xs
sm
md
lg

สามี ตอนที่ 3

เผยแพร่:

สามี ตอนที่ 3

ค่ำนั้น ในห้องนอนพระลบที่คฤหาสน์เจ้าสัวเรียว...ราพณ์นอนกอดพระลบแน่น

“ป๊ารักพระลบนะลูก”
“พระลบก็รักป๊าครับ อยากอยู่กับป๊านาน ๆ แต่ตอนนี้พระลบหายใจไม่ออก”
ราพณ์ได้สติคลายอ้อมกอด
“ป๊าขอโทษลูก”
พระลบหายใจเข้าออกยาว ๆ
“เกือบตาย”
“ตัวแค่นี้รู้จักเหรอเราว่าตายเป็นยังไง”
“ไม่รู้ครับ...จำจากทีวีมา เนียนไหมครับป๊า”
“นี่แอบดูทีวีอีกแล้วเหรอ ป๊าบอกแล้วว่า...”
“นิดนึงครับป๊า ถ้าไม่ดูแล้วเวลาพระลบไปโรงเรียนพระลบก็จะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เข้าใจหัวอกเด็กนะครับป๊า”
“โอเค แต่เวลาดูต้องบอกป๊า ป๊าจะดูเป็นเพื่อน โอเค”
“โอเคครับ ป๊าไม่สบายหรือเปล่าครับ”
“ทำไมคิดว่าป๊าไม่สบาย”
“ป๊าของพระลบจะยิ้มเสมอ ถ้าไม่ยิ้มแสดงว่าเป็นเรื่อง อากงบอกครับ ป๊ามีพระลบนะครับ พระลบรักป๊าที่สุดในโลก”
พระลบกอดอ้อนน่ารัก จนราพณ์รู้สึกคลายจากทุกข์รวบตัวพระลบกอดลงไปฟัดด้วยความรัก พระลบหัวเราะจั๊กจี้ ดิ้นเต็มที่ สองพ่อลูกกอดกันด้วยความอบอุ่นใจ

รสิกานั่งซึมที่โต๊ะตรงระเบียง ยังน้ำตารินเบาๆ เจ็บปวด หมวยถือถาดข้าวผัด และมีผ้าเย็นอยู่ในถาดด้วยเข้ามาวางตรงหน้า
“กินข้าว...”
“ฉันไม่หิว”
“แกต้องกิน...ฉันยอมเห็นแกนั่งอมข้าว ดีกว่าอมทุกข์แบบนี้ เห็นแล้วทนไม่ได้ว่ะ”
หมวยจับผมรสิกาไม่ให้ระใบหน้า แล้วเอาผ้าเย็นเช็ดหน้าให้
“เย็นนะแก”
“เย็นสิดี จะได้ตื่น เรื่องแค่นี้ทำเหมือนจะตาย”
“แกพูดเหมือนไม่เข้าใจฉัน มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้”
“ฉันรู้...ถ้ามันเกิดกับตัวฉันก็คงไม่ง่าย แต่ฉันมันบ้าน ๆ น่ะแก ไม่ต้องแบกเกียรติแบกหน้าไว้เต็มสองบ่าเหมือนแก แต่คุณหญิงรสิกาที่ฉันรู้จักเข้มแข็งกว่านี้เยอะ เชื่อฉัน กินข้าว ท้องอิ่ม สมองแล่น”
รสิกามองหมวยอย่างซาบซึ้งในความเป็นเพื่อน
“ขอบใจนะหมวย”
“เปลี่ยนคำขอบใจเป็นกินข้าว เพื่อนจะชื่นใจกว่า เชื่อฉันนะ...พรุ่งนี้เราจะเจอทางออก ต้องมีสิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่แน่นอน”
รสิกายอมกินข้าว หมวยคอยนั่งเชียร์ยิ้มเอาใจช่วยตลอด

เช้าวันใหม่...รัตนาวลีแปลกใจ
“หญิงอ้ายยอมแต่งงาน เป็นไปไม่ได้”
เจ้าสัวเรียวยิ้มบางๆ
“เป็นไปแล้วครับ ผมจะรีบเตรียมงานให้เร็วที่สุด ยิ่งคุณหญิงมาอยู่ใกล้เราเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัย”
“แล้วเรื่องวังประกาศเกียรติ”
“ที่ผมยังไม่จ่ายให้กับประสิทธิ์เพราะอยากยื้อให้เขารู้สึกว่ายังได้วังไว้ ถ้าเราผลีผลาม ประสิทธิ์อาจจะทำเรื่องที่เราคาดไม่ถึง”
“ผลประโยชน์แท้ ๆ แต่ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าคุณราพณ์ใช้วิธีอะไรถึงทำให้หญิงอ้ายยอมแต่งงาน โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จัก มันไม่น่าเป็นไปได้”
ราพณ์อึกอักตอบไม่ถูก เจ้าสัวเรียวมองรู้ว่าวิธีที่ราพณ์ใช้คงไม่โอเคนัก ยังไม่ทันจะช่วยเบี่ยงประเด็น เสียงรามดังเข้ามา
“สวัสดีครับป๊า”
เจ้าสัวกับรัตนาวลี ราพณ์หันไปเห็นรามเข้ามา เจ้าสัวเรียวดีใจ เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น รามจะเป็นคนที่อัธยาศัยดี น่ารัก ช่างเอาใจ อ้อนเจ้าสัวเสมอ ทำให้เจ้าสัวเอ็นดูและสงสารไปในคราวเดียวกัน
“เจ้าราม...กลับมาถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกป๊าก่อน”
“เซอร์ไพร์สไงครับป๊า ผมเพิ่งกลับมาถึงครับ ผมตามแฟนกลับมา”
เจ้าสัวเรียวหน้าเสีย รามหันไปทางรัตนาวลีที่ชะงักอึ้งไป
“สวย สง่าแบบนี้ คุณแม่เลี้ยงของผมใช่มั้ยครับ สวัสดีครับ”
รัตนาวลียิ้มรับ
“สวัสดีค่ะคุณราม”
รามตีหน้าเศร้ามาก
“ขอโทษนะครับที่ผมคงแต่งงานกับลูกสาวคุณแม่ไม่ได้ เพราะผมรักแฟนของผมมากน่ะครับ”
รัตนาวลีชะงักมองเจ้าสัวเรียวที่อึ้งๆที่รามพูดโพล่งมาแบบนี้

