xs
xsm
sm
md
lg

เรือนกาหลง ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เรือนกาหลง ตอนที่ 11

ไม้เร่งเร้าสัปเหร่อขาว

“พ่อพูดออกมาเลย”
สัปเหร่อขาวมองไม้แล้วหันไปบอกทุกคน
“มันคือ...”
ไม้ลุ้นอยากฟัง ชาวบ้านอยากรู้ ยายมาและตาสรลุ้นมาก สัปเหร่อขาวโพล่งออกมา
“ผี”
ทุกคนผิดหวัง
“เฮ้ย...รู้แล้ว”
“อยากรู้ว่าผีตนไหน” เฟื้องโวย
“ข้าจำไม่ได้ มันหน้าเละข้าจะรู้ได้ไง”
จันมองหน้า
“แล้วทำไมเอ็งไม่ถามชื่อมัน”
“บ๊ะ...เป็นเอ็งกล้าถามชื่อว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครรึ”
จันส่ายหน้า
“แค่เห็นด้านหลัง ก็ขาแล่นนำหนีไปกลางทุ่งแล้ว”
ช่วงและโชติไม่พอใจที่สัปเหร่อขาวไม่ยอมบอกว่าเป็นผีกาหลง คิดว่าสัปเหร่อขาวปิดบัง โชติจ้องหน้า
“หรือว่าสัปเหร่อจำได้ แต่คิดปกป้องลูกสะใภ้”
สัปเหร่อขาวไม่พอใจ
“เอ้าพ่อโชติ พูดอย่างนี้ก็ไม่เข้าหูนา ข้ามาช่วยพูดแก้ต่างก็ถือเป็นหนี้บุญคุณกัน ยังมีน้ำหน้ามาด่าข้า”
เฟื้องตัดบท
“พอการเถอะ เอาเป็นว่ามีผี แต่จะเป็นตัวตนไหน ใครว่างก็ไปดักรอถามมันเองแล้วกัน”
ยายมากับตาสรพูดพร้อมกัน
“มันจะดีรึ”
ชาวบ้านสะดุ้งกลัว ไม่อยากเจอผี ไม้หันไปบอกช่วง
“หน้าที่ของผู้ใหญ่คือหาตัวการฆ่าหมอผี จะเป็นผีหรือคนก็สุดแล้วแต่จะจัดการ แต่เลิกกล่าวหาเมียฉัน”
ช่วงและโชติเจ็บใจที่ไม่สามารถยืนยันเรื่องกาหลงได้ ทั้งสองเดินออกไป เพชรหันมาถามทุกคน
“จะทำยังไงกับศพนี้ล่ะ”
ทุกคนหันขวับไปหาสัปเหร่อขาวทันที สัปเหร่อขาวท่าทางเหนื่อยๆ
“ข้าเพิ่งเดินทางมาถึง ให้ข้าพักข้าเหนื่อย”
ทุกคนพูดพร้อมเพียง
“ไม่ได้”
เฟื้องยิ้มเย้ย
“มันเป็นหน้าที่ของสัปเหร่อ”
เฟื้องยิ้มเย้ยที่สัปเหร่อขาวต้องทำศพ เดินผิวปากออกไป สัปเหร่อขาวตะโกนเรียก
“เอ็งกลับมานี่เลยยังไม่ได้ชำระคดีชู้”
จันหันมองขวับไม่พอใจที่สัปเหร่อขาวพูดเรื่องนั้นอีก สัปเหร่อขาวหุบปากทันที มองศพด้วยความเซ็ง ไม้และชาวบ้านต่างทยอยกันแยกวง
“กลับกันเสียละ ไม่มีมวยสักยก มันน่าเสียดายนะแม่จัน”
ตาสรผิดหวังที่ไม่มีเรื่องมีราว หันไปยิ้มหวานให้จัน ยายมาดึงหูตาสรเดินออกไป
“เอ็งจะเป็นชู้กับนางวันทองรึ”
จันไม่พอใจเงื้อมือจะตบ สัปเหร่อขาวลากมือจันเดินออกไป
“ไปช่วยข้าเตรียมของจัดการศพมัน แล้วก็ไปสะสางคดีชู้รักสองชาย”
สัปเหร่อขาวลากจันเดินออกไป เพชรเดินเข้าไปดูศพเห็นรอยบีบที่คอพูดกับตัวเอง
“แรงบีบเกินคน”
ชบาเห็นท่าทีของเพชรก็แปลกใจ สงสัยในพฤติกรรมของเขา

