” จีรณะฉงน
“ชั้นรู้มาว่า นายสัญญาลงพื้นที่แต่ในเมือง ไม่เคยออกมาแถวรอบนอก ที่สำคัญ นายสัญญาเคยทำงานเป็นผู้รับเหมาของบริษัทนายคุณวุฒิผู้แทนด้วย”
“แต่คุณวุฒิสนับสนุนแม่เลี้ยงนี่ครับ ไม่น่าจะส่งพวกของตัวเองมาลงแข่ง” จีรณะนึกบางอย่างได้ “หรือว่า...”
จีรณะกับภีมะมองหน้ากัน คิดออกว่า อาจเป็นแผนคุณวุฒิ ขณะที่บุญมีกับพวกงงๆ

เช้าต่อมาภายในคุ้มอมรา บรรยากาศคึกคัก มีทีวีจอใหญ่มาตั้งกลางห้องโถง ทุกคนออกันอยู่ด้านหน้าอย่างใจจดใจจ่อ หน้าตาเครียดเพราะลุ้นผลเลือกตั้งนายกเทศมนตรี
จีรณะยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง เห็นบรรดาหมู่มวลลุ้นสุดขีด
ภาพในจอเป็นพิธีกรชาย สถานีเคเบิ้ลท้องถิ่น ยืนประกาศผล
“ในที่สุด ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีก็ได้ผลออกมาแล้วนะครับ อันดับที่ 1 คุณสัญญา บารมี อันดับที่ 2 คุณวิเชียร มีวิชาธรรม อันดับสุดท้าย คุณอมรา เจริญโภคทรัพย์”
พวงตบมือ “เย้ แม่เลี้ยง ชนะแล้วเจ้า ยินดีด้วยนะเจ้า”
พิมพรหงุดหงิด “ป้าพวง ชนะอะไรล่ะ แม่ได้ที่โหล่”
พวงร้อง “อ้าว”
แม่เลี้ยงชัก ตาค้าง หงายหลังเป็นลมล้มตึง ทุกคนกรูเข้ามาดูอย่างห่วงใย
 
จีรณะมองที่จอทีวี ซึ่งเป็นรูป สัญญา บารมี ผู้ชนะ สีหน้ามาดหมาย

ในเวลาต่อมา แม่เลี้ยงอมราฟื้นแล้ว นอนอิงหมอนบนโซฟาห้องโถง ดมยาดม บ็อบบี้เอายามาให้กิน พวงคอยบีบนวดขาอยู่ใกล้ๆ โสภิตกดมือถือพยายามโทร.หาพีรพงษ์

“ติดต่อพ่อพงษ์ได้มั้ย”
“ไม่ได้ค่ะ ปิดมือถือ”
“เป็นไปได้ยังไง ชั้นแพ้ได้ยังไง ไหนบอกว่าคะแนนนอนมา ได้แหงๆ”
โสภิตตั้งข้อสังเกต “คะแนนในเมืองในจังหวัดไม่เท่าไหร่ แต่ในเขตทุ่งทอง เราสู้มหาเชียรยังไม่ได้เลย”
“จะสู้ได้ยังไงละครับ ผมเคยเตือนแม่เลี้ยงแล้ว ว่าเรามีไส้ศึกคอยปลุกปั่นชาวบ้านให้ลงคะแนนหักหลังเรา”
ชีพปรายตามองไปที่จีรณะ พิมพรรู้ พูดแก้ให้
“ถ้าแกหมายถึงคุณจี ชั้นก็ไม่เห็นเค้าจะยุยงอะไรใคร ไปหาเสียงเค้าก็ไปช่วยตลอด”
จีรณะไม่แคร์นัก พูดแดกดัน “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจ ผมมันคนเปิดเผย ชกแบบเปิดหน้า เป็นธรรมดาที่จะเป็นเป้าให้สงสัย สู้คนที่มันแอบแทงข้างหลังไม่ได้”
แม่เลี้ยงงง “หมายความว่ายังไง”
จีรณะเหน็บอีกดอก “แม่เลี้ยงรอถามเขยคนเล็กดูดีกว่าครับ ไปบ็อบบี้ไปซ้อมบอลกันดีกว่า”
บ็อบบี้บอก “โอเค”
บ็อบบี้วิ่งตามจีรณะไป พิมพรตาม โสภิตมองตามคิดสงสัยที่จีรณะพูด
แม่เลี้ยงบอก “ภิต โทร.ตามพ่อพงษ์อีกทีซิ”

