xs
sm
md
lg

รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 8

เผยแพร่:

รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 8

รถตู้เริ่มวิ่งออกไปไกลจนสุดปลายถนน ถนนโล่งเงียบเชียบบรรยากาศแจ่มใสไม่น่ามีอันตรายใดๆเกิดขึ้น
 
ทันใดนั้นเสียงมอเตอร์ไซค์ก็แผดเสียงดัง ตี๋เล็กและบ๊วยใส่หมวกกันน็อคที่มีผ้าปิดปากขี่มอเตอร์ไซค์คู่กันมาจอด ตี๋เล็กกับบ๊วยดึงผ้าปิดปากออกแล้วหันมามองหน้ากันก่อนจะแหกปากหัวเราะดังลั่น
“แล้ววันนี้ก็มาถึงจนได้” ตี๋เล็กว่า
“วันที่น้องมาย่าจะเป็นของลูกพี่” บ๊วยบอก
ตี๋เล็กกับบ๊วยมองหน้ากันแล้วหัวเราะอีกรอบ
“วันนี้ชั้นมีความสุขจริงๆเลยว่ะ” ตี๋เล็กหัวเราะร่วน
“ลูกพี่ๆ” บ๊วยสะกิดแขนตี๋เล็กเบาๆ
ตี๋เล็กยังดื่มด่ำกับนาทีที่ยิ่งใหญ่จึงหัวเราะอย่างมีความสุข
“มีไรวะ”
“แล้วลูกพี่จะหัวเราะอีกนานมั้ย เดี๋ยวตามไม่ทันนะ”
“ตามใคร”
“ตามรถน้องมาย่าไงครับ”
“เออจริง ! ตามซิวะ ตาม แล้วเพิ่งมาเตือน”
ตี๋เล็กรีบขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปต่อ บ๊วยขี่ตามไปติดๆ

รถตู้แล่นเข้ามาจอดหน้ามินิมาร์ทขนาดใหญ่ในปั๊มน้ำมัน เมนี่พรวดพราดลงจากรถ
เมนี่ปวดฉี่มาก “พี่เมนี่ขอเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ ทุกคนห้ามลงจากรถเด็ดขาด”
เมนี่จ้ำเดินออกไปอย่างรวดเร็ว อิทธิฤทธิ์พุ่งลงจากรถ แล้วตามมาด้วยชนมน มณีมันตราลงจากพร้อมกับธรรม์
“ย่าอยู่ในรถดีกว่า อยากได้อะไร เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้เอง” ธรรม์บอก
“ย่าขอเดินเล่นแป๊บเดียวค่ะ นั่งรถมาเป็นชั่วโมง เมื่อยจะตาย” มณีมันตราบอก
“พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่า ย่าต้องระวังตัวให้มากๆ ไม่จำเป็นก็อย่าไปไหน”
“จะต้องกลัวอะไร ย่ามีชั้นอยู่ทั้งคน” อิทธิฤทธิ์บอก “ชั้นจะดูแลย่าเอง นายไม่ต้องยุ่ง ...ไป ย่า ไปซื้อขนมกันดีกว่า”
อิทธิฤทธิ์ดึงมณีมันตราเดินไปโดยเร็ว
“เราตามไปดีกว่าค่ะ พี่ธรรม์” ชนมนบอก
ธรรม์มองไปในรถก็เห็นโอเจนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่
ชนมนพูด “ปล่อยให้นอนไปเถอะค่ะ ยังไงซุปตาร์เค้าคงไม่ลงเดินกับเราแน่ๆ”
ชนมนดึงธรรม์ให้เดินออกไป เงาคนสองคนที่ดูลึกลับปรากฎขึ้นที่กระจกรถแล้วแวบหายไป

อิทธิฤทธิ์กับมณีมันตราเลือกซื้อขนมกันอยู่ มณีมันตราใส่แว่นดำอันใหญ่ คนเดินซื้อของมองอย่างไม่แน่ใจว่าเธอเป็นดาราหรือเปล่า อิทธิฤทธิ์จ้องมองคนที่มองมาอย่างเอาเรื่องจนคนที่มองมาต้องหลบไปเอง อิทธิฤทธิ์หยิบถุงผลไม้ดองผลไม้แห้งเปรี้ยวโยนใส่จนเต็มตะกร้า
“ซื้อไปทำไมตั้งเยอะแยะ” มณีมันตราถาม
“ก็ย่าเมารถไม่ใช่เหรอ”
“หายแล้ว พวกนี้ชั้นกินไม่เป็น เอาออกไปเลย”
มณีมันตราหยิบถุงในตะกร้าวางใส่ชั้นตามเดิม
“แล้วจะเอาอะไรดีล่ะ”
อิทธิฤทธิ์หยิบถุงขนมขบเคี้ยวโยนใส่จนเต็มตะกร้าอีกรอบ มณีมันตราหยิบถุงขนมออกไปอีกรอบ
“นี่เธอรู้จักชั้นมากี่ปีแล้ว อิท ชั้นแพ้ผงชูรส กินของพวกนี้ไม่ได้” มณีมันตราหลุดปาก “พี่ธรรม์ยังจำได้เลย”
“แล้วไอ้พี่ธรรม์ของเธอสนใจเธอมั้ยล่ะ ปากทำเป็นห่วง แต่ดูโน่น จะหันมามองเธอซักนิดก็ไม่มี”
ธรรม์กับชนมนอยู่ที่มุมน้ำดื่มโโยกำลังกดน้ำร้อนชงกาแฟกันอยู่ ธรรม์ชงกาแฟเสร็จก็ส่งให้ชนมนแล้วคอยเหลือบมองมณีมันตราเป็นระยะๆ
“ถ้าเป็นห่วงมาย่าขนาดนี้ ไปอยู่ใกล้ๆจะดีกว่ามั้ยคะ” ชนมนว่า
“พี่ไม่อยากมีเรื่อง”
“พี่ธรรม์เลิกทำตัวเป็นพระเอกบ้างก็ดีนะคะ”
“ทำตัวเป็นพระเอก เผื่อจะได้คู่กับนางเอกไงล่ะ”
ชนมนลองแหย่ “นางเอกคนไหนคะ นางเอกซุปตาร์ที่ชื่อมณีมันตราหรือเปล่า”
ธรรม์รีบเดินหนีออกไปอย่างแก้เก้อ ชนมนยิ้มขำแล้วรีบตามไปตอแย
“ใช่หรือเปล่าค่ะ ใช่หรือเปล่า”
มณีมันตรามองชนมนที่เดินตามแหย่ธรรม์ แล้วก็เห็นธรรม์ยิ้มเก้อๆเดินหลบไป มณีมันตรารู้สึกปลาบๆที่หัวใจ อิทธิฤทธิ์มองตามรู้สึกขัดตาอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน ทันใดนั้นเสียงมือถือของอิทธิฤทธิ์ก็ดังขึ้น อิทธิฤทธิ์หยิบมือถือขึ้นมากดรับอย่างรู้อยู่แล้ว
“อย่าเพิ่งบ่น ป้าหนอม ฟังผมก่อน”
มณีมันตราเดินออกไปโดยที่อิทธิฤทธิ์มัวแต่คุยมือถือกับถนอม
“ไม่ได้ปิดมือถือหนีครับ ไม่ได้ปิดจริงๆ แค่ลืมเปิดเท่านั้น รู้งี้ไม่เปิดหรอกพ่อว่าไงบ้าง ว่าไงก็ไม่สนหรอกนะ ฝากบอกด้วยล่ะกัน เดี๋ยวจะกลับไปให้ด่า” อิทธิฤทธิ์นิ่งฟัง “ส่งไอ้ธรรม์มาคุมผม แล้วจะมีอะไรให้เป็นห่วงอีก ครับๆ ผมจะทำตัวดีๆ ถ้ามันไม่เริ่ม ก็ไม่มีเรื่อง แค่นี้นะ ป้าหนอม”