เพชรเอากำมะถัน ดิวประสิวและแร่ธาตุ มาวางขายในตลาด ชบาเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
“เอ็งเป็นใคร”
“เห็นกันมานานโขยังไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร เห็นท่าต้องแก้ผ้าให้ดูรู้ชัดเสียแล้วมัง ว่าเป็นชายรึหญิง”
เพชรทำทีจะถอดเสื้อผ้า ชบาเข้าไปทุบตี
“อย่าทะลึ่งกับข้า...คำพูดคำจาความคิดเกินตัวยังกะเป็นตำรวจ”
ชบาเพ่งมองจับผิด เพชรยิ้ม...
“น้ำหน้าอย่างข้ารึจะเป็นตำรวจ”
“นั่นแหละที่ข้าคลางแคลงใจ หากแม้นเป็นโจรจะไม่ติดใจ”
“ข้าล่องเรือไปทั่วทุกหย่อมย่าน ก็เห็นพวกตำรวจเขาพูดเขาคิดมันก็ติดมาบ้างล่ะ”
“แล้วเอ็งมาจากบ้านไหนกันแน่ มื้อก่อนบอกกาเหว่าว่ามาจากจันทบูร มื้อหลังข้าได้ยินเขาพูดว่าเอ็งมาจากลพบุรี เอ็งโกหกปิดบังข้า”
“พ่อค้าเร่ก็เร่ไปเสียทั่ว อย่าไปสนใจเลยว่าข้ามาจากไหน ขอให้รู้ว่าข้าจะอยู่ที่นี่ แล้วอยู่กับเอ็งจนวันตาย”
เพชรพูดไป พร้อมจับมือเนียนๆ ชบาเผลอยิ้มเคลิ้ม เพชรเอามือชบาจะมาหอม ชบาได้สติ กำหมัดต่อยแล้วเดินหนีออกไป
“กลับมาก่อนสิ...มาช่วยขายของ เป็นนางกวักกวักให้ข้า”
เพชรตะโกนพูดไล่หลัง ชบาเดินออกไปลับตา เพชรยิ้มที่ชบายังไม่รู้ความลับ
“ข้าไม่อยากปิดบังเอ็งหรอก รอให้ถึงเวลาเสียก่อน ข้าจะบอกความลับ ความรักหมดใจ”
เพชรพูดกับตัวเองก็เขินอาย

ยายมาและตาสรเดินมาบริเวณบึงบัว ยายมาถามตาสร
“คนหรือผี”
ตาสรหันมามองหน้ายายมา พินิจจารณา
“น่าจะคน”
“ไม่ได้หมายถึงข้า...ข้าหมายถึงไอ้ตัวที่เขาพูดกัน”
“ไม่รู้ พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ อย่าเชื่อในคำเขาพูด สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”
ยายมาเสริม
“สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ”
ตาสรนึกได้โกรธยายมา
“เมื่อคืนเอ็งไปคลำไอ้ขาวใช่ไหม”
“เอ็งยังไม่เลิกบ้าจี้ตามมัน...มันเรียกชื่อข้าเพราะข้าให้ช่วย ไม่ได้หมายว่ามานอนกับข้า”
“ข้าปวดท้องออกไปนั่งทุ่งตอนดึก เอ็งไม่อยู่เรือน เอ็งนัดหมายไปฟาดกันหลังดงตาลใช่ไหม”
“ข้าออกไปงมกุ้ง”
“งมกุ้งหรืองมปลาช่อน”
“แก่จะลงโลงยังคิดอกุศล”
ยายมาผลัก ตาสรเซไปชนป้ายบอกชื่อหมู่บ้าน ตาสรมองป้ายแล้วดีดตัววิ่งเข้ามาหายายมา พูดเสียงสั่น
“ช่วยข้าด้วย”
ยายมามองไปที่ป้าย
“บ้านบัวผี”
แม่กลอยเดินตรงเข้ามาถามเสียงดัง
“พวกเอ็งทำอะไรกัน”
ยายมาและตาสรสะดุ้งกอดกันกลม คิดว่าผีหลอก
“ผี!”

