xs
sm
md
lg

สามี ตอนที่ 6

เผยแพร่:

สามี ตอนที่ 6

บ้านพักริมทะเลยามค่ำคืน...บนโต๊ะอาหารรสิกานั่งอยู่กับอาม่าและพระลบ เง็กตักข้าวให้ทุกคน

“อาเง็ก อาราพณ์อยู่ไหน”
เง็กยังไม่ทันตอบ ราพณ์เดินเข้ามา
“ผมมาแล้วครับ”
ราพณ์ลงนั่งข้างพระลบ รสิกาที่นั่งตรงข้ามไม่มองหน้าเขา ทั้งคู่นั่งกินข้าวกันเงียบๆ บรรยากาศมึนตึงมากจนทุกคนรู้สึก พระลบมอง ๆ แล้วมองกับข้าวบนโต๊ะ เห็นว่าไข่เจียววางอยู่ตรงหน้าราพณ์แต่กุ้งอบเกลือวางอยู่ตรงหน้ารสิกา
“พี่คุณหญิงครับ พระลบอยากกินไข่เจียว”
ราพณ์ที่อยู่ใกล้กว่าตักไข่เจียวที่อยู่ใกล้มือให้กับพระลบ รสิกาเห็นก็นิ่งกินข้าวไปเงียบ ๆ พระลบมอง ๆ แล้วหันไปหาราพณ์
“ป๊าครับ พระลบอยากกินกุ้ง”
ราพณ์จะตักให้เป็นจังหวะเดียวกับที่รสิกาก็จะตักกุ้งให้ช้อนทั้งสองคนกระทบกัน ทั้งสองคนสบตากันชั่วขณะแล้วก็ดึงช้อนกลับมาทั้งคู่ ไม่มีใครตักให้พระลบเลยแล้วต่างคนต่างกินข้าวกันไป
“อ้าว...” พระลบหน้าเหวอ
อาม่าส่งซิกให้พระลบ แล้วลุกไปเลย พระลบมองซ้ายทีขวาทีแล้วก็ไม่ยอมกินข้าวลุกไป
“พระลบ ไม่กินข้าวเหรอลูก” ราพณ์งง
พระลบไม่ตอบเดินไปนั่งเหงาๆ เรียกร้องความสนใจ ราพณ์กับรสิกามองด้วยความเป็นห่วง
“พระลบ ไม่สบายเหรอคะ ทำไมไม่ทานข้าว” รสิกาลุกไปหาพระลบ
พระลบไม่ตอบ อาม่าเปรยขึ้น
“นั่งแผ่รังสีอำมหิตแบบนี้ใครจะกินลง อาม่ายังหมดอารมณ์เลย”
รสิกากับราพณ์มองหน้ากัน
“พระลบ” ราพณ์ลุกมาหาพระลบ
“ป๊ากับพี่คุณหญิงไม่คุยกัน ไม่ยิ้ม พระลบเครียด...”
“ถ้างั้นพี่กับป๊าดีกันตอนนี้เลย กลับไปทานข้าวนะคะคนเก่ง นะคะ”
“ถ้าดีกันก็ต้องเกี่ยวก้อยคืนดีกันสิครับ”
รสิกากับราพณ์มองหน้ากันอึ้ง ๆ ราพณ์ยกนิ้วก้อยเริ่มก่อนให้เธอตัดสินใจ
“พี่คุณหญิง...”
รสิกาทนเสียงอ้อนไม่ไหวต้องยอมเกี่ยวก้อยกับราพณ์ เธอเกี่ยวปุ๊บจะดึงออกปั๊บ แต่เขาเกี่ยวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ป๊ากับพี่คุณหญิงดีกันแล้ว ทานข้าวนะครับ”
“ครับผม”
พระลบยิ้มจูงมือทั้งคู่ดึงให้มากินข้าว ราพณ์กับรสิกาลงนั่งไม่กล้าหน้าตึงต้องยิ้ม ราพณ์ตักกับข้าวให้รสิกา เธอเห็นพระลบมองต้องยิ้มรับ อาม่ายิ้ม
“อร่อยไหมครับ พระลบ”
“อร่อยมากครับ อาเหล่าม่า พระลบอยากเล่นเกม ป๊ากับพี่คุณหญิงเล่นเกมกับพระลบนะครับ”
ทุกคนมองไปทางรสิกา เธอจำยอม
“จ๊ะ”
อาม่า เง็ก ราพณ์แอบยิ้มที่รสิกาแพ้ลูกอ้อนของพระลบ

