xs
sm
md
lg

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8

เผยแพร่:

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8

สะบันงากำลังจะเดินไปเรือนเจ้าคุณ ศุกลเดินตามมาส่ง

“วันนี้ไม่ไปสักวันไม่ได้หรือสะบันงา อย่าไปเลยนะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ มันเป็นหน้าที่เป็นงานของฉัน ไปอย่างนี้มาหกเดือน จู่ๆจะไม่ไปมันไม่ถูกต้องค่ะ เป็นคนไม่มีความรับผิดชอบค่ะ”
“แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับสะบันงา ใครจะรับผิดชอบ”
“ไม่มีหรอกค่ะ ฉันคงต้องรับผิดชอบตัวเอง”
“เอ๊ะ พูดง่ายๆ เราต้องคุยกันเรื่องนี้แล้วนะสะบันงา”
“รอพรุ่งนี้สิคะ มาไวกว่านี้ นี่ได้เวลาแล้วฉันขอตัวนะคะ พรุ่งนี้พบกันค่ะ”
“ดีละ ฉันจะไม่มาที่นี่อีกต่อไป”
สะบันงา ชะงัก กลั้นน้ำตา
“ฉันเสียใจที่ได้ยินคุณพูดเช่นนั้น ลาก่อนค่ะ”
สะบันงายกมือไหว้ลาศุกลแล้วเดินออกไป ศุกลมองตามใจแป้ว ยกมือจะห้ามแต่ไม่พูด น้อยแอบโผล่มาข้างประตูมองยิ้ม

เจ้าคุณมองน้อยที่กำลังจะฟ้อง
“ทำไมมาตอนนี้”
“บ่าวมีเรื่องไม่ค่อยงามของคุณศุกลกับสะบันงาจะมากราบเรียนเจ้าค่ะ”
“มีอะไรหรือ”
“ท่าทางจะไม่ค่อยดีแล้วเจ้าค่ะ”
“ว่าไปสิ”
“คุณศุกลคนหล่อ เธอมาหาสะบันงาแทบทุกวัน อาศัยข้อแอบอ้างที่ว่ามาหามาเยี่ยมคุณหญิงเจ้าค่ะ”
“แล้วอย่างไร”
“แล้วก็หมกกันอยู่ที่ชั้นล่างเจ้าค่ะ ลับหูลับตาผู้คนจะตายไปเจ้าค่ะ เพราะคุณหญิงท่านไม่เคยลงมาชั้นล่างนานเป็นเดือนๆแล้วเจ้าค่ะ”
“จริงสิ คุณหญิงยังแพ้ท้องไม่เลิกเสียที”
“แล้วก็เมื่อสักครู่นี้เจ้าค่ะ คุณศุกลทำท่าหมดอาลัยตายอยากเจ้าค่ะ เธอห้ามไม่ให้สะบันงามาที่นี่อีกต่อไปเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณชะงัก
“ต่อไป”
“แต่สะบันงาก็เดินมานะเจ้าคะ บ่าวเห็นคุณศุกลตัดสินใจเดินตามออกมาเจ้าค่ะ คงจะมาห้ามกันนั่นแหละเจ้าค่ะ สงสัยสะบันงาจะใจอ่อนไม่มาที่นี่แล้วก็ได้นะเจ้าคะ”
เจ้าคุณขบกราม กำมือ น้อยมองเห็นชัดเจน แอบยิ้ม
“บ่าวขอตัวไปดูเรื่องอาหารให้คุณหญิงรับประทานต่อนะเจ้าคะ”
“ขอบใจน้อยมากที่ช่วยดูแลเรื่องอาหารของคุณหญิง”
“บ่าวต้องการเห็นคุณหนูคลอดออกมาแล้วสุขภาพดีเจ้าค่ะ”
น้อยคลานถอยออกไปพอหันกลับ น้อยยิ้มร่าเริง

น้อยมายืนหน้าหม้อซุปของคุณหญิงศรีโรยเห็ดลงไป น้อยพึมพำ
“เห็ดๆไอ้แก่ เมียแกลูกแก กินเห็ดของฉันทุกวันทุกวี่ คอยดูสิว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกมันตอนคลอด ไม่ตายก็ต้องมีอะไรประหลาดๆเกิดขึ้นกับพวกมันสักอย่าง เห็ดเอ๊ย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะไปเก็บเอามาจากกองขี้ควายไปขึ้นหิ้งบูชากราบเช้ากราบเย็น นะเจ้าคะ ท่านเห็ด”
น้อยยิ้มโหดร้าย

สะบันงาเดินมาถึงซุ้มต้นไม้ถอนอกถอนใจเสียงศุกลดังก้องในหัว
‘แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับสะบันงา ใครจะรับผิดชอบ...ดีละ...ฉันจะไม่มาที่นี่อีกต่อไป’
“นั่นสิ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเราใครจะรับผิดชอบ ยิ่งตอนนี้คุณหญิงอาการไม่ค่อยดี จะไปรบกวนท่านมันก็ดูไม่ดี เราจะทำอย่างไรดี ไม่ไปไม่ได้แน่นอน แต่ก็เท่ากับขัดใจคุณศุกล”
สะบันงาตัดสินใจไม่ถูก สะอื้นร้องไห้ออกมา ศุกลมายืนเงียบๆ
“สะบันงา”
“คุณศุกล”
ศุกลมองหน้าสะบันงาที่มีแต่น้ำตาใจอ่อนวูบ
“ฉันเสียใจที่พูดเอาแต่ใจตัวออกไปกับสะบันงาอย่างนั้น ฉันจะไม่มาหายอดรักของฉันได้อย่างไร ในเมื่อสะบันงาคือลมหายใจเข้าออกของฉัน”
ศุกลดึงสะบันงาเข้ามากอด สะบันซบนิ่งกับอกศุกล
“คุณจะมาที่นี่อีกใช่ไหมคะ”
“แน่นอนจ้ะ ฉันจะอดทนรอ บ้านของเราสร้างและรอตกแต่งใกล้เสร็จแล้ว ฉันจะไม่พูดจารุนแรงอย่างนั้นกับสะบันงาอีก ฉันขอโทษ ยกโทษให้ฉันนะ”
“ฉันไม่เคยโกรธคุณและจะไม่มีวันโกรธ ขอบพระคุณมากค่ะที่จะมาที่นี่อีก”
“ฉันจะพาสะบันงาไปส่ง ไปสิ”
สะบันงารู้ว่าถ้าศุกลไปส่งเจ้าคุณคงไม่ชอบใจ
“เอ้อ”
สะบันงาเงยหน้าขึ้น แล้วสะก็ใจแป้วลงไปกอง เมื่อเห็นเจ้าคุณยืนเบื้องหลังศุกลแต่ห่างออกไปประมาณสิบกว่าเมตร มองมาที่สะบันงาและศุกล สายตาไม่พอใจดุดันอย่างยิ่ง ศุกลแปลกใจ
“ทำไมเล่า”
สะบันงาดันศุกลออก
“ฉันต้องไปแล้วค่ะ”
สะบันงารีบลุกวิ่งออกไปจากที่นั่น
“สะบันงา เป็นอะไร”
ศุกลหันไปมองตามสะบันงาที่วิ่งหายไปทางเรือนเจ้าคุณ หันกลับมาอีกทางไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เจ้าคุณเดินหลบไปแล้ว ศุกลไม่รู้ว่าเจ้าคุณมามองด้านหลังตัวเอง เจ้าคุณหลบมายืนหลังพุ่มไม้
“ฉันไม่มีวันยอมให้สะบันงาไปเป็นของนาย นายศุกล ฉันรักพี่สาวนายตามใจพี่สาวนาย แต่ฉันเกลียดนาย เพราะนายแย่งชิงดวงใจของฉันไปต่อหน้าต่อตา”
เจ้าคุณมองอย่างไม่พอใจ