อิทธิฤทธิ์กดมือถือปิดแล้วหันมาอีกครั้งก็ไม่เจอมณีมันตราแล้ว
ชนมนกับธรรม์เดินมานั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ม้านั่งหน้ามินิมาร์ท

“ว่าไงคะ พี่ธรรม์ ยังไม่ตอบชนเลยว่า พี่ธรรม์อยากคู่กับนางเอกคนไหน” ชนมนถาม
“เลิกพูดเถอะ ชน..” ธรรม์พึมพำ “ก็รู้ว่า มันเป็นไปไม่ได้”
“แต่ชนว่า มันเป็นไปได้ ถ้าหากพี่ธรรม์ไม่ปิดโอกาสตัวเอง พี่ธรรม์ลองทำตามที่หัวใจต้องการซักครั้งได้มั้ยคะ แล้วผลจะออกมาเป็นยังไง ก็ให้มาย่าเป็นคนตัดสินใจเอง”
ชนมนหันไปเห็นมณีมันตราเดินออกมาจากมินิมาร์ท
“ถ้าพี่ธรรม์ไม่คิดจะทำอะไรเลย พี่ธรรม์กับมาย่าจะไม่มีวันเหมือนเดิมพี่ธรรม์อยากให้เป็นอย่างนั้นเหรอคะ”
ชนมนรีบเดินออกไปที่รถตู้ มณีมันตราหันมาเห็นธรรม์มองมาก็ขยับจะเดินหนีไป ธรรม์รีบก้าวยาวๆเดินไปหา
ธรรม์ดุอย่างเป็นห่วง “ทำไมออกมาคนเดียว”
“ห่วงด้วยเหรอ..เห็นคุยกับพี่ชนไม่หยุด”
“ถ้าไม่ห่วง ก็ไม่มาหรอก”
มณีมันตรามองธรรม์นิ่งอย่างรู้สึกดีขึ้นมาทันทีและโลกก็สดใสขึ้นในพริบตา
“ขอบคุณนะคะ..ทุกคนรู้สึกอุ่นใจขึ้นมากที่มีพี่ธรรม์มาด้วย ย่าดีใจ...”
เสียงอิทธิฤทธิ์ดังขึ้น “ไม่ต้องไปขอบคุณมันหรอก”
ธรรม์กับมณีมันตราหันไปมอง อิทธิฤทธิ์รีบเข้ามาแทรกกลางแล้วพูด
“มันตามมา เพราะพ่อสั่งให้มาคุมชั้น มันไม่ได้เป็นห่วงใครหรอก นอกจากห่วงตัวเอง กลัวว่าจะหลุดตำแหน่งลูกรักของพ่อ ถ้ามันห่วงย่าจริง ทำไมมันต้องทำยึกยัก ไม่บอกว่าจะมาด้วยตั้งแต่ทีแรก ชั้นพูดถูกมั้ยล่ะ”
มณีมันตราหันไปมองธรรม์เพื่อรอฟังคำตอบ
“นายพูดถูก ชั้นไม่แน่ใจว่า ชั้นควรจะตามมาหรือเปล่า” ธรรม์ฝืนใจตอบ “ถ้าคุณพ่อไม่สั่งให้ชั้นมา..ชั้นอาจจะไม่มาก็ได้”
“เข้าใจแล้วค่ะ พี่ธรรม์ตัดสินใจมาเพราะเป็นห่วงอิท ขอบคุณนะคะ ที่บอกความจริงไม่งั้นย่าก็คงจะสำคัญตัวผิดไปอีกนาน”
มณีมันตราเดินออกไปเงียบๆ อย่างเสียความรู้สึก อิทธิฤทธิ์มองธรรม์อย่างเหนือกว่าก่อนจะเดินออกไป ธรรม์นิ่งอึ้งเพราะไม่อยากพูดแก้ตัว สุดท้ายเขาก็ต้องทำตามอย่างที่อิทธิฤทธิ์ต้องการ

เมนี่เดินมาเปิดประตูรถตู้ พอชะโงกหน้าเข้าไปก็เห็นโอเจนอนหลับอยู่คนเดียว
“อ้าว ! โอเจ คนอื่นๆ ล่ะ”
โอเจขยับตัวตื่นขึ้น
โอเจงัวเงีย “ไม่รู้ ก็เห็นว่าหลับอยู่ จะไปรู้ได้ไง”
“บอกให้อยู่ในรถ ไม่ให้ไปไหน ไม่ได้ฟังกันเลย รอกันไปรอกันมา แล้วจะไปถึงกองกี่โมงเนี่ย” เมนี่บ่น
ชนมนเดินถือนิตยสารมา ธรรม์เดินตามมาด้วยหน้าตาหงอยเหงาผิดกับอิทธิฤทธิ์ที่หน้าตาเริงร่าเดินมากับมณีมันตรา
เมนี่ตะโกนเรียก “เร็วๆเข้า เราจะไปกันแล้ว น่าตีนักเชียว บอกให้รออยู่ที่รถ แต่หายเรียบหมดรถ เอ้า ! น้าหมายตื่นๆ เตรียมออกรถได้”
คนขับรถที่นั่งหลับอยู่หน้ารถขยับตัวตื่นขึ้น
โอเจร้องเสียงหลง “อ๊าก นี่มันอะไร มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ทุกคนที่ยืนอยู่หน้ารถตกใจกับเสียงกรี๊ดของโอเจ

