xs
xsm
sm
md
lg

ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 16 อวสาน

ที่แท้มนัสวีร์ฝันร้าย เขาตกใจตื่น ผวาสุดขีด ใจหายวาบ มองไปรอบๆ ห้องอย่างหวาดกลัว

“คุณย่าน้อยครับ ถ้าคุณปู่ทวดของผมทำให้คุณย่าต้องตาย ผมขอโทษแทนท่านด้วย”
เงียบกริบ แต่มีเสียงน้ำหยด มนัสวีร์เหลียวมองตามเสียง เห็นที่พื้น....น้ำหยดเป็นทาง และเมื่อมองมาบนเตียง น้ำหยดเปียกผ้าปูที่นอน
“แต่เรายังไม่รู้แน่นะครับว่าอะไรเกิดขึ้น ทำไมคุณปู่ทวดของผมจึงไม่กลับมาหาคุณย่าตามที่นัดไว้”
ย่าน้อยมาอย่างผีที่กำลังโกรธสุดๆ พรวดเข้ามา เสียงดังกึกก้อง
“มึงไม่มา...มึงหลอกลวง มึงทำให้กูต้องตาย....ตายอย่างทรมาน”
ย่าน้อยในร่างนางผีร้าย ยืนผงาดเต็มตัวกางขาคร่อมร่างมนัสวีร์อยู่บนเตียง น้ำเปียกไหลตามเส้นผมลู่ลงมา หยดย้อยตามร่างกาย เป็นใบหน้าผีที่ตกน้ำ แลดูน่ากลัวมาก นัยน์ตามองจ้องมนัสวีร์ด้วยสายตาอาฆาตแค้น
มนัสวีร์ ตกใจหวาดกลัวสุดขีด ระลึกถึงความรักความหลัง นัยน์ตาอ่อนโยนลง
ล้วนเป็นภาพเหตุการณ์ที่หลวงขจรกับคุณน้อย พูดพร่ำคำรักต่อกัน กอดดันหวานซึ้ง

ภาพนั้นเลือนหายไป มนัสวีร์เอ่ยขึ้น “คุณปู่ทวดของผมรักคุณย่าน้อยมากที่สุด ผมรู้สึกได้ถึงหัวใจของท่าน”
สีหน้าย่าน้อยเศร้าลง ร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่นใจที่สุด เป็นใบหน้าผีที่แลดูน่ากลัว แต่เศร้าสร้อยน้ำตาไหลริน
เสียงร้องไห้ ดังหวีดหวิว คร่ำครวญ ดังระงมไปทั่วห้อง
“คุณน้อยครับ คุณปู่ของผมอาจมีเหตุผล”
ขาดคำ ย่าน้อยซัดมนัสวีร์เข้าไปสุดแรงเกิด ร่างกระเด็นกระดอนไปที่พื้นห้อง
“เฮอะ กูเคยอยากรู้ แต่ตอนนี้กูรู้แล้ว”
มนัสวีร์ทักท้วง “มันอาจมีอะไรมากกว่านั้น”
ย่าน้อยคำรามใส่ “จะมีอะไร มึง...ให้กูคอย...กูคอยไม่ได้ใช่มั้ย คอยไม่ได้กูก็ตายไปสิ”
มนัสวีร์ “คุณปู่ของผมเป็น......คน.....ดี”
มือผียื่นมาตบดังฉาด! ใบหน้ามนัสวีร์สะบัดไปตามแรง
“ดีเรอะ...นี่แน่ะดี มึงไปแต่งงานใช่มั้ย ออกลูกออกหลานมีความสุข แล้วกูล่ะ กูอยู่มืดมิดตรงนี้มาร้อยปีแล้ว...ร้อยปีที่มึงเสวยสุขอยู่กับลูกหลานของมึง”
ย่าน้อยพูดไปร่างสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ทันใดร่างก็สลาย เพราะใช้พลังไปเยอะ จางหายวูบไปต่อหน้า มนัสวีร์เสียใจมาก

ย่าน้อยมาฟุบหมอบอยู่หน้าห้องรูปตัวเอง หอบเหนื่อย มือคุณประยงค์ยื่นมาแตะไหล่ ย่าน้อยผวาเข้าหา
คุณสวาสดิ์เข้ามากอดย่าน้อยอีกข้าง คุณประยงค์กอดปลอบโยน
“ผู้ชาย....เลวได้ทุกเวลา”
มนัสวีร์อยู่ในห้อง ทั้งกลัวทั้งเสียใจ น้ำตาซึม
เชษฐาได้ยินเสียง เดินมาเคาะประตู แล้วเปิดเข้ามาเร็วๆ “นัส”
มนัสวีร์มองหน้าเชษฐา แล้วเปล่งเสียงสะอื้นออกมาเต็มแรง
“นัส เป็นอะไร ฉันได้ยินเสียง”
“คุณน้อย” มนัสวีร์ชี้มือเปะปะ
เชษฐาพอเข้าใจ “เธอมาหาแกเหรอ”
มนัสวีร์พยักหน้า
“เธอทำร้ายแกรึเปล่า”
มนัสวีร์ส่ายหน้า
เชษฐาซัก “เธอว่าไง”
“หนึ่ง...ถ้าเธอจะเอาชีวิตฉัน....ฉันจะให้เธอ”
เชษฐาตกใจ “นัส”
มนัสวีร์รำพันต่อ “เธอพายเรือออกไปตามฉัน...จนตัวตาย”
“นัส...ตั้งสติหน่อย มันไม่ใช่ตัวแกนะอย่าเอาตัวเองไปเกี่ยวสิ ตอนนี้รู้แล้วว่าหลวงขจรคือคุณปู่แก เดี๋ยวแกก็สืบสิเผื่อจะมีใครรู้ประวัติว่าทำไมคุณปู่แกไม่ไปตามนัด”
“ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้คุณน้อยไม่มีทางเชื่อเรื่องอะไรทั้งสิ้น เธอได้คำตอบที่เธออยากรู้มานาน คำตอบที่ว่านั้นฆ่าเธอซ้ำสอง เธอตายอีกครั้งทั้งๆ ที่เป็นวิญญาณนี่แหละ”

เชษฐาเปิดประตูออกมา เจออนงค์วดีถือแก้วน้ำและยารออยู่หน้าห้อง
“ใครจะทานคะยานอนหลับ”
“นัส เขานอนไม่หลับ ขอบคุณครับ” เชษฐารับยาและแก้วน้ำ
อนงค์วดียิ้มให้ “กู๊ดไนท์ค่ะ”
“เดี๋ยว”
“ค่ะ”
เชษฐาดึงร่างหล่อนเข้ามาโอบไว้แนบอก...นิ่งๆ มือข้างหนึ่งถือยากะแก้วอยู่
“เป็นอะไรรึเปล่าคะ”
“เปล่า แค่รู้สึกอยาก...กอดคุณ โอเค...ระวังตัวนะอย่าออกนอกห้องไปไหนอย่าถอดสร้อยพระนะครับ”
“ทำไมคุณเชษฐาไม่ห้อยพระ”
“เพราะ...ถ้าคุณชวดของคุณอยากพบผม...เธอก็จะได้พบ”
อนงค์วดีมองหน้าอย่างประทับใจ เชษฐาแตะแก้มเบาๆ
“อนงค์ขอบคุณ คุณชวดน่าจะหายโกรธลงมาก”
“ไป ผมไปส่งหน้าห้อง”
สองคนเดินไปด้วยกัน

ฟากมนัสวีร์ ออกมาจากห้องโดยไม่มีใครเห็น เดินไปอีกทาง จนถึงบันได เขาหยุดพูดกับใครคนหนึ่ง แล้วพยักหน้าให้ ก่อนจะเดินไปด้วยกัน
พอมนัสวีร์เดินมาถึงหัวบันได ย่าน้อยปรากฏตัวยืนอยู่หัวบันไดด้วยกัน
“คุณน้อย...คุณไม่โกรธผมแล้วหรือครับ”
“ถามอย่างนี้เพราะเห็นฉันเป็นวิญญาณใช่มั้ย ถึงฉันโกรธคุณก็ไม่เดือดร้อน”
“ผมจะบอกคุณว่า คุณโกรธผมเถอะครับ จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามผมผิดที่ไม่มาหาคุณ ไม่มีเหตุอะไรที่ผมจะใช้เป็นข้ออ้างได้”
“คุณหลอกฉัน”
“ครับ คุณน้อยจะเข้าใจอย่างนั้นก็ได้ ลงโทษผมอย่างที่คุณคิดว่าสาสมที่สุด”
ย่าน้อยจ้องนิ่ง มนัสวีร์ เดินลงบันไดไป ย่าน้อยลงตาม เหมือนจะผลักให้ตกบันได มนัสวีร์ก้าวลงทีละขั้น...ทีละขั้น จนถึงข้างล่าง เดินไปยังห้องโถง
วิญญาณคุณประยงค์ก้าวออกมา สีหน้านิ่งสงบ
“คุณอา”
คุณประยงค์ถาม “การรอคอยสิ้นสุด เธอรู้เหตุผลแล้ว...จบเรื่องได้หรือยัง”
“ไม่ควรแก้แค้นหรือคะคุณอา”
“ไปเสียเถิดแม่น้อย...ไปเกิดเสีย เธอไม่มีบาปกรรมอะไรเลย อยู่ตรงนี้นานเกินไปแล้ว”
ย่าน้อยแย้ง “เขาเป็นคนทำ”
คุณประยงค์เตือน “ใช่ ที่แล้วมาเขาเป็นคนทำ แต่ต่อจากนี้ไปถ้าเธอจะต้องอยู่ตรงนี้ต่อไปอีกนานเท่าไหร่ก็ตาม....เธอทำตัวเองล่ะคราวนี้”

มนัสวีร์เดินมาถึงท่าน้ำแล้วเห็นเรือจอดอยู่

ส่วนเชษฐาเอายาไปให้แต่ไม่พบมนัสวีร์ เขาวิ่งดิ่งลงบันไดมาเรียกหา “คุณประยงค์” ทว่าตรงนั้นไม่มีมนัสวีร์
เชษฐาถามเสียงขุ่น “คุณประยงค์ คุณให้คุณน้อยทำอะไร มนัสวีร์ไปไหน”
“อิฉันไม่เห็น” คุณประยงค์ตอบ
“คุณน้อยล่ะครับ คุณสั่งให้คุณน้อยทำอะไรมนัสวีร์”
“อิฉันไม่รู้ว่าแม่น้อยเขาจะทำอะไร”

ส่วนมนัสวีร์พายเรือออกไปกลางน้ำ ย่าน้อยยืนอยู่ที่บนฝั่งมองดู ยิ้มเยือกเย็นน่ากลัวออกมา ด้วยสีหน้าพึงพอใจ

ฟากเชษฐายังคาดคั้นเอากับคุณประยงค์


“คุณต้องรู้สิ”
“อิฉันไม่รู้ แต่ห้ามแล้ว”
“ผมไม่เชื่อ”
เชษฐาตะโกนใส่หน้า แล้วโลดลิ่ววิ่งไปอย่างเร็ว

