xs
xsm
sm
md
lg

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 13

ต่อมาไม่นานนัก กรองทองนั่งก้มหน้าสะอึกสะอื้นอยู่กลางวง มีสุนทรนั่งกัดฟันแน่น ล้อมรอบด้วยครอบครัวของไอศูรย์ ขณะที่เจ้าตัวหน้าซีดเผือด

“ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ! ฉันเมา แล้วเธอมันก็ทำปากดีด่าฉัน”
กรองทองยิ่งสะอื้นหนักจนตัวโยน สุนทรเม้มปากกลั้นอารมณ์ กอดกรองทองเอาไว้แน่น
“มันไม่ใช่ข้ออ้างเลยนะศูรย์ กรองเนี่ยแม่เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เหมือนลูกหลาน เหมือนน้องของศูรย์ ลูกทำไปได้ยังไง”
ไอศูรย์หงุดหงิด “ก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว แล้วก็ผมไม่ได้แตะต้องมันอีก”
อำพลเสียงแข็ง “ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้ว”
ไอศูรย์ก้มหน้านิ่ง คอตก
“คุณเอาคำที่คุณกับน้องสาวดูหมิ่นฉันคืนไปให้หมด เพราะคนที่นอกใจไม่ใช่ฉันแต่เป็นตัวคุณเอง”
เรณูพยายามไกล่เกลี่ย “หนูอริส มีอะไรค่อยๆ พูดกันนะจ๊ะ”
“อริสไม่อยากพูดอะไรอีกแล้วค่ะคุณแม่ อริสต้องการแค่ใบหย่า”
ไอศูรย์เสียงดัง “จะบ้าเหรอ ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้มีชู้”
“ถ้าคุณไม่หย่าให้ฉัน พรุ่งนี้ฉันจะพากรองทองไปฟ้องมูลนิธิสตรี เอาให้ฉาวโฉ่กันทั้งหมดเลย ฉันไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว แต่คุณจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
ทุกคนตกใจ ไอริณหันไปด่า
“ที่แท้ก็จะเอากรองทองเป็นตัวประกันแลกกับกระดาษใบเดียว เห็นแก่ตัว”
อริสราประกาศกร้าว “ถึงเวลาที่ฉันต้องเห็นแก่ตัวบ้างแล้ว กรองทองเตรียมตัวนะ เธอเคยขอร้องให้ฉันช่วยพาเธอไปให้พ้นบ้านนี้ พรุ่งนี้ฉันจะช่วยเธอ”
สุนทรตะโกนลั่น “ไม่ ! ผมไม่ให้กรองไป ผมจะไม่ให้ใครลากเอาลูกผมไปซ้ำเติมมากกว่านี้แล้ว”
กรองทองปล่อยโฮกอดสุนทรแน่น สุนทรประคองลูกให้ลุกขึ้น
“กรอง กลับบ้านเราลูก ไม่ต้องกลัวนะ พ่ออยู่กับกรอง จะไม่มีใครมาทำอะไรลูกได้อีกแล้ว”
“สุนทร ใจเย็นๆ นะ เรื่องนี้ฉันจะรับผิดชอบเอง แกไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะให้ความยุติธรรมกับแกและลูก”
สุนทรมองอำพลอย่างซึ้งใจ กล้ำกลืนความโกรธลงไปลึกสุดใจ ประคองกรองทองออกไป

อำพลอยู่ที่ห้องทำงาน เดือดดาลสุดขีด ตบหน้าไอศูรย์เปรี้ยง
“แกทำอย่างนี้ได้ยังไงฮะ ไอ้ลูกชั่ว ทำอย่างนี้ได้ยังไง” แล้วเข้าไปตบหัวซ้ำ “สุนทรมันเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของเรา มันแสนจะจงรักภักดี แกไปเหยียบย่ำหัวใจมันอย่างนี้ได้ยังไง”
“ผมขอโทษ”
“แกคิดว่าคำขอโทษของแกมันแก้ปัญหานี้ได้ไหม” อำพลผลักหัวลูกชาย “ตอนนี้เมียแกมันก็เอาเรื่องนี้มาขู่ ถ้าข่าวหลุดออกไป ชื่อเสียงธุรกิจเราก็ป่นปี้หมด เผลอๆ แกก็ต้องไปนอนในคุก”
“ไม่นะพ่อ พ่อต้องช่วยผมนะ ทุกอย่างที่เราทำมา พ่อจะปล่อยให้ผมมาตกม้าตายเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ”
“งั้นแกก็ต้องหย่า มันเป็นทางเดียวที่จะหุบปากเมียแกให้สนิทได้ ส่วนไอ้สุนทรฉันจะจัดการเอง”
อำพลฉุนเฉียวเดินออกไป ไอศูรย์อึ้ง แต่สายตากร้าวไม่ยอม

คืนเดียวกัน กรองทองนอนน้ำตาไหลพรากๆ สุนทรนั่งอยู่ข้างๆ ปาดน้ำตาให้
“อย่าร้องไห้ลูก ฝันร้ายของกรองมันผ่านไปแล้ว หลับซะนะลูกนะ อย่าไปคิดถึงมัน”
กรองทองสะอื้นๆ เบาแล้วหลับตาลง มือยังจับสุนทรไว้แน่นอย่างต้องการกำลังใจสีหน้าสุนทรเจ็บปวดเหลือเกิน ลูบหัวกรองทองทั้งรัก ทั้งสงสาร สายตาเหม่อลอย
หวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต เมื่อ 15 ปีก่อน
ในตอนนั้นสุนทรนั่งตาแดงๆ อยู่ตรงหน้าอำพลที่แวะมาเยี่ยม
“ลูกสาวเป็นยังไงบ้างล่ะ”
“ไม่ค่อยดีครับ หมอบอกว่าลิ้นหัวใจรั่ว ต้องผ่าตัด แต่ผมไม่มีปัญญา”
สุนทรก้มหน้ากลุ้มใจ อำพลมองอย่างเห็นใจ ควักกระเป๋าหยิบเช็คที่เขียนมาให้
“กรองทองก็เหมือนลูกหลานฉันคนหนึ่ง แกเอาเงินนี่ไปรักษามันให้หาย ถ้าไม่พอก็มาบอกฉัน”
สุนทรมองดูเช็คที่อำพลยื่นให้ แล้วพนมมือท่วมรับ พึมพำขอบคุณเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้

สุนทรดึงความคิดตัวเองกลับมา เหลือบดูกรองทองที่หลับไปแล้วทั้งน้ำตา แล้วถอนใจเครียดขึ้ง โกรธแค้นแทนลูก แต่ก็สำนึกในบุญคุณของอำพล

ตอนเช้าๆ แพรพลอยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดหน้าบ้านอิศร์ แล้วหยุดมองอย่างชั่งใจ ก่อนจะเดินเข้าไป
แต่ยังไม่ทันพ้นประตูบ้านเข้ามา สมชายก็โผล่ออกมายืนเก๊กท่ากวนๆ ขวางหน้า กวนโทสะเต็มที่
“มาหาใคร”
“ฉันลืมของไว้บนห้อง ก็เลยจะมาเอา”
“ของอะไร”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย ถอยไป”
“นี่มันบ้านเจ้านายผม ถ้าคุณอิศร์ไม่อนุญาต ผมก็ให้เข้าไปไม่ได้” สมชายไม่ยอมท่าเดียว
“แต่ฉันบอกป้าดวงไว้แล้ว”
“ป้าดวงไม่ใช่เจ้าของบ้าน”
แพรพลอยรำคาญรู้ว่าสมชายตีรวน เดินหนีจะไป สมชายฉุดแขนไว้ แพรพลอยหมุนตัวจะใช้หันไปบิดแขน แต่สมชายตั้งรับไว้ เปลี่ยนท่ายึดแขนแพรพลอยไว้เอง
“คราวที่แล้วเรายังเคลียร์กันไม่สำเร็จเลยนะ คุณแพรพลอย”
แพรพลอยพยายามขัดขืนต่อสู้ แต่สมชายจับแขนบิดจนเจ็บ ป้าดวงวิ่งออกมา
“สมชาย เธอจะทำอะไรคุณแพร ปล่อยนะ”
“ผู้หญิงคนนี้บุกรุกนะป้า”
สมชายแกล้งบิดแขนแพรพลอยแรงๆ
“หยุดนะสมชาย”
อิศร์เดินออกมา สีหน้าเคร่งเครียด สมชายรีบปล่อยมือ
“คุณแพรไม่ได้บุกรุกนะคะ เธอลืมของไว้บนห้อง ก็เลยโทรบอกป้าว่าจะแวะมาเอา ป้าจะเรียนคุณอิศร์เหมือนกัน แต่คุณอิศร์ยังไม่ตื่น”
อิศร์มองแพรพลอยท่าทีเฉยเมย น้ำเสียงเย็นชา “งั้นก็เชิญสิครับ”

แพรพลอยเจ็บแปลบเมื่อเห็นแววตาห่างเหินของอิศร์ รีบเดินเข้าบ้านไป

ขณะที่แพรพลอยเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบของกล่องเครื่องประดับใส่กระเป๋า อิศร์เดินตามเข้ามา

“หยิบไปให้ครบนะคุณ จะได้ไม่ต้องกลับมาอีก”
แพรพลอยชะงักมือ เม้มปากแน่น กลั้นความเจ็บแล้วโต้ด้วยทิฐิ
“คงไม่กลับมาแล้วล่ะค่ะ ถ้ายังลืมอะไรไว้ที่นี่อีกก็ช่างมัน คุณทิ้งไปได้เลย”
แพรพลอยจะเดินออกไป แต่อิศร์ขวางไว้
“คุณมาเอาอะไรไป ผมขอดูหน่อยสิ”
“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันนะคะ”
อิศร์ยียวนกวนใส่ “ผมจะแน่ใจได้ยังไง ว่าคุณไม่ได้หยิบอะไรไป”
แพรพลอยฉุน “คุณอิศร์”
“ขอโทษด้วยที่ผมไว้ใจคุณไม่ได้อีกแล้ว เพราะตอนนี้เราสองคนก็เหมือนเป็นคนอื่น”
“ถึงเราจะไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ใช่พวกมือไว”
“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ผมไม่คิดว่าผมรู้จักคุณดีพอด้วยซ้ำ ถึงได้ถูกคุณหักหลังไงล่ะ”
แพรพลอยเจ็บใจ จ้องหน้าอิศร์ แล้วรูดซิบกระเป๋าแรงๆ เปิดให้ดู
“ดูให้เต็มตาว่าฉันไม่ได้เอาอะไรของคุณไปแม้แต่นิดเดียว ฉันเข้ามายังไง ฉันจะออกไปอย่างนั้น”
แพรพลอยจะเดินผ่านไป อิศร์คว้าแขน สีหน้าเจ็บปวด
“ไม่จริงหรอก สิ่งหนึ่งที่คุณได้ไปจากผมก็คือความรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่ตอนนี้ คุณทำลายมันแหลกลาญไปแล้ว”
“ฉันเสียใจค่ะ”
อิศร์เริ่มโมโห “เสียใจ? คุณพูดออกมาได้แค่เสียใจงั้นเหรอ”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
สายตาอิศร์ที่มองมาอ่อนโยนลึกซึ้ง เหมือนทิ้งทิฐิลงชั่วขณะ เอ่ยเสียงเว้าวอน
“กลับมาได้ไหมคุณแพร กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”
แพรพลอยนิ่งงัน ใจอ่อนเมื่อแห็นสายตาอิศร์ น้ำตาเริ่มคลอ
“ผมรู้ว่าเรายังผูกพันกันอยู่ ผมรู้ว่าคุณรักผม”
อิศร์ถือโอกาสตอนที่แพรพลอยนิ่ง ดึงตัวเข้ามากอด
“ไม่ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไปจากผม คุณทิ้งมันไปได้แล้วกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ผมขอร้อง”
แพรพลอยน้ำตาร่วง แต่ไม่ยอมพูด อิศร์ก้มหน้ามองแล้วเช็ดน้ำตาให้
“นะครับคุณแพร”
อิศร์โน้มหน้าจะจูบ แต่แพรพลอยได้สติ รีบผลักออกไป
“ไม่ค่ะ คุณเข้าใจผิดหมดทุกอย่าง ฉันไม่มีอะไรติดค้างกับคุณอีก เรื่องที่แล้วๆ มามันเป็นแค่งานของฉันเท่านั้น ฉันเลือกเส้นทางใหม่ของฉันแล้ว คุณก็จงเดินต่อไปในเส้นทางของคุณ”
แพรพลอยแกะมืออิศร์ออก แล้วเดินออกไป
“คุณแพร”
อิศร์ร้องเรียกอย่างสิ้นหวัง แต่แพรพลอยเดินลิ่ว กล้ำกลืนน้ำตา

วันเดียวกันกรองทองนั่งเหม่อลอยอยู่ริมสระน้ำ อยู่ๆ เงินปึกใหญ่ก็โยนโครมลงตรงหน้า กรองทองเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ และเห็นไอศูรย์ยืนอยู่
“แค่นี้ พอไหมสำหรับการที่เธอกับไอ้สุนทรจะไปจากที่นี่”
กรองทองตกใจ “คุณไอศูรย์”
“เงินก้อนนี้เธอไม่มีวันหาได้ด้วยตัวเอง แต่ฉันให้เป็นค่าตัวของเธอ”
สุนทรเดินออกมาจากบ้านเห็นไอศูรย์ยืนคุยกับกรองทอง ก็เดินเข้าไปฟัง
“ที่จริงเธอก็ไม่ได้สึกหรออะไร ได้ไปเท่านี้ก็น่าจะเกินพอแล้ว เธอจะเอาไปตั้งตัวหรือเอาไปทำสวยหาผัวใหม่ก็ตามใจ แต่อย่าอยู่ที่นี่ ฉันไม่อยากให้เธออยู่ประจานตัวเองและครอบครัวของฉัน”
สุนทรเหลืออดแผดเสียงใส่ “ไอ้ไอศูรย์”
ไอศูรย์หันไป เห็นสุนทรเดินลุยกำหมัดแน่นตรงเข้ามา ท่าทางเอาเรื่อง แล้วชกโครม
“มันจะมากไปแล้วนะ”
ไอศูรย์ตั้งตัวไม่ทันล้มลงไปกองคาพื้น สุนทรตามไปชกไม่ยั้งแบบบ้าคลั่ง ไม่เกรงใจอีกต่อไป
“แกย่ำยีลูกสาวฉันไม่พอ ยังจะตามมาเหยียบย่ำมันอีก คนอย่างแกมันรกโลก ฉันจะฆ่าแก ไอ้สารเลว”
สุนทรชกไอศูรย์ซ้ำไปซ้ำมาจนมือแตก ระบายแค้นที่อัดอั้นมาทั้งหมด
ไอศูรย์สะบักสะบอม ทำอะไรไม่ได้นอกจากยกมือปัดป้อง กรองทองพยายามร้องห้าม แต่สุนทรขาดสติแล้วไม่ฟัง
บุญเกิดวิ่งไปตามอำพล เรณู ไอริณมา ทั้งหมดเห็นสุนทรคร่อมซ้อมไอศูรย์เอาเป็นเอาตายก็ตกใจ
“สุนทร หยุดนะ หยุด”
สุนทรบ้าไปแล้วตอนนี้ ไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น บุญเกิดเข้าไปแยก แต่โดนลูกหลงหน้าหงายไป
อำพลใจจะขาด ทนไม่ไหว วิ่งเข้าไปกระชากตัวสุนทรออกไปมา
“สุนทร แกหยุด อย่าทำลูกฉัน ฉันขอร้อง ฉันกราบล่ะ” อำพลจะยกมือ
สุนทรเหมือนได้สติ หอบตัวโยน แล้วหันไปหาไอศูรย์ที่นอนหน้าแตกยับเยินด้วยความแค้น
“แกได้ยินไหมไอ้ชั่ว พ่อแม่ที่ไหนก็รักลูกทั้งนั้น ไม่มีใครอยากเห็นลูกตัวเองโดนทำร้าย แม้แต่ลูกชั่วๆ อย่างแก”
สุนทรปล่อยมือจากไอศูรย์แล้วลุกขึ้น กรองทองวิ่งเข้ามากอดพ่อ ตัวสั่นเทาไปหมด