รามทิ้งตัวลงนั่งหน้าซื่อมากเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด ราพณ์กับเจ้าสัวเรียวมองอย่างหัวเสีย
“ทำไมแกถึงพูดจาไม่คิดต่อหน้าหม่อมวลี”
รามยิ้มๆ
“ผมคิดแล้วนะครับป๊า คิดดีด้วย”
“ราม” ราพณ์ปราม
“ผมทำให้ผู้หญิงต้องเจ็บปวดเพราะถูกผมปฏิเสธไปหลายคนแล้ว ผมไม่อยากทำบาปเพิ่มอีก”
เจ้าสัวเรียวระอา
“แต่ถ้าแกปฏิเสธเขา แกนั่นแหละที่จะเสียใจ ผู้หญิงที่ดีพร้อมแบบนี้ที่ป๊าเลือกให้แก”
“ผมก็มีผู้หญิงที่เลือกแล้วเหมือนกันครับ ปิ๋มเป็นถึงลูกสาวท่านทูตเลยนะป๊า แล้วเขาก็ชอบผมมากด้วย เขามาก่อน ผมทำให้เขาเสียใจไม่ได้หรอก”
“แต่แกต้องแต่งงานกับคุณหญิงรสิกา” เจ้าสัวเรียวเสียงแข็ง
“ขอโทษครับป๊า แต่ผมทำตามที่ป๊าต้องการไม่ได้จริงๆ”
“ราม...โอ้ย”
เจ้าสัวเรียวโมโหจนมีอาการเจ็บอก
“ป๊า” ราพณ์เข้าไปประคอง “ราม เห็นมั้ยว่าแกทำอะไรลงไป”
รามสีหน้าดูรู้สึกผิดจริง
“ขอโทษนะเฮีย ขอโทษนะครับป๊า ผมคงทำให้ทุกคนที่อยากแต่งงานกับผมสมหวังไม่ได้ ปิ๋มคนเดียวเท่านั้นที่โชคดี ผมฝากเฮียดูแลป๊าด้วยนะครับ”
รามเดินออกไปเลย ราพณ์พอใจที่รามไม่ยอมแต่งกับรสิกาแต่เก็บอาการไว้ แต่อาการของราพณ์ก็ไม่รอดพ้นสายตาเจ้าสัวเรียว เขาแกล้งพูดหยั่งเชิง
“แล้วจะบอกคุณวลียังไง ป๊ากลุ้มใจจริงๆ”
ราพณ์เห็นแก่พ่อด้วย ตามใจตัวเองด้วย
“ป๊ายังมีผมอีกคนนะครับ”
เจ้าสัวเรียวเข้าล็อกแต่ยังเนียนต่อ
“ราพณ์ ลื้อหมายความว่าไง”
“เพื่อรักษาหน้าให้ป๊า และรักษาน้ำใจคุณวลี ผมจะยอมแต่งงานกับ คุณหญิงรสิกาแทนรามเอง”
“ทำอย่างนั้นได้ยังไง แกหนีดูตัวบ่อยๆ บอกว่าไม่พร้อมมีครอบครัวไม่ใช่เหรอ”
ราพณ์ตอบเนียนๆ
“เพื่อป๊า ผมจะยอมครับ”
เจ้าสัวเรียวมองออกว่าลูกชายกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมตบตาเพื่อไม่ให้เขาเจ้าจับได้ว่าลูกรู้สึกอย่างไรกับรสิกา
“ป๊าขอโทษนะราพณ์ที่ทำให้ราพณ์ลำบากใจ ราพณ์ทำเพื่อรักษาหน้าป๊าใช่มั้ย...ใช่มั้ยราพณ์”
“ครับ”
ราพณ์รับคำแต่ก็รู้สึกแปลกๆ ที่เจ้าสัวเรียวย้ำถามไปมา
“แต่...คุณหญิงไม่ชอบหน้าแกนะราพณ์ แกบอกเขาว่าให้แต่งกับเจ้ารามแล้วกลายเป็นแกแทน...ต้องอาละวาดแน่”
“ก็ต้องลองดูครับ ผมคิดว่าผมมีวิธี”
เจ้าสัวเรียวทำเป็นตื่นเต้น
“เหรอ...แกมีวิธีเหรอ”
เจ้าสัวเรียวถามทั้งที่มั่นใจว่าคนอย่างราพณ์ถ้าจะทำอะไรต้องมีแผนการอยู่ในหัวแล้ว

ลินดาเดินลงมาชั้นล่างชะงักมองไล่จากหน้าประตูเห็นเสื้อตัวจ้อยวางอยู่ที่พื้น เธอเดินไล่มองจนเห็นเป็นเสื้อชั้นใน ก็เดาได้ทันทีรีบเดินไปที่ห้องรับแขก แล้วชะงักที่เห็นรามกำลังนัวเนียอยู่กับผู้หญิงกลางพื้นห้อง
“ไอ้ราม” โบตั๋นโกรธจัดแผดเสียงดังสนั่น
“แม่”
ผู้หญิงตกใจรีบวิ่งคว้าหมอนสองใบมาปิดตัวทันที
“แกเอาอีตัวมานอนในบ้าน” ลินดาชี้หน้าด่าผู้หญิง “อีสกปรก แกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” ลินดาคว้าของขว้างใส่ “ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก ไป”
ผู้หญิงลนลานรีบวิ่งไปเก็บเสื้อผ้าวิ่งออกไป
“ไอ้ราม”
“อย่าเสียงดังน่าม๊า ปวดหัว”
“แกทำตัวเละเทะแบบนี้ ถ้าโดนเจ้าราพณ์แย่งสมบัติไปหมดจะว่ายังไง แทนที่จะเข้าบริษัทดูแลสมบัติตัวเอง”
“แค่ค่าเลี้ยงดูไม่พอเหรอม๊า ไม่เหนื่อยด้วย ไม่ต้องไปนั่งทำงานงกๆแต่ก็มีเงินใช้ เลิกคิดจะฮุบบริษัทป๊าเถอะ แล้วเฮียราพณ์ก็รักผมมาก เฮียไม่ทำร้ายผมหรอก เฮียไม่ใช่ม๊านี่”
ลินดาตบหน้าราม เพียะ รามตะลึง
“ถ้ามันรักแกจริง ทำไมมันถึงไล่ม๊ากับแกออกมา ถ้ามันรักแก ทำไมป๊าถึงต้องส่งแกไปเมืองนอก”
รามลังเล
“ก็ผมไม่สบาย”
“แกมันโง่ ไอ้ราพณ์กับน้อง ๆมันเป่าหูป๊าแก มันบอกว่าแกเป็นบ้า”
“ไม่...ผมไม่ได้บ้า”
“แต่ป๊าแกเชื่อพวกมัน พวกมันทำให้แกหัวเน่า ไม่มีค่าในสายตาป๊าแกมันหวังเขี่ยแกจากกองมรดก พวกมันเกลียดแก ไม่มีใครรักแก ป๊าก็ไม่รักแก”
รามไม่อยากเชื่อ ไม่ยอมเชื่อ
“ไม่จริง ป๊ารักผม เฮียรักผม ทุกคนรักผม” รามตะโกน “ทุกคนต้องรักผม”
รามทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างสติขาด

