xs
xsm
sm
md
lg

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วิมานมะพร้าว ตอนที่ 15

 
จุลลาใส่แจ็กเก็ตยังไม่เรียบร้อยนัก วิ่งผลุนผลันมาจากในบ้าน ถือกุญแจรถ มือถือ ผ่านจำรัสและดาราที่นั่งดูทีวี
 
“จะไปไหนไอ้จูน”
“เถ้าแก่ เอ่อ...เพื่อนหนู มีปัญหาทางบ้าน เดี๋ยวมานะ ไม่ต้องรอค่ะ”
จุลลารีบวิ่งออกไปทันที จำรัส ดารามองตาม ละเหี่ยใจ
“ก็หัวใจยังผูกพัน ยึดติดอยู่กับที่นี่ แม่ว่าลูกไม่มีทางหนีไปไหนได้หรอก”
“ก็อยู่ที่ตัวมัน จะเลือกอะไร เราก็ทำได้แค่เพียง เฝ้ามองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ”
จำรัสและดารายิ้มให้กัน เป็นห่วงลูก

จุลลากำลังขึ้นรถ โทรศัพท์หาสืบสาย มีเสียงรับสาย
“ฮัลโหล”
“คุณอยู่ไหน”
สืบสายยิ้มดีใจ คุยมือถืออยู่
“อยู่ที่เดิมที่ๆ เคยอยู่”
“ตอบ”
สืบสายเซ็ง ที่จุลลาไม่เก็ต หงุดหงิดเลย
“อยู่บ้าน มีอะไร”
“ไปที่ฮวงซุ้ยของอากงคุณก่อน ฉันกำลังรีบไป”
“ไปทำไม”
“กำลังมีเรื่องไม่ค่อยดี อย่าเพิ่งเซ้าซี้ได้มั้ย ไปดูก่อน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า โทรบอกพวกไอ้แสบกับยามด้วยเผื่อมีเรื่องร้าย แค่นี้ก่อนนะ”
จุลลาวางสาย สืบสายวางสาย ถอนใจ รีบออกไป จุลลาขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป

ทางเดินในสวนมะพร้าว แสบและชาวคณะเดินมาอย่างเร่งรีบ มีอาวุธครบมือ
“ไปโว้ยพวกเรา! ฮวงซุ้ยเจ้าสัวคือสัญลักษณ์สำคัญที่ใครจะมาแตะต้องดูหมิ่นไม่ได้ ใครทำร้ายเจ้าสัว เราต้องเอาชีวิตเข้าแลก ใช่มั้ย” ชาวคณะหยุดกึก ส่ายหน้า “ทำไมแว้”
“จะแลกได้ยังไง ยังไม่รู้เลยว่ามีเรื่องอะไร เดี๋ยวนี้พี่แสบเป็นไร ชอบความรุนแรง เอะอะก็จะเอาให้ถึงตาย”
“ใช่”
“เพราะพี่เสพย์ติดความเจ็บปวด ยิ่งเจ็บ ยิ่งสะใจ”
“ประสาท”
“ไม่ให้ประสาทได้ไง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเค้าคุยกันแล้วว่าจะหาฤกษ์หายามให้บอสกับน้ำหวาน จุดจุดจุด มันเจ็บ พี่เลยต้องหาเรื่องอื่นมาเบนความสนใจ หยามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง ใช่มั้ย” แสบเงยหน้ามาอีกที ชาวคณะเดินกันไปแล้ว “เหยยย รอพี่แสบด้วยยย”
แสบวิ่งตามไป

ที่บ้านสืบสาย น้ำหวานนั่งอึดอัดอยู่ ใกล้ๆ กันเสียตง คุณนายเง็ก เตี่ยและแม่น้ำหวานนั่งคุยกัน
“เจ๊พอจะมีอาจารย์ที่นับถือที่ไหนบ้างมั้ยล่ะ ถ้าจะรบกวนเรื่องหาฤกษ์หายามเอาไว้แต่เนิ่นๆ”
“รบกวนเจ๊กับเฮียเค้าหรือเปล่าเฮีย ทางนี้กำลังมีเรื่องยุ่งๆ อยู่ รอสักพักก็ได้”
น้ำหวานรีบเสนอความคิดเลย
“จริงค่ะม้า รอสักพักก็ได้ ให้บอสจัดการให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า”
“จัดการอะไร”
“ก็เรื่องที่มันยุ่งๆ อยู่น่ะค่ะ”
“เออ ก็จริงนะ ดีเหมือนกัน ให้เวลาอีสองคนได้ศึกษาดูใจกันต่ออีกสักพัก เผื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลงแบบว่า มีใครสักคน อีเปลี่ยนใจแล้วลมพัดหวน อะไรแบบเนี่ย”
“ลื้อพูดอะไรวะ อาเง็ก อั๊วงง”
“อั๊วก็งงเหมือนกัน เดี๋ยวนี้โลกมันอยู่ยากขึ้นทุกวัน คนเราก็เข้าใจยากเข้า ไปทุกที ไม่รู้จะเก็บงำ ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกันไปถึงไหน”
ทั้งเสี่ยตง เตี่ยและแม่น้ำหวาน งงกับคุณนายเง็ก
“เอ่อ บอสไม่อยู่เหรอคะ”
“เดี๋ยวก็กลับมาแหละ บอกว่าออกไปธุระสักแป๊บ”
“อ่อ ค่ะ งั้นเรากลับกันก่อนมั้ยเตี่ย ม้า มืดแล้ว เกรงใจท่านประธานกับท่านรอง”
“ก็จริง งั้นอั๊วกลับก่อนนะ เฮีย เจ๊”

เตี่ย แม่และน้ำหวานลุกเดินไป เสี่ยตงและคุณนายเง็กตามไปส่ง

 
แสบและชาวคณะพากันมาถึงหน้าฮวงซุ้ย สืบสายยืนมองฟ้ามองดาวอยู่ชิลๆ
 
“อ้าว เหมือนทุกอย่างจะอยู่ในความสงบ”
“ก็สงบน่ะสิ ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย”
“แล้วบอสโทรบอกพี่แสบเรียกพวกเรามาทำไมครับ ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกตกใจ”
“ไอ้เราก็ร้อนใจ”
“ฉันพูดเสียงเรียบๆ นะ ว่าให้มาช่วยดูหน่อย”
“แสดงว่า คนที่ตระหนกตกใจ...”
“คือพี่เอง”
“เก็บงานเลยมั้ยครับผม”
แสบถอยกรูด ไปหลบอยู่หลังสืบสาย
“อยากเจ็บ จะได้เจ็บสมใจไงพี่”
“พอเถอะ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ ยังต้องทำงานหนักกันอีกหลายวัน”
“ครับผม”
แสบวิ่งหนีไปก่อนเลย ชาวคณะวิ่งตามแสบ
“หนีไม่พ้นหรอกไอ้พี่แสบ มาเลย”
ชาวคณะวิ่งตามแสบไป จูนเดินเข้ามาพอดี สวนกับแสบและชาวคณะ
“หวัดดีพี่จูน ไปนะ”
“หวัดดีพี่ ไปตื๊บคนก่อนนะ”
แสบและชาวคณะวิ่งพ้นไป จุลลามองอย่างสงสัย เข้ามาหาสืบสาย
“พวกมันจะไปไหน ก็ให้มาดูสถานการณ์”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบกริบ”
จุลลาอึ้ง มองไปรอบๆ ทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติมีเพียงแสงจันทร์ สายลมเอื่อยต้องผิวกาย สืบสายมองหน้าจุลลา จุลลามองหน้าสืบสายอึ้ง เกิดเป็นความเงียบระหว่างกัน ผีเถ้าแก่นั่งมองทั้งสองคนอยู่ที่มุมหนึ่ง อารมณ์ดี
“โรแมนติกจริงๆ ยิ่งมาโนแมนติกหน้าฮวงซุ้ย ยิ่งโรแมนติก ฮ่ะๆ”

