xs
sm
md
lg

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 2

เผยแพร่:

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 2

วันใหม่...เจ้าสัวเส็งกับสองคุณนายตกใจกับคำพูดง่ายๆ ท่าทีเฉยชาของศรีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เจ้าคุณ ขอหนูศรีแต่งงาน”
“ค่ะ”
เจ้าสัวเส็งไม่เข้าใจ
“แปลกประหลาดแท้ๆ เขามีแต่มาสู่ขอกับพ่อแม่ก่อน นี่สู่ขอกันเองก่อน”
คุณนายใหญ่งงๆ
“แถมให้ลูกสาวมาบอกพ่อแม่ตัวเอง”
“ฝรั่งเขาทำกันแบบนี้มั้งคะ” คุณนายน้อยออกความเห็น
“เจ้าคุณจะส่งเถ้าแก่มาสู่ขอหนูกับคุณเตี่ย และคุณแม่ใหญ่ แม่น้อยในอีกไม่กี่วันข้างหน้าค่ะ”
เจ้าสัวเส็งแอบดีใจ
“รวดเร็วมาก รวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว”
คุณนายใหญ่สงสัย
“ใครบอกหนูว่าเขาจะมาสู่ขอ”
“ลออศรีค่ะ ลออศรีเป็นตัวตั้งตัวตี”
คุณนายน้อยดีใจ
“แม่ ดีใจเหลือเกิน เอ้อ หนูไม่ขัดข้องใช่ไหม”
“หนูสาบานกับคุณเตี่ยไว้แล้ว หนูมีสัจจะ ไม่กลับคำหรอกค่ะ”
เจ้าสัวเส็งพอใจมาก
“ขอบใจ ขอบใจลูกมาก หนูศรี”
“เราจะแต่งงานกันแบบฝรั่งที่โบสถ์ค่ะ”
เจ้าสัวเส็งชะงัก
“แล้วประเพณีจีนเล่า”
“คุณเตี่ยขา ประเพณีอะไรก็ได้ที่ทำให้หนูต้องแต่งงานกับเขา และขอให้วางใจได้ว่าหนูไม่บิดพลิ้ว”
สามคนตอบพร้อมกัน
“ขอบใจ”
“ทีนี้ส่งตัวเมี้ยนมาคืนให้หนูเร็วที่สุดด้วยค่ะหนูจะยังไม่แต่งงานถ้าเมี้ยนยังไม่กลับมา และหนูจะพาเมี้ยนไปอยู่บ้านเจ้าคุณด้วยกัน”
สามคนมองหน้ากันพูดไม่ออก เจ้าสัวเส็งจำต้องยอม
“ตกลง”

เรือสินค้าใหญ่จอดอยู่ที่ท่าเรือ เมี้ยนลงมาจากเรือ ศรีรออยู่ด้านล่าง
“คุณหนูเจ้าขา”
“ฉันคิดถึงเมี้ยนมาก”
“เมี้ยนก็คิดถึงคุณหนู เหลือเกินเจ้าค่ะ คิดว่าจะโดนปล่อยเกาะที่มาเก๊ากับแผ่นดินใหญ่แถวเมืองจูไห่ ไม่ให้กลับเมืองไทยเสียแล้ว”
“ฉันไม่ยอมหรอก ยังไงฉันก็ต้องให้เมี้ยนได้กลับมาหาฉัน”
เมี้ยนมองศรีเห็นยิ้มแปลกๆ
“ทำไมคุณหนูยิ้มแปลกๆ เจ้าคะ”

รถของบ้านเจ้าสัวเส็ง วิ่งมาตามถนนกลับบ้าน เมี้ยนมองหน้าศรี เชิงถาม
“เราจะย้ายบ้านกันนะเมี้ยน”
“ย้ายบ้านไปไหนเจ้าคะ ท่านเจ้าสัวจะสร้างบ้านใหม่หรือเจ้าคะ”
“ฉันต่างหาก เราจะไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน”
“คุณหนู อย่าล้อเล่นสิเจ้าคะ”
“พูดจริง ฉันจะไปเป็นคุณหญิง ของท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิ”
เมี้ยนตกใจ
“คุณหนู”
“จะแต่งตั้งเมี้ยนเป็นผู้ช่วยคุณหญิง มีอำนาจเด็ดขาดในบ้านหลังนั้น”
“โธ่ เมี้ยนเสียใจด้วยนะเจ้าคะ นี่คงโดนบังคับ จนไม่กล้าบิดพลิ้ว”
“ไม่มีใครบังคับ ฉันตัดสินใจเอง ฉันขอตอบแทนพระคุณคุณเตี่ย ฉันต้องการคืนศักดิ์ศรีและเกียรติของพวกท่าน ที่ฉันเคยย่ำยีเล่นเพื่อเอาตัวรอดหลายครั้ง พวกท่านทำเพื่อฉันมามากแล้ว ฉันขอทำเพื่อพวกท่านบ้างสักครั้ง ให้ท่านภูมิใจที่ลูกสาวได้เป็นคุณหญิง ลบคำสบประมาทว่าไม่มีใครมาสู่ขอฉัน ชี้หน้าว่า ฉันคืออีนังแร้งทึ้งแก่ตายคาคาน”
“คิดดีแล้วหรือเจ้าคะ ไหนว่าเกลียดน้ำหน้าฝรั่งเจ้าคะ”
“อาจยกเว้นฝรั่งคนนี้ สักคน”
“เขามีดีอะไรเจ้าคะ ประทับใจเขาตรงไหนเจ้าคะ”
ศรียิ้ม แล้วเล่าที่เธอแกล้งทำไก่กระเด็นหยิบไก่มาแทะ เจ้าคุณหยิบมาแทะบ้าง ชวนทุกคนมาแทะไก่กิน
“ฉันประทับใจเขา”
เมี้ยนอึ้ง
“ไม่เห็นจะน่าประทับใจตรงไหน กะไอ้มานั่งแทะไก่ ตลกจะตายไปเจ้าค่ะ”
“แต่ฉันชอบมาก หากเป็นคนไทย เมียทำอย่างนี้ โดนตบตีตายคาชามข้าวแน่ ฉันพยายามทำน่าเกลียด ทำบ้าๆบอๆ พูดจาร้ายๆใส่เขาเขาก็ไม่ถือสา จะมีสามีทั้งที ถ้าเขามีใจกว้าง ไม่ถือสา แบบนี้ ค่อยไม่น่าห่วง”
“คุณหนูละก้อ พูดจายังกับว่าการมีสามี มันเรื่อยเปื่อยเหมือนกินขนมโก๋”
“เตรียมตัวเตรียมใจ เป็นแนวหน้าไปปราบนางบ่าวร้ายๆ ในบ้านนั้นให้ดีๆ เถิดเมี้ยน”
“ได้ทั้งนั้นเจ้าค่ะ เมี้ยนจะรับมือเอง คุณหนูอยู่เฉยๆ ได้เลยเจ้าค่ะ”
“ขอบใจเมี้ยนมาก”
สองคนยิ้มให้กัน กุมมือกันไว้

