xs
xsm
sm
md
lg

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8

สะบันงากำลังจะเดินไปเรือนเจ้าคุณ ศุกลเดินตามมาส่ง

“วันนี้ไม่ไปสักวันไม่ได้หรือสะบันงา อย่าไปเลยนะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ มันเป็นหน้าที่เป็นงานของฉัน ไปอย่างนี้มาหกเดือน จู่ๆจะไม่ไปมันไม่ถูกต้องค่ะ เป็นคนไม่มีความรับผิดชอบค่ะ”
“แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับสะบันงา ใครจะรับผิดชอบ”
“ไม่มีหรอกค่ะ ฉันคงต้องรับผิดชอบตัวเอง”
“เอ๊ะ พูดง่ายๆ เราต้องคุยกันเรื่องนี้แล้วนะสะบันงา”
“รอพรุ่งนี้สิคะ มาไวกว่านี้ นี่ได้เวลาแล้วฉันขอตัวนะคะ พรุ่งนี้พบกันค่ะ”
“ดีละ ฉันจะไม่มาที่นี่อีกต่อไป”
สะบันงา ชะงัก กลั้นน้ำตา
“ฉันเสียใจที่ได้ยินคุณพูดเช่นนั้น ลาก่อนค่ะ”
สะบันงายกมือไหว้ลาศุกลแล้วเดินออกไป ศุกลมองตามใจแป้ว ยกมือจะห้ามแต่ไม่พูด น้อยแอบโผล่มาข้างประตูมองยิ้ม

เจ้าคุณมองน้อยที่กำลังจะฟ้อง
“ทำไมมาตอนนี้”
“บ่าวมีเรื่องไม่ค่อยงามของคุณศุกลกับสะบันงาจะมากราบเรียนเจ้าค่ะ”
“มีอะไรหรือ”
“ท่าทางจะไม่ค่อยดีแล้วเจ้าค่ะ”
“ว่าไปสิ”
“คุณศุกลคนหล่อ เธอมาหาสะบันงาแทบทุกวัน อาศัยข้อแอบอ้างที่ว่ามาหามาเยี่ยมคุณหญิงเจ้าค่ะ”
“แล้วอย่างไร”
“แล้วก็หมกกันอยู่ที่ชั้นล่างเจ้าค่ะ ลับหูลับตาผู้คนจะตายไปเจ้าค่ะ เพราะคุณหญิงท่านไม่เคยลงมาชั้นล่างนานเป็นเดือนๆแล้วเจ้าค่ะ”
“จริงสิ คุณหญิงยังแพ้ท้องไม่เลิกเสียที”
“แล้วก็เมื่อสักครู่นี้เจ้าค่ะ คุณศุกลทำท่าหมดอาลัยตายอยากเจ้าค่ะ เธอห้ามไม่ให้สะบันงามาที่นี่อีกต่อไปเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณชะงัก
“ต่อไป”
“แต่สะบันงาก็เดินมานะเจ้าคะ บ่าวเห็นคุณศุกลตัดสินใจเดินตามออกมาเจ้าค่ะ คงจะมาห้ามกันนั่นแหละเจ้าค่ะ สงสัยสะบันงาจะใจอ่อนไม่มาที่นี่แล้วก็ได้นะเจ้าคะ”
เจ้าคุณขบกราม กำมือ น้อยมองเห็นชัดเจน แอบยิ้ม
“บ่าวขอตัวไปดูเรื่องอาหารให้คุณหญิงรับประทานต่อนะเจ้าคะ”
“ขอบใจน้อยมากที่ช่วยดูแลเรื่องอาหารของคุณหญิง”
“บ่าวต้องการเห็นคุณหนูคลอดออกมาแล้วสุขภาพดีเจ้าค่ะ”
น้อยคลานถอยออกไปพอหันกลับ น้อยยิ้มร่าเริง

น้อยมายืนหน้าหม้อซุปของคุณหญิงศรีโรยเห็ดลงไป น้อยพึมพำ
“เห็ดๆไอ้แก่ เมียแกลูกแก กินเห็ดของฉันทุกวันทุกวี่ คอยดูสิว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกมันตอนคลอด ไม่ตายก็ต้องมีอะไรประหลาดๆเกิดขึ้นกับพวกมันสักอย่าง เห็ดเอ๊ย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะไปเก็บเอามาจากกองขี้ควายไปขึ้นหิ้งบูชากราบเช้ากราบเย็น นะเจ้าคะ ท่านเห็ด”
น้อยยิ้มโหดร้าย

สะบันงาเดินมาถึงซุ้มต้นไม้ถอนอกถอนใจเสียงศุกลดังก้องในหัว
‘แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับสะบันงา ใครจะรับผิดชอบ...ดีละ...ฉันจะไม่มาที่นี่อีกต่อไป’
“นั่นสิ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเราใครจะรับผิดชอบ ยิ่งตอนนี้คุณหญิงอาการไม่ค่อยดี จะไปรบกวนท่านมันก็ดูไม่ดี เราจะทำอย่างไรดี ไม่ไปไม่ได้แน่นอน แต่ก็เท่ากับขัดใจคุณศุกล”
สะบันงาตัดสินใจไม่ถูก สะอื้นร้องไห้ออกมา ศุกลมายืนเงียบๆ
“สะบันงา”
“คุณศุกล”
ศุกลมองหน้าสะบันงาที่มีแต่น้ำตาใจอ่อนวูบ
“ฉันเสียใจที่พูดเอาแต่ใจตัวออกไปกับสะบันงาอย่างนั้น ฉันจะไม่มาหายอดรักของฉันได้อย่างไร ในเมื่อสะบันงาคือลมหายใจเข้าออกของฉัน”
ศุกลดึงสะบันงาเข้ามากอด สะบันซบนิ่งกับอกศุกล
“คุณจะมาที่นี่อีกใช่ไหมคะ”
“แน่นอนจ้ะ ฉันจะอดทนรอ บ้านของเราสร้างและรอตกแต่งใกล้เสร็จแล้ว ฉันจะไม่พูดจารุนแรงอย่างนั้นกับสะบันงาอีก ฉันขอโทษ ยกโทษให้ฉันนะ”
“ฉันไม่เคยโกรธคุณและจะไม่มีวันโกรธ ขอบพระคุณมากค่ะที่จะมาที่นี่อีก”
“ฉันจะพาสะบันงาไปส่ง ไปสิ”
สะบันงารู้ว่าถ้าศุกลไปส่งเจ้าคุณคงไม่ชอบใจ
“เอ้อ”
สะบันงาเงยหน้าขึ้น แล้วสะก็ใจแป้วลงไปกอง เมื่อเห็นเจ้าคุณยืนเบื้องหลังศุกลแต่ห่างออกไปประมาณสิบกว่าเมตร มองมาที่สะบันงาและศุกล สายตาไม่พอใจดุดันอย่างยิ่ง ศุกลแปลกใจ
“ทำไมเล่า”
สะบันงาดันศุกลออก
“ฉันต้องไปแล้วค่ะ”
สะบันงารีบลุกวิ่งออกไปจากที่นั่น
“สะบันงา เป็นอะไร”
ศุกลหันไปมองตามสะบันงาที่วิ่งหายไปทางเรือนเจ้าคุณ หันกลับมาอีกทางไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เจ้าคุณเดินหลบไปแล้ว ศุกลไม่รู้ว่าเจ้าคุณมามองด้านหลังตัวเอง เจ้าคุณหลบมายืนหลังพุ่มไม้
“ฉันไม่มีวันยอมให้สะบันงาไปเป็นของนาย นายศุกล ฉันรักพี่สาวนายตามใจพี่สาวนาย แต่ฉันเกลียดนาย เพราะนายแย่งชิงดวงใจของฉันไปต่อหน้าต่อตา”
เจ้าคุณมองอย่างไม่พอใจ

สะบันงาเข้ามาในตึก ใจคอไม่ดีที่เจ้าคุณเห็นและมองมาด้วยสายตาดุดันอีกครั้ง เธอทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะนั่ง หรือยืน หรือเดินดี เจ้าคุณก้าวเข้ามาในตึก แล้วปิดประตูโดยแรงดังปัง
“มาแล้วหรือ สะบันงา”
เจ้าคุณใส่กลอนทันที แล้วก้าวมาหาสะบันงา
“เจ้าค่ะ เอ้อ ท่านจะรับประทานอาหารตอนนี้ไหมเจ้าคะ”
“ฉันไม่หิว”
“เอ้อถ้าเช่นนั้นไปจัดหนังสือ”
“ฉันไม่อยากจัด”
“ท่านจะฟังเพลงของโมสาร์ทไหมเจ้าคะ”
“ไม่มีอารมณ์จะฟัง”
“ถ้าเช่นนั้น”
“พอที”
เจ้าคุณฉวยร่างสะบันงาอุ้มขึ้น
“จะทำอะไรเจ้าคะ”
“ฉันจะนอนกับเธอ”
สะบันงาตกใจมาก
“ไม่นะเจ้าคะ ไม่เจ้าค่ะ ได้โปรดเจ้าค่ะ ฉัน ฉัน...”
“ฉันปล่อยปละละเลยเธอทะนุถนอมเธอมานานเกินไป มองเธอเป็นเด็ก รักใคร่ห่วงใยความรู้สึกของเธอเสมอมา แต่มาวันนี้ ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นสาว ไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่พร้อมจะมีสามีอีกต่อไป”
“ไม่ ไม่ๆ นะเจ้าคะ อย่าทำร้ายฉัน อย่าทำร้ายฉัน ฉันกลัว ฉันกลัวแล้ว”

สะบันงากรีดร้อง ร้องไห้ เจ้าคุณไม่สนใจอุ้มสะบันงาขึ้นบันไดไปชั้นบน

 
ศุกลเข้าใจว่าสะบันงาไม่พอใจตนเอง มาปรับทุกข์คุณหญิงศรี
 
“สะบันงาไม่โกรธนายหรอกศุกล”
“แล้วทำไมจู่ๆสะบันงาก็ผลักผม แล้ววิ่งหนีไปเหมือนตกใจอะไร”
“หรือว่าสะบันงาเห็นอะไร”
“ผมหันไปมองด้านหลังแล้วไม่มีอะไร จะให้ผมเข้าใจว่าสะบันงา ผลักผมด้วยสาเหตุอะไร ถ้าไม่ใช่โกรธผม”
คุณหญิงศรีจนปัญญาคิดไม่ออก
“พรุ่งนี้พี่จะถามสะบันงาให้ นายไม่ต้องกังวล กลับไปก่อนเถิดศุกล”
ศุกลพยักหน้ารับ เดินออกไปคุณหญิงศรีพยายามคิดว่าสะบันงาเห็นอะไร
“หรือว่าสะบันงาเห็นเขา”
คุณหญิงศรีเริ่มวิตก

เจ้าคุณอุ้มสะบันงาที่เฝ้าแต่ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ สองมือทุบตีเจ้าคุณไปมา
“ปล่อย ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ต้องการเป็นเมียคุณ”
สะบันงาไม่เรียกท่าน เพราะกำลังโกรธ เจ้าคุณวางสะบันงาลงบนเตียง สะบันงาดิ้น เจ้าคุณจับไว้ก้มตัวลงไปพูดด้วย
“เพิ่งเคยรู้ว่าเธอโกรธเป็น เห็นเธอโกรธแล้วน่ารักมาก สะบันงา”
สะบันงาร้องไห้โฮๆ
“ทำไมทำกันอย่างนี้ ทำไม ทำไม ทำไมต้องทำกับฉันอย่างนี้”
“เพราะรัก ทำไปเพราะรัก นอกจากคุณหญิง มีเพียงสะบันงา ที่ฉันรักสุดหัวใจ”
“ไม่ ไม่ฉันไม่ต้องการให้มารักฉัน ไม่ต้องการๆ”
เจ้าคุณไม่ฟัง ก้มหน้าลงไปประทับปากบนปาก สะบันงาไม่มีทางเลี่ยงอีกต่อไป

น้อยมารอเพื่อนอนกับเจ้าคุณเช่นดังเคย ตบยุงไปมา บ่นกระปอดกระแปด
“ทำไมปานนี้สะบันงามันยังไม่กลับออกมาสักทีนะ หรือว่ามันกลั่นแกล้งเรา มันรู้ว่าเรามาคอย มันจึงถ่วงเวลา อีนังคนขี้อิจฉาตาร้อน”
น้อยกระทืบมือ กระทืบตีนแถวนั้น

คุณหญิงศรีนอนระทดระทวย อ่อนแรงมีเมี้ยนนวดอยู่เกาหลังด้วย
“ทำไมคืนนี้สะบันงายังไม่กลับมา”
“ท่านคงใช้ทำอะไรเพลินอยู่กระมังเจ้าคะ”
“ทุกคืนเคยได้ยินเสียงเพลงดังแว่วมา แต่วันนี้เงียบเชียบ”
เมี้ยนโผล่ไปที่หน้าต่าง
“ไฟมืดดับทั้งบ้านแล้วเจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรีมองนาฬิกาใจหายวับ เห็นว่าเที่ยงคืนแล้ว
“นี่มันเที่ยงคืน ทุกทีสามทุ่มไม่เกินสี่ทุ่ม สะบันงากลับมาแล้ว”
“มัวแต่ห่วงคนโน้นคนนี้ ห่วงตัวเองบ้างเจ้าค่ะ สะบันงาอาจกลับมาแล้วแต่ไม่ได้ขึ้นมา เมี้ยนจะลงไปดูให้นะเจ้าคะ”
“ไปดูสิ วันนี้คุณศุกลก็มารำพรรณร้อนอกร้อนใจว่ามีปัญหากัน ฉันก็เลยใจคอไม่ดี สังหรณ์ใจบอกไม่ถูก”
เมี้ยนออกไป คุณหญิงศรีมองตามถอนใจ
“หวังว่าเขาจะเป็นสุภาพบุรุษ รักษาคำพูดด้วยเถิด”
คุณหญิงศรีพยายามจะตะกายไปมองที่หน้าต่าง แล้วเซ กุมหัว ถอยล้มกลับไปบนเตียง

สะบันงาตกเป็นภรรยาเจ้าคุณแล้วเอาแต่ร้องไห้ ตัวสั่น ช็อค เจ้าคุณใส่เสื้อคลุม ที่สะบันงาเบือนหน้าหนี เพราะเจ้าคุณก้มลงไปจูบแก้ม
“ถ้าฉันไม่เห็นภาพเธอซบอกนายศุกล ฉันก็ยังคิดว่าเธอไม่พร้อม แต่นี่เธอพร้อมแล้วจริงๆ”
“ไม่จริง คุณหญิงบอกว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษ ท่านจะรักษาสัญญา”
“ฉันอยากรักษาสัญญา ฉันรักษาสัญญาได้ทุกเรื่อง แต่ในเรื่องความรักที่มี ต่อเธอ ฉันยอมถูกประณามหยามเหยียด ยอมเสียความเป็นสุภาพบุรุษ”
“ฉันรักเธอ”
“ดิฉันไม่ได้รักท่าน”
“ฉันรู้ว่าเธอรักนายศุกล”
“ต่อให้ไม่มีเขา ดิฉันก็ไม่อาจรักท่านได้ รักของดิฉันเกิดจากใจ ไม่ใช่บอกรักแล้วขืนใจ”
“ช่างพูดได้เจ็บช้ำเหลือเกิน แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นับแต่นี้เธอคือเมียของฉัน เธอไม่อาจไปเป็นเมียใครได้อีกแล้ว แม้จะรักใคร่ปานใดก็ตาม”
“อำมหิต ใจร้าย”
สะบันงากรีดร้อง ร้องไห้ขึ้นมาอีก แล้วหมดสติพับไป
“สะบันงา”
เจ้าคุณตกใจมาก

คุณหญิงศรีเอนกายหน้าเศร้าน้ำตาคลอ เมี้ยนพาลเศร้าไปด้วย
“เขาทำลายสัญญา เขาทำลายความเป็นสุภาพบุรุษที่ฉันเคยชื่นชมหมดสิ้นไป โถ สะบันงาคงแหลกสลายคามือเขาไปพร้อมกับหัวใจแตกยับ ยังจะศุกลอีกคนหนึ่ง เขาคงทนไม่ได้ ฉันจะบอกน้องอย่างไรดี ฉันจะมองหน้าสะบันงาได้อย่างไร”
คุณหญิงศรีน้ำตาไหล เมี้ยนปลอบ
“คุณหญิงและใครไม่อาจขัดใจท่านได้ อย่างที่คุณหลวงหมออดุลย์บอกนะเจ้าคะ”
“นี่ฉันทำลายชีวิตและความหวังของคนอีกสองคนพังพินาศอีกแล้ว ฉันไม่เคยทำอะไรดีเลยหรือเมี้ยน”
“ไม่นะเจ้าคะ อย่าโทษตัวเองเจ้าค่ะ พักผ่อนนะเจ้าคะ คุณหญิงแก้ปัญหามาได้ตลอดนะเจ้าคะ แต่ครั้งนี้ มันนอกเหนือเหลือกำลังเจ้าค่ะ”
“ฉันหมดหวัง ฉันท้อแท้หมดเรี่ยวหมดแรงจะต่อสู้แล้ว
เมี้ยนเข้ามากอดคุณหญิงศรีไว้ คุณหญิงศรีซบหน้าน้ำตาไหลเงียบๆ

เจ้าคุณเปิดประตูรีบร้อนออกมา น้อยผวาจะเข้าไป
“อย่าเข้ามาน้อย”
น้อยชะงัก
“บ่าวมานั่งรอตั้งแต่สามทุ่มตามปกติ นี่มันตีสองแล้วนะเจ้าคะ”
“รีบไปปลุกคนขับรถให้ไปรับคุณหลวงหมออดุลย์มาหาฉันเดี๋ยวนี้”
น้อยงงและนึกถึงสะบันงา
“ท่านไม่สบายหรือเจ้าคะ”
“อย่าถาม รีบไป ไปให้ไวที่สุด สะบันงาไม่สบาย”
น้อยจำใจไป วิ่งไปด่าไปตามทางไปตามคนขับรถ
“ตายเสียได้ก็ดี อีสะบันงามึงแย่งผัวกู”

สะบันงานอนตาลอย ตัวเกร็งเหมือนหุ่นไม่หือไม่อือ เจ้าคุณมองอย่างห่วงใยกลุ้มใจ คุณหลวงหมออดุลย์ตรวจเสร็จหันมาบอก
“เธอช็อคขอรับ”
“แล้วจะต้องทำอย่างไร”
“ผมจะฉีดยาคลายเครียดให้เธอ”
“เมื่อไหร่สะบันงาจะหายช็อค”
“คงต้องใช้เวลาหลายวันขอรับ ยาที่ฉีดให้จะทำให้เธอหลับ ถ้าเธอได้พักผ่อนเธอจะดีขึ้นเรื่อยๆขอรับ ผมจะมาดูอาการเธอทุกวัน รวมทั้งไป ดูอาการคุณหญิงด้วยขอรับ ใกล้คลอดเต็มที่แล้วขอรับ”
หมออดุลย์รู้สึกแปลกๆแต่เงียบงำเอาไว้ มองก็เข้าใจว่าสะบันงาตกใจกลัวเจ้าคุณ คำว่าคุณหญิงกระตุ้นสะบันงาให้สะดุ้งกระตุกมานิดหนึ่ง
“คุณหญิง โธ่ คุณหญิง”
“สะบันงา”
สะบันงา เงียบต่อไปใหม่ยังคงนอนตาลอยนิ่งเงียบไม่รู้สึกต่อสิ่งใดรอบกายตัวเอง

ในครัววันใหม่ น้อยเตะโน่นกระทืบนี่ หน้าตาอิดโรย เพราะอดหลับอดนอนแถมโดนยุงกัดและผิดหวัง
“อยากจะตบหน้าคน”
ทองหยอดไม่พอใจ
“หน้าคนคงไม่มีให้แกตบ มีแต่หน้าแกนั่นแหละมีแต่ใครเขาอยากรุมตบ เชอะ ไงล่ะ นายคนขับรถเขาบอกว่าเมื่อคืนสะบันงาอยู่กับท่าน”
“เจ้าคุณทั้งคืน แถมไม่สบาย เขาเลยต้องไปรับคุณหลวงหมอมาดูอาการ”
“มันแย่งผัวฉัน”
“เฮ้ย” ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน
“เอ้อ ผัวคุณหญิงน่ะ”
“แล้วแกไม่ได้แย่งผัวคุณหญิงด้วยหรอกหรือ ไปนอนมาตั้งหกเดือน”
“yes คนไทยเขาว่าอะไร ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” โรเบิร์ตสงสัย
ทุกคนเฮพร้อมกัน น้อยกระฟัดกระเฟียดออกไปงึมงำด่าต่อ
“ไอ้แก่มันไม่ยอมให้อีสะบันงากลับเรือนนังศรี ตอนนี้มันประคบปะหงมยังกับอีสะบันงาเป็นแม่มัน”
ทองหยอดมองตาม

“นังคนขี้อิจฉา”