มุมหนึ่งในสวนมะพร้าว ทรงเดช ปีเตอร์และลูกน้องย่างเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ที่หน้าฮวงซุ้ย สืบสายยังยืนมองหน้าจุลลา จุลลาได้ยินเสียงผีเถ้าแก่หัวเราะ หันไปมองข้างหลังเห็นผีเถ้าแก่กำลังหัวเราะอารมณ์ดี
“เราถูกหลอกแล้วล่ะ”
“ใครหลอก”
“ก็อากงคุณไง” สืบสายยิ้มกริ่ม
“อากงคงต้องการให้เธอออกมาเจอฉันที่นี่”
“ถูกแล้ว”
“เด็กเลี้ยงแกะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ดีแล้ว ฉันกลับล่ะ มาตั้งไกล เปลืองน้ำมันชะมัด” จุลลาเดินหนี
“อาตี๋ ตามไปเร็ว นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่ลื้อจะต้องทำให้อาหนูช่างอีเปิดปากให้ได้ว่าคิดยังไงกับลื้อ เรื่องมันจะได้จบบริบูรณ์สักที”
“จูบซะเลยดีมั้ยอากง” สืบสายบอกยิ้มๆ
“ถ้าไม่อยากโดนต่อย ก็จัดปายยย ฮ่ะๆๆ”
สืบสายรีบเดินตามจุลลาไป ผีเถ้าแก่หัวเราะอารมณ์ดี ก่อนจะได้กลิ่นผิดปกติ “เฮ้ย”

 
จุลลาเดินมาหงุดหงิด สืบสายเร่งฝีเท้าตามมา
 
“เดี๋ยวก่อนจุลลา”
“อะไรอีกเล่า”
สืบสายคว้ามือจุลลาเอาไว้
“คุยกันก่อน”
“ว่ามา แต่ปล่อยมือก่อน”
สืบสายแกล้งตกใจ มองไปข้างบน
“ลูกมะพร้าวหล่น” แต่จุลลายืนเฉย สืบสายอึ้ง “ไม่ตกใจเลยเหรอ”
จุลลามองข้างบน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เห็นมั้ย คิดไว้ไม่มีผิด คุณมันก็เด็กเลี้ยงแกะเหมือนอากงคุณ ต่อไปนี้ ฉันจะไม่เชื่อคำพูดของคุณ หรือของอากงคุณอีกต่อไปแล้ว”
“อย่างอนสิ”
“ไม่ได้งอน เรียกว่าโกรธ โกหกทำไม”
“ก็อยากรู้ ว่าถ้ามันมีลูกมะพร้าวหล่นลงมาอีกเหมือนคืนนั้น เธอจะทำเหมือนเดิมหรือเปล่า”
“เพื่อ”
“เพื่อที่ฉันจะได้รู้ว่า เธอรู้สึกยังไงกับฉัน ตอนนี้ เวลานี้”
“ก็เหมือนเดิมคือ ไม่มีอะไรเหลืออยู่อีกแล้ว”
“ไม่จริง”
“จริง”
“ฉันเห็นในสายตาเธอ มันไม่ได้เป็นเหมือนที่ปากเธอพูด” จุลลาหงุดหงิด
“โว้ย อยากให้พูดนักใช่มั้ย งั้นคุณก็พูดมาก่อนสิ ว่าคุณรู้สึกยังไงกับฉัน”
“ได้ ฟังนะ”
“อาหนูช่าง อาตี๋ แย่แล้ว” ผีเถ้าแก่ขัดจังหวะ
“อะไรอีกล่ะเถ้าแก่”
“ฮวงซุ้ยอั๊ว ฮวงซุ้ยอั๊ว”
“ฮวงซุ้ยทำไม รู้มั้ยว่าตอนนี้กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่”
“มีอะไรจุลลา”
“มันมาทำลายฮวงซุ้ยอั๊ว”
“หนูไม่เชื่อเถ้าแก่อีกแล้ว”
“อากงบอกเธอว่าอะไร”
“มีคนมาทำลายฮวงซุ้ย แต่คราวนี้ พูดเลย ไม่เชื่อ”

จุลลาเดินหนีไปเลย สืบสายอึ้ง ละล้าละลัง เอาไงดี แล้วตัดสินใจกลับไปที่ฮวงซุ้ย ไม่ตามจุลลาไป

 
ลูกน้องปีเตอร์กำลังพังฮวงซุ้ย ทรงเดช ปีเตอร์ยืนดูอยู่อย่างสะใจ
 
“เวทมนต์ที่ผมใช้สะกดวิญญาณมันเป็นไสยศาสตร์ขั้นสูงสุด ทำอะไรมันไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีบ้านๆ แบบนี้”
“ทำลายที่สิงสถิตย์มัน มันก็จะไม่มีที่อยู่ กลายเป็นสัมภะเวสี กำลังก็อ่อนแอลง แล้วก็จะไม่มีฤทธิ์เดชอะไรมาช่วยเหลือลูกหลานมันได้อีก ผมเข้าใจถูกมั้ยหมอ”
“ถูก”
“เร่งมือเข้า เอาให้ยับ อย่าให้เหลือซาก”
ลูกน้องของปีเตอร์ทุบทำลายฮวงซุ้ย ทรงเดชกับปีเตอร์ยิ้มสะใจอยู่ ผัเถ้าแก่ปรากฏตัวยืนร้อนใจอยู่ใกล้ๆ
“ไอ้เวรตะไลสองคนนี้ อั๊วอยากจะหักคอมันนัก แต่อั๊วทำไม่ได้ ไอ้หยา อาตี๋ อาหนูช่าง ช่วยอั๊วด้วย”
สืบสายเข้ามาเห็น ตกใจ วิ่งเข้ามาเลย
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ทรงเดชหันไปเห็นสืบสาย ยิ้มท้าทาย
“ทำไมฉันต้องเชื่อแกวะ ไอ้ตี๋ เฮ่ย พังมันเข้าไป เร็วๆ” สืบสายโกรธมาก เข้าไปขัดขวางลูกน้องของปีเตอร์
แต่ถูกซัดกลับมา “ฮ่ะๆๆๆ”
“อาหนูช่าง อาตี๋กำลังแย่แล้ว อาหนูช่าง”

จุลลาเดินมา ได้ยินเสียงเถ้าแก่
“อาหนูช่าง อาตี๋กำลังเสียทีพวกของไอ้ส่งเดช มันย้อนกลับมาทำลายฮวงซุ้ยอั๊ว อาหนูช่าง”
จุลลาชะงัก ความรู้สึกตีกันในใจ จะกลับไปดีหรือไม่ไปดี ในที่สุดก็ตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาแสบ
“ไอ้แสบ มาที่ฮวงซุ้ยเดี๋ยวนี้”