สะบันงาเข้ามาในตึก ใจคอไม่ดีที่เจ้าคุณเห็นและมองมาด้วยสายตาดุดันอีกครั้ง เธอทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะนั่ง หรือยืน หรือเดินดี เจ้าคุณก้าวเข้ามาในตึก แล้วปิดประตูโดยแรงดังปัง
“มาแล้วหรือ สะบันงา”
เจ้าคุณใส่กลอนทันที แล้วก้าวมาหาสะบันงา
“เจ้าค่ะ เอ้อ ท่านจะรับประทานอาหารตอนนี้ไหมเจ้าคะ”
“ฉันไม่หิว”
“เอ้อถ้าเช่นนั้นไปจัดหนังสือ”
“ฉันไม่อยากจัด”
“ท่านจะฟังเพลงของโมสาร์ทไหมเจ้าคะ”
“ไม่มีอารมณ์จะฟัง”
“ถ้าเช่นนั้น”
“พอที”
เจ้าคุณฉวยร่างสะบันงาอุ้มขึ้น
“จะทำอะไรเจ้าคะ”
“ฉันจะนอนกับเธอ”
สะบันงาตกใจมาก
“ไม่นะเจ้าคะ ไม่เจ้าค่ะ ได้โปรดเจ้าค่ะ ฉัน ฉัน...”
“ฉันปล่อยปละละเลยเธอทะนุถนอมเธอมานานเกินไป มองเธอเป็นเด็ก รักใคร่ห่วงใยความรู้สึกของเธอเสมอมา แต่มาวันนี้ ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นสาว ไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่พร้อมจะมีสามีอีกต่อไป”
“ไม่ ไม่ๆ นะเจ้าคะ อย่าทำร้ายฉัน อย่าทำร้ายฉัน ฉันกลัว ฉันกลัวแล้ว”

สะบันงากรีดร้อง ร้องไห้ เจ้าคุณไม่สนใจอุ้มสะบันงาขึ้นบันไดไปชั้นบน
 
ศุกลเข้าใจว่าสะบันงาไม่พอใจตนเอง มาปรับทุกข์คุณหญิงศรี
 
“สะบันงาไม่โกรธนายหรอกศุกล”
“แล้วทำไมจู่ๆสะบันงาก็ผลักผม แล้ววิ่งหนีไปเหมือนตกใจอะไร”
“หรือว่าสะบันงาเห็นอะไร”
“ผมหันไปมองด้านหลังแล้วไม่มีอะไร จะให้ผมเข้าใจว่าสะบันงา ผลักผมด้วยสาเหตุอะไร ถ้าไม่ใช่โกรธผม”
คุณหญิงศรีจนปัญญาคิดไม่ออก
“พรุ่งนี้พี่จะถามสะบันงาให้ นายไม่ต้องกังวล กลับไปก่อนเถิดศุกล”
ศุกลพยักหน้ารับ เดินออกไปคุณหญิงศรีพยายามคิดว่าสะบันงาเห็นอะไร
“หรือว่าสะบันงาเห็นเขา”
คุณหญิงศรีเริ่มวิตก

เจ้าคุณอุ้มสะบันงาที่เฝ้าแต่ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ สองมือทุบตีเจ้าคุณไปมา
“ปล่อย ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ต้องการเป็นเมียคุณ”
สะบันงาไม่เรียกท่าน เพราะกำลังโกรธ เจ้าคุณวางสะบันงาลงบนเตียง สะบันงาดิ้น เจ้าคุณจับไว้ก้มตัวลงไปพูดด้วย
“เพิ่งเคยรู้ว่าเธอโกรธเป็น เห็นเธอโกรธแล้วน่ารักมาก สะบันงา”
สะบันงาร้องไห้โฮๆ
“ทำไมทำกันอย่างนี้ ทำไม ทำไม ทำไมต้องทำกับฉันอย่างนี้”
“เพราะรัก ทำไปเพราะรัก นอกจากคุณหญิง มีเพียงสะบันงา ที่ฉันรักสุดหัวใจ”
“ไม่ ไม่ฉันไม่ต้องการให้มารักฉัน ไม่ต้องการๆ”
เจ้าคุณไม่ฟัง ก้มหน้าลงไปประทับปากบนปาก สะบันงาไม่มีทางเลี่ยงอีกต่อไป

น้อยมารอเพื่อนอนกับเจ้าคุณเช่นดังเคย ตบยุงไปมา บ่นกระปอดกระแปด
“ทำไมปานนี้สะบันงามันยังไม่กลับออกมาสักทีนะ หรือว่ามันกลั่นแกล้งเรา มันรู้ว่าเรามาคอย มันจึงถ่วงเวลา อีนังคนขี้อิจฉาตาร้อน”
น้อยกระทืบมือ กระทืบตีนแถวนั้น