มนัสวีร์พายเรืออยู่คนเดียวก่อน หันไปดูทางตึก แล้วหันกลับมา เจอย่าน้อยสภาพหน้าผีนั่งอยู่ น่ากลัวมาก นัยน์ตาคมกริบมองจ้อง
“คุณ...” มนัสวีร์ยังไม่ทันเอ่ยชื่อ
ย่าน้อยวูบไปนั่งประกบอยู่ข้างหลัง น่ากลัวกว่าเดิม
“คุณน้อยครับ ให้ไปทำอะไรครับผมควรจะทำยังไงครับ”
หากมองจากบนฝั่งในที่ไกลๆ จะเห็นมนัสวีร์พายเรืออยู่คนเดียว เพียงลำพัง
มนัสวีร์พายเรือไป พูดไปด้วย เหมือนคุณน้อยนั่งอยู่ตรงนั้น
“อ๋อ...ให้ผมไปรับคุณน้อย ตามที่สัญญาไว้ ผมทำผิดมากครับ ผมขอโทษผมจะไปรับคุณเดี๋ยวนี้”
เรือพายวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น จนมนัสวีร์เหนื่อย...หอบ
“ผมมารับแล้วคุณน้อยครับ คุณอยู่ที่ไหนผมมาตามสัญญาครับ”
ในสายน้ำยามนั้น มนัสวีร์แลเห็นคุณน้อย ใบหน้าสวยงามหมดจด ยิ้มหวานส่งมา
“คุณหลวง”
“คุณน้อย”
คุณน้อยในน้ำกลายกลับเป็นย่าน้อยกวักมือเรียก
“ไม่โกรธผมแล้วหรือครับ”
ย่าน้อยยิ้มหวาน
“ไม่โกรธผมแล้วนะครับ...” มนัสวีร์วางพาย ค่อยๆ เลื่อนตัวลงน้ำไป “ไม่โกรธนะครับ”
มนัสวีร์ลงไปทั้งตัวแล้ว ร่างเขาจมหายลงไปในน้ำ เห็นแต่ระลอกคลื่นพลิ้วไปมา

เชษฐาวิ่งมาถึง เพ่งสายตาไปในสายน้ำ ตรงนั้นไม่มีใคร
“นัส....อยู่ไหน”
จู่ๆ มนัสวีร์ สภาพตัวเปียกโชกทั้งตัว ยืนอยู่ข้างๆ
เชษฐาตกใจ “เฮ้ย ไอ้นัส มายืนทำไมเงียบๆ คุณน้อยทำอะไรแกรึเปล่า”
มนัสวีร์หันมาพยักหน้า ดูผิดประหลาด ใบหน้าซีดขาว
เชษฐารู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร “นัส....ไม่จริง”
มนัสวีร์เข้ากอดเชษฐาไว้ เชษฐาตกใจ พยายามดูหน้าดูตัว แล้วสีหน้าปวดร้าวใจมาก
“นัส อย่า ฉันรับไม่ได้ ฉันไม่ยอม....แกอย่าทำอย่างนี้”
“ลานะ” ร่างมนัสวีร์จางหายไปต่อหน้าต่อตา
“นัส” เชษฐาตะโกนก้อง “นัส ไม่จริง” เขาวิ่งไป “นัสอยู่ไหน ฉันไม่เชื่อ...ไม่เชื่อ”

เชษฐาวิ่งกลับมายังหน้ารูปคุณประยงค์
“คุณประยงค์ คุณน้อยพานัสไปแล้วใช่มั้ย”
คุณประยงค์นิ่ง
“คุณ...คุณเป็นคนสั่ง คุณใจร้ายมาก”
“ฉันไม่ได้สั่ง บอกแล้วไงว่าห้ามแล้ว”
“อย่า...อย่าโกหก ผมรู้ว่าคุณสั่ง คุณน้อยไม่ทำ เธอเป็นคนดีไม่เหมือนคุณ”
“ฉันห้าม”
เชษฐาสวนคำ ไม่เชื่อ “โกหก...ไม่เชื่อ คนอย่างคุณใจร้าย ขอให้ดักดานอยู่ที่นี่เถอะอย่าได้ไปผุดไปเกิด อย่าเห็นเดือนเห็นตะวัน ผมจะปิดตายที่นี่จะเป็นนรก นรกที่มืดมิดของคุณอยู่คนเดียว...”
คุณประยงค์อัดอั้นตันทรวง เชษฐาต่อว่าอีก
“เพราะคุณน้อยไปแล้ว ลูกสวาสดิ์ก็จะไปอยู่กับแม่ใหม่ของเขา...แม่อรไงแม่อรที่คุณเกลียด ที่คุณฆ่า”
คุณประยงค์เริ่มมีน้ำตาคลอ
“คุณผลักคนท้องแก่ขนาดนั้นผลักตกบันไดจนตายคุณมันไม่ใช่คนแล้ว” เสียงเชษฐาดังขึ้น “ไม่ใช่คน คุณเป็นปีศาจตั้งแต่คุณยังไม่ตาย กี่คนที่ต้องตายเพราะคุณ”
จังหวะนี้ที่บันไดขั้นสุดท้าย เกษลดาก้าวลงมายืนตะลึงแลจ้อง
“คนที่คุณฆ่าแต่ละคนเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่ละคุณฆ่าอย่างทารุณโหดร้ายที่สุดคุณทำมนัสวีร์ได้ลงคอ เขาเป็นคนดี...เขาไม่เคยทำร้ายคุณ...คุณฆ่าเขาทำไม” เชษฐาทรุดตัวลงนั่งอย่างคนใจสลาย “ทำไมคุณโหดเหี้ยมอย่างนี้ มนัสวีร์...แล้วก็เกด เกดคุณก็ฆ่ามัน...”

ภาพในอดีตผุดซ้อนขึ้นมา เป็นเหตุการณ์ที่ลานหน้าเรือนแม่อร โดยบ่าวชายสองคน หิ้วปีกบ่าวชายที่ฆ่าเกด มาถึง โยนตรงหน้าเจ้าคุณ
เจ้าคุณจิกหัวให้เงยขึ้น บ่าวชายส่งถุงเงินให้เจ้าคุณชี้มือบอกว่าได้มาจากมัน เจ้าคุณรับถุงมาดู เป็นถุงเงินผ้าสวยงาม ดูมีค่า

นึกถึงเรื่องนี้ขึ้น เชษฐาก็ยิ่งโมโห พูดใส่หน้าคุณประยงค์
“เกด...อีเกด คุณให้บ่าวผู้ชายฆ่ามัน เอามันไปทิ้งให้ตายทั้งเป็น โหดร้ายทารุณ” เสียงเชษฐาดังก้องไปทั้งคฤหาสน์แล้ว “โหดร้าย ทารุณ”
เกษลดาห่อตัวเหมือนเจ็บปวดด้วย

เหตุการณ์ในอดีตตอนต่อมาที่เชษฐานึกถึง เกิดขึ้นหน้าบ้านไอ้กลับ เวลานั้นบ่าวของเจ้าคุณมาที่บ้านไอ้กลับ ลากตัวอีทิ้งออกไปอย่างทุลักทุเล อีทิ้งร้องไห้คร่ำครวญ
“กูไม่ได้ทำ กูไม่ได้ทำ...ไอ้กลับ ช่วยกูด้วย”
นายกลับวิ่งมา พยายามยื้อตัวอีทิ้งไว้
“เฮ้ย ปล่อยเมียกู เมียกูไม่เคยทำร้ายใคร”
เจ้าคุณออกมา เสียงดัง
“งั้นบอกมา ว่าใครทำ”
ไอ้กลับกับอีทิ้งอึ้ง เจ้าคุณเดินเข้ามาสีหน้าเข้มจัดจิกหัวอีทิ้ง
“ไอ้ระยำสองคนมันรับแล้ว ว่ามีคนจ้าง” โยนถุงเงินลงตรงหน้าอีทิ้ง “แล้วหนึ่งในสองคนนั่น ก็เป็นคนของมึง .. ใคร! ใครสั่ง คุณท่านคนใหญ่นายมึงใช่ไหม อีทิ้ง”
อีทิ้งพนมมือแต้ ตัวสั่นงันงก น้ำตาไหล ไม่พูด

ต่อมาไม่นาน เจ้าคุณกับคุณประยงค์อยู่ด้วยกันสองคน ในห้องๆ หนึ่ง กิริยาทุ่มถึงกันอย่างหนักหน่วง
คุณประยงค์ยืนกรานคำเดิม “อิฉันไม่ได้ทำ”
“คุณยังไม่ยอมรับอีก ใจคอทำด้วยอะไร หลักฐานพยานมีอยู่ทนโท่”
“อิฉันไม่ได้ทำ เอาอิฉันไปตัดหัวขั้วแห้งที่ไหนก็ได้ อิฉันก็พูดคำเดิม ไม่ได้ทำ...ไม่ได้ทำ...ใครทำขอให้มันตกนรก”
เจ้าคุณชูห่อเงิน “คุณจ่ายเงินให้มัน”
คุณประยงค์ระทึกในสีหน้า แต่รีบปรับเป็นปกติ “อิฉันไม่มีถุงใส่เงินอย่างนี้”
เจ้าคุณเหลืออดจ้องหน้าเขม็ง “ของคุณ”
“ไม่ใช่”
“คุณประยงค์ คุณปากแข็งที่สุดที่ผมเคยเห็น”
“อิฉันไม่ได้ทำ”
ตลอดเวลาคุณประยงค์ทุ่มเถียงแบบนุ่มนวล น้ำคำชัดเจน เฉียบขาดแต่ไม่อึกอัก เตรียมตัวอย่างดี ส่วนเจ้าคุณ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้ว ยืนกำมือแน่น จ้องหน้าคุณประยงค์แทบจะกินเลือดกินเนื้อ
“คุณเลว...เลวเกินไป”
“เจ้าคุณ!”
“ฉันอยู่กับคุณไม่ได้” เจ้าคุณเปลี่ยนสรรพนามแสดงความห่างเหิน
“จะตัดขาดอิฉันจริงๆ หรือ”
“ฉันอยู่กับคุณไม่ได้อีกต่อไป...ไม่ได้”
คุณประยงค์พรวดเข้ากอด ยื้อยุด เจ้าคุณสะบัด ผลักแรงๆ คุณประยงค์ไม่ยอม ไขว่คว้า ดึงแขนดึงตัว

เจ้าคุณจับสองแขนเหวี่ยงไปอีกทาง ส่วนตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว คุณประยงค์ตามติด

อ่านต่อหน้า 2

ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 16 อวสาน (ต่อ)

เจ้าคุณเดินพรวดๆ หนีไปอย่างเร็ว คุณประยงค์ผวาตาม โถมเข้ากอดแล้วกลิ้งเกลือกอยู่แทบเท้า

