xs
xsm
sm
md
lg

ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 14

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 14

ย่าน้อยพรวดเข้ามา มองภาพตรงหน้าอย่างตกใจ นวล กับสมและพนักงานไปมะรุมมะตุ้ม ที่อนงค์วดี ร่างอนงค์วดีนอนนิ่ง
“อย่าเพิ่งรุม...ถอยออกมาก่อน” นวลบอกทุกคน
สมถาม “คุณเชษฐาอยู่ไหน”
“ขึ้นไปบอก อยู่ข้างบน เอ๊ย ฉันไปบอกเองดีกว่า”
นวลไม่ทันใจ วิ่งขึ้นบันไดไป

เชษฐาคุยกับเกษลดาอยู่ในห้อง
“หนึ่ง....ไหนบอกว่าไม่ได้รักเค้าไง”
“ก็...ตอนที่เกษถามไม่ได้รักจริงๆ นี่จ๊ะ” เชษฐาแตะแก้มเกษลดาเบาๆ ท่าทีนุ่มนวล
“หนึ่ง...หนึ่งชอบทำอย่างนี้ หนึ่งหลอกเกษอย่างนี้เสมอ” หล่อนแตะแก้มเขากลับไปแรงๆ “จะบอกให้นะว่าหนึ่งทำไม่ได้ เกษไม่ยอม”
นวลเคาะประตูรัวและแรง แล้วเปิดเข้ามาสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณอนงค์ตกบันไดค่ะ”
เชษฐาได้ยินแทบจะเหวี่ยงเกษลดาเซถลาไป ตัวเองกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว

เชษฐากระโจนมาเร็วๆ ลงบันไดทีละ 2-3 ขั้น เมื่อเห็นอนงค์วดี
“อนงค์วดี...เป็นอะไร” เชษฐาแหวกคนเข้ามา ตกใจกับภาพที่เห็น
อนงค์วดีสลบเหมือด มีเลือดออกบริเวณเหนือหู และจากด้านหน้า ไม่ใช่ด้านหลัง
“ใครเห็นเหตุการณ์มั่ง ทำไมคุณอนงค์ถึงตกบันได”
ทุกคนมองหน้ากัน
เชษฐาเสียงดังลั่น “ไม่รู้ได้ไง ก็อยู่กันตรงนี้ทั้งหมดใช่มั้ย”
พนักงานทุกคน “ค่ะ” / “ครับ” พร้อมกัน
“แล้วทำไมไม่เห็น...ไม่ดูไม่แลอะไรกันมั่งเลยรึไง”
ย่าน้อยกระโดดโลดเต้น ชูมืออยู่ด้านหลังน้ำเสียงตื่นเต้น
“เจ้าคุณคะ....เจ้าคุณอักษร เห็นอิฉันมั้ยคะ อยู่นี่...อยู่นี่ค่ะ”
แต่ไม่มีใครเห็น
เชษฐาช้อนอุ้มอนงค์วดีแนบอก “อนงค์วดี...อนงค์วดี”
ที่ระเบียงชั้นบน เกษลดายืนอยู่สีหน้าเข้มมาก มองลงมา
“อนงค์วดี....อนงค์ ไม่เป็นไรนะครับ” เสียงร้องคร่ำครวญของเชษฐาดังขึ้นอีก
เกษลดาหน้าเครียดจัด

ส่วนคุณประยงค์จับไหล่คุณสวาสดิ์ ทั้งสองไหล่ เสียงเรียบแต่เข้ม “อย่า...ทำอีก เป็นอันขาด”
“เจ....เจา.....เจ้า ค่ะ” คุณสวาทเสียงสั่น
“ไม่อย่างนั้นย่าจะไปฆ่าแม่ของเจ้า ลูกสวาสดิ์” คุณประยงค์ขู่แต่สีหน้ายิ้มไปด้วย
คุณสวาสดิ์กลัวจับขมองตัวอ่อนลงไป พูดไม่ออก
“คุณอา....ไม่คิดว่าเกินไปหรือคะ” ย่าน้อยท้วงติง
คุณประยงค์ค่อยๆ ยืนขึ้น สบตาย่าน้อย “ไม่เกิน”
“อิฉันไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมพี่อรต้องตาย พี่อรชาตินี้นะคะ ไม่ใช่พี่อรชาติที่แล้ว”
คุณประยงค์หันมาสบตาย่าน้อย ตรงๆนิ่งๆ “มันแย่งผัวฉันทั้งสองชาติตายทั้งสองชาติก็ถูกต้องแล้ว”
“พี่อรเขาแย่งเมื่อไหร่คะ นังเกดต่างหาก”
“หล่อนมัวแต่แต่ไล่ตามไขว่คว้าหลวงขจร จะเห็นอะไร” น้ำเสียงคุณประยงค์เยาะหยันนิ่มๆ
ย่าน้อยคอแข็งขึ้นมาทันที “เหตุใดคุณอาต้องเลี้ยวไปเรื่องนั้น”
“ก็ฉันเห็นอย่างนั้น เห็นทีไรหล่อนไม่อยู่ ไม่ไล่ตามเขารึไง”
ย่าน้อยอึ้ง
“ก็เห็นใจ เพิ่งจะได้เห็นกัน”
ย่าน้อยยิ่งอึ้ง
“ไอ้ฉันก็ผิดด้วย ต่อสัญญากันได้เพราะฉันแท้ๆ”
“คุณอาลำเลิกอิฉันหรือคะ” ย่าน้อยเสียงดังขึ้น
คุณประยงค์สวนคำ เสียงแข็งทันที “ใช่ ฉันจะหยุดลำเลิกถ้าไม่มายุ่งเรื่องของฉัน”
ย่าน้อยจ้องเข้าไปตรงๆ ในตา “จะถอนก็ได้ค่ะ ถอนเลย”
พอพูดจบ ก็วูบหาย ไปยืนในที่ตน
“หล่อนพูดเองนะ”

ส่วนในห้องเชษฐาตอนนี้ เชษฐา โอบอุ้มอนงค์วดีแนบอก อนงค์วดียังเป็นลมอยู่
“อนงค์วดี คุณไม่เป็นอะไรแล้ว คุณอยู่กับผมแล้วนะ”
อนงค์วดียังเงียบ
“นวล...ตรงนี้มีเลือด” เชษฐามองแถวๆ เหนือหู
“อ๋อ อาจจะกระแทกบันได ไม่เป็นไรค่ะ แผลนิดเดียว ล้างแผลแล้วใส่ยาก็พอค่ะ”
นวลปิดปลาสเตอร์เสร็จ
“ดีหัวไม่กระแทกราวบันไดค่ะ คุณเชษฐา”
“ใช่ ดูอีกทีซินวล...ไม่ต้อง ฉันดูเอง” เชษฐาเข้ามาประคองอย่างทะนุถนอม พลิกหารอยตรงอื่นๆ
เกษลดา แอบมองอยู่ที่ประตู เกิดภาพคิดแวบๆในหัว ตอนที่เชษฐาเหวี่ยงตัวเองออกไปหาอนงค์วดี
เชษฐากังวลมากถามอีก “แต่ทำไมยังไม่ฟื้นอีกนวล”
เชษฐาจ้องหน้าอนงค์วดี หวนคิดถึงคำปู่กลับ
“คุณท่านใหญ่ฆ่านายอรอย่างเลือดเย็น ท่านเจ้าคุณระวังคุณอนงค์”
ภาพอดีตที่ปู่กลับเล่าผุดขึ้นมา

วันนั้น เจ้าคุณแต่งตัวในชุดทำงานประคองแม่อรไว้บนตัก เลือดไหลชุ่มเต็มขาแม่อร สีหน้าเจ้าคุณเจ็บปวดจนหน้าขมึงตึงไปหมด
“อีทิ้ง มึงผลักนายอรตกกะได” อีบัวพูดแทบเป็นตะโกนเสียงดังมาก
อีทิ้งตกใจ แทบสิ้นสติ
“อีทิ้ง” อีบัวเรียกอีก
“กูเปล่า” อีทิ้งหันไปดูคุณประยงค์ ทว่าตรงนั้นไม่มีใคร คุณประยงค์ไม่อยู่แล้ว อีทิ้งช็อกจะเป็นลม ยืนโดดเดี่ยวอยู่
ผู้คนเริ่มเดินออกมาจากทุกทิศ ข้างบนก็มี จากข้างล่างก็มี
โดยคุณปั้น คุณมณีออกมาด้วยกัน คุณน้อย มาอีกทาง เข้าไปดูแม่อร ด้วยสีหน้าตกใจมาก ไอ้กลับ เยี่ยมหน้าออกมาจากประตู สุดท้าย เป็นท่านผู้หญิงแย้ม เดินจากชั้นบน มายืนกลางบันได
ท่านผู้หญิงมองกราดไปทั่ว “เสียงดังเอะอะ ท่านไม่สบาย ใครเป็นอะไร” แล้วมองลงมา “แม่น้อยแม่อร เป็นอะไรนั่น”
คุณน้อยถอยไปให้เห็น ท่านผู้หญิงตกใจ ยกมือทาบอก เห็นเลือดไหลนองเป็นวงกว้างแล้ว
“แม่อรตกกระไดหรือนั่น”
เจ้าคุณ เงยหน้า ตอบรับด้วยสายตา
ท่านผู้หญิงถามอย่างแปลกใจ “เดินยังยังไงถึงตกลงไป ท้องไส้ขนาดนั้นขึ้นมาข้างบนทำไม”
ทุกคนเงียบ
ท่านผู้หญิงหันมาทางเจ้าคุณ “ว่าไงเจ้าคุณอักษร”
“กระผมเพิ่งกลับจากกระทรวง เข้ามาพอดี...ก็…”
ท่านผู้หญิงตัดบท “แล้วเป็นยังไง....มีใครไปตามหมอหรือยัง รีบไปเร็ว” เดินลงมาเร็วรี่ท่าทีร้อนใจ “ตรวจดูซิ
เจ้าคุณ พ่อปั้น” ท่านผู้หญิงหันไปเรียกลูกชาย
คุณปั้นลงมาเร็วๆ เข้ามาตรวจดู “ผมไม่รู้สึกว่าหายใจครับคุณแม่”
ทุกคนตกใจมาก ด้วยท่าทางที่แตกต่างกันไป
คุณประยงค์ยังแอบดูอยู่จากบันไดชั้นบน หล่อนค่อยๆ โผล่หน้ามามอง สีหน้าตกใจ แต่ลึกๆ ในดวงตา เห็นแต่ความสาสมใจ
“ตรวจดูดีๆ พ่อปั้น เอ้า พ่อปาน” ท่านผู้หญิงเดินมาจากข้างนอกเพิ่งกลับ “มาช่วยดูกัน...ใครไปตาตามหมอแล้วนะ”
ทนายหน้าหอเจ้าคุณ รีบวิ่งออกไป
คุณปานมาช่วยกันดุ ตอนนี้คุณปานถือยศเจ้าคุณ แต่งชุดข้าราชการเหมือนกัน
“พ่อปั้น...ว่าไง”
คุณปั้นพยายามดูลมหายใจ แตะชีพจร
คุณปานแตะท้องเบาๆ อังลมหายใจ “เจ้าคุณ”
“ขอรับ ท่านเจ้าคุณ”
คุณปานสีหน้าหนักใจ “ผมว่า...”
เจ้าคุณสีหน้าเจ็บปวดมาก มองตอบทั้งคุณปาน ทั้งคุณปั้น
“ครับ เจ้าคุณ....คุณพระ ผมคิดว่าแม่อรเขาไปแล้ว”
คุณปานถาม “เพียงแต่ลูกล่ะ”
เจ้าคุณนึกได้ “ลูกหรือครับ” มองดูรอยเลือด
คุณปั้นลุกพรวด “เจ้าคุณ ผมว่าพาแม่อรมานอนตรงนี้ก่อน ใครเอาผ้ามาปูกันเปื้อนเลือด”
บ่าวคนหนึ่ง วิ่งพรวดหายไป หยิบผ้า
เจ้าคุณ อุ้มแม่อรมาผ่านไปทางอีทิ้งหน้าซีดตกใจ แล้วอีทิ้งเหลียวไปสบตาคุณประยงค์
“อีทิ้ง....อีทิ้งผลักนายอรตกกะได”
อีทิ้งหันขวับมา นัยน์ตาตระหนก คุณประยงค์ นัยน์ตานิ่งมาก
เจ้าคุณเลื่อนตัวเองให้หมอตำแยหญิงเข้าไปตรวจ ตัวเองลุกขึ้น มองจ้องเหมือนไร้หัวใจไปแล้ว
หมอพยายามแนบหูฟังหัวใจเด็กที่ท้องแม่อร “ปลดผ้าของคุณอร ฟังไม่ถนัด”
เจ้าคุณลุกขึ้นยืน แล้วหันมามองขึ้นไปสบตาคุณประยงค์
คุณประยงค์จ้องลงมาพอดี สองคนสบตากันจังๆ นัยน์ตาเจ้าคุณ กล่าวโทษเต็มที่
เสียงท่านผู้หญิง ดังแว่วๆ “อะไรกันแน่ อีทิ้ง มึงจะว่ายังไง” อีทิ้ง “บ่าวไม่ได้ทำนะเจ้าคะ บ่าวไม่ได้ทำเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณ และคุณประยงค์จ้องตาสลับกัน