 
คุณหลวงหมออดุลย์มาตรวจคุณหญิงศรี แต่เธอไม่ถามเรื่องตัวเองกลับถามถึงสะบันงา
 
“ได้ยินว่าเมื่อคืนคุณหลวง มารักษาสะบันงา เป็นอะไรมากมายไหม”
“เธอช็อคขอรับ” คุณหลวงหมออดุลย์พยายามวางหน้าปกติ
“ช็อค”
เมี้ยน คุณหญิงศรีมองหน้ากัน
“โธ่ สะบันงา” คุณหญิงศรีรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เธอผวาไปหมดตกใจไปหมดขอรับ เสียงอะไรนิดหน่อยเธอก็สะดุ้ง”
“โถ...”
คุณหญิงศรีเบือนหน้าน้ำตาไหลซึม เมี้ยนพาลแย่ไปด้วย คุณหลวงหมออดุลย์เห็นท่าจะไม่ค่อยจะดี จึงรีบปลีกตัว
“คุณหญิงรักษาสุขภาพนะขอรับ ใกล้คลอดเต็มที่แล้วขอรับ จะไปคลอดที่โรงพยาบาลไหมขอรับ ผมจะจัดเตรียมไว้ให้”
“ไม่ไป ฉันเกลียดการไปโรงพยาบาล เห็นไปกันแล้วไม่ได้กลับบ้านมาหลายรายแทบทั้งนั้น ฉันจะคลอดที่บ้าน ถ้าไม่ทำให้ ฉันจะไปตามหมอตำแยมาดูแลเอง ถ้ามันจะตายก็ขอตายคาบ้านมันนี่แหละ”
“มิได้ขอรับ กระผมแค่ถามความพอใจของคุณหญิง กระผมจะทำคลอดให้คุณหญิงที่บ้านขอรับ”
“ขอบใจ ฉันฝากดูแลสะบันงาด้วยคุณหลวง”
“ขอรับ”
หมอถอยออกไป คุณหญิงศรีน้ำตาไหลพราก เมี้ยนมาจับมือไว้
“ถ้าคุณศุกลมาและรู้ เขาจะตู่ว่าเป็นเพราะฉัน เขาจะเคืองฉัน จะไม่มาหาฉัน จะไม่ดูดำดูดีฉันอีกต่อไป เมี้ยนช่วยฉันคิดด้วย ฉันจนปัญญาแล้ว”
เมี้ยนพยักหน้ารับว่าจะช่วยคิด
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ อย่าเพิ่งวู่วามเจ้าค่ะ คุณหญิงเคยบอกเมี้ยนเสมอนะเจ้าคะว่าอย่าร้อนรน ให้นิ่งไว้แล้วค่อยๆแก้ปัญหา...”
คุณหญิงศรีส่ายหน้าแบบไม่ไหวแล้ว

เจ้าคุณประคบประหงม สะบันงาขณะที่เธอทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ พอได้ยินเสียงเปิดประตู ก็ผวาร้องกรี๊ด เจ้าคุณถืออาหารเข้ามา
“ไม่ต้องตกใจ ฉันเอาอาหารมาป้อน”
สะบันงาส่ายหน้า เห็นเจ้าคุณเข้าใกล้ ก็กระเถิบหนี ส่ายหน้า
“กินอาหารนะสะบันงา”
สะบันงาส่ายหน้าเจ้าคุณตักซุปป้อน
“กินนะคนดี ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไร ไม่มีใครทำอะไรสะบันงาหรอก”
เจ้าคุณมีทีท่าอ่อนโยน สะบันงายังส่ายหน้าต่อ บอกกับตัวเองในใจ
‘ก็ทำไปแล้ว ทำจนยับเยิน ชีวิตไร้สุขไปจนตาย’
เจ้าคุณมองอย่างสงสาร
“ไม่ต้องกลัว ทำตัวทำใจให้สบาย คุณหญิงรอพบสะบันงาอยู่ กินอาหารจะได้มีแรงไปหาคุณหญิง”
สะบันงาได้ยินคำว่าคุณหญิงก็ชะงัก
“คุณหญิง”
“ใช่ คุณหญิงใกล้จะคลอดแล้ว ไม่อยากไปดูแลคุณหญิงหรอกหรือ กินนะกินสักนิด”
เจ้าคุณตักอาหารมาจ่อที่ปาก สะบันงากินอาหาร สะบันงาน้ำตาร่วงพรู เอามือปัดช้อนเบาๆ ข้าวต้มหก สะบันงาตกใจที่ทำข้าวต้มหกใส่มือเจ้าคุณ
“ อุ๊ย ฉันขอโทษ ฉันเอ้อ จะไปหยิบผ้ามาเช็ดเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้อง ฉันทำให้ สะบันงาอยู่ตรงนี้”
“อย่ามาทำอะไรให้ฉัน”
“สะบันงา ฉันขอโทษ ฉันเสียใจ”
เจ้าคุณเดินหันถือจานไปเอามือกุมอก จานตกจากมือ
“ว๊าย ท่านเจ้าคุณ”
กลายเป็นสะบันงาเองที่ผวามาประคองเจ้าคุณ
“ฉัน ฉันเจ็บจี๊ดที่หัวใจ ฉัน ฉันเป็นโรคหัวใจ มันจะเกิดขึ้นตอนที่ฉันไม่สบายใจ ฉันเสียใจ ไม่สบายใจมากที่ทำร้ายสะบันงา แม้ว่าจะขอโทษสะบันงาก็คงไม่ยกโทษให้” เจ้าคุณพูดไปหอบไป
“โธ่ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ โธ่ฉันขอโทษเจ้าค่ะ”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเธอ”
“ให้คนไปตามคุณหลวงหมออดุลย์นะเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง เพียงเธอยอมกินข้าว เธอยอมพูดจากับฉัน จิตใจฉันคงรู้สึกดีขึ้นคุณหลวงบอกว่ามันจะค่อยๆหายเอง”
“เจ้าค่ะ ฉันจะกินข้าว โดยที่ท่านไม่ต้องมาป้อนฉันเจ้าค่ะ”
“ขอบใจมาก”
เจ้าคุณยิ้มพอใจ สะบันงาประคองเจ้าคุณให้ลุกอาการดูดีขึ้นจริงๆ

ศุกลนั่งคอตกน้ำตาคลอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับสะบันงา
“จนได้ มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ อย่างที่ผมหวาดกลัวมาตลอดเวลา”
“พี่ขอโทษ พี่เสียใจ”
ศุกลก็เกิดของขึ้น ขึ้นมาลุกพรวดมาชี้หน้าคุณหญิงศรี
“ขอโทษเสียใจแล้วมีอะไรดีขึ้นไหม พี่หญิงทำลายชีวิตผมพี่หญิงผิดสัญญา ผมเตือนแล้วว่าเขามีเจตนาไม่ดี แต่พี่หญิงก็ยังฝืนส่งสะบันงา ไปหาเขา ไม่รู้ละผมจะไปตามสะบันงากลับมาที่นี่มาพูดกันให้รู้เรื่อง”
“อย่าไปนะ ขืนนายไปเกิดเรื่องใหญ่แน่ หมอไม่ให้ใครขัดใจเขา”
“ทุกคนเลยต้องยอมทนให้เขาทำเรื่องบ้าๆ ข่มขืนบังคับใจคนอื่น เมี้ยนสะบันงาไปอยู่กับเขากี่วันแล้ว”
“สามวันแล้วเจ้าค่ะ”
“สามวัน นี่มันยังไม่ปล่อยกลับมา หมายความว่ามันยังบำรุงบำเรอกันไม่เสร็จ พี่หญิงเห็นผัวดีกว่าน้อง ไหนบอกว่ารักน้อง จะตอบแทนน้องที่เคยช่วยพี่หญิงตอนหนีไม่อยากมีผัว แล้วนี่อย่างไร กลับเอาใจผัวด้วยการเอาคนรักของน้องไปยกให้ผัวแก่บ้ากาม”
“นายฟังพี่ก่อน”
คุณหญิงกำลังหมดแรงแต่พยายามปลอบอธิบายศุกล
“ผมไม่ฟัง พี่หญิงข่มเหงน้ำใจผม พี่หญิงทำผมหัวใจสลาย กลัวจะเอาผัวไว้ไม่อยู่จึงส่งสะบันงาไปแทนตัวเอง ผมเกลียดพี่หญิง เกลียดๆ ผมจะไปเอาคนรักผมกลับมา”
ศุกลปึงปังจะออกไป คุณหญิงศรีผวาลงมาจากเตียงดึงน้องชายไว้ทั้งที่ไม่มีแรง
“อย่าไปนะนาย ขืนไปนายคงไม่รอดกลับมา”
“แปลว่าเขามีสิทธิ์จะเข่นฆ่าใครก็ได้หรือ”
“นี่บ้านเขา เธอจะกลายเป็นผู้บุกรุกบ้านเขา”
เมี้ยนเห็นด้วย
“นั่นสิเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณกำลังรักกำลังหลง มิฆ่ากันตายเอาจริงๆหรือเจ้าคะ คุณศุกลหันมาดูคุณหญิงบ้างสิเจ้าค่ะ เรี่ยวแรงก็ไม่มีจิตใจก็ย่ำแย่”
“หรือว่า ใช่แล้ววันก่อนสะบันงาผลักผมวิ่งหนีผม เพราะติดใจ ยินดีจะมีผัวเป็นเจ้าพระยานาหมื่น”
“ศรี ไม่ใช่หรอก พาลใหญ่แล้ว นายกลับไปก่อน แล้วค่อยมาใหม่”
“ไม่มา จะไม่มาเหยียบที่นี่อีกต่อไป พี่สาวก็ใจดำ คนรักก็เห็นแก่ยศถาบรรดาศักดิ์ อยากมีผัวใหญ่โต ไอ้ตัวผมมันแค่ลูกเจ๊กลูกจีนแสนธรรมดา”
ศุกลพูดจบสะบัดหน้าปึงปังออกไป คุณหญิงศรีมองตามน้องชายน้ำไหลพรู
“ศุกล นายโกรธนายเกลียดพี่จริงๆด้วย”
เมี้ยนมาโอบกอดไว้
“คุณศุกลกำลังเสียใจเลยพาลยกใหญ่เจ้าค่ะ ปล่อยไปก่อนให้เธอเย็นลง แล้วเมี้ยนจะตามไปปรับความเข้าใจให้เองเจ้าค่ะ”
“เมี้ยน เมี้ยนช่วยฉันนะ อย่าให้ศุกลเกลียดฉัน โกรธฉัน”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ อย่าร้องไห้นึกถึงลูกในท้องเข้าไว้เจ้าค่ะ”

คุณหญิงศรีกอดเมี้ยนร้องไห้เหมือนเด็กๆ

 
สะบันงาเริ่มทำใจได้ เจ้าคุณพยายามปลอบโยนเอาใจ
 
“ฉันขอโทษ ฉันรักเธอมากจริงๆนะสะบันงา ฉันทำไปเพราะรักเธอรักตั้งแต่วันแรกที่พบเจอ คิดเสียว่าวาสนาของเราต้องได้มาพบกันใช้ชีวิตร่วมกันจนวันตาย”
“จนวันตาย โธ่”
“เธอเกลียดฉันมากใช่ไหม ยกโทษให้ฉันนะสะบันงา”
สะบันงาน้ำตาคลอ
“คนต่ำต้อยอย่างดิฉันมีสิทธิ์โทษอะไรท่านได้ด้วยหรือเจ้าค่ะ”
“มีสิ สะบันงาเธอคือภรรยาของฉัน ภรรยาที่ฉันจะยกย่องเชิดชู เธอมีสิทธิที่จะโกรธ จะไม่พอใจฉัน ขอให้เรามีลูกด้วยกันเธออาจเกลียดฉันน้อยลง”
สะบันงาถอนใจ
“ดิฉันอยากไปดูอาการคุณหญิง เป็นห่วงคุณหญิงมากเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณพยักหน้า
“ไปเถิด ฉันก็จะไปเยี่ยมคุณหญิงเหมือนกัน”
สะบันงายกมือไหว้ ค่อยๆเดินออกจากห้อง เจ้าคุณมองตามสะบันงา ทั้งรักทั้งหลง
“นายศุกล นายหมดสิทธิ์แตะต้องผู้หญิงคนนี้แล้ว”

ศุกลเดินมาถึงซุ้มต้นไม้ที่เคยมากอดสะบันงาแล้วน้ำตาคลอ
“เธอวิ่งหนีฉันไปหาเขา ไปนอนกับเขา ผู้หญิงสองใจ”
สะบันงาเดินชอกช้ำมาจนถึงซุ้มนั้นเช่นกัน แล้วชะงักนิ่ง
“คุณศุกล”
ศุกลยืนซึมน้ำตาคลอ
“โธ่ คุณศุกลฉันไม่บังอาจกล้ามองหน้าคุณได้อีกต่อไป”
สะบันงาหันกลับ ศุกลเห็นสะบันงาทั้งดีใจและแค้นใจ
“สะบันงา”
ศุกลพรวดมาถึงสะบันงามาคว้ามือ
“กรุณาปล่อยมือฉันค่ะ”
“เดี๋ยวนี้เป็นเมียเจ้าพระยา กล้าดีมาออกคำสั่งกับฉัน ผู้หญิงสองใจผู้หญิงหลอกลวง ฉันเกลียดเธอ แม่คนแพศยา”
ศุกลยกมือฟาดมาตบหน้าสะบันงาโดยแรง สะบันงาตกตะลึง ด้วยนึกไม่ถึง
“คุณศุกล”
สะบันงามองศุกลอย่างเสียใจ น้อยใจ กุมแก้มที่โดนตบ แล้วหันกลับวิ่งหนีไป ศุกลได้คิด มองมือตัวเองที่ตบสะบันงา
“สะบันงา นี่ฉันทำเลวระยำอะไรลงไปกับเธอ
ศุกลจะตามไปแล้วต้องหยุด เจอเจ้าคุณมายืนห่างออกไป
“มีอะไรหรือศุกล”
ศุกลไม่ตอบ หันกลับออกไปแบบทำอะไรไม่ได้ เจ้าคุณมองตาม ยิ้มสะใจ น้อยแอบมองอยู่ด้านหนึ่ง
“หลงรักนังสะบันงากันดีนักทั้งหนุ่มทั้งแก่ คอยดูฤทธิ์เดชลำดับต่อไปของอีน้อยเถิด...จะเอาให้บ้านแตกสาแหรกขาด หัวใจหลุดกันทั่วหน้า”
น้อยหมายใจจะทำร้ายทำลายสะบันงาต่อไป

สะบันงาวิ่งน้ำตานองเข้ามาโผซบหน้ากับที่นอนร้องไห้ เธอสะอึกสะอื้น เสียใจเจ็บช้ำใจ
“ทำไม ทำไมฉันต้องมาพบเจออะไรอย่างนี้ ทำไมชีวิตของฉันต้องพบแต่ความโหดร้ายไม่เลิกรา”

เจ้าคุณมาหาคุณหญิงศรี เจ้าคุณตกใจที่เธอดูอ่อนแอมาก
“ศรีทำไมป่วยนานนัก ไอ แอม โซ วอร์รี่ ที่ไม่ได้มาดูศรีหลายวันมาก”
“ช่างเถิดค่ะ”
“ช่างไม่ได้หรอก ฉันเป็นห่วงศรีมากนะ”
“ฉันก็เป็นห่วงสะบันงา”
คุณหญิงศรีพูดนิ่งๆเรียบๆเย็นชา มองหน้าเจ้าคุณที่ไม่สบายใจ เพราะผิดสัญญา
“ไอ แอม ซอรี่ โซ ซอรี่ เรื่องสะบันงา ศรี...ฉันรักสะบันงามากจนทำให้ฉันผิดสัญญากับศรี”
“คุณเป็นใหญ่ในบ้านนี้ จะผิดสัญญาก็ไม่ใช่เรื่องผิด”
“ศรีกำลังด่าฉันแบบผู้ดี ด่าเถิดศรี ประณามเถิดศรี ฉันสัญญาจะดูแลสะบันงาให้ดีที่สุด นอกจากศรี สะบันงามีค่าที่สุดสำหรับฉัน”
“ขอบคุณ ฉันต้องการพบสะบันงา”
“เขาก็อยากพบศรี ฉันอนุญาตให้เขามาแล้ว”
“ขอบคุณที่อนุญาตให้สะบันงามาหาฉัน กลับไปเถิดค่ะ ฉันสบายดี”
“ศรีไม่สบายหรอก ฉันดูออก ศรีเชื่อฉัน ลูกของเราต้องน่ารักต้องแข็งแรง”
คุณหญิงศรีนิ่ง ไม่โต้ตอบอะไรอีก

เจ้าสัวเส็ง คุณนายใหญ่ และคุณนายน้อย นั่งดื่มชาอยู่ด้วยกัน ศุกลเดินเข้ามาก้มหน้าก้มตา หน้าซีดขาว เอามืออีกมือจับมืออีกมือไว้ มือทั้งสองที่จับกันสั่นตลอดเวลา
“คุณหญิงเป็นอย่างไรบ้าง ศุกล” เจ้าสัวเส็งหันมาถาม
ศุกลส่ายหน้าไม่ตอบ
“เป็นอะไรศุกล หน้าซีดมือสั่น หรือว่าไม่พอใจที่เตี่ยกับแม่ห้ามแต่งงานกับสะบันงา” คุณนายใหญ่แปลกใจ
“ผมไม่แต่งงานกับสะบันงา”
“อ้าว...” สามคนร้องออกมาพร้อมกัน
เจ้าสัวเส็งหันไปพูดอย่างจริงจัง
“ฟังนะ เตี่ยกับแม่ทั้งสองปรึกษากันแล้ว ตรึกตรองดูแล้ว ถ้าลูกอยากแต่งงานกับสะบันงาก็ตามใจลูกเถิด”
“พาสะบันงามาหาพวกเราสิ” คุณนายน้อยบอก
ศุกลส่ายหน้ามือยังสั่น
“สายเกินไปแล้วครับ สะบันงามีสามีแล้วเมื่อสามวันก่อน”
“อะไรนะ”
ศุกลไม่ตอบเดินจากไปเงียบๆ สามคนพูดไม่ออก

สะบันงากราบแทบเท้า น้ำตานองหน้า คุณหญิงศรีจับบ่าสะบันงาไว้ น้ำตาคลอ
“หนู หนู ...”
“ฉันเข้าใจ ฉันขอโทษ ฉันเสียใจ”
“หนู หนู ...”
“ไม่ต้องพูด ร้องไห้ออกมาให้หมดสะบันงา ดีกว่ามาพูดตอกย้ำให้ช้ำชอกใจ นี่แหละชีวิตของผู้หญิงในสังคมที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้ชายทำอย่างไรก็ได้กับผู้หญิง มีเมียกี่คนก็ไม่มีใครตำหนิ แต่ผู้หญิงแค่จะขอเลือกผัวสักคนก็ยังไม่ได้”
“ค่ะ”
คุณหญิงศรีกอดสะบันงาไว้ สะบันงาร้องไห้อยู่นาน และในที่สุดก็สงบลง
“ดีขึ้นแล้วหรือยัง”
“ค่ะ หนูขออนุญาตท่านมาเยี่ยมมาดูแลคุณหญิงค่ะ”
“ขอบใจที่ห่วงใยฉัน ฉันก็ห่วงใยสะบันงา ฉันเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น คนที่เสียใจมากที่สุดก็คือคุณศุกล เขารู้แล้ว หัวใจเขากำลังแตกสลาย”
“หนูทราบค่ะ เราพบกันแล้ว”
“เขาว่าอย่างไร”
“เขาเกลียดหนูแล้วค่ะ เพราะว่าหนูคือนางแพศยาสองใจ”
“เหลวไหลจริง สะบันงามาหาฉันทุกวันนะ ฉันกำลังหาทางออกให้สะบันงา”
สะบันงาส่ายหน้า ไม่เชื่อว่าจะมีทางออก
“ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ”

พิมพ์ดีดโบราณตั้งอยู่มีกระดาษที่ศุกลแปลมหากาพย์ของกวีโฮเมอร์ยังติดอยู่ในแท่นพิมพ์ดีด ศุกลเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ตาลอย เศร้าซึมยกมือที่ตบสะบันงามาดู มือนั้นสั่นไม่เลิก
“ไอ้มือบ้า อยากจะตัดแกทิ้งนัก แกทำเลวทรามอย่างนั้นกับคนที่ฉันรักสุดหัวใจได้อย่างไร”
มีเสียงเคาะห้อง
“ใคร กิมเฮียงหรือกิมฮวย ไปให้พ้นนะ”
“เมี้ยนเองเจ้าค่ะ”
ศุกลดีใจมาก
“เมี้ยน”
ศุกลลุกพรวด

เมี้ยนเริ่มแผนการหลอกล่อศุกลให้ไปหาคุณหญิงศรี
“คุณหญิงท่านให้มาถามว่าคุณศุกลเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องมาเป็นห่วงกัน คนผิดสัญญาไม่อยากเห็นหน้า กลับไปเสียเถิด”
“เจ้าค่ะ เมี้ยนจะกลับ กลับไปเรียนคุณหญิงท่านว่าคุณศุกลไม่ให้ท่านห่วง ท่านน่ะใกล้คลอดเต็มที หมอบอกว่าท่านกินน้อย คุณหนูในท้องตัวเล็ก นี่ท่านยังมาเสียใจกลุ้มใจที่ทำให้น้องชายโกรธแค้นอีก เฮ้อ น่าสงสาร”
เมี้ยนลุก ศุกลเริ่มใจอ่อน เมี้ยนปรายตามอง
“สะบันงาก็อีกคน ระทมขมขื่น หน้าก็ตรม อกก็ตรม มีคนประณามว่าสองใจ ทั้งที่โดนขืนใจ เมี้ยนกราบลานะเจ้าค่ะ”
เมี้ยนทำทีเดินออก ศุกลมาดึงเอาไว้ เมี้ยนแอบยิ้ม
“ฉันจะไปกับเมี้ยน”

เมี้ยนยิ้มอีก

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8 (ต่อ)