ห้องหอกำลังถูกจัด มีสังวร สังเวียน แกละ น้อย กำลังช่วยกัน สามคนหน้างอ ส่วนแกละเฉยๆ
“นี่ท่านตามใจว่าที่คุณหญิงถึงขนาดยกบ้านให้ทั้งหลัง อยู่ตามลำพังคงรักมาก หลงมาก” แกละเปรยๆ
“โธ่เอ๊ย ก็แค่ลูกเจ๊ก” น้อยเบ้หน้าเหยียด
“พวกเราต้องมานั่งกราบไหว้ ลูกสาวเจ๊ก ต้องกลัวมันลนลาน” สังวรเจ็บใจ
“พวกเราต้องอย่ายอมให้มันมาวางเบ่งใส่เรา” สังเวียนมีฮึด
“พวกแกก็พูดไป เขาอาจไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ และอีกอย่างทำไมพวกแกชอบพูดว่าเจ๊กทำไมไม่พูดว่าจีน ฟังแล้วไม่รู้สึกว่าโดนกดให้ต่ำต้อยจะเจ๊กจะจีนมันก็ดองกันจนบางทีดูไม่ออกว่าไหนไทยไหนจีน” แกละเตือน
สังวรเบ้หน้า
“เชอะ พวกลูกเจ๊กด้วยกัน มิน่า เข้าข้างกันตั้งแต่วันที่มันมาวันก่อนแล้ว”
แกละไม่พอใจ
“แกจะเอายังไง กับอีลูกเจ๊กคนนี้ จะสามรุมหนึ่งก็ยังไหว มาสิ แม่จะเลี้ยะพ๊ะให้งอมพะราม”
แกละตั้งท่า สามคนพยักหน้ารุมกระโดดใส่ แกละ เลี้ยะพ๊ะใส่จริง สู้กันอุตลุด บ่าวชายตกใจ
“เฮ้ย หมาตัวเมียกัดกันใหญ่ หยุดนะ นายท่านกำลังมา”
เจ้าคุณมาถึงตวาดก้อง
“หยุด”
สี่คนหยุด รีบนั่งลงกับพื้นก้มหน้างุด
“เป็นหมาหรือ ลุกมากัดกันทำไม”
สี่คนมองหน้ากัน
“พวกบ่าวซ้อมเลี๊ยะพ๊ะกันเจ้าค่ะ” แกละโกหก
“พวกแก ไร้ระเบียบจริงๆ ด้วย จำไว้อีกไม่นานฉันจะพาคุณหญิงของฉันมาปกครองพวกแก พวกแกต้องเชื่อฟังคุณหญิง ใครอวดดี ฉันอนุญาตให้คุณหญิงลงโทษพวกแกตามสบาย จำไว้”
สี่คนจ๋อยๆ
“เจ้าค่ะ”
“รีบทำตามที่สั่งเอาไว้ให้เรียบร้อย อย่าให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว”

เจ้าคุณเดินออกไป สี่คนมองหน้ากัน จ๋อยสุดๆ
เหตุการณ์ที่แพริมคลอง...สะบันงา ดูเศร้ามากผิดกับตอนที่ศุกลจะจากไป เธอปิดหนังสือและสมุดที่ศรีสอน

“เก่งมากแล้วสะบันงา”
“ขอบพระคุณคุณท่านมากค่ะ”
“ทำไมหน้าเศร้านัก”
“หนูคงคิดถึงคุณท่านมากค่ะ”
“ฉันก็คงคิดถึงสะบันงามาก แต่บางทีเราไม่อาจฝืนบางสิ่งได้ แม้ไม่เต็มใจ ฟังนะ ถ้าฉันมาเยี่ยมคุณเตี่ย กับคุณแม่ทั้งสองฉันจะมาหาสะบันงา ฉันไม่ลืมสะบันงาหรอก ทำตัวดีๆ รอคุณศุกลกลับมานะสะบันงา”
“ค่ะ หนูใจหายนะคะ คุณท่านเคยบอกว่า ถ้าแต่งงานตั้งแต่มีคนมาสู่ขอครั้งแรก คงมีลูกอายุเท่าหนู หนูอบอุ่นใจเวลาอยู่ใกล้คุณท่านค่ะ”
“ฉันก็มีความสุขที่อยู่ใกล้สะบันงา สะบันงาเหมือนน้องสาวเล็กๆของฉันจะบอกให้นะ สะบันงาอยากเป็นคนถือชายกระโปรงฉันไหม”
สะบันงาไม่เข้าใจ
“ถือชายกระโปรงทำไมคะ”
ศรียิ้มแย้มบอก
“ฝรั่งแต่งงานกัน ชายกระโปรงมันยาวมากต้องมีคนยก ไม่อย่างนั้นจะหกขะล้มหัวฟาดพื้น”
“รู้แล้ว ทำไมต้องทำให้ชายกระโปรงยาวด้วยคะ”
“นั่นสิ มันคงดูสวยมั้งเอาเป็นว่า สะบันงาจะถือชายกระโปรงให้ฉันเข้าไปในโบสถ์ไหม ถือคู่กับลูกสาว คุณหญิงลออศรี เพื่อนฉัน เขาเด็กกว่าสะบันงานิดหน่อย”
“พระท่านไม่ว่าเอาหรือคะ ไปลุ่มล่ามในโบสถ์”
“โบสถ์ฝรั่ง พระฝรั่ง ฉันจะแต่งงานกับฝรั่งในโบสถ์” ศรีขำๆ
สะบันงาหน้าตื่น
“คุณท่านจะแต่งงานกับฝรั่ง น่ากลัวจังค่ะ”
“บางทีฝรั่งก็ไม่น่ากลัวหรอก คนน่ากลัวมีทั่วไปทั้งไทยจีน และชาติอื่น คนน่ากลัวก็คนที่ชอบทำสงครามรบราฆ่าฟันต่างหาก”
ศรียิ้ม

