xs
sm
md
lg

เรือนกาหลง ตอนที่ 14

เผยแพร่:

เรือนกาหลง ตอนที่ 14

ไม้เข้ามาหาแม่กลอย

“แม่...วันก่อนแม่จะบอกอะไรฉัน”
แม่กลอยลืมตามองไม้ แล้วนึกถึงเรื่องราว
“แม่บอกฉันเถอะ...”
แม่กลอยจะบอกไม้ ยิ้มพอใจที่ไม้จะได้รู้ความจริง แม่กลอยอ้าปากจะพูด
“ผะ...”
เสียงเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ แม่กลอยตกใจ ปิดปากกลัวขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าเป็นกาหลง มองไปยังหน้าห้อง กาเหว่าก้าวเท้าเข้ามา
“แม่จ๋า...”
แม่กลอยเห็นกาเหว่าก็โล่งใจ
“ฉันได้น้ำมันนวดเม็ดดอกคำฝอย เขาว่าช่วยนวดแก้เส้นอัมพาตได้ชนัก”
ไม้ถามแม่กลอย
“แม่ว่าไงจ๊ะ”
ไม้อยากฟังแต่แม่กลอยมองไปยังกาเหว่าไม่อยากให้รู้เรื่องนี้ เพราะกลัวจะตกใจ ไม้สังเกตเห็นสีหน้าแม่กลอยรู้ว่าอยากคุยกับเขาสองคน จึงบอกกาเหว่า
“กาเหว่า...เดี๋ยวพี่นวดให้แม่เอง เอ็งไปช่วยต้มข้าวให้แม่”
“ได้จ้ะพี่”
กาเหว่าส่งน้ำมันนวดให้ไม้แล้วเดินออกไป ไม้มองแม่กลอยรอฟังคำบอกเล่า

พุดจีบวิ่งหนีไปตามทุ่งนา ผีกาหลงเคลื่อนตัวเข้าหา พุดจีบตกใจ รีบวิ่งหนีออกไป ยายมาและตาสรนั่งตกปลาอยู่บนเรืออยู่มุมหนึ่งมองไปที่พุดจีบไม่เห็นกาหลง ยายมามองอย่างสงสัย
“พุดจีบวิ่งหนีใคร หน้าตาเลิกลั่ก”
“นั่นสิ ยังกะวิ่งหนีผี”
ยายมาตบปาก
“ปากอัปมงคล”
“มันจริงนี่นา นี่ก็ใกล้ตะวันลับทุ่ง ถึงเวลาผีออกหากิน”
ยายมาตบปากอีก
“ปากปีจอ พอได้แล้ว ข้ากลัว”
“ข้าก็กลัว”


ไม้รอฟังคำบอกของแม่กลอย...
“ว่าไงจ้ะแม่ แม่มีเรื่องอะไรจะบอกฉัน”
แม่กลอยพยายามอ้าปากบอก
“ผะ...ผะ...ผี”
ไม้ตกใจ
“ผี”
แม่กลอยพยักหน้ารับ ไม้แปลกใจ

พุดจีบวิ่งหนีถึงบริเวณต้นไทรสะดุดรากไทรล้มลง ผีกาหลงเคลื่อนเข้ามาหา พุดจีบตกใจกลัว มองไปด้านหนึ่งเห็นนวลเดินตามหาพุดจีบ
“คุณพุดจีบเจ้าคะ”
ผีกาหลงมองไปเห็นนวลกำลังจะเข้ามาก็ตกใจ พุดจีบดีใจ
“พี่นวล...ฉันอยู่นี่...”
นวลหันกลับมามองตามเสียง พุดจีบพยายามจะลุกขึ้น แล้วจะวิ่งไปหาทางนวล
“พี่นวล ฉันอยู่ทางนี้”
ฉับพลัน ผีกาหลงยืนอยู่หลังพุดจีบเอามือปิดปาก พุดจีบตกใจตาโต นวลวิ่งเข้ามาแล้วไม่เห็นใคร
“เสียงมาทางนี้ แล้วตัวหายไปไหน”
พุดจีบยืนอยู่หน้านวล โดยมีผีกาหลงบังอยู่ ทำให้นวลไม่เห็นพุดจีบจึงเดินออกไปหาอีกทาง
“คุณพุดจีบเจ้าคะ กลับเรือนเถอะเจ้าค่ะ”
พุดจีบมองนวลที่เดินออกไป ก็ร้องไห้เพราะกลัวกาหลง พุดจีบตัดสินใจรวบรวมความกล้า ผลักกาหลงออกจากตัว แต่กาหลงหายไปแล้ว

ไม้ถามแม่กลอย
“แม่บอกว่าผี แม่เจอผีใช่ไหม”
แม่กลอยพยักหน้าบอก
“แม่พลาดตกบันได ก็เพราะ...”
แม่กลอยพยักหน้าตอบ ให้รู้ว่าตกบันไดเพราะผี
“แม่เห็นผีตนใด”
ไม้สงสัยอยากรู้ แม่กลอยตัดสินใจบอก
“กะ...กะ...กา...”
ไม้รอฟังคำตอบจากแม่กลอย

พุดจีบยืนด้วยความหวาดระแวง มองซ้ายมองขวา หันมองรอบตัว ไม่รู้ว่ากาหลงจะอยู่ที่ไหน เธอเดินถอยร่นหนีมายืนใต้กิ่งใต้ต้นไทร ทันใดนั้นเส้นผมเคลื่อนมาที่หน้า พุดจีบแปลกใจค่อยๆเงยมองสูง ผีกาหลงนั่งห้อยเท้าอยู่ที่ต้นไทรเส้นผมยาวมายังตัวพุดจีบ
“ช่วยด้วย”
พุดจีบถอยหนีด้วยความกลัว ผีกาหลงนั่งห้อยขาอยู่ที่ต้นไทรหัวเราะน่ากลัว พุดจีบกลัวมาก พยายามตั้งสติ ค่อยๆลุกขึ้น ผีกาหลงยืนใต้ต้นไทรงามมองมา พุดจีบเริ่มกลัว คิดจะหนีไป