สะบันงาดูแลคุณหญิงศรีนวดเฟ้นให้

“ดีขึ้นบ้างหรือยังคะ”
“ดีขึ้นมาก ขอบใจ แล้วตัวเองละดีขึ้นแค่ไหนแล้ว”
“กำลังพยายามอยู่ค่ะ”
คุณหญิงศรีมองไปที่ประตูห้องบ่อยๆมาก
“เฮ้อ ทำไมเมี้ยนมาช้าจริงๆ”
“คุณหญิงให้พี่เมี้ยนไปไหนหรือคะ”
“เปล่า ช่างเถิด”
เสียงเคาะประตู คุณหญิงศรีดีใจ
“เมี้ยนกลับมาแล้ว”
“มาแล้วเจ้าค่ะ”
เมี้ยนสบตา คุณหญิงศรีพยักหน้า ประตูเปิดอีกครั้ง ศุกลก้าวเข้ามาในห้อง
“พี่หญิงครับ ผมขอโทษ”
ปากพูดกับคุณหญิงศรีแต่ตามองไปทางสะบันงา ที่จะออกไปจากห้อง
“อย่าเพิ่งไปสะบันงา”
ศุกลอดประชดไม่ได้
“นั่นสิจะรีบไปไหน เห็นหน้าฉันเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์จะพบเห็น เดี๋ยวนี้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ ชอบอยู่ตึกใหญ่ เรือนไทยหลังนี้มันกระจ้อยร่อยไม่คู่ควร”
สะบันงาน้ำตาไหลพราก คุณหญิงศรีปราม
“ศุกล มากไปแล้ว”
“น้อยไปครับ ได้ดิบได้ดีแล้วไม่เห็นหัวกัน หลอกให้ฉันเชื่อว่าเธอมีใจที่ไหนได้ แพศยา มารยาสองใจเจ้าเล่ห์”
“หยุดนะนาย สาแก่ใจแล้วใช่ไหมที่ทำร้ายหัวใจคนที่นายรัก ทำร้ายใจเขาใจนายก็เจ็บเอง ถ้าสะบันงาเต็มใจสิ นายจึงสามารถด่าเขาเช่นนี้ได้ นี่นายก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันคือการจำใจ”
“ผมจะเชื่อดีไหม ช่างตีหน้าซื่อหลอกใครๆได้หมด กระทั่งพี่หญิง ยัยเมี้ยน ผมเป็นชายรู้ดีว่าหญิงใดไม่ยินยอมผมไม่ขืนใจ ปรบมือข้างเดียวมันจะดังได้อย่างไร มันไม่ง่ายดอกที่จะขืนใจใครถ้าคนนั้นไม่มีใจตอบ นอกจากเสียว่าสมยอม”
สะบันงาร้องไห้โฮๆจะวิ่งหนีออกไปจากห้อง ศุกลรั้งแขนไว้ สะบันงาสะบัดโดยแรง
“จะหนีไปไหน” ศุกลยิ้มเยาะใส่หน้า “จะรีบไปหาผัวแก่ขอตังค์หรือแม่พันธ์ไม้เลื้อย”
“ปล่อย อย่ามายุ่งกับฉัน”
เมี้ยนปราม
“คุณศุกล พาลมากไปแล้วนะเจ้าคะ”
“ถ้านายจะมาที่นี่เพื่อมาอาละวาดด่าทอ ด้วยเพราะเอาแต่ใจเป็นใหญ่ใส่เด็กของพี่ นายกลับไปเสียเถิด และไม่ต้องมาเยี่ยมพี่อีก พี่ไม่ต้องการฟังคำด่าของนาย ไปสิ กลับไป”
ศุกลได้สติ ซวนเซมานั่งเก้าอี้น้ำตาคลอ
“ไม่เห็นสีหน้าแววตาของสะบันงาบ้างหรืออย่างไร มันไม่ใช่ดวงตาของคนเปี่ยมสุข แต่มันคือดวงตาของคนที่เปี่ยมทุกข์ ดวงตาที่ระทมขมขื่นทุกข์ทรมานใจสาหัสนัก แล้วนายยังใจร้ายรังแกน้ำใจของสะบันงาได้ลงคอ ราวกับว่าสะบันงาเป็นศัตรูที่นายเกลียดชังมากมาย”
ศุกลยิ่งน้ำตาไหล ยกมือมาสั่นดิกๆ
“นี่ผมทำอะไรลงไป วันก่อนผมตบหน้าเธอ”
เมี้ยนตะลึง
“ตายแล้ว”
“วันนี้ผมด่าทอเธอราวกับกุ๊ยข้างถนน”
“ความรักทำให้เธอเป็นบ้า พี่กับเมี้ยนกำลังหาทางออกให้ แต่เธอกำลังจะปิดทางออกของตัวเอง คนโง่ กลับไปซะ”
“พี่หญิง”
“เมี้ยน ฉันเหนื่อยจนลูกแทบจะทะลัก มานวดด้วยฉันจะพักผ่อน”
คุณหญิงศรีหันกลับหันหลังให้ศุกล เมี้ยนมองหน้าศุกลพยักหน้าให้ออกไปกระซิบเบาๆ
“ถ้ายังรักยังต้องการสะบันงารีบไปเจราจาง้องอนสิเจ้าคะ ป่านนี้น้ำตาทะลักเป็นเขื่อนแตกแล้วเจ้าค่ะ”
เมี้ยนหันไปนวดให้คุณหญิงศรีที่น้ำตานองสองข้างแก้ม

สะบันงาล้มตัวลงบนที่นอนร้องไห้ ใช้สองมือขยุ้มหมอนจนเส้นมือโปน หมอนเปียกชุ่มน้ำตาไหลพราก...ศุกลมายืนรีรอหน้าห้องสะบันงา จะเคาะแล้วยั้ง แล้วจะเคาะ กลับไปกลับมา หน้าตาทุกข์โศกมาก
น้อยมาเงียบๆ มาสังเกตการณ์
“ต๊าย นังสะบันงาเล่นชู้ นัดนายศุกลเข้าหาถึงห้องนอน”
น้อยหมายมาดจะไปฟ้องเจ้าคุณ

สะบันงายังร้องไห้อย่างหนักต่อไป เสียงเคาะประตูเบาๆ
“พี่เมี้ยนหรือคะ”
ไม่มีเสียงตอบ แต่มีเสียงเปิดประตูเข้ามา สะบันงาไม่หันมามองแต่พูด
“ทำไมเขาถึงด่าว่าหนูราวกับหนูเป็นโสเภณี ทำไมเขาลบหลู่ศักดิ์ศรีของหนูถึงเพียงนี้ เพราะว่าหนูไม่มีพ่อแม่ ยากจนไม่มีหนทางไปหรือคะ”
ศุกลยืนนิ่งอึ้ง
“เสียแรงหนูเทิดทูนบูชาว่า เขาคือชายในดวงใจเพียงหนึ่งเดียว”
ศุกลน้ำตาไหลปราดไปหาสะบันงา
“สะบันงา โธ่”
สะบันงาหันมาเจอหน้าศุกลไม่ใช่เมี้ยนตกใจมาก กระเถิบหนี
“ไปให้พ้น ฉันมันคนเลว แพศยามารยา สองใจพันธ์ไม้เลื้อย”
“ฉันเสียใจ ฉันเข้าใจเธอผิด เพราะรักมาก จึงผิดหวังมากจนขาดสติ พี่หญิงยืนยันว่าเธอไม่ได้เต็มใจ”
“เพราะคุณหญิงยืนยันจึงมั่นใจกระนั้นหรือ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันก็ไม่ใช่สะบันงาหน้าโง่คนเดิมอีกต่อไป ฉันคือสะบันงาที่แปดเปื้อน มีแต่มลทินราคี กลับไปเสียเถิดค่ะ”
“แต่ฉันก็ยังรักเธอ ฉันทำตัวบ้าคลั่งเพราะฉันหัวใจสลายฝันสลาย ผิดหวังตอบมาสักคำสะบันงา เธอรักฉันไหม”
“ฉันไม่อาจรักใครได้อีกต่อไป ฉันไม่สมควรรักใครได้อีกแล้ว ฉันสกปรก มีราคี”
“สบตาฉันแล้วตอบมา สะบันงารักฉันไหม”
สะบันงาแค้นใจ
“ไม่รัก ไปให้ไกลๆ ออกไปจากห้องนี้”
ศุกลเริ่มโมโหอีก
“แปลว่าเธอรักผัวฝรั่ง เธอรักผัวพี่สาวฉันกระนั้นหรือ”
ศุกลจับหน้าสะบันงามอง เขย่าไปมา
“เธอรักฉันบ้างไหม”
สะบันงาน้ำตาไหลพรากปากคอสั่น
“ไม่รัก”
“ไม่จริง เธอรักฉัน ฉันอ่านสายตาเธอออก แต่เธอแค้นใจฉัน”
ศุกลกอดสะบันงาไว้แน่น ไม่ยอมให้ดิ้นหลุดไป
“ดีละ ฉันจะทำกับเธออย่างที่เขาทำบ้าง เผื่อเธอจะหันกลับมารักฉัน”
สะบันงาดิ้นแรงหลุดแล้วตบหน้าศุกล
“คนใจดำ”
เมี้ยนเคาะห้องเข้ามา
“ใกล้ค่ำแล้ว สะบันงากลับไปเรือนโน้นเถิด ก่อนที่จะเกิดเรื่อง”
ศุกลรีบขวาง
“ไม่นะ ไม่ให้ไปนะสะบันงา”
“ขอร้องเถิดเจ้าค่ะคุณศุกล อย่ารั้งสะบันงาไว้ อะไรอะไรมันจะยิ่งร้ายแรง คนที่ตกที่นั่งลำบากคือคุณหญิงนะเจ้าคะ ยิ่งกำลังไม่แข็งแรง จิตใจก็อ่อนไหวอ่อนแอ”
สะบันงาทรุดฮวบลงไปกองเสียใจจนสิ้นสติ ศุกลตกใจ
“สะบันงา ฉันขอโทษ”
“คุณศุกลรีบกลับไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ ได้เวลาท่านมาดูอาการคุณหญิง ประจำวันแล้วเจ้าค่ะ” เมี้ยนกระซิบ “ทางออกยังมีเจ้าค่ะ เชื่อเมี้ยน พาหนีสิเจ้าค่ะ”
ศุกลมีความหวังพึมพำ
“พาหนี”
เมี้ยนพยักหน้า

น้อยใส่ไฟเต็มที่
“บ่าวเห็นกับตาเจ้าค่ะ ว่าคุณศุกลกำลังก้าวเข้าไปในห้องของสะบันงา”
“คุณหญิงกับเมี้ยนอยู่ที่ไหน”
“อยู่ข้างบนเจ้าค่ะ บ่าวมั่นใจว่าน่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าค่ะ จึงแสร้งเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ อย่าลืมสิเจ้าคะ ว่าคุณศุกลเธอเป็นน้องชายคนเดียวของคุณหญิง คุณเมี้ยนบอกใครๆว่าท่านรักน้องมาก แปลกนะเจ้าคะ รักน้องชายมากกว่าสามี ป่านนี้คุณศุกลกับสะบันงามิ...”
เจ้าคุณแทรกทันที
“พอแล้ว”
น้อยสาแก่ใจ เจ้าคุณ โกรธมาก ตาลุกวาวพึมพำ
“นายศุกล ศรี สะบันงา กล้าลองดีกับฉันหรือ”
“ดีไม่ดีจะพาหนีเสียกระมังเจ้าคะ” น้อยยุต่อ
เจ้าคุณตวาด
“พูดบ้าๆ พูดจาเหลวไหล”
“กันไว้ดีกว่าแก้ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ หรือว่าจะปล่อยสะบันงาหลุดมือไปต่อหน้าต่อตาเจ้าคะ”
เจ้าคุณนิ่งไม่ตอบ น้อยรุกต่อไป
“หาคนมาเพิ่มหน้าประตูบ้านอีกสักสองคนดีไหมเจ้าคะ ยามหน้าบ้านมันว่ามันมีญาติหางานทำอยู่เจ้าค่ะ”
“ไม่ดี ฉันไม่ชอบทำเหมือนกับจ้องจับผิดใคร”
“ถ้าเช่นนั้นให้มันมาคุมเชิงอยู่ห่างๆ ไม่ให้ใครรู้ว่ามันเป็นใคร รู้แค่ว่าเป็นญาติยามเท่านั้นมาขอพักก็ได้นี่เจ้าคะ”
เจ้าคุณนิ่งเงียบไปในใจเห็นดีเห็นงาม
“เจ้าคุณไม่ว่ากระไร บ่าวจัดการให้นะเจ้าคะ ไม่เช่นมันจะกลายเป็นวัวหายล้อมคอก จึงสมควรกันไว้ดีกว่าแก้นะเจ้าคะ นะเจ้าคะ”

เจ้าคุณพยักหน้า แล้วหยิบเงินส่งให้น้อย

 
คุณหญิงศรีตกใจกับสิ่งที่เมี้ยนบอก
 
“ไฮ้...เมี้ยนพูดอะไรน่ากลัวมาก”
“เรื่องมันต้องเสี่ยงเจ้าค่ะ หรือว่าจะยอมให้คุณศุกลผิดหวังไปทั้งชาติ”
“ศุกล โธ่เอ๊ย แล้วจะพากันหนีไปที่ไหน ที่บ้านเราน่ะเจ้าคุณตามเจอแน่”
“เงินทองกองท่วมเมือง มีที่ให้หนีไปหลบถมไปเจ้าค่ะ เจ้าคุณเป็นฝรั่งไม่รู้ที่ทางต่างจังหวัดหรอกเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณเคาะห้องแล้วเข้ามา สองคนรีบหยุด
“ศรี ทำไมดูอ่อนแอลงทุกวันอย่างนี้”
“ฉัน...ฉัน” คุณหญิงศรีน้ำตาคลอไม่สบายใจ “เอ้อ กลัวค่ะ”
“เอาอีกแล้ว ใครๆก็มีลูกกันทั้งนั้น ทำไมต้องกลัว”
เจ้าคุณกวาดตาหาสะบันงา
“สะบันงาไม่ค่อยสบาย คงยังตกใจอยู่ เลยไล่ไปพักในห้อง” คุณหญิงศรีบอก
เจ้าคุณยิ้มเย้ยๆนิดหนึ่ง
“ตอนกินอาหารกับศรีเสร็จแล้ว ฉันจะรับสะบันงากลับไปด้วย”
“ค่ะ คุณคะ ตอนนี้ที่บ้านเราขาดคนในครัว เมี้ยนหัวปั่น น้อยก็คงวุ่นวายงานแยะเกินไป เราน่าจะหาคนมาเพิ่มนะคะ”
“แม่ดาเมียตาแปะเลี้ยงเป็ดน่ะเจ้าค่ะ มีลูกอ่อนด้วย คงจะมีน้ำนมให้ คุณหนูรับประทานได้เจ้าค่ะ ถ้าน้ำนมของคุณหญิงไม่เพียงพอ” เมี้ยนเสนอแนะ
เจ้าคุณไม่ขัดข้อง
“แล้วแต่ศรีจะเห็นสมควรเถิด”
“แม่ดามีน้องสาวชื่อเดือน แกว่าลำบากจะเอามาฝากให้เป็นบ่าวช่วยทำงานที่เรือนคุณหญิงอีกสักคน เจ้าค่ะ” เมี้ยนบอก
“ก็ดีนะ มาช่วยกันดูแลคุณหญิง เพราะฉันกำลังคิดว่า จะให้สะบันงาไปอยู่กับฉันที่นั่นเสียเลย”
คุณหญิงศรีกับเมี้ยนตกใจมองหน้ากัน
“แต่ระหว่างนี้ ฉันใกล้คลอด ขอสะบันงาเถิดนะคะ มาช่วยกันก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ตกลงกับแม่ดาแม่เดือนนั่นเป็นเรื่องเป็นราว รอให้ฉันคลอดก่อนได้ไหมคะ”
“ได้สิ”
เจ้าคุณจับมือคุณหญิงศรีมากุม ยกมาหอม เมี้ยนแอบพ่นลมหายใจโล่งอก
“เกือบเสียท่าไปแล้วสิเรา”

มุมหนึ่งนอกบ้านเจ้าคุณ...น้อยมาพบกับเหมาะกับซัง ชายร่างใหญ่นักเลงหัวไม้
“พวกแกสองคนเข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าต้องทำอย่างไร ไอ้เหมาะ ไอ้ซัง”
“เข้าใจอยู่ แต่ทำไมให้แค่มาจดๆจ้องๆแค่นี้ มันง่ายเกินไปนา” เหมาะแปลกใจ
“อย่างพวกเราสองนี่มันผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ตีรันฟันแทงติดตะรางกันมาแล้ว” ซังโอ้อวด
น้อยตัดบท
“ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน คอยดูว่าอย่าให้ไอ้หนุ่มหน้าไหนพาเมียสารเลวของท่านเจ้าคุณหนีตามกันไปเป็นพอ”
“ตกลง”
สองคนแบมือ น้อยหยิบเงินส่งให้
“เอาไปแบ่งกัน”
สองคนรับเงิน น้อยยิ้ม
“ยังมีอีกแยะ”
สองคนตาโต น้อยรำพึงในใจ
‘พวกมึงสองคนเอาไปกึ่งหนึ่ง กูคนต้นคิดเอากึ่งหนึ่ง ไอ้หน้าโง่เอ๊ย’
น้อยยิ้มกริ่ม

ในครัววันรุ่งขึ้น...ทองหยอดรายงานเมี้ยน
“คุณเมี้ยนขา เมื่อเช้าอิฉันกลับจากตลาดเจอกุ๊ยหน้ามหาโจรสองคนมาเกะกะแถวป้อมยามหน้าบ้านค่ะ”
“เห็นแล้วนึกว่ามันกำลังจะมาปล้นบ้าน น่ากลัวแท้ๆ” กุ๊กเพ้งเสริม
“อะเฟรด(afraid)มาก ไอไม่กล้าสบตาพวกเขา เขาเป็นใครกันหรือ” โรเบิร์ตสงสัย
เมี้ยนแปลกใจ
“ใครอนุญาตให้พวกมันมาสิงสู่อยู่ที่หน้าป้อมยาม”
น้อยเดินยิ้มเข้ามา
“ฉัน”
ทุกคนอึ้ง
“หา”
“เจ้าคุณอนุญาตเพราะพวกมันเป็นญาติของยาม ยามมันมาขอท่านแล้ว”
เมี้ยนไม่พอใจ
“ทำไมไม่มาขอคุณหญิง ทำไมมันไปขอท่านเจ้าคุณ ในเมื่อท่านมอบอำนาจให้คุณหญิงมีสิทธิ์ทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว”
“โฮ้ย...ใครมันจะกล้าไปตอแยคุณหญิง ในเมื่อมันเห็นว่าคุณหญิงกำลังจะไปไม่รอด”
ทุกคนหน้าตื่น
“อะไรนะ”
เมี้ยนโกรธ
“แกพูดอะไร แกแช่งคุณหญิง”
“ฉันใช้คำพูดผิดไปนิดหนึ่ง คือมันไม่กล้ารบกวนคุณหญิง เห็นท่านกำลังท้อง ท่านเจ้าคุณท่านนั่งรถผ่านเข้าออกทุกวันเช้าเย็น มันเลยขอท่าน”
แล้วน้อยก็รีบไป กลบเกลื่อนไม่อยากตอบคำถามเมี้ยน
“ถ้าหน้าตาไอ้พวกนั้นมันเหมือนโจรไม่น่าไว้ใจอย่างที่ทุกคนเอ่ย สักวันมันจะลากเอาหายนะมาโยนใส่ในบ้านนี้ หรือท่านเจ้าคุณจะชักศึกเข้าบ้านเสียแล้ว” เมี้ยนไม่สบายใจ
ทุกคนตอบพร้อมกัน
“ใช่”

หน้าป้อมยามเจ้าคุณอีกวัน...รถของศุกลแล่นเข้ามา น้อยกระซิบเหนาะกับซังที่เก้กังแถวนั้น
“รถคันนี้แหละที่ท่านเจ้าคุณท่านสั่งให้จับตาดู”
รถแล่นผ่านหน้าสองคน น้อยชี้ไป
“เห็นไหมผู้ชายคนนั้น”
สองคนพยักหน้า
“เห็น”
“จำหน้าให้ได้ จับตาดูให้ดี”
“ตกลง”
รถศุกลแล่นเลยไปที่จอดรถรับส่ง น้อยวิ่งปร๊าดไปในบ้าน

ศุกลมาเยี่ยมคุณหญิงศรีด้วย และอาศัยพี่สาวบังหน้าเช่นเคย พยายามมองหาสะบันงา น้อยที่ซุ่มดูอยู่ ปราดมาหาศุกลทำทีเหมือนบังเอิญ
“สวัสดีเจ้าค่ะ คุณศุกล”
“สวัสดี”
“มาหาสะบันงาหรือมาหาคุณหญิงเจ้าคะ หรือว่ามาทั้งสองอย่างเจ้าคะ”
ศุกลไม่ใช่คนพูดมาก มองน้อยแปลกใจ
“ฉันมาเยี่ยมพี่หญิง”
“เชิญข้างในเรือนเจ้าค่ะ”
“ขอบใจ”
“สะบันงาอยู่ตึกท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ เดี๋ยวนี้ฝังตัวอยู่ที่นั่น ไม่ออกไปไหนง่ายๆเจ้าค่ะ ที่นั่นสบายจะตายไปเจ้าค่ะ มีแกรมโมโฟนให้ฟังเพลงเพราะๆ” น้อยสุมไฟ
ศุกลหยุดฟังใจคอว่อกแว่กส่งสายตามองไปที่เรือนเจ้าคุณ แต่ไม่ถามไถ่อะไรเดินต่อไป
“สะบันงาคงอยากเจอคุณศุกลมากนะเจ้าคะ แต่เกรงท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ”
ศุกลไม่โต้ตอบอะไรต่อเช่นเคย
“อิฉันจะไปบอกสะบันงานะเจ้าคะว่าคุณศุกลมา”
พูดจบน้อยวิ่งทันที ศุกลได้แต่มองตามแต่ก็พอใจ