แพรพลอยเดินออกมาจากบ้าน มีอิศร์เดินตามมาเศร้าๆ สวนกับป้าดวงที่วิ่งเข้ามา
“คุณอิศร์ คุณแพรขา เกิดเรื่องใหญ่ที่บ้านโน้นค่ะ”
แพรพลอยกับอิศร์พลอยตกใจไปด้วย

อิศร์กับแพรพลอยเข้าไปในบ้าน เห็นทุกคนอยู่พร้อมหน้า มีสุนทรกับกรองทองนั่งพับเพียบ มีกระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่ข้างตัว ไอศูรย์ทำแผลเรียบร้อยแล้วนั่งหน้าบวมปูด อยู่ข้างๆ เรณู
“ถ้าแกจะลาออกจริงๆ ฉันก็ไม่ขัดข้อง นี่เงินเดือนของแก ฉันเพิ่มล่วงหน้าให้อีกหกเดือน”
อำพลยื่นเงินให้ สุนทรยกมือไหว้รับเงิน แล้วลุกขึ้น
“แล้วจะไปอยู่ที่ไหนกัน” อำพลถาม
“บ้านเก่าของพ่อที่อยุธยาค่ะ” กรองทองบอก
“ไปดีมาดีนะ ถ้าเดือดร้อนยังไงก็ส่งข่าวมา” เรณูมองหน้าสุนทร “สุนทร เรื่องอะไรที่แล้วไปแล้ว ก็ขอให้เลิกแล้วต่อกันนะ ฉันรู้ว่ามันฟังเห็นแก่ตัวที่พูดแบบนี้ แต่ฉันขอให้เห็นแก่ฉันได้ไหม”
สุนทรขบกรามแน่น มองไปทางไอศูรย์ที่จ้องตอบอย่างอาฆาตแค้น
“ได้ครับคุณผู้หญิง แต่ผมมีอีกอย่างที่อยากจะขอร้อง”
“แกอยากได้อะไร” อำพลถาม
สุนทรเสียงเข้ม “ผมขอให้คุณไอศูรย์...กราบ”
ทุกคนอึ้ง ไอศูรย์ชักสีหน้าใส่ทันที
สุนทรเสียงเครือ อัดอั้น สะเทือนใจ “กราบที่เท้ากรองทอง ขอโทษที่ล่วงเกินมัน สร้างบาปให้กับมัน ผมขอแค่นี้”
ไอศูรย์โกรธจัด ลุกขึ้นชี้หน้า “ไอ้สุนทร แก”
อำพลตวาด “ไอศูรย์”
“พ่อไม่ได้ยินเหรอว่ามันจะให้ผมลดตัวลงไปกราบลูกมัน”
อำพลดุ “ฉันได้ยิน”
ไอศูรย์ทำหน้าเยาะเย้ยเพราะคิดว่าอำพลจะเข้าข้างตัวเอง ด่าสุนทร
“แกก็ทำสิ จะรออะไรอยู่ล่ะ”
ไอศูรย์ช็อก “พ่อ”
“ฉันบอกให้แกทำ กราบขอโทษกรองทองซะ”
ไอศูรย์โกรธจนตัวสั่น จ้องหน้าสุนทร
“กราบสิครับคุณไอศูรย์ เราจะได้เลิกแล้วต่อกันอย่างสิ้นเชิง”
ไอศูรย์ฮึดฮัดจะไม่ยอม เรณูจับแขนปราม แล้วพยักหน้าอ้อนวอนให้ยอมๆ ไป ไอศูรย์ยิ่งหงุดหงิด หันไปมองรอบๆ เห็นอิศร์กับแพรพลอยยืนอยู่ ก็ยิ่งแค้นใจ เสียฟอร์ม
“เดี๋ยวนี้”
ไอศูรย์ถอนหายใจอย่างรุนแรง อัดอั้นตันใจมาก ค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้าสุนทร แล้วก้มกราบแน่นิ่ง
สุนทรมองอย่างสะใจ ไอศูรย์เงยหน้าขึ้นมองสองพ่อลูก ทั้งแค้นทั้งอาย
ไอริณวิ่งลงมาจากชั้นบน หน้าตาตื่น
“พี่ศูรย์ คุณพ่อ คุณแม่ ! พี่อริสหายไปแล้วค่ะ”

ไอศูรย์วิ่งเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าดูอย่างร้อนใจ คนอื่นๆ รีบตามเข้ามา
“พี่อริสเก็บข้าวของไปหมดเลยค่ะ”
“อริสไปไหน” ไอศูรย์ร้อนรนกระวนกระวาย หันไปเห็นอิศร์ “แกต้องรู้แน่ไอ้อิศร์ บอกฉันมาว่าอริสอยู่ที่ไหน”
ไอศูรย์ชี้หน้า ปราดเข้ามา ป้าดวงรีบขวาง
“คุณอิศร์ไม่รู้เรื่องค่ะ”
“ฉันไม่เชื่อ บอกมาไอ้อิศร์ แกยุเมียฉันให้หนีไปใช่ไหม”
ไอศูรย์กระชากคอเสื้อ แพรพลอยรีบปัดมือออก
“อย่านะคุณไอศูรย์ คุณอิศร์อยู่ที่บ้านกับฉันตั้งแต่เช้า ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“แกมายุ่งอะไรด้วย ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว”
อำพลโมโห เข้ามากระชากตัวไอศูรย์ออก
“พอซักทีเถอะไอศูรย์ ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะแกทำเองทุกอย่าง เลิกโทษคนอื่นได้แล้ว”
ไอศูรย์ปัดมืออำพล “พ่ออย่ามายุ่งกับผม”

ไอศูรย์ผลุนผลันวิ่งออกจากห้องไป ท่าทีกระวนกระวาย

กรองทองกับสุนทรหิ้วกระเป๋าออกจากบ้าน ไอศูรย์ตามมากระชากไว้ กรองทองร้องวี๊ด

“คุณไอศูรย์ นี่คุณยังไม่จบอีกเหรอ” สุนทรไม่พอใจ
“พวกแกวางแผนอะไรกับเมียฉัน”
“คุณพูดอะไร พวกเราไม่รู้เรื่อง” กรองทองงง
“อย่ามาโกหก แกนัดแนะอริสไว้ที่ไหน บอกมา”
ไอศูรย์จับกรองทองเขย่า สุนทรเขาไปผลักไอศูรย์
“ตอนนี้ผมกับกรองไม่ใช่บริวารที่ต้องฟังคำสั่งคุณอีกแล้ว ถ้าคุณแตะต้องกรองอีก ผมจะทำให้คุณเสียใจไปตลอดชีวิต”
ไอศูรย์ชะงัก สุนทรชี้หน้าคาดโทษ
“คุณทำผิดไว้เยอะนะคุณไอศูรย์ ซักวันหนึ่งกรรมจะสนองคุณแน่ อย่าให้ผมต้องเร่งให้มันมาถึงก่อนกำหนดเลย”
สุนทรขู่แล้วประคองกรองทองออกไป ทิ้งให้ไอศูรย์นิ่งงัน มองตามสุนทรอย่างแค้นใจ ระแวง

ส่วนแพรพลอย อิศร์ ป้าดวงเดินกลับเข้ามาในบ้าน
“เฮ้อ วุ่นวายยุ่งเหยิงกันไปหมด เพราะคุณไอศูรย์คนเดียวแท้ๆ นี่ถ้าเมื่อกี้คุณแพรไม่อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าคุณอิศร์จะโดนอะไรบ้าง”
“ช่วงนี้คุณไอศูรย์คงจะอาละวาดหนัก หลบๆ หน้าไว้ก็ดีค่ะ”
อิศร์ถามกวนๆ “แล้วนี่คุณจะให้ผมจ่ายเงินยังไงดี”
แพรพลอยงง “คะ”
“ก็ค่าจ้างที่คุณปกป้องผมเมื่อกี้” อิศร์ประชด “เราไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้วนี่ เมื่อกี้คุณจะถือว่าเป็นจ๊อบพิเศษหรือเปล่า แล้วจะคิดเงินเท่าไร”
“คุณอิศร์” แพรพลอยเสียงขุ่นไม่พอใจ
“ขอโทษนะที่ผมต้องถามตรงๆ แต่ผมก็ไม่อยากมีอะไรติดค้างกับคุณเหมือนกัน”
ป้าดวงหน้าเสีย “คุณอิศร์คะ”
อิศร์ยักไหล่พรืด ทำท่าทางยั่วโมโหแพรพลอย
“ฉันไม่คิดเงินหรอกค่ะ ถือเป็นงานแถมให้ก็แล้วกัน แล้วก็ขอโทษที่ก้าวก่ายหน้าบอดี้การ์ดใหม่ของคุณ ฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีก แพรไปนะคะป้าดวง”
แพรพลอยยกมือไหว้ป้าดวง มองอิศร์อย่างน้อยใจ ก่อนจะเดินเชิดคอแข็งออกไป อิศร์มองตามแพรพลอยอย่างเคืองขุ่น ถือทิฐิขึ้นมาเหมือนกัน จนกระทั่งโทรศัพท์ดังขึ้น
อิศร์ก้มดูแล้วทำหน้าตกใจ รีบรับสาย “ฮัลโหล”

อิศร์เดินลิ่วออกมาท่าทางร้อนใจมากๆ สมชายรีบเข้ามาดัก
“คุณอิศร์ ไปไหนครับ”
“มีธุระนิดหน่อย แต่นายไม่ต้องไปนะ ธุระส่วนตัวของฉัน”
อิศร์สั่งเร็วๆ แล้วเดินไปที่รถ ก่อนจะขับออกไป ปล่อยสมชายให้มองตามอย่างอยากรู้อยากเห็น

อิศร์เคาะประตูที่หน้าห้องโรงแรม ซักพักประตูเปิดออก อริสราโผเข้ามากอดอิศร์แน่น
“อิศร์”
“อริสออกมาจากบ้านทำไมไม่บอกใคร รู้ไหมว่าเขาเป็นห่วงกันขนาดไหน”
“อริสไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้ว แต่อริสไม่มีที่ไป บ้านเก่าของตัวเองก็เข้าไปไม่ได้เพราะไอศูรย์ต้องรู้”
“ทำไมอริสต้องหนีมาล่ะครับ”
“อิศร์รู้เรื่องที่ไอศูรย์มีอะไรกับกรองทองแล้วใช่ไหมคะ อริสยอมรับไม่ได้ ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าคนนอกรู้ว่าเขาได้คนรับใช้เป็นเมีย” อริสราแกล้งบีบน้ำตาเศร้าโศก
“ยังไงพี่ศูรย์ก็ยังรักอริสมากนะ แล้วกรองทองก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านนั้นแล้ว”
“ถึงกรองทองไม่อยู่ อริสก็จะไม่กลับไปที่นั่นอีก อริสรังเกียจไอศูรย์ ! ขยะแขยงเขา”
ไอศูรย์มาทันได้ยิน เปิดประตูพรวดเข้ามา อิศร์กับอริสราตกใจ
“งั้นเหรอ”
“พี่ไอศูรย์”
“ฉันนึกแล้วไม่มีผิดว่าแกต้องรู้เห็นเป็นใจกัน ไอ้อิศร์”
ไอศูรย์พุ่งเข้าชกหน้าอิศร์ อริสราหวีดร้อง จะเข้าไปห้าม ไอศูรย์ผลักกระเด็นไปกระชากคอเสื้อมาหา
“นังบอดี้การ์ดนั่นไม่อยู่ คราวนี้ไม่มีใครช่วยแกแน่”
ไอศูรย์เงื้อหมัดชกอิศร์อีกที อิศร์ทนไม่ไหว ชกกลับ ไอศูรย์ยิ่งบ้า พุ่งเข้าตะลุมบอนอิศร์ สมชายวิ่งเข้ามา รีบพุ่งเข้าไปแยกตัวไอศูรย์เพื่อช่วยอิศร์
“อย่ามายุ่งกับฉัน”
ไอศูรย์หันไปต่อยหน้าสมชาย แล้วจะเล่นงานอิศร์ต่อ สมชายพุ่งเข้ามารัดตัวไอศูรย์
“พอเถอะครับคุณไอศูรย์”
“บอกว่าอย่ามายุ่ง”
ไอศูรย์โมโหหึงจนบ้าเลือดชกสมชายโครมใหญ่จนเลือดกบปาก อริสราวิ่งเข้าไปกอดประคองอิศร์
“อิศร์”
ไอศูรย์กระชากออก “ไม่ต้องไปปกป้องมัน กลับบ้านกับผมเดี๋ยวนี้”
“ไม่นะ ปล่อยฉัน”

ไอศูรย์ไม่ฟัง ลากอริสราออกไปอย่างรุนแรง

กลับมาถึงบ้านไอศูรย์ผลักอริสราเข้าไปในห้อง พออริสราจะวิ่งหนีออกไป ก็ยืนขวางไว้หน้าตาดุดัน

“อย่าให้ผมต้องเอาเชือกมัดคุณไว้นะอริส”
“คุณมันใจร้ายใจโหด คุณจะขังฉันเป็นสัตว์แบบนี้ไม่ได้”
ไอศูรย์กล้ำกลืนความเจ็บปวด มองตาอริสราเศร้าๆ
“ก็ถ้าคุณเข้าใจผม เห็นใจผมบ้าง คุณก็ไม่ควรทำเหมือนผมเป็นไอ้ผู้ร้ายที่คุณต้องหนีหัวซุกหัวซุน”
อริสราเปลี่ยนท่าที “งั้นเราคุยกันดีๆ ก็ได้ไอศูรย์ คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันสิ ฉันต้องการแค่นี้ แล้วเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน นะคะ”
ไอศูรย์ทั้งเจ็บปวดและเสียใจ “คุณก็รู้ว่าผมให้คุณไม่ได้ เพราะผมรักคุณเกินกว่าจะยอมเสียคุณไป”
อริสราตะโกนก้อง อย่างหมดความอดทน “แต่ฉันไม่ได้รักคุณ เมื่อไรคุณจะเข้าใจซักที ฉันต้องการแต่อิศร์คนเดียวเท่านั้น”
ไอศูรย์ตาลุกวาวโมโหสุดขีด
“งั้นคุณก็เชิญฝันถึงมันอยู่ในห้องนี้ อยากจะตื่นขึ้นมาบนโลกความจริงที่คุณเป็นเมียผมเมื่อไร ผมจะมาเปิดให้”
ไอศูรย์เดินออกไปจากห้อง อริสราตกใจ ผวาตามจะเปิดประตู แต่เสียงกริ๊กของกุญแจดังมาจากข้างนอก หล่อนถูกขังไว้
“ไอศูรย์ เปิดนะ เปิด”
อริสราทุบประตู พยายามจะเปิด แต่กุญแจล็อคไว้แน่นหนา

