xs
xsm
sm
md
lg

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วิมานมะพร้าว ตอนที่ 8

พนักงานเอากาแฟมาเสิร์ฟให้สืบสายและจุลลาแล้วออกไป

“ผมกำลังอยากคุยกับคุณเรื่องทรงเดชพอดี”
“คุณรู้เรื่องแล้วเหรอ”
“รู้สิ ทรงเดชเป็นคนบอกผมเอง”
“นายนั่นเนี่ยนะ บอกคุณว่าตัวเองใช้หลักฐานการศึกษาปลอม”
“คุณพูดเรื่องอะไร”
“ก็พูดเรื่องที่นายทรงเดชอาจจะไม่ได้จบจากฮาวายจริงๆ น่ะสิ”
“นี่คุณสืบเรื่องทรงเดชเหรอ”
“ฉันพูดชื่อสมบัติหรือไง”
“จุลลา อย่ายวนผม เราคุยกันดีๆ ได้มั้ย”
“คุณถามเหมือนไม่เชื่อฉัน”
“คุณพูดเรื่องนี้เหมือนผมเป็นคนโง่ที่รับคนเข้ามาทำงานโดยไม่ตรวจสอบหลักฐานให้ละเอียดถี่ถ้วน”
“ก็...” จุลลายั้งปากไว้ ไม่อยากจะพูดคำว่าโง่ “ฉันไม่ได้ว่าคุณโง่ เรื่องเอกสารปลอม ใครจะไปดูรู้ ถ้าไม่ได้สืบหาความจริง”
“คุณรู้มาจากไหน”
“ฉันให้เพื่อนฉันสืบให้”
“จุลลา ไม่ใช่ผมจะไม่ฟังคุณนะ แต่คุณอคติกับทรงเดชเกินไปหรือเปล่า” จุลลาอารมณ์ขึ้นเลย
“ฉันไม่ได้อคติ ที่ทำเพราะฉันเห็นการทำงานของเค้าว่ามันไม่มีอะไรนอกจากคำว่ากลวง”
“เค้ากลวง แต่เค้าก็ตัดสินใจที่จะซื้อเครื่องจักรใหม่ตามข้อเสนอของคุณ คุณว่าเค้ากลวง งั้นคุณก็กลวงสิ”
“คุณสืบสาย”
“อย่าขึ้น”
“ขึ้นแล้ว แล้วลงยากด้วย ตกลงคุณจะไม่เชื่อฉันเรื่องนี้ก็ได้ มีอีกเรื่องที่อากงคุณฝากให้มาเตือน”
“อากง อากงมาด้วยหรือเปล่า”
“มา อยู่...” จุลลาอึ้ง มองหาผีเถ้าแก่ไม่เห็น “เถ้าแก่ อยู่ไหนแล้วอ่ะ”

ผีเถ้าแก่นั่งอยู่ในห้องคาราโอเกะดูลูกค้าร้องเพลง ครรชิตตบมือชื่นชม ทั้งที่ขมขื่นมาก
“ไอ้หยา ร้องเพลงเสียงยังกะควายออกลูก สยองหูฝุดๆ ว่ามั้ยอาครรชิต”
“เมื่อไหร่จะเลิกร้องว้า” ลูกค้าหันมายกนิ้วยอดเยี่ยม ครรชิตยกให้ตาม “Great very good Umai”
“ดีตรงไหน พอๆๆ หูเสียหมด เลิกๆๆ”
ผีเถ้าแก่ดีดนิ้ว ไฟดับพรึ่บทั้งห้อง ครรชิต ลูกค้าตกใจ หันมองกันเลิ่กลั่ก

จุลลาเซ็ง สืบสายนั่งตัวแข็งอยู่
“ตกลงอากงอยู่หรือไม่อยู่”
“ไม่อยู่แล้ว คงยังงอนคุณอยู่มั่ง ตอนแรกแกตั้งใจจะหายโกรธคุณอยู่แล้ว”
“แล้วทำไมยังงอนผม”
“ไม่อยากจะพูดหรอก”
“มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีคำว่าไม่อยากพูดอีกเหรอ”
“ก็ได้ อากงคุณไม่ชอบคุณเดือนพิไล”
เดือนพิไลเดินเข้ามา
“คุณสืบคะ”
สืบสาย จุลลาชะงักที่เห็นเดือนพิไล เดือนพิไลไม่พอใจ เข้ามาควงแขนสืบสายทันที จุลลามองอึ้งๆ สืบสายตกใจมาก
“คุณมูน มาได้ยังไงครับ”
“มูนก็มาของมูนอยู่แล้ว แต่มีคนใกล้ตัวคุณคิดกำจัดมูนไม่ให้เจอคุณ โชคดีนะคะที่มูนไม่หลงกล เลยย้อนกลับมาอีก แล้วพอมาเจอคุณจุลลาที่นี่เลยยิ่งมั่นใจ ว่าเป็นแผนของเธอใช่มั้ย จุลลา”
จุลลาอึ้ง ถูกด่าเรื่องอะไรเนี่ย สืบสายเองก็แปลกใจที่เดือนพิไลเอาเรื่องจุลลาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

จุลลามองเดือนพิไลอย่างไม่พอใจ
“ฉันไปวางแผนอะไร”
“แผนไม่ให้คุณสืบสายเจอฉัน เพื่อที่เธอจะเข้ามาแทนที่ฉัน แผนสูงนะ แต่เสียใจ ฉันไม่โง่”
“คุณมูน คุณกำลังเข้าใจจุลลาผิดนะ”
“ไม่ผิดหรอกค่ะ ทุกอย่างมันแสดงออกมาชัดแจ้ง คุณตามเกมยัยนี่ไม่ทันหรอก ผู้หญิงร้ายได้มากกว่าที่คุณคิดนะคะ คุณสืบ”
“เกมอะไร ร้ายตรงไหน อย่ามั่ว”
“เธอน่ะสิมั่ว มีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังมายุ่งกับคนอื่น คิดจะจับปลาสองมือหรือไง”
“คุณเดือนพิไล” จุลลาโกรธมาก
“คุณมูน หยุดก่อนได้มั้ย”
“ไม่หยุดค่ะ ผู้หญิงหลายใจอย่างนี้ มันต้องแฉ แฉให้คนทั้งโลกรับรู้ ว่าความลับไม่มีในโลก จะได้ไม่คิดมาลักกินขโมยกินลับหลังแฟนตัวเองแบบนี้อีก” จุลลาเห็นคนในร้านมองมา อาย กำหมัดแน่น อยากต่อยปากเดือนพิไลมาก
เธอมันสกปรกทั้งความคิดและการกระทำ เธอมันเลว ต่ำ”
จุลลาพยายามสะกดอารมณ์ แต่ไม่ไหว จุลลาเห็นปากเดือนพิไลพะงาบๆๆๆ เสียงด่าดังก้องบิดเบี้ยว อารมณ์จุลลายิ่งพุ่ง มองปากเดือนพิไลที่ยังพะงาบด่าไม่เลิก ตาขวาง แล้วอารมณ์จุลลาก็ระเบิด
“หยุดดดด เดี๋ยวนี้ นะ”
จุลลาพุ่งหมัดออกไป เดือนพิไลตาเบิกโพลง
“จุลลาอย่า”
สืบสายร้องห้ามอย่างตกใจ และแล้วหมัดของจุลลาก็หยุดห่างจากใบหน้าของเดือนพิไลแค่เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะจุลลายั้งเอาไว้แค่นั้น หายใจหอบแรง สืบสาย เดือนพิไลยืนอึ้ง จุลลาค่อยๆ ลดหมัดลง
“หยุดได้แล้วใช่มั้ย” เดือนพิไลอึ้ง ตัวสั่น โกรธแต่ก็ไม่กล้าพูดต่อ “ดี แล้วฟัง ก่อนจะสรุปเหมาว่าใครเป็นยังไง หัดเบิ่งตาดู ฟังคนอื่นอธิบายด้วย ฉันมาคุยเรื่องงานกับคุณสืบสาย”
เดือนพิไลมองสืบสาย
“จุลลาพูดความจริง คุณเข้าใจผิด”
“ถ้าอย่างนั้นก็เรียกคุณเลขาของคุณมาถามให้มูนหายข้องใจหน่อยสิคะ ว่าโกหกมูนเรื่องที่คุณอยู่ที่นี่ทำไม”
สืบสาย จุลลาอึ้ง เดือนพิไลไม่ยอมรามือ

ห้องคาราโอเกะตกอยู่ในความมืด ทุกคนนิ่งค้าง ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“Dou shi ta....Dou Shi ta no? (โด้ชิต๋า โด้ชิตะโน่)(เกิดอะไรขึ้น)” ลูกค้าญี่ปุ่นถาม
“Chot-to mat-te ku-da-sai (ช็อตโตะมัตเตะกุดาไซ) (จะไปเช็คให้รอ สักครู่)” ครรชิตเดินไปเปิดประตู แต่เปิดไม่ได้ ประตูล็อก “ประตูล็อก ล็อกได้ไง” ครรชิตพยายามจะเปิดประตู แต่ก็เปิดไม่ได้ ลูกค้าลุกไปช่วยเปิด แต่ก็เปิดไม่ได้
“ใครอยู่ข้างนอก เปิดประตูหน่อย”
ผีเถ้าแก่ ถือซอจีนอยู่
“จะรีบไปไหน ฟังอั๊วร้องเพลงดีกว่า เสียงสวรรค์ของจริง”
แล้วผีเถ้าแก่ก็เริ่มสีซอและร้องเพลง ครรชิตและลูกค้าตัวแข็ง มองไปรอบๆ เลิ่กลั่ก ได้ยินเสียงเพลงเต็มสองหู ไฟติดพรึ่บ แล้วก็ติดๆ ดับๆ ผีเถ้าแก่ก็ยังร้องเพลงต่อไป ครรชิตและลูกค้าหันมามองหน้ากัน จากนั้นก็ร้องออกมา
“ว้ากกกกก”
ครรชิตและลูกค้าเขย่าประตู สืบสาย เปิดประตูเข้ามาเห็นจุลลาและเดือนพิไลอยู่ด้วย ไฟสว่างพรึ่บเหมือนเดิม เสียงเพลงผีเถ้าแก่หายไป
“ว้ากกกกกก” ครรชิตและลูกค้าญี่ปุ่นยังแหกปากร้องลั่น
“เกิดอะไรขึ้น” สืบสายถามแต่ครรชิตและลูกค้าไม่พูดอะไรแล้ว เปิดแน่บออกไป สืบสายตกใจ วิ่งตามไป “เดี๋ยวก่อน”
เดือนพิไลตามไปด้วย จุลลามองเข้าไปในห้อง รู้เลยว่าเป็นฝีมือผีเถ้าแก่
“เถ้าแก่! ไปหลอกพวกเขาทำไมเนี่ย”
ผีเถ้าแก่วางซอ ไฟติดเป็นปกติ อุปกรณ์ร้องเพลง ทีวีและเพลงกลับมาเหมือนเดิม
“ถึงเวลาของอั๊ว โชว์ทาม”
ผีเถ้าแก่หยิบไมค์มาร้องและเต้นตามเพลง จุลลาเข้าไปแย่งไมค์ของผีเถ้าแก่ แล้วร้องเอง ถึงร้องไม่เป็นก็อ่านตามมั่วๆ แหกปากลั่นเพื่อระบายความโกรธ ผีเถ้าแก่มองอึ้ง

“อั๊วโดนขโมยซีน”

 
ครรชิตวิ่งมาที่รถที่จอดอยู่ เปิดประตูด้านหลังให้
 
“โด๊โซะ โด๊โซะ” ลูกค้าญี่ปุ่นวิ่งมาถึงก็ขึ้นรถเลย แต่เปิดประตูออกไปอีกทาง “อ้าว”
สืบสายวิ่งมา เดือนพิไลตามมา
“มิสเตอร์โคสุเกะ”
“Sayonara Good bye Forever”
สืบสาย ครรชิต ยืนอึ้ง มองดูลูกค้าโบกแท็กซี่รีบขึ้นหายไป
“เกิดอะไรขึ้นครรชิต ทำไมจู่ๆ ก็วิ่งออกมาหน้าตาตื่น เหมือนกลัวอะไร”
“ผีสิครับบอส ตามลูกค้าไปเถอะครับ”
ครรชิตลากสืบสายให้ขึ้นรถ เดือนพิไลยื้อไว้
“ยังไปไม่ได้ ตอบฉันมาก่อน ว่าคุณโกหกฉันเรื่องคุณสืบอยู่ที่นี่ทำไม”
“ไว้โทรบอกได้มั้ยครับ ตอนนี้ไม่สะดวก เชิญครับบอส” ครรชิตดันสืบสายขึ้นรถ
“แต่คุณต้องตอบคำถามฉันมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น ก็ไม่ต้องไปไหน”
“โอเคผมโกหก เพราะผมไม่อยากให้คุณใกล้ชิดบอส! นี่คือความในใจของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่ปวารณาตัวเป็นก้างขวางคอคุณแน่นอน จบนะ” เดือนพิไลอึ้ง....
“ผมขอตัวนะครับ ต้องไปคุยกับลูกค้าให้รู้เรื่อง”
สืบสายรีบขึ้นรถ ครรชิตปิดประตูอ้อมไปขึ้นรถ ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เดือนพิไลมองตามเจ็บใจ
“ขวางตั้งแต่หัวยันหางใช่มั้ย แต่บอกไว้แล้วไงคนอย่างฉันอยากได้ต้องได้”
เดือนพิไลยิ่งมีแรงขับดันเพิ่มที่ต้องเอาสืบสายมาครองให้ได้

ในห้องคาราโอเกะ จุลลาร้องเพลงร็อกลืมตาย กระแทกกระทั้น ผีเถ้าแก่นั่งดูดน้ำแก้วตัวเองเจี่ยมเจี้ยมอยู่ มองจุลลาเหวอๆ จุลลากระโดดขึ้นไปร้องบนโต๊ะ
สืบสายนั่งเครียดอยู่ในรถเป็นห่วงคิดถึงจุลลา จุลลาลงมาร้องดิ้นอยู่บนพื้น สืบสายคิดถึงจุลลามากขึ้น นั่งไม่ติด ลังเลระหว่างไปดูแลจิตใจลูกค้ากับกลับไปหาจุลลา
จุลลากระโดดเหย็งๆ ไปร้องบนเก้าอี้
“ของเค้าเยอะ ปล่อยเค้า ยาวปาย ยาวปาย” ผีเถ้าแก่บอก
ส่วนสืบสายทนไม่ไหว
“ครรชิต”

จุลลาเต้นๆๆ จู่ๆ ก็หยุด ยืนอึ้งอยู่หน้าทีวี ผีเถ้าแก่นอนเค้งอยู่บนโซฟากำลังกรน สะดุ้งตัวตื่น ผงกหัวขึ้นมาดู
“อ้าว ปิดวิกแล้วรึ อาหนูช่าง ร้องต่อสิ กำลังจะหลับเลย” เพลงเปลี่ยนเป็นเพลงช้า เศร้า จุลลาทรุดลงนั่ง “เป็นอะไรวะ อ้อ เพลงช้า เปลี่ยนฟีล”
“เปล่า หมดแรง”
“ไอ้หยา คนอะไร จิตใจหยาบกระด้าง”
“คนจิตหยาบ หลานเถ้าแก่โน่น ปล่อยให้แฟนมาด่าหนูอยู่ได้ว่าอ่อยบ้างล่ะ หลายใจบ้างล่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงด้วยกันนะ หนูต่อยฟันร่วงแล้ว”
“แล้วลื้อได้บอกอีไปมั้ย ว่าลื้อไม่ได้หลายใจ ลื้อมีใจเดียวมาตั้งแต่แรก”
“โอย...โกรธจนตัวสั่นขนาดนั้น มีจังหวะบอกมั้ย ว่าหนูไม่ได้เป็นอะไรกับพี่โย้ เราสองคนเล่นละครตบตาชาวบ้าน”
สืบสายเปิดประตูผ่างเข้ามาได้ยินเต็มสองหูพอดี สืบสายอึ้ง จุลลาตกใจ หันไป ผีเถ้าแก่ยิ้ม
“เธอ ไม่ได้ มีแฟน”
สืบสายดีใจมากจนล้นอกล้นใจ ในขณะที่จุลลาไม่ได้ปลื้มปริ่มอันใด เพราะยังเข้าใจอยู่ว่าสืบสายชอบเดือนพิไล จุลลาเดินหนีทันที
สืบสายเดินตามจุลลา
“คุณกลับมาทำไม”
“ผมมาขอโทษแทนคุณมูน เค้าเข้าใจผิดเลยพูดกับคุณอย่างนั้น”
จุลลายิ่งหมั่นไส้ที่สืบสายออกรับแทนเดือนพิไล
“ทางที่ดีคุณควรจะอยู่ให้ห่างๆ ฉันไว้นะ”
“โกรธอะไรผมอีกล่ะ จุลลา”
“อยู่ให้ห่างๆ ฉัน” สืบสายอึ้ง
จุลลาขึ้นสตาร์ทรถ ขับออกไปเลย สืบสายอึ้ง ไม่เข้าใจ

จุลลาเดินหมดแรงเข้ามาในบ้าน นั่งเซ็ง ยังไม่เข้าบ้าน ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวในชุดเตรียมเข้านอน จุลลาหันไปเห็น สะดุ้ง
“อุย! แวบไปเปลี่ยนเร็วจริง”
“อั๊วเป็นคนเคลมไว ไม่ชอบเอิงเอย คิดแล้วต้องทำเลย เพราะอะไรรู้มั้ย อั๊วเรียนรู้มาแล้วว่าชีวิตมันสั้น อั๊วจะไม่ยอมเสียเวลาแม้อีกวินาทีโดยไม่เกิดประโยชน์”
“ตรงๆ อย่ามาปริศนาธรรมตอนนี้ หัวหนูไม่โปร่ง เฮ้อ” จุลลานั่งถอนใจ ซึม ผีเถ้าแก่ฟึดฟัด ไม่ได้อย่างใจ “เป็นอะไรเถ้าแก่”
“เป็นผีที่ฉลาดกว่าคนเป็นๆ อย่างลื้อ อย่ารอให้ตายเหมือนอั๊วก่อนแล้วค่อยฉลาดเลย อาหนูช่าง”
“ไม่ได้ไม่อยากฉลาด แต่ไม่เข้าใจ เถ้าแก่จะเอาอะไรจากหนูเนี่ย”
“อย่างอนบ่อยได้มั้ย ลื้อยิ่งงอนอาตี๋ ยิ่งทำให้กำแพงในหัวใจมันหนา”
“ไม่ได้งอน แค่ป้องกันตัวเอง หนูไม่อยากให้เค้าเข้าใกล้หนู แฟนเค้าจะได้ไม่เข้าใจผิดอีก เพราะพูดเลย ถ้าขืนมาพูดจาดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หนูอีก หนูจะไม่ทนหรืออยากเห็นหนูต่อยหน้าแฟนคุณสืบสาย”
“เออ แถมแทงเข่าด้วยอีกหนึ่งที ผู้หญิงอะไรไม่รู้ อีไม่มีทางเป็นเมีย เป็นแม่ที่ดีได้แน่นอน ไม่เหมือนลื้อ” ผีเถ้าแก่หันมา จุลลาไม่อยู่แล้ว “อาหนูช่าง”
ผีเถ้าแก่ฮึดฮัด ฟึดฟัดเพราะไม่ได้อย่างใจอีกรอบ

จุลลาเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างอ่อนแรง
“บิ้วต์ตลอด บิ้วต์อะไรกันนักหนา หนูชอบเขาแล้วไง ตบมือข้างเดียวดังที่ไหนกัน” จุลลาตบมือข้างเดียว “เห็นปะ เห็นปะ วืด วืด วืด”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น จุลลาถอนใจ ทำหน้าเป็นปกติ ก่อนจะเปิดออกไป ดารากับจำรัสยืนอยู่
“ทำไมไม่เปิดเครื่องวะไอ้จูน รู้เปล่ามีผู้หญิงมาหา ร้องห่มร้องไห้ใหญ่ นี่ถ้าแกไม่ใช่ผู้หญิง คงคิดว่าไปทำลูกสาวเค้าท้องมา”
“มัวแต่พูดมาก เข้าเรื่องซะที ลูกจูน น้องน้ำหวานมาหาน่ะลูก”
“แล้วอยู่ไหนแล้วล่ะแม่”
“หายตัวไปแล้วลูก”
“หา”
“พอขอเบอร์บ้านบอกว่าจะโทรไปบอกพ่อกับแม่ให้ ก็ขอเข้าห้องน้ำ กว่าพ่อกับแม่จะรู้ตัวอีกที ก็ไม่อยู่แล้ว”

จุลลาตกใจ เกิดอะไรขึ้นกับน้ำหวาน

 
แสบเดินคุยมือถือมากับจุลลากำลังจะเข้าบ้าน
 
“เดินตามหาทุกที่ที่คิดว่าน้องเค้าจะไป จนขาแตกกันหมดแล้วพี่จูน น้องๆ มันหมดแรง ขอพักยกก่อน แต่แสบ แสบพักไม่ได้จนกว่าจะเจอหัวใจที่หายไป”
แสบน้ำตาจะไหลขึ้นมาอีก ก่อนจะชะงัก เพราะมองเห็นเท้าคู่ที่คุ้นตาอยู่ในสายตาตรงหน้า แสบค่อยๆ มองไล่จากเท้าขึ้นไปจึงเห็นน้ำหวานยืนหน้าเศร้าอยู่
“นะ...”
แสบกำลังจะเรียกชื่อแต่น้ำหวานเข้ามาปิดปากแสบ ส่ายหน้าไม่ให้แสบพูดอะไร แสบพยักหน้า แสบมองหน้าน้ำหวานประหลาดใจ ทำไมไม่ให้บอกใคร

จุลลากดวางสาย ดาราและจำรัสยืนรอฟังอยู่
“เจ้าแสบว่าไงบ้างลูกจูน น้องเค้าไปหาหรือเปล่า”
“แสบบอกว่า ไม่เจอน้ำหวานเลยค่ะ”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังเด็กอยู่แท้ๆ ถึงได้หนีออกจากบ้านกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ เป็นเด็กมีปัญหาทางบ้านหรือไงวะไอ้จูน”
“ปัญหาใหญ่เลยล่ะพ่อ จะถูกจับแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักอ่ะ ใหญ่ป่ะ”
“ใหญ่มากกกก”
จุลลาร้อนใจที่น้ำหวานหายไป

เช้าวันรุ่งขึ้น สืบสายในชุดจ็อกกิ้ง กำลังเดินออกมาหน้าบ้าน มีเรื่องให้คิดในหัวหลายอย่างทั้งเรื่องงานและเรื่องจุลลา ผีเถ้าแก่ในชุดจ้อกกิ้งมาตีคู่ ยังตีหน้ามึนๆ
“อั๊วบอกไว้ก่อนนา ว่าอั๊วยังงอนลื้ออยู่” สืบสายถอนใจเพราะความเครียด “แต่อั๊วกลัวว่าความสัมพันธ์ของลื้อกับอาหนูช่างของอั๊วจะไม่คืบหน้า เพราะงี่เง่าปัญญาอ่อนกันทั้งคู่” สืบสายจาม “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อั๊วจะสถาปนาตัวเองเป็นเทรนเนอร์ลื้อเอง” สืบสายอึ้ง รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ มองไปรอบๆ “อากงรู้ว่าลื้อกลัว ถ้ากลัว ก็ไม่ต้องเห็น แค่ฟังอากงอย่างเดียวก็พอ ฟังดีๆ แล้วลื้อจะได้ยิน”
สืบสายออกวิ่ง ผีเถ้าแก่วิ่งไปด้วย ตีคู่กันไป

สืบสายวิ่งมาถึงสามแยก สืบสายวิ่งตรงไป
“ไปดูแลลูกน้องแถวบ้านพักคนงานหน่อยมั้ยอาตี๋”
ผีเถ้าแก่บอก สืบสายตัดสินใจวิ่งเลี้ยวไปทางหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านพักคนงาน ผีเถ้าแก่มองตามอย่างพอใจ

หน้าบ้านพักคนงาน จุลลามาเคาะประตูหน้าห้องพักแสบ หยิก เข่ง ถัด พากันเดินเข้ามา
“พี่จูน มาแต่เช้าเลยครับ”
“ร้อนใจเรื่องน้ำหวานพ่อแม่เค้าติดต่อมาอีกหรือเปล่าว่าเจอน้ำหวานหรือยัง”
“ตั้งแต่จะมาลากคอพี่แสบเข้าคุกเมื่อคืนก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาอีกเลยพี่ เห็นแกบอกว่ารอเช้านี้ถ้ายังติดต่อน้ำหวานไม่ได้ แกจะไปแจ้งความ”
“ใช่ ต้องรอให้ 24 ชั่วโมงก่อน ตำรวจถึงจะรับแจ้งความ”
“ทำไมพี่แสบตื่นสายจังวะ ได้ยินพี่จูนแกเรียกตั้งนานแล้ว”
“นั่นดิ่ ยิ่งยังตามหาน้ำหวานไม่เจอแบบนี้ ไม่น่าจะหลับลง”
“กูปลุกเอง”
เข่งถีบประตูห้องแสบเลยโครม ประตูพังเปิดเข้าไป ทุกคนอึ้ง มองหน้าเข่ง เข่งยิ้มจ๋อยๆ
“บ้านแกเรียกปลุก บ้านฉันเรียก...หาเรื่อง”
“โทษครับพี่ ลืมไปว่าเป็นคนมือ เอ้ย ตีนหนัก”
จุลลามองเข้าไปในห้อง ไม่มีร่องรอยของแสบ หยิก เข่ง ถัด เข้าไปหาในห้อง ออกมา
“พี่แสบไม่รู้ไปไหนพี่จูน”
ทุกคนแปลกใจ เสียงมือถือของจุลลาดังขึ้น จุลลามองดูเบอร์ โชว์หน้าจอว่า “แสบ”
“ไอ้แสบ” จุลลารีบกดรับ “แสบ แกอยู่ไหนเนี่ย! อะไรนะ” จุลลาตกใจ

ท่าเรือข้ามฟากไปเกาะเสม็ด แสบแอบคุยมือถืออยู่ ขณะที่น้ำหวานนั่งรออยู่ในเรือข้ามฟาก
“คุยได้แป๊บเดียวนะพี่ เติมแค่ห้าสิบ ต้องเก็บเงินไว้ใช้ แล้วถ้าเรือออก แถวนี้ไม่มีสัญญาณ คงโทรหากันไม่ติดแล้ว”
จุลลาเป็นห่วงมาก
“เรือ นี่นั่งเรือเที่ยวเหรอใช่เวลามั้ย หรือว่าแกพาน้ำหวานหนี นั่งเรือออกนอกประเทศ”
“ไปกันใหญ่ น้ำหวานต่างหากพาแสบหนี อุ๊บส์! พลาดแล้วกู”
“นั่นไง ไอ้แสบ แกเจอน้ำหวานแล้วใช่มั้ย อะไร ยังไง”
ลูกน้องเข้ามารุมฟังจุลลาทันที
“คืองี้พี่จูน น้องน้ำหวานมาหาผมเมื่อคืน ขอร้องให้พาหนีไปไหนก็ได้ ไม่ให้บอกใครนอกจากพี่จูน”
“ก็ได้คุกกันหมดสิวะ รู้เปล่าว่าพ่อแม่เค้าจะแจ้งความ ถ้าไม่รู้ว่าน้ำหวานหายไปไหน”
“รู้สิพี่ แต่ถ้าไม่ยอมมากับน้อง ก็กลัวน้องจะเตลิดไปอีก คราวนี้ล่ะตามยากเลย ผมเลยโทรบอกพี่จูน พี่จูนช่วยหน่อยสิ อย่าให้พ่อแม่น้ำหวานแจ้งความ”
“ไปตามน้ำหวานให้มาคุยกับฉัน”
“ไม่ยอมคุยหรอก งอน เมื่อคืนอุตส่าห์ไปรอ แต่พี่จูนก็กลับดึก แถมไม่ยอมรับสายอีก เพราะฉะนั้นพี่จูนต้องรับผิดชอบ ทำไงก็ได้ไม่ให้พ่อแม่ตามและไม่แจ้งความ”
“งอนอะไรของเค้าแบบนี้เนี่ย ใช่ความผิดของฉันมั้ย”
“ใช่! เพราะถ้าพี่จูนอยู่ น้องก็ไม่เตลิดมาแบบนี้”
“โอเค แกจะไปพักที่ไหน”
“น้ำหวานให้บอกแค่นี้ อย่าตามมาเลยพี่ น้องอยากอยู่คนเดียวให้สบายใจก่อนสักพัก”
“เอากว้างๆ ก็ได้ ให้ฉันสบายใจหน่อย ว่ายังอยู่ในประเทศ”
“ก็ได้ มาเกาะเสม็ด เพราะเสร็จทุกราย”
“ไอ้แสบ ไอ้ทะลึ่ง แกคิดจะทำอะไรน้ำหวาน”
“เปล๊า หมายถึง แสบจะเกลี้ยกล่อมให้น้องน้ำหวานใจอ่อนรีบกลับบ้านต่างหาก อุย! ตังค์จะหมดแระ เหลือ 25 บาท ตอนนี้ ผมวางสายก่อนนะ ไว้โทรหายามจำเป็น”
แสบรีบวางสาย วิ่งไปหาน้ำหวาน
“ไอ้แสบ ไอ้แสบ” จุลลาพยายามกดหาแสบอีก “ไม่มีสัญญาณแล้วอ่ะ”
“พี่แสบว่าไงพี่”
“ว่าไงล่ะ น้ำหวานให้มันพาหนี แล้วไม่ให้บอกใครเพราะกลัวพ่อแม่จะรู้”
“แล้วทำไงดีอ่ะพี่จูน”
“รำวง” ทุกคนอึ้ง “ไม่รู้ทำไงนี่ มันยังคิดไม่ออก ฉันจะตามไอ้แสบกับน้ำหวานไป”
จุลลาหันไป เจอสืบสายยืนฟังอยู่แล้ว จุลลาและลูกน้องสะดุ้งเฮือกที่สืบสายมารับรู้ จุลลาเดินผ่านสืบสายไป สืบสายคว้าข้อมือจุลลาเอาไว้
“เธอยังไปไม่ได้ จนกว่า...”
“จนกว่าอะไร”

จุลลาไม่พอใจสืบสายที่มาขัดจังหวะ โดยไม่รู้จุดประสงค์

 
สืบสายคุยมือถือกับพ่อแม่น้ำหวาน
 
“ผมเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเช้าว่าเจ็กกับอี๊ตามหาน้ำหวาน คือมีสัมมนาบริษัทน่ะครับ เค้าไปกันตั้งแต่เมื่อวานซืน น้ำหวานตามไปสมทบ และคงไม่ได้บอกที่บ้าน”
จุลลาตะแง้วๆ อยู่ข้างๆ สืบสาย
“ว่าไง พ่อแม่น้ำหวานว่าไง”
“เดี๋ยวสิ! รอก่อน” สืบสายหันมาพูดกับจุลลา
“ก็ได้”
จุลลายืนฟังอย่างสงบต่อไป
“ครับ ได้ครับ เจ็กสบายใจเถอะครับ สวัสดีครับ”
สืบสายวางสาย จุลลาเข้ามาซัก
“ว่าไง เรียบร้อยมั้ย”
“ตอนนี้ไม่มีการแจ้งความแล้ว แต่ที่เราต้องรีบจัดการคือต้องพาน้ำหวานกลับมาให้ได้ภายในพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้น...ความแตกแน่ว่าผมโกหกว่าน้ำหวานตามไปงานสัมมนาบริษัท”
“แล้วไอ้แสบก็จะ...”
สืบสายทำท่าปาดคอตัวเอง จุลลาร้อนใจ
“เราต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้”
สืบสายจูงจุลลาวิ่งออกไป จุลลาตามไปเหวอๆ

ผีเถ้าแก่นั่งเอนหลังที่เก้าอี้ชายหาดหน้าฮวงซุ้ย ในชุดเที่ยวทะเล ดูดค็อกเทลสบายใจ
“เดินทางปลอดภัยน้า ทะเลคงหวานก็คราวนี้แหละวุ้ย คริคริ”
บนถนน ในรถสืบสาย สืบสายเป็นคนขับรถ จุลลานั่งข้าง พยายามต่อสายหาแสบ
“ไม่มีสัญญาณเลย แล้วจะรู้ได้ไงว่ามันไปอยู่ที่ไหนบนเกาะ”
“อย่าเพิ่งห่วงเรื่องนั้นเลย”
“ไม่ให้ห่วงเรื่องนี้ แล้วจะให้ห่วงเรื่องไหน”
สืบสายมองจุลลาหน้าเสีย

จุลลาเปลี่ยนมาเป็นคนขับ สืบสายนั่งข้างๆ จุลลาโวยลั่นรถ
“ไม่รู้จักทางแล้วก็ไม่บอก”
“ปกติผมมีครรชิตขับรถให้”
“แล้วถ้าคุณเลขาป่วยหรือเป็นอะไรไป ทำไง ทำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย”
“ทำไมต้องโวย พูดกันดีๆ ไม่ได้เหรอ”
“ก็...” จุลลาอึ้ง
“จะอารมณ์เสียใส่ผมทำไมตลอดเวลา”
“ก็...” สืบสายยื่นหน้ามาถาม ล้อๆ
“หรือว่ายังหงุดหงิดเรื่องคุณมูน”
จุลลาผลักหน้าสืบสายออกไปห่างๆ
“บอกว่าอยู่ให้ห่างๆ ฉัน”
“จุลลา เจ็บ” จุลลารีบเก็บมือ
“ขอโทษ”
“อย่าทำอย่างนี้กับผมอีกนะ”
“ก็นั่งเฉยๆ อยู่ห่างๆ เงียบๆ สิ”
สืบสายเงียบ อมยิ้ม รู้สึกดีมากที่ได้อยู่กับจุลลาตามลำพัง
ในขณะที่จุลลาขับรถอย่างเกร็ง พยายามตั้งสมาธิ รถสืบสายมุ่งหน้าออกต่างจังหวัด

ลูกน้องแสบนั่งประชุมรวมตัวกันอยู่หน้าบ้านพัก เถ้าแก่ผ่านมาเห็น อยากรู้ เข้าไปแจม
“มันสุมหัวทำอะไรกันวะ”
ผีเถ้าแก่เข้าไปยืนฟังลูกน้องแสบประชุมลับ
“จำไว้นะ อย่าได้บอกใครเด็ดขาดว่าพี่แสบพาน้องน้ำหวานหนีออกจากบ้านเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับขั้นสุดยอด”
“ให้ตายตามไปกับพวกเรา”
“แล้วถ้าพ่อแม่น้องน้ำหวานจับได้”
“เราคงจะตายก่อน”
“ก็รูดซิปปากให้สนิทสิวะ นอกจากพวกเราสามคน พี่จูนแล้วก็บอส ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้”
“เคยได้ยินมั้ย ว่าความลับไม่มีในโลก”
“กูรู้แล้ว”
เจ๊พุ่ม เจ๊อ้อยบอกพร้อมกัน ลูกน้องสะดุ้งเฮือก หันไปเห็นเจ๊พุ่มยืนอยู่กับเจ๊อ้อย แถมด้วยยามจ่อยอีกคน ลูกน้องเจ็บใจตัวเองที่รู้กันหมด
“จะเก็บเป็นความลับ แต่มาคุยกันหน้าบ้านขนาดนี้ ใช้อะไรคิดวะ” ผีเถ้าแก่บอก

น้ำหวานนั่งเหม่อมองคลื่นอยู่ริมหาดบนเกาะ แสบเข้ามา ลงนั่งข้างๆ
“พี่เปิดห้องพักแล้วนะน้ำหวาน” น้ำหวานพยักหน้า “ห้องเดียวนะ”
น้ำหวานหันมองตาเขียว
“ทำไมเปิดห้องเดียว คิดอะไร”
“คิดอยู่อย่างเดียวจ๊ะ ว่าเงินมีไม่พอเปิดสองห้อง และก็ไม่รู้ว่า น้องน้ำหวานจะอยู่กี่วัน พี่สัญญาว่าจะนอนนิ่งๆบนโซฟา ไม่เข้าใกล้เตียงนอนเด็ดขาด”
น้ำหวานอ่อนลง เห็นใจ
“น้ำหวานมีเงิน”
“แต่พี่ไม่ใช้เงินน้ำหวาน”
“น้ำหวานเป็นคนบังคับให้พี่แสบมาเป็นเพื่อน น้ำหวานจะให้พี่แสบออกเงินคนเดียวได้ยังไง เอางี้ แชร์กัน”
“จะดีเหรอ ไม่ดีมั้ง อย่าดีกว่า ไม่ดีหรอก”
แสบหันมาอีกที น้ำหวานเดินไปไกลแล้ว
“อ้าว...น้ำหวานจะไปไหนจ๊ะ”

ที่เคาน์เตอร์รีสอร์ท น้ำหวานจองห้องเพิ่มกับพนักงาน พนักงานยื่นเอกสารให้เซ็น แสบยืนมองตาละห้อย รู้สึกแย่ ที่ดูแลเธอไม่ได้ เดินคอตกออกไป
แสบนั่งอยู่ริมทะเลใกล้รีสอร์ท คราวนี้น้ำหวานเดินเข้ามาหา
“เป็นอะไรพี่แสบ”
“สะท้อนใจ ดูแลน้ำหวานได้ไม่ดี”
“ใครนั่งรถมาเป็นเพื่อนน้ำหวานเมื่อคืน”
“พี่”
“ใครคิดจะพาน้ำหวานมาพักให้สบายใจที่นี่”
“พี่”
“ใครยอมเสี่ยงติดคุกที่พาน้ำหวานมาที่นี่”
“พี่”
“แค่นี้ก็พอแล้ว” แสบอึ้ง มองน้ำหวาน ซึ้งมาก “พี่แสบ น้ำหวานไม่ได้ต้องการเงินจากพี่แสบ”
“แต่อย่างน้อย ก็น่าจะช่วยน้ำหวานได้ดีกว่านี้”
“บอกแล้วไงน้ำหวานมีเงิน แต่น้ำหวานไม่มีใคร” แสบอึ้ง รู้สึกดีที่เป็น ใคร ให้น้ำหวาน “แค่มีพี่แสบอยู่ตรงนี้...ให้น้ำหวานอุ่นใจ พอแล้ว”
น้ำหวานยิ้มให้แสบ สองคนนั่งดูทะเลด้วยกัน
“คิดว่าจะอยู่สักกี่วัน”
“ไม่รู้”
“พี่คงต้องโทรหาพี่จูนอีกทีนะ”
“ทำไม”
“โทรไปลางาน ไม่ต้องกลัว พี่ไม่บอกพี่จูนหรอกว่าเราพักอยู่ที่ไหนยังไง”
“ก็ได้ แต่อย่าบอกพี่จูนนะว่าเราอยู่ที่ไหน สัญญานะ”
“สัญญา”
“ขอบใจนะ”

น้ำหวานมองทะเลต่อไป แสบกลุ้มใจ อยากให้น้ำหวานกลับ
 
อ่านต่อเวลา 17.00น.