ไม้รอฟังคำบอกของแม่กลอย
“กา...ห...หลง...”
ไม้ตกใจ
“กาหลง”
แม่กลอยพยักหน้าตอบทั้งน้ำตา
“แม่พูดอะไร แม่โกหกฉัน”
“ผะ...ผี...”
“พอการเถอะ แม่เกลียดที่กาหลงอยู่กินกับฉัน แม่ไม่น่าเอาคำชาวบ้านมาใส่ร้ายลูกตัวเองให้เกิดความ ฉันจะไปตามกาหลง พากาหลงมาคุยให้แจ้งใจ”
ไม้จะลุกออกไป แม่กลอยเอามือจีบมือไม้ไว้บีบเกร็ง ร้องไห้ ไม่อยากให้ไม้พากาหลงมา
“ฉันต้องพากาหลงมาคุยต่อหน้า กาหลงเป็นคนไม่ใช่ผี”
ไม้แกะมือแม่กลอยออก แล้วลุกออกไป แม่กลอยตกใจกลัวมาก ไม้สวนกับกาเหว่าที่ถือถ้วยใส่ข้าวต้มเดินเข้ามาเอาถ้วยวางไว้ข้างแม่นั่งลงถาม
“พี่ไม้เดือดเรื่องไรกัน ถึงหุนหันออกไปจากเรือน ฉันจะไปตามพี่ไม้นะจ๊ะ”
กาเหว่าจะลุกไป แต่แม่กลอยจับมือไว้ รั้งกาเหว่าไว้ ไม่อยากให้กาเหว่าไปเจอกาหลง

ก่อนหน้านี้...กาเหว่าเดินถือถ้วยข้าวต้ม จะเข้าไปในห้อง ได้ยินที่แม่กลอยบอกไม้ว่ากาหลงเป็นผี กาเหว่าตกใจมาก
ไม้ลงจากบันไดเรือนจะออกไป เจอพวกเฟื้องดักไว้

“พวกพ่อมาทำอะไรกัน”
ทุกคนมองหน้ากัน ต่างเกี่ยงไม่มีใครกล้าพูด โขงทนไม่ไหวตัดสินใจบอกไม้
“ฉันทนอึดอัดไม่ไหวแล้ว ฉันจะบอกพี่ไม้”
“เอ็งไม่กลัวเป็นอัมพาตรึ” จอกเตือน
โขงมุ่งมั่น
“เอาไงก็เอากัน ง่อยก็ง่อยด้วยกันทั้งหมู่นี่แหล่ะ”
ทุกคนมองหน้าโขง ตัดสินใจจะบอกไม้
“พวกเอ็งจะบอกอะไรข้า”
พวกโขงโพล่งออกมา
“กาหลงเป็นผี”
ไม้อึ้ง
“ข้าไม่เคยเห็น แต่พวกมันลงใจว่ากาหลงเป็นผี” เฟื้องออกตัว
“พี่ไม้เชื่อฉันเถอะ ฉันเห็นกับตา” โขงยืนยัน
“ฉันบุกไปเรือน เห็นกาหลงตำน้ำพริก” จอกเสริม
“ผีกาหลงทำพิลึกหายตัวได้...สากลอยได้” ดำเล่าต้อ
“คราแรกแม่ก็ไม่สู้เชื่อ แต่สักพัก...กาหลงก็แปลงเป็นผีน่ากลัว มันคงไม่เป็นอื่นไปได้” จันยืนยันอีกคน
ไม้ไม่เชื่อ
“ไม่จริง...ฉันไม่เชื่อ คนบ้านนี้สติเตลิดไปแล้ว”
ชบาและเพชรเข้ามาบอกไม้
“พี่ฟังความไม่ผิดจ้ะ วันนี้ฉันเห็นพี่กาหลงป้อนข้าว ช้อนลอยได้ พี่กาหลงเป็นผีไปเสียแล้ว”
“ฉันเองก็บอกพี่หลายคราวแล้ว” เพชรยืนยัน
ไม้เข้ามากระชากคอเสื้อเพชร
“เอ็งบอกว่ากาหลงตาย แล้วศพกาหลงอยู่ไหน มีใครพบเห็นศพกาหลงบ้าง”
พวกเฟื้องส่ายหน้าไม่เห็น เพชรโพล่งออกมา
“ฉันเห็น...ในวันที่พี่จะไปค้นหาร่างพี่กาหลงที่บึงบัว ฉันเป็นคนดำน้ำเอาศพพี่กาหลงขึ้นมา ไม่อยากให้พี่ และพวกผู้ใหญ่ทำร้ายพี่กาหลง”
ไม้ผลักเพชร ยิ้มเย้ย
“เอ็งบอกว่าเอาศพขึ้นมา งั้นเอ็งก็พาข้าไปดูศพ ข้าถึงจะเชื่อว่าสิ่งที่เอ็งพูดเป็นความจริง”
ชบาหันมาหาเพชร
“เพชร...เอ็งพาพี่ไม้ไปดูศพพี่กาหลงสิ”
เพชรหน้าสลดลง
“ศพมันหายไปแล้ว”
ไม้เย้ย
“หายไปรึไม่มีกันแน่ พวกเอ็งทั้งเพ กุเรื่อง”
“พี่ไม้เชื่อพวกเราเถอะ พวกเรารักพี่ไม้ ห่วงพี่ไม้” โขงบอกอย่างจริงใจ
ไม้มองหน้าไม่พอใจ
“เอ็งบอกว่ารักว่าห่วง ข้าถามสักคำเดี๋ยวนี้เถอะ ในเมื่อพวกเอ็งรู้ความมานาน ใยเพิ่งบอกข้า”
จันหน้าสลดลลง
“แม่คิดว่าแม่กลอยเป็นอัมพาตเพราะกาหลง ก็เลยไม่กล้าบอก แม่ผิดเอง...แม่กลัวตาย”
“พวกฉันกลัวว่าใครที่รู้เห็นเรื่องนี้ก็ต้องมีอันเป็นไป” จอกเสริม
นวลวิ่งเข้ามาถามทุกคน...
“พวกเอ็งมีใครเห็นคุณพุดจีบบ้าง คุณพุดจีบหายไป”
เพชรตกใจ
“เห็นจะไม่ได้การ พี่พุดจีบรู้เรื่องนี้ พี่กาหลงอาจหักคอพี่พุดจีบ”
นวลไม่เข้าใจ
“กาหลงจะหักคอคุณหนูทำไม”
พวกเฟื้องโพล่งออกมา
“กาหลงเป็นผี”
นวลตกใจ
“ผี”
ไม้โมโห
“หยุดพร่ำความเท็จเสีย ข้าจะเอาตัวกาหลงมายันกับพวกเอ็งให้รู้แซ่ไปทั่วบาง”
ไม้ตัดสินใจออกไป เพื่อตามหากาหลง ทุกคนกังวลใจว่าพุดจีบจะเป็นอย่างไร

พุดจีบตัดสินใจวิ่งหนีไปแต่แล้ว เส้นผมมารัดเท้า ถูกดึงตัวไป
“ช่วยด้วย”
ไม้วิ่งออกตามหากาหลง
“กาหลง...กาหลง...”

