xs
sm
md
lg

สามี ตอนที่ 12

เผยแพร่:

สามี ตอนที่ 12

สกรรจ์ขี่มอเตอร์ไซค์พาระริน มาบริเวณหน้าร้านกาแฟของมานพ

“ฉันให้คุณพาไปหาคนรู้จักของสิริโสภา พามากินกาแฟทำไม ฉันไม่ได้ว่างมากนักนะ”
“นี่คุณคิดว่าผมพาคุณมาเดทหรือไง เพ้อนะคุณน่ะ”
ระรินตั้งท่าจะสวนกลับ
“ผมไปสืบหาที่อยู่ของคุณสิ แล้วรู้ว่าบ้านที่คุณสิเคยอยู่เป็นชื่อของเจ้าของร้านนี้ ลองเข้าไปคุยดูเผื่อจะได้เรื่องอะไรเพิ่ม”
“งั้นก็รีบไปสิคุณ”
ระรินเดินเข้าไป แต่ยังไม่ทันก้าวระรินก็ชะงักที่เห็นปฐวีเข้ามาจากอีกทาง ระรินมองอย่างจำได้
“คุณ ศัตรูเจ้รุ้ง”
“เป็นสรรพนามที่จำได้แม่นดีนะ”
ระรินไม่พอใจ
“คุณมาที่นี่ทำไม”
ปฐวียังไม่ทันตอบ ระรินเห็นรถราพณ์
“เฮียราพณ์ มาทำไมที่นี่”
ทุกคนหันไปมอง เห็นรถของราพณ์เข้าไปจอดที่หน้าร้านกาแฟ ปฐวี สกรรจ์ดึงระรินให้หลบ
“จะให้หลบทำไมเนี่ย”
“ไม่สงสัยเหรอว่าพี่ ชายคุณมาหาคนรู้จักของสิริโสภาทำไม”
ระรินเข้าใจมองยอมหลบตามที่สกรรจ์บอก มองไปทางร้านกาแฟอย่างสนใจ

ราพณ์เข้าไปนั่งในร้านกาแฟ นั่งลงเครียด ๆ พลางบ่นกับมานพ และแก้ว
“กลุ้มว่ะ ทั้งเรื่องศัตรู คุณหญิงถูกกล่าวหา แล้วยังเรื่องของสิอีก เส้นเลือดฉันจะแตกวะ”
“ไม่สมกับเป็นผู้บริหารใหญ่ของ LK เลยว่ะ ระดับแกพาบริษัทขึ้นไปเป็นมหาชนได้ ไม่จนหนทางกับเรื่องแค่นี้หรอกน่า” มานพปลอบใจ
“ที่ฉันปวดหัวเพราะมันเป็นเรื่องของคุณหญิง ฉันไม่ชอบสภาวะที่มีความลับกับคุณหญิง มันอึดอัด”
“แก้วไม่คิดว่ามันจะเป็นความลับหรอกนะคะ ผู้หญิงจะไวมากเรื่องความผิดปกติของคนใกล้ตัว โดยเฉพาะสามี” แก้วออกความเห็น
“เรียกว่าเรดาห์ทำงานไวมาก”
“ผมอยากจะบอกแต่เรื่องมันเยอะ จนมันไม่มีจังหวะ”
“ใจเย็นๆ เว้ย ค่อยๆคิด มันต้องมีทาง...”
มานพตบไหล่ราพณ์อย่างปลอบใจ ภาพราพณ์กับมานพถูกแอบถ่ายโดยปฐวี

รสิกามองภาพมานพกับราพณ์ในโทรศัพท์ปฐวีอย่างอึ้งๆ ปฐวี สกรรจ์ และระรินสังเกตท่าทีของรสิกา
“ผมรู้สึกว่าผู้ชายที่อยู่กับคุณราพณ์คนนี้หน้าตาคุ้นๆ” สกรรจ์บอก
“พี่ชายคุณสิ” รสิกาบอกทันที
ทุกคนชะงัก
“ผู้ชายคนนี้ชื่อมานพ เขามาแสดงตัวว่าเป็นพี่ชายคุณสิ แล้วเขาก็เป็นคนที่พาตำรวจไปที่วังจะจับอ้าย ถ้าอ้ายไม่จ่ายค่าทำขวัญคุณสิให้กับเขา”
“พี่เช็คมาแล้วนะ นายมานพคนนี้เป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับราพณ์” ปฐวีเล่า
“จากท่าทีทั้งคู่ ผมว่าเขาน่าจะเป็นเพื่อนสนิทกันด้วยซ้ำ” สกรรจ์ออกความเห็น
“แต่รินไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้ของเฮียเลยนะคะ” ระรินบอกอย่างมั่นใจ
“แล้วถ้าเขาเป็นเพื่อนกันจริง ๆล่ะ” ปฐวีถาม
รสิกาเข้าใจทุกอย่างแล้ว
“เป็นแผนของเขาที่จะบังคับให้อ้ายแต่งงาน”
ระรินไม่สบายใจ
“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง คุณหญิงโกรธเฮียราพณ์ไหมคะ”
“ตอนนี้...พี่ตอบไม่ได้จริง ๆ”
ปฐวีมองรสิกา รู้ว่าเธอสับสนมาก
“แล้วอ้ายจะทำยังไงต่อ”
“ตอนนี้ที่บ้านเรามีปัญหามากพอแล้ว อ้ายอยากจะหาทางออกที่ดีที่สุด นอกจากเราสี่คน อ้ายไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้อีก ได้ไหมคะ”
รสิกามองทุกคน ปฐวีกับสกรรจ์พยักหน้ารับ รสิกามองระรินอย่างกดดัน
“น้องริน....”
“ค่ะ” ระรินไม่ค่อยอยากนักแต่จำยอม