วิมานมะพร้าว ตอนที่ 8 (ต่อ)

จุลลาคุยมือถือกับแสบ หลังจากที่แวะจอดพักที่ปั๊ม สืบสายเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ถือเครื่องดื่มมาให้จุลลาด้วย

“ทำไมเสียงแกมาๆ หายๆ”
“ของพี่นั่นแหละ คลื่นไม่ดี ของผมคลื่นเพียบ อยู่ข้างหน้าเนี่ย ซัดซ่า ซัดซ่า” คลื่นทะเลอยู่ข้างหน้าแสบ
“แสบ พี่เหนื่อย อย่ากวนทีน”
“ไรแว้ เหนื่อยอะไรนักหนา วันนี้ก็วันหยุด”
“ก็ฉัน...” สืบสายที่มาหยุดยืนฟังอยู่ตั้งแต่แรก โบกมือห้ามจุลลาไม่ให้บอกว่ากำลังตามแสบและน้ำหวานมา จุลลาอึ้ง กับสืบสาย ไม่ให้แสบได้ยิน “อะไร”
“อย่าบอกแสบว่าเราตามมา ถามด้วยว่าอยู่กันที่ไหน” สืบสายกระซิบบอก จุลลาพยักหน้า แสบแปลกใจที่จุลลาเงียบไป
“พี่จูน พี่จูน ยังอยู่ป่ะเนี่ย”
“อยู่! ว่าไง”
“สงสัยน้ำหวานยังไม่ยอมกลับง่ายๆ อ่ะพี่ เลยจะโทรมาลางาน”
“เออ ไม่เป็นไร อยู่ให้สบายใจเถอะ ดูแลน้ำหวานดีๆ แล้วที่พักเป็นไง สะอาดปลอดภัยดีมั้ย”
“สบายเป็นบ้าเลยพี่ ให้แสบจ่ายเอง ไม่มีปัญญานะเนี่ย งานนี้หญิงเลี้ยง”
“เหรอ ที่ไหนอ่ะ เผื่อฉันเคยไป”
“จะเคยมาเร้อ”
แสบบอกชื่อรีสอร์ท จุลลายิ้มกริ่ม
 
สืบสาย จุลลาเดินมาที่รถ
“ทำไมไม่ให้ฉันบอกว่าจะตามไป”
“คุณจะทำให้แสบกลายเป็นคนทรยศสัญญาในสายตาของน้ำหวานเหรอ” จุลลาอึ้ง คิดไม่ถึง “แสบคือคนที่น้ำหวานไว้ใจในเวลาที่เค้าทุกข์ใจ ไว้ใจมากกว่าคุณซะอีก ถ้าเราบอก แสบอาจจะไม่กล้าห้ามไม่ให้เราตามไป แต่แสบก็จะไม่กล้าสบตาน้ำหวานได้เต็มตา เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าผิดสัญญาที่ให้ไว้กับน้ำหวาน”
“ก็จริง”
“กับคนบางคน สัญญามีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมด เพราะทั้งชีวิตเค้ามีอยู่แค่นั้น”
จุลลาอึ้ง มองสืบสายอย่างประทับใจ สืบสายรู้สึกเขิน จุลลาก็เขินแอบบิด
“หล่ออ่ะ” จุลลาหันกลับมา กลบเกลื่อนความเขิน เก๊กปกติ เห็นสืบสายดูดน้ำแก้เขิน “ได้ข่าวว่าแก้วที่คุณกำลังดูดน่ะ ของฉันนะ”
“เอิ่ม...เหรอ ขอโทษ เปลี่ยนหลอดมั้ย”
“เป็นโรคป่ะล่ะ” สืบสายส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือ” จุลลาแย่งแก้วน้ำมา สืบสายยิ้มเขินๆ “เป็นอะไร”
“เปล่า ไปกันเถอะ ยังขับรถอีกตั้งไกล”
“ได้ข่าวว่า ฉันคนขับนะ”
“อืม นั่นแหละ”
สืบสายเดินนำไป จุลลามองตามยิ้มๆ
 
ลูกน้องแสบนั่งตัวลีบอยู่หน้าบ้านพัก เจ๊พุ่ม เจ๊อ้อย ยามจ่อยนั่งครุ่นคิดอยู่
“เหยียบเลยนะ อย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปให้ถึงหูพ่อแม่น้องน้ำหวานเด็ดขาด”
“ไม่งั้น ซวยตั้งแต่หัวยันหางเลยนะเจ๊”
“บอส พี่จูน พวกเรา และก็พวกเจ๊ ยามจ่อยด้วย”
“ฉันไปเกี่ยวไรด้วยวะ”
“เออ นั่นเด่ะ แค่เป็นคนที่ผ่านมาแล้วบังเอิญได้ยิน”
“ก็ถือว่า เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดหมดนั่นแหละ”
เจ๊อ้อย เจ๊พุ่มยามจ่อย มองหน้ากันก่อนจะตอบรับออกมาพร้อมกัน
“ก็ได้”
“ไว้ใจได้แน่ป่ะวะ”
“สบายใจได้ ไอ้แสบมันก็เหมือนลูกเหมือนหลาน”
“ที่ว่างๆ ก็จีบมันมาทำผัวตลอดน่ะเหรอ”
“เข้าใจคำว่าเอ็นดูมั้ย อีนี่ เงียบไปเลย! เฮ้ย เจ๊ไม่มีทางเปิดปากพูดเรื่องนี้เด็ดขาด ถ้าเรื่องมันถึงหูคนอื่น พูดเลยว่าไม่ใช่จากปากเจ๊”
“เจ๊สวยมั้ย”
“ไม่”
“พวกแกมองไม่เห็นความสวยของเจ๊ เพราะเจ๊สวยจากภายใน สวยจากภายในเกิดจาก การมีคุณธรรม รับปากว่าไม่เม้าท์ต่อก็คือไม่เม้าท์ จบ...สวยๆ”
“ไอ้ยาม ว่าไง”
“ผมเกิดมาพร้อมรอยสักว่า “คำไหนคำนั้น” บนหน้าผากครับผม”        
ลูกน้องแสบสบายใจขึ้น แต่ผีเถ้าแก่ไม่ไว้ใจ
 
เจ๊พุ่มคุยมือถือกับคุณนายเง็ก
“อู๊ย พอรู้เรื่องปุ๊บ บอสก็รีบพานายช่างออกไปตามหาตัวหนูน้ำหวานกับไอ้แสบทันทีเลยค่ะท่านรอง เนี่ย สงสัยว่าจะมีการค้างอ้างแรมกันด้วยนะคะ อุ๊ย ไม่อยากจะนึกภาพเวลาหนุ่มสาวเล่นรอบกองไฟกัน”
เจ๊พุ่มเดินเม้าท์ไปเรื่อยๆ ผ่านผีเถ้าแก่ที่ยืนระอาอยู่
“น่านไง มนุษย์ขี้เหม็น พูดอะไรเชื่อได้ที่ไหน เงินที่อาเง็กมันจ้างให้เป็นสายสืบง้างปากอีได้เสมอ กลับมาพวกลื้อต้องรับมือกันหนักหน่อยน้าอาหนูช่าง”
ผีเถ้าแก่เป็นห่วงจุลลาที่ต้องเผชิญเรื่องราวหลังจากนี้
 
จุลลาขับรถ สืบสายยื่นขนมป้อนให้จุลลา จุลลางับกิน
“คุณว่า เรื่องนี้มันจะจำกัดอยู่แค่พวกเราหรือเปล่า”
“ไม่รู้สิ”
“น้ำ” สืบสายป้อนน้ำให้จุลลา จุลลาดูดน้ำ “เวลายื่นอะไรให้ฉันกิน ไม่ต้องขยับมาใกล้นัก”
สืบสายถอนใจ ไม่เข้าใจ ขยับเข้าไปใกล้มากซะเลย
“อ่ะ รักษาระยะห่างแค่นี้ได้มั้ย”
จุลลาหันไป แล้วตกใจเพราะใกล้มาก
“เฮ้ย”
“มองถนน”
จุลลาหันมองถนน สายตาเจอหลุมเบ้อเริ่ม จุลลาหลบไม่ทัน
“อ๊าย”

จุลลาและสืบสายตกใจ

 
สืบสาย จุลลายืนมองรถตัวเองที่ถูกยกขึ้นรถยก เคลื่อนตัวผ่านหน้าออกไป เหลือสืบสาย จุลลายืนมองหน้ากัน เซ็งๆ
สืบสาย จุลลายืนเบียดกันอยู่บนรถประจำทางที่อัดแน่น มองหน้ากันไม่ค่อยสนิทใจนักแต่ก็เบียดออกไม่ได้ เพราะอัดกันเป็นปลากระป๋อง จุลลาแอบเบือนหน้าหนี พ่นลมหายใจตัวเองใส่ฝ่ามือ เพราะกลัวปากเหม็น...ชัวร์ว่าไม่มีกลิ่นปากเลยมั่นใจที่จะหันไป
 
สืบสายยืนตัวแข็งเมื่อจุลลาหันมา อยู่ใกล้ประชิดมาก หายใจเร็ว ติดขัด จุลลาอยู่ใกล้หัวใจของสืบสายหูแทบแนบอกเลยทีเดียว จุลลามองหน้าสืบสาย เห็นสืบสายหน้าเริ่มซีดขึ้นเรื่อยๆ
“เป็นอะไรคุณสืบสาย”
“ผมรู้สึกเหมือน หายใจไม่สะดวก มัน...เอ่อ...”
จุลลาได้ยินเสียงหัวใจของสืบสายเต้นเร็วมาก
“ทำไมหัวใจคุณเต้นเร็วจัง”
“ตื่นเต้น”
“ตื่นเต้นทำไม ไม่เคยขึ้นรถสาธารณะที่มีคนเยอะๆ แบบนี้ใช่มั้ย คนมันรวยอ่ะนะ ไปไหนมาไหนก็รถส่วนตัวตลอด ลืมไป ขอโทษ”
“ตื่นเต้นเพราะ เอ่อ...”
แล้วสืบสายก็ร่วงเลย เป็นลมเพราะตื่นเต้นที่อยู่ใกล้จุลลาผสมเมารถ
“คุณสืบสาย” จุลลาตกใจ
 
สืบสายนั่งหมดแรงอยู่บนเตียงชั่วคราวในโรงพยาบาลต่างจังหวัด จุลลาคอยอังสำลีแอมโมเนียไว้ใต้จมูกสืบสาย
“ตกใจหมดเลย นึกว่าเป็นอะไรร้ายแรง ที่ไหนได้...เป็นลม”
“ก็ผมไม่เคย ทำไมเป็นลมไม่ได้เหรอ”
“ผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ ฉันไม่เห็นเป็นอะไรเลย”
“ก็คุณมันถึกเกินหญิง”
“ก็จริงสมัยเรียนวิดวะ ไม่มีใครคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงสักคน”
“แล้วแฟนคุณล่ะ”
“ไม่ใช่แฟน”
“ขอโทษ แต่ผมว่าจริงๆ แล้วเค้าอยากเป็นแฟนคุณนะ”
จุลลาอึ้ง คิดถึงพี่โย้ หวั่นใจ รู้สึกเหมือนกัน
 
พี่โย้มาหาจุลลาที่ร้านสบายท้อง จำรัสเดินเข้ามา
“ไอ้จูนไม่อยู่ ไม่ว่าง ถึงอยู่ก็ไม่สะดวกออกมาเจอ”
“คุณพ่อ ยังโกรธผมเรื่องที่โกหกว่าเป็นแฟนจูนเหรอครับ”
“อ๋อ ต่อให้ไม่มีเรื่องนั้นก็โกรธได้ทุกเรื่องแหละ สรุป ไม่ชอบ เชิญกลับ”
ดาราทนฟังไม่ไหว เดินมาปราม
“พ่อ ใจเย็น พูดกับเพื่อนลูกดีๆ สิ”
“เชิญกลับ”
“นี่ดีแล้วเหรอ”
“ใช่ ถ้าไม่ดีนะ เฮ้ย! มะขวิด ส่งแขก”
มะขวิดเข้ามายืนจังก้า มองหน้าพี่โย้ ขู่ แต่ตัวเท่าลูกหมา
“น่ากลัวมากครับ”
“คุณจำรัส ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ หยุดเลย มะขวิด กลับไปทำงาน” ดาราบอกเสียงเข้ม
“ครับ”  มะขวิดจ๋อยออกไป
“จูนออกไปทำธุระ บอกว่าจะกลับพรุ่งนี้น่ะจ่ะ ลูกโย้” ดาราบอก
“เหรอครับ ผมโทรหาจูน แต่จูนไม่รับสายเลย”
“ก็แสดงว่าไม่อยากคุยกับนาย”
“พ่อ เข้าบ้าน” จำรัสไม่อยากเข้า แต่ก็ต้องเข้า
“ครับ”
จำรัสเข้าบ้านไปแต่ยังไม่วายกันมาขู่พี่โย้ พี่โย้หน้าซีดมาก
“อย่าไปถือพ่อเค้านะ เค้าหวงลูกสาวมาก ผู้ชายคนไหนก็ไม่อยากให้เข้าใกล้ อยากจะเก็บลูกไว้บนคานอยู่เป็นเพื่อนตัวเองน่ะ”
“ที่ผมมาวันนี้ จริงๆ แล้วไม่ได้อยากจะมาเจอจูนหรอกครับ”
ลีลาที่รออยู่แล้ว พุ่งเข้ามาหาทันที
“อย่าบอกนะคะว่า มาหาลีลา จะมาขอ รับค่ะ! แล้วเราจะแต่งงานกันวันไหนดีคะ”
“ลีลา ไปทำงาน” ลีลาจ๋อย น้ำตาจะพุ่ง
“คุณดารา”
“หักเงินเดือน”
“ไปโล่ดค่ะ ยังไงเงินก็สำคัญกว่าความรัก ขอโทษนะคะคุณโย้”
ลีลากลับไปทำงานต่อ
“ถ้าไม่ได้มาหาลูกจูน แล้วมาหาใครล่ะจ๊ะ”
“มาหาคุณแม่”
จำรัสพุ่งออกมาจากในร้านอีก ถือตะหลิวเป็นอาวุธ
“เฮ้ย จีบลูกไม่ติด คิดมาจีบแม่เหรอ เฮ้ย เดี๋ยวสวยๆ ถึงเมียฉันจะแก่แต่ก็ยังรักมาก”
“คุณจำรัส หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
พี่โย้รีบพูดก่อนจะซวย
“ผมมาหาทั้งคุณแม่และคุณพ่อ เพื่อจะขออนุญาตจีบจูนครับ”
ดารา จำรัสอึ้ง พี่โย้ยิ้มกล้าหาญมาก
 
สืบสายเดินคุยมากับจุลลาท่ามกลางคนป่วย คนเจ็บ ร้องโอดโอย
“พี่โย้กับฉันสนิทกันมาก พี่น้องกันน่ะ ไม่มีอะไรหรอก คุณน่ะเว่อร์”
“คุณจะเชื่อผมมั้ยว่าผู้ชายด้วยกันดูออก”
“เรื่องอื่นฉันอาจจะเชื่อคุณ แต่เรื่องนี้ขอไม่เชื่อ คุณมั่ว”
“ท่าทางเค้าก็เป็นคนดี เป็นแฟนกันจริงๆ ก็ไม่เห็นแปลก”
“แปลกสิ”
“แปลกยังไง”
“เป็นแฟนเค้าได้ไง ในเมื่อฉันไม่ได้ชอบเค้า”
“เคยชอบใครบ้างมั้ย”
“เคย แต่ไม่บอก”
“ก็ไม่คิดจะถาม รีบไปเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันเรือ”
สืบสายรีบเดิน จุลลาเซ็งสืบสาย เดินตามไป
 
ที่ร้านสบายท้อง พี่โย้นั่งเจี่ยมเจี้ยมอยู่กับดาราและจำรัส
“คุณแม่กับคุณพ่อจะอนุญาตมั้ยครับ”
“แม่น่ะ ไม่ได้ห้ามอะไรหรอกนะ ถ้าหากเราทำทุกอย่างถูกต้อง ให้เกียรติลูกจูนให้เกียรติพ่อกับแม่แบบนี้ แม่ก็ไม่ขัด ส่วนพ่อ...”
“ไม่อนุญาต” จำรัสขัด
“พ่อ ใจเย็นก่อน”
“อยากจะรู้เหตุผลใช่มั้ย ได้ ฉันปิดประตูตายใส่นาย เพราะนายไม่ควรจะร่วมมือกับไอ้จูนโกหกทุกคนว่าเป็นแฟนกันตั้งแต่แรก”
“คือ...”
“ตาโย้ลำบากใจนะพ่อ ในเมื่อถูกลูกจูนบังคับ”
“ยังไงเราก็ต้องรักษาจุดยืน ไม่ถูกต้องก็คือไม่ถูกต้อง วันนี้ยอมให้ไอ้จูนบังคับ แล้ววันข้างหน้าจะเป็นหัวหน้าครอบครัว ดูแลลูกเมีย นำพาไปในทางที่ถูกต้องได้ยังไง”
ดารา พี่โย้อึ้ง จำรัสเดินออกไป หล่อๆ พี่โย้รู้สึกผิดหวัง แต่ไม่ยอมแพ้
“วันนี้คุณพ่อไม่ยอมรับผม แต่ผมจะเปลี่ยนใจท่านให้ได้ในสักวันหนึ่ง ขอบคุณครับคุณแม่ที่ให้โอกาสผม”