โอเจมองบนตักตัวเองที่มีกล่องของขวัญสีดำวางอยู่ โอเจนั่งเต้นเร่าๆ เพราะทำอะไรไม่ถูกแล้วเขาก็คว้ากล่องของขวัญพรวดพราดลงจากรถ
“ช่วยด้วย มันมาอีกแล้วๆ !”
โอเจโยนกล่องของขวัญให้เมนี่ด้วยความตกใจ
เมนี่ตกใจ “ว้าย! โยนให้ชั้นทำไม”
เมนี่โยนกล่องของขวัญต่อให้อิทธิฤทธิ์
“กล่องเหมือนที่มาย่าได้เมื่อวันก่อนเลย” ชนมนบอก
ธรรม์ร้องห้าม “อย่าเพิ่งเปิด”
อิทธิฤทธิ์ไม่ฟัง เขาเปิดกล่องออกแล้วหยิบของในกล่องออกมาพบว่าเป็นตุ๊กตาผูกเชือกที่คอดูน่าสยอง
อิทธิฤทธิ์ถือเชือกที่ผูกที่ตุ๊กตาห้อยร่องแร่งเหมือนตุ๊กตาผูกคอตาย
อิทธิฤทธิ์ว่า “มันต้องเป็นไอ้โรคจิตแน่”
“แต่ครั้งนี้มันให้โอเจนะ หรือจะเปลี่ยนเป้าหมาย” ชนมนบอก
โอเจผวา “อ๊าก ไม่จริงๆ ชั้นไม่มีแฟนคลับโรคจิต”
เสียงแมสเสจโทรศัพท์มณีมันตราดังขึ้น มณีมันตรากดมือถือเปิดอ่าน
“อีกไม่นานเกินรอ”
เมนี่ตกใจ “ว้าย! ไอ้โรคจิตคนเดิมจริงๆ ด้วย”
“นี่มันบุกมาถึงในรถ เอากล่องมาวางไว้บนตักชั้น โดยที่ชั้นไม่รู้ตัวเลยได้ไงเนี่ย แล้วถ้ามันทำมากกว่านั้นล่ะ ...ปาดคอ ...กะซวกไส้ ...บอดี้การ์ด ชั้นต้องการบอดี้การ์ดเดี๋ยวนี้ !!” โอเจโวยวาย
มณีมันตรายืนหน้าซีดเพราะตกใจกลัว ธรรม์ขยับจะไปหาแต่อิทธิฤทธิ์แซงหน้าดึงมือมณีมันตรามากุมไว้
“ไม่ต้องกลัว มีชั้นอยู่ด้วย ไม่มีอะไรต้องกลัว”
อิทธิฤทธิ์มองไปรอบๆ อย่างระวังตัว ชนมนขยับไปหาธรรม์
“แล้วจะทำยังไงกันดีคะ พี่ธรรม์” ชนมนถาม
“พวกมันเข้าใกล้เรามากขึ้นทุกทีๆ เราต้องระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม” ธรรม์บอก

ทุกคนยืนนิ่งอึ้งอย่างหวาดหวั่นเพราะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากระวังตัว
รถตู้แล่นออกไป ตี๋เล็กกับบ๊วยค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากมุมตึก
 
“เป็นอะไรกัน เห็นตุ๊กตาชั้นอย่างกับเห็นผี” ตี๋เล็กงง
“ก็มันเหมือนตุ๊กตาผีซะขนาดนั้น” บ๊วยว่า
“ตุ๊กตาไล่ฝนโว้ย” ตี๋เล็กเพ้อ “เพื่อไล่ความเศร้าออกจากน้องมาย่า แล้วแทนที่ด้วยความรักจากพี่ตี๋เล็ก น้องมาย่าต้องชอบแน่ๆ ถึงได้ร้องวี๊ดว๊ายกันใหญ่”
บ๊วยประชด “ใช่ๆ ลูกพี่ ตุ๊กตาเลือดสาดคอห้อยต่องแต่งของพี่ ใครเห็นก็ต้องกรีดร้องด้วยความชื่นชม รีบตามไปเถอะ ลูกพี่ เดี๋ยวตามไม่ทัน”
“น้องมาย่าจ๋า พี่ตี๋เล็กกำลังจะไปหาแล้ว อดใจรอแป๊บนึง”
ตี๋เล็กส่งจูบให้อย่างรัญจวนใจแล้วรีบเดินออกไป บ๊วยเดินตามไปติดๆ