เชษฐาดึงความคิดตัวเองกลับมา
“ขอบใจนวล ไม่มีแผลที่หัว คงไม่เป็นไร เอายาดมทิ้งไว้แล้วไปได้ เดี๋ยวถ้ายังไม่ฟื้น จะพาไปหาหมอ”
“ค่ะ นี่คะยาดม” นวลออกไป
เชษฐาแตะตัวอนงค์วดีเขย่านิดหน่อย เอายาดมให้ดม ปากก็เรียกเบาๆ “อนงค์วดี...อนงค์วดี” ไม่หยุด
เขายังเข้าไปเรียกแนบหูอนงค์วดี สายตาเป็นห่วงมาก อังจมูกตรวจลมหายใจ
สักครู่หนึ่งอนงค์วดีขยับตัว เปลือกตาขยับ
“อนงค์วดี...รู้สึกตัวแล้วใช่มั้ย”
“คุณเชษฐา”
เชษฐาดีใจมาก กอดอนงค์วดีไว้แนบแน่น
“อนงค์ตกบันไดใช่มั้ยคะ” อนงค์วดีงงๆ อยู่
ต่อมาสองคนนั่งคุยกันอยู่ เชษฐามองสบตา
“บอกผม ทำไมถึงตกลงไปได้”
“อนงค์เดินลงไป แล้ว...เอ้อ...”
“มีคนผลัก” สีหน้าเชษฐาเป็นคำถาม
แม้ไม่ได้ตอบ แต่สายตาอนงค์วดีรับคำ สายตาเชษฐาเจ็บปวดสุดๆ
“คุณน่าจะเจ็บกว่านี้ ขอบคุณสิ่งศักดิ์ท่านไม่เข้าข้างคนผิด”
“มี....คนๆหนึ่งมาช่วยค่ะ”
“ใคร” เชษฐาแปลกใจ
“คุณป้าสวาสดิ์ค่ะ” อนงค์วดีมั่นใจ
เชษฐาอึ้ง “ใครนะ”
“คุณป้าสวาสดิ์ อนงค์เห็นเต็มๆตา คุณป้ารับมืออนงค์แล้วดึงขึ้นไป ไม่อย่างนั้นหัวต้องกระแทกราวบันได”
เชษฐายกมือกุมหัว ปวดร้าวใจเหลือเกิน มากจนพูดไม่ออก
อนงค์วดีเรียก “คุณเชษฐาคะ”
เชษฐามองมารอฟัง
“คิดว่าคุณชวดผลักอนงค์หรือคะ”
“คุณประยงค์ไม่ได้ผลักอนงค์ เธอผลักแม่อร เหมือนที่เคยทำมาแล้ว”

เกษลดายังแอบดูอยู่ที่ประตู สีหน้าฉงนมาก ครุ่นคิดหนัก

ต่อจากตอนที่แล้ว

ภาพในอดีตผุดขึ้นในหัวเกษลดา เป็นตอนที่เจ้าคุณอุ้มแม่อรไป ทุกคนยืนมองตาม หมอตำแยเรียกไว้ ทว่าเจ้าคุณยังอุ้มแม่อรหันหลังกลับเดินออกไป ท่ามกลางความเงียบงันของทุกคน

เกดรออยู่ที่เรือนเห็นเข้าก็ตกตะลึง มองดูแล้วกรีดเสียงร้องดังยาว สภาพของคนหัวใจสลาย เข้าใจทุกอย่างในทันที
เจ้าคุณอุ้มแม่อร เลือดเต็มไปหมด เจ้าคุณก็เปื้อนไปหมดทั้งตัว
“คุณอร...คุณอรของพี่” เกดร้องไห้ออกมาอย่างรุนแรง
เจ้าคุณมีสีหน้าทุกข์สุมเต็มทรวง พูดเสียงเบาๆ “ตกบันได”
เกดกระโจนลงมา โอบอุ้มแม่อร ช่วยพากันเข้าเรือน จังหวะนี้บัวตามมาด้วยท่าทีหวาดหวั่น
สองคนวางแม่อรลง
เกดจ้องแม่อรนิ่ง สีหน้าอัดอั้นๆ ขึ้นมาในอก จนแทบหายใจไม่ออก เข้าไปดึงตัวแม่อรขึ้นมากอด น้ำตาไหลพรากๆ
“คุณอร คุณอรของพี่...ทำไม...เดินยังไง ทำไมไม่ระวัง บอกแล้วเดินดีๆ พ้นสายตาพี่ต้องระวัง...อีบัว อีบัวมึงปล่อยคุณอรตกกะได ฮือ....ฮือ โธ่เอ๋ย”
อีบัวเข้ามา
“ตายแล้วใช่มั้ย เจ้าคุณ แล้วลูก....ลูกคุณอรล่ะ”
เจ้าคุณบอกด้วยสีหน้า
“ฮือ....ฮือ อีบัว ทำไมมึงไม่เดินประกบ มึงปล่อยคุณอรได้ยังไง”
“แม่ทิ้งไม่ให้ขึ้นข้างบน”
“เอ็งก็ต้องตาม เชื่อมันทำไม”
อีบัวโพล่งออกมา “มันก็เลยผลัก...”
เกดช็อก...อ้าปากค้าง
“อีทิ้งผลัก”
เกดเข้าใจทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว หันขวับมาทางเจ้าคุณ แต่เจ้าคุณพูดไม่ออก
เกดร้องวี๊ดทันที ลุกพรวดขึ้น ตรงเข้าหาเจ้าคุณ “ไม่ใช่อีทิ้ง อีทิ้งไม่ได้ทำเอง เมียนางฟ้าของเจ้าคุณแต่ใจเป็นหมาลอบกัด มันสั่ง” เกดระเบิดอารมณ์ด้วยการให้มือฟาดฟันเจ้าคุณ
เจ้าคุณยืนนิ่งให้ตี จนเกดเหนื่อย ลงนั่งเข่าท่วมหัว
“ฮือ...ฮือ พี่เอง พี่ผิดเอง ทำไมพี่ไม่ตามคุณอรไป” เกดสะอึกสะอื้น “พี่ทิ้งคุณได้ยังไงแล้วพี่จะไปสู้หน้าคุณพ่อคุณแม่คุณได้ยังไง อยากตาย...กูอยากตายจริง” เกดคร่ำครวญหวนไห้แล้วซบหน้ากับเข่า
เจ้าคุณขยับเข้ามา “เกด”
เกดวี๊ดสุดเสียง “ไป๊ อย่ามายุ่ง...เกลียดท่าน เกลียดที่สุดเพราะท่านคนเดียว ไม่งั้นคุณอรก็ไม่ตาย” เกดชี้หน้าด่าอย่างรุนแรง เจ็บช้ำระกำใจสุดๆ “ผู้ชายอย่างท่าน...ฆ่าผู้หญิงทั้งเป็น ฮือ...ฮือ คุณอรของพี่”
“เกด....ข้ายอมรับผิด”
“รับทำไมตอนนี้ อิฉันเตือนเจ้าคุณแล้วว่าเขาใจคอโหดเหี้ยม เขาจะทำร้ายคุณอร เจ้าคุณไม่เคยเชื่อเมียเจ้าคุณดีเลิศประเสริฐศรีเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์วิมานลอยลงมาให้เจ้าคุณสมพาส”
เจ้าคุณถอนใจเถียงไม่ออกสักคำ
เกดระเบิดต่อ “ทำไมไม่ทำมันท้อง อยู่กะมันทำมันท้องสิ มาทำคุณอรท้องทำไม ท้องแล้วต้องตายอย่างนี้ ท้องทำไม...หา ท้องทำไม คนโน้นอยากท้อง ไปสิ ไปสมพาสมันให้มันท้องสมใจ มันจะได้ไม่อาละวาดฟาดหางกันใคร”
เจ้าคุณลงนั่งหมดอาลัยตายอยาก หน้านิ่งสนิท เขม็งเกลียว เกดจ้องเจ้าคุณอย่างแค้นเคืองใจเป็นที่สุด

ส่วนปู่กลับอยู่ที่บ้านพักและกำลังจ่อมจมอยู่กับเรื่องร้ายเดียวกันนี้ โดยมีผีคุณประยงค์อยู่ตรงนั้นด้วย
“กระผมไม่ตายก็จริง แต่กระผมทุกข์ทรมานไม่แพ้คุณท่าน ทรมานตอนตายกับทรมานทั้งเป็น มันครือๆ กัน”
คุณประยงค์นิ่ง
“หรือบางทีตายไปเสียยังดีกว่า”
คุณประยงค์ไหวหน้านิดหน่อย เริ่มของขึ้น มันว่ากู
“เกลียดตัวเองเหลือเกิน อยากจะลืมให้สิ้น เป็นบ้าไปเลยก็ได้” ปู่กลับรำพัน
“หยุด...ไอ้กลับ...หยุดเถอะ อย่าพร่ำรำพัน”
ปู่กลับก้มหน้า เริ่มสะอึก...แล้วสะอื้นออกมา เป็นสะอื้นออกมาจากทรวงอก
“เอ็งมันปากดี บอกท่าน ข้าห้ามเอ็งแล้วทำไมเอ็งไม่เชื่อข้า”
“ทำไมไม่ฆ่ากระผม ไปฆ่านายอรเขาทำไม”
“เพราะเอ็งบอกท่าน ท่านรู้ท่านมาด่าว่าข้าเหมือนที่ท่านเจ้าคุณเคยด่าว่าข้าเมื่อครั้งกระโน้น เพราะเอ็ง ถ้าท่านไม่รู้ ท่านก็อยู่กับข้าไปอย่างนี้”
“จะให้ไอ้กลับเชื่อคุณท่านเหรอ ไอ้กลับก็โง่เป็นควายแล้ว”
“ไอ้กลับ....กำเริบนะมึง”
ปู่กลับบอก “ไอ้กลับไม่ได้บอกเอง ท่านมาคาดคั้น ถ้าไม่บอกท่านจะเอาหมอผีมาขับไล่ทุกวิญญาณที่นี่”
คุณประยงค์ตกตะลึง
“ไอ้กลับกลัวมั้ง เหอ...เหอ....เออ กูเป็นวิญญาณ” ชายชราหันหลังกลับ พูดประชด “กลัวถูกไล่....เป็นวิญญาณเรอะ ไม่เป็นก็เหมือนเป็นแล้ว”
ร่างกายคุณประยงค์บิดเบี้ยว เพราะเจ็บปวดสาหัส จนสลายกลายร่างหายวับไป