“ทุกคนต้องรักผม”
 
ลินดามองรามตั้งสติแล้วขยับเข้าไปปลอบโยนราม ลินดาเปลี่ยนเสียงอีกแบบ กอดราม

 
“ม๊ารักรามนะลูก ถ้ารามอยากให้ป๊ารัก ทรามต้องเอาใจป๊าเป็นเด็กดีสิลูก ถ้าป๊าจะให้รามแต่งงาน รามก็ต้องแต่ง” ลินดาเกลี้ยกล่อม “ป๊าจะได้รักรามไงลูก ชนะไอ้ราพณ์ แล้วป๊าจะรักราม รามต้องชนะไอ้ราพณ์”
“ผมจะชนะเฮียราพณ์ ผมจะชนะเฮียราพณ์”
ลินดาพอใจ
“ดีมากลูกรัก ดีมาก”
รามตัวสั่นพูดตามเหมือนโดนสะกดจิต เจอภาวะที่ลินดาจิตใส่มาตั้งแต่เด็ก

เจ้าสัวเรียวหัวเราะอย่างพอใจ รุ้งรายเข้ามา
“วันนี้ป๊าอารมณ์ดี มีเรื่องอะไรคะ รุ้งอยากอารมณ์ดีด้วย”
“อาเฮียของลื้อจะเป็นฝั่งเป็นฝาน่ะสิ ว่าแต่ลื้อแต่งแน่นะ ราพณ์”
“แน่ครับ”
เจ้าสัวเรียวหัวเราะพอใจ รามเข้ามาได้ยินพอดี
“ถ้ารุ้งเก่งอย่างเฮียก็ดี” รุ้งรายเข้าไปนั่งข้างเจ้าสัวเรียว “รุ้งจะได้เป็นลูกรักบ้าง”
“ป๊ารักลูกทุกคนเท่ากัน” เจ้าสัวเรียวเหลือบเห็นราม “แต่เฉพาะลูกที่มันเอาถ่านนะพวกไม่ได้เรื่องก็ตัดหางปล่อยวัดให้หมด” เจ้าสัวเรียวตบไหล่ราพณ์อย่างพอใจ ภูมิใจ “ราพณ์ไม่เคยทำให้ป๊าผิดหวังเลย”
“ป๊าครับ...ผมจะแต่งงานกับคุณหญิง”
ทุกคนชะงักหันมองราม
“ผมคิด ๆ แล้ว ผมควรจะทำให้ป๊าสบายใจ ผมก็เลย...”
รุ้งรายเห็นราพณ์หน้าเสีย
“พูดอะไรของแก คนที่จะแต่งงานกับคุณหญิงคือเฮียราพณ์คนเดียว”
“แต่ป๊าบอกผม ป๊าอยากให้ผมแต่ง” รามเถียง
รุ้งรายกับราพณ์มองเจ้าสัวเรียวว่าจะเอายังไง เจ้าสัวเรียวตัดสินใจ
“ป๊าเปลี่ยนใจแล้ว ราพณ์จะเป็นคนที่ต้องแต่งงานกับคุณหญิง เรื่องนี้จบแล้วนะไม่ต้องพูดอีก” เจ้าสัวเรียวหันไปหาราพณ์ “หม่อมวลีไปที่วังตั้งแต่เช้าแล้ว เราไปรับหม่อมวลี ถึงเวลาจัดการเรื่องวังให้เรียบร้อย แล้วป๊าจะพาไปฉลอง”
เจ้าสัวเรียวโอบไหล่ราพณ์ออกไป รุ้งรายตามออกไป รามมองอย่างอิจฉา

รสิกาเดินออกมาจากห้องน้ำนั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง รัตนาวลีเข้ามา รสิกาชะงักที่เห็น
“หม่อมแม่...มาแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“แม่เห็นลูกยังไม่ลงไปทานข้าวเช้า” รัตนาวดีรสิกานิ่งๆก็เข้ามาแตะที่หน้าผาก “ไม่สบายหรือเปล่า”
“อ้ายไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” เธอขยับลุก “เดี๋ยวอ้ายจะเข้าออฟฟิศ”
เสียงหวีดร้องเอาเรื่องของแหววดังมาจากชั้นล่างดังขึ้น
“ไอ้พวกบ้า อย่าเอาไปนะ”
รสิกากับรัตนาวลีรีบลงไปชั้นล่างทันที