ที่ฮวงซุ้ย สืบสายกำลังถูกจับขึง ทรงเดชซัดหน้าสืบสายด้วยความแค้น หมัดแล้วหมัดเล่า
“เก่งนัก ทำไมไม่เก่งให้ตลอด หา สู้ฉันสิ สู้ฉัน”
สืบสายถุยเลือดที่กบปากใส่หน้าทรงเดช
“แกก็วัดกับฉันตัวต่อตัวสิ อย่าใช้วิธีที่มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
“ดูถูกกันอีกแล้ว” ทรงเดชซัดสืบสายไปอีกเปรี้ยง “นี่แน่ะ”
ทันใดนั้นจุลลาก็กระโดดเข้ามาถีบทรงเดชกระเด็น จุลลาหันไปซัดลูกน้องที่จับสืบสายอยู่ กระเด็นกันไปทั้งสองคน อีกสามคนเข้ามา เจอจุลลาเตะ ต่อยกระเด็นไปกันคนละทิศละทาง จุลลาเข้าไปดูอาการสืบสายที่มึนหมัดอยู่
“เป็นไง”
ลูกน้องอีกคนวิ่งเข้ามาจะใส่จุลลา
“ระวังหลัง อาหนูช่าง”
จุลลาหันไปซัด ลูกน้องกระเด็น แล้วกลับมาตั้งหลักกับสืบสาย ลูกน้องตั้งค่าย ล้อมกรอบจุลลากับสืบสาย ที่มือเปล่า ในขณะที่ลูกน้องอาวุธครบมือ ทรงเดชและปีเตอร์ยืนมองอย่างสะใจ
“อาเง็กเซียนฮ่องเต้ เมตตาอั๊วด้วย ลูกหลานอั๊วกำลังแย่ ขอให้อั๊วใช้อิทธิฤทธิ์ของความเป็นผีได้มากกว่ายืนดูเฉยๆ ได้มั้ย” ผีเถ้าแก่อึ้งไปชั่วขณะ ฟังเสียงจากเบื้องบน “ไม่ได้ ไอ้หยา ใครก็ได้ช่วยหลานอั๊วที”
พวกของแสบ หยิก เข่ง ถัด ยามจ่อย ปรากฏตัวเข้ามา อาวุธครบมือ ซึ่งล้วนแต่เป็นของใกล้ตัว
“เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

จุลลาและสืบสาย ผีเถ้าแก่ดีใจที่แสบมาช่วย

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 15 (ต่อ)

ผีเถ้าแก่ดีใจที่เห็นพวกของแสบ

“ขอบคุณสวรรค์ เฮ้ย ไฟ้ว์เลย ไอ้แสบ”
“พวกเรา รุม”
แสบและชาวคณะเฮเข้าใส่ลูกน้องของปีเตอร์ ทรงเดชและปีเตอร์ จุลลาประคองสืบสายไปเพื่อจะพัก
“จะพาฉันไปไหน”
“ไปพัก”
“ไม่ไป”
สืบสายสะบัดออก เห็นทรงเดชและปีเตอร์กำลังจะหนีไป สืบสายวิ่งไปคว้าตัวทรงเดชเอาไว้ ต่อยเปรี้ยง ทรงเดชเซ จุลลาหันไปจัดการปีเตอร์ ปีเตอร์สู้ไม่ได้ ถูกจุลลาไล่ซัด เพลี่ยงพล้ำ
“ฉันสู้กับนายแล้วไง ทรงเดช ลุกขึ้นมา”
“ได้ มาเลยตัวต่อตัว”
แต่ทรงเดชก็วิ่งหนี ไม่สู้ ทรงเดชวิ่งหนีไปอยู่รวมกับปีเตอร์ ลูกน้องของปีเตอร์กำลังถูกพวกของแสบรุมอัดยับอยู่
“ทำอะไรสักอย่างสิวะหมอ! คาถาอาคมอะไรก็เสกๆ มาเถอะ”
สืบสายและจุลลาพุ่งเข้าไปจะชาร์จทรงเดชกับปีเตอร์ ปีเตอร์ล้วงกระเป๋า หยิบปืนขึ้นมา ยิงเปรี้ยงออกไป ดังลั่นสนั่นสวนมะพร้าว
“ไอ้หยา”
ผีเถ้าแก่ตกใจ ทุกคนตกใจยืนอึ้ง นิ่งอยู่กับที่ ลูกน้องปีเตอร์รีบฉวยโอกาสวิ่งหนี ทรงเดชและปีเตอร์หนีไป โดยใช้ปืนขู่ทุกคน ไม่มีใครกล้าขยับตัว
“ตามไปดีมั้ยวะน้องๆ” แสบถามลูกน้อง
“ปืนนะพี่ โดนเข้าถึงตาย”
“รักษาชีวิตเอาไว้ก่อน แจ้งตำรวจหรือยัง”
“แจ้งแล้ว มาช้าตามระเบียบ”
จุลลาเจ็บใจ สืบสายสังเกตเห็นเลือดไหลซึมออกมาจากเสื้อของจุลลาบริเวณสีข้าง
“จุลลา เธอเลือดออก”
จุลลาก้มลงมองที่สีข้างของตัวเอง อึ้ง เอามือจับ เลือดเปื้อนมือ
“ฉัน...ถูก...ยิง”
“ถูกยิง”
“อาหนูช่าง”

“จุลลา เธอเป็นอะไรมากมั้ย จุลลา” สืบสายปราดเข้าไปประคองจุลลาด้วยความเป็นห่วง จุลลาหน้าซีด ทรุดลง ทุกคนมาดูจุลลา ตกใจ “จุลลา จุลลา”

 
หลายวันผ่านไป จุลลานอนลืมตาตื่นขึ้นเห็นดารานั่งมองอยู่แล้วด้วยสายตาอ่อนโยน
 
“แม่ กี่โมงแล้วคะ สายแล้วใช่มั้ย”
จุลลาลุกขึ้น เร็วๆ เป็นนิสัย ดาราช่วยประคอง
“ค่อยๆ ค่ะลูกจูนถึงกระสุนจะไม่ฝัง แล้วก็ผ่านมาแล้วหลายวัน แต่มันก็ยังไม่หายดี จะลุกจะนั่งก็ต้องระวังไว้นะคะ”
“จูนไหว”
“เนื้อคนนะคะไม่ใช่เหล็ก อย่ามาทำปากดี”
“แม่ จูนปากกับใจตรงกันเสมอ ไหวก็ไหว ไม่ไหวก็ไม่ไหว”
“เมื่อก่อนอาจจะเชื่อ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อ”
“ไม่พูดแระ”
“รีบอาบน้ำแต่งตัวเร็วเข้า มีคนมาหา”
“ใครคะ”
“คนที่เป็นห่วงลูกของแม่มากไงคะ”
จุลลาชะงัก แอบหัวใจพองโต คิดว่าเป็นสืบสาย

จุลลาเดินมา ในใจยิ้มรอไว้แล้ว แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นพี่โย้นั่งรออยู่ เมื่อเห็นจุลลาแล้วก็ดีใจ รีบเข้ามาหา จำรัส ลำยอง ลีลา มะขวิดแอบสังเกตอยู่เนียนๆ
“จูน เป็นไงบ้าง วันนี้รู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวานมั้ย”
จุลลาอึ้งๆ เซ็งๆ
“ก็ดี” จุลลาทำร่าเริงกลบเกลื่อน “มานานแล้วเหรอพี่โย้”
“มันมารอตั้งสามชั่วโมงแล้ว”
ดาราบอก จู่ๆ จุลลาก็หงุดหงิด
“แล้วทำไมไม่ให้แม่ปลุกเร็วกว่านี้ล่ะ บ้าเปล่าพี่โย้”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ พี่อยากให้จูนพักผ่อนมากๆ จะได้หายเร็วๆ”
“จะนอนตื่นเร็วสักสามชั่วโมง มันก็ไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้นเท่าไหร่หรอก”
จุลลาเดินหนี พี่โย้อึ้ง จำรัส ดารา ลีลา ลำยองและมะขวิดถอนใจ รู้ดีว่าจุลลาหงุดหงิดเพราะผิดหวัง
“อย่าไปถือมันเลยนะ ไอ้โย้”
“ไม่ถือหรอกครับ ผมเข้าใจ และรู้ดีว่าที่จูนเป็นอย่างนี้เพราะอะไร”
“เราช่วยอะไรลูกจูนไม่ได้เลยเหรอ พ่อโย้”
“ก็มันเลือกจะเก็บความรู้สึกของมันแบบนี้ ใครจะไปช่วยอะไรได้”
“คุณพ่อพูดถูกครับ ถ้าคู่กรณีไม่เคลียร์กันเอง กองเชียร์ก็คงทำอะไรไม่ได้”