ร่างพุดจีบถูกดึงมาอยู่หน้าผีกาหลง
“เอ็งหนีไม่พ้นมือข้าหรอก”
พุดจีบยอมรับสภาพ
“บีบคอให้ข้าตายคามือไปเลย จะได้สาใจเอ็ง”
“เอ็งไม่ต้องเหิมมาท้าทายข้า”
“ฉันไม่คิดเห่อเหิมอะไร หากกาหลงไม่เชื่อใจฉัน ลืมสิ้นถึงความดีที่มีต่อกัน ก็ลงมือเดี๋ยวนี้เลย”
พุดจีบตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วหลับตาพร้อมให้กาหลงเข้ามาบีบคอ ผีกาหลงยื่นมือไปบีบคอพุดจีบลืมตาเพราะเจ็บทรมาน กาหลงมองพุดจีบบีบคอแล้วยกตัว เท้าพุดจีบลอยขึ้นเหนือพื้นทันใดนั้น เสียงไม้ดังขึ้น
“กาหลง”
ผีกาหลงตกใจที่ได้ยินเสียงไม้เข้ามาใกล้ ไม้วิ่งเข้ามามองเห็นภาพกาหลงบังตัวพุดจีบ ไม่รู้ว่าทำอะไร ผีกาหลงปล่อยมือร่างพุดจีบล้มลงกับพื้น ไม้มองไป แปลกใจวิ่งเข้ามาเรียกกาหลง
“กาหลง”
ผีกาหลงที่หันหลังให้ไม้ ตกใจกลัว ไม้ตัดสินใจวิ่งเข้าไปหากาหลง แล้วจับไหล่ให้หันหน้ามา กาหลงหันหน้ามาในสภาพปกติ
“พี่ไม้”
ไม้รู้สึกโล่งใจ ที่เห็นกาหลงในสภาพปกติ
“กาหลงออกมาทำอะไร แล้วพุดจีบ มีความอะไรกัน”
ไม้มองพุดจีบที่นั่งอยู่ที่พื้น เอามือจับคอ เพราะเจ็บปวดที่รอบคอ พุดจีบมองไม้ ร้องไห้ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แม่กลอย ร้องไห้เสียใจที่บอกความจริงกับไม้เรื่องกาหลง ใจหนึ่งก็สงสารกาหลง กาเหว่าหันมาถาม
“แม่ร้องไห้ทำไมจ๊ะ ประเดี๋ยวฉันก็ร้องกับแม่ด้วยหรอก”
กาเหว่าพูดจบก็ร้องไห้ แม่กลอยมองกาเหว่าสงสาร
“แม่คุยอะไรกับพี่ไม้...มีเรื่องไม่สบายใจ ก็บอกฉันเถอะ”
แม่กลอยบอกกาเหว่า
“พะ..พี่...สาว...”
กาเหว่าทวนคำ
“พี่สาว แม่หมายถึงใครจ๊ะ”

แม่กลอยมองกาเหว่า กาเหว่ารอฟัง
ไม้ถามกาหลง...
“กาหลง บอกพี่มาสิ กาหลงมาทำอะไร แล้วพุดจีบ...”
ไม้สงสัย อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พุดจีบไม่กล้าตอบ กลุ่มเฟื้องวิ่งมาถึง หยุดยืนอยู่ห่างๆ
“ไอ้ไม้เอ็งออกมา ประเดี๋ยวกาหลงจะหักคอ” เฟื้องร้องบอก
ทุกคนมองไปที่กาหลง ก็ถอยออกห่างด้วยความกลัว นวลวิ่งเข้าไปประคองพุดจีบห่างออกจากกาหลง
“คุณพุดจีบเจ้าคะ กาหลงเป็นผีจริงๆเหรอเจ้าคะ”
ทุกคนจ้องมองไปที่กาหลงถอยห่าง ไม้ตวาด
“หยุดเชื่อคำเล่าคำลือกันได้แล้ว”
“เชื่อแม่เถอะลูก กาหลงเป็นผี” จันพยายามบอก
กาหลงตกใจที่ทุกคนพูดต่อหน้าไม้ กาหลงตำหนิทุกคน
“พวกเอ็งโดนสินบนไอ้โชติไปเท่าใด ถึงเอาโทษมาใส่หัวข้า” กาหลงน้อยใจชบา “ชบา...เอ็งเป็นน้องพี่ เอ็งก็พลอยโห่ร้องป้องปีกไปกับพวกเขาเสียด้วย”
ชบาสวนขึ้น
“ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็น ฉันเห็นกับตาตัวเองว่าพี่เป็นผี”
กาหลงตกใจที่ชบารู้เรื่องนี้
“เอ็งบอกพี่เองว่าเอ็งนอนน้อย ตาเอ็งคงพร่ามัวไป มองพี่สิพี่อยู่ตรงนี้”
ชบากลัว ถอยห่าง เพชรเข้าไปดูแล กาหลงบอกทุกคน
“ทุกคนเห็นฉัน ทุกคนมองฉันให้ชัดสิ ฉันมีตัวตนอยู่ที่นี้ ฉันจะทำพลั้งอย่างที่พูดกันได้ยังไง”
ทุกคนมองกาหลงกลัวๆ กาหลงตัดสินใจ เดินเข้าไปหาทุกคน เพื่อให้ทุกคนพิสูจน์ความจริง
“จับเนื้อจับตัวฉันสิ ฉันเป็นคน”
กาหลงเดินไปหาจัน จันก็ถอยหนี เดินไปหาชบา ชบาก็หลบหน้า กาหลงเดินไปหาพวกเฟื้อง ดำ โขง จอก ไม่มีใครกล้าจับตัว...ไม้ยืนมองแล้วเดินเข้าไปหากาหลง พุดจีบมองว่าไม้จะทำอย่างไร ไม้เข้าสวมกอดกาหลง กาหลงตื้นตันใจที่ไม้เชื่อเธอเข้ามากอดเธอ
“ทุกคนเห็นใช่ไหม ว่ากาหลงมีตัวตน กาหลงไม่ได้เป็นอย่างคำลือ กาหลงยังไม่ตาย กาหลงเป็นเมียฉัน”
ทุกคนอึ้ง เถียงไม่ออก นวลมองเห็นรอบแดงที่คอพุดจีบก็อุทานตกใจ
“ว้าย”
“อะไรวะนังนวล” เฟื้องถามอย่างสงสัย
“คอคุณพุดจีบมีรอยบีบ แดงเทือกทั้งแถบ”
“ผีบีบคอ”
ทุกคนร้องออกมาพร้อมกันหันไปมองกาหลง
“นั่นประไร ผีกาหลงบีบคอพุดจีบ” จอกโพล่งออกมา
ไม้ถามพุดจีบ
“พุดจีบ ฉันเหลือจะทนฟังคำใส่ร้ายเมียฉัน พุดจีบบอกฉันให้เต็มคำสิ เรื่องจะได้ระงับ พุดจีบมาทำอะไรอยู่ที่นี่”
พุดจีบมองไม้ แล้วหันไปมองกาหลง ไม้คาดคั้น
“พูดออกมาให้ทุกคนหายข้องใจ”
“ฉัน...ฉัน...”
พุดจีบมองกาหลง รู้สึกหวาดกลัว ตัดสินใจจะบอกหรือไม่ กาหลงมองพุดจีบลุ้นว่าพุดจีบจะบอกความจริงหรือไม่ พุดจีบตอบโดยที่สายตามองไปที่กาหลง
“ฉันกำลังจะกลับเรือน โดนรากไทรเกี่ยวเป็นรอยแดง แล้วสะดุดล้ม กาหลงเข้ามาประคองช่วยฉัน”
กาหลงอึ้ง ไม่คิดว่าพุดจีบจะโกหกปิดบังช่วยเธอ กาหลงซึ้งน้ำใจพุดจีบมาก ทุกคนอึ้งที่พุดจีบไม่ยอมบอกความจริง
“แต่รอยช้ำมันผิดประหลาดคล้ายรอยมือ” นวลแย้ง
พุดจีบบอกทุกคน
“เชื่อใจฉัน พี่นวล ฉันอยากกลับเรือน”
“เจ้าค่ะ”
นวลประคองพาพุดจีบออกไป พุดจีบหันไปมองกาหลง กาหลงมองพุดจีบด้วยความซึ้งน้ำใจ ทุกคนมองกาหลง ยังหวาดกลัว ไม้หันไปมองหน้าตาเอาเรื่อง
“ทุกคนแจ้งใจแล้วก็ขอให้เลิกลือ หากใครพร่ำโพนทะนาคำลวงนี้อีก ฉันจะถือว่าลบหน้ากัน”
ทุกคนนิ่งอึ้งพูดไม่ออก
“กาหลง กลับเรือนเถอะจ้ะ”
ไม้จูงมือกาหลงเดินออกไป ทุกคนมองกาหลงเดินออกไปกับไม้ยังหวาดกลัว กาหลงเดินออกไปแล้วหันหน้ากลับมามองหน้าเป็นผี ทุกคนสะดุ้งตกใจ ไม้เดินจูงมือกาหลงในสภาพผี เดินกลับไปเรือน ทุกคนขนหัวลุกกอดกันกลม