ส่วนสมชายกับป้าดวงประคองอิศร์เข้ามานั่งในบ้าน
“ผมขอโทษด้วยนะครับที่ขัดคำสั่งคุณอิศร์ แต่ผมเห็นคุณไอศูรย์ขับรถไล่หลังคุณไป ก็เลยกลัวว่าจะเกิดเรื่อง”
“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่นายเถอะ เจ็บหรือเปล่า”
ป้าดวงมองปากสมชายที่แตกเป็นแผลเล็กๆ
“ไปทำแผลซะไป เดี๋ยวฉันดูคุณอิศร์เอง ขอบใจนะ”
สมชายค้อมหัวนอบน้อมแล้วออกไป

สมชายเดินหันซ้ายแลขวา แล้วตรงเข้ามาหาไอศูรย์ที่ยืนรออยู่
“คุณอิศร์ไม่ได้สงสัยอะไรครับ”
“ดีแล้ว ขอบใจมากที่แกส่งข่าวบอกให้ฉันตามมันไป ฉันได้เมียคืน แกก็ซื้อใจมันได้ด้วย แกคอยติดต่อกับทิตาไว้” ไอศูรย์ควักเงินให้ “ส่วนนี่เป็นค่าเจ็บตัว”

สมชายรับเงินไอศูรย์แล้วยกมือไหว้ รีบแยกกันไป

แพรพลอยเข้ามาในห้องทำงานมอสเตอร์ลี เห็นเลขา กับบอดี้การ์ดกำลังดูกล้องวงจรปิดกันอยู่

“มีอะไรกันเหรอคะ”
“กำลังดูรูปถ่ายของคนร้ายอยู่”
แพรพลอยขยับเข้ามามองดูภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินลับๆ ล่อๆ
“เมื่ออาทิตย์ก่อน มีคนร้ายแอบเข้ามาวางระเบิดในโกดังของเรา แต่ระเบิดมันด้านเสียก่อน โชคดีที่มีกล้องตัวนึงจับภาพมันไว้ได้” เลขาอธิบาย
แพรพลอยมองดูภาพในจอ เพ่งที่หน้าชายคนนั้นที่ใส่หมวกปิดหน้า แต่มีจังหวะหนึ่งเงยขึ้นมา แพรพลอยชะงัก ภาพสมชายที่เจอกันสองครั้งที่บ้านอิศร์ ผุดขึ้นมาในห้วงคิด
“ผู้ชายคนนี้...”

มิสเตอร์ลีอยู่ในห้องทำงาน ทำหน้าแปลกใจเมื่อได้ฟัง
“แน่ใจเหรอแพรพลอย”
“แน่ใจค่ะ ผู้ชายคนนื้ชื่อสมชาย เป็นบอดี้การ์ดคนใหม่ของคุณอิศร์ ฉันเจอเขาสองครั้งแล้ว”
มิสเตอร์ลีงง “ทำไมถึงไปทำงานกับคุณอิศร์ได้ หรือเดชโชดมกรุ๊ปจะรู้เห็นเรื่องนี้”
“ดิฉันไม่ทราบค่ะ แต่คุณอิศร์ไม่เกี่ยวข้องแน่”
มิสเตอร์ลียิ้มรู้ทัน
“ดูคุณจะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของเจ้านายเก่ามากนะ งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อย ช่วงนี้คุณจับตาความเคลื่อนไหวของเขา โดยเฉพาะไอ้สมชายอะไรนี่ไว้ ผมอยากรู้ว่ามันทำงานให้ใคร แล้วไปอยู่กับคุณอิศร์ได้ยังไง”
แพรพลอยรับคำแล้วถอยออกไป

วันต่อมาสมชายขับรถพาอิศร์มาที่บริษัท อิศร์เข้าห้องประชุมพร้อมกับพนักงานอื่นๆ สมชายยืนรีๆ รอๆ อยู่ แล้วดูนาฬิกาก่อนจะหลบออกไป
สมชายขับรถออกมาจากบริษัท โดยไม่เห็นแพรพลอยจอดมอเตอร์ไซค์รออยู่ แล้วขับตาม

แพรพลอยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในชุมชน แล้วชะลอรถ
“แถวนี้มันบ้านของกระต่ายนี่ ทำไมนายสมชายถึงมาที่นี่”
แพรพลอยชะลอรถจอดข้างทาง แล้วเดินเข้าไป

แพรพลอยย่องเข้ามาใกล้ จนเห็นสมชายยืนคุยกับใครบางคนตรงใต้ต้นไม้ เลยตัดสินใจขยับเข้าไปอีก
พอแพรพลอยเข้าใกล้จนเห็นว่าอีกคนคือทิตายิ่งงง
“ทิตา เธอมาเกี่ยวกับสมชายได้ยังไง”
แพรพลอยขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วเผลอเหยียบใบไม้ดังกรอบ สมชายกับทิตาหันขวับไปตามเสียง
“แกพาใครมาด้วย”
สมชายงง “เปล่านี่”
ทิตากระชับปืนอย่างระแวง แล้วมองไปทางต้นไม้
“ใครอยู่ตรงนั้น ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”
แพรพลอยซ่อนตัวเงียบอยู่หลังต้นไม้ ใจเต้น ทิตากับสมชายเดินตรงเข้ามา ทิตาชี้มือให้สมชายไปดักอีกด้าน
“ฉันบอกให้ออกมา อยากตายหรือไง”
แพรพลอยคิดหาทางเอาตัวรอด แล้วมองเห็นลูกมะพร้าวแห้งๆ ที่พื้น เลยเตะออกไป อีกด้านหนึ่ง
เสียงลูกมะพร้าวกลิ้งสวบสาบไปอีกมุมหนึ่ง สมชายระดมยิงไปทางนั้นทันที แล้ววิ่งไป แพรพลอยขยับตัวจะออกจากใต้ต้นไม้ แต่ถูกกระสุนระดมยิงมาจากทางด้านหลัง
แพรพลอยกลิ้งตัวหลบ ทิตาวิ่งเข้ามาเอาปืนจ่อ
“เป็นเธอจริงๆ ด้วย แส่อีกแล้ว”
“เธอเกี่ยวอะไรกับผู้ชายคนนั้น กระต่าย”
“ไม่ใช่เรื่องของแก”
ทิตาเล็งปืนใส่จะยิง แพรพลอยดีดท่อนไม้ที่ปลายเท้าเข้ามาใส่มือ แล้วฟาดที่แขนทิตาจนปืนหลุดกระเด็น
“แก” ทิตาตะโกนก้อง “มันอยู่นี่”
สมชายโผล่มาแล้วยิงใส่แพรพลอยทันที แพรพลอยเด้งตัวขึ้น แล้ววิ่งหนีไป

แพรพลอยวิ่งหนีมาอีกมุมเพราะไม่มีอาวุธ ทิตากับสมชายวิ่งไล่ยิงเปรี้ยงๆ แพรพลอยกระโจนเข้าไปหลังพุ่มไม้ ซ่อนตัวอยู่ ทิตากับสมชายวิ่งมา หันรีหันขวาง
“มันต้องอยู่แถวนี้แหละ ได้ยินอะไรบ้างก็ไม่รู้” สมชายบอก
“รีบตามหามันให้เจอ”
ทิตาวิ่งออกไป สมชายกวาดสายตามองหาท่าทางระแวงระวัง แพรพลอยอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ กระชับท่อนไม้ในมือ รอจังหวะที่สมชายหันหลัง พุ่งเข้าเอาท่อนไม้ล็อคคอสมชายตกใจพยายามสะบัดต่อสู้
“แกกับผู้หญิงคนนั้นมีแผนอะไรกัน บอกมานะ”
แพรพลอยกดท่อนไม้เข้าที่คอของสมชายเต็มแรง

สมชายหายใจไม่ออก พยายามดิ้น มือไม้กวัดแกว่งจะผลักแพรพลอยออกไป

อ่านต่อหน้า 2

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 13 (ต่อ)

เมื่อสมชายเห็นแพรพลอยไม่ปล่อยมือแน่ จึงก้มตัวยกร่างแพรพลอยให้ลอยขึ้น เสียการทรงตัว แล้วเหวี่ยงแพรพลอยกระเด็นไปชนต้นไม้

“ฉันต้องถามแกมากกว่าว่าตามฉันมาทำไม”
แพรพลอยถอยหนี สมชายขยับตาม เล็งปืน
“ตอบ ! ไม่งั้นฉันยิง...”
สมชายพูดไม่ทันจบคำ แพรพลอยก็เตะสูงแล้วพลิกตัวตวัดขาใส่สมชาย ปืนสมชายหลุดมือกระเด็นเข้ามือแพรพลอย แพรพลอยกระชับปืนใส่มือเล็ง
“แกสิต้องตอบฉัน แกกับทิตาทำงานให้ใครกันแน่”
ขาดคำเสียงปืนดังมาจากด้านหลัง แพรพลอยรีบก้มลงหลบอย่างตกใจ เห็นทิตาไล่ยิงมา สมชายถือโอกาสพุ่งเข้าแย่งปืนกับแพรพลอยอีก แล้วเตะแพรพลอยล้มคว่ำไป
ทิตาวิ่งเข้ามา เล็งปืนใส่แพรพลอยจะยิง แต่ชาวบ้าน 3 คนวิ่งเข้ามาเพราะได้ยินเสียงปืนเสียก่อน
“เฮ้ย อะไรกันน่ะ จะทำอะไรโว้ย”
ทิตากับสมชายตกใจเมื่อเห็นคนมา พวกรปภ.หมู่บ้านเล็งปืนจะยิงใส่
“จังหวะไม่ดีแล้ว แยกย้ายกันไปก่อน”
ทิตากับสมชายหันมายิงใส่พวกชาวบ้าน พวกชาวบ้านตกใจ รีบหาที่หลบแล้วยิงต่อสู้ แต่ทั้งสองค่อยๆ ถอยหนีออกไปจากที่นั่น
จนกระทั่งเสียงปืนสงบลง พวกชาวบ้านวิ่งเข้ามา เห็นแพรพลอยทรุดอยู่ก็เป็นห่วง
“คุณนั่นเอง เป็นอะไรหรือเปล่า”
แพรพลอยส่ายหน้า ท่าทางอิดโรยอ่อนแรง
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”

แพรพลอยตัดสินใจมาปรึกษากับอนุภัทรเรื่องวันนี้
“คุณแพรเสี่ยงไปนะครับที่เข้าไปหาพวกมันโดยไม่มีอาวุธ”
“ตอนแรกฉันก็แค่จะสะกดรอยตามเฉยๆ ค่ะ แต่ไม่นึกว่านายสมชายจะนัดพบกับกระต่าย คงกำลังวางแผนทำอะไรบางอย่าง”
“เรื่องมันชักจะซับซ้อนขึ้นทุกทีแล้วนะครับ ทำไมนายสมชายถึงไปเกี่ยวกับเพื่อนคุณได้”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ที่แน่ใจได้ก็คือ มิสเตอร์ลีไม่ได้เกี่ยวข้องกับทั้งสองคนแน่ เพราะนายสมชายคือคนที่ถูกส่งไปวางระเบิดโกดังของเขาเหมือนกัน”
แพรพลอยบอกอย่างมั่นใจ

ครู่ต่อมาแพรพลอยกับอนุภัทรเดินคุยกันออกมา
“ฉันเป็นห่วงคุณอิศร์นะคะ ดูท่าทางแล้วนายสมชายคงไม่ใช่คนดี ผู้กองต้องเตือนคุณอิศร์ให้ระวังตัว”
“ถ้าอิศร์มาได้ยินมันคงจะดีใจ” อนุภัทรแซว
แพรพลอยออกอาการตกใจ “อย่านะคะ”
“ผมยังไม่พูดหรอกน่า แต่ถ้าคุณแพรห่วงอิศร์มาก เราก็ต้องรีบหาหลักฐานมายืนยันว่านายสมชายนั่นเป็นคนร้าย ลำพังแค่คำพูดอิศร์มันคงไม่เชื่อ ยิ่งถ้ามันรู้ว่ามาจากคุณ”
แพรพลอยหน้าเศร้า “ฉันรู้ค่ะ รออีกนิดนะคะ ฉันจะต้องกระชากหน้ากากมันได้แน่”
เสียงคุ้นหูดังขึ้น “คุณแพร ผู้กอง”
แพรพลอยกับอนุภัทรชะงัก หันไปเห็นมายาวีตรงเข้ามาหา
“ไม่นึกเลยว่าจะเจอกันที่นี่ คุณแพรมาได้ยังไงคะเนี่ย”
“เอ่อ เข้ามาคุยธุระกับผู้กองนิดหน่อยค่ะ”
มายาวีสนใจ “ธุระอะไรคะ เมย์ฟังด้วยสิ”
อนุภัทรตัดบท รีบเปลี่ยนเรื่อง“คุยกันจบแล้วล่ะ ว่าแต่คุณเถอะ มาทำไม”
“คุณพ่อมาประชุมที่นี่ ท่านก็เลยนัดฉันมาทานกลางวัน ท่านให้ชวนคุณด้วย คุณแพรไปด้วยกันไหมคะ ไปหลายๆ คนสนุกดี”
แพรพลอยฝืนยิ้ม ส่ายหน้า
“งานนี้ไม่มีนายอิศร์แน่นอนค่ะ รายนั้นกำลังกลับไปขยันทำงาน ข้าวปลาไม่ยอมกิน คุณแพรไม่ต้องห่วง”
“แพรไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ มีงานต้องไปทำต่อ” แพรพลอยหันมาลาอนุภัทร “แล้วเจอกันนะคะผู้กอง”
แพรพลอยรีบเดินออกไป มายาวีมองตาม แล้วหันมาหาอนุภัทร
“คุณแพรมาคุยกับคุณบ่อยเหรอ มีเรื่องอะไรกัน”
อนุภัทรอึกอัก ยังไม่อยากเล่าเรื่องที่แพรพลอยกำลังสืบข่าวมิสเตอร์ลีและสมชายบอดี้การ์ดของอิศร์
“ไม่มีอะไรหรอกน่า” ผู้กองแกล้งเย้ากลบเกลื่อน “หึงเหรอจ๊ะที่รัก”
“บ้าสิ ใครจะไปหึงคุณ”
มายาวีทุบอนุภัทร กระเง้ากระงอดแก้เขิน อนุภัทรอมยิ้ม แล้วแอบมองตามแพรพลอยอย่างห่วงๆ