บรรยากาศการเตรียมงานถ่ายหนังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทีมงานกำลังจัดแสง วางกล้อง จัดฉากกันอยู่ สตีฟกำลังวางไลน์กล้องกับช่างกล้อง เมนี่เดินอย่างเร่งรีบนำขบวนตรงมา โอเจเดินตามเกาะหลังเมนี่มาติดๆอย่างหวาดหวั่น
มณีมันตรากับอิทธิฤทธิ์เดินตามหลังแล้วตามด้วยชนมนกับธรรม์ สตีฟเห็นทุกคนเพิ่งมาก็ปรี่เข้ามาโวยวายใส่ทันที
“ทำไมมาช้ากันอย่างนี้ มัวแวะทัวร์ไหว้พระ 9 วัดกันอยู่รึไง”
“ขอโทษค่ะ คุณสตีฟ เมนี่ขอโทษจริงๆค่ะ”
โอเจกลัวมาก “เรามาถึงก็บุญแล้ว คุณไม่รู้หรอกว่า เราเจออะไรกันมา”
“แล้วรู้มั้ยว่า ชั้นต้องเจออะไร ฝนตก แดดไม่ออก แมลงสัตว์กัดต่อย น้ำไม่ไหล ไฟไม่ติด แล้วก็นักแสดงไม่รู้จักเวลา” สตีฟว่า
“ไม่ต้องห่วงค่ะ มีปัญหาอะไร เดี๋ยวเมนี่จัดการให้เอง ให้มาย่ากับโอเจไปแต่งหน้าทำผมก่อนนะคะ จะได้ไม่เสียเวลา ไปๆค่ะ แยกย้ายกันเตรียมตัวได้ เดี๋ยวพี่เมนี่ขอไปดูที่พักให้ก่อน”
เมนี่เดินแยกออกไปด้วยความรีบร้อน
“ไปค่ะ พี่ชน” มณีมันตราดึงชนมนเดินไปด้วย
อิทธิฤทธิ์ขยับจะตามไปคุ้มครองมณีมันตราแต่สตีฟล็อคตัวไว้ได้ทันควัน
“ไอ้น้อง ! จะไปไหน ! ไปเปลี่ยนชุดเข้าฉาก ไป ชั้นเพิ่มบทให้เราแล้วนะ เผลอๆบทเยอะกว่าไอ้ซุปตาร์เรื่องเยอะอีก ..เดี๋ยวเราขี่มอไซด์ขึ้นเนินไปนะ.. แล้วซิ่งเฟี้ยวฟ้าวๆลงมาแบบเท่ๆ”
สตีฟลากอิทธิฤทธิ์ออกไปพลางบรีฟงานไปด้วย อิทธิฤทธิ์ชะเง้อมองมาย่าอย่างเป็นห่วงตลอดทาง
“พี่ธรรม์ไปด้วยกันซิคะ”
โอเจรีบดึงตัวธรรม์ไว้ทันที
“ไม่ได้ คุณต้องไปคุ้มครองผม ! คุ้มครองผมให้ดีๆด้วย อย่าให้ไอ้โรคจิตมาเข้าใกล้ผมได้อีก”
“ผมมาที่นี่ ไม่ได้มาเป็นบอดี้การ์ดของคุณ”
“คุณเป็นตำรวจ คุณก็ต้องคุ้มครองประชาชนซิ ไงคุณก็ต้องอยู่กับผม”
โอเจไม่ฟัง เขารีบลากธรรม์ออกไปด้วยทันที
“พี่ธรรม์..เดี๋ยวซิ” ชนมนหันไปพูดกับมณีมันตรา “ย่ารอก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปลากพี่ธรรม์กลับมาเอง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ย่าดูแลตัวเองได้ ไม่อยากฝืนใจใครด้วย”
มณีมันตราเดินน้อยใจออกไป ชนมนมองตามทั้งสองฝ่ายก็รู้ว่าปัญหาหัวใจยังไม่ได้เคลียร์

โอเจที่เปลี่ยนชุดสูทขาวทำหน้าวีนสุดฤทธิ์
โอเจพูดเสียงดัง “ไม่ ! ไม่เด็ดขาด ! ยังไงผมก็ไม่เล่นฉากนี้”
มณีมันตราในชุดดำสุดเท่ เมนี่และสตีฟมองโอเจแล้วก็หน้าเหวอไปตามๆกัน
“ผมเป็นซุปตาร์เอเซีย จะมาจับผมมัดกับเสากลางแดดเปรี้ยงๆเนี่ยนะ แล้วยังให้ผู้ร้ายสาดกระสุนใส่ไม่นับอีก ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาโดนผมเข้า พวกคุณจะว่ายังไง”
สตีฟโกรธ “ทีมงานของเราก็ระดับอินเตอร์นะโว้ย เออ..นะครับ เราเคยทำงานกับทีมหนังฮอลลีวู้ดมาแล้ว แล้วก่อนที่คุณจะมา เราก็ซ้อมเอฟเฟคกันไปแล้วหลายรอบ ก็ไม่มีปัญหาอะไร”
“พี่เมนี่รับรองความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ พี่เมนี่ขอเอาชีวิตเป็นประกัน” เมนี่บอก
“ชีวิตพี่เมนี่มีค่าไม่ได้เสี้ยวของชีวิตผม เอาเป็นประกันไม่ได้หรอก”
“อุ้ย! แรงอ่ะ”
“แล้วมันไม่จริงเหรอ” โอเจพูดกับสตีฟ “ยังไงๆ ผมก็ไม่ถ่ายฉากนี้ มีทางออกทางเดียว แก้บทซะ”
“ไม่แก้โว้ย แกให้แก้มาตั้งกี่ฉากแล้ว ชั้นจะไม่แก้อีก”
“ไม่แก้ ก็ไม่เล่น”
โอเจยักไหล่อย่างไม่แคร์ก่อนจะเดินออกไปอย่างชิลๆ
“งั้นยกกอง !” สตีฟสั่ง
“ยกกองไม่ได้นะคะ เราต้องปิดกล้องกันแล้ว” เมนี่บอก
“เราหาสแตนด์อินแทนโอเจดีมั้ยคะ” มณีมันตราเสนอ
“ตอนนี้จะไปหาสแตนด์อินได้ที่ไหนล่ะ”
อิทธิฤทธิ์ใส่ชุดดำสุดเท่เดินเข้ามา
“ผู้กำกับครับ ผมพร้อมเข้าฉากแล้วครับ”
มณีมันตรา เมนี่และสตีฟมองอิทธิฤทธิ์พร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย

ชนมนยกลังขวดน้ำและกระติกน้ำส่วนตัวเดินแจกจ่ายทีมงาน ธรรม์เข้ามาดึงลังขวดน้ำมาถือไว้เอง
“มา..พี่ช่วย..คุณเมนี่ใช้งานชนหนักไปแล้วมั้ง” ธรรม์เข้ามาช่วย
“แค่นี้สบายมากค่ะ ชนยกลังน้ำที่ร้านทุกวันอยู่แล้ว ไหนๆก็มากินฟรี อยู่ฟรีแล้ว ก็ต้องทำงานใช้คืนเค้าหน่อย” ชนมนบอก
“คุณเมนี่น่าจะเข้าใจ เราไม่ได้มาเที่ยว เรามาดูแลมาย่าต่างหาก แล้วชนก็เป็นเพื่อนมาย่า ไม่ใช่ลูกจ้าง”
“พี่ธรรม์ไม่ต้องห่วงชนหรอกค่ะ ไปดูแลมาย่าดีกว่า เค้าจะได้หายงอนพี่ธรรม์ซักที”
“พี่ก็ดูแลเค้าเท่าที่ทำได้”
อิทธิฤทธิ์ในชุดสูทขาวของโอเจเดินเฉียดมา ช่างหน้าตามซับหน้าให้ราวกับดาราใหญ่
ชนมนถามอิทธิฤทธิ์ “ทำไมใส่ชุดนี้ล่ะ?”
อิทธิฤทธิ์เหลือบตามองชนมนกับธรรม์แล้วก็ยืดเบ่งมากขึ้นไปอีก
“ก็เพราะชั้นได้เล่นเป็นพระเอกน่ะซิ”
สตีฟรีบร้อนเข้ามาดึงอิทธิฤทธิ์ไป
“พอๆ ไม่ต้องซับหน้า จะซับทำไม ไปๆ ไปเข้าฉากได้แล้ว”
“ผมมีบทพูดหรือเปล่า ถ้าบทยาว ผมขอเวลาท่องแป๊บนึงนะครับ”
“ไม่มีบทพูด ! เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เราน่ะเป็นสแตนด์อิน ไม่ได้ให้เป็นพระเอกจริงๆ ซักหน่อย”
สตีฟสวมถุงผ้าใส่หัวอิทธิฤทธิ์ทันทีโดยที่ถุงผ้านั้นเจาะรูตาและจมูกเอาไว้ แล้วสตีฟก็ลากตัวอิทธิฤทธิ์ไปอย่างรวดเร็ว
 