รสิกากับรัตนาวลีเดินออกมาที่ด้านหน้า เห็นว่ามีรถบรรทุกที่ด้านหลังมีของใช้ในวังที่โดนขนขึ้นไปชิ้นสองชิ้นแล้ว ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องกำลังยืนมองแหววกับลูกน้องที่ยื้อขาเก้าอี้เดี่ยวกับลูกน้องของ ประสิทธิ์ที่จะขนขึ้นหลังรถ
“ปล่อย เก้าอี้คุณท่าน เอาไปไม่ได้”
ลูกน้องประสิทธิ์พยายามจะกระชากแต่แหววยึดไว้สุดตัว
“ปล่อยนะนังแหวว”
สุรีย์ส่องจะเหวี่ยงมือฟาดแหววให้ปล่อย มือของรสิกาเข้ามายึดข้อมือสุรีย์ส่อง
“เธอไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนของฉัน”
สุรีย์ส่องจะสะบัดให้หลุดแต่ไม่น่าเชื่อแรงโกรธของรสิกามีมาก รสิกาบีบแน่นจนสุรีย์ส่องสะบัดไม่หลุด รสิกาสั่งกับลูกน้องประสิทธิ์
“วางเก้าอี้ลง”
เสียงรสิกาไม่ได้กระชากหรือตะคอกแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ สายตาของเธอทำให้พวกลูกน้องรู้สึกเกรงในความเป็นเจ้าของบ้านวางเก้าอี้ลง รสิกาปล่อยมือ สุรีย์ส่องเองเห็นสายตาของรสิกายังต้องขยับไปหลบที่ด้านหลังของพ่อ รัตนาวลีหันไปสั่ง
“แหววโทรแจ้งความ”
“ดี ให้ตำรวจมาเป็นพยาน เพราะได้เวลาที่ลูกหนี้จะต้องออกไปจากวังนี้”
รัตนาวลีกับรสิกาอึ้ง
“ยังไม่ครบกำหนด อ้ายจะไม่มีวันออกจากบ้านตัวเองเด็ดขาด” รสิกาเถียง
สุรีย์ส่องมองหน้า
“อีกสองชั่วโมงจะถึงกำหนดที่ตกลงไว้ เอามาสิ เงินแปดสิบล้าน มากองตรงหน้าพวกฉันเดี๋ยวนี้”
รสิกาอึ้ง
“แม่จะโทรหาเจ้าสัว...” รัตนาวลีเดินกลับเข้าไป
รสิกาจับมือรัตนาวลียึดไว้ คือสับสนอยากรักษาวังแต่ก็ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเจ้าสัวเรียว
“อ้าย”
สุรีย์ส่องเยาะ
“ไม่มีปัญญาใช่ไหม ในที่สุดวังนี้ก็ต้องเป็นของฉัน”
“ต่อให้ได้วังไป ก็เปลี่ยนกำพืดเธอไม่ได้หรอกนะ”
“นังรสิกา”
“อยากเป็นผู้ดีต้องให้ดีจากข้างใน ถ้าดีเอ็นเอเป็นแค่กาจะเชิดหน้าเป็นหงส์ด้วยการประโคมแอสเซสเซอรี่อย่างที่เธอชอบทำ ฉันว่ามันน่าสมเพช”
สุรีย์ส่องโมโหจะเดินเข้าจัดการรสิกา แต่เสียงแตรดังมาจากทางหน้าบ้าน ทุกคนชะงัก รถของราพณ์แล่นเข้ามา เจ้าสัวเรียวกับราพณ์ลงมาจากรถ
“ดูจากสภาพ คนพวกนี้ไม่ได้มาดีใช่ไหมครับคุณวลี” เจ้าสัวราพณ์บอกกับประสิทธิ์ “จะออกไปเอง หรือบริการพาเหินออกนอกวังล่ะครับ”
“ที่นี่เป็นของผมแล้ว” ประสิทธิ์โชว์ใบสัญญาขายฝากที่มีลายเซ็นหม่อมเจ้าชัยประกาศ “หม่อมจำได้ไหมว่าลายเซ็นผู้กู้ยืมเป็นลายเซ็นของใคร”
เจ้าสัวเรียวก้าวมายืนข้างรัตนาวลีท่าทางกวน ๆ
“ครบกำหนดตอนหกโมงเย็นนี่พึ่งสี่โมงใจร้อนไปหรือเปล่า”
“มันไม่ใช่เรื่องของเจ้าสัว”
“คุณรัตนาวลีเป็นภรรยาผม”
“เท่ากับหม่อมเป็นคนนอกตระกูลประกาศเกียรติไปแล้ว ทีนี้มันเป็นเรื่องของผมกับหญิงอ้ายที่ต้องตกลงกัน”
รัตนาวลีกับเจ้าสัวเรียวอึ้งที่โดนประสิทธิ์ย้อน ราพณ์เสียงดังขึ้นมา
“งั้นผมก็มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องนี้”
รสิกา ประสิทธิ์ สุรีย์ส่องมองราพณ์ว่าหมายความว่ายังไง
“เพราะผมกับคุณหญิงกำลังจะแต่งงานกัน”

ทุกคนอึ้ง รสิกาตะลึงที่รู้ว่าต้องแต่งงานกับราพณ์
 
ราพณ์มองทุกคนอย่างคนอย่างพอใจที่ตัวเองคุมสถานการณ์ได้
 
“คราวนี้คงเข้าใจตรงกันแล้วว่า...ผมไม่ยุ่งเรื่องนี้ ไม่ได้”
ประสิทธิ์ไม่ยอม
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้าฉันไม่ได้เงินแปดสิบล้านในสองชั่วโมงนี้...”
ราพณ์หันมองเจ้าสัวเรียวทั้งคู่ยิ้ม

