xs
xsm
sm
md
lg

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 3

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 3

เช้าวันเดียวกัน บรรเลงสวมแว่นตานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ มายาวีเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ หน้าตูมมากๆ

“คุณพ่อคะ คุณพ่อต้องไล่คนของคุณพ่อออกนะคะ”
บรรเลงตกใจ เงยหน้ามอง “อะไรกันลูก หมายถึงบอดี้การ์ดคนใหม่เหรอ เขาเพิ่งมาทำงานนะ”
“ไม่ใช่ค่ะ แต่เป็นตำรวจลูกน้องคุณพ่อ”
บรรเลงฉงน “ตำรวจคนไหน”
“เมย์ไม่รู้จักชื่อ แต่เป็นชายผิวเข้มๆ หน้าแขกๆ”
บรรเลงนึกออก “ใคร ผู้กองภัทรเหรอ เมย์ไปเจอเขาได้ยังไง”
“เขาแกล้งเมย์มาหลายครั้งแล้วค่ะ ครั้งนึงเคยทำให้เมย์เกือบตาย ! เพราะโดนคนร้ายเอาปืนจี้หัว”
“ฮ้า ตั้งแต่เมื่อไร”
“หลายวันแล้วค่ะ แต่เมย์ไม่ได้เล่า เพราะไม่อยากให้พ่อตกใจ”
บรรเลงบ่นอุบ “แล้วเล่าตอนนี้พ่อไม่ตกใจหรือไงลูกเอ๊ย”
มายาวีไม่สน ฟ้องต่อ “แล้วเมื่อวานเมย์เจอเขาที่กระทรวง เราติดอยู่ในตึกด้วยกัน เขาหลอกให้เมย์ปีนฝ้าเพดานออกมาจากตึก ทั้งที่เขาโทร.เรียกยามให้มาเปิดประตูได้”
บรรเลงคิดตาม แล้วหัวเราะขำออกมา
“พ่อว่ามันต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ปกติผู้กองภัทรเขาไม่ใช่คนทำอะไรแบบนั้น”
“ไม่รู้ล่ะค่ะ พ่อต้องไล่เขาออกนะคะ เมย์ไม่อยากให้พ่อต้องทำงานกับอันธพาลแบบนี้”
มายาวีกอดอ้อนบรรเลงหน้ามุ่ย แต่บรรเลงทำหน้าแปลกใจว่าทั้งสองคนไปมีเรื่องกันได้ยังไง

ขณะที่ธำรงเดินคุยออกมากับชายใส่สูทแต่งตัวดีคนหนึ่ง แล้วจับมือลากัน ส่วนที่ล็อบบี้ เห็นอนุภัทรที่ยังพรางตัวใส่หนวด นั่งอยู่กับคู่หู ค่อยๆ มองตาม
“ผู้ชายที่คุยอยู่กับท่านอธิบดี คือคนเดียวกับเมื่อวานหรือเปล่าครับ”
“ใช่ นายธำรง เดชโชดม”
“แสดงว่านายคนนี้ คงจะเป็นตัวกลางวิ่งเต้นการฮั้วประมูลจริงๆ”
“เป็นไปได้สูง แต่เราต้องหาหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้”
อนุภัทรสบตากับคู่หู คิดอะไรได้บางอย่าง

ยามค่ำคืนที่ผับหรูดูไฮโซแห่งนี้ ดูคึกคัก นักเที่ยวทุกคนในผับใส่หน้ากากคาดหน้าไว้ อนุภัทรนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง พยายามโยกตามจังหวะเพลง สายตาก็สอดส่ายมองหาอิศร์
ซักพักชายคนหนึ่งก็เดินมานั่งลงที่โต๊ะ อนุภัทรเงยหน้ามอง จนเห็นอีกฝ่ายถอดหน้ากากออกมาเป็นอิศร์
“นึกยังไงถึงนัดเจอฉันที่นี่วะ ปกติแกไม่ใช่คนชอบเที่ยวนี่หว่า แถมเลือกเอางานปาร์ตี้หน้ากากซะอีกนะโว้ย”
“ก็เพราะมันมีปาร์ตี้หน้ากากไง ฉันถึงเลือกที่นี่ แกรีบใส่กลับซะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรามาเจอกัน”
อิศร์งงๆ รีบเอาหน้ากากใส่คืนตามเดิม
“มีเรื่องอะไรวะ มันลึกลับซับซ้อนขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“เรื่องคดีทุจริต”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน”
“แกดูนี่”
อนุภัทรหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดให้อิศร์ดูรูป

แพรพลอยกับกรณ์เดินมาถึงหน้าผับ มองเห็นคนเที่ยวเดินเข้าออกผับมากมาย บางคนนั่งอ้วกอยู่หน้าร้าน แพรพลอยออกอาการเซ็ง
“บอกอีกทีได้ไหม ว่าทำไมเราต้องมาที่นี่”
“ฉันกำลังทำสกู๊ปการแพร่ระบาดของยาเสพติดอยู่ เดี๋ยวนี้วิธีการขายมันประหลาดพิสดารขึ้นเรื่อยๆ ต้องตามให้ทัน สังคมจะได้ระวังตัวถูก”
“แต่แพรไม่ชอบมาที่แบบนี้เลย”
“เอาน่า แป๊บเดียว”
กรณ์เดินนำไป แล้วรับหน้ากากมายื่นให้แพรพลอย
“ใส่ซะ”
แพรพลอยรับหน้ากากมาดูเซ็งๆ แล้วคล้องที่หู ก่อนจะเดินตามกรณ์ไป

ด้านอิศร์ดูรูปในไอแพด เป็นภาพแอบถ่ายธำรงที่นัดเจอกับคนแปลกหน้าสองคนในโรงแรม
“ผู้ชายสองคนนี้ คนหนึ่งเป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างที่ร่วมยื่นซองประมูลงานสร้างอาคารเรียน ส่วนอีกคนเป็นอธิบดีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้ โปรเจ็คท์นี้เดชโชดมกรุ๊ปก็เข้าร่วมประมูลด้วย แต่ฉันแปลกใจที่ญาติแกนัดพบกับคู่แข่งพร้อมๆ กับคนของฝ่ายรัฐ”
“แกสงสัยอะไร”
“ฉันสงสัยว่าถ้านายธำรง ไม่ได้นัดเจรจาเพื่อฮั้วให้บริษัทของแกชนะประมูล ก็อาจจะเป็นตัวกลางให้บริษัทคู่แข่งได้งานนี้ ส่วนตัวเองก็รับค่าคอมมิชชั่นไปก้อนใหญ่”
“ฉันไม่อยากเชื่อว่าพี่ธำรงจะทำอย่างนั้น”
“ฉันก็เหมือนกัน ถึงต้องสืบให้เคลียร์ แล้วแกก็ต้องร่วมมือกับฉันด้วย”
“แกคิดจะทำอะไร”
“ให้ฉันเข้าไปอยู่ในบ้านแกซักพัก”
อนุภัทรกับอิศร์สบตากัน

ส่วนแพรพลอยและกรณ์อยู่มุมหนึ่ง ขณะที่กรณ์ดูเอ็นจอยกับสถานที่ แต่แพรพลอยกลับดูเบื่อๆ
“เฮ่ย แพร ทำตัวให้กลมกลืนกับสถานการณ์หน่อยสิ”
กรณ์โยกตัวนำให้แพรพลอยเต้นตาม แพรพลอยส่ายหน้า
“ไม่ชอบเต้น”
“แหม ยายชี ลืมไปแล้วเหรอว่าตอนรับน้อง เธอเต้นแรงซะยิ่งกว่าใคร”
“นั่นฉันโดนบังคับ”
“เอาน่า ขำๆ ทำหน้าสนุกเข้าไว้ คิดซะว่ามาย้อนอดีต ทำหน้าน้ำแข็งเคร่งเครียดเดี๋ยวไม่เนียนนะแพรพวกขายยามันหูตาเป็นสับประรด”
กรณ์ลั้นลามาก แพรพลอยถอนตัว แล้วจำต้องโยกตัวเบาๆ ตาม เสียงดีเจประกาศ
“ขอต้อนรับเข้าสู่ปาร์ตี้พันหน้า ใส่หน้ากากแล้วแดนซ์กระจาย คืนนี้ มันส์ให้สุด รั่วให้สุด เฟ็ดเฟ่”

อนุภัทรกับอิศร์เดินออกมาหน้าผับ อนุภัทรจับมือกับอิศร์
“ขอบใจมากที่แกไม่ขัดข้อง”
“ยังไงฉันก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าพี่ธำรงจะกล้าทำ ฉันถือว่านี่จะเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา”
“เดี๋ยวเราก็จะได้รู้” อนุภัทรตัดบท “ฉันจะกลับล่ะ แต่แกอยู่ไปก่อนแล้วกัน ฉันรู้ว่าแกชอบที่นี่ ตามสบายนะเพื่อน”

อนุภัทรตบไหล่แล้วรีบออกไป อิศร์อมยิ้ม แล้วหันไปมองบรรยากาศครึกครี้นอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินโยกตัวกลับเข้าไป

ฟากแพรพลอยพยายามเต้นกับกรณ์ไปแบบฝืนๆ เห็นคนเยอะขึ้นเรื่อยๆ เบียดเข้ามาก็เริ่มรำคาญ

“ไม่ไหวละ แพรขอไปห้องน้ำก่อนนะ”
กรณ์พยักหน้า แล้วหันไปเต้นกับสาวๆ ต่อ แพรพลอยรีบเบียดคนออกไป

ขณะที่อิศร์จะเข้าห้องน้ำ แต่ยังเดินไม่ถึง หญิงสาวคนหนึ่งก็โซเซออกมา แล้วโผเข้ากอดซบอิศร์
“พี่โจ้ขา อยู่นี่เอง”
“เฮ่ย คุณ อ้าว อะไรวะ”
“หนูมาว... ยืนไม่ไหวแล้ว กลับบ้านกันนะ”
สาวกอดอิศร์แน่นขึ้น อิศร์เขิน
“ยังไม่ทันรู้จักกันก็จะชวนกลับแล้วเหรอครับ”
“กลับบ้านนะพี่โจ้นะ ไปนะๆ”
“แหม ถ้าผมชื่อโจ้ล่ะก็จะชวนคุณกลับจริงๆ นะ แต่นี่ผมไม่ใช่ ผมชื่ออิศร์”
“พี่โจ้พูดอะไรอะ ไปเหอะ”
สาวเจ้าอ้อแอ้ๆ ยังกอดซบอิศร์อยู่ แต่ก็พยายามผลักอิศร์ไปด้วย
แพรพลอยเดินมาจะเข้าห้องน้ำ เห็นอิศร์กอดกับสาว แต่จำไม่ได้เพราะใส่หน้ากากก็มองเหยียดๆ เพราะคิดว่ากำลังกอดจูบกันอยู่
“มาทำอะไรกันตรงนี้ น่าเกลียดจริงๆ”
แพรพลอยเดินเลี่ยงอิศร์กับสาวเข้าห้องน้ำไป อิศร์เองก็ไม่ได้สังเกตแพรพลอย เพราะพยายามจะเคลียร์กับสาว
“เอ่อ คุณครับ พอจะจำโต๊ะตัวเองได้ไหม เดี๋ยวผมพาไปส่งที่โต๊ะนะ”
“ไม่ไปพี่โจ้ หนูมาววว หนูจะกลับบ้าน”
“แต่ว่าผมไม่ใช่...”
อิศร์พูดยังไม่ทันจบ ชายคนหนึ่งก็โผล่เข้ามาสวมหน้ากากแบบเดียวกับอิศร์เปี๊ยบ ชี้หน้าอิศร์
“เฮ้ย แกจะทำอะไรแฟนฉันวะ”
อิศร์เงยหน้ามอง เหรอหรา
“ห๊ะ ใครแฟนพี่ครับ”
“ก็นี่ไง”
ชายคนนั้นกระชากหญิงสาวที่ซบอิศร์กลับมา หญิงสาวเบิกตาขึ้นมอง
“อ้าว พี่โจ้” หล่อนสร่างเมา มองหน้าอิศร์งงๆ “อ้าวแล้วนี่ใคร”
“ผมต้องถามคุณมากกว่าว่าคุณเป็นใคร อยู่ๆ ก็มากอดผม” อิศร์อธิบาย
“พูดให้ดีๆ นะโว้ย แฟนฉันจะไปกอดแกทำไม”
“ก็ถามแฟนพี่ดูสิ” อิศร์ว่า
“เล่นลิ้นดีนัก มันต้องเอาลิ้นออกมากระทืบ”
ขาดคำชายคนนั้นโผนเข้ามาเงื้อหมัดจะชกหน้า อิศร์ตกใจก้มตัวหลบ ชายนักเที่ยวเลยพุ่งเข้าชกผนังเต็มแรง
“โอ๊ย”
อิศร์ยืดตัวขึ้นมอง เจ็บแทน
“อุ้ย เจ็บไหมนั่น”
“แกตาย...”
ชายคนนั้นกระโจนเข้าหาอิศร์อีก อิศร์ตกใจรีบมุดลงข้างล่าง ชายเลยพุ่งเข้าชนโต๊ะนักเที่ยวล้มระเนระนาด ขาแดนซ์แถวนั้นตกใจกรี๊ดกันลั่น
กรณ์ยังคงเต้นอยู่กับพวกสาวๆ ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดก็หันมองอย่างแปลกใจ ส่วนอิศร์มุดๆ อยู่ใต้โต๊ะแล้วโผล่พรวดออกมา เห็นชายวิ่งมาดักอีกมุม
“แกจะหนีไปไหน”
“ไม่หนีก็โดนชกสิพี่”
พูดจบอิศร์ก็วิ่งหนีขึ้นไปบนเวทีที่ดีเจเปิดแผ่นอยู่ ชายตะกายตามขึ้นไป ดีเจมองทั้งสองงงๆ อิศร์วิ่งหนีชายอยู่บนเวที ชายเงื้อหมัดจะชก อิศร์ก้มหลบได้อีก หมัดชายชกโครมไปที่ดีเจ
“โอ๊ย” ดีเจหล่นตกเวที นักเต้นที่อยู่ด้านล่างร้องกรี๊ดลั่น อิศร์หน้าเสีย
“อยู่ไม่ได้แล้วตู” อิศร์รีบวิ่งหนีออกไป ชายจะตามอิศร์ไป แต่ดีเจลุกพรวดขึ้น
“ชกหน้าแล้วจะหนีง่ายๆ เหรอวะ”
ดีเจชกหน้าชายคนนั้นคืน ทั้งสองต่อกันพัลวัน ชนโต๊ะเก้าอี้หล่นโครมคราม คนแตกฮือ กรณ์มองความวุ่นวายอย่างตกใจแล้วนึกห่วงแพรพลอย รีบเบียดคนไปทางห้องน้ำ

แพรพลอยออกมาจากห้องน้ำ เห็นคนวิ่งกันวุ่นวาย ส่งเสียงกรี๊ด กรณ์รีบเข้ามา
“แพร รีบหนีเร็ว”
“เกิดอะไรขึ้น” แพรพลอยงงง
“ข้างในมีเรื่องกันน่ะสิ รีบไปกันเถอะ”
กรณ์รีบดึงแขนแพรพลอยวิ่งออกไป

ฟากอิศร์เดินแกมวิ่งมาที่ลานจอดรถแล้วหันไปมองด้านหลัง พอไม่เห็นใครตามมาก็ชะลอฝีเท้า ถอดหน้ากากออก
“บ้าชะมัดเลย ทำไมซวยอย่างนี้วะ”
อิศร์เดินมาที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ พอก้าวขึ้นนั่งก็ต้องชะงัก เมื่อรถยวบลง
“อ้าว ยางแตกได้ไงวะเนี่ย ปัดโธ่”
อิศร์มองหาคนช่วยเหลือ แต่ไม่มี เลยกวาดตามองออกไปที่ถนน เห็นมีป้ายไฟร้านปะยาง
“ค่อยยังชั่วหน่อย”

อิศร์จูงรถออกมาจากลานจอดรถหน้าผับ ตรงมาที่ถนนเงียบๆ มืดๆ โดยไม่ได้คิดอะไร เห็นป้ายร้านปะบางอยู่เบื้องหน้า ร้านปิดแล้ว แต่ป้ายไฟเปิดอยู่
อิศร์ตบตัวถังรถ “อดทนนิดนึงนะลูก เดี๋ยวพอจะพากลับบ้านนะ”
อิศร์เข็นรถผ่านต้นไม้ใหญ่ไป โดยไม่ได้สังเกตอะไร เลยไม่เห็นชายสองคนเดินออกมาหลังต้นไม้ ตามหลังอิศร์ แล้วพุ่งเข้ากระชากอิศร์จนมอเตอรไซค์ล้ม พร้อมกับล็อคแขนสองข้าง
“เฮ้ย อะไรวะ”
อิศร์หันกลับมา ชายอีกคนก็พุ่งเข้าชกอิศร์จนหน้าหัน
“โอ๊ย! พวกแก...”
อิศร์พูดยังไม่ทันจบ คนร้ายที่จับแขนอยู่ก็เอามือปิดปากอิศร์ไว้ ให้คนร้ายอีกคนชกเข้าที่ท้อง อิศร์ตัวงอทรุดลง ทั้งสามช่วยกันลากอิศร์เข้าไปในมุมมืด อิศร์ลืมตามองอย่างเหลือกลาน แล้วถูกเตะเข้าซี่โครงอีก
“โอ๊ย”
คนร้าย1 บอก “พอแล้ว ลูกพี่สั่งให้เก็บมันด้วยมีด”
อิศร์ได้ยินคำพูดคนร้าย ก็พยายามหันมอง คนร้าย 1 ชักมีดพกออกมา ดูแวววาวน่ากลัว
อิศร์พยายามดิ้นหนี สะบัดให้พ้นจากการจับกุม คนร้าย1แทงฉึกเข้าไป
อิศร์ร้อง “โอ๊ย”
“ปิดปากมันสิวะ”
คนร้ายอีก 2 คนช่วยกันปิดปากอิศร์แล้วจับไหล่ไว้ไม่ให้อิศร์ อิศร์เจ็บปวดทุรนทุราย
คนร้าย1 เงื้อมีดขึ้นสูงอีกครั้ง เห็นเลือดหยดพราวออกมา
“แกตายแน่!”
คนร้าย 1 พูดจบก็จ้วงมีดลงใส่อิศร์อย่างน่ากลัว อิศร์ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะสติดับวูบไป

ขณะเดียวกัน กรณ์รีบขับรถพาแพรพลอยออกมาจากผับ
“โธ่เว้ย ข่าวก็ไม่ได้ เบอร์สาวๆ ก็ไม่ได้”
“ที่จริงนายน่าจะอยู่ทำข่าวคนตีกันในผับนะ จะได้ไม่เสียเที่ยว”
“ฮึ ข่าวขี้เมาต่อยกัน ไม่เห็นจะสร้างสรรค์ตรงไหน”
กรณ์ส่ายหน้าเซ็ง แพรพลอยมองไปที่ถนนด้านหน้าแล้วชะงัก เห็นอะไรบางอย่าง
“เอ๊ะ มอเตอร์ไซค์คันนั้น...ของนายอิศร์นี่”
กรณ์มองตามแพรพลอย เห็นมอเตอร์ไซค์อิศร์ล้มคว่ำอยู่ข้างถนน

แพรพลอยเอะใจ “กรณ์ จอดรถ”

ฟากคนร้ายทั้ง 3 ยืนอยู่เหนือร่างของอิศร์ที่แน่นิ่งจมกองเลือดไป

“มันตายยังวะ เอาให้ตายนะเว้ย”
คนร้าย1กระชับมีดในมือ แล้วเงื้อมือจะแทงอิศร์อีกที แต่ถูกถีบมาจากด้านหลังถลาไป
คนร้าย1 ร้อง “โอ๊ย”
คนร้ายที่เหลืออีก 2 คนหันขวับ เห็นแพรพลอยกระโจนเข้ามา แล้วตวัดขาเตะทั้ง 2 กระเด็น คนร้าย 1 ตั้งหลักได้ ลุกขึ้นมา เงื้อมีดพุ่งเข้าใส่ แพรพลอยจับข้อมือไว้ได้ ยื้อไว้
คนร้าย1ตะคอกใส่ “แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วย”
“ฉันรังเกียจพวกหมาหมู่”
แพรพลอยพูดพลางบิดข้อมือคนร้าย1 จนมีดหล่นแล้วตีเข่าซ้ำ
คนร้ายอีก 2 คนค่อยๆ ลุกขึ้นมาด้านหลัง แพรพลอยเห็นจากหางตาใช้เท้าตวัดมีดที่พื้นพุ่งตรงไปหาคนร้าย 2 มีดปักเข้าที่ต้นแขน
คนร้าย 2 ร้อง “โอ๊ย”
“นังตัวยุ่ง”
คนร้าย 3 พุ่งเข้าใส่แพรพลอย กรณ์โผล่มาเอาไม้ฟาดเข้ากลางหลัง
“โอ๊ย” มันร้องอย่างเจ็บปวด
“คิดจะรุมผู้หญิงเหรอพี่ ไม่แฟร์มั้ง”
คนร้าย 3 หันขวับมาหากรณ์ แล้วจะชกกรณ์หลบหลีก แล้วเอาไม้ฟาดหัวร่วงผล็อย
คนร้าย 2 ชักมีดออกมาจากแขนตัวเอง แล้วจะพุ่งเข้าแทงแพรพลอยอีก แพรพลอยเอี้ยวตัวหลบ แล้วคว้าแขนข้างที่ถูกแทงบีบอย่างแรง
“อยากจะได้อีกแผลใช่ไหม”
คนร้าย 2 ร้องลั่น “โอ๊ย ไม่ โอ๊ย”
แพรพลอยผลักคนร้าย 2 กระเด็นไปกองรวมกับคนร้าย 1
ทั้งสองมองแพรพลอยกับกรณ์อย่างตกใจ แล้วรีบวิ่งไปประคองคนร้าย3ที่หมดสติ พากันออกไป
“เฮ้ย จะไปไหน” กรณ์จะตาม แพรพลอยเรียกไว้
“กรณ์ ไปดูคุณอิศร์ก่อนเร็ว”
แพรพลอยรีบวิ่งไปดูอิศร์ที่นอนสลบอยู่ กรณ์รีบตามมา
“คุณอิศร์! คุณอิศร์ ได้ยินฉันไหม”
แพรพลอยเขย่าตัวเห็นหน้ากากที่อิศร์สวมอยู่ห้อยคาอยู่ที่คอ
กรณ์ยกมือที่ประคองหลังอิศร์ขึ้นมาดูอย่างตกใจ
“แพร เลือด”
แพรพลอยมองเลือดที่มือกรณ์อย่างตกใจ