จันนั่งนับเงินที่สัปเหร่อขาวเอาผ้ายันต์กันผีไปขาย อยู่บนเรือน
“ได้เงินมาอักโข ข้าไม่อยากเชื่อว่าผ้าห่อศพมันจะกันผีได้จริง”
“มันกันผีไม่ได้”
“เอ้า...แล้วไหงถึงขายได้หมดเกลี้ยง”
“มันคงไม่เป็นอื่นไปได้ ก็คนมันกลัวผี ยิ่งกลัวมากก็ขายได้มากแล้วน่าขันไอ้พวกกลัว มันไม่เคยเจอผี” สัปเหร่อขาวนิ่งลงเพราะนึกถึงกาหลง “ส่วนไอ้ที่ไม่เคยกลัว เต็มตา”
จันสงสัย
“พูดยังกะแกเจอผี”
“ข้าบอกแล้วว่าเห็น”
“แล้วทำไมมันถึงไม่หักคอเอ็ง”
“มันคงเกรงใจ คนบ้านเดียวกัน”
จันอยากรู้
“ผีนังจำปา”
สัปเหร่อขาวส่ายหน้า
“ผีไอ้ปอง”
สัปเหร่อขาวส่ายหน้า
“ผีห่า ผีโหง ผีพราย ผีปอป...” จันพูดเป็นชุด
สัปเหร่อขาวสวนขึ้น
“หยุดเดาเสีย คนกันเองจะริมาฆ่ากันได้ยังไง”
“คนกันเอง...เอ็งหมายถึงใคร”

ริมบึงบัว...แม่กลอยซักความจริงจากยายมาและตาสร
“พวกเอ็งเหน็บอะไรลูกสาวข้าลับหลัง”
“ข้าไม่ได้เหน็บ ก็พูดไปตามเห็น พ่อช่วงกับพ่อโชติบอกว่ากาหลงเป็นผี” ยายมาเถียง
ตาสรเสริม
“แต่พวกฉันไม่เชื่อเสียล่ะ จริงมั้ยยายมา”
“ใช่...มื้อก่อนบุกเรือนเผากาหลง กาหลงก็ไม่ได้กลายร่าง”
ตาสรพูดต่อ
“ดำน้ำงมศพ...ก็ไม่เจอซากผี”
ยายมายังคาใจ
“แต่มันติดตรงเมื่อคืนนี้นะสิ เขาว่ากาหลงฆ่าหมอผีตาย”
แม่กลอยตวาด
“ไม่จริง คนอย่างกาหลงมันไม่เคยข่มเหงใคร มันเป็นหญิงรึจะสู้แรงชายได้”
“พวกฉันไม่เชื่อแท้เทียว แต่มันติดตรงที่สัปเหร่อขาวแม่นใจว่าเห็นผี” ตาสรบอก
แม่กลอยไม่พอใจ
“พวกเอ็งก็เลยยังทึกทักว่าลูกสาวข้าเป็นผี”
ตาสรหน้าตื่น
“ไม่จ้ะ ไม่คิดแล้ว”
แม่กลอยชี้หน้าเอาเรื่อง
“อย่าให้ข้าได้ยินใครเหน็บแนมว่าร้ายลูกสาวข้าอีก ไม่งั้นข้าจะตบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม”
ยายมาและตาสรสะดุ้งกลัวโดนตบ แม่กลอยเดินออกไป

จันซักถามสัปเหร่อขาวอย่งคาใจ
“เอ็งบอกข้ามา...ผีตนนั้นมันเป็นใคร”
“ข้าบอกไป เอ็งอย่าตบ อย่าตีข้า”
“เออ...”
“ข้าเห็น...กาหลง”
จันตกใจ
“กาหลง”
“ใช่...กาหลงเป็นผี”
จันอึ้งตกใจกลัว เหมือนจะเชื่อ แล้วแต่ตบปากผัวทันที
“โอ๊ย ไหนเอ็งบอกว่าไม่ตบตีข้า”
“เอ็งติดเชื้อชั่วพวกมันรึไง ถึงได้ใส่ร้ายลูกสะใภ้ตัวเอง”
“ข้าเห็นกับตาสองลูกกะตานี่”
จันเอานิ้วจิ้มตา สัปเหร่อขาวตกใจ
“เฮ้ย”
“มันน่าจิ้มให้ตาบอดนัก...เอ็งตาฝาด แก่แล้วตาฝ้าฟาง สาบานให้ตายโหงข้าก็ไม่เชื่อว่ากาหลงเป็นผี พวกข้าพิสูจน์กันมาหมดแล้ว”
“แล้วสิ่งที่ข้าเห็นมันเป็นอะไร”
“เป็นบ้าสิวะ สายตาไม่ดีมโนไปโน่นนี่นั่น”
“แต่...” สัปเหร่อขาวจะเถียง จันสวนกลับ
“หยุดพูด”
“ข้าว่า...”
จันตวาด
“หยุดคิด”
สัปเหร่อขาวอ้าปากจะพูด จันสวนขึ้น
“หยุดเถียงเมีย อ้าปากพูดคำเดียว คืนนี้นอนในป่าช้า”
สัปเหร่อขาวกลัวเมีย
“จ้ะเมียจ๋า ไม่คิดไม่พูดไม่เถียง ผัวไปทำมาหากิน แข้งขาหัวเข่ามันแข็ง เส้นตึงไปหมด เมียช่วยนวดเคล้าคลึงให้ผัวนะจ๊ะเมียจ๋า”