พิธีแต่งงานในโบสถ์...แขกนั่งม้านั่งกันจำนวนหนึ่งแต่งตัวสวยงาม คุณนายทั้งสอง ใส่ชุดจีนสวยงามนั่งยิ้ม เจ้าคุณเกษมกับลออศรีนั่งหน้าบาน เจ้าบ่าวยืนรอบนแท่นกับหลวงพ่อ เสียงเพลงบ่าวสาวดังขึ้น ทุกคนยืนหันไปมองที่ประตูโบสถ์ เจ้าสัวเส็งพาศรีในชุดเจ้าสาวคลุมหน้า เดินมา มีสะบันงากับ ปานวาด ยกชายกระโปรงของศรีตามหลังมา คุณนายใหญ่กระซิบคุณนายน้อย
“คลุมหน้ามากันอีกแล้ว แม่น้อย ฉันละกลัวจะเป็นนังเมี้ยน”
“นางเมี้ยนมันหลบหน้าหนีอยู่นั่นคะ แถวหลังสุด”
“โล่งอกไปที”
“วันนี้ลูกสาวดิฉันถือชายกระโปรงให้ศรีเขาด้วยนะคะ” ลออศรีบอกอย่างปลื้มๆ
สองคุณนายชื่นชม
“แหม... น่ารักจริง”
ลออศรีแปลกใจ
“แล้วอีกคนเล่าคะ ลูกหลานใครคะ”
สองคุณนาย ส่ายหน้า

เจ้าสัวเส็งพาศรีเดินมา หน้าตามีสุขยิ่งนัก
“ลูกสาวของพ่อ ต้องทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของสามีนะลูก”
“ค่ะ คุณเตี่ยหนูจะพยายาม”
“พ่อดีใจที่สุดในชีวิต ที่ได้เห็นวันนี้ วันที่ลูกสาวพ่อไปเป็นคุณหญิง ลูกเคยทำให้พ่อฝันสลาย แล้วจู่ๆ ลูกก็ทำให้ฝันของพ่อเกินจริง ไม่เคยคิดว่าจะมีลูกเป็นคุณหญิง มีเขยเป็นพระยา”
“หนูก็ดีใจที่มีวันที่ทำให้คุณเตี่ยและแม่ทั้งสอง มีความสุขค่ะ”
“แต่ก็ยังห่วงแต่ศุกล จะไปคว้าใครมา ได้ยินว่า ไปติดใจลูกสาวคนขายเครื่องปั้นดินเผาแพริมน้ำ พ่อไม่ยอมเด็ดขาด”
ศรีหันไปมองเบื้องหลังนิดหนึ่งแล้วหันกลับมา...สะบันงากับปานวาดสองคนอายุไล่เลี่ยกัน น่ารักมาก สองคนยิ้มให้กัน
“เธอสวยน่ารักจัง ไม่เคยเจอเด็กอะไรสวยอย่างเธอมาก่อน” ปานวาดชม
“คุณก็สวยจังเจ้าค่ะ พูดเพราะมากด้วย”
“เธอชื่ออะไร”
“สะบันงาเจ้าค่ะ”
“เพราะมาก แต่ทำไมเธอถึงใช้คำว่าเจ้าค่ะ กับฉัน”
“คือว่า ฉันเป็นแค่เด็กลูกสาวคนขายเครื่องปั้นดินเผาในแพริมคลองบ้านท่านเจ้าสัวเจ้าค่ะ”
“ฉันชอบเครื่องปั้นดินเผา มีหม้อข้าวหม้อแกง กับที่ทำขนมครกของเล่นขายไหม”
“มีเจ้าค่ะ”
“อยากได้จังเลย”
“ฉันก็อยากให้คุณจังเลยเจ้าค่ะ คุณ เอ้อ...”
“ฉันชื่อปานวาด”
“คุณสวยเหมือนวาดไว้จริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ”
“อย่าพูดเจ้าคะเจ้าขากับฉัน ฉันไม่ถือตัวเหมือนคุณหญิงหรอก ท่านชอบสั่งให้ฉันถือตัวถือยศ ถือมากๆ โอ๊ยหนักจะตาย”
สองคนเผลอหัวเราะ ศรีหันมา

“จุ๊ๆ”
เจ้าสัวเส็งพาศรีมาส่งให้เจ้าบ่าว แล้วถอยไป ทั้งสองยืนหันหน้ามาหากัน บาทหลวงเริ่มทำพิธี

“เจ้าคุณ จะยอมรับผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาไหม”
“ยอมรับครับ”
“เธอจะยอมรับผู้ชายคนนี้เป็นสามีไหม”
“ยอมรับค่ะ”
บาทหลวงพูดต่อไป สะบันงากับปานวาด ยืนมองตาแป๋ว
“ฉันอยากแต่งงานแบบนี้จังเลย สะบันงา” ปานวาดกระซิบ
“คุณปานวาดก็ต้องแต่งงานกับฝรั่งสิคะ”
“จริงของเธอ โตขึ้นฉันจะหาฝรั่งมาแต่งงานด้วยสักคน”
สะบันงาตกใจ
“ตายจริง”
ปานวาดหัวเราะ

ลออศรชี้ไป
“นั่นไงคะ เด็กสาวที่มาถือชายประโปรงให้ศรี หน้าตาดีสวยมากหลานสาวเจ้าสัวหรือคะ”
สองคุณนายมองไป เห็นสะบันงาสวยงามมากจริงๆ สองคุณนายสงสัย
“ใครกันนะ”
บาทหลวงบอกกับบ่าวสาว
“แลกแหวนกันได้”
สองคนแลกแหวน
“เจ้าบ่าวเชิญจูบเข้าสาวได้”
พวกผู้ใหญ่ตกใจมาก
“อะไรกัน จะให้มาจูบกันต่อหน้าคนทั้งห้อง” คุณนายใหญ่โวย
คุณนายน้อยหน้าตื่น
“ไม่ไหวนะคะ แบบนี้น่าอายมาก”
สองคนพากันปิดตาทนดูไม่ได้ เมี้ยน จะบ้าตาย
“เวรกรรมของคุณหนู จริงจริ๊ง มีวันนี้จนได้ โอ๊ยไม่อยากจะนึกถึงคืนนี้”
เจ้าคุณยกผ้าคลุมหน้าศรีขึ้นแล้ว ยื่นปากไปจูบปากศรีแบบเต็มๆ ศรีตกตะลึงตกใจมาก ไม่ชอบด้วย
กัดปากเจ้าคุณโดยแรง
“โอ๊ย”
ทุกคนตกใจ เจ้าคุณปล่อยปากจากการจูบ ศรีทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ยิ้มๆ
“ซอรี่ ฉันตกใจน่ะค่ะ คนไทยเขาไม่ทำกัน”
“ไม่เป็นไร เบบี้ เอาไว้แก้ตัวใหม่คืนนี้”
ศรียิ่งตะลึง