ขณะเดียวกันอิศร์นั่งอยู่ในห้อง ฟังสมชายรายงานใส่ร้ายแพรพลอย ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“คุณแพรน่ะเหรอ สะกดรอยตามฉัน”
“ครับ ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจ แต่เมื่อกลางวันนี้ผม...” สมชายแกล้งรู้สึกผิด “ผมถือวิสาสะขับรถของคุณออกไปทำธุระ ผู้หญิงคนนั้นก็ตามผมไป แล้วก็ดักเอาปืนจี้ผม พยายามคาดคั้นว่าผมมาเป็นบอดี้การ์ดให้คุณได้ยังไง ใครส่งมา”
“แล้วนายบอกเขาหรือเปล่า”
“ไม่ได้บอกครับ มีคนมาเห็น เขาก็เลยหนีไป”
“ทำไมคุณแพรต้องทำอย่างนั้น”
อิศร์รำพึง ด้วยสีหน้าครุ่นคิดตรึกตรอง ส่วนสมชายแอบยิ้มร้ายพอใจที่ใส่ไฟอิศร์ได้

อริสราคุยโทรศัพท์ท่าทีร้อนรน
“กรองทอง ให้ฉันไปหาเธอได้ไหม ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอนะ” นิ่งฟัง จับความได้ว่ากรองทองปฏิเสธ “ได้โปรดเถอะกรอง เธอคือคนเดียวที่จะช่วยฉันได้ ฉันไม่อยากอยู่ในขุมนรกนี่อีกต่อไปแล้ว กรอง...”
อริสราพูดไม่ทันจบ ไอศูรย์ก็เข้ามากระชากมือถือไปกดปิด
“คุณจะทำอะไร”
“เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ”
“คิดจะเอาเรื่องกรองทองมาบีบผมใช่ไหม”
“ใช่ ฉันให้เขาไปพบทนายของฉัน เป็นพยานคดีฟ้องหย่าคุณ”
“อย่าหวังเลยว่ามันจะเกิดขึ้นง่ายๆ”
ไอศูรย์หยัน เก็บริบโทรศัพท์ของอริสรา แล้วเดินไปดึงโทรศัพท์บ้านออกมา
“คุณจะไม่ได้ไปไหนและติดต่อใครอีกแล้ว”
“ไอศูรย์”
ไอศูรย์หิ้วโทรศัพท์ออกไปจากห้อง แล้วล็อคจากด้านนอก อริสราทรุดลง ร้องไห้เสียใจ

ไอศูรย์ล็อคห้องอริสราแล้วหยุดคิด ถอนใจ
“กรองทอง สุนทร...ถ้าพวกแกยังอยู่ ก็มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ฉัน”

ไอศูรย์สีหน้าถมึงทึง เหมือนตัดสินใจเด็ดขาดจะทำสิ่งชั่วช้าบางอย่าง

ตอนกลางคืนในวันเดียวกัน แพรพลอยยืนดูต้นไม้อยู่ในที่ดินกรีนซิตี้ ที่ตนกับอิศร์ช่วยกันปลูกด้วยแววตาเศร้าสร้อย

ภาพเหตุการณ์ตอนที่อิศร์กับแพรพลอยช่วยกันปลูกต้นผุดขึ้นมาในห้วงคิด
แพรพลอยทรุดตัวลงนั่งเทปุ๋ยที่เอามาด้วย แล้วพรวนดินรอบๆ ก่อนจะรดน้ำลงไปจับใบไม้ลูบ
“ทนเหงาหน่อยนะ ฉันว่าอีกไม่กี่วัน แกก็คงจะมีเพื่อน เพราะเขาคงใกล้จะเอาต้นไม้อื่นๆ มาลงแล้วล่ะ โตเร็วๆ นะ แถวนี้จะได้กลายเป็นสวนสีเขียวอย่างที่คุณอิศร์ตั้งใจไว้”
แพรพลอยยิ้มกับต้นไม้ แล้วเก็บอุปกรณ์ มีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาด้านหลัง แพรพลอยหันไปมอง แล้วรีบวิ่งเอาอุปกรณ์ทั้งหมดหลบไป
เป็นอิศร์เดินเข้ามาที่ลานดินกว้างพร้อมกับสมชายที่เอาแต่ถามงงๆ
“คุณอิศร์มาที่นี่ทำไมครับ”
“ฉันอยากมาดูอะไรหน่อย นายไปรอที่รถก็ได้ แถวนี้คงไม่มีอะไรหรอก”
สมชายท้วง “แต่...”
“ฉันอยากอยู่คนเดียว”
สมชายถอยไปอย่างนอบน้อม อิศร์เดินตรงเข้ามา กวาดตามองไปรอบๆ ที่ดินกว้าง แล้วหวนนึกถึงความหลังขึ้นมา ตอนเขากับแพรพลอยช่วยกันปลูกต้นไม้จนเสร็จ
“เสร็จไปแล้วหนึ่งต้น เหลืออีกกี่ร้อยต้นก็ไม่รู้ แต่ผมก็ดีใจนะที่ได้ลงมือทำอะไรที่มาจากสมองตัวเองจริงๆ ซักที ไม่ต้องให้ใครคอยชี้บอกให้ทำโน่นทำนี่”
“ฉันก็ภูมิใจในตัวคุณ”
“ผมโชคดีที่มีคุณนะคุณแพร เพราะคุณทำให้ผมเป็นผมวันนี้ได้” อิศร์สบตาซึ้งๆ
แพรพลอยมองอิศร์อย่างซาบซึ้งใจ น้ำตาซึมเพราะกำลังชั่งใจกับบางอย่าง
“ถึงไม่มีฉันคุณก็มีวันนี้ได้ จำไว้นะคะ”
อิศร์ดึงสติจากอดีตกลับมา มองดูต้นไม้ แล้วสังเกตเห็นความผิดปกติ เลยก้มลงเอามือแตะดินขึ้นมาดูใกล้ๆ ให้แน่ใจว่าดินที่รอบๆ ต้นไม้เปียกชื้น
แพรพลอยแอบอยู่ที่หลังกำแพง ชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังอิศร์ แอบมอง

อิศร์เห็นความผิดปกติ เขาเงยหน้าแล้วลุกขึ้นกวาดตามองไปรอบๆ
“คุณแพร คุณที่นี่หรือเปล่า คุณใช่ไหมที่มารดน้ำต้นไม้” อิศร์ตะโกนไปรอบๆ “คุณแพร”
แพรพลอยหลบเข้าด้านหลังกำแพงทำตัวลีบเล็ก
อิศร์มองไปรอบๆ แล้วเห็นร่องรอยน้ำหยด ตัดสินใจเดินตาม จนเกือบถึงที่แพรพลอยซ่อนตัวอยู่
“ผมรู้นะว่าเป็นฝีมือคุณ ทำไมคุณไม่ออกมาเผชิญหน้ากับผมล่ะ”
แพรพลอยซ่อนตัวนิ่ง สีหน้ากดดันสุดขีด
“คุณทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร ปากคุณก็บอกให้ผมลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา แต่ลับหลังคุณก็พยายามย้ำเตือนให้ผมยังวนเวียนกับความหลังอยู่ คุณต้องการอะไรกันแน่ อยากจะให้ผมทรมานใจจนตายหรือไง”
แพรพลอยเจ็บปวด หลับตากลืนข่มลงไปลึกสุดใจ
“ผมไม่รู้ว่าตัวเองเคยทำอะไรให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจ คุณถึงเลือกทำร้ายผมแบบนี้ แต่ถ้าคุณอยากฆ่าผมก็เอาเลย ออกมาฆ่าผมตรงนี้เลย ผู้หญิงใจร้าย”
แพรพลอยหันหลังพิงกำแพง น้ำตาไหลนองหน้า สงสารอิศร์เหลือเกิน
สมชายวิ่งเข้ามาหาอิศร์ สีหน้าตื่น
“คุณอิศร์ครับ ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นี่เหรอครับ” สมชายชักปืนกราดไปรอบๆ “แกอยู่ไหน ออกมาสิวะ”
“สมชาย ไม่ต้อง! กลับกันเถอะ”
อิศร์หันหลังเดินออกไป สมชายทำท่าขัดใจอยากจะไปตามหาแพรพลอย แต่เห็นอิศร์เดินลิ่วไปก็เปลี่ยนใจวิ่งตาม
แพรพลอยโผล่หน้าออกมามองอิศร์ด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์ ด้วยความรู้สึกผิด

ขณะไอริณเดินเข้าบ้านมา เห็นสาวใช้ยกถาดอาหารออกมา
“คุณริณจะทานมื้อเที่ยงเลยไหมคะ ดิฉันจะได้จัดโต๊ะ”
“แล้วคุณแม่ล่ะ ทานหรือยัง”
“คุณผู้หญิงไปถือศีลที่วัดค่ะ”
“อะไรกัน ไม่เห็นบอกฉันเลย” ไอริณมองถาดอาหาร “แล้วนี่จะเอาไปให้ใคร”
“ของคุณอริสค่ะ”
ไอริณงวยงงปนหมั่นไส้ “ไม่มีมือมีเท้าหรือไง ถึงลงมากินเองไม่ได้ หรือว่าป่วยเป็นโรคอะไรขึ้นมาอีก”
“เปล่าค่ะ แต่คุณไอศูรย์ไม่อนุญาตให้เธอออกจากห้อง”
ไอริณแปลกใจ

อริสราขว้างปาข้าวของใส่ทันทีที่สาวใช้เปิดเข้าไป
“ฉันไม่กิน เอาออกไป๊”
“คุณอริสคะ ทานหน่อยเถอะค่ะ”
“ไม่! ถ้าอยากให้ฉันกินก็ปล่อยฉันไปสิ ทำไมต้องขังฉันด้วย”
“หนูต้องทำตามคำสั่งคุณไอศูรย์ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะคุณอริส”
สาวใช้รีบปิดประตู อริสราร้องกรี๊ดๆ พยายามเคาะประตูจะให้เปิด ไอริณเดินขึ้นบันไดมามองช็อกๆ คาดไม่ถึง
“พี่ศูรย์ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”

เวลาเดียวกันอำพลเข้าบ้านมา ปลดเนคไทออกจากคออย่างเครียดๆ ไอริณเดินตาม
“พ่อรู้แล้ว”
“แล้วพ่อจะไม่ทำอะไรซักอย่างเลยเหรอคะ จะปล่อยให้พี่อริสอยู่แบบนั้นเหรอ”
“พี่แกมันฟังใครที่ไหน พ่อสั่งให้เลิกกันไปซะจะได้จบๆ มันก็ไม่เชื่อ มัวเมาอยู่ได้กับผู้หญิงคนเดียว” อำพลโมโหเหมือนกัน
“ถึงริณจะไม่ชอบพี่อริส แต่เขาไม่สมควรจะถูกขังเป็นนักโทษแบบนั้นในบ้านเรานะคะ”
“แล้วแกจะให้พ่อทำยังไง ขืนปล่อยพี่สะใภ้แกออกมาแล้วหนีไปอีก ไอศูรย์มันก็คงอาละวาดบ้านแตก งานการไม่ทำ มัวแต่ตามหาเมีย ยุ่งกันใหญ่”
ไอริณถอนใจ หมดปัญญาเหมือนกัน มองหาพี่ชาย “แล้วนี่ตัวการหายไปไหนแล้วคะเนี่ย”

“ไม่รู้มัน ไม่เห็นหน้ามันตั้งแต่เช้า”

ฟากสุนทรกับกรองทองช่วยกันถางหญ้า ในสวนผลไม้

“เป็นไงกรอง เหนื่อยไหมลูก”
กรองทองเงยหน้า ปาดเหงื่อ “นิดหน่อยจ้ะพ่อ แต่กรองทนได้ ดูสิจ๊ะ จะเสร็จแล้ว”
สุนทรเดินเข้ามาหากรองทอง โอบไหล่มองพื้นที่สวนที่เตียนโล่งง
“ยังดีนะที่ปู่กับย่ากรองทิ้งที่ดินเอาไว้ให้เราทำกิน แต่กรองแน่ใจนะลูกว่าจะไม่หางานที่มั่นคงทำ”
“ไม่จ้ะ กรองจะเป็นชาวสวนนี่แหละ เป็นนายของตัวเอง เหนื่อยมากหน่อย แต่ก็มีความสุข”
สุนทรยิ้มกับกรองทองอย่างดีใจ แล้วช่วยกันถางหญ้าต่อ
ขณะที่สองพ่อลูกกำลังทำงาน ไอศูรย์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่มุมลับตาหน้าสวน มองมาด้วยสายตาอาฆาต

เปี๊ยกกับเด็กๆ แกะห่อกระเป๋านักเรียน รองเท้านักเรียนกันดูอย่างตื่นเต้น มายาวีกับกรณ์มองเอ็นดู
“ขอบคุณผู้กองกับคุณเมย์มากนะครับ สำหรับชุดนักเรียนของเด็กๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อเห็นว่าใกล้จะเปิดเทอมแล้ว กลัวเด็กๆ จะไม่มีของใช้ ท่านฝากมาบอกด้วยว่าถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกได้ ไม่ต้องเกรงใจ”
เปี๊ยกรีบยกมือ “งั้นเปี๊ยกขอคุณลุงอีกอย่างได้ไหมครับ เปี๊ยกขอบ้านกับที่ดินกว้างๆ มาให้แม่ทำมูลนิธิใหม่ พวกเราจะได้ย้ายออกไปจากที่นี่”
“อ้าว ทำไมล่ะ” มายาวีสงสัย
เปี๊ยกพูดซื่อๆ “พี่แพรจะได้ลาออกจากนายมิสเตอร์ลีหน้าเลือด กลับไปอยู่กับพี่อิศร์เหมือนเดิมไงครับ”
มายาวีทำหน้าแปลกใจ หันไปมองกรณ์ที่ยิ้มเจื่อนๆ

ในเวลาต่อมา มายาวีนั่งคาดคั้นเอากับอัมพากับกรณ์ โดยมีอนุภัทรนั่งฟังอยู่ด้วย

“ใช่ค่ะ ยายแพรไปเป็นบอดี้การ์ดให้มิสเตอร์ลีก็เพราะเรื่องนี้เลย”
“แพรไม่ได้บอกพวกคุณเหรอครับ” กรณ์แปลกใจ
“ไม่ค่ะ” มายาวีหันไปมองหน้าอนุภัทรเป็นเชิงถาม
“ผมก็ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย คิดว่าเป็นเรื่องอื่น”
“เรื่องอะไร”
“เอ่อ...” อนุภัทรแก้ตัว “ก็...เรื่องที่คุณแพรบอกไง ที่ว่ามิสเตอร์ลีให้เงินเยอะกว่า”
อนุภัทรยิ้มกลบเกลื่อน มายาวีถอนใจ
“คุณแพรนะคุณแพร ถ้าบอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรกก็จะได้แก้ปัญหาให้ ไม่ต้องผิดใจกับนายอิศร์ เดี๋ยวแพรจะเคลียร์ให้ค่ะ”
อนุภัทรตกใจรีบห้ามเสียงดัง “ไม่ได้นะ”
ทุกคนทำหน้างง มองอนุภัทรว่าจะห้ามทำไม
“คุณอย่าเพิ่งบอกดีกว่า เก็บไว้ก่อน”
“คุณไม่อยากให้เขาดีกันหรือไง ถ้านายอิศร์รู้เรื่องนี้จะได้หายโกรธคุณแพร”
“เอ้อ แต่ว่า...ผมว่าเราน่าจะปรึกษาคุณแพรก่อนดีกว่า เผื่อคุณแพรจะยังไม่อยากเปิดเผย”
มายาวีฮึดฮัดขัดใจ ไม่เห็นด้วย
“เรื่องของเขาสองคนน่าคุณ อย่าเสียมารยาทสิ”
มายาวีเซ็ง คันปากยิบๆ ด้วยอยากจะให้ทั้งสองคืนดีกัน