ภายในห้อง VIP ของร้านอาหารหรูดูดีค่ำคืนนั้น อาหารจัดเต็มโต๊ะ คุณวุฒิวางแก้วบรั่นดีบนโต๊ะ สมุน 1 สมุน 2 ยืนประกบอยู่ด้านหลัง สมุน 3 กับพีรพงษ์ เดินนำสัญญาเข้าไป คุณวุฒิเชื้อเชิญ
“เชิญๆ ท่านนายกเทศมนตรีคนใหม่”
สัญญาปรี่เข้าไปคุกเข่า กราบตักคุณวุฒิ “กราบขอบพระคุณจริงๆ ครับ ผมจะไม่ลืม ผมมีวันนี้เพราะท่าน” ก่อนจะลุกไปนั่ง “คุณพงษ์ด้วยนะครับ”
“งานนี้ต้องยกให้คุณพ่อครับ แผนเอานังแม่เลี้ยงอมรามาตัดคะแนนไอ้มหาเชียร ใช้ได้ผลจริงๆ”
คุณวุฒิมองพีรพงษ์ขรึมๆ
“เรื่องบางเรื่อง ไม่ต้องใช้กำลัง ไม่ต้องใช้เงิน ก็สำเร็จได้ถ้ารู้จักใช้สมองทำงานซะบ้าง”
พีรพงษ์รีบส่งเช็คส่งให้คุณวุฒิ “เงินแม่เลี้ยงที่เหลือครับ”
คุณวุฒิมองตัวเลขแล้วยิ้มหยัน “มันโง่จริงๆ ไม่รู้ตัวว่าใช้เงินตัวเอง สนับสนุนคู่แข่ง” คุณวุฒิหยิบเช็คใส่กระเป๋า เงยหน้าขึ้นสบตาสัญญา
“ผมเป็นคนเด็ดขาด มีระเบียบ ชอบคนที่เชื่อฟัง สั่งยังไงต้องได้อย่างนั้น”
“ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังครับ”

3 คนชั่ว ชนแก้วกัน อย่างรื่นเริง

ด้านจีรณะเตะบอลเสร็จสภาพเหงื่อโทรมกาย ถอดเสื้อตัวนอก เหลือเพียงเสื้อกล้าม เดินกลับมาหน้าห้อง โสภิตยืนรออยู่

“สะใจคุณแล้วใช่มั้ย ที่แม่ชั้นแพ้เลือกตั้ง เสียชื่อ อับอายขายหน้า เสียทรัพย์สินเงินทอง”
จีรณะย้อน “แล้วคุณล่ะ ดีใจหรือเสียใจ คุณก็รู้อยู่แก่ใจ ถึงแม่เลี้ยง ชนะเลือกตั้ง แม่เลี้ยงก็ไม่คิดจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์โภชผลกับชาวบ้านอยู่แล้ว”
“แล้วคนที่ชนะเลือกตั้ง ดีกว่าแม่ฉันตรงไหน มหาเชียรที่คุณไปเข้าข้าง ถือหางอยู่ลับๆ ก็แพ้เหมือนกัน ใครจะไปรู้ ถ้าไม่มีไส้ศึกจ้องทำลายแม่อย่างคุณอยู่ในบ้านแม่ชั้นอาจชนะก็ได้”
จีรณะเยาะ “โถ แล้วบอกว่าเก่งคำนวน ไอ้พงษ์แฟนคุณกับพ่อของมัน หลอกแม่คุณลง มาแย่งคะแนนกับมหาเชียร แล้วให้คนของตัวเองเป็นตาอยู่โกยคะแนนในเมืองไปกิน แค่นี้ก็คิดไม่ออก”
“ไม่จริง ชั้นไม่เชื่อ”
“ไม่นึกเลยนะว่าคุณจะรักจะหลงนายพงษ์ได้ขนาดนี้”
“แน่ละซิ ก็เค้าเป็นแฟนชั้นนี่”
“แล้วผมล่ะเป็นอะไร”
จีรณะกระชากมือ โสภิตสะบัด “ปล่อย...พี่พิมๆ” โสภิตแกล้งมองไปเหมือนพิมพรเดินมา
“มุกนี้ใช้หลอกผมได้หนเดียว”
จีรณะเปิดประตูฉุดโสภิตเข้าห้องไป ปิดประตูลง