พี่โย้ยกมือไหว้ดารา แล้วลุกเดินออกไป ดารามองตามอย่างเห็นใจ

 
จำรัสยืนเครียดอยู่ ดาราเดินเข้ามา
 
“ที่พูดน่ะ ตัวเองทำได้หรือไง”
“ไม่ได้ ก็นี่ไง ก็ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย ยังไงซะผู้ชายก็ควรจะเป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำครอบครัว ต้องเข้มแข็งกว่าเมีย”
“อย่าหัวโบราณ และอย่าคิดแทนลูก” จำรัสอึ้ง “ลูกจูนจะเป็นคนตัดสินเองว่าคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของเค้า จะอ่อนหรือจะแข็ง ไม่ใช่คุณ ไม่ใช่ฉัน”
“แต่ผมเป็นพ่อ ควรจะมีสิทธิ์มีเสียง...”
“ไม่ใช่หน้าที่”
“ใช่สิ”
“คุณจำรัส”
“หน้าที่พ่อที่รักลูกมากไง ทำไมคุณถึงไม่เคยสนใจเลยว่าผมจะคิดอะไร หรือทำอะไร”
“ก็แต่ล่ะอย่างที่คุณคิดมันช่าง...”
“คุณมันดีแต่กดขี่ทางเพศ เผด็จการ รู้มั้ยว่าผมเสียกำลังใจนะ เรื่องอื่นผมยอมได้ แต่เรื่องลูก ยังไงผมก็ไม่ยอม ผมรักของผม ผมต้องการให้ลูกได้ผู้ชายที่ดีที่สุดมาเป็นคู่ชีวิต”
จำรัสมองหน้าดาราอย่างท้าทาย ดาราเองก็อึ้งไป เพราะไม่เคยรับรู้มุมนี้ของจำรัสว่ารักลูกมากและอ่อนไหวมาก

จุลลานั่งอยู่บนมุมหนึ่งของเรือข้ามไปเกาะ เหม่อมองทะเล สืบสายนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแอบมองจุลลา จุลลาหันมามองสืบสาย สืบสายรีบหลบสายตาเสมองทางอื่น จุลลาเดินมามองหน้าสืบสาย
“อะไร”
“แน่ใจนะ ว่าสบายดีแล้ว”
“อืม”
“ถามอีกที แน่ใจนะ”
“อืม”
“โอเค แต่...อ่ะ เพื่อความชัวร์”
จุลลาหยิบถุงก๊อบแก๊บส่งให้สืบสาย
“ให้ผมทำไม”
“เผื่อไว้”
“นี่คุณคิดว่าผมจะเมาเรือแล้วอ๊วกเหรอ”
“อืม”
“คุณจะดูถูกผมมากไปแล้วนะจุลลา”

สืบสายกำลังโก่งคออ๊วก จุลลาช่วยลูบหลัง ขำๆ
“ไง ดูผิดที่ไหน”
“อย่า อย่าเริ่ม ผมไม่มี แรง เถียง อ๊วกกกก”
“อ่ะ เต็มที่ๆ”
จุลลาลูบหลังให้สืบสาย หัวเราะขำไม่หยุด

สืบสายในสภาพเยินมากยืนอยู่ที่ท่ารถบนเกาะกับจุลลา
“ไหวมะ” สืบสายชูสองนิ้ว “ถือว่าไหวนะ”
“ทำไมการเดินทางครั้งนี้ มันทุลักทุเลขนาดนี้”
“ก็เหมือนชีวิตคนไงคุณ เมื่อชีวิตคือการเดินทาง มันก็ต้องเจออุปสรรคบ้าง จะราบเรียบตลอดไปเลยก็คงไม่ใช่ และเราก็ไม่รู้ว่าข้างหน้าเราจะเจอกับอะไร”
“แต่ถ้าใจสู้ ยังไงก็ไหว ใช่มั้ย”
“เยี่ยม ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะไปกันรอด ไป”
จุลลาเดินนำขึ้นรถสองแถว สืบสายก้าวขาไม่ออก จุลลาวกกลับมาจูงสืบสายไปขึ้นรถ

สืบสายกับจุลลานั่งบนรถสองแถวที่กำลังวิ่งไปบนถนนลูกรังที่ขรุขระเหมือนผิวบนดวงจันทร์ ทั้งสืบสายและจุลลานั่งกระเด้งหัวสั่นหัวโคลนตลอดเวลา สองคนหันมามองหน้ากัน ยิ้ม แล้วก็ขำ
“ยังไหวป่ะ”
“สบาย”
จุลลา สืบสายนั่งยิ้มเคียงคู่ หัวโยก หัวคลอน กันบนรถต่อไป

รถสองแถวจอดหน้ารีสอร์ท แล้วเคลื่อนตัวออกไปจึงเห็นสืบสายและจุลลายืนอยู่ริมถนน
“ทุกอย่างยังอยู่ครบใช่มั้ย”
“มีหล่นหายไปอย่างหนึ่ง”
“อะไร กระเป๋าเงินเหรอ” จุลลาตกใจ
“เปล่า” สืบสายยิ้มๆ จับที่หัวใจตัวเอง
“อะไร นามบัตร มือถือ ปากกา”
“ไม่มีอะไรหรอก ช่างมันเถอะ” สืบสายเหลือบไปเห็นน้ำหวานเดินอยู่กับแสบที่ริมทะเลหน้ารีสอร์ท “น้ำหวานอยู่ตรงโน้น”
จุลลาหันมองขวับ

แสบและน้ำหวานเดินกันอยู่ที่ริมทะเล สืบสายและจุลลาเดินเข้ามา
“น้ำหวาน”
น้ำหวาน แสบอึ้ง ตกใจ หันไปเห็นสืบสายและจุลลา
“พี่จูน บอส รู้ได้ไง” น้ำหวานหันมองแสบ “ไอ้พี่แสบ สัญญากับน้ำหวานแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่บอกว่าเราอยู่ที่ไหน”
“ก็ พี่บอกแล้วว่าไม่ให้พี่จูนตามมา พี่...”
“น้ำหวาน อย่าโกรธแสบเลย แสบไม่ได้รู้เห็นเป็นใจให้พวกผมมาที่นี่หรอกนะ” สืบสายบอก
“ใช่”
“จะมาตามให้น้ำหวานกลับบ้านใช่มั้ย น้ำหวานไม่กลับ”
น้ำหวานเดินหนี สืบสาย จุลลาถอนใจ แสบเดินมามองหน้าจุลลา ผิดหวัง
“พี่จูนหักหลังผม”
“แสบ”
“ผมบอกแล้วไงว่าผมจะจัดการเรื่องน้ำหวานเอง ทำไมไม่เชื่อใจกัน หลอกให้บอกว่าอยู่ที่ไหน แล้วก็จู่โจมมาแบบนี้ แถวบ้านผมเรียก ทรยศความไว้ใจ”
แสบโกรธ แยกไปอีกทางหนึ่งทิ้งสืบสายและจุลลาคอตกอยู่ตรงกลาง สองคนหันมามองหน้ากัน
“เอาไงต่อล่ะคุณ กลายเป็นคนผิดไปซะแล้ว”
“คุณพูดกับผมไม่ใช่เหรอ เมื่อชีวิตคือการเดินทาง มันก็ต้องเจออุปสรรคบ้าง จะราบเรียบตลอดไปเลยก็คงไม่ใช่ และเราก็ไม่รู้ว่าข้างหน้าเราจะเจอกับอะไร”
“แต่ถ้าใจสู้ ยังไงก็ไหว ใช่มั้ย”
“ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะไปกันรอด เราต้องช่วยกันทำให้น้ำหวานเข้าใจ”
“ไอ้แสบก็ควรจะเข้าใจว่าเราสองคนทำเพื่อช่วยมัน”
“เป็นคนดีบางทีก็ไม่ง่ายนะ”
“แต่นี่คืออย่างเดียวที่ฉันทำเป็น”
สืบสายมองหน้าจุลลาประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามของทะเลยามโพล้เพล้ แสบวกกลับมา ด้วยท่าทางตื่นตกใจ
“ใช่เวลามาติกกันมั้ย น้ำหวานหายตัวไปอีกแล้ว ช่วยกันออกตามหาเร็วพี่จูน บอส”
จุลลา สืบสายตกใจ

 
แสบเดินนำจุลลาและสืบสายออกตามหาน้ำหวาน
 
“น้ำหวาน น้ำหวาน”
“แกรู้ได้ไงว่าน้ำหวานหนีไป”
“ก็มีคนเห็นน้ำหวานวิ่งร้องไห้หนีออกไปจากรีสอร์ท”
“ไปทางไหนล่ะ”
“ทางโน้...” แสบชี้ไปทางทะเลแล้วชะงัก ตกใจ “ทะเล” สืบสาย จุลลาตกใจ สายตาแสบไปปะทะที่รองเท้าน้ำหวาน จอดอยู่ที่ริมหาด “รองเท้าน้องน้ำหวาน ทะเล ไม่มีน้องน้ำหวาน น้องน้ำหวานหนีลงทะเล น้ำหวานของแสบ”
แสบคลั่งวิ่งจะไปตามหาน้ำหวานในทะเล “น้ำหวาน”
สืบสายเข้าไปล็อกแสบเอาไว้
“แสบใจเย็นๆ แสบ”
“ปล่อยแสบ แสบจะไปตามหาน้องน้ำหวาน ปล่อยแสบ ปล่อย”
จุลลาเข้าไปช่วยห้ามแสบเอาไว้
“แสบ หยุด”
“ไม่หยุด มาห้ามแสบทำไม ทำไมไม่ช่วยกันหาตัวน้ำหวาน ทำไม”
“เพราะน้ำหวานอยู่ตรงโน้น”
“หือ? น้ำหวานอยู่ตรงโน้น”
“เออ ยืนอยู่ตรงโน้น บนบก ไม่ใช่ในทะเล”
แสบชะงัก หันไปเห็นน้ำหวานยืนอยู่ริมทะเลอีกมุมหนึ่ง มองมาที่แสบ ตาเขียว
“น้ำหวาน น้ำหวานไม่ได้เดินลงทะเล”
“จะให้ลงไปงมหอยหรือไง ฉันไปเดินเล่นทางโน้น”
แสบสะบัดออกจากสืบสายและจุลลา
“น้ำหวานยังไม่ตาย น้ำหวานของแสบ” แสบวิ่งไปซบอกน้ำหวานอย่างดีใจ น้ำหวานอึ้ง ถอนใจกับความนอยเกินเหตุของแสบ แต่ก็รู้สึกดีที่แสบเป็นห่วง “เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เหมือนโลกพังทลายแล้วได้รับการบูรณะ เหมือน
แม่พระเสด็จมาโปรด น้ำหวานนนจ๋า”
“พอแล้ว อย่าเนียน”
น้ำหวานผลักหน้าแสบออกไปห่างๆ จุลลาและสืบสายมองอย่างโล่งอก กึ่งขำ

คุณนายเง็กนั่งลงที่โต๊ะทานข้าว ซึ่งป้าเมี่ยงกับสาวใช้กำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ คุณนายเง็กดูสบายใจมาก
“อาเมี่ยง ตักข้าวเลย”
“ไม่รอคุณสืบกับท่านประธานเหรอคะ”
“อาตี๋ไม่ต้องรอ อีกลับมาไม่ทันทานข้าวเย็นกับอั๊วแน่นอน อ้อ พรุ่งนี้เช้าก็คงยังไม่ทัน ไม่ต้องจัดเผื่ออี ส่วนท่านประธาน...” เสี่ยตงเดินเข้ามา จากการไปออกรอบตีกอล์ฟ คุณนายเง็กค้อน ประชด “อีกำลังติดใจกับข้าวนอกบ้าน และคงจะกินมาจนอิ่มแล้ว ไม่ต้องรอ” เสี่ยตงมองคุณนายเง็กอย่างเหนื่อยหน่าย จะเลี่ยงไป “เดี๋ยวก่อนเฮีย”
“อะไร”
“ทำไมไม่ไปที่เขต อั๊วนัดลื้อแล้วว่าจะต้องไปเซ็นใบหย่า”
“ไม่หย่า”
แล้วเสี่ยตงก็เดินเข้าบ้านไป คุณนายเง็กอึ้ง เจ็บใจและโกรธ
“อาเมี่ยง”
“คะ ท่านรอง”
“ขอเหตุผลดีๆ สักข้อซิ ว่าอั๊วควรจะอยู่กินเป็นผัวเมียกับเฮียตงต่อไปเพื่ออะไร”
“อย่ามาถามเหตุผลของเมี่ยงเลยค่ะ เมี่ยงไม่ใช่เมียท่านประธาน” คุณนายเง็กอึ้ง มองเมี่ยงด้วยความไม่พอใจ
“ท่านรองคนเดียวเท่านั้นค่ะ ที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด”
คุณนายเง็กลุกไปอย่างไม่พอใจ ป้าเมี่ยงมองตามด้วยความหนักใจ เสี่ยตงเดินเข้ามาใหม่ ไม่เห็นคุณนายเง็ก ก็โล่งอก นั่งลง
“อาเมี่ยง ตักข้าว”
ป้าเมี่ยงให้สาวใช้เสิร์ฟข้าว เสี่ยตงนั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะ รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว เสี่ยตงตักกับข้าวทาน กินไม่ลง แต่ทำเป็นสบายใจ ฝืนกิน
“ทานลงด้วยเหรอคะ” เสี่ยตงแทบสำลักข้าว
“อาเมี่ยง”
“ขอประทานโทษค่ะ เมี่ยงไม่ได้ตั้งใจขัดคอ แค่อยากจะบอกว่าทานข้าวคนเดียว มันไม่อร่อยเหมือนกับตอนที่ทานกันพร้อมหน้านะคะ”
“ใครบอก อร่อยกว่าต่างหาก ไม่ต้องสนใจใคร อยู่กับตัวเอง สบายใจไม่เรื่องมาก”
เสี่ยตงทำเป็นอร่อยกับอาหารต่อไป

น้ำหวานก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่สนใจสายตาของสืบสาย จุลลา และแสบที่มองน้ำหวานเป็นตาเดียว
“น้ำหวานจ๊ะ”
“อืม”
“ข้าวหมดโถแล้วนะจ๊ะ จะให้สั่งเพิ่มให้อีกโถมั้ยจ๊ะ”
“ได้”
“เอ่อ พี่ประชดจ๊ะ”
“แต่น้ำหวานเอาจริง”
“จริงก็จริงจ๊ะ” แสบหันไปสั่งข้าวเพิ่ม “พี่ครับ ขอข้าวเปล่าเพิ่มอีกโถหนึ่งจ๊ะ”
จุลลาทนไม่ไหว ร้อนใจ อยากเคลียร์
“น้ำหวาน”
สืบสายแตะแขนจุลลา เชิงห้าม
“ปล่อยให้น้ำหวานทานข้าวก่อน”
“แต่...”
“เชื่อผมสิ”
จุลลาอึ้ง ยอมเชื่อ ปล่อยให้น้ำหวานกินข้าวต่อไป

ที่บ้านสืบสาย เสี่ยตงรวบช้อน กินต่อไปไม่ลง ทั้งที่ข้าวยังเหลือเต็มจาน
“อั๊วอิ่มแล้ว”
เสี่ยตงลุกขึ้นเดินออกไป ป้าเมี่ยงมองตามอย่างเป็นห่วง ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้

“เก็บโต๊ะเถอะ”

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 8 (ต่อ)

ขณะนั้นคุณนายเง็กอยู่ห้องทำงานเถ้าแก่ คุณนายเง็กยืนมองรูปเถ้าแก่

“อาเตี่ย อั๊วกำลังจะอกแตกตายอยู่แล้ว อั๊วจะทำยังไงกับเรื่องเฮียตงดี”
ผีเถ้าแก่ลอยมาอยู่ข้างๆ คุณนายเง็ก
“ไม่เห็นต้องทำอะไร ลื้อก็อยู่ของลื้อเฉยๆ”
“จะให้อยู่กันไปเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก นับถอยหลังรอเวลาระเบิดแบบนี้ อั๊วต้องกระอักเลือดตายสักวัน”
คุณนายเง็กทดท้อใจอย่างแรง ผีเถ้าแก่มองอย่างเห็นใจ เสี่ยตงเดินผ่านมาเห็น หยุดแอบดูคุณนายเง็ก
“ลื้อหวังจะให้เตี่ยแสดงปาฏิหาริย์อะไรให้ลื้อล่ะอาเง็ก ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะช่วย แต่อั๊วเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้ นี่คือลิขิตฟ้าชะตาสวรรค์ ถ้าลื้อไม่มีเหตุผลหรือมีความหนักแน่น ชีวิตครอบครัวลื้อมันก็จะล่มกลางคัน มันเป็นของมันอย่างนั้น”
“อั๊วไม่ได้อยากเลิก แต่อั๊วทนไม่ได้ ถ้าอีจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอั๊ว ซึ่งเป็นเมียที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับอี”
เสี่ยตงยืนอึ้งที่เห็นความทุกข์ของคุณนายเง็ก ผีเถ้าแก่หันไปเห็นเสี่ยตงยืนอยู่
“ลื้อได้ยินมั้ยอาตง ความในใจของผู้หญิงที่กำลังจะถูกยัดเยียดคำว่าเมียหลวงให้ อีกำลังทุกข์ใจเพราะความมักง่ายของลื้อ” ผีเถ้าแก่ต่อว่าเสี่ยตง เสี่ยตงยืนอึ้ง นึกเห็นใจคุณนายเง็ก “มีอะไรก็เคลียร์กัน คนในบ้านคือคนที่ลื้อควรจะรักษาหัวใจ ไม่ใช่คนข้างนอก ไอ้หยา อั๊วต้องปากเปียกปากแฉะสอนพวกลื้อไปอีกนานแค่ไหนวะ”
เสี่ยตงเดินเข้ามาหาคุณนายเง็ก
“อาเง็ก”
คุณนายเง็กอึ้ง หันไป เห็นเสี่ยตง แต่ยังงอนจึงเชิดใส่
“จะมาบอกว่า พร้อมจะไปเซ็นใบหย่าแล้วใช่มั้ย”
“วะ! เค้าอุตส่าห์มาง้อ ยังจะสะบัดบ็อบ! เฮ้อ”
ผีเถ้าแก่เซ็ง ตัดสินใจ ปัดจานผลไม้ของไหว้ตกลงพื้นโครม
“ว้าย” คุณนายเง็กตกใจกระโดดเข้ากอดเสี่ยตงแน่นด้วยความกลัว “เฮีย มันหล่นลงมาได้ยังไง ได้ยังไง”
“อั๊วก็ไม่รู้”
คุณนายเง็กและเสี่ยตงหันมองไปที่รูปของเถ้าแก่ กลัวขึ้นมาทันที
“หรือว่า อาเตี่ย”
คุณนายเง็กและเสี่ยตงตกใจวิ่งกอดกันกลมออกไปทันที
“ฮ่ะๆๆ อั๊วแสดงปาฏิหาริย์ช่วยลื้อไม่ได้ แต่อั๊วหลอกให้ลื้อตกใจได้ ไม่ผิดกฎเว้ย เพราะอั๊วเป็นผี ผีก็ต้องหลอกคน ฮ่ะๆๆ กอดกันกลมเชียว สงสัยคืนนี้คงไม่กล้านอนคนเดียวกันอีกแล้ว ฮี่ๆๆ”
ภาพเถ้าแก่หัวเราะอารมณ์ดี