คนในบ้านทั้งหมดยืนรอรับ สังวร สังเวียน น้อยหน้างอ
“แหม ตามใจกันจะเป็นจะตาย เป็นเมียแบบไหนไม่ยอมนอนเรือนเดียวกับผัว ท่านก็ตามใจ ใช้พวกเราจัดบ้านให้มันซะหัวหมุน” สังวรบ่นอย่างไม่พอใจ
สังเวียนยิ้ม
“ไม่ดีหรือ ที่มันไม่นอนเรือนเดียวกับท่าน มันก็น่าจะมีโอกาสของเรา สักวัน”
น้อยเห็นด้วย
“แกพูดถูก สังเวียน แกอาจมีโอกาส สักวัน วันที่คุณหญิงเธอเผลอไผล”
สังวรหันขวับมาจ้องหน้าน้อย
“แกไม่เกี่ยวนางน้อย”
แกละเบื่อเต็มทน
“หุบปาก โน่นมากันแล้ว เงียบ อย่าทำให้ท่านอารมณ์เสีย”
สังวรมองไปอย่างสงสัย
“ทำไมมันมารถกันสองคัน”
รถสองคันจอด นายยอดลงมาเปิดประตูให้ศรี และเปิดให้เจ้าคุณ เจ้าคุณเดินมาประคองศรี จูงมือผ่านบ่าวทั้งหลาย และหยุดยืนบนเทอเรส หันหน้ามาหาทุกคน
“ทุกคนทำความเคารพ คุณหญิงศรี”
ทุกคนย่อตัวไหว้ บ้างก็คุกเข่า คงมีสังวรกับสังเวียนและน้อยที่พยายามไม่นั่งลง
“สวัสดีเจ้าค่ะ สวัสดีขอรับ”
ศรีปรายตามองสามคน
“หล่อนสามคน เป็นโรคเส้นยึด กระมัง”
เจ้าคุณตวาดลั่น
“คุกเข่าลงไหว้คุณหญิงเดี๋ยวนี้”
“ไม่เป็นไร่ค่ะ ดิฉันไม่ถือสา เรามีประชาธิปไตยแล้ว ใครใคร่ยืน ยืน ใครใคร่นั่ง นั่ง เพียงแต่ว่าเวทนาว่าพวกเขาคงขาแข็ง
เพราะมายืนรอนาน เดี๋ยวให้เมี้ยนมาจัดการเถิดค่ะ”
“เห็นไหมว่าคุณหญิงท่านไม่ถือสาหาความ”
“ฉันอยากเข้าไปพักผ่อนในบ้านแล้วค่ะ เชิญยืนตามสบายไปนะจ้ะสามคนนี้”
เมี้ยนลงรถอีกคัน มีคนรถเจ้าสัวเส็งช่วยหิ้วกระเป๋า พวกยอด ซ้ง แกละ พากันมาช่วยกกระเป๋า เมี้ยนเดินยิ้ม
ถือกระเป๋ามาแกล้งกระแทกสามคนล้มลง
“อุ๊ยตาย ไม่ทันเห็น นึกว่าหัวหลักหัวตอ”
สามคนร้องลั่น
“ว๊าย”
เมี้ยนจ้อง
“ลูกขึ้นยืนต่อสิยะ ยืนต่อไปสักสามชั่วโมง”
“แกเป็นใครมาออกคำสั่ง” สังวรโวย
เมี้ยนจ้องหน้าเอาเรื่อง
“เป็นผู้ช่วยคุณหญิง มีหน้าที่ออกคำสั่งพวกแกแทนคุณหญิง ยืนไว้อีกสามชั่วโมงจะออกมาสั่งให้ไป จำไว้อย่าบังอาจมาลบหลู่คุณหญิง อย่ามาลองของแบบโง่ๆหัดเจียมตัวไว้ แล้วพวกแกจะได้ดี”
เมี้ยนเดินตามเข้าไปในบ้าน พวกนั้นมองตาม อึ้งๆ
“อะไรกันนี่”
แกละสะใจ
“ผลของการลองของ ของพวกแกไงล่ะ”
แกละเดินจากไป สามคนทำท่าขยับจะตาม เมี้ยนเดินกลับมา
“ฮะแอ้ม อย่าขัดคำสั่งผู้ช่วยของ คุณหญิงเด็ดขาด”
เมี้ยนยิ้ม

ศรีนั่งบนโซฟาในห้องที่เจ้าคุณจัดให้อย่างหรูหราสวยงาม
“ชอบไหมจ้ะ ศรี”
“ชอบค่ะ ขอบคุณมาก”
เจ้าคุณ เดินไปที่ประตูห้องปิดประตู
“เอ้อ ศรีจ้ะ ฉันจะชวนศรีไปฮันนีมูน ศรีก็บอกว่าไม่อยากไป ฉันตามใจศรีทุกอย่าง อยากอยู่คนละเรือนกับฉัน
ฉันก็ไม่ว่า แต่ว่า ฉันเอ้อ...ฉัน อยากกอดอยากหอมภรรยาคนสวยเหลือเกินแล้ว”
เจ้าคุณกอด ศรีสั่นไปหมด ไม่ชอบ ไม่เคยต้องมือชาย
“เอ้อ...”
“โถ ตัวสั่นไปเป็นลูกนก ไม่ต้องกลัวนะศรี ฉันสัญญาว่าจะทะนุถนอมศรีให้ดีที่สุด”
“เอ้อ ขอบคุณค่ะ เอ้อ ปล่อยก่อนได้ไหมคะ ฉันกลัว”
“ได้จ้ะ แต่คืนนี้ไม่มีปล่อยนะจ้ะ”
เจ้าคุณปล่อย แล้วขโมยหอมแก้ม ศรีรีบเอามือเช็ดแล้วนึกได้
“เอ้อ...”
“ศรีเช็ดแก้มทำไม รังเกียจฉันหรือ”
“เอ้อซอรี่ค่ะ ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ แต่ไม่เคยโดน เอ้อ...ทำแบบนี้ มาก่อน”
เจ้าคุณงง ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนแต่ก็ยิ้มพอใจ
“ฉันคิดถูกจริงๆ นี่ราวกับว่าศรีถนอมตัวมานานเพื่อรอฉัน ฉันรักศรีจริงๆ”
“เอ้อ ขอบคุณมากค่ะ เอ้อฉันอยากขอจัดข้าวของ และทำความคุ้นเคยกับที่นี่ก่อนนะคะ ท่านควรไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อนที่ตึกโน้นก่อนนะคะ”
“แหม น่าเสียดาย ก็ได้จ้ะเจอกันตอนดินเนอร์ ใต้แสงเทียนนะจ้ะ”
ศรีดึงแขนเจ้าคุณมาที่ประตู ดันออกไป เจ้าคุณไม่วายขโมยหอมแก้มอีกครั้ง