ไม้จูงมือกาหลง ขึ้นมาบนเรือน กาหลงรั้งมือไม้ไว้
“พี่ไม้”
ไม้แปลกใจ
“เห็นแก่หัวอกฉันนะ พี่อย่าเคืองทุกคนนักเลย เขาคงเล่าคงลือไปเพราะแรงยุของไอ้โชติ”
“พี่คะเนไม่ออก ทำไมชาวบ้านถึงได้เห็นงามตามดีไอ้จังไร”
“วันหน้าคงไม่มีใครกล้าใส่ไคล้เรื่องนี้อีก ฉันขอนะพี่”
ไม้พยักหน้ารับคำ กาหลงมองไม้ด้วยความซึ้งใจ
“ฉันอุ่นใจที่พี่เชื่อใจฉัน”
“พี่บอกกาหลงแล้ว จะให้พี่หลงคำคนอื่น แล้วลืมเชื่อใจเมียพี่ได้ยังไง”
ไม้โอบกอดกาหลงด้วยความรัก

เช้าวันใหม่...อบเชยเดินนำไป เผื่อนและงามวิ่งตาม
“คุณอบเชยจะเร่งไปไหนเจ้าคะ” เผื่อนถามอย่างสงสัย
“จะไปดูหน้าศพนังพุดจีบ มันโดนผีนังกาหลงบีบคอลิ้นคงจุกปากตาย”
“ว้าย...หนังหน้ามันคงจะผิดพิลึกอย่างนี้เจ้าค่ะ”
งามทำท่าแลบลิ้นปลิ้นตา เหมือนคนตาย
“ไม่ต้องไปดูแล้วเจ้าค่ะ ดูหน้านังงามก็เหมือนผี” เผื่อนหัวเราะเยาะงาม
“ไปได้แล้ว ข้าล่ะอยากเห็นศพมันนัก”
อบเชยจะเดินออกไปแล้วหยุดนิ่ง เผื่อนและงามแปลกใจหันไปมองตามก็ตกใจ
“ผีพุดจีบ” เผื่อนกับงามโพล่งออกมา
พุดจีบเดินเข้ามา ก็แปลกใจ อบเชยตะลึง
“เอ็งตายไปแล้ว”
งามหวาดๆ
“มันคงจิตอาฆาต เหมือนผีนังกาหลง”
เผื่อนกับงามพูดพร้อมกัน
“ตายแต่ไม่ยอมตาย”
พุดจีบไม่เข้าใจ
“เอ็งพูดอะไร”
พุดจีบเดินตรงเข้ามา อบเชยตกใจกลัววิ่งหนีไป เผื่อนและงามวิ่งตามไป
“ช่วยด้วย ผีหลอก”