ทุกคนถอนใจกับเรื่องของจุลลา

 
สืบสายเซ็นเอกสารให้ครรชิต ครรชิตรับมา
 
“ประชุมอีกทีกี่โมง”
“บ่ายสามครับ จะให้ยกเลิกแล้วไปเยี่ยมคุณจุลลาได้สักทีใช่มั้ยครับ”
“ไปเยี่ยมทำไม มีคนดูแลดีอยู่แล้วนี่”
“พ่อแม่ดูแลหรือจะเหมือนคนในหัวใจดูแล”
“หมายถึงนายโย้ รุ่นพี่เค้าน่ะเหรอ”
ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว
“ปัญญาอ่อน”
“ปัญญาอ่อน อุ๊บส์” ครรชิตเผลอพูดตามผีเถ้าแก่ แล้วรีบปิดปาก
“ครรชิต ไปเตรียมเอกสารการประชุม”
“ครับผม”
ครรชิตรีบออกไป สืบสายถอนใจ คิดถึงจุลลา เป็นห่วง
“เป็นห่วง แล้วทำไมไม่ไปหาอี ไปดูแล ไปถามไถ่อาการ”
น้ำหวานเข้ามา
“บอสคะ” สืบสายยิ้มให้
“น้ำหวาน”
“ไปกันได้หรือยังคะ”
“ไปสิ”
สืบสายเดินไปกับน้ำหวาน ผีเถ้าแก่มองตาม หงุดหงิด
“ลื้อสองคนกำลังจะทำอะไรกันอยู่แน่วะ หา มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ”
ผีเถ้าแก่มองตามอย่างสงสัย

จุลลาเดินมานั่งหงุดหงิด
“ตั้งแต่ฟื้นยันจะหายก็ไม่เคยเห็นหน้า เนี่ยเหรอ คนรู้สึกดีๆ ด้วย เนี่ยเหรอเพื่อน ฮื่ย” จุลลาหน้าเศร้า คิดถึงสืบสาย ผีเถ้าแก่ปรากฏตัว มานั่งเก๊กซิมข้างๆ “เฮ้ย เถ้าแก่”
“อาตี๋กับอาหนูน้ำหวานมันแปลกๆ”
“ไม่ฟังได้มั้ย”
ผีเถ้าแก่ไม่สนใจ บ่นต่อ
“ลื้อนอนเจ็บก็ไม่มาเยี่ยม พากันสวีทหวานไปทั่วโรงงาน”
“เถ้าแก่”
จุลลาเดินหนี ผีเถ้าแก่ตามติด ไปพ่นใส่หูจุลลา
“แถมยังแอบไปคุยกันสองต่อสอง แบบมีลับลมคมในกันบ่อยๆ”
“เถ้าแก่”

จุลลาเดินหนี

 
แสบกำลังซ่อมเครื่องจักรอยู่อย่างคร่ำเคร่ง หยิก เข่ง ถัดมองไปที่มุมหนึ่ง ชี้ชวนกันดู แสบเห็นลูกน้องไม่ได้ทำงานก็ฉุน
 
“เฮ้ย บอกแล้วไงเรื่องชาวบ้านเอาไว้เป็นขนมหวานล้างปากหลังกินข้าว ไม่ใช่ตอนทำงาน”
ลูกน้องสะดุ้ง
“เฮ้ย พวกเราไปทำงานเว้ย เรื่องบอสกับน้ำหวานจู๋จี๋ออกสื่อไว้เม้าท์กันตอนกินข้าว”
แสบหันมองเลย
“อีกแล้วเหรอ”
“ครับพี่”
แสบมองไปที่มุมหนึ่ง เห็นสืบสายและน้ำหวานเดินคุยกันมากระหนุงกระหนิงผ่านไป
“ที่อื่นมีให้เดินไม่เดิน มาเดินหวานเรี่ยราดกันทำไมในโรงงาน”
“ให้ไปบอกพวกเค้ามั้ยพี่แสบ ว่าพี่แสบกำลังจะอกแตกตายอยู่แล้ว”
“ไม่ไหวแล้วเว้ย”
แสบวางเครื่องมือ ลุกเดินไป
“จะไปอกแตกตายที่ไหนพี่แสบ จะตามไปเก็บ”
“ที่นี่ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้”
แสบเดินดุ่มๆ พุ่งไปหาสืบสายและน้ำหวานทันที
“จะอยู่ทำไมล่ะครับ ตามไปเร็ว”
ลูกน้องวิ่งตามแสบทันที

สืบสายและน้ำหวานเดินมา แสบเข้ามาขวาง ตาขวาง
“บอส”
สืบสาย น้ำหวานชะงัก เห็นท่าทางขวางๆ ของแสบแล้วอึ้ง หันมามองหน้ากัน ลูกน้องตามมาอยู่ข้างหลังแสบ ตกอกตกใจว่าแสบจะทำอะไร
“หันมามองหน้าผมสิบอส”
“มีอะไร”
แสบเสียงอ่อนลง
“จะบอกว่า ไม่เกินเย็นนี้ จะทดลองเดินเครื่องทั้งหมดอีกที”
“ไอ้เราก็นึกว่าจะมาไฟ้ว์” ถัดบอกเบาๆ สืบสายได้ยิน มองหน้าแสบ
“มีปัญหาอะไรเหรอแสบ”
“ผมน่ะไม่มีปัญหากับบอสหรอก แต่ผมมีกับ นี่” แสบชี้ไปที่น้ำหวาน
“มีปัญหา ก็ถามมาสิ”
“อะไรเอ่ย”
“เฮ้ย”
“เกริ่นนำ ขำๆ ก่อน เพราะที่เหลือต่อไปนี้ มันจะขำไม่ออก”
“ทำไม มีอะไร ถ้าแค่มาพ่นน้ำลาย แต่ไม่คิดจะพูดอะไรก็ถอยไปเลย น้ำหวานจะไปทานข้าวกับบอส” แสบอึ้ง น้ำหวานควงแขนสืบสาย แสบเซ “ไม่ถามใช่มั้ย ไปค่ะบอส”
แสบคว้าตัวน้ำหวานออกไปเลย ลูกน้องจะตาม สืบสายสั่งห้าม
“ไม่ต้องตาม”
“ทำไมล่ะครับบอส พวกผมกลัวว่า...”
“ไม่ต้องกลัวหรอก ให้ทั้งสองคนคุยกันส่วนตัวเถอะ จะไปทำอะไรก็ไปทำไป”
“ครับบอส”

ลูกน้องเดินกลับไปทางเดิม แต่อยากรู้อยากเห็นเรื่องของแสบกับน้ำหวานมาก สืบสายลุ้นในใจ ภาวนาให้แสบกับน้ำหวานเคลียร์กันได้

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 15 (ต่อ)