เหตุการณ์ในอดีต เกดนั่งหน้าขึงอยู่มุมหนึ่ง มันคิดอะไรบางอย่าง แล้วลุกพรวดออกไปเร็วๆ
ทุกคนต่างนั่งๆ ยืนๆ เกะกะอยู่ในห้องโถง บรรยากาศยังทุกข์โศก ตกตะลึงกันอยู่อย่างหนักหน่วง พวกบ่าวเช็ดถูรอยเลือดเสร็จ ก็พากันออกไป
คุณผะอบเดินก้มๆ ตัวเข้ามานั่งข้างคุณปานผู้เป็นสามี กระซิบถาม คุณปานตอบเบา ไม่ได้ยินเสียง
“คุณประยงค์” เสียงเกดร้องเรียกดังก้องกังวาน
ทุกคนในนั้นหันขวับไป
เกดเดินเข้ามาจ้องตาเขม็ง “คุณฆ่าคุณอรทำไม คุณอรเขาทำอะไรให้ เขายอมคุณทุกอย่างตราตั้งบ้าบออะไรคุณอรก็ไม่เอา คุณอยากได้ก้เอาไป ถึงมีท้องก็เพราะเจ้าคุณทำไมคุณไม่ฆ่าผัวคุณ มาฆ่าคุณอรของฉันทำไม” เกดระเบิดใส่ด้วยเสียงดัง เร็ว แต่ชัดถ้อยชัดคำจนไม่มีใครกล้าขัด
ทุกคนงงมาก ท่านผู้หญิงอุทานลั่น “นังเกด”
แต่ช้าไปกว่าคุณประยงค์ หล่อนลุกพรวดเดินมาอย่างเร็ว ตบหน้าอย่างแรงฉาดใหญ่จนเกดตัวเซ
“มึงไป ไสหัวไปจากบ้านกู เอาศพจ้าวนายมึงไปด้วย อย่ามาเก็บคาบ้านกู”
“เออ...กูไปแน่” เกดสะบัดหน้ากลับมา
คุณประยงค์ ตบไปอีกฉาดใหญ่
ท่านผู้หญิงเสียงดัง “แม่ประยงค์...หยุด”
คุณประยงค์ตามจะไปเอาซะอีกที
คราวนี้ท่านผู้หญิงตวาด “แม่บอกให้หยุด...กลับมานี่”
คุณประยงค์มองเกดอย่างเหยียดหยาม ด่าในลำคอ “อีไพร่”
เกดด่ากลับในลำคอเหมือนกัน “ไพร่แต่ใจเป็นคนยิ่งกว่า...”
คุณประยงค์โกรธจนตัวสั่นตวาดเสียงดัง “มึงอีเกด วอนจริงอยู่ในบ้านกูทำปากกล้ารึมึง”
คุณประยงค์เดินดาหน้าใส่ เกดทำท่าจะสู้
ท่านผู้หญิงสั่ง “พ่อปาน พ่อปั้น เอาตัวน้องมา”
คุณประยงค์หันขวับมา คุณปาน คุณปั้น เดินเข้ามา
“พี่ปาน พี่ปั้น อย่ามาแตะตัวน้อง...ไปห่างๆ” คุณประยงค์หันมาทางเกด “อีไพร่ มึงกล่าวหากูหาสะเทือนไม่ มึงไปถามผีเจ้านายมึงเถอะว่าเดินยังไงถึงตกบันไดลงไปได้ ไม่มีใครเสียมือไปทำอะไรจ้างนายมึงหรอก มันเสนียดมือ”
จากนั้นคุณประยงค์ก็เดิน ที่บันได ก้าวขึ้นไปจนลับตัวไป
ท่านผู้หญิงบอก “เอ็งกลับไปก่อน”
“อิฉันกลับแน่ ต่อไปจะไม่เหยียบบ้านของครใจทมิฬให้เป็นเสนียด”
คุณปานโกรธ “มากไปแล้วนะเอ็ง คุณแม่ท่านเมตตาไม่เอาผิด”
“อิฉันผิดตรงไหน”
“เอาเถอะกลับไป ฉันเชื่อว่าคุณแม่ท่านไม่ละเลยเรื่องของแม่อร” คุณปั้นบอก
เกดยืนนิ่งอึดอัดอัดอั้นมาก
“เอ็งเป็นคนฉลาด ควรจะรู้ว่าถ้าพูดให้มากความ พูดยโสโอหัง พูดกำเริบเสิบสานเอ็งจะไม่ได้อะไรอย่างที่เอ็งอยากได้” ท่านผู้หญิงว่า
เกดนิ่งอยู่อย่างเก่า
“เอ็งพูดแรงเท่าไหร่ ข้าจะไม่ให้สิ่งที่เอ็งอยากได้....มันก็มีเหตุ”
เกดเงยหน้าฟัง
“แต่ถ้าพูดกันดีๆ ข้าไม่ให้ เอ็งก็มาที่นี่อีก มาตะโกนให้ดังกว่าเมื่อกี้ก็ได้”
เกดมองสีหน้าทุกคน ทีละคนๆ แล้วลงคุกเข่าไหว้ท่านผู้หญิงแล้วลุกออกไป ทุกคนหายใจ โล่งอก
“ทุกคนทำงานไปตามปกติ หยุดพูดเรื่องนี้ ข้าจะจัดการเอง” ท่านผู้หญิงเดินขึ้นบันไดไป
ไอ้กลับ และอีทิ้ง แอบๆ อยู่ตรงประตู คุณน้อยด้วย

ด้านเจ้าคุณกอดอรในอ้อมอก ซบนิ่งอยู่กับหน้าอร
“แม่อร...พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่ด้วย พี่ผิดไปแล้ว”

ส่วนไอ้กลับกับอีทิ้ง เดินไปด้วยกัน โดยไม่รู้ว่ามีคนตามอยู่ข้างหลัง
สักครู่ ไอ้กลับหยุด มองหน้าเมียรัก สองคนมองหน้ากัน ไอ้กลับหน้าตาทั้งเสียใจทั้งผิดหวัง
เกดเข้ามาใกล้ๆ มองไป อีทิ้งและไอ้กลับไม่เห็นเกด
สักครู่อีทิ้งนั่งยองๆ ไหว้นายกลับ เพราะไม่รู้แผนการณ์มาก่อน
สีหน้าเกดเพ่งมอง อ่านเหตุการณ์ ไอ้กลับพูดกับอีทิ้ง โดยอีทิ้งส่ายหน้าไปมา เกดหลบแอบหลังต้นไม้ เพ่งดู

จังหวะนี้ ช่วง ทนายหน้าหอกับหมอตำแย และสัปเหร่อ พากันเดินมา หยุดยืนตรงหน้าเกด ที่แอบดูสองคนอยู่
คุณน้อยวิ่งตามมา “พ่อช่วง”
ทนายช่วงหันมา “ขอรับคุณน้อย”
“หมอตำแยพาไปทำไม” คุณน้อยถาม
“ท่านเจ้าคุณให้ตามไปทำศพคุณอรครับ”
“ฉันไปด้วย”
ทั้งหมดเดินไปด้วยกัน คุณน้อยเดินผ่านสองคน มองอีทิ้งด้วยนัยน์ตาเอาเรื่อง อีทิ้งหลบตาวูบ
พอทุกคนไปกันหมด ไอ้กลับกับอีทิ้ง หันมาพูดกันอย่างเดิม
เกดออกไปหา “อีทิ้ง” มันพูดด้วยเสียงเบาต่ำอย่างโศกเศร้า
อีทิ้งหันมาดู แปลกใจทำไมมันพูดดีๆ “ทำไม”
“เอ็งไม่ได้ทำนายข้าใช่มั้ย”
“นายเอ็งตกลงมาเอง อีเกด ข้าสาบานเลย”
“เอ็งจะช่วยเธอหน่อยไม่ได้ เธอท้องแก่ปานนั้นให้เธอเดินขึ้นไปคนเดียว”
“ก็...ข้า....เอ้อ เดินนำ กำลังจะหันมาจะช่วย เธอก็ตกไปก่อน”
“อีทิ้ง เอ็งว่าคุณอรเห็นหน้าคนผลักเธอมั้ย” เกดถามทันควัน
อีทิ้งไม่ทันตั้งตัว “ไม่...เอ้อ ไม่มีใครผลัก เอ้ย อีเกด....ไม่พูดด้วยแล้ว” อีทิ้งเดินห่างไป
เกดรู้ดีแล้วว่ามีคนผลัก “พี่กลับ”
“หือม์”
“เมียของพี่ไม่ได้ทำหรอก ฉันเชื่อ...บอกมันด้วยแล้วกัน” เกดเดินไปทันที

เจ้าคุณและคุณน้อย นั่งคุยกันหน้าเรือน ส่วนข้างใน หมอตำแย สัปเหร่อ และอีบัว จัดการศพแม่อร ทำความสะอาดกันอยู่ เจ้าคุณหน้าหมองจัด
“เจ้าคุณคะ”
เจ้าคุณหันมามอง
“น้อยเห็นใจเจ้าคุณมากค่ะ”
“ขอบคุณครับ คุณน้อย”
“แต่ไหนๆ พี่อรก็ตายไปแล้วนะค จะทำยังไงก็ไม่ฟื้นมาได้”
เจ้าคุณกุมขมับ เศร้าหนัก
“ถึงเจ้าคุณจะรื้อฟื้นจนรู้ว่าใครเป็นคนทำ มันจะมีประโยชน์อะไรคะ”
“ผมยังไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น”
“เกดมันจะทำให้เจ้าคุณคิด”
เจ้าคุณมองฉงน
“มันไปประกาศต่อหน้าคุณย่า คุณพ่อ คุณลุงปานว่าคุณอาประยงค์เป็นคนฆ่าพี่อร”
เจ้าคุณนิ่งสนิทไปทันที ในใจเกือบจะเชื่อไปแล้วด้วย
“เจ้าคุณคะ น้อยขอออกความเห็นไม่เข้าใครออกใครนะคะ”
“ครับคุณน้อย”
คุณน้อยมองตรงๆ “ถึงเจ้าคุณจะรู้ว่าใครฆ่า เจ้าคุณจะทำอะไรคนนั้นได้ลงคอหรือคะ”
เจ้าคุณสายตาหวั่นไหวทั้งเจ็บทั้งแค้นทั้งเศร้า อัดอั้นไปหมด น้ำตาลูกผู้ชายจะออกมาอีกแล้ว เจ้าคุณกัดฟันแน่น หายใจสะท้อนต้องหันหน้าหนีคุณน้อยไปทางอื่น
คุณน้อยเสียงเบา นุ่มนวล “เกดมันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด....มันประกาศไว้”