สองคนอยู่ในห้องด้วยกัน จีรณะฉุดโสภิตมากดลงให้นั่งบนเตียง
“คุณทำแบบนี้ ตัวคุณจะเดือดร้อนนะ”
จีรณะไปหยิบซองข้อมูลจากโต๊ะมาโยนให้“ดูซะ”
โสภิตเปิดดู
“ข้อมูลที่มาที่ไป ของนายสัญญา บารมี”
จีรณะหยิบมือถือมากดชูให้ดู
“นี่คลิปที่นายสัญญาไปพบกับคุณวุฒิและนายพงษ์”
ภาพในคลิปเป็นเหตุการณ์ตอนสามคนเดินออกมาจากร้านอาหาร
โสภิตจะฉวยโทรศัพท์ไปดูจีรณะไม่ให้
“ก็เค้าเคยเป็นเจ้านายลูกน้องกัน พบกันก็ไม่แปลก”
“นี่คุณเชื่ออย่างงั้นจริงๆเหรอ
โสภิตโยนข้อมูลทิ้งไปข้างๆ ตัว
“ใช่ ก็ข้อมูลพวกนี้มันก็บอกอยู่แล้วว่าเค้าเคยทำงานด้วยกัน”
โสภิตลุกขึ้นจะไป
“โอเค คุณไม่เชื่อ แต่แม่เลี้ยงอาจจะเชื่อ ผมจะเอาไปให้แม่เลี้ยงดู ตามหน้าที่ลูกเขยที่ดี”
โสภิตตกใจ “อย่านะ”
“ทำไม กลัวแม่คุณจะโกรธตัดขาดนายพงษ์ แล้วจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีกหรือไง”
โสภิตอึกอักกลัวเสียแผนตัวเองที่จะจับพีรพงษ์เรื่องไม้ จีรณะหึงกระชากไหล่เขย่า
“นี่คุณหลงมันจนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ขนาดนี้เลยหรือ คุณเป็นบ้าไปหรือยังไง อัปสรโสภิต”
โสภิตจ้องหน้า “คุณรู้อยู่แล้วนี่ ชั้นคงไม่ต้องตอบ”

จีรณะหึงปนโมโหกระชากโสภิตเข้ามาจูบ โสภิตดิ้นรนขัดขืนชั่วขณะหนึ่ง แล้วร่างก็ระทวย หยุดนิ่งไป


อ่านต่อหน้า 4

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 15 (ต่อ)

เช้าแล้ว จีรณะเปลือยท่อนบนนอนหลับอยู่ในห้องที่คุ้มอมรา แล้วสักพักเขาก็สะดุ้งตื่น หันมองข้างๆ ตัว พบว่าโสภิตไม่อยู่แล้ว เขาหยิบนาฬิกามาดู มันบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า