“เจ้าคุณไป อิฉันต้องตาย”
“คุณประยงค์ ฟัง...” เชษฐายังพูดไม่จบ
คุณประยงค์สวนทันควัน “ไม่...ไม่ฟัง อย่าทิ้งอิฉันไป...อิฉันอยู่ไม่มีเจ้าคุณไม่ได้”
“ก่อนทำไม่คิดทำแล้วจะมาอ้อนวอนเดี๋ยวนี้ไม่สำเร็จหรอก...อยู่กับอำนาจบาตรใหญ่ของคุณไปคนเดียวเถิด”
“อิฉันไม่ทำแล้ว ต่อไปนี้จะไม่วู่วามจะสงบ จะ...”
เจ้าคุณไม่อยากฟัง “หยุดพูดได้แล้ว จะพูดทำไมในเมื่อฉันเสียลูก เสียเมีย...เมียฉันสองคน” พร้อมกับผลักคุณประยงค์ออกเต็มแรง แล้วโลดลิ่วลงบันไดไป
คุณประยงค์กรี๊ดลั่นบ้าน ตามลงบันไดเข้าไปกอด ดึงตัวเจ้าคุณไว้
“พูดอย่างนั้นฆ่าอิฉันดีกว่า อิฉันก็เมีย”
“คุณไม่ใช่เมีย คุณเป็นนาย ทุกคนเป็นทาสคุณ”
คุณประยงค์ตะลึง
“เป็นทาสที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าคุณที่คุณจะด่า จะว่า จะตบ จะตี หรือจะฆ่าให้ตาย ฆ่าไปกี่คนแล้ว เคยนับบ้างมั้ย”
“อิฉันไมได้ฆ่า”
“อรตาย ลูกตาย”
“ไม่ได้ฆ่า”
“เกดตาย...ใครฆ่า”
เสียงเจ้าคุณดังก้องกังวานไปทั้งคฤหาสน์

เกษลดายืนอยู่ตรงบันไดชั้นล่างมองขึ้นมา ราวกับเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้า

คุณประยงค์เถียงเสียงดังเช่นกัน “อิฉันไม่ได้ฆ่าอีเกด...”
“แล้วใครฆ่า” เจ้าคุณเดินลงมาในสภาพ ลากคุณประยงค์ตามลงมาด้วย
“อิฉันไม่ได้ฆ่าอีเกด”
เสียงคุณประยงค์ก้องกังวาน
สีหน้าเกษลดาครุ่นคิดหนัง ยังคงมองขึ้นไปด้านบน แล้วหลับตาเหมือนจะพยายามปัดภาพจำนั้นให้หายไป ก่อนจะเหลียวกลับมามองดูเชษฐาที่ยืนอยู่ตรงหน้าภาพของคุณประยงค์
เชษฐาตอนนี้จากอารมณ์โกรธแค้นเป็นเศร้าหมอง
“คุณไม่น่าฆ่ามนัสวีร์เลย คุณยังไม่รู้ว่าเขาผิดด้วยซ้ำ”
“ฉันไม่ได้ทำ ฉันห้ามแล้วจริงๆ”
“ไม่มีใครเชื่อคุณหรอก คุณชวด อย่าพยายามสลัดบาปให้พ้นตัวเลย”
เชษฐาเดินจากไป คุณประยงค์สั่นสะท้าน มองตาม เห็นเชษฐาไปถึงเกษลดา แล้วเกษลดาอ้าแขนให้กอด เชษฐากอดเกษลดา คุณประยงค์สีหน้าเข้ม...โกรธจัด นึกถึงเรื่องราวในอดีตอีก

คุณประยงค์กับไอ้กลับ คุยกันอยู่ในที่ลับตาคน
“เอ้า มีอะไรไอ้กลับ เอ็งไม่รู้รึว่าข้ากำลังมีเรื่องโศกเศร้าที่เจ้าคุณท่านจะทิ้งข้าไปเอ็งยังจะมาหาเรื่องอะไรข้าอีก”
“อีทิ้งมันทั้งซื่อสัตย์ ทั้งจงรักภักดี คุณท่านไม่เห็นความดีของมันเลยหรือขะรับ”
“ทำไม ข้าเลี้ยงดูเมียเอ็งอย่างดี งานการแทบไม่ต้องทำ วันๆ ดีแต่ตอแหลเอาใจข้า อย่างนี้ยังไม่เห็นว่าดีอีกรึ”
“ถ้าเห็นว่ามันดี แล้วทำไมคุณท่านปล่อยให้เขาเอาตัวมันไป” ไอ้กลับน้ำตาไหล “ท่านเจ้าคุณโบยตีมันปางตาย จะให้มันเปิดปากว่าใครฆ่าอีเกด”
ประยงค์อึ้ง แต่ทำเชิดไม่สนใจ

เวลาต่อมาบ่าวชาย 2 คนหิ้วปีกอีทิ้งที่โดยโบยยับทั้งตัวมาโยนลงที่พื้นห้อง อีทิ้งฟุบอยู่ น้ำตานองหน้า
เจ้าคุณเดินเข้ามา หน้าเข้ม
“ว่าอย่างไร อีทิ้ง มึงจะพูดหรือไม่พูด”
อีทิ้งก้มหน้า น้ำตาริน
“มึงจะหุบปากไปไย นึกหรือว่านายมึงจะพ้นผิด”
“อีทิ้งเป็นทาสในเรือนเบี้ย ท่านเลี้ยงมาตั้งแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย บุญคุณท่านชาตินี้ทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด”
“นายมึงใจบาปหยาบช้า โหดเหี้ยมทารุณ มึงก็จะยังปกป้องอีกหรือไร”
อีทิ้งมองหน้าเจ้าคุณ แน่วนิ่ง “เจ้าคุณอยากจะทำอะไรคุณท่านคนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของอีทิ้ง แต่อย่าหมาย ว่าอีทิ้งจะให้ร้ายท่าน”
“มึงจะลองดีกับกูใช่ไหม...ได้” เจ้าคุณหันไปสั่งบ่าวชาย “เอ็งคุมตัวมันไว้ในนี้ก่อน พรุ่งนี้ ข้าจะเอาตัวอีทิ้งส่งให้หลวงท่านจัดการ”
เจ้าคุณปึงปังออกไป บ่าวชายตาม ประตูปิดปัง!

คืนนั้นคุณประยงค์เกรี้ยวกราดใส่เจ้าคุณ โกรธที่โบยอีทิ้งและจับส่งทางการอีก
“เจ้าคุณจะทำกับคนของอิฉันอย่างนี้ไม่ได้”
“ทำไม ใครทำความผิด มันผู้นั้นก็ต้องรับโทษ” เจ้าคุณจ้องตาคุณประยงค์
“อีทิ้งไม่ได้ทำ”
“ผมรู้ แต่ในเมื่อคุณไม่รับ มันก็ต้องรับบาปแทนคุณ”
“อิฉันไม่ได้ทำ”
“ผมไม่เถียงกับคุณแล้ว...เตรียมดูอีทิ้งรับโทษเถอะ”
เจ้าคุณจะเดินหนี คุณประยงค์เข้าขวาง
“อิฉันจะฟ้องเจ้าคุณพ่อ...อีทิ้งเป็นคนของสิงหมนตรี เราปกครองคนของเรา ไม่เคยมีเรื่องเสียหาย...ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า...ท่านเจ้าคุณเคยได้ยินไหมคะ”
เจ้าคุณยิ้มเยือกเย็น
“เจ้าคุณพ่อต้องไม่พอใจแน่ ท่านต้องไม่ยอมให้เจ้าคุณจับอีทิ้งส่งทางการ”
“ใครว่า ผมกราบเรียนท่านแล้ว...ท่านว่า...ให้ผมจัดการไปตามที่เห็นสมควร ไม่ต้องเห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น”
เจ้าคุณเดินจากไป คุณประยงค์แทบทรุด

ในห้องขัง อีทิ้งนั่งจับเจ่าเศร้าหมอง น้ำตายังเป็นคราบให้เห็น
ที่หน้าห้อง บ่าวชายนั่งสุมไฟ เล่นหมากรุกกันอยู่อย่างเมามัน บ่าว 1 โขกตัวม้าดังปัง
“รุก”
บ่าว 2 เครียด “ฮึ่ย”
บ่าว 1 เย้ย “จนแล้วสิมึง”
บ่าว 2 บอก “ไม่ใช่” มันทำหน้านิ่ว “กูปวดท้อง”
บ่าว 1 ลุกวิ่งจู๊ดออกไป บ่าว 2 หัวเราะเยาะตาม
“กลัวจนขี้แตกเลยหรือมึง”
มือบ่าว 2 ปัดโดนหมากรุกหล่น ก้มลงเก็บ แล้วเหมือนเห็นเงาหนึ่งผ่านแวบเข้ามา
“ใครวะ”
เกิดเสียงดังโพละ...ไม้อันเขื่องฟาดเต็มแรง บ่าว 2 คว่ำไป เป็นฝีมือคุณประยงค์ที่มีผ้าคลุมหัวยืนจังก้า

อีทิ้งนอนซมด้วยพิษไข้จากการถูกโบยตีอยู่ในห้องคุมขัง เห็นคุณประยงค์เข้ามา
“อีทิ้ง”
อีทิ้งเจ็บปางตาย “คุณท่านคนใหญ่”
“หนีไป”
อีทิ้งส่ายหน้า อ่อนแรง “คุณท่านเรียก...เรียกพี่กลับ”
“ไอ้กลับรู้เรื่องนี้ไม่ได้ มันคนซื่อ เจ้าคุณพ่อตวาดทีเดียวมันก็คายหมดทุกอย่าง เอ็งต้องหนีไปเงียบๆ อย่าให้ใครรู้”
อีทิ้งพยายามยันตัวขึ้นมา แล้วทรุดฮวบ “บ่าว .. บ่าวไม่ไหว”
คุณประยงค์ขัดใจ “เอ็งต้องไหวสิ พรุ่งนี้ เขาก็จะเอาตัวเอ็งไปส่งทางการแล้วนะ อีทิ้ง”
ร่างอีทิ้งทรุดฮวบไปอีก ตาหรี่ปรือ คุณประยงค์ขัดใจมาก

ในความมืดสลัว คุณประยงค์ประคองอีทิ้งเข้ามาวางที่พื้นห้องโถง สักครู่เสียงประตูเปิดดังเอี๊ยด...ก้องกังวาน ไม่นานต่อมา มีเสียงลากคน และเสียงหอบๆ ของคุณประยงค์เข้ามาภายในห้องลับสภาพแคบคับ อับมืด
อีทิ้งเสียงแหบแห้ง อ่อนแรงเต็มทน “คุณท่านคนใหญ่”
“เอ็งอยู่ที่นี่ก่อน ที่นี่เป็นที่ลับ ไม่มีใครรู้นอกจากข้ากับเจ้าคุณพ่อ”
ประยงค์จะไป อีทิ้งคว้ามือไว้
“บ่าว...บ่าวกลัว”
ประยงค์ดุ “อย่างไรก็ดีกว่าให้เขาเอาหวายทวนหลังเอ็งจนตาย รออยู่นี่ พ้นพรุ่งนี้เจ้าคุณต้องคิดว่าเอ็งหนีไป แล้วข้าจะมาปล่อยเอ็ง”
เสียงประตูเปิดดังกึงใหญ่ คุณประยงค์เดินออกมา สีหน้าเหนื่อยหนัก แต่โล่งใจ เรื่องนี้แม้แต่ไอ้กลับก็ไม่รู้จวบจนทุกวันนี้