ทางด้านอิศร์ก้าวขึ้นนั่งรถของทื่หน้าบริษัท โดยมีสมชายทำหน้าที่คนขับ รถแล่นออกจากบริษัท มุ่งหน้ากลับบ้าน พอผ่านแยกหนึ่ง มอเตอร์ไซค์แบบเดียวกับที่แพรพลอยใช้ซึ่งทิตาเป็นคนขับขี่ก็วิ่งออกจากซอย แล้วตามรถของอิศร์ไป
ทิตาแต่งตัวคล้ายแพรพลอย ในชุดที่อิศร์เห็นเวลาทำงานอยู่กับมิสเตอร์ลี โดยสวมหมวกกันน็อค ขับรถแบบเดียวกันเพื่อหลอกให้อิศร์เข้าใจผิด

สมชายขับรถไปเรื่อยๆ แล้วมองผ่านกระจกหลัง เห็นรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นขับตาม รู้อยู่แล้วว่าเป็นทิตา
“คุณอิศร์ครับ เราถูกตามอีกแล้ว”
อิศร์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า หันไปมองกระจกหลัง เห็นรถมอเตอร์ไซค์ตามมาห่างๆ
“คุณแพรนี่”
สมชายได้ทีรีบใส่ไคล้ “ผมบอกคุณอิศร์แล้วไงครับว่าแพรพลอยกำลังสะกดรอยตามเรา”
“เขาต้องการอะไร จอดรถซิ”
“อย่าดีกว่าครับคุณอิศร์ ผมว่าไม่ปลอดภัย”
“จอด! ฉันจะลงไปคุยกับเขา”
สมชายจำเป็นต้องจอดรถเข้าไหล่ทาง อิศร์รีบลงจากรถ

ทิตาเห็นอิศร์จอดรถก็ชะลอความเร็ว หยุดอยู่ไกลๆ แต่ยังไม่ดับเครื่อง
“คุณแพร! คุณต้องการอะไร ทำไมถึงตามผมมา”
ทิตายังหยุดอยู่ที่เดิม จ้องมองมา
“ว่าไงล่ะ คุณกำลังคิดจะทำอะไร คุณจะเอาอะไรจากผมอีก” อิศร์สืบเท้าเข้าไป
“คุณอิศร์ครับ ผมว่า...” สมชายทำทีเป็นห่วง
“คุณแพร! ลงมาคุยกันให้รู้เรื่อง”
อิศร์ขยับจะเข้าใกล้ ทิตาเบิ้ลเครื่องแรงขึ้นมาทันที เพราะไม่อยากให้อิศร์รู้ว่าตนไม่ใช่แพรพลอย
“คุณอิศร์ครับ ระวัง”
ทิตาเบิ้ลเครื่องเหมือนจะพุ่งเข้าชน แต่แล้วกลับหักเลี้ยวแล้วขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

อิศร์ทั้งงุนงง สับสน

อิศร์กลับถึงบ้านตอนค่ำ นั่งกินข้าวเย็นกับมายาวีและอนุภัทร อยู่ในห้องอาหารบ้าน และเล่าเรื่องที่เจอแพรพลอย

อนุภัทรทำท่าตกใจ “คุณแพรน่ะเหรอตามแก”
“ใช่ วันนี้ฉันเห็นกับตาตัวเอง พอฉันลงรถไปหาเขาก็ไม่ยอมพูดอะไรแล้วก็ขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป”
“แน่ใจเหรอวะ คุณแพรก็มีงานของเขา จะมาสะกดรอยตามแกทำไม”
“ต้องเป็นคุณแพรอยู่แล้ว ทั้งการแต่งตัว ทั้งรถที่ใช้ จะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง” อิศร์มั่นใจ
มายาวีคันปากอยากเม้าท์ “คุณแพรอาจจะอยากบอกอะไรกับนายก็ได้นะ”
อนุภัทรหันขวับ อิศร์ทำหน้าสงสัย
“บอกอะไร”
“ก็จะ...โอ๊ย”
มายาวีไม่ทันได้พูด อนุภัทรหยิกหมับเข้าที่แขนมายาวี ถลึงตาห้าม
“เป็นอะไรยายเมย์” อิศร์ถาม
“เอ่อ ยุงกัดน่ะ” มายาวีลูบแขน “กัดซะแรงเชียว ไอ้ยุงผีบ้า”
มายาวีถลึงตาค้อน อิศร์ยังงงๆ อยู่
“แล้วเมื่อกี้เธอจะพูดว่าอะไร”
มายาวีทำไก๋ “เอ๊ะ จะพูดอะไรเหรอ ลืมไปแล้ว”
“กินข้าวเถอะกินข้าวๆ คุณก็กินเยอะๆ นะคุณเมย์ เอ้า กินเข้าไปจะได้ไม่ต้องพูดเยอะนะจ๊ะ”
อนุภัทรตัดบท เอาน่องไก่ทอดยัดปากมายาวี แล้วตักโน่นตักนี่ให้อิศร์กิน
มายาวีกินไก่ไปมองค้อนอนุภัทรไป อนุภัทรทำตาแข็งขู่ไม่ให้พูด

ทิตากับสมชายนัดคุยกัน ในสถานที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง
“ทำดีมาก ไอ้อิศร์เชื่อสนิทใจว่าเธอคือแพรพลอย”
“ทำไมไม่ให้ฉันจัดการซะเลยตอนมีโอกาส”
“ก็จังหวะมันยังไม่ดี คนขับรถผ่านไปผ่านมาเยอะ เธอคิดว่าคนอย่างแพรพลอย ถ้าจะเก็บไอ้อิศร์จะไม่ทำให้แนบเนียนหรือไง”
ทิตานิ่ง เห็นด้วย “งั้นจะให้ฉันลงมือจริงเมื่อไรก็บอกมาแล้วกัน”
จากนั้นทิตาเดินออกไป

ในสวนผลไม้ สุนทรถางหญ้าเสร็จ กรองทองเอากระติกน้ำมาให้ดื่ม
“วันนี้มืดแล้ว เอาเท่านี้ก่อนเถอะจ้ะพ่อ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
“ก็ดีเหมือนกัน กลับบ้านเถอะลูก”

สุนทรกับกรองทองช่วยกันเก็บข้าวของ
ไม่นานนัก สุนทรกับกรองทองช่วยกันถือของออกมาจากสวน จะข้ามถนนซึ่งมืดมากเพื่อกลับบ้าน สองพ่อลูกไม่เห็นว่ามีรถคันหนึ่งจอดซุ่มอยู่ริมถนนไกลๆ โดยถอดป้ายทะเบียนออก

รถคันนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัว แล้วเร่งความเร็วพุ่งมาบนถนน โดยไม่เปิดไฟ กรองทองหันมาเห็นรถพุ่งเข้ามาใกล้มากๆ ตกใจ
“พ่อ! ระวัง!”
กรองทองรู้ว่าไม่ทันแน่ ตัดสินใจผลักสุนทรกระเด็นออกไป รถพุ่งเข้าเฉี่ยวกรองทองล้มลง
“กรอง”
รถถอยเลยไปนิดหนึ่ง แล้วถอยกลับมาอีกอย่างเร็วเตรียมชนซ้ำ สุนทรได้สติ คว้าจอบข้างๆ ตัวพุ่งเข้าเงื้อฟาดท้ายรถโครม ได้ผลรถคนร้ายชะงักกึก แล้วรีบพุ่งขับออกไป
สุนทรทิ้งจอบ แล้วรีบวิ่งเข้าประคองกรองทอง
“กรองทอง กรอง”

ไอศูรย์ขับรถมาจอดในบ้าน สีหน้าตื่นตระหนก เพราะเป็นครั้งแรกที่ลงมือฆ่าคนด้วยตัวเอง พอได้สติก็รีบลงจากรถไปดูรอยบุบตรงท้ายรถ ไอศูรย์รีบเปิดท้ายรถ เอาผ้าจะออกมาคลุม แต่หันไปอีกทีเห็นอำพลจ้องอยู่ เขาร้องเสียงหลง
“คุณพ่อ! ตกใจหมด”
“แกหายไปไหนมา ติดต่อไม่ได้เลย”
ไอศูรย์อึกอัก “ผมแบตหมด คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่า”
“ฉันจะถามแกว่าจะเอายังไงกับเมียแก จะขังกันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ได้ยังไง คนนะโว้ยไม่ใช่หมาใช่แมว”
“ผมรู้น่า รออีกสองสามวันแล้วกัน เดี๋ยวเรื่องก็จบแล้ว”
ไอศูรย์ตัดบทแล้วเดินหนีไป อำพลนิ่วหน้าสงสัยคำพูดลูกชาย

ขณะเดียวกันที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดตอนกลางคืน เห็นสุนทรรีรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สักครู่หมอออกมา
“ลูกผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ”
“คนเจ็บยังไม่ฟื้นเลยครับ คงต้องรอดูอาการก่อน”
สุนทรเสียงสั่น “ลูกผมจะเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ หมอช่วยลูกผมด้วย”
“ไม่ต้องห่วงครับ เราจะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ คุณทำใจให้สบายนะ”
หมอเดินไป สุนทรทรุดลงนั่ง เอามือกุมหัวกลุ้ม แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา นัยน์ตาวาวโรจน์
“ไอ้ไอศูรย์”

วันต่อมาอิศร์กับมายาวีออกมาจากห้องประชุมหน่วยงานหนึ่งเดินคุยกันมาตามทางในอาคาร เจอกับเลขาและลูกทีมลูกทีมมิสเตอร์ลีเดินสวนเข้ามา
“วันนี้มายื่นซองประกวดราคาด้วยตัวเองเลยเหรอครับคุณอิศร์” เลขาทัก
อิศร์มองประเมิน พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของมิสเตอร์ลี
“ผมไม่ไว้ใจคนอื่นน่ะครับ เจอพวกหนอนบ่อนไส้มาเยอะแล้ว”
“คุณอิศร์ลงทุนมาเองแบบนี้ หวังว่า คงไม่ใช่เพราะนัดพบปะตกลงอะไรกับใครเป็นการส่วนตัวนะครับ” เลขาแขวะ
“ไม่ต้องห่วง ! บริษัทผมไม่เคนเล่นลับหลังใคร เพราะผมไม่ใช่หมาลอบกัด ขอตัวนะครับ”
อิศร์เดินคอแข็งออกไป มายาวียิ้มเยาะเลขาแล้วเดินตามอิศร์ไป
“สุดยอดเลยอิศร์ แหม เดี๋ยวนี้ปากคอเราะร้ายนะยะ”
อิศร์ยิ้มขมขื่น “ทำไงได้ เจ็บมาเยอะ”
อิศร์ถอนใจเศร้า จังหวะนี้โทรศัพท์มือถืออิศร์ดังขึ้นเป็นเบอร์แปลกๆ
“ฮัลโหล”
เป็นเสียงสุนทร “คุณอิศร์ ตอนนี้คุณอยู่กับใครหรือเปล่า”
“ใครน่ะ” อิศร์งง
สุนทรโทร.จากตู้โทรศัพท์สาธารณะ แถวๆ บ้าน
“ผมเอง สุนทร ผมอยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว”
อิศร์งง มองไปทางมายาวีกับลูกน้องแล้วเดินแยกออกมา
“นายมีเรื่องอะไรสุนทร”
“ผมบอกคุณตอนนี้ไม่ได้ เพราะคุณอาจจะถูกดักฟัง”
อิศร์งงใหญ่ “ใครจะดักฟังฉัน”
“มาพบผมเถอะครับคุณอิศร์ แล้วคุณจะรู้เรื่องทั้งหมด” สุนทรบอก

มายาวีเดินมาถึงรถตรงลานจอด สมชายรอเปิดประตู แล้วชะเง้อหาอิศร์
“คุณอิศร์ล่ะครับ”
“อิศร์เขาบอกว่าจะไปทำธุระ ให้นายกับฉันล่วงหน้าไปบริษัทก่อน”
สมชายระแวง “ธุระที่ไหน”
“ไม่รู้ ไปได้แล้ว”
มายาวีจะก้าวขึ้นหนั่ง แต่สมชายรีบปิดประตู
“งั้นคุณกลับไปเองก่อน ผมต้องตามไปคุ้มครองคุณอิศร์”
“อ้าว”
สมชายไม่สนใจวิ่งขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที มายาวีอ้าปากค้าง มึนตึ๊บ!
อิศร์ออกมาโบกแท๊กซี่หน้าตึก แล้วรีบขึ้นไป
สมชายขับรถตามออกมา มองเห็นอิศร์พอดี รีบตามไป พร้อมกับกดโทรศัพท์หาทิตา

เวลาต่อมา อิศร์นั่งอยู่ในแท๊กซี่ เสียงการสนทนากับสุนทรดังก้องในหูของเขา
“คุณนั่งแท๊กซี่มาลงที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง แล้วผมจะให้รถออกไปรับ”
“ทำไมถึงต้องให้ฉันไปคนเดียว” อิศร์ท้วง
“เพราะคุณไม่ควรจะไว้ใจใครทั้งนั้น แล้วเจอกันครับคุณอิศร์”
ยิ่งคิดอิศร์ยิ่งสงสัยและคาใจ อยากรู้เต็มกลืน หันไปเร่งแท็กซี่
“เร็วๆ หน่อยครับพี่”

อนุภัทรเงยหน้าขึ้นมองมายาวีที่แล่นมาฟ้องถึงออฟฟิศสำนักงานสืบ
“คุณว่าอิศร์นัดพบกับใครนะ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงได้มาถามคุณนี่ไงว่ารู้เรื่องหรือเปล่า ทำไมนายนั่นต้องรีบร้อนออกไปขนาดนั้น ฉันขอตามไปด้วยก็ไม่ให้”
“ผมมัวแต่ประชุมอยู่ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วคุณให้อิศร์ไปคนเดียวได้ยังไง เกิดเป็นแผนลวง...”
“คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง อีตาสมชายก็แอบตามไปนี่”
“สมชาย บอดี้การ์ดคนใหม่ของอิศร์น่ะเหรอ”
“ใช่ พอรู้เรื่องก็รีบทิ้งให้ฉันเรียกแท๊กซี่กลับเอง แล้วก็รีบขับรถออกไปเลย”
อนุภัทรอึ้ง นิ่งงันไปชั่วขณะ นึกถึงคำพูดของแพรพลอย
“ฉันเป็นห่วงคุณอิศร์นะคะ ดูท่าทางแล้วนายสมชายคงไม่ใช่คนดี ผู้กองต้องเตือนคุณอิศร์ให้ระวังตัว”
อนุภัทรลุกพรวดขึ้น เริ่มร้อนใจ
“ผมว่าไม่ค่อยดีแล้ว คุณพยายามโทร.หานายอิศร์ให้ติดนะ ถามมันว่าอยู่ที่ไหน”
“อ้าว อะไรยังไง”

อนุภัทรรีบร้อนออกจากห้องไปเฉยเลย ไฮโซสาวงงหนัก

อ่านต่อหน้า 3

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 13 (ต่อ)