น้ำหวานกินน้ำอิ่มข้าว สืบสาย จุลลา แสบมองเหวอๆ เพราะน้ำหวานกินเยอะมาก
“จะเลี้ยงไหวมั้ยเนี่ยกรู กินเหมือนเททิ้ง” แสบแอบบ่น
“บ่นไรพี่แสบ”
“เปล่าบ่นจ๊ะ กำลังชมว่าน้ำหวานเลี้ยงง่าย”
“เอาล่ะ น้ำหวานพร้อมคุย”
“พี่ก็พร้อมด่า”
“พี่จูน น้องน้ำหวานกำลังจิตใจเปราะบาง ทำร้ายจิตใจผมด้วยการทรยศผมไม่ว่า แต่อย่าทำร้ายหัวใจน้อง ผมไม่ยอม”
“ไอ้แสบ นั่งเฉยๆ เรื่องของเราเดี๋ยวค่อยเคลียร์ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”
“แต่...”
“แสบ ฟังจุลลา” สืบสายขัด แสบจ๋อย ยอม
“ครับ บอส ว่าไปพี่จูน”
“ทำอย่างนี้ไม่ดีเลยนะน้ำหวาน หนีมาทำไม รู้มั้ยว่ามีคนที่ต้องเดือดร้อนเพราะความเอาแต่ใจ เอาแต่อารมณ์ของเรากี่คน” น้ำหวานน้ำตาซึม
“เอาแล้วไงๆ โอ๋ อย่าร้องนะจ๊ะน้ำหวาน เก็บน้ำตาไว้ร้องตอนพี่ตายเถอะ” แสบบอก น้ำหวานสวนกลับทันที
“แล้วเมื่อไหร่จะตาย เงียบไปเลย จะฟังพี่จูน”
“ว่าไป พี่จูน”
“พูดต่อที เห็นน้ำตาแล้วอารมณ์ขึ้น” จุลลาบอกสืบสาย แล้วเมินหน้าหนี
“พี่จูนโกรธน้ำหวานมากขนาดนี้เลยเหรอคะบอส”
“เออสิ”
“จุลลา ให้ผมคุย”
จุลลายกมือเป็นสัญญาณ โอเค ไม่ยุ่ง เชิญพูดต่อ สืบสายอ่อนใจกับความใจร้อนของจุลลา น้ำหวานหน้าเสีย แสบนั่งมองให้กำลังใจน้ำหวานตาปริบๆ

คุณนายเง็กกับเสี่ยตงนั่งกอดกันอยู่บนเตียงในห้อง มองไปรอบๆ ด้วยความกลัว
“เฮีย มีอะไรเคลื่อนไหวแปลกๆ ในห้องนี่มั้ย”
“ไม่รู้ อั๊วยังไม่เห็น”
“แล้วรู้สึกบ้างไหม”
“รู้สึก”
“รู้สึกอะไร”
“รู้สึกว่า จริงๆ แล้ว ลื้อก็ตึงนะ”
คุณนายเง็กอึ้ง มองหน้าเสี่ยตง เสี่ยตงมองหน้าคุณนายเง็ก สายตากรุ้มกริ่ม ผีเถ้าแก่เข้ามาหยุดมองสองคน คอยลุ้น
“คนมันรักกัน ทำให้สปาร์กกันหน่อย นิดเดียว เดี๋ยวก็ไฟติด”
คุณนายเง็กกับเสี่ยตงสบตากัน
“เฮีย”
“เง็ก”
คุณนายเง็กผลักเสี่ยตงตกเตียงเลย
“ไอ้เฒ่าหัวงู แก่ป่านนี้แล้วยังจะมาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน บอกเลยนะว่าอั๊วไม่ใจอ่อนให้ลื้อ ยังไงอั๊วก็จะหย่า”
“ปูโธ่เอ้ย” ผีเถ้าแก่ผิดหวัง
เสี่ยตงเสียฟอร์มหมด ลุกขึ้น โวยเลย
“ลื้อเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เสียงอ่อนเสียงหวานอะไร”
“ลื้อคิดจะทำอะไรอั๊วล่ะ”
“เอาอะไรมาคิดว่าอั๊วคิด”
“ก็ลื้อบอกว่าอั๊วตึง”
“หูตึงต่างหาก! อั๊วกระซิบข้างหูลื้อว่าลื้อมัน เหี่ยว มีตึงอยู่อย่างเดียวคือหู ลื้อก็ไม่ได้ยิน นี่ไง ไม่ได้ยินที่อั๊วพูดใช่มั้ย แสดงว่าหูลื้อมันตึง”
“ไอ้ตง” คุณนายเง็กโมโห ผีเถ้าแก่โมโหด้วย
“อาเง็ก” คุณนายเง็กหันไปทางผีเถ้าแก่
“อะไร” แล้วคุณนายเง็กกับเสี่ยตงก็อึ้ง ชะงัก
“อาเง็ก ลื้อหันไปพูดกับใคร”
“ใครที่เรียกชื่ออั๊ว อั๊วได้ยินเต็มสองหูเลย หูอั๊วไม่ได้ตึงและก็ไม่ได้หนวกนะ อั๊วสาบาน”
“อั๊วไม่ได้เรียก”
“แล้วใครเรียก”
“อั๊วเอง”
“อาเตี่ย”
แล้วคุณนายเง็กกับเสี่ยตงก็วิ่งเข้ามากอดกันใหม่ ผีเถ้าแก่ยืนส่ายหัวอยู่ข้างๆ
“เหนื่อยจะคุยกับไอ้มนุษย์ขี้เหม็นที่หัวใจอัดแน่นไปด้วยกำแพงแห่งอคติจริงๆ ในเมื่อพวกลื้อมองไม่เห็นอั๊ว เพราะฉะนั้น สิ่งที่ลื้อจะได้จากอั๊วคือความกลัวและความขี้ขลาด ลื้อจะไม่มีวันได้ปัญญา”

ผีเถ้าแก่หายตัวไป คุณนายเง็กกับเสี่ยตงยังกอดกันกลม ร้องลั่นไม่เลิก

 
จุลลาลุกไปนั่งอีกโต๊ะห่างๆ น้ำหวานมองจุลลาตาละห้อย แต่จุลลาก็ทำเป็นไม่สนใจ
 
“เค้าเป็นห่วงน้ำหวานมากเลยโกรธมาก ที่น้ำหวานหุนหันพลันแล่น ปัญหามีไว้ให้แก้ไข ไม่ใช่ให้วิ่งหนีนะน้ำหวาน” สืบสายบอก
“ก็น้ำหวานไม่รู้จะทำยังไงนี่คะ รู้แต่ว่า อยากไปให้พ้นๆ น้ำหวานไม่อยากถูกเตี่ยบังคับ ถึงจะยังไม่มีใคร แต่ก็ไม่อยากแต่งงานกับใครที่ไม่รู้จัก ไม่รัก มันหมดสมัยการถูกคลุมถุงชนแล้ว”
จุลลาลุกมาโวย
“ถ้าอย่างนั้น ก็ยิ่งต้องยืนหยัดให้พ่อกับแม่เห็นว่าเราไม่เต็มใจ ไม่ใช่หนี”
“ยืนหยัดยังไงล่ะคะ ยังไงน้ำหวานก็ไม่มีทางชนะเตี่ย ลูกจะไปชนะพ่อแม่ได้ยังไง”
ทุกคนอึ้งกันไปหมด
“จุลลา ผมคุย” สืบสายบอก จุลลาเดินกลับไปนั่งที่เดิม “ผมจะไปคุยกับอาเจ๊กเอง”
“จริงเหรอคะบอส ถ้าบอสช่วยพูด เตี่ยอาจจะใจอ่อนก็ได้ เตี่ยเกรงใจบอส”
“ผมไปคุยด้วย” แสบเสนอตัว จุลลาลุกมาอีก
“แกน่ะอยู่เฉยๆ เลยไอ้แสบ เตี่ยน้ำหวานเค้าไม่ชอบแกไม่ใช่เหรอ ยิ่งแกไปพูด จะยิ่งไปกันใหญ่” แสบจ๋อย
“แต่น้ำหวานต้องกลับบ้านก่อน เข้าใจมั้ย”
“แต่...”
“รู้มั้ย ว่าคุณสืบสายลงทุนโกหกพ่อน้ำหวาน เอาหัวตัวเองวางบนเขียง ถ้าไม่กลับ หัวคุณสืบสายถูกสับเละแน่” จุลลาบอก
“ผมคุย” สืบสายบอก
“เสริมเฉยๆ” จุลลาลงไปนั่ง เงียบ
“น้ำหวาน เห็นจุลลามั้ย”
“เห็นค่ะ”
“ความกล้าหาญที่จุลลามี ช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่น่ากลัวได้ทุกครั้ง ถูกมั้ย”
จุลลาอึ้ง น้ำหวาน แสบหันมามองจุลลา จุลลาค้างเลย ไม่คิดว่าสืบสายจะชม และที่สำคัญ ดูสายตาคู่นั้นสิ จุลลาอยากละลาย แต่ทำใจแข็ง ฝืน ยืนเอาไว้
“ใช่ค่ะ พี่จูนเป็นไอดอลของน้ำหวาน น้ำหวานอยากกล้าหาญเหมือนพี่จูน”
“งั้นก็ต้องทำอย่างที่พี่จูนทำ”
“แต่น้ำหวานไม่เคย”
“น่า ครั้งแรกอาจจะยาก แต่มันเหมือนมดกัด เจ็บแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ชิน”
“พูดเรื่องอะไรเนี่ยพี่แสบ”
“เรื่องกลับบ้าน”
“เดี้ยะ”
“ว่าไง”
“ค่ะ น้ำหวานจะกลับบ้าน”
จุลลา แสบ ดีใจ ลืมตัวเข้าไปจับมือกัน
“ไชโย”
“น้ำหวานยอมกลับบ้านแล้วพี่จูน”
“สุดยอดเลย ให้มันได้อย่างนี้สิ คุณสืบ น่ารักที่สุด”
จุลลาเข้าไปบีบจมูกสืบสายด้วยความเอ็นดู สืบสายตั้งตัวไม่ทัน ปัดป้องไม่ได้แล้ว ยิ้มเขินๆ
“มันใช่อ่ะกิ๊บ ขอมือหน่อย” แสบและจุลลาไฮไฟว์กัน ก่อนที่แสบจะรู้สึกตัวว่างอนจุลลาอยู่ “เราโกรธกันอยู่ เอานิ้วโป้งไปนิ้วเดียว”
จุลลาลากแสบออกไป
“มานี่เลย ไอ้แสบ”
“โอ๊ย พี่จูน เจ็บ เบาๆๆ”
สืบสายและน้ำหวานมองตามจุลลากับแสบ
“แสบจริงใจกับน้ำหวานมากนะ” น้ำหวานอึ้ง
“ค่ะ น้ำหวานรู้”
น้ำหวานมองตามอย่างกังวลใจเรื่องแสบ

จุลลาลากแสบมา เหวี่ยงออกไป แสบแทบล้ม
“ผู้หญิงอัลลัยยย แรงควาย ชอบใช้กำลัง”
“ผู้หญิงอย่างฉัน ที่ทนความปัญญาอ่อนของผู้ชายอย่างแกมากไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้วไง เพราะคิดว่าคงมีต่อย”
“จะมาต่อยแสบทำไม แสบไม่ใช่ศัตรูของพี่”
“เพื่อนใกล้ตัวนี่แหละตัวดี ยิ่งต้องต่อยให้ได้สติ เพราะฉันจะไม่ทน ถ้าแกเข้าใจฉันผิดแล้วไม่ยอมฟังเหตุผล ไม่ยอมมองเจตนา ว่าฉันต้องยอมถูกแกโกรธแบบนี้เพราะอะไร” แสบอึ้ง “ฉันขอโทษนะแสบ” แสบอึ้งอีก “ที่ต้องโกหกว่าจะไม่ตามมา เพราะฉันรู้ดีว่าแกต้องไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหนแน่นอน คำมั่นสัญญาที่ออกจากปากแก ศักดิ์สิทธิ์มากกว่าอะไรทั้งหมด ทำไมฉันจะไม่รู้ ฉันไม่มีทางทำลายมันได้แน่นอน ฉันจึงต้องใช้วิธีนี้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้น คุณสืบสายที่ออกหน้าโกหกเตี่ยน้ำหวานต้องเสียคนเพราะถูกจับได้ที่โกหกให้น้ำหวาน เพื่อปกป้องแก ปกป้องทุกคนไม่ให้เดือดร้อน”
แสบคอห้อยเลย เข้าใจจุลลาและไม่คิดโกรธอีกต่อไป
“ผมขอโทษ ที่ปัญญาอ่อนใส่นะพี่”
จุลลายิ้มอย่างโล่งอกให้แสบ แสบลงนั่ง จุลลาลงนั่งข้างๆ เงียบๆ สืบสายและน้ำหวานยืนฟังอยู่ที่มุมหนึ่ง
“แสบไม่เคยทรยศคำมั่นสัญญาที่มีต่อน้ำหวาน แสบยอมแลกได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องน้ำหวาน และผมก็เชื่อว่า วันนึง ความมั่นคงของแสบจะทำให้เตี่ยของน้ำหวานยอมรับแสบได้”
น้ำหวานมองแสบอึ้งๆ ตอนนี้หัวใจทั้งดวงละลายและมอบให้แสบไปหมดแล้ว

คืนนั้นที่บ้านจุลลา จำรัสนั่งดูทีวี แต่ตาไม่ได้ดูทีวีเพราะรอคอยการกลับบ้านของจุลลา
“เมื่อไหร่ไอ้จูนมันจะกลับบ้านวะ”
ดาราเข้ามา พยายามพูดดีกับจำรัส
“ถึงเวลาลูกก็กลับมาเองล่ะค่ะ” จำรัสเมิน ไม่พูดด้วย “คุณจำรัส ทานข้าวกันเถอะค่ะ”
“ยังไม่หิว คุณกินเถอะ ผมจะรอไอ้จูน” จำรัสตอบห้วนๆ เพราะยังงอนเมีย
“คุณยังโกรธฉันใช่มั้ยคะ”
“ผมไม่ได้โกรธ คุณมีเหตุผลของคุณ ผมก็มีเหตุผลของผม เราแค่คิดต่าง แต่ไม่จำเป็นต้องโกรธกัน”
“ดีค่ะ เพราะฉันจะโกรธคุณ”
“หือ”
“ค่ะ ฉันจะโกรธคุณ ตอนแรกก็ว่าจะโกรธเลย ไม่มาปรึกษาก่อน แต่คงไม่ดีแน่ถ้าฉันโกรธ แล้วคุณก็บังเอิญโกรธขึ้นมาเหมือนกัน บ้านคงจะพังพอดี คุณไม่โกรธก็ดีแล้ว ฉันจะได้โกรธคุณ อย่ามาทานข้าวด้วยกันนะคะ”
ดาราสะบัดหน้าเดินออกไป ทิ้งจำรัสงงๆ
“อะไรวะ มีงี้ด้วย”
ดาราเดินเข้ามาใหม่
“มีค่ะ”
“กลับมาทำไมอีกเนี่ย”
“ตอนแรกก็ว่าจะไม่อธิบายค่ะว่าทำไมถึงโกรธ แต่คิดว่าควรจะสักนิด ไม่อยากให้คุณคิดว่าผู้หญิงใช้แต่อารมณ์ไม่มีเหตุผล”
“ใช่ คุณจะมาโกรธอะไรผม”
“โกรธที่คุณ ดื้อ! รับทราบนะคะ เลิกดื้อเมื่อไหร่ เราค่อยดีกัน”
ดาราสะบัดหน้าออกไปอีกรอบ

“เฮ้อ”

 
จุลลารู้สึกโล่งใจ ทิ้งตัวลงนอนริมหาด
 
“เฮ้ย พี่จูน จะมานอนอะไรตรงนี้”
“เมื่อย ขออยู่นิ่งๆ แป๊บ”
จุลลาหลับตาลง แสบปล่อยให้จุลลานอนไป สืบสายเข้ามาสะกิดที่ไหล่แสบ แสบหันไป สืบสายยืนอยู่ บุ้ยใบ้ให้แสบลุกไป แสบใบ้ถามสืบสาย จะมานั่งตรงนี้เหรอ สืบสายใบ้ตอบใช่ แสบใบ้กลับทำไม สืบสายเข้ามาฉุดแสบให้ลุก แสบลุก สืบสายดันแสบให้ออกไป แสบยักไหล่ ไปก็ไป
สืบสายนั่งลงข้างจุลลาเงียบๆ มองหน้าจุลลาที่นอนหลับอยู่ยิ้มๆ จุลลาลืมตา มองท้องฟ้า เห็นดาว ยิ้ม คิดถึงภาพตอนที่ดูดาวกับสืบสาย
“ดาวที่นี่ก็สวยเหมือนกันนะ แต่รู้อะไรมั้ยแสบ มันไม่สวยเท่ากับดาวที่บ้านพักของฉัน”
“ขึ้นอยู่กับว่า เรานั่งดูดาวอยู่กับใครมั้ง”
จุลลาอึ้ง ผุดลุกนั่งทันที มองสืบสายตกใจ เขินๆ
“คุณสืบสาย”
“อืม”
“มาไม่ให้สุ้มให้เสียง”
“ไม่งั้นจะได้ยินคุณบ่นเหรอว่าดูดาวที่นี่ไม่สวยเหมือนตอนที่นั่งดูกับผมที่หน้าบ้านพัก”
“ไม่ใช่! ตอนที่ฉันนั่งดูคนเดียวต่างหาก”
“เหรอ”
“ใช่”
“โอเค คนเดียวก็คนเดียว”
“แล้วแสบไปไหน แล้วคุณมานั่งอยู่ทำไม”
“แสบไปหาน้ำหวาน ส่วนผมมาหาคุณ ไป” สืบสายลุกขึ้น
“ไปไหน”
“คืนนี้ เราต้องนอนค้างที่นี่ เพราะไม่มีเรือ”
“จะชวนฉันไปนอน! บ้าหรือเปล่า”
“คนที่บ้าก็คือคุณนะ ถ้าจะนอนค้างที่นี่ แต่ไม่มีอะไรติดตัวมาสักอย่าง อย่าพูดมากน่ะ ตามผมมา”
สืบสายจูงมือจุลลาไป จุลลาสะบัดมือออก
“เดินเองได้”
“ก็ไม่ยอมตามมาเองนี่นา”
“ก็บอกสิว่าจะไปไหน”
สืบสายมองจุลลายิ้มๆ หัวใจพองโตเหลือเกินที่เห็นจุลลาเขินอาย