เกดแอบดูต่อ เห็นไอ้กลับกับอีทิ้งยังพูดกันเบาๆ ไม่ได้ยินชัด แต่จากกิริยาสองคนเถียงกัน เกดพยายามย่องเข้าไปใกล้กว่านั้น สายตาเคียดแค้น และเอาเรื่อง
ไอ้กลับคาดคั้นเอากับอีทิ้ง
“บอกข้ามาอีทิ้ง ถ้าเอ็งทำก็บอกมา ข้ารู้ว่าเอ็งทำเพราะอะไร”
“ไม่หรอกพี่กลับพี่เลิกคิดเรื่องนี้เถอะนะ ฉันขอร้อง นายอรเขาตกกะไดไปเองเขาท้องโตเดินไม่ถนัด”
“ข้าดูทั้งเอ็งทั้งคุณท่านคนใหญ่ มันผิดแผกไป ใครๆ ก็ดูรู้”
“ดูยังไงก็ดูไปเถอะ ฉันไม่ได้ทำ”
ไอ้กลับสวนคำ “ใครทำล่ะ”
“พี่กลับ จะคาดคั้นฉันทำไมนะ”
“เพราะเอ็งเป็นเมียข้า ถ้าเอ็งทำบาปถึงกะฆ่าคนได้ ข้าจะเลิกกะเอ็ง”
“พี่กลับ...ฉันไม่เลิกกะพี่นะ ฉันรักพี่”
“ข้าก็รักเอ็ง แต่ข้าจะเลิกกะเอ็ง” ไอ้กลับเสียงเข้ม
“ฉันไม่ได้ทำ” อีทิ้งยืนคำเดิม
ไอ้กลับโมโห “ก็บอกมาสิใครทำ”
“ฉันไม่ได้ทำรู้แค่นี้ไม่พอเหรอ”
“ใครทำ”
“ฉันไม่ได้ทำ”
“ใครทำ”
“คุณท่านคนใหญ่ เธอเป็นคนผลัก”
เกดเขยิบมาจนใกล้ ได้ยินถนัดหู ไอ้กลับนิ่งอึ้งไป
“จบเรื่องนะพี่ เขาตายไปแล้ว ทำอะไรก็ไม่มีประโยชน์”
เกดสวนออกไป “มึงจบ....กูไม่จบ”
สองคนตกใจหันไป เห็นเกดมองจ้องมา นัยน์ตาวาวโรจน์

เกดเดินหน้าตั้งมาตามทางเดินกลับเรือนแม่อร ด้วยความคั่งแค้นเป็นที่สุด
“พี่ผิดเอง คุณอรพี่ปล่อยคุณอรไปตาย แต่คุณอรไม่ตายเปล่าพี่สัญญา”

เกษลดาครุ่นคิดตรึกตรองกับภาพเหตุการณ์ในอดีต แล้วมองจ้องไปเห็นเชษฐากำลังเช็ดตัวให้อนงค์วดี
นวลคอยซักผ้าบิดน้ำแล้วส่งให้ เชษฐากิริยานุ่มนวลมาก เช็ดไปจัดผมจัดเผ้าให้
เกษลดาน้ำตาคลอขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุ
สีเกดคร่ำครวญในอดีตดังขึ้นมาอีก ซ้ำๆ “พี่ผิดเองที่ปล่อยคุณอรไปตาย...ปล่อยคุณอรไปตาย....ไปตาย”
“ตาย” เกษลดาพึมพำ “ไปตาย...ใครตาย”

เกษลดาพาตัวเองมายืนจ้องหน้าคุณประยงค์ที่หน้าห้องรูป “คุณทำอะไรฉัน...คุณชวด”
“มีบางอย่างเกิดขึ้นกับฉัน บางอย่างที่ไม่ปกติ”
เกษลดาเพ่งมอง “เป็นฝีมือของคุณ...คุณทำใช่มั้ย คุณชวด”
เสียงคุณประยงค์ดังขึ้น “กูไม่ใช่ชวดมึง”
“คุณอยู่ทำไมเนี่ย ทำไมไม่ไปผุดไปเกิดเสียที อยู่แล้วมีความสุขเหรอ”
คำพูดกระแทกเข้าหน้าคุณประยงค์เต็มๆ
เกษลดาพูดต่อ “อ๋อ รู้แล้ว ยังไงคุณก็ต้องอยู่ ใช่มั้ยคุณชวด คุณต้องอยู่รับกรรมของคุณ เพราะคุณใจร้าย คุณฆ่าคุณอรของฉัน”
เกษลดาพูดแล้ว ออกอาการตกใจ แปลกใจ
“คุณชวด...นี่คุณมาบังคับให้ฉันพูดอะไร...ใครคือ...คุณอร...ใคร...”
เกษลดาเดินไปมาใช้ความคิด
“อีนังคนนี้มันวอนจริง”
“คุณคงไม่ได้ฆ่าคนแค่คนเดียวหรอก คนเดียวบาปคงไม่มาก จนคุณต้องกลายเป็นผีเฝ้าตึกอยู่เป็นร้อยปี” หล่อนหัวเราะเยาะเบาๆ “อย่าคิดฆ่าใครอีกแล้วกัน ไม่นับเป็นผีอีกพันปี ไม่สนุกนะคุณชวด
เกษลดาหันตัวเดินกลับไป
“กู ไม่ผิดเลยที่ฆ่ามึง อีเกด” คุณประยงค์คำราม
เกษลดาเดินกลับมาอีก “ฉันอยากรู้ว่าคุณอรเป็นใคร ถ้าไม่ใช่คุณพยายามมาบอกฉัน ก็ต้องเป็นคุณอรคนนั้น....ฉันจะต้องรู้ให้ได้”
เกษลดาเพียงรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต ทว่าไม่รู้ว่าตัวเองเกี่ยวข้องอย่างไร

เหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาอีก อีทิ้ง ตัวสั่นงันงก หมอบอยู่หน้าคุณประยงค์
“อีเกดมันจะรู้ว่าข้าเป็นคนฆ่านังอรได้ยังไง ในเมื่อข้าไม่ได้ทำ”
อีทิ้งเงยหน้าขวับทันที นัยน์ตาเบิกกว้าง “คุณท่าน”
คุณประยงค์จ้อง “อะไร หือม์”
“แต่....คุณท่านเป็นคน...เป็นคน”
คุณประยงค์ตวาด “อีทิ้ง เอ็งจะใส่ความกูเรอะ กูทำที่ไหน”
อีทิ้งหน้าเหวอสุดๆ
“แต่เอาเหอะข้าจะช่วยไม่ให้เอ็งมีผิด เอ็งลองคิดซิว่าเอ็งพ้นผิดได้ยังไง”
อีทิ้งก้มหน้าตอบ เสียใจมาก “บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ”
“เอ็งก็คิดซี้”
“คิดไม่ออกเจ้าค่ะ”
“ความจริงเรื่องนังเกดจะมาใส่ความข้า ข้าไม่พะวงหรอกข้าก็ยืนกรานกระต่ายขาเดียวสิ้นเรื่อง แต่ในเมื่อความเป็นจริงมันคือเอ็งเป็นคนฆ่า ถึงเอ็งจะยืนกรานก็ไม่มีใครเขาเชื่อน้ำหน้าเอ็ง”
อีทิ้งน้ำตาตกเลยทีนี้
“เอ็งก็หาวิธีปิดปากมันไปเลยสิ้นเรื่อง”
อีทิ้งพูดไม่ออก ร้าวรานใจมาก
“เอ็งไปคิดหาหนทางมาแล้วข้าจะช่วย”
อีทิ้งยังพูดไม่ออกอยู่
คุณประยงค์ไล่ “เอ้า...ไปสิ”
อีทิ้งคลานออกไปอย่างคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง
คุณประยงค์มองตาม แต่สีหน้ากลับกลายเป็นกังวลใจ

สองคนอยู่ที่เรือนคนใช้ ไอ้กลับมองดูเมียอย่างเวทนา อีทิ้งโศกเศร้า น้ำตานองเนืองอยู่ตรงหน้า
“อีโง่”
อีทิ้งมองผัว หน้าตาท่าทางน่าสงสารมาก
“ใจบาปเหลือเกิน”
อีทิ้งนึกว่าผัวด่า “พี่กลับ ฉันไม่ได้ทำจริงๆ”
“ข้าไม่ได้ว่าเอ็ง ข้าว่าคุณท่านคนใหญ่ ทำไมเธอถึงผิดพ่อผิดแม่ผิดพี่ผิดน้องอย่างนี้ ข้าไม่เข้าใจเลย”
“ฉันจะทำยังไงล่ะพี่! ฉันกลัวเหลือเกิน”
“เอ็งไม่มีวันเอาความผิดคืนไปให้เธอ บ่าวรับใช้อย่างเรา เขาชี้นกก็เป็นนก ชี้ไม้ก็เป็นไม้ เรามีปากก็เหมือนไม่มี มันเป็นอย่างนี้มาดึกดำบรรพ์แล้ว อีทิ้งเอ๊ย”
“ตกลงฉันต้องเป็นคนฆ่าเหรอพี่” อีทิ้งลนลาน
“คงมีคนเชื่อว่าคุณอรเธอตกลงมาเองอยู่หรอกว่าแต่อย่าไปคิดฆ่าคนอย่างนังเกดมันสู้ตาย

เกษลดานั่งคิดตรึกตรอง รู้สึกจิตใจกระวนกระวายหนัก อีกทั้งงงงวยไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเลย
“คุณอร...ตาย ปล่อยให้ไปตาย...เรา” หล่อนชี้ตัวเอง “ปล่อยให้ไปตาย แปลก...ทำไมเขารู้สึกแบบนี้ รู้สึก....เศร้า ทำไม...”
เกษลดาเดินไปเดินมา
“เฮ้ย นี้ฉันเพี้ยนถึงกับพูดคนเดียวแล้วเหรอเนี่ย...” หล่อนลุกขึ้นจะออกไป “หนึ่ง”
เกษลดาร้องเรียกชื่อออกมา แต่พอเดินไปสอง..สามก้าว เกษลดาก็ชะงัก ภาพอนงค์วดีกับเชษฐาที่ใกล้ชิดกัน แวบขึ้นมาในความคิด เกษลดานัยน์ตาโรย อ่อนแรงลง ตัดสินใจนั่งลงอย่างเดิม

วันต่อมาที่ห้องเชษฐา หมอกำลังตรวจดูอาการอนงค์วดี ที่นั่งอยู่บนเตียง ลักษณะการตรวจของหมอทางสมอง เช่น หมอจะชูนิ้วและให้ตอบว่ากี่นิ้ว หรือให้กลอกตา
ส่วนเชษฐาโทรศัพท์คุยโทรศัพท์อยู่
“ครับ คุณปิ่นสุดา ไม่เป็นอะไรมากครับ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้หมอกำลังดูอยู่ครับคุณปิ่นสุดาจะกลับเมื่อไหร่ครับ วันนี้หรือครับ ครับ สวัสดีครับ” เชษฐากดปิดสาย
หมอหันมา “ผมตรวจดูแล้วนะครับ ไม่พบอาการผิดปกติทางสมองหรือทางสายตา”
อนงค์วดี มองดู เห็นเงาหมอเดินออกไปกับเชษฐา อนงค์วดีหลับตา สีหน้าเหนื่อยล้า
สักครู่เชษฐากลับเข้ามายืนมอง ความสงสารเต็มหัวใจ อนงค์วดีลืมตา หน้าเชษฐาอยู่ใกล้มาก สองคนสบตากัน
เชษฐาจูบปลอบที่เปลือกตา “หลับนะ วันนี้คุณแม่คุณจะมาผมโทร.บอกแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
“ผมจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด”
“ไม่อยากให้ปิดสโมสรเลยค่ะ”
“ทำไม”
“ก็...สงสารพนักงาน แล้วก็...”
เชษฐาตอบให้ “สงสารคุณชวด”
อนงค์วดีหลบตา “ท่านจะถูกกับขังอีก ท่านอยู่มาตั้งเกือบร้อยปี ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันถึงอย่างไร ท่านก็เป็นบรรพบุรุษของอนงค์”
“ที่....ผลักคุณตกบันได”
“อนงค์ไม่ได้เป็นอะไรแล้วค่ะ ต่อไปจะระวังตัว” หล่อนคิดตรึกตรอง “อนงค์อยากให้คุณชวดได้ไปเกิดในภพที่ดี จะมีวิธีอะไรมั้ย”
“เธอเจตนาฆ่าคุณนะ...ถ้าคุณสวาสดิ์ไม่มาช่วยได้ คุณก็อาจ อาจถึงตาย”