อยู่มาวันหนึ่ง ผักบุ้งเอาเครื่องดื่มมาให้คุณๆ ในห้องอนงค์วดี
โสนเคาะประตูห้อง แล้วเดินเข้ามา ไหว้ปิ่นสุดา อนงค์วดีไหว้พี่โน๋
“น้องอนงค์เก็บของเสร็จแล้วหรือคะ”
“ค่ะ พี่โน๋ต้องมาทำอะไรคะเนี่ย”
“คุณหนึ่งให้มาค่ะ จะไปวัดพร้อมกัน” น้ำตาโสนไหลริน “จนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่ออกเชื่อว่าคุณนัสตายแล้ว”
ทุกคนเงียบงันไปหมด
โสนเช็ดน้ำตา “พายเรือออกไปทำไม ตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น”

ทุกคนนั่งเศร้าซึมไปตามๆ กัน

เวลาเดียวกันเกษลดาเก็บเสื้อผ้าอยู่ในห้องพักของหล่อนกับเชษฐา และกำลังปิดกระเป๋าเดินทางเล็กๆ

“วันนี้สวดเสร็จแล้วเกษจะไปเลยนะ ไม่กลับมานี่อีก”
เชษฐาพยักหน้า
“หนึ่ง ระวังตัวดีๆ เกษว่าเขาจ้องหนึ่งอยู่”
“เขาทำอะไรไม่ได้หรอก”
“อย่าประมาท เกษคิดว่าคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่าง คนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเขาในอดีต กลับมารวมอยู่ตรงนี้หมด หนึ่งคิดว่าเรามากันเองเหรอ”
เชษฐาคิดตาม “เขาพามา....เกษคิดว่างั้นเหรอ”
“จิตเขากล้าแข็งมาก เขาอยู่ตรงนี้ตั้งเกือบร้อยปี สะสมพลังจิตจนแข็งแกร่ง ชีวิตเกษไม่คิดว่าจะเชื่อเรื่องอย่างนี้เลยนะ”
“ไม่น่าเชื่อว่าคนบาปหนาจะมีพลังจิตได้แรงกล้าขนาดนี้”

ขณะที่ผักบุ้งหิ้วกระเป๋าของเกษลดาผ่านไป เห็นเกษลดายืนหน้ารูปคุณย่า พร้อมกับจุดรูปดอกเดียว
“คุณประยงค์ ฉันอโหสิให้คุณ แต่ช่วยทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่ง”
ภาพคุณประยงค์นิ่ง
“ช่วยทำให้ฉันลืมอีเกดได้มั้ย ฉันไม่อยากจำเพราะมันเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุด...คุณน่ะสิจะมีใครที่เลวร้ายที่สุด”
เชษฐาแตะแขนเบาๆ เกษลดาไหว้แล้วหันหลังกลับ
“ไม่สำเร็จ เขาเจ็บพวกเราทั้งหมดก็ต้องเจ็บอย่างนี้ไปจนตาย”
จู่ๆ เดินๆ อยู่เกษลดาคะมำ เกือบล้ม สีหน้าออกขำๆ หยันๆ
“ฉันรู้แล้ว...คุณไม่ต้องย้ำ คุณประยงค์”
อนงค์วดียืนคอยกับปิ่นสุดา และโสน
“เดี๋ยวสวดเสร็จฉันจะกลับบ้านนะคะ คุณปิ่นสุดา ลาตรงนี้เลยที่วัดเดี๋ยวคนเยอะ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” ปิ่นสุดาพยักหน้า สองคนยิ้มแย้มให้กัน
“พี่โน๋คะ เกษลานะคะ”
“ค่ะ โชคดีคุณเกษ”
“คุณอนงค์วดี”
อนงค์วดีไหว้ลา “สวัสดีค่ะคุณเกษลดา”
เกษลดามายืนตรงหน้า ในอาการขัดเขินของคนไม่เคยยอมใคร
“ฉันรักหนึ่งมากก็เหมือนคุณ เราสองคนรักเขามากตั้งแต่ชาติก่อนแต่ฉันต้องไป เพราะชาตินี้เขารักคุณคนเดียว”
อนงค์วดีก้าวเข้ามาใกล้ แล้วกราบที่อก “พี่เกดของน้อง ขอบใจพี่มากจ้ะ”
เกษลดาตะลึง แล้วน้ำตาก็คลอตา กอดอนงค์วดีโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ
ทั้งหมดเดินออกประตูไป
คุณประยงค์ยืนเด่นอยู่กลางห้อง มองตาม สีหน้าหม่นหมองลง

ย่าน้อยโผล่มาเรียก “คุณอาคะ
คุณประยงค์ดีใจ “แม่น้อย หายไปไหนเป็นหลายวัน”
“ไปวัดทุกวันค่ะ...” ย่าน้อยกลั้นน้ำตา “แค่ขอบขัณฑสีมาเท่านั้นเข้าไปไม่ได้”
“แม่น้อย อีกไม่ช้าทุกคนไปกันหมด ได้ยินเขาประกาศแล้วใช่หรือไม่ ตึกปิดมืดอย่างเดิม”
“ค่ะ”
“หล่อนไปเกิดเสียเถอะ รู้แล้วนี่ว่าหลวงขจรหลอกลวงหล่อนไม่ต้องอาวรณ์เขาแล้ว เขาตายแล้ว”
“คุณอาละค่ะไม่ไปกะหลานหรือคะ”
“อาหรือ...ถ้าจะไปเกิดคงเกิดเป็นไส้เดือนกิ้งกือหรือไม่ก็เป็นเดรัจฉานชั้นต่ำกว่านั้น ภพภูมิมนุษย์ไม่มีที่สำหรับอาหรอกแม่น้อย” ท่าทีคุณประยงค์ดูอ่อนแรงเหมือนจะซีดจางลง สีหน้าเจ็บปวด
ย่าน้อยสงสารนัก “คุณอา...โธ่เอ๋ย คุณอาเจ้าขา”
“สงสารอาเหรอแม่น้อย....อย่าเลยเปลืองใจเปล่าๆ แม้แต่อายังไม่สงสารตัวเองเลย”
เห็นสีหน้าคุณประยงค์ หม่นมัว ย่าน้อยยิ่งสงสาร
“คุณอาขา...คุณอาจะไปไหนหรือคะ” คุณสวาสดิ์ถามย่าน้อย

งานศพมนัสวีร์ผ่านไปแล้ว ในสวนสวยอีกวันหนึ่ง เชษฐาและอนงค์วดีคุยกันอยู่
“พรุ่งนี้จะลาจากที่นี่แล้ว ใจหายค่ะ”
“ถ้าอยู่ต่ออาจจะตัวหายไปด้วย”
“ไม่หรอกค่ะ คุณเชษฐาอย่ามองโลกร้ายอย่างนั้นสิคะ”
“ผมมองไม่ผิด...อนงค์วดีเชื่อผม”
เชษฐบอกอย่างเชื่อมั่นขณะแตะแก้มนวล มองด้วยความรัก อนงค์วดียิ้มอ่อนหวาน
“แค่คุณยิ้มมากขึ้น ผมก็ดีใจที่สุดแล้ว ผมสัญญานะว่าผมจะทำให้คุณยิ้มได้ตลอดชีวิต”
อนงค์วดีกราบที่อกเชษฐา น้ำตาซึมๆ
“ไม่น่าเชื่อว่าผมจะรักผู้หญิงสองคนมากได้เท่าๆ กัน ในเวลาเดียวกัน” เขาบอก
“ความจริง คุณเชษฐาน่าจะ....เอ้อ กับคุณเกษลดา”
“ใครว่าผมพูดถึงเกษลดาเกษลดาคือเพื่อนที่ผมรักที่สุดเท่านั้น...มองผมสิ แล้วบอกซิว่าผู้หญิงสองคนเป็นใคร”
อนงค์วดีมองด้วยสายตาเข้าใจ เชษฐาจูบเบาๆ ตรงมุมปาก อนงค์วดีหลับตานิ่งงัน
“ใคร?”
“อนงค์ทราบแล้วค่ะ”
“ความรักข้ามชาติข้ามภพ ใครจะเชื่อว่ามีจริง”
สองคน ไม่รู้ว่า คุณประยงค์ยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เห็นเพียงบางส่วนวับแวม แต่ใบหน้าดุร้าย โหดเหี้ยมมาก

อีกด้านหนึ่งของสวนสวยใต้ต้นไม้ใหญ่ ชัยชนะ ยื่นมือรับหนังสือสวดมนต์เล่มเล็กๆ จากละมุน มองหน้าละมุน
“คุณย่าให้สวดบทแผ่เมตตานี้...กี่รอบ”
“คุณหญิงท่านให้สวดไปเรื่อยๆ ค่ะ เริ่มข้างนอกแล้วเข้าที่สวดข้างใน”
“ให้น้องอนงค์สวดด้วยใช่มั้ย”
“ท่านบอกให้คุณอนงค์สวดทุกครั้งที่คุณประยงค์ออกมา”
“สัพเพ สัตตา...” ชัยชนะสวดเบาๆ แต่น้ำเสียงจริงจังมั่นคง ละมุนแปลความหมายตามทุกประโยค
“สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น”
“อะเวราโหนตุ”
“จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย”
“อัพะยาปัชฌา โหนตุ”
“จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย”
“อะนีฆา โหนตุ”
“จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย”
“สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ”
“จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด”
สองคนก้มลงกราบละมุนนั่งเยื้องไปหลังชัยชนะนิดหน่อย สวดเสร็จ ชัยชนะลุกขึ้นยืนสีหน้าอิ่มเอิบ ชัยชนะยังไม่ทันตอบ ลมเริ่มพัดแรง
ละมุนบอก “เข้าไปในตึกเถอะค่ะ คุณชนะ ไปหาคุณอนงค์”

สองคนมาถึงกลางทาง แต่ยังไม่ถึงตึก เกิดลมกระโชกอย่างรุนแรง ต้นไม้เอนไปโอนมา
ชัยชนะนึกรู้ทันที “คุณชวดครับ”
ลมแรงวูบเข้าหาชัยชนะ ตามด้วยเสียงตบหน้าฉาดซ้าย ฉาดขวา ชัยชนะหน้าหันไปมา
“คุณชนะ...ตายแล้ว” ละมุนพนมมือ “ท่านเจ้าคะ อิฉันแผ่เมตตาเจ้าค่ะ”
เสียงดังอีกฉาดใหญ่ คราวนี้เป็นละมุนหน้าสะบัดไป
ชัยชนะหน้าเข้ม “คุณชวดครับ ผมเป็นสิงหมนตรีคนหนึ่ง ผมเคารพนับถือบรรพบุรุษทุกคน ผมขอเรียนคุณชวดว่าเรื่องทั้งหมดคืออดีตจะเจ็บปวดขมขื่นแค่ไหนมันก็ผ่านไปแล้วนะครับ ไม่หวนคืนกลับมาอีก”
อีกฉาดหนึ่ง ชัยชนะหน้าหัน หน้ามีรอยแดงเห็นถนัด
“ไม่มีใครยึดอดีตให้หยุดนิ่งได้หรอกครับ”
คุณประยงค์คำรามก้อง “กูนี้แหละจะทำ...พวกมึงคอยดู......ดู...”