คุณหญิงศรีนอนระทดระทวย อ่อนแรงมีเมี้ยนนวดอยู่เกาหลังด้วย
“ทำไมคืนนี้สะบันงายังไม่กลับมา”
“ท่านคงใช้ทำอะไรเพลินอยู่กระมังเจ้าคะ”
“ทุกคืนเคยได้ยินเสียงเพลงดังแว่วมา แต่วันนี้เงียบเชียบ”
เมี้ยนโผล่ไปที่หน้าต่าง
“ไฟมืดดับทั้งบ้านแล้วเจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรีมองนาฬิกาใจหายวับ เห็นว่าเที่ยงคืนแล้ว
“นี่มันเที่ยงคืน ทุกทีสามทุ่มไม่เกินสี่ทุ่ม สะบันงากลับมาแล้ว”
“มัวแต่ห่วงคนโน้นคนนี้ ห่วงตัวเองบ้างเจ้าค่ะ สะบันงาอาจกลับมาแล้วแต่ไม่ได้ขึ้นมา เมี้ยนจะลงไปดูให้นะเจ้าคะ”
“ไปดูสิ วันนี้คุณศุกลก็มารำพรรณร้อนอกร้อนใจว่ามีปัญหากัน ฉันก็เลยใจคอไม่ดี สังหรณ์ใจบอกไม่ถูก”
เมี้ยนออกไป คุณหญิงศรีมองตามถอนใจ
“หวังว่าเขาจะเป็นสุภาพบุรุษ รักษาคำพูดด้วยเถิด”
คุณหญิงศรีพยายามจะตะกายไปมองที่หน้าต่าง แล้วเซ กุมหัว ถอยล้มกลับไปบนเตียง

สะบันงาตกเป็นภรรยาเจ้าคุณแล้วเอาแต่ร้องไห้ ตัวสั่น ช็อค เจ้าคุณใส่เสื้อคลุม ที่สะบันงาเบือนหน้าหนี เพราะเจ้าคุณก้มลงไปจูบแก้ม
“ถ้าฉันไม่เห็นภาพเธอซบอกนายศุกล ฉันก็ยังคิดว่าเธอไม่พร้อม แต่นี่เธอพร้อมแล้วจริงๆ”
“ไม่จริง คุณหญิงบอกว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษ ท่านจะรักษาสัญญา”
“ฉันอยากรักษาสัญญา ฉันรักษาสัญญาได้ทุกเรื่อง แต่ในเรื่องความรักที่มี ต่อเธอ ฉันยอมถูกประณามหยามเหยียด ยอมเสียความเป็นสุภาพบุรุษ”
“ฉันรักเธอ”
“ดิฉันไม่ได้รักท่าน”
“ฉันรู้ว่าเธอรักนายศุกล”
“ต่อให้ไม่มีเขา ดิฉันก็ไม่อาจรักท่านได้ รักของดิฉันเกิดจากใจ ไม่ใช่บอกรักแล้วขืนใจ”
“ช่างพูดได้เจ็บช้ำเหลือเกิน แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นับแต่นี้เธอคือเมียของฉัน เธอไม่อาจไปเป็นเมียใครได้อีกแล้ว แม้จะรักใคร่ปานใดก็ตาม”
“อำมหิต ใจร้าย”
สะบันงากรีดร้อง ร้องไห้ขึ้นมาอีก แล้วหมดสติพับไป
“สะบันงา”
เจ้าคุณตกใจมาก

คุณหญิงศรีเอนกายหน้าเศร้าน้ำตาคลอ เมี้ยนพาลเศร้าไปด้วย
“เขาทำลายสัญญา เขาทำลายความเป็นสุภาพบุรุษที่ฉันเคยชื่นชมหมดสิ้นไป โถ สะบันงาคงแหลกสลายคามือเขาไปพร้อมกับหัวใจแตกยับ ยังจะศุกลอีกคนหนึ่ง เขาคงทนไม่ได้ ฉันจะบอกน้องอย่างไรดี ฉันจะมองหน้าสะบันงาได้อย่างไร”
คุณหญิงศรีน้ำตาไหล เมี้ยนปลอบ
“คุณหญิงและใครไม่อาจขัดใจท่านได้ อย่างที่คุณหลวงหมออดุลย์บอกนะเจ้าคะ”
“นี่ฉันทำลายชีวิตและความหวังของคนอีกสองคนพังพินาศอีกแล้ว ฉันไม่เคยทำอะไรดีเลยหรือเมี้ยน”
“ไม่นะเจ้าคะ อย่าโทษตัวเองเจ้าค่ะ พักผ่อนนะเจ้าคะ คุณหญิงแก้ปัญหามาได้ตลอดนะเจ้าคะ แต่ครั้งนี้ มันนอกเหนือเหลือกำลังเจ้าค่ะ”
“ฉันหมดหวัง ฉันท้อแท้หมดเรี่ยวหมดแรงจะต่อสู้แล้ว
เมี้ยนเข้ามากอดคุณหญิงศรีไว้ คุณหญิงศรีซบหน้าน้ำตาไหลเงียบๆ

เจ้าคุณเปิดประตูรีบร้อนออกมา น้อยผวาจะเข้าไป
“อย่าเข้ามาน้อย”
น้อยชะงัก
“บ่าวมานั่งรอตั้งแต่สามทุ่มตามปกติ นี่มันตีสองแล้วนะเจ้าคะ”
“รีบไปปลุกคนขับรถให้ไปรับคุณหลวงหมออดุลย์มาหาฉันเดี๋ยวนี้”
น้อยงงและนึกถึงสะบันงา
“ท่านไม่สบายหรือเจ้าคะ”
“อย่าถาม รีบไป ไปให้ไวที่สุด สะบันงาไม่สบาย”
น้อยจำใจไป วิ่งไปด่าไปตามทางไปตามคนขับรถ
“ตายเสียได้ก็ดี อีสะบันงามึงแย่งผัวกู”