สัปเหร่อขาวเข้าไปโอบกอดจันแล้วดันตัวเข้าไปในเรือน

แม่กลอยนั่งตำหมากอยู่บนเรือน คิดถึงเรื่องที่ชาวบ้านพูดถึงกาหลง
“หัวคุ้งท้ายคุ้งมันพูดกันทั่ว...ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้ รึว่ากาหลงจะเป็น”
กาหลงเดินเข้ามาหา
“แม่จ๋า”
แม่กลอยสะดุ้งโยนสากตำหมากเลอะเทอะ
“ว้าย...นังกาหลง”
“แม่เป็นอะไร ใจลอยคิดถึงใครกัน เอ...หรือไม่วายคิดถึงฉัน”
“ข้าก็พร่ำคิดไปเรื่อย ตามประสาแม่แก่ๆที่ลูกไม่ดูแล...ทิ้งขว้าง”
“ใครบอกล่ะฉันไม่รักไม่ห่วงแม่ ฉันแวะไปหาซื้อน้ำมันมะกอก จะมานวดผมให้แม่งามขึ้นเงา”
แม่กลอยดีใจ
“จริงเหรอวะ”
“แม่ไปผลัดผ้าเถอะ นวดตรงนี้ล่ะ ร่มแดด”
แม่กลอยคิดอะไรบางอย่าง เพื่ออยากพิสูจน์ความจริง
“ลงไปนวดที่ลานหน้าเรือนโน่น นวดตรงนี้ น้ำมันเลอะเปรอะพื้นลื่นหัวทิ่มหัวตำ”
“จ้ะ”