รสิกา ราพณ์ พระลบ อาม่า เล่นเกมเป่ายิ้งฉุบใครแพ้ต้องเขียนหน้ากันสนุกสนานอยู่ในห้องรับแขก
“เป่ายิ้งฉุบ”
ราพณ์เป่ายิ้งฉุบกับพระลบ ราพณ์ออกกระดาษ พระลบออกกรรไกร
“เย้ ๆ ป๊าแพ้ ยื่นหน้ามาเลยครับ”
พระลบเอาดินสอเขียนตาเขียนหน้าราพณ์ เง็กโวยวาย
“เอามาเขียนเล่นกันแบบนี้ แล้วเง็กจะเอาอะไรแต่งหน้าล่ะคะคุณพระลบ”
อาม่าขัดขึ้น
“นิด ๆ หน่อย ๆ อย่างกน่า เดี๋ยวอั๊วซื้อให้ใหม่สองแท่งเลย”
“งั้นเขียนตามสบายเลยค่ะ มันจะหมดแท่งอยู่แล้วด้วย” เง็กยิ้ม
“ต่อไปป๊ากับพี่คุณหญิงครับ ยันยีเยา ปั๊กเป้ายิ้งฉุบ” พระลบบอก
รสิกาจะออกค้อนแต่เห็นราพณ์ออกกระดาษ ด้วยความกลัวแพ้เธอรีบเปลี่ยนเป็นออกกรรไกร ราพณ์โวย
“คุณหญิงโกง”
“เปล่านะ แค่ออกช้าต่างหาก”
“งั้นพี่คุณหญิงก็แพ้” พระลบส่งดินสอให้ราพณ์ “ป๊าชนะครับ”
ราพณ์ถือดินสอไว้ในมือ รสิกามองอย่างไม่ไว้ใจจะไม่ยอม
“แพ้แล้วจะหนีเหรอครับ เยาวชนมองอยู่นะ”
รสิกาจำต้องนิ่งให้ราพณ์เขียนหน้า ราพณ์มองแล้วหัวเราะ
“คุณหัวเราะอะไร”
“หัวเราะ...คุณหญิงแพนด้าน่ะครับ”
รสิกาหันไปทางกระจกเห็นหน้าตัวเองตาดำเป็นวงแพนด้า รสิกาฮึดจะชนะราพณ์ให้ได้
“ครั้งนี้ไม่แพ้แน่”
รสิกาลืมตัวฮึดเล่นเป่ายิ้งฉุบกับราพณ์ เธอชนะแล้วเขียนหน้าเขาด้วยความสะใจนิด ๆ รสิกาเห็นหน้าราพณ์แล้วหลุดขำออกมา พระลบหัวเราะ
“ป๊าเหมือนแรคคูนเลยครับ ตาดำปี๋”
รสิกากับพระลบตีมือกันอย่างสนุกสนาน ยิ้มขำราพณ์
“ยิ้มให้กันมันดีกว่าหน้าบึ้งใส่กันมากใช่ไหม” อาม่ายิ้ม
รสิกาชะงักไปนิด ราพณ์ก็ชะงักหยุดฟัง
“คุณหญิงยิ้ม ราพณ์ยิ้ม อาม่ากับพระลบ อาเง็กก็ได้ยิ้มไปด้วย แต่ถ้าพวกลื้อหน้าหงิก อาม่ากับทุกคนก็จ๋อยหน้าหงิกตามพวกลื้อไปด้วย เราทุกคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน พวกลื้อรู้สึกอะไร ผู้ใหญ่หัวหงอกกับเด็กหัวดำก็รู้สึกเหมือนกัน ลื้อเข้าใจไหม”
รสิกากับราพณ์ต่างรู้สึกผิดทั้งคู่
“ผมขอโทษอาม่าด้วยนะครับ พระลบ ป๊าขอโทษนะครับ”
“อ้ายขอโทษนะคะอาม่า พี่ขอโทษนะจ๊ะพระลบ”
พระลบยิ้มรับ
“ถ้าอย่างนั้นป๊ากับพี่คุณหญิงอย่าทะเลาะกันอีกนะครับ พระลบใจไม่ดีเลย...อยากให้ป๊ากับพี่คุณหญิงรักกัน”
รสิกาอึ้งไปนิดกับประโยคแต่จำต้องรับปาก
“จ๊ะ”

ราพณ์กอดอาม่าอ้อนๆ พลางแอบมองรสิกาที่มองยิ้มๆ ชอบใจ
 
ราพณ์แต่งตัวชุดนอนแล้วยืนมองตัวเองในกระจกอยู่ในห้องน้ำ รอยที่โดนเขียนหน้ายังอยู่ เขาจงใจเว้นวงตรงตาไว้ไม่ล้างคิด ๆแล้วเดินออกไป รสิกาจับพระลบที่หลับอยู่บนเตียงขยับให้นอนบนหมอนแล้วห่มผ้าให้ เขาขยับเข้ามานั่งอีกด้านมองรสิกาที่ดูแลพระลบยิ้มอย่างประทับใจ
 
“เหนื่อยไหมครับ”
รสิกาเจอคำถามตรง ๆ ก็ต้องหันมาคุยกะว่าจะหันมาตึงใส่เลย แต่พอหันมาเห็นหน้าเขาก็หลุดยิ้มออกมา ราพณ์ พอใจที่เป็นไปตามแผนแต่ยังแกล้งทำหน้าเหรอหราว่าหัวเราะอะไรหน้าซื่อมาก
“หน้าผมมีอะไรเหรอครับ”
รสิกายิ้ม
“คุณล้างหมึกออกไม่หมดน่ะค่ะ”
ราพณ์ทำเซ็ง
“อ้าว...นี่ผมล้างหลายรอบแล้วยังไม่ออกอีกเหรอครับ สงสัยจะหมึกกันน้ำแน่ นี่ผมล้างจนแสบหน้าไปหมดแล้ว”
รสิกาเห็นเขาดูเซ็งจริงจัง
“คุณต้องใช้ออยล์สำหรับล้างเครื่องสำอางถึงจะออกค่ะ”
“คุณมีไหม”
รสิกาเดินไปหยิบออยล์กับสำลีมาให้
“แล้วต้องทำยังไงล่ะครับ”
“ก็...”
เธอเห็นเขาเก้ ๆ กังๆ
“มาค่ะ ฉันทำให้ดีกว่า”
รสิกาจัดการเปิดขวดแล้วเอาออยล์ทาก่อนจะใช้สำลีเช็ด ราพณ์แอบยิ้มพอเธอเงยหน้ามาก็ทำหน้าปกติเนียน ๆ รสิกาค่อย ๆเช็ดให้อย่างเบามือ ราพณ์มองรสิกาอย่างหลงใหล รสิกาเช็ดไปสังเกตเห็นสายตาของเขาที่มองมาหวานๆ เธอเผลอชะงักนิดหนึ่งแล้วได้สติว่าตัวเองเผลอไป รสิกาเจอสายตากรุ้มกริ่มก็เผลอหมั่นไส้กดหนักจิ้มขอบตาเขา
“โอ้ย” ราพณ์จับตาแอ็คใหญ่ว่าเจ็บ “โอย...”
รสิกาตกใจ
“คุณราพณ์ ฉันขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากไหม คุณ...”
ราพณ์ยิ้มเปิดให้ดูว่าแกล้ง
“ไม่เป็นไรเลยครับ”
รสิกาหมั่นไส้จิ้มจริงเข้าให้
“โอ้ย...คุณหญิงมันเจ็บนะครับ”
รสิกาไม่สนใจหันไปกราบหมอนแล้วล้มตัวลงนอน
“โอย...”
ราพณ์แอบมองเห็นว่าไม่สนใจจริงๆ ก็เลิกแบบเซ็งๆขยับมาหอมแก้มพระลบฟอดใหญ่ จงใจพูดไปถึงรสิกา
“ฝันดีนะครับ”
รสิการู้ว่าพูดกับตัวเองก็พลิกตัวตะแคงให้กับเขาไม่สน เธอพยายามข่มตาหลับไม่สนใจแต่สีหน้าไม่ได้เคืองเลยแอบยิ้มนิด ๆ ก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข

สิริโสภาอยู่ในห้องพักคอนโดเล็กๆ...เธอลืมตาขึ้นในความมืดหันมองไปทางที่ว่างของเตียงอีกข้างแล้ววางมือตรงที่ว่าง...เธอนึกถึงเรื่องราวในอดีต ตอนนั้นเธอวางมือลงบนอกราพณ์ เขาขยับมือที่กอดเธอให้กระชับเข้ามาใกล้ สิริโสภาขยับตัวเข้าซุกกับราพณ์อย่างมีความสุข...มือของสิริโสภาขยำผ้าปูด้วยความเจ็บแค้น นึกถึงตำพูดของศิริพรที่เล่าเรื่องราพณ์มาหารสิกา
“ตอนนี้เขาลาฮันนีมูน น่าอิจฉานะ สามีเขาเป็นนักธุรกิจหล่อมาก เคยมาส่งคุณหญิงครั้งหนึ่งสาวกรี๊ดกันทั้งออฟฟิศ ถ้าพี่มีสามีแบบนี้จะล็อคคอไม่ให้หลุดมือไปเลย”
สิริโสภานึกถึงภาพข่าวที่ราพณ์ควงกับรสิกาในงานเดินแบบผ้าไหม เธอขยำผ้าปูด้วยความแค้น
“ราพณ์เป็นของฉัน เขาเป็นของฉัน”
สิริโสภาลุกขึ้นมาตามความแรงของอารมณ์ เธอเหวี่ยงฟาดหมอนอย่างคลั่งแค้น ร้องไห้ด้วยเจ็บปวดทรมาน

รามนั่งอยู่ในร้านกาแฟคอยมองหาผู้หญิงที่ให้ผ้าเช็ดหน้าเขา มีผู้หญิงเดินเข้า-ออกในราม แต่ไม่รู้สึกคุ้นสักคน เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าของสิริโสภาออกมามอง สูดความหอมของผ้าเช็ดหน้าเบาๆ รู้สึกฝังจิตฝังใจกับเจ้าของผ้าเช็ดหน้าเหลือเกิน

เช้าวันใหม่...รสิกาตื่นขึ้นมาแล้วเดินไปที่หน้าต่างเห็นพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น เธอคิด ๆ แล้วเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวเตรียมจะไปวิ่งแต่พอจะเปิดประตูห้อง เสียงพระลบดังขึ้น
“พี่คุณหญิงจะไปไหนครับ”
รสิกาหันมาเห็นว่าราพณ์กับพระลบตื่นแล้ว ราพณ์นอนคว่ำ พระลบนอนทับบนหลังอีกทีเอาคางเกยบนศีรษะพ่อกำลังมองมา
“พี่จะไปวิ่งออกกำลังจ๊ะ”
“วิ่ง...แล้วขาคุณ...”
“มันดีขึ้นมากแล้วค่ะ ฉันอยากออกำลังเบาๆ”
“ดีเลยครับ พระลบจะได้ออกกำลังด้วยดีไหม”
“ดีครับ”
ทั้งคู่รีบลุกจากเตียงรีบไปหาเสื้อผ้า
“ป๊าครับ เสื้อกับกางเกงวอร์มพระลบล่ะครับ”
“เดี๋ยวนะครับ ป๊ายังหาเสื้อป๊าไม่เจอเลยครับ”
สองพ่อลูกคุ้ยเสื้อผ้ากันใหญ่ รสิกามองสภาพการคุ้ยเละ ๆ ก็ทนไม่ไหว
“เดี๋ยวฉันหาให้ค่ะ”
รสิกาหยิบเอาเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นมาให้พระลบ
“ใส่ชุดนี้นะครับ”
“ครับผม”
พระลบรีบเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนอย่างไว ราพณ์หันมาถาม
“ของผมล่ะครับ”
รสิกาหันมองเห็นราพณ์ยิ้มเสนอหน้าก็หมั่นไส้
“หาเองนะคะ ฉันจะไปแต่งตัวให้พระลบ”
รสิกาเดินไปแต่งตัวให้พระลบ ราพณ์มองตามยิ้ม ๆ มีความสุข

ราพณ์กับรสิกาและพระลบวิ่งออกกำลัง พระลบเหนื่อย ๆ ราพณ์กับรสิกาต้องจูงมือวิ่ง ราพณ์ที่จูงมือพระลบวิ่งดึงพาพระลบตรงไปที่ทะเล รสิการีบถาม
“คุณจะไปไหน”
ราพณ์ไม่ตอบจูงมือพระลบวิ่งลงทะเล รสิกาปล่อยมือไม่ยอมตามลงทะเลในขณะที่ราพณ์กับพระลบวิ่งลงไปในทะเลสนุกสนาน รสิกายืนมองกับความซนของสองพ่อลูก ราพณ์กับพระลบวิ่งขึ้นมา
“พี่คุณหญิงครับ เล่นน้ำกับพระลบนะครับ”
“เล่นกับป๊านะคะ พี่ขอไปวิ่งอีกหน่อย”
ราพณ์ขึ้นมาหา
“แบบนี้เดี๋ยวพระลบน้อยใจแย่นะครับ ถ้าคุณไม่อยากเดินลุยน้ำ ผมช่วยนะครับ”
ราพณ์อุ้มโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ทำให้ไม่มีโอกาสขัดขืน ราพณ์แกล้งพาไปโยนในทะเล พระลบที่อยู่แค่ตื้น ๆ หัวเราะชอบใจ รสิกาเคือง
“คุณราพณ์”

รสิกาผุดขึ้นมาสาดน้ำใส่ ราพณ์หัวเราะสดใส รสิกากับพระลบก็สนุกไปด้วย
 
 
ราพณ์ รสิกา พระลบเข้ามาสภาพเปียกปอน เจออาม่ากับเง็กที่กำลังจะเตรียมออกไปข้างนอก
 
“อาม่าจะไปไหนครับ”
“อาม่าจะไปซื้อของมาเตรียมรับนายทหารเรือเพื่อนคุณหญิงเย็นนี้”
“อาม่าอย่าไปเลยค่ะ เดี๋ยวอ้ายจัดการให้เองดีกว่านะคะ”
“เดี๋ยวผมขับรถให้เอง”
“อาม่าจะทำอะไรบ้างคะ”
ราพณ์มองคิดว่ารสิกาให้ความสำคัญกับสกรรจ์ ราพณ์เคืองๆ
 