ธรรม์กับชนมนมองตามอย่างขำๆ
อิทธิฤทธิ์ถูกทีมงานจับมัดติดกับเสาบนเนิน สตีฟ เมนี่ และผู้ช่วยนั่งดูมอนิเตอร์อยู่ในเต้นท์ผู้กำกับ
 
ชนมนกับธรรม์เดินเข้าไปดูมอนิเตอร์ด้วย
“พร้อม!” สตีฟบอก
สต๊าฟตีสเลท “บอดี้การ์ดสุดซ่ากับซุป’ตาร์สุดแสบ ซีน 60 เทค 1 แอ็คชั่น”
เอฟเฟ็คปืนระเบิดขึ้นเปรี้ยงปร้างรอบๆ ตัวอิทธิฤทธิ์อย่างน่าหวาดเสียว อิทธิฤทธิ์ตกใจกลัวจริงจึงกระโดดเต้นไปเต้นมา
“เฮ้ยๆๆ อะไรกันวะเนี่ย”
ชนมนกับธรรม์มองอิทธิฤทธิ์ในมอนิเตอร์
ชนมนขำ “สมน้ำหน้า !”
สตีฟสั่งทางวอ. “ปล่อยมาย่า”
มณีมันตราวิ่งซิกแซกระแวดระวังฝ่าดงกระสุนไปหาอิทธิฤทธิ์ ชนมน ธรรม์ เมนี่ และสตีฟจ้องดูมอนิเตอร์อย่างลุ้นๆ มณีมันตรารีบเข้าไปแก้มัดให้อิทธิฤทธิ์ มณีมันตราประคองอิทธิฤทธิ์วิ่งลงเนินไป
กระสุนปืนดังเปรี้ยงปร้างเฉียดอิทธิฤทธิ์กับมณีมันตราไปตลอดทาง
“ดีมาก” สตีฟสั่งทางวอ. “ระเบิด !”
ระเบิดตูมใหญ่ระเบิดเฉียดใกล้อิทธิฤทธิ์และมณีมันตรา อิทธิฤทธิ์ดึงมณีมันตราเข้ามากอด ทั้งคู่หลบหมอบระเบิด เอฟเฟคระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง อิทธิฤทธิ์เสียหลักพามาย่ากลิ้งหลุนๆ ลงมาจากเนิน
ชนมน ธรรม์ เมนี่และสตีฟมองมอนิเตอร์ตาค้างตกใจ อิทธิฤทธิ์กอดมณีมันตรากลิ้งลงมาถึงพื้นราบ อิทธิฤทธิ์ยั้งตัวเองไว้ไม่ทันจึงเซล้มมาทับมณีมันตรา ปากอิทธิฤทธิ์แตะปากมณีมันตราโดยมีผ้าบางๆ ของถุงผ้ากันไว้เท่านั้น
หน้าของอิทธิฤทธิ์ในถุงผ้าประชิดกับหน้ามณีมันตรา ทั้งสองมองตากันแล้วก็ตกใจจนอึ้งไปทั้งคู่
ชนมน ธรรม์ เมนี่และสตีฟจ้องมอนิเตอร์อย่างไม่แน่ใจ
“สองคนนั้น..จูบกัน...ใช่หรือเปล่า” สตีฟถาม
“ไม่ใช่..ไม่โดน..มั้ง” เมนี่บอก
ชนมน ธรรม์ เมนี่และสตีฟนิ่งตัวแข็งเหมือนเวลาหยุดนิ่งไปสองวินาทีเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
“ไม่น่ะ ไม่ใช่หรอก” ชนมนบอก
“นั่นซิ ไม่ใช่หรอก” ธรรม์เห็นด้วย
ทุกคนอ้ำอึ้งงงงันเพราะไม่แน่ใจ ต่างก็ปฏิเสธโดยหลอกตัวเองว่าอิทธิฤทธิ์กับมณีมันตราไม่ได้จูบกัน
“Excellent! Cut!”
มณีมันตรารีบลุกขึ้นเดินหนีไป อิทธิฤทธิ์ถอดถุงผ้าออกโยนขึ้นฟ้าแล้วยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

มณีมันตรากำลังเช็ดเครื่องสำอางออกที่หน้ากระจกในเต๊นท์นักแสดง อิทธิฤทธิ์เดินเข้ามาเมียงๆมองๆ มณีมันตราอย่างเก้อเขินแต่ก็แอบสุขใจอยู่ลึกๆ
“มาย่า..เมื่อกี้ขอโทษนะ”
“ขอโทษเรื่องอะไร”
“ก็ขอโทษเรื่องที่ชั้น..ชั้น....”
มณีมันตราทำไม่รู้เรื่อง “อ๋อ ขอโทษที่พาชั้นกลิ้งลงเนินไปน่ะเหรอ ไม่เป็นไรหรอกคุณสตีฟชอบมาก บอกว่าภาพสวย จังหวะก็ได้ เอาไปใช้ในหนังได้เลย”
อิทธิฤทธิ์เริ่มขุ่นใจ “เธอก็รู้ว่า ชั้นขอโทษเธอเรื่องอะไร”
“ไม่เป็นไรหรอก อุบัติเหตุเกิดขึ้นกันได้” มณีมันตราบอก
“สำหรับเธอ มันเป็นแค่อุบัติเหตุเหรอ”
“ใช่ มันเป็นแค่อุบัติเหตุ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”
มณีมันตราจ้องอิทธิฤทธิ์โดยพยายามบอกในทีไม่ให้อิทธิฤทธิ์คิดอะไรไปไกล
“อิท..ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น..ไม่มีจริงๆ”
“แต่สำหรับชั้น..มันมี..มันมีความหมายสำหรับชั้นมากกว่าที่เธอคิด”
อิทธิฤทธิ์เดินออกไปอย่างเจ็บจี๊ดที่หัวใจ มณีมันตรามองตามอย่างหนักใจ