ในวังประกาศเกียรติ กระเป๋าเงินสองใบที่มีเงินอัดแน่นถูกเปิดต่อหน้าประสิทธิ์และสุรีย์ส่อง ที่มองอย่างอึ้งๆ นึกไม่ถึง
“เรียบร้อยนะครับ” ราพณ์ถามเสียงเข้ม
สุรีย์ส่องยังไม่ยอมแพ้
“อย่าไปรับนะคะพ่อ สุจะเอาวังนี้”
เจ้าสัวเรียวมองหน้าประสิทธิ์
“คุณประสิทธิ์คงไม่คิดทำตัวเหมือนเด็กเล่นขายของ พลิกลิ้นไปมาอย่างที่ลูกสาวคุณกำลังทำหรอกนะ”
ราพณ์เสริมันที
“แต่ถ้าคุณประสิทธิ์คิดจะทำ ก็คงต้องฟ้องศาลนะครับ มีเจตนาไม่รับเงินใครผิดสัญญา ใครจะแพ้ก็จะได้รู้กัน”
รสิกาจะออกตัวว่าไม่อยากได้รับความช่วยเหลือจากราพณ์และเจ้าสัวเรียว แต่ประสิทธิ์เอ่ยขึ้นก่อน
“จะซื้อวังประกาศเกียรติให้สองแม่ลูกนี่ว่างั้น”
“ซื้อสถานะความเป็นเจ้าหนี้ของคุณต่างหาก”
รสิกามองหน้าราพณ์ อย่างไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่
“ถึงวังนี้จะเก่า แต่ก็คงมีคุณค่าสำหรับทุกคนที่อยู่ในที่นี้”
ราพณ์สบตาแม่นม แหวว และคนรับใช้ทุกคนในวัง ประสิทธิ์ยิ้มเหยียด
“ไอ้วังเสื่อมๆ เนี่ยน่ะเหรอ มีค่า”
เจ้าสัวเรียวมองหน้า
“มีไม่มีคุณก็อยากได้ ใช่มั้ยคุณประสิทธิ์ โบราณสถานเขายังต้องขึ้นทำเนียบรักษาไว้ไม่ให้ไอ้พวกคนพาลมาทำลาย วังนี่ก็เหมือนกันใช่มั้ย หม่อม”
“ใช่ค่ะ ไม่ควรให้เสื่อม เพราะคนพาลเข้ามาทำลาย” รัตนาวลีบอกกับสุรีย์ส่อง “เอาสัญญามาให้อายัยสุ”
สุรีย์ส่องจะไม่ให้ แต่รัตนาวลีดึงมานิ่งๆ อย่างมีอำนาจเหนือกว่า และฉีกทิ้งต่อหน้าทุกคนแล้วดูนาฬิกา
“ทุกอย่างอยู่ในเวลาที่กำหนดและเป็นไปตามข้อตกลง นอกจากเงินแปดสิบล้านจะซื้อสถานะเจ้าหนี้ของพวกคุณแล้ว ก็ขอให้เงินจำนวนนี้ซื้อความเป็นญาติจากพวกคุณด้วย”
รัตนาวลีมองหน้าสุรีย์ส่องและประสิทธิ์อย่างเอาจริง
“เมื่อขายขาดกันไปแล้ว ก็ขอให้สิ้นสุดการเป็นญาติกันแต่เพียงเท่านี้ ต่อไปพวกคุณไม่มีสิทธิ์ในวังของท่านชายอีก” รัตนาวลีบอกกับทุกคนในวัง “ต่อไปวังชัยประกาศจะต้อนรับแต่ญาติและมิตรแท้เท่านั้นขอให้ทุกคนจำไว้”
เจ้าสัวเรียวยิ้มพอใจกับการจัดการที่เอาจริงเอาจังของรัตนาวลี ประสิทธิ์โกรธ
“หม่อมรัตนาวลี”
“และเมื่อไม่ใช่ญาติก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ และถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง...แหวว โทรเรียกตำรวจ แจ้งข้อหาบุกรุกกับคนที่ไม่ใช่ญาติของเราที”
ประสิทธิ์แค้น
“หม่อมจะต้องเสียใจที่ทำกับผมแบบนี้”
“คนที่จะเสียใจคงมีแค่ท่านชาย ที่นับญาติกับสัมภเวสีโดยไม่รู้ตัว”
สุรีย์ส่องมองเหยียด
“อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาเป็นคนจริงจังแบบนี้ หม่อมอาเปลี่ยนไปเยอะนะคะ ตั้งแต่ต้องขายตัวแลกเงิน”
เจ้าสัวเรียวเดือดจะจัดการให้ แต่รัตนาวลีจัดการได้อย่างนิ่งและเย็นกว่า
“แหวว แจ้งข้อหาหมิ่นประมาทเพิ่มไปด้วย อ้าย เตรียมตัวนะลูก ถ้าต้องถึงกับฟ้องศาลเพื่อสั่งสอนคนที่ดูถูกเราบ้าง เราก็ต้องทำ”
รสิกา อึ้งๆ แต่ก็รับคำ
“ค่ะหม่อมแม่”
“ปกติผมไม่ค่อยว่าง แต่ถ้าต้องไปเป็นพยาน ผมก็น่าจะจัดคิวให้ได้นะครับหม่อม” ราพณ์เสริม
“ขอบคุณค่ะคุณราพณ์” รัตนาวลีหันไปไล่ประสิทธิ์และสุรีย์ส่อง “ไปสิคะ”
เจ้าสัวเรียวมองเยาะ
“นั่นสิ ไล่อยู่ตั้งนานแล้วทำไมยังดื้อด้านอีก”
รัตนาวลียิ้มนิ่งๆ เป็นการตอบรับ ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องหมดทางต่อกร
“ไปยายสุ”
สุรีย์ส่องยังดื้อด้าน
“แต่...”
“แค่นี้แกยังไม่เหวอะพออีกหรือไง”
ประสิทธิ์ลากสุรีย์ส่องออกไป รัตนาวลีหันมาหารสิกา
“หมดเรื่องสักทีนะลูก”
“แล้วเราก็จะได้แต่งงานกันให้จบๆนะคุณหญิงรสิกา”
ราพณ์ยิ้มแย้มอารมณ์ดี รสิกาโมโหใส่ทันที
“ที่คุณพูดว่าฉันต้องแต่งงานกับคุณ มันหมายความว่ายังไง”
ราพณ์ ยิ้มกวน
“จะคุยเรื่องนี้...ตรงนี้...เลยใช่มั้ย”
รสิกามองกลุ่มคนรับใช้ที่มองอยู่ เธอหันมองหน้าเขาแล้วเดินนำเข้าไปในบ้าน รัตนาวลีหนักใจ
“คุณราพณ์”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจัดการได้”
ราพณ์เดินตามเข้าไป รัตนาวลีหันมาหาเจ้าสัวเรียว
“เจ้าสัวคะ ฉันต้องการคำอธิบาย”