ในตลาด...รสิกาเลือกอาหารสดอย่างตั้งใจ ราพณ์หน้าตึงตลอด รสิกาเลือกๆ หันมาเห็นอาการก็นิ่งไม่สนใจ ไม่ถามใด ๆ เดินไปเลือกของต่อ ราพณ์ยิ่งหงุดหงิด
ราพณ์กับรสิกาถือของมาเก็บที่รถ ราพณ์เปิดหลังรถ รสิกาวางของสดกับผักเงียบๆ ไม่พูดอะไร ราพณ์ทนไม่ได้
“นี่คุณไม่คิดจะพูดอะไรบ้างเลยเหรอ”
“ถ้าเจ้าหนี้อยากให้พูดก็จะพูดค่ะ...จะให้พูดอะไรดีคะ” รสิกายอกย้อน
ราพณ์งุ่นง่าน
“คุณเลิกกวนประสาทผมสักทีได้ไหม”
“ฉันแค่ตอบแทนคุณตามหน้าที่ลูกหนี้ที่เป็นหนี้น้ำเงินของคุณต่างหาก”
“แต่สิ่งที่ผมต้องการให้คุณหญิงมันไม่ใช่เงินแต่มัน...”
ราพณ์อยากจะบอกว่ารักแต่เห็น เธอที่มองมาด้วยอารมณ์ต่อต้านก็พูดไม่ออก
“คุณจะพูดอะไร”
“ผม...”
ราพณ์ไม่อยากพูดออกจากปากกลัวโดนประชดอีก เขาหงุดหงิดเดินขึ้นรถ รสิกามองอย่างไม่เข้าใจเดินตามขึ้นรถไป
 
ในรถ...ราพณ์ขับรถหน้าตึง รสิกานิ่งต่างคนต่างเงียบ จู่  ๆมีรถกระบะมาจอดปาดหน้าราพณ์เบรก กะทันหันเอี๊ยดแล้วจอดนิ่งขวางทางไว้
“ว้าย” รสิการ้องลั่น
ราพณ์เป็นห่วง
“คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ...”
ราพณ์กดแตรด้วยความไม่พอใจให้รถกระบะหลีกทางแต่ทุกอย่างก็นิ่ง
“หรือว่าทางโน้นจะบาดเจ็บคะ”
“ผมไม่ได้ชนเขา” ราพณ์คิด ๆ รู้สึกระแวง “คุณหญิงรออยู่ในรถนะครับ ผมจะลงไปดู”
ราพณ์ลงไปจากรถจะเดินไปดูที่รถกระบะ พอเดินเกือบถึง ลูกน้องสุรีย์ส่อง สี่คนลงมาจากรถพร้อมกับไม้ เป็นอาวุธทุกคน ราพณ์ชะงัก รสิกาที่อยู่ในรถก็ตกใจ
“พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไร”
“กระทืบมัน”
พวกลูกน้องสามคน เข้ารุมตี ราพณ์พยายามรับมือ
“เอาตัวผู้หญิงมา” หัวหน้าทีมสั่ง
ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งไปที่รถด้านที่รสิกานั่ง ราพณ์ตะโกน
“ล็อกรถ”
แต่กว่ารสิกาจะตั้งสติได้ก็ช้าไปแล้ว ลูกน้องสุรีย์ส่องเปิดประตูลากรสิกาออกมา
“ปล่อยนะ”
“วันนี้กูจะมีเมียเป็นคุณหญิงเลยเว้ย”
ลูกน้องสุรีย์ส่องลากรสิกาจะดึงไปข่มขืน รสิกากรีดร้องอย่างหวาดกลัวพยายามขืนสุดชีวิต
“ปล่อยฉัน”
ลูกน้องคนนั้นต่อยท้องรสิกาปึ้กเธอจุกตัวอ่อน สิ้นแรง ราพณ์พยายามฝ่าจากลูกน้องทั้งสามที่รุมทำร้ายแล้วรีบเข้าไปยื้อตัวรสิกาไว้ ลูกน้องอีกสามคนตามมาพยายามจะแยกราพณ์กับรสิการาพณ์กอดรสิกาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาถูกถีบจนดันตัวรสิกาไปพิงกับต้นไม้ ราพณ์พยายามเอาตัวเองบังไว้ ลูกน้องโกรธ
“หวงนักเหรอมึง”
ลูกน้องฟาดราพณ์ไม่นับ ปึ้ก  ๆ ราพณ์เจ็บปวดแต่อดทน รสิกาตะโกนลั่น
“อย่านะ”
ลูกน้องอีกคนกระทืบ
“ปล่อยสิวะ”
รสิกาเห็นราพณ์โดนซ้อมไม่นับ เธอตกใจเป็นห่วงเขาน้ำตาร่วงทั้งกลัวทั้งห่วง
“คุณราพณ์...”
ราพณ์พยายามที่จะพูด
“ผมไม่ยอมให้มันทำร้ายคุณแน่”
ลูกน้องทั้งสามประเคนทั้งไม้ทั้งเท้าใส่ราพณ์ไม่ยั้ง
“เหนียวนักใช่ไหม”
ลูกน้องคนหนึ่งชักมีดออกมา รสิกาตกใจสุดขีด
“อย่า”
ลูกน้องคนนั้นฟันกลางหลังราพณ์ รสิการ้องลั่น
“คุณราพณ์”
ราพณ์เกร็งมือกอดรสิกาแน่น ลูกน้องคนหนึ่งหันมาบอกลูกพี่
“ไม่ตายไม่ปล่อยแน่พี่ จัดเลย”
ลูกน้องคนถือมีดจะแทงซ้ำ รสิกาตกใจมาก ทันใดนั้น เสียงรถแล่นเข้ามาจอดเอี๊ยด พวกลูกน้องสุรีย์ส่องหันไปเห็นสกรรจ์กับเพื่อนทหารอีกสอง คนลงมาจากรถ ทั้งสามคนเข้ามาตะลุมบอนกับลูกน้องสุรีย์ส่อง ด้วยชั้นเชิงของสกรรจ์กับเพื่อนทหารเหนือกว่าพวกลูกน้องสุรีย์ส่องจะหนีแต่สกรรจ์กับเพื่อนช่วยกันล็อคไว้ได้หนึ่งคน
“ปล่อยกู”
ราพณ์เห็นสกรรจ์ รู้สึกว่าปลอดภัยก็หมดแรงล้มลงไปกับพื้น รสิกาตกใจ
“คุณราพณ์ คุณสกรรจ์ ช่วยคุณราพณ์ด้วยค่ะ คุณราพณ์”
ราพณ์นิ่งอยู่ในอ้อมกอดของรสิกา
 