เมนี่ส่งกุญแจห้องพักให้มณีมันตรา
“นี่กุญแจห้องของน้องมาย่าค่ะ ห้องซุปเปอร์สวีท สวยที่สุด วิวดีที่สุด ทางรีสอร์ทจัดเตรียมห้องนี้ไว้ให้น้องมาย่าโดยเฉพาะเลย”
โอเจเข้ามาฉกกุญแจห้องไปจากมือมณีมันตรา
“งั้นผมขอห้องนี้”
“ห้องโอเจก็ห้องสวีทเหมือนกันนะ เป็นห้องซุปเปอร์..ซุปเปอร์สวีทเลยล่ะ ห้องใหญ่สุด พิเศษพอๆกับห้องน้องมาย่าเลย” เมนี่บอก
“จะพิเศษได้ไง ในเมื่อห้องมาย่าสวยที่สุด วิวดีที่สุดแล้ว ซุปตาร์เอเซียอย่างผมต้องได้ห้องที่เป็นที่สุดๆ อย่างนี้แหละ”
โอเจเดินออกไปอย่างสบายใจ พนักงาน 3-4 คนที่รออยู่แล้วพาโอเจออกไป
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่เมนี่ ให้ห้องโอเจเค้าไปเถอะค่ะ”
มณีมันตรารับกุญแจห้องอีกดอกมาจากเมนี่
“งั้นก็ตามใจค่ะ ไปค่ะ พี่เมนี่พาไปที่ห้อง”
“เดี๋ยวค่ะ รอพี่ชนก่อน พี่ชนไปไหนแล้วล่ะคะ” มณีมันตรามองหา
ชนมนกับธรรม์ช่วยกันยกกระเป๋าเดินเข้ามา
มณีมันตราต่อว่า “พี่เมนี่คะ”
เมนี่ทำไม่รู้ไม่ชี้ “น้องชนเค้ารู้งานเองค่ะ พี่เมนี่ไม่ได้สั่ง หมวดธรรม์ พี่ฝากน้องมาย่า พรุ่งนี้ตีห้าครึ่งล้อหมุนนะคะ ทุกคน”
เมนี่รีบเดินออกไป มณีมันตรายืนมองธรรม์ โดยที่ชนมนซึ่งเป็นคนกลางยืนมองสองคนไปมา
“ไปซิคะ พี่ธรรม์ พี่เมนี่ฝากให้พี่ธรรม์ดูแลมาย่านะคะ”

มณีมันตราดึงกระเป๋าจากธรรม์มาแล้วเดินออกไปเงียบๆ ชนมนมองธรรม์ที่ทำหน้าเฉยอย่างหนักใจ
 
อ่านต่อหน้า 2
รักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 8 (ต่อ)

มณีมันตราเปิดประตูเข้ามาตามมาด้วยชนมนและธรรม์ ธรรม์ถือกระเป๋าของตัวเองกับชนมนเข้ามาแล้วก็วางกระเป๋าทั้งสองใบลง

“โอ้โห ห้องสวยจังเลย”
ชนมนมองรอบๆห้องอย่างตื่นตาตื่นใจก่อนจะวิ่งไปเข้าไปดูห้องนอน ห้องน้ำ และเดินไปที่ระเบียง
“ว้าว..โห..สุดยอด”
มณีมันตรานั่งลงทำหน้านิ่งเฉย ธรรม์เดินสำรวจประตูและหน้าต่าง
“ประตูหน้าต่างต้องล็อคไว้ตลอดเวลานะ ถ้าใครมาเคาะประตูก็ดูให้ดีเสียก่อน อย่าไปไหนคนเดียว ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรเรียกพี่นะ”
“คุณลุงสั่งให้พี่ธรรม์ตามมาดูแลอิทไม่ใช่เหรอคะ ไปดูอิทเถอะค่ะ ย่าดูแลตัวเองได้”
“พี่ก็ตามมาดูแลทุกคนแหละ ตอนนี้เรื่องความปลอดภัยสำคัญที่สุด ย่าอย่ามามัวงอนเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่เลยนะ พี่พูดอะไร ก็ฟังกันบ้าง” ธรรม์ว่า
ชนมนเดินกลับเข้ามาหยุดฟัง
“ไม่ได้งอน ! ก็พี่ธรรม์บอกย่าให้ดูแลตัวเองไม่ใช่เหรอ ย่าก็จะดูแลตัวเองไม่ให้เป็นภาระของใคร”
ธรรม์ดุอย่างผู้ใหญ่ “คิดอย่างนั้นได้ก็ดี ก็ขอให้ดูแลตัวเองให้ได้ตลอดนะ”
ธรรม์คว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วเดินออกไปจากห้อง ชนมนมองทั้งสองคนที่หมางเมินกันอย่างอ่อนใจ
“ทำไมไม่พูดกันดีๆ แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะเข้าใจกัน พี่ว่า ย่างอนพี่ธรรม์แบบไม่ค่อยมีเหตุผลเลย พี่ธรรม์ก็ตามมาดูแลย่าแล้ว จะเอาไงอีก”
มณีมันตราเสียงอ่อยลง “ก็ไม่รู้เป็นไง กับพี่ธรรม์ ย่าไม่อยากมีเหตุผลด้วย”
“เป็นอย่างนี้กับพี่ธรรม์คนเดียวใช่มั้ย ...แล้วย่ารู้มั้ยว่า ทำไม”
มณีมันตราปากแข็ง “ไม่รู้ค่ะ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย”
มณีมันตราหยิบกระเป๋าเดินหนีไป ชนมนมองตามและรู้ว่าเรื่องระหว่างธรรม์กับมณีมันตราเริ่มชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