ตรงทางเข้าบ้านเวลาต่อมา ปิ่นสุดาแตะหน้าชัยชนะ รอยตบแดงขึ้นเป็นปื้นใหญ่ ทุกคนหน้าไม่ดีกันไปหมด
“ชนะ ทีหลังอย่าท้าทายคุณชวด ท่านดุ ดีไม่ดีท่านทำร้ายมากกว่านี้ จะเจ็บตัวเปล่า”
“ผมเพียงจะบอกท่านว่าผมเป็นลูกหลานท่าน ผมเป็นห่วงท่านไม่ควรยึดติดกับอดีต อีกร้อยปีท่านก็ไม่หลุดพ้นความทุกข์”
“มึงจำไว้ กูจะหยุดอดีตให้อยู่ตรงนี้.....นี้ พวกมึงคอยดูแล้วกัน”

เสียงคุณประยงค์คำรามดังกึกก้อง สะท้อนไปมา

อ่านต่อหน้า 3

ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 16 อวสาน (ต่อ)

ตึกทั้งหลัง ตกอยู่ความมืดของกลางคืน เสียงกรีดร้องของคุณประยงค์ ดังก้องกังวาน นกบินพรู

“อดีตต้องหยุดแค่นี้...มึงคอยดู”
เมฆลอยเข้าปิดบังพระจันทร์จนท้องฟ้ามืดมิดไปหมด

ภายในตึกชั้นบน มีเสียงเคาะประตูที่ห้องเชษฐา พอเชษฐาเปิดประตู อนงค์วดีโผเข้าไป เชษฐากอดไว้
“เสียงอะไรคะ ได้ยินมั้ยคะ”
“เสียงอะไร ผมไม่ได้ยิน...เสียงที่ไหน”
“อนงค์อยู่ในห้องค่ะ คุณแม่บอกว่าเสียงคุณชวด อนงค์เป็นห่วงคุณเชษฐา”
เชษฐากอดประทับรับขวัญ “ไม่ต้องกลัว...ไม่ต้องกลัวนะคนดีของผม”
“อนงค์กลัว ว่าจะเป็นแบบคุณนัสค่ะ”
เชษฐานิ่งอึ้งไปสักครู่ พูดให้คำมั่น “ผมจะไม่มีวันจากคุณไปไหน เชื่อใจผมนะอนงค์วดีว่าผมตายไม่ได้ ผมทิ้งคุณไม่ได้เพราะผมรักคุณ ผมทิ้งแม่อรไม่ได้ เพราะผมเคยทิ้งเธอให้ตายมาแล้ว มันจะต้องไม่เกิดอีก”

เชษฐามาส่งอนงค์วดีที่ห้อง ปิ่นสุดาอยู่ด้วย เอ่ยขึ้นท่าทีกังวล
“คุณเชษฐาไม่ใส่พระ ดิฉันเป็นห่วง เวลานี้ทุกคนมีพระคุ้มครอง”
“ผมพร้อมที่จะเจอเธอ เธอไม่ทำอะไรผม...ผมเชื่อ”
“ในอดีต ไม่มีใครเล่าชัดแจ้งว่าสุดท้ายเจ้าคุณอักษรกลับไปพิษณุโลกตอนไหน” ปิ่นสุดาปรารภ “และคุณย่าประยงค์มีชีวิตอย่างไรต่อมา เธอเสียชีวิตอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ ทำไมเธอถึงไม่ไปไหน แต่สิงสู่อยู่ในภาพอาถรรพณ์ภาพนั้น....ไม่มีข้อมูลเลยค่ะ”
ภาพคุณประยงค์นิ่งสนิท ทว่าเหมือนมีกระแสอำมหิตแผ่ออกมาจากรูปนั้น

กลางดึกภายในห้องอนงค์วดี ที่ตอนนี้ปิ่นสุดา และอนงค์วดี หลับสนิท
เสียงเชษฐาดังขึ้น “นอนให้หลับนะ ถ้าคุณเป็นห่วงผม ผมจะอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน”
ทั้งที่เชษฐานอนหลับอยู่ ลืมตาทันที เหมือนมีใครปลุก เชษฐายืนอยู่หน้าเตียง โน้มตัวลงมาอนงค์วดีจนใกล้ชิด
อนงค์วดีลืมตา ยิ้มหวานละมุนละไม เชษฐาเข้ามากอด อนงค์วดี โอบไปรอบคอ แนบหน้าตัวเองกับหน้าของเชษฐา สีหน้าอนงค์วดีดื่มด่ำความสุข
“ผมรักคุณ อยู่ที่ไหนผมก็รักคุณเสมอ”
สองคนกอดกันนิ่งนาน

ขณะเดียวกันคุณประยงค์ ยืนคอยอยู่ด้านล่างตีนบันได นัยน์ตามองจ้องที่เชษฐา
เห็นเชษฐา เดินลงบันไดมา
เกิดเห็นเป็นภาพคุณประยงค์ในอดีต ยืนคอยเจ้าคุณเช่นกัน
ท่านเจ้าคุณอักษร ก็เดินลงมาในท่าเดียวกันกับเชษฐา
คุณประยงค์ยืนคอยอยู่เชิงบันได ยิ้มหวานต้อนรับ
เชษฐาถูกคุณประยงค์จูงไป เจ้าคุณถูกคุณประยงค์ตามไปเหมือนกัน เลี้ยวอ้อมบันไดไปด้านหลัง
สองเหตุการณ์ทั้งอดีตและปัจจุบัน เกิดขึ้นในสภาวการณ์เดียวกัน
เจ้าคุณกับเชษฐาลับหายไปทั้งหมดแล้ว
ห้องทั้งห้อง กลายเป็นสภาพของห้องโถงหน้าบันไดในปัจจุบัน ว่างวายทั้งห้อง
ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นเลื่อนของประตูห้องลับดังขึ้นมา เริ่มจากเสียงเปิด และเสียงปิดดังกึกก้องกังวาน
ตึกทั้งหลังในบรรยากาศแสนอึมครึม เงียบสนิท เหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดึกสงัดของคืนนั้น ประตูห้องนอนปู่กลับเปิดออก มีแมวดำตัวหนึ่งกระโจนสวนจนปู่กลับเซ ปู่กลับมองตามแมวแล้วหันมา หน้าผีคุณประยงค์อยู่ติดหน้า
“ท่านไปอยู่กะกูแล้ว ที่ไหนน่ะเหรอ” คุณประยงค์ยิ้มเยาะ “มึงอย่ารู้เลย”

เช้าวันต่อมา เห็นรถเกษลดาแล่นปราดเข้าอย่างรวดเร็ว ตามด้วยรถชัยชนะก็แล่นทะยานเข้ารวดเร็วไม่ต่างกัน รถโสนแล่นเข้าจอดตาม
เวลาต่อมาไม่นาน เกษลดาเดินพรวดๆ เข้ามา โสนก็เดินเข้ามากิริยาเดียวกัน ชัยชนะ และละมุน เดินเข้ามาสมทบ ปิ่นสุดาและอนงค์วดี ทุกคนนั่งรวมกันในห้องโถง รับรู้แล้วว่าหาเชษฐาไม่พบ
อนงค์วดีเอ่ยขึ้น “มีอีกทางเดียว”
ทุกคนมองรอฟัง อนงค์วดีบอก “หาในน้ำ”
แต่ละคนหน้าหมอง ตกใจ ไปตามอารมณ์
อนงค์วดีลุกขึ้น เดินมาหน้ารูปภาพ จ้องมองหน้าคุณประยงค์ “คุณชวด”
คุณประยงค์เปลี่ยนสีหน้าเป็นเยาะหยัน “ต่อให้หล่อนพลิกแผ่นดิน...”
อนงค์วดีสุดทนกรีดเสียงแหลมดัง “คุณชวด”
เสียงคุณประยงค์ดังขึ้นอีก “ก็ได้แต่ศพ”
“คุณชวด คืนเขามานะ....คืนเขามา”
ใบหน้าในรูปภาพทุกอย่างนิ่งสนิท
ปิ่นสุดาปรามๆ “ยายหนู....อะไรกันลูก”
อนงค์วดีชี้หน้าคุณชวด “คนเลว...เลวที่สุด”
“สมแล้วที่ต้องเป็นผีร้ายเฝ้าหลุมเป็นร้อยๆ ปีแบบนี้ ขอให้ตกนรกโลกันต์” เกษลดาด่าตาม
“เดี๋ยว...เดี๋ยว เรื่องอะไรคะ” โสนงวยงง
“ก็มันไงอีผีร้าย อีผีบ้า” เกษลดาบอก
ปิ่นสุดาปราม “คุณเกษ....อย่าเพิ่งวู่วามนะคะ ค่อยๆ พูด”
โสนงงอยู่นั่น “นั่นสิ คุณประยงค์เอาหนึ่งไปเหรอ”
“ใช่ค่ะ” อนงค์วดี ร้องไห้เต็มแรง “เอาคุณนัสไป แล้วเอาคุณเชษฐาไปด้วย”
“เขาจะเอาไปได้ยังไงน้องอนงค์”
“ได้ค่ะพี่โน๋ เอาไปได้” อนงค์วดีบอก
“ผู้หญิงคนนี้ทำได้ทุกอย่างพี่โน๋ไม่ต้องถามเลย อะไรชั่วๆ ทำได้ทั้งนั้นขนาดเป็นผีนะ”
พูดจบเกษลดาก็ซวนเซทำท่าจะล้ม แต่อย่างรวดเร็วเกษลดายกพระขึ้นตรงหน้าตัวเอง
“ฉันนึกแล้วต้องเล่นฉันแบบนี้ ไม่สำเร็จหรอก”
รูปภาพนิ่งไป
โสนสุดทึ่ง “เธอ เกดมาก็เพิ่งเคยเห็น คนทะเลาะกับผี”
“อนงค์วดีอย่าไปยุ่งกับเขาเลย ยังไงเขาก็ไม่ปล่อยหนึ่งมาหรอกเอาไปกี่ทีแล้วล่ะเราหากันเองเถอะ”
“หาจนทั่วแล้วค่ะ ที่ที่เธอเคยเอาคุณเชษฐาไปซ่อนที่ปีกตึกทางโน้น”
“เอารูปไปเผา...โดนเผาบ้านเดี๋ยวก็ต้องบอก” เกษลดาเสียงเข้ม