นักข่าวหลายคน นั่งปักหลักกันอยู่แถวหน้าคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว รถลินดาขับรถเข้ามา จงใจลงจากรถตรงหน้านักข่าว ลินดาหันมายิ้มให้กับนักข่าวอย่างจงใจทิ้งจังหวะให้สนใจตัวเอง
นักข่าวจำได้
“คุณคือคุณลินดา ภรรยาอีกคนของเจ้าสัวใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ เห็นทุกคนต้องมานั่งรอกันอย่างนี้ก็เห็นใจนะจ๊ะ แต่ถ้าจะรอคุณราพณ์กับคุณหญิงล่ะก็ ทั้งสองคนคงไม่ยอมให้สัมภาษณ์แน่ ๆกลับกันไปเถอะค่ะ ไม่มีประโยชน์หรอกนะ”
ลินดาดูยิ้มมีเมตตาแล้วจะกลับขึ้นรถตัวเอง
“คุณลินดาคะ”
ลินดาชะงักหันมา
“ว่าไงคะ”
“ถ้าอย่างนั้นเราขอสัมภาษณ์คุณลินดาได้ไหมคะ”
“ฉันคงตอบได้ไม่มากนะคะ”
นักข่าวกระตือรือร้น
“เราอยากทราบเรื่องที่ว่าการแต่งงานของคุณหญิงรสิกา เป็นการแต่งงานล้างหนี้ จริงหรือเปล่าคะ”

ลินดาทำหน้าหน้าตาแบบลำบากใจมาก แต่พร้อมพูดทุกอย่าง
 
มุมชงกาแฟ แก้วกำลังเก็บโต๊ะ เสียงประตูเปิดเข้ามาในร้าน
 
“ยินดีต้อนรับครับ”
มานพชะงักที่เห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นรสิกา
“คุณหญิง....”
แก้วหันมามองรสิกา แล้วมองมานพว่าคนนี้เหรอ มานพพยักหน้า
“สวัสดีค่ะ คุณมานพ คุณสิเป็นยังไงบ้างคะ”
มานพชะงักมองหน้ารสิกา
“ฉันไม่ได้ข่าวของคุณสิเลยค่ะ ก็เลยอยากรู้ว่าตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น อาการเธอเป็นยังไงบ้าง”มานพมองหน้ากับแก้ว เข้าใจเลยว่ารสิกาคงจะรู้อะไรบางอย่างแล้ว และกำลังทดสอบเขาอยู่
“ก็สบายดีครับ”
“ฉันทราบมาว่าคุณสิเลิกกับสามีเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น ฉันรู้สึกผิดมากจริงๆ ฉันคิดมาตลอดว่าถ้าฉันได้คุยกับสามีของเขา ฉันอาจจะช่วยให้เขาคืนดีกันได้ ฉันอยากรบกวนคุณมานพช่วยพาฉันไปพบกับสามีคุณสิได้ไหมคะ”
“หลังจากเขาเลิกกัน ผมก็ไม่ได้ติดต่อกับน้องเขยแล้วล่ะครับ”
“งั้นบอกชื่อเขามาก็ได้ค่ะ ฉันจะติดต่อไปหาเขาเอง”
มานพกับแก้วมองหน้ารสิกาที่ต้อนเต็มที่ รสิกามองอย่างรอคอยให้มานพพูดออกมา มานพลำบากใจ
“คุณหญิงครับ เขาสองคนจบกันไปแล้วจริงๆ อย่าไปรื้อฟื้นอีกเลยนะครับ”
“สำหรับคุณราพณ์อาจจะใช่ แต่กับคุณสิเขาไม่จบ”
มานพกับแก้วอึ้งที่รสิกาพูดเข้าเป้า
“แล้วคุณหญิงอยากทราบเรื่องอะไรล่ะคะ” แก้วถาม
“ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคน”
“คุณหญิงครับ บางเรื่องรู้ไปก็มีแต่จะทำให้ไม่สบายใจ ไม่รู้แล้วอยู่กับปัจจุบันไม่ดีกว่าเหรอครับ”
“ถึงฉันจะไม่ได้รู้วันนี้ วันหน้าก็ต้องได้รู้อยู่ดี ตอนนี้คุณสิกำลังพยายามแสดงออกให้ฉันรู้ ฉันคิดว่าเขาคงอดทนได้อีกไม่นาน ฉันทราบค่ะว่าเขาสองคนลึกซึ้งกันมาก่อน แต่ให้ฉันรู้ในวันที่ฉันพร้อมรับมือดีกว่านะคะ”
มานพมองแก้วอย่างลำบากใจ
“นพคะ...แก้วเชื่อว่าคุณหญิงมาวันนี้เพราะอยากจะรักษาครอบครัวไว้”
“ถ้าคุณหญิงทราบทุกอย่างแล้ว ผมว่า...”
“ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีอีกกี่เรื่องที่มันเหนือความคาดหมาย ถ้าฉันต้องรับรู้อีกหลายเรื่องจากปากของผู้หญิงอีกคนที่เคยเป็นคนรักของสามีฉันมาก่อน ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะรับมันไหวอย่างวันนี้”
แก้วพูดกับมานพ
“ฟังคนกลางจะได้เหตุผลมากกว่าอารมณ์...”
แก้วจับที่แขนมองแล้วมองหน้า มานพมองแก้วรู้ว่าแก้วอยากให้เล่าความจริงทั้งหมดให้รสิกาฟัง
มานพมองรสิกาอย่างตัดสินใจ

ราพณ์เครียดจนต้องพิงไปกับเก้าอี้ทำงาน มือลูบหน้าเบาๆ พยายามจะผ่อนคลายทั้งที่สมองตึงเครียดเหลือเกิน รุ้งรายเปิดประตูเข้ามาด้วยอาการแตกตื่น
“เฮีย มันเป็นเรื่องแล้ว ตอนนี้มีข่าวออกมาทั้งโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของป๊า หม่อมวลี แล้วก็คุณหญิง เรื่องแต่งงานล้างหนี้ ความแค้นของป๊ากับคุณหญิง ทุกอย่างมันกำลังทำให้คุณหญิงกลายเป็นฆาตกร มันกำลังบานปลายนะเฮีย”
“คุณลินดา”
ราพณ์โกรธที่ลินดาไม่เลิกบ่อนทำลายครอบครัวสักที เสียงโทรศัพท์มือถือดัง ราพณ์รับโทรศัพท์
“ว่าไงกันต์...แกโดนเจ้านายกดดัน เรื่องข่าวพวกนั้นน่ะเหรอ แล้วแกจะทำยังไง”
ราพณ์ฟังแล้วตกใจมาก รุ้งรายมองท่าทีราพณ์อย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