แสบจูงน้ำหวานมา น้ำหวานสะบัดออก

“จะคุยอะไรก็คุยตรงนี้แหละ”
“ได้”
แสบจ้องหน้าน้ำหวาน นิ่ง ยังพูดไม่ออก
“ยังไง รอฟังอยู่”
“ฟังนะ”
“ก็ฟังน่ะสิ”
“ฟังให้ดีนะ”
“ก็เออสิ”
“จะพูดแล้วนะ”
“ยังลีลาอีกครั้งเดียว จะกัดหู”
“พี่รักน้ำหวาน” น้ำหวานอึ้ง นิ่ง “รักมานาน ตอนนี้ก็ยังรักอยู่ รักมาก จนเจ็บปวดใจทุกครั้งที่เห็นน้ำหวานสวีทหวานวี่วีกับบอส.”
“แล้วไง จะมาพูดอะไรตอนนี้ เพื่ออะไร”
“เพื่อที่จะได้พูดสิ่งที่ยังค้างคาใจ เพื่อที่จะได้นอนตายตาหลับ” น้ำหวานอึ้ง ฟัง “พี่รู้ว่าที่ผ่านมา พี่ทำร้ายจิตใจของน้ำหวาน พี่ไม่ได้ตั้งใจ แต่มันจำเป็น พี่จะไม่ยอมให้คนที่พี่รักต้องถูกดึงให้ลงต่ำ ถูกดูถูกที่มารักช่างกระจอกะโหลกกะลา โชคดีนะ ขอให้ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง”
แสบหันเดินหนีจากไป ตัดใจจากน้ำหวาน รู้สึกหมดห่วง น้ำหวานมองตามแสบ ซาบซึ้งใจ ตื้นตัน

ที่ร้านสบายท้อง ผีเถ้าแก่ยังนั่งบ่นใส่หูจุลลาที่กำลังมาเดินยืดเส้นยืดสาย ไม่สนใจเรื่องที่ผีเถ้าแก่พูด
“พ่อแม่อีทั้งสองคนคุยกันว่า...” จุลลาเอี้ยวตัวไปทางซ้ายหนีผีเถ้าแก่ ผีเถ้าแก่เดินอ้อมมาพูดใส่หน้า “ถ้าเคลียร์เรื่องเครื่องจักรที่เสียและเริ่มเดินหน้าผลิตได้ใหม่” จุลลาเอี้ยวตัวไปทางขวาหนีผีเถ้าแก่ ผีเถ้าแก่เดินอ้อมมาหาอีก “กับจับตัวไอ้ส่งเดชกับไอ้หมอผีนรกนั่นได้เมื่อไหร่ จะไปหาฤกษ์แต่งงานทันที”
จุลลาลืมตัวเอี้ยวตัวกลับมาด้วยความโมโหไปหน่อย กระดูกลั่นดังกร๊อบ และเจ็บแผล
“โอ๊ย”
“อาหนูช่างนั่งก่อน” ผีเถ้าแก่บอกอย่างตกใจ จุลลานั่งลง “ไอ้หยา น่าสงสารจริง เสียดแทงสีข้างยังไม่พอ ยังมาเจอเรื่องเสียดแทงใจอีก เจ็บมั้ย”
“เจ็บจนชาแล้ว”
“ทำตัวเองนี่หว่า”
“นี่ ทำไมไม่เฝ้าฮวงซุ้ย ถ้าเกิดไอ้พวกส่งเดชกับไอ้หมอผีนรก นั่นมันย้อนมาอีก จะรู้มั้ย”
“อาตี๋อีให้ยามมาเฝ้าอย่างแน่นหนา อั๊วไม่ห่วง”
“งั้นก็ไปเกิดใหม่ได้แล้ว เถ้าแก่ เรื่องโรงงาน คุณสืบสายก็เข้ามาจัดการเรียบร้อย ส่วนเรื่องไอ้ส่งเดชก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทำไมถึงยังไม่ไป”
“อั๊วยังห่วงเรื่องอาตี๋กับลื้อ”
“หนูกับคุณสืบสายต่างก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเอง ที่ต้องจัดการกันเอง เถ้าแก่ต้องปลงให้เป็น วางให้ได้ ไม่อย่างนั้น เถ้าแก่ก็จะไม่มีทางพบความสงบสุข”
ผีเถ้าแก่อึ้งไป
“จริงสินะ อั๊วไม่ควรต่อรองกับเง็กเซียนฮ่องเต้อีก อั๊วควรจะไปเกิดใหม่”

ผีเถ้าแก่เดินคอตกออกไปอย่างช้าๆ จุลลานึกเห็นใจผีเถ้าแก่ แต่ก็ต้องปล่อยไป

 
ทรงเดชนั่งเจ็บแค้นอยู่ในห้องเล็กๆ โทรมๆ ปีเตอร์เดินกระวนกระวายไปมา
 
“ผมถูกอายัดบัญชีเงินฝากทั้งหมด ทำไงล่ะทีนี้ หา! จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงพวกลูกน้อง แล้วต่อไปจะมีใครยอมเป็นแขนขา จะเล่นงานพวกนั้น มันต้องใช้เงิน” ทรงเดชลุกขึ้น จะออกไป ปีเตอร์เข้าไปขวาง “เฮ้ย! คิดจะเอาตัวรอดหนีหรือไง ถ้าผมไม่ได้เงินของผม ผมไม่ปล่อยคุณแน่”
“ก็กำลังไปหาเงินอยู่นี่ไง” ปีเตอร์อึ้ง “หาทางกำจัดไอ้ปีเจ้าสัวนั่นให้ได้ก่อนเถอะ ถ้ายังมีมัน เราไม่มีทางทำงานสำเร็จ”
ทรงเดชออกไปอย่างฉุนเฉียว ปีเตอร์แค้น
“ไอ้ผีเจ้าสัว มึงทำให้กูเสียเครดิต”

แสบและลูกน้อง เจ๊พุ่ม ครรชิต เฮกันอยู่หน้าเครื่องจักรที่สามารถเดินเครื่องได้แล้ว สืบสายยืนยิ้มอย่างพอใจอยู่ใกล้ๆ
“ทุกอย่างเป็นปกติแล้วครับบอส สามารถใช้งานได้ต่อไปเหมือนเป็นเครื่องจักรใหม่ เพราะเปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมดเลย”
“เฮ”
“เก่งมากทุกคน ขอบใจมากนะ ขอบใจจริงๆ”
“เพื่อโรงงานอันเป็นที่รักของพวกเรา มากกว่านี้เราก็ทำได้”
“ฉันจะพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้ทุกคน”
“โห จะดีเหรอครับบอส ตอนนี้โรงงานมีค่าใช้จ่ายเยอะ”
“จะเอามั้ย”
“เอาครับ /ค่ะ”
“อย่างนี้ต้องฉลอง”
“เฮ”
“คุณเลขาเลี้ยง”
“เฮ”
“เจ๊พุ่มดีกว่า”
“เฮ”
“เฮ้ย ตลกแระ ถึงเจ๊จะอยากเลี้ยงผู้ชาย แต่ถ้าให้เลี้ยงทั้งโขลงแบบนี้แล้วกูจะเอาอะไรกิน หา”
“เฮ”
“จะเฮทำไม เจ๊พุ่มไม่ได้เลี้ยง”
“ฉันเลี้ยงเอง” สืบสายบอก
“เฮ”
“จริงเหรอครับบอส พวกเรากินจุนะ ขอบอก”
“เท่าไหร่ฉันก็จ่ายได้ ตอบแทนที่ทุกคนเหนื่อยกันมามาก อยากจะกินอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ บอกครรชิตเลย”
“บอกเลยแล้วกัน พวกเราอยากจะไปกินที่ร้านพี่จูน”
“เฮ”
สืบสายอึ้ง
“บอสคงไม่ว่างไป พวกเราไปกันเองก็ได้เนอะ” ครรชิตบอก ขณะที่สืบสายยังอึ้ง
“เฮ”
“งั้นรีบโทรบอกพี่จูนเลยเด่ะคุณเลขา”
“ได้ครับผม”
ทุกคนออกเดินไป ยกเว้นแสบและสืบสาย
“ไม่ต้อง ฉันกดเบอร์โทรศัพท์พี่จูนรอไว้แล้ว”
“มือถือใครวะ”
“ของแกไง”
“เอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไอ้นี่”
แสบและสืบสายยิ้มมองลูกน้องที่ร่าเริงกันออกไป แสบหันมาบอกสืบสาย
“บอสครับ ผมขอลาออกครับ”