ผีเถ้าแก่อยู่ที่ฮวงซุ้ยนั่งมองภาพในจอทีวี ยิ้มอย่างมีความสุข ภาพในจอทีวีเห็นจุลลาเดินเคียงข้างมากับสืบสาย สองคนยิ้มๆ ยิ้มอยู่ในหน้าตลอดเวลา
“ถึงอั๊วไม่ได้ไปด้วย แต่รับภาพถ่ายทอดสดตลอดเวลานะอาหนูช่าง อิอิอิ เซ็งคู่คนแก่ อั๊วก็มีฉากหวานของพวกลื้อทำให้อั๊วสบายใจ” ผีเถ้าแก่ดูทีวีต่อไปอย่างมีความสุข ก่อนจะนึกถึงคู่ของคุณนายเง็กและเสี่ยตง “แต่เดี๋ยวสวรรค์จะหาว่าอั๊วลำเอียง”
ผีเถ้าแก่หยิบรีโมทมากดเปลี่ยนช่อง เป็นภาพในห้องของคุณนายเง็ก เห็นคุณนายเง็กกับเสี่ยตงยังกอดกันกลมอยู่

คุณนายเง็กกอดเสี่ยตง กลัวผีเถ้าแก่อยู่
“เฮีย ผีเตี่ยอีจะไปแล้วหรือยัง”
“ไม่รู้สิ ถามอีดูมั้ย”
“เตี่ย ลื้อยังอยู่หรือเปล่า ถ้าอยู่ให้ส่งเสียงหน่อย”
“จะให้อีส่งเสียงอีกทำไม ลื้ออยากขนหัวลุกอีกรอบหรือไง อาเง็ก”
“ไม่อยาก” คุณนายเง็กกอดเสี่ยตงแน่น “เฮีย ลื้ออย่าปล่อยอั๊วนะ กอดอั๊วแน่นๆ คืนนี้อั๊วไม่อยากอยู่คนเดียว อั๊วกลัว”
“ไม่ต้องกลัวนะ เฮียอยู่นี่ เฮียจะปกป้องลื้อเอง”
“ขอบคุณนะเฮีย อาเตี่ย รักนะ ไม่ใช่ไม่รัก แต่กลัวมาก”
“หรือว่าเตี่ยโกรธที่เราทะเลาะกัน อีเลยแวบมาแวบไปให้เรารู้สึก”
คุณนายเง็กชะงัก คิด มองหน้าเสี่ยตง สองคนมองหน้ากัน

ผีเถ้าแก่ดูทีวีหัวเราะก๊าก
“แหม ไอ้ตง จะง้อเมีย เลยอ้างผีอั๊ว เนียนเลยนะ เหมือนใครวะ ฮ่ะๆๆ ยอมๆ มันไปเถอะวะอาเง็ก ให้โอกาสมันหน่อย ถึงมันจะชอบทำกะลิ้มกะเหลี่ยกับสาวๆ แต่อย่างน้อยมันก็ยังรักลื้อนา อ่อนหวานกับมันหน่อย เตี่ยขอ”
ผีเถ้าแก่นั่งลุ้นคู่คุณนายเง็กกับเสี่ยตงต่อไป

ภาพในทีวี คุณนายเง็กอยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยตง มองหน้ากัน คุณนายเง็กดูลังเลจะยอมอ่อนให้เสี่ยตงดีหรือไม่

หน้าร้านขายของที่เกาะ จุลลายืนคุยโทรศัพท์อยู่
“พ่อจำได้ใช่ป่ะเรื่องน้องน้ำหวานที่มาหาจูนที่บ้านน่ะ”
จำรัสคุยโทรศัพท์กับจุลลา ดารานั่งดูทีวีอยู่ใกล้ๆ คอยเงี่ยหูฟัง
“จำได้ ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงวะ”
“น้องเค้าเครียดเรื่องที่จะถูกจับแต่งงานนั่นแหละ เลยหนีเตลิดออกจากบ้าน ตอนนี้พบตัวแล้ว จูนกำลังมาตามให้เค้ากลับบ้าน”
“ไปตามที่ไหนวะ ไกลหรือเปล่า”
“ไม่ไกลเลยพ่อ ใกล้ๆ บ้านเรา แค่นี้เอง เสม็ด”
“เออ ใกล้ๆ เฮ้ย ไอ้จูน ประสาทกลับหรือไง เสม็ดเนี่ยนะใกล้บ้านแก”
“ก็ถือว่ายังอยู่ในประเทศ ไม่ไกล และมันก็แปลว่า จูนต้องค้างคืนที่นี่นะพ่อ พรุ่งนี้ค่อยกลับเรือเที่ยวแรก”
“แล้วแกไปกับใคร”
“เอ่อ น้องที่โรงงานน่ะ” จุลลาถอนใจ บ่นตัวเอง “จะโกหกทำไม เอ่อ...จูนมากับเจ้านาย” จุลลาตัดสินใจบอกพ่อ
“เจ้านายแก ทำไมต้องเป็นเจ้านายแกด้วยวะ”
“แล้วจะให้ใครมากับจูนล่ะ พ่ออ่ะ อย่าคิดมากสิ” สืบสายเดินออกมาจากในร้านถือถุงใส่เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ออกมาด้วย โดยที่จุลลายังไม่เห็น “เค้าเป็นเจ้านายจูนเป็นลูกน้อง คิดแค่นี้ ทุกอย่างทำตามหน้าที่และมารยาท ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น ชาตินี้ยันชาติหน้า”
สืบสายอึ้ง เจ็บ ผิดหวัง
“เออ ดี พ่อจะได้สบายใจหน่อย ว่าลูกของพ่อไม่มีความเสี่ยง ดูแลตัวเองดีๆ แล้วกัน แต่จำไว้ อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจผู้ชาย สมัยนี้ไว้ใจใครยาก”
“สบายใจได้พ่อ แค่นี้นะ รักพ่อนะ จุ๊บๆ” จุลลาวางสาย หันไป สืบสายไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว จุลลามองเข้าไปในร้าน ไม่เห็นสืบสาย “อ้าว ไปไหนของเค้าแล้วล่ะ” จุลลามองหา เห็นสืบสายยืนอยู่ที่หน้าร้าน มุมหนึ่ง คนเดียว สืบสายหน้าเศร้ามาก จุลลาเดินไปหา “ซื้อของเสร็จแล้วเหรอ ซื้ออะไรมามั่งอ่ะ”
“ไปเถอะ”
สืบสายเดินหนี จุลลางงๆ
“รอก่อนสิ คุณสืบ” จุลลาตามไป

จำรัสลงมานั่งสบายใจ ดารานั่งทำเล็บไป ทำไม่สนใจ พลางดูทีวี
“ไอ้จูนโทรมาบอกว่าขอกลับพรุ่งนี้ เพราะ...” ดาราลุกหนี
“ไม่ได้ถามค่ะ ไม่ต้องบอก”
ดาราเดินเข้าไปข้างใน
“อ้าว แม่ เดี๋ยวสิ”
“ไม่เดี๋ยวค่ะ ฉันโกรธคุณอยู่ จำได้มั้ยคะ โอเค ฉันรู้ว่าคุณจำได้ แค่นี้นะคะ” จำรัสนั่งเซ็ง
“เห็นว่าเป็นเมียนะเนี่ย เลยไม่อยากหือ! แล้วเมื่อไหร่จะหายโกรธพ่อล่ะแม่”

จำรัสตะโกนถามเงียบ ไม่มีเสียงตอบ จำรัสหงุดหงิด

 
สืบสายเดินมา จุลลาเร่งฝีเท้าตาม
 
“คุณสืบสาย รอด้วย”
สืบสายหันกลับมาตึงใส่
“เดินเร็วๆ สิ”
“โอย ขาฉันสั้นกว่าขาคุณป่ะ”
“งั้นก็ไปเกิดใหม่” จุลลาอึ้ง ของขึ้น วิ่งไปดักข้างหน้าเลย
“เป็นอะไร”
“เปล่า”
“ฉันไม่ได้โง่นะ คุณโกรธอะไรฉัน มีปัญหาอะไรก็เคลียร์เลย แมนๆ อย่าประชดประชัน ไม่แมน ไม่ชอบ ฉันไปทำอะไรผิดขวางหูขวางตาคุณอีก”
สืบสายอึ้ง พยายามใจเย็น
“คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก ผมผิดเอง ขอโทษ รีบกลับเถอะ เดี๋ยวสองคนนั่นจะเป็นห่วง”
สืบสายเดินไป จุลลาเซ็ง เป็นอะไรของเขาวะ

แสบนั่งซึมอยู่อยู่ที่มุมหนึ่งในรีสอร์ท น้ำหวานเข้ามา ยื่นแก้วกาแฟให้แสบหนึ่งแก้ว ของตัวเองหนึ่งแก้ว
“กาแฟ”
“อืม กาแฟดำ ไม่ใส่นม”
“น้ำหวานรู้ใจพี่”
“แล้วพี่รู้ใจน้ำหวานมั้ย”
“บ่องตงนะ พี่ไม่กล้าคิด”
“ทำไม”
“คนกระจอกอย่างพี่ จะไม่กล้าคิด กล้าหวังอะไรที่มันไกลเกินตัว เกินเอื้อม พี่ไม่อยากผิดหวัง เสียใจ”
“ไม่คิดจะสู้เลยเหรอ”
“คิด แต่ถ้าเห็นแต่ทางแพ้ พี่ก็ท้อ”
“แล้วถ้า มีคนสู้เป็นเพื่อนพี่ล่ะ”
“ใครจะอยากมาเหนื่อยกับพี่”
“แล้วถ้ามีคนๆ นั้นอยู่จริงๆ ล่ะ”
“คนๆ นั้นคงจะเป็นคนโง่ที่...”
น้ำหวานตัดบท อย่างรำคาญ
“โอ๊ย! งั้นก็อย่ากินมันเลยกาแฟแก้วนี้”
น้ำหวานดึงแก้วกาแฟคืนมา
“ทำไมล่ะน้ำหวาน”
“กาแฟแก้วนี้ น้ำหวานเอามาให้เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่แสบ แต่ถ้าพี่แสบยังไม่คึกอีก กินไปก็เท่านั้น เททิ้งซะยังมีประโยชน์กว่า”
น้ำหวานเทกาแฟทิ้งเลย แสบมองเสียใจ เกิดแรงฮึด คึกด้วยตัวเอง
“คนอย่างพี่ ไม่ต้องใช้ตัวช่วย คึกได้ด้วยตัวเอง บอกเลย พี่ก็แค่ท้อ แต่พี่จะไม่ถอย” น้ำหวานอึ้ง มองยิ้มๆ จะจิบกาแฟแก้เขิน แสบเข้ามาแย่งไปกิน “ขอชิมหน่อย”
“พี่แสบ”
“ไม่ชิมแล้วจะรู้ใจน้ำหวานได้ยังไง ว่าชอบกินกาแฟแบบไหน ใส่นมหวานปานกลาง รสกาแฟเข้มแต่ถูกกลบด้วยความหวานและความมันของนม นี่มันพี่ชัดๆ”
น้ำหวานขำคิกๆ แสบยิ้มเขินๆ ยื่นกาแฟคืนให้น้ำหวาน น้ำหวานเอามาจิบ ส่งให้แสบ แสบเอาไปจิบ แบ่งกันจิบไปจิบมา
สืบสายและจุลลาเดินมาเห็นแสบกับน้ำหวานกำลังโรแมนติกกัน สองคนพร้อมใจกันเดินออกไปอีกทาง ไม่อยากขัดจังหวะ

อีกด้านหนึ่ง คุณนายเง็กกอดเสี่ยตงอยู่ ค่อยๆ ผละออก
“อาเง็ก เรื่องของเรา ลื้อใจเย็นหน่อยนะ”
“เพื่อ”
“อั๊วขอโทษ” คุณนายเง็กอึ้ง “ที่อั๊วทำให้ลื้อคิดมาก และมีความทุกข์” คุณนายเง็กน้ำตาซึม แต่ไม่ยอมให้เสี่ยตงเห็น “อั๊วผิดเอง ยกโทษให้อั๊วนะ”
“อั๊วถามคำเดียว เฮียยังรักอั๊วมั้ย”
“รักสิ อั๊วรักลื้อ ยังไงลื้อก็เป็นคนสำคัญที่สุดเพียงคนเดียวในหัวใจของอั๊ว”
“แล้วลื้อ ทำแบบนั้นทำไม เจ้าชู้ใส่ยัยข้าวเหนียวบูดนั่นทำไม”
“ลื้อฟังนะ อั๊วก็แค่เผลอไป และไม่มีสติ ลื้อโกรธอั๊วเถอะ แต่อย่าไปโกรธเด็กมัน หนูมูนไม่รู้เรื่องอะไรด้วย อั๊วผิดเอง อั๊วสัญญาอั๊วจะไม่ทำตัวเหลวไหลแบบนั้นอีก ให้อภัยอั๊วเถอะนะ”
คุณนายเง็กบ่อน้ำตาแตกเลย
“เฮีย อั๊วรักเฮียนะ”
คุณนายเง็กโผเข้ากอดเสี่ยตง เสี่ยตงกอดคุณนายเง็กเอาไว้ ปลอบใจ
“ขอบใจนะอาเง็ก”
ผีเถ้าแก่มองภาพคุณนายเง็กกับเสี่ยตงคืนดีกันด้วยความสุขใจ
“นี่สิ เค้าถึงจะเรียกว่าครอบครัว เฮ้อ อั๊วคงใกล้ได้นอนตาหลับแล้วสินะ”
ผีเถ้าแก่หยิบรีโมทมาปิดทีวี เอนตัวลงนอนหลับตา สบายใจ
ในห้องคุณนายเง็ก เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ท่านประธานคะ”
คุณนายเง็กกับเสี่ยตงผละออกจากกัน
“อาเมี่ยงมาเรียก”
“ไอ้หยา มาขัดจังหวะคนจะรักกันทำไมวะ แต่ลื้อยังตึงอยู่จริงๆ นะอาเง็ก”
“เฮียอ่ะ เซี้ยวจริง ไป ไปเปิดประตู อั๊วจะไป อาบน้ำ...รอ”
คุณนายเง็กหอมแก้มเสี่ยตงหนึ่งที ก่อนจะรีบลุกไปขวยเขิน เสี่ยตงรู้สึกคึกเป็นพิเศษ
“คืนนี้มีเฮ” เสี่ยตงเดินไปเปิดประตู “ว่าไง อาเมี่ยงมีอะไร”
“คืนดีกันแล้วใช่มั้ยคะ”
“อาเมี่ยง”
“ขอโทษค่ะ คือไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะนะคะ แต่มีแขกมาหาท่านประธานค่ะ”
“แขก ใคร”

ทรงเดชนั่งรอเสี่ยตงอยู่ในห้องรับแขก มีซองเอกสารวางอยู่ด้วย เสี่ยตงเดินเข้ามา
“มีอะไรอาทรงเดช”
ทรงเดชมีสีหน้าเคร่งเครียด เสี่ยตงแปลกใจ

ทางเดินในรีสอร์ท จุลลาเดินตามสืบสายมา สืบสายยังเดินฉับๆ ไม่สนใจอยู่ จุลลาหยุดเดินเลย แล้วเดินออกไปอีกทางด้วยความหงุดหงิด สืบสายหยุดเดิน หันมามองเห็นจุลลากำลังเดินหนี
“เดี๋ยวก่อนจุลลา”
จุลลาแอบยิ้ม ที่เค้าเรียก แสดงว่ายังแคร์ หันมาแต่ยังทำฟอร์ม
“อะไร” สืบสายยื่นถุงให้
“อ่ะ ของเธอ เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวและชุดชั้นใน”
“เฮ้ย! รู้ไซส์ฉันได้ไง”
“จำได้มั้ยว่าเคย จับ”

จุลลาหน้าแดง คว้าถุง เดินออกไป สืบสายจะตามแต่เปลี่ยนใจไม่ตาม เดินต่อไป

วิมานมะพร้าว ตอนที่ 8 (ต่อ)

จุลลานั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มในรีสอร์ทด้วยท่าทางเศร้าๆ หงอย มองเครื่องดื่มเฉยๆ นิ่งอยู่ รู้สึกเจ็บปวดและทรมานเพราะเรื่องความรักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จุลลาคิดถึงภาพของสืบสายที่ทำให้ตัวเองอ่อนไหว ทั้งรอยยิ้ม ทั้งพฤติกรรมขณะที่ใกล้ชิดกัน แล้วก็ยิ่งเจ็บปวด
 