สะบันงากำลังจัดหนังสือภาษาอังกฤษ และอ่านหน้าปกไปด้วย หน้าตาหม่นหมองแต่คุ้นเคยทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ้าง น้อยเข้ามาหา
“สะบันงา มีคนมาหา”
“ใครหรือพี่น้อย”
“คุณศุกลคู่รักเธอน่ะสิ”
“พี่น้อยจ๋า อย่าพูดอย่างนั้นอีก มันไม่เหมาะสม”
“ก็แหม หรือว่าไม่จริง พูดก็พูดเถิดนะ ฉันเห็นใจสะบันงาจะตายไป คุณศุกลทั้งดีทั้งหนุ่มทั้งหล่อ เสียดายแทนจริงๆ ที่จับพลัดจับผลูไปมากลายเป็นได้ผัวแก่คราวพ่อ หรือจะปู่ก็ไม่รู้”
“ขอบใจจ้ะที่หวังดี ฉันจะทำงานต่อแล้ว”
สะบันงาใจเต้นตูมตาม แต่ทำจัดหนังสือต่อ
“ไม่ไปดูแลคุณหญิงแล้วฉวยโอกาสพบปะคุณศุกลหรือ”
“ฉันไปดูแลคุณหญิงมาแล้ว ฉันจะจัดหนังสือให้เสร็จ”
น้อยแอบค้อนสะบันงาที่หันกลับไปจัดหนังสือ
“ตามใจ แค่อยากจะช่วยให้สมหวัง ไม่อยากจะให้คุณศุกลเขาว่าตัวเองว่าได้ใหม่แล้วลืมเก่า”
น้อยสะบัดหน้าออกไป ผิดหวังที่สะบันงาไม่ตกหลุมพราง สะบันงาหันไปมองตามน้อย หน้าหมอง น้ำตาคลอ
“ถ้าฉันออกไปพบเขาก็เท่ากับคบชู้ ฉันทำไม่ได้ โธ่…”
สะบันงาไม่มีแก่ใจจะดูหนังสือต่อ ถอยมานั่งซึมน้ำตาคลอ

คุณหญิงศรีมองศุกลอย่างน้อยใจ ไม่พอใจ ทั้งรัก ทั้งโกรธ
“ผมกราบขอโทษพี่หญิง ผมผิดมาก โง่มาก วู่วาม เอาแต่ใจตน”
“นายหายหน้าไปตั้งหลายวัน”
“ผมไปซุ่มรักษาแผลที่หัวใจ งานแปลของกวีใหญ่โฮเมอร์ผมทำไม่สำเร็จใจคอมันหดหู่จนอยากตาย”
“ศุกล อย่าพูดอย่างนั้น พี่ทนไม่ได้กับการที่ใครมาเอ่ยเรื่องความตาย เพราะพี่กำลังกลัวตาย”
“คุณหญิงท่านไม่ยอมฟังเมี้ยนว่าการคลอดลูกไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เจ้าค่ะ แค่ส่วนน้อยนิดที่จะตาย”
“ฉันอาจเป็นส่วนน้อยที่ต้องตาย นายมาก็ดีแล้ว พบสะบันงาหรือยัง”
“ยังครับ คงไม่ได้พบหรอก บ่าวชื่อน้อยบอกว่า สะบันงากำลังสนุกอยู่ที่ตึกฝรั่ง ไหนว่าเขามาดูแลพี่หญิงที่นี่ทุกวัน”
“เขามาแล้วกลับไปแล้ว ไม่มีใครคิดว่านายจะมานะสิ”
“ผมมาขอคำแนะนำจากเมี้ยน เรื่องเอ้อ...พาสะบันงาไปจากที่นี่”
“นายตัดสินใจแน่นอนแล้วนะ นายไม่รังเกียจที่เขามีราคีนะ”
“ผมไม่สนเรื่องนั้น ผมรักเขาเท่านั้นก็พอ”
“ขอบใจแทนสะบันงา แต่ว่าสะบันงาจะว่าอย่างไร พี่เองยุ่งไม่ได้แล้ว ได้แค่ชี้แนะและต้องเป็นความลับ”
“ผมยังต้องคุยเรื่องนี้กับสะบันงา มันขึ้นอยู่กับเขาว่าจะเห็นความรักดีกว่าผัวผู้ยิ่งใหญ่ของเขาหรือไม่ พี่ศรีหาทางให้ผมด้วย เมี้ยนช่วยฉันที”
คุณหญิงศรีมองหน้าเมี้ยน
“เมี้ยนไปตามสะบันงามา บอกว่าฉันต้องการพบ”
“เจ้าค่ะ”

เมี้ยนถอยไป ศุกลยกมือไหว้คุณหญิงศรี

 
สะบันงานั่งระงับจิตใจ
 
“เราต้องไม่พบเขาอีก สามีของเราคือท่านเจ้าคุณ เราต้องตัดใจจากเขาให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นนางแพศยามารยา สองใจ พันธุ์ไม้เลื้อย”
น้อยแอบมองอยู่หน้าเรือนเจ้าคุณเห็นเมี้ยนเดินฉับๆหายไปในเรือน น้อย ยิ้ม
“มันมาตามอีสะบันงาไปหาชู้แล้ว เสร็จอีน้อยแน่ๆ”

สะบันงาส่ายหน้าน้ำตาคลอปฏิเสธ
“ไม่ได้ค่ะพี่เมี้ยน หนูไม่ไปพบเขา ถ้าหนูไป หนูจะกลายเป็นหญิงชั่วช้าเลวทรามดังที่เขาก่นด่าประณามหนู ถึงต้องฝืนใจ แต่หนูคือคนของท่านเจ้าคุณ หนูจะทำความเสื่อมเสียให้บังเกิด แม้มันต้องแลกกับน้ำตาและความเจ็บช้ำ หนูจะจำยอมทนค่ะ”
“แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เขาอยากพูดกับสะบันงาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่กลัวว่าเขาจะกลับบ้านไปผูกคอตายหรือ”
สะบันงานิ่งอึ้งไป

ศุกลดีใจที่สะบันงามากับเมี้ยน สีหน้านิ่งเฉยไม่มองหน้าศุกล เมี้ยนมองสองคนแล้วเปิดโอกาส
“ต้องรีบขึ้นไปอยู่กับคุณหญิง ทิ้งไว้นานคนเดียวไม่ได้”
แล้วเมี้ยนก็เดินไปหน้าตาเฉย สะบันงาขยับตาม ศุกลมาขวางไว้ ทรุดตัวลงตรงหน้าสะบันงา

เมี้ยนมารายงาน คุณหญิงศรีสีหน้าดีขึ้น
“หวังว่าสะบันงาจะใจอ่อน และยอมตามที่นายศุกลต้องการ”
“ขอให้คุณศุกลสมหวังด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรีถอนใจ

สองคนสบตากัน สะบันงายืน ศุกลคุกเข่าตรงหน้า
“ได้โปรดเถิดสะบันงา ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดมหันต์”
“ฉันมาหาคุณหญิง ไม่ได้มาเพื่อพบปะพูดจากับคนอื่น”
“โกรธฉันมากใช่ไหม”
“ฉันจะโกรธใครได้ ฉันมันคนใจง่ายถูกจนผู้ชายตีตรา ตราหน้าว่าเลว”
“เรามาพูดกันเรื่องอนาคตของเรานะสะบันงา”
“อนาคตของเราหมดแล้ว มันจบแล้ว ลุกขึ้นเถิดค่ะ”
ศุกลลุกขยับจะมาจับมือสะบันงาๆถอย
“ฟังนะ ฟังฉันก่อน”
“กรุณาอย่าเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวฉัน ฉันมีสามีแล้ว”
“ฉันไม่สนใจ ถ้าตราบใดที่สะบันงายังรักฉัน พี่หญิงกับเมี้ยนบอกว่า ทีผู้ชายยังมีเมียหลายคนได้ ทำไมผู้หญิงจะมีบ้างไม่ได้ ตามกฎหมายและประเพณี เขาไม่อาจผูกมัดสะบันงาไว้ได้ถ้าสะบันงาไม่เต็มใจ”
สะบันงาส่ายหน้า
“คุณเป็นที่หมายปองของผู้หญิงค่อนบ้านค่อนเมือง ไปเคาะประตูบ้านผู้ลากมากดีเศรษฐีที่ไหนเขาก็แทบจะยกลูกสาวให้ ไปหาผู้หญิงคนใหม่เถิด ฉันไม่คู่ควรกับคุณแต่แรกแล้ว และถึงฉันไม่คู่ควรแต่ ฉันก็มีศักดิ์ศรีหญิงเพศแม่ จะไม่ยอมให้ตนเองเป็นอีนังสาธารณ์ ฝรั่งลากไปไทยลากมาดังนางกาลี”
“อย่าดูถูกตนเองเช่นนั้น สะบันงา เธอจะยอมให้ชีวิตจมจ่อมกับความทุกข์เป็นเมียน้อยชายที่เธอไม่รัก แทนที่จะไปเป็นเมียเอกให้ชายที่รักเธอและเทิดทูนยกย่องเธอ”
“เกิดมาจำความได้แม่ก็บอกว่าเกิดมาเป็นหญิง ให้มีผัวเดียว อย่าได้ริอ่านมีหลายผัว ให้มัวหมอง”
“นั่นมันล้าสมัยแล้วสะบันงา นั่นมันคือการยอมให้ผู้ชายกดขี่อิสรภาพของความเป็นคนให้ด้อยว่าเขา”
“ฉันยังไม่อาจหาญพอที่จะทำเช่นนั้นฉันขอตัวกลับเรือนโน้น”
สะบันงาหันกลับ ศุกลมาขวางอีก
“ไปกับฉันนะสะบันงา ไปด้วยกัน”
สะบันงาใจคอไหวเอน สบตาศุกลที่มีน้ำตาเอ่อท้น ปวดร้าววิงวอน สะบันงาส่ายหน้า แล้วเดินเลี่ยงศุกลเดินออกจากเรือนไป
“เสียใจ ฉันทำไม่ได้ แม้ใจจะคิดอีกอย่าง กรุณาหลีกทาง และนับแต่นี้ต่อไป เราอย่าได้มาพบเจอกันอีก ชีวิตของเราไม่มีวันมาบรรจบกันได้อีก ลาก่อน”
ศุกลอึ้งตะลึง
“สะบันงา”
“ลาจากกันแต่กาย แต่ใจฉันยังมีคุณเสมอจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
ศุกลร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ สะบันงาเมินหน้าน้ำตาไหลพรากเดินจากมา

น้อยแอบมองแอบฟังได้ยินหมดทุกคำพูด
“อีหน้าโง่ หนอยทำใจเด็ด อยากมีผัวเดียว อยากเป็นเมียน้อย เป็นกูหน่อยไม่ได้ จะรีบถลกซิ่นตามไปทันที ดีละ กูจะเปลี่ยนคำพูดของมึงให้กลายเป็นอีกอย่าง ท่านเจ้าคุณจะได้เฉดหัวมึงไปให้พ้น”

ศุกลร้องไห้เหมือนเด็กๆตรงหน้าคุณหญิงศรี
“สะบันงาตัดขาดผมไปแล้วพี่หญิง เธอต้องการมีผัวเดียวเมียเดียว เธอไม่ยอมเลือกข้างความรัก”
“สะบันงาช่างใจเด็ดเหลือเกิน พี่จนใจแล้วนาย”
“ชีวิตผมจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าปราศจากคนที่ผมรักเคียงข้าง”
“เธอต้องอยู่ให้ได้”
“อย่าเพิ่งท้อถอย บางทีอาจต้องพยายามต่อไปเจ้าค่ะ ความรักที่สะบันงามีต่อคุณศุกลอาจทำให้เขาใจอ่อน พยายามค่ะ พยายามอย่าหยุดยั้ง” เมี้ยนให้กำลังใจ
“เมี้ยนอาจจะพูดถูก กลับไปก่อนนะศุกล กลับไปสงบจิตใจ หาทางพยายามใหม่แต่ถ้าไม่ได้ผลก็ต้องจบ ถือเสียว่าชาตินี้เธอกับสะบันงา ไม่ได้เกิดมาคู่กัน”
คุณหญิงศรีเอื้อมมือมาลูบหัวน้องชาย ที่ยังป้ายน้ำตาเหมือนเด็กๆ

สะบันงาอยู่ในเรือนเจ้าคุณน้ำตาไหลนองยืนแอบมองศุกลที่เดินไหล่ห่อคอตก เชื่องช้า ร้าวราน ตาแดงกล่ำ ไปตามทางเดินไปขึ้นรถในบ้านเจ้าคุณ เขาไม่วายหันไปมองทางตึกเจ้าคุณ...สะบันงาถอยหลบมาแอบหลังผนังตึกข้างหน้าต่าง เพราะไม่ต้องการให้ศุกลเห็นว่ามาแอบมองน้ำตายังคงไหลนองไม่หยุด

วันใหม่...น้อยมารายงานเจ้าคุณแบบตรงกันข้ามกับที่เป็นจริง
“บ่าวพยายามเตือนแล้วนะเจ้าคะ ว่าไม่สมควรไปเรือนคุณหญิง ตอนที่คุณศุกลมา แต่สะบันงาหาฟังไม่เจ้าค่ะ ฝ่ายคุณศุกลก็ขยิกๆ มาวิงวอนให้บ่าวไปบอกสะบันงาให้มาหา แต่บ่าวก็มิบังอาจบอกเจ้าค่ะ”
“วันนี้มีใครมาเรือนคุณหญิงบ้าง” เจ้าคุณถามอ้อมไม่อยากพาดพิงถึงศุกล
“ไม่เห็นเจ้าค่ะ แต่ท่าทางว่าจนเย็นป่านนี้สะบันงายังรอใครบางคนอยู่นะเจ้าคะ น่าจะทราบว่าท่านกลับมาแล้ว ไม่ยอมมารับหน้า”
“เจ้าสองคนญาติของยามมันยังอยู่ดีหรือ”
“เจ้าค่ะ มันรอทำตามคำสั่งท่านเจ้าคุณอยู่เจ้าค่ะ”
“ให้พวกมันกลับไปเถิด ฉันไม่ชอบหน้าตาท่าทางพวกมัน ดูคล้ายมหาโจรให้มันกลับไปเสีย ฉันไม่ต้องการให้บ้านฉันมีกุ๊ยมาเกะกะหน้าบ้าน”
“แต่ว่า น่าจะรอสักนิดนะเจ้าคะ เผื่อจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน”
“ก็ได้ ให้พวกมันอยู่ได้อีกสามวันเท่านั้น ฉันจะไปตาม เอ้อไปดูอาการ คุณหญิง”
เจ้าคุณลุกขึ้นเดินจากไป น้อยมองตาม ไม่ค่อยสบอารมณ์
“เสียแรงอยู่มาจนแก่เป็นใหญ่เป็นโต โง่ไม่เข้าเรื่องเข้าราว หลงรักผู้หญิงแต่ละคนล้วนแล้วแต่ที่มันไม่ได้รักตัวเอง เชอะ”

คุณหญิงศรีมองสะบันงาถอนใจ ไม่อาจว่ากล่าวหรือขอร้องให้เห็นแก่ศุกลได้
“หนูขอโทษ หนูเสียใจ หนูจำต้องตัดใจและทุกข์ระทมขมขื่นที่ตัดสินใจเช่นนั้นค่ะ”
“แม้จะสงสารน้องชายใจแทบขาด แต่ในแง่ของความถูกต้องและศีลธรรมอันดีงาม สะบันงาตัดสินใจถูก ฉันนับถือน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวและมั่นคงของสะบันงา”
“ขอบพระคุณมากค่ะ”
“สะบันงา ฉันมีอะไรจะฝากฝัง”
“ค่ะ”
“ฉันอาจคลอดลูกแล้วฉันตาย แต่ลูกฉันยังอยู่”
“อย่าพูดอย่างนี้ค่ะ มันไม่มีวันเป็นจริงค่ะ คุณหญิงกับคุณหนูต้องอยู่ด้วยกันค่ะ”
“พูดน่ะมันได้ แต่ความเป็นจริงฉันรู้ตัวดีว่าฉันกำลังอ่อนแอทั้งกายและจิตใจ ถึงอย่างไรก็อยากให้สะบันงาฟังไว้ เพราะหากฉันตายไปโดยไม่ได้ทันสั่งเสียสะบันงา”
“เอ้อ...”
“อย่าขัดฉัน ฟังฉันให้จบ หากฉันตายไป ลูกฉันยังอยู่ ขอให้เลี้ยงดูลูกฉันเมตตาลูกฉัน แค่รักเขาให้เหมือนกับที่ฉันรักสะบันงา”
“ค่ะ หนูจะรักคุณหนูเหมือนกับรักลูกของตัวเองค่ะ”
“ถ้าไม่มีฉัน สะบันงาจะได้เป็นคุณหญิง”
“หนูไม่ต้องการเป็นคุณหญิงค่ะ”
“ฉันดูออก เจ้าคุณรักสะบันงามากพอๆกับที่รักฉัน หรืออาจมากกว่าที่รักฉัน ถ้าได้เป็นคุณหญิง จงดูแลบ้านนี้ให้มีสุข รับเมี้ยนเอาไว้เป็นเพื่อนเป็นพี่ เป็นบ่าวต่อจากฉัน ทำได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
“ขอบใจมาก ถ้าฉันตายก็นอนตาหลับ หมดห่วง”
คุณหญิงศรีหลับตาน้ำตาไหลซึม สะบันงากุมมือไว้ น้ำตาไหลเช่นเดียวกันแล้วคุณหญิงศรีก็เกิดอาการปวดท้องจะคลอดลูก
“โอ๊ย นี่ฉันเป็นอะไร ฉันปวดท้อง สะบันงา ฉันปวดท้อง”
สะบันงาตกใจ คุณหญิงศรีกรีดร้อง
“ฉันกำลังจะตาย ฉันกำลังจะตาย ฉันจะคลอดลูกตาย”
“หนูจะให้นายบุญไปตามคุณหลวงหมออดุลย์ค่ะ”
สะบันงาวิ่งออกไป คุณหญิงศรีนอนบิดตัวร้องโอดโอย

เจ้าคุณเพิ่งเดินเข้ามา เจอเมี้ยน กำลังหงุดหงิดถามเรื่องราวที่โยงไปถึงศุกลอ้อมๆ
“สะบันงาไม่กล้ากลับไปเพราะคุณหญิงท่านรั้งไว้เจ้าค่ะ ท่านอยากคุยเรื่องสำคัญส่วนตัวเจ้าค่ะ”
“อยากคุยหรือว่าอยากคอย”
สะบันงาพรวดลงมา
“คุณหญิงปวดท้องจะคลอดลูกเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณหน้าตื่น
“คุณหญิงจะคลอดลูก”
เมี้ยนตกใจ
“เมี้ยนจะให้นายบุญไปรับคุณหลวงหมออดุลย์เจ้าค่ะ”
เมี้ยนวิ่งหน้าตื่นออกไป สะบันงาวิ่งหันกลับขึ้นไป เจ้าคุณวิ่งตามไปติดๆ ยินดีปรีดาหนักหนาลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจหมดสิ้น
“ลูกของฉัน ลูกของฉันกับคุณหญิง”

น้อยรู้เรื่องยกมือท่วมหัว
“ขอให้แกออกลูกตายทั้งกลม นังศรี”
เมี้ยนวิ่งผ่านมา เจอน้อย
“น้อย แกไปบอกนายบุญให้รับคุณหลวงหมออดุลย์มาเดี๋ยวนี้”
เมี้ยนวิ่งต่อไปทางครัว ส่วนน้อยยืนยิ้มเยาะ เดินนวยนาดไม่รีบตาม

คุณหญิงศรีบิดตัวร้องโอดโอย มีเจ้าคุณกอดประคอง สะบันงานวดเท้านวดขา
“โอย ปวด ปวดไปหมด ก้นกบจะแตกอยู่แล้ว ทำไมมันปวดอย่างนี้”
“ดาหลิง ประเดี๋ยวหมออดุลย์ก็มาแล้ว ดาหลิงอดทนนะที่รัก”
“ไม่ต้องมาบอกให้อดทน แกนั่นแหละ มาทำให้ฉันเจ็บปวด แกสนุกแต่ฉันจะเป็นจะตาย ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว ทำไมแกไม่รู้จักท้องเองบ้าง เพราะในท้องฉันมันก็ลูกแกด้วย” คุณหญิงศรีโวยวาย
สะบันงาปลอบ
“คุณหญิงขา ใจเย็นๆค่ะ”
“เย็นยังไงในเมื่อใจมันร้อน อย่าลืมนะสะบันงาถ้าฉันตายแต่ลูกฉันอยู่...โอย โอยไปให้พ้นไอ้คนเห็นแก่ตัว”
คุณหญิงศรีหยิกข่วนทุบตี เจ้าคุณส่ายหน้าพยายามโอบไว้
“ดาหลิง ไม่เอานะ”
“ฉันเจ็บ ฉันปวด”

มือคุณหญิงศรี จิกแขนเจ้าคุณจนเลือดซิบ

 
ในครัว...ทุกคนดีใจกันมาก ยิ้มมีความสุข
 
“คุณหญิงกำลังจะคลอดลูก”
เมี้ยนหันไปสั่ง
“ยัยทองหยอดไปเรียกแม่ดา กับแม่เดือนมาด่วนจี๋ ให้มาตระเตรียมข้าวของสำหรับการคลอดและมาดูแลคุณหนูกับคุณหญิง ฉันจะไปรอหมอ”
“ค่ะ”
ทองหยอดออกไป เมี้ยนวิ่งไป