ลานหน้าเรือน แม่กลอยถือแท่นไม้สำหรับนั่ง เงยหน้ามองเห็นพระอาทิตย์ แล้ววางลงตรงลานหน้าเรือน ก้มมองเห็นเงาของตัวเอง จึงนั่งลง กาหลงถือถ้วยใส่น้ำมันมะกอก เดินตามมาก็แปลกใจ
“แม่จะนั่งตรงนี้เหรอจ๊ะ แดดร้อนเอาการ ไปนั่งหลบแดดทางโน้นดีกว่าจ้ะ”
“ตรงนี้ล่ะ ข้านั่งแล้วขี้เกียจลุก ลมพัดโกรกเย็นสบาย น้ำมันจะได้เปรอะลงพื้นดิน เอ้า...จะทำก็เร่งทำเข้า”
“จ้ะ” กาหลงเอาของวาง เตรียมชโลมน้ำมัน “แม่หลับตาสิจ๊ะ ประเดี๋ยวน้ำมันจะไหลเข้าตา”
แม่กลอยจึงหลับตา กาหลงเอาน้ำมันมะกอก ชโลมผมให้แม่ แล้วลงมือนวดผม แม่กลอยหลับตาแล้วค่อยๆลืมตามองที่พื้นเพื่อจะมองหาเงาของกาหลง แม่กลอยใจคอไม่ดีนักค่อยๆหันไปมองด้านหนึ่งแล้วมองไล่ไปตามพื้น มองไม่เห็นเงาของกาหลง แม่กลอยตกใจ สะดุ้งลุกขึ้นทันที กาหลงตกใจ
“แม่เป็นอะไรจ๊ะ”
“เอ็งไม่มีเงาตัวเงาหัว” มากลอยชี้ไปที่พื้น
“แม่พูดอะไรกัน แม่ดูดีๆสิจ๊ะ”
แม่กลอยหันไปมอง จึงเห็นว่ากาหลงมีเงาแต่เงาพาดไปอีกด้านหนึ่งซึ่งไม่ใช่ด้านที่แม่กลอยมองตอนแรก แม่กลอยค่อยใจชื้นโล่งใจ
“พอแค่นี้ล่ะ น้ำมันมันเหนียวหัว...ข้าจะไปล้างผม”
แม่กลอยจะเดินออกไป กาหลงรู้ว่าแม่คิดอะไรจึงพูดออกมา
“แม่จงใจให้ฉันนวดตรงลาน แม่จะได้มองหาเงาฉัน”
แม่กลอยอึ้ง กาหลงน้ำตาไหล
“แม่คงไม่คิดว่าฉันเป็นอย่างคำชาวบ้านพูดกัน ใช่ไหมจ๊ะ”
แม่กลอยพูดไม่ออก
“คนอื่นจะว่าฉันเป็นยังไง ฉันไม่เคยสนใจ แต่หากแม่คิด...ไม่เชื่อใจฉัน ฉันคงเสียใจหนัก”
“ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจเอ็ง ข้าก็แค่อยากดูให้รู้เห็นว่าเอ็งไม่ได้เป็นอย่างที่พวกมันพูด ข้าจะคิดเป็นอื่นได้ยังไง เอ็งเป็นลูกข้า จะดีจะร้ายจะเป็นจะตายเอ็งมันก็ลูกข้า”
แม่กลอยพูดออกไปด้วยใจ กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา เข้ามาคุกเข่าจับขาแม่
“ฉันจำคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ก่อนออกเรือนได้ดี ฉันจะดูแลให้แม่กับน้องรับสบาย ฉันจะไม่ลืมคำจ้ะแม่”
แม่กลอยฟังก็ซึ้งใจแต่ก็ใจแข็ง ไม่อยากแสดงความอ่อนโยนต่อหน้า

ช่วงและโชติเดินตรงมายังเรือน แม่น้อยเข้าไปหาทันที โดยที่พวกอบเชย เผื่อน งาม และพวกสิง มั่น ขาบอยู่ด้านหลัง
“พี่ช่วงกลับมาแล้ว พี่กับลูกหายไปไหนมาทั้งคืนทั้งวัน ฉันคับใจเป็นห่วง กำลังสั่งให้พวกไอ้สิงออกไปตาม”
ช่วงบอกสิง
“เอ็งไปเอาสายสิญจน์หน้าหิ้งพระ มาล้อมให้รอบเรือน”
“จ้ะ”
มั่นและขาบตกใจ รู้ว่าเป็นเรื่องไม่ดี แม่น้อยสงสัย
“พี่...เกิดอะไรขึ้น”
ช่วงไม่ตอบเดินเข้าไปในเรือน แม่น้อยจึงตามไป อบเชยเข้าไปถามโชติ
“พี่โชติหมอผีจับนังกาหลงถ่วงน้ำได้ไหม”
“หมอผีมันตายคาทุ่งแล้ว”
อบเชยตกใจเมื่อรู้ว่าหมอผีทำไม่สำเร็จ โชติเดินหนีไปที่ห้อง อบเชยจึงตามไป มั่นเริ่มกลัว หันไปบอกสิง
“เอ้า...มายืนทำตาปรอย ไปทำตามที่พ่อช่วงสั่งสิวะ ประเดี๋ยวผีก็ขึ้นเรือนมาแหกอกควักหัวใจหรอก”
สิงและขาบ มั่นรีบเดินออกไปเอาสายสิณจน์ เผื่อนและงามตกใจกลัว
“เอาสายสิณจน์มาล้อมเรือน...มันต้องมีผี” งามหวาดกลัว
เผื่อนชี้หน้างาม
“ก็เอ็งไง นังหน้าผี”
งามฉุนกึก
“เอ้า...ปากวอนโดนตบเสียแล้ว อย่างข้าเรียกหน้าผี อย่างเอ็งคง ต้องเรียกหน้าหนอนผี”
เผื่อนโกรธ
“นังงาม”
เผื่อนจะตบงาม แต่งามกลัวผีขึ้นเรือน รีบวิ่งหนีไป เผื่อนก็กลัวผีวิ่งตามไป