“ทำไมต้องคิดต้องแคร์อะไรขนาดนี้เนี่ย! เค้าจะทำอะไร จะเป็นอะไรก็ช่างเขาสิ เลิกคิด เลิกคิด” จุลลาดื่มเครื่องดื่มดับกลุ้ม วางแก้วลง จะยิ้ม แต่ก็แหย น้ำตาจะไหลออกมาให้ได้ โกรธตัวเอง “เป็นบ้าป่ะวะเนี่ย ไอ้จูน ไม่เป็นอะไร แกต้องไม่เป็นอะไร เข้มแข็งสิ”
จุลลานั่งทะเลาะกับตัวเอง แสบและน้ำหวานเดินมาด้วยกันจากมุมหนึ่ง
“น้ำหวานไปพักผ่อนนะจ๊ะ ถ้าพี่จูนละเมอ หรือนอนกรน หรือทำอะไรที่ทำให้น้ำหวานนอนไม่หลับ เรียกพี่แสบ”
“แล้วพี่แสบจะทำอะไรพี่จูน”
“พี่จะไปทำอะไรแกได้ นอกจากตักเตือน”
“ปากดี”
“อย่างอื่นก็มีดีไม่แพ้กันนะ รอให้คนมาค้นพบ”
น้ำหวานเขิน บิดไปเห็นจุลลานั่งอยู่คนเดียว
“พี่จูน” แสบหันไปมอง
“พี่จูน ทำไมมานั่งเป็นหมาหงอยอยู่คนเดียว แล้วบอสอ่ะ”
“มีเรื่องทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าไม่รู้สิ”
น้ำหวานมองจุลลาที่ซึม เหี่ยวด้วยความเป็นห่วง แสบคิดหาคำตอบ

สืบสายเปิดประตูออกมา เปลี่ยนชุดลำลอง อาบน้ำเรียบร้อย ดูสบายๆ สืบสายเห็นแสบยืนหน้าตั้งคำถามอยู่ที่ประตู
“บอสทะเลาะอะไรกับพี่จูนไม่ทราบ”
“ทะเลาะอะไร ไม่ได้ทะเลาะ”
“ถ้าบอสไม่ได้ทะเลาะกับพี่จูน แล้วทำไมพี่จูนไปนั่งทะเลาะกับตัวเองอยู่คนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์” สืบสายอึ้ง เป็นห่วงจุลลา “บอสเป็นคนที่อยู่กับพี่จูนก่อนที่แกจะเป็นบ้า เพราะฉะนั้น มันต้องเกิดจากบอส บอสต้องรับผิดชอบ”
“จะให้ฉันรับผิดชอบอะไร ก็ฉันไม่ได้ทำอะไร”
“แน่ใจ”
สืบสายอึ้ง คิดถึงเหตุการณ์ที่หน้าร้านขายของที่สืบสายได้ยินจุลลาพูดกับจำรัสว่า...ระหว่างสืบสายกับจุลลาไม่มีอะไรมากไปกว่าเจ้านายและลูกน้อง
“ว่าไงบอส แน่ใจเหรอ ว่าบอสไม่ได้ทำอะไรพี่จูน”
“ฉันไม่ได้ทำอะไร ฉันก็ทำตัวของฉันตามปกติในฐานะเจ้านาย จะยืนปรักปรำฉันอยู่แบบนี้ทั้งคืนหรือเปล่า ถ้าใช่ จะได้ปิดประตู ฉันง่วงนอน”
สืบสายปิดประตูใส่แสบ แสบเปิดจะตามเข้าไป
“อ้าว ล็อก บอส ผมยังไม่ได้ตอบเลยว่าจะอยู่ตรงนี้ทั้งคืน เปิดสิครับ ผมขอโทษ ไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้ทำครับบอส” สืบสายเปิดประตูอีกรอบ แสบรีบผลุบเข้าไปข้างในทันที “ขอบคุณครับบอส นอนนะครับ จะไม่กวน ไม่เซ้าซี้แล้ว”
“ปิดประตู”
“ครับบอส”
แสบรีบปิดประตู แต่ยังไม่หายสงสัยว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นระหว่างสืบสายกับจุลลา

น้ำหวานนั่งอยู่เป็นเพื่อนจุลลา
“พี่จูน ไม่เล่าจริงๆ เหรอว่าเป็นอะไร”
“พี่ไม่ได้เป็นอะไร จะให้เล่าอะไร”
“ไม่เชื่อหรอก พี่จูนทะเลาะกับแฟนมาใช่มั้ย อาการแบบนี้น้ำหวานเคยเป็นนะ ตอนที่ยังเรียนอยู่”
“แก่แดด”
“ความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ ตอนนั้นน้ำหวานก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะ แต่ก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ มันก็เป็นแค่ความรักแบบป๊อบปี้เลิฟ เกิดขึ้นเร็วแล้วก็จบอย่างรวดเร็ว”
“แล้วทำยังไงถึงจะหาย นานมั้ย กี่วัน กี่เดือน เป็นปี หรือตลอดชีวิต”
“นานมาก กว่าจะลืม จริงๆ แล้วน้ำหวานแอบชอบเค้าข้างเดียว มันเลยเลิกคิดถึงเค้ายากกว่าที่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ เพราะต้องเลิกทั้งที่ยังชอบ เค้ามีแฟนอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตน น้ำหวานไม่อยากทำบาป ไม่อยากตกนรก” จุลลาซดเครื่องดื่มอั่กๆๆ เมื่อได้ยินคำพูดเสียดแทงใจ “ตกลงทะเลาะกับแฟนจริงๆ ใช่มั้ย”
“พี่ไม่เคยมีแฟน”
“อะไรนะ”
“พี่โย้ไม่ใช่แฟนพี่”
“พี่จูน เล่าเลย”
จุลลายิ้มเศร้าๆ

ทรงเดชกลับไปแล้ว เสี่ยตงมองเอกสารใบเสนอราคาเครื่องจักรใหม่จากบริษัทญี่ปุ่นในมือ คิดหนัก
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทรงเดชยื่นเอกสารมาให้เสี่ยตง
“ใบเสนอราคาเครื่องจักรใหม่ที่สืบให้ผมเลือกจากซัพพลายเออร์ที่ดีที่สุดและเสนอราคาถูกที่สุด ผมเลือกได้แล้ว เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่เคยติดต่องานกับผมสมัยที่ผมทำงานอยู่ฮาวาย เชื่อถือและไว้ใจได้”
“แล้วทำไมลื้อไม่เอาไปให้อาตี๋อีดู”
“ผมติดต่อสืบไม่ได้เลย ไม่มีสัญญาณตลอดเวลาเลยครับ”
“ก็รออีกลับมาก่อนสิ”
“แต่ใบเสนอราคานี้ต้องอนุมัติภายในคืนนี้ครับป๊า เพราะไม่อย่างนั้นเค้าจะขายให้กับบริษัทคู่แข่งของเรา ที่ทำการติดต่อซื้อไปเหมือนกัน ผมเลยประวิงเวลาไว้ ไม่เกินเที่ยงคืนของวันนี้ น่าเสียดายนะครับ ถ้าเครื่องจักรล็อตนี้หลุดมือไป”
เสี่ยตงครุ่นคิด ทรงเดชรอลุ้น
“อั๊วจะลองโทรหาอาตี๋ก่อน ลื้อรอเดี๋ยว” ทรงเดชแอบหงุดหงิด เสี่ยตงกดมือถือหาสืบสาย รอสายอยู่ครู่หนึ่ง
“ไม่มีสัญญาณ”
“ป๊าตัดสินใจแทนสืบไม่ได้เหรอครับ เรื่องเหตุผลที่ต้องตัดสินใจแทน ผมว่าสืบน่าจะเข้าใจ ผมกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ราคาของที่นี่ดีที่สุดและเราก็ได้ของดีที่สุดแล้ว” เสี่ยตงมองทรงเดชอย่างลังเล “ที่ผ่านมา ตอนนี้เราก็แทบจะผลิตออร์เดอร์ไม่ทันแล้ว เพราะเครื่องจักรบางตัวก็ใช้งานไม่ได้ ถ้าไม่รีบดำเนินการ ความเสียหายก็จะยิ่งมากขึ้น
ไม่เป็นผลดีต่อภาพพจน์ของบริษัทที่ป๊าตั้งใจจะให้เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหุ้นเลยนะครับ”
“ลื้อรู้เรื่องความตั้งใจของอั๊วด้วยเหรอ”
“สืบเคยคุยให้ผมฟังครับ ป๊าจะยอมให้ความตั้งใจของป๊าต้องล้มเหลวเพียงเพราะสืบมันไปไหน ติดต่อไม่ได้อย่างนี้เหรอครับ”
“อั๊วขอเวลา รอติดต่ออาตี๋ให้ได้ก่อน แล้วอั๊วจะส่งข่าวให้ลื้อ”
ทรงเดชจำยอมรับคำ
“ครับ ป๊า”
ทรงเดชเจ็บใจ

เสี่ยตงเดินไปเดินมาใช้ความคิด คิดถึงประโยคของทรงเดช
“ถ้าไม่รีบดำเนินการ ความเสียหายก็จะยิ่งมากขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อภาพพจน์ของบริษัทที่ป๊าตั้งใจจะให้เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหุ้นเลยนะครับ”
“ลื้อรู้เรื่องความตั้งใจของอั๊วด้วยเหรอ”
“สืบเคยคุยให้ผมฟังครับ ป๊าจะยอมให้ความตั้งใจของป๊าต้องล้มเหลวเพียงเพราะสืบมันไปไหน ติดต่อไม่ได้อย่างนี้เหรอครับ”

เสี่ยตงลองกดเบอร์โทรหาสืบสายอีกครั้งหนึ่ง
 

 
สืบสายนั่งมองมือถือตัวเองที่แบตหมดอย่างสิ้นเชิง แสบนอนนั่งมองสืบสายอย่างพิจารณาอยู่ไม่เลิก
 
“แสบ มีที่ชาร์ตแบตมั้ย มือถือฉันแบตหมด”
“ตอนถูกหญิงพาหนี แสบไม่มีแก่ใจหยิบที่ชาร์ตแบตมาหรอกครับ อีกอย่างมือถือบอสก็คนละยี่ห้อกับของผม.เรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ ไม่สงสัยเลยทำไมยัง...”
“แสบ อย่าเยอะ ฉันเหนื่อย”
“พูดเหมือนพี่จูนเลย อย่างนี้เลย ช่างเหมือนกันอะไรอย่างนี้ ถ้าพี่จูนยังไม่มีแฟน แสบจะคิดว่าเป็นเนื้อคู่กัน”
“รู้อะไรมั้ย จุลลากับผู้ชายคนนั้น ไม่ได้เป็นแฟนกัน”
“อ้าว เฮ้ย คดีพลิก ได้ไง ยังไง”

จุลลาพยักหน้ากับน้ำหวาน
“ก็ยังงี้แหละ พี่ขอโทษที่ต้องโกหกทุกคน เฮ้อ เหนื่อย เล่าหลายรอบ ฝากบอกต่อคนอื่นด้วยนะ ว่าพี่ขอโทษๆๆ”
“พี่จูนทำเพื่อพี่แสบ หนูเข้าใจ”
“ขอบใจนะน้ำหวาน”
“ถ้าอย่างนั้น ก็แสดงว่า พี่จูนแอบชอบใคร ถึงได้มานั่งอกหักอยู่แบบนี้”
“ยังไม่เปลี่ยนเรื่องอีก เซ้าซี้นะเรา บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ได้อกหัก”
“พี่จูนไม่ได้บอกน้ำหวานเลยว่าพี่จูนไม่ได้อกหัก เพิ่งจะบอกเนี่ย”
“เออ พี่มึนเอง สรุป ไม่ได้อกหัก แค่หวั่นไหวเพราะได้ยินเสียงคลื่น จบนะ น้อง คิดเงิน”
จุลลาตัดบท ไม่สนใจน้ำหวาน แต่น้ำหวานไม่เชื่อ

สืบสายล้มตัวลงนอน
“นอนเถอะ” สืบสายได้ยินเสียงสะอื้นของแสบ หันไปมอง แสบนอนร้องไห้สะอื้นอยู่บนเตียงของตัวเอง
“เป็นอะไร”
“ซาบซึ้งใจ ปลื้ม ปิติ พี่จูนเห็นใจลูกน้องตาดำๆ คนนี้มากขนาดนี้เลยเหรอ”
“จุลลาเป็นคนดี”
“ดีมาก จนทำให้...” แสลหันมามองสืบสาย สายตาล้อๆ “บอสหวั่นไหวชิมิ”
“แสบ”
“ถึงแสบจะเรียนน้อย แต่บอกเลยว่าประสบการณ์ชีวิตไม่น้อย เห็นมานักต่อนักแล้ว ว่าจริงๆ แล้ว บอสชอบพี่จูน” สืบสายสะดุ้ง เฮือก
“แสบ พูดบ้าอะไร”
“แสบไม่ได้บ้า สติสมบูรณ์มาก และเสียงก็ดังได้อีก บอสชอบพี่จูน”
“เบาๆ สองคนนั่นนอนห้องติดกัน เดี๋ยวเค้าได้ยิน”
แสบวิ่งไปตะโกนใส่ที่ผนังห้อง
“บอสชอบพี่จูน”
แสบตะโกน แถมเคาะผนังห้อง สืบสายเห็นท่าไม่ได้การ วิ่งไปทั้งปิดปาก ทั้งดึงตัวแสบออกมาจากผนัง

จุลลาและน้ำหวานที่กำลังจะล้มตัวลงนอน ลุกขึ้นพรวดพร้อมกัน
“ได้ยินอะไรมั้ย น้ำหวาน”
“ดังมาจากห้องข้างๆ ห้องพี่แสบกับบอส”
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”
“ไปดูกันมั้ยพี่”
“อย่าเลย พี่ไม่อยากเจอ เอ่อ ไม่อยากเจอใครตอนนี้ จะนอน ไอ้แสบอาจจะละเมอก็ได้ ปล่อยให้ผู้ชายเค้าจัดการกันเองแล้วกัน”
จุลลาที่ยังอยู่ในชุดเดิมจะขึ้นไปนอน น้ำหวานทัก
“บอสซื้อเสื้อผ้าให้แล้ว ทำไมพี่จูนไม่เปลี่ยนซะล่ะ” จุลลาอึ้ง หน้าแดง
“ไม่เป็นไร พี่ไม่ชอบอาบน้ำตอนกลางคืน เดี๋ยวเป็นหวัด นอนๆ”
จุลลาคลุมโปง น้ำหวานขึ้นเตียง ยังได้ยินเสียงตุ๊บตั๊บ ตึงตังที่ดังอยู่ต่อเนื่อง จุลลายังลืมตาโพลง นอนไม่หลับ หวั่นไหว เครียด เซ็ง เบื่อ

สืบสายอุดปากแสบแล้วล็อกคอแสบลากออกมาจากฝาผนังถึงกลางห้อง กระซิบ
“ถ้ายังไม่หยุดตะโกน ฉันไล่นายออก” แสบอึ้ง ชะงัก จ๋อยเลย ชูนิ้วโอเค สืบสายปล่อยแสบเป็นอิสระ “จำไว้นะ ว่าฉันไม่ได้ชอบจุลลา ฉันไม่เคยชอบจุลลา ฉันไม่มีทางเป็นสมภารกินไก่วัด”
“กินได้นะครับ ถ้าทำทุกอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรมและคำนึงถึงกาลเทศะความเหมาะสม เพราะความรักมันกะเกณฑ์ไม่ได้ ว่าห้ามเกิดที่นั่น ต้องเกิดที่นี่”
“ใช่ มันบังคับใจกันไม่ได้ และมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่นายจะมาทำแบบนี้เพราะระหว่างฉันกับจุลลา มันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะหัวใจเรามันไม่ได้ตรงกัน”
แสบอึ้ง สืบสายจริงจังและชัดเจนมาก

เสี่ยตงนั่งมองใบเสนอราคานิ่งอยู่ ตัดสินใจ หยิบปากกามาจรดปากกาเซ็นใบเสนอราคาทันที
ทรงเดชยืนท่ามกลางแสงสีของกรุงเทพ ยิ้มกริ่มคุยมือถืออยู่
“ขอบคุณมากครับป๊า ที่ป๊าเข้าใจผม ครับ ผมสัญญา จะดำเนินการทุกอย่างอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มค่าการลงทุนอย่างที่สุด”
ทรงเดชวางสาย หัวเราะอย่างสะใจอยู่คนเดียว ทรงเดชหันไปมองแสงสีของเมืองอย่างหลงใหล เป้าหมายที่ต้องการกำลังได้ดี ความอยากได้อยากมี วัตถุนิยมเต็มสูบ

เสี่ยตงเปิดประตูเข้ามาในห้อง กระชุ่มกระชวยมากเตรียมตัวเฮ แต่ชะงักเมื่อเห็นคุณนายเง็กหลับไปแล้วบนเตียง กรนเบาๆ เสี่ยตงนึกขำตัวเอง เดินไปลงนั่งมองหน้าคุณนายเง็ก
“เหนื่อยใช่มั้ยอาเง็ก นอนซะนะ” เสี่ยตงขยับผ้าห่มให้คุณนายเง็ก “ที่เฮียทำทุกอย่างทั้งหมดในวันนี้ ก็เพื่อลื้อ เพื่ออาตี๋ ไม่ว่าความคิดของใครจะชนะ แต่สุดท้ายเราคือคนที่ได้ผลประโยชน์ หลับให้สบายนะ”
เสี่ยตงขยับผ้าห่มให้คุณนายเง็ก แล้วลุกออกไป คุณนายเง็กค่อยๆ ลืมตา อมยิ้ม รู้สึกปลื้มใจกับความคิดของสามี

จุลลานอนไม่หลับ คิดถึงสืบสาย สืบสายก็นอนไม่หลับคิดถึงจุลลา พลิกตัวมา เห็นหน้าแสบนอนยิ้ม เพราะหลับฝันหวานและฝันดี
น้ำหวานนอนหลับตาพริ้ม เพราะปัญหาถูกคลี่คลาย สืบสายและจุลลา ต่างคิดถึงกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น แสบและน้ำหวานเดินมาเจอกัน ทั้งคู่ต่างยิ้มหวานให้กัน
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“ค่ะ”
“เมื่อคืนนอนหลับฝันดีมั้ยเอ่ยคะ”
“สุดๆ ค่ะ”
“รู้มั้ยว่าพี่แสบฝันว่าอะไร อยากถ่ายทอดให้ฟังมาก”
“ไม่อยากรู้ค่ะ เรือเค้าจะออกแล้วพี่แสบ ป้ออยู่ได้! บอสกับพี่จูนรออยู่นานแล้วนะ จะไปได้ยัง”
แสบหันดูเห็นสืบสายยืนเข้มอยู่ที่มุมหนึ่ง ส่วนจุลลาก็ยืนซึมอยู่อีกมุมหนึ่ง ตรงข้ามกัน
“อุย! ตำแหน่งอยู่กันละมุม แต่อารมณ์อยู่มุมเดียวกัน”
“มุมอะไร”
“อยากรู้หอมแก้มก่อน” น้ำหวานหยิกแก้มแสบแล้วดึงเพื่อไปขึ้นเรือ “อ๊ากส์”
“บอสคะ พี่จูน ไปกันเถอะค่ะ พี่แสบพร้อมแล้วค่ะ”
น้ำหวานลากแสบไป จุลลา สืบสายออกเดินตามแสบและน้ำหวานไปพร้อมกัน แต่เกือบชนกันกลางทางเดินโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งคู่มองหน้าอึ้งกัน
“ทำไมยังใส่ชุดเดิม ไม่ยอมใส่ที่ฉันซื้อให้”
“พ่อบอกว่าไม่ให้ใส่เสื้อผ้าของคนแปลกหน้า จบป่ะ”
จุลลาเดินหนี สืบสายมองตามแล้วถอนใจ
“อย่าน่ารักนักได้มั้ย ฉันไม่อยากตกหลุมรักเธออีกแล้ว”
สืบสายบอกในใจมองตามจุลลา เดินตามมาเรื่อยๆ
“อย่าดีกับฉันนักได้มั้ย ฉันจะได้ตัดใจจากคุณได้สักที”