อนุภัทรกับดวงวิ่งเข้ามาที่แผนกฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลเข็นเตียงอิศร์ออกมาจากห้องฉุกเฉินพอดี ดวงปาดน้ำตาตรงไปหาหมอที่ยืนคุยกับแพรพลอยและกรณ์อยู่
“คุณอิศร์ คุณอิศร์เป็นยังไงบ้างคะหมอ”
“ปลอดภัยแล้วครับ มีบาดแผลถูกแทงที่ชายโครงไม่ลึกมาก แต่ยังไม่รู้สึกตัว”
อนุภัทรละสายตาจากอิศร์ แล้วหันมามองทั้งสองคน เพิ่งเห็นว่าเป็นแพรพลอย
อนุภัทรลืมตัว ทักอย่างดีใจ “คุณแพร มาได้ยังไงครับ”
แพรพลอยทำหน้างงว่าอนุภัทรรู้จักชื่อได้ไง
“คุณสองคนนี้เป็นคนพาคนเจ็บมาครับ” หมอบอก
อนุภัทรยิ่งคลี่ยิ้มกว้างขึ้นอย่างซึ้งใจ ป้าดวงพลอยซึ้งไปด้วย รีบเข้ามาจับมือแพรพลอย
“ขอบคุณมากนะคะหนู ป้าขอบคุณจริงๆ”
แพรพลอยยิ้มให้ป้าดวง ก่อนจะปล่อยให้ป้าดวงตามอิศร์ที่ถูกเข็นออกไป
“คุณแพรไปเจอนายอิศร์ได้ยังไงครับ”

สามคน อนุภัทร แพรพลอย และอนุภัทรเดินคุยกันมาตามทางเดินหน้าห้องอิศร์
“พวกเราไปเที่ยวผับที่เพื่อนคุณไปมีเรื่องพอดี พอออกมาก็พบเขาถูกทำร้ายอยู่ที่ริมถนน”
“มีเรื่องเหรอครับ”
กรณ์ส่งหน้ากากที่คล้องคออิศร์ให้อนุภัทร
“ครับ เมื่อคืนคุณอิศร์มีเรื่องในผับ ผมจำหน้ากากที่เขาใส่ได้ มันอาจจะเป็นสาเหตุที่ถูกทำร้าย”
อนุภัทรรับหน้ากากมา มองครุ่นคิด แล้วพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องรบกวนนัดคุณไปให้ปากคำอีกที” เขาหยิบนามบัตรมายื่นให้แพรพลอย “นี่นามบัตรผมครับ เผื่อคุณแพรมีเรื่องด่วน”
แพรพลอยทนข้องใจไม่ไหว “คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไงคะ”
อนุภัทรชะงัก ยิ้มเก้อๆ กลัวแพรพลอยรู้ว่าตนเองแอบสนใจอยู่
“เอ่อ ก็...อิศร์มันเคยพูดถึงคุณน่ะครับ”
แพรพลอยทำหน้าระแวง กลัวอิศร์เอาไปนินทา ป้าดวงออกมาพอดี
“คุณภัทรคะ ป้าต้องกลับไปเอาของที่บ้านมานอนเฝ้าคุณอิศร์เองแล้วล่ะค่ะ นังเบญกับไอ้เจ้าบุญเกิดมันนอนขี้เซา โทร.ไปปลุกก็ไม่ตื่น”
“งั้นเดี๋ยวผมพาไปครับ”
“แล้วใครจะดูคุณอิศร์ล่ะคะ”
“พวกผมดูให้ก็ได้ครับ”
แพรพลอยมองกรณ์อย่างแปลกใจที่รับอาสา

แพรพลอยเดินเข้ามาในห้องกับกรณ์ เห็นอิศร์นอนหลับอยู่
“ไม่ยักรู้ว่านายสนิทกับเขาถึงขนาดอยากเฝ้าไข้”
“เธอต่างหากที่สนิท ไม่งั้นเธอคงจำเลขทะเบียนรถคุณอิศร์ไม่ได้หรอก” กรณ์เย้า
แพรพลอยเพิ่งนึกได้ว่าจริง แต่พอเห็นสายตาวิบวับของกรณ์ก็ร้อนตัว
“ฉันเป็นบอดี้การ์ด รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ฉันจำได้อยู่แล้วย่ะ”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย” กรณ์ยิ้มเหล่ พูดตัดบท “เฝ้าไปแล้วกันนะ ฉันจะไปซื้อกาแฟ”
“อ้าว เดี๋ยวสิ ทำไมทิ้งกันอย่างนี้ล่ะ”
แพรพลอยเหวอ เพราะกรณ์เดินตัวปลิวออกจากห้องไปดื้อๆ แพรพลอยหันมามองอิศร์ที่นอนหลับปุ๋ย แล้วถอนใจ เดินไปนั่ง

ฟากไอศูรย์ยืนคุยโทรศัพท์ ท่าทีของเขาเดือดดาลสุดขีดพอได้ฟังปลายสายบอก
“ว่าไงนะ มันยังไม่ตาย?” ไอศูรย์โวยลั่น “พวกแกทำงานประสาอะไรกัน”
อำพลเดินออกมาเพราะได้ยินเสียงไอศูรย์ หยุดฟัง แต่ไม่ได้ยินประโยคแรก
“ยังจะมีหน้ามาขอเงินจากฉันอีกเหรอ งานไม่สำเร็จฉันก็ไม่ให้โว้ย”
ไอศูรย์กดปิดโทรศัพท์อย่างหงุดหงิด แล้วหันมาเห็นอำพล สะดุ้งนิดๆ
“งานอะไรของแก ทำไมต้องแอบมาคุยดึกๆ ดื่นๆ”
ไอศูรย์อึกอัก หงุดหงิดกลบเกลื่อน “เรื่องส่วนตัวของผมน่าพ่อ”
ไอศูรย์เดินหนีเข้าบ้านไป อำพลมองตามสงสัยว่าไอศูรย์มีอะไรปิดบัง

อิศร์ฝันร้าย เห็นภาพที่ตัวเองถูกซ้อม แต่เหตุการณ์ในฝันดูสับสนไปหมด
เสียงคนร้าย 1 ดังก้องกังานซ้ำไปมา “ลูกพี่สั่งให้เก็บมันด้วยมีด” คนร้ายจ้วงมีดแทง
อิศร์สะดุ้งขึ้นมา แต่ยังไม่ตื่น เหมือนรู้สึกเจ็บแผลแปล๊บ มือไม้เปะปะ ร้องคราง
“โอย...”
แพรพลอยเงยหน้ามองจากหนังสือที่อ่านเล่น เห็นอิศร์ขยับตัว กระสับกระส่าย แพรพลอยอดไม่ได้ลุกมามอง แต่ก็แอบหมั่นไส้ เพราะคิดว่าอิศร์ไปมีเรื่องจนโดนแทง
“เจ็บแผลล่ะสิ ฉันไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าคุณดี เที่ยวได้ซ่าไปทั่ว”
อิศร์ไม่ได้ยินที่แพรพลอยพูด มือไม้ยังคงเปะปะจะจับแผลตัวเอง
แพรพลอยรีบปัดมืออก “อย่าไปแตะสิ เดี๋ยวแผลก็ฉีกหรอก”
อิศร์ยังคงไม่รู้ตัว กระสับกระส่ายไปมา พยายามลูบแผล แพรพลอยดึงออกอีก
“บอกว่าอย่าแตะ ดื้อจัง”
อิศร์จะแตะอีก แพรพลอยทนไม่ไหว คราวนี้กุมมืออิศร์ไว้เลย อิศร์นิ่งไปทันที แพรพลอยมองมือตัวเองที่กุมมืออิศร์ เขินนิดๆ แต่ก็ไม่กล้าปล่อย เลยลากเก้าอี้มาข้างๆ เตียงแล้วนั่งลงตรงนั้น คอยจับมืออิศร์ไว้
“ทีนี้ล่ะนิ่งเชียวนะ ตาบ้า”
จังหวะนั้นพยาบาลเปิดประตูเข้ามาพอดี พอเห็นแพรพลอยนั่งกุมมืออิศร์ชะงัก
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
แพรพลอยตกใจ รีบดึงมืออิศร์ออก แล้วขยับตัวหนี ยิ้มเก้อๆ
“ช...เชิญค่ะ เชิญ”

พยาบาลมองแพรพลอยยิ้มนิดๆ คิดว่าเป็นแฟนอิศร์ แล้วเข้ามาวัดความดัน

รุ่งเช้าขณะที่เรณูช่วยเบญตักข้าวต้มให้อริสรา ไอริณ อำพล หันไปเห็นอำนวยพรวดพราดเข้ามาพอดี

“คุณอำนวย ทานข้าวด้วยกันไหมคะ” เรณูทัก
“ขอบคุณครับ” อำนวยร้อนใจ “นี่รู้เรื่องนายอิศร์กันหรือยังครับเนี่ย”
ทุกคนชะงัก อำพลเลิกคิ้ว “เรื่องอะไร”
อำนวยงงที่อำพลไม่รู้ “อ้าว ก็นายอิศร์โดนแทงเมื่อคืนนี้ครับ ตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล”
อริสราวางช้อนดังเคล้ง “อะไรนะคะ แล้วเขาเป็นอะไรหรือเปล่า”
ไอริณแดกดัน “ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ค่ะ อยู่โรงพยาบาลก็ต้องแปลว่าไม่เป็นอะไรสิ พี่อริสนี่”
อริสราชะงัก เหมือนรู้ตัวว่าออกนอกหน้ามากไป เรณูถามแทน เพราะเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” เรณูถาม
“ผมก็ไม่รู้รายละเอียด แม่ดวงเพิ่งโทรมาบอกเมื่อเช้า นี่ก็ว่าจะออกไปเยี่ยม”
อริสราลุกพรวดขึ้นทันที “อริสไปด้วยนะคะ”
“อริส หนูไปพร้อมพ่อก็ได้ เดี๋ยวเราไปด้วยกันหมดนี่แหละ” อำพลมองหา “แล้วนายศูรย์อยู่ไหน ยังไม่ตื่นอีกเหรอ”

ไอศุรย์อยู่ตรงริมรั้วคฤหาสน์ กับลูกน้อง คนร้ายเมื่อคืนนี้ สองคนท่าทางลับๆ ล่อๆ
ลูกน้องไหว้ “โธ่ คุณศูรย์ครับ พวกมันทำเต็มที่แล้ว แต่มันบอกว่ามีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาช่วยน้องคุณ”
“พวกมันกระจอกขนาดแพ้ผู้หญิง แล้วแกจะมาต่อรองให้ฉันจ่ายค่าจ้างทำไม”
“ถือว่าเป็นค่ารักษาตัวให้มันเถอะครับคุณศูรย์ ผมไหว้ล่ะ” ลูกน้องไหว้
ไอศูรย์รำคาญ ควักเงินให้ “เอาไป แล้วแกไม่ต้องมาที่นี่อีก ฉันไม่จ้างพวกแกแล้ว”
ลูกน้องรับเงินแล้วรีบขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ไอศูรย์หันกลับจะเดินเข้าบ้าน แต่เจออำพลซึ่งคราวนี้ได้ยินทุกอย่าง อำพลตบหน้าไอศูรย์ผัวะ!
“พ่อตบผมทำไม”
“ฝีมือแกใช่ไหม” ไอศูรย์นิ่ง อำพลกระชากคอเสื้อ “ฉันถามว่าฝีมือแกใช่ไหม”
ไอศูรย์หน้าเสีย รู้ว่าอำพลแอบได้ยินหมด แต่ไม่กล้าสารภาพ อำพลเขย่าแรงขึ้น
“ฉันได้ยินหมดแล้ว! นี่แกเกลียดไอ้อิศร์ขนาดสั่งคนไปฆ่ามันเชียวเหรอ ยังไงมันก็เป็นน้องแกนะ”
อำพลเขย่าคอเสื้อไอศูรย์ไปมา ไอศูรย์สุดทนปัดออก ระเบิดอารมณ์อัดอั้น
“พ่อก็รู้ว่าผมไม่เคยเห็นมันเป็นน้อง มันแย่งชิงทุกอย่างไปจากผม ตั้งแต่ความรักของคุณปู่ ข้าวของเงินทองที่ผมควรจะได้ แล้วตอนนี้มันก็กำลังจะเอาอริสไปจากผม ผมจะไม่ยอมให้มันชนะผมอีกแล้ว”
“แล้วเป็นยังไง คนของแกทำงานไม่สำเร็จ ทีนี้ไอ้อิศร์มันคงลุกขึ้นมาตามสืบสนุกล่ะว่าใครเล่นงานมัน ทำอะไรไม่รู้จักปรึกษากันก่อน ไอ้ลูกโง่”
อำพลสบถ! ผลักหัวไอศูรย์อย่างแรงด้วยความโมโห ไอศูรย์อึ้งไป แต่ยังรั้น
“ผมจัดการเรื่องนี้ได้น่า”
“ไม่ต้อง! แกไม่ต้องจัดการอะไรอีกแล้ว นี่คือคำสั่ง! ฉันจะไม่ยอมให้ความสิ้นคิดของแกมาทำให้ฉันเดือดร้อนไปด้วย! ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเยี่ยมมันที่โรงพยาบาลกับฉัน”
“พ่อ” ไอศูรย์ฉุน
อำพลชี้หน้าคาดโทษ “แกต้องไป”
สั่งเสร็จอำพลก็เดินหนีไปทันที ไอศูรย์ขัดใจ หงุดหงิดกว่าเดิม

อิศร์ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น เห็นพยาบาลกำลังวัดอุณหภูมิพอดี
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ”
อิศร์มองพยาบาลงงๆ แล้วนึกได้ ก้มลงดูแผลที่ท้อง
“ผมยังไม่ตายเหรอครับเนี่ย แล้วผมมาที่นี่ได้ยังไง”
“แฟนคุณกับเพื่อนคุณพามาไงคะ” พยาบาลบอก
อิศร์งง “แฟน”
“คุณผู้หญิงตัวสูงๆ ผมยาวๆ ไงคะ เมื่อคืนเธอก็นั่งเฝ้าคุณอยู่ตรงนี้” พลางชี้ที่เก้าอี้ข้างเตียง “สงสัยจะกลับไปแล้ว”
อิศร์ยิ่งงง เพราะไม่รู้ว่าใคร ดวงเปิดประตูเข้ามาพอดี พอเห็นอิศร์ตื่นก็ดีใจปรี่เข้ามาหา
“คุณอิศร์! ตื่นแล้วเหรอคะ”
อิศร์พยักหน้าไปทางดวง “นั่นเหรอครับแฟนผม”
พยาบาลหัวเราะกิ๊ก “ไม่ใช่ค่ะ”
พยาบาลคิดว่าอิศร์ล้อเล่น เลยไม่อธิบายต่อ เดินอมยิ้มออกไป ดวงมองตาม
“มีอะไรเหรอคะ”
“พยาบาลบอกว่าเมื่อคืนมีผู้หญิงมาผอมๆ สูงๆ ผมยาวๆ มานั่งเฝ้าผม” เขามองป้าดวง “คงไม่ใช่ป้าแน่ๆ ไอ้ผมก็ลืมถามว่าใส่ชุดขาวหรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็” แล้วทำหน้าตกใจขวัญเสีย “ชัดเลยป้า ผมโดนโรงพยาบาลนี้รับน้องแล้วล่ะ”
ดวงหัวเราะออกมา อิศร์ทำหน้างง
“อ้าว ขำทำไม”
“คุณผู้หญิงคนนั้นเธอมีตัวตนค่ะ เธอไปช่วยคุณอิศร์ไว้แล้วพามาโรงพยาบาล เห็นคุณภัทรเรียกว่าคุณแพรๆ อะไรนี่แหละ”
“แพร” อิศร์เอะใจ “แพรพลอยหรือเปล่าครับ”
“ใช่มั้งคะ”
อิศร์อึ้งๆ งงว่าแพรพลอยมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ยังไง

ด้านแพรพลอยเดินออกมาหน้ามูลนิธิ แปลกใจที่เห็นอนุภัทรยืนรออยู่
“สวัสดีค่ะผู้กอง ฉันกำลังจะโทร.ไปขอเลื่อนพอดีเลยค่ะ กรณ์มีงานด่วน ก็เลยออกไปตั้งแต่เช้า”
“ไม่เป็นไรครับ ผมคุยกับคุณแพรก่อนก็ได้ คุณแพรสะดวกไหมครับ”
“ได้ค่ะ งั้นเชิญทางนี้”
แพรพลอยจะเดินนำอนุภัทรไป แต่แล้วก็ได้ยินเสียงบีบแตรรถดังขึ้น ทั้งสองหันไปมอง เห็นรถของมายาวีแล่นเข้ามาจอด มายาวีเห็นอนุภัทรก็รีบลงจากรถ
มายาวีชี้หน้า “ตาผู้กอง! เขามาทำอะไรคะคุณแพร” พลางจ้องตาอนุภัทร “คุณจะมาก่อกวนอะไรเพื่อนฉัน! กลับไปเลยนะ”
มายาวีรีบวิ่งมาแทรกแพรพลอยกับอนุภัทร เปิดฉากทะเลาะกันอีก
“อะไรของคุณเนี่ย ผมมาทำงานนะครับ”
“มาทำงาน เฮอะ เจอกันทีไรก็อ้างว่ามาทำงาน มาทำความเดือดร้อนให้คนอื่นสิไม่ว่า”
อนุภัทรแค่นยิ้ม “ผมว่าประโยคนี้เหมาะกับคุณมากกว่าอีกนะ เพราะชอบทำความเดือดร้อนให้ผมอยู่เรื่อย”
“เอ๊ะ อีตาผู้กอง!”
“ผู้กองอนุภัทรมีธุระกับแพรจริงๆ ค่ะคุณเมย์”
“ธุระอะไรคะ”
“ผมจะมาคุยกับคุณแพรเกี่ยวกับเรื่องที่นายอิศร์โดนทำร้ายเมื่อคืน”
มายาวีตกใจ และงงที่ไม่รู้เรื่อง “ห๊ะ! อิศร์โดนทำร้าย ทำไมไม่มีใครบอกเมย์เลย”
“เพราะคุณไม่สำคัญมั้ง” อนุภัทรแดกดัน
มายาวีอ้าปากค้าง ถูกสบประมาทซึ่งหน้า เลยตอบโต้ไม่ทัน อนุภัทรชิงพูดกับแพรพลอย
“เชิญด้านโน้นดีกว่าครับคุณแพร”
อนุภัทรกับแพรพลอยเดินแยกไป มายาวีมองฉุนๆ แล้วกระแทกเท้าตามไปจุ้นต่อ

ตรงบริเวณมุมนั่งเล่นในมูลนิธิ แพรพลอยเอาน้ำกับผลไม้เล่นมาเสิร์ฟอนุภัทรกับมายาวีที่ม้าหิน แล้วนั่งลง อนุภัทรเปิดโปรแกรมบันทึกเสียงในโทรศัพท์ เริ่มสอบปากคำ
“ผมอยากให้คุณแพรเล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังอีกครั้งครับ”
“ใช่ค่ะคุณแพร เล่ามาให้ละเอียดเลยนะคะ มันเกิดอะไรขึ้น แล้วอิศร์เขาเป็นยังไงบ้าง”
มายาวีพูดแทรกฉอดๆ มือก็กดมือถือไปด้วย
“โอ๊ย ทำไมโทร.หานายอิศร์ไม่ติด โทรศัพท์เครื่องนี้แย่จริงๆ” แล้วนึกได้ “จริงด้วย มือถือฉันอยู่ที่คุณอีกเครื่องใช่ไหม เมื่อไรจะได้คืนยะ”
อนุภัทรถอนใจ “เอาทีละเรื่องได้ไหมคุณ ผมกำลังซ่อมให้อยู่”
“ไม่ใช่เอาไปขายแล้วนะ ตำรวจอย่างคุณคงเงินเดือนไม่เยอะหรอก ฉันรู้”
อนุภัทรเริ่มรำคาญ ทำไม่สนใจ “เชิญครับคุณแพร ตกลงว่าคุณพบนายอิศร์ได้ยังไง”
แพรพลอยเริ่มเล่า มายาวีทำท่าสนใจฟัง แต่ก็กดโทรศัพท์ติดต่ออิศร์ไปด้วย จนมีคนรับสาย
มายาวีโวยวายลั่น “อุ๊ย ป้าดวง! ป้าดวงขา อิศร์เป็นยังไงบ้างคะ ฟื้นหรือยัง”
อนุภัทรรำคาญจนต้องกดหยุดบันทึกเสียง เหลือบมองหน้ามองมายาวีอย่างเหลือทน
“ผมว่าคุณไปเยี่ยมนายอิศร์ก่อนเลยก็ได้นะ ไม่ต้องรอคุณแพรหรอก”
“ค่ะๆๆ แล้วเมย์จะไปนะคะ” มายาวีวางสาย แล้วหันมาค้อนอนุภัทร “ไม่! ฉันจะนั่งเป็นเพื่อนคุณแพร จะได้คอยฟังด้วยว่าคุณถามอะไรไม่เหมาะสมหรือเปล่า เช่น...” มายาวีแกล้งทำเสียงหล่อ “เบอร์โทรศัพท์คุณแพรเบอร์อะไรครับ วันนี้คุณแพรทานข้าวหรือยัง ไปทานข้าวกลางวันกับผมไหม อะแฮ่ม”
แพรพลอยกลั้นยิ้มขำ อนุภัทรหน้าม้าน เขิน เพราะมายาวีจี้ใจดำ
“แล้วอีกอย่าง ฉันจะได้คอยดูการทำงานคุณด้วยว่ามีประสิทธิภาพหรือเปล่า ถ้าไม่มีฉันจะได้ฟ้องพ่อว่า...”
มายาวียังพูดไม่จบคำ อนุภัทรก็เอาผลไม้ในจานป้อนใส่ปากให้มายาวีคาบไว้
“ทานผลไม้ก่อนนะคุณ ชอบไม่ใช่เหรอ อ้ำๆ”
มายาวีคาบผลไม้เต็มปาก ได้แต่ทำเสียงอู้อี้ๆ อนุภัทรหันมาคุยกับแพรพลอย
“ต่อเถอะครับคุณแพร”

แพรพลอยมองมายาวีที่เคี้ยวผลไม้แก้มตุ่ยมองอนุภัทรฉุนๆ แล้วอมยิ้ม

อ่านต่อหน้า 2

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 3 (ต่อ)