สืบสายอึ้ง ตกใจ

 
ที่ร้านสบายท้อง จุลลาคุยมือถือ ดีใจ
 
“มาเลยๆ ทุกอย่างเต็มที่ ถือว่าฉลองปีใหม่ไปด้วยเลย เงินบอสใช่มั้ย งั้นเต็มที่สุดๆ แล้วเจอกัน” จุลลาหันมาบอกจำรัสและดารา “แม่จ๋า พ่อจ๋า เย็นนี้ พวกลูกน้องเก่าจูนจะมาเลี้ยงฉลองที่ซ่อมเครื่องจักรเสร็จที่นี่นะ ทุกอย่างจัดเต็ม เพราะมีเจ้ามือ ฮ่าๆๆ”
“เออ ดีใจด้วย สงสัยจะดีใจกันใหญ่เลยล่ะสิ”
“เจ้าแสบนี่เก่งนะ ไม่มีลูกจูนก็ทำงานต่อจนเสร็จได้”
“มันได้จากจูนไปเยอะ ก็งี้แหละ”
ป้าลำยองกำลังดูทีวีอยู่
“ทีงี้ เก่งจังเลยนะคะแม่คุณ” ทุกคนอึ้ง หันไปมองป้าลำยอง โดยเฉพาะจุลลา คิดว่าถูกป้าลำยองด่า “แต่เรื่องความรักตายน้ำตื้นทุกที จะปากแข็งทิฐิไปถึงไหน ใครล่ะที่เจ็บก็ตัวเอง รอให้ผู้ชายมาสารภาพรักก่อนเหรอ อู๊ย สมัยนี้ไม่ทันกินหรอกค่ะ ใครพร้อมก่อนก็บอกไปก่อนสิคะ”
“พี่ลำยอง ว่าใคร”
“นางเอกในละคร” ป้าลำยองหันไปเห็นทุกคนมองมาอยู่ ไม่รู้เรื่องรู้ราว “ทำไมเหรอ วันนี้ลำยองสวยเป็นพิเศษเหรอคะ ก็ปีใหม่แล้วนี่คะ เผื่อจะเฮงได้ลาภเป็นสัตว์สองเท้าเพศผู้” จุลลาเดินหน้าเซ็งออกไป ทุกคนอึ้ง ยกเว้นป้าลำยอง “คุณจูนโกรธอะไรเหรอคะ”
“แกได้ลาภแน่ นังลำยอง สองเท้าของเพศผู้ เท้าฉันไง” จำรัสบอก
“ว้าย ลำยองทำอะไรผิดคะ”
“จังหวะนรก”
ป้าลำยองรีบชิ่งหนี บรรยากาศในร้านเศร้าซึม

ในห้องทำงานสืบสาย แสบนั่งจ๋อยต่อหน้าสืบสาย
“ผมทำงานที่นี่ต่อไปไม่ได้จริงๆ”
“ทำไม ยังปรับความเข้าใจกับน้ำหวานไม่ได้อีกเหรอ”
“ผมได้พูดความในใจกับน้ำหวานไปหมดแล้ว ผมหมดห่วงแล้ว แต่ผมทนเห็นหน้าน้ำหวานต่อไปไม่ได้จริงๆ ถ้าบอสเข้าใจ บอสต้องปล่อยผมไป อย่ารั้งผมไว้เลย”
“ฉันไม่รั้งนายไว้หรอก”
“โห ไม่คิดว่าจะไม่รั้งง่ายขนาดนี้”
“ถ้าไม่มีใจ รั้งไว้ยังไงก็ไม่อยู่”
“ใจน่ะยังมี แต่เป็นใจช้ำๆ ที่โดนเค้าทำให้เจ็บมา”
“มองอนาคตตัวเองไว้ยังไง”
“ยังไม่ได้มองเลยครับ ตอนนี้คิดแค่ปัจจุบันก็พอ”
“งั้นฉันมองให้”
“หือ”

แสบออกมาจากห้องทำงานสืบสาย คอตกในตอนแรก จากนั้นรอยยิ้มก็ระบายออกมาทั่วใบหน้า
“เยส”

แสบดีใจลั้ลลาออกไป

 
เดือนพิไลเดินเข้ามาคุยกับทรงเดชในมุมลับตา
 
“ก็มันยังไม่ติดต่อมา จะให้ฉันทำไงล่ะ”
“ก็ติดต่อกลับไปสิ เร่งรัดเอาเงินมาให้ได้เร็วที่สุด”
“แล้วแกจะมายุ่งอะไรกับเงินห้าสิบล้านของฉัน”
“ตอนนี้มันเป็นของเราร่วมกัน”
“ไอ้ทรงเดช! แกนี่มัน เชื่ออะไรไม่เคยได้จริงๆ จนตรอกแล้วล่ะสิ หนีหัวซุกหัวซุนเหมือนหมาจรจัด”
ทรงเดชเข้ามาขย้ำคอเดือนพิไล
“อย่าปากดี ถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันสั่ง อย่าลืมว่าคลิปของแกกับฉัน ยังอยู่”
“ทำลายมันซะ แล้วฉันถึงจะทำตามที่แกบอก”
“อย่ามาต่อรอง”
“ฉันไม่สน”
เดือนพิไลแข็งกร้าวใส่ทรงเดช ทรงเดชอ่อนลงเพราะรู้ว่าคราวนี้เดือนพิไลเอาจริง
“ได้ ฉันจะทำลายมัน” เดือนพิไลสลัดออกจากพันธนาการของทรงเดช สายตาแข็งกร้าว ทรงเดชยื่นมือถือของเดือนพิไลคืนให้ “โทรหามัน”
“แกก็โทรหาคนของแกให้ทำลายคลิปนั่นซะ”
เดือนพิไลกดเบอร์โทรออก ทรงเดชก็หยิบมือถือกดเบอร์โทรออก สองคนมองหน้ากันไม่วางตา

เสี่ยตงกำลังเร่งรีบเดินออกจากบ้าน หน้าตาเครียดมาก คุณนายเง็กออกมาทัก
“จะไปไหนเฮีย” เสี่ยตงชะงัก หันมา อ้ำอึ้ง “วันนี้อั๊วจะพาลื้อไปเช็คสุขภาพประจำปีนะ”
“อ๋อ พอดีเพื่อนอั๊วมันอยากปรึกษาเรื่องแหล่งวัตถุดิบสักหน่อยน่ะ มันอยากได้เจ้าที่ราคาถูกๆ ก็ว่าจะแนะนำอาชัย เตี่ยหนูน้ำหวานให้อีรู้จัก”
“ไปนานหรือเปล่า จะให้อั๊วเลื่อนนัดหมอมั้ย”
“ไม่ต้อง อั๊วไปไม่นาน”
“อืม”

คุณนายเง็กเดินกลับเข้าไป ไม่ติดใจอะไร เสี่ยตงมองคุณนายเง็กอย่างรู้สึกผิด แต่ก็รวบรวมความกล้า ต้องทำอะไรสักอย่าง เดินออกไป



วิมานมะพร้าว ตอนที่ 15 (ต่อ)

ยามจ่อยกำลังนั่งเฝ้ายามอยู่หน้าฮวงซุ้ย ผีเถ้าแก่นั่งสีซออยู่อย่างหงอยเหงา สืบสายเดินเข้ามา ยามจ่อยรีบตะเบ๊ะ ผีเถ้าแก่หยุดสีซอมองสืบสาย ดีใจ