แม่กลอยบอกกาหลง
“เช็ดน้ำหูน้ำตา แล้วกลับเรือนไปดูแลผัวเอ็งได้แล้ว ข้าจะไปอาบน้ำล้างหัว”
“จ้ะแม่”
แม่กลอยเดินขึ้นเรือนไป กาหลงมองตามแล้วเดินออกไป แม่กลอยเดินขึ้นไปบนเรือนหันไปเห็นกล้วยวางอยู่หยิบขึ้นมาแล้วหันไปบอกกาหลง เพราะคิดว่ากาหลงยังไม่ได้เดินออกจากเรือน
“เอ็งเอากล้วยไปปันให้ผัวเอ็งกิน”
แม่กลอยหันไป แปลกใจที่ไม่เจอกาหลงแล้ว
“มันแล่นไปเร็วถึงเพียงนี้เหรอ”
แม่กลอยแปลกใจ วางกล้วยแล้วเดินลงจากเรือนมาข้างล่างยืนที่ลานดินหน้าเรือนมองไปเห็นรอยเท้าที่เปียกน้ำก็แปลกใจ
“รอยเท้าใคร”
แม่กลอยเดินตามรอยเท้าไปสี่ห้าก้าว กาเหว่าซึ่งตัวเปียกน้ำกระโดดเข้ามาขวาง
“ตุ๊กแก”
แม่กลอยตกใจ
“ไอ้กาเหว่า เล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลา ข้าตกใจนอนดิ้นตาย เอ็งจะทำยังไง”
กาเหว่ายิ้มตอบ
“ฉันก็เอาแม่ไปเผาสิจ๊ะ”
แม่กลอยเขกหัว
“ปากเอ็งรึนี่ ไป๊...ตัวเปียกมอมแมมไปผลัดผ้า”

แม่กลอยดึงแขนกาเหว่ากลับไปที่เรือน รอยเท้าของกาหลงที่เดินออกไปใหญ่กว่าของกาเหว่า

เรือนช่วงยามค่ำคืน มีสายสิณจน์ล้อมรอบเรือน โชตินั่งไหว้พระอยู่ในห้อง อบเชยเดินตรงเข้ามาโวยวาย
“พี่โชติ ไหว้พระสวดมนต์มันช่วยอะไรไม่ได้เป็นแท้”
โชติไม่สนใจ นั่งสวดมนต์ต่อไป อบเชยไม่พอใจเข้าไปผลัก
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง”
“หยุดนะเอ็ง มันจะหนักเกินไปแล้ว”
“ผีกาหลงเล่นงานพี่ พี่ยังจะมาหลบกบดานทำตาขาวขี้ขลาด”
“เอ็งสติเพี้ยนไปแล้ว ถ้ามันเป็นคน ข้าไม่ปล่อยให้มันอยู่ตำตาอย่างนี้ แต่มันเป็นผี”
“ผีแล้วไง...พี่มีมือมีตีนพี่ก็ออกไปสู้” อบเชยหยิบดาบที่วางอยู่ “พี่อยากทำให้พ่อปลื้มใจในตัวพี่...จับดาบไปฆ่ามัน หากพี่ไม่ออกไป พี่มันขี้ขลาด”
“เออ ข้าขี้ขลาด...เอ็งกล้านักก็ออกไปสู้รบกับมัน”
โชติย้อนกลับทำให้อบเชยไม่พอใจ...โยนดาบทิ้งลงพื้น
“ฉันเกลียดมัน ไม่มีใครทำอะไรมันได้ ชาวบ้านก็ไม่เชื่อพวกเรา แล้วเราต้องมุดหัวอยู่อย่างนี้ไปจนตายรึไง”
“พ่อโดนมันเล่นงานเกือบถึงตาย พ่อไม่ปล่อยให้มันเป็นหอกข้างแคร่ ยังไงพ่อก็ต้องหาทางปราบมัน”
“ชีวิตพวกเราลำบากก็เพราะนังกาหลง นังผี...ข้าไม่ยอมให้เอ็งอยู่เป็นสุข”
อบเชยประกาศตามราวีกาหลงตลอดไป โชติเองก็คิดกำจัด แต่ยังไม่รู้จะทำยังไง