วันเดียวกัน สุนทรปัดฝุ่นรถอำพลอยู่หน้าบ้าน กรองทองถือปิ่นโตซุปเดินออกมา

“กรองขอไปเยี่ยมคุณอิศร์เองไม่ได้เหรอจ๊ะพ่อ เดี๋ยวนั่งรถเมล์ไปก็ได้”
“ไม่ต้องไปหรอก เจ้านายเขาจะคุยกัน เอาซุปมาเถอะ เดี๋ยวพ่อเอาไปให้เอง”
กรองทองส่งปิ่นโตให้สุนทรอย่างเสียดาย อำพลเดินออกมาในบ้านพร้อมกับลูกเมีย สุนทรรีบเปิดประตู ไอศูรย์เดินตามจะขึ้นรถ แล้วชะงักหันไปหากรองทอง
“ไปเรียกคุณอริสลงมาหรือยัง”
“เอ่อ คุณอริสขับรถออกไปแล้วค่ะ เธอบอกว่าขอล่วงหน้าไปก่อน” กรองทองบอก
ไอศูรย์ตวาด “แล้วเธอปล่อยให้เขาไปได้ยังไง”
“อ้าว ก็...” กรองทองจะบอกว่า ใครจะไปกล้าห้าม
ไอศูรย์เดินขึ้นรถอย่างเร็ว ปิดประตูปัง เอ็ดตะโร หัวเสีย
“ออกรถเร็วๆ สิวะสุนทร ยืนเซ่ออยู่ทำไม”
สุนทรเงอะงะรีบขึ้นรถขับออกไป กรองทองมองตามเซ็งไอศูรย์
ขณะที่อิศร์นอนแบบอยู่บนเตียงให้ป้าดวงป้อนข้าว มีธำรงกับอำนวยนั่งคุยอยู่ด้วย อริสราเปิดประตูเข้ามา แทบจะโผเข้ากอด ป้าดวงขยับถอยออกมาเซ็งๆ ธำรงกับอำนวยมองกันตาปริบๆ
“อิศร์คะ คุณเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน”
อริสราแทบจะโผเข้ากอด จนป้าดวงต้องยกชามข้าวถอยออกไป
ธำรงกระซิบ “โอ้โฮพ่อ ออกตัวแร้งส์”
อำนวยจุ๊ปากให้ธำรงหยุดเม้าท์ อริสรายังไม่รู้ตัว
“มันเกิดเรื่องได้ยังไง แล้วคุณแจ้งตำรวจหรือยังคะอิศร์”
“ทำทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วล่ะค่ะ คุณอริสไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ (เข้ามาแทรก) ขอป้าป้อนข้าวคุณอิศร์เถอะ”
“อริสทำเองค่ะป้า” อริสราแย่งมาเลย “อร่อยไหมคะ ถ้าไม่ชอบอาหารโรงพยาบาลเดี๋ยวอริสโทร.สั่งให้นะ อิศร์อยากทานอะไร”
“ผมทานได้ครับอริส”
อิศร์จะดึงชามข้าวมา แต่อริสราไม่ให้ แถมยังเอาช้อนตักจะป้อน
เสียงขุ่นเขียวของไอศูรย์ดังขึ้น “อริส”
ทุกคนเหลียวขวับไปมองเห็นไอศูรย์พรวดตามเข้ามา พร้อมกับอำพลและคนอื่นๆ ไอศูรย์ก้าวมาถึงตัว ดึงแขนอริสราไว้อย่างหึงหวง ระงับอาการไม่อยู่
“นายเจ็บหนักขนาดกินข้าวเองไม่ได้เลยเหรอ แล้วทำไม่ไม่ให้ป้าดวงป้อน”
ไอศูรย์กระชากชามจากมืออริสรายื่นให้ป้าดวงที่ทำท่าลนลาน บรรยากาศเริ่มมาคุ
“เฮ่อ ห้องมันเริ่มอึดอัดแฮะ ลุงขอตัวกลับก่อนดีกว่านะอิศร์ หายไวๆ นะ” อำนวยว่า
อิศร์ยกมือไหว้อำนวย ธำรงทำท่าสอดรู้สอดเห็นอยากอยู่ต่อ แต่ถูกอำนวยลากออกจากห้องไป

อำนวยลากธำรงออกมาหน้าห้อง ธำรงฮึดฮัด ยังไม่อยากไป
“โธ่พ่อ จะรีบกลับทำไม กำลังจะได้ดูศึกชิงนางมันๆ”
“แกจะดูไปทำไม ดาราก็ชุดเดิม พล็อตเรื่องก็เดิมๆ ไม่ถึงตอนจบซักที เฮ้อ เบื่อจะตาย ไปกลับบ้าน”
อำนวยลากธำรงออกไป

อิศร์นอนมองทุกคนตาปริบๆ กินอะไรไม่ลง เรณูลูบหัวอิศร์
“ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมอิศร์ ค่อยยังชั่วหน่อย ป้าตกใจหมดเลย”
ไอริณถาม “พี่อิศร์ไปเหยียบเท้าใครเข้าล่ะคะ ถึงโดนขนาดนี้”
ไอศูรย์กับอำพลลอบสบตากันอย่างมีพิรุธ อิศร์ส่ายหน้า
“ไม่รู้เหมือนกัน ตอนแรกพี่นึกว่าพวกมันจะปล้น แต่...”
อิศร์นึกภาพที่เขาโดนรุมโดย 3 วายร้าย
“มันไม่เอาของมีค่าอะไรเลย จ้องเล่นงานพี่อย่างเดียว”
อำพลสบตากับไอศูรย์ แล้วขยับเข้ามาถาม
“จำหน้าพวกมันได้หรือเปล่า”
อิศร์ส่ายหน้า “มันมืดครับ ผมไม่เห็นอะไรเลย รู้แต่พวกมันมากัน 3 คน”
อำพลแอบทำหน้าโล่งใจใส่ไอศูรย์ เปรยเนียนๆ
“อย่างนี้ตำรวจก็คงทำอะไรไม่ได้ล่ะสิ”
“เดี๋ยวตำรวจคงมาสอบปากคำคุณอิศร์ค่ะ ตอนนี้คงกำลังคุยกับพยานอยู่”
ไอศูรย์ลืมตัวถามเสียง “อะไรนะ มีพยานด้วยเหรอ”
อำพลหันขวับไปมอง ส่งสายตาปรามไอศูรย์ไม่ให้พูดต่อ
“มีค่ะ ก็...”
อิศร์ไม่อยากลากแพรพลอยมายุ่งจึงขัดขึ้น “ป้าดวงครับ ปรับเตียงให้ผมหน่อย ผมง่วงแล้ว”
ดวงชะงัก ไม่พูดต่อ รีบเข้ามาปรับเตียงเอนลงให้อิศร์นอน
อำพลกับไอศูรย์เริ่มเครียดขึ้นมาอีก เพราะไม่รู้ว่าพยานเป็นใคร

สองพ่อลูกวายร้ายอยู่ตรงมุมหนึ่งในโรงพยาบาล อำพลลากไอศูรย์มากระซิบ
“เห็นไหมว่าเรื่องมันไม่จบง่ายๆ ถ้ามีพยานรู้เห็นจริงๆ แกซวยแน่”
“พ่อจะช่วยผมหรือเปล่า ถ้าไม่ช่วยก็หยุดซ้ำเติมผม”
“จะให้ช่วยอะไร ตามปิดปากพยานให้แกเหรอ มันเป็นใครฉันยังไม่รู้เลย ในเมื่อแกผูกเองก็แก้เองแล้วกัน!”
อำพลเดินออกไปฉุนๆ ไอศูรย์สีหน้าเคร่งเครียด
“แกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกไอ้อิศร์”
ไอศูรย์คำรามแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา

อริสราเดินกลับมาที่รถในลานจอด แล้วชะงักเมื่อเห็นไอศูรย์ยืนรออยู่
“เอากุญแจรถมาให้ผม”
“ฉันจะกลับบ้าน”
ไอศูรย์บอกเสียงเข้ม “ผมจะขับเอง”
“นี่มันรถฉันนะ คุณไม่มีสิทธิ์”
อริสราเปิดประตูจะขึ้น ไอศูรย์ตามไปกระชากกุญแจออกแล้วงับประตูปิด
“รถคุณก็จริง แต่ไม่ใช่เงินผมเหรอที่ซื้อให้คุณ”
“คุณไอศูรย์”
“เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พ่อแม่คุณปรนเปรอให้คุณ มันก็เงินของผมทั้งนั้นแหละ ผมมีสิทธิ์! ไปขึ้นรถ”
ไอศูรย์ลากอริสราไปที่ประตูอีกฝั่ง อริสราพยายามสะบัดแต่ไม่สำเร็จ

ขณะที่แพรพลอยนั่งรถเข้ามากับมายาวี เห็นไอศูรย์กำลังฉุดกระชากกับอริสราอยู่
“เอ๊ะ นั่นแฟนคุณอิศร์หรือเปล่าคะ”
มายาวีมองตาม พอเห็นอริสราก็รีบบอก
“อุ๊ย ไม่ใช่ค่ะ คุณอริสเป็นพี่สะใภ้อิศร์”
แพรพลอยงุนงง “อ้าว ก็ฉันเห็นเขาสองคน”
มายาวีเหลือบมองแพรพลอยแล้วส่ายหน้าแบบไม่อยากจะเม้าท์
“เรื่องมันยาวค่ะ เอาไว้ว่างๆ เมย์จะเล่าให้ฟัง แต่เมย์ยืนยันตรงนี้ว่าคุณอริสมีสามีแล้ว ผู้ชายคนนั้นแหละค่ะสามีเธอ ชื่อไอศูรย์”
มายาวี พยักเพยิด ให้ดูแล้วขับรถอ้อมไปหาที่จอด แพรพลอยมองตาม ยิ่งงงกับท่าทีที่อริสราแสดงกับอิศร์ที่หล่อนเคยเห็น

แพรพลอยกับมายาวีเดินมาจะถึงห้องอิศร์ ก็เจออนุภัทรกับป้าดวงออกมาพอดี
“อ้าว สวัสดีค่ะคุณเมย์” ดวงยิ้มให้แพรพลอย “คุณหนูแพรใช่ไหมคะ”
“เรียกแพรเฉยๆ เถอะค่ะ”
“ป้าดวงจะไปไหนคะ” มายาวีถาม
อนุภัทรตอบแทน “จะไปทานข้าว อิศร์มันพักผ่อนอยู่ คุณอย่าเพิ่งไปกวนเลย”
มายาวีไหว้อนุภัทรพูดกระแทกกระทั้นใส่ “สวัสดีค่ะป้าดวง แปลงเพศตั้งแต่เมื่อไรคะ” แล้วหันมาพึมพำกับแพรพลอย “ไม่ได้ถามซะหน่อย ตอบทำไม”
อนุภัทรถอนใจเซ็งที่ถูกแขวะอีก ป้าดวงยิ้มขำ
“ไปทานด้วยกันนะคะ”
“แพรทานมาแล้วค่ะ เชิญคุณป้าตามสบายนะคะ”
“แต่เมย์หิวค่ะ เดี๋ยวเมย์พาไปดีกว่า ร้านอาหารในซอยนี้อร่อยเยอะ”
มายาวีเข้าไปจูงป้าดวง แต่อนุภัทรดึงแขนไว้
“แต่เราจะไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่หน้าปากซอย”
“อุ๊ย ร้านดูไม่ค่อยสะอาดนะคะ ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวท้องเสีย ไปกับเมย์ดีกว่าค่ะร้านอาหารเลบานอนอร่อยม๊าก”
ดวงหน้าเสีย กินไม่เป็น อนุภัทรดึงไม่ให้มายาวีจูงไป
“ผมไม่กินอาหารเลบานอน”
“ฉันไม่ได้ชวนคุณ”
“ป้าคงกินไม่เป็นด้วยใช่ไหมครับ”
ดวงพยักหน้าหงึกหงัก อนุภัทรรีบดึงไป แต่มายาวีแกะมืออนุภัทร
“งั้นไปกินพิซซ่าก็ได้ค่ะ เมย์รู้จักอีกร้าน ไปค่ะ”
มายาวีลากแขนป้าดวงไป อนุภัทรรีบวิ่งตาม
“คุณ ทำไมเอาแต่ใจอย่างนี้”
มายาวีกับอนุภัทรโวยวายทะเลาะกันลงลิฟต์ ลืมแพรพลอยสนิท
แพรพลอยมองเข้าไปในลิฟต์ เห็นป้าดวงเอามืออุดหู แต่มายาวีกับอนุภัทรยังยืนเถียงกันต่อไม่มีใครยอมใคร

อิศร์นอนคาดผ้าปิดตากันแสง เพราะพยายามจะหลับ ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็ร้องเรียก
“ป้าดวงจ๋า ผมหิวน้ำจัง”
แพรพลอยที่เข้ามาชะงัก ลังเลว่าจะแสดงตัวดีหรือไม่ อิศร์อ้อนต่อ
“น้ำเปล่านะครับ”
แพรพลอยมองไปทั่วห้อง เห็นมีขวดน้ำตั้งอยู่ข้างเตียงเลยเดินไปหยิบ ยื่นมาจ่อที่ปากให้
“ใส่หลอดด้วยสิครับ”
แพรพลอยแอบทำหน้ารำคาญอิศร์ แล้วหยิบหลอดมาใส่ ยื่นใส่มืออิศร์ที่ยังปิดตาอยู่ อิศร์เอื้อมมือรับหลอดมาดู สัมผัสกับมือของแพรพลอย แล้วลูบๆ จับๆ
“อื้อหือ ป้าใช้ครีมทามือยี่ห้ออะไรครับเนี่ย มือนุ้มนุ่ม”
อิศร์ลูบไล้มือแพรพลอยไปมา แล้วทำจมูกฟุดฟิด
“หอมด้วย”
“ตกลงจะคุณดื่มน้ำหรือว่าจะหลอกจับมือป้าดวงกันแน่”
อิศร์ได้ยินเสียงแพรพลอยก็สะดุ้ง รีบเอาผ้าปิดตาออก เห็นแพรพลอยยืนอยู่
“คุณแพร คุณมาตั้งแต่เมื่อไร”
“ก็ตั้งแต่ที่คุณอ้อนขอดื่มน้ำนั่นแหละ”
“แหม แล้วก็ไม่บอกแต่แรก จับซะเพลินเลย”
อิศร์ยิ้มกรุ้มกริ่ม แพรพลอยหมั่นไส้
“สงสัยเพราะเมื่อคืนคุณมัวแต่จับอะไรๆ ของใครซะเพลินแบบนี้มั้ง ถึงได้โดนแทงเอา”
อิศร์หน้าเสีย นึกได้ “จริงด้วยสิ ป้าดวงบอกว่าคุณเป็นคนช่วยผมไว้”
“ฉันบังเอิญอยู่ที่นั่นตอนคุณก่อเรื่องในผับพอดี แต่ไม่รู้ว่าเป็นคุณ จนออกมาเจอพวกมันซ้อมคุณที่หน้าผับ”
“คุณคิดว่าคนที่แทงผมคือพวกเดียวกับในผับเหรอ”
“ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นพวกไหนล่ะ หรือว่าคุณไปมีเรื่องกับกลุ่มอื่นอีก”
“โธ่คุณ เห็นผมเป็นนักเลงไปได้”
อิศร์หน้าม่อย แล้วก้มลงลูบแผลตัวเอง แพรพลอยอดสงสารไมได้
“เดี๋ยวผู้กองภัทรจะขึ้นมาสอบปากคำคุณ เตรียมตัวไว้แล้วกัน”
“แล้วนี่มันทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ขึ้นมาซักที” อิศร์บ่น

ที่ศูนย์อาหาร ของโรงพยาบาล อนุภัทรกับมายาวีถือถาดอาหารวิ่งแย่งกันมานั่งที่โต๊ะ ที่ป้าดวงรออยู่
“มาแล้วครับป้าดวง ทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดไปก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวเย็นๆ เราค่อยไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่”
มายาวีผลักจานอนุภัทรหนี “ไม่อร่อยหรอกค่ะ พิซซ่าของเมย์อร่อยกว่าค่ะ ชิมสิคะ”
มายาวีจะป้อนป้าดวง อนุภัทรผลักมือมายาวีออก
“เลิกเจ้ากี้เจ้าการซะทีได้ไหมคุณ อร่อยนักคุณก็กินเอง ผมกับป้าจะกินก๋วยเตี๋ยว ทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉาไปได้”
“กล้าดียังไงมาว่าฉันฮะ ป้าดวงเป็นแม่คนที่สองของอิศร์ ก็เท่ากับเป็นแม่คนที่สองของฉันเหมือนกัน”
อนุภัทรแค่นหัวเราะ “ป้าดวงอยากมีลูกสาวแบบนี้ไหมครับ”
“เอ่อ ป้าว่า...”
มายาวีไม่สนใจฟัง เพราะกำลังยั๊ว “ลูกสาวอย่างฉันมันเป็นยังไง”
“ก็เป็นลูกประเภทที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่อยากจะเอาขี้เถ้ายัดปากมั้ง”
“งั้นคุณก็เป็นตำรวจประเภทที่ทำให้พลเมืองดีอย่างฉันอยากจะเอาพิซซ่ายัดปากเหมือนกัน”
มายาวีเทซอสมะเขือเทสใส่พิซซ่า แล้วยัดใส่ปากอนุภัทรทันที อนุภัทรีบคายทิ้ง หน้าเลอะซอส
“คุณ”
มายาวีลอยหน้าถามเยาะเย้ย “อร่อยมะ”
อนุภัทรเอามือป้ายปากอย่างโมโห ดวงรีบห้าม
“เอ้อ ใจเย็นๆ นะคะ ใจเย็นๆ ป้าทานทั้งสองอย่างแหละค่ะ ทานหมดเลยค่ะ”
ดวงตักทั้งก๋วยเตี๋ยวและพิซซ่ากินพร้อมกัน เอาใจทั้งคู่ อนุภัทรกับมายาวียังนั่งจ้องกันแบบประกาศสงครามเต็มที่

ด้านแพรพลอยนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลา อิศร์เหลือบมอง แล้วขยับลุกขึ้น
“คุณแพร ผมอยากเข้าห้องน้ำ”
“ก็ไปสิ”
“หมอสั่งไม่ให้ผมเดินเอง เดี๋ยวแผลจะฉีก”
แพรพลอยเงยหน้าขึ้นมอง อิศร์ทำหน้าอ้อน
"ช่วยผมหน่อยนะ ถ้าป้าดวงอยู่ผมคงไม่รบกวนคุณ"
แพรพลอยจำต้องลุกมาประคองอิศร์ แล้วพาเดินไป อิศร์ยิ้มๆ
"ไม่ต้องมายิ้ม"
อิศร์ คุณนี่ก็ใจดีเหมือนกันนะ
"อยากให้ฉันใจร้ายก็ได้นะ จะได้ปล่อยมือ"
แพรพลอยทำท่าจะปล่อย อิศร์ร้องลั่น
"โอ๊ย อย่าๆๆๆ ไปเลยครับ ผมไม่อยากฉี่ราด"
แพรพลอยมองค้อนแล้วประคองอิศร์ไป อิศร์แอบมองแพรพลอย ยิ้มชอบใจ

แพรพลอยประคองอิศร์เข้าไปถึงหน้าห้องน้ำ แล้วรีบออกมายืนรอ อิศร์ก้มลงมอง
"คุณแพร เข้ามานี่ก่อนสิครับ"
เสียงแพรพลอยหงุดหงิด "อะไรอีกล่ะ"
"ผมจะให้คุณช่วยอะไรหน่อย ผมทำเองไมได้"
"อย่าเวอร์ได้มะ"
"ไม่ได้เวอร์จริงๆ ผมต้องยืมมือคุณจริงๆ"
แพรพลอยพรวดพราดเข้ามา วีนทันที
"นี่คุณจะบ้าเหรอ คุณโดนแทงนะไม่ได้แขนด้วน ฉันไม่แก้กางเกงให้คุณหรอก อีตาบ้า"
อิศร์มองแพรพลอยตาปริบๆ
"ผมแค่จะให้คุณช่วยยกฝาชักโครกขึ้นหน่อย"
แพรพลอยชะงัก หน้าแตกเพล้งเมื่อเห็นฝาชักโครกปิดอยู่
"อ้าว...เหรอ" หล่อนรีบก้มลงเปิดให้
อิศร์ส่ายหัว "เฮ้อ...คิดไปได้ยังไงถึงนั่น"
แพรพลอยหน้าม้านอาย รีบผลุบออกไป อิศร์ยิ้มขำ

แพรพลอยประคองอิศร์กลับมาที่เตียงเหมือนเดิม มีบุรุษพยาบาลเปิดประตูเข้ามาพร้อมรถเข็น
“เดี๋ยวเชิญไปเอ็กซเรย์ช่องท้องหน่อยนะครับคุณอิศร์”
“หมอสั่งเหรอครับ” อิศร์ถามงงๆ
“ใช่ครับ คุณหมอบอกว่าถ้าผลออกมาไม่มีอะไร จะให้คุณอิศร์กลับบ้านเลย”
อิศร์พยักหน้าดีใจ บุรุษพยาบาลรีบเข้ามาช่วยประคอง
“เดี๋ยวฉันโทร.บอกผู้กองให้เองค่ะ แล้วจะตามลงไป” แพรพลอยว่า
“ญาติรอบนห้องก็ได้ครับ ใช้เวลาไม่นาน”
บุรุษพยาบาลพูดจบก็เข็นอิศร์ออกไป แพรพลอยมองตาม แล้วเหลือบมองไปเห็นที่รองเท้าบุรุษพยาบาลเห็นเปื้อนโคลน ดูสกปรกไม่เหมือนคนทำงานในโรงพยาบาล
หล่อนฉงนนิดๆ แต่ไม่ติดใจอะไร

บุรษพยาบาลซึ่งแท้จริงเป็นคนร้ายปลอมตัวมา และกำลังเข็นรถอิศร์ออกมา แล้วพยักหน้าให้คู่หูอีกคนที่ยืนรออยู่ตามมาสมทบ
“เอ แต่เมื่อเช้าไม่เห็นหมอบอกว่าจะให้ผมกลับบ้านนี่ครับ”
“คุณหมอเปลี่ยนใจครับ” คนร้ายเหลือบมองอย่างมีเลศนัย
อิศร์ถูกเข็นตรงไปที่ลิฟต์

ด้านอนุภัทรเดินเช็ดหน้าที่เปื้อนซอสมะเขือเทศมาที่หน้าลิฟท์ สายตายังมองมายาวีอย่างเคืองๆ
“เดี๋ยวป้าขอไปโทรศัพท์สั่งงานที่บ้านก่อนนะคะ”
ป้าดวงเดินเลี่ยงออกไป อนุภัทรกับมายาวีเดินเข้าลิฟต์
ลิฟต์อีกตัวข้างๆ กัน เห็นอิศร์ลงมาพร้อมกับบุรุษพยาบาล 2 คน เดินสวนกันไป

แพรพลอยเดินกดโทรศัพท์ออกมาจากห้อง เห็นที่หน้าจอไม่มีสัญญาณ จึงเดินมาที่มุมหนึ่ง พยายามโทร.หาอนุภัทร ไม่ทันมองบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงผ่านมา
“ขอโทษครับ ขอทางด้วยครับ.....คุณครับ ระวังเท้านะครับ”
แพรพลอยหลบ ด้วยสัญชาตญาณทำให้มองเท้าตัวเอง มองล้อรถเข็น
ล้อรถเข็นนั้นมีเท้าของบุรุษพยาบาลเข็นผ่านหน้าไป เห็นรองเท้าบุรุษพยาบาลเป็นรองเท้าแบบสะอาดเอี่ยม ต่างจากรองเท้าของบุรุษพยาบาลที่มารับอิศร์ออกไป
แพรพลอยชะงัก เอะใจบางอย่างขึ้นมา
“คุณอิศร์”

แพรพลอยวิ่งถลันมาที่ลิฟต์อย่างร้อนใจ พอลิฟต์เปิดออก อนุภัทรกับมายาวีก็ออกมาพอดี
“คุณแพร จะไปไหนครับ”
“คุณอิศร์ค่ะ รีบตามเขาไปเร็วๆ เข้า” แพรพลอยร้อนใจมาก
มายาวีกับอนุภัทรมองหน้ากัน ไม่เข้าใจ
“มีอะไรคะ”
“มีบุรุษพยาบาลพาเขาไป ฉันสังหรณ์ใจว่าจะเป็นพวกคนร้าย” แพรพลอยบอก
อนุภัทรงง “พาไปไหนครับ”
“ห้องเอ็กซเรย์ค่ะ”
แพรพลอยรีบวิ่งเข้าลิฟต์ อนุภัทรกับมายาวีรีบตามเข้าไป