เจ้าสัวเรียวยิ้มพร้อมรับการซักไซ้ไล่เรียงอยู่แล้ว
 
รสิกาเดินนำเข้ามาในห้องหนังสือ ราพณ์เดินตามมา เธอหันมาอย่างเหลืออด
 
“ตามข้อตกลงฉันต้องแต่งงานกับน้องชายคุณ”
ราพณ์ เดินเข้าหารสิกา
“จะแต่งกับคนไหนก็เหมือนกัน เพราะคุณก็ไม่ได้พิศวาสน้องชายหรือว่าตัวผม”
“ฉันไม่เคยนึกพิศวาสอะไรในตัวคุณเลยนะ”
“พูดแบบนี้ หรือว่าคุณพิศวาสน้องชายผมทั้งที่ยังไม่เห็นหน้า คุณนี่ไวไฟใช่เล่นนะ”
“ปากสกปรก”
รสิกาจะตบ ราพณ์จับมือไว้ รสิกาโกรธมาก
“ผู้ชายอย่างคุณมันน่าขยะแขยงเหลือเกิน”
ราพณ์สะเทือนใจแต่เก็บอาการไว้ แล้วใช้สองมือจับรสิกากระชากมาประชิดอก
“งั้นคุณคงต้องฝึกให้ชินกับความสกปรกของผมแล้วล่ะ เพราะผู้ชายที่คุณขยะแขยงคนนี้กำลังจะได้เป็นสามีของคุณหญิงรสิกา ประกาศเกียรติ”
สองคนสบตามองหน้ากัน
“แล้วคุณจะได้รู้ว่า ผมสกปรกจริงรึเปล่า”
ราพณ์จ้องหน้ารสิกา ราพณ์เผลอตัวจะก้มหน้าเข้าหา รสิกาผลักเขาออกห่างอย่างโกรธแค้น
“ฉันไม่ใช่สิ่งของที่คิดจะโยนให้ใครก็ได้”
“แล้วถ้าคิดว่ามันเป็นข้อตกลงทางธุรกิจล่ะ จะสบายใจขึ้นมั้ย ทั้งเรื่องเงินให้คู่กรณี แล้วก็วังนี้ เทียบกับเงินแปดสิบห้าล้านที่ผมจ่ายไป”
“กำลังจะพูดว่าที่ฉันได้มา มันเกินคุ้มใช่ไหม”
ราพณ์ยิ้มว่ารสิกาเข้าใจถูกแล้ว
“นายทุน ฉันไม่ยอมเป็นลูกหนี้คนอย่างคุณแน่”
“คุณยังมีทางเลือกอีกเหรอครับ คุณหญิง”
รสิกายิ้มอย่างตัดสินใจ
“ถ้าฉันต้องแต่งงานกับคุณ ฉันยอมเป็นหม่อมไร้วังซะยังดีกว่า”
รสิกาเดินออกไป ราพณ์หน้าเสียที่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คิด

ทุกคนรอฟังอยู่ว่าจะเป็นยังไง เมื่อรสิกาออกมาจากห้อง เธอหันไปสั่งแหววกับแม่นม
“นมจ๊ะ พี่แหวว เก็บของ เราจะย้ายออกจากวังนี้ ทันทีที่หาที่อยู่ใหม่ได้”
รัตนาวลีกับเจ้าสัวอึ้ง
“อ้ายยอมเสียวังนี้ ดีกว่าแต่งงานกับคนที่อ้ายเกลียด”
แม่นมขัดขึ้น
“คุณหญิงขา ถ้าท่านพ่อรับรู้...”
รสิกามองรูปของท่านชายชัยประกาศ
“อ้ายเชื่อว่าท่านพ่อจะรับรู้และยินดีที่อ้ายตัดสินใจทำแบบนี้”
รสิกาเดินขึ้นข้างบนไป
“อ้าย”
รัตนาวลี ตามรสิกาขึ้นไป เจ้าสัวหันมองราพณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ราพณ์”
ราพณ์หนักใจ

รสิกาเดินมาหน้าประตูห้องนอน รัตนาวลีตามมายื้อไว้
“อ้าย...”
“อ้ายไม่ใช่สิ่งของที่จะโยนให้ใครเมื่อไหร่ก็ได้ อ้ายเป็นคนมีศักดิ์ศรีมีหัวใจ แต่หม่อมแม่กลับร่วมมือกับพวกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของอ้ายไม่เหลือดี”
“ทุกคนทำเพื่ออ้ายนะลูก”
“ถ้าหม่อมแม่จะทำเพื่ออ้ายจริงๆ ทำไม่ไม่ทำหน้าที่ของแม่ แม่ที่ยืนเคียงข้างลูก แต่นี่หม่อมแม่แสดงให้เห็นแล้วว่า เลือกที่จะอยู่ข้างสามีของหม่อมแม่”
รัตนาวลีเสียใจน้ำตาไหลพราก รสิกาเองก็ทนเก็บกลั้นความเสียใจไว้ไม่อยู่เหมือนกัน ทั้งคู่ร้องไห้เสียใจไม่แพ้กัน รัตนาวลีเดินเข้าหารจับตัวรสิกา
“อ้าย”
รสิกาเบี่ยงตัวหนีแล้วเดินเข้าห้องไป รัตนาวลีพยายามเคาะประตูเรียก
“อ้าย...อ้าย”
รสิกาไม่ยอมเปิดประตู รัตนาวลียิ่งร้องไห้หนัก...รสิกายืนร้องไห้ พูดคำพูดที่อยากจะพูดกับแม่
“อ้ายรู้สึกอดสูกับตัวเองเหลือเกินค่ะหม่อมแม่”
รัตนาวลีพยายามเรียกอย่างร้อนใจแต่ไม่ได้รับการตอบรับสักนิด
“อ้าย...อ้าย เปิดประตูให้แม่สิลูก”
แม่นมเข้ามา
“หม่อมคะ หม่อมก็ทราบว่าตอนนี้คุณหญิงจะไม่ยอมพูดกับหม่อมแน่นอน ยิ่งตื้อก็ยิ่งโหมไฟ ห่างๆ ให้ไฟมอดลงก่อนนะคะ”
รัตนาวลีหยุดเคาะประตูเรียก แต่ไม่ละสายตาจากประตูห้องของลูกสาว
“นะคะหม่อม นมจะดูแลคุณหญิงเองค่ะ”