อิทธิฤทธิ์นอนคว่ำหน้าแผ่หราอยู่บนเตียงด้วยอารมณ์เซ็งๆ เรื่องที่จูบมณีมันตรา ธรรม์ไขประตูเข้ามา อิทธิฤทธิ์ผงกหัวขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ได้หันไปมอง
“ใครอ่ะ บอกแล้วไง ไม่ต้องมายุ่ง ติดป้ายห้ามรบกวนไว้ ไม่เห็นหรือไง หา!”
อิทธิฤทธิ์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นธรรม์
อิทธิฤทธิ์ถามเสียงขุ่น “เข้ามาทำไม”
“คุณเมนี่ให้ชั้นพักห้องเดียวกับนาย” ธรรม์บอก
“เฮ้ย! ไม่ได้เด็ดขาด ยังไงก็ไม่”
“ก็แค่คืนสองคืน อย่าทำเรื่องมากไปหน่อยเลย นายน่ะโตแล้ว หัดทำตัวเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว”
อิทธิฤทธิ์นิ่งอึ้งไปนิดก่อนจะทำใจยอมรับสถานการณ์อย่างไม่เต็มใจ
“เออ..ก็ได้..แต่ชั้นไม่นอนเตียงเดียวกับนาย นายนอนที่พื้นไป”
ธรรม์มองไปที่เตียงเดี่ยวหลังใหญ่แล้วตอบ “ได้”
“ชั้นต้องใช้ห้องน้ำก่อน”
“ได้”
“เวลานอน ต้องปิดไฟมืด”
“ได้”
“ห้ามกรน ห้ามละเมอ ห้ามเคลื่อนไหว”
“ได้ ไม่มีปัญหา มีอะไรอีกมั้ย”
“แค่นี้ก่อน คิดออก เดี๋ยวจะบอก” อิทธิฤทธิ์บ่นด้วยความหงุดหงิด “โธ่เว้ย ทำไมซวยอย่างนี้วะ ทำไมต้องมานอนห้องเดียวกับไอ้นี่ด้วย เซ็งๆๆ”
“นี่อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ ถึงเราจะอยู่บ้านเดียวกันมาเป็นสิบปี เราก็ไม่เคยใช้เวลาอยู่ด้วยกันเลย ถ้ามีเรื่องอะไรที่นายไม่เข้าใจชั้น..ครั้งนี้จะเป็นโอกาส”
อิทธิฤทธิ์ขัดขึ้น “ชั้นรู้จักนายดีพอแล้ว รู้ตั้งแต่วันแรกที่นายเหยียบเข้ามาในบ้านชั้น นายเข้ามาในชีวิตชั้น เพื่อแย่งทุกอย่างจากชั้นไป และชั้นกำลังจะเอาทุกอย่างที่เป็นของชั้นกลับคืนมา”
อิทธิฤทธิ์เดินปึงปังออกไป ธรรม์นิ่งอึ้งไป

ตี๋เล็กโผล่หน้ามาจากพุ่มไม้แล้ววิ่งลัดเลาะไปหลังพุ่มไม้ก่อนจะโผล่หน้าขึ้นมาเป็นระยะๆ บ๊วยวิ่งลัดเลาะแอบหลังพุ่มไม้เข้ามาหาตี๋เล็ก
“ไง ได้เรื่องป่าววะ”
“ไอ้บ๊วยซะอย่าง ทำไมจะไม่ได้เรื่อง คืองี้นะ ลูกพี่ ผมไปสืบมาได้แล้ว ตอนแรกน้องมาย่าอยู่ห้อง 110 แต่ต้องแลกห้องกับไอ้โอเจ เลยต้องย้ายไปห้อง101 แล้วไอ้ โอเจขอกลับมาห้องเดิม น้องมาย่าก็เลยกลับไปอยู่ห้อง 110 แต่เห็นแม่บ้านบอกว่า เมื่อกี้ย้ายกลับไปห้อง 101 แล้ว แล้วก็ย้ายกลับไปห้อง 110 อีก”
ตี๋เล็กงง “แล้วตกลงน้องมาย่าอยู่ห้องไหนกันแน่ 101 หรือ 110”
บ๊วยงงเหมือนกัน “เออ..นั่นดิ 110 หรือ 101 เออ..ห้อง 101 ใช่ๆ ต้องเป็นห้อง 101ห้องเดิมนั่นแหละ”
“โอเคๆ ห้อง 110” ตี๋เล็กท่องผิด “ห้อง 110”
บ๊วยพูดผิดตาม “ใช่ๆ ลูกพี่ ห้อง 110”
ตี๋เล็กยิ้มหวาน “แล้ววันที่พี่ตี๋เล็กรอคอย..ก็มาถึงซะที ห้อง 110 ,110”

ตี๋เล็กและบ๊วยท่องเบอร์ห้องพักงึมงำๆ อย่างจริงจังและงุนงง
ตี๋เล็กกับบ๊วยที่ใส่หน้ากากค่อยๆปีนขึ้นมาที่ระเบียงห้องแล้วรีบหงายหลังกลับลงไปใหม่ เพราะชนมนหอบกองหนังสือออกมาจากห้องโอเจ ชนมนเดินออกไป
 
ตี๋เล็กกับบ๊วยปีนกลับมาใหม่แล้วหันมองหน้าก่อนจะยิ้มให้กันว่านี่ใช่ห้องมณีมันตราแน่ๆ
“ห้องนี้แน่”
“อยู่คนเดียวด้วย ทางสะดวก”