คนร้ายในคราบบุรุษพยาบาลเข็นอิศร์ลงมา ผ่านหน้าป้ายห้องเอ็กซเรย์ แต่กลับเลี้ยวไปอีกทางพยาบาลสาวสวยเดินผ่านมา อิศร์มัวแต่หันมอง ยิ้มให้ เลยไม่เห็นว่าตัวเองถูกเข็นไปผิดทาง

แพรพลอยและอนุภัทร มายาวียืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ พยาบาลเช็คตาราง
“คุณอิศร์...ไม่มีคิวเข้าเอ็กซเรย์วันนี้นะคะ”
แพรพลอยร้อนใจ “แปลว่าสองคนนั้นเป็นตัวปลอมจริงๆ”
“แล้วจะทำยังไงล่ะคะ มันพาอิศร์ไปไหน”
“คุณรีบแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัย ! ผมจะไปกับคุณแพร”

อนุภัทรสั่งมายาวีแล้วรีบวิ่งออกไปกับแพรพลอย

สักครู่หนึ่ง แพรพลอยกับอนุภัทรวิ่งออกมา มองไปรอบๆ เห็นโรงพยาบาลกว้างมาก

“โรงพยาบาลนี้มีหลายตึก เราตามหากันสองคนไม่เจอแน่”
“ฉันมีวิธีค่ะ”

อนุภัทรอยู่ในห้องกล้องวงจรปิด ที่จับภาพมุมต่างๆ ของโรงพยาบาลหลายจอ
อนุภัทรคุยโทรศัพท์กับแพรพลอย “คุณแพร ผมเห็นคุณแล้วครับ”
ที่หน้าจอกล้องหนึ่ง แพรพลอยมองกล้องวงจรปิด ยกนิ้ว โอเค

แพรพลอยมองกล้อง แล้วกวาดตามองหาอิศร์ พูดโทรศัพท์กับอนุภัทร
“ฉันอยู่ปีกตึกด้านขวาของโรงพยาบาล เห็นคุณอิศร์หรือยังคะ”

อนุภัทรกวาดตามองจอต่างๆ ที่จอหนึ่งมีบุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นไปตามทาง
“ชั้น 1 ทางเดินไปห้องยา เลี้ยวขวาข้างหน้า”

แพรพลอยฟังแล้วรีบเดินไปตามเส้นทาง อนุภัทรดูภาพในจอ เห็นแพรพลอยปรากฎตัวในจอต่างๆ 2-3 ครั้ง แต่ไม่เจออิศร์
“ไม่เห็นมีใครเลย” แพรพลอยบอกอนุภัทร
“อ๊ะ เดี๋ยวนะ คุณแพร”
ผู้กองอนุภัทรที่จอหนึ่ง บุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นที่มีคนไข้ชายนั่งไปตามทาง
“ผมเจอบุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นไปตามทางเดินฝั่งซ้ายของโรงพยาบาล”
แพรพลอยกวาดตามอง “ชั้นไหนคะ”
“ชั้นเดียวกับคุณ....แต่เดี๋ยวก่อนนะคุณแพร ยังเห็นหน้าไม่ชัด”
“ไม่ทันแล้ว” แพรพลอยรีบวิ่งไปทางหนึ่ง
รปภ. มาช่วยดูตามกล้องต่างๆ แล้วรีบบอกอนุภัทร
“คุณครับ ชั้น 8 ก็มีคนไข้ชายนั่งรถเข็น มีคนเข็นสองคน”
อนุภัทรรีบบอก “คุณแพร ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ”

แพรพลอยวิ่งมาตามทางเดินชั้น 8 เห็นด้านหลังบุรุษพยาบาลนายหนึ่งเข็นรถเข็นคนไข้ชายไป
“หยุด...ฉันสั่งให้หยุด”
แพรพลอยประทับปืน มือที่จับโทรศัพท์ใช้เป็นฐานประคองปืน ตอนนี้เลยไม่ได้เอาโทรศัพท์แนบหู
บุรุษพยาบาลนิ่ง ไม่เข็นต่อ คนไข้ยังไม่หันมา
แพรพลอยค่อยๆเข้าไปอย่างระมัดระวัง อนุภัทรมองลุ้นๆ
บุรุษพยาบาลกับคนไข้หันมา ทั้งสองตกใจที่เห็นแพรพลอยมีปืน แพรพลอยก็ตกใจ
“คุณแพร”
แพรพลอยได้ยินเสียงเรียกของอนุภัทร รีบลดปืนลง คุยโทรศัพท์ต่อ
แพรพลอยยกโทรศัพท์ขึ้นฟัง “ว่าไงคะผู้กอง”
อนุภัทร บอก “ที่โถงชั้นกลาง”

อนุภัทรมองในจอ เห็นคนร้ายเข็นอิศร์เข้ามา
“นายอิศร์กำลังถูกพาไปที่โถงกลาง อย่าเพิ่งผลีผลามนะครับคุณแพร ผมจะตามไปสมทบเดี๋ยวนี้”
อนุภัทรกำลังจะออกจากห้อง รปภ.สังเกตที่จอ เรียกไว้

“คุณครับ มีผู้หญิงคนหนึ่ง เหมือนจะเข้าไปหาคนที่คุณตามอยู่”

ในจอมายาวีเข้ามาจากอีกมุม ดูเหมือนจะเห็นอิศร์แล้วจะตามเข้าไปหา

“ยายตัวยุ่ง! โผล่มาจากไหนเนี่ย”
อนุภัทรตกใจเป็นเซ็ง ที่เห็นมายาวี หันมามองหน้ารปภ.
“รปภ.แจ้งเหตุฉุกเฉินในโรงพยาบาลนะ แต่ระวังอย่าให้คนไข้อื่นตกใจ เดี๋ยวลูกน้องผมจะมาประสานงานกับทางนี้อีกที”
อนุภัทรรีบออกไป

คนร้ายเข็นอิศร์ออกมาตรงโถง อิศร์มองรอบๆ
“เอ๊ะ เดี๋ยวนะครับ ห้องเอ็กซเรย์มันอยู่แถวนี้เหรอครับ”
2 คนร้าย ไม่ตอบ เข็นต่อไป มายาวีวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาพร้อมกับรปภ.อีกชุด
“อิศร์ ระวัง ! พวกมันเป็นคนร้าย”
อิศร์หันขวับ ยังงงอยู่ แต่คนร้าย 2 ชักปืนออกมายิงไปทางมายาวีทันที เปรี้ยงๆๆๆ มายาวีร้องกรี๊ด ตกใจวิ่งก้มหลบ พร้อมกับคนอื่นๆ ในห้องโถงที่อลหม่าน
“เฮ้ย”
อิศร์จะลุกขึ้น แต่คนร้าย 1 เอาปืนจ่อหัวไว้
“อยู่นิ่งๆ ไม่งั้นแกตาย”
คนร้าย 1 เข็นพาอิศร์ออกไป มีอีกคนคอยยิงสกัดแล้ววิ่งตามหลังไป แพรพลอยกับอนุภัทรวิ่งตามเสียงปืนเข้ามา
“คุณเมย์ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ม...ไม่ค่ะ แต่มันพาอิศร์ไปแล้ว”
อนุภัทรกับแพรพลอยรีบวิ่งตามไป

อิศร์ถูกเข็นออกมาที่ดาดฟ้าด้วยความเร็ว จนเริ่มกลัว
“พวกแกเป็นใคร จะพาฉันไปไหน”
คนร้ายไม่ยอมตอบ รีบเข็นต่อหันรีหันขวาง แพรพลอยโผล่หน้ามาดักได้ทัน
“คุณอิศร์”
คนร้าย 1 หันมาเห็นแพรพลอย ชักปืนขึ้นมา
แพรพลอยสะบัดขาสูง เตะปืนกระเด็นออกหลุดจากมือคนร้าย กระเด็นไป อนุภัทรตามมาดักด้านหลัง เล็งปืนใส่คนร้าย 2
“แกไม่รอดแล้ว”
คนร้าย 2 ถอยหนี เอาปืนจ่อหัวอิศร์ไว้
“เข้ามา ไอ้นี่ตาย”
แพรพลอยขยับเข้าไป พยายามรอจังหวะเพื่อจะช่วยอิศร์ คนร้าย1กระชากเข็มขัดออกมามัดอิศร์ไว้กับรถเข็น แล้วผลักรถเข็นอิศร์ไปทางบันไดหนีไฟ
อิศร์เหวอ “คุณแพร ช่วยด้วย”
แพรพลอยรีบไถลตถึงตัวอิศร์ ดึงอิศร์ไว้ได้ ก่อนที่รถเข็นอิศร์จะหน้าคะมำ คนร้าย1 กระโจนไปหยิบปืนได้ หันปลายกระบอกปืนมาเล็งอิศร์
“คุณอิศร์ ระวัง”
แพรพลอยถีบรถเข็นอิศร์ออกไปจากทิศทางปืน เปรี้ยง ! แล้วพุ่งตัวหลบกระสุนไปอีกทาง อิศร์เหวอ นั่งตาเหลือก ตัวติดกับรถเข็นที่ไถลไปข้างหน้า
อิศร์ตกใจ เหวอสุดขีด มายาวีจอมจุ้นโผล่มาตรงหน้ารถเข็นพอดี รีบช่วยจับไว้
“อิศร์”

“ปัดโธ่ ยายจุ้น” อนุภัทรสุดเซ็ง

คนร้าย 2 หันปากกระบอกปืนมาจะยิงใส่มายาวี อนุภัทรรีบยิงใส่คนร้าย 2 ก่อน เปรี้ยงๆๆ คนร้าย 2 เสียจังหวะรีบวิ่งหนีไป อนุภัทรไล่ตาม

คนร้าย 1 หนีไปอีกทาง แพรพลอยหันมาสั่งมายาวีแล้วรีบตามไป
“คุณเมย์ ฝากคุณอิศร์ด้วย”

อนุภัทรวิ่งตามคนร้าย 2 จะยิงก็ไม่ถนัด เพราะคนร้าย 2 วิ่งเข้าไปท่ามกลางฝูงชน แล้วกราดยิงใส่รปภ.ที่พยายามดักจับ แล้วผลักเตียงพยาบาลมาขวาง
อีกมุมแพรพลอยวิ่งไล่ตามคนร้าย 1 คนร้าย1ยิงสวนมา แพรพลอยหลบเข้ามุมตึกแล้วไล่ตามต่อ เสียงปืนดังกึกก้องไปทั่วอาคาร

แพรพลอยและอนุภัทรไล่ตามคนร้ายมาถึงอาคารจอดรถ คนร้ายทั้วสองวิ่งไปถึงมอเตอร์ไซค์ กระโจนขึ้นรถ แล้วพุ่งเข้ามาหาอนุภัทร คนซ้อนท้ายยิงใส่ไม่ยั้ง
อนุภัทรกลิ้งตัวหลบ แพรพลอยวิ่งตามออกมาด้านหลัง สาดกระสุนใส่รถจนยางระเบิด มอเตอร์ไซค์ล้มโครม คนร้ายกระเด็นไปคนละทาง อนุภัทรยิงใส่ คนร้ายกระโดดหลบเข้าหลังรถเก๋งที่จอดอยู่
“อยากรู้ตัวการ เราต้องจับเป็น” อนุภัทรบอก
“งั้นเราแยกกันไป คุณไปทางนั้น ฉันจัดการทางนี้”
“ระวังตัวนะครับ”
อนุภัทรและแพรพลอยแยกกันไปคนละทาง
อนุภัทรย่องมาทางท้ายรถ คนร้าย 2 แอบอยู่ข้างรถคันหนึ่ง คว้ากรวยจราจรสีส้มจับปลายกรวยไว้ อนุภัทรโผล่มา คนร้ายฟาดกรวยใส่ข้อมืออนุภัทร ปืนตกกระเด็นไปอยู่ใต้ท้องรถ
อีกฝั่งหนึ่งของรถ แพรพลอยเข้ามาจัดการคนร้าย 1 คนร้ายกระชากมีดออกมา สะบัดมีปลายแหลมใส่แพรพลอย
แพรพลอยเหวี่ยงตัวกลิ้งไปบนกระโปรงหน้ารถ คนร้ายจ้วงมีดจึ้ก แพรพลอยหมุนตัวกลิ้งหลบทันหวุดหวิด
อีกมุมหนึ่งอนุภัทรต่อสู้กับคนร้ายอีกคนแบบมือเปล่า ในที่สุด แพรพลอยถูกไล่ต้อนด้วยมีดมาชนกับอนุภัทร คล้ายจะหลังชนกัน
“ไหวไหมคุณแพร
“ไหวค่ะ เรามาเต้นรำกันหน่อยไหมคะ”
อนุภัทรเลิกคิ้ว แพรพลอยยิ้มมุมปาก
“จังหวะแทงโก้เป็นไง”

อนุภัทรร้องขึ้น “มิวสิค”

อ่านต่อหน้า 3

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 3 (ต่อ)

แพรพลอยพยักหน้าให้จังหวะ อนุภัทรอุ้มเอวแพรพลอยยกขึ้น แพรพลอยใช้จังหวะยกตัวเหวี่ยงขาเตะมีดคนร้าย 1 กระเด็นหลุดไป

อนุภัทรเหวี่ยงแพรพลอยไปอีกทาง แพรพลอยวาดขาฟาดเปรี้ยงใส่หน้าคนร้าย 2 คนร้าย 1 และ 2 ตั้งหลักได้ พุ่งเข้ามา 2 ทิศทาง แพรพลอยและอนุภัทรจับมือกัน แล้วกระโดดยันคนร้ายออกไปพร้อมกัน
อนุภัทรดึงตัวแพรพลอยเข้ามาชิดอก จังหวะราวกับเต้นแทงโก้ท่าซบกัน แพรพลอยยิ้ม สบตา
“คุณเต้นเก่งจัง”
“คุณก็ด้วย”
แพรพลอยหมุนตัวออกไป คนร้ายพุ่งเข้ามาอีก คราวนี้แพรพลอยและอนุภัทรปล่อยมือกัน แยกคู่ไปต่อสู้ แพรพลอยสู้คนร้าย 1 อนุภัทรสู้คนร้าย 2
คนร้าย 1แย็บหมัดเข้าล็อคตัวแพรพลอยได้ แพรพลอยบิดตัว ถองศอกเข้ากลางลำตัวคนร้าย จนคนร้ายจุก
แพรพลอยหมุนตัวบิดแขนคนร้าย แล้วถีบเข้ากลางข้อพับเข่า คนร้ายทรุด แพรพลอยยันคนร้ายลงนอนคว่ำ อนุภัทรต่อสู้มือเปล่ากับคนร้าย 2 จากเตะ ต่อย ถีบ จนคลุกวงใน
คนร้ายพุ่งชน อนุภัทรเหวี่ยงด้วยวิชายูโด คนร้าย 2 กระเด็นชนเสา ร่วงผล็อยหมดสติ คนร้าย 1 นอนคว่ำ เห็นมีดตกอยู่ใต้ท้องรถ เอื้อมมือคว้ามีด แพรพลอยไม่ทันเห็น จับคนร้ายหมุนตัวกลับมา
คนร้าย 1 ตวัดมีดใส่แพรพลอย โดนแขนเสื้อขาด เลือดซิบทันที แล้วรีบวิ่งหนีไป แพรพลอยวิ่งตาม คนร้าย 1 ตีโค้งเลี้ยวรถ แพรพลอยวิ่งไปแล้วกระโดดวิ่งตะแคงไต่กำแพง แล้วย้อนตัวกลับมา เหวี่ยงขาฟาดใส่ก้านคอ คนร้าย 1 หน้าหงาย เสียหลัก มือสะบัดเอียง มอเตอร์ไซค์หันหัวส่ายไปมา แล้วพุ่งชนกำแพงปูนกั้นขอบ เสียหลักพุ่งตกลงไปจากอาคารจอดรถ
มันส่งเสียงร้อง “อ๊าก...ก”
แพรพลอยวิ่งตามไปถึงขอบปูน ยื่นมือออกไปหวังช่วย แต่คนร้าย 1 ตกลงไปแล้ว อนุภัทรวิ่งตามมาสมทบ ก้มลงมองไป เห็นคนร้าย 1 นอนตายที่พื้นด้านล่าง เลือดแดงฉาน

ไอริณถือโทรศัพท์วิ่งเข้ามาในห้องรับแขกที่ครอบครัวกำลังนั่งกันอยู่
“คุณพ่อเปิดทีวีเร็วๆ ค่ะ เกิดเรื่องที่โรงพยาบาลพี่อิศร์”
ไอศูรย์หลบตาวูบ อำพลกับไอริณมองหน้ากันอย่างตกใจ แล้วรีบเปิดทีวี
ในจอทีวีเห็นนักข่าวกำลังรายงานอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ
“เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไล่ล่าคนร้าย 2 คน ที่สวมรอยเข้ามาทำร้ายผู้ป่วยรายหนึ่งในโรงพยาบาลแห่งนี้ ตอนนี้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติแล้วค่ะ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนร้ายรายหนึ่งได้ ส่วนอีกรายเกิดอุบัติเหตพลักตกจากตึกเสียชีวิต”
ภาพในจอเป็นคนร้าย 2 กำลังถูกตำรวจใส่กุญแจมือนำตัวไปขึ้นรถตำรวจ ขณะที่ด้านในตึกกำลังเข็นเตียงที่มีศพคนร้าย1นอนเอาผ้าคลุมออกมาเช่นกัน
ไอศูรย์หน้าเสีย แล้วสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์มือถือดังขึ้น แต่ไม่มีใครสนใจ ไอริณเปิดข่าวในมือถือให้ดู
“ข่าวในอินเตอร์เน็ตบอกว่า เป้าหมายที่คนร้ายต้องการฆ่าก็คือพี่อิศร์ด้วยค่ะ”
อำพลตกใจ “อะไรนะ”
อำพลรับมือถือมาอ่าน เรณูชะโงกดู เอามือทาบอก
“ตายจริง แล้วตาอิศร์เป็นยังไงบ้าง”
“ริณพยายามโทร.หาแต่ติดต่อไม่ได้เลย”
“โอ๊ย จะเป็นลม” เรณูเหลือบเห็นไอศูรย์ลุกขึ้น “ตาศูรย์ จะไปไหนลูก”
ไอศูรย์ชะงัก ก้มหน้าก้มตาหลุกหลิกมีพิรุธ
“ผ...ผมจะออกไปดูนายอิศร์ให้ไงล่ะครับ”
ไอศูรย์พูดจบก็ผลุนผลันออกไป แต่อำพลมองตาม เอะใจบางอย่าง

ไอศูรย์เดินวุ่นวายใจในห้อง แล้วเหลือบมองโทรศัพท์มือถือบนเตียง เห็นไฟวาบๆ เพราะคนโทร.เข้าไอศูรย์เบือนหน้าหนีไม่อยากมอง โทรศัพท์หัวเตียงดังขึ้นอีก รีบลนลานไปรับสายตะคอก
“โธ่เว้ย ก็บอกว่าไม่ต้องโทรมา ฉันหาทางช่วยพวกแกแน่”
ไอศูรย์วางโทรศัพท์แล้วกระชากสายออกมา ไม่อยากรับสายอีก อำพลเปิดประตูตามเข้ามาพอดี
“พ่อ”
“ฉันรู้นะว่ามันเป็นฝีมือแก”
ไอศูรย์มัวแต่ตกใจ พูดไม่ออก อำพลปราดเข้าถึงตัวแล้วขย้ำคอเสื้อไอศูรย์ผลักไปชิดกำแพง
“บอกฉันมาให้หมดว่าแกทำอะไรลงไปบ้าง บอกมาให้หมด”
ไอศูรย์เลิกลักทั้งกลัวทั้งเครียด แต่ในที่สุดก็เผยความอ่อนแอออกมา ยกมือขึ้นไหว้สั่นๆ เสียงละล่ำละลัก
“พ่อต้องช่วยผม ไอ้คนที่โดนตำรวจจับมันขู่ว่าถ้ามันติดคุก มันจะลากผมไปด้วย ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
อำพลยิ่งโกรธเมื่อรู้ว่าไอศูรย์สั่งฆ่าอิศร์จริงๆ เงื้อมือขึ้นอยากจะทุบ แต่เพราะความเป็นพ่อก็ทำไม่ลง ได้แต่ทิ้งแขนลงฉุนๆ
“พ่อครับ ช่วยผมด้วย ผมรับปากว่าผมจะไม่ขัดคำสั่งพ่ออีกแล้ว”
อำพลมองหน้าไอศูรย์ที่ดูหวาดกลัว แล้วใจอ่อน เพราะยังไงก็ลูก
“เรียกสุนทรมาพบฉัน แล้วแกจะไปไหนก็ไป”

ที่โรงพยาบาล นักข่าวกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังทำงานอยู่ในที่เกิดเหตุ เสียงอริสราดังแว่วมาทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว เห็นอริสราเกาะเคาน์เตอร์โวยวายพยาบาล เพราะเป็นห่วงอิศร์มาก
“หมายความว่ายังไงที่ว่าอิศร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็เมื่อเช้าฉันยังมาเยี่ยมเขาอยู่เลย”
“มีคนมารับตัวคุณอิศร์ไปแล้วค่ะ” พยาบาลบอก
“ใคร? คุณปล่อยให้เขาเอาตัวอิศร์ไปได้ยังไง ถ้าเขาถูกปองร้ายอีกล่ะ”
“คุณอิศร์ถูกพาตัวไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วค่ะ”
“ที่ไหน”
พยาบาลยิ้มเกรงใจ “ทางเราบอกไม่ได้ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”

อนุภัทรกับป้าดวงช่วยประคองอิศร์เข้ามาในห้องกรณ์ในมูลนิธิ
“พักที่ห้องนี้ไปก่อนนะครับ ห้องนอนผมเอง เดี๋ยวผมจะย้ายไปนอนกับเด็กๆ ที่บ้านโน้น”
“ส่วนคุณป้า เดี๋ยวไปนอนห้องแพรนะคะ” แพรพลอยบอก
ดวงค้อมหัวรับอย่างเกรงใจ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
“เกรงใจจังครับ” อิศร์บอก
“อย่าเกรงใจเลยค่ะ มีอะไรช่วยได้เราก็ยินดี ว่าแต่คุณอิศร์พอจะอยู่ได้ไหมคะ”
“อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ล่ะครับ ผมไม่อยากให้อิศร์กลับบ้านคืนนี้ ยังไม่ปลอดภัย” อนุภัทรว่า
ดวงตื่นตระหนก “นี่มันเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ ตายแล้ว”
“เรายังไม่รู้ว่าคนร้ายมีแค่ 2 คนหรือมากกว่านั้นค่ะ พวกมันอาจจะวางแผนทำอะไรอีกในคืนนี้เพราะงานยังไม่สำเร็จ” มายาวีปรารภ
“แต่ไม่ต้องห่วงนะครับป้า ตำรวจเค้นข้อมูลจากไอ้คนที่ถูกจับได้แน่ๆ” ผู้กองบอก
“งั้นคุณจะมัวพูดอยู่ทำไมล่ะ กลับไปทำงานสิ อิศร์จะได้ปลอดภัย ชิ้วๆ”
มายาวีโบกไม้โบกมือ แล้วเข้าไปแย่งอนุภัทรประคองอิศร์นั่งลงบนเตียง อนุภัทรเอือมความจุ้นจ้านและเจ้ากี้เจ้าการของมายาวี