น้อยมาแอบฟังเสียงคุณหญิงศรีคร่ำครวญด่าทอเจ้าคุณอย่างมีความสุข
“ฉันเกลียดผู้ชาย เกลียดมันทุกคน เกลียดมาตั้งนานแล้ว”
น้อยเบ้หน้า
“สมน้ำหน้า”
“ดาหลิง อดทนนะอดทน”
“ทำไมมาใช้ให้ฉันทนคนเดียว ทำไมผู้ชายมันไม่ต้องมาอดมาทนด้วย”
“ตายสิ ตายไปทั้งแม่ทั้งลูกนังศรี”
เมี้ยนเดินรีบร้อนขึ้นมากับหมออดุลย์และพยาบาล เห็นน้อยยืนอยู่
“เชิญค่ะ คุณหลวง อ้าวน้อย แกมาทำอะไรตรงนี้”
น้อยสะดุ้ง หมอรีบเข้าไปในห้อง พยาบาลตามเข้าไป
“ฉันมาดูว่าจะมีอะไรให้ฉันทำฉันช่วยได้บ้าง”
“แกช่วยลงไปให้พ้นๆ ไปรอคำสั่งอยู่ในครัวโน่น อย่ามาสาระแนแอบดูแอบฟังอะไรที่นี่”
พูดจบเมี้ยนรีบตามหมออดุลย์เข้าไป เพราะคุณหญิงศรีร้องโวยวายมาก

เจ้าสัวเส็ง คุณนายน้อย คุณนายใหญ่ จิบน้ำชากันอยู่ตามเคยสามคนมือถือชาค้าง นายบุญนั่งคุกเข่าตรงหน้าสามคน ศุกลยืนหน้าซีดเซียว เจ้าสัว คุณนายน้อย คุณนายใหญ่ โพล่งออกมาพร้อมกันเมื่อรู้ข่าว
“คุณหญิงกำลังจะคลอดลูก”
“ฉันดีใจมากเหลือเกินที่จะมีหลาน” เจ้าสัวตื่นเต้นมาก
“ขอให้เป็นหลานชายเถิด” คุณนายใหญ่ภาวนา
“พรุ่งนี้ดิฉันจะไปเยี่ยมลูกกับหลานค่ะ” คุณนายน้อยบอกอย่างยินดี
“ฉันไม่ค่อยสบาย ให้แม่น้อยกับศุกลไปเยี่ยมแทนฉัน ศุกลไปกับแม่น้อยนะลูก” คุณนายใหญ่บอกลูกชาย
“เอ้อ ครับ แม่ใหญ่”
เจ้าสัวหันมาหาศุกล
“ฝากบอกคุณหญิงว่าพ่อดีใจด้วย ช่วงนี้งานยุ่งมาก เรือเข้าทุกวันแล้วพ่อจะส่งของไปทำขวัญหลาน”
“ครับ คุณเตี่ย ขอบใจมากนายบุญ นี่เงิน”
ศุกลส่งเงินให้ บุญไหว้รับเงินมา ศุกลถอนอกถอนใจที่รู้ว่าต้องไปเจอหน้าสะบันงาแต่ก็อยากไปเจอแม้ถูกตัดรอน

คุณหญิงศรีนอนบนเตียงใหญ่มีผ้าคลุมจากเอวถึงเท้า เธอร้องไห้หวาดกลัว คุฯหลวงหมออดุลย์คลึงท้องไปมาหน้าตาเครียด พยาบาลอยู่ใกล้ๆเป็นผู้ช่วย สะบันงากับเมี้ยน นั่งเกาะกันใกล้ๆ วิตกไปด้วยสองคนจับมือกันแน่น
“ฉันจะตายแล้วใช่ไหมคุณหลวง ฉันตายได้ แต่อย่าให้ลูกฉันตาย”
“เด็กกำลังกลับหัวขอรับ คุณหญิง”
“เมื่อไหร่จะกลับหัวเสร็จสักทีคุณหลวง กลับมาสามชั่วโมงจนฉันจะขาดใจตายอยู่แล้ว หมอ โอ๊ย หมอ เมี้ยน สะบันงา ช่วยฉันด้วยๆ”
หมออดุลย์หันมามองหน้าเมี้ยนกับสะบันงา พยักหน้าให้ออกไป
“สะบันงา เมี้ยน ไปรอข้างนอกไปจัดเตรียมของที่หมอบอกไว้ให้ครบ”
“เจ้าค่ะ ไปสะบันงา”
สองคนออกไป

เจ้าคุณยืนรอหน้าห้องเดินกลับไปกลับมา สะบันงากับเมี้ยนพากันออกมา
“คุณหญิงเป็นอย่างไรบ้าง ฉันอยากเข้าไปดูคุณหญิง สงสารเธอ จะไปปลอบเธอ”
เมี้ยนขัดขึ้น
“หมอห้ามผู้ชายเข้าไปยุ่มย่ามเจ้าค่ะ ขนาดอิฉันกับสะบันงาอยู่ในนั้น แต่ช่วยอะไรหมอกับคุณหญิงไม่ได้ ยังโดนไล่ออกมานะเจ้าคะ มันรบกวนสมาธิการคลอดของคุณหญิงเจ้าค่ะ”
“ก็ฉันตื่นเต้นนี่นา”
“อิฉันจะไปรับแม่ดากับแม่เดือน ป่านนี้คงมารอที่เรือนรับรองแล้วเจ้าค่ะ ไปรอฟังข่าวที่ตึกฝรั่งดีไหมเจ้าคะ อิฉันจะคอยส่งข่าวให้เจ้าค่ะ”
“ไม่ไป ฉันจะรอที่นี่”
สะบันงาจะเดินตามเมี้ยน เจ้าคุณ เรียกไว้
“สะบันงา อย่าไปไหน อยู่กับฉันที่นี่ คอยเข้าไปดูเหตุการณ์ด้านในแล้วออกมาบอกฉัน”
“เจ้าค่ะ”
เจ้าคุณดึงมือสะบันงามานั่งด้วยกันที่เก้าอี้ กุมมือไว้แน่น
“ฉันตื่นเต้นมากรู้ไหมสะบันงา”
“เจ้าค่ะ”
“สะบันงาเล่าตื่นเต้นไหม”
“ตื่นเต้นเจ้าค่ะ ห่วงคุณหญิงด้วย ท่านกลัวมากเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณนั่งกุมมือสะบันงาเอาไว้เช่นนั้น ไม่ยอมปล่อย

ศุกลนั่งครุ่นคิดอยู่ในห้องนอน นึกถึงคำพูดของเมี้ยน
“พยายามไปเรื่อยๆ สะบันงาน่าจะใจอ่อน”
“ขอให้สะบันงาใจอ่อนเหมือนกับที่เมี้ยนพูดด้วยเถิด เราต้องเสี่ยงต้องพยายามให้มากที่สุด”
ศุกลเขียนจดหมายถึงสะบันงา
“สะบันงายอดรักของฉัน ฉันขอวิงวอนอีกครั้ง และจะวิงวอนต่อไป เรื่อยๆ...”

เจ้าคุณนั่งกุมมือสะบันงาไม่ยอมปล่อยเช่นเดิม
“ฉันจะมีลูกกับสะบันงาหลายๆคน”
“เอ้อ เจ้าค่ะ”
เมี้ยนพาดากับเดือนสองพี่น้องมานั่งตรงหน้าเจ้าคุณกับสะบันงา
“มาแล้วเจ้าค่ะ แม่ดา แม่นม กับแม่เดือนพี่เลี้ยงของคุณหนู”
สองคนก้มลงกราบเจ้าคุณ
“บ่าวกราบเจ้าค่ะ”
สะบันงาจะลงไปนั่งด้วย เพราะตะขิดตะขวงใจ มือเจ้าคุณยึดมือสะบันงาไว้ พลางส่ายหน้าไม่ให้ลง สองคนเคยได้ยินกิตติศัพท์สะบันงาและคำร่ำลือแล้วว่าเป็นภรรยาเจ้าคุณ สองคนไหว้
“สวัสดีเจ้าค่ะ คุณนายสะบันงา”
สะบันงารับไหว้
“เอ้อ...แหม...เอ้อ สวัสดีจ้ะ แม่ดา แม่เดือน พี่เมี้ยนพาสองคนเข้าไปช่วยคุณหมอเถิดค่ะ”
เมี้ยนเรียก
“ตามฉันมาทางนี้ แม่ดา แม่เดือน”
เจ้าคุณหันมาบอกสะบันงา
“สะบันงาช่วยตามเข้าไปดูอีกทีเถิด ฉันร้อนใจมาก”
“เจ้าค่ะ”
เจ้าคุณกระซิบ
“คุณนายอะไรพูดเจ้าค่ะกับผัว คะขา ก็น่ารักพอแล้ว”
“ค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นสะบันงาพาสองคนเข้าไปดูคุณหญิง ฉันจะไปบนเจ้าที่เจ้าทาง”
“ค่ะ”
สะบันงาพาสองคนเข้าไป

ศุกลเขียนจดหมายตอนท้ายๆ
“วันขึ้นสิบสามค่ำที่จะถึงนี้ ที่ซุ้มไม้ที่เราเคยพบกัน ฉันจะรอที่นั่น ฉันจะรอจนกว่าสะบันงาจะออกมาหาฉัน ถ้าสะบันงาไม่ออกมาฉันก็จะรออยู่ตลอดไป...รักสะบันงาทุกลมหายใจ ศุกล”
ศุกลพับจดหมายใส่ซอง

คุณหลวงหมออดุลย์ พยายามช่วยคุณหญิงศรีที่ยังร้องครวญครางโอดโอยแต่แผ่วลงเพราะใกล้หมดแรง
“หมอ ฉันกำลังจะตายใช่ไหม ปล่อยฉันตายไปเถิด แต่เอาลูกฉันไว้ เอาไปยกให้สะบันงา”
สะบันงาสงสารคุณหญิงศรีจนน้ำตาคลอ
“โธ่ คุณหญิง”
ดากระซิบ
“หมอบอกว่าคุณหญิงท่านอ่อนแอมากค่ะ คุณนายสะบันงา”
“อย่าเรียกฉันว่าคุณนาย เรียกชื่อก็พอแล้ว”
“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ คุณนายเป็นภรรยาของท่านเจ้าคุณนะเจ้าคะ” เดือนแย้ง
เมี้ยนเข้ามา
“ฉันไปบนบานศาลกล่าวแล้ว รับรองว่าคุณหญิงและลูกปลอดภัยแน่”
“ฉันขอออกไปบอกข่าวท่านเจ้าคุณก่อน ท่านกระวนกระวายมาก”
สะบันงาออกไป สองพี่น้องมองตาม ชื่นชม คุณหญิงศรียังครวญครางเบาๆแทบหมดแรง
“เบ่งอีกครั้งคุณหญิง สุดแรงเกิดเลยขอรับ คุณหนูกำลังจะออกมาแล้ว ขอรับ”
คุณหญิงศรีเบ่งสุดแรง หวีดร้องแล้วกำลังจะหมดสติไป พร้อมกับเสียงเด็กร้องเบามาก
“คุณหนูออกมาแล้วขอรับ”
คุณหญิงศรีถามทันที
“ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย”
“ผู้หญิงขอรับ ตัวเล็กมาก แต่แข็งแรงดีขอรับ”
พยาบาลมารับเด็กไป มีดามาช่วย เมี้ยนหันไปเร่งสะบันงา
“สะบันงา รีบไปเรียนท่านไวๆเข้า”
สะบันงากังวล
“เอ้อ คุณหมอขา คุณหญิงท่าน เอ้อ...”
“อ่อนแอมากต้องพักกันยาวเป็นเดือน แต่ก็ปลอดภัย”
สะบันงาพนมมือท่วมหัว
“สาธุ คุณหญิงปลอดภัยฉันดีใจเหลือเกิน”
สะบันงารีบออกไปสีหน้าเบิกบานยินดี

เจ้าคุณดีใจมาก ผวามากุมมือสะบันงาไว้แน่น แล้วกอดสะบันงาไว้
“ปลอดภัยทั้งคุณหญิงและลูกสาว ลูกสาว ฉันได้ทายาทคนแรกเป็นลูกสาว ดีใจเหลือเกิน สะบันงาดีใจกับฉันมากไหม”
“ดีใจมากค่ะ”
“เมื่อไหร่ฉันจะไปหาลูกกับคุณหญิงได้”
“รอสักครู่ค่ะ”
“จะรอไม่ไหวอยู่แล้ว โธ่”
สะบันงาอดยิ้มไม่ได้ เมี้ยนลงมา เจ้าคุณหันไปสั่ง
“ไปสั่งให้คนสวน นายบุญ ยาม เปิดไฟให้ทั่วทั้งบ้าน ให้มันสว่างไสวสดใส ต้อนรับลูกสาวของฉัน”
เมี้ยนรับคำ

“เจ้าค่ะ”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8 (ต่อ)

บ้านเจ้าคุณแสงไฟสว่างไปหมดทั้งบ้าน และอาณาบริเวณ น้อยแอบอยู่มุมหนึ่งแถวเรือนคุณหญิงศรีกระทืบเท้าโมโห
 
“อะไรกันวะ ให้มันกินยาหม้อใส่เห็ดขี้ควาย ทั้งในซุปฝรั่งซุปจีนมันยังรอดตายทั้งแม่ทั้งลูก แหมทำเฉลิมฉลองเปิดฟืนเปิดไฟกันทั้งบ้านวิ่งกันหัวปั่นชุลมุน กับอีเด็กผู้หญิงลูกมนุษย์มาเกิดคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ลูกเทวดามาเกิดสักหน่อย บ้าเห่อกันทั้งฝูง อีกไม่กี่วันหรอก หายนะจะมาเยือนพวกมึงทั้งฝูง”

เช้าวันใหม่...ทุกคนเตรียมโน่นจัดนี่ร่าเริงหัวร่อต่อกระซิกกันในครัว
“ซุปไก่ดำกำลังอุ่นพอดี สำหรับคนเพิ่งคลอดลูก บำรุงดีนักแล” กุ๊กเพ้งนำเสนอ
“ดิส อิส ซุปครีมข้นใส่นมวัวบ้านเรา สะอาดปลอดภัย” โรเบิร์ตแนะนำอาหารที่ตนเองทำ
ทองหยอดยกถ้วยแกงมา
“เจ้าข้าเอ๊ยแกงเลียงร้อนๆเรียกน้ำนม”
“นี่ย่ะ แม่ดาแม่นมตัวจริงของคุณหนู แล้วนั่นแม่เดือนที่ท่านเจ้าคุณท่านตั้งชื่อใหม่ว่า แนนนี่” เมี้ยนแนะนำ
โรเบิร์ตส่ายหน้า
“นั่นไม่ใช่ชื่อใหม่ แนนนี่ แปลว่าพี่เลี้ยง”
ทุกคนขำที่เมี้ยนปล่อยไก่
“เอาละเอาละวันนี้ยกให้เย้ากันได้ไม่มีเคือง ฉลองวันเกิดคุณหนู”
ดากับเดือนพากันยกอาหร มีเมี้ยนนำไป

คุณหญิงศรีนอนอ่อนแรง มีสะบันงาบีบนวด เจ้าคุณอุ้มเด็กอ่อนในมือแบบทะมัดทะแมงมองลูกสาวหลงรัก
“ศรีจ้ะ ดูลูกสาวของเราสิ สวยน่ารักมาก อยากอุ้มไหมจ้ะ”
“อยากค่ะ แต่ฉันกลัวทำลูกตก ฉันยังไม่มีแรง”
“ชื่ออะไรดีหนอ”
คุณหญิงศรีนึกได้
“จริงสิ ยังไม่มีชื่อเลย สะบันงาว่าอย่างไร ฉันให้สะบันงาเป็นแม่ทูนหัวลูกสาวฉันนะ”
“ค่ะ” สะบันงารับคำ
“ช่วยคิดชื่อลูกสาวกันหน่อยสิ”
เจ้าคุณนึกถึงภาพของพริสซิลล่าลูกสาวฝรั่งของเจ้าคุณ ที่กำลังโผมาหาเจ้าคุณ
“แด๊ดดี่”
“พริสซิลล่า”
เจ้าคุณ อุทานออกมาหน้ายิ้มย่อง มองหน้าลูกในอ้อมกอดวางลงบนอกคุณหญิงศรี
“พริสซิลล่า”
“พริสซิลล่า เพราะมากนะสะบันงา” คุณหญิงศรียิ้ม
สะบันงายิ้มรับ
“เจ้าค่ะ”
เจ้าคุณโอบกอดคุณหญิงศรี มองลูก คุณหญิงศรียิ้มเหนื่อยๆ ยื่นมือมาจับมือสะบันงา
“รักพริสซิลล่าให้มากๆนะสะบันงา”
“เจ้าค่ะ”
ทั้งสามยิ้มแย้ม สะบันงาค่อยคลายทุกข์ ชะโงกหน้าไปมองพริสซิลล่า

เด็กชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักวัยสองขวบ เดินเตาะแตะ สังวรนั่งมองลูกชายตัวเล็กๆเดินเตาะแตะ น้ำตาคลอ ปั้นข้าวเหนียวจิ้มปลาตัวเล็กๆใส่ปาก
“ทองเอ๊ย แม่ขอโทษ แม่ทำให้ลูกต้องกลายมาเป็นเด็กอนาถา เพราะอีคุณหญิงมันใส่ร้าย มันอิจฉาแม่ อิจฉาลูก ถ้ามันมีลูกขอให้ลูกของมัน มีอันเป็นไป ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต หรือไม่ก็โง่หยั่งควาย”
สังวรยกมือพนม เด็กน้อยเดินมากอดสังวรมองหน้า
“แม่”
สังวรมองหน้าลูกสงสารจับใจ เด็กน้อยมอมแมมไปทั้งตัว สังวรดึงลูกอุ้มไว้บนตักกอดลูกไว้น้ำตาไหลพราก
“เป็นอย่างไรเป็นกัน แม่จะบากหน้าไปหาท่านเจ้าคุณ ไม่เกรงอาญาใดๆแล้ว แม่แค่คิดร้ายกับอีสะบันงา แต่ไม่เคยทันได้ทำร้ายมัน เพื่อลูก แม่จะยอมโดนลงอาญา แลกกับการที่ท่านเจ้าคุณพ่อของลูกรับลูกไว้เลี้ยงดู ท่านอยากมีลูกท่านคงไม่ละเลยหนูหรอก แม่จะฝากให้น้าสังเวียนเขาดูแลลูกแทนแม่”
สังวรกอดลูกอย่างมีความหวัง

น้อยมาด้อมมองแถวเรือนคุณหญิงศรี เห็นศุกลมากับเมี้ยนและคุณนายน้อย
“นังเมี้ยนเจ้าหน้าเจ้าตา พาคุณศุกลกับแม่ของนังศรีมา สมดังใจกู พลาดไปที่ลูกมันกับมันยังไม่ยอมตายตอนคลอด แต่ต่อไปนี้กูไม่มีพลาดซ้ำสอง กูต้องครองความเป็นใหญ่ในบ้านนี้ให้จงได้ กูจะเป็นคุณหญิงน้อย”
น้อยเดินออกไปรับทั้งสอง หน้าตายิ้มแย้มยกมือไหว้
“สวัสดีเจ้าค่ะ คุณนายน้อย คุณศุกล มาเยี่ยมหลานหรือเจ้าคะ”
เมี้ยนงงๆกับนิสัยที่ดูเปลี่ยนไปของน้อย แต่กำลังมีความสุขจึงละเลยที่จะสะกิดใจ
“อ้อ สวัสดีจ้ะ” คุณนายน้อยยิ้มให้
“คุณเมี้ยนขา ได้ยินว่าพวกในครัวกำลังถามหาว่าคุณเมี้ยนจะสั่งอะไรให้ คุณหญิงรับประทานตอนบ่ายค่ะ ยังมีคุณท่านทั้งสองอีกด้วยนะคะ”
“เออจริงสินะ ถ้าฉันไป แล้วใครจะพาคุณทั้งสองเข้าไปเยี่ยมคุณหญิง” เมี้ยนนึกได้
น้อยรีบเสนอตัว
“ฉันก็พาไปก็ได้นี่คะ อย่าลืมสิว่าตอนนี้บ้านเรากำลังมีความสุขกันทั่วหน้า ใครๆ ก็อยากทำอะไรให้คุณหญิงกับคุณหนูทั้งนั้นค่ะ”
“ขอบใจมากจ้ะ คนที่นี่ช่างมีน้ำใจ” คุณนายน้อยรู้สึกสบายใจ
เมี้ยนพยักหน้ารับ
“อืม ก็ได้ ขอบใจย่ะ เชิญเจ้าค่ะคุณนายน้อย คุณศุกล ให้น้อยมันพาไปเจ้าค่ะ เมี้ยนจะไปเตรียมอาหารว่าง จะได้สั่งจัดเผื่อคุณทั้งสองด้วยเจ้าค่ะ”
น้อยทำกุลีกุจอ เมี้ยนเดินจากไป ศุกลมองหาสะบันงา
“มองหาสะบันงาหรือเจ้าคะ” น้อยกระซิบ
ศุกลกระดากไม่อยากบอกกับน้อย
“เอ้อ..เปล่า...”
“แหม คือว่า สะบันงาก็เปรยๆกับบ่าวว่าคุณศุกลหายหน้าไปไหน เขาชะเง้อชะแง้แลรออยู่นะเจ้าคะ”
ศุกลใจเต้นดีใจลืมนึกว่าไม่น่าเชื่อถือ
“จริงหรือ”
“เจ้าค่ะ วันวันเอาแต่นั่งเหม่อลอยชะเง้อหา น่าสงสารเจ้าค่ะ”
คุณนายน้อยหันมาถาม
“จะไปหรือยัง ศุกล”
“ครับ”
สองคนจึงหยุดกระซิบ น้อยพาสองคนเดินไป