สะบันงานอนตาลอย ตัวเกร็งเหมือนหุ่นไม่หือไม่อือ เจ้าคุณมองอย่างห่วงใยกลุ้มใจ คุณหลวงหมออดุลย์ตรวจเสร็จหันมาบอก
“เธอช็อคขอรับ”
“แล้วจะต้องทำอย่างไร”
“ผมจะฉีดยาคลายเครียดให้เธอ”
“เมื่อไหร่สะบันงาจะหายช็อค”
“คงต้องใช้เวลาหลายวันขอรับ ยาที่ฉีดให้จะทำให้เธอหลับ ถ้าเธอได้พักผ่อนเธอจะดีขึ้นเรื่อยๆขอรับ ผมจะมาดูอาการเธอทุกวัน รวมทั้งไป ดูอาการคุณหญิงด้วยขอรับ ใกล้คลอดเต็มที่แล้วขอรับ”
หมออดุลย์รู้สึกแปลกๆแต่เงียบงำเอาไว้ มองก็เข้าใจว่าสะบันงาตกใจกลัวเจ้าคุณ คำว่าคุณหญิงกระตุ้นสะบันงาให้สะดุ้งกระตุกมานิดหนึ่ง
“คุณหญิง โธ่ คุณหญิง”
“สะบันงา”
สะบันงา เงียบต่อไปใหม่ยังคงนอนตาลอยนิ่งเงียบไม่รู้สึกต่อสิ่งใดรอบกายตัวเอง

ในครัววันใหม่ น้อยเตะโน่นกระทืบนี่ หน้าตาอิดโรย เพราะอดหลับอดนอนแถมโดนยุงกัดและผิดหวัง
“อยากจะตบหน้าคน”
ทองหยอดไม่พอใจ
“หน้าคนคงไม่มีให้แกตบ มีแต่หน้าแกนั่นแหละมีแต่ใครเขาอยากรุมตบ เชอะ ไงล่ะ นายคนขับรถเขาบอกว่าเมื่อคืนสะบันงาอยู่กับท่าน”
“เจ้าคุณทั้งคืน แถมไม่สบาย เขาเลยต้องไปรับคุณหลวงหมอมาดูอาการ”
“มันแย่งผัวฉัน”
“เฮ้ย” ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน
“เอ้อ ผัวคุณหญิงน่ะ”
“แล้วแกไม่ได้แย่งผัวคุณหญิงด้วยหรอกหรือ ไปนอนมาตั้งหกเดือน”
“yes คนไทยเขาว่าอะไร ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” โรเบิร์ตสงสัย
ทุกคนเฮพร้อมกัน น้อยกระฟัดกระเฟียดออกไปงึมงำด่าต่อ
“ไอ้แก่มันไม่ยอมให้อีสะบันงากลับเรือนนังศรี ตอนนี้มันประคบปะหงมยังกับอีสะบันงาเป็นแม่มัน”
ทองหยอดมองตาม

“นังคนขี้อิจฉา”
 
คุณหลวงหมออดุลย์มาตรวจคุณหญิงศรี แต่เธอไม่ถามเรื่องตัวเองกลับถามถึงสะบันงา
 
“ได้ยินว่าเมื่อคืนคุณหลวง มารักษาสะบันงา เป็นอะไรมากมายไหม”
“เธอช็อคขอรับ” คุณหลวงหมออดุลย์พยายามวางหน้าปกติ
“ช็อค”
เมี้ยน คุณหญิงศรีมองหน้ากัน
“โธ่ สะบันงา” คุณหญิงศรีรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เธอผวาไปหมดตกใจไปหมดขอรับ เสียงอะไรนิดหน่อยเธอก็สะดุ้ง”
“โถ...”
คุณหญิงศรีเบือนหน้าน้ำตาไหลซึม เมี้ยนพาลแย่ไปด้วย คุณหลวงหมออดุลย์เห็นท่าจะไม่ค่อยจะดี จึงรีบปลีกตัว
“คุณหญิงรักษาสุขภาพนะขอรับ ใกล้คลอดเต็มที่แล้วขอรับ จะไปคลอดที่โรงพยาบาลไหมขอรับ ผมจะจัดเตรียมไว้ให้”
“ไม่ไป ฉันเกลียดการไปโรงพยาบาล เห็นไปกันแล้วไม่ได้กลับบ้านมาหลายรายแทบทั้งนั้น ฉันจะคลอดที่บ้าน ถ้าไม่ทำให้ ฉันจะไปตามหมอตำแยมาดูแลเอง ถ้ามันจะตายก็ขอตายคาบ้านมันนี่แหละ”
“มิได้ขอรับ กระผมแค่ถามความพอใจของคุณหญิง กระผมจะทำคลอดให้คุณหญิงที่บ้านขอรับ”
“ขอบใจ ฉันฝากดูแลสะบันงาด้วยคุณหลวง”
“ขอรับ”
หมอถอยออกไป คุณหญิงศรีน้ำตาไหลพราก เมี้ยนมาจับมือไว้
“ถ้าคุณศุกลมาและรู้ เขาจะตู่ว่าเป็นเพราะฉัน เขาจะเคืองฉัน จะไม่มาหาฉัน จะไม่ดูดำดูดีฉันอีกต่อไป เมี้ยนช่วยฉันคิดด้วย ฉันจนปัญญาแล้ว”
เมี้ยนพยักหน้ารับว่าจะช่วยคิด
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ อย่าเพิ่งวู่วามเจ้าค่ะ คุณหญิงเคยบอกเมี้ยนเสมอนะเจ้าคะว่าอย่าร้อนรน ให้นิ่งไว้แล้วค่อยๆแก้ปัญหา...”
คุณหญิงศรีส่ายหน้าแบบไม่ไหวแล้ว