พุดจีบแปลกใจว่าอบเชยกลัวอะไร


อบเชยวิ่งหนีมามุมหนึ่งในทุ่งนาแล้วมาชนร่างหนึ่ง อบเชยหันไปก็ตกใจ
“กาหลง”
เผื่อนและงามวิ่งเข้ามาเห็นผีกาหลงก็หยุด เผื่อนวิ่งมาชนงามล้มทับลงกับพื้น อบเชยหน้าตื่น
“กาหลง...ฉัน...”
“เอ็งใส่ความให้ข้ากับเพื่อนรักผิดใจกัน เอ็งมันชั่วนัก”
ผีกาหลงพูดจบก็ตบหน้าอบเชย แล้วก็ตบไม่ยั้งพร้อมกับด่า
“หวังให้ข้าเอาผิดพุดจีบ แล้วเอ็งก็จะมาแทนที่ข้า เอ็งมันชั่วนรกไม่รับเสียเหลือเกิน”
ผีกาหลงตบอบเชยไม่ยั้ง อบเชยเจ็บปวดทรมาน
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”
เผื่อนและงามเห็นก็ตกใจ จะเข้าไปช่วยอบเชย ผีกาหลงหันไปมองทั้งสองตกใจไม่กล้าเข้าไปช่วย อบเชยได้จังหวะ ลุกขึ้นวิ่งหนีไป ผีกาหลงหันไปมองเพ่งพลังไป อบเชยจะวิ่งหนีก็หยุด วิ่งไปต่อไม่ได้ ร่างอบเชยถูกดึงกลับมา ผีกาหลงบีบคอ อบเชยร้องเสียงหลง จะตาย พุดจีบเข้ามาห้าม
“กาหลงอย่า”
ผีกาหลงหันไปมองเห็นพุดจีบขอร้อง
“หยุดเถอะ ฉันขอ...”
ผีกาหลงใจอ่อน ยอมปล่อยมือ เผื่อนและงามเข้าไปหาอบเชยแล้วพาออกไป ผีกาหลงตะโกนไล่หลัง
“อย่ามายุ่งกับผัวข้าอีก”
เผื่อนและงามพาอบเชยออกไป ผีกาหลงมองอย่างอาฆาต

พุดจีบยืนอยู่บริเวณบึงบัว กาหลงก้าวเข้ามาหา ในสภาพปกติ
“เอ็งห้ามข้าทำไมกัน คนชั่วอย่างมันควรได้รับโทษ”
“ฉันไม่อยากให้กาหลงทำบาปหนักกว่านี้ กาหลงทำบาปเท่าไร กาหลงก็อยู่ยากขึ้นทุกวัน”
พุดจีบมองเห็นร่างกาหลงค่อยๆหายไปบางส่วน กาหลงมองร่างตัวเองก็รู้สึกหวั่นใจ
“พุดจีบ ข้าขอโทษที่พลั้งไปฟังคำลวงมัน”
“ช่างเถอะ ฉันเองก็ใจไหวไปกับคำคน ให้ถือเสียว่า เรื่องมันล่วงไปแล้ว”
“ข้าขอบน้ำใจเอ็งมาก ที่เอ็งยอมช่วยข้า ทั้งๆที่ข้าคิดฆ่าเอ็ง”
“ฉันไม่เอาโทษโกรธกาหลง เพราะรู้ กาหลงฆ่าฉันไม่ลงหรอก”
กาหลงแปลกใจ

พุดจีบนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาเมื่อคืน ผีกาหลงเข้ามาบีบคอแล้วยกตัวพุดจีบขึ้น พุดจีบตกใจเจ็บทรมานมากมองกาหลง ผีกาหลงน้ำตาไหลมองพุดจีบด้วยความสงสารค่อยๆเอามือลงต่ำ เท้าพุดจีบถึงพื้น ผีกาหลงกำลังจะคลายมือออกจากคอ พุดจีบร้องไห้ ไม่คิดว่าผีกาหลงจะปล่อย

พุดจีบบอกกาหลง
“ไม่ว่ากาหลงจะอยู่ในรูปใด ความรักของเราเราจะเหมือนเมื่อแรก ไม่มีลบเลือนไปชั่วนาตาปี”
กาหลงซึ้งน้ำใจพุดจีบเข้าสวมกอดร้องไห้ ทั้งสองสวมกอดกัน พุดจีบกอดกาหลง แล้วสังเกตเห็นร่างกาหลงค่อยๆเลือนลาง
“ฉันอยากให้กาหลงหยุดทำสาแก่ใจตัวเอง หยุดอาฆาตแค้น ไม่อย่างงั้น ร่างกาหลงจะสลายไปตามเวร และพี่ไม้ก็จะรู้ความจริงสักวัน”
กาหลงมองสภาพร่างของตัวเองก็เข้าใจ พยักหน้ารับคำและกังวลใจกลัวไม้จะรู้ความจริง...ยายมาและตาสรเดินผ่านมา เห็นพุดจีบยืนอยู่มุมหนึ่งเหมือนคุยอยู่คนเดียวก็แปลกใจ ยายมาสะกิดตาสร
“ตาสร เอ็งดูสิ ข้าตาฝาดไปหรือไร พุดจีบยืนพล่ามอยู่คนเดียว”
ตาสรมองไป เห็นพุดจีบยืนคุยอยู่คนเดียว
“งั้นข้าก็ตาฝาดด้วยสิ ข้าก็เห็นพุดจีบยืนคุยคนเดียว แล้วก็โอบกอดประโลมอยู่คนเดียว”
ยายมาหันไปมองอีกครั้ง ยังเห็นพุดจีบโอบกอดอยู่คนเดียว
“เห็นท่าจะเหงาใจไม่ได้ออกเรือน ลองได้ผัวเป็นตัวเป็นตนคงหายฟุ้งซ่าน”
ตาสรและยายมาหัวเราะ เพราะคิดว่าพุดจีบคงเพ้อ ต่างเดินออกไป พุดจีบโอบกอดกาหลงด้วยความห่วงใย