ศรีรีบปิดประตู แล้วขยี้แก้มตัวเอง แรงๆ เหมือนจะให้รอยจูบหลุดไป
เมี้ยนแอบมองเจ้าคุณที่เดินออกไปอย่างพอใจ เมี้ยนทนดูไม่ได้แล้วจริงๆแล้วย่องไปที่ประตูห้องศรี เคาะ

“ทำไมไม่กลับไปพักผ่อนคะ ฉันปวดศีรษะมากค่ะ”
“ก็ช่างวางแผนมากนักนี่เจ้าคะ ก็ต้องปวดศีรษะมากเป็นธรรมดาเจ้าค่ะ”
ศรีแง้มประตูมาเจอเมี้ยน
“เมี้ยน ฉันกลัวแล้วนะ”
เมี้ยนหัวเราะ ศรีดึงเมี้ยนเข้าไปในห้อง

เจ้าคุณเดินผ่าน สังวร สังเวียน น้อย ที่ยืนอยู่ไม่มองแม้แต่น้อย ฮัมเพลง ไปด้วย สามคนละห้อยมองตาม ยืนไปนินทาไป
“แกว่านังขี้ข้านั่นมันดูแปลกๆไหม ผู้ชายก็ไม่ใช่ ผู้หญิงก็ไม่เชิง” สัวรถาม
สังเวียนไม่พอใจ
“มันวางอำนาจซะยังกับเป็นยัยนั่นเสียเอง”
น้อยเจ็บใจ
“อยู่บ้านนี้กันมาดีๆมีความสุข วันดีคืนดี กลับมามีคุณหญิงเป็นนาย มีนางขี้ข้านั่นมาวางก้ามใส่”
สังวรแค้นใจ
“เมื่อสักครู่ท่านเดินผ่านพวกเราที่ยืนขาแข็ง ท่านยังไม่ถามสักคำ คอยดูต้องมีสักวันที่เป็นของกูบ้าง”
สังเวียนแววตาเกลียดชัง
“เกลียดมันสองคนจริงๆ มันไม่มาดีกับเราแน่ๆ”
น้อยแววตาร้าย
“มันร้ายมาเราก็ร้ายตอบมันสิ”
สามคนเห็นดีเห็นงามด้วยกัน

ศรีเริ่มวิตกกลัวการไปนอนกับเจ้าคุณ
“เมี้ยนฉันกลัว”
“เมี้ยนก็ว่าอย่างนั้นแหละเจ้าค่ะ ไม่ควรที่เลย ไหนว่าเก่งไงเจ้าคะ แล้วทีนี้จะหลบเลี่ยงอย่างไรถึงจะพ้นเจ้าคะ คืนนี้กำลังจะมาถึงนะเจ้าคะ”
“เมี้ยนอย่าขู่ ช่วยฉันแก้ปัญหา คิด คิดสิ ว่าฉันจะทำอย่างไร”
“ไม่อยากจะช่วยแล้วเจ้าค่ะ ตอนตัดสินใจแต่งไม่ปรึกษาเมี้ยน มาตอนนี้จะหนีเลี่ยง มาออดอ้อนเมี้ยน ให้ช่วย”
“หรือว่าเมี้ยนอยากให้ฉันมีอันเป็นไปอย่างที่ฉันกลัว ตามใจนะเมี้ยนกลับไปซะ ฉันอยู่คนเดียวได้”
ศรีงอน เมี้ยนตามไปนั่งคุกเข่ากอดเอวไว้
“ทูนหัวของเมี้ยน ไม่ไปค่ะ ไล่ยังไงตบตีก็ไม่ไป เมี้ยนจะอยู่กับคุณหญิงปกป้องคุณหญิงไปจนตายเจ้าค่ะ”
“รู้แล้ว ฉันนึกออกแล้วเมี้ยน แก้ปัญหาได้แล้วเมี้ยน”
เมี้ยนไม่เข้าใจ
“แก้ยังไงเจ้าคะ”
“คืนนี้...ส่งเมี้ยนไปดินเนอร์กับท่านแทนฉัน”
“ได้เจ้าค่ะ ถ้าท่านไม่ถีบเมี้ยนกระเด็นออกมาเสียก่อน”
“จากนั้น”
“ยังไงต่อเจ้าคะ”
“เมี้ยนก็ไปนอนกับท่านแทนฉัน”
เมี้ยนสะดุ้งลุกพรวด ถอยไปสุดห้องส่ายหน้าส่ายมือ
“ว๊าย ไม่นะเจ้าคะ ให้เมี้ยนทำอะไรแทนทำได้ แต่ให้เมี้ยนไปนอนกับผู้ชายแทนมันโหดร้ายเกินไป คิดใหม่เจ้าค่ะ แล้วท่านจะยอมที่ไหนกัน เจ้าคะ”
ศรีตบหัวตัวเองไปมา เมี้ยนก็ช่วยคิด