จุลลาบอกในใจเดินไปเรื่อยๆ โดยมีสืบสายเดินตามอยู่ข้างหลัง
 

 
สืบสายกลับถึงบ้านเห็นเสี่ยตงและคุณนายเง็กกำลังดูทีวีอยู่อย่างสนุกสนาน หยอกเอินกันไปมา
ป้าเมี่ยงเข้ามา
 
“กลับมาแล้วเหรอคะ ไปไหนมาคะเมื่อคืนถึงไม่ได้กลับบ้าน ป้าเป็นห่วง”
“ผมไปทำธุระที่ต่างจังหวัดมาครับ ป๊ากับหม่าม้า ทำไม”
“ท่านทั้งสองคนเปิดใจคุยกันแล้วค่ะ ถ้ามีความรักอย่างเดียวแต่ไม่มีความเข้าใจก็จะกระทบกระทั่งกัน แต่ถ้าเข้าใจกันแล้ว บรรยากาศปรองดองก็จะเกิดขึ้นแบบนี้ล่ะค่ะ ป้าขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
“ครับป้า”
ป้าเมี่ยงออกไป สืบสายยืนมองพ่อแม่ยิ้มๆ เสี่ยตงและคุณนายเง็กหันมาเห็นสืบสาย
“อ้าว อาตี๋ กลับมาแล้วเหรอ ไปไหนมา”
“คือ ผมไป”
“อีก็ไปทำธุระของอีนั่นแหละ เฮียก็อย่าถามเซ้าซี้ ลูกเราโตแล้ว ก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง หิวมั้ยอาตี๋ กินอะไรมาหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับหม่าม้า”
“มาก็ดีแล้ว ป๊ามีเรื่องจะบอก”
“เรื่องอะไรเหรอครับ”

สืบสายตกใจมาก
“ป๊าเซ็นสั่งซื้อไปแล้วเหรอครับ”
“ใช่ อาทรงเดชแจ้งป๊าว่า ต้องให้คำตอบก่อนเที่ยงคืน ป๊ากลัวของดีราคาถูกมันจะหลุดมือไป”
“แต่ผมยังไม่เห็นสเป็ก ไม่เห็นราคา”
“ลื้อดูเป็นเหรอ สเป็กของน่ะ อาทรงเดชอีเป็นวิศวกร อีรู้เรื่อง อีต้องสกรีนทุกอย่างมาให้ลื้อแบบนี้ก็ถูกต้องแล้ว ลื้อจะดูอะไรอีก”
“ผม...”
“เอาน่ะ ถ้าลื้อเห็น ลื้อก็ต้องเซ็นสั่งซื้อเหมือนกันอยู่ดี มันจะต่างกันตรงไหน”
“ลื้อพูดเหมือนลื้อไม่เชื่อมืออาทรงเดชเพื่อนลื้อนะอาตี๋” คุณนายเง็กถามอย่างแปลกใจ
“ไม่ได้ไม่เชื่อมือ แต่ผมต้องการดับเบิ้ลเช็ก ให้แน่ใจเพราะเรามีเงินไม่มาก ลงทุนไปแล้ว ผมก็อยากให้มั่นใจที่สุด”
“แล้วลื้อจะให้ใครมาช่วยเช็ก ในเมื่อลื้อก็ไม่รู้เรื่องเครื่องจักร”
“จุลลาครับ”
เสี่ยตง คุณนายเง็กอึ้ง คุณนายเง็กแอบยิ้มในใจ
“ทำไมลื้อถึงไว้ใจจุลลามากกว่าอั๊ว”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะป๊า แต่จุลลาช่วยผมได้ นอกจากทรงเดช ช่วยกันดูหลายๆ ตา ทุกอย่างจะได้รัดกุม”
“เฮีย อาตี๋อีทำถูกแล้ว อย่าตั้งแง่กับลูกให้มากนักน่ะ เดี๋ยวลูกจะเสียกำลังใจ”
“อั๊วไม่ได้ตั้งแง่ แต่อั๊วต้องตั้งคำถามกับคนที่คิดจะมาหักล้างการตัดสินใจของท่านประธาน” สืบสาย คุณนายเง็กอึ้ง “อั๊วตัดสินใจไปแล้ว อย่าให้พวกพนักงานเอาไปซุบซิบว่าอั๊วถูกลื้อหักหน้า มันเสียการปกครอง”
เสี่ยตงเดินออกไป อารมณ์เสีย คุณนายเง็กเข้ามาปลอบใจสืบสาย
“อาตี๋ อย่าโกรธป๊าลื้อนะ ป๊าลื้อต้องตัดสินใจในช่วงเวลาที่บีบคั้น ลื้อต้องเข้าใจนะ”
“ครับม้า ผมเข้าใจป๊า แต่ผมไม่เข้าใจทรงเดช”
คุณนายเง็กอึ้ง เถ้าแก่เข้ามาอยู่ข้างๆ สืบสาย
“ลื้อคิดเหมือนอั๊ว อาตี๋ มันผิดปกติที่สุดที่มีเรื่องเวลามาบีบคั้นให้ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วขนาดนั้นจากปากของเพื่อนที่ไม่น่าไว้ใจของลื้อ”
สืบสายและผีเถ้าแก่ นึกไม่ไว้ใจทรงเดช

จุลลาเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว เดินออกมาจากในบ้านเข้าร้าน เห็นป้าลำยอง ลีลาและมะขวิดหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง
“เป็นอะไรกัน มีอะไร”
“สงครามเย็นค่ะ คุณจูน” ป้าลำยองบอก จุลลาหันไปมองเห็นดารานั่งถักนิตติ้งอยู่มุมหนึ่ง จำรัสนั่งดูทีวีอยู่มุมหนึ่ง
“พ่อกับแม่ สงครามเย็น ก็เห็นปกติดีนี่ ช่วงไหนที่ลูกค้าไม่มี แม่กับพ่อก็เอนหลังพัก”
“คุณจูนรออีกแป๊บสิคะ ตอนนี้ยัง”
“สาม สอง หนึ่ง”
“ฮื้อ” ดาราปล่อยโฮออกมา ทุกคนสะดุ้งเฮือก จำรัสหันมอง หน้าเสียจะเข้าไปง้อ ดาราหยุดร้อง ถักนิตติ้งต่อแล้วพูดเปรยตามลม “ฉันยังไม่พร้อมจะคุยกับใคร ใครเข้ามา ฉันจะทิ่มด้วยเข็มนิตติ้งค่ะ”
จำรัสหยุดกึก กลับไปนั่งที่เดิม
“เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วค่ะคุณจูน ไม่รู้โกรธกันเรื่องอะไร คุยกันแต่เรื่องงาน พอไม่ได้ทำงานก็ไม่พูดกันเลย เอาแต่ร้องอย่างเดียว”
“คุณดาราเหมือนบ้าเลยนะคะ เดี๋ยวร้องเดี๋ยวหยุด เดี๋ยวร้องเดี๋ยวหยุด พอคุณผู้ชายจะเข้าไปโอ๋ แกก็ขู่แบบที่ได้ยินล่ะค่ะ”
“ว่าแม่บ้าเหรอ”
“เปล่าค่ะ แค่เหมือน”
ดาราร้องไห้ออกมาอีก จำรัสเหลือบมอง จะเข้าไปดีมั้ย ดาราพูดเปรยตามลมอีก
“คนเรา แทนที่จะเอาเวลามาพิจารณาตัวเองว่าทำคนอื่นเสียน้ำตาเพราะอะไร เปล๊า”
“ว่าเราป่ะวะ”
“ยังจะถามอีกว่าว่าใคร กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ แล้วเมื่อไหร่จะสำนึก”
“พ่อทนไม่ไหวแล้วนะแม่ จะประชดประชันแดกดันแบบนี้อีกนานมั้ย”
“ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทน พูดเลยค่ะว่านาน”
จุลลาและทุกคนสะดุ้ง ตกใจที่เห็นดารากับจำรัสทะเลาะกันซีเรียสเป็นครั้งแรก

จุลลาจูงมือพ่อกับแม่มานั่ง ตัวเองอยู่ตรงกลาง
“จูนอยากรู้ว่านี่มันเรื่องอะไร เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้ทะเลาะกันเหมือนเด็ก”
“ลูกจูนคะ เรื่องความขัดแย้งเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยค่ะ”
“ใช่ ไม่เลือกชนชั้นวรรณะ”
“และเวล่ำเวลา”
“นึกจะร้องก็ร้อง นึกจะหยุดก็หยุด”
“ไม่ใช่นึกจะทำก็ทำนะคะ ทุกอย่างมีเหตุผล”
“เหตุผลอะไรของคุณ”
“เหตุผลคือเพราะอยากจะร้องค่ะ”
“โอย”
“อย่ามารุมแม่นะคะลูกจูน”
“จูนไม่ได้อยู่ข้างพ่อนะแม่”
“นี่แกเลือกข้างแม่เหรอ ทำไมไม่ฟังพ่อบ้างวะ”
“จูนไม่ได้อยู่ข้างใครทั้งนั้น จูนอยู่ตรงกลาง จูนขอฟังข้อเท็จจริง ไม่เอาอารมณ์ จูนจะได้แก้ปัญหาถูก กรุณาใจเย็นแล้วจับเข้าคุยกันดีๆ นะคะ”
“ค่ะลูก”
จุลลามองจำรัส
“ว่าไงพ่อ”
“ว่างั้น”
จำรัสและดารายอมนั่งลงแล้วใจเย็น จุลลานั่งลง รอฟัง ดาราร้องไห้ออกมาอีก
“ฮื้อ”
“แม่ บอกแล้วไงว่าอย่าดราม่า”
“ขอโทษค่ะ พอดีแม่สะเทือนใจ ที่ต้องมามีปัญหาครอบครัวตอนแก่ค่ะลูก”
“แม่ขา ถ้าเราใช้อารมณ์นำเหตุผล มันจะมีแต่พังกับพัง เก็บความสะเทือนใจเอาไว้ แล้วแก้ปัญหากันค่ะ”

ดาราและจำรัสใจเย็น ยอมเชื่อฟังจุลลา
 

จุลลาโวยออกมาจากในบ้าน
 
“จูนจะไปต่อยไอ้พี่โย้ กล้ามาขอพ่อกับแม่จีบจูนแบบนี้ จูนไม่ชอบ”
ป้าลำยอง ลีลา มะขวิดอึ้ง ดาราและจำรัสวิ่งตามจุลลาออกมา
“ไหนบอกว่าอย่าใช้อารมณ์นำเหตุผลล่ะคะลูกจูน ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ”
พี่โย้เดินเข้ามาได้ยินพอดี
“นี่ล่ะคือเหตุผลของจูน พี่น้องก็คือพี่น้อง ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น อย่ามาลามปามคิดจีบเพื่อเป็นอย่างอื่นให้เสียมิตรภาพ จะไปต่อยให้หายบ้าเลย”
“เอ็งมั่นใจใช่มั้ยไอ้จูน ว่าไม่มีทางเป็นอย่างอื่น”
“ถ้าคิดกับพี่โย้มากกว่าเพื่อนได้ จูนคิดไปนานแล้วพ่อ ไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้หรอก ใช่ว่าจูนไม่รู้ว่าพี่โย้คิดยังไงกับจูน”
“จริงเหรอจูน”
พี่โย้ถามขึ้นมา จุลลา ดารา จำรัส ลีลา ป้าลำยองและมะขวิดเห็นพี่โย้ถึงกับอึ้ง
“พี่โย้”
“จูนไม่มีทางคิดกับพี่ได้มากกว่านี้จริงๆ เหรอ”
“ใช่ ขอโทษนะพี่โย้”
“ได้ยินชัดๆ เต็มสองหูมั้ยไอ้โย้ ว่าลูกสาวข้ามันไม่ได้ชอบเอ็ง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสียเวลาจีบ โกโฮม”
“โกมาทางนี้ก็ได้ค่ะ รอช้อนอยู่” ลีลารีบบอก
“เงียบ” ป้าลำยอง มะขวิดพูดพร้อมกัน ลีลาจ๋อย
“อยากต่อยพี่อยู่อีกหรือเปล่า”
“ถ้าพูดรู้เรื่อง ก็ไม่”
“ต่อยเลย เพราะพี่ไม่มีทางเลิกชอบจูนแน่นอน”
ทุกคนตกใจ
“ไอ้นี้อยากลองของ”
“ไม่ได้ลองครับ แต่เพื่อยืนยันความตั้งใจ ลูกผู้ชายอย่างผม รักแล้วรักเลย ไม่มีถอยหลัง ใส่เกียร์เดินหน้าอย่างเดียว” พี่โย้จริงจังมากจนทุกคนอึ้ง ลีลาน้ำตาไหลพราก อกหักอย่างแรง “ต่อยเลยจูน ต่อยเลย ต่อยพี่สิ”
“เปลี่ยนใจแล้ว จูนจะไม่ใช้กำลัง เพราะมันไม่ใช่การแก้ปัญหา ต่อไปนี้อย่ามาให้จูนเห็นหน้าอีก”
ทุกคนอึ้ง ลีลายิ้มปากกว้าง ดาราถอนใจเหนื่อยใจ จำรัสชอบใจมาก จุลลามองหน้าพี่โย้อย่างยืนยัน ในขณะที่พี่โย้หน้าซีดแล้วซีดอีก

จุลลาเดินมาจะเข้าบ้านพัก จุลลาวางเป้ แล้วนั่งลงอย่างเหนื่อยใจ ผีเถ้าแก่นั่งอยู่ข้างๆ
“เฮ้อ”
“แบกโลกทั้งใบมาหรือไง”
“จัดการเรื่องของคนอื่นเรียบร้อย ถึงคราวเรื่องของตัวเอง กลับเอาตัวไม่รอด”
“มีเรื่องกลุ้มใจอะไรอาหนูช่าง”
“ไม่มีอะไรที่ได้อย่างใจเราไปซะทุกอย่างใช่มั้ยเถ้าแก่ บางอย่างเราอยากให้เป็นก็ไม่เป็น แต่บางอย่างไม่อยากให้เป็น กลับเป็น”
“อย่ามาปริศนา หัวอั๊วไม่โปร่ง”
“มีย้อนนะ แล้วถามทำไมว่าหนูมีเรื่องกลุ้มใจอะไร”
“อั๊วก็ถามไปงั้นๆ ตามมารยาท เพราะตอนนี้อั๊วมีเรื่องร้อนใจ”
“เรื่องร้อนใจอะไรอีกล่ะเถ้าแก่ นี่นอนตายตาไม่เคยหลับเลยใช่มั้ย”
“เออสิวะ ถ้าอั๊วตายตาหลับ อั๊วจะมานั่งหล่ออยู่ข้างๆ ลื้อแบบนี้หรือไง”
“อืม”
จุลลาหันไปนั่งเซ็ง
“ไม่อยากรู้เหรอว่าอั๊วกลุ้มใจเรื่องอะไร” จุลลาส่ายหน้า “แต่อั๊วก็จะบอก อาตี๋อีกำลังจะโดนหลอก”
“ดี สมน้ำหน้า”
จุลลาลุกหนีเข้าบ้านไปเลย ผีเถ้าแก่งง
“อ้าว เฮ้ย เรื่องซีเรียสนะอาหนูช่าง” แต่จุลลาไม่สน เดินเข้าบ้านไป “ลื้อสองคนเป็นอะไรไปกันอีกวะ น้ำผึ้งพระจันทร์บนเกาะมันไม่หวานหรือไง”
ผีเถ้าแก่เซ็ง เกิดอะไรขึ้น

สืบสายมองพระจันทร์อยู่คนเดียว ถอนใจ เรื่องเครียดเต็มหัว คุณนายเง็กเดินเข้ามา
“อาตี๋ ยังไม่นอนอีกเหรอ”
“นอนไม่หลับครับ”
“ม้าร้องเพลงกล่อมเอามั้ย”
“หม่าม้า”
“อั๊วล้อเล่นน่ะ ลื้ออย่าคิดมากนะ สิ่งที่ป๊าลื้อทำลงไป อั๊วอยากให้มองที่เจตนา”
“สุดท้ายป๊าก็ไม่ไว้ใจผม”
“เพราะป๊ากลัวโรงงานจะเสียประโยชน์ต่างหาก ไม่เกี่ยวกับว่าไว้ใจหรือไม่ไว้ใจลื้อ”
“คำว่าการแข่งขันมันอยู่ในเลือดของลูกผู้ชายครับหม่าม้า ป๊าอยากแสดงให้ผมรู้ว่าแม้แต่การตัดสินใจเรื่องง่ายๆ แค่นี้ ผมยังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับโรงงานทั้งหมด”
“ผู้ชายสองคนของอั๊วคือลูกกับผัว จะไม่มีคำว่าแข่งขันนอกจากคำว่าทำเพื่อกันและกัน เพื่อครอบครัว ลื้อต้องเข้าใจป๊าลื้อซะใหม่นะอาตี๋ พูดแบบนี้ม้าเสียใจ”
สืบสายเข้าไปกอดคุณนายเง็กเอาไว้
“ม้า ผมขอโทษ”
“อาตี๋ ม้ายืนยันนะว่าป๊าลื้อไม่ได้เป็นพ่อที่ใจดำ คิดเหยียบลูกให้จมดิน แต่ป๊าลื้ออาบน้ำร้อนมาก่อนประสบการณ์อีมีมากกว่า บางอย่างลื้อก็ต้องฟังอี”
“ผมภาวนาขอให้ป๊าตัดสินใจถูก”
“แล้วเราค่อยมาดูกัน ป๊าให้โอกาสลื้อได้ ลื้อก็ต้องให้โอกาสอีด้วย”
“ครับ หม่าม้า”
“อาตี๋ของม้า ว่านอนสอนง่ายแบบนี้สิ ม้าชื่นใจ”

คุณนายเง็กกอดสืบสายเอาไว้ด้วยความรัก ในขณะที่สืบสายยังกังวลใจอยู่ลึกๆ
 
จบตอนที่ 8 
 
กำลังโหลดความคิดเห็น...