ด้านผีคุณสวาสดิ์นั่งคอพับ หมดแรง
ย่าน้อยคาใจ “ลูกสวาสดิ์ อาได้ยินหนูเรียกพี่อรเขาว่า “แม่จ๋า” ตอนหนูดึงเขาไม่ให้ตกกะได”
คุณสวาสดิ์กระเด้งตัวขึ้นมา “หรือคะ คุณอา”
“ใช่ อาได้ยิน อายังแปลกใจหรือว่า....” ย่าน้อยนึกขึ้นได้
“หนูเป็น.....หนูเป็นลูกของเขาหรือคะ” คุณสวาสดิ์ว่า
“อาก็ไม่รู้ ตอนที่พี่อรเขาถูกฆ่าลูกเขาอายุซัก 6 - 7 เดือนมั้ง” ย่าน้อยใคร่ครวญ
คุณสวาสดิ์ “แล้วหนูก็มาเกิดเป็นลูกแม่สร้อย แล้วหนูก็ถูกฆ่าอีก”
ย่าน้อยพยักหน้า “ใช่ คนฆ่าก็คนเดียวกัน”
คำพูดของสองคนกระแทกเข้าหน้าคุณประยงค์จังๆ ผีร้ายหน้าหมองลง ลึกๆ แล้วเสียใจไม่หาย
ย่าน้อยพูดต่อ “อาสงสารลูกสวาสดิ์มาก ตายถึงสองครั้งสองครา”
“พอ...แม่น้อย”
“อิฉันเพียงแต่แปลกใจว่าคุณอาใจร้ายอย่างนี้เพราะอะไร”
คุณประยงค์ตวาดสวนคำ “หล่อนจะซ้ำเติมฉันไปถึงไหน ต่อไปนี้หล่อนไม่ต้องเจอะเจอกับคุณหลวงของหล่อนอีกเลย....พอกันที”

ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าหลังบ้าน
ย่าน้อยอยู่ตรงหน้ามนัสวีร์มองเพ่ง มนัสวีร์ลืมตาแววตาว่างเปล่า ไม่เห็นย่าน้อย แล้วลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ย่าน้อยเรียก “คุณหลวงฉันอยู่นี่”
มนัสวีร์มองไปรอบๆ แปลกใจที่ไหน
“คุณหลวง ไม่เห็นฉันจริงๆ”
มนัสวีร์ ออกเดินไป
“คุณอา....อิฉันไม่ยอมแพ้คุณอาหรอก อิฉันก็มีกำลังของอิฉันเหมือนกัน เพียงแต่....ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหนเท่านั้น

มนัสวีร์ เดินดุ่มๆ มาตามริมน้ำ มองหาทาง ย่าน้อยยืนดักอยู่ มนัสวีร์เดินตรงมา ย่าน้อยใช้กระแสจิต
มนัสวีร์เริ่มเห็นร่างของย่าน้อยชัดเจนขึ้นตามลำดับ
“ผมเห็นคุณแล้ว”
หนึ่งคนหนึ่งผีนั่งคุยกันอยู่ริมน้ำ
มนัสวีร์เอ่ยขึ้น “ปู่กลับบอกผมว่าผมจะไม่เห็นคุณ เพราะเราไม่มีสัญญาต่อกัน”
“คุณอาใช้พลังจิตของท่านปลุกสัญญาให้ค่ะ”
“คุณอาประยงค์ของคุณมีฤทธิ์มากเลยหรือครับ”
“ค่ะ ท่านรักแรงมาก ท่านรักจนทำอะไรให้ท่านเจ้าคุณได้ทุกอย่าง ท่านส่งเสริมท่านเจ้าคุณมาตลอดชีวิตของท่าน พลังงานของท่านจึงกล้าแข็งมาก ท่านช่วยให้คุณหลวงเห็นฉันได้”
“คุณน้อย....ผมไม่รู้เลยว่าคุณคือวิญญาณ”
“กลัวอิฉันมั้ยคะ”
“กลัวหรือ...ไม่ ผมรู้สึกว่าผมรักคุณมาก”
ย่าน้อยบอกมนัสวีร์
“ใช่ค่ะ คุณหลวงรักอิฉันมาก และอิฉันก็รักคุณหลวงมาก”
คำเมื่อครู่นี้ ทำให้ย่าน้อยหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เรือนอรวันหนึ่งในอดีตขึ้นมา
ตอนนั้นสองคนกอดกันซาบซึ้ง
“คุณหลวง เราจะทำยังไง คุณพ่อคุณแม่อิฉันไม่ยกให้คุณหลวงแน่ค่ะ”
“คุณน้อยครับ”
“คะ”
“หนีไปกับผมนะครับ” หลวงขจรบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ย่าน้อย “ฉันยอมถึงกับจะหนีไปกับคุณหลวง ทั้งๆที่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะอับอายขายหน้ามากแค่ไหน แต่...”
ภาพคิดตอนคุณน้อยก้าวลงเรือผุดขึ้นมาอีก
“คุณหลวงไม่มาตามที่นัดไว้ แล้วฉันก็ต้องตายเพราะพยายามจะไปตามนัด” ย่าน้อยว่า
เหตุการณ์ในวันที่นัดหมาย คุณน้อยพายเรือ สะเปะสะปะ ด้วยพายไม่เป็น ฝนตกรุนแรงหนักหน่วง เรือโยกโยนไปตามแรงคลื่น ฟ้าร้องครืนครัน แล้วฟ้าผ่าเปรี้ยง เรือพลิกคว่ำลง

มนัสวีร์เดินออกมาที่ริมน้ำโดยไม่รู้ตัว ย่าน้อยยืนคอยจ้องมองนิ่ง สายตาเข้ม มนัสวีร์ เดินตรงมา แล้วกลายเป็นหลวงขจร คุณน้อยเดินออกมาหา ยิ้มหวานทัก
“คุณน้อย...” มนัสวีร์ทัก
“ฉันอยากพายเรือเล่น”
“ครับ...จะไปไหนครับ” มนัสวีร์กลายเป็นหลวงขจร
ย่าน้อยชี้ไป “โน่น”
มองจากที่ไกลๆ เห็นมนัสวีร์ลงเรือคนเดียว นิ่มเดินมาแต่ไกล
“คุณมนัสวีร์ จะไปไหนหรือคะ”
มนัสวีร์ชี้ไป
“จะมีพายุนะคะ อย่าไปเลยค่ะอันตรายนะคะคุณมนัส”
มนัสวีร์ก้าวไปจับพาย
“พายุที่นี่แรงนะคะ แล้วไปคนเดียวอย่างนี้เกิดอะไรขึ้นไม่มีใครช่วย ตายแล้วคุณมนัสอย่าไปเลยค่ะ”
มนัสวีร์เริ่มจ้วงพาย
“คุณมนัส...คุณมนัส พายุมาแล้วนะคะ จะไปถึงไหนบอกกันด้วยสิคะ...ใครอยู่แถวนี้ มาช่วยกันหน่อย คุณมนัสวีร์พายเรือออกไปคนเดียว”
นิ่มวิ่งลนลาน ร้องเรียกคนเสียงหลง ชูมือไปมา มีใครคนหนึ่งเดินมาพอดี
“ลุงบุญ...ลุงบุญ ช่วยด้วย นั่นคุณมนัสพายเรือออกไปคนเดียวพายุกำลังมา”
ลุงบุญเดินไปไม่พูดอะไรสักคำ
“ลุง...ลุงบุญ ช่วยด้วยคุณมนัสไปคนเดียวอันตรายนะลุง โอ้ย ลุง ทำไมลุงใจร้าย...เขาอาจจะไปตายนะนั่น”
นิ่มวิ่งไปมาเหมือนคนบ้า

มนัสวีร์พายเรืออยู่ในน้ำ ขณะพายุโหมกระหน่ำ ฟ้าร้องครืนครัน แล้วตามด้วยฟ้าผ่าเปรี้ยง
มนัสวีร์พยายามพายเรือ มองในน้ำ เห็นคุณน้อยผมยาวสลวย ยิ้มหวานอยู่ในน้ำ ชูมือเรียก มนัสวีร์ กระโจนลงน้ำหายตัวไป
“ฉันได้คำตอบแล้วนะคะ คุณหลวง” เสียงย่าน้อยดังก้องกังวาน

ที่สโมสรอีกวันหนึ่ง โสน เดินดุ่มๆ ผ่านห้องรูปมา มนัสวีร์ เดินมาจากอีกทาง
“คุณนัส มาแล้วเหรอ หายไปไหนมาเขาตามกันให้วุ่น มานี่มา พี่จะ...”
มนัสวีร์โพล่งขึ้น “ผมไปพบคุณย่าน้อยมา”
โสนพิศวง “อะไรนะ”
มนัสวีร์ย้ำคำ “พบ...คุณย่าน้อย”
“เนี่ยนะ” โสนเหลียวไปมองรูป
มนัสวีร์พยักหน้า “ฮื่อ”
“แสดงว่าเรื่องของคุณนัส เรื่องจริงทุกอย่างเหรอ” โสนคาใจอยู่
“จริงทุกอย่าง ผมคือ...หลวงขจร”
โสนนิ่ง เงียบงันไปเลย
“พี่โน๋ ท่าทางรีบร้อน มีอะไร” มนัสวีถาม
“คุณหนึ่งให้พี่มาพูดเรื่องปิดสโมสรกับคนงาน” เลขาสาวใหญ่เดินลับตัวไปทันที
คุณประยงค์ ย่าน้อย และคุณสวาสดิ์ เสียใจหมดทุกตน

เชษฐาประคองอนงค์วดีให้นั่งเอนๆ ในห้องสำราญของสโมสร
“สบายมั้ย”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวคุณปิ่นสุดาก็คงมา”
ปิ่นสุดาเข้ามาได้ยินพอดี “มาแล้วค่ะ”
เชษฐาสัพยอก “อายุจะยืนใช่มั้ยครับ”
“หมื่นปีค่ะ ลูก...เป็นยังไงบ้างยายหนู”
“ศีรษะแตกนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากครับ หมอดูแล้ว”
ปิ่นสุดาจ้องหน้าอนงค์วดีนิ่งขณะถาม “คุณชวดหรือลูก?”
“หนู...ไม่ทราบแน่ แต่คุณป้าสวาสดิ์มาช่วยค่ะ หนูเห็น”
ปิ่นสุดาประหลาดใจ “จริงหรือนี่”
“เธอเรียกหนูว่า...”
ปิ่นสุดามองหน้ารอฟัง
อนงค์วดีบอก “แม่จ๋า”
ปิ่นสุดาตกตะลึง
“คุณแม่คะ”
ปิ่นสุดาฉงน คาใจ “แม่จ๋าหรือลูก”
“เจ้าคุณคะ” คุณประยงค์เรียก
เชษฐาหันมามองทางเสียง แต่อนงค์วดีและปิ่นสุดาไม่เห็น
“เขาไม่เห็นฉันหรอก”
เชษฐาลุกออกมา
คุณประยงค์บอก “อย่าปิดสโมสรนะคะ ฉันขอร้อง”
“ขอโทษ...ผมต้องปิด”
“ฉันจะไปอยู่ที่ไหน แม่น้อย ลูกสวาสดิ์”
“เราจะทำพิธีให้” เชษฐาย้ำ
“ไม่...ฉันขอร้อง ฉันจะไม่ทำอะไรใครอีกแล้ว”
เชษฐามองดู เห็นอนงค์วดี และปิ่นสุดา ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่
“อนงค์วดี คุณทำอีกแล้วคุณประยงค์ ยังไม่ทันขาดคำเลยคุณก็ผิดคำ...อนงค์วดี อนงค์วดี”
“เขาไม่เป็นอะไรหรอก ออกมาพูดกับฉันที่นี่ มาตรงนี้...” คุณประยงค์บอก
“ผมไม่ไป จะพูดอะไรก็พูดไป
“อย่าปิดที่นี่....อย่า” ร่างคุณประยงค์เลือนหายไปยินแต่เสียงแว่วมา “ถ้าไม่อยากให้มีใครตายอีก”