โต๊ะอาหารใต้แสงเทียน...เจ้าคุณกับศรี กินอาหาร มีเมี้ยนนั่งเท้าแขน มองตาแป๋ว เจ้าคุณมองเมี้ยนไม่อยากให้อยู่ หันมาทีไหนเจอเมี้ยนมองจ้อง
“ทำไม่ต้องให้เมี้ยนนั่งอยู่ด้วย ตอนนี้ศรีไม่ต้องมีพี่เลี้ยงแล้วนะ”
“คือ คือ เอ้อ ฉัน ฉัน ยังไม่คุ้นน่ะค่ะ”
“เดี๋ยวก็คุ้นไปเอง ให้เมี้ยนไปก่อนเถิดนะ”
“เอ้อ...”
“เมี้ยนไปซะ ฉันกับคุณหญิงต้องการอยู่กันตามลำพัง”
เมี้ยนชะงัก
“เอ้อ...”
“ไปสิ”
ศรีกระซิบเมี้ยน
“ไปเถิด ยังมีแผนที่สองรองรับ ฉันจะทำตามที่เมี้ยนบอกไม่ต้องกังวล”
“ทำให้แนบเนียนนะเจ้าคะ”
“จ้ะ”
“ฝากด้วยนะเจ้าคะ คุณหญิงท่านสุขภาพไม่ค่อยดีเจ้าค่ะ”
เมี้ยนออกไปแบบห่วงๆ เจ้าคุณยิ้มพอใจ ดึงศรีมานั่งตัก โอบซ้ายขวาหอมไปมา ศรีนั่งตัวแข็ง เจ้าคุณอุ้มศรี
“จะทำอะไรคะ”
“อุ้มเจ้าสาวเข้าหอ”

เจ้าคุณพาขึ้นบันไดไป ศรีอึ้ง รู้สึกอยากตาย!

อ่านต่อหน้า 2
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 2 (ต่อ)

เมี้ยนออกมาหน้าตึกตามคำสั่งเจ้าคุณ แต่ไม่ไปไหนไกล เพราะรอดูผลงานของคุณหญิงศรี เมี้ยนชะเง้อมองไปบนตึกเดินวนเวียนไปมา ใจร้อน กลุ้มใจ

“โธ่...คุณหญิงของเมี้ยน เดี๋ยวก็พลาดจนได้เจ้าค่ะ”
สังวร สังเวียน และน้อยมาแอบมองเมี้ยนอย่างแปลกใจ
“นางคนนี้หญิงไม่ใช่ ชายไม่เชิง มันมาเดินวนเวียนเป็นหนูติดจั่นหน้าตึกท่านทำไม” สังวรถาม
“มันมองขึ้นไปชั้นบนของตึก เหมือนคนสติสตังไม่เต็ม มันเป็นอะไร” สังเวียนออกความออกความเห็น
“ฉันว่านายบ่าวสองคนนี้มันมีอะไรแปลกๆ” น้อยมองอย่างพิจารณา
“เรามาแกล้งนังเมี้ยนกันดีกว่า สิว่ามันจะเก่งกล้าสักเพียงไหน”
“เอาให้มันจับไข้หัวโกร๋นไปเลย”
สามคนกระซิบกันแล้วคิกคัก

เจ้าคุณอุ้มคุณหญิงศรีมาวางลงบนเตียง ศรีตัวแข็งทื่อแววตาเก่งกล้าสามารถหายไปเหลือแววตาตระหนกตกตื่น
“ที่รัก เบบี้ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตกใจ ผมอยากมีลูกชายหรือลูกสาวแสนฉลาดอย่างศรีเอาไว้สืบสกุลของเราให้เร็วที่สุด”
เจ้าคุณก้มลงไปหอมแก้มศรีตาเหลือก ยกมือทำท่าอ้อมมาจะทุบเจ้าคุณ แต่นึกถึงที่เมี้ยนบอก
‘ทำให้แนบเนียนนะเจ้าคะ อย่าบุ่มบ่าม’
คุณหญิงศรีชะงักมือ นึกถามตัวเองว่าทำให้แนบเนียน จะทำยังไงดี
“แก้มที่รักหอมมากเป็นกลิ่นเนื้อนางที่หอมที่สุด ไม่เคยหอมอย่างนี้มาก่อน”
เจ้าคุณกอดไว้ คุณหญิงศรีตกใจกลัวมากขึ้นทุกทีเจ้าคุณลูบผมไปมา ยิ้มสบตา
“เอ้อ ขอบคุณค่ะ เอ้อ...”
“ศรีสวยเหลือเกิน ผมชอบผู้หญิงสวยชาญฉลาดเข้มแข็งไม่ชอบผู้หญิงปวกเปียกอ่อนแอ”
“ขอบคุณมากค่ะ เอ้อ...แต่บางทีฉันก็อ่อนแอและโง่ค่ะ”
คุณหญิงศรีส่ายตามองไปเจอเอารูปของเจ้าคุณตั้งหัวเตียงคว้ามาอยากจะตีหัว เจ้าคุณหันมาเจอแปลกใจ
“ศรีอยากดูรูป ทำไมไม่บอกเดี๋ยวค่อยดูก็ได้ มีให้ดูทั้งอัลบั้มเลยแหละ”
“เอ้อ...ขอบคุณค่ะ เอ้อ...”
“ศรีพูดเป็นคำเดียวว่าขอบคุณ น่ารักมาก”
“เอ้อ...อย่ารัดแรงสิคะ”
“ไม่ได้รัดกอดต่างหาก กอดกันให้แน่นมันอบอุ่นมากกว่ากอดหลวมๆ”
“เอ้อ...ฉัน ฉันเอ้อ...อึดอัดหายใจไม่ออกจนเริ่มเวียนศีรษะกรุณาปล่อยฉันสักครู่ ขอเวลาฉันหายใจก่อนค่ะ”
เจ้าคุณมึนๆแต่ก็โอนอ่อน คุณหญิงศรีถอนใจระบายลมหายใจ ร้องบอกตัวเองในใจว่าอยากกลั้นใจตาย ขณะที่เจ้าคุณตามมาโอบกอดใหม่ แต่แบบหลวมๆ