จีรณะลุกแล้วเหลือบเห็นโทรศัพท์มือถือวางอยู่ เขานึกเอะใจ คว้ามากดดู ปรากฎว่า รูปสัญญากับคุณวุฒิ ถูกลบไปแล้ว จีรณะรีบไปดูซองเอกสารข้อมูลสัญญา ซึ่งก็หายไปด้วย เขาโมโหมาก
จีรณะคว้าเสื้อมาใส่แล้วเดินออกมานอกห้อง เจอบ็อบบี้ที่ยิ้มทักทาย
“กู้ด มอนิ่งครับ บ็อบบี้กำลังจะมาปลุกครูจีไปจ๊อกกิ้งกัน”
“น้าภิตตื่นหรือยังครับ”
บ็อบบี้ยังไม่ทันตอบ พิมพรเข้ามาใส่ชุดเตรียมออกไปวิ่ง
“ยัยภิตออกไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ...” จีรณะเครียดไปถนัดตา “มีธุระสำคัญอะไรรึเปล่าคะ ตื่นขึ้นมาก็ถามหาเลย”
จีรณะตอบเนือยๆ “ก็นิดหน่อยน่ะครับ”
“งั้นรอค่ำๆ ก็เจอกันแล้วค่ะ ตอนนี้ไปจ๊อกกิ้งดีกว่า อากาศกำลังดี”
จีรณะเซ็งลอบถอนใจ

โสภิตเข้ามาในห้องยศทำงานยศ รีบล็อคประตู เอาเอกสารที่เอามาจากห้องจีรณะออกจากกระเป๋า
และเช็คดูภาพจากมือถือเป็นภาพสัญญากับคุณวุฒิที่ส่งมาจากมือถือจีรณะ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเช้ามืดวันนี้

โดยในตอนนั้นจีรณะนอดหลับสนิทกอดโสภิตอยู่ และโสภิตมองหน้าเขาเอามือลูบแก้มอย่างรักใคร่ แล้วค่อยๆ เอามือจีรณะออก
จีรณะขยับตัวโสภิตเอาหมอนข้างให้กอดแทนตัว แล้วมาหยิบมือถือจีรณะ กดหาภาพคลิปนายสัญญา แล้วกดส่งไปที่มือถือตัวเอง ก่อนจะลบภาพที่อยู่ในมือถือจีรณะทิ้งไป
ต่อมาโสภิตหยิบซองเอกสารข้อมูลสัญญา มองจีรณะที่หลับสนิท ก่อนจะออกไปอย่างเงียบเชียบ
โสภิตครุ่นคิดอยู่อีกครู่หนึ่ง จึงเก็บหลักฐานเข้ากระเป๋าเหมือนเดิม ก่อนมาเปิดเอกสารแฟ้มอื่นๆ ดู หาหลักฐาน นึกไปเรื่องที่ทะเลาะกับยศ

เหตุการณ์ตอนนั้นโสภิตเปิดดูสมุดเสนอเซ็น แล้วไปเปิดอีกแฟ้มมาเทียบ เอาเอกสารมาเทียบกันชัด พินิจพิเคราะห์พลางคิ้วขมวด
ยศเปิดประตูห้องเข้ามาหน้าตาตื่นตกใจ “มาทำอะไรห้องพี่”
โสภิตเสียงเข้มยิ้มดุ “เช็คสั่งจ่ายคุณนิตยาหลายล้านบาท เป็นค่าอะไรคะพี่ยศ”
“อย่ามายุ่ง พี่จัดการเอง ทีหลังไม่ต้องมาห้องพี่ด้วย”
ยศเดินหนีจะออกจากห้อง โสภิตเดินตาม

โสภิตครุ่นคิดตริตรอง แล้วนึกถึงนิตยาขึ้นมา

ส่วนทางฝ่ายนิตยานั่งดูเงินเป็นปึกที่เบิกมา หยิบปึกหนึ่งมาคลี่เล่นอย่างไร้อารมณ์ แล้วตัดสินใจยัดใส่กระเป๋าถือ ก่อนจะไปลากกระเป๋าเดินทางออกมา