เวลาเดียวกันนั้น ปู่กลับนั่งนิ่งอยู่ที่บ้าน ท่าทางทุกข์โศก สีหน้ากดดันหนัก

เกษลดาขู่อีก “ว่าไงคุณชวด เผารูปของคุณ ไม่มีบ้านจะอยู่เอามั้ย”
สีหน้าคุณประยงค์นิ่งสนิท เงียบกริบ
“เขาได้ยินเหรอน้องอนงค์” โสนสงสัย
“ได้ยินค่ะ”
“คุณย่าประยงค์คะ...กรุณาเถิดนะคะ” ปิ่นสุดาอ้อนวอน
ชัยชนะบอก “คุณย่าครับ มีโอกาสที่จะทำกรรมดีแล้วนะครับ ทำไมถึงหลีกหนีล่ะครับ”
คราวนี้เสียงคุณประยงค์ดังก้องกังวาน “ไอ้เด็กเมื่อวานซืนบังอาจมาสั่งสอนกูเรอะ”
โสนกับเกษลดานั้นพอได้ยิน ก็ถอยกรูดตั้งแต่แรกแล้ว ละมุนสะกิดชัยชนะให้ถอยออกมา อีกมุมในห้องโถง แล้วส่งหนังสือเล่มเล็กให้
“สวดมนต์อย่างที่คุณหญิงท่านสอนค่ะ คุณชนะ”
ชัยชนะรับหนังสือมา เปิด “บทสวดมนต์แผ่เมตตา”

ชัยชนะเริ่มสวด และละมุนก็แปล เสียงสวดนี้ดังไปเรื่อยๆ

ปู่กลับเดินกระย่องกระแย่งมาตามทางมุ่งหน้าสู่ตึกสิงหมนตรี 

“คุณท่านคนใหญ่...ไอ้กลับต้องทำ”
ละมุน และชัยชนะ สองคนสวดเบาๆ แต่ชัดเจนทุกคำ
สีหน้าคุณประยงค์ นิ่งสนิท ยังไม่มีอะไรขยับเขยื้อน
เสียงสวดมนต์ยังดังอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้โสน เริ่มสวดมนต์ “พุทธังสะระณังคัจฉามิ ขอพระพุทธเป็นที่พึ่ง
ธัมมังสะระณัง คัจฉามิ ขอพระธรรมเป็นที่พึ่ง สังฆังสะระณังคัจฉามิ ขอพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง”
ภายในห้องลับเวลาเดียวกัน แลเห็นโครงกระดูกอีทิ้ง และโครงกระดูกเจ้าคุณ ข้างๆ เป็นร่างเชษฐาที่นอนสลบ ทอดยาวอยู่กับพื้น
ส่วนเหตุการณ์ในห้องโถง โสนสวดมนต์ไป อนงค์วดีเข้ามาร่วมสวดด้วย ส่วนเกษลดายังยืนฟังเฉยๆ ละมุน และชัยชนะก็ยังสวดมนต์ บทแผ่เมตตา

ปู่กลับเดินมาถึงหน้าตึกอาการหอบเหนื่อย เงยหน้ามองไปทางตึก ครุ่นคิด สีหน้าหมองหม่น
“คุณท่านคนใหญ่เอาคุณเชษฐาไปไว้ที่ไหน...ที่ไหน” ปู่กลับหวนคิดถึงเรื่องในอดีต
ตอนกลางวันของวันใหม่ หลังจากคืนที่ซ่อนอีทิ้ง คุณประยงค์กำลังทะเลาะกับเจ้าคุณอยู่ ไอ้กลับแอบหลังคุณประยงค์
“เจ้าคุณพูดเหลวไหล” หล่อนเชิดหน้า “คนทั้งคน อิฉันจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนได้”
เจ้าคุณโกรธ “แต่อีทิ้งมันหายไปจากที่คุมขัง บ่าวที่เฝ้ามัน ก็โดนตีปางตาย” เจ้าคุณมองไอ้กลับ
“ไอ้กลับไม่ได้ทำ เอาไปสาบานที่ไหนก็ได้”
คุณประยงค์เข้ามายืนใกล้ ไอ้กลับหลบหลังประยงค์ “อีทิ้งมันกลัวทัณฑ์ทรมาน มันก็คงหนีเอาตัวรอดไปถึงไหนๆ แล้ว”
เจ้าคุณไม่เชื่อ “มันเจ็บปางตาย ตัวคนเดียว ไม่มีใครช่วย มันจะหนีไปไหนได้ คุณเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน บอกมา”
“อิฉันไม่รู้เรื่อง” คุณประยงค์ยิ้มเย้ย “แต่คนอย่างอิฉัน ถ้าคิดจะซ่อนจริงๆ พนันว่าไม่มีใครหาอีทิ้งเจอ”
ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูเปิดที่ถูกปิดลงตามมา

ในห้องลับเชษฐานอนสลบ สักครู่หนึ่งเชษฐาลืมตามองไป แล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นเจ้าคุณนอนตายอยู่ตรงนั้น มีศพอีทิ้งอยู่อีกมุม เชษฐาสะดุ้ง
ศพอีทิ้งและศพเจ้าคุณเลือนหายไป กลายเป็นโครงกระดูกเจ้าคุณ ในท่าที่นอนตาย และโครงกระดูกอีทิ้ง ในท่าที่นอนตาย
เชษฐาลุกขึ้นมาตกใจ “ที่นี่ที่ไหน” แล้วร้องตะโกน “ช่วยด้วย ผมอยู่ในนี้ ช่วยด้วย”
เสียงนั้นก้องสะท้อนอยู่ในห้อง เชษฐาทุบผนังสุดแรง ไม่มีผล

ส่วนปู่กลับตะโกนอยู่หน้าตึก “คุณท่านคนใหญ่....คุณท่าน...หยุด....หยุดเถิด” ก่อนที่ชายชราเข้าไปยืนจังก้าในห้องโถง
“หยุดเถิดขอรับคุณท่านคนใหญ่”
ทุกคนหันมาดู คุณประยงค์หันขวับมา
“หยุดฆ่าคนเถิดขอรับ คุณท่านคนใหญ่ หยุดฆ่า” เสียงปู่กลับกระแทกอย่างอัดอั้น
คุณประยงค์แผดเสียงดังก้อง “ไอ้กลับ”
โสน ละมุน ชัยชนะ ตกใจหยุดสวด ปู่กลับยืนอยู่หน้าบันได
“คุณท่านเอาเจ้าคุณไปขังไว้ที่ไหน อยู่ในบ้านหลังนี้ใช่ไหมขอรับ ต้องใช่สิคุณท่านคนใหญ่ถึงไม่ยอมไปจากที่นี่”
ปู่กลับมองไปรอบๆ พึมพำ
“ต้องอยู่ในนี้ ต้องอยู่ในนี้” พร้อมกับตะโกน “คุณเชษฐา...คุณเชษฐาขอรับ ได้ยินไหม”
คุณประยงค์ตวาดลั่น “มึงหยุด ไอ้กลับ”

คุณประยงค์ก้าวพรวดออกจากรูปอย่างรวดเร็ว พี่โน๋ ละมุน ชัยชนะ ตกใจแทบตาย ถอยกันกรูดๆ เกษลดาเฉยๆ
คุณประยงค์ก้าวเข้าหาปู่กลับ ขยุ้มคออย่างแรงจนปู่กลับตัวลอย คุณประยงค์เหวี่ยงไปชนกำแพงดังพลั่ก สามคน กับอนงค์วดี เปล่งเสียงสวดมนต์ดังขึ้น คุณประยงค์ ชะงักหันมา ใบหน้าเปลี่ยนเป็นผีร้าย
ชัยชนะบอก “สวดมนต์ค่ะ ช่วยกันสวดดังๆ”
คุณประยงค์หันกลับไปทางปู่กลับ ไม่สะดุ้งสะเทือน “ไอ้กลับ ไอ้เดนคน”
“ไอ้กลับไม่ยอมอีกต่อไป คุณท่านคนใหญ่บอกมา คุณเชษฐาอยู่ในนี้ใช่ไหมขอรับ”
ปู่กลับมองไปแล้วชะงัก สายตาปู่กลับไล่ไปตามรูปภาพทีละภาพ ทีละภาพ
“คน...คนอยู่ในภาพ” ชายชรานึกออก พึมพำเบาๆ “ในภาพมีคน”
คุณประยงค์กรี๊ด “ไอ้กลับ”
คุณประยงค์เป็นผีร้ายเต็มตัวแล้วดุ เดินเข้าหาปู่กลับซัดเต็มแรง ปู่กลับกระเด็นหรือไปกระแทกพื้นดังพลั่ก
“ปู่กลับ” อนงค์วดีเข้าไปประคอง
ปิ่นสุดาถาม “ตะกี๊ปู่ว่าอะไรนะคะ”
ปู่กลับชี้ไปรอบๆ รูปภาพเจ้าพระยาสีหศักดิ์ฤทธิรงค์ และท่านผู้หญิงแย้ม

“ภาพ...อยู่ในภาพ”

อ่านต่อหน้า 4

ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 16 อวสาน (ต่อ)

คุณประยงค์เงื้อมือจะซัดปู่กลับ แต่เกษลดาเปล่งเสียงร้องดังว่า “หยุด” คุณประยงค์หยุดกึก