อิศร์เดินลุยสวนเข้ามาใต้ต้นไม้ริมน้ำ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด และปลี่ยว

“สุนทร! ฉันมาแล้ว นายอยู่ที่ไหน”
อิศร์กวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่วางใจ แล้วเดินเข้ามาในศาลาริมน้ำ
สุนทรโผล่ออกมาจากที่ซ่อน อิศร์สะดุ้งโหยง
“ตกใจหมด ทำไมนายต้องทำลึกลับแบบนี้ด้วย”
“แน่ใจนะว่าไม่มีคนตามคุณมา” สุนทรถามย้ำ
“ฉันหลบออกมาตามที่นายบอก มีเรื่องอะไรก็ว่ามา”
“เมื่อคืน มีคนพยายามจะฆ่าผมกับกรองทอง”
“ว่าไงนะ” อิศร์ตกตะลึง
“มันซุ่มรอจะขับรถชนเราสองพ่อลูก แต่กรองทองเห็นเสียก่อนเลยผลักผมหลบไป ตัวมันก็โดนรถเฉี่ยวบาดเจ็บ แต่มันต้อลงมืออีกแน่ เพราะผมรู้ความลับบางอย่างที่เกี่ยวกับคุณ”
“ความลับอะไร”
อิศร์พูดจบก็มีเสียงปืนดังเปรี้ยงมาจากที่ไกลๆ อิศร์กับสุนทรกุ้มหลบ
ทิตากับลูกน้องโผล่ออกมา สวมไอ้โม่งพรางหน้าตา เล็งปืนตรงมาที่ทั้งสอง เปรี้ยงๆๆ
“ไหนคุณบอกว่าไม่มีใครตามมา หลบเร็ว”
สุนทรกระชากแขนอิศร์ออกวิ่ง ทิตากับลูกน้องวิ่งตามไป ไล่ยิงไม่ลดละ
“เป็นโอกาสของเราแล้ว เก็บมันให้ได้” ทิตาสั่งเสียงกร้าว

อิศร์กับสุนทรวิ่งเข้าไปตามริมน้ำ เสียงปืนไล่ตามติด
“มันตามล่าฉันอยู่ เราต้องแยกกัน” อิศร์บอก
“ไม่ได้นะคุณอิศร์ คุณไม่รอดแน่”
“นายต้องไป อย่าลืมนะว่ากรองทองรอนายอยู่ ไป”
อิศร์พูดจบก็โดดตูมลงไปในน้ำ สุนทรรีๆ รอๆ แล้วเห็นเห็นทิตาวิ่งมา ก็รีบหนีไป ทิตาวิ่งไล่ยิงสุนทรไป แต่ลูกน้องทิตากลับหยุดชะงักมองไปรอบๆ เพราะเห็นคลื่นน้ำ เลยยิงสุ่มๆ ลงไป
อิศร์ซ่อนตัวอยู่ในกอผักตบริมน้ำ รีบดำหลบไปใต้ศาลา ลูกน้องทิตามองเห็นความเคลื่อนไหว ลงไปที่ศาลากราดปืนสำรวจ
อิศร์รอจังหวะที่ลูกน้องเดินมาถึงริม ก็โผล่ตัวเงื้อมือกระชากลูกน้องตกน้ำตูม ลูกน้องได้สติ เจออิศร์ก็ดิ้นสู้ อิศร์ชกเข้าที่หน้าลูกน้อง
ลูกน้องพยายามจะจับอิศร์กดน้ำ อิศร์ดิ้นไปมาแล้วเสยปลายคาง แล้วโผล่เข้ามากระชากคอเสื้อจับหัวลูกน้องโขกับเสาในน้ำซ้ำๆๆ จนแน่นิ่งไป อิศร์รีบปีนขึ้นจากน้ำ เห็นปืนตกอยู่ที่พื้นรีบเก็บขึ้นมา เสียงปืนดังมาจากที่ไกลๆ อิศร์รีบวิ่งไป

ทิตาสวมโม่งดำวิ่งตามสุนทรเข้าไปในโรงสีร้าง แต่ไม่พบใคร กราดยิงไปรอบๆ ให้สุนทรเคลื่อนไหว
สุนทรซ่อนอยู่หลังกองไม้ พุ่งเข้าใส่ทิตาจากด้านหลัง ทิตาหันไปตวัดเตะ แล้วเอาปืนสุนทรตบกระเด็นไป
“ทิตา ฉันรู้นะว่าเป็นแก”
“คุณไอศูรย์สั่งฉันมาเก็บแก ก่อนที่จะปากสว่าง”
ทิตาปืนเล็งใส่ สุนทรผลักถังน้ำที่พื้นเข้าใส่ทิตา ทิตาเสียจังหวะ ปืนดังเปรี้ยง สุนทรรีบวิ่งหนีขึ้นบันได ทิตาตั้งหลักได้พยายามตามไป สุนทรโยนถังน้ำลงจากบันไดมาขวางทิตาเอาไว้ ทิตายิงสวนขึ้นไปเปรี้ยงๆ

ทิตาวิ่งขึ้นบันไดมา มองหาสุนทร ได้ยินเสียงฝากระดานลั่นออดแอดในห้องหนึ่งก็ย่องตามไป
สุนทรผลักประตูออกมาชนทิตากระเด็น ปืนหลุดมือไป สุนทรกระโจนเข้าจะคว้าปืน ทิตากระชากตัวไว้ แล้วชกสุนทร ทั้งคู่ตะกายแย่งปืนกัน พยายามยื้อไม่ให้อีกคนถึงก่อน สุนทรเกือบจะแย่งปืนไปได้ ทิตาจิกหัวสุนทรไว้แล้วโขกหัวเข้าดั้งจมูกจังๆ
สุนทรร้อง “โอ๊ย”
ทิตาฉวยโอกาสคว้าปืนไว้ได้ แล้วลุกขึ้นยืนจะยิง แต่โดนยิงใส่เปรี้ยงๆ ทิตาเสียจังหวะหันไปมอง เห็นอิศร์โผล่ขึ้นมา

“ปล่อยสุนทรเดี๋ยวนี้”

ทิตาเปลี่ยนมายิงใส่อิศร์แทน อิศร์รีบก้มหลบลงไปทางบันได ทิตาจะตาม แต่สุนทรกระชากขาทิตาไว้ ล้มลง

“หนีไปคุณอิศร์ หนีไป”
ทิตาสะบัดเตะสุนทรพยายามจะลุกขึ้น สุนทรพุ่งเข้ารวบตัวทิตาไว้ ทิตาศอกใส่ แล้วหันมากวาดปืนจะยิง สุนทรยื้อแขนไว้ไม่ให้ยิง
อิศร์โผล่หน้าขึ้นมาเล็งปืนจะยิงใส่ทิตา แต่ทั้งสองคนเคลื่อนที่ตลาดเวลา ยิงยาก
สมชายซึ่งใส่โม่งดำโผล่มาทางด้านหลัง เอาเชือกพุ่งเข้ารอดคออิศร์ทันที อิศร์หันมาเห็นชายใส่โม่งก็พยายามสู้ สมชายบิดมือให้เชือกรัดแน่นขึ้น
อิศร์ไหลลงมาที่บันได จะหมดแรง ปืนหลุดกระเด็นไป
สมชายลากอิศร์ลงจากบันไดมา พยายามรัดคอให้ตาย ปลายตาอิศร์เห็นท่อนไม้ที่หักเป็นปากฉลาม พยายามหยิบมาแล้วแทงเข้าไปที่ขาของสมชาย
สมชายร้อง “โอ๊ย”
และปล่อยมือ อิศร์หลุดไปได้ อิศร์วิ่งถลาลงไปจะหยิบปืน แต่สมชายเอาไม้ฟาดใส่ อิศร์หันไปเตะต่อย บู๊กับสมชายอีกรอบ

ฝ่ายสุนทรบู๊กับทิตาใช้ไม้ฟาดใส่ ทิตาหลบหลีก แล้วยึดไม้มาฟาดสุนทรกลับไป สุนทรเซถลาออกไปที่ระเบียง ทิตาวิ่งตามไป เล็งปืนใส่
“ตายซะเถอะสุนทร”
สุนทรหงายหลังลงจากระเบียงไป พร้อมกับทิตายิงไล่หลัง

อิศร์กับสมชายบู๊กัน ได้ยินเสียงปืนดังเปรี้ยง
“สุนทร”
อิศร์หันไปต่อยสมชาย พยายามจะวิ่งไปช่วยสุนทร แต่สมชายไม่ยอมให้ไป เตะอิศร์จนจุก สมชายซ้ำ อิศร์สู้กลับดุเดือด
ส่วนสุนทรล้มลงไปบนกองฟาง แล้วกะเผลกหนีออกไป ทิตาโผล่มายิงไล่เปรี้ยงๆ พอไม่โดนก็รีบกระโดดตามไป

อิศร์กับสมชายยังคงสู้กันอย่างต่อเนื่อง สมชายเอาไม้ฟาดอิศร์ล้มลง อิศร์เห็นปืนที่หล่นเข้าไปใต้ซอกกองไม้ เอื้อมมือจะหยิบ
สมชายฟาดไม้ลงมาเกือบโดนมืออิศร์ แต่อิศร์ชักมือหนีทัน อิศร์กระชากกองไม้ที่พาดผนังให้หล่นใส่สมชาย แล้วรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งออกไป
“สุนทร”

สุนทรวิ่งกะเผลกหนีทิตาที่ไล่ยิงมาติดๆ แล้วทิ้งตัวลงไปในท้องร่องที่มีต้นไม้บังตา ทิตาวิ่งตามมา กวาดปืนยิงไปทั่วบริเวณ แต่มองไม่เห็นสุนทร กระโดดข้ามท้องร่องไป
อิศร์วิ่งตามหาสุนทรไม่ลดละ ตะโกนดังลั่น
“สุนทร นายอยู่ไหน”
อิศร์มองหา แล้ววิ่งไปอีกทางที่สุนทรไม่ได้อยู่

สุนทรนอนอยู่ใต้กองใบไม้ จนแน่ใจว่าทุกอย่างเงียบสนิทก็ค่อยๆ ลุกขึ้น แล้วรีบกะเผลกออกไปจากตรงนั้น สุนทรวิ่งหันรีหันขวาง พยายามจะออกจากสวน แล้วสะดุดล้มลงเพราะความเหนื่อยอ่อน
จังหวะนี้เท้าใครคนหนึ่งก้าวออกมา เดินตรงมาหา สุนทรค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ
“อ...ไอศูรย์”
ใบหน้าไอศูรย์แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
“แกหนีโกงความตายได้คืนเดียวเท่านั้นแหละสุนทร คราวนี้แกหนีไม่พ้นแน่”
สุนทรชะงักค้าง รู้ว่าไม่รอดแน่
“แกสองคนพ่อลูกอยู่ไปก็มีแต่จะนำความเดือดร้อนมาให้ฉัน ทั้งเรื่องอริส เรื่องไอ้อิศร์ แกล่วงหน้าไปก่อน แล้วฉันจะส่งนังลูกสาวแกตามไป”
ไอศูรย์ยิ้มโหด แล้วลั่นไกเปรี้ยงๆ แล้วก้มลงมองผลงานอย่างสะใจ

อิศร์ได้ยินเสียงปืน หันไปมองทางทิศที่มา
“สุนทร”

ขาของสุนทรแน่นิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหวเป็นสัญญาณว่าตายแล้ว ไอศูรย์มองอย่างพอใจ เสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น ไอศูรย์รีบเก็บปืนแล้ววิ่งออกไป

อิศร์วิ่งเข้ามาจากอีกด้าน ไม่ทันเห็นไอศูรย์ แต่เห็นสุนทรนอนอยู่ ก็รีบวิ่งเข้ามาดู

ร่างของสุนทรถูกห่อมาในผ้า โดยมีเจ้าหน้าที่พาออกมา เห็นมายาวียืนคุยกับญาติสุนทรอยู่ อิศร์กับอนุภัทรเดินออกมามอง สลดใจ

“ทำไมแกถึงนัดเจอกับสุนทร”
“เขาโทร.ไปบอกว่ามีเรื่องจะพูดกับฉัน แต่ยังไม่ทันคุยกัน พวกมันก็โผล่มาเสียก่อน สุนทรต้องมารับเคราะห์เพราะฉันแท้ๆ”
อนุภัทรฉงนสนเท่ห์ “พวกมัน”
“ก็ไอ้คนชุดเดิมที่มันพยายามจะฆ่าฉันไง”
อนุภัทรสงสัย “แล้วบอดี้การ์ดแกล่ะ คุณเมย์บอกว่ามันตามแกมาติดๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเหรอ”
“สมชายน่ะเหรอ ฉันไม่เห็นเลย อาจจะตามมาไม่ทันก็ได้”
อนุภัทรทำหน้าไม่เชื่อ เพราะสงสัยอะไรบางอย่าง
มายาวีส่งญาติให้ขึ้นรถไปกับเจ้าหน้าที่เพื่อไปโรงพยาบาล แล้วเดินกลับมาหาสองหนุ่ม
“ญาติของสุนทรบอกว่าตอนนี้กรองทองยังไม่รู้สึกตัว เพราะถูกรถชนเมื่อคืนวันก่อน แต่อาการปลอดภัยแล้ว”
“รถใคร” อิศร์ถาม
“ไม่มีใครรู้หรอก เพราะตอนเกิดเหตุสองพ่อลูกออกไปถางหญ้าในสวน”
“ผมว่ามันแปลกๆ นะ วันก่อนกรองทองโดนรถชน วันนี้สุนทรโดนฆ่า” ผู้กองหันไปหาอิศร์ที่หน้าเครียดจัด “บางทีมันอาจจะเป็นการวางแผนเก็บสุนทรก็ได้ ไม่ใช่เพราะแกเป็นต้นเหตุหรอกอิศร์”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมต้องมาเจาะจงตอนที่ฉันนัดพบกับสุนทรด้วย” อิศร์นิ่งคิด “หรือว่ามันเกี่ยวกับความลับที่สุนทรจะบอกฉัน”

ทางด้านแพรพลอยเห็นข่าวการตายของสุนทรทางทีวี เป็นภาพรายงานข่าว มีรูปสุนทรเป็นกรอบเล็กๆ แพรพลอยยืนดูนิ่งๆ อย่างสนใจ
“สุนทร เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
แพรพลอยรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมจะกดโทร.ไปถามอนุภัทร แต่ได้ยินเสียงโครมดังมาจากระเบียง เลยชะงักหันไปมอง

แพรพลอยเปิดระเบียงออกไปชะโงกดู แต่ไม่เห็นมีอะไร ไม่เห็นอิศร์ยืนซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่ง
อิศร์เห็นแพรพลอยก็พุ่งเข้ารวบตัวไว้ แล้วเอาอะไรบางอย่างจี้เอวแพรพลอย
“เงียบๆ นะ ผมไม่อยากทำร้ายคุณ”
แพรพลอยคุ้นๆ เสียง พยายามเหลือบไปดู
“คุณอิศร์”
อิศร์ไม่พูดอะไร ลากแพรพลอยเข้ามาในห้อง