เมี้ยนเดินวน เดินถอย เดินหน้า เดินซ้าย เดินขวา มองขึ้นไปบนตึก
“คุณหญิงของเมี้ยน คุณหญิงเจ้าขา ทำไมเงียบเชียบ หรือว่าไปติดอกติดใจ ผู้ชายฝรั่งเข้าให้แล้วเจ้าคะ”
มีเสียงอะไรบางอย่าง โกรกกราก ด้านหลัง พร้อมกับเสียงครางๆเย็นๆช้าๆ เมี้ยนยืนนิ่งชะงักเมี้ยนตัดสินใจหันไป แล้วเห็นหลังพุ่มไม้มีบางอย่างเคลื่อนไหว พุ่มไม้สั่นเสียงครางอยู่ตรงนั้น เมี้ยนมองนิ่ง มีอะไรบางอย่างค่อยๆโผล่ขึ้นมา พร้อมกับเสียงคราง โผล่สูงขึ้น สูงขึ้น
“อะไรกันนี่” เมี้ยนตะลึง
ร่างนั้นสูงมากขึ้น จนท่วมหัวเมี้ยน
“เปรต”
เมี้ยนมองจ้อง ร่างนั้นสูงจนสุด แล้วคราง ยื่นมือมา มีผ้าคลุมหัวไว้เมี้ยนหันกลับ มีเสียงคล้ายหัวเราะนิดหนึ่ง ประมาณกะว่าเมี้ยนจะหนี แต่เมี้ยนหันกลับมาพร้อมด้วยลูกแก้วที่ใหญ่มากในมือ ซึ่งที่ควักมาจากกระเป๋ากางเกง
“หนอยแน่ะ..อีเปรตมาขอส่วนบุญหรือ เอาลูกแก้วนี่ไปกินเถิดไปที่ชอบที่ชอบ ที่ชั่วที่ช้าของแกสิ”
เมี้ยนเงื้อมือสุดแรงปาไปที่ร่างเปรตเสียงร้องหวีดหวาดดังออกมาจากร่างเปรตแล้วเปรตนั่นก็ตกร่วงมากองที่พื้นหลังพุ่มไม้เมี้ยนสาวเท้าไปทันทีเห็นสังวร สังเวียน น้อย นอนร้องโอดโอยกุมหัวกุมส่วนต่างๆที่โดนปาด้วยลูกแก้ว เมี้ยนทำไม่เห็นกระโดดถีบเตะอุตลุดไปหมด สามคนร้องลั่น
“เปรตอะไรพูดภาษาคนเป็น อีเปรตทั้งหลายฟังไว้คนอย่างนางเมี้ยนไม่เคยกลัวผีสางนางเปรตนรกตนไหน ไม่ชอบลอบกัด ชอบฟัดกันตรงๆ”
เมี้ยนกระชากมาตบหน้าทีละคนที่ล้วนตกใจ กลัวความผิดเพราะโดนจับได้
“กลัวแล้ว”
“พวกแก ตั้งใจจะไล่ฉันให้ไปจากที่นี่ ระวังเถิดพวกแกต่างหากที่ต้องจากไป คุณหญิงคือประกาศิตของพวกแก ยิ่งฉันคือตัวแทนประกาศิตนั้น ฉันจะรายงานคุณหญิงให้ไปรายงานท่านเจ้าคุณ พวกแกก็หมดอนาคตแถมโดนลงโทษ ฐานหมิ่นประมาทตัวแทนของคุณหญิง”
“ฉันเปล่า นางสังวร กับนางสังเวียน มันสั่งฉันจ้ะฉันกลัวพวกมัน ฉันหัวเดียวกระเทียมลีบ”

น้อยเอาตัวรอดก่อนใคร
สองคนร้องออกมาพร้อมกัน

“ไม่จริงแกโกหก”
เมี้ยนมองสามคนยิ้มถามน้อย
“แกชื่ออะไร”
“น้อยจ้ะ”
“แกหรือมันสองคนที่โกหก”
“มันสองคนจ้ะ” น้อยรีบบอก
“แกสองคนเลวร้ายมาก แกคิดจะทำให้ฉันตกใจตาย ขวัญหนีดีฝ่อ” เมี้ยนหันไปเล่นงานสองพี่น้อง
“นังน้อยสอพลอเอาตัวรอด นังน้อยนั่นหละตัวการต้นคิด”
“มันชวนพวกฉันมาทำผีหลอกคุณ” สังเวียนเสริม
“หยุด! พอแล้ว...ครั้งนี้ยกโทษให้แกสองคนพี่น้อง แต่คาดโทษไว้ไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจรายงานท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง”
สองคนรีบเดินหนีไปอย่างเคียดแค้นน้อยขยับจะตาม
“แก อยู่ก่อน”
“มีอะไรหรือจ้ะ จะลงโทษฉันคนเดียวหรือจ้ะ”
“ไม่หรอก ฉันชอบแก ฉันเชื่อแก เอาเงินไป”
น้อยตะลึง รีบตะครุบเงิน เมี้ยนดึงกลับ
“เดี๋ยวก่อน สัญญามาสิว่าแกจะคอยสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาแทนฉันว่านางสองคนพี่น้องนั่นมันคิดการร้ายอะไรบ้าง แล้วแกจะได้ดิบดี ได้มีรางวัลทุกครั้ง มากน้อยตามความสำคัญของข่าวที่ฉันได้รับ”
น้อยยกมือไหว้เมี้ยนแทบจะกราบ
“ขอบคุณเหลือเกินจ้ะ”
“ฉันจะรายงานความดี ความชอบของแกให้คุณหญิงท่านทราบ ไปได้”
น้อยรีบออกไป ยิ้มย่อง เมี้ยนมองตามพลางส่ายหน้า
“มันก็เลวกันทั้งสามคนนั่นแหละ นางน้อยเอ๊ย”
เมี้ยนเดินกลับไปที่เดิม

คุณหญิงศรีนั่งบนโซฟาสงบสติอารมณ์ข่มความวิตกและกลัว เจ้าคุณยังเข้าใจว่าคุณหญิงศรีกลัวแต่คนละแบบกับที่คุณหญิงศรีกลัว พยายามปลอบโยน
“เบบี้คนเรา หญิงชายเกิดมาคู่กัน เราคู่กันเราจะอยู่ด้วยกันไปจนวันตายไม่มีอะไรต้องกลัวต้องปิดบังอับอายต่อกันและกัน
“ค่ะ”
เจ้าคุณโอบอุ้มคุณหญิงศรีไปยังเตียงอีกครั้ง คุณหญิงศรีรู้ดีว่าครั้งนี้จวนตัวหลบเลี่ยงไม่ได้แล้ว จึงตั้งสติเจ้าคุณเริ่มกอดหอมอย่างทะนุถนอม คุณหญิงศรีตัดสินใจ หายใจหอบแรงขึ้น แรงขึ้นทุกที เจ้าคุณทีแรกไม่เอะใจ พอเห็นคุณหญิงศรีเริ่มกระตุกตาเริ่มค้าง เจ้าคุณตกใจ
“ศรี ศรี โอมายก๊อด ศรีเป็นอะไร”
คุณหญิงศรีไม่ตอบเอาแต่หอบ แล้วหมดสตินิ่งเงียบไป
“ศรี”
เจ้าคุณตกใจมาก ลุกพรวด