เชษฐายืนนิ่งงันหันไปดู อนงค์วดีกับปิ่นสุดาพูดคุยกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ต่ อ จ า ก ต อ น ที่ แ ล้ ว
เวลาเดียวกัน ปู่กลับเดินกระย่องกระแย่งอยู่บริเวณภายนอกตึก เจอนิ่มพอดีจึงเรียกไว้เพื่อถามอาการอนงค์วดี

“นิ่ม....นิ่มเอ๊ย”
“อะไรคะปู่กลับ”
“คุณอร....เอ๊ย คุณอนงค์เป็นยังไงบ้าง”
“ก็ทีแรกสลบค่ะ”
ปู่กลับตกใจ
“แต่ตอนนี้ดีแล้วค่ะ หัวไม่แตก ดีนะคะหัวไม่กระแทกบันได ที่จริงนะคะปู่กลับหนูเห็นเลยว่าหัวคุณอนงค์น่ะเกือบจะกระแทกกับลูกกรงบันไดอยู่แล้ว แต่...แต่มันเหมือน...เหมือน” นิ่มอึกอัก
ปู่กลับมองจ้องอย่างแปลกใจ
“เหมือนมีคนมาดึงคุณอนงค์ค่ะ หนูเห็นตัวคุณอนงค์นะคะลอยขึ้นไปเลยค่ะปู่”
ปู่กลับยังไม่คิดอะไร “ไม่จริงหร๊อก....เอ็งอย่าคิดอะไรมาก”
“จริงๆนะคะปู่ นิ่มไม่ได้พูดเองนะคะ นิ่มเห็นจริงๆ”
ปู่กลับสังหรณ์ใจบางอย่าง...และเริ่มกังวลใจ
“ที่นี่น่ากลังจริงนะคะ แต่เงินดีซะอย่างนิ่มก็เลยต้องทนเอาหน่อย”
“เออ...เออ ทนไป...ทนไปนังหนู”
พนักงานอีกคนวิ่งเข้ามา
“นิ่ม...นิ่ม คุณโน๋เรียกประชุม”

พนักงานทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในห้องโถง โสนกำลังประกาศอยู่ท่าทีขึงขัง
“เรื่องทั้งหมดสรุปได้ว่า คุณเชษฐาปิดสโมสรเพราะไม่อยากทำธุรกิจแบบนี้แล้วมัน...ผิดกฎหมาย ผลที่ตามมาอาจเสียหายกับครอบครัวอีกหลายครอบครัว...เข้าใจนะพวกเรา”
พนักงานหน้าเสียไปตามๆกัน
“เราจะจ่ายเงิน 10 เดือนตามกฎหมาย ออกจดหมายรับรองการทำงานของพวกคุณให้ใส่ในประวัติได้ และ...คุณเชษฐาให้เพิ่มเงินพิเศษให้อีก 5 เดือน กับสต๊อกอาหารแห้งในครัวให้แบ่งกันเอากลับบ้านได้ นิ่มกับจันทร์ไปดูแลให้แบ่งกันยุติธรรมด้วย”
สองคนรับ “ค่ะ” พร้อมกัน
พนักงานเดินไปกันแล้ว นิ่มเดินกลับมาที่โสน
“มีอะไรนิ่ม”
“แต่ถึงยังไงที่นี่ก็ยังต้องมีคนทำงานอยู่ไม่ใช่หรือคะ คุณโน๋”
“เราจะปิดตึก ทุกคนย้ายออกหมด”
นิ่มหน้าเสีย
“เอาล่ะ นิ่มทำงานดี อยู่กับคุณอนงค์มาตั้งแต่ต้น....ตอนนี้อยู่ไปก่อนแล้วกันจนกว่าจะปิดสโมสร”
นิ่มไหว้นอบน้อม “ขอบคุณค่ะ” แล้ววิ่งกลับไป
เสียงมนัสวีร์แทรกขึ้น “พี่โน๋ครับ”

สองคนมาคุยกันในอีกห้อง
“มีเรื่องอะไรพูดไป” โสนถาม
“ทำไมรู้ว่ามีเรื่อง”
โสนชี้ตัวเอง “นี่...ใคร”
“พี่โน๋ จะให้บอกว่าแอนเจลิน่า โจลี่เหรอ”
“เออ...เกือบเหมือน พี่โน๋ใช่มั้ยจะไม่รู้เหรอว่าไอ้ลูกกะตาห้อยๆ”
นิ่มเดินถือถาดใส่น้ำมาเสิร์ฟ
มนัสวีร์แก้ให้ “ละห้อย...”
“แบบเนี้ย....มันต้องมีเรื่องแน่....ขอบใจนิ่ม ว่าแต่หายตัวไปไหนมามั่งเนี่ย”
“พี่โน๋ ผมดีใจนะที่ปิดสโมสรเสียได้”
“ไม่เสียดาย 50 ล้านแทนคุณหนึ่งเค้าเหรอ”
“ไม่เสียดาย มันมีเยอะ แต่ผมกลัวมากกว่า”
“คุณนัส ถ้าจะมีอะไรเกิดนะมันเกิดไปแล้วไม่รอจนป่านนี้หรอก พี่เชื่อว่าถึงไม่ปิดก็ไม่มีหรอก คุณนัสมันคนละโลกนะ แค่เห็นเค้าเวลาเค้าอยากให้เห็นแค่ทำอะไรเราไม่ได้”
“มีคนตายแล้วนะครับพี่โน๋”
“เราสวดมนต์ให้เค้านะคุณนัส บทแผ่เมตตาหรือถ้าสวดไม่ได้ก็แค่พุทธังสะระณัง คัจฉามิ ธรรมมังสะระณังคัจฉามิ สังฆังสะระณัง คัจฉามิ สวดแค่นี้ก็ได้ผล ทุกกรณีเชื่อพี่”
มนัสวีร์ฉงน “แปลว่าอะไร”
“แปลว่า ขอพระพุทธเป็นที่พึ่ง ขอพระธรรมเป็นที่พึ่ง ขอพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง”
“เท่านี้ แต่ต้องด้วยใจทั้งดวงนะระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วยศรัทธาอย่างแท้จริง”
“ครับพี่โน๋ ขอบคุณครับ”
“โอเค ว่าแต่มีปัญหาอะไร”
เสียงเชษฐาดังเข้ามา “ใครมีปัญหา นัสเหรอ ปัญหาอะไร”
“ฉันพบกับคุณน้อยแล้ว” มนัสวีร์บอก

เวลาต่อมา เชษฐา อนงค์วดี โสน มนัสวีร์ ปิ่นสุดา และนิ่ม ล้อมวงฟังปู่กลับเล่าเรื่องหนหลังเกี่ยวกับคุณน้อยอยู่
“วันหนึ่งคุณน้อยหายไปไม่กลับมาจนสองวันต่อมา เธอลอยไปติดที่ท่าน้ำทางโน้นใกล้ๆกับพระเจดีย์กลางน้ำ”
มนัสวีร์คราง “โธ่...คุณน้อย”
“ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงลงเรือไปไกลขนาดนั้น”
มนัสวีร์ตอบ “ผมรู้ มันเป็นความผิดของผมเอง...ของหลวงขจร”
ทุกคนนิ่งกันไปหมด
มนัสวีร์บอก “เรื่องของฉันไม่มีอะไรมาก ให้เรื่องของแกจบก่อนฉันจะเล่าให้ฟัง”
เชษฐาเอ่ยขึ้น “ปู่ครับ ปู่เล่าไว้ไม่จบถึงตอนที่คุณประยงค์ฆ่าแม่อร”
“ผมขอให้คุณเกษลดามาฟังด้วย เพราะคุณเกษลดา คือ แม่เกดที่เป็นบ่าวคนสนิทของคุณอร”
สีหน้าตกใจทุกคน คาดไม่ถึง
โสนหันมาทางนิ่ม “นิ่ม...ไปเชิญคุณเกษลดาลงมา”
นิ่มรับ “ค่ะ” แล้วลุกเดินไป

ทุกคนรออยู่มุมเดิมในโถง โสนเห็นนิ่มเดินมา “บอกหรือยังนิ่ม”
“บอกแล้วค่ะ มาแล้วค่ะ”
ทุกคนหันไปมอง ด้วยสายตาพินิจพิจารณา
“จะให้ฉันมาฟังเรื่องผีร้ายตัวนี้น่ะหรือ ฉันไม่อยากฟัง”
“เดี๋ยวเกษอย่าพึ่งไป ผมขอร้องฟังก่อนนะ”
“เกษไม่อยากรู้อะไรเพราะหนึ่งรู้มั้ย มันมาแกล้งเกษอีกแล้วให้เกษเห็นอะไรแปลกๆได้ยินเสียงคนพูดโน่นนี่”
“งั้นยิ่งต้องอยู่ฟังใหญ่ เกษจะได้คำตอบว่าทำไมเกษถึงเป็นอย่างนั้น”
เกษลดาไม่สน “ไม่อยากรู้คำตอบ เป็นก็ให้เป็นไปเกษไม่สนหรอก เป็นผีจะทำอะไรก็ได้ให้ทำไป”
ปิ่นสุดาขอร้อง “คุณเกษลดาคะ ช่วยอยู่ฟังหน่อยนะคะ มีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณโดยตรงนะคะ”
“มองไม่เห็นว่าจะเกี่ยวข้องอะไร หรือถึงจะเกี่ยวข้องว่าฉันเป็นใครในบ้านหลังนี้เมื่อร้อยปีก่อนกลับชาติมาเกิดฉันก็ไม่สน เพราะฉันไม่เชื่อ” สาวมั่นดวงจิตแข็งบอกฉุนๆ
ทุกคนมองหน้ากัน
“เกษ อย่าเพิ่งไป...อยู่ก่อนเถอะ” เชษฐาขอร้อง
“หนึ่ง เกษบอกแล้วว่าเกษไม่อยากรู้”
“เฮ้อ ไปแล้ว ใจแข็งเหมือนชาติก่อนมั้ยปู่กลับ” โสนถามเซ็งๆ
“เหมือนขอรับ นังเกดชาติก่อนเป็นคนใจแข็ง ชาติก่อนเหมือนคุณเกษลดานี่แหละคะรับ มันแข็งกับทุกคนยกเว้นคุณอร คุณอรตายนังเกดไม่ยอมให้นายมันตายไปเปล่า”

เกษลดาหนีไปบ่นบ้าอยู่บนระเบียงคนเดียว “แกพล่ามเรื่องโกหกพกลมไปเถอะ นายกลับ ฉันไม่มีวันเชื่อว่าฉันกลับชาติมาเกิด”