แพรพลอยเดินคุยกับอนุภัทรอยู่นอกบ้าน ระหว่างปล่อยให้อิศร์พักผ่อน
“คุณแพรจะขึ้นไปพักผ่อนก็ได้นะครับ ไม่ต้องห่วงผม”
“ฉันยังไม่เหนื่อยค่ะ ยังทำอะไรได้อีกเยอะ”
อนุภัทรมองหน้าแพรพลอยอย่างประหลาดใจ รู้สึกทึ่งยิ่งขึ้น
“ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น เห็นคนตกตึกตายต่อหน้าต่อตา ป่านนี้คงนอนคลุมโปงหรือไม่ก็สวดมนต์อยู่บนห้อง คุณแพรกำลังใจดีมากนะครับ”
แพรพลอยยิ้มตอบแต่แฝงรอยขมขื่นเมื่อนึกถึงพ่อกับแม่ที่ตาย
“ฉันเคยเห็นอะไรที่แย่กว่านี้อีกค่ะ”
“ไม่น่าเชื่อว่างานบอดี้การ์ดจะเสี่ยงอันตรายขนาดนั้น”
“ฉันทำงานกับคนที่ถูกปองร้ายเยอะมั้งคะ ก็เลยเสี่ยงกว่าบอดี้การ์ดคนอื่น”
“หรืออีกนัยหนึ่ง คุณแพรก็คงเป็นคนเก่งมาก จนพวกคนสำคัญต้องการตัว”
อนุภัทรเยื้อนยิ้มชื่นชม ส่งสายตามีไมตรีให้อย่างไม่ปิดบัง แต่โทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
อนุภัทรกดรับ “ครับท่าน...เธออยู่ที่นี่ครับ...ได้ครับ” เขาวางสาย “ท่านบรรเลงโทร.มาถามหาลูกสาว ผมคงต้องพาคุณหนูจอมป่วนไปส่งก่อน ถ้ามีอะไรจะรีบติดต่อมานะครับ”
อนุภัทรค้อมหัวให้แพรพลอยแล้วรีบเดินออกไป

ไม่นานนัก อนุภัทรจอดรถที่หน้าบ้าน แล้วลงมาจากรถพร้อมกับมายาวี
“ขอบคุณที่มาส่ง คุณกลับไปได้แล้วล่ะ หมดหน้าที่แล้ว”
“เสียใจ คุณพ่อคุณให้ผมรอพบอยู่ที่นี่ ท่านกำลังเดินทางมาจากกระทรวง”
“เย็นแล้วยังจะคุยเรื่องงานกันอีกเหรอ”
“ท่านต้องการทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย”
“อ๋อ เรื่องนั้นฉันเล่าให้คุณพ่อฟังได้ คุณไม่ต้องลำบากหรอก”
“ท่านคงอยากฟังจากปากของผม ไม่ใช่จากคนที่พยายามป่วนสถานการณ์จนบานปลายน่ะครับ”
อนุภัทรยิ้มเยาะนิดๆ แล้วจะเดินผ่านมายาวีเข้าบ้าน มายาวีหน้าหงิกง้ำเดินไปดักหน้า
“ฉันทำตัวมีประโยชน์ ช่วยประสาน รปภ.ให้ มาว่าฉันป่วนได้ยังไง”
“แล้วที่คุณทะเล่อทะล่าเข้าไปจนคนร้ายรู้ตัว กราดยิงไปทั่วโรงพยาบาลล่ะ? ท่านควรจะรู้เรื่องนี้ จะได้หาวิธีป้องกันไม่ให้คุณเข้าไปขัดขวางการทำงานของตำรวจอีก”
อนุภัทรเดินหนีเข้าบ้านไป มายาวีจะตาม แต่ได้ยินเสียงรถ

พอหันไปมองก็เห็นอริสราขับรถเข้ามา

อริสราตามมายาวีเข้ามาในบ้าน กวาดสายตามองอย่างสำรวจ อนุภัทรเดินออกมาจากห้องรับแขกเห็นทั้งสองคุยกัน แต่ไม่แสดงตัว เพื่อไม่ให้อริสราจำได้

“ฉันมาหาอิศร์ค่ะ เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่า”
“ไม่อยู่ค่ะ”
“เขาจะไปที่ไหนได้ โรงพยาบาลบอกว่ามีคนมารับตัวอิศร์ไป แต่ไม่ใช่คนที่บ้าน”
“ไม่ใช่ฉันแน่นอนค่ะ” มายาวีย้ำ
“ฉันไม่เชื่อ”
อริสราเดินออกไป ร้องเรียกหาอิศร์
“อิศร์ อิศร์คะ”
“ฉันบอกแล้วไงคะว่าอิศร์ไม่ได้อยู่ที่นี่”
“งั้นเขาไปไหน ทำไมถึงไม่กลับบ้าน”
“เขาไปอยู่ในที่ปลอดภัย”
อริสราปรี๊ดแตก “ที่ปลอดภัย! โรงพยาบาลก็พูดแบบนี้ แล้วยังจะคุณอีกคน ใจคอจะไม่ให้ฉันรู้เลยหรือไงว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันเป็นห่วงเขานะ”
“แล้วทำไมคุณต้องเป็นห่วงเขามากมายขนาดนั้นล่ะคะ อิศร์มีคนเป็นห่วงมากพออยู่แล้ว เก็บความห่วงใยของคุณไว้ให้สามีคุณไม่ดีกว่าเหรอ”
อริสราเสียงเขียว “คุณมายาวี”
“ฉันต้องพูดเพราะไอ้ความเป็นห่วงพร่ำเพรื่อของคุณมันจะทำให้อิศร์เดือดร้อนเข้าซักวัน” มายาวีไม่ไว้หน้า
“ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูด”
มายาวีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“งั้นให้สามีคุณอธิบายให้ฟังดีไหมคะ” หล่อนกดโทรศัพท์โทร.ออก “สวัสดีค่ะคุณไอศูรย์ กรุณามารับตัวภรรยาคุณที่บ้านของเมย์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”
อริสราหน้าซีดเผือด

มายาวีมองตามอริสราที่ขับรถออกจากบ้านไปอย่างผิดหวัง อนุภัทรเดินตามออกมา
“แรงนะเนี่ย”
มายาวีหันกลับมามองอนุภัทร แล้วยักไหล่
“ที่จริงฉันก็เห็นใจคุณอริสนะ ไม่ใช่ความผิดของเธอที่ยังรักอิศร์อยู่ แต่ความรักของเธอมีแต่จะทำให้อิศร์เดือดร้อน”
“ใช่ คุณอริสไม่ได้ผิดอะไร เธอเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดด้วยซ้ำ”
มายาวีกับอนุภัทรสบตา เห็นด้วย
“แสดงว่าเรื่องนี้เราเห็นตรงกัน”
มายาวีเสียงอ่อนโยน “ฉันว่าเพื่ออิศร์ทุกคนเห็นตรงกันทั้งนั้น” แล้วนึกได้ “เดี๋ยวนะ คุณกับฉันมาญาติดีกันตั้งแต่เมื่อไร ไม่เอ๊า ฉันไม่คุยด้วยละ”
มายาวีรีบเดินตุปัดตุป่องหนีไป อนุภัทรมองตาม อมยิ้มขำ

แพรพลอยเดินผ่านหน้าห้องกรณ์ ได้ยินเสียงอิศร์ร้องเรียกป้าดวงเลยเปิดประตูเข้าไป
“คุณจะเอาอะไร”
อิศร์กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง กระสับกระส่ายไม่ค่อยสบายตัว
“ร้อนจัง คุณอยู่กันได้ยังไง ไม่ติดแอร์”
“ที่นี่ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย คงจะติดแอร์ให้เย็นฉ่ำเหมือนบ้านคุณไม่ได้หรอก ทนเอาหน่อย คุณคงอยู่ที่นี่ไม่กี่คืน”
“คุณคงอยากให้ผมไปเต็มแก่”
อิศร์โบกคอเสื้อระบายเหงื่อ แกล้งทำเสียงน้อยใจ
“อย่าดราม่าได้ไหม ตกลงคุณจะเอาอะไร”
“ผมอยากเช็ดตัว ไม่งั้นนอนไม่หลับแน่”
“ป้าดวงตามแม่ฉันกับกรณ์ไปตลาด ยังไม่กลับ”
“งั้นก็ต้องเป็นคุณแล้วล่ะที่จะเช็ดตัวให้ผม” เขายิ้มกรุ้มกริ่ม
“คุณทนเหนียวตัวไปก่อนไม่ได้หรือไง”
“แต่หมอบอกให้ผมพักผ่อนเยอะๆ คุณจะให้ผมขัดคำสั่งหมอเหรอ”
อิศร์แกล้งถามหน้าใสซื่อ แพรพลอยเซ็ง รู้ว่ายังไงก็ต้องยอม

ต่อมาแพรพลอยวางกาละมังน้ำที่ข้างเตียงอิศร์ บิดผ้าขนหนู จับมืออิศร์มาเช็ด อิศร์มองแพรพลอยเช็ดตัวไป ยิ้มมีความสุข
“ขอบคุณคุณอีกครั้งนะที่ช่วยผมไว้”
“ก็ไม่รู้เป็นเวรกรรมอะไรของฉัน ช่วยชีวิตคุณไว้แล้วยังต้องมานั่งพยาบาลอีก”
“อาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้”
แพรพลอยชะงักมองหน้าอิศร์ เห็นสายตาวิบวับแล้วต้องเบือนหนี
แพรพลอยเปลี่ยนเรื่องเพราะเขิน “คุณเปิดเสื้อสิ ฉันจะได้เช็ดตัวให้”
อิศร์ทำตาม แต่แพรพลอยก้มหน้าลง ไม่กล้ามอง ไม่คุ้นกับผู้ชายเปลือยกายต่อหน้า
“เชิญครับ”
แพรพลอยเอาผ้าเช็ดไปตามตัว แต่ก้มหน้านิ่ง เลยเช็ดเลยขึ้นไปถึงหน้า
“อ้าว คุณๆๆๆ ใจลอยไปไหน ผ้าจะเข้าปากผมแล้ว”
แพรพลอยสะดุ้งเหลือบมอง แล้วลดลงมาเช็ดหน้าอกอิศร์ใหม่ แต่ก็ยังไม่มอง
อิศร์เห็นอาการแพรพลอยแล้วพอเข้าใจ ยิ้มออกมา
“นี่คุณเขินผมเหรอ”
แพรพลอยก้มหน้า “เปล่า”
“แล้วทำไมต้องหันหน้าหนีด้วย มองหน่อยน่า ผมหุ่นดีมีซิกซ์แพ็ค ไม่มีอะไรน่าเกลียดหรอก”
“ฉันไม่ชอบมองผู้ชาย เอ่อ เปลือย”
“โธ่ แล้วบอกว่าไม่ใช่ทอม”
แพรพลอยหันขวับ เงื้อมือขึ้นจะทุบ อิศร์รีบชี้
“แน่ะๆๆๆ มองจนได้” อิศร์หัวเราะขำ
แพรพลอยยิ่งเขินเมื่อถึงอิศร์เย้า ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน หยิบกะละมังขึ้น
“คุณอยากจะให้ฉันเช็ดตัว หรือจะอาบน้ำบนเตียง”
อิศร์ตกใจ รีบยกมือบัง “เช็ดเฉยๆ ก็พอจ้ะ”
แพรพลอยวางกาละมังแล้วหยิบผ้ามาเช็ดตัวให้อิศร์ต่อ แต่ไม่กล้ามองอยู่ดี

อิศร์ได้แต่อมยิ้ม ปล่อยให้แพรพลอยเช็ดตัวแบบเขินๆ ไปอย่างมีความสุข

คนร้ายที่พยายามฆ่าอิศร์นั่งหลับพิงลูกกรงขังอยู่ เห็นชายอีก 3 คนนั่งหลับอยู่เป็นมุมๆ ตำรวจคุมตัวขี้ยาคนหนึ่งท่าทางเมายาเข้ามา เคาะลูกกรง

“เอ้า เขยิบหน่อยเว้ย มีสมาชิกใหม่”
ทุกคนในห้องขังขยับตัวหนีให้ตำรวจพาขี้ยาเข้ามา แล้วนั่งหลับต่อ ขี้ยาทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ กับคนร้าย แล้วเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย พอตำรวจไปก็สะกิด
ขี้ยาถามเสียงอ้อแอ้ๆ มึนๆ เมาๆ “พี่ๆ มีไฟแช็คไหม”
คนร้ายลืมตาตอบแล้วหลับต่อ “ไม่มี”
ขี้ยาสะกิดอีก “พี่ๆ ไม่ขีดก็ได้”
คนร้ายเสียงเริ่มเข้ม “ไม่มี”
คนร้ายพลิกตัวหันหลังให้ ไม่อยากเสวนาด้วย ขี้ยาเหลือบมอง แล้วล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง กล้องรับให้เห็นว่าเป็นมีด
ขี้ยาแกล้งเรียก “พี่ๆ”
คนร้ายสุดทนหันมาด่า “โธ่โว้ย ก็บอกว่าไม่มี โอ๊ย”
คนร้ายพูดได้แค่นั้น ขี้ยาก็โถมเข้าหาแล้วเอามีดแทงเข้าที่คอ เลือดพุ่ง ขี้ยาแทงซ้ำอีก คนร้ายดิ้นพราดๆ ตำรวจรีบวิ่งเข้ามาไขกุญแจ เข้ามาช่วยชาย 3 คนจับแยก

ค่ำนั้นสุนทรเดินออกมาจากโรงรถ เตรียมจะเข้าบ้านตัวเอง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาตะคุ่มยืนรออยู่
“งานสำเร็จไหมสุนทร”
เป็นอำพลเดินออกมาจากเงามืด สุนทรจ้องมองแล้วพยักหน้าขรึมๆ
“สำเร็จครับนาย”
“ดีมาก สมกับที่ฉันไว้ใจแก” อำพลยื่นซองเงินให้ “ฉันให้”
สุนทรมองเงินตื่นๆ เพราะเป็นเงินจำนวนเยอะมาก แต่ก็ยกมือไหว้แล้วรับไว้
อำพลบอกอย่างเยือกเย็น “ให้คนไปบอกไอ้หมอนั่นว่า ไม่ต้องห่วงแม่กับเมียมัน ฉันจะดูแลให้อย่างดี สมกับความเสียสละของมัน”
“ครับนาย”
อำพลพยักหน้าพอใจ แล้วเดินออกไป ทิ้งให้สุนทรยืนนิ่งงัน

สุนทรยื่นเงินให้กรองทอง
“เงินอะไรจ๊ะพ่อ”
“ค่าเทอมปริญญาโทของเอ็ง”
“กรองบอกพ่อแล้วนี่ว่าจะทำงานเก็บเงินเรียนเอง”
“ตอนนี้พ่อมี เอ็งเอาไปเถอะ”
กรองทองรับเงินมา มองอย่างอึ้งๆ
“คุณท่านให้เงินพิเศษเยอะขนาดนี้ พ่อไปทำอะไรมาเหรอจ๊ะ” กรองทองอดแปลกใจไม่ได้
สุนทรนิ่งไป เหมือนถูกสะกิดแผล แล้วตอบเสียงเศร้า เพราะรู้เต็มอกว่าตัวเองไปทำความผิดมา
“เอ็งไม่ต้องรู้หรอก ตั้งใจเรียนก็แล้วกัน เรียนสูงๆ จะได้มีงานดีๆ ทำ ไม่ต้องลำบากเหมือนพ่อ” สุนทรรู้สึกเจ็บปวดกับชีวิตตัวเอง
“จ้ะพ่อ”
กรองทองยกมือไหว้ สุนทรลูบหัวลูกอย่างรักใคร่ เพราะเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว
“พรุ่งนี้จัดสำรับใส่บาตรให้พ่อด้วยนะ พ่อจะทำบุญ”
สุนทรพูดจบก็เดินขึ้นห้องไป กรองทองมองเงินในมือ กำแน่นอย่างมีความหวังในชีวิต

อนุภัทรจอดรถที่หน้ามูลนิธิ แพรพลอยรีบออกมาเปิดประตู
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะผู้กอง ถึงต้องมาคืนนี้”
“เรื่องด่วนมากครับ อิศร์ยังไม่หลับใช่ไหม”
“ยังค่ะ เพิ่งทานยาก่อนนอนไป”
“คุณแพรให้ป้าดวงกับแม่คุณเข้านอนเถอะครับ บอกแกว่าไม่มีอะไร ผมอยากให้เรารู้กันแค่สามคนเท่านั้น”
อนุภัทรพูดจบก็รีบเข้าไปในบ้าน แพรพลอยมองตาม สงสัยว่ามีเรื่องอะไรกัน

อนุภัทรนั่งคุยกับแพรพลอยและอิศร์ในห้อง อิศร์หาววอดๆ
“ไอ้ภัทร ถ้าเรื่องที่แกจะพูดไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายล่ะก็ แกโดนเตะ โทษฐานรบกวนคนจะนอน”
“คอขาดบาดตายแน่ๆ” อนุภัทรว่า
อนุภัทรเปิดแฟ้มรูปในมือถือ พลิกให้ทั้งสองดู เป็นรูปศพคนร้าย 2 ที่เพิ่งถูกฆ่า
อิศร์ตกใจ “เฮ้ย”
“นี่มันคนร้ายที่เราจับได้นี่คะ”
“ใช่ครับ มันถูกแทงตายเมื่อตอนค่ำ ร้อยเวรที่สน.บอกว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทกับขี้ยาในห้องขังด้วยกัน”
“ทำไมบังเอิญอย่างนี้วะ มันพยายามฆ่าฉัน แต่ดันตายเองทั้งคู่” อิศร์อึ้ง
“แค่เรื่องชกต่อยกันในผับ ไม่น่าบานปลายมาถึงขนาดนี้เลย” แพรพลอยตั้งข้อสังเกต
“ผมว่าอาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ไอ้อิศร์ ไปมีเรื่องในผับเลยด้วยซ้ำครับคุณแพร”
“แกหมายความว่าไง”
“จากการสอบพยานในผับ ทุกคนยืนยันว่าหลังจากที่แกหนีออกมา คู่กรณีของแกมีเรื่องชกต่อยกับดีเจอยู่บนเวที”
อิศร์คิดตาม แล้วหวนนึกถึงเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง ตอนเขาถูกรุม และคนร้าย 1 จะแทง
“ลูกพี่สั่งให้เก็บมันด้วยมีด”
อิศร์มีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด “ฉันได้ยินมันบอกว่าลูกพี่สั่งมัน ให้เก็บฉัน”
“คืนนั้นนายอนุชา ผู้ชายคนที่แกมีเรื่องด้วยมาเที่ยวกับแฟนแค่สองคน ตำรวจเช็คข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของเขากับแฟนแล้ว ไม่พบว่ามีการโทร.ออกหาใครในระหว่างที่เกิดเหตุ”
อิศร์อึ้ง “แปลว่า...มีคนอื่นพยายามฆ่าฉันอีกงั้นเหรอ”
“แกลองนึกให้ดีๆ ว่ามีศัตรูที่ไหนอีกหรือเปล่า”
“ฉันจะมีได้ยังไง แกก็รู้ว่าตั้งแต่เกิดฉันมาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร”
แพรพลอยขัดขึ้น “แล้วพวกผู้หญิงที่คุณทิ้งๆ ขว้างๆ ล่ะ”
“โหย ไม่มีหรอกครับ ใครจะอาฆาตผมขนาดนั้น” เขานึกได้รีบแก้ตัว “เอ้อ ผมหมายถึงผมไม่เคยทำร้ายจิตใจใครเลยนะ”
“งั้นคุณก็อาจจะให้ความหวังไปทั่ว จนมีใครซักคนแค้นคุณขึ้นมา” แพรพลอยว่า
“โธ่คุณ เห็นผมเป็นเสือผู้หญิงไปได้ ไม่มีจริงๆ ไม่เชื่อคุณถามเมย์ก็ได้ว่าผมเคยมีประวัติแบบนั้นไหม”
แพรพลอยมองอิศร์อย่างไม่ค่อยเชื่อ เพราะคิดว่าอิศร์รนหาที่ให้อันตรายมาถึงตัวเอง
“ยังไงฉันก็อยากให้แกลองไปคิดดูนะอิศร์ ว่าแกมีปัญหากับใครบางหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”
อิศร์สีหน้าไม่ดี เริ่มกังวลใจ เพราะชีวิตที่ผ่านมาใสสะอาด ราบรื่นมาตลอด ไม่เคยสร้างศัตรูที่ไหน

เสียงมายาวีโวยวายดังลั่นห้องรับแขกบ้านบรรเลง
“อะไรนะ ! อิศร์ถูกปองร้ายเหรอ”
อิศร์ อนุภัทรเอามืออุดหู หน้าย่นไปตามๆ กัน
“จะตะโกนให้รู้กันทั้งโลกเลยหรือไงคุณ”
มายาวีรู้สึกตัว ลดเสียงลงขณะทิ้งตัวลงนั่ง
“ก็ฉันตกใจนี่”
“พวกเราถึงอยากปรึกษาคุณเมย์ เผื่อจะคิดออกว่าคุณอิศร์มีศัตรูที่ไหนบ้าง เพราะเจ้าตัวอ้างว่าไม่มีค่ะ”
“ช่วยบอกพวกเขาหน่อยเถอะเมย์ ว่าฉันเป็นคนดีขนาดไหน”
มายาวีทิ้งค้อนใส่อิศร์ แต่ก็หันไปทำหน้าจริงจังใส่แพรพลอยกับอนุภัทร
“แต่อิศร์ไม่เคยมีปัญหากับใครจริงๆ นะคะ หมาซักตัวนายนี่ก็ไม่เคยเตะ ขนาดตอนอยู่เมืองนอก ใครจะมาท้าตีท้าต่อย อิศรเขาก็วิ่งหนีอย่างเดียว”
“พอๆๆ ฉันให้เธอช่วยสรรเสริญความดีของฉัน ไม่ได้ให้ประจาน แหม”
“แต่มันต้องมีสาเหตุ คนๆ นั้นถึงอยากให้แกตาย”
อิศร์หน้าสลดลงทันที กรณ์เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้
“ผมว่าคุณต้องระวังตัวแล้วล่ะคุณอิศร์ ให้แพรไปคุ้มกันดีไหม”
แพรพลอยตกใจ หันขวับ “เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ”
“ก็เธอเป็นบอดี้การ์ด แล้วตอนนี้ก็ยังไม่มีงานไม่ใช่เหรอ”กรณ์ยิ้มมีเลศนัย “คุณอิศร์ครับ จ้างแพรสิครับ”
แพรพลอยเหวอ มายาวีรีบเห็นด้วย
“จริงด้วย คุณแพรว่างอยู่นี่นา”
แพรพลอยสวนขึ้นมาทันที “ไม่ค่ะ แพรไม่รับงานนี้”
อิศร์อึ้ง “อ้าว”