ภายในห้องโถงจวนผู้ว่า บรรยากาศอึมครึมสุดๆ ผู้ว่านิยมหน้าตาเครียดจัด คุณนายนลินีกดโทรศัพท์วุ่น
“ตายศปิดโทรศัพท์ค่ะ”
“ยังไงก็ต้องตามตัวมาให้ได้ ผมต้องการรู้ว่าใครปลอมลายเซ็นผม”
คุณนายท้วง “คุณเซ็นเองแล้วลืมรึเปล่า”
ผู้ว่าด่า “ผมไม่ได้สมองเสื่อมขนาดจำไม่ได้ว่าเซ็นจดหมายอะไรไปบ้าง อย่าว่าแต่เซ็น ผมยังไม่เคยเห็นจดหมายบ้าๆนี่เลยด้วยซ้ำ”
“แล้วมันเป็นจดหมายอะไรละคะ”
นิตยาเดินลากกระเป๋ามาได้ยินชะงักกึก
“เป็นใบผ่านทางขนส่งสินค้า ลำพังข้อหาปลอมลายเซ็นก็หนักแล้ว แต่ถ้าสินค้าพวกนี้เป็นไม้เถื่อน หรือสินค้าผิดกฎหมายละก็ลูกเขยคุณติดคุกหัวโตแน่”
นิตยาหน้าซีด ถดตัวถอยมาถูกกระเป๋าเกิดเสียงดัง ผู้ว่าหันมาเห็นเข้า
“ยัยนิต...รู้มั้ยว่านายยศอยู่ที่ไหน พ่อมีธุระสำคัญ”
นิตยาข่มความกลัว “เอ่อ...นิตไม่รู้หรอกค่ะ”
“แล้วแกจะไปไหนนั่นน่ะ” นลินีเห็นลูกลากกระเป๋าเดินทาง
“นิตจะไปเที่ยวพักผ่อนเมืองนอกซักพักค่ะ มันเบื่อๆ”
“เดี๋ยวๆ แกจะไปกับใคร ทำไมชั้นไม่เห็นรู้เรื่อง”
“นิตไปคนเดียวค่ะ แค่ฮ่องกง สิงคโปร์ สบายใจแล้วนิตจะกลับไม่ต้องห่วงนะคะ”
ขณะนิตยาจะไป มนัสเดินเข้ามานิตยาชะงัก “พี่มนัส”
มนัสไหว้ นลินีด่า “แกมาทำไมอีก ทำไมแกหน้าด้านหน้าทนอย่างงี้ห๊ะ”
“ผมนัดมนัสมาเอง” ผู้ว่ายื่นจดหมาย “ชั้นอยากถามว่า เคยเห็นจดหมายพวกนี้ผ่านตาบ้างมั้ย วันนี้อักษรเลขคนใหม่เอามาให้ชั้นดู”
มนัสดู แล้วมองนิตยา “ผมเอาสำเนามาฝากคุณนิตให้ส่งท่านพิจารณาแล้วนี่ครับ”
นิตยาอึ้ง ผู้ว่าถาม “จริงเหรอยัยนิต”
นิตยาล่อกแล่กส่อพิรุธเต็มๆ “ยัยนิตพ่อถาม ได้ยินมั้ย”
นิตยาปล่อยโฮ “นิตไม่รู้ ฮือๆ นิตไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
ผู้ว่านิยมสงสัยสุดๆ “ยัยนิต อย่าบอกนะว่า เป็นฝีมือลูก”
นิตยายิ่งร้องไห้ใหญ่เลย

ผู้ว่ารู้ว่าเป็นฝีมือลูกสาวก็โกรธจัด ฉุดนิตยาออกมาหน้าจวนจะพาไปโรงพักด้วยตัวเอง นลีนีกับมนัสตาม คุณนายพยายามขวาง
“คุณพ่อ นิตไม่อยากติดคุก คุณแม่ช่วยนิตด้วย”
“คุณพี่ คุณพี่จะเอายัยนิตส่งตำรวจไม่ได้นะคะ”
“ถอยไป”
“ไม่ ยัยนิตก็บอกแล้วว่าไม่รู้ว่ามันเป็นจดหมายอะไร...ใจคอคุณพี่จะให้ลูกติดคุกเหรอคะ”
ผู้ว่าเถรตรงบอก “ยิ่งเป็นลูก ผมยิ่งปล่อยไม่ได้ บอกให้ถอย”
มนัสทักท้วง “ท่านครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นการทำผิดกันเป็นขบวนการ เราน่าจะปรึกษากันก่อนที่จะแจ้งความ ไม่อย่างงั้น คนผิดคนอื่นๆจะลอยนวลนะครับ”
ผู้ว่าชะงัก โสภิตขับรถเข้ามาจอดหน้าจวน ลงจากรถ เห็นทุกคนอยู่ข้างหน้า ก็แปลกใจ
โสภิตไหว้ “มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ”
ผู้ว่านิยมบอก “มีซิ เธอมาได้จังหวะมากเลย”