เกษลดาร้องสั่ง “ทุกคน ช่วยกันดูที่รูปภาพค่ะ”
คุณประยงค์ซัดเกษลดาจนกระเด็น
“คุณเกษ” โสนนึกได้ สวดมนต์ต่อ “พุทธังสะระณัง คัจฉามิ ขอพระพุทธเป็นพี่พึ่ง”
ชัยชนะและทุกคนสวดตาม คุณประยงค์หมุนคว้างไม่รู้จะจัดการใครดี เกษลดาลุกขึ้นจะไปที่รูป
“อีเกด” คุณประยงค์จะเข้าไปจัดการ อนงค์วดีขวาง “คุณชวด”
คุณประยงค์คำราม “นังอร”
“คุณชวดคะ คุณชวดรักท่านเจ้าคุณ อย่าทำร้ายท่านเลยนะคะ”
“ใครบอกมึงว่ากูทำร้ายท่าน”
“ปล่อยท่านสิคะ”
คุณประยงค์กริ้ว “นังอร มึงบังอาจสั่งกูรึ”
“ไม่ค่ะ...แค่อยากให้คุณชวดปลดปล่อยโซ่ตรวนที่คุณชวดล่ามตัวเองออกเถอะค่ะ ไม่มีใครปลดมันได้นอกจากตัวคุณชวดเอง”
คำพูดนั้นกระแทกเข้าหน้าคุณประยงค์เต็มแรง เหมือนถูกแทงที่หัวใจ เซไปเหมือนจะทรงตัวไม่ได้ สีหน้าเจ็บปวดสุดๆ ชัยชนะกับละมุนสวดมนต์
คุณประยงค์หันไปตวาด “หยุด...หยุดสวดมนต์เดี๋ยวนี้” ทั้งสามคนตกใจ...หน้าเหวอ
คุณประยงค์เดินพรวดๆ เข้าหา 3 คน “อย่ามาสวดที่นี่ฉันไม่อยากฟัง”
“คืนคุณเชษฐามา แล้วเราทุกคนจะออกไปจากที่นี่ไม่มารบกวนอีกเลย” อนงค์วดีเหลือบมองไปทางเกษลดาและปู่กลับ ที่แยกย้ายกันไปดูที่รูปภาพ ทั้งแกะ จับ เขย่า ทุบ แต่ยังไม่มีผลอะไร
“ฉันไม่คืนท่านเจ้าคุณ ท่านจะอยู่ที่นี่ไปจนท่านตาย”
“คุณชวดกักตัวเขาไม่ได้ตลอดไปหรอกค่ะ”
“ก็คอยดูไปแล้วกัน ไป...พวกแกไปกันได้แล้ว...ไป” นางผีร้ายตะเพิด
อนงค์วดีนิ่ง แต่สีหน้าระทึกใจ
คุณประยงค์เพ่งมองหน้าอนงค์วดี แล้วเฉลียวใจ หันไปเห็นปู่กลับกับเกษลดาไปที่รูปสุดท้าย ท่านเจ้าพระยากับท่านผู้หญิง ด้านบนตรงที่พักบันได
“ไอ้กลับ มึง...บังอาจนัก”
พรวดเดียวก็ถึงปู่กลับและเกษลดาที่กำลังจับรูปทั้งสองขยับ
ที่แท้ปุ่มของห้องลับอยู่ตรงนั้นจริงๆ มีไม้สลักเป็นดวงดาว หลายอันติดไว้ข้างฝา การจะเปิดเข้าไปต้องหมุนกรอบรูป
คุณประยงค์ ขยุ้มคอปู่กลับ กระชากไป
มือปู่กลับพลาดปุ่มนั้นไป เพียงเส้นยาแดง ร่างปู่กลับปลิวไปหมอบ
ปิ่นสุดาตกใจ “ปู่จ๊ะ....คุณเชษฐาอยู่ที่ไหน”
“ห้องลับ...ใต้ดิน” ปู่กลับบอก
“เปิดตรงนั้นเหรอปู่ มีปุ่มกดใช่มั้ย” โสนซัก
ปู่กลับชี้ไป
โสนปราดเข้ามา “อยู่ตรงไหนคะปู่”
“พี่เอง น้องอนงค์” ชัยชนะเข้าไป
คุณประยงค์ยืนจังก้าขวางหน้าตาดุร้าย ทุกคนหยุดกึก
“เชอะ มึงจะรวมหัวสู้กะกูก็มา มึงกล้าสู้ปีศาจที่พลังแก่กล้าอย่างกูก็มา...มา”
ทุกคนนิ่งไปหมด เสียงสวดมนต์เริ่มดังประสานกัน คุณประยงค์ยืนสู้ ไม่ยอมแพ้
ปิ่นสุดาควักพระออกมา อนงค์วดี ละมุน ชูพระตรงหน้า คุณประยงค์เริ่มสั่นสะท้านทีละน้อย หลบสายตา มือป้องแล้วพยายามสร้างพลังของตัวเอง ในที่สุดก็ทำให้ตรงนั้น เลือนรางไปเหมือนมีอะไรกำบังไว้
“มึงจะไม่เห็นอะไรเลย....กลับไปให้หมด”
คุณประยงค์ก็จางหายไปด้วย ทุกคนงุนงง หันมามองหน้ากัน อนงค์วดีวิ่งขึ้นบันไดไป คุกเข่าตรงหน้ารูปท่านเจ้าพระยา
“คุณปู่ทวดเจ้าขา ช่วยด้วยนะเจ้าคะ คุณชวดประยงค์ลูกสาวของคุณปู่กำลังทำบาปยิ่งใหญ่นะเจ้าคะ”
รูปของท่านเจ้าพระยานิ่งสนิท อนงค์วดี ฟุบตรงหน้า เสียใจมาก ที่สุดลุกขึ้นหันหลังกลับ เดินลงมาหน้าหมองเศร้าสุดๆ
“อย่าสิ้นหวัง ยายหนู เขาจะอำพรางไปได้แค่ไหน เราก็เฝ้าอยู่อย่างนี้”
“ใช่...ลงมาเถอะน้องอนงค์ ให้ผีรู้ว่าเราไม่กลัว...เดี๋ยวเขาก็กลัวเราเอง”
“ให้มันรู้ไปว่าคนทั้งหลายคนสู้ผีร้ายตัวเดียวไม่ได้ เรามีพระ เราสวดมนต์” เกษลดาว่า
ละมุนกระซิบถามชัยชนะ “คุณท่านเคยสวดมนต์...ได้ผลนะคุณชนะ”
ชัยชนะบอก “อาจจะเพราะคุณย่าท่านอายุมากแล้ว”
อนงค์วดีเดินลงมา รูปท่านเจ้าพระยาสั่น นิดๆ อนงค์วดีมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย พอเท้าย่างก้าวถึงพื้น รูปท่านเจ้าพระยาก็หล่นลงมาดังปังใหญ่ ทุกคนตกใจร้องกันเสียงดัง
ทุกอย่างชัดเจนที่กำบังไว้หายหมด คุณประยงค์ยืนสายตาตื่นตะลึง มองรูปท่านเจ้าพระยา แล้วรู้สึกเสียใจ กลั้นน้ำตาไม่ได้ น้ำตาหลั่งไหล จ้องตาบิดาที่มองมาเหมือนต่อว่าต่อขาน
“เจ้าคุณพ่อเจ้าขา” คุณประยงค์กระซิบแผ่ว
ปู่กลับลากขาไปทางประตูกล คุณประยงค์ร้องไห้
“เจ้าคุณพ่อ...จะลงโทษลูกหรือเจ้าคะ”
ปู่กลับลากขาไปเรื่อยๆ คุณประยงค์หันขวับไปทางปู่กลับ เห็นกำลังชูมือ
คุณประยงค์แผดเสียงดังกรี๊ดลั่นตึก “ไอ้...กลับ”
ทว่ามือปู่กลับกดลงบนปุ่มพอดี เสียงดังเลื่อนลั่น ประตูเปิดทุกคนตะลึงเห็นเชษฐานอนอยู่บนพื้น เสียงหลายๆ คนเรียก “คุณเชษฐา” แล้วพากันวิ่งเข้าไป
ผีคุณประยงค์สลายตัวหายไปในตอนนั้น

ปู่กลับอนงค์วดี และเกษลดา ช่วยกันลากเชษฐาออกมาจากห้องลับ
“หนึ่ง หนึ่งคะ” เกษลดาเรียกสติ
เชษฐาไม่มีเรี่ยวแรง เพราะขาดอากาศ “เกษ” แล้วหันมองอนงค์วดีเรียก “แม่อร”
อนงควดียิ้มอ่อนโยน

ต่อมา เกษลดา โสน ชัยชนะ ละมุน ปิ่นสุดาทุกคนนั่งล้อมวงคอยเชษฐาอยู่ในห้องโถง
ปิ่นสุดาบอก “คุณเชษฐาอาบน้ำอยู่”
เกษลดามองไปที่รูปคุณประยงค์ “คุณชวดประยงค์” รูปคุณประยงค์นิ่งสนิท
“คุณจะจัดการตัวคุณยังไง”

ด้านอนงค์วดีใส่กระดุมเสื้อให้เชษฐาจ้องหน้า เชษฐายังมึนๆ ซึมๆ อยู่ อนงค์วดีแสดงด้วยกิริยาว่าเห็นใจและสงสารมาก กอดปลอบโยนลูบหลังไปมา เชษฐารับรู้ความเห็นใจที่หลั่งมาเต็มๆ
“ขอบคุณนะอนงค์วดี”
“ค่ะ”
เชษฐายิ้มชื่น ประคองสองแก้ม “แม่อรของพี่”
อนงค์วดีเอนตัวเข้าหา “คุณพี่”
“เรียกคุณว่าแม่อรแล้วรู้สึกดีมาก ทุกอย่างเย็นลงหมดเลยโดยเฉพาะใจของผม”

ทุกคนจ้องที่เชษฐารอฟังเรื่องราว เชษฐาเล่าจนทุกคนเห็นเป็นภาพเหตุการณ์
“ผมเดินตามเธอไปโดยที่ผมไม่รู้ตัว ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าคุณจริงๆ”
เห็นเป็นภาพเชษฐาเดินตามคุณประยงค์ไป
“เสียงประตูปิดดังมาก ผมก็รู้ตัวว่าถูกขังอยู่ในห้อง...คงเป็นห้องลับแต่มีแสงสว่างเข้ามาพอมองเห็น”
เชษฐาอยู่กลางห้องแล้ว
“ในห้องมีโครงกระดูกอยู่ 2 คน เนื้อหนังเป็นซากแห้งเกราะติดพื้น”
เชษฐาเห็นโครงกระดูก 2 โครง
“ผมรู้ได้โดยไม่ต้องมีคนบอกว่า โครงหนึ่งโครงคือ กระดูกของเจ้าคุณ อีกโครงหนึ่งไม่รู้เป็นใคร”
“หรืออาจเป็นคุณประยงค์...ศพนั้น ก็อาจเป็นได้มั้ยหนึ่ง”
เชษฐาส่ายหน้า...ไม่รู้

ปู่กลับอยู่กับกองกระดูกอีทิ้งในห้องลับใต้ดิน จับบางชิ้นขึ้นมาดู น้ำตาร่วงริน
“อีทิ้ง เอ็งตายอยู่ในนี้เองหรือ ช่างน่าเวทนานัก เอ็งภักดีกับท่าน สุดท้ายท่านก็ฆ่าเอ็ง”
เสียงประยงค์ดังขึ้นแผ่วๆ
“กูไม่ได้ฆ่าอีทิ้ง”
ร่างประยงค์ปรากฏขึ้น เลือนๆ
“มันเป็นคนเดียวในโลกนี้ ที่ไม่เคยทรยศกู...ตอนที่มันตาย หัวใจกูแทบแตกสลาย”
ปู่กลับท้วง “แต่คุณท่านเอามันมาขัง”
“กูหมายจะให้มันหลบซ่อนจากโทษทัณฑ์ แต่มันทนพิษบาดแผลไม่ไหว ตายไปเสียก่อนที่กูจะมาช่วยทัน”
ปู่กลับมองคุณประยงค์ เห็นน้ำตาคลอ แววตาจริงใจ เชื่อว่าพูดจริง
“แล้วท่านเจ้าคุณล่ะขอรับ”