สะบันงาป้อนยาให้คุณหญิงศรีที่กระปลกกระเปลี้ยไม่หาย
“รับประทานยานะคะ”
“นี่ถ้าไม่ใช่เพราะฉันมีลูก ฉันไม่กินยาหรอกนะ ให้มันตายตายไป”
“โถ ไม่ได้ค่ะ คุณหนูพริสซิลล่าน่ารักเหมือนตุ๊กตายังไงยังงั้นนะคะ”
คุณหญิงศรีมองตามสายตาสะบันงา
“แปลกนะ ทำไมเด็กเล็กๆจึงไม่ร้อง ช่างเงียบเชียบเหลือเกิน ลูกสาวฉัน”
ทั้งสองคนหันไปดู พริสซิลล่ากำลังดื่มนมจากอกของดา มีเดือนคอยช่วย หยิบโน่นจับนี่
“โอ๊ะโอ๋ คุณหนูเจ้าขา ดื่มนมนะเจ้าคะ ดื่มมากๆโตเร็วนะเจ้าคะ”
เดือนมองยิ้มๆ
“หน้าตาช่างน่ารักเหลือเกินนะจ้ะพี่ดา”
มีเสียงเคาะห้อง ตามมาด้วยเสียงน้อย
“คุณนายน้อย คุณศุกลมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”
สะบันงา วางหน้าไม่ถูก รีบก้มหน้า คุณหญิงศรีปรายตามองสะบันงา ถอนใจ

“เข้ามาเถิด อ้อ ให้แม่น้อยเข้ามาคนเดียวก่อน แม่ดากำลังให้นมเด็ก”

 
แม่น้อยเข้ามาเพียงลำพัง คุณหญิงศรี เดือน ดา ยกมือไหว้แม่น้อย สะบันงาก้มลงกราบ แม่น้อยชะงักมอง
 
“สะบันงา ที่แท้แกเอ้อ เธออยู่ที่นี่เองหรือ ไหนได้ยินว่ามีผัวไปแล้ว”
สะบันงายิ้มก้มหน้างุด คุณหญิงศรีรีบเปลี่ยนเรื่อง
“แม่ดา ส่งหลานให้คุณแม่ของฉันชื่นชมสิ”
ดาส่งเด็กมาให้แม่น้อยดู แม่น้อยจึงเลิกสนใจสะบันงา
“มามะหลานยาย มาให้ดูหน้ากันหน่อยสิ ว่าเหมือนยายไหม”

น้อยคุยกับศุกลในห้องรับแขก หลอกล่อศุกลต่อไป
“บ่าวน่ะเห็นใจในความรักของคุณกับสะบันงานะเจ้าคะ ถ้ามีอะไรที่ ให้บ่าวช่วยได้ละก้อ บ่าวทำทันที ทำเต็มที่เจ้าค่ะ”
“ขอบใจ”
ศุกลพูดแค่นั้น ไม่ยอมพูดอะไรอีก

คุณนายน้อยส่งเด็กคืนให้ดา
“หลานยายน่ารักน่าชัง เหมือนตุ๊กตาฝรั่ง ไปกินนมต่อนะหลานนะ”
ดารับเด็กไป แม่น้อยเปิดกระเป๋า หยิบถุงสร้อยคอ
“นี่ สร้อยคอของคุณตา”
หยิบถุงออกมาอีกถุง
“นี่ กำไลข้อมือสองข้างของคุณยายใหญ่”
คุณนายน้อยหยิบออกมาอีกถุง
“นี่ของยายเอง กำไลข้อเท้า”
“ขอบคุณมากค่ะ แม่น้อย”
คุณนายน้อยหันมาทางคุณหญิงศรีกับสะบันงา จ้องสะบันงา
“ศุกลไม่เคยบอกว่าสะบันงาอยู่ที่นี่”
“สะบันงา ออกไปช่วยเมี้ยนดูอาหารว่างสิ” คุณหญิงศรีไล่
“ค่ะ” สะบันงารีบคลานออกไป
“แม่ดา เดือน พาคุณหนูกลับห้องเด็กได้แล้ว”
“เจ้าค่ะ”
เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง คุณนายน้อยถามทันที
“ทำไมต้องปิดบังไม่ให้พวกพ่อแม่รู้ว่าสะบันงาอยู่ที่นี่”
“หนูเองค่ะแม่น้อย หนูสั่งนายศุกลไม่ให้บอกใคร”
“ไหนศุกลว่ามีสามีไปแล้ว”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้สะบันงาเป็นเมียท่านเจ้าคุณ”
คุณนายน้อยตกใจมาก
“ว่าอะไรนะ ยอมให้มันมามีผัวเดียวกับตัวเอง คุณหญิงของแม่ทำไมลูกทำอย่างนี้ โธ่”
“มันคงเกิดจากกรรมเวรที่ต้องเป็นไปค่ะ แม่น้อย”
“ผัวอยากมีเมียน้อยไปหาที่ไหนก็ได้มาประเคนให้ แต่ไม่ใช่มายกย่องเด็กอะไรไม่รู้มาเทียบเทียม”
คุณหญิงศรีจ้องหน้าจนคุณนายน้อยอึดอัด
“อย่ามามองหน้าแม่แบบนี้ รู้นะว่าจะว่าแม่ก็เมียน้อยเหมือนกัน ช่างร้ายกาจไม่เลิกเสียทีนะ”
คุณหญิงศรีไม่ได้ต่อปากต่อคำแม่

กุศลชะเง้อไปด้านบน
“มีอะไรจะส่งข่าวให้สะบันงาถ้ากลัวว่าใครจะมารู้เห็น บอกบ่าวไว้ได้นะเจ้าคะ” น้อยพยายามทำตัวเป็นพวกเต็มที่
ศุกลหันมามองน้อยชั่งใจ
“ขอบใจ”
สะบันงาลงมา น้อยรีบกระซิบแล้วถอยออกไป
“มาแล้ว ลงมาแล้ว เชิญพูดคุยกันตามสบายเจ้าค่ะ”
ศุกลมองไป สะบันงาลงมาเจอศุกลชะงักนิดหนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตาจะเดินออกไป
“สะบันงา ฉันอดใจไม่ได้ที่จะไม่มาเห็นเธอ ทันทีที่สบโอกาส ฉันอาศัยแม่น้อยมาเยี่ยมหลานหาเหตุมาหาเธอ”
สะบันงา ส่ายหน้า
“ไม่มีประโยชน์ค่ะพบกันก็เหมือนไม่ได้พบ ฉันมีสามี ฉันเป็นผู้หญิงของท่านเจ้าคุณแล้ว ฉันไม่อาจข้องแวะกับใครได้อีก ขอตัวก่อนค่ะ”
ศุกลดึงแขนไว้
“ถ้าไม่สะดวกจะพูดจากับฉันก็ช่วยรับจดหมายนี่ ช่วยเอาไปอ่านด้วย”
ศุกลพยายามยัดจดหมายใส่มือสะบันงาจนได้ แต่สะบันงากลับวางแปะไว้บนโต๊ะ
“ฉันไม่อ่านหรอกค่ะ”
สะบันงาเดินออกไปเงียบๆ
“โธ่ สะบันงา”
ศุกลอึ้งพูดไม่ออกเสียใจมาก

สะบันงาเดินน้ำตาไหลออกมาจากด้านใน น้อยแอบมองเหตุการณ์
“ดีมากนังสะบันงาที่แกไม่รับจดหมายนั่น ฉันจะจัดการให้พวกแกเองให้สาสม ให้ไอ้แก่นั่นมันโกรธกริ้ว หิ้วตัวแกโยนออกไปจากบ้านหลังนี้ให้จงได้”
น้อยยิ้มย่องสมหวังวางแผนต่อ

ศุกลนั่งน้ำตาซึม น้อยเข้ามานั่งคุกเข่าตรงหน้า
“นั่นจดหมายให้สะบันงาหรือเจ้าค่ะ”
ศุกลไม่ตอบ
“สะบันงาคงอายน่ะเจ้าค่ะ”
“เขาไม่ต้องการรับมันต่างหาก”
“ผู้หญิงปฏิเสธแปลว่าตอบรับ บ่าวจัดการให้เองเจ้าค่ะ รับรองว่าสะบันงาต้องได้อ่านข้อความในจดหมายนั่นแน่นอนเจ้าค่ะ บ่าวรีบเก็บก่อนนะ เจ้าคะ ถ้ามีใครมาเห็นมันจะไม่งามเจ้าค่ะ”
ศุกลจนปัญญาพยักหน้า
“ขอบใจ”
น้อยยิ้มรีบเก็บจดหมายแล้วเบือนหน้าไปพูดไม่มีเสียง
“หน้าโง่”

น้อยนำจดหมายไปให้เจ้าคุณ หลังจากที่ได้อ่าน เจ้าคุณโกรธมาก จะขยำจดหมายทิ้ง
“เลวมาก”
น้อยผวามาฉุดข้อมือไว้
“อย่าเจ้าค่ะ จดหมายนี่บ่าวต้องแอบเอาไปวางคืนไว้ให้สะบันงาเจ้าค่ะ ถ้ายับเยินสะบันงาจะรู้ว่ามีใครมาแอบเปิดอ่านก่อนเจ้าค่ะ”
“จริงของน้อย เอาคืนไป”
“ถ้าสะบันงาตกลงจะไปกับคุณศุกล ท่านเจ้าคุณจะทำเช่นไรเจ้าคะ”
“ไอ้โจรสองคนนั่นมันไปหรือยัง”
“พรุ่งนี้จะถึงกำหนดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวว่า รั้งมันไว้ก่อนดีไหมเจ้าคะ เผื่อว่าสะบันงาเกิดตัดสินใจไปกับคุณศุกล พวกมันจะได้ขัดขวางเอาไว้ทันท่วงที”
เจ้าคุณพยักหน้าเห็นด้วย
“แค่ขัดขวางเอาไว้ อย่าให้มันพาสะบันงาหนีไปได้ เพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของฉัน”
“เจ้าค่ะ แค่ขัดขวางแล้วสั่งสอนสักหน่อย ให้มันหลาบจำนะเจ้าคะ แล้วจะให้อะไรเป็นรางวัลในการปกป้องชื่อเสียงของท่านเจ้าคะ”
“ส่งทองให้สองถุง ให้มันหลังจากเสร็จเรื่อง”
น้อยยิ้มย่อง

“บ่าวจะจัดการให้ตามที่ท่านสั่งมาเจ้าค่ะ”

 
คุณนายน้อยอยู่คุยกับคุณหญิงศรีนานแล้ว จึงบอกให้รู้ว่าจะกลับ
 
“คุณหญิง แม่กลับก่อน มีหลานอย่างนี้แม่คงมาที่นี่บ่อยๆ เจ้าคุณเขาไม่ว่าใช่ไหม”
“ไม่ว่าหรอกค่ะ แม่น้อย”
ตลอดเวลา ศุกลเพียรแต่มองหน้าสะบันงาที่พยายามเมินสายตาไปทางอื่น สะบันงารีบยกมือไหว้คุณนายน้อย
“ทางท่านเจ้าสัว คุณนายใหญ่และฉันใจอ่อนอนุญาตให้แกแต่งงานกับคุณศุกลเขา แต่แกได้ดิบได้ดีไปแล้วก็ถือว่าจบกันด้วยดี”
“เจ้าค่ะ”
ศุกลเขยิบมากระซิบ
“อีกสามวันฉันจะมาเอาคำตอบ”
ศุกลอาลัยอาวรณ์แล้วถอยกลับออกไป ศุกลเข้าใจว่าสะบันงาได้จดหมายไปแล้วดังที่น้อยหลอกล่อ
“คุณศุกลเขากระซิบอะไรหรือ” คุณหญิงศรีถามอย่างแปลกใจ
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่ทักทายค่ะ”
“แม่ฉันพูดถูก เรื่องสะบันงากับคุณศุกลจบกันด้วยดี”
“ค่ะ”
สะบันงาเองยังงงเพราะไม่เข้าใจว่าศุกลหมายความว่าอย่างไร เพราะไม่ได้เอาจดหมายไปอ่าน
“ไปเรียกเมี้ยนมา แล้วสะบันงากลับไปเรือนตัวเองได้แล้ว”
“ค่ะ”
สะบันงาถอยออกไปตามเมี้ยน

ศุกลเดินมากับคุณนายน้อยใจกังวลเรื่องสะบันงา น้อยแอบโผล่มาหาศุกล
“สะบันงาเอาจดหมายไปแล้วใช่ไหม”
“เจ้าค่ะ”
คุณนายน้อยหันมามอง ศุกลกับน้อยจึงหยุดพูด น้อยรีบถอยหลบไป
“บ่าวคนนี้มันดูกะริกกะเร่อ แปลกๆ”
คุณนายน้อยเดินต่อไปศุกลเดินตามถอนใจกังวลไม่หาย
“สะบันงาอ่านจดหมายแล้ว ตัดสินใจอย่างไรหนอ”

สะบันงาหลับไม่ลง นอนลืมตาโพลง นึกสงสัยว่า จดหมายนั่นเขียนว่าอย่างไร เจ้าคุณลอบมองสะบันงาเข้าใจว่าคงได้รับจดหมายแล้วคงกำลังตัดสินใจ ตาขุ่นขวางขึ้นมาแล้วสงบลง เดินมาประคองสะบันงาไว้
“มีปัญหาอะไรให้ต้องตัดสินใจหรือสะบันงา”
“ไม่มีค่ะ”
“แล้วทำไมสะบันงาจึงเศร้าสร้อยนัก สะบันงามีความทุกข์อะไรมากมายบอกฉันสิ”
“ไม่มีค่ะ ดิฉันเป็นห่วงคุณหญิงมากค่ะ ท่านอ่อนแอ คุณหลวงหมออดุลย์บอกว่าท่านต้องนอนพักฟื้นประมาณหนึ่งเดือนค่ะ”
“หนึ่งเดือนเลยหรือ”
“ท่านจะไม่ยอมอยู่ไฟด้วยค่ะ”
“อยู่ไฟ แปลว่าอะไร”
“ดิฉันก็ไม่ทราบชัดค่ะ ทราบเพียงว่า หลังคลอดผู้หญิงต้องอยู่ไฟเพื่อให้มดลูกเป็นปกติค่ะ”
“อ้อ...ฉันจะไปขอร้องคุณหญิงให้อยู่ไฟ”
“ขอบพระคุณมากค่ะ”
เจ้าคุณยิ้มเอ็นดูสะบันงาที่หวังดีกับคุณหญิงศรี แต่ในใจก็ยังนึกเรื่องจดหมายที่ศุกลให้สะบันงา
“อยากรู้เหลือเกินว่าเธอตัดสินใจอย่างไรสะบันงา แต่ไม่ว่าเธอจะ ตัดสินใจอย่างไร ฉันไม่มีวันยอมให้เธอไปจากฉันแน่นอน”
เจ้าคุณมุ่งมั่นมาก

สังวรอุ้มทองมายืนหน้าบ้านเจอยามที่เปลี่ยนหน้าไปแล้ว ไม่รู้จักสังวร สังวรตะลึงกับสิ่งที่ได้รู้
“อะไรน่ะสังเวียนนะหรือ เป็นชู้กับกับคนขับรถแล้วฆ่ากันตายเองทั้งสองคน”
“ตกใจทำไม รู้จักสังเวียนด้วยหรือ แล้วนี่จะมาสมัครทำงานหรือ” ยามสงสัย
“เอ้อ...”
น้อยเดินออกมาหาเหมาะกับซังที่อยู่แถวๆนั้นพอดี
“ต๊าย นังสังวรมารนหาที่ตายทำไมกัน”
“น้อย ฉัน ฉัน นี่ลูกของฉันกับท่านเจ้าคุณ”
“โกหกเหมือนนังสังเวียนไม่มีผิด กลับไปซะ ท่านรอเอาเรื่องแกอยู่ คุณหญิงก็ยังรอเล่นงานแกไม่เลิกรา แกจะตายกันทั้งแม่ทั้งลูก”
“ฉันอยากพบท่านเจ้าคุณ จะฆ่าจะแกงฉันฉันยอม แต่ลูกของฉันกับท่านขอฝากไว้ให้ท่านดูแล”
น้อยยิ้มหยัน
“ต๊าย นี่แกยังคิดอีกหรือว่าท่านเจ้าคุณจะเชื่อว่าเป็นลูกของท่าน ไม่ใช่ลูกชู้”
“ลูกชู้ นี่แกเอาอะไรมาพูด”
“ก็เอาที่คุณหญิงบอกมาพูดน่ะสิ”
“ใส่ร้ายกันชัดๆ”
“คุณหญิงเกลียดแกมากแกก็รู้ ถ้าแกขืนทิ้งลูกไว้ลูกแกตายแน่ๆ กลับไปเถิด สังวร นี่ฉันเตือนแกด้วยความหวังดีนะ”
สังวรยืนร้องไห้
“ฉันขอพบท่านเจ้าคุณสักครั้ง ฉันจะอธิบายความจริงให้ท่านฟัง ว่าฉันไม่ได้ขโมยเพชร แหวนที่ฉันได้ไปก็เป็นแหวนเก๊”
น้อยพยักหน้าให้เหมาะกับซัง
“พูดไปทำไม ไม่มีใครฟังแกหรอก”
สองคนเดินรีไปหาสังวร
“กลับไปซะ”
สังวรถอย ตกใจ
“พวกแกจะทำอะไรฉัน”
สองคนยิ้มดุดันเดินหาสังวร น้อยเดินไปกระซิบ
“ไอ้สองคนนี่นังคุณหญิงจ้างไว้ให้ดักรอเล่นงานแกกับลูกไงล่ะ”
“ว๊าย อย่านะ อย่ามาทำอะไรฉันกับลูกนะ”
“แล้วแกจะยืนรอนังเมี้ยนมันมาเจอหรือยังไง รีบไปสิ”
สังวรอุ้มลูกวิ่งเซซังตกใจกลัวออกไป น้อยยิ้มสะใจ
“กูจะไม่ยอมให้ใครมาขวางทางเป็นคุณหญิงของกู เพราะกูนี่แหละคือ คุณหญิงตัวจริงของเจ้าพระยาสมิติภูมิ”
น้อยยิ้มอย่างมัวเมาในริษยา รถเจ้าคุณแล่นมาพอดี น้อยถอนใจโล่งออก
“เกือบไป นังสังวรเกือบจะเจอไอ้แก่นี่เข้าให้แล้วโชคดี โล่งอก เฮ้อ”
เจ้าคุณสั่งนายบุญจอดรถ มองสองคนนิดหนึ่ง แล้วขับผ่านเลยไปในบ้าน

คุณหญิงศรียังคงป้อแป้ โวยวายใส่เมี้ยน
“ฉันไม่อยากอยู่ไฟ ทำไมต้องอยู่ไฟด้วย เมี้ยน สะบันงา”
“เมี้ยนก็ไม่เคยมีลูก เมี้ยนก็ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ แต่เมี้ยนเชื่อว่ามันต้องดีเจ้าค่ะ”
“อยู่ไฟเถิดนะคะคุณหญิง หนูถามคุณหลวงหมออดุลย์แล้ว ท่านว่าควรทำเจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรียังคงส่ายหน้า
“ไม่ พริสซิลล่าเป็นอย่างไรบ้างสะบันงา”
“เลี้ยงง่าย น่ารัก ไม่อ้อน ไม่งอแงค่ะ”
“ดีมาก ต้องขอบใจสองคนพี่น้องนั่นมากที่มาดูแลลูกฉัน”
คุณหญิงศรียิ้มเพลียๆ

ศุกลทำทีมาเยี่ยมคุณหญิงศรี แต่อยากมาฟังข่าวสะบันงา น้อยรีบมาดักพบ
“คุณศุกลเจ้าขา บ่าวดีใจด้วยเจ้าค่ะ”
“ดีใจหรือ”
“สะบันงาฝากมาบอกว่า ตกลงเจ้าค่ะ” น้อยโกหกหน้าตาย
“สะบันงาตอบตกลง”
ศุกลดีใจจนลืมฉงนใจคลางแคลงใจในตัวน้อย
“แต่เขาอาย บอกว่าถ้าพบเจอเขาอย่าพูดเรื่องนี้นะเจ้าคะ สะบันงากลัวความแตก รู้ไปถึงท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ”
“ฉันเข้าใจ ขอบใจมากน้อย”
ศุกลส่งเงินให้ปึกหนึ่งแล้วเดินจากไป น้อยจูบเงิน ยิ้มดีใจ
“ทำไมมันโง่กันทั่วหน้าถึงเพียงนี้นะ”
ศุกลพึมพำตลอดเวลาอย่างดีใจมาก

“สะบันงาตกลงๆ”

 
สะบันงาพยายามปลอบคุณหญิงศรี
 
“ท่านเจ้าคุณท่านห่วงคุณหญิงมากนะคะ ท่านจะมาขอร้องคุณหญิงให้ อยู่ไฟจะได้แข็งแรงค่ะ แข็งแรงเพื่อคุณหนูค่ะ”
คุณหญิงศรีเริ่มคิดตาม
“จริงสิ เพื่อลูก อยู่เพื่อลูก ฉันต้องอยู่ไฟ”
เสียงเคาะห้อง
“สะบันงาไปเปิดประตูสิ สงสัยว่าท่านเจ้าคุณจะมา”
สะบันงาไปเปิดประตู ศุกลยืนอยู่ มองสะบันงายิ้มย่อง ดีใจ
“สะบันงา ขอบใจมาก”
สะบันงางงว่าขอบใจเรื่องอะไร คุณหญิงศรีหันไปมองน้องชาย
“นายมาเยี่ยมพี่หรือ เข้ามาสิ”
สะบันงาจึงถอยมาให้ศุกลเข้ามาแล้วถือโอกาสหลบไป
“หนูจะไปช่วยดูแลคุณหนู ผลัดให้ดาไปอาบน้ำกินข้าวค่ะ”
ศุกลมองตามยังยิ้มย่องแล้วเดินมาจับมือพี่สาว
“วันนี้หน้าตาสดใส ทำใจได้แล้วหรือนาย”
“ครับพี่หญิง ทุกอย่างเรียบร้อย ผมสบายใจมาก ขอบคุณพี่หญิงที่นำพาให้ผมได้พบกับสะบันงา”
“พี่ก็เบาใจ สบายใจ”
คุณหญิงศรี คิดว่าศุกลทำใจได้แล้ว