ห้องพยาบาลในฐานทัพเรือ...ราพณ์ถูกพันแผลที่โดนฟันกลางหลังไม่ลึกนัก เขาขยับเสื้อใส่เรียบร้อย หมอให้รายละเอียดกับรสิกา
“หมอเย็บแผลให้แล้วนะครับ หมอจะให้ยาแก้ปวด กับแก้อักเสบไปนะครับ คนไข้แพ้ยาอะไรหรือเปล่าครับ”
รสิกาไม่แน่ใจหันมองราพณ์
“ไม่ครับ”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
ราพณ์จะลุก รสิการีบเข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วง
“ค่อย ๆ เดินนะคะ”

ราพณ์มองท่าทีรสิการู้สึกใจชื้นขึ้น


 
รสิกาประคองราพณ์ออกมาด้านนอก สกรรจ์ยืนรออยู่
 
“หมอว่ายังไงบ้างครับ”
“แผลไม่ลึกค่ะ แต่รอยช้ำหนักพอสมควร โชคดีนะคะที่คุณสกรรจ์มาเจอไม่อย่างนั้นอ้ายกับคุณราพณ์คง...”
“ผมตั้งใจจะไปชวนคุณหญิงกับครอบครัวมาเที่ยวที่นี่น่ะครับ”
“ขอบคุณคุณมากจริงๆ ที่ช่วยผมกับภรรยา”
สกรรจ์ยิ้ม
“ยินดีครับ คุณหญิงเป็นเพื่อนผม สามีคุณหญิงก็ถือว่าเป็นเพื่อนของผมด้วยเหมือนกัน”
ราพณ์รู้สึกว่าสกรรจ์พูดจาถูกหู ค่อยคุยกันได้
“ขอบคุณครับ”
“คุณราพณ์คิดว่าพวกมันเป็นโจรหรือว่า...”
ราพณ์มองตาสกรรจ์รู้ว่าหมายถึงอะไร เขาหันไปบอกรสิกา
“คุณหญิงครับ ผมหิวน้ำ”
“เดี๋ยวฉันไปขอในห้องพยาบาลให้นะคะ”
รสิกากลับเข้าไป สกรรจ์รีบพูด
“พวกมันตั้งใจมาดักทำร้ายผม มันรู้ว่าคุณหญิงเป็นใคร ครั้งนี้มันเลือกเจาะจงเฉพาะคน”
“งั้นมันก็น่าจะเป็นพวกเดียว กับที่ส่งมือปืนมาฆ่าคุณหญิงใช่ไหมครับ”
“มันก็เป็นไปได้”
“แล้วคุณจะเอายังไงต่อไป”
ราพณ์หน้าเครียด
 
เจ้าสัวเรียวคุยโทรศัพท์สีหน้าเครียด
“ราพณ์จัดการแจ้งความทันที ให้มันเป็นคดีไว้ แล้วรีบพาทุกคนกลับมาบ้านให้เร็วที่สุด”
เจ้าสัวเรียววางสาย รัตนาวลีที่ฟังอยู่ข้างๆ ร้อนใจ
“คุณราพณ์กับอ้ายเป็นยังไงบ้างคะ”
“ราพณ์บาดเจ็บ ส่วนคุณหญิงปลอดภัยครับ...นที”
นทีเข้ามารอคำสั่ง
“ติดต่อทางโน้นให้จัดการส่งตัวคนที่มันทำร้ายราพณ์มากรุงเทพ ครั้งนี้เราจับคนร้ายได้ ผมจะบีบให้มันซัดทอดคนบงการให้ได้...พวกมันจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม”
สุรีย์ส่องคุยโทรศัพท์เสียงดังด้วยความผิดหวัง โกรธสุดขีด
“แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน...โรงพัก”
สุรีย์ส่องกรีดร้องอย่างคลั่งแค้น ประสิทธิ์เข้ามาด้วยความตกใจ
“แกเป็นอะไรยัยสุ”
“ลูกน้องของคุณพ่อมันห่วย แค่ให้ไปฉุดนังอ้ายยังพลาด”
ประสิทธิ์จับตัวสุรีย์ส่องเขย่า
“พ่อบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเพิ่งยุ่งตอนนี้”
“สุอยากให้มันเจ็บ แต่ลูกน้องคุณพ่อโดนจับ”
สุรีย์ส่องกรี๊ดปัดแจกันหล่นแตกเพล้ง
“ทำไม สุต้องแพ้มันอยู่เรื่อย...ทำไม”
ประสิทธิ์ตบหน้าเพี๊ยะ สุรีย์ส่องอึ้ง
“คุณพ่อ”
“เมื่อไหร่แกจะรอบคอบสักที คนของเราโดนจับ ไอ้เรียวต้องบีบให้พวกมันซัดทอดคนบงการ”
สุรีย์ส่องสายตากร้าว
“พ่อจะไม่ยอมให้สุติดคุกใช่ไหมคะ”
ประสิทธิ์มองสุรีย์ส่อง สายตาบอกว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน
 