เช้าวันใหม่...ชาวบ้านออกทำงานตามวิถี ไม้กำลังยกยอดีใจที่ได้ปลา กาหลงเดินเข้ามา ไม้หันไปบอก
“กาหลง...ดูสิ พี่ได้ปลามามากเลย”
ไม้จับปลาเอาไปใส่ในข้องแล้วยกข้องปลาให้ดู กาหลงมองปลาที่ดิ้นอยู่ในข้อง
“กาหลงจะแกงอะไรให้พี่กินจ๊ะ ได้มากโขพอทำตากแห้งปันให้แม่กลอยด้วย”
กาหลงยิ้มให้ แล้วถือข้องเดินลงไปริมน้ำ ปล่อยปลาในข้องออกหมด ไม้แปลกใจ
“กาหลง”
กาหลงปล่อยปลาในข้อง แล้วหันมา
“ฉันไม่อยากให้พี่ทำบาป ฉันขอนะจ๊ะพี่ ต่อแต่นี้อย่าฆ่าสัตว์อีกเลย พี่เองก็เคยห้ามไม่ให้ฉันทำบาปไม่ใช่เหรอ”
กาหลงหันไปมองปลาในคลอง
“ปลาพวกนี้มันก็รักชีวิต มีคนที่มันรัก ฉันไม่อยากพรากชีวิตใคร ไม่งั้นบาปจะตกมาถึงฉันและพี่”
“กาหลงขอ...มีหรือที่พี่จะให้ไม่ได้”
ไม้โอบกอดกาหลงด้วยความรัก ยืนอยู่ที่ริมคลอง พุดจีบยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งเห็นความรักของทั้งสองก็สะเทือนใจ ใจหนึ่งรักไม้ แต่อีกใจก็สงสารที่ไม้ต้องใช้ชีวิตกับผี เพชรเดินเข้ามายืนข้างๆ
“พี่จะยอมให้พี่ไม้ใช้ชีวิตอย่างนี้เหรอ”
เพชรย้อนถามพุดจีบ เพราะไม่เห็นด้วยที่พุดจีบปิดบังเรื่องกาหลง พุดจีบพูดไม่ออกเดินหนีไป เพชรรีบตามไป ไม้โอบกอดหอมแก้ม กาหลงหอมแก้มตอบ

พุดจีบเดินหนี เพชรเดินตามตะโกน
“พี่พุดจีบเลิกกลั้นใจหนีความจริงเถอะ”
พุดจีบหันกลับมาตอบ
“พี่ไม่ได้หนี พี่ยอมรับความจริงต่างหาก”
“แล้วพี่ยอมรับได้หรือที่พี่กาหลงฆ่าหมอผี”
“เอ็งเอาความอะไรมาตบแต่ง ไหนเอ็งบอกทุกคนว่าหมอผีตายด้วยคมดาบคน”
“ฉันพูดอย่างนั้นจริง แต่พี่ลองตรองดู มีหรือที่ผู้ใหญ่ช่วงกับโชติจะจ้างหมอผีมาแล้วฆ่าเสีย มันคงเป็นมนต์ลวงของพี่กาหลง พี่กาหลงนั่นแหล่ะฆ่าหมอผี”
พุดจีบคิดตาม เพชรเดินเข้ามาหว่านล้อม
“ฉันรับแต่โดยดีและซึ้งใจที่พี่กาหลงอยู่ข้างฉัน เห็นงามให้ฉันได้ดองกับชบา แต่ความรักของฉันกับความตายของชาวบ้าน มันคนละเรื่องกัน”
พุดจีบคิดตามที่เขาพูด เพชรหันไปมองที่มุมหนึ่ง
“ฉันยอมให้พี่ไม้ใช้ชีวิตกับผีไม่ได้”
พุดจีบมองไปตามสายตาของเพชร เห็นไม้ขี่ควายพากาหลงกลับไปเรือน ไม้ประคองกอดกาหลงด้วยความรัก
“ฉันเองก็เป็นชาย ฉันเดาความรู้สึกพี่ไม้ได้ดีนัก ในกาลข้างหน้าที่พี่ไม้แจ้งความจริง พี่ไม้จะรู้สึกขั้นไหน ที่เคยร่วมอยู่กินกับผี นอนกับผี”
พุดจีบขัดขึ้น
“หยุดพูดได้แล้ว กาหลงเป็นคนไม่ใช่ผี”
“พี่พุดจีบ...ฉันรู้ว่าพี่รักพี่กาหลงมาก แต่พี่ต้องย้อนคิด พี่กำลังช่วยเพื่อนหรือพี่กำลังหลอกตัวเอง”
พุดจีบอึ้ง
“เราควรจะบอกความจริงกับพี่ไม้เสียเถอะ”
พุดจีบมองไปยังไม้และกาหลง แล้วก็เดินหนีไป เพชรผิดหวังตะโกนไล่หลัง
“ถ้าพี่ไม่พูด ฉันจะหาช่องทางบอกพี่ไม้เอง”
เพชรเดินออกไปทันที พุดจีบจะเดินไปแล้วหยุดคิดตามคำของเพชร เธอมองไปยังไม้และกาหลงกังวลใจ ไม่อยากให้เพชรบอกไม้