คุณประยงค์ยิ้มเศร้าๆ ไม่ยอมตอบ

สักครู่หนึ่งปู่กลับหอบห่อผ้าใส่กระดูกอีทิ้ง เดินข้ามห้องจากห้องลับไปเรื่อยๆ ถึงประตู แล้วออกไป ทุกคนหันไปมอง ถอนใจสงสาร

“คงเป็นกระดูกอีทิ้งเมียแก ถึงได้เศร้าขนาดนั้น” เกษลดาว่า
เชษฐาสีหน้าพยายามจดจำ
“มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ”
เชษฐามองหน้าอนงค์วดีนิ่งๆ
อนงค์วดีย้ำคำถาม “คะ”
“ผม...พยายามนอนนิ่งๆให้มากที่สุด จะได้ออมแรงไว้ แต่ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้นอนนอนคนเดียว”
เชษฐาเล่าว่าตอนนั้นเขาอ่อนเพลียมาก แต่เห็นคุณสวาสดิ์นั่งจ้องอยู่ พอเชษฐาหันไปอีกทาง คุณสวาสดิ์ก็จ้องจากอีกทาง
“หนู”
คุณสวาสดิ์ลุกขึ้น อ้าแขนวิ่งเข้าหาร้องเรียก “พ่อจ๋า”
ทุกคนฟังด้วยใบหน้าฉงน จ้องดูเชษฐา
“เด็กที่อยู่ในรูปนั้น...”
ทุกคนอุทานเบาๆ สีหน้าฉงนฉงาย
“ต้องคอยดูกันต่อไป” โสนว่า
“หนู...หนูจะทำยังไงกับคุณประยงค์” ปิ่นสุดาถามขึ้น
“ไม่ค่ะ...หนูทำยังไงกับคุณชวด เราจะปิดตึกนี้อยู่แล้วให้ท่านอยู่อย่างนั้น”
เกษลดาท้วง “จะตามมาราวีเอาตัวหนึ่งไปอีกมั้ยล่ะ ถ้าอย่างนั้นทำลายซะก่อนเลยดีกว่า”
“ท่านไม่ทำแล้วค่ะอนงค์มั่นใจ”
ทุกคนถามเกือบพร้อมกันว่า “เพราะอะไร”
“ไม่ทราบค่ะ”
ทุกคนร้อง “อ้าว”
“ไม่ทราบแต่มั่นใจค่ะว่าคุณชวดไม่กลับมา ท่านไปแล้วไปไกลจนอนงค์มั่นใจว่าท่านจะไม่กลับมาอีก”
ทุกคนมองหน้ากัน อนงค์วดีว่าต่อ
“คุณชวดท่านเจ็บช้ำเจ็บซ้อน ตายซ้ำตายซ้อน อนงค์ว่าท่านไม่อยากตายซ้ำเป็นครั้งที่สามหรอกค่ะ”
ทุกคนนิ่งอึ้งมองหน้ากัน ในใจทุกคนเศร้า และสงสารคุณประยงค์
“อนงค์สงสารคุณชวดมาก” อนงค์วดีก้มหน้า ตัวสั่นเล็กน้อย เสียงเครือ “คุณชวดไม่มีความสุขตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นทั้งอนงค์ทั้งคุณเชษฐา ตอนที่เป็นเจ้าคุณกับแม่อร” พูดถึงตอนนี้แล้วเงยขึ้นมองหน้าเชษฐา
“ใช่ เราสองคนเป็นเหตุที่ทำให้คุณประยงค์มีทุกข์”
เกษลดาแย้ง “แต่เขาก็ร้ายกาจ....สองคนก็โดนเขาฆ่าทั้งคู่ อ้อ” หล่อนหัวเราะขำนิดๆ “อีเกดด้วย”
“แต่เวลานี้เราสามคนก็มาเกิดอีก มานั่งตรงนี้...มาอยู่กับคนที่เรารัก...มามีความสุขแต่คุณประยงค์เธอยังมืดมน”
เกษลดาสีหน้าสลดลง “จริง...เราตายแต่เราเกิดแล้ว เขายังตายอยู่เลย”
อนงค์วดีก้มหน้าเช็ดน้ำตา เสียงร้องไห้ดังแผ่วๆ แล้วดังขึ้น ทุกคนชะงัก หยุดกึก หันไปมาหาต้นตอ
โสนถามเบาๆ “ใครมาร้องไห้ตรงนี้”
อนงค์วดีปาดน้ำตา ทุกคนมองหน้ากัน และเหมือนจะรู้ว่าเสียงใคร มองจากมุมสูงรอบคนกลุ่มนี้ เห็นคุณประยงค์อยู่ตรงกลาง หมอบกับพื้น ร้องไห้ เสียงสะอื้นดังไปทั่วห้อง เป็นกิริยาของคนที่ทุกข์ใจสุดๆ ไม่มีใครเห็นคุณประยงค์
ปิ่นสุดาบอก “เสียงร้องไห้ของคุณประยงค์ โธ่เอ๋ย เธอร้องไห้มานานเป็นร้อยปีแล้วนะ แม่ว่าภาพนั้นคือความทุกข์ที่คุณชวดติดข้องอยู่ เผาเสียไม่ดีเหรอลูก”
“ถ้าเผาแล้วท่านไม่ไปไหนล่ะคะคุณแม่ ท่านก็ต้องวนเวียนหาที่อยู่ใหม่อนงค์ทำไม่ได้หรอกค่ะ”
“เธอต้องปล่อยตัวเองนะพี่โน๋ว่า ถ้าเธออยากจะหลุดพ้น” โสนว่า
นัยน์ตาคุณประยงค์ ได้ยินเต็มๆ ได้ยินที่ชัยชนะพูดต่อไปอีกว่า
“คุณย่าบอกว่า คำพระบอกว่าสิ่งนี้เป็น “ทุกข์” คุณชวดประยงค์ไม่ปล่อย คุณชวดก็จะเป็นทุกข์ตลอดไป”
คุณประยงค์ลุกขึ้น เดินไปช้า ไปสู่ภาพอาถรรพณ์
“อนงค์ถึงจะไม่ทำอะไรกับท่าน ไม่เผา ไม่ทำลายภาพนั้น”
“ผมเห็นด้วย เพราะผมว่าเรารู้แล้วว่าเธอยึดติดอยู่กับทุกข์ เธอจะอยู่กับทุกข์ หรือเธอจะดับทุกข์ เธอต้องเลือกเอง”
เชษฐามองไป แล้วสะดุ้งเพราะมองเห็นอยู่คนเดียว ว่าคุณประยงค์เดินไป เดินไปแล้วจางหายเข้าไปกับรูป

ด้านผีย่าน้อยร่ำลากันกับคุณสวาสดิ์ “ลูกสวาสดิ์”
“ขา คุณอา”
“มาให้อากอดที อาจะลาลูกสวาสดิ์นะ”
สองคนกอดลากัน
“ค่ะ คุณอาเจ้าขา หนูจะพบคุณอาอีกมั้ยคะ”
“เราไม่รู้หรอกลูกสวาสดิ์ สิ่งที่อยู่ข้างหน้าเราไม่รู้ แต่สิ่งที่อยู่ข้างหลัง...”
“เราจะลืมใช่มั้ยคะ”
ย่าน้อยพยักหน้า

ผีสองตนกราบมาลาคุณประยงค์ คุณประยงค์พยักหน้า...ยิ้มอวยพร
“คุณอาขา”
“อะไรอีก แม่น้อย”
“น้อยกราบขออภัย น้อยหลงเข้าใจผิดว่าคุณอาฆ่าอีทิ้ง”
“ฉันก็เลวร้ายจริงอย่างที่หล่อนว่า แม้ไม่ได้ฆ่าอีทิ้ง ก็ฆ่าคนหลายคน”
“แล้วท่านเจ้าคุณล่ะคะ”
คุณประยงค์ยิ้มเศร้า
“น้อยถามหลายครั้ง คุณอาไม่เคยตอบ...ท่านเจ้าคุณตายยังไง แล้วคุณอาตายยังไง”
“อย่ารู้เลยแม่น้อย...เรื่องบางเรื่องมันเลวร้าย เลวร้ายเสียจนเล่าซ้ำให้ใครฟังอีกไม่ได้ หล่อนสองคนไปเถอะ ไปดีนะ”
ร่างของคุณประยงค์สลายหายไป

คืนวันหนึ่งเชษฐาพาตัวเองมาอยู่ตรงหน้ารูปคุณประยงค์เพื่อบอกลา
“คุณประยงค์ครับ แม้ว่าตอนนี้ผมจะคือเชษฐา แต่ผมรู้สึกได้ตอนที่ผมเป็นเจ้าคุณว่า...” เชษฐามองหน้าคุณประยงค์นิ่ง “ผมรักคุณประยงค์มาก และผมซาบซึ้งกับความรักที่คุณประยงค์มีให้ผม ผมรู้ว่ามันมากที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะได้รับจากผู้หญิงคนหนึ่ง”
เชษฐานิ่งก้มหน้า รู้สึกตัวว่าน้ำตาจะไหล สะกดกลั้นอารมณ์สุดขีด
“แต่ผมผิด ผิดที่ไม่ซื่อสัตย์กับความรักของคุณประยงค์ผมตายสมควรแล้วครับ หรือถึงแม้ว่าผมจะต้องตายอีกครั้งในชาตินี้ ผมก็ยอมตาย ผมตายยังไม่สาสมกับที่ผมทำให้คุณประยงค์ตายทั้งเป็น หรือตายอีกครั้งทั้งๆ ที่คุณประยงค์ตายแล้วอย่างในตอนนี้”
ภาพนั้นนิ่งสนิท แต่มีน้ำตาค่อยๆ รินไหลออกมา
เชษฐาสะเทือนใจหนักหน่วงจนน้ำตาไหลออกมาเหมือนกัน
“ผมขอโทษ อโหสิกรรมให้ผมด้วย”
เชษฐาเช็ดน้ำตาให้ภาพคุณประยงค์ แล้วซบหน้ากับภาพนั้น
วิญญาณคุณประยงค์ ก้มลงโอบประคองเชษฐากระซิบบอก
“ลาก่อน ท่านเจ้าคุณ”

เชษฐาได้ยินแต่ไม่เห็นตัว ภาพคุณประยงค์ในกรอบภาพอาถรรพณ์ ค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงฉากหลังอันว่างเปล่า

จ บ บ ริ บู ร ณ์

ขอบคุณและขออภัยในความไม่สม่ำเสมอ ด้วยละครถ่ายไปออกอากาศไป! 
โปรดติดตาม "อีสา-รวีช่วงโชติ" ทางช่อง 5 ไม่มีนิยายให้อ่านจ้า
กำลังโหลดความคิดเห็น...