เจ้าคุณประคบประหงม สะบันงาขณะที่เธอทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ พอได้ยินเสียงเปิดประตู ก็ผวาร้องกรี๊ด เจ้าคุณถืออาหารเข้ามา
“ไม่ต้องตกใจ ฉันเอาอาหารมาป้อน”
สะบันงาส่ายหน้า เห็นเจ้าคุณเข้าใกล้ ก็กระเถิบหนี ส่ายหน้า
“กินอาหารนะสะบันงา”
สะบันงาส่ายหน้าเจ้าคุณตักซุปป้อน
“กินนะคนดี ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไร ไม่มีใครทำอะไรสะบันงาหรอก”
เจ้าคุณมีทีท่าอ่อนโยน สะบันงายังส่ายหน้าต่อ บอกกับตัวเองในใจ
‘ก็ทำไปแล้ว ทำจนยับเยิน ชีวิตไร้สุขไปจนตาย’
เจ้าคุณมองอย่างสงสาร
“ไม่ต้องกลัว ทำตัวทำใจให้สบาย คุณหญิงรอพบสะบันงาอยู่ กินอาหารจะได้มีแรงไปหาคุณหญิง”
สะบันงาได้ยินคำว่าคุณหญิงก็ชะงัก
“คุณหญิง”
“ใช่ คุณหญิงใกล้จะคลอดแล้ว ไม่อยากไปดูแลคุณหญิงหรอกหรือ กินนะกินสักนิด”
เจ้าคุณตักอาหารมาจ่อที่ปาก สะบันงากินอาหาร สะบันงาน้ำตาร่วงพรู เอามือปัดช้อนเบาๆ ข้าวต้มหก สะบันงาตกใจที่ทำข้าวต้มหกใส่มือเจ้าคุณ
“ อุ๊ย ฉันขอโทษ ฉันเอ้อ จะไปหยิบผ้ามาเช็ดเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้อง ฉันทำให้ สะบันงาอยู่ตรงนี้”
“อย่ามาทำอะไรให้ฉัน”
“สะบันงา ฉันขอโทษ ฉันเสียใจ”
เจ้าคุณเดินหันถือจานไปเอามือกุมอก จานตกจากมือ
“ว๊าย ท่านเจ้าคุณ”
กลายเป็นสะบันงาเองที่ผวามาประคองเจ้าคุณ
“ฉัน ฉันเจ็บจี๊ดที่หัวใจ ฉัน ฉันเป็นโรคหัวใจ มันจะเกิดขึ้นตอนที่ฉันไม่สบายใจ ฉันเสียใจ ไม่สบายใจมากที่ทำร้ายสะบันงา แม้ว่าจะขอโทษสะบันงาก็คงไม่ยกโทษให้” เจ้าคุณพูดไปหอบไป
“โธ่ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ โธ่ฉันขอโทษเจ้าค่ะ”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเธอ”
“ให้คนไปตามคุณหลวงหมออดุลย์นะเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง เพียงเธอยอมกินข้าว เธอยอมพูดจากับฉัน จิตใจฉันคงรู้สึกดีขึ้นคุณหลวงบอกว่ามันจะค่อยๆหายเอง”
“เจ้าค่ะ ฉันจะกินข้าว โดยที่ท่านไม่ต้องมาป้อนฉันเจ้าค่ะ”
“ขอบใจมาก”
เจ้าคุณยิ้มพอใจ สะบันงาประคองเจ้าคุณให้ลุกอาการดูดีขึ้นจริงๆ

ศุกลนั่งคอตกน้ำตาคลอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับสะบันงา
“จนได้ มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ อย่างที่ผมหวาดกลัวมาตลอดเวลา”
“พี่ขอโทษ พี่เสียใจ”
ศุกลก็เกิดของขึ้น ขึ้นมาลุกพรวดมาชี้หน้าคุณหญิงศรี
“ขอโทษเสียใจแล้วมีอะไรดีขึ้นไหม พี่หญิงทำลายชีวิตผมพี่หญิงผิดสัญญา ผมเตือนแล้วว่าเขามีเจตนาไม่ดี แต่พี่หญิงก็ยังฝืนส่งสะบันงา ไปหาเขา ไม่รู้ละผมจะไปตามสะบันงากลับมาที่นี่มาพูดกันให้รู้เรื่อง”
“อย่าไปนะ ขืนนายไปเกิดเรื่องใหญ่แน่ หมอไม่ให้ใครขัดใจเขา”
“ทุกคนเลยต้องยอมทนให้เขาทำเรื่องบ้าๆ ข่มขืนบังคับใจคนอื่น เมี้ยนสะบันงาไปอยู่กับเขากี่วันแล้ว”
“สามวันแล้วเจ้าค่ะ”
“สามวัน นี่มันยังไม่ปล่อยกลับมา หมายความว่ามันยังบำรุงบำเรอกันไม่เสร็จ พี่หญิงเห็นผัวดีกว่าน้อง ไหนบอกว่ารักน้อง จะตอบแทนน้องที่เคยช่วยพี่หญิงตอนหนีไม่อยากมีผัว แล้วนี่อย่างไร กลับเอาใจผัวด้วยการเอาคนรักของน้องไปยกให้ผัวแก่บ้ากาม”
“นายฟังพี่ก่อน”
คุณหญิงกำลังหมดแรงแต่พยายามปลอบอธิบายศุกล
“ผมไม่ฟัง พี่หญิงข่มเหงน้ำใจผม พี่หญิงทำผมหัวใจสลาย กลัวจะเอาผัวไว้ไม่อยู่จึงส่งสะบันงาไปแทนตัวเอง ผมเกลียดพี่หญิง เกลียดๆ ผมจะไปเอาคนรักผมกลับมา”
ศุกลปึงปังจะออกไป คุณหญิงศรีผวาลงมาจากเตียงดึงน้องชายไว้ทั้งที่ไม่มีแรง
“อย่าไปนะนาย ขืนไปนายคงไม่รอดกลับมา”
“แปลว่าเขามีสิทธิ์จะเข่นฆ่าใครก็ได้หรือ”
“นี่บ้านเขา เธอจะกลายเป็นผู้บุกรุกบ้านเขา”
เมี้ยนเห็นด้วย
“นั่นสิเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณกำลังรักกำลังหลง มิฆ่ากันตายเอาจริงๆหรือเจ้าคะ คุณศุกลหันมาดูคุณหญิงบ้างสิเจ้าค่ะ เรี่ยวแรงก็ไม่มีจิตใจก็ย่ำแย่”
“หรือว่า ใช่แล้ววันก่อนสะบันงาผลักผมวิ่งหนีผม เพราะติดใจ ยินดีจะมีผัวเป็นเจ้าพระยานาหมื่น”
“ศรี ไม่ใช่หรอก พาลใหญ่แล้ว นายกลับไปก่อน แล้วค่อยมาใหม่”
“ไม่มา จะไม่มาเหยียบที่นี่อีกต่อไป พี่สาวก็ใจดำ คนรักก็เห็นแก่ยศถาบรรดาศักดิ์ อยากมีผัวใหญ่โต ไอ้ตัวผมมันแค่ลูกเจ๊กลูกจีนแสนธรรมดา”
ศุกลพูดจบสะบัดหน้าปึงปังออกไป คุณหญิงศรีมองตามน้องชายน้ำไหลพรู
“ศุกล นายโกรธนายเกลียดพี่จริงๆด้วย”
เมี้ยนมาโอบกอดไว้
“คุณศุกลกำลังเสียใจเลยพาลยกใหญ่เจ้าค่ะ ปล่อยไปก่อนให้เธอเย็นลง แล้วเมี้ยนจะตามไปปรับความเข้าใจให้เองเจ้าค่ะ”
“เมี้ยน เมี้ยนช่วยฉันนะ อย่าให้ศุกลเกลียดฉัน โกรธฉัน”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ อย่าร้องไห้นึกถึงลูกในท้องเข้าไว้เจ้าค่ะ”