เจ้าคุณฟังน้อยด้วยสีหน้าโกรธขึ้งมาก
“สะบันงาตัดสินใจไปกับคุณศุกลเจ้าค่ะ ศุกร์ขึ้น 13 ค่ำ เวลาสามทุ่มเจ้าค่ะ นัดพบกันที่ซุ้มดอกไม้ที่พวกเขาชอบไปพลอดรักกันเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณนั่งนิ่ง เอามือกุมหัวใจแต่ไม่ได้เป็นอะไร น้อยลอบยิ้ม เยาะอยู่ในใจ
‘นี่ก็เป็นถึงเจ้าพระยายังโง่ เพราะความรักบังตา....ถ้าเช่นนั้น วันศุกร์ขึ้น 13 ค่ำ ให้ไอ้สองคนนั่นจัดการได้เลยนะเจ้าคะ’
เจ้าคุณตัดสินใจ
“อย่าให้มีการตายที่นี่อีก จับตัวไปสั่งสอนก่อนที่เขาจะพบกับสะบันงา เอาแค่ให้เขาหลาบจำก็พอแล้ว”
“รับรองเจ้าค่ะ”
น้อยยิ้มย่องสมหวัง

สะบันงายังแปลกใจไม่หาย ที่ศุกลมาบอกว่าขอบใจมากแถมยิ้มย่องยินดี
“ทำไมเขาขอบใจเรา เขายิ้มแย้ม เกิดอะไรขึ้น หรือว่าเขาตัดใจจากเราได้แล้ว”
สะบันงาไม่คิดไม่ออก

ในห้องนอน...เจ้าคุณเอาแต่จ้องสะบันงาอย่างครุ่นคิด
‘ทำไม...ทำไมเธอถึงกล้าหยามหน้าฉันด้วยการตัดสินใจหนีไปมีชู้”
สะบันงาหันไปมอง
“ท่านคะ”
เจ้าคุณไม่ได้ยิน ยังใจลอยครุ่นคิด
“ท่านคะ คุณหญิงท่านยอมอยู่ไฟแล้วค่ะ”
เจ้าคุณยังใจลอย สะบันงาใกล้เข้าไปอีก
“ท่านเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
เจ้าคุณรู้สึกตัว
“ว่าอะไรนะสะบันงา เธออยากจะบอกอะไรฉันใช่ไหม”
“คุณหญิงท่านยอมอยู่ไฟแล้วค่ะ”
“อ้อ ดีมาก”
แล้วเจ้าคุณก็เหมือนไม่ยินดียินร้ายนัก
“ง่วงนอนหรือยังคะ ดิฉันจะเปิดเพลงให้ฟังค่ะ”
เจ้าคุณมองสะบันงาแปลกๆ นึกในใจ...
‘สะบันงา เธอช่างเสแสร้งทำตนเป็นคนดี ที่แท้เธอก็ร้ายกว่างูพิษชนิดไหนๆ’
“ฟังเพลงนะคะ”
เจ้าคุณส่ายหน้า
“ไม่อยากฟัง”
“ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ ดิฉันจะให้คนไปรับคุณหลวงหมออดุลย์มานะคะ”
“ไม่ต้อง” เจ้าคุณดึงมือสะบันงามากุมไว้แนบอก “สะบันงา เธอรักฉันบ้างไหม”
สะบันงาตกใจ ตอบไม่ถูกบอกว่ารักก็โกหก
“ดิฉันเป็นภรรยาท่านแล้ว ดิฉันจะจงรักภักดีต่อท่านไปจนวันตายค่ะ”
เจ้าคุณถอนใจ
“ตอบไม่ตรงคำถามเหมือนคุณหญิงอีกคน แต่ก็ขอบใจที่พูด ให้สบายใจว่าเธอจะไม่ทิ้งฉันไป หวังว่าคงรักษาคำพูดนะสะบันงา”
“ค่ะ”
เจ้าคุณลังเลว่าสะบันงาจะไปกับศุกลแน่ หรือไม่ไปกันแน่ เจ้าคุณมองหน้า สะบันงาสบตามองตอบตาใสซื่อ เจ้าคุณทนไม่ไหว ดึงสะบันงามาโอบกอดไว้
“สะบันงา ฉันรักเธอสุดหัวใจ อย่าทำร้ายจิตใจฉันนะสะบันงา อย่าทำร้ายฉัน”
“ดิฉันจะไม่มีวันทำร้ายท่าน”
“ขอบใจ”
สะบันงาอึ้งมีผู้ชายขอบใจสะบันงาวันเดียวกันสองคน พึมพำ
“ขอบใจอีกแล้ว แต่ละคนขอบใจเราเรื่องอะไรกัน”

สังวรกลับไปบ้าน เอาทองนั่งตักร้องไห้
“อีนังศรี อีนังคนใจอำมหิต มึงจะเข่นฆ่ากูกับลูกให้จมดิน คอยดูเถิดกูจะกลับไปล้างแค้นมึงอีกให้จงได้ ลูกกูคนนี้คือทายาทคนโตของบ้านสมิติภูมิ ลูกกูต้องได้พบกับพ่อของมัน แต่ถ้าลูกกูไม่ได้ดังหมาย ลูกของมึงก็อย่าได้สมหวัง”

วันศุกร์ ขึ้นสิบสามค่ำ…คุณหญิงศรีบอกเมี้ยนให้ไปเอาของที่บ้านเจ้าสัว
“เมี้ยน คุณศุกลเขาบอกไว้วันก่อนให้เมี้ยนไปบ้านคุณเตี่ย วันนี้แม่น้อยจะให้กิมเฮียง กับกิมฮวย ทำไก่ตุ๋นยาจีนมาให้ฉันกิน”
“เจ้าค่ะ สะบันงาอยู่กับคุณหญิงนะ”
“ค่ะ” สะบันงารับคำ
“งั้นเมี้ยนไปก่อนนะเจ้าคะ”
เมี้ยนถอยออกไป
“สะบันงา ท่านเจ้าคุณเป็นอย่างไรบ้าง” คุณหญิงศรีหันมาถามสะบันงาที่นั่งอยู่
“เมื่อคืนก่อนโน้น ท่านดูใจลอยเจ้าค่ะ”
“โดนขัดใจอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าเจ้าค่ะ”
“ดี อย่าขัดใจอะไรเขา ถ้าพอตามใจกันได้ก็ทำเถิด นึกเสียว่าทำดีเอาบุญเพื่อช่วยไม่ให้เขาเส้นโลหิตในสมองแตกตาย จะกลายมาเป็นบาปกรรมของเราที่ขัดใจเขา”
“ค่ะ”
“สะบันงาอย่าไว้ใจนังน้อยมันทีเดียวนะ นังนี่มันอาจจะร้ายกาจเป็นสอง เท่าของนังสังเวียนกับนังสังวรมารวมกัน มันคงผิดหวังที่ท่านไม่สนใจมันเพราะท่านรักสะบันงามาก”
“ค่ะ”
“ป่านนี้ลูกของนังสังวร มันคงเดินได้พูดได้แล้ว ระวังนะว่ามันจะกลับมาแก้แค้นพวกเราตามคำที่มันอาฆาตไว้”
“ค่ะ”
“ค่ะ อะไรอะไรก็ค่ะ เถียงคนอื่นเป็นบ้างไหม อย่าดีเกินไปนักเลย หัดร้ายร้ายอย่างฉันบ้างชีวิตจะได้ไม่เย็นชืดจืดจาง”
“คุณหญิงไม่ได้ร้ายกาจ แค่ปากร้ายแต่ใจดีเจ้าค่ะ”
“นี่ตำหนิหรือชมเชยกันแน่ สะบันงา เด็กเอ๊ย ทำเหมือนไม่เดียงสาแต่ซ่อนคมไว้แท้ๆ รู้ทั้งนั้นแต่ไม่เอ่ยปาก อย่างนี้สิจะอยู่รอดปลอดภัย”

คุณหญิงศรีมองสะบันงาเอ็นดูมาก


คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8 (ต่อ)

เมี้ยนไปบ้านเจ้าสัวเส็ง ได้ได้ไก่ตุ๋นยาจีนมาแล้ว ศุกลที่วางแผนตั้งใจเจอ เดินมาหา

“จะขอแรงเมี้ยนช่วยเฝ้าแม่ใหญ่จนถึงสักสามทุ่มค่อยกลับได้ไหม”
“ได้เจ้าค่ะ สะบันงาอยู่เป็นเพื่อนคุณหญิงพอดีเจ้าค่ะ เอ้อ คุณศุกลทำใจเรื่องสะบันงาได้แล้วหรือเจ้าคะ”
“ทำไมหรือ”
“เห็นคุณศุกลเศร้าอยู่แท้ๆ แต่มาไม่กี่วันนี้ กลับยิ้มย่องผ่องใสเมี้ยนก็เลย เข้าใจว่า คุณศุกลทำใจได้แล้วนะสิเจ้าคะ”
“ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยแล้ว ขอบใจมากที่เมี้ยนแนะนำ เรื่องเอ้อ อะไร อะไร”
“ไฮ้ เมี้ยนแนะนำหลายเรื่องเจ้าค่ะ นึกไม่ออกเจ้าค่ะว่าเรื่องอะไรทำให้คุณ”
ศุกลยิ้มย่อง
“เอาเถิด ฉันไปก่อนละ เมี้ยนไปหาแม่ใหญ่เถิด ฉันจะไปหาสะบันงาเราจะไปด้วยกันคืนนี้”
เมี้ยนตะลึง
“คุณศุกล”
ศุกลเดินยิ้มออกไป
“ไม่เห็นว่าสะบันงาจะมีทีท่าว่าจะหนี สะบันงาขี้ตกใจขี้กลัวทำไมจึงกล้าทำเช่นนี้”
เมี้ยนใจคอไม่ดี

นาฬิกาสองทุ่ม เจ้าคุณมองนาฬิกา
“สองทุ่มแล้ว”
น้อยโผล่หน้ามา
“ไอ้สองคนนั่นมันพร้อมแล้วเจ้าค่ะ รอให้คุณศุกลมาเท่านั้นเจ้าค่ะ”
“เอาไปสั่งสอนที่สวนกล้วยด้านไกลๆท้ายอาณาเขตบ้านด้านโน้น”
“เจ้าค่ะ มันเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
“ยามหน้าบ้านมันมิเห็นหรอกหรือว่านายศุกลเข้ามาดีๆ แต่ตอนออกไปโดนทำร้าย”
“บ่าวไปบอกมันว่าคืนนี้ท่านเจ้าคุณให้ลาหยุดได้แล้วจะให้นายบุญ ไปนั่งแทนเจ้าค่ะ”
บอกไปอย่างนั้นแต่ในใจกลัวเย้าะย้ย
‘กูไม่บอกนายบุญให้โง่หรอก เชอะ’
เจ้าคุณ พยักหน้าพอใจ
“ไปตามสะบันงามา บอกว่าฉันให้มาหาแผ่นเสียง”
“เจ้าค่ะ”
น้อยถอยออกแล้วหันกลับมา
“เอ้อ ท่านไม่จัดการอะไรกับสะบันงาที่บังอาจหยามหน้าหยามศักดิ์ศรี ท่านหรือเจ้าคะ ไล่ออกไปจากบ้านสิเจ้าคะ”
เจ้าคุณมองหน้าน้อยดุๆ
“อย่ายุ่ง ไปทำตามที่น้อยวางแผนไว้เป็นพอ อย่ามาแตะต้องสะบันงา”
“แต่...”
“หยุด”
น้อยยิ่งเกลียด ยิ่งแค้นสะบันงามาก เจ้าคุณครุ่นคิด
“สะบันงา แม้ว่าเธอคิดจะไปกับนายศุกลจริง ฉันก็จะอภัยให้เธอ ฉันรักเธอเหลือเกิน รักมากเกินกว่าจะดุว่าพูดจาให้กระทบกระเทือนจิตใจ”
เจ้าคุณเดินไปหยิบแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งที่จะให้สะบันงามาช่วยหาเอาไปซ่อน ให้หาไม่เจอเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้สะบันงาลงไปพบศุกล ตามที่น้อยหลอกเอาไว้

คุณหญิงศรีเห็นว่าค่ำแล้ว เริ่มบ่นหาเมี้ยน
“สองทุ่มเศษแล้วทำไมเมี้ยนยังไม่กลับมาอีกสะบันงา”
“นั่นสิเจ้าคะ หรือว่าติดธุระอยู่ที่บ้านท่านเจ้าสัว”
“ถ้าเช่นนั้นสะบันงากลับไปดูแลท่านเจ้าคุณเถิด ป่านนี้ท่านชะเง้อรอแล้ว ฉันดีใจนะที่เขารักสะบันงามากมาย ไม่ใช่ไปรักคนอย่างพวกนังน้อย”
“ขอบพระคุณค่ะ”
“รีบไปสิ”
“ไม่มีใครอยู่กับคุณหญิงนี่คะ หนูจะรอจนกว่าพี่เมี้ยนจะกลับมา”
“ไม่ต้อง ฉันจะนอนแล้ว”
คุณหญิงศรีตัดบทอยากให้สะบันงาไปดูแลเจ้าคุณ เสียงเคาะห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงน้อย
“คุณหญิงเจ้าขา ท่านเจ้าคุณให้มาตามสะบันงาไปหาแผ่นเสียงให้ท่านเจ้าค่ะ”
“เห็นไหมให้นังน้อยมาตามแล้ว กลับไปเถิด”
“ค่ะ หนูไปตามเดือนมาอยู่ด้วยนะคะ”
“ไม่ต้อง ฉันต้องการให้สองคนนั่นช่วยกันดูลูกฉัน อย่าให้เขารอนานเดี๋ยวจะเคืองแล้วพาลไม่สบาย อย่าลืมที่หมอบอกว่าใครขัดใจเขาไม่ได้”
“ค่ะ”
สะบันงาไหว้คุณหญิงศรีแล้วถอยออกไป

เมี้ยนนั่งรีรอแถวตึกคุณนายใหญ่
“สองทุ่มแล้ว ไม่เห็นมีใครมาบอกให้ไปเฝ้าคุณนายใหญ่ เกิดคุณศุกลไปรับสะบันงา แล้วท่านเจ้าคุณจับได้ มิวายป่วงกันมาถึงคุณหญิงหรือนั่น โอ๊ย ไม่ได้เด็ดขาด”
เมี้ยนนั่งไม่ติด แล้วตั้งท่าจะไป คุณนายน้อยเดินมาเจอเมี้ยนแปลกใจ
“เมี้ยน นี่มันสองทุ่มแล้ว มานั่งทำไมที่นี่เลยเวลาอาหารเย็นคุณหญิง แล้วยังไม่เอาไก่ตุ๋นไปให้กิน”
“คุณศุกลอาสาเอาไปให้เองเจ้าค่ะ”
“อ้าว คุณศุกลไปเยี่ยมคุณหญิงหรือ แล้วเมี้ยนมานั่งทำไมที่นี่”
“เอ้อ คุณศุกลท่านว่าให้เมี้ยนมาดูแลคุณนายใหญ่เจ้าค่ะ ท่านป่วย”
“เหลวไหล ป่วยที่ไหนกัน นี่นัดขาเลี๊ยบตุ่ยมากันเต็ม จะมาเล่นไพ่กัน รีบกลับไปดูแลคุณหญิงเลยเมี้ยน”
“เจ้าค่ะ”
เมี้ยนตกใจมาก รู้ว่าโดนศุกลหลอกไม่ให้อยู่ที่บ้าน

ศุกลลงจากรถ ใกล้ๆหน้าบ้านเจ้าคุณแต่ห่างออกไป เดินลัดเลาะมาถึงหน้าบ้าน ไม่เห็นยามรีบเดินเข้ามาทันที
“ช่างดีแท้ๆที่คืนนี้ไม่มียามหน้าบ้าน”

นาฬิกาสองทุ่มครึ่ง คุณนั่งมองอาการของสะบันงาหาแผ่นเสียงที่เขาเอาไปซ่อนไว้ เธอไม่มีทีท่าผิดปกติ
“หาไม่เจอหรือสะบันงา”
“ค่ะ ยังหาไม่เจอ แต่จำได้ว่าว่าเมื่อเช้ายังอยู่แถวนี้ค่ะ”
“แปลกแท้ๆ ทำไมสะบันงาไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”
เจ้าคุณพึมพำ แล้วเดินไปมองที่หน้าต่าง อุทานเบาๆ
“มันมาแล้ว”

ศุกลมาแอบซุ่มรอสะบันงาตามที่นัดไว้ในจดหมาย เจ้าคุณหันมาดูสะบันงา เห็นเธอยังคงค้นหาแผ่นเสียงต่อไม่ลดละ
“แปลกจริง ทำไมสะบันงาไม่ กระตือรือร้น หรือว่าสะบันงาไม่ตกลง แต่ถ้าสะบันงาไม่ตกลงยินยอมมันจะมาทำไม”
สะบันงาหันมาบอก
“ยังไม่เจอเลยค่ะ”
“ยังไม่เจอ แล้วสะบันงาเบื่อจะหาต่อหรือเปล่า”
“ไม่เบื่อหรอกค่ะ”
“ไม่อยากรีบกลับไปดูแลคุณหญิงหรือ”
“ถ้าดิฉันหาแผ่นเสียงพบ ค่อยกลับไปดูคุณหญิง ถ้าพี่เมี้ยนกลับมาแล้ว ดิฉันจะกลับมาที่นี่ทันทีค่ะ”
“ทันทีหรือ แต่ฉันสังหรณ์ว่าเธอไม่อยากกลับมาหรอกนะ”
“ทำไมหรือคะ”
“เพราะเธอไม่อยากอยู่กับฉันน่ะสิ”
“ถ้าท่านคิดเช่นนั้น ดิฉันไม่อาจโต้แย้งท่านหรอกค่ะ แม้ว่าใจจริงของดิฉันไม่ได้เป็นดั่งที่ท่านพูด”
“เธอกำลังต่อว่าฉันทางอ้อม ว่าฉันใส่ร้ายเธอ ถ้ามันไม่จริง ฉันขอโทษ”

สะบันงาไม่ต่อว่าอะไรก้มหน้าหาแผ่นเสียงต่อไปไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เจ้าคุณถอยมานั่งมองสะบันงาสองจิตสองใจ ทั้งรักทั้งแค้น ทั้งลังเล

 
ศุกลรอสะบันงากระวนกระวายมาก มองนาฬิกาซ้ำไปมา
 
“ทำไมยังไม่มา หรือว่าท่านเจ้าคุณรู้แกว”
เหมาะกับซังเดินย่องเข้ามาด้านหลัง ศุกลเหมือนรู้สึกว่ามีคนมาด้านหลังหันไปมองตกใจมาก
“มึง”
สองคนนั้นถือเสียมด้ามยาวมาคนละอัน
“พวกแกเป็นใคร”
“เป็นคนที่ท่านเจ้าคุณส่งมา”
“ส่งมาทำไม”
“มาสั่งสอนมึง ให้มึงหลาบจำเลิกทำเรื่องโง่ๆ”
ศุกลตกใจ
“อย่านะ”
“ไปกับพวกกู”
“ไม่ไป ไม่ไปนะ”
“มึงต้องไป”
ศุกลถอยสองคนปรี่เข้าหา

คุณหญิงศรีไม่ได้หลับดังที่บอกสะบันงา แต่นั่งรอเมี้ยนครุ่นคิดเรื่องต่างๆนานา
“โชคดีที่ลูกเราคลอดมาหน้าตาสะสวย ไม่เป็นไปดังคำสาปแช่งของนัง สังวร สังเวียนสองพี่น้องนั่น พริสซิลล่าดวงใจของแม่ แม่จะไม่ตาย จะบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เพื่อที่จะดูแลปกป้องเลี้ยงดูดวงใจของแม่ให้ดีที่สุด”
คุณหญิงศรียิ้ม มองออกไปทางหน้าต่าง แล้วต้องขมวดคิ้ว
“เอ๊ะ นั่น นั่น ศุกลมาได้อย่างไร มาส่งเมี้ยนหรือ มีอีกสองคน นายพาใครมา แต่ทำไม ทำไมมันมีเสียมมาด้วย เกิดอะไรขึ้น แย่แล้ว นาย นาย”
คุณหญิงศรีตะกายลุกเดินพยายามให้เร็วที่สุดไปหาศุกล
“อย่าทำร้ายน้องชายฉัน”
คุณหญิงศรีพรวดไปถึงประตูแล้วเปิดออกไป ที่พื้นมีหยดเลือดของคุณหญิงศรีจากบาดแผลการคลอดลูก หยดเป็นจุดๆ ตามรายทางที่คุณหญิงศรีเดินไป

เหมาะฟาดเสียมใส่ ศุกลเซไป
“กูบอกให้มึงไปทำไมมึงดื้อด้านนัก”
“โอ๊ย”
ศุกลเซไปที่ซังๆฟาดใส่อีกโครม ศุกลทรุดลงไปกอง
“มึงอยากเจ็บตัว มึงอยากให้ใครมาเห็นใช่ไหม”
“ช่วยด้วย สะบันงา”
สองคนใช้สองเสียมตีศุกลพร้อมกันบนหัว ศุกลลงไปกองที่พื้น น้อยที่แอบมองอยู่ออกมา
“ทำไมมาตีมันตรงนี้ โง่จริง บอกให้เอามันไปท้ายบ้าน”
“ก็มันดันดื้อด้าน พูดไม่ฟัง”
“อย่าพูดมากเดี๋ยวใครมาเห็นจะเป็นเรื่อง รีบเอามันไปหลังบ้าน”
“เงินของเรา”
“เดี๋ยวท่านเจ้าคุณจะตามไปดูผลงานพวกแก ไม่ต้องห่วงหรอกน่า รีบเอาตัวมันไปไวไว”
สองคนช่วยกันแบกศุกลออกไป น้อยมองตาม แล้วมองไปบนเรือนคุณหญิงศรี
“เรียบร้อยไปหนึ่งคน ทีนี้ก็ถึงตาของอีนังศรี อีแม่มดใจร้าย”
น้อยมองไปยิ้มร้ายๆ