รสิกานั่งเครียดกับเรื่องที่ได้รับรู้ ๘ระที่นั่งอยู่ในห้องทำงาน ปฐวีนั่งคุยอยู่ด้วย
“สังคมกำลังตัดสินว่าอ้ายเป็นฆาตกร”
“แล้วอ้ายจะทำยังไงต่อไป”
รสิกามองปฐวี รสิกายังไม่ทันจะตอบ ระรินรีบเข้ามาพร้อมกับกอบกู้
“คุณหญิง”
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“ตั้งสติไว้นะครับ คุณหญิง ผมเชื่อว่ามันต้องมีการเข้าใจผิดกัน”
กอบกู้พูดไม่ทันจบ สิริโสภาเดินนำกันต์เข้ามา
“เชิญค่ะ”
“ผมต้องขอเชิญคุณหญิงไปให้ปากคำที่โรงพัก” กันต์บอก
“ในฐานะอะไรครับ” ปฐมวีถาม
“ผู้ต้องสงสัยในสาเหตุการตายของเจ้าสัวเรียวครับ”
ทุกคนตะลึง
“พี่กันต์ พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” ระรินตกใจมาก
กันต์ลำบากใจ
“น้องริน พี่ต้องทำตามหน้าที่ เชิญครับคุณหญิง”
“แต่ผมว่า..”
ปฐวีจะแย้ง รสิกาตัดสินใจ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่วี อ้ายไม่ได้ทำผิด อ้ายจะไปเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์”
“ผมขอโทษนะครับคุณหญิง” กันต์ลำบากใจ
“ฉันเข้าใจค่ะ”

กันต์พารสิกาออกไป จังหวะเดินออก รสิกาสบตากับสิริโสภา เห็นสายตาของสิริโสภามองมาอย่างสะใจ
 
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.00น.


 
หน้าสถานีตำรวจ ปฐวีรออย่างกระวนกระวาย ราพณ์เพิ่งมาถึง ถามอย่างร้อนใจ
 
“คุณวี คุณหญิงล่ะ”
“สารวัตรพาไปสอบปากคำ ยังไม่ออกมาเลยครับ”
ปฐวีถอนใจเครียดกับภาวะที่เกิดขึ้น
“คุณช่วยอ้ายให้หลุดคดีได้นี่คุณราพณ์”
“เรื่องถึงตำรวจแล้ว ตอนนี้คุณหญิงถูกวัตถุพยาน เป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ยังไม่มีพยานแก้ต่าง แล้วยังมีคนกระพือข่าว ทั้งนักข่าวที่พยายามขุดคุ้ย ตอนนี้ไอ้กันต์ก็โดนกดดันหนัก ต้องเดินหน้าปิดคดีนี้ให้ได้”
“ถ้าเราหาตัวคนร้ายไม่ได้ อ้ายก็จะต้องติดคุกงั้นเหรอ”
“คุณวีสถานการณ์แบบนี้ คนที่จะทำขนาดนี้กับครอบครัวของผม ก็มีแต่พ่อของคุณเท่านั้น”
ปฐวีอึ้ง
“ขอโทษที่ผมต้องพูดอย่างนี้ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณไม่ช่วย คุณหญิงก็ต้องติดคุกทั้งที่ไม่ผิด”
ปฐวีหนักใจ

รังรองนั่งทำงานอยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญค่ะ”
พนักงานชายเดินเข้ามาพร้อมกับปิดประตู เข้ามาตรงหน้าโต๊ะรังรอง
“เอกสารทางการเงินของบริษัทคุณชาญชัยที่คุณรังรองให้ผมไปตรวจสอบ เป็นเอกสารปลอมทั้งหมดครับ”
รังรองอึ้ง พนักงานชายมองรังรองอย่างอึกอัก
“ขอประทานโทษนะครับ คุณรังรองสงสัยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่าครับ”
รังรองมองมาอย่างตำหนิว่าสอดรู้ รีบพูดเหตุผลให้ฟัง
“คือก่อนหน้านี้ คุณนทีก็ให้ผมส่งเอกสารเรื่องนี้ให้เหมือนกัน”
รังรองยิ่งอึ้งหนัก
“ไม่มีอะไร ขอบใจมาก ส่วนเรื่องที่เราคุยกันวันนี้...”
“ผมจะไม่พูดครับ”
“เชิญ...”
พนักงานชายรู้หน้าที่รีบออกไป รังรองเครียด หันเก้าอี้ออกหน้าต่างคิดหนัก เสียงประตูเปิด รังรองหันเก้าอี้กลับมา
“มีอะไรอีก” รังรองตกใจที่เห็นชาญชัย “เฮียชาญ”
ชาญชัยยิ้ม
“ทำไมต้องทำท่าตกใจแบบนั้นด้วย”
“เฮียมาหารองมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“คืนนี้เราไปทานข้าวกันนะ”
ชาญชัยยิ้ม รังรองมองก็รู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ

ราพณ์พารสิกาเข้ามาในห้องโถง รัตนาวลีและทุกคนรออยู่อย่างเป็นห่วง
“อ้าย”
“หม่อมแม่...”
รสิกากอดรัตนาวลีด้วยต้องการที่พึ่งพิง
“อาคุณหญิง”
รสิกาเข้ากอดอาม่าอีกคน
“ไม่เป็นไรใช่ไหมคะคุณหญิง”แม่นมถาม
“ตอนคุณรินกลับมาบอกว่าคุณหญิงโดนจับ อาม่ากับแม่นมลมใส่เลยค่ะ” แหววเล่า
“เฮีย แล้วพี่กันต์ว่าไงมั่ง คุณหญิงไม่ผิดใช่ไหม” ระรินถาม
“ตอนนี้คุณหญิงกลายเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ถ้าไม่เจอคนร้ายตัวจริง...”
“อาม่าไม่ยอมนะ จะมาใส่ร้ายอาซุงซิมปู๋ของอาม่าได้ยังไง อาราพณ์ลื้อต้องช่วยอาคุณหญิงให้ได้นะ”
“ครับ อาม่า”
รุ้งรายเข้ามา หน้าเครียดมาก
“เฮียราพณ์ รุ้งขอคุยด้วยหน่อยค่ะ”
ราพณ์มองรุ้งรายรู้ว่ามีข้อมูลแน่
“ไปที่ห้องทำงาน”
ราพณ์ออกไป รุ้งรายตามไป

ราพณ์มองแท็ปเล็ตอ่านเอกสารอึ้งๆ มองรุ้งรายเอามาจากไหน รุ้งรายโมโหแต่พยายามกลั้นไว้
“พอรุ้งเช็คเอกสารที่โครงการเฮียชาญทั้งหมดแล้ว รุ้งว่ามันมีบางอย่างไม่ปกติ หลังจากเฮียสั่งทุบโครงสร้างจำนวนลูกค้ากลับเพิ่มอย่างรวดเร็ว รุ้งคิดว่าเรื่องนี้คุณนทีจะต้องมีข้อมูลรุ้งเลยให้คนค้นในพีซีกับอีเมล์ของคุณนที ดูจากวันที่ของเมล์นี้มันก่อนวันที่ป๊าจะเกิดอุบัติเหตุไม่กี่วัน”
ราพณ์วิเคราะห์เครียด
“ถ้าอย่างนั้น คนที่ป๊านัดเจอ คนที่เราคาดไม่ถึงคือเฮียชาญ ป๊าคงต้องการจะเคลียร์เงียบๆ โดยไม่ให้พวกเรารู้”
รุ้งรายระเบิดเลย
“ไอ้คนอกตัญญู รุ้งจะเล่นงานมันให้ถึงที่สุด”
รุ้งรายจะไป
“อย่าเพิ่ง เฮียต้องการหลักฐานมากกว่านี้ ถ้าจะจับต้องเอาให้ดิ้นไม่หลุด สำคัญที่สุดตอนนี้คือเฮียอยากรู้ว่าเจ้รองรู้เรื่องนี้ด้วยไหม”

ร้านอาหารสวย บรรยากาศโรแมนติก พนักงานเสิร์ฟอาหารเรียบร้อย ชาญชัยเอาใจรังรองมาก
“ทานสิ รองผอมไปมากเลยนะ”
ชาญชัยมองรังรองที่ดูนิ่งมาก

“รอง...มีอะไรหรือเปล่า”
 
รังรองเริ่มต้นทานอาหารทำตัวปกติมาก ชวนคุยเหมือนเป็นธรรมดา
 
“เฮียคะ..เราแต่งงานกันมากี่ปีแล้ว”
ชาญชัยคิดอยู่สักพัก
“ห้าปี”
รังรองยิ้ม
“เจ็ดปีแล้วค่ะ”
รังรองสีหน้าไม่ได้รู้สึกโกรธหรือผิดหวัง นิ่งมาก ชาญชัยแก้เก้อ
“นานเหมือนกันนะ”
“ตั้งแต่แต่งงานกันมา เฮียไม่เคยพารองมานั่งกินข้าวแบบนี้เลย”
ชาญชัยสะดุดนิดๆ แต่ก็เกลื่อนๆไป
“ขอโทษนะรอง ต่อไปเฮียจะพารองออกมาบ่อยกว่านี้นะ”
“บางครั้งรองก็ไม่แน่ใจว่ารองสำคัญกับเฮียบ้างหรือเปล่า”
“รองเป็นคนสำคัญที่สุดของเฮียเลยนะ ไม่อย่างนั้นเฮียจะแต่งงานกับรองทำไมล่ะ จริงไหม...แต่ที่ผ่านมาเฮียยุ่งๆ กับการตั้งบริษัท อยากให้มันมั่นคง” ชาญชัยได้จังหวะ “เมื่อไหร่รุ้งจะคุยกับราพณ์เรื่องให้เฮียแยกบริษัทมาซะที”
“รุ้งว่าการอยู่ในเครือ LK มั่นคงกว่าที่เราจะแยกตัวออกมานะคะ ยิ่งช่วงนี้อสังหาก็แข่งขันกันสูง ถ้าเราฐานไม่แน่นโอกาสล้มมีสูงนะคะ”
“แต่อยู่กับ LK ต้องแบ่งกำไรเกินครึ่งให้กับราพณ์ ต้องโดนก้าวก่ายเรื่องบริหาร ทุกคนมองว่าเฮียเป็นลูกน้องของราพณ์ ไม่มีใครมองว่าเป็นเจ้าของบริษัทสักคน เฮียไม่ชอบ”
“รองจะคุยให้ก็ได้นะคะ แต่ว่า...เฮียจะต้องคืนเงินลงทุนเราเคยยืมป๊ามาห้าสิบล้าน”
ชาญชัยลืมตัว
“ทำไมต้องคืน”
“ก็..เฮียสัญญากับป๊าไว้”
“อย่าโง่น่ารอง ตอนนี้ป๊าไม่อยู่แล้ว สัญญาก็ล้มเลิกไป ไม่มีใครรู้”
“แต่มันไม่ถูกต้องนะคะ เงินก้อนนั้นเหมือนเป็นเงินกงสี รองอยากคืนให้พี่น้อง”
“ไม่จำเป็นหรอก” ชาญชัยพยายามเกลี้ยกล่อม “รองคิดดูนะ นอกจากระริน...พี่น้องของรองทุกคนหาเงินเองได้ ปีๆนึงได้มากกว่าร้อยล้านด้วยซ้ำ”
“ถ้าป๊ารับรู้ ป๊าคงเสียใจที่เราผิดคำพูด”
“เงินแค่นี้ถ้ารองขอ...ป๊าเขายกให้รองอยู่แล้ว ป๊ารักรองจะตายไป”
รังรองอึ้งที่เป็นชาญชัยที่พูดคำนี้ออกมา ในขณะที่รังรองยิ้มสมเพชตัวเอง
“รองยิ้มอะไร”
“รองเป็นลูกที่ใส่ใจป๊าน้อยเหลือเกิน รักไม่รักยังต้องให้เฮียเป็นคนบอก รองนี่แย่จริงๆ”
ชาญชัยมองรังรองไม่เข้าใจ
“รองแค่คิดถึงป๊าน่ะค่ะ”รังรองเปลี่ยนเรื่อง “ทานนี่สิคะ” รังรองตักอาหารให้
พอเห็นรังรองกลับมาเอาใจเหมือนเดิม ชาญชัยก็ไม่ได้ใส่ใจอาการของรังรองอีก จังหวะที่ชาญชัยไม่ได้มองรังรอง รังรองมองชาญชัยอย่างตัดสินใจได้