แพรพลอยถือโอกาสสะบัดตัวออกจากอิศร์จนได้
“คุณไม่ควรมาที่นี่นะ”
อิศร์เหลือบมองทีวีเห็นข่าวสุนทร พูดแดกดัน
“กำลังดูผลงานตัวเองอยู่เหรอ พอใจไม่ล่ะ อ้อ ไม่สิ น่าจะถือว่างานของคุณล้มเหลว เพราะว่าไอ้คนที่เป็นเป้าหมายตัวจริงยังยืนอยู่ตรงนี้อีกคน”
แพรพลอยงง “พูดอะไรของคุณ”
“ผมรู้นะว่าคุณสะกดรอยตามผม ไอ้มิสเตอร์ลีมันสั่งใช่ไหม”
“อย่ามาหาเรื่องกัน เชิญกลับไปดีกว่า”
แพรพลอยเดินไปเปิดประตู อิศร์ตามไปงับประตูโครม แล้วกดล็อคไว้
“คุณอิศร์ จะทำอะไร”
“ผมมาให้คุณทำงานต่อให้เสร็จแล้วไง ถ้าคุณจะจัดการผมก็เอาเลย ลงมือเลย”
“คุณมันบ้าไปแล้ว ออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะ...”
แพรพลอยโมโหหยิบโทรศัพท์ แต่อิศร์กระชากมาแล้วโยนทิ้งไป
“เอาสิ ไหนล่ะอาวุธคุณ อยู่ที่ไหน ไปเอามาใช้กับผม”
แพรพลอยมองอิศร์อย่างทั้งงง ทั้งกลัว อิศร์ยิ่งพลุ่งพล่าน
“หรือว่าอยู่ในนั้น ผมไปเอาให้”

อิศร์ถลันเข้าห้องนอนไป แพรพลอยรีบตาม

อิศร์เข้าไปวุ่นวายเปิดลิ้นชักข้างเตียงค้นหาปืน แพรพลอยตามมาห้าม

“คุณอิศร์ จะทำอะไร หยุดนะ”
“ไหนล่ะปืนคู่ใจของคุณ เอาออกมายิงผมสิ เอาออกมาเลย” อิศร์เข้าไปรื้อค้นวุ่นวาย
“คุณอิศร์ ฉันไม่รู้ว่าใครเอาอะไรใส่หัวคุณนะ แต่คุณกำลังเข้าใจทุกอย่างผิด ฉันไม่เคยสะกดรอยตามคุณ”
“ไม่ต้องมาแก้ตัว ผมกับคุณเผชิญหน้ากันมาแล้ว แต่คุณเองที่ขี้ขลาดไม่ยอมเปิดเผยตัวออกมา”
อิศร์ไม่เชื่อรื้อค้นหาปืนต่อ แพรพลอยจะเข้าไปจับ แต่โดนอิศร์สะบัดเหวี่ยงลงบนเตียง
อิศร์กระชากใต้หมอน หยิบปืนที่แพรพลอยซุกไว้อีกกระบอกขึ้นมา
“นี่ไง เอาเลยสิ ยิงผมให้ตายที่นี่เลย คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาวางแผนฆ่าผมอีก แล้วก็ไม่ต้องทำให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เดือดร้อนไปด้วย”
“มันจะบ้าไปกันใหญ่แล้วนะคุณอิศร์ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรที่คุณว่าเลย เรื่องที่สมชายถูกยิงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“อย่ามาแก้ตัวดีกว่า ผมรู้แล้วว่ามิสเตอร์ลีมันจ้างคุณมาเพื่อให้จัดการกับผม ที่สุนทรต้องโดนเก็บไปด้วยก็เพราะเขารู้ความลับนี้”
“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วคุณอิศร์ ออกไปนะ”
แพรพลอยพยายามผลัก แต่อิศร์ไม่ยอมขยับ ยัดปืนใส่มือแพรพลอย
“ผมมาให้คุณฆ่า เพราะหัวใจผมมันตายไปแล้วหลังจากที่คุณไปจากผม ถ้าคุณต้องการจะทำให้ตัวผมตายไปด้วย ผมก็จะไม่ขัดขืน ขออย่างเดียวให้คุณเป็นคนลงมือ ไม่ใช่ไอ้พวกกเฬวรากลูกน้องของคุณ เอาสิ ยิงผมเลย”
แพรพลอยเบือนหน้าหนี ผลักปืนออกไปไกลๆ
“หรือคุณกลัวว่ามันจะไม่แนบเนียน งั้นผมช่วยคิดให้ คุณเอาไปบอกใครๆ ก็ได้ว่าผมมาที่จะปล้ำคุณ คุณก็เลยต้องป้องกันตัว”
“คุณอิศร์”
อิศร์ยิ้มเย้ย “ดีไหมล่ะ หรือต้องให้ผมแสดงไปตามบทด้วย คุณถึงจะอิน”
อิศร์ยื่นหน้าเข้ากอดจูบแพรพลอย แพรพลอยตกใจ ดิ้น ทั้งผลักทั้งข่วน
“คุณอิศร์ ปล่อยฉันนะคุณอิศร์”
“ถ้าจะหยุดผมก็ยิงผมเลย ทำสิคุณแพร”
อิศร์กอดจูบซุกไซ้แพรพลอย แพรพลอยดิ้นขัดขืน มือไปปัดปืนตกลงไป เสียงกระสุนลั่นดังเปรี้ยง อิศร์เหมือนได้สติ เงยหน้าขึ้น แพรพลอยนอนนิ่งน้ำตาไหลพราก เสียใจ เสียงเคาะประตูห้องดังลั่น
“คุณแพร! คุณแพรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เปิดประตูหน่อย”
แพรพลอยปาดน้ำตา มองหน้าอิศร์อย่างผิดหวัง เจ็บช้ำ จนอิศร์ละอาย แล้วลุกออกไปเอง

แพรพลอยเปิดประตูออกไปหน้าห้อง เห็นเพื่อนบ้านกับรปภ.หน้าตาตื่นอยู่
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ผมได้ยินเสียงปืน”
แพรพลอยหลบตา
“แพรทำปืนลั่น ขอโทษด้วยนะคะ”
“มีอะไรเสียหายหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”
แพรพลอยงับประตูปิด อิศร์เดินออกมา
แพรพลอยเมินหน้า “คุณกลับไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเรียกรปภ.มาลากคุณไปโรงพัก คุณคงไม่อยากให้บริษัทคุณต้องเสียชื่อหรอก”
“ทำไมคุณไม่ทำ ทำไมคุณไม่ฆ่าผม”
แพรพลอยหันมาสบสายตาอิศร์ เสียใจ น้อยใจ
“คนอย่างคุณ ฆ่าไปก็ตายเปล่า ออกไป”
แพรพลอยเปิดประตู แล้วผลักอิศร์ออกไป ก่อนจะปิดโครมอีกครั้งแล้วทรุดลงร้องไห้

อิศร์ยืนคอตกอยู่หน้าห้อง รู้สึกผิดที่เกือบปล้ำแพรพลอย และสับสนว่าทำไมแพรพลอยไม่ลงมือฆ่าตนเองอย่างที่ตั้งใจไว้

ส่วนแพรพลอยร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง เศร้าสะเทือนใจ

อ่านต่อหน้า 4

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 13 (ต่อ)

ไอริณตกใจมากพอรู้เรื่องในตอนเช้าวันต่อมา 

“อะไรนะคะ สุนทรถูกฆ่าตาย”
“ใช่ โดนคนร้ายยิงตาย” อำพลอยู่กับลูกๆ ในห้องโถง
ไอศูรย์ทำเป็นอ่านหนังสือพิมพ์ไม่สนใจ แต่แอบฟัง
“ฝีมือใครคะ”
“ยังไม่รู้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นพวกมือปืนที่ตามฆ่าเจ้าอิศร์นั่นแหละ เพราะอิศร์มันบอกว่าสุนทรโทรมาเรียกไปพบ”
อำพลพูดพลางเหลือบมองไปทางไอศูรย์ที่ทำไม่รู้ไม่ชี้
“แล้วพี่อิศร์ไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมคะ”
“ก็รอดอีกตามเคย นี่เดี๋ยวคืนนี้พ่อจะไปงานศพมันนะ พวกแกจะไปกันหรือเปล่า”
“ไปสิคะ ไหนๆ ก็คนเคยรู้จักกัน พี่ศูรย์ล่ะ”
ไอศูรย์ตอบอ้อมแอ้ม “งั้นผมก็ไปด้วย เอารถไปคันเดียวนะครับ รถผมเสีย”
ไอศูรย์พูดจบก็ทำเป็นอ่านหนังสือต่อ อำพลมองอย่างสงสัย

อำพลเรียกไอศูรย์เข้ามาคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงาน
“ฝีมือคนของแกใช่ไหม”
ไอศูรย์ก้มหน้าไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้า
“แล้วทำไมไม่เล่าให้ฉันฟังว่าสุนทรมันโดนลูกหลงไปด้วย”
ไอศูรย์อ้อมแอ้ม “ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่สำคัญ”
อำพลฉุน “มันเป็นลูกน้องเก่าของฉัน เป็นคนที่ฉันไว้ใจที่สุด ทำไมมันจะไม่สำคัญ”
“ก็แค่หมารับใช้ตัวหนึ่ง” ไอศูรย์ด่าออกมา
“ไอ้ศูรย์ แกต้องหัดเห็นคุณค่าของคนอื่นบ้างนะโว้ย ที่เรามาถึงวันนี้ได้ก็เพราะมีคนอย่างสุนทรคอยเป็นมือเป็นเท้าให้”
“เอาเถอะ คุณพ่อจะยกย่องมันยังไงก็เรื่องของคุณพ่อแล้วกันครับ เผอิญผมไม่ซาบซึ้งด้วย คุณพ่ออย่าลืมนะว่าไอ้สุนทรมันทำอะไรกับผมเอาไว้”
ไอศูรย์พูดแค้นๆ แล้วเดินออกไป อำพลถอนใจระอาเหลือ

สาวใช้เอาชุดดำเข้ามาวางให้อริสราในห้อง
“คุณไอศูรย์ให้เอาชุดมาให้คุณอริสค่ะ เธอบอกให้คุณอริสอาบน้ำแต่งตัวแล้วสวมชุดนี้”
“ทำไม จะให้ฉันแต่งชุดดำไปทำไม”
“วันนี้พวกคุณๆ จะไปงานศพสุนทรค่ะ”
อริสราช็อก “อะไรนะ สุนทรตายแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
สาวใช้ออกไปแล้ว อริสราอึ้ง นิ่งงันไป

คืนนั้นป้าดวงช่วยสวมสูทดำให้อิศร์ แล้วเตรียมออกจากบ้านไปงานศพ สมชายเดินกะเผลกเข้ามา
“รถพร้อมแล้วครับคุณอิศร์”
อิศร์มองสมชายที่เดินไม่เต็มขา ด้วยเจ็บขาที่โดนแทง อย่างแปลกใจ แต่ยังไม่เฉลียว
“เป็นอะไรไปสมชาย เห็นเดินกะเผลกตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”
“เอ่อ ผม...ผมตกบันไดครับ”
“แล้วจะขับรถได้หรือนี่” ป้าดวงถาม
“งั้นวันนี้ไม่ต้องไปก็ได้ เดี๋ยวฉันขับไปเอง คงไม่มีอะไรหรอก” อิศร์บอก
สมชายท้วงพอเป็นพิธี “จะดีเหรอครับ”
“นายเจ็บขาแบบนี้ ฉันก็ต้องขับเองอยู่ดี แล้วจะไปทำไม”
สมชายค้อมหัวรับคำสั่ง แต่สีหน้าครุ่นคิดแผนบางอย่าง

คืนเดียวกัน ไอริณ อำพล และอริสรานั่งอยู่ในงานสวดศพสุนทร เด็กเอาน้ำถ้วยมาแจกเสิร์ฟแขกในงาน
ไอริณมองหา “แปลกจัง ตั้งแต่มาถึงยังเห็นไม่หน้ากรองทองเลย เขาไปอยู่ที่ไหนคะคุณพ่อ”
อำพลถอนใจ “กรองทองมันถูกรถชนเมื่อคืนก่อน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ยังไม่รู้สึกตัว”
ไอริณตกใจ “ตายจริง”
อริสราที่กำลังรับน้ำแจกมา ตกใจ ทำถ้วยน้ำหลุดมือ หน้าซีด
“อะไรนะคะ”
ไอศูรย์เหยียดยิ้มนิดๆ “คุณพ่อบอกว่ากรองทองมันโดนรถชนอาการสาหัส ทำไมคุณต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วย”
อริสราหน้าเสีย ความหวังที่จะใช้กรองทองช่วยฟ้องหย่าจากไอศูรย์สลายไป

ไอศูรย์แอบมองสะใจ อริสรา

อริสราเดินหน้าซีดๆ ออกมาหน้าศาลาไม่มองใคร เกือบชนกับอิศร์

“อริส เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมหน้าซีดๆ”
อริสราแทบจะโผเข้าหาอิศร์เพราะหมดเรี่ยวแรง
“จริงหรือเปล่าคะ ที่กรองทองถูกรถชนแล้วตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัว”
อิศร์ทำหน้าแปลกใจที่อริสรารู้ “ครับ”
“อริสอยากไปเยี่ยมกรองทองค่ะ”
“แต่กรองทองอยู่ในความดูแลของหมออย่างเคร่งครัดครับ ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม”
“ถ้าเขาหายเป็นปกติแล้ว อิศร์ต้องบอกอริสนะคะ อริสมีเรื่องจะคุยกับเขา”
อริสราจับแขนอิศร์เขย่าอย่างมีความหวัง

ไอศูรย์ และไอริณ ยังนั่งอยู่ที่เดิม ไอศูรย์เห็นอริสราจับมือถือแขนอิศร์ ก็ขบกรามแน่น ไอริณมองตาม แล้วแตะขาไอศูรย์เป็นเชิงปราม
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่าริณ พี่มีมารยาทพอ ไม่อาละวาดกลางงานศพหรอก”
ไอศูรย์มองเขม็งไปที่อิศร์กับอริสราคิดแค้นอยู่ในใจ
“ออเซาะกันให้พอเถอะ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของแกแล้วไอ้อิศร์”

ฟากแพรพลอยขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดไว้ด้านนอก แล้วเดินเข้าไปในวัด เพื่อเข้าไปฟังพระสวด แต่ยังไม่ถึงศาลาก็ถูกกระชากอย่างแรง
แพรพลอยหันขวับไป เห็นว่าคนที่กระชากแขนตนคืออิศร์
“คุณอิศร์”
“คุณไม่ควรมาที่นี่”
“ทำไมฉันจะมาไม่ได้ ในเมื่อฉันก็รู้จักสุนทร ฉันอยากจะมาไหว้ศพ”
“คุณไม่ต้องแสดงละครหรอก ยังไงผมก็ไม่มีหลักฐานจะเอาผิดคุณข้อหาฆ่าสุนทรอยู่แล้ว” อิศร์แดกดัน
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้เรื่อง”
“ผมไม่เชื่อ”
อำพลเห็นทั้งสองคุยกันอยู่ จึงเดินเข้ามาหา
“มีอะไรกันน่ะอิศร์”
อิศร์รีบปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉย เพราะลึกๆ ก็ไม่อยากแฉให้แพรพลอยเดือดร้อนเพราะยังรักอยู่
“คุณแพรจะมาไหว้ศพสุนทรครับ แต่ผมเห็นว่าไม่สมควร เพราะเธอไม่ใช่คนในบ้านเราอีกต่อไปแล้ว”
แพรพลอยมองอิศร์อย่างน้อยใจ
“จะเป็นอะไรไปเล่า คนรู้จักคุ้นเคยกัน ไหนๆ แพรพลอยก็อุตส่าห์มาถึงที่แล้ว เชิญสิ แพรพลอย” อำพลว่า
แพรพลอยค้อมหัวให้อำพลแล้วเดินเข้าไป อิศร์มองฉุนๆ