ปู่กลับเล่าต่อ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เรือนแม่อรวันหนึ่ง เกดคุยอยู่กับเจ้าคุณ
“คุณอรต้องไม่ตายเปล่าท่านต้องจัดการเรื่องนี้”
“จะให้ข้าจัดการยังไง”
“คุณประยงค์ฆ่า”
“อ้อ เจ้าก็เลยจะให้ฉันไปฆ่าคุณประยงค์”
“ถ้าท่านทำได้อิฉันจะอนุโมทนา ทำบุญให้ท่านทุกวัน”
“เอ็งทำบุญจนตายก็ไม่ถึงข้าหรอก ฆ่าคนตายข้าก็อยู่ในนรกแล้ว”
“แปลว่า ท่านจะไม่ทำ”
“ไม่”
“มีทางอะไรที่จะให้คนฆ่าคุณอรไม่ลอยนวล”
“มันไม่มีหลักฐาน ใครๆก็เห็นว่าอรตกบันได เอ็งจะทำยังไง ตะลาการเขาตัดสินตามหลักฐาน”
“เอาเถอะ อิฉันจะหาหลักฐานมาให้ได้ ในเมื่อท่านขี้ขลาดหรือไม่ก็หลงรักเขาหัวปักหัวปำแล้วอย่ามายุ่งกะอิฉันนะอิฉันจะทำอะไรก้อ”
เจ้าคุณขอร้อง “เกด...ปล่อยเรื่องนี้ได้ไหม ไหนๆอรก็ตายไปแล้ว ลูกข้าด้วย ข้าเสียทั้งเมียทั้งลูกอย่าให้ข้าเสียเอ็งอีกคนเลย”
“กลัวเขาจะฆ่าอิฉันน่ะเรอะ...หากลัวไม่” เกดบอกอย่างเด็ดเดี่ยว
“แต่ข้ากลัว”
“ฮะ...ฮะ...ฮะ รู้แล้วใช่มั้ยว่าเมียนางฟ้าของท่านน่ะเป็นคนใจร้ายใจทมิฬหินชาติ แล้วยังไงกันล่ะเจ้าคุณเจ้าขา เจ้าคุณจะไม่ต่อว่าต่อขานเขาเลยหรือเจ้าคะ” เกดแดกดันเหน็บแนม
“ก็บอกแล้ว่าไม่มีหลักฐานจะให้กล่าวหาเขาน่ะไม่ได้หรอก” เจ้าคุณเดินหนีไป
“เขารักเจ้าคุณถ้าเขาได้เจ้าคุณไปอยู่ร่วมห้อง สมพาสเขาทุกวันเขาจะปิดปากสนิทเชื่ออิฉัน อ้าว อย่าเดินหนีสิเจ้าคะ...อิฉันไม่หยุดนะ...เจ้าคุณ ไม่หยุดคอยดูแล้วกัน”

อีกวันหนึ่ง ท่านผู้หญิงแย้มเดินมาตรงมุมหนึ่งในตึกบ่าวถือกระเป๋าตามมา เห็นเกดรออยู่
“เอ้า เอ็งมีอะไรมาขอพบข้า....เร็วหน่อย ข้าจะออกไปข้างนอก”
“อิฉันขอรับประทานโทษ คุณท่านคนใหญ่ฆ่าคุณอรเจ้าค่ะ”
ท่านผู้หญิงท้วง “เอ็งอย่าพูดปาวๆ นังเกด เอ็งมีหลักฐานอะไร”
“อิฉันได้ยินอีทิ้งพูดกับนายกลับเจ้าค่ะ”
คุณประยงค์แผดเสียงดังเข้า “อีเกด อีไพร่ มึงกล่าวหากูรึ”
“อีเกด คุณท่านคนใหญ่มาพอดี เดี๋ยว แม่ประยงค์ อย่าเพิ่งพูดอะไร แม่จะฟังมันก่อน ถ้าไม่มีหลักฐานใดๆ เอ็งต้องหยุดพูด”
“แค่ให้ท่านทวนความให้รู้ความจริง” เกดบอก
“ก็น่าขำนะ เอ็งให้ข้าทวนความว่าลูกสาวข้าไปฆ่านายของเอ็ง ถ้าเป็นอย่างที่ว่า เอ็งจะให้ข้าจับคุณท่านคนใหญ่เข้าตะรางงั้นรึ”
“อิฉันหวังความยุติธรรมจากท่าน”
“เอ็งไม่มีลูก เอ็งหารู้ไม่หรอก”
“มันใส่ความลูก คุณแม่ยังนั่งฟังมัน ให้ไอ้พวกผู้ชายมาลากมันไปโทรมซะให้เข็ด” คุณประยงค์โกรธจัด
ท่านผู้หญิงตำหนิ “แม่ประยงค์....แม่ไม่อยากได้ยินอะไรแบบนี้อีก”
“อย่าหวังอะไรกับคนใจร้ายใจดำเหมือนอีกา” เกดสอดขึ้น
คุณประยงค์คำราม “อีเกด”
“เอาสิเจ้าคะถ้าตบอิฉัน อิฉันตบตอบ คุณลดตัวมามีผัวเดียวกะอิฉัน ตบกันซักตั้งจะเป็นไรไป”
“คุณแม่ไล่มันกลับบ้านป่าเมืองเถื่อนของมัน ให้ไปอยู่กับลิงค่างบ่างชะนีในป่าโน่นแน่ะ อย่าได้มาเห่าหอนที่นี่”
ท่านผู้หญิงกริ้ว “แม่ประยงค์ มากไปแล้วนะ พูดจาไม่สมเป็นลูกผู้ดี เจ้าคุณพ่อได้ยินเข้าท่านต้องโกรธมากๆ”
“ท่านเจ็บคุณแม่อย่าเอาเรื่องอะไรกวนใจท่าน”

คุณประยงค์มาเยี่ยมท่านเจ้าพระยาคุกเข่าข้างเตียงพ่อ จับมือพ่อไว้ ท่านมองสีหน้าเป็นคำถาม คุณประยงค์ยิ้ม...และเอามือพ่อแนบแก้มซ่อนสีหน้าวิตกกังวลใจ สีหน้าท่านเจ้าพระยาไม่สบายใจลึกๆ สังหรณ์ใจอย่างแรง

เย็นนั้น ท่านเจ้าพระยานอนอยู่บนเตียง สักครู่ท่านลืมตาตื่น
“มีอะไรแม่แย้ม มานั่งจ้องหน้าฉันตั้งแต่ยามที่แล้ว”
“ทราบหรือคะ”
“ฉันอยู่กับหล่อนมาเกือบครึ่งร้อยปี กลิ่นอายของหล่อนไม่เคยเปลี่ยน”
“อิฉันไม่ค่อยอยากบอกท่าน แต่เห็นวันนี้ท่านค่อยยังชั่วขึ้นมาก”
ท่านเจ้าพระยาหน้าเฉย “แม่ประยงค์ทำอะไร”
ท่านผู้หญิงสีหน้าไม่เสบย
ท่านเจ้าพระยาบอก “เขาเข้ามาหาฉันเมื่อเช้า ไม่เห็นท่าทางจะมีเรื่องยุ่งยากอะไร”
“แม่อรตกบันไดตายเสียแล้ว แม่ประยงค์เรียกเขามาจากเรือนยังไม่ทราบว่าเรียกมาทำไม เป็นชนวนน่าสงสัยว่าแม่ประยงค์จะ...”
ท่านเจ้าพระยาสวนออกมา
“แม่ประยงค์เป็นคนอารมณ์แรง...แม่แย้มคิดว่าแรงถึงขนาดฆ่าคนได้รึ”
สีหน้าท่านผู้หญิงกังวลหนัก

ในห้องคุณประยงค์อีกวันหนึ่ง คุณประยงค์อยู่กับเจ้าคุณสองคน
“คุณประยงค์ครับ คุณทำอย่างที่เกดมันกล่าวหาหรือเปล่า”
“ถามฉันขนาดนี้คิดว่าฉันทำใช่หรือไม่”
“ถ้าผมคิดว่าคุณประยงค์ทำผมจะไม่ถามสักคำ”
“ไม่ถาม...ก็คงจะทำอะไรสักอย่าง เจ้าคุณจะทำอะไรหรือคะ”
“ผมคงทำอะไรที่ไม่ต้องเจอะเจอกับคุณประยงค์อีก”
คุณประยงค์ใจหล่นวูบ “เจ้าคุณไม่รักอิฉันแล้วหรือคะ”
“คุณก็รู้ว่าผมรักคุณ่ยิ่งกว่าใคร เทิดทูนคุณ...คุณทำผิดผมก็ไม่หมดรักคุณ แต่ผมยอมรับที่คุณทำไม่ได้”
คุณประยงค์นิ่งขึง ข้างในใจปริแทบระเบิดแล้ว
“ถ้าคุณทำผิดผมไม่หมดรักคุณ แต่หมดใจที่จะอยู่ด้วยอีกต่อไป”
คุณประยงค์น้ำตาร่วงริน
“อย่าร้องไห้เลยครับ คุณประยงค์ไม่ได้ฆ่าอรมิใช่หรือ”

ไม่นานนักคุณประยงค์นัดอีทิ้งมาเจอ ในสวนห่างไกลผู้คน ท่าทีคุณประยงค์ ร้อนรนมากๆ
“ท่านสงสัยข้าเต็มประตู ข้าจะทำฉันใด”
อีทิ้งนิ่งเป็นมนุษย์หิน
“อีทิ้ง เอ็งทำหน้าไม่รู้ร้อน เอ็งเยาะข้ารึ”
“เปล่าเจ้าค่ะ”
“ถ้า...เรื่องมันโยงมาถึงเอ็ง เอ็งก็สารภาพไปซะอีทิ้ง ต่อจากนั้นไม่ต้องกลัวข้าจะช่วยเอ็งให้พ้นผิด”
สีหน้าอีทิ้งเฉยๆ ชาๆ
“จะพูดอะไรก็พูดออกมา อย่าทำหน้าอย่างนี้ข้าไม่ชอบ”
อีทิ้งนิ่งงัน
คุณประยงค์เสียงดังขึ้นอีก “อีทิ้ง...”
“คุณท่านพูดคนเดียวเถอะเจ้าค่ะ น้ำมันท่วมปากบ่าว บ่าวไม่พูดล่ะเจ้าค่ะ” อีทิ้งตีฝีปาก
“ก็พูดมาซี้ เอ็งจะอมพะนำไว้ทำไม เอ็งก็ยืนกรานข้าจะเป็นพยานว่าเอ็งยืนอยู่ใกล้ข้าตลอดเวลา ข้าไม่เห็นว่าเอ็งผลักมัน”
อีทิ้งนิ่งอีก
“เอ็งไม่ต้องมาสำออย ถ้าเอ็งไม่พูดข้าก็ไม่รู้จะช่วยเอ็งยังไง”

วันเดียวกัน อีทิ้งกลับมาบ้านร้องห่มร้องใหญ่ยกใหญ่ด้วยความกลุ้มใจ ไอ้กลับต้องปลอบ
“อีทิ้ง ไม่ต้องร้องไห้ นิ่งเสีย...นิ่งซะนะ”
“ฉันจะทำยังไงดี ทำไมคุณท่านคนใหญ่เป็นคนอย่างนี้ ฉันไม่ได้ทำนะพี่กลับ เชื่อฉันนะ”
ไอ้กลับบอก “เออ”
“พี้....พี่ไม่เชื่อฉันเหรอ”
“ข้าเชื่อว่าเอ็งไม่ทำ น้อยกว่าที่ข้าเชื่อว่าคุณท่านคนใหญ่ทำซะอีก”
“พี่พูดกำกวมฉันฟังไม่รู้เรื่อง”
“ก็ง่ายๆ ล่ะวะ คุณท่านคนใหญ่เป็นคนฆ่า ข้าเชื่อเอ็ง”
“พี่กลับ อีทิ้ง”
อีทิ้งตกใจนิดๆ “อีเกด มึงแอบฟังอยู่นานรึยัง”
“ตั้งแต่แรก อีทิ้ง...เห็นกะวิญญาณคุณอร จะไปสงบๆ เอ็งต้องเป็นพยาน”
“เป็นพยานเรื่องอะไร”
“ก็เรื่อง...”
“ถ้าเรื่องว่าคุณท่านคนใหญ่เป็นคนผลักคุณอรตกกะได ข้าไม่เป็น”
“อีทิ้ง เอ็งจะยอมรับสมอ้างงั้นรึ”
“ไม่รับ”
เกดงง “อ้าว แล้วเอ็งจะใส่ความให้ใครทำล่ะ”
“ไม่ต้องใส่ความใคร คุณอรตกกะไดไปเอง ไม่มีใครผลัก”
“เอ็งพูดเองว่าคุณท่านคนใหญ่เป็นคนผลัก ข้าได้ยินกะหู”
“กะคนอื่นข้าไม่พูด พูดให้เอ็งฟังคนเดียว แล้วไม่พูดอีก อย่ามาง้างปากข้าเลย”
เกดบอก “กูนึกแล้ว”
ไอ้กลับพยายามพูดกล่อม “คิดดีๆ นะนังเกดแล้วเอ็งจะเข้าใจ พวกเรามันเป็นพวกมีข้ามีเจ้ามีบ่าวมีนาย
ไม่มีเจ้านายเลี้ยงดูคุ้มครองเราจะมีชีวิตอยู่ได้รึจะเอาอะไรกิน”
เกดงง “พี่กลับหมายจะพูดว่ากระไร”
“เอ็งคนฉลาดฟังไม่เข้าใจรึ เอ็งมีนาย เอ็งก็ต้องพึ่งนาย อีทิ้งมันก็มีนายมันก็ต้องพึ่งนาย ไม่งั้นมันก็ต้องอยู่เองมันไม่มีปัญญาหรอก”
เกดแดกดัน “นายชั่วก็ยังอยู่เรอะพี่กลับ”
“นายชั่วแต่นายให้กิน”