คุณหญิงศรีกอดเมี้ยนร้องไห้เหมือนเด็กๆ
 
สะบันงาเริ่มทำใจได้ เจ้าคุณพยายามปลอบโยนเอาใจ
 
“ฉันขอโทษ ฉันรักเธอมากจริงๆนะสะบันงา ฉันทำไปเพราะรักเธอรักตั้งแต่วันแรกที่พบเจอ คิดเสียว่าวาสนาของเราต้องได้มาพบกันใช้ชีวิตร่วมกันจนวันตาย”
“จนวันตาย โธ่”
“เธอเกลียดฉันมากใช่ไหม ยกโทษให้ฉันนะสะบันงา”
สะบันงาน้ำตาคลอ
“คนต่ำต้อยอย่างดิฉันมีสิทธิ์โทษอะไรท่านได้ด้วยหรือเจ้าค่ะ”
“มีสิ สะบันงาเธอคือภรรยาของฉัน ภรรยาที่ฉันจะยกย่องเชิดชู เธอมีสิทธิที่จะโกรธ จะไม่พอใจฉัน ขอให้เรามีลูกด้วยกันเธออาจเกลียดฉันน้อยลง”
สะบันงาถอนใจ
“ดิฉันอยากไปดูอาการคุณหญิง เป็นห่วงคุณหญิงมากเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณพยักหน้า
“ไปเถิด ฉันก็จะไปเยี่ยมคุณหญิงเหมือนกัน”
สะบันงายกมือไหว้ ค่อยๆเดินออกจากห้อง เจ้าคุณมองตามสะบันงา ทั้งรักทั้งหลง
“นายศุกล นายหมดสิทธิ์แตะต้องผู้หญิงคนนี้แล้ว”

ศุกลเดินมาถึงซุ้มต้นไม้ที่เคยมากอดสะบันงาแล้วน้ำตาคลอ
“เธอวิ่งหนีฉันไปหาเขา ไปนอนกับเขา ผู้หญิงสองใจ”
สะบันงาเดินชอกช้ำมาจนถึงซุ้มนั้นเช่นกัน แล้วชะงักนิ่ง
“คุณศุกล”
ศุกลยืนซึมน้ำตาคลอ
“โธ่ คุณศุกลฉันไม่บังอาจกล้ามองหน้าคุณได้อีกต่อไป”
สะบันงาหันกลับ ศุกลเห็นสะบันงาทั้งดีใจและแค้นใจ
“สะบันงา”
ศุกลพรวดมาถึงสะบันงามาคว้ามือ
“กรุณาปล่อยมือฉันค่ะ”
“เดี๋ยวนี้เป็นเมียเจ้าพระยา กล้าดีมาออกคำสั่งกับฉัน ผู้หญิงสองใจผู้หญิงหลอกลวง ฉันเกลียดเธอ แม่คนแพศยา”
ศุกลยกมือฟาดมาตบหน้าสะบันงาโดยแรง สะบันงาตกตะลึง ด้วยนึกไม่ถึง
“คุณศุกล”
สะบันงามองศุกลอย่างเสียใจ น้อยใจ กุมแก้มที่โดนตบ แล้วหันกลับวิ่งหนีไป ศุกลได้คิด มองมือตัวเองที่ตบสะบันงา
“สะบันงา นี่ฉันทำเลวระยำอะไรลงไปกับเธอ
ศุกลจะตามไปแล้วต้องหยุด เจอเจ้าคุณมายืนห่างออกไป
“มีอะไรหรือศุกล”
ศุกลไม่ตอบ หันกลับออกไปแบบทำอะไรไม่ได้ เจ้าคุณมองตาม ยิ้มสะใจ น้อยแอบมองอยู่ด้านหนึ่ง
“หลงรักนังสะบันงากันดีนักทั้งหนุ่มทั้งแก่ คอยดูฤทธิ์เดชลำดับต่อไปของอีน้อยเถิด...จะเอาให้บ้านแตกสาแหรกขาด หัวใจหลุดกันทั่วหน้า”
น้อยหมายใจจะทำร้ายทำลายสะบันงาต่อไป

สะบันงาวิ่งน้ำตานองเข้ามาโผซบหน้ากับที่นอนร้องไห้ เธอสะอึกสะอื้น เสียใจเจ็บช้ำใจ
“ทำไม ทำไมฉันต้องมาพบเจออะไรอย่างนี้ ทำไมชีวิตของฉันต้องพบแต่ความโหดร้ายไม่เลิกรา”

เจ้าคุณมาหาคุณหญิงศรี เจ้าคุณตกใจที่เธอดูอ่อนแอมาก
“ศรีทำไมป่วยนานนัก ไอ แอม โซ วอร์รี่ ที่ไม่ได้มาดูศรีหลายวันมาก”
“ช่างเถิดค่ะ”
“ช่างไม่ได้หรอก ฉันเป็นห่วงศรีมากนะ”
“ฉันก็เป็นห่วงสะบันงา”
คุณหญิงศรีพูดนิ่งๆเรียบๆเย็นชา มองหน้าเจ้าคุณที่ไม่สบายใจ เพราะผิดสัญญา
“ไอ แอม ซอรี่ โซ ซอรี่ เรื่องสะบันงา ศรี...ฉันรักสะบันงามากจนทำให้ฉันผิดสัญญากับศรี”
“คุณเป็นใหญ่ในบ้านนี้ จะผิดสัญญาก็ไม่ใช่เรื่องผิด”
“ศรีกำลังด่าฉันแบบผู้ดี ด่าเถิดศรี ประณามเถิดศรี ฉันสัญญาจะดูแลสะบันงาให้ดีที่สุด นอกจากศรี สะบันงามีค่าที่สุดสำหรับฉัน”
“ขอบคุณ ฉันต้องการพบสะบันงา”
“เขาก็อยากพบศรี ฉันอนุญาตให้เขามาแล้ว”
“ขอบคุณที่อนุญาตให้สะบันงามาหาฉัน กลับไปเถิดค่ะ ฉันสบายดี”
“ศรีไม่สบายหรอก ฉันดูออก ศรีเชื่อฉัน ลูกของเราต้องน่ารักต้องแข็งแรง”
คุณหญิงศรีนิ่ง ไม่โต้ตอบอะไรอีก