ค่ำนั้น อาม่าอารมณ์ขึ้นปรี๊ดสุด ๆ จนทุกคนตกใจ
“อาม่าไม่ยอม มันอยู่ที่ไหน ใครมันทำหลานของลิ้ม ท้อ ฉั่ง พาอาม่าไป อาราพณ์ อาม่าจะลุย”
อาม่าลุกพรวดไปหน่อยหน้ามืดเซ เง็กรีบประคอง
“หน้ามืดแล้วอาม่า ๆ ใจเย็น ๆ หายใจเข้าลึก ๆ แปดสิบแล้วนะอาม่าไม่ใช่สิบแปด”
อาม่าหยิกเง็กอย่างหมั่นไส้ที่ขัดคอ พระลบที่อยู่ข้างอาม่าเสียงดังขึ้นมาเลย
“พระลบจะลุยด้วยครับอาม่า ใครทำป๊า พระลบจะ...”
พระลบต่อยเตะลมท่าทางเอาเรื่องมาก ราพณ์โยกหัวพระลบอย่างเอ็นดู
“ป๊าส่งเข้าคุกไปแล้ว ไม่ต้องให้อาม่ากับพระลบเหนื่อยหรอกครับ”
พระลบโผเข้ากอดราพณ์ ตัวพระลบไปโดนแผลของเขา
“โอ๊ะ”
รสิกาตกใจ
“พระลบ ป๊ายังเจ็บแผลอยู่ กอดเบาๆ นะจ๊ะ”
“ป๊าเจ็บมากไหมครับ พระลบสงสารป๊า”
“ป๊าเจ็บนิดหน่อย ไม่เป็นไรมากหรอกเพราะป๊าเป็นผู้ชายต้องอดทน ใช่ไหมครับพระลบ”
“ใช่ครับ อากงสอนพระลบว่าเป็นลูกผู้ชายต้องอดทน”
ราพณ์ยิ้มกับพระลบ ก่อนจะหันไปถามเง็ก
“เง็กเก็บของเรียบร้อยหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“พรุ่งนี้เราทุกคนจะกลับกรุงเทพ”
“ทำไมรีบกลับล่ะ” อาม่าเป็นห่วง “หรือว่ามีอะไร”
“ไม่มีอะไรครับอาม่า พอดีป๊าคิดถึงอาม่ากับพระลบน่ะครับ”
“พี่เง็กพาอาม่าไปพักผ่อนเถอะค่ะ” รสิกาหันไปหาพระลบ “คืนนี้พระลบนอนกับอาม่านะคะ...จะได้ไม่สะเทือนแผลคุณราพณ์น่ะค่ะ”
อาม่าลูบหัวพระลบ
“ไปนอนกับอาเหล่าม่านะลูก”
“ป๊าครับ ถ้าป๊าทนคิดถึงพระลบก็ไปหาพระลบที่ห้องอาม่านะครับ” พระลบยิ้ม
ราพณ์กับรสิกายิ้มให้ อาม่าพาพระลบออกไป         
“ไปพักเถอะค่ะ ฉันจะทำแผลให้นะคะ” รสิกาอ่อนโยนลง

ราพณ์ยอมให้เธอประคองไปโดยดี
สามี ตอนที่ 6 (ต่อ)

ราพณ์นั่งบนเตียงเปลือยช่วงบน เขากำลังค่อยๆ แกะผ้าพันแผลออก รสิกาเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ถืออ่างน้ำกับผ้าสำหรับเช็ดตัวเล็ก ๆ มา เธอใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดมองเขาอย่างขัดเขิน ราพณ์มองรสิกาเห็นว่าเธอทำตัวไม่ถูก

“ผมว่าเดี๋ยวผมไปอาบน้ำดีกว่า”
“ไม่ได้นะคะ คุณหมอสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำ”
“แต่ผมทำให้คุณลำบาก”
“คุณเจ็บเพราะฉัน...ฉันไม่ลำบากหรอกค่ะ”
รสิกาค่อยๆ ใช้ผ้าเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือ ราพณ์นั่งนิ่งแต่ความรู้สึกก็อดวาบหวามนิด ๆ ไม่ได้ รสิกาค่อยๆ เช็ดด้านหลัง แขนด้านหลัง พอเธอจะเช็ดด้านหน้าก็ชะงักไปนิดด้วยความเขิน
“เดี๋ยวผมเช็ดต่อเอง”
ราพณ์จะรับผ้าจากรสิกาพอมือแตะโดนกัน รสิกาตกใจนิดๆแล้วชักมือกลับ

รสิกานั่งพันแผลให้ค่อยๆ ขยับใช้มืออ้อมตัวมาพันแผลให้เป็นการใกล้ชิดกันมากที่สุด เธอเก็บชายผ้าพันแผลจนเรียบร้อย
“เรียบร้อยแล้วค่ะ นอนพักนะคะ”
รสิกาช่วยประคองให้เขานอนคว่ำลงกับเตียง ราพณ์ขยับจนนอนสบายรสิกาขยับผ้าห่มมาคลุมให้แล้วจะลุกไปแต่ราพณ์จับมือไว้ รสิกาชะงักหันมอง เห็นสายตาของเขาที่มองมาด้วยสายตาอ้อน ๆ
“คุณหญิงจะไปไหนครับ”
“ฉันจะไปดูพระลบค่ะ” รสิกาจะดึงมือออก
ราพณ์ยึดไว้เบาๆ เสียงอ้อนมาก
“ผมเจ็บแผล ให้ผมจับมือคุณไว้แบบนี้ได้ไหม”
“มือฉันไม่ใช่ยาพารานะคะ จับแล้วจะได้หายปวด”
ราพณ์ยิ้มพูดเบาๆ
“อยู่ข้างๆ ผม อย่าไปไหน...ได้ไหม ป่านนี้พระลบคงหลับแล้ว”
รสิกาใจอ่อนยอมขยับตัวนั่งข้างๆให้เขาจับมือไว้ ราพณ์มองยิ้มมีความสุขมาก รสิกาเห็นสายตาของเขาก็รู้สึกขัดเขินยังปากแข็ง
“ถือว่าฉันตอบแทนที่คุณช่วยฉัน...”
“เหตุผลอะไรผมก็รับได้ ขอแค่คุณอยู่ข้างๆ ผมก็พอ”
ราพณ์นอนหลับตา รสิกานั่งมองเขาที่เริ่มหายใจสม่ำเสมอ เธอลองโบกมือจนรู้สึกแน่ใจว่าหลับแล้วก็ค่อย ๆ ลดตัวลงนอน เริ่มผ่อนคลายให้ความไว้ใจเขามากขึ้น...รสิกาหาวด้วยความง่วงแล้วค่อย ๆ หลับตา ราพณ์ลืมตามองด้วยความรัก ยิ้มนิด ๆ อย่างมีความสุข เขาขยับตัวชะงักนิด ๆ รู้สึกเจ็บแผล แล้วยิ้มมองรสิกาไม่วางตา
“มันคุ้มจริงๆ”
ราพณ์นอนมองรสิกาอย่างมีความสุข