หมู่ทองได้รับแจ้งจากชาวบ้าน กำลังเดินเข้ามาที่รถยนต์คันซึ่งเปิดแอร์แต่ปิดกระจกหมด รถจอดอยู่ที่ริมถนน
“ไหน คันนี้เหรอ”
ชาวบ้าน 1 บอก “แม่น เรียกเท่าไหร่ก็บ่ตื่น ตายหรือเปล่าก็บ่ฮู้”
หมู่ทองไปส่องดูที่กระจกก็ต้องตกใจ “เฮ้ย ลูกแม่เลี้ยงนี่หว่า”
หมู่ทองตบกระจกเรียก “คุณๆ คุณยศ”
ยศหลับคร่อกฟี้ ไม่รู้เรื่อง

ฟากจิตรากับเกียรติก้องมาเชิญพวกหนานเทือง และชาวบ้านไปงานแต่ง
“จิตเชิญทุกคนเลยนะคะ เป็นงานเล็กๆจัดที่บ้าน จิตเชิญแต่คนกันเองทั้งนั้น”
หนานเทืองยิ้มชื่นใจ “ต้องไปอยู่แล้ว หนูจิตแต่งงานทั้งที”
บัวหอมเสริม “นั่นน่ะซิ คนดีแต่งงานกับคนดี เป็นสิริมงคลขนาด”
สายพิณเย้า “แล้วกะจะมีละอ่อนซักกี่คนล่ะ ผู้กอง”
เกียรติก้องเขิน “แล้วแต่จิตครับ”
บัวหอมเย้า “แล้วแต่หนูจิตได้จะใด มันต้องแล้วแต่ผู้กองว่าจะมีความสามารถหรือเปล่า”
ทั้งหมดฮากันครืน เกียรติก้องเขินอยู่นั่น
“จิต เดี๋ยวพี่ไปสั่งดอกไม้ถวายพระก่อนนะ จิตรอที่นี่แหละ”
ผู้กองเดินไปแล้ว สายพิณขำใหญ่
“ผู้กองเปิ้นขี้อายน่าเอ็นดูเนอะ แบบนี้ต้องอยู่ในโอวาทแน่ๆ”
บัวหอมนึกถึงผัวดาบแล้วฉุน “ผู้ชาย ตอนยังไม่แต่งก็เป็นจะอี้แหละ พอแต่งแล้ว กลายเป็นคนละคน ดูอย่างไอ้ม้วนซิ หนูจิตต้องกำหราบไว้ให้อยู่หมัดนะ”