“อาตี๋”
“ออกไปก่อน” สืบสายพูดกับยามจ่อย
“ครับบอส เอ่อ บอสครับ ผมขออนุญาตไปร่วมงานเลี้ยงของพวกช่างแสบด้วยได้มั้ยครับ”
“ตามสบายเลย นายคือหนึ่งในคนที่ฉันต้องขอบคุณและขึ้นเงินเดือนให้ด้วยเหมือนกัน”
“ขอบคุณมากครับบอส”
ยามจ่อยเดินยิ้มออกไป สืบสายหันมาทำความเคารพฮวงซุ้ย จ้องฮวงซุ้ยนิ่งอยู่ ผีเถ้าแก่วางซอมาคุยกับสืบสาย
“จำความรู้สึกนี้ไว้นะอาตี๋ ลูกน้องลื้อทุกคน เป็นเหมือนคนในครอบครัวที่ต้องดูแลให้อยู่ดีมีสุข เราต่างตอบแทนบุญคุณซึ่งกันและกัน ไม่มีเราเค้าอยู่ไม่ได้ และถ้าไม่มีเค้าเราก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เป็นนายคนมันต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณนั่นคือเรื่องของการบริหารอย่างมีธรรมาภิบาล แต่ถ้าคิดในแง่ธุรกิจ กำไรลดลงแต่ได้ใจคนเพิ่มขึ้น ก็นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า”
“ผมจะจำเรื่องราวที่ผ่านมาไว้เป็นบทเรียนครับอากง”
“อั๊วคงไม่มีอะไรที่จะต้องสอนลื้ออีกแล้ว อาหนูช่างอีพูดถูก อั๊วได้คืบแล้วไม่ควรจะเอาศอก”
“อากงไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะครับ ป๊ากับหม่าม้าเข้าใจกันดีแล้ว และป๊าก็วางมือเกษียณตัวเอง ให้ผมบริหารอย่างเต็มตัว ป๊าจะพาหม่าม้าไปเที่ยวพักผ่อนทุกที่ที่หม่าม้าอยากไป”
ผีเถ้าแก่มองขึ้นไปบนสวรรค์ เห็นแสงมลังเมลือง
“ประตูสวรรค์กำลังเปิด ใกล้เวลาแล้วสินะ”
ผีเถ้าแก่มองสืบสายที่นั่งคุกเข่า โดยมีแสงมลังเมลืองจากสวรรค์ทาบทาร่างของผีเถ้าแก่

ที่ร้านสบายท้อง จุลลาช่วยดาราและจำรัส กำกับดูแลให้มะขวิด ลีลาตกแต่งสถานที่อยู่ ป้าลำยองนั่งสับมะละกออยู่ใกล้ๆ พี่โย้แบกกาละมังใส่มะละกอที่ปอกแล้วมาเพิ่มให้ป้าลำยอง
“ปอกแล้ว ล้างแล้ว แค่นี้พอมั้ยครับพี่ลำยอง”
“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกพี่ เรียกลำยองเฉยๆ ก็พอ”
พี่โย้เหวอ เดินหนีมาหาจุลลา
“ลูกน้องร้านจูนเนี่ย น่ากลัวเนอะ ทำคนหล่อลำบากใจ”
“ยอมๆ ไปเถอะพี่โย้ ถือว่าทำบุญ ให้ป้าเค้าชื่นใจ เอ้า ซ้ายพ่อซ้าย” จำรัสติดลูกโป่งซึ่งเป็นของตกแต่งสถานที่ไปทางซ้าย “กลับมาขวาพ่อ ขวาๆๆๆ”
จำรัสเอียงมาทางขวา จนจะล้ม
“เฮ้ย! ไอ้จูน จะขวาสุดขอบไปถึงไหน ข้าจะล้ม”
“ก็แหย่เล่นอ่ะ พ่อไม่ล้มหรอก แข็งแรงจะตาย ยังเฟี้ยวเงาะอยู่เลย”
“ไม่อยากจะคุย นี่ถ้าแม่เอ็งไม่ทำหมันไปซะก่อน ป่านนี้เอ็งมีน้องตั้งทีมฟุตบอลได้เลย”
“โห”
“คุณจำรัส น่าเกลียด พูดทำไม อายคน”
“ปล่อยให้แกพูดไปเถอะค่ะ ไม่มีอะไรให้อวดเท่าไหร่ ก็ต้องอวดอะไรแบบนี่แหละ”
“ไอ้ทะขวิด เอ็งเอาสายไฟมาพันตัวนังลำยองมา พันปากมันด้วย”
“ว้าย! อย่านะคะ เพิ่งเติมแป้งมา เดี๋ยวหน้าเยิน”
ป้าลำยองวิ่งหนี มะขวิด จำรัสไล่ต้อน จุลลา ดารา พี่โย้ ลีลาหัวเราะชอบใจ น้ำหวานเดินเข้ามา ป้าลำยองวิ่งหนีเกือบไปชน เห็นน้ำหวานเข้าก็ชะงัก
“อุ๊ย”
จุลลาและคนอื่นๆ เห็นน้ำหวาน ก็ชะงัก อึ้ง แปลกใจ น้ำหวานยิ้มให้จุลลา
“พี่จูน น้ำหวานมีเรื่องจะคุยด้วย”

ทุกคนหันมองจุลลา จุลลายิ้ม พยักหน้าเจื่อนๆ

 
น้ำหวานกับจุลลาหลบมาคุยอีกมุมหนึ่ง
 
“น้ำหวานมาขอโทษพี่จูน”
“ขอโทษพี่”
“ที่น้ำหวานเคยพูดไม่ดี เคยว่าพี่จูน ทุกอย่างที่ทำให้พี่จูนโกรธหรือเสียใจหรืออาจจะผิดหวังในตัวน้ำหวาน”
“น้ำหวาน ทุกอย่างที่น้ำหวานพูด มันถูกแล้วทุกอย่าง พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่พี่ทำให้น้ำหวานผิดหวัง”
“พี่จูน อย่าไปเมืองนอกเลยนะ อยากเรียนต่อ เรียนที่นี่ก็ได้”
“ให้พี่ไปเถอะน้ำหวาน พี่เองก็ไม่ได้ต่างจากไอ้แสบเลย”
“ต่าง”
“หืม”
“พี่แสบไม่เหมือนพี่จูน”
“แสบกับชาวคณะมาแล้วครับพี่น้อง”
จุลลาและน้ำหวานชะงัก การสนทนาถูกขัดจังหวะ

อีกด้านหนึ่ง เดือนพิไลกำลังข่มขู่เสี่ยตง
“หนูจะได้เงินห้าสิบล้านเมื่อไหร่”
“อั๊วไม่มีให้ลื้อหรอก”
“อะไรนะ” ทรงเดชแอบดูอยู่มุมหนึ่ง ตกใจ ร้อนใจ “ป๊าจะให้เมียเห็นคลิปสวาทระหว่างเราสองคนจริงๆ ใช่มั้ย” เสี่ยตงเงียบ “อยากให้ครอบครัวแตกแยกหรือไง”
“ลื้ออยากทำอะไร ลื้อทำไปเลย อั๊วจะไม่ปกปิดอะไรแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อั๊วจะไม่โกหกเมีย โกหกลูก อั๊วจะพูดความจริง ครอบครัวอั๊วจะเข้าใจอั๊ว ส่วนลื้อ ถ้าไม่อยากถูกอั๊วฟ้องข้อหาคุกคามข่มขู่ ก็เอาเลย”
เดือนพิไลอึ้ง เสี่ยตงเดินออกไปทันที ไม่สนใจคำขู่ของเดือนพิไล
“อะไรกันเนี่ย” เดือนพิไลเจ็บใจ ทรงเดชออกมาหาเดือนพิไล เข้าเปิดกระเป๋าเดือนพิไล “แกจะทำอะไร”
“เอามือถือแกมานี่” ทรงเดชหยิบมือถือมาได้
“จะเอาไปทำไม เอามานะ”
ทรงเดชหยิบปืนที่พกไว้ออกมาขู่เดือนพิไล
“อยู่เฉยๆ”