มณีมันตรายืนอาบน้ำสระผมใต้ฝักบัวโดยมีม่านบังอยู่
บ๊วยกำลังแงะกลอนประตูระเบียงด้วยลวด ตี๋เล็กมองซ้ายมองขวาคอยระวังให้
มณีมันตราอาบน้ำเสร็จก็ดึงผ้าขนหนูมานุ่งแล้วเอาผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมให้แห้ง
บ๊วยเปิดประตูให้ตี๋เล็กเดินเข้าไปในห้อง บ๊วยยกนิ้วโป้งให้แล้วผลุบออกไป
มณีมันตราหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่แล้วเอาผ้าขนหนูโพกหัวไว้
ตี๋เล็กเดินย่องไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำ
มณีมันตรามองกระจกดูอีกครั้งแล้วจะออกจากห้องน้ำ เธอเอามือจับลูกบิด
ตี๋เล็กยืนแอบอยู่หลังประตูห้องน้ำ ประตูห้องน้ำเปิดผลัวะออกมา โอเจซึ่งมีผ้าขนหนูโพกหัว ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำเดินออกมาจากห้องน้ำนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตี๋เล็กไม่ทันมองแต่กระโจนเข้าใส่โอเจจากทางด้านหลัง
“ฮันนี่มาแล้วจ้ะ น้องมาย่าจ๋า น้องมาย่าของฮันนี่”
โอเจเซไปตามแรงของตี๋เล็กจนล้มหน้าคว่ำลงไปบนเตียง
โอเจร้องเสียงหลง “เฮ้ย!”
“แหม ไม่ต้องร้องเสียงใหญ่ขนาดนั้นก็ได้ ไม่มีอะไรต้องกลัว”
ตี๋เล็กโผเข้ากอดรัดโอเจ โอเจดิ้นรนขยะแขยงและกลัวจนจิตหลุด เขาร้องไม่ออกแต่ทำหน้าเหยเก
“ฮันนี่ขอกอดเฉยๆ รับรองว่า ไม่ทำอะไรมากกว่านี้ สัญญาๆ”
โอเจรวบรวมกำลังพลิกตัวกลับมา ตี๋เล็กได้เห็นโอเจเต็มตาก็นิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ
โอเจกับตี๋เล็กร้องพร้อมกัน “อ๊าก !”
ตี๋เล็กกับโอเจกระโดดออกจากเตียงแทบพร้อมกัน ตี๋เล็กวิ่งหนีไปประตูที่ออกไปทางระเบียงแล้วกระโจนออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
โอเจแหกปากเสียงดัง “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
โอเจเผ่นพรวดออกไปอีกทาง เขาเปิดประตูออกไปจากห้องพักทันที

โอเจวิ่งหน้าตื่นมาตามทางเดินหน้าห้องพัก
โอเจแหกปาก “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
ชนมนเปิดประตูออกมาจากห้องตามมาด้วยมณีมันตราที่ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำและมีผ้าโพกศีรษะ
“เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรนาย” ชนมนถาม
ธรรม์กับอิทธิฤทธิ์รีบร้อนพุ่งตรงมาที่ชนมนกับมณีมันตรา
“ช่วยด้วย ! ช่วยด้วย !” โอเจแหกปาก
“ก็จะให้ช่วยอะไร ก็บอกมาซิ” อิทธิฤทธิ์ถาม
“มีคนแอบเข้ามาในห้องชั้น”
ธรรม์สั่ง “ทุกคนอยู่นี่นะ อย่าไปไหน”
ธรรม์วิ่งออกไปทางห้องพักโอเจทันที เมนี่ในชุดนอนบางพริ้วเพิ่งโผล่เข้ามา
“มีอะไร โอเจร้องโวยวายทำไม”
“มีคนเข้าไปในห้องผม..มัน..พยายาม..พยายาม” โอเจละลักละล่ำ
“มันทำอะไร..มันเข้าไปขโมยของเหรอ” มณีมันตราถาม
โอเจอาย “มัน..มัน..เข้าไปปล้ำผม”
“อ้าว เป็นผู้หญิงหรอกเหรอ” ชนมนถาม
“ผู้หญิงที่ไหน มันเป็นผู้ชาย ตัวใหญ่เป็นควายเลย พอเจอชั้นปุ๊บมันก็กระโดดปล้ำชั้นเลย ร้องเรียกแต่ชื่อ น้องมาย่าๆ”
“งั้นมันก็คือ..” เมนี่เอ่ยออกมา
อิทธิฤทธิ์ ชนมน มณีมันตราพูดพร้อมกัน “ไอ้โรคจิต”
ทุกคนตกใจมองหน้ากัน

ตี๋เล็กหน้าตาตื่นวิ่งหนีมาจากทางห้องพัก บ๊วยโผล่พรวดมาจากหลังพุ่มไม้ที่แอบอยู่
“เป็นไง ลูกพี่ หน้าตาแจ่มอย่างนี้ ฟินล่ะซี้” บ๊วยว่า
“ฟินบ้าอะไร นั่นมันใช่ห้องน้องมาย่าที่ไหน ห้องไอ้โอเจมัน” ตี๋เล็กขนลุกขนพอง “อี๋ยๆๆ ชั้นเกือบจะเสร็จมันแล้ว”
“เป็นไปได้ไง ผมสืบมาดีแล้วนา ลูกพี่ตาฝาดหรือเปล่า”
“ชั้นเห็นหน้ามันเต็มๆสองตา หน้าใกล้จนแทบจูบปากมัน ยังไงก็ดูไม่ผิด”
บ๊วยหัวเราะขำ “เกือบจูบปากเลยเหรอ ลูกพี่ ดีเหมือนกันนะ ได้ประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆ”
“เดี๋ยวแกก็ได้ลูกถีบแปลกๆใหม่ๆหรอก ไอ้บ๊วย”
ตี๋เล็กยกเท้าจะถีบบ๊วย บ๊วยพลิ้วตัวหลบหลีกทัน
“ลูกพี่ๆ หนีเร็ว ! มีคนมา”
ตี๋เล็กหันมองตามบ๊วยที่ชี้ไปทางธรรม์ที่กำลังลัดเลาะตรงมาที่ทั้งสองแอบอยู่ บ๊วยเผ่นพรวดออกไป ตี๋เล็กรีบวิ่งตาม
ตี๋เล็กพูดเสียงดัง “รอด้วย !”
ธรรม์ได้ยินเสียงตี๋เล็กก็รีบหันไปตามเสียง ตี๋เล็กวิ่งตามบ๊วยไป
ธรรม์ตะโกน “เฮ้ย หยุด”
ธรรม์วิ่งไล่กวดตี๋เล็กกับบ๊วย ตี๋เล็กกับบ๊วยวิ่งหนีลัดเลาะหลบไปหลังพุ่มไม้ ธรรม์วิ่งไล่จนทัน เขาคว้าคอเสื้อตี๋เล็กมาได้และกำลังจะเอื้อมมือกระชากหน้ากากออก บ๊วยเข้ามาคว้ามือธรรม์ไว้ทันแล้วกระชากตัวธรรม์ออกมา ธรรม์ซัดบ๊วยไปเต็มหมัดจนบ๊วยเซออกไป ตี๋เล็กกระโดดกอดธรรม์จากด้านหลัง
บ๊วยต
กำลังโหลดความคิดเห็น...