อบเชยหน้าตาบวม มีเลือดไหลเพราะโดนตบจะเดินเข้าห้อง มาเจอแม่น้อย อบเชยเข้าไปอ้อน
“แม่ช่วยฉันด้วย ฉันโดนผีนังกาหลงมันตบ”
อบเชยพูดจบ แม่น้อยก็ตบหน้าอบเชยทันที
“แม่ตบหน้าฉันทำไม”
“นังเผื่อนนังงาม มันบอกความแม่หมดแล้ว”
อบเชยมองไม่พอใจที่ลูกน้องรายงานแม่
“เอ็งเสียสติสิ้นแต้มหรือไงถึงได้หน้าชื่นไปหาเรื่อง คอยคิดแย่งผัวคนอื่นไม่รู้ผิดบาป”
แม่น้อยตบตีอบเชยไม่หยุด
“แม่...ฉันเจ็บ”
“พ่อให้ท้ายเอ็งจนเสียผู้เสียคนมานักแล้ว แม่จะไม่ยอมให้ลูกแม่ไปคิดแรงแข็งขอบใส่ใครอีก”
แม่น้อยจะตบอบเชย ช่วงเข้ามารั้งมือไว้...
“พอได้แล้ว”
“พ่อ ช่วยฉันด้วย”
“พี่เอาตัวมันมาให้ฉัน ฉันจะลงโทษสอนให้รู้ดีรู้ชั่ว”
ช่วงตวาด
“ข้าบอกให้หยุด” ช่วงหันไปบอกอบเชย “ใครที่มันทำร้ายเอ็ง มันต้องได้รับความเจ็บปวดเป็นเท่าทวี”
อบเชยยิ้มพอใจที่ช่วงปกป้องและคิดแก้แค้นให้เธอ
“ลูกไปหายาทาซะ”
อบเชยรีบออกไป ช่วงจะเดินออกไปแม่น้อยเอ่ยขึ้น
“พี่ช่วง ฉันยอมหลับหูหลับตาให้พี่ทำผิดมามากแล้ว ฉันหวังใจว่าพี่เจ็บป่วยเจียนตายจะสำนึกในผิดบาปเสียมื้อนี้ แต่พี่กลับหนักข้อ ยุให้ลูกทำชั่วไม่หยุดหย่อน ฉันจะไม่ทนยากกายช้ำใจอีกต่อไป”
ช่วงตบหน้าแม่น้อย
“เอ็งเป็นเมีย ริอาจเหิมเกริมสั่งสอนข้า”
แม่น้อยเสียใจ
“เพราะฉันเป็นเมีย ฉันเป็นแม่ของลูก...ฉันเหลือจะทนที่ต้องอยู่ให้พี่โขกสับเช่นนี้ คงถึงคราวที่ฉันต้องลงใจทำอะไรสักอย่าง ลบล้างผิดบาปในใจฉัน ฉันจะไปบอกเรื่องราวแต่
หนหลังให้คนทั้งบางรู้แซ่เสียที”
แม่น้อยจะออกไปจากเรือน ช่วงเข้าไปคว้าตัวไว้แล้วตบหน้า
“เอ็งแข็งข้อกับข้า...เอ็งต้องเจอดี”

ช่วงลากตัวแม่น้อยออกไป โชติยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง แปลกใจว่าช่วงจะทำอะไร
กาเหว่านั่งดูแลแม่อยู่บนเรือน ถามขึ้นอย่างสงสัย
“แม่จ๋าเมื่อวานยังสงสัยอยู่ว่าแม่จะบอกอะไรพี่สาว ที่แม่พูดถึงแม่หมายถึงรายไหนกัน”
แม่กลอยมองกาเหว่าลังเลที่จะบอกเรื่องกาหลง ชบาเดินเข้ามากาเหว่าหันไปมอง
“พี่ชบา” กาเหว่าไปถามแม่ต่อ “แม่หมายถึงพี่ชบาเหรอจ๊ะนี่ไงจ๊ะ พี่ชบามาแล้ว”
แม่กลอยมองหน้าชบาไม่อยากพูด ชบามองหน้าแม่ พอจะเดาได้ว่าแม่รู้ว่ากาหลงเป็นผีแล้ว
“แม่ไม่ได้เรียกหาพี่หรอก แม่กำลังจะบอกเอ็ง”
แม่กลอยตกใจกลัวชบาพูดเรื่องกาหลง กาเหว่าสงสัย
“แม่จะบอกฉันอะไร ความหนักเบาอะไรเหรอจ๊ะ”
แม่กลอยมองกาเหว่าไม่อยากบอกเบือนหน้าหนี
“แม่บอกกาเหว่าไปเสียทีเดียวว่าพี่กาหลงเป็นผี”
กาเหว่าหน้าตื่น แม่กลอยตกใจที่ชบาพูดเรื่องนี้ออกมา
“พี่ชบาหยุดนะ พี่พูดอะไร”
ชบาร้องไห้เล่าความจริง
“กาเหว่า...พี่กาหลงตายตั้งแต่วันที่เอ็งดำน้ำลงไปเจอแล้ว”
“ไม่จริง ฉันแก้มัดช่วยพี่กาหลง”
“เอ็งเคยบอกเองว่าเอ็งแก้ไม่คลาย”
“ถึงฉันแก้ไม่หลุดแต่ผ้ารัดคงคลาย พี่กาหลงถึงรอดมาได้ พี่ชบาหยุดพูดร้ายใส่พี่กาหลงได้แล้ว”
“เอ็งคิดไม่เชื่อพี่ ก็ถามแม่เสีย ที่แม่ต้องอัมพาตก็คงเพราะตกใจ พี่กาหลงแล้ววิ่งหนีพลัดตกบันได”
“ไม่จริงใช่มั้ยจ๊ะแม่”
แม่กลอยนิ่ง
“แม่พูดออกมาเถอะ”
ชบาเข้าไปเขย่าตัวแม่กลอยให้บอกกาเหว่า แม่กลอยน้ำตาไหล ไม่อยากบอก
“แม่พูดสิแม่”
กาเหว่าร้องไห้ผลักชบาออก
“แต่พอการได้แล้ว พี่ไม่เห็นรึว่าแม่ไม่สบาย แม่ไม่พูด เพราะความมันไม่จริงพี่อย่าไปฟัง
น้ำคำคน” กาเหว่ายกมือไหว้ชบา “ฉันไหว้ล่ะเราเป็นพี่น้องกัน เราต้องไม่ให้ร้ายกันเอง แม่สอนให้เรารักกัน พี่จำได้ไหม”
ชบาร้องไห้
“ฉันรักพี่กาหลง” กาเหว่ามองหน้าชบา “ฉันรักพี่อย่าทำให้ฉันผิดคาดผิดหวังในตัวพี่”
“พี่จะไม่พูดความนี้อีกพี่ขอโทษที่พลั้ง”
กาเหว่าหันไปหาแม่
“แม่จ๋าฉันรักแม่นะจ๊ะ”
กาเหว่าเข้าสวมกอดร้องไห้กับแม่ แม่กลอยมองลูกชายด้วยความรัก
“ข้ารักเอ็ง”
ชบานั่งมองก็จับมือแม่ โอบกอดกาเหว่าร้องไห้ด้วยกันสามแม่ลูก