สะบันงายังคงง่วนหาแผ่นเสียงไม่เจอ เจ้าคุณมองยังไม่วายระแวง
‘ช่างใจเย็นเหลือเกินนะสะบันงา ถ้าเป็นผู้ร้ายก็ถือว่าใจแข็งที่สุด ดีละ ฉันจะทดสอบความใจแข็งใจเย็นของเธอดูสิว่าถ้าเห็นชู้มารอต่อหน้าผัวแล้วจะทำอย่างไร’
เจ้าคุณเดินมาจูงมือสะบันงา
“มีอะไรหรือคะ”
“ฉันจะพาเธอไปดูอะไรที่ซุ้มดอกไม้เรือนคุณหญิง หรือว่าไม่ต้องการไปดู”
“ท่านจะให้ดิฉันไปดูอะไรดิฉันก็ต้องไปสิคะ”
สะบันงาไม่เข้าใจ แต่เจ้าคุณก็กึ่งดึงกึ่งจูงสะบันงาไปยืนที่หน้าต่าง แต่ทั้งคู่ ไม่เห็นสิ่งใดที่นั่น

เจ้าคุณแปลกใจพึมพำ
“หายไปไหน เขาหายไปไหน”
“ท่านต้องการให้ดิฉันดูอะไรคะ” สะบันงาไม่เข้าใจ
“ใจเย็นๆรอดูไปเถิด เดี๋ยวเป็นได้เห็นแน่ อย่าไปไหนนะ”
สะบันงาทำตามคำสั่ง เจ้าคุณเดินมานั่งมองสะบันงาที่ยืนมองหน้าต่าง อย่างจะจับผิดให้ได้
สักครู่หนึ่งสะบันงาอุทานออกมาอย่างตกใจมาก
“อุ๊ย”
เจ้าคุณพรวดไปทันทีไปยืนข้างสะบันงา
“เห็นมันแล้วหรือ”
แล้วเจ้าคุณก็ตกใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสะบันงา
“คุณหญิง”

คุณหญิงศรีเดินกะเผลกลากสังขารมาที่ซุ้มดอกไม้ ส่ายตาหา
“นาย นาย นายหายไปไหนแล้ว นาย โธ่นาย อย่าเป็นอะไรนะนาย”
คุณหญิงศรีตระหนกที่สุด คุณหญิงศรีมองไปที่พื้นเห็นกองเลือดของศุกล
“เลือด เลือดของนาย มันทำร้ายนายไปแล้ว โธ่ นาย นายของพี่”
คุณหญิงศรีตระหนกตกใจร้องกรี๊ด
“อ๊าย”
คุณหญิงศรีๆกระเผลกต่อไปตามรอยเลือดศุกล

เจ้าคุณกับสะบันงาตกใจมาก
“คุณหญิงลงมาทำไม ในเมื่อท่านยังเดินไม่ค่อยไหว ดิฉันจะลงไปพาท่านกลับเรือนค่ะ”
เจ้าคุณดึงสะบันงาที่กำลังจะพรวดออกไป ตระหนกมาก
“ฉันไปเอง สะบันงาอยู่ที่นี่ อย่าไปมันอันตราย อย่าออกไปไหนเด็ดขาดจำไว้”
เจ้าคุณแทบจะวิ่งออกไป สะบันงายืนงงไปหมด
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณหญิงลงมาข้างล่าง ทำไมท่านเจ้าคุณพูดจาแปลกๆ”
สะบันงากลับมาหาแผ่นเสียงต่อไป

น้อยเข้ามาในเรือนคุณหญิงศรี พร้อมด้วยตะเกียงลาน
“นังศรี แกกับลูกอย่าอยู่ในโลกนี้อีกต่อไปเลย ขอโทษด้วย นังดา นังเดือนช่วยไม่ได้ ที่แกสองคนสะเออะเข้ามาเป็นขี้ข้าของนังศรี จึงต้องรับเคราะห์กรรมร่วมกับมันไปด้วย”
น้อยคว่ำตะเกียงลานลงที่ผ้าม่าน
“ทีนี้เหลือแต่นังสะบันงาหน้าโง่ มันโง่ยิ่งกว่าควาย จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด รอให้รอดพ้นสายตาไอ้แก่ กูจะจัดการมึงเป็นคนสุดท้าย”
ไฟเริ่มไหม้ผ้าม่าน

เจ้าคุณวิ่งมาถึงบริเวณที่เห็นคุณหญิงศรี
“ศรี...โธ่ ศรี ลงมาทำไม”
เงียบไม่มีเสียงตอบ เจ้าคุณก้มมองที่พื้นตกใจมาก เห็นทั้งเลือดของศุกล และหยดเลือดของคุณหญิงศรี
“เลือด...เลือดของศรี หรือเลือดของศุกล ทำไมมันมากมายอย่างนี้”
เจ้าคุณตามหยดเลือดและรอยเลือดไปทันที

เหมาะกับซัง ลากศุกลมาถึงสวนกล้วยท้ายเขตบ้าน แล้วปล่อยโยนให้ตกลงพื้น ศุกลเกือบหมดลมหายใจเลือดอาบหน้า สองคนเอามือจ่อที่จมูก
“ใกล้ตายแล้ว”
“ใจเสาะแท้ๆไอ้หน้าสวย ตีแค่สามทีตายหงิกไปแล้ว”
“แกรีบขุดหลุม ฉันจะค้นตัวเอาเงิน เอาสร้อยเอาของของมัน”
“เรื่องอะไร แกขุด ฉันปลดทรัพย์ของมัน”
สองคนยกเสียมจะตีกันเองแล้วพยักหน้าให้กัน
“ช่วยกันปลดทรัพย์มัน”
สองคนจึงช่วยกันปลดของในตัวศุกล คุณหญิงศรีเดินเซเข้ามาตวาดตั้งแต่อยู่ห่างไกลแต่เห็นเหตุการณ์
“หยุดนะไอ้โจรสารเลว”
สองคนตกใจหันไปมอง
“มีคนมา”
คุณหญิงศรีกระเผลกมาชี้หน้าสองคน
“มึงทำอะไรน้องกู หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
“น้องมึง นี่น้องมึงหรือ ดีละมึงก็ตายตกไปตามกันเสียเถิด”
สองคนผละจากศุกล เหมาะฟาดเสียมใส่หน้าคุณหญิงศรี
“มึงตาย”
“อ๊าย”
เสียงคุณหญิงศรีหวีดร้องดังไปทั่วบริเวณนั้น เจ้าคุณห่วงคุณหญิงศรีแทบขาดใจ พยายามคลำหาทางว่าคุณหญิงศรีไปทางไหน
“ศรี โธ่ศรี”
เจ้าคุณก้มมองเลือดไปตลอดทาง พลันได้ยินเสียงคุณหญิงศรีกรี๊ด
“ศรี ศรีเป็นอะไร”

เจ้าคุณวิ่งพรวดไปตามเสียงทันที

 
คุณหญิงศรีล้มลงไป แต่พยายามตะกายไปหาศุกลจนได้
 
“นาย พี่มาช่วยนายแล้ว”
ศุกลใกล้ตายปรือตามองคุณหญิงศรี
“พี่หญิง”
“ศุกล พี่จะพานายไปหาหมอ”
ศุกลส่ายหน้ายากเย็น
“ไม่ไหวแล้ว บอกสะบันงาด้วยว่าผมรักเธอ....ตลอดไป”
แล้วศุกลก็สิ้นใจ
“ศุกล ไม่ ไม่นะนาย นายอย่าทิ้งพี่ไป”
คุณหญิงศรีเป็นหญิงดุร้ายนัก แม้เจ็บเจียนตายน้ำตาไหลอาบผสมเลือด ยังแข็งใจ กระโดดไปแย่งเสียมที่ซังถือแบบไม่ระวังมาฟาดซังที่ขาพับ จนซังล้มลง
“มึงฆ่าน้องกู กูจะฆ่ามึง”
“โอ๊ย อีหมาบ้า”
“จะตายมิตายแหล่ยังฮึดสู้หรืออีหน้าโง่”
เหนาะเอาเสียมกระแทกลงบนเท้าคุณหญิงศรีโดยแรง
“โอ๊ย อ๊าย”
คุณหญิงศรีฟุบลงไป แต่ยังพยายามตะกายมาหาน้องแล้วฟุบลงไป พยายามยื่นมือมาแตะศุกล
สองคนมองคุณหญิงศรี
“อีหมาบ้าตายหรือยัง”
“ฟุบไปแล้ว อย่าเพิ่งไปสนใจมัน มันไม่รอดดอก ปลดทรัพย์ต่อ”
สองคนค้นของต่อ เจ้าคุณเข้ามา
“หยุดนะ”
สองคนหันมาตกใจ
“ท่านเจ้าคุณ”
“พวกแกทำอะไรพวกเขา”
“ก็ มันขัดขืน ก็เลย...”
“ฆ่าเขา เลวมาก แล้วนั่น นั่น...”
“นังนี่ก็โวยวายเลยต้องฆ่าปิดปาก”
“นังนั่นที่แกว่ามันคุณหญิงเมียฉัน”
สองคนตกใจ
“คุณหญิง”
“พวกแกอำมหิตนัก บอกให้สั่งสอนพวกแกกลับฆ่าเขา พวกแกต้องโดนลงอาญาจากบ้านเมือง” เจ้าคุณโกรธจัด
“อุ๊บะ นังน้อยมันบอกว่าเจ้าคุณให้ฆ่ามันนี่นา” เหนาะแย้ง
“จริงๆนา มันยังบอกว่าท่านเจ้าคุณจะเอาเงินมาให้เราด้วย” ซ้งเสริม
เจ้าคุณชะงักนึกออกว่าน้อยหลอกทุกคน
“นังน้อยทรยศ”
“กูไม่สนใครทรยศใคร กูจะเอาเงิน”
“ถ้าไม่ได้ มึงก็ต้องตาย”
สองคนมองหน้ากันทำท่าจะสู้เจ้าคุณ ถือเสียมวิ่งเข้าใส่ เจ้าคุณชักปืนออกมา เล็ง
“อย่า”
สองคนตกใจทิ้งเสียม แล้ววิ่งไปทันที เจ้าคุณทำท่าจะยิง แล้วยั้งไว้ เจ้าคุณปราดไปหา คุณหญิงศรี
“ศรี ศรี”
“ไอ้สารเลวมึงสั่งฆ่าน้องกู”
“ฉันไม่ได้สั่ง ฉันไม่ได้สั่งให้ฆ่าใคร ฉันต้องการแค่ให้สั่งสอนว่าอย่ามาฉุด คร่าพาเมียฉันหนี แต่ไอ้สองคนนี่มัน มัน....”
เจ้าคุณอุ้มคุณหญิงศรีไว้ในอ้อมอก คุณหญิงศรีมองไปตกใจ
“ไฟไหม้”
ไฟพวยพุ่งมาจากทางเรือนคุณหญิงศรี
“ไฟไหม้เรือนศรี แย่แล้ว ลูกเรา พริสซิลล่า”
คุณหญิงศรีปรือตามาบอกเจ้าคุณ เสียงเบาปานขาดใจ
“ไปช่วยลูก”
“แต่ศรีบาดเจ็บ”
“ฉันกำลังจะตาย แต่ลูกฉันเพิ่งจะเกิด เขาไม่สมควรตาย ถ้าไม่รีบไปลูกของเราจะโดนไฟครอกตาย”
“ศรีรอที่นี่ ประเดี๋ยวฉันจะกลับมา”
“บอกให้ไปช่วยลูก ฉันเกลียดแก ไอ้คนใจดำ”
เจ้าคุณตัดสินใจวางคุณหญิงศรีแล้ววิ่งกลับไป คุณหญิงศรีพยายามตะกายไปหาศุกล กอดไว้ น้ำตาปนน้ำเลือดไหลย้อย
“พี่ขอโทษ พี่ช่วยนายไม่ได้ ๆ”
คุณหญิงศรีซบกับอกที่เปื้อนเลือดของศุกลนิ่งไป

สะบันงาหาแผ่นเสียงเจอในที่สุด
“เจอแล้ว”
สะบันงายิ้มหยิบมาวางแล้วสายตาพลันมองไปผ่านหน้าต่าง ตกใจมาก
“ไฟไหม้เรือนคุณหญิง แย่แล้ว คุณหนู คุณหนูพริสซิลล่า”
สะบันงาวิ่งพรวดออกไปทันที

สามคนยังติดอยู่ในเรือนหาทางออกไม่ได้ ดาอุ้มพริส ร้องไห้ เดือนวิ่งหาทางออก
“คุณหนู คุณหนู สำลักใหญ่แล้ว” ดากังวล
“โธ่ โธ่ จะออกไปทางไหนเล่า ไฟมันไหม้มาจากประตูเข้าเรือน”
“ไปทางหน้าต่าง ไปที่หน้าต่างให้ลมพัดเข้ามา จะช่วยให้คุณหนูหายใจสะดวกขึ้น”
สามคนพากันไปที่หน้าต่าง สองพี่น้องช่วยกันตะโกน

“ทางนี้ เราอยู่ที่หน้าต่าง ช่วยด้วยเราอยู่ที่หน้าต่าง”

 
ทั้งหมดในบ้าน ช่วยกันตักน้ำมาสาดไฟ น้อยแอบมองผลงานยิ้มดีใจ
 
“ตายในกองเพลิงทั้งแม่ทั้งลูกทั้งขี้ข้า หามีหลักฐานไม่ว่าใครฆ่าพวกมึง สะใจอีน้อยแท้ๆ”
น้อยหลบไปจากที่นั่น สะบันงาวิ่งมาถึง
“คุณหนู แม่ดา เดือนอยู่ที่ไหน”
ทองหยอดร้องไห้
“ข้างในค่ะ ยังติดอยู่ หาทางออกมาไม่ได้ค่ะ”
“ต้องออกมาให้ได้ ทุกคนอยู่พร้อมกันที่นี่หมดแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ ครับ”
เสียงดา เดือนดังขึ้น
“ช่วยด้วยเราอยู่ที่หน้าต่างห้อง”
สะบันงามองไป
“พวกนั้นอยู่ที่หน้าต่างห้อง เร็วเข้ากุ๊กเบิร์ต กุ๊กเพ้ง ทุกคนตามฉันมาทางนี้ เอาน้ำมาสาดไฟใกล้ห้องคุณหนู อย่าให้ลามไปถึง”
ทุกคนทำตามสะบันงาสั่ง ช่วยกันสาดน้ำไปที่ห้อง
“สาดไปที่หน้าต่าง นายสอนไปเอาบันไดมาพาด”
นายสอนวิ่งไป ทุกคนรีบจะไปสาดน้ำที่หน้าต่างห้องนั้น

ดากับเดือนสองคนยืนตัวสั่น ในอ้อมกอดดามีพริสในเบาะแนบอกอยู่ สองคนร้องไห้
“ช่วยคุณหนูด้วย”
“คุณหนูสำลักแล้ว”
สะบันงาวิ่งมา เห็นสามคนไม่เห็นคุณหญิง
“มาแล้ว กำลังไปเอาบันไดเอาน้ำมาสาดไฟด้วย”
พวกเอาน้ำมาสาดมาก่อน ช่วยกันสาดน้ำ
“ฉันเห็นคุณหญิงไปที่ซุ้มต้นไม้ข้างบ้าน ตอนนี้คุณหญิงอยู่ที่ไหน แม่ดา เดือน กลับมาหรือยัง”
“ยังเจ้าค่ะ”
สะบันงาใจคอไม่ดี

เจ้าคุณพยายามวิ่งกลับมา กุมหัวใจไปด้วย
“พริสซิลล่า พริสซิลล่า ..”
เจ้าคุณล้มแต่พยายามตะกายลุกขึ้นมาแล้ววิ่งไปต่อแม้อ่อนแรง

เมี้ยนกลับมาถึงได้ยินเสียงโกลาหลไปหมดทั้งบ้าน มองเห็นไฟไหม้
“ไฟไหม้ ไหม้เรือนคุณหญิง”
เมี้ยนกำลังวิ่งมา ชะงัก เห็นน้อยกำลังวิ่งไปหัวเราะไปร่าเริงกางมือ
“นังน้อยมันดีใจ ทำไมมันไม่ตกใจ หรือว่า...”
เมี้ยนกระโจนพรวดเดียวถึงตัวน้อย
“ว๊าย”
“อีน้อย มึงเผาเรือนคุณหญิง”
“อย่ามาหาเรื่อง”
“แล้วมึงตีปีกดีใจทำไม มึงอย่าโกหก ถ้ามึงไม่บอกความจริงกูจะทุบตีมึงให้ตาย”
“โอ๊ย โอ๊ย อย่ามาใส่ความฉัน”
เจ้าคุณโผเผมา เห็นเมี้ยนกำลังลงตบตีน้อยชะงักหลบแอบดู
“เมี้ยน”
น้อยทำท่าจะถอยหนี แต่เมี้ยนเตะจนล้มแล้วกระชากคอไว้
“มึงเผาเรือนคุณหญิง”
“ปะเปล่าๆฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้เผานะ”
เมี้ยนตบหน้าน้อยหันกลับไปกลับมา
“มึงเลิกโกหก บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้”
น้อยโดนตบโดนชกอีกแต่ยังส่ายหน้า
“ฉันเปล่า ท่านเจ้าคุณต่างหาก”
“ท่านเจ้าคุณเกี่ยวอะไร”
“ท่านสั่งฆ่าคุณศุกล ท่านรู้ว่าจะพาสะบันงาหนี”
เมี้ยนตะลึง
“โกหก”
“ฉันพูดจริงๆ ท่านเจ้าคุณจ้างคนมาฆ่าคุณศุกล”
“ตอนนี้คุณศุกล อยู่ที่ไหน”
น้อยจะเผ่นหนี เมี้ยนกระชากมาตบตี
“กูถามว่าคุณศุกลถูกพาไปฆ่าที่ไหน”
“สวนกล้วย”
“ไปกับกู ถ้ามึงโกหกกูจะฆ่ามึง”
เมี้ยนกระชากไว้แล้วลากไปด้วย เจ้าคุณคำราม
“นังน้อย นังคนชั่ว เราหลงกลนังคนสารเลวนี่แล้ว โชคดีที่เมี้ยนกลับมา เดี๋ยวเมี้ยนคงพบศรี”
เจ้าคุณตรงออกไปยังเรือนคุณหญิงศรีที่ไฟไหม้

หน้าต่างมีบันไดมาพาดไว้ การฉีดน้ำที่หน้าต่างยังทำอยู่ หลังหน้าต่างเดือนยังคงอุ้มพริสซิลล่าไว้
“ฉันจะไต่บันไดไปรับคุณหนู กุ๊กเบิร์ต คอยรอรับคุณหนูจากฉัน นายสอน ยึดบันไดไว้ ใครหาโต๊ะมาตั้งให้กุ๊กเบิร์ตไปยืนเตรียมรอรับคุณหนูจากฉัน”
ทุกคนทำตามคำสั่ง สะบันงาปีนไต่บันไดขึ้นไป จนถึงหน้าต่าง
“ส่งคุณหนูมา แม่ดา”
ดาส่งพริสซิลล่ามาให้สะบันงา
“ระวังนะคะ” เดือนร้องบอก
สะบันงาค่อยกระถดลงมาพอได้จังหวะที่เบิร์ตยื่นมือมารอรับเด็ก
“กุ๊กเบิร์ต รับคุณหนู”
เบิร์ตรับเด็ก ทุกคนถอนใจโล่งอก ไม่มีเสียงร้องของเด็กสักแอะ มีเพียงเสียงไอ สะบันงาไต่ลงมา
“เร็ว แม่ดา เดือนรีบตามกันลงมาไวไว”
ทั้งสองคนไต่ตามกันลงมา สะบันงาลงมาที่พื้นดินแล้ว เบิร์ตอุ้มเด็กลงมาสะบันงรีบรับมาอุ้มไว้
“คุณหนูเจ้าขา”
เจ้าคุณโผเผมาถึง
“พริสซิลล่า ลูกฉันลูกฉัน”
ทุกคนหันไปมองเจ้าคุณตกใจ
“ท่านเจ้าคุณ”
“สะบันงา ลูกฉันปลอดภัยไหม”
“คุณหนูปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ”
สะบันงารีบส่งเด็กให้ดา ผวาไปประคองเจ้าคุณ
“นายบุญ ไปรับคุณหลวงหมออดุลย์มาเดี๋ยวนี้”
นายบุญวิ่งไปทันที
“กุ๊กเพ้ง กุ๊กเบิร์ตพาท่านไปข้างบน”
สองคนมาที่เจ้าคุณ
“แม่ดา เดือน พาคุณหนูไปอยู่ที่เรือนพะไลชั่วคราวก่อน เอาของใช้ไปเท่าที่จำเป็น”
“คนอื่นๆรีบช่วยกันดับไฟให้สงบ”
“เจ้าคุณมองสะบันงาอย่างขอบคุณชื่นชม”
“ขอบใจมากสะบันงา”
“เจอคุณหญิงหรือเปล่าเจ้าคะ”
“เมี้ยนกำลังไปตามหาแล้ว”

เจ้าคุณตอบเลี่ยงๆ สะบันงารับรู้เบาใจ
จบตอนที่ 8 
กำลังโหลดความคิดเห็น