รสิกานั่งเครียดอยู่ในห้องทำงาน ระรินซื้อของกินเข้ามา
“คุณหญิงคะ ทานอะไรสักหน่อยเถอะค่ะ คุณหญิงยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า เดี๋ยวจะปวดท้องนะคะ”
รสิกานึกได้
“ท้อง...”
รสิกาได้สติคิดถึงลูก จะหยิบถุงลูกชิ้นแต่เห็นสิริโสภาที่เดินผ่านมา รสิกาพยายามจะไม่สนใจ
รสิกาหยิบถุงลูกชิ้นปิ้งมาแต่แค่เปิดถุง รสิกาก็มีอาการคลื่นไส้ หยิบถังขยะมาอาเจียน สิริโสภาชะงักมอง
ระรินตกใจรีบเข้ามาช่วยลูบหลังให้กับรสิกา
“คุณหญิงเป็นอะไรคะ”
รสิกาอาเจียนหนัก ระรินต้องรีบหยิบแก้วมาเทน้ำเปล่าให้ รสิกาหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดปาก
“น้ำค่ะคุณหญิง”
สิริโสภาเปิดประตูเข้ามาทันที
“เธอเข้ามาทำไม” ระรินถาม
“คุณหญิงไม่สบายหรือเปล่าคะ สิเห็นคุณหญิงอาเจียน”
“ท้องว่างน่ะค่ะ”
“เหรอคะ สินึกว่าคุณหญิงเหม็นอาหาร เหมือนตอนที่สิแพ้...ท้อง”
รสิกามองหน้าสิริโสภาที่มองมาอย่างจับผิด
“เปล่านี่คะ หมู่นี้ฉันคงเครียดน่ะค่ะ”
“เหมือนเคราะห์ซ้ำ กรรมซัดเลยนะคะ”
รสิกามองสิริโสภาที่สีหน้าดูสะใจแม้จะไม่ได้ยิ้มชัดเจน
“ถ้าท้องว่างก็ทานสิคะคุณหญิง อาการจะได้ดีขึ้น”
รสิการู้ว่าสิริโสภาพยายามจับผิด และทดสอบว่ารสิกาท้องหรือเปล่า
“ขอบคุณค่ะ ที่เป็นห่วง”
รสิกาฝืนหยิบลูกชิ้นมากิน แล้วทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด สิริโสภามองอย่างพยายามจับผิด รสิกาเก็บอาการนิ่งมาก ฝืนกลืนอาหารลงไปอย่างกล้ำกลืน
“ในห้องนี้ไม่มีงานที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของคุณ กลับไปทำงานดีกว่าไหมคะ”
“ค่ะ ถ้าคุณหญิงไม่สบายบอกสิได้นะคะ สิพร้อมจะดูแล”
“ไม่จำเป็น ฉันดูแลคุณหญิงได้ เชิญ”
สิริโสภายอมออกไป แต่ยังไม่วายทิ้งสายตาโหดใส่รสิกา รสิกาต้องพยายามเก็บอาการที่จะไม่อาเจียน มือรสิกาจับที่วางแขนเกร็งไปทั้งมือ
“สีหน้าคุณหญิงดูไม่ค่อยดีเลย กลับไปพักดีไหมคะ”

รสิกาได้แต่ยิ้มรับนิ่งๆ
สามี ตอนที่ 12 (ต่อ)

ปฐวีขับรถเข้ามาที่หน้าหมู่บ้าน นึกถึงที่ราพณ์พูด
 
‘คนที่จะลงมือได้ขนาดนี้มีแต่พ่อของคุณเท่านั้น มันเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณไม่ช่วย คุณหญิงก็ต้องติดคุกทั้งที่ไม่ผิด’
ปฐวีเครียดเบรกรถจอดนิ่ง ปฐวีตั้งสติจะขับต่อแต่ชะงักที่เห็นรถที่กำลังเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน สายตาปฐวีเห็นว่าเป็นชาญชัยอยู่ในรถ
“ชาญชัย...”
ปฐวีเลี้ยวตามเข้าไปห่างๆ แล้วไปซุ่มดูที่หน้าบ้าน เห็นชาญชัยกับลินดาเดินออกมาด้วยกัน ปฐวียกโทรศัพท์ขึ้นกดถ่ายรูป

รังรองเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา ราพณ์กับรุ้งรายที่รออยู่หันมอง
“เจ้รอง...มีอะไรหรือเปล่าถึงเรียกผมกับรุ้งมา”
รังรองปิดประตู เดินเงียบๆ มาที่โต๊ะทำงาน แล้วตัดสินใจบอก
“เจ้คิดว่าเฮียชาญมีส่วนในการตายของป๊า”
ราพณ์กับรุ้งรายนิ่งฟังไม่ถาม รอฟัง รังรองมองออกว่าราพณ์รู้เรื่องแล้ว ราพณ์กับรุ้งคงเช็กเรื่องนี้แล้ว รุ้งรายหันมองราพณ์ว่าเอายังไง ราพณ์สีหน้าลำบากใจ
“แล้วเจ้คิดว่าจะทำยังไงต่อไป”
รังรองเด็ดขาด
“คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ...”
“แต่เฮียชาญเป็นสามีของเจ้ เจ้ทำได้เหรอ”
“สามีที่อยู่กับเจ๊เพื่อเงิน กับป๊าที่โอบอุ้มเจ้จนลมหายใจสุดท้าย ถ้าเจ้ยังคิดไม่ได้ก็อย่านับว่าเจ้เป็นลิ้มวัฒนาถาวรกุลอีกต่อไป”
ราพณ์กับรุ้งรายมองรังรองที่ดูจะตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด ราพณ์กับรุ้งรายรู้สึกดีกับการตัดสินใจของรังรอง

รามคุยมือถือออกมาจากห้องนอน
“ม๊า...ม๊าอยู่ไหนครับ ผมอยากคุยกับม๊า ผมจะไปรอที่บ้านนะครับ”
รามวางสายกำลังจะเดินลงแต่ชะงักที่ได้ยินเสียงสิริโสภาจากข้างล่าง
“เสื้อใครน่ะ”
“เสื้อคุณราพณ์กับคุณหญิงค่ะ แหววจะเอาขึ้นไปเก็บ”
“ฉันจะขึ้นไปข้างบน เดี๋ยวฉันเอาไปไว้ในห้องคุณหญิงเอง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แหววทำเองดีกว่า”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ แค่นี้เอง”
“แต่....”
สิริโสภาดึงมาเนียนๆ
“อยู่บ้านเดียวกันก็ต้องช่วยกันจริงไหมจ๊ะ”
“งั้นแหววฝากด้วยนะคะ”
สิริโสภาเดินขึ้นมาในมือมีเสื้อเชิ้ตของราพณ์ สิริโสภากอดเสื้อของราพณ์ด้วยความรักความอาวรณ์
รามแอบมองท่าทีของสิริโสภาอย่างอึ้ง ๆ

สิริโสภาเข้ามาในห้องนอนราพณ์พร้อมกับเสื้อเชิ้ตของราพณ์และชุดของรสิกาในมือ สิริโสภาเปิดตู้เสื้อผ้าเอาเสื้อของราพณ์เข้าแขวน สิริโสภามองชุดรสิกาในมืออย่างแค้นๆ แล้วค่อย ๆ ฉีก แล้วกระชากจนขาดแล้วเหยียบ ๆ ด้วยความแค้น
“สิริโสภา”
สิริโสภาชะงักหันมาตกใจที่เจอราพณ์
“นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหมสิริโสภา”
“ใช่ สิมันบ้า...สิเกลียดมัน เกลียดอีผู้ดีที่มันแย่งผัวชาวบ้าน เกลียดอีผู้ดีที่มันฆ่าลูกของเรา มันเป็นฆาตกร ฆาตกร...สิอยากจะฆ่ามัน อยากจะให้มันตาย ๆ”
สิริโสภายิ่งพูดยิ่งกระชากทำลายข้าวของรอบ ๆ ราวกับเป็นตัวรสิกา ราพณ์จับต้นแขนสิริโสภาเขย่า
“เลิกบ้าซะที ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะไล่คุณออกไป”
“ก็เอาสิคิดเหรอว่ารามจะยอม ถ้าคุณกล้า ฉันจะปั่นให้รามเกลียดคุณ เกลียดทุกคนที่นี่ เกลียดจนฆ่ากันตายได้”
“อย่าทำร้ายน้องชายของผม...เขารักคุณ”
“แล้วทำกับฉันทำไม คุณทำร้ายผู้หญิงที่รักคุณทำไม”
ราพณ์รู้สึกเหมือนจะตายกับการที่จัดการสิริโสภาไม่ได้
“ออกไป”
สิริโสภาจิตมาก
“คุณยังไม่ได้ตอบฉันว่าคุณทำทำไม...ทำไม”
“ออกไปเดี๋ยวนี้”
“สิไม่ไป ให้ทุกคนในบ้านนี้รู้ไปเลยว่าสิคือเมียของคุณ เมียที่มาก่อน อีผู้ดีหน้าด้านมันมาแย่งคุณไป”
“เงียบ”
สิริโสภาสวนทันที
“ไม่”
ราพณ์โกรธมาก จัดการคว้าแขนสิริโสภาแล้วลากออกไป สิริโสภาพยายามสะบัดแต่ก็สู้แรงราพณ์ไม่ได้
รสิกาออกมาจากห้องน้ำ มองตามไปสายตาเจ็บปวด

ราพณ์กระชากสิริโสภาออกมาแล้วเหวี่ยงสิริโสภาไปด้านหนึ่ง สิริโสภาจ้องราพณ์อย่างไม่ยอมแพ้
“อย่าเข้าไปในห้องของผมกับคุณหญิงอีก”
“ห้องของสามีก็เหมือนห้องภรรยาล่ะค่ะ ถ้าสิจะเข้าใครก็ห้ามสิไม่ได้”
สิริโสภามองอย่างท้าทายแล้วสะบัดหน้าเดินลงไปอย่างเชิดมาก ราพณ์เดินลงไปข้างล่างสีหน้าเครียดมาก รามขยับออกมาจากมุมหนึ่ง เขาช็อคกับเรื่องที่ได้รู้ รสิกาเปิดประตูออกมาจากในห้องชะงักที่เห็นราม
รสิกาเห็นอาการราม
“ได้ยินทั้งหมดแล้วใช่ไหมคะ...คุณราม”
“ทำไม...ทำไมคุณถึงไม่โวยวาย สองคนนั้นหักหลังเรา..”
“ฉันจะรอให้คุณราพณ์จัดการเรื่องนี้ด้วยตัวของเขาเอง ส่วนคุณ ถ้าคิดว่าจะจัดการให้แตกหัก เตรียมใจไว้ด้วยนะคะ เพราะคุณสิจะต้องออกไปจากชีวิตคุณแน่”