เพชรยืนรออยู่ใกล้ๆเรือน ชบาเดินเข้ามาบอก
“ฉันคิดว่าแม่รู้เรื่องพี่กาหลง แต่แม่ไม่พูด”
เพชรย้อนถาม
“แต่เอ็งก็พูดเรื่องนี้”
“พูดไปใช่ว่ากาเหว่าจะฟังความ”
“หัวอกคนรักกัน มันทำใจยากจะรับกาเหว่ามันก็ไม่ผิดพี่ไม้หรอก”
“ฉันนึกไม่ชอบใจให้พี่กาหลงหลอกลวงน้อง หลอกพี่ไม้อยู่อย่างนี้”
“ชบาฉันถามเถอะ พี่กาหลงเคยทำร้ายกาเหว่าหรือพี่ไม้หรือไม่”
ชบาส่ายหน้า เพชรถามต่อ
“เคยทำให้กาเหว่าหรือพี่ไม้เสียใจ...”
“ไม่”
“พี่กาหลงมีแต่ปกป้องและดูแลทุกคน ให้อยู่รอดปลอดภัย แล้วไฉนต้องไปบอกกาเหว่าหรือพี่ไม้”
“แต่คนรักกันไม่น่าหลอกกัน”
“เขาไม่ได้คิดหลอก แต่มันพูดไม่ออกบอกไม่ได้ หรือความบางอันก็ยังไม่ถึงเพลา”
เพชรพูดมีนัยยะถึงตัวเอง ชบาเริ่มเอะใจ
“เอ็งพูดกำกวม มีอะไรปิดบังข้า”
“หากเมื่อหน้าเอ็งรู้ว่าข้าไม่ได้เป็นอย่างที่เอ็งรู้ เอ็งจะรักข้าไหม”
ชบาสงสัย
“เอ็งเป็นอะไร” ชบาตกใจ “ รึเอ็งเป็นผี ตายไปแต่ครั้งสู้กับขุนหวาด”
เพชรสะดุ้ง
“ข้ายังไม่ตาย”
ชบาตบหน้าเพชร
“โอ๊ย”
ชบายิ้มให้
“เอ็งเจ็บ เอ็งไม่ตาย ค่อยคลายใจ”
ชบายิ้มหัวเราะที่แกล้งเขาได้แล้วเดินออกไป เพชรยิ้มพึงพอใจในตัวชบา
“เจ้าเล่ห์นัก สมน้ำสมเนื้อกันทีเดียว...เมื่อไหร่ที่ข้าจับโชติ หาตัวการฆ่าพ่อแม่พี่ไม้ได้ข้าจะบอกความจริงกับเอ็ง”

เพชรตั้งใจจะบอกความจริงกับชบา เมื่อปิดคดีทุกอย่างได้สำเร็จ


เรือนกาหลง ตอนที่ 14 (ต่อ)

ช่วงเอาโซ่มารัดข้อเท้า แม่น้อยตกใจ

“พี่ช่วง อย่าล่ามฉัน”
“เอ็งมันปากดี อยู่เฝ้าเป็นผีเรือน ไม่ต้องออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน”
“พี่ช่วง ฉันเป็นเมียพี่นะ”
“เมียดีต้องเสริมส่งผัว แต่เอ็งกลับแปรไปหมด ขัดคอขวางหูขวางตาข้าก็อย่าริมาเรียกหาผัว”
แม่น้อยน้อยใจ
“ฉันอิจฉากาหลงมันนักแล้ว หากมันเป็นผีอย่างพี่ว่า มันตายไปไอ้ไม้ก็ยังรักสิเน่หาแต่ข้าหัวโด่เป็นคนอยู่ กลับไม่เคยได้รักจากผัวจนนิดเดียว”
ช่วงไม่พอใจ ตบแม่น้อยจนทรุดตัวร้องไห้ช่วงเดินออกไปจากห้อง แม่น้อยร้องไห้เสียใจมีคนเดินเข้ามา แม่น้อยเงยหน้าไปมอง โชติถือถาดอาหารมายืนมอง

ในสวนกล้วย...ไม้กำลังตัดเครือกล้วยจากต้น อบเชยเดินตรงเข้ามาบอกไม้
“พี่ไม้ นังกาหลงเป็นผี”
ไม้มองอบเชย แล้วเดินออกไป เสมือนไม่ได้ยิน ไม่มีอบเชยอยู่ตรงนั้นอบเชยวิ่งตาม แล้วผลักตัวไม้ให้ฟังเธอ
“เมียพี่เป็นผีจริงๆ มันเคยคิดฆ่าฉัน พี่หนีออกจากเรือนเถอะ ไม่มื้อนี้ก็มื้อหน้ามันก็จะฆ่าพี่”
ไม้ผลักอบเชย
“เอ็งหยุดพูดเสียเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะฆ่าเอ็งให้เป็นผี อย่างที่เอ็งเพ้อ”
ไม้ถือมีดฟัดกล้วย ง้างจะฟันอบเชย
“เอาสิ ฆ่าฉันให้ตาย”
ไม้ยั้งมือไว้ อบเชยเข้ามาจับมือไม้
“ฆ่าฉัน ฉันตายไป ดวงวิญญาณฉันอาฆาตนังกาหลง ฉันจะได้เป็นผีไปฆ่ามัน ฆ่าฉันสิ แทงฉัน”
อบเชยจับมือไม้จะให้แทงเธอ ไม้สะบัดมือออกจะเดินหนีไปอบเชยวิ่งเข้าไปสวมกอดด้านหลังออดอ้อน
“พี่ไม้ พี่จะเสียสติลอบลักอยู่กับผีหรือพี่ต้องเลือกอยู่กับคน คนที่รักพี่มีลูกให้พี่เชยชมได้”
อบเชยเข้ามาโอบกอดลูบไล้ตัวไม้ แล้วเดินมาด้านหน้าเอามือลูบไล้หน้าอกของเขา
“ฉันจะทำให้พี่สุขกายสุขใจทุกวันคืน”
อบเชยเข้าไปซบ ไม้จับตัวเธอมาพูด
“หากกาหลงเป็นผีข้าก็ขอเลือกผี ผีมันยังรักศักดิ์ศรีดีกว่าคนที่ต่ำทรามอย่างเอ็ง แย่งได้แม้กระทั่งชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวเพื่อน”
ไม้ผลักอบเชยล้มลงไปกองกับพื้น แล้วเดินหนีไป
“พี่ไม้กลับมา ฉันเกลียดพี่ พี่มันโง่ โง่ให้ผีหลอก ฉันขอแช่งให้ผีหักคอตายตกไปตามกัน”
อบเชยโวยวายเจ็บใจ สิงเดินเข้ามาหาแล้วเข้าไปประคองขึ้นมา
“คุณอบเชยเป็นยังไงบ้าง”
อบเชยตบหน้า
“ไม่ต้องถลันมาแส่เรื่องข้า อย่าเอามือขี้ครอกของเอ็งมาแตะต้องตัวข้า”
สิงหวังเอาใจอบเชย
“จะให้ข้าฆ่ามันเสียเลยไหม”
“ข้าไม่ได้สั่งอย่าสะเออะ ไอ้ขี้ข้า”
อบเชยถ่มน้ำลายใส่แล้วเดินเชิดออกไป สิงมองด้วยความแค้น