คฤหาสน์เจ้าสัวเรียววันใหม่...เจ้าสัวเรียวกับรัตนาวลีรออย่างกระวนกระวาย แหววเอาเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟอดไม่ได้ที่จะถามรัตนาวลีเบาๆ
“หม่อมขา ทำไมคุณหญิงกลับมาช้าจังเลยคะ”
“ออกมาตั้งแต่เช้า ป่านนี้น่าจะถึงแล้ว”
รัตนาวลีห่วงจะกดโทรศัพท์หา เสียงพระลบดังขึ้น
“อากง อาม่าครับ พระลบกลับมาแล้วครับ”
อาม่ากับพระลบเข้ามา ตามมาด้วยรสิกาที่เคียงข้างราพณ์เข้ามา ราพณ์ยังเดินไม่ค่อยถนัดนักเจ็บนิด ๆ
“ทำไมมาช้านักล่ะอ้าย มีอะไรหรือเปล่า” รัตนาวลีถามอย่างเป็นห่วง
“คุณราพณ์ดื้อน่ะค่ะหม่อมแม่ อ้ายจะขับให้ก็ไม่ยอม”
“คุณหญิงบังคับให้ผมขับไม่เกิน 80 น่ะครับ เลยมาถึงช้ามาก”
“แล้วคนร้ายล่ะ” เจ้าสัวเรียวถามขึ้น
“ตำรวจส่งตัวมาขังที่กรุงเทพแล้วครับ”
เจ้าสัวเรียวยิ้มพอใจ
“ดี...ป๊าจะให้พวกมันซัดทอดให้ได้”
รสิกาชะงักสงสัย
“ซัดทอด...นี่มันไม่ใช่โจรปล้นธรรมดาเหรอคะ”
ราพณ์กับเจ้าสัวเรียวชะงักไปนิด รัตนาวลีช่วยแก้ไขสถานการณ์
“คุณราพณ์ ขับรถมาเหนื่อย ๆ ไปพักก่อนดีกว่านะคะ อ้ายพาคุณราพณ์ไปพักสิลูก”
รสิกาอยากรู้ความจริง
“แต่...”
ราพณ์แกล้งเจ็บแผลทันที
“โอ๊ะ”
รสิกาเห็นราพณ์นิ่วหน้าเพราะเจ็บแผล เธอแตะที่แขนเขาอย่างห่วงใย
“เจ็บเหรอคะ”
“ครับ...มันเพลียๆ ด้วย”
รสิกาห่วง
“งั้นไปพักนะคะ”
“ผมขอไปพักก่อนนะครับป๊า”
รสิกาพาราพณ์ออกไป อาม่ามองอย่างข้องใจ
“อาเรียว”
เจ้าสัวเรียวรู้ว่าอาม่าสงสัยเรื่องเดียวกับรสิกา
“ม๊าไปพักเถอะครับ”
อาม่ามองอย่างรู้ทัน
“นี่เรื่องใหญ่ใช่ไหม”
“ผมจัดการได้ครับม๊า”
“อั๊วเชื่อลื้อนะอาเรียวว่าลื้อจะดูแลทุกคนในครอบครัวให้ปลอดภัยสมเป็นผู้นำของตระกูล อาเง็ก...พาอั๊วไปที”
เง็กเข้าประคองอาม่าพาเดินออกไป เจ้าสัวเรียวมีอาการปวดหัว เซ ๆ รัตนาวลีเห็นอาการก็ตกใจ
“เจ้าสัวคะ” รัตนาวลีประคองให้นั่งลง “แหวว...ให้คุณนทีไปตามหมอ”
“ไม่ต้อง ผมแค่ปวดหัวนิดหน่อย เง็ก ตามนทีมาหาฉัน”
เง็กออกไป
“ช่วงนี้คุณปวดหัวบ่อย ฉันว่าพักเถอะค่ะ”
“เดี๋ยวผมก็ดีขึ้น ผมอยากจัดการเรื่องคนร้ายให้เรียบร้อยก่อน”
“เราควรบอกอ้ายเรื่องคุณประสิทธิ์นะคะ อ้ายจะได้ระวังตัว”
“ต่อให้ระวังตัวแค่ไหนก็สู้คนที่มันส่งมาไม่ได้หรอกครับ ผมไม่อยากให้คุณหญิงต้องมีชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง ให้ผมกับราพณ์จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยบอกคุณหญิง...นะครับ”
“ก็จริงค่ะ”

เจ้าสัวเรียวจับมือรัตนาวลีอย่างปลอบใจ รัตนาวลียิ้มตอบอย่างขอบคุณ
 
ราพณ์นั่งลงบนเตียงหน้าตาเพลีย ๆ รสิกาเข้ามาถามอย่างห่วงใย
 
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“มันเพลีย ๆ แล้วก็ร้อนน่ะครับ”
“ร้อนเหรอคะ”
รสิกาหยิบรีโมทแอร์มาดูว่าอยู่ที่อุณหภูมิ 20 องศา แล้วตัดสินใจเอามือแตะที่แขน แล้วขยับไปแตะที่หน้าผากของเขา
“คุณตัวร้อน...”
รสิกาจะลุกไป ราพณ์จับมือไว้ไม่ให้ไปไหน
“อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนนะ”
“ฉันจะไปเอายาให้คุณน่ะค่ะ”
รสิกาจะดึงออกแต่ราพณ์ขืนไว้ เธอเสียงดุใส่นิดๆ
“คุณราพณ์คะ”
ราพณ์อยากจะงอแงนิด ๆได้โอกาสก็ทำคะแนนเต็มที่ แหววถือถาดข้าวต้มเข้ามา
“หม่อมให้ทำข้าวต้มมาให้คุณราพณ์ค่ะ”
“แหววเอาข้าวต้มมาให้แล้ว ไม่ต้องไปแล้วนะครับ” ราพณ์มองรสิกาหวานๆ
แหววเห็นราพณ์จับมือรสิกาไว้ไม่ยอมปล่อย แหววมองยิ้มๆ รสิกาเห็นก็พยายามดึงจนหลุดออกมาจนได้ เธอรับข้าวต้มจากแหววมาจัดวางให้
“ทานข้าวต้มนะคะ”
ราพณ์ยังนิ่ง
“ไม่อยากทานเหรอคะ”
“ผมเจ็บไปทั้งตัวที่โดนซ้อมน่ะครับ ทานเองไม่ไหว”
แหววช่วยยุสุดฤทธิ์
“คุณหญิงก็ช่วยป้อนสิคะ”
รสิกามองแหววดุ ๆ แล้วหันไปมองราพณ์อย่างเอาเรื่อง
“ขับรถมาเป็นร้อยกิโลได้ ทานข้าวคงไม่ยากหรอกค่ะ จริงไหมคะ”
ราพณ์จ๋อยที่เธอไม่ยอมอ่อนตาม เขาจำต้องนั่งทานเองแต่หน้าเซ็งมาก แหววแอบกระซิบรสิกา
“คุณหญิงไม่โหดกับคนป่วยเกินไปเหรอคะ คุณราพณ์หน้าจ๊อย...จ๋อย”
รสิกาทำไม่สนใจ ราพณ์จำต้องกินเซ็งๆที่แผนอ้อนไม่สำเร็จ รสิกาหันไปถามแหวว
“พี่แหววมีฝรั่งหรือส้มไหมคะ ป่วยแบบนี้ต้องกินผลไม้เสริมสักหน่อยจะได้สดชื่น”
แหววนิ่งคิด
“มีสาลี่อยู่ค่ะ เดี๋ยวพี่จะไปปอกมาให้”
“ทานสดดีกว่า พี่แหววเอามาให้อ้ายนะจ๊ะ เดี๋ยวอ้ายปอกเอง”
“แต่พี่ว่า...”
“อ้ายทำได้ค่ะ”
แหววยิ้มรับ