เดือนพิไลตกใจ ทรงเดชกดๆ มือถือของเดือนพิไล เพื่อหาคลิปแล้วจะส่งให้คุณนายเง็ก

 
ที่ร้านสบายท้อง แสบและชาวคณะยืนอยู่ ทุกคนกำลังตระเตรียมของสำหรับงานเลี้ยงค้างอยู่ ป้าลำยองเห็นผู้ชายมาเพียบ ตื่นเต้น พูดกับลีลา
 
“ว้าย สงสัยวันนี้คงได้สักคนสองคน”
“ได้มาช่วยสับมะละกอเหรอป้า”
“สับอย่างอื่น คริคริ”
ดาราวางมือเดินไปหาพวกของแสบ
“รีบมาทำไมกันจ๊ะ ของยังเตรียมไม่เสร็จเลย”
“งั้นพวกเรากลับ เดี๋ยวค่อยมาใหม่”
“เฮ้ย มาแล้วก็อย่าให้เสียเที่ยว มาช่วยกันทำสิวะ”
“จริงด้วย เฮ้ย พวกเราอยู่ที่เดิม แต่อย่านิ่งดูดาย ช่วยกันเว้ย”
“ได้เลย”
แสบและชาวคณะไปช่วยกันคนละไม้คนละมือ แสบมาช่วยจำรัสและพี่โย้ตกแต่งสถานที่ หยิก เข่ง ไปช่วยลีลาและมะขวิดที่มุมหนึ่ง เจ๊พุ่มไปช่วยดารา ยามจ่อยมาช่วยป้าลำยองสับมะละกอ ป้าลำยองดีใจ กระดี๊กระด๊า จุลลาและน้ำหวานเดินเข้ามา
“มากันแล้วเหรอ”
“ไม่ได้มาแล้วจะเห็นพวกเราเหรอ”
“ฮิ้วววว”
แสบสบตาน้ำหวาน ยิ้มให้เศร้าๆ
“มาเหมือนกันเหรอน้ำหวาน”
“อืม แต่กำลังจะไปแล้ว” ทุกคนอึ้ง
“อ้าว ทำไมไม่อยู่ด้วยกันล่ะน้ำหวาน”
“ไม่อยู่น่ะดีแล้ว นี่มันงานเลี้ยงของคนงานกระจอกๆ ไฮโซเซเล็บอย่าอยู่เลย ไม่เหมาะหรอก”
“พูดได้พูดไป เดี๋ยวจะพูดไม่ออก ทุกคนคะ น้ำหวานลานะคะ”
น้ำหวานยกมือไหว้ทุกคน แล้วออกไป ทุกคนอึ้งๆ
“ทุกคน อย่าให้เสียเวลา บ้านไกลเวลาน้อย รับทำให้เสร็จจะได้รีบฉลอง”

แสบหันไปกุลีกุจอช่วยทำงาน ทุกคนช่วยกัน จุลลาถอนใจ สงสารแสบและสงสารตัวเอง

 
คุณนายเง็กกำลังเก็บของลงกระเป๋า มือถือคุณนายเง็กดังขึ้น คุณนายเง็กรีบรับ
 
“ฮัลโหล เฮีย มาแล้วใช่มั้ย ได้ อั๊วกำลังเตรียมตัว ลื้อมาถึงแล้วจะได้ไปเลย” คุณนายเง็กวางสาย วางมือถือ แต่แล้วก็มีเสียงข้อความเข้า คุณนายเง็กมองอย่างแปลกใจเพราะเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก “ข้อความภาพ จากใคร”
คุณนายเง็กกดเปิดเพื่อดูข้อความ แล้วคุณนายเง็กก็ตาค้าง ช็อก ตกใจ

ผีเถ้าแก่ใส่ชุดเต็มยศ เดินมารอหน้าฮวงซุ้ย
“อั๊วพร้อมแล้ว เง็กเซียนฮ่องเต้” ผีเถ้าแก่มองไปรอบๆ “แต่ไม่มีใครมาส่งอั๊วเลย เป็นการไปเกิดใหม่ที่เหงามาก ตอนตายยังมีคนมารุมล้อมเต็มเตียงให้อบอุ่น”
เจ้าที่ปรากฏตัว
“ยังเยอะไม่หายนะเถ้าแก่”
“อาเจ้าที่ อั๊วดีใจจังที่เห็นลื้อ มาส่งอั๊วเหรอ”
“เปล่า”
“แล้วมาทำไมวะ”
“มาชวนไปฉลองเลี้ยงส่งเถ้าแก่”
“ฉลองที่ไหน”
“ก็ที่บ้านผมไง เจ้าบ้านเค้าทำบุญบ้าน อุทิศส่วนกุศลมาให้ชุดใหญ่เลย คนเค้าก็มีเรื่องน่ายินดี ผีก็มีเรื่องที่น่ายินดีไม่แพ้กัน มันต้องฉลองสิ”
“อั๊วไม่ไป ไม่อยากให้อาหนูช่างเห็นอั๊ว แล้วไล่อั๊วอีก”
“อย่าจากกันด้วยความรู้สึกไม่ดีเลยเถ้าแก่ จุลลาเค้ายังไม่รู้นี่ว่าเถ้าแก่กำลังจะไปแล้วจริงๆ”
“ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นแหละ นอกจากลื้อ”
“งั้นไปนะ”
“ไม่ไป” ผีเถ้าแก่เดินไปยืนรอหน้าฮวงซุ้ยเหมือนเดิม “ผีอย่างอั๊วมีศักดิ์ศรี ไม่ก็คือไม่ ไล่แล้วไล่เลย ไม่หันหลังกลับไปอีก”
“ขี้งอนตลอดๆ”

จุลลาและทุกคนกำลังช่วยกันเตรียมงานอย่างสนุกสนาน ครรชิตแวบมาคุยกับจุลลา
“บอสกำลังเดินทางมานะครับ”
“แล้วมาบอกฉันทำไม”
“บอกไว้เฉยๆ ครับ เผื่อคุณจุลลาจะได้เตรียมตัว”
“เตรียมตัวอะไร”
“เวลาที่ผู้หญิงรู้ว่า คนที่เรารักกำลังจะมา เค้าต้องทำยังไงก็อย่างนั้นล่ะครับ”
“คุณเลขา เดี๋ยวมีต่อย”
“ขออนุญาตไปเซ็ตระบบเสียงต่อครับ”
ครรชิตรีบชิ่งไปทันที จุลลาแอบตื่นเต้น สืบสายมายืนที่หน้าบ้านโดยที่ยังไม่มีใครเห็น สืบสายมองเข้ามาในงาน บรรยากาศชื่นมื่น ยิ้มตามไปด้วย สืบสายกำลังจะก้าวเท้าเข้าบ้าน แต่แล้วเสียงมือถือก็ดังขัดจังหวะ สืบสายรีบรับ
“ครับ ป้าเมี่ยง” สืบสายตกใจ “ป๊ากับหม่าม้า ครับ”
สืบสายมองเข้าไปในร้าน มองจุลลาที่กำลังยิ้มแย้มอยู่ชั่วครู่ รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เข้าไป เพราะเครียดเรื่องป๊ากับม้า และต้องรีบไปจัดการ จึงหันเดินออกไป

จุลลาเฮฮากับทุกคนกับการเตรียมงาน หันมาเห็นหลังสืบสายแวบๆ ไม่แน่ใจ เดินออกมาดูหน้าบ้านแต่ไม่เห็นใครแล้ว จุลลาถอนใจ กลับเข้าไปแบบเศร้าๆ

จบตอนที่ 15
กำลังโหลดความคิดเห็น...