โชติเอาข้าวและน้ำมาให้แม่น้อย
“ฉันเอาข้าว เอาน้ำมาให้แม่กินข้าวซะเถอะ”
โชติหยิบจานข้าวจะส่งให้
“พ่อโชติลูกก็รู้เต็มอกว่าพ่อทำพลั้งอะไรไว้ ลูกจงรู้ผิดไปบอกไม้ไปขออโหสิกรรม จะช่วยผ่อนหนักให้เบาได้”
โชติวิงวอน
“แม่หยุดเถอะ แม่ไม่พูดแม่ก็อยู่สุขสบาย อย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเลยฉันอยากให้แม่ปิดหูปิดตาเสีย”
โชติจะตักข้าวให้ แม่น้อยไม่ยอมกินเสียใจที่ลูกไม่ฟัง
“ให้แม่ตายไปเสียยังดีกว่า อยู่รับเคราะห์รับรู้ความชั่วของผัวและลูกไม่เว้นวัน”
โชตินิ่งอึ้ง
“แม่รู้ว่าลูกเป็นอย่างนี้เพราะโตตามรอยพ่อ แต่ลูกหยุดมันได้ หยุดก่อกรรมทำเวรไม่เช่นนั้นลูกก็ต้องรับบาปไม่แพ้พ่อ”
แม่น้อยขอร้องโชติ รอลุ้นว่าลูกชายจะตัดสินใจอย่างไร โชติวางจานข้าวแล้วเดินออกไป แม่น้อยผิดหวัง
“พ่อโชติ”
“ฉันไม่อยากเป็นลูกแหง่อยู่ชายใต้ผ้าโจงแม่ฉันเกิดมาเป็นชาย ฉันต้องไว้ชื่อไว้ลายอย่างพ่อ”
แม่น้อยเสียใจ ร้องเรียกแล้วตกใจมองไม่เห็นหัวโชติเหมือนเป็นลางร้าย
“พ่อโชติ ลูกหยุดทำชั่วเสียเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นลูกจะ...”
แม่น้อยพูดไม่ทันจบโชติปิดประตูใส่ทันที แม่น้อยร้องไห้เพราะเชื่อว่าเป็นลางไม่ดี

มุมหนึ่งที่เรือนช่วง...โชติสั่งอาจารย์สัก
“อาจารย์หายดีแล้วก็ไปเล่นงานมันให้หนัก”
“พวกเอ็งหาศพมันเจอรึยัง”
สิง มั่นและขาบหลบหน้า
“ฉันให้พวกมันหาทุกที่แล้ว แต่ไม่เจอศพ”
“งั้นบุกไปหาที่เรือนมัน”
มั่นและขาบตกใจ เพราะกลัวผีกาหลง


อาจารย์สักเดินตรงมาหยุดหน้าเรือนกาหลง โชติเดินตามเข้ามายืนข้างๆ สิง มั่นและขาบอยู่ด้านหลัง อาจารย์สักมองไปที่เรือนแล้วสั่ง
“ขึ้นไปหาศพให้ทั่วเรือน”
โชติหันไปสั่งสมุน
“ไอ้มั่นไอ้ขาบ พวกเอ็งขึ้นไป”
มั่นและขาบสะดุ้งตกใจจำต้องเดินขึ้นไปย่องขึ้นบันไดด้วยความกลัว อาจารย์สักเดินออกไปมองรอบเรือน โชติสงสัย
“อาจารย์จะไปไหน”
“ข้าจะดูให้ทั่วเรือน”
โชติชี้ไปที่มุมหนึ่งข้างเรือนแล้วสั่งสิง
“เอ็งไปหาด้านโน้น”

อาจารย์สัก โชติและสิง ต่างเดินออกไป เพื่อสำรวจหาศพกาหลงที่ข้างเรือน
มั่นและขาบเดินขึ้นเรือน ทั้งสองกลัวต่างชี้ให้อีกฝ่าย เข้าไปในห้องก่อนและแล้ว ขาบก็ตัดสินใจผลักประตูเข้าไปในห้องทั้งสองมองไปไม่เห็นใคร มั่นและขาบเข้าไปในห้องด้วยความกลัว มองสำรวจไม่เห็นกาหลงอยู่ ก็โล่งใจ มั่นและขาบเข้าไปรื้อเสื่อหาศพ มั่นเข้าไปรื้อในหีบ ก็ไม่เจอศพ
ทันใดนั้นประตูห้องปิดปังใหญ่มั่นและขาบสะดุ้ง
“ผี” มั่นเสียงสั่น
“นังกาหลงไม่อยู่ เอ็งก็ขี้ขลาดตาขาว”
ขาบเดินไปที่ประตู ค่อยผลักประตูออกไปก็ไม่เจอใครค่อยโล่งอก
“มันก็แค่ลมพัด”
“ไปบอกพี่โชติเถอะว่าไม่มี”
ทั้งสองจะออกไป และแล้วเสียงตำน้ำพริกดังขึ้น มั่นตกใจ
“เสียงโขลกพริกอีกแล้ว”
มั่นและขาบผวาหวาดหวั่น กลัวโดนกาหลงเล่นงานอีก

เสียงโขลกน้ำพริกดังต่อเนื่องเป็นจังหวะช้าๆ ขาบและมั่นเดินออกไปไม่หันหน้าไปทางครัว
“เอ็งดูสิวะ มันอยู่ตรงนั้นมั้ย” มั่นถามเสียงสั่น
“ดูพร้อมกันสิวะ”
มั่นและขาบตัดสินใจหันไปพร้อมกัน ไม่มีใครอยู่ มีเพียงครกและสากที่วางอยู่ มั่นชะงัก
“เมื่อกี้มีเสียง แต่ไม่มีคนโขลกนังกาหลง มันเล่นงานเราอีกแล้ว”
“หูแว่วไปน่ารีบลงจากเรือนไปบอกพี่โชติเถอะ”
มั่นและขาบจะออกไ
กำลังโหลดความคิดเห็น...