เล่าถึงตอนนี้ปู่กลับหยุดนิ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอีก
“ไอ้กลับสัญญากับท่านเจ้าพระยาไว้แล้วว่า จะซื่อสัตย์จงรักภักดีปกป้องคุณท่านคนใหญ่ ผิดก็ต้องเป็นถูก”
ทุกคนอึ้ง
อนงค์วดีถาม “แปลว่าคุณชวดฆ่าจริงๆ หรือจ๊ะปู่กลับ”
ปู่กลับมองนิ่ง
“ปู่มองฉัน หมายความว่ายังไง”
“นายอร เป็นคนรู้ดีที่สุด...ไม่ว่าชาติก่อน...หรือชาตินี้”
ทุกคนอึ้งอีก มองอนงค์วดีเป็นตาเดียว

ถึงตอนนี้คุณประยงค์ออกจากรูปโกรธจัด
“คุณอา อย่าค่ะ” ย่าน้อยห้าม

ปู่กลับเล่าต่อ “แต่คุณท่านคนใหญ่ไม่ใช่นายอีเกด อีเกดมันจึง...”
จู่ๆ ปู่กลับตาค้าง ยกมือกุมคอ แล้วตัวก็เหมือนโดนลากออกไป
นิ่มตะลึง “ปู่กลับ....ปู่เป็นอะไรคะ ปู่....” นิ่มเข้าไปดึงตัวปู่กลับไว้ “ช่วยด้วยค่ะ....ช่วยด้วย”
เชษฐาและมนัสวีร์ พยายามช่วยกันดึงไว้ แต่ปู่กลับโดนลากไปตามทางเหมือนถูกมือยักษ์ฉุด มองเห็นภาพลางๆ ว่าคุณประยงค์ลากไป นิ่มวิ่งตามไปดึงปู่กลับไว้จนตัวโก่ง ดึงสุดแรงเกิด เหตุการณ์โกลาหลไปหมด
โสนเอ่ยขึ้น “พวกเรา...สวดมนต์ เร็ว สวดมนต์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ขอพระพุทธเป็นที่พึ่งธัมมังสะระณัง คัจฉามิ ขอพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง สังฆังสะระณังคัจฉามิ ขอพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง...”
ทุกคนเปล่งเสียงสวด เสียงดังก้องกังวาน
ร่างปู่กลับถูกโยนตัวขึ้นไป แล้วกระเด็นกระดอนฟุบลงมา หมอบเหนื่อย ทุกคนวิ่งไป มนัสวีร์ประคองปู่กลับขึ้นมา
ปู่กลับไหว้ท่วมหัว “ขอไอ้กลับพูดเถิดคุณท่านคนใหญ่ มันนานมาแล้วมันอัดอยู่ในอกนี้ฮือ....ฮือ ไม่ไหวแล้ว ขอพูดจะตายก็ยอม นายอร....นายอรไม่ตายเปล่า อีเกดมันไม่ยอม คุณเกษลดา...”
ทุกคนหันไปมองเกษลดา เกษลดามองลงมาเช่นกัน
“คุณคือ อีเกด...มันไม่ยอมให้นายมันตายเปล่าๆ มันเอาเรื่องกับท่านเจ้าคุณก่อน”

เหตุการณ์ที่ปู่กลับเล่าต่อมา เกิดขึ้นที่เรือนแม่อรวันหนึ่งหลังแม่อรตายไป เกดนั่งจับเจ่า ท่าทางทุกข์หนัก อีบัวก็อยู่แถวนั้น ทนายช่วงถือเอกสารลงเรือนไป เจ้าคุณเรียกขึ้น
“เกด”
“อย่ามาพูดกะอิฉัน อิฉันเกลียดท่าน”
“เอ็งเกลียดข้าเถอะ ข้าไม่ว่าแต่ข้าเป็นห่วงเอ็ง”
“ห่วงอิฉัน ห่วงทำไม นายอิฉันตายแล้ว อิฉันก็เหมือนตายตาม ท่านไม่ต้องมาห่วงคนตาย คนตายมันก็ไม่มีหัวใจอยู่แล้ว”
เจ้าคุณเข้ามาลูบหัวเกดเบาๆ
เกดทรุดตัว กอดขา “ท่าน ท่านไม่สงสารคุณอรไม่สงสารลูกท่านเหรอเจ้าคะ เธอทำไมต้องตายเธอไม่เคยว่าอะไรคุณประยงค์เลย เธอยอมทุกอย่างแล้ว”
เจ้าคุณนิ่ง
“เขาใจร้าย เขาจะครองท่านคนเดียว ต่อไปนี้เขาคงสมใจล่ะ”
เจ้าคุณอึ้ง
“ท่านพูดกับท่านเจ้าพระยานะเจ้าคะ”
“ท่านเจ็บ...พูดไม่ได้”
เกดซัก “ท่านผู้หญิง”
เจ้าคุณเครียด “อย่ากดดันท่านเลยเกดเอ๊ย”
“เอายังไง แล้วท่านจะเอายังไงปล่อยเมียปล่อยลูกตายเปล่า”
“วิญญาณอรจะสงบสุข”
เกดฉุนสุดขีด “เจ้าข้าเอ๊ย...รักเขาล่ะไม่ว่า ทำไมเสน่ห์เขามันแรงนักรึท่านถึงโงหัวไม่ขึ้น”
“หยุดนะ...นังเกด จะหยาบหยามกันเกินไป”
“เกินไปขนาดนี้ท่านยังไม่สะเทือน ท่านเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าทั้งเมียทั้งลูกตาย...ตายทารุณ....ตายโหง....ตายทั้งกลม ฮือ....ฮือ ไม่สงสารลูกเมียหรือไง โธ่เอ๋ยคุณอรของอีเกด ทำบาปทำกรรมอะไรนักหนา คนมันถึงฆ่าไม่ปราณี”
“พอได้แล้วอีเกด...พอ”
“อย่าแกล้งทำเป็นโศกเลยเจ้าค่ะ เจ้าคุณร่วมมือกับเขาใช่มั้ย อีเกดรู้แล้วมิน่าออกรับแทนเป็นพัลวัน หวังเป็นลูกเขยเจ้าพระยาครอบครองคฤหาสน์ใหญ่โต เฮอะ.....อีเกดไม่อยู่แล้วรอทำเรื่องคุณอรเสร็จ คุณอรของพี่ไม่ตายเปล่า ทำเสร็จอีเกดระเห็จล่ะ เชิญท่านเสวยสุขตามสบาย”

เกดทำทีเป็นคับแค้นขุ่นข้องไปหมด เดินร้องไห้มาทางบ้านไอ้กลับ “ฮือ...ฮือ...ฮือ”
อีทิ้งเห็น “มาอีกแล้วอีเกดเดินมาโน่น พี่กลับฉันไม่อยากเจอมัน”
“เอาเถอะ มันน่าสงสารปลอบใจมันหน่อยแล้วกัน”
เกดบอก “พี่กลับ อีทิ้ง ฉันมาลาจ้ะ”
อีทิ้งงง “อ้าว จะไปไหน”
เกดย้อนยังร้องไห้อยู่ “อีทิ้งท่าทางโล่งใจเห็นแจ้งๆ เลย”
อีทิ้งโมโห “เอ๊ะ อีเกด กูพูดดีๆ ทำไมต้องแว้งกูวะ”
“จริงมั้ยล่ะ”
“กูจะโล่งเรื่องอะไร”
“ฮือ...ฮือ ฉันอยู่ไม่ได้แล้ว”
“ดูมัน เล่นยี่เกรึเปล่าวะ”
“อีทิ้ง จะต่อความยาวกะมันทำไม จะลาไปไหนอีเกด” ไอ้กลับถาม
“ลาตาย”
สองคนตาเหลือก “เฮ้ย”
“ฉันอยู่ไม่ได้ต้องตายตาม ฉันทนเห็นคุณท่านคนใหญ่ของพี่กลับกะของมึงลอยนวลไม่ได้ ทำผิดแล้วไม่สะเทือนอะไรเลย ฉันสงสารคุณอรกะลูก”
ไอ้กลับปลอบ “เกดเอ๊ย อย่าคิดอะไรมากเลยนะ”
“เจ้าคุณรักคุณท่านคนใหญ่ ก็แปลว่าเขาคงทำบุญร่วมกันมาฝืนวาสนาชะตาของเขาไม่ได้ก็จะขอลา”
“โธ่...อีเกด”
“ฉันไม่สู้แล้ว ยอมแพ้ เรามันขี้ข้าอ้าปากตะโกนคนยังไม่ได้ยินเลย แต่เจ้านายพูดเบาๆคนหูหนวกก็ต้องได้ยิน ถ้าไม่ได้ยินล่ะก้อ....อดตาย”
“เอาเถอะๆ รู้ตัวก็ดีแล้ว แต่ไม่ต้องตายหรอกกลับพิษณุโลกซะ”
“เออ อีทิ้ง ถ้ากูอยู่ต่อไปเอ็งว่าคุณท่านจะฆ่ากูเหมือนฆ่าคุณอรมั้ย”
“เฮ้ย ถึงเอ็งเป็นเมีย แต่เอ็งไม่ได้ท้อง คุณอรเธอท้องก่อนคุณท่านเธอถึงต้องตาย”
“แล้วเอ็งเกี่ยวอะไร ทำไมเอ็งต้องยอมฆ่าคนแทนเธอ”
“ใครบอกเอ็งล่ะ ข้าเปล่า”
“ข้านึกว่าเธอสั่งให้เอ็งผลักคุณอร”
“ข้าไม่ได้ผลัก คุณท่านคนใหญ่เธอผลักเอง...หา”
อีบัว กะบ่าวชายหญิงอีก 2 คน เดินผ่านมาในระยะใกล้ๆ อย่างช้าๆ
อีทิ้งอ้าปากค้าง “อีบัว ไอ้รอด อีย้อย”
คนถูกเรียกชื่อหันมา มองด้วยสีหน้าเป็นต่อ ทั้งหมดเป็นแผนของเกด
“อีย้อย...”
“เออ กูเอง ตอนนี้กูหัวเดียวไม่ใช่สองหัวอีกแล้ว”
“อีเกด มึง....มึงทำอุบาย”
“พยาน 4 คน พอมั้ยเอ็ง อีทิ้ง พอมั้ยพี่กลับ”

เกดยิ้ม สาสมใจเป็นที่สุด

อ่านต่อตอนที่ 15
กำลังโหลดความคิดเห็น...