รามสับสนมาก รสิกามองรามด้วยความเห็นใจ
 
รสิกานั่งร้องไห้เงียบๆอยู่ในร้านกาแฟ ปฐวีที่นัดไว้เดินเข้ามาหา เขามองอย่างตกใจที่เห็นเธอร้องไห้
 
“อ้าย...อ้ายใจเย็นๆนะ อ้ายต้องตั้งสติมากกว่านี้”
“อ้ายไม่คิดเลยว่า การได้ยินความจริงมันจะเจ็บขนาดนี้”
“แต่มันเป็นเรื่องในอดีต”
“อดีต...แค่คิดว่าเขาเคยรักกัน อ้ายก็เจ็บปวด”
“อ้าย...เราย้อนกลับไปแก้อะไรไม่ได้อีกแล้ว อ้ายต้องเดินหน้าต่อ อ้ายรักคุณราพณ์ใช่ไหม”
รสิกามองปฐวีอย่างยอมรับเต็มหัวใจ
“ถ้ารัก...อ้ายต้องตัดสินใจ”
“อ้ายคิดจะฝากชีวิตไว้กับเขา แต่เขาจัดการกับสิริโสภาไม่ได้ ไม่ยอมบอกความจริงกับอ้าย”
“เรื่องแบบนี้ มันพูดยากนะ เขาอาจจะกลัวว่าอ้ายจะเสียใจแล้วก็รับไม่ได้”
“แล้วอ้ายจะยิ้มอย่างภาคภูมิในตัวสามีของอ้ายได้ยังไงคะพี่วี....ความกล้าของเขาจะเป็นตัววัดว่าอ้ายคือคู่ชีวิตที่เขาไว้ใจจริงๆ”
“อ้าย..ศักดิ์ศรีมันสำคัญกับชีวิตคู่ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“มันไม่ใช่ศักดิ์ศรีค่ะ แต่มันคือความศรัทธาที่สามีภรรยาควรจะมีให้กันและกัน ถ้าอ้ายก้าวผ่านความรู้สึกนี้ไปไม่ได้ อ้ายคงไม่สามารถอยู่กับเขาได้ พี่วีเข้าใจอ้ายนะคะ”
“พี่เข้าใจ แต่พี่อยากให้อ้ายใช้สติมากกว่าอารมณ์นะอ้าย”
“อ้ายจะพยายามค่ะ”
เสียงมือถือปฐวีดัง ปฐวีกดรับ
“ครับคุณราพณ์ ผมกำลังจะเข้าไป” ปฐมวีวางสาย
“มีอะไรเหรอคะพี่วี”
“มีเรื่องสำคัญที่คุณราพณ์กับอ้ายต้องรู้”
รสิกามองอย่างสงสัยว่าเรื่องอะไร

ห้องทำงานในคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว...ภาพชาญชัยกับลินดาจากโทรศัพท์มือถือของปฐวีทำให้ ราพณ์ รสิกา และรุ้งรายต่างอึ้งกันไป
“นี่เฮียชาญกับคุณลินดา ร่วมมือกับศัตรูงั้นเหรอ” รุ้งรายโพล่งขึ้นมา
ราพณ์ รสิกามองปฐวีที่นิ่งไปด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นความจริง”
รุ้งรายก็นิ่งไป ไม่ได้ตั้งใจแต่มันหลุดปากไปแล้ว เงียบกันไปชั่วขณะ ปฐวีก็ทำลายความเงียบขึ้นมา
“ถ้าคุณลินดา ชาญชัย ร่วมมือกับพ่อผมจริงๆ การที่สิริโสภาเข้ามาในบ้านนี้ก็อาจจะเป็นหนึ่งในแผนด้วย อ้ายบอกว่าสิริโสภาเป็นคนทำยาหกใช่ไหม”
“ใช่ ฉันก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขารู้ว่าฉันกับคุณหญิงจะต้องไปรับยาที่โรงพยาบาล”
“แล้วรุ้งกับคุณหญิงก็ไปเจอกับวศิน คุณวี สุรีย์ส่อง ทุกอย่างมันเหมาะเจาะมาก แต่ถ้าคุณวีไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนยา แล้วใคร”
รสิกากับรุ้งรายช่วยกันคิด รสิกานึกถึงตอนที่เห็นลินดา
“ฉันเห็นคุณลินดาค่ะ หลังจากแยกพี่วีกับวศินออกจากกัน ฉันเห็นคุณลินดาอยู่ที่นั่นด้วย”
ทุกคนเริ่มปะติดปะต่อและอึ้งที่รู้ว่าเป็นฝีมือลินดา

รุ้งรายเดินมาส่งปฐวีที่หน้าตึก
“ฉันขอโทษที่เข้าใจคุณผิด แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”
“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง”
รุ้งรายอึ้งกับท่าทีเย็นชาของปฐวี
“คุณวีคะ...ฉัน...”
“คุณพูดถูกครับ ศัตรูก็คือศัตรู...เรื่องของเรามันก็ไม่มีวันเป็นไปได้ หยุดไว้แค่นี้คงจะดีกว่า”
รุ้งรายอึ้งที่โดนปฐวีตัดสัมพันธ์
“เรื่องระหว่างบ้านคุณกับบ้านผม มันไม่มีวันจบอย่างสวยงาม ถึงวันนั้นเราคงจะไม่สามารถเดินไปด้วยกันได้”
“แล้วคุณมาช่วยพวกฉันทำไม”
“ผมอยากจะให้พ่อกับยัยสุกลับมาสู่ทางที่ถูกต้อง ถ้าวันนี้เราทำสิ่งที่ถูก พรุ่งนี้เราก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก”
“เหตุผลแค่นี้”
“ครับ...แค่นี้”
รุ้งรายมองสายตาปฐวี รู้ว่าเรื่องครั้งนี้ทำร้ายน้ำใจปฐวีไปมากจนเขาไม่ยอมอภัย