แพรพลอยนั่งคุกเข่ากราบศพ อิศร์ตามไปนั่งกำกับอยู่ด้วย
อิศร์พูดให้ได้ยินกันสองคน “คุณคงกินไม่ได้นอนไม่หลับสินะ ถึงต้องมาไหว้ขออโหสิคนตาย”
แพรพลอยชักสีหน้ามองอิศร์ตอบเสียงเบา “ฉันขออโหสิเขาในสิ่งที่ฉันเคยทำ แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ฉันไม่ได้ทำอะไรเขา ถ้าคุณคิดว่าฉันโกหก คุณก็แจ้งตำรวจจับฉันสิ”
“คุณก็รู้ว่าผมทำไม่ได้แพรพลอย ผมไม่โหดเหี้ยมพอที่จะทำร้ายคุณ ไม่เหมือนที่คุณทำกับผม”
แพรพลอยมองอิศร์อย่างน้อยใจ รำพึงออกมากับตัวเอง “ซักวันหนึ่งคุณจะเข้าใจเอง”
จากนั้นแพรพลอยเบือนหน้าหนีแล้วลุกไปดื้อๆ อิศร์มองตามอย่างทั้งรักทั้งแค้น

แพรพลอยเดินลิ่วๆ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่แล้วขับออกไป อิศร์เดินตามออกมามองห่างๆ พร้อมกับไอริณ
“แพรพลอยนี่ยังไงนะ ออกไปอยู่กับศัตรูแล้วก็ยังกลับมาวุ่นวายกับเราอยู่ได้ ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไร”
“พี่จะให้คนคอยดูไว้ไม่ให้เขากลับมาอีก เพราะไม่รู้ว่ามิสเตอร์ลีส่งมาสอดแนมอะไรหรือเปล่า”
“ดีค่ะ ตอนนี้ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ พี่อิศร์ก็ระวังตัวนะคะ”
อิศร์พยักหน้า โทรศัพท์ดังขึ้น เขารีบกดรับสาย
“สวัสดีครับ” อิศร์ฟังแล้วดีใจ “ว่าไงนะครับ”

ไอริณกลับมานั่งรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ในศาลาเหมือนเดิม เห็นพระกำลังจะเริ่มสวด
“เจ้าอิศร์ล่ะยายริณ”
“กลับไปแล้วค่ะ ไม่รู้มีใครโทรตาม แต่พี่อิศร์บอกว่าเรื่องด่วน เลยอยู่ฟังพระสวดไม่ได้”
ไอริณพูดจบ ขณะพระก็เริ่มสวด ทุกคนเลิกสนใจเรื่องอิศร์ หันมาพนมมือ

ไอศูรย์พนมมือสวดมนต์ แต่แอบยิ้มชั่วร้าย เพราะรู้ว่าทิตากำลังรอเล่นงานอิศร์อยู่

อิศร์ขับรถไปตามถนน หูเสียบสมอลล์ทอล์คคุยไปด้วย

“ผมกำลังขับรถไปครับคุณหมอ ตกลงว่าคนไข้รู้สึกตัวแล้วจริงเหรอครับ” อิศร์นิ่งฟังหมอ “ไม่เป็นไรครับ แค่กรองทองมีอาการตอบสนองผมก็ดีใจแล้ว เดี๋ยวผมจะรีบไป”
อิศร์วางสาย แล้วเตรียมจะกดโทรศัพท์หาอนุภัทร แต่เสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้นทางท้ายรถ อิศร์ตกใจรีบก้มหลบ มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งบิดพุ่งขึ้นมาจากไล่ทาง แล้วระดมยิงไปที่รถอิศร์
อิศร์ได้สติ รีบหักเลี้ยวแล้วขับหนี มอเตอร์ไซค์ยังคงขับตามไปไม่ลดละ รถของอิศร์ขับหนีไปตามถนนสายเปลี่ยว โดยมีมอเตอร์ไซค์ยิงไล่หลัง
ต่อมาอิศร์พยายามประคองรถต่อไป แต่ก็ถูกยิงยางรถอีกข้างจนรถเซลงแล้วพุ่งเข้าชนกับหลักกิโลเมตรแล้วจอดสนิท มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันวิ่งตามมาจอดอยู่ห่างๆ ระดมยิงไปที่รถอย่างหูดับตับไหม้อีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบ
ลูกน้อง 1 ร้องบอก “เฮ่ย ลงไปดูซิ ให้แน่ว่ามันตายหรือยัง”
ลูกน้อง 2 ลงรถ ถือปืนขยับเข้าไปใกล้รถ เห็นอิศร์ฟุบสลบอยู่เหนือพวงมาลัย ลูกน้อง 2 ทำท่าจะเปิดประตู ทันใดอิศร์ก็ลืมตาโพลง แล้วผลักประตูออกไปชนลูกน้องสองจนล้มลงไป
ลูกน้อง 1 รีบชักปืนยิงใส่ แต่อิศร์กระโจนหลบด้านหลังรถ แล้วต่อสู้กับลูกน้อง2อย่างดุเดือด ลูกน้อง 1 วิ่งอ้อมมาทางตัวรถ อิศร์จับล็อคลูกน้อง 2 ไว้ แล้วบิดแขนลูกน้อง 2 ให้หันไปยิงใส่ลูกน้อง 1
ลูกน้อง 1 ร้องลั่น “โอ๊ย”
ลูกน้อง 2 พยายามขัดขืนสู้กับอิศร์ แต่ถูกอิศร์จับบิดแขนจนปืนลั่นใส่ตัวเองทรุดลง อิศร์มองอย่างตกใจ แล้วรีบกลับขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง
ลูกน้อง 1 ที่โดนยิงล้มพยายามลุกขึ้นมา เล็งปืนใส่อิศร์อีก อิศร์ตัดสินใจถอยหลังอย่างเร็วพุ่งเข้าชนลูกน้อง 1 จนล้ม แล้วขับหนีไป

รถของอิศร์วิ่งมาบนนถนนสายมืดที่ไม่มีแสงไฟส่องทาง เสียงมอเตอร์ไซค์บิดเครื่องดังลั่นมาอีก
อิศร์กวาดตามองระแวดระวัง จนกระทั่งเห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ที่เหมือนกับรถของแพรพลอยวิ่งตรงเข้ามาหาจากระยะไกล แล้วจอดรออยู่กลางถนน
“คุณแพร”
อิศร์สาดไฟสูงเข้าหาเพื่อดูให้แน่ใจ แต่ทันใดรถของเขาก็เสียการทรงตัวเพราะถนนลื่น อิศร์ตกใจพยายามประคองรถ แต่รถไถลไปเรื่อยๆ เพราะบนผิวถนนเป็นน้ำมัน
ทิตาจอดรอรถอย่างใจเย็น มองรถของอิศร์ที่ปัดไปมาเพราะความลื่นของถนน แล้วจะหยิบไฟแช็คออกมาจุดไฟ แล้วขว้างไปกลางถนน
ไฟลุกพรึบขึ้นบนผิวถนน แล้วลามอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปที่รถของอิศร์ที่กำลังแล่นเข้าไปใกล้
อิศร์ตกใจ เห็นเปลวไฟจ้าสะท้อนผ่านกระจก รถของอิศร์กับเปลวไฟบนถนนมาบรรจบกันแล้วเกิดระเบิดตูม ไฟลุกโชติช่วง
ทิตาถอยออกมายืนดูผลงานตัวเองอย่างพอใจ เห็นไฟลุกไหม้ท่วมรถทั้งคัน มั่นใจว่าอิศร์ไม่รอดแน่ แล้วนักฆ่าสาวจึงค่อยๆ ถอนตัวออกมา ก่อนจะขับรถหนีไป

กลางดึกคืนเดียวกัน แพรพลอยจอดมอเตอร์ไซค์ จะเดินเข้าตึกคอนโด รปภ.วิ่งหน้าเริดเข้ามาบอก
“คุณแพรพลอยครับ มีคนมารอพบอยู่ครับ”
แพรพลอยแปลกใจ “ใครคะ”
มายาวีเดินออกมาจากมุมหนึ่ง ตรงดิ่งมาหาด้วยสีหน้าร้อนใจ
“เมย์เองค่ะคุณแพร”
“มีอะไรคะคุณเมย์ มาเสียดึกเลย”
มายาวีกังวลหนัก พยายามเรียบเรียง “คุณแพรทำใจดีๆ ไว้นะคะ เมย์...เมย์จะมาบอกข่าวร้าย อิศร์ถูกลอบยิงค่ะ”
แพรพลอยตกใจ “อะไรนะคะ”

สองสาวอยู่ด้วยกันในห้องแพรพลอย นั่งดูข่าวจากจอทีวี เป็นรายงานข่าวภาคดึก
“เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้มีการแจ้งเหตุรถยนต์ระเบิดขึ้นบนถนนพุทธมณฑลสาย2 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบรถยนต์BMWถูกไฟลุกไหม้อยู่กลางถนน ทราบชื่อผู้จดทะเบียนคือนายอิศร์ เดชโชดม คาดว่าเป็นคนขับรถติดอยู่ซากรถที่กำลังลุกไหม้ด้วย”
ภาพอิศร์กรอบเล็กปรากฏขึ้นที่หน้าจอ แพรพลอยหน้าซีด
“เป็นไปไม่ได้ แพรเพิ่งเจอเขาเมื่อตอนหัวค่ำนี้เองค่ะ คุณอิศร์อยู่ที่งานศพ อาจจะไม่ใช่เขาก็ได้ใช่ไหมคะ”
“ญาติอิศร์บอกว่าเขาขับรถออกมาจากงานก่อนที่พระจะเริ่มสวดค่ะ คุณแพรรู้ไหมคะว่าเขาจะไปไหน”
แพรพลอยส่ายหน้า “ไม่รู้ค่ะ คุณเมย์คะแพรอยากไปดูให้แน่ใจ พาแพรไปได้ไหม”

มายาวีพยักหน้ารับรู้

ไฟยังคงลุกไหม้ตัวรถ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำ แพรพลอยวิ่งเข้ามา อนุภัทรเห็นเข้ารีบเข้าไปกันไว้

“คุณแพร อย่าเข้าไปครับ”
“ไม่จริงใช่ไหมคะผู้กอง คุณอิศร์ไม่ได้อยู่ในนั้นใช่ไหม”
“เรายังเข้าไปตรวจสอบไม่ได้ครับ”
แพรพลอยแทบทรุด สะอื้นออกมา มายาวีประคองไว้
“ถ้างั้นตำรวจก็ยังไม่มั่นใจใช่ไหมคะว่าเป็นรถของคุณอิศร์”
“ป้ายทะเบียนตรงกับรถของอิศร์ครับ”
แพรพลอยไม่ยอมแพ้ “อาจจะมีการจัดฉาก อาจจะมีคนเอาป้ายทะเบียนปลอมมาติดก็ได้นี่คะ คงไม่ใช่คุณอิศร์จริงๆ หรอกค่ะเพราะฉันกับเขาเพิ่งเจอกัน”
แพรพลอยใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนคิดเข้าข้างตัวเองไปเรื่อย
“ผมทราบว่าคุณกับคุณอิศร์พบกันที่งานศพ แต่พอคุณออกมาจากงาน เขาก็ตามออกมาเหมือนรีบร้อน มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ”
“เขาแค่ไม่พอใจที่ฉันไปที่นั่น เราก็เลยมีปากเสียงกัน ฉันก็เลยเข้าไปไหว้ศพแล้วก็รีบออกมาเลย แล้วเขาตามฉันมาทำไม”
อนุภัทรส่ายหน้าตอบไม่ได้ ตำรวจเดินออกมาแจ้งอนุภัทร
“ผู้กองอนุภัทร ดูเหมือนจะไม่มีศพติดอยู่ในรถนะ อาจจะถูกแรงระเบิดดันออกมา ผมจะให้พิสูจน์หลักฐานช่วยกันค้นหา”
“งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ”
อนุภัทรเดินออกไปกับตำรวจ แพรพลอยนิ่งคิด มองไปที่ทุ่งหญ้าข้างถนน
“งั้นฉันจะช่วยหาด้วยค่ะ เผื่อคุณอิศร์จะไม่เป็นอะไร” แพรพลอยรีบวิ่งไปทันที
มายาวีเรียกไม่ทัน “คุณแพร”

แพรพลอยลุยลงไปในทุ่งหญ้า กวาดมือควานหาไปทั่ว
“คุณอิศร์ ! คุณอิศร์ได้ยินฉันไหม คุณเป็นอะไรหรือเปล่า คุณอิศร์”
“คุณแพรคะ อย่าไปเลยค่ะ แถวนี้มันรก เดี๋ยวงูจะกัดเอา”
“ไม่ค่ะ แพรต้องหาคุณอิศร์ให้เจอ” แพรพลอยหัวใจสลาย เริ่มร้องไห้ “เผื่อเขาจะยังไม่เป็นอะไร แพรจะช่วยเขา คุณอิศร์”
แพรพลอยลุยลงไปในพื้นหญ้า แล้วสะดุดล้ม
“ว้าย คุณแพร”
มายาวีรีบตามไปประคองแพรพลอยที่ล้มลงบนพื้นหญ้า แพรพลอยดูเปราะบาง สติแตกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะความเสียใจสุดซึ้ง
“คุณอิศร์ ตอบฉันสิ คุณอิศร์...”

แพรพลอยร่ำร้องตะโกนก้องทั้งน้ำตา

 
อ่านต่อตอนที่ 14
ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 13
ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 13
อีทิ้งกะอีอุ่นสองคนหอบหิ้วตะกร้าข้าวของมาตามทางไปเรือนแม่อร “เทียวไปเทียวมาส่งของทู้กวัน....ชักจะเหนื่อยแล้วนะเว้ยอีทิ้ง” อีอุ่นว่า “อีอุ่น เหนื่อยก็วางไว้ กูเอาไปเอง” “เอ้า กูพูดดีๆ” “คิดให้ดีเอ็งพูดดีๆ รึ นี่งานของคุณท่านคนใหญ่มึงทำเท่านี้มึงบ่นรึ ข้าวแดงแกงร้อนรดกบาลทุกวันรู้สึกบ้างมั้ย ห๊ะ...อีอุ่น” อีอุ่นบ่นอุบ “ไปโน่น...เอ็งล่ะก้อ หาเรื่องแท้” อีทิ้งยืนนิ่ง สีหน้ากดดันสุดขีด คิดถึงคุณประยงค์ที่เป็นทุกข์สาหัสแล้วหมดแรงยืน ทรุดตัวลงนั่งกุมขมับ “กูสงสารเธอเหลือเกิน” อีอุ่นก็เลยนั่งจับเจ่าไปด้วย “เฮ้อ...”
กำลังโหลดความคิดเห็น...