ปฐวีตกใจกับเรื่องราวที่สุรีย์ส่องเล่าให้ฟัง
“อ้ายเนี่ยนะขายตัวแลกกับวัง แกพูดบ้าอะไรยายสุ”
“ทำไมยายน้องแสนวิเศษของพี่ จะคิดสบายทางลัดกะเขาบ้างไม่ได้เหรอ”
“หยุดว่าร้ายอ้าย ถ้าเป็นแกก็ว่าไปอย่าง”
สุรีย์ส่องกรีดเสียงใส่
“สุเป็นน้องของพี่นะไม่ใช่นังอ้าย พี่กับมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันด้วยซ้ำ”
“ถ้าเปลี่ยนกันได้ก็คงดี”
สุรีย์ส่องจะกรี๊ดใส่ ปฐวีจ้องหน้า
“ไม่ต้องกรี๊ด พี่รำคาญ เธอไม่เคยสู้อ้ายได้เลยรู้ตัวไหม”
สุรีย์ส่อง โกรธ
“อะไรที่สุสู้มันไม่ได้”
ปฐวี พูดเสียงเรียบแต่แทงทะลุกลางใจสุรีย์ส่องมาก
“ความเป็นผู้ดี...”
สุรีย์ส่องขึ้นเลย
“พีวี”
“พยายามชนะมาตลอดแต่ก็ได้แค่พยายามน่ะนะ พยายามต่อไป...พี่เอาใจช่วย”
สุรีย์ส่องกรี๊ดด้วยความโกรธ
“พี่วี”
ปฐวีออกไป ทิ้งให้สุรีย์ส่องอาละวาดอย่างขัดใจ

ค่ำนั้น...รสิกาเครียดมองไปรอบๆ ห้อง พลางเดินไปหยิบรูปถ่ายของท่านชายมาดู เธอร้องไห้ที่ไม่สามารถรักษาวังนี้ไว้ได้
“ถ้ารักษาวังนี้ไว้ได้ แต่อ้ายต้องแต่งงานกับคนน่าขยะแขยงแบบนั้น ท่านพ่อก็คงจะเสียใจเหมือนกันใช่มั้ยคะ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“คนดีของนม ขอพวกเราเข้าไปหน่อยเถอะนะ”
รสิกาเปิดประตู แม่นม แหวว ป้านวล ป้านางคนรับใช้อื่น ๆ ของวังพากันเข้ามาต่างเห็นน้ำตารสิกาก็อึ้งกันไป ป้านางโผเข้าไปทันที
“คุณหญิงของป้า อย่าร้องไห้เลยนะคะ คุณหญิงยังมีพวกป้าอยู่นะคะ”
“อ้ายกำลังจะทำให้ทุกคนลำบาก”
“ป้ายอมลำบากดีกว่าให้คุณหญิงของป้าต้องเสียน้ำตา แก่ ๆ อย่างป้าอีกไม่นานก็ตาย ป้าไม่กลัวหรอกค่ะ” ป้านางพูดปลงๆ
“คุณหญิงไม่ต้องให้เงินเดือนแหววนะคะ แล้วแหววจะช่วยทำงานด้วยอีกแรง”
ป้านวลเสริม
“ป้าก็จะช่วยด้วยค่ะ ไม่ว่าคุณหญิงจะไปอยู่ที่ไหน พวกป้าจะไปกับคุณหญิงด้วย พวกเราจะไม่มีวันทิ้งคุณหญิงเด็ดขาด”
รสิกามองป้า ๆ ทุกคนที่มีสายตามุ่งมั่นยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเอง รสิกานั่งลงยกมือไหว้ทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณทุกคนนะคะที่รักอ้าย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ อ้ายสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกคนต้องลำบาก”
ป้า ๆซึ้ง
“คุณหญิงของป้า”
รสิกากับกลุ่มป้าๆ กอดกันกลมด้วยความรัก แม่นมตัดบท
“เอาล่ะ ๆ ให้คุณหญิงพักผ่อนได้แล้ว”
แต่ทุกคนก็ยังกอดรสิกาไม่ยอมปล่อย แม่นมถอนใจหันมองแหววเป็นเชิงสั่งให้ทำตาม แหววรู้หน้าที่เข้าไปแยกอย่างละม่อม
“ป้า ๆ จ๋า ไปเก็บของกันเถอะนะจ๊ะ ไปนะจ๊ะ ไปนะ”
แหววแยกพวกป้าๆ ออกจากรสิกา ทุกคนไม่กล้าขัดพากันแตกกระเจิงออกไปคนละทิศคนละทาง รสิกามองแม่นม
“ไม่เป็นไรนะคะคนดีของนม เอาไงเอากัน”

รสิกากอดแม่นมอย่างต้องการที่พึ่ง
สามี ตอนที่ 3 (ต่อ)


เจ้าสัวเรียวกับรัตนาวลี เดินคุยกันเข้ามาที่ห้องรับแขกคฤหาสน์

“ฉันทราบว่าคุณรามไม่ต้องการแต่งงานกับหญิงอ้าย แต่จู่ๆ ให้หญิงอ้ายไปแต่งงานกับคุณราพณ์ โดยไม่ถามความสมัครใจ หญิงอ้ายเป็นคนนะคะ ไม่ใช่สิ่งของที่จะโดนทำเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจแบบนี้”
“หม่อมใจเย็น ๆ นะครับ”
“ฉันเย็นไม่ไหวหรอกค่ะ ถ้าเจ้าสัวกลัวว่าจะเสียคำพูด ฉันบอกได้เลยว่าไม่ต้องกลัว และฉันไม่ได้เรียกร้องหรือบีบให้เจ้าสัวทำแบบนี้”
“ผมไม่ได้ทำเพราะกลัวเสียคำพูดหรือรักษาหน้า แต่ผมทำเพื่อราพณ์”
รัตนาวลีชะงัก
“ทำเพื่อคุณราพณ์ เจ้าสัวหมายความว่ายังไง”
“ราพณ์รักคุณหญิง”
รัตนาวลีอึ้ง
“คุณราพณ์เพิ่งได้พบกับหญิงอ้ายไม่นาน ฉันไม่คิดว่า...”
“ราพณ์รู้จักคุณหญิงนานแล้วครับ นายธี เพื่อนเจ้าราพณ์บอกผมเองและผมเชื่อสายตาของผม เวลาเห็นราพณ์มองคุณหญิง มันมีความหมาย หม่อมจำได้ไหมครับวันที่คุณหญิงเป็นลม อาการของ
ราพณ์เป็นยังไง”
รัตนาวลีนึกถึงภาพที่โรงพยาบาล ราพณ์กรวนกระวายเรียกให้หมอมาช่วยรสิกา
“ฉันก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ฉันคิดว่าคุณราพณ์ไม่ถูกกับหญิงอ้าย”
เจ้าสัวเรียวจับมือรัตนาวลี
“หม่อมรังเกียจราพณ์หรือเปล่าครับ”
รัตนาวลีหนักใจ
“เท่าที่ฉันเห็น คุณราพณ์เป็นคนดี เก่งเรื่องการงาน เป็นผู้นำ”
“ให้โอกาสราพณ์ได้ไหมครับหม่อม”
“ให้หญิงอ้ายตัดสินใจเถอะค่ะ ชีวิตของเขา ฉันคงตอบแทนไม่ได้”
“แค่หม่อมไม่รังเกียจ ผมก็ดีใจมากแล้ว”
“ตอนนี้หญิงอ้ายคงโกรธมาก ฉันขอโทรหาลูกก่อนนะคะ”
รัตนาวลีหยิบโทรศัพท์มือถือพยายามกดโทรออกแล้วจะเดินออกไปที่ระเบียง ราพณ์เดินสวนเข้ามา เจ้าสัวเรียวหันไปเรียก
“ราพณ์มาคุยกับป๊าหน่อย”