จิตรายิ้มรับเจื่อนๆ

หมู่ทองเดินเหนื่อยหอบเข้ามาสมทบหมู่มวลพอดี

“โอเลี้ยงเย็นเจี๊ยบแก้วนึง น้าบัวหอม อ้าว สวัสดีครับ คุณจิต”
หนานเทืองแปลกใจ “ไหนว่าไม่ต้องโบกรถที่สี่แยกแล้วไง ทำไมสภาพมันเยินขนาดนี้”
หมู่ทองบ่น “ก็ไอ้คุณยศลูกชายแม่เลี้ยงน่ะซิ มันเมานอนหลับในรถ ไม่ดับเครื่อง กว่าจะงัดรถเข้าไปได้ ปลุกมันยังไม่ตื่นเลย”
จิตรานิ่งฟัง ไม่กล้าถาม สายพิณถามแทน “อ้าว แล้วทำจะใด”
“ก็ต้องแบกออกมา เช็ดหน้าเช็ดตา แต่พอจะเอาไปส่งที่จวนผู้ว่าก็ไม่ยอมไป กลิ่นละมุดงี้หึ่ง”
จิตราอดไม่ได้ “แล้วเค้าไปไหนคะ”
“ก็ไม่รู้ครับ นั่งซักพักก็ขับรถไป”
สายพิณตั้งข้อสังเกต “หรือว่าเปิ้นเสียใจที่เมียมีชู้”
“เฮาว่า งานนี้หญิงก็ร้ายชายก็เลว เหมาะกันแล้วละ เนาะหนูจิตเนาะ” บัวหอมพยักพเยิดกับจิตรา
“จิตว่าไปดูพี่ก้องดีกว่า ไปก่อนนะคะ”
จิตราเดินออกไป

จิตราเดินเลี่ยงออกมาอีกมุมครุ่นคิด ด้วยความเป็นห่วงหล่อนตัดสินใจกดไล่หาเบอร์ยศ ลังเลว่าจะกดดีมั้ย แต่พอจะกด เกียรติก้องก็เข้ามา
“จิต” จิตราสะดุ้ง “ทำไมมายืนอยู่นี่ล่ะ”
“จิตจะออกมาหาพี่ก้องน่ะค่ะ สั่งดอกไม้แล้วเหรอคะ”
“จ้ะ กลับกันเลยมั้ย”
“ค่ะ”
จิตรารีบเก็บโทรศัพท์ เดินออกไปกับเกียรติก้อง

ผู้ว่าพาโสภิตเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมมนัส และนิตยา
โสภิตบอกผู้ว่าทันที “ที่ภิตมาที่นี่ก็เพื่อจะมาคุยกับคุณนิตเรื่องเดียวกันนี่แหละค่ะ”
“นี่หนูรู้เห็นกับนายยศด้วยเหรอ”
โสภิตหยิบซองเอกสารให้ผู้ว่า ผู้ว่ารีบเปิดดู ฟังโสภิตอธิบาย
“แม่เลี้ยง พี่ยศ ดิฉัน คุณนิตยา ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับการขนไม้เถื่อน ไม่ว่าจะขั้นตอนซื้อหรือขาย พวกเราถูกคุณพงษ์หลอกลวง หลอกใช้ให้ทำความผิดทั้งหมดค่ะ”
นิตยาเข่าอ่อน “ไม้เถื่อน”
“ค่ะ บริษัทรับสร้างบ้านน็อคดาวน์แค่ธุรกิจบังหน้าเท่านั้น”
ผู้ว่าดูเอกสารไปมาหน้าเคร่งเครียด “หลักฐานใช้ได้ แต่มันยังไม่พอกับจะเอาผิดตัวการได้ คดีนี้มันต้องรวบให้ได้คาหนังคาเขา เล่นกับคนชั่วที่มีทั้งอำนาจ มีทั้งเงิน ต้องให้มันจำนนจนดิ้นไม่หลุด พูดไม่ออก”
“ภิตจัดการเองค่ะ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของครอบครัว อย่าลืมสิคะ ท่านกับคนของคุ้มอมรา เราเกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่” โสภิตพูดด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว จริงจัง
นิตยารู้สึกแย่ อยากแก้ตัว “นิตพอจะช่วยอะไรได้บ้างมั้ยคะ”
ผู้ว่าห้ามทั้งลูกและโสภิต “อย่าเลย มันอันตรายเกินไปสำหรับผู้หญิง”
“แต่ถ้าเราอยากได้หลักฐาน ก็ต้องเสี่ยงนะคะ ภิตจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”

โสภิตมีสายตากล้าแกร่งขณะมองสบตาทุกคน
 


อ่านต่อตอนที่ 16
กำลังโหลดความคิดเห็น...