เจ้าสัวเส็ง คุณนายใหญ่ และคุณนายน้อย นั่งดื่มชาอยู่ด้วยกัน ศุกลเดินเข้ามาก้มหน้าก้มตา หน้าซีดขาว เอามืออีกมือจับมืออีกมือไว้ มือทั้งสองที่จับกันสั่นตลอดเวลา
“คุณหญิงเป็นอย่างไรบ้าง ศุกล” เจ้าสัวเส็งหันมาถาม
ศุกลส่ายหน้าไม่ตอบ
“เป็นอะไรศุกล หน้าซีดมือสั่น หรือว่าไม่พอใจที่เตี่ยกับแม่ห้ามแต่งงานกับสะบันงา” คุณนายใหญ่แปลกใจ
“ผมไม่แต่งงานกับสะบันงา”
“อ้าว...” สามคนร้องออกมาพร้อมกัน
เจ้าสัวเส็งหันไปพูดอย่างจริงจัง
“ฟังนะ เตี่ยกับแม่ทั้งสองปรึกษากันแล้ว ตรึกตรองดูแล้ว ถ้าลูกอยากแต่งงานกับสะบันงาก็ตามใจลูกเถิด”
“พาสะบันงามาหาพวกเราสิ” คุณนายน้อยบอก
ศุกลส่ายหน้ามือยังสั่น
“สายเกินไปแล้วครับ สะบันงามีสามีแล้วเมื่อสามวันก่อน”
“อะไรนะ”
ศุกลไม่ตอบเดินจากไปเงียบๆ สามคนพูดไม่ออก

สะบันงากราบแทบเท้า น้ำตานองหน้า คุณหญิงศรีจับบ่าสะบันงาไว้ น้ำตาคลอ
“หนู หนู ...”
“ฉันเข้าใจ ฉันขอโทษ ฉันเสียใจ”
“หนู หนู ...”
“ไม่ต้องพูด ร้องไห้ออกมาให้หมดสะบันงา ดีกว่ามาพูดตอกย้ำให้ช้ำชอกใจ นี่แหละชีวิตของผู้หญิงในสังคมที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้ชายทำอย่างไรก็ได้กับผู้หญิง มีเมียกี่คนก็ไม่มีใครตำหนิ แต่ผู้หญิงแค่จะขอเลือกผัวสักคนก็ยังไม่ได้”
“ค่ะ”
คุณหญิงศรีกอดสะบันงาไว้ สะบันงาร้องไห้อยู่นาน และในที่สุดก็สงบลง
“ดีขึ้นแล้วหรือยัง”
“ค่ะ หนูขออนุญาตท่านมาเยี่ยมมาดูแลคุณหญิงค่ะ”
“ขอบใจที่ห่วงใยฉัน ฉันก็ห่วงใยสะบันงา ฉันเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น คนที่เสียใจมากที่สุดก็คือคุณศุกล เขารู้แล้ว หัวใจเขากำลังแตกสลาย”
“หนูทราบค่ะ เราพบกันแล้ว”
“เขาว่าอย่างไร”
“เขาเกลียดหนูแล้วค่ะ เพราะว่าหนูคือนางแพศยาสองใจ”
“เหลวไหลจริง สะบันงามาหาฉันทุกวันนะ ฉันกำลังหาทางออกให้สะบันงา”
สะบันงาส่ายหน้า ไม่เชื่อว่าจะมีทางออก
“ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ”

พิมพ์ดีดโบราณตั้งอยู่มีกระดาษที่ศุกลแปลมหากาพย์ของกวีโฮเมอร์ยังติดอยู่ในแท่นพิมพ์ดีด ศุกลเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ตาลอย เศร้าซึมยกมือที่ตบสะบันงามาดู มือนั้นสั่นไม่เลิก
“ไอ้มือบ้า อยากจะตัดแกทิ้งนัก แกทำเลวทรามอย่างนั้นกับคนที่ฉันรักสุดหัวใจได้อย่างไร”
มีเสียงเคาะห้อง
“ใคร กิมเฮียงหรือกิมฮวย ไปให้พ้นนะ”
“เมี้ยนเองเจ้าค่ะ”
ศุกลดีใจมาก
“เมี้ยน”
ศุกลลุกพรวด

เมี้ยนเริ่มแผนการหลอกล่อศุกลให้ไปหาคุณหญิงศรี
“คุณหญิงท่านให้มาถามว่าคุณศุกลเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องมาเป็นห่วงกัน คนผิดสัญญาไม่อยากเห็นหน้า กลับไปเสียเถิด”
“เจ้าค่ะ เมี้ยนจะกลับ กลับไปเรียนคุณหญิงท่านว่าคุณศุกลไม่ให้ท่านห่วง ท่านน่ะใกล้คลอดเต็มที หมอบอกว่าท่านกินน้อย คุณหนูในท้องตัวเล็ก นี่ท่านยังมาเสียใจกลุ้มใจที่ทำให้น้องชายโกรธแค้นอีก เฮ้อ น่าสงสาร”
เมี้ยนลุก ศุกลเริ่มใจอ่อน เมี้ยนปรายตามอง
“สะบันงาก็อีกคน ระทมขมขื่น หน้าก็ตรม อกก็ตรม มีคนประณามว่าสองใจ ทั้งที่โดนขืนใจ เมี้ยนกราบลานะเจ้าค่ะ”
เมี้ยนทำทีเดินออก ศุกลมาดึงเอาไว้ เมี้ยนแอบยิ้ม
“ฉันจะไปกับเมี้ยน”

เมี้ยนยิ้มอีก
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8 (ต่อ)