รสิกาอยู่ที่ระเบียงห้องน้ำตาคลอ แม่นมถือถาดเล็ก ๆ มีแก้วนมอุ่น ๆ เข้ามา
“คุณหญิงคะ ทานนมสักแก้วนะคะ ตั้งแต่เช้ายังไม่ทานอะไรเลย”
“อ้ายทานไม่ลงค่ะนม”
แม่นมวางแก้วนม เห็นรสิกาน้ำตาคลอก็สงสาร เข้ากอด
“คนดีของนม อย่าร้องไห้เลยนะคะ”
“ทำไมหม่อมแม่กับอ้ายต้องยอมคนพวกนั้น ยอมให้คนโกงที่ทำร้ายท่านพ่อมาชี้นิ้วสั่งให้เราทำนั่นทำนี่ ถ้าวิญญาณท่านพ่อรับรู้ ว่าอ้ายต้องแต่งงานเพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากคนที่ท่านพ่อเกลียดที่สุด ท่านพ่อคงเสียใจกับสิ่งที่อ้ายทำ ทำให้ท่านพ่อต้องเสื่อมเกียรติ”
รสิกาน้ำตาริน กอดแม่นมไม่ยอมให้เห็นน้ำตา
“อย่าร้องไห้เลยนะคะ คนดีของนม...” แม่นมกอดตอบอย่างสงสาร

ในห้องหนังสือคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว...ราพณ์ทิ้งตัวลงนั่ง เจ้าสัวเรียวนั่งข้างๆ
“เรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วลื้อจะทำยังไงต่อ”
“ผมยังมืดแปดด้านครับป๊า ผมไม่คิดว่าคุณหญิงจะเกลียดผมมากขนาดนี้ คิดไม่ถึงจริงๆ”
“หมายความว่าลื้อหมดทางแล้วใช่ไหม”
“ผม...”
“ตอนนี้ประสิทธิ์มันคงแค้นที่ไม่ได้วังอย่างที่หวัง ลื้อต้องให้คุณหญิงแต่งงานกับลื้อให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะลงมือ ยิ่งช้าคุณหญิงจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย”
ราพณ์ห่วงรสิกา
“ครับป๊า”
เจ้าสัวมองอย่างพอใจ

แม่นมอยู่ในห้องหนังสือ แหววเข้ามาตามให้ไปนอนเพราะดึกมากแล้ว
“ไปนอนเถอะค่ะคุณนม”
“เห็นรูปนี้ไหมแหวว มันตั้งอยู่ที่นี่ยี่สิบกว่าปี”
แม่นมพูดไปเก็บไปไม่สนใจแหววเลย
“คุณนมคะ คุณนม ที่เขาบอกก็คงจะจริง คนเราพออายุมากอะไรๆ ก็หย่อนหมด ตึงอย่างเดียวคือ...”
“ฉันไม่ได้หูตึงนะ แค่กำลังนึกถึงความทรงจำเก่าๆ”
“เก๋อ่ะนม นึกถึงความทรงจำเก่าๆ ยังกะนางเอกละคร”
“แกไม่รู้หรอกว่าฉันผูกพันกับวังนี้แค่ไหน พอจะต้องจากไปจริงๆ ใจมันหาย แต่ไม่อยากให้คุณหญิงเธอไม่สบายใจ”
รสิกาเดินมาหน้าห้องได้ยินเสียงคนคุยกัน
“ทำไมไม่ห้ามคุณหญิงไม่ให้ย้ายออกไปล่ะคะ นมจะได้ไม่ต้องใจสลาย”
“คุณหญิงสำคัญกับฉันยิ่งชีวิต คุณหญิงเหนื่อยกับพวกเรามามากแล้ว ให้ฉันตายซะยังดีกว่าที่จะต้องเห็นคุณหญิงทนทุกข์ทรมาน”
รสิกาที่ได้ยินคำพูดแม่นมแล้วอึ้ง
“เก็บของซะ แล้วก็อย่าแสดงอาการอะไรออกไปให้คุณหญิงไม่สบายใจ”
รสิกามองแม่นมอย่างคิดหนัก

เช้าวันใหม่...ราพณ์เข้ามาในวังแล้วชะงักที่เห็นว่าเหล่าคนรับใช้ กำลังช่วยกันทยอยเก็บข้าวของเตรียมขนย้าย โดยมีรสิกายืนดูอยู่ ราพณ์ไม่วายแหย่
“จัดวังใหม่เหรอครับคุณหญิง”
รสิกาเห็นราพณ์ก็เชิดใส่
“วังนี้ไม่ต้อนรับคุณ”
“ไม่เป็นไร ผมเป็นคนไม่มีพิธีรีตองอะไร”
รสิกาหันไปค้อน รู้ว่าเขาตั้งใจกวนประสาท
“แต่คิดอีกที ต้อนรับผมดีๆ ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะทางนิตินั
กำลังโหลดความคิดเห็น...