แพรพลอยรีบเดินออกไปทันที อิศร์หน้าเจื่อน ทุกคนงง

แพรพลอยออกมายืนกอดอกอยู่นอกบ้าน กรณ์ตามมา
“ทำไมล่ะแพร คุณอิศร์กำลังเดือดร้อนนะ”
“นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบงานคุ้มครองพวกไฮโซ คนพวกนี้ไม่ได้ต้องการบอดี้การ์ดจริงจัง แค่มีไว้ประดับบารมีเท่านั้น”
“แต่เธอก็เห็นว่าคุณอิศร์ผ่านเหตุการณ์อะไรมา” กรณ์โน้มน้าว
“ฉันยังเชื่อว่าสาเหตุมันเกิดจากตัวเขาเองนั่นแหละ คงจะไปเผลอก่อเรื่องเอาไว้ก็เลยโดนคิดบัญชี”
“แล้วมันต่างกันตรงไหน ในเมื่อคุณอิศร์เขาก็เกือบตาย”
“ฉันอยากคุ้มครองคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีค่า ทำตัวเป็นประโยชน์กับโลก ไม่ใช่คนที่สนุกเสเพลไปวันๆ”
“ถ้างั้นเธอช่วยชีวิตคุณอิศร์ไว้ทำไมตั้งสองครั้ง”
“มันเป็นสัญชาติญาณ เราเห็นคนถูกทำร้ายก็ต้องช่วย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องตามช่วยเขาตลอดไปนี่”
“ถ้าเธอไม่ช่วยคุณอิศร์เพราะเขาไม่ใช่บุคคลสำคัญระดับประเทศ หรือนักการเมืองผู้อุทิศตนที่เธอเคยยอมเสี่ยงตายปกป้อง แสดงว่าเธอตัดสินว่าชีวิตเขาไม่มีค่า ความคิดแบบนี้มันก็ไม่ต่างกับฆาตกรหรอกนะแพร”
กรณ์เตือนด้วยสีหน้าจริงจัง แพรพลอยอึ้งไป

ด้านอนุภัทรกับป้าดวงช่วยกันถือกระเป๋าเสื้อผ้าของอิศร์กับป้าดวงออกมาใส่รถตู้ของแพรพลอย มายาวีประคองอิศร์ตามออกมา โดยมีอัมพา แพรพลอย กรณ์ตามมาส่ง
“ที่จริงที่นี่ก็เป็นมูลนิธิเล็กๆ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ไม่น่าจะมีใครตามมาเจอคุณอิศร์ได้นะคะ”
“ผมไม่อยากประมาทครับ เดี๋ยวคนอื่นจะเดือดร้อนไปด้วย”
อิศร์ปรายตามองแพรพลอย แอบน้อยใจที่แพรพลอยรีบปฏิเสธไม่ยอมเป็นบอดี้การ์ดให้
“ลำพังตัวผมเองคงไม่เท่าไร แต่ถ้าคนร้ายตามมาเจอผมที่นี่ เด็กๆ กับคุณป้าจะตกอยู่ในอันตราย ถึงเวลานั้นแม้แต่คุณแพรก็อาจจะรับมือไม่ไหว” อิศร์ว่า
อัมพาซึ้ง “โถ ยังอุตส่าห์เป็นห่วงพวกเรา”
กรณ์ถาม “แล้วคุณอิศร์จะย้ายไปอยู่ที่ไหนครับ”
“เซฟเฮาส์ของเมย์เองค่ะ รับรองว่าปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์”
“ผมลานะครับ”
อิศร์ยกมือไหว้แล้วเดินไปขึ้นรถกับมายาวี แพรพลอยอดมองตามอิศร์ไม่ได้ เพราะรู้สึกผิดและสับสนว่าตัวเองใจดำไปหรือเปล่า

อริสราเดินเข้ามาในโถงกลาง มองหาคนในบ้าน
“อิศร์ ป้าดวง กลับมากันหรือยังคะ”
อริสรามองไปรอบๆ บ้าน ไม่เห็นใคร ตัดสินใจเดินขึ้นไปดูข้างบน

อริสราเคาะประตูห้องนอนแล้วเปิดเข้ามา
“อิศร์...”
อริสรามองดูห้องนอนที่ว่างเปล่าอย่างผิดหวัง เพราะเป็นห่วงอิศร์ จนสายตาของอริสราเหลือบไปที่ผนัง เป็นรูปถ่ายขนาดใหญ่ของอิศร์กับถ้วยรางวัลคู่ใจ ติดผนังอยู่ เลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เผลอยิ้มออกมา
“คุณยังเก็บรูปนี้ไว้”
อริสราเอามือแตะรูปเบาๆ นึกถึงความหวัง

เหตุการณ์นี้เกิดก่อนอิศร์ไปเรียนเมืองนอก อิศร์เริ่มแข่งรถมาตั้งแต่วัยรุ่น อริสราแต่งตัวสดใสสวยงาม
อิศร์ยืนถือถ้วยรางวัลเขินๆ อยู่ข้างมอเตอร์ไซค์ อริสราคอยหามุมถ่ายรูปให้ แต่อิศร์ยุกยิก หาวิธีถือถ้วยเท่ๆ ไม่ได้ซักที
“อยู่เฉยๆ สิคะอิศร์”
“ก็ผมเขินนี่นา มาถ่ายด้วยกันดีกว่าน่าอริส”
“แหม ถ่ายคู่กับถ้วยแชมป์ใบแรกก็เขินแบบนี้แหละ เดี๋ยวได้หลายๆ ใบอิศร์ก็ชินค่ะ เอ้า หนึ่ง สอง สาม” อิศร์ยิ้มเขินๆ แล้วพิงมอเตอร์ไซค์ โพสท่ากับถ้วย ภาพเดียวกันนี้ติดอยู่ในรูปติดผนังห้องนอนอิศร์

อริสรายืนดูด้วยสายตาปลื้มใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้ง เมื่อไอศูรย์เปิดประตูเข้ามาในห้อง
“นึกแล้วเชียวว่าคุณต้องอยู่ที่นี่”
อริสราเดินเลี่ยงหนีไปนั่งลงที่เตียง พยายามถอยห่างจากไอศูรย์
“ฉันมาดูอิศร์ แต่เขายังไม่กลับ”
“แล้วไง คุณก็เลยจะมานอนรอสูดกลิ่นมันอยู่บนเตียงเนี่ยน่ะเหรอ”
“คิดสกปรก”
อริสราลุกขึ้น จะหนีออกจากห้อง ไอศูรย์คว้าแขนไว้
“จะไปไหนล่ะ อยากจะนอนต่อผมก็ไม่ว่าหรอกนะ” อริสราสะบัด “แต่ผมจะขอนอนด้วยคน
“จะบ้าเหรอ ปล่อยฉันนะ”
ไอศูรย์ลากอริสราล้มลงบนเตียง อริสราตกใจ ขัดขืน ไอศูรย์ยิ่งแกล้งยั่ว เขาไม่ได้คิดจะทำจริง
“เราเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีเหมือนกันนะ จะได้เป็นการเซอร์ไพรส์ตอนไอ้อิศร์กลับมาด้วย ถ้ามันเปิดประตูมาเจอเราสองคนนอนจู๋จี๋อยู่บนเตียงมัน คงสนุกพิลึก”
ไอศูรย์หัวเราะยั่วเย้า แล้วแกล้งกอดปล้ำอริสราอีก อริสราโมโหข่วนเข้าที่หน้า
“โอ๊ย”
อริสราได้ที รีบผลักไอศูรย์ออก แล้วรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปจากห้อง

ไอศูรย์ลูบแก้มตัวเองเบาๆ ยิ้มสะใจที่ขัดความสุขอริสราได้

อ่านต่อหน้า 3

บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 3 (ต่อ)

ฟากแพรพลอยช่วยอัมพาจัดที่นอนในห้อง หยิบหมอนมาวางบนเตียงเพิ่มเพราะจะมานอนด้วย

“นึกยังไงถึงขอมาค้างกับแม่คืนนี้”
“แพรเหงาน่ะค่ะ ขี้เกียจกลับไปอยู่คนเดียวที่คอนโด อยู่ที่นี่จะได้ช่วยแม่ทำอะไรบ้าง”
“ว่างงานจนเบื่อล่ะสิ นี่แหละน้า มีงานดีๆ ให้ทำก็ไม่รับ”
แพรพลอยที่กำลังจัดที่นอนชะงัก มองอัมพาอย่างรู้ทัน
“กรณ์เล่าให้แม่ฟังล่ะสิคะ”
อัมพาพยักหน้า “แม่สงสารคุณอิศร์เขานะ ไม่รู้ว่าจะนอนหลับเต็มตาได้ยังไง มีศัตรูคอยจ้องเอาชีวิตอยู่แบบนี้”
“คงไม่ถึงขนาดนั้นมั้งคะแม่”
“แพรก็อยู่ในเหตุการณ์ คงจะตอบได้ดีกว่าแม่ว่ามันร้ายแรงขนาดไหน”
แพรพลอยอึ้งไป รู้ดีกว่าเรื่องที่โรงพยาบาลร้ายแรงมากขนาดไหน
“แพร จำได้ไหมว่าเหตุผลอะไรที่แพรบอกแม่ว่าอยากมาทำอาชีพนี้ตั้งแต่แรก”
แพรพลอยสบตากับอัมพา พูดเสียงใจลอย
“แพรอยากปกป้องคนที่ตกอยู่ในอันตรายให้พ้นภัย ไม่อยากให้เหมือนพ่อกับแม่...”
อัมพายิ้มภูมิใจ “แสดงว่าแพรยังจำเจตนารมณ์ของตัวเองได้ดี”
แพรพลอยแพรไม่เคยลืมหรอกค่ะ เพราะภาพของพ่อกับแม่ยังติดตาเสมอ
“ถ้าอย่างนั้นทำไมแพรถึงไม่ยอมช่วยคุณอิศร์ล่ะลูก แม่ว่าเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายที่สมควรจะเจอเรื่องแบบนี้เลยนะ”
แพรพลอยนิ่งไป ใจอ่อนลง เสียงพูดของกรณ์ดังสะท้อนก้องในหัว
“ถ้าเธอไม่ช่วยคุณอิศร์เพราะเขาไม่ใช่บุคคลสำคัญระดับประเทศ หรือนักการเมืองผู้อุทิศตนที่เธอเคยยอมเสี่ยงตายปกป้อง แสดงว่าเธอตัดสินว่าชีวิตเขาไม่มีค่า ความคิดแบบนี้มันก็ไม่ต่างกับฆาตกรหรอกนะแพร”
แพรพลอยถอนใจ รู้สึกผิดที่ตัวเองใจดำกับอิศร์เกินไป

วันต่อมาอนุภัทรยื่นแฟ้มรูปภาพให้อิศร์ดู
“นี่เป็นแฟ้มประวัติบอดี้การ์ดฝีมือดี แกลองเลือกดู ถูกใจคนไหนก็บอกมา ฉันจะติดต่อบริษัทให้”
“ฉันจำเป็นต้องใช้จริงๆ เหรอวะ มันจะไม่ดูโอเวอร์ไปเหรอ”
“เดี๋ยวนี้พวกนักธุรกิจใหญ่ๆ หรือดารานักร้องก็มีกันทั้งนั้น กันไว้ดีกว่าแก้น่า อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะจับคนที่มันบงการฆ่าแกได้”
อิศร์เปิดดูแฟ้มไปเรื่อยๆ ในสุดก็ไปเจอรูปของแพรพลอย เลยหยุดดู
อนุภัทรรีบบอก “ยกเว้นคนนี้ว่ะ ฉันคงติดต่อมาให้แกไม่ได้จริงๆ”
อิศร์มองดูรูปแพรพลอยอย่างเสียดายที่แพรพลอยไม่ยอมเป็นบอดี้การ์ดให้ ในที่สุดก็ปิดแฟ้ม
“ฉันว่าแกมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันดีกว่า ไหนๆ แกก็จะตามเข้าไปอยู่ในบ้านฉันอยู่แล้วนี่ จะเอาค่าจ้างเท่าไรก็ว่ามา”
“จะบ้าเหรอ ฉันก็มีงานต้องทำนะโว้ย แกเลือกมาเถอะน่า ซักคนนึง”
อิศร์เปิดดูแฟ้มอีกครั้งเซ็งๆ แต่จู่ๆ มายาวีก็เปิดประตูเข้ามา แล้วดึงแฟ้มไป
“ไม่ต้องเลือกแล้วอิศร์ เพราะว่ามีบางคนเปลี่ยนใจ”
มายาวีหันไปที่ประตู เห็นแพรพลอยค่อยๆ เดินเข้ามา
อิศร์อนุภัทรร้องออกมาพร้อมกัน “คุณแพร”
แพรพลอยกับอิศร์คุยกันตามลำพังบนดาดฟ้าคอนโด
“ฉันมาคิดดูแล้ว ตัวเองออกจะใจดำไปหน่อยที่ปฏิเสธคุณ ทั้งที่พอจะช่วยคุณได้”
“ผมนึกแล้วว่าคุณต้องห่วงผม”
“อันนั้นก็มากเกินไปละ”
แพรพลอยค้อน อิศร์เผลอจับมือแพรพลอยขึ้นมา
“ขอบคุณนะครับ”
แพรพลอยเสียงเข้ม “อันนี้ยิ่งเยอะเลย”
อิศร์สะดุ้ง เพิ่งรู้ตัว รีบปล่อยมือออก แต่ยังยิ้มปลื้ม
“แต่มีข้อแม้ ฉันจะทำงานให้คุณแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น ระหว่างนี้คุณต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจจับคนร้ายให้ได้ แล้วถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติ”
“ตกลงครับ”
อิศร์ยื่นมือให้แพรพลอยจับ แพรพลอยลังเล แต่ก็ยอมจับด้วย อิศร์ยิ้มกว้าง มีความสุขที่รู้ว่าจะมีแพรพลอยอยู่ใกล้ชิด
มายาวีกับอนุภัทรยื่นหน้ามาแอบดูอยู่มุมหนึ่ง
“คุณทำยังไงถึงให้คุณแพรเปลี่ยนใจได้”
“ฉันเก่ง”
มายาวียักไหล่ แต่พอเห็นอนุภัทรมองแบบไม่เชื่อ ก็ยอมสารภาพกระแทกเสียงใส่
“ฉันไม่ได้ทำอะไรหรอก จู่ๆ คุณแพรก็โทรมาหา บอกว่าจะยอมมาเป็นบอดี้การ์ดให้อิศร์”
“โธ่เอ๊ย นึกว่าจะแน่”
อนุภัทรแค่นยิ้ม แล้วเดินหนีไป

มายาวีเดินตามอนุภัทรมาตามทางเดินหน้าห้อง
“มาว่ากันเรื่องของคุณดีกว่า อิศร์บอกว่าคุณต้องการความช่วยเหลือ”
“เรื่อง”
“คุณจะปลอมตัวเข้าไปสืบคดีไม่ใช่เหรอ ฉันจะช่วยเปลี่ยนลุกส์ให้”
“ผมจัดการเองได้”
“ฮึ เห็นล้มเหลวทุกงาน” มายาวีหัวเราะเยาะ
“นี่คุณ ที่มันมักจะล้มเหลว ก็เพราะคุณเข้ามาวุ่นวายกับงานผมนั่นแหละ”
“ไม่รู้ล่ะ คุณเป็นลูกน้องพ่อฉัน ฉันบอกว่าจะช่วย ก็ต้องได้ช่วย! ตามฉันไปที่ห้องนะ”
มายาวีเดินฉับๆ จากไป ไม่รอคำปฏิเสธ อนุภัทรเกาหัวแกรกๆ
“ฉันกลายเป็นลูกน้องยายนี่ตั้งแต่เมื่อไรวะเนี่ย” ผั้กองหนุ่มเดินตามไป

อนุภัทรนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มายาวีเดินวนไปมา ทำหน้าครุ่นคิด
“อย่างแรกสุด คุณต้องเปลี่ยนทรงผม”
“ทำไม”
“ก็ทรงนี้มันดูมีฐานะเกินไป คุณจะไปสมัครเป็นคนสวนบ้านเศรษฐี ผมเผ้าไม่ควรจะดูดีขนาดนี้ ขอโทษนะ”
มายาวีพูดจบก็ยีหัวอนุภัทร อนุภัทรตกใจ รีบห้าม
“เฮ้ย คุณ! ทำอะไรเนี่ย”
มายาวีจับหัวอนุภัทรพลิกไปมา “ยังไม่ดี คุณตัดผมที่ไหนเนี่ย เนี้ยบเกินไป ต้องเล็มให้มันแหว่งๆ เว้าๆ หน่อย คนสวนน่าจะตัดผมที่ร้านถูกๆ ช่างไม่ค่อยมีฝีมือ”
มายาวีเปิดลิ้นชักหยิบกรรไกรเล็กออกมาจะเล็มผม อนุภัทรลุกพรวด
“หยุด! พอๆๆ พอเลย” มายาวีจะเข้าหาอนุภัทรขยับถอย “ถ้าคุณเข้ามาล่ะก็ ผม...ผมจะร้องให้คนช่วย”
“ฉันกำลังช่วยคุณอยู่นะ”
“ไม่ต้องมายุ่งกับหัวผม”
อนุภัทรพุ่งไปคว้าผ้าห่มบนเตียงมาคลุมหัวตัวเอง มายาวีส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย
“ก็ได้ งั้นไปดูคอสตูมกัน”

อนุภัทรยืนกางแขน ให้มายาวีจับแต่งตัวใส่เชิ้ตแขนยาวเก่าๆ กับกางเกงขายาว
“เฉยๆ สิ”
“ผมแต่งเองได้น่า”
มายาวีไม่ฟัง ช่วยติดกระดุมคอเสื้อจนปิดคอ แขนเสื้อก็ใส่ทุกเม็ด ดูเชยๆ สุดขีด
“อ้ะ ทีนี้ถือพร็อบ” มายาวีส่งชะลอมให้
อนุภัทรรับชะลอมมา แล้วมองตัวเองในกระจก
“มันต้องขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
“คุณเป็นหนุ่มต่างจังหวัดมาหางานทำที่กรุงเทพ รู้จักกับคนสวนบ้านฉัน ฉันก็เลยฝากมาทำงานที่บ้านอิศร์ ยังโสด ไม่มีลูกเมีย ความรู้ ม.ต้น”
มายาวีเดินวนรอบๆ อนุภัทรทำหน้าครุ่นคิด พูดกับตัวเอง
“หนุ่มต่างจังหวัด ตากแดดตากลม ต้องผิวคล้ำ”
มายาวีดึงคอเสื้ออนุภัทร ชะโงกดูผิวเนื้อ อนุภัทรทำหน้ากลัวๆ
“ผิวคุณนี่ใช้ได้แล้วแหละ คล้ำกำลังดี”
อนุภัทรประชด “ขอบคุณ”
อนุภัทรวางชะลอม จะเดินออกไป มายาวีคว้าแขนไว้
“เดี๋ยวก่อน ฉันว่าคุณยังดูดีเกินไป เสื้อผ้าก็ดูใหม่ๆ”
มายาวีมองๆ แล้วกระชากแขนเสื้อขาดแควก อนุภัทรตกใจ
“เฮ้ย”
“ต้องทำให้เสื้อมันดูเยินหน่อย”

อนุภัทรยืนงง มองเสื้อที่ขาดตรงหัวไหล่เซ็งๆ

มายาวีทำหน้าครุ่นคิดแล้วโผเข้าปลดกระดุมอนุภัทร

“คุณจะทำอะไร จะปล้ำผมเหรอ”
“บ้าสิ ฉันจะทำให้คุณดูจนต่างหากย่ะ” มายาวีดึงกระดุมขาดผึงจากรังดุม
“พอได้แล้ว”
“เดี๋ยวก่อน”
มายาวีจะดึงอีก แต่อนุภัทรไม่ยอม ยื้อกันไปมา แล้วล้มลงไปบนโซฟา มายาวีนอนทับลงไปบนตัวอนุภัทร ทั้งสองสบตากันแบบอึ้งๆ เสียงประตูไขจากด้านนอก
“เมย์ ภัทร ทำอะไรกันอยู่”
มายาวีกับอนุภัทรได้สติ ตกใจ รีบลุกขึ้นผละออกจากกัน
อิศร์กับแพรพลอยเดินเข้ามาพอดี เห็นทั้งสองทำหน้าเหรอหรา ยืนเก้ๆ กังๆ คนละมุม
แพรพลอยจับสังเกต “มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”
มายาวีกับอนุภัทรทำหน้าเหวอใส่กัน แล้วส่ายหน้า พูดพร้อมกัน
“ป...เปล่าครับ”/ “ม...ไม่มีค่ะ” สองคนยิ้มเจื่อน
“งั้นก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวป้าดวงจะรอ”

ที่บ้านอำพล อริสราลุกขึ้นอย่างดีใจ หลังจากดวงมารายงาน
“อิศร์จะกลับมาแล้วเหรอคะ”
ไอศูรย์ชักสีหน้ามองอริสราอย่างไม่พอใจ ที่อีกฝ่ายดูตื่นเต้นออกนอกหน้า
“ค่ะ คุณอิศร์ให้เชิญทุกคนที่บ้านใหญ่ด้วยค่ะ บอกว่ามีเรื่องจะเรียนค่ะ”
“มันสำคัญมาจากไหน แค่ออกจากโรงพยาบาลถึงต้องให้เราไปตั้งขบวนต้อนรับ มากไปหน่อยแล้วมั้ง”
“ศูรย์”
อำพลจับขาไอศูรย์เป็นเชิงปราม ดวงหน้าเจื่อน
“คือคุณอิศร์มีเรื่องจะเรียนให้ทุกคนทราบ เลยเชิญคุณอำนวยกับคุณธำรงด้วยค่ะ”
อริสราไม่สนใจความหงุดหงิดของไอศูรย์ รีบเดินนำออกไป
“ไปกันเถอะค่ะป้าดวง อริสอยากรู้ว่าอิศร์เป็นยังไงบ้าง”
อริสราเดินออกไปโดยไม่สนใจใคร เรณูส่ายหน้าเอือม แล้วลุกตามออกไป ไอศูรย์หงุดหงิด ตามออกไปบ้าง แต่อำพลดึงไว้
“เก็บอาการให้ดี แกสัญญากับฉันแล้วนะ”
อำพลจ้องปรามใส่ไอศูรย์ แล้วลุกเดินนำไป