รสิกานั่งปอกสาลี่ไปเงียบ ๆ ราพณ์ทานข้าวไปแอบมองรสิกาไปยิ้ม ๆ มีความสุข เขาทานเสร็จขยับจานออก รสิกาขยับจานข้าวต้มออก ราพณ์มอง ๆ
“ผมอยากกินสาลี่แล้ว”
รสิกาเลื่อนจานสาลี่ให้มองๆ
“เดี๋ยวฉันไปเอาส้อมมาให้”
ราพณ์จับแขนรสิกาเบาๆ
“ผมอยากให้คุณป้อน...ได้ไหม”
รสิกามองราพณ์ที่มองอย่างอ้อน ๆก็ยอมแพ้หยิบสาลี่ป้อนให้ ราพณ์กัดสาลี่ค่อนข้างลึกจนริมฝีปากแตะโดนนิ้วของเธอ รสิกาหน้าแดงเขินแต่พยายามเก็บฟอร์ม

วศินออกมาจากห้องนอน เสียงกริ่งดังขึ้น เขาเดินไปเปิดประตู จู่ๆ ผู้ชายสามคนก็เข้ามาในห้อง
“เดี๋ยว ๆ ผมยังไม่ได้เชิญให้พวกคุณเข้ามา”
“คุณรุ้งรายยกเลิกการเช่าห้องนี้แล้ว คุณต้องย้ายออกเดี๋ยวนี้...ขน”
ลูกน้องทั้งสามคน เข้าไปจัดการยกข้าวข้องที่ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์พวกของใช้ที่หยิบยกได้ง่ายเสื้อผ้ากระเป๋า วศินพยายามเข้าห้า
“เฮ้ย ไม่ได้นะเว้ย”
ลูกน้องรุ้งรายผลักวศินให้พ้นทางแล้วเอาข้าวของออกไปกองนอกห้อง
“หยุด”
วศินเห็นไม่มีใครฟังจะต่อย แต่เจอสวนจนล้มซะก่อนแล้วโดนลากออกมานอกห้อง ลูกน้องรุ้งรายไม่ฟังเอาของทั้งหมดออกมานอกห้อง แล้วดันวศินออกจากห้องพักก่อนจะล็อกปิดประตู วศินจะเอาเรื่องแต่ลูกน้องรุ้งรายยืนมองอย่างเอาเรื่อง เขาจึงเดินไปที่ห้องรุ้งรายกดกริ่งไม่ยั้ง รุ้งรายเปิดประตูออกมายิ้มร้าย
“มันเรื่องอะไรกัน” วศินถามอย่างไม่พอใจ
รุ้งรายไม่ตอบหันพยักหน้าให้ลูกน้องจัดการ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง วศินตามเข้าไปเอาเรื่อง
“คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ฉันจะยกเลิกสัญญา”
“ยกเลิก แล้วบริษัทของผมล่ะ”
รุ้งรายมองอย่างสมเพช
“ยกเลิก...ทุกอย่าง”
“คุณรุ้ง มันเกิดอะไรขึ้น ผมทำอะไรให้คุณไม่ถูกใจ”
“เธอทำหน้าที่ได้ดี ครอบครัวฉันมีความสุขมาก ฉันต้องขอบใจเธอ” รุ้งรายยื่นเช็คให้ “เช็คงวดสุดท้ายฉันเพิ่มให้เธอเป็นสองแสนบาท”
วศินรู้สึกเหมือนฝันสลายลงตรงหน้า จะเข้าจับรุ้งราย ลูกน้องรุ้งรายขยับเข้ามาในห้องมองวศินชะงักไม่กล้า
“คุณหมายความว่ายังไงที่ว่า ผมทำให้ครอบครัวคุณมีความสุข”
รุ้งรายไม่ตอบเดินออกไป
“คุณรุ้ง”
วศินรีบตามไป

ราพณ์นอนหลับอยู่บนเตียง รสิกานั่งมองแล้วเอามือแตะที่หน้าผากเขาเบาๆดูว่าไข้ลดลงหรือยัง เธอแตะไล่จากหน้าผากลงมาที่คอ ราพณ์จับมือรสิกาไว้ เธอชะงักมองเห็นว่าเขาหลับตาหายใจสม่ำเสมอ
“นี่คุณหลับจริงเหรอเนี่ย คุณราพณ์”
รสิกาจ้องเห็นราพณ์ตายุกยิกรู้ทัน
“หลับใช่ไหม...หลับทำอะไรก็คงไม่รู้สึกตัวหรอกเนอะ”
รสิกาบีบจมูกราพณ์มีบิด ๆ อย่างจงใจ
“โอ้ย ๆ ผมเจ็บอยู่นะคุณ”
“ตื่นแล้วเหรอคะ”
“คุณหญิงใจร้าย”
แต่ยังจับมือไปแนบแก้มไว้ไม่ยอมปล่อย
“ฉันจะนั่งร่างแบบงานของโรงแรมของคุณ ปล่อยมือสิคะ”
“ผมปวดแผล...”
กำลังโหลดความคิดเห็น...