สะบันงาดูแลคุณหญิงศรีนวดเฟ้นให้

“ดีขึ้นบ้างหรือยังคะ”
“ดีขึ้นมาก ขอบใจ แล้วตัวเองละดีขึ้นแค่ไหนแล้ว”
“กำลังพยายามอยู่ค่ะ”
คุณหญิงศรีมองไปที่ประตูห้องบ่อยๆมาก
“เฮ้อ ทำไมเมี้ยนมาช้าจริงๆ”
“คุณหญิงให้พี่เมี้ยนไปไหนหรือคะ”
“เปล่า ช่างเถิด”
เสียงเคาะประตู คุณหญิงศรีดีใจ
“เมี้ยนกลับมาแล้ว”
“มาแล้วเจ้าค่ะ”
เมี้ยนสบตา คุณหญิงศรีพยักหน้า ประตูเปิดอีกครั้ง ศุกลก้าวเข้ามาในห้อง
“พี่หญิงครับ ผมขอโทษ”
ปากพูดกับคุณหญิงศรีแต่ตามองไปทางสะบันงา ที่จะออกไปจากห้อง
“อย่าเพิ่งไปสะบันงา”
ศุกลอดประชดไม่ได้
“นั่นสิจะรีบไปไหน เห็นหน้าฉันเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์จะพบเห็น เดี๋ยวนี้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ ชอบอยู่ตึกใหญ่ เรือนไทยหลังนี้มันกระจ้อยร่อยไม่คู่ควร”
สะบันงาน้ำตาไหลพราก คุณหญิงศรีปราม
“ศุกล มากไปแล้ว”
“น้อยไปครับ ได้ดิบได้ดีแล้วไม่เห็นหัวกัน หลอกให้ฉันเชื่อว่าเธอมีใจที่ไหนได้ แพศยา มารยาสองใจเจ้าเล่ห์”
“หยุดนะนาย สาแก่ใจแล้วใช่ไหมที่ทำร้ายหัวใจคนที่นายรัก ทำร้ายใจเขาใจนายก็เจ็บเอง ถ้าสะบันงาเต็มใจสิ นายจึงสามารถด่าเขาเช่นนี้ได้ นี่นายก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันคือการจำใจ”
“ผมจะเชื่อดีไหม ช่างตีหน้าซื่อหลอกใครๆได้หมด กระทั่งพี่หญิง ยัยเมี้ยน ผมเป็นชายรู้ดีว่าหญิงใดไม่ยินยอมผมไม่ขืนใจ ปรบมือข้างเดียวมันจะดังได้อย่างไร มันไม่ง่ายดอกที่จะขืนใจใครถ้าคนนั้นไม่มีใจตอบ นอกจากเสียว่าสมยอม”
สะบันงาร้องไห้โฮๆจะวิ่งหนีออกไปจากห้อง ศุกลรั้งแขนไว้ สะบันงาสะบัดโดยแรง
“จะหนีไปไหน” ศุกลยิ้มเยาะใส่หน้า “จะรีบไปหาผัวแก่ขอตังค์หรือแม่พันธ์ไม้เลื้อย”
“ปล่อย อย่ามายุ่งกับฉัน”
เมี้ยนปราม
“คุณศุกล พาลมากไปแล้วนะเจ้าคะ”
“ถ้านายจะมาที่นี่เพื่อมาอาละวาดด่าทอ ด้วยเพราะเอาแต่ใจเป็นใหญ่ใส่เด็กของพี่ นายกลับไปเสียเถิด และไม่ต้องมาเยี่ยมพี่อีก พี่ไม่ต้องการฟังคำด่าของนาย ไปสิ กลับไป”
ศุกลได้สติ ซวนเซมานั่งเก้าอี้น้ำตาคลอ
“ไม่เห็นสีหน้าแววตาของสะบันงาบ้างหรืออย่างไร มันไม่ใช่ดวงตาของคนเปี่ยมสุข แต่มันคือดวงตาของคนที่เปี่ยมทุกข์ ดวงตาที่ระทมขมขื่นทุกข์ทรมานใจสาหัสนัก แล้วนายยังใจร้ายรังแกน้ำใจของสะบันงาได้ลงคอ ราวกับว่าสะบันงาเป็นศัตรูที่นายเกลียดชังมากมาย”
ศุกลยิ่งน้ำตาไหล ยกมือมาสั่นดิกๆ
“นี่ผมทำอะไรลงไป วันก่อนผมตบหน้าเธอ”
เมี้ยนตะลึง
“ตายแล้ว”
“วันนี้ผมด่าทอเธอราวกับกุ๊ยข้างถนน”
“ความรักทำให้เธอเป็นบ้า พี่กับเมี้ยนกำลังหาทางออกให้ แต่เธอกำลังจะปิดทางออกของตัวเอง คนโง่ กลับไปซะ”
“พี่หญิง”
“เมี้ยน ฉันเหนื่อยจนลูกแทบจะทะลัก มานวดด้วยฉันจะพักผ่อน”
คุณหญิงศรีหันกลับหันหลังให้ศุกล เมี้ยนมองหน้าศุกลพยักหน้าให้ออกไปกระซิบเบาๆ
“ถ้ายังรักยังต้องการสะบันงารีบไปเจราจาง้องอนสิเจ้าคะ ป่านนี้น้ำตาทะลักเป็นเขื่อนแตกแล้วเจ้าค่ะ”
เมี้ยนหันไปนวดให้คุณหญิงศรีที่น้ำตานองสองข้างแก้ม

สะบันงาล้มตัวลงบนที่นอนร้องไห้ ใช้สองมือขยุ้มหมอนจนเส้นมือโปน หมอนเปียกชุ่มน้ำตาไหลพราก...ศุกลมายืนรีรอหน้าห้องสะบันงา จะเคาะแล้วยั้ง แล้วจะเคาะ กลับไปกลับมา หน้าตาทุกข์โศกมาก
น้อยมาเงียบๆ มาสังเกตการณ์
“ต๊าย นังสะบันงาเล่นชู้ นัดนายศุกลเข้าหาถึงห้องนอน”
น้อยหมายมาดจะไปฟ้องเจ้าคุณ

สะบันงายังร้องไห้อย่างหนักต่อไป เสียงเคาะประตูเบา
กำลังโหลดความคิดเห็น...