มายาวีจอดรถหน้าตึกใหญ่บ้านอิศร์ คุยเตี๊ยมกันก่อนลงจากรถ
“ทุกคนคงรออยู่ในบ้าน พร้อมกันแล้วใช่ไหม” อิศร์ถาม
“ผู้กองพร้อมหรือเปล่า จำข้อมูลตัวเองได้นะ” มายาวีถามแดกดันอนุภัทร
“ผมรู้หน้าที่ของผมน่า”
มายาวีค้อน “อย่าทำพลาดแล้วกัน”
อนุภัทรชักเริ่มยั๊ว “นี่มันงานของใครกันแน่เนี่ยคุณ ห๊ะ”
“เอาล่ะ ไปเถอะ แกลงมาเปิดประตูให้ฉันสิ จะได้ไม่ผิดสังเกต”
อนุภัทรรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้อิศร์ ท่าทางกุลีกุจอ แพรพลอยตามลงมาแล้วบอกทุกคน
“เดี๋ยวฉันตามเข้าไปนะคะ ขอเดินสำรวจรอบบ้านซักครู่”
แพรพลอยเดินแยกตัวออกมา กวาดตามองสำรวจ ขณะที่คนอื่นๆ เข้าบ้านไป

แพรพลอยเดินมาตามสนาม มองดูบ้านสามหลัง ที่ตั้งอยู่ห่างกัน ตามคำพูดของอิศร์ที่คุยกันมาแล้วที่คอนโด
“บ้านผมเป็นครอบครัวใหญ่ คุณปู่อยากให้พี่ๆ น้องๆ อยู่ใกล้ชิดกัน ก็เลยให้ปลูกบ้านไว้ในอาณาเขตเดียวกัน มีบ้านของคุณปู่อยู่ตรงกลาง ตอนนี้ก็ตกทอดมาถึงผม”
แพรพลอยเดินต่อไปทางด้านซ้าย เห็นบ้านของอำนวย
“ส่วนบ้านหลังซ้ายมือเป็นของคุณลุงอำนวย ลุงคนเล็กของม อยู่กับลูกชายอีกคนชื่อธำรง”
แพรพลอยมองบ้านธำรง เห็นบ้านคฤหาสน์ แต่ดูเรียบๆ ไม่หรูหรา มีต้นไม้ขึ้นเขียวขจี แพรพลอยเดินต่อมา เห็นคฤหาสน์ของอำพล หรูหราเกือบเท่าบ้านอิศร์ ดูทันสมัย
“ส่วนหลังขวามือเป็นของครอบครัวคุณลุงอำพล ลุงคนใหญ่ คุณลุงอำพลกับพี่ไอศูรย์ ลูกชายคนโตเป็นคนดูแลบริษัทแทนผมอยู่ตอนนี้”
แพรพลอยมองผ่าน กวาดตาไปรอบอาณาเขต แล้วลัดเลาะไปเรื่อยๆ

อิศร์นั่งอยู่ที่โซฟาเคียงข้างมายาวี คนอื่นๆ นั่งล้อมรอบ มีอนุภัทรยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านนอก
“ทุกคนเป็นห่วงอิศร์มากรู้ไหมคะ อิศร์ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม แล้วไปอยู่ที่ไหนมาตั้งสองคืน เกิดอะไรขึ้น”
“แหม ถามเป็นชุดขนาดนี้ อิศร์คงตอบไม่ไหวหรอกค่ะ เอาเป็นว่ากลับมาแล้วก็แล้วกันนะคะ” มายาวียิ้มหวานใส่ทุกคน
อริสราหงุดหงิดที่เห็นความใกล้ชิดของอิศร์กับมายาวี
“อิศร์ไม่เป็นไรก็ดีแล้วลูก” เรณูเอ่ยขึ้น
“แล้วมีเรื่องอะไรแกถึงเรียกพวกเรามาประชุมกัน” ไอศูรย์ถาม
อำพลรีบขัดไอศูรย์ กลัวลูกชายหลุดโง่อีก “มีอะไรให้ลุงช่วยหรือเปล่าอิศร์”
“ไม่มีหรอกครับ พอดี ผมพาสมาชิกใหม่มาอยู่ที่บ้านด้วย ก็เลยอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักไว้” เขามองไปหน้าบ้าน พยักหน้าเรียกอนุภัทร “เข้ามาสิ”
ทุกคนหันไปมอง เห็นอนุภัทรค่อยๆ คุกเข่าคลานเข้ามาอย่างนอบน้อม
“ไอ้บ้านี่ใครวะ ท่าทางบ้านนอก” ธำรงหัวเราะเยาะ
อนุภัทรทำท่าสงบเสงี่ยมไม่ตอบโต้ อิศร์พูดต่อ
“คนงานใหม่ของบ้านเราครับ ผมเห็นคุณอาอำนวยบ่นว่าไม่มีคนช่วยดูแลต้นไม้ เพราะบุญเกิดมันมือร้อนเกินไป ก็เลยหาคนใหม่มาช่วย”
“จริงเหรออิศร์ เออ ดีๆๆๆ ชื่ออะไรล่ะ”
อำนวยยิ้มย่องพอใจ มองอนุภัทรอย่างถูกชะตา
“ชื่อนายมิตรค่ะ เป็นญาติของคนสวนที่บ้านเมย์เอง ประวัติขาวสะอาดไว้ใจได้” มายาวีแกล้งกัด “อาจจะโง่ๆ เซ่อๆ นิดนึง แต่ก็สอนได้ค่ะ ใช่ไหมนายมิตร”
อนุภัทรสะอึก รู้ว่าถูกมายาวีแกล้งแหย่ หันไปมอง ก็เห็นมายาวีแอบยิ้มเยาะ กวนประสาท
อนุภัทรเจ็บใจ จำใจตอบ “ครับคุณเมย์”
“นอกจากงานดูแลสวน นายมิตรจะมาช่วยขับรถให้ผมด้วย แต่ถ้าใครมีอะไรพิเศษจะเรียกใช้ก็ตามสบายนะครับ”

ส่วนแพรพลอยเดินสำรวจบริเวณกำแพงบ้าน ดูรั้วรอบขอบชิด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของกรองทอง
“อย่าค่ะคุณริณ กรองกลัวแล้ว”
แพรพลอยหันขวับไปมองต้นเสียง แล้วได้ยินเสียงด่าของไอริณ
“ถ้ากลัวก็เอาคืนมา”
เสียงกรองทองหวาดกลัวมาก ร้องไห้สะอึกสะอื้น

“กรองไม่ได้เอาไปค่ะ”

ไอริณตบกรองทองล้มลงไปใกล้ๆ กับกองผ้าที่กำลังรีดอยู่

“ฉันไม่เชื่อ”
กรองทองร้องไห้น้ำตาร่วง ยกมือไหว้
“กรองไม่ได้เอาไปจริงๆ นะคะ”
“ก็ฉันเห็นแกป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องน้ำ ถ้าแกไม่ได้เอาไปแล้วต่างหูฉันหายไปไหน”
“กรองไม่รู้ค่ะ กรองไม่รู้จริงๆ”
“ไม่ยอมรับใช่ไหม”
ไอริณหันไปคว้าเตารีดที่เสียบไฟไว้ขึ้นมา กรองทองมองตกใจ
“สารภาพมาซะดีๆ ไม่งั้นแกเสียโฉมแน่”
“อย่าค่ะคุณริณ อย่า”
ไอริณเอามือจับหน้ากรองทองให้หันมา แล้วเงื้อเตารีบจะทาบหน้า แต่แพรพลอยโผล่พรวดเข้ามา
“หยุดนะ”
ไอริณหันขวับไปมองอย่างแปลกใจ งงที่เห็นแพรพลอย และจำได้
“เอ๊ะ แกเข้ามาได้ยังไง”
“คุณปล่อยผู้หญิงคนนั้นซะ มีอะไรก็พูดกันดีๆ สิ ทำไมต้องรุนแรงกันด้วย”
“แกมายุ่งอะไรนังบ้า”
กรองทองเห็นไอริณมัวแต่หันไปคุยกับแพรพลอย ก็ออกแรงสะบัดออกแล้ววิ่งไปหลบมุมห้อง
“นังกรองทอง”
ไอริณโมโห เงื้อเตารีดแล้วโผนเข้าหากรองทองอีก แพรพลอยรีบปราดถึงตัวไอริณ จับไว้
“โอ๊ย ปล่อยนะ”
“คุณนั่นแหละปล่อยเตารีด”
“ไม่”
ไอริณดิ้นสู้จะเอาเตารีดหันมานาบใส่แพรพลอย แต่แพรพลอยจับไว้ ดันกันไปมา ไอริณขืนไม่ยอม พยายามจะเล่นงานแพรพลอยให้ได้ แพรพลอยตัดสินใจบิดมือ จนเตารีดหันมาโดนแขนไอริณเข้า ไอริณกรี๊ดลั่น ด้วยความเจ็บปวด
เสียงกรี๊ดไอริณดังเข้ามา

ไอศูรย์และทุกคนได้ยิน “เสียงริณนี่ครับ”
ทุกคนตกใจ ลุกขึ้นตามๆ กัน ไป

ไอริณจับแขนตัวเองที่เป็นรอยแดง เต้นเร่าๆ ทั้งเจ็บทั้งแค้น
“แกทำฉัน โอ๊ย”
สุนทรโผล่หน้าเข้ามาหลังจากได้ยินเสียง
“กรอง” เขามองไอริณอย่างตกใจ “คุณริณ มีอะไรครับ”
“จะมีอะไรล่ะ จับนังผู้หญิงคนนี้ไว้สิ มันบุกรุกบ้านเรา แล้วมันก็ทำร้ายฉันด้วย โอ๊ย”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่เห็นคุณจะทำร้ายผู้หญิงคนนั้น” แพรพลอยชี้กรองทอง
สุนทรงงไม่เข้าใจ ไอริณรีบกลบเกลื่อน
“สุนทร ยืนเซ่อทำไมฉันบอกให้จับมัน โทรเรียกตำรวจก็ได้ โอ๊ย เจ็บ”
แพรพลอยอดสงสารไมได้ “ให้ฉันดูแขนคุณหน่อย”
ไอริณตบหน้าแพรพลอย แผดเสียงลั่น
“ไม่ต้อง ! จับมันสิสุนทร ไอ้โง่”
สุนทรละล้าละลัง ไม่กล้าเพราะไม่รู้ว่าแพรพลอยเป็นใคร
“นี่คุณ มันจะมากไปแล้วนะ”
“ฉันตบแกแค่นี้มันยังไม่พอหรอก” ไอริณก้มลงไปคว้าเตารีดอีก “แกต้องเจ็บกว่าฉัน”
ไอริณจะเอาเตารีดฟาดใส่แพรพลอย แต่แพรพลอยจับมือไอริณไว้
“มาช่วยฉันหน่อยสิ”
สุนทรตัดสินใจเข้าช่วยไอริณจับแพรพลอยไว้
“ปล่อยฉัน ฉันไม่ได้จะทำอะไรเจ้านายลุงหรอก ปล่อย”
“จับมันไว้” ไอริณมองแพรพลอยสะใจ “ทีนี้แกไม่รอดแน่”
ไอริณเงื้อเตารีดจะนาบหน้าแพรพลอย แพรพลอยเบี่ยงตัวหลบ เตารีดฟาดมาที่หัวไหล่สุนทร จนสุนทรร้องอย่างเจ็บปวดทรุดตัวลง กรองทองตกใจ โผเข้าไปหาพ่อ
“พ่อ”
ไอริณกับแพรพลอยตกใจไปด้วย เมื่อเห็นสุนทรกุมไหล่ตัวเองด้วยอาการแสบร้อน อิศร์พาทุกคนถลันตามเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นคุณแพร”

ไม่นานต่อมา กรองทองคลานเข่าเข้ามารายงานทุกคนในห้อง
“พ่อไม่เป็นอะไรมากค่ะ ไฟเตารีดมันตัดไปนานแล้วก็เลยไม่ค่อยร้อนเท่าไร”
เรณูหันไปมองไอริณที่นั่งลูบแขนตัวเองป้อยๆ แล้วยื่นต่างหูให้
“เอ้า ต่างหูของริณ แม่เห็นมันตกอยู่ในอ่างล้างหน้า กลัวจะร่วงหายก็เลยเก็บไว้ให้ ทีหลังมีอะไรก็ถามก่อนสิ”
“ก็ริณไม่รู้นี่”
ทุกคนส่ายหัวกับความใจร้อนของไอริณ แพรพลอยสบตากับทุกคนอย่างเกรงใจ
“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด”
อริสรามองแพรพลอยอย่างไม่วางใจ “คุณมากับอิศร์เหรอคะ”
อิศร์ตอบแทน “ใช่ครับ นี่คุณแพรพลอย เธอจะมาอยู่กับเราที่นี่”
ทุกคน “หา” เป็นแถบ
ไอริณไม่พอใจ “พี่อิศร์ว่าอะไรนะ ทำไมมันต้องมาอยู่ที่นี่ บ้านเรามีคนรับใช้พอแล้วนะคะ”
“คุณแพรก็ไม่ได้จะมาเป็นคนรับใช้ แต่เธอจะมาเป็นบอดี้การ์ดของพี่”
ทุกคนตกตะลึงอีกรอบ ไอศูรย์กับอำพลที่แปลกใจกว่าเพื่อน
ธำรงหัวเราะขำ “เฮ้ย นี่แกถึงกับต้องมีบอดี้การ์ดเลยเหรอวะอิศร์ สวยซะด้วย เข้าใจเลือก”
ธำรงทำตาเจ้าชู้ใส่ แพรพลอยไม่ชอบใจ แต่ทำเมินไม่มอง
“พี่ธำรงก็ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม”
ไอศูรย์กับอำพลสบตากันอย่างไม่ค่อยสบายใจ
อำนวยปลอบใจ “แต่ลุงว่าคนที่คิดทำร้ายอิศร์อาจจะไม่กล้าลงมือแล้วก็ได้ เป็นข่าวดังขนาดนั้น”
“คุณอิศร์อยากจะให้แน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยจริงๆ ค่ะ เลยให้ดิฉันมาคุ้มครองชั่วคราว”
“เอาเถอะครับพ่อ อาจจะเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของอิศร์มัน”
ธำรงหัวเราะเบาๆ มองแพรพลอยแบบเจ้าชู้ แต่ก็ดูหมิ่นในที เพราะเห็นว่าแพรพลอยเป็นผู้หญิง
“ว่าแต่คุณบอดี้การ์ดเอวบางร่างน้อยแบบนี้ แน่ใจเหรอครับว่าจะสู้กับผู้ร้ายแทนไอ้อิศร์ได้”
“จะลองทดสอบดูไหมล่ะคะ”
แพรพลอยตอบเสียงเย็นขณะมองสบตากับธำรงอย่างท้าทาย ยิ้มในที ธำรงมองตอบ เริ่มอยากลองของดูเหมือนกัน

ไอศูรย์กับอำพลเดินเข้ามาหน้าตึก ไอศูรย์หัวเราะหึๆ แบบสมเพช
“ไอ้อิศร์มันขี้ขลาดนะครับพ่อ หลบใต้กระโปรงผู้หญิง น่าสมเพช”
“แต่ก็แสดงว่ามันเริ่มระวังตัว แกอย่าคิดทำอะไรบ้าๆ อีกก็แล้วกัน”
ไอศูรย์หัวเราะ “นี่พ่ออย่าบอกนะว่าพ่อกลัวบอดี้การ์ดของไอ้อิศร์มัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างนั้น ถ้าคิดจะฆ่าไอ้อิศร์อีกล่ะก็ ยายนั่นไม่ครณามือผมหรอก”
อำพลกระชากคอเสื้อ ตวาดแบบโกรธ แต่เสียงไม่ดัง
“ไอศูรย์! ฉันสั่งห้ามแกแล้วนะ”
“แค่แหย่เล่นเฉยๆ น่าพ่อ ผมไม่ทำอะไรมันหรอก”ไอศูรย์หัวเราะ
อำพลปล่อยมือ มองไอศูรย์ฉุนๆ แล้วเดินไป ไอศูรย์มองตาม แต่รอยยิ้มค่อยคลายลง
“แกอย่ารนหาที่ขึ้นมาอีกแล้วกัน ไอ้อิศร์”

ไอศูรย์สีหน้าเหี้ยมเกรียม ความชิงชังอิศร์ยังคุกรุ่นอยู่ในใจเหมือนเดิม

ส่วนแพรพลอยพูดด้วยสีหน้าเกรงใจ

“ฉันขอโทษที่สร้างปัญหาตั้งแต่วันแรก”
“อุ๊ย อย่าคิดมากค่ะคุณแพร ทุกที่นี่รวมถึงเมย์รู้จักน้องสาวนายอิศร์ดี เตรียมตัวไว้แล้วกันค่ะคุณแพรจะต้องเจออีกเยอะ” สาวจอมจุ้นเตือน
แพรพลอยยิ้มเนือยๆ ด้วยไม่ได้อยากมีเรื่องกับใคร
“ขึ้นไปดูห้องดีกว่าคุณแพร ผมให้ป้าดวงเตรียมไว้ให้แล้ว”
“เชิญค่ะ”
ดวงกระวีกระวาดนำขึ้นไป อนุภัทรจะลุกตาม แต่มายาวีกระตุกกระเป๋าไว้
“คุณจะไปไหน”
“อ้าว ก็จะไปดูห้อง”
“ห้องคุณอยู่ข้างหลังโน่น อย่าลืมตัว”
อนุภัทรชะงัก นึกขึ้นได้ มายาวีรีบลากออกไป

ดวงเปิดไฟในห้องเดินไปเปิดม่านให้ แพรพลอยกวาดตารอบๆ เห็นเครื่องอำนวยความสะดวกครบถ้วน เกินพอดี ทีวี คอมพิวเตอร์
“พออยู่ได้ไหมคะหนูแพร”
“เกินพอดีด้วยซ้ำค่ะ จริงๆ ให้แพรไปอยู่ตึกเล็กข้างหลังก็ได้นะคะ”
ป้าดวงทำหน้าเสีย อิศร์เปิดประตูระเบียงเข้ามาทันที
“ไม่ได้หรอกคุณ แล้วใครจะคุ้มครองผมล่ะ”
“คุณเข้ามาในห้องฉันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ”
“ผมจัดให้คุณอยู่ห้องติดกับผมเอง มีอะไรจะได้เข้าหา เอ้ย เรียกหาง่ายๆ”
แพรพลอยมองอิศร์อย่างไม่ไว้ใจ แล้วคว้ากระเป๋าจากมือป้าดวง หิ้วออกไป อิศร์กับป้าดวงตกใจ รีบเดินตาม
“อ้าว คุณแพร จะไปไหน”
“ฉันจะทำงานให้คุณได้ยังไง ถ้าตัวเองยังไม่ปลอดภัย”
“โธ่คุณ คุณคิดอะไร คิดว่าผมจะปล้ำคุณงั้นเหรอ”
แพรพลอยสะอึก จี้ใจดำ ป้าดวงช่วยพูด
“คุณอิศร์ไม่ใช่พวกเจ้าชู้อันธพาลแบบนั้นหรอกค่ะ ป้ารับรอง”
“คุณเองก็ซัดผมหมอบมาตั้งหลายครั้งแล้ว จะกลัวอะไร อีกอย่าง” เขายิ้มตาพราว “ผมไม่ชอบฝืนใจใคร ถ้าเต็มใจก็อีกเรื่อง”
แพรพลอยรู้สึกอายๆ ที่ตัวเองระแวงไม่เป็นเรื่อง ยอมวางกระเป๋า แต่ก็เดินออกไปที่ระเบียง สำรวจประตูระเบียงว่าล็อคได้ไหม ล็อคยังไง แล้วมองไปทางห้องอิศร์

แพรพลอยเดินเข้ามาในห้อง อิศร์ตามเข้ามา
“แน่ะ นี่คุณข้ามมาในห้องผมเองนะ”
แพรพลอยไม่สนใจ มองซ้ายขวา เดินไปเปิดลิ้นชักเก็บของ
“อ้าว คุณ รื้อส่งเดชเดี๋ยวก็เจอ...”
แพรพลอยหยุดรื้อ “เอากุญแจระเบียงมาให้ฉัน”
อิศร์ทำหน้างง แพรพลอยยื่นมือไปตรงหน้า
“ถ้าคุณจะให้ฉันอยู่ที่นี่ คุณต้องห้ามออกไปที่ระเบียงนั่น แล้วก็ห้ามปีนข้ามมาห้องฉันเด็ดขาด เดี๋ยวฉันจะให้ป้าดวงเอาต้นตะบองเพชรสูงๆ มาตั้งขวางไว้”
“นอยด์มากไปป่ะ”
“เราจะติดต่อกันได้ทางประตูหน้าห้องเท่านั้น เอามา”
อิศร์เซ็งๆ แต่ก็ควักกุญแจยื่นให้แพรพลอย แพรพลอยยื่นมือจะรับ อิศร์แกล้งชักมือกลับ
“แหม แต่มันมีกุญแจห้องผมด้วยน่ะสิ แล้วผมจะเข้าห้องยังไง”
“คุณก็เก็บเอาไว้ แล้วเอาที่เหลือมาให้ฉัน”
แพรพลอยพยายามจะแย่ง แต่อิศร์ยังไม่ให้ เล่นลิ้นไปเรื่อย
“แต่แหม พวงกุญแจนี้ปู่ผมซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ผมติดตัวไว้ตลอด”
แพรพลอยจะแย่งให้ได้ “งั้นเอากุญแจระเบียงมาให้ฉันแค่ดอกเดียวก็ได้”
“แล้วถ้าเกิดไฟไหม้ในบ้าน ผมจะหนียังไง”
อิศร์ยกมือ เอากุญแจหนีแพรพลอยไปเรื่อยๆ
“นี่คุณ อย่าประสาทได้ไหม”
แพรพลอยลืมตัวเข้ากอดรวบตัวอิศร์ พยายามจะแย่งกุญแจ
“เอามาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันลาออกจริงๆ ด้วย”
แพรพลอยเข้ากอดอิศร์เต็มตัว อิศร์หยุดนิ่งตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
“คุณแน่ใจนะ”
“แน่ใจสิ ฉันไม่ได้เป็นคนพิศวาสอยากทำงานกับคุณนะ อย่าลืม”
“แต่คุณก็พิศวาสพอที่จะกอดผม”
แพรพลอยชะงัก ค่อยๆ เหลือบมองเห็นหน้าอิศร์อยู่ใกล้แค่คืบ กอดแบบแก้มแนบแก้ม อิศร์ค่อยๆ หันมายิ้มตาใส
“ยอมรับเถอะว่า...”
แพรพลอยรอจังหวะที่อิศร์เผลอ พลิกตัวจับอิศร์ทุ่มลงไปที่เตียงโครม
“คุณก็รู้ว่าฉันทำอะไรได้แค่ไหน ถ้ายังคิดจะยั่วโมโหฉันล่ะก็ ไม่ต้องรอให้คนปองร้ายคุณหรอก เพราะฉันนี่แหละจะ...”
“ว้าย พี่อิศร์”
อิศร์กับแพรพลอยชะงัก หันไปเห็นไอริณอยู่ที่หน้าประตู ทั้งสองรีบผละออก
“ริณมีอะไรเหรอ”
“ริณแค่จะแวะมาถามว่าอาการบาดเจ็บพี่อิศร์เป็นยังไงบ้าง” เหยียดยิ้มดูถูกใส่แพรพลอย “แต่เล่นกอดปล้ำกับบอดี้การ์ดแบบนี้ คงแข็งแรงดีแล้วสินะคะ”
อิศร์กับแพรพลอยมองกันสีหน้าเจื่อนๆ อิศร์รู้ดีว่าต้องเป็นข่าวแน่!