ราพณ์เข้ามาในห้องชะงักที่เห็นรสิกายืนนิ่งอยู่กับสภาพข้าวของภายในห้องที่กระจัดกระจาย
“คุณหญิง...”
“อ้ายไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ห้องของเราไม่น่าจะมีใครกล้าเข้ามาทำอะไรแบบนี้ได้ มันเป็นห้องนอนของเราแท้ๆ”
ราพณ์อึกอัก รสิกามองราพณ์อย่างต้องการคำตอบ
“คุณคิดว่ายังไงคะ เราควรจะปล่อยผ่านหรือหาตัวคนทำ”
ราพณ์อึ้ง ๆ
“...คุณหญิงครับ”
รสิกาหันมองรอให้ราพณ์พูด
“ผม....” ราพณ์นึกถึงที่แก้วพูด
‘แก้วว่านี่ไม่ใช่แค่เชื่อใจแต่มันคือ ศรัทธา’
ราพณ์กลัวเกินกว่าจะพูดออกไป
“ไว้ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้นะครับ”
“...แค่นี้เหรอคะ”
ราพณ์อึกอัก
“ครับ”
รสิกาผิดหวัง ก้มหน้าเก็บของ ราพณ์รู้สึกผิดที่ตัวเองไม่กล้าพอ

รามเดินไปที่บ้านลินดาอย่างเศร้าๆ เขานึกถึงที่สิริโสภาเข้ามาดีกับเขาทุกอย่าง ที่แท้เป็นแค่คำโกหกรามเสียใจมาก
 
รามเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนลินดาด้วยสภาพหัวใจสลาย
 
“ม๊า...”
รามเข้ามาเห็นในห้องว่างเปล่า เขารู้สึกเครียดที่อ้างว้างไม่มีใคร จึงคว้าข้าวของใกล้มือ รวมทั้งกระเป๋าของลินดา ใบที่มีขวดยากับถุงมือค้างอยู่ เหวี่ยงกระจาย แล้วร้องเหมือนสัตว์บาดเจ็บฟุบลงกับพื้น ขวดยากลิ้งอยู่กับพื้น เศษถุงมือบางๆใช้แล้วกระจายอยู่ข้าง ๆ ขวดยากลิ้งมาหยุดตรงหน้าราม เห็นเป็นชื่อ เรียว ลิ้มวัฒนาถาวรกุล เขาหยิบขวดยามาดู
“เรียว ลิ้มวัฒนา...”
รามอึ้ง ๆ เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น ลินดาเข้ามาในห้องตกใจที่เห็นรามอยู่ในห้องในมือรามมีขวดยาอยู่
“ราม”
“ทำไมขวดยาของป๊าถึงมาอยู่ที่นี่ ม๊าเอามาจากไหน”
“ราม...ฟังม๊านะ..”
“ผมถามว่าม๊าเอามาจากไหน”
ลินดานิ่งไม่ตอบ มองอย่างไม่รู้สึกผิด
“ป๊าตายเพราะถูกสลับยา มันไม่ใช่ฝีมือม๊าใช่ไหม บอกผมว่ามันไม่ใช่”
“ราม...ม๊าทำเพื่อแก”
“บอกผมว่ามันไม่ใช่ ม๊าไม่ได้ฆ่าป๊า ไม่ได้ฆ่า”
“ม๊าทำเอง”
รามตะลึง
“ป๊าแกไม่เคยรักเรา ทั้งที่ม๊าเป็นเมียแต่เขาไม่เคยยกย่อง ม๊าไม่เคยมีค่าในสายตาของป๊าแกเลยสักครั้ง นังหม่อมวลีกับลูกมันมาทีหลังแต่มันกลับได้ทุกอย่างไป ม๊าไม่ยอมให้พวกมันมีความสุข พวกมันจะต้องไม่มีความสุข ไม่มี”
รามไม่ได้ซึมซับกับคำพูดเจ็บปวดของลินดาอีกแล้วเขาเดินออกไปอย่างคนที่ไร้หัวใจ ลินดามาขวางไว้
“แกจะไปไหน”
รามพูดย้ำๆ
“ใครก็ได้ เป็นใครก็ได้”
“แกพูดอะไรของแก ราม” ลินดาจะบังคับ “ฟังม๊า..”
รามสะบัด
“ไอ้ฆาตกรคนนั้น มันจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ม๊า ต้องไม่ใช่ม๊าที่ฆ่าป๊า”
ลินดาชะงักกับอาการของราม แล้วอยู่ๆเขาก็แหกปากร้องด้วยความเจ็บปวด
“ไม่”
ลินดาเองก็ตะลึงกับอาการของรามที่เสียใจจนลินดาควบคุมไม่ได้ รามวิ่งออกไปอย่างต้องการหนีความจริงที่ได้รับรู้
“ราม”
ลินดามองตามด้วยความหวาดหวั่น กลัวว่ารามจะเปิดเผยความจริง

ราพณ์กับรสิกาต่างนอนบนเตียง แต่รสิกาหันหลังให้กับ ราพณ์กังวลกับท่าทีของรสิกา สับสนว่าควรจะทำยังไงดี รสิกาน้ำตารินเงียบๆ ด้วยความเสียใจ

สิริโสภาคุยโทรศัพท์มือถือกับลินดา
“สิติดต่อรามไม่ได้เลยค่ะ รามรู้ความจริงแบบนี้แล้วเราจะทำยังไงดี”
ลินดาเกรี้ยวกราดเครียดไม่แพ้กัน
“ฉันไม่รู้ เธอต้องรีบตามหารามให้เจอ กล่อมเขาให้อยู่ข้างเราให้ได้”
“ฉันจะไปตามหาเขาได้ที่ไหน”
“ฉันไม่รู้”
ลินดากดวางสายเครียดๆ ความรู้สึกเสียใจของรามที่แสดงออกทำให้ความรู้สึกผิดขอ
กำลังโหลดความคิดเห็น...