เมี้ยนวิตกจริตได้ยินเสียงเจ้าคุณตะโกนลั่น
“เมี้ยน เมี้ยน”
“แย่แล้ว เกิดอะไรขึ้น กับคุณหญิง”
เจ้าคุณพรวดออกมา หน้าตาตื่น
“คุณหญิงเป็นอะไรไม่รู้หายใจหอบหมดสติไปแล้วเมี้ยนรีบไปดูเร็วๆเข้า”
“แนบเนียนมากค่ะ คุณหญิง”
เมี้ยนพึมพำรีบขึ้นไปดู เจ้าคุณบอกอย่างกังวล
“ฉันจะสั่งนายยอดไปรับหมออดุลย์มาดูอาการคุณหญิงฉันจะเรียกนายยอดไปตามหมออดุลย์มาดู”
“บ่าวว่าอีกสักพักท่านก็คงหาย คือท่านมักเป็นแบบนี้เวลาตกใจมากเข้า ท่านจะช็อคแน่นิ่งเจ้าค่ะ”
แล้วเมี้ยนก็วิ่งยิ้มพรวดหายไปในบ้าน เจ้าคุณรีบไปเรียกนายยอด ตระหนกตกใจมาก

คุณหญิงศรีกอดเมี้ยนเอาไว้แน่นซบหน้ากับอกเมี้ยนเหมือนเด็กๆ เมี้ยนปลอบโยนลูบหลังลูบไหล่เบา
“ฉันกลัว ฉันกลัวจริงๆนะเมี้ยน”
“ไม่ต้องกลัวแล้วเจ้าค่ะ ไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ”
“ฉันอยากกลับไปเรือนของเรา”
“เอ้อ..ใจเย็นๆเจ้าค่ะ มันจะดูว่าคุณหญิงหายเร็วไปหน่อยนะเจ้าคะ เมี้ยนว่า...”
“โฮ้ย…ทำไมไอ้การมีผัวนี่มันน่ากลัวนักหนาทำไมถึงได้อยากมีผัวกันตัวสั่น”
“ลางเนื้อชอบลางยาเจ้าค่ะ คนไม่อยากได้ผัวกลับมีคนมาเสนอตัวหน้าสลอน คนอยากมีผัวกลับไม่มีใครแล”
มีเสียงคนหน้าห้อง เมี้ยนรีบผละออกแล้วจับคุณหญิงศรีนอนอย่างรวดเร็ว
“มีคนมาเจ้าค่ะ เล่นละครต่อเจ้าค่ะ หลับตา หลับตา ตาหลับปี๋...มากไป มันดูออกว่าเสแสร้งแกล้งทำเจ้าค่ะ”

คุณหญิงศรีหลับตา ทันที
มีเสียงเคาะห้อง เจ้าคุณนำหน้ามาก่อนหมออดุลย์ถือกระเป๋ายาตามติดเข้ามาเมี้ยนเลื่อนตัวลงมาจากเตียงนั่งที่พื้นอย่างรวดเร็ว

“โธ่ หมออดุลย์ ดูสิยังไม่ฟื้นเลย”
หมอสีหน้าวิตก หยิบเครื่องตรวจหัวใจ เครื่องวัดความดันออกมา จับชีพจร
“ชีพจรปกติครับ หัวใจปกติครับ มีเต้นตูมตามบางช่วงเหมือนกำลังตกใจกลัว”
“ดูสิเจ้าคะ ขนาดหมดสติยังตกใจกลัวเลยเจ้าค่ะ” เมี้ยนแสร้งออกความเห็น
“ความดันปกติ แปลก…”
“แปลก...คุณหญิงเป็นอะไรกันแน่หมอ” เจ้าคุณสงสัย
“คงตื่นเต้นวิตกมากไปน่ะครับ ผมจะฉีดยาคลายเครียดให้”
“โอ๊ะ! อย่า อย่านะ เอ้อ ไม่ต้องนะเจ้าคะ”
เจ้าคุณกับหมอหันมามองหน้าเมี้ยนที่ร้องเสียงดัง
“เอ้อ คือว่าคุณหญิงท่านกลัวเข็มฉีดยา และเอ้อ แพ้ยาหลายชนิดเจ้าค่ะ”
“เมี้ยนว่าทำตามวิธีเดิมๆที่ทำกันที่บ้านดีกว่าเจ้าค่ะ เมี้ยนจะเช็ดตัวให้เอง”
“อย่างนั้นหรอกหรือ ฉันเช็ดให้เองเมี้ยนกลับไปเถิด”
เมี้ยนตะลึง
“อ้าว”
คุณหญิงศรีกระตุกแอบลืมตาแล้วเหลือบมองเมี้ยนรีบโบกให้หลับตาเจ้าคุณหันไปถามหมอ
“ทุกอย่างปกติแน่นะหมออดุลย์ ขอบใจหมอมาก เชิญกลับได้เมี้ยนส่งคุณหมอสิ ฉันจะเช็ดตัวให้คุณหญิง”
เมี้ยนขัดไม่ได้เดินจ๋อยตาม หมอออกไป เจ้าคุณเดินมาลูบหัว ก้มลงจูบแก้ม จับมือคุณหญิงศรีมาแนบแก้ม
“เบบี้ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอตกใจช็อคหมดสติ”
เจ้าคุณหายไปกลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูชุบน้ำ เจ้าคุณเริ่มเช็ดหน้าเช็ดตาเช็ดมือ เช็ดเท้าแล้วไล่มาที่คอแกะกระดุมเสื้อเพื่อจะเช็ดต่อไปที่อก คุณหญิงศรีลืมตาร้องกรี๊ด
“อ๊าย”
เจ้าคุณตกใจ
“ศรี ผีเข้าศรี”

เมี้ยนเดินมาส่งหมอ หมอเดินไปไกลแล้วเสียงกรีดร้องของคุณหญิงศรีดังมาก
“แผนสองรองรับไม่สำเร็จก็ต้องใช้แผนสุดท้ายจนได้”
หมออดุลย์วิ่งหันกลับมา
“คุณหญิงฟื้นแล้ว ทำไมร้องกรี๊ด”
“อาฟเตอร์ช็อกเจ้าค่ะ”
“นั่นมันหลังแผ่นดินไหว”
“คล้ายกันแหละเจ้าค่ะ คือครูแหม่มดอรีนสอนไว้ว่านี่คืออาฟเตอร์ช็อกเจ้าค่ะ ไม่มีปัญหาเ
กำลังโหลดความคิดเห็น...