ไอริณเล่าเรื่องที่ไปเจอมาให้คนในบ้านฟัง ด้วยสีหน้าสะใจ

“ที่แท้ยายนั่นไม่ใช่บอดี้การ์ดอะไรของพี่อิศร์หรอกค่ะ ริณเปิดเข้าไปเห็นกับตาว่านอนกอดกันกลมอยู่บนเตียง ยังไม่ทันจะข้ามคืนก็เก็บอาการไม่อยู่กันซะแล้ว
อริสราชะงักกึก มือกำช้อนแน่นโดยไม่รู้ตัว
“พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะมาปกป้องไอ้อิศร์มันได้ยังไง หึ ที่แท้ก็แค่นางบำเรอ”
“ดีเหมือนกัน พี่อิศร์เอาผู้หญิงมาอยู่ด้วย คนแถวนี้จะได้ไม่ต้องหาเรื่องไปปรนนิบัติ”
ไอริณปรายตามอง อริสราวางช้อน แล้วยกน้ำขึ้นดื่มทันที
“อ้าว อิ่มแล้วเหรอหนูอริส” เรณูถาม
“ค่ะ อริสขอตัวนะคะ”
อริสราลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องทันที ไอศูรย์มองตาม แอบสะใจลึกๆ ที่เห็นอริสราผิดหวัง

แพรพลอยล็อคกุญแจระเบียงห้องตัวเอง แล้วหันกลับมาต่อว่าอิศร์
“เพราะคุณคนเดียวทำให้ฉันถูกเข้าใจผิด ป่านนี้ญาติคุณคงเอาฉันไปพูดเสียๆ หายๆ”
“กอดกับเจ้าของบ้านมันเสียหายตรงไหน”
แพรพลอยทำท่าถกแขนเสื้อ จะลุย
อิศร์รีบยกมือยอมแพ้ “โอเคๆ เสียหายก็ได้ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ริณฟังเอง
แพรพลอยมองค้อนๆ แล้วเปิดกระเป๋า หยิบเสื้อผ้าใส่ตู้
อิศร์กวาดตามองไปรอบๆ ห้อง
“ข้าวของในห้องนี้ครบหรือเปล่า มีอะไรที่คุณต้องการอีกไหม บอกผมได้นะ เดี๋ยวจะให้คนเอามาให้”เขานั่งลงที่เตียง “หรือไม่ชอบเฟอร์นิเจอร์อันไหนก็บอกมา ผมจะเปลี่ยนให้”
“ไม่จำเป็นหรอก อย่าลืมว่าฉันจะอยู่ที่นี่แค่ 2 อาทิตย์...”
อิศร์พูดต่อยิ้มๆ “ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ดูเหมือนคุณจะอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองเหลือเกินนะ”
“ถ้ามันทำให้คุณอยู่ที่นี่นานๆ ผมก็ยอมเสี่ยงนะ ยังไงคุณก็ต้องช่วยผมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
อิศร์ยิ้มอย่างเป็นต่อ แล้วลุกขึ้น
“รื้อกระเป๋าเสร็จแล้วผมจะพาคุณไปหาคุณปู่”

อิศร์กับแพรพลอยยืนมองรูปขนาดเท่าตัวจริงของเดชที่ห้องโถง
“นี่คือคุณปู่ของผม คุณเดช เดชโชดม ผมกับปู่สนิทกันมาก เพราะพ่อผมทำงานใกล้ชิดกับคุณปู่ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ พอพ่อผมเสีย คุณปู่ก็เลยเป็นคนเลี้ยงผม”
“ท่านดูเป็นคนใจดีนะคะ”
“ท่านใจดีเวลาที่ควรใจดี และดุเวลาที่ควรเข้มงวด แต่ผมก็ไม่เคยโดนปู่ตีนะ ถึงผมจะเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเอาไหน เรียนไม่เก่งเหมือนพี่ไอศูรย์ คงเป็นเพราะท่านสงสารที่ผมเป็นกำพร้า”
แพรพลอยค่อยๆ เหลือบมองอิศร์ เพิ่งรู้ว่าอิศร์ก็มีอะไรคล้ายตน
“เด็กกำพร้ามักจะน่าสงสารในสายตาคนอื่น”
อิศร์หันมาสบตาแพรพลอย ทั้งสองมองกันนิ่ง เหมือนว่าในที่สุดทั้งสองก็พบอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน ซักพักอิศร์ก็ยิ้มออกมา แล้วหันไปพูดกับรูปเดช
“คุณปู่ครับ ผมพาสมาชิกใหม่ของบ้านเรามาแนะนำให้รู้จัก นี่คุณแพรพลอย เธอจะมาดูแล คุณปู่อนุญาตนะครับ” เขาดัดเสียงคนแก่ แต่ทำเหมือนซานตาคลอส “อนุญาตสิหลาน โฮ่ๆๆๆ”
แพรพลอยขำกับท่าทางของอิศร์ แต่พยายามเก๊กใส่ เบือนหน้าหนี
“เอ้า คุณ ไหว้คุณปู่สิ ท่านอนุญาตแล้ว”
แพรพลอยยกมือไหว้รูปเดช แล้วหันมาสบตาอิศร์ ยิ้มให้กัน กำแพงทลายลงอีกหนึ่งชั้น

เวลานั้นกรองทองนั่งอยู่ทื่พื้น ท่าทางสงบเสงี่ยม ยกมือไหว้แพรพลอย
“กรองจะมาขอบคุณ เอ้อ...” มองแพรพลอยอย่างเกรงๆ “คุณแพรน่ะค่ะ ที่ช่วยกรองไว้”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฉันเองก็ต้องขอโทษที่ทำให้เรื่องบานปลาย”
“ไม่หรอกค่ะ คุณริณเธอเจอต่างหูแล้วก็คงไม่มายุ่งอะไรกับกรอง” หันไปมองอิศร์ ยิ้มเขินๆ “วันนี้กรองก็เลยว่าจะมาช่วยป้าดวงทำกับข้าวเลี้ยงต้อนรับคุณอิศร์”
“เลี้ยงต้อนรับอีกแล้วเหรอ”
“กลับจากโรงพยาบาลไงคะ แล้วก็ต้อนรับคุณแพรด้วย คุณแพรอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เพราะของคุณอิศร์ กรองจำได้อยู่แล้ว”
กรองทองพูดพลางมองไปทางอิศร์อย่างบูชา แพรพลอยสังเกตเห็นสายตานั้น
“อะไรก็ได้จ้ะ ฉันกินง่าย”
“ใกล้สอบปริญญาโทแล้ว กรองไม่ต้องไปเตรียมอ่านหนังสือเหรอ ถึงจะมาช่วยป้าดวงเข้าครัว”
กรองทองดีใจ “คุณอิศร์จำได้ด้วยเหรอคะว่ากรองจะสอบ”
“ก็กรองยังจำได้ว่าฉันชอบอะไร แล้วทำไมฉันจะจำเรื่องของกรองไม่ได้”
กรองทองยิ้มเขิน ก้มหน้างุด หัวใจเบ่งบานกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่อิศร์ทำดีใส่ แพรพลอยหันไปมองอิศร์ จับสังเกตว่าอิศร์คิดยังไงกับกรองทองกันแน่
แพรพลอยลอบสังเกตอาการคนในบ้านไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บข้อมูลความสัมพันธ์ทุกคนโดยละเอียด

ส่วนมายาวีเปิดประตูห้องพักคนงานให้อนุภัทรเข้าไปดู

“นี่ห้องคุณ เป็นไง”
“ก็โอเค”
“คุณจะทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยแล้วกันนะ คนทำงานที่จะอยู่ร่วมกันที่ตึกนี้หมด ยกเว้นสุนทรกับลูกสาว”
“พ่อลูกเมื่อกี้น่ะเหรอ”
“ใช่ สุนทรเป็นคนเก่าคนแก่ของคุณลุงอำพล คุณอย่าไปยุ่งกับแกมาก เพราะแกไม่ชอบสุงสิงกับใคร” หล่อนนึกได้ “นี่คุณไม่รู้อะไรเลยเหรอ ไหนว่าเป็นเพื่อนอิศร์ แอบอ้างหรือเปล่า”
มายาวีทำหน้าระแวงใส่
“ผมสนิทกับอิศร์ที่โรงเรียน ไม่ค่อยได้มาบ้านนี้ อีกอย่างผมไม่ได้สอดรู้สอดเห็นเหมือนคุณ”
อนุภัทรเดินหนีเข้าห้อง มายาวีมองค้อนที่โดนว่า

อนุภัทรรื้อกระเป๋า เอาคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ พวกเครื่องดักฟัง กล้องปากกา ออกมา มายาวีมองอย่างสนใจ แล้วหยิบขึ้นมาดู
“คุณขนมาเยอะขนาดนี้เชียวเหรอ”
“อุปกรณ์ทำงานของผม จำเป็นต้องใช้”
“นี่อะไร”
“เครื่องดักฟัง”
“อ๋อ เคยเห็นแต่ในหนัง ของจริงเป็นแบบนี้เหรอ แล้วนี่ล่ะ”
มายาวีหยิบกล้องปากกาดู อนุภัทรหันไปดึง
“อย่าซนได้ไหม เดี๋ยวพัง”
“ขอดูหน่อย ทำเป็นหวงไปได้”
มายาวีแย่งของอนุภัทรมาดู

เบญเดินลั้นลามาทางเรือนคนงาน ได้ยินเสียงคนคุยกันก็ชะงัก
“ขอเปิดดูหน่อยน่า”
“นี่มันของส่วนตัวผม”
“แค่ดูเฉยๆ ไม่สึกหรอหรอกน่า”
“ห้ามจับนะ เดี๋ยวผมใช้งานไม่ได้”
เบญอ้าปากค้าง เข้าใจและคิดไปในทางพิเรนทร์ แอบชะโงกหน้าดู เห็นมายาวีก้มหน้าดูอะไรอยู่ใกล้ๆ อนุภัทร

เบญเปิดประเด็นเม้าท์กลางวงข้าว สุนทรเดินผ่านมา หยุดฟัง
“เมื่อกี้ฉันเห็นคุณเมย์ไปขลุกอยู่กับคนสวนใหม่ในห้อง ดูอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ บัดสีบัดเถลิง”
“แกยังไม่เห็น แล้วรู้ได้ยังไงว่าบัดสี” บุญเกิดท้วง
“แหม ก็ท่าทางมันบอก งุบงิบๆ กันสองคน ฉันว่าเขาสองคนต้องไม่ใช่แค่เจ้านายลูกน้องธรรมดาแน่ๆ”
สุนทรทำหน้าสงสัย

อำพลเงยหน้ามองสุนทรที่มารายงาน
“ดีแล้ว จับตามันไว้ ฉันก็สงสัยเหมือนกันที่อยู่ๆ อิศร์มันเอาคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในบ้านทีเดียวสองคน ถ้ามีอะไรน่าสงสัย รีบบอกฉัน”
“ครับนาย”
สุนทรรับปากแล้วถอยออกไป อำพลมีสีหน้าครุ่นคิด

มายาวีเดินเข้ามา เห็นอิศร์กับแพรพลอยประจำอยู่ที่โต๊ะอาหารอยู่แล้ว อนุภัทรเดินตามมาห่างๆ
“โอ้โห นี่มีปาร์ตี้อะไรกันคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณเมย์ วันนี้ป้ามีลูกมือก็เลยทำอาหารเยอะหน่อย เชิญค่ะ”
มายาวีรีบลงนั่ง “งั้นเมย์ไม่เกรงใจนะคะ”
แพรพลอยเหลือบไปทางกรองทองที่ยืนเขินๆ
“ฝีมือกรองทองครับ กินด้วยกันสิกรอง คนเยอะๆ สนุกดี ป้าดวงกับนายมิตรด้วยนะครับ”
“เอ่อ จะดีเหรอครับ” อนุภัทร์ท้วง
“นี่มันบ้านฉัน ฉันไม่ถือ” อิศร์บอก
“จะได้ทำความรู้จักกันไว้ไงล่ะนายมิตร”
มายาวีเร่ง “เร็วๆ เข้าสิ เจ้านายสั่งแล้วนะ เฮ้อ นายมิตรนี่ทำไมต้องให้สอนนะ”
“เอ่อ ครับๆ”
อนุภัทรทำท่ากุลีกุจอมานั่งร่วมโต๊ะด้วย แล้วแอบมองมายาวีที่แอ็คติ้งเวอร์อย่างเจ็บใจ
“ได้กินของดีๆ แบบนี้ เวลาทำงานก็ต้องเต็มที่รู้ไหม”
มายาวีปรายตามองอนุภัทร ทำท่าข่มใส่ อนุภัทรกัดฟันกรอด
“ครับคุณเมย์”
กรองทองกับป้าดวงช่วยกันจัดจาน แล้วเข้ามานั่งอย่างเกรงใจอย่างเกรงใจ
“กรองทอง”
กรองทองสะดุ้งหันไปมองเห็นสุนทรยืนจังก้า จ้องมาแบบดุๆ
“เสร็จงานแล้วทำไมไม่กลับบ้าน พ่อรออยู่”
กรองทองอึกอัก กลัวพ่อ แพรพลอยเลยพูดแทรก
“เราชวนกรองทองกินข้าวด้วยกันน่ะค่ะ”
สุนทรมองแบบไม่เป็นมิตร “ไม่จำเป็น ผมกับลูกมีปัญญาหากินเอง” เสียงดุใส่กรองทอง “กลับบ้าน”
จากนั้นสุนทรดึงตัวกรองทองออกไป ทุกคนมองตามอย่างเห็นใจ
“นายสุนทรนี่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเลยนะ”
“แกระวังตัวไว้หน่อยก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่ไปวุ่นวายกับบ้านลุงอำพลก็คงไม่มีอะไรหรอก”
อนุภัทรพยักหน้าครุ่นคิด มองตามไป ดวงหันมายิ้มเจื่อนๆ
“อย่าไปถือสาสุนทรเลยนะคะ เขาเป็นคนแบบนี้แหละค่ะ ทานต่อดีกว่าค่ะ”
ดวงรีบคะยั้นคะยอให้ทาน โดยเลื่อนจานอาหารให้ทุกคน

สุนทรลากกรองทองเดินเร็วๆ มา กรองทองสะดุด

“พ่อ ปล่อยจ้ะ กรองเดินเองได้”
“แกเป็นใคร ถึงต้องไปร่วมโต๊ะกินข้าวกับเขา”
“ก็คุณอิศร์เชิญนี่จ๊ะ เชิญนายมิตร คนสวนใหม่ด้วย พ่อก็เห็น”
“ทำไมคุณอิศร์ต้องทำขนาดนั้นด้วย หรือว่าไอ้คนสวนนี่มันมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่น” สุนทรคาดคั้นด้วยความสงสัย
กรองทองส่ายหน้าซื่อๆ “กรองไม่รู้จ้ะ”
กรองทองก้มหน้างุดเดินกลับบ้านไป สุนทรยิ่งสงสัยอนุภัทรมากขึ้น

เช้าวันใหม่ แพรพลอยในชุดออกกำลังกายวิ่งมาตามถนนหน้าบ้าน พยายามสอดส่ายสายตาสำรวจบริเวณต่างๆ ไปด้วย
แพรพลอยวิ่งมาถึงหน้าบ้าน กำลังจะเข้าไป แต่เห็นรถจอดอยู่หน้ารั้ว ไม่ยอมเข้าไป เลยมองอย่างสงสัย แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ รถ ฝั่งคนขับ
บุญเกิดเปิดกระจกลงมา แพรพลอยเลยมองเข้าไปเห็นเรณู จึงรีบยกมือไหว้
แพรพลอยถามบุญเกิด “รถเป็นอะไรจ๊ะ”
“เปล่าครับ แต่สงสัยรีโมทเปิดประตูจะเสีย” บุญเกิดหันไปบอกเรณู “คุณผู้หญิงรอซักครู่นะครับ”
บุญเกิดรีบลงจากรถมาเลื่อนประตูรั้วออก แพรพลอยตามไปช่วย
“ฉันช่วยนะ”
เรณูมองดูแพรพลอยที่ช่วยบุญเกิดเลื่อนประตูรั้ว เอ็นดูนิดๆ ที่เห็นแพรพลอยมีน้ำใจ บุญเกิดเลื่อนรั้วเสร็จก็รีบวิ่งกลับมาขึ้นรถ แพรพลอยยืนรอให้รถไปก่อน
“หนูคนนี้ก็มีน้ำใจดีนะ ชื่ออะไรนะบุญเกิด”
“คุณแพรพลอยครับ”
เรณูพยักหน้ายิ้มๆ แล้วรอจนรถเลื่อนผ่านแพรพลอย จึงเปิดกระจก
“ขอบใจนะจ๊ะหนู”
แพรพลอยยิ้มให้ แล้วมองรถวิ่งผ่านไป เก็บข้อมูลได้อีกอย่างว่าเรณูเป็นมิตรกับตนเอง
สุนทรเป็นคนขับรถของบ้านอำพล แต่มักจะติดตามอำพลเป็นหลัก ดังนั้นบางครั้งจะเห็นบุญเกิดมาขับรถให้เรณูหรือคนอื่นๆ นั่ง

แพรพลอยเปลี่ยนเป็นชุดทะมัดทะแมงสำหรับเล่นโยคะ โดยถอดแจ็คเก็ตกับกางเกงวอร์มออก หอบเสื่อโยคะเดินมาที่ริมสระว่ายน้ำ แล้วค่อยๆ ปูลง สูดอากาศสดชื่นรอบตัว

อิศร์ตื่นขึ้นบิดขี้เกียจ แล้วลุกจากเตียง มองไปที่ระเบียง เห็นแสงสว่าง เลยจะเดินออกไปสูดอากาศ แต่เปิดไม่ออก เพราะแพรพลอยล็อคไว้ อิศร์ชะงักนิดหนึ่ง แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์กับตัวเองก่อนจะเดินกลับมาเปิดลิ้นชัก
“คิดเหรอว่าเราจะมีกุญแจแค่ดอกเดียว”
อิศร์หยิบกุญแจเดินไปไขระเบียง แล้วชะงัก มองออกไปเห็นแพรพลอยพอดี

แพรพลอยหันหลังเล่นโยคะท่าสวยๆ เท่ๆ ดูแข็งแรง เปลี่ยนไปท่าไปเรื่อยๆ ไม่เห็นว่าไอริณเดินออกมายืนมอง โดยมีเบญถือผ้าเช็ดตัวกับครีมกันแดดตามหลัง
ไอริณมองแพรพลอยที่เล่นโยคะ ท่าทางชิลๆ อย่างหมั่นไส้ เลยแกล้งเรียกเสียงดัง
“เบญ! เอาของฉันไปวางที่เก้าอี้ แล้วก็เก็บอะไรที่ไม่จำเป็นไปทิ้งให้หมด”
แพรพลอยได้ยินเสียง เลยหยุดชะงัก หันมามอง
“ที่นี่เป็นสระว่ายน้ำของเจ้านาย พวกคนงานในบ้านไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย”
เบญเดินตัวลีบเอาของไอริณมาพาดที่เก้าอี้ริมสระ แล้วฝืนยิ้มให้แพรพลอยอย่างเกรงใจ
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทราบ”
แพรพลอยก้มหน้าลงม้วนเสื่อโยคะ เก็บแก้วน้ำกับผ้าเช็ดตัว แล้วเตรียมจะเดินออก ไอริณก็แกล้งยื่นขาไปขัด แพรพลอยสะดุดถลาไป แต่จับบันไดขอบสระได้ทัน
ไอริณยิ้มเยาะจะเดินไป แต่แพรพลอยคว้าแขนไว้
“นี่แกจะทำอะไร”
แพรพลอยเริ่มไม่พอใจ “คุณแกล้งฉัน”
ไอริณมองแพรพลอยที่จับแขนตัวเอง แล้วยิ้มร้าย “แกล้งเหรอ ถ้าแกล้งจริงมันต้องอย่างนี้”
ไอริณสะบัดแขนข้างที่แพรพลอยจับ ตั้งใจจะเหวี่ยงแพรพลอยตกน้ำ แต่แพรพลอยพลิกตัวจับไอริณเหวี่ยงออกไปแทน ไอริณถลาไปที่สระแล้วตกน้ำตูม
ไอริณวี๊ดลั่น “แก นังบ้า! แกแกล้งผลักฉัน”
“ฉันไม่ได้แกล้ง แต่ฉันผลักจริง”
“อีบ้า คอยดูนะฉันจะฟ้องพ่อ แกเตรียมเก็บเสื้อผ้าออกไปจากบ้านนี้ได้เลย”
แพรพลอยเหยียดยิ้ม “คุณจะไปฟ้องว่าอะไร ฟ้องว่าแกล้งผลักฉันตกน้ำไม่เสร็จ ตัวเองก็เลยหล่นลงสระเองงั้นเหรอ”
ไอริณมองแพรพลอยอย่างแค้นจัด รีบปีนขึ้นมา แล้วตรงเข้ามาหา เงื้อมือจะตบ
“อย่านะ! คุณตบฉันไปแล้วสองครั้ง ถ้าฉันโดนครั้งที่สาม ฉันก็จะตบคุณสามครั้งซ้อนเหมือนกัน”
ไอริณชะงักมอง หน้าเสีย กลัวจริง
“พี่อิศร์จะต้องรู้เรื่องความอวดดีของแก”
เสียงอิศร์ดังขึ้น “พี่รู้แล้ว”
ไอริณกับแพรพลอยหันไป เห็นอิศร์เดินมา ไอริณชิงฟ้องก่อนทันที
“พี่อิศร์ พี่ต้องจัดการมันให้ริณนะคะ มันผลักริณตกน้ำแล้วยังจองหองกับริณด้วย”
แพรพลอยรำคาญจนขี้เกียจอธิบาย แต่ก็มองหน้าอิศร์เหมือนอยากรู้ว่าอิศร์จะว่าไง

“พี่จะลงโทษเขาแน่”

อ่านต่อตอนที่ 4
บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 1
บอดี้การ์ดสาว ตอนที่ 1
ตอนกลางวันของวันนี้ ณ บริเวณรันเวย์สนามบินดอนเมือง แลเห็นเครื่องบินหลายลำเคลื่อนตัวสวนกันไปมาเช่นทุกวัน บางลำทะยานบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ขณะที่บางลำร่อนเครื่องบินลงแลนดิ้งอย่างเรียบร้อย ในเวลาเดียวกันนั้น บรรยากาศภายในหอควบคุมการบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมสัญญาณการขึ้นลงของเครื่องบิน ต่างประจำตำแหน่งของตนด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง ที่หน้าจอเรดาร์ในห้อง มีเครื่องบินลำหนึ่งปรากฏขึ้นมา เจ้าหน้าที่สื่อสารผ่านวิทยุแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ภายในอาคารสนามบินผู้โดยสารขาเข้า กริยาอาการและน้ำเสียงพวกเขา ดูออกว่ามันเป็นเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษ ของผู้โดยสารคนพิเศษ! เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ประจำอยู่ในบริเวณใกล้รันเวย์ สื่อสารกันเป็นทอดๆ แล้วแยกย้ายกันไป เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต้อนรับเจ้าหญิงพระองค์หนึ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...