ช่วงเดินเข้ามายืนมองสายสิญจน์ที่โยงล้อมเรือนไว้ โชติเดินเข้ามาบอก
“พ่อคิดการอะไรสักอย่างสิ ฉันไม่สู้เป็นเต่าหดหัวอยู่ในกระดองแบบนี้ไปจนแก่ตาย พ่อสั่งให้พวกไอ้สิงไปฆ่ามันให้ตายซะ”
ช่วงตบหน้าโชติ
“เอ็งมันเบาความคิดนัก ถึงได้เป็นแค่เบี้ยรองบ่อนคนอื่น ส่งพวกไอ้สิงไป มันก็โดนผีนังกาหลงฆ่าตาย”
“แล้วจะรอท่าอะไร...รอให้ให้ผีกาหลงมันมาเล่นงานพวกเราเช่นนั้นหรือ”
“ฝั่งมันก็ระวังตัว กลัวชาวบ้านจับได้ว่าเป็นผี มันเกรงไม่กล้าบุกมาถึงนี่หรอก รอให้ข้าหาหมอผีขมังเวทย์ได้เสียก่อน นังกาหลงมันสิ้นฤทธิ์แน่”
พวกสิงเดินเข้ามา
“พ่อผู้ใหญ่จะให้พวกฉันทำอะไร”
“พวกเอ็งไปกำจัดเสี้ยนหนามให้ข้า มันชักจะรู้มากไป”
โชติสงสัย
“พ่อหมายถึงใคร”
โชตินึกถึงเรื่องราวที่เพชรถกเถียงเรื่องการตายของหมอผี ว่าเป็นรอยดาบ ฝีมือคนตอนที่อยู่ในวัด
“แล้วผีตนนั้นก็คือนังกาหลง” โชติบอก
เพชรเถียงช่วงและโชติ
“จะใช่ได้ยังไงกัน รอยแผลที่กลางหลังเป็นทางยาว เห็นท่าจะเป็นพวกดาบยาวเสียมากกว่า”
ชาวบ้านเริ่มคิดตามที่เพชรพูด
“ตั้งแต่ฉันเกิดมาจำความได้ ฉันไม่เคยได้ยินผีตนไหนพกอาวุธถือดาบไล่ฟันคน ชะรอยว่าหมอผีต้องตายด้วยน้ำมือคน”
ชาวบ้านฮือฮาคิดตามที่เพชรพูด เฟื้องเห็นด้วย
“เห็นท่าจะจริงอย่างไอ้หนุ่มมันพูด”
จันเสริม

“นั่นสิ...ผีมันก็ต้องบีบคอ หักคอ ล้วงไส้ ล้วงตับตามวิสัยผี”

อ่านต่อเวลา 17.00น.

เรือนกาหลง ตอนที่ 11 (ต่อ)

โชตินึกรู้ว่าช่วงหมายถึงเพชร
“ไอ้เพชร”
ช่วงสั่งพวกสิง
“พวกเอ็งไปฆ่ามัน แล้วกรีดท้องควักตับไสไส้พุงมันออกมา”
พวกสิงแปลกใจและตกใจ ช่วงยิ้มพอใจ
“ใครก็ๆต้องคิดว่ามันโดนผีเล่นงาน แล้วมันจะมีผีตัวไหนในหมู่บ้าน นอกจากผีนังกาหลง”
โชติคิดได้
“พ่อจะโยนชั่วให้นังกาหลง”
โชติยิ้มพอใจที่ช่วงจะไปฆ่าเพชร แล้วโยนผิดให้กาหลง ช่วงสั่งพวกสิง
“พวกเอ็งไปได้แล้ว”
พวกสิงพยักหน้ารับ แล้วออกไป โชติยิ้มพอใจ

ไม้ดึงแผ่นกระดานที่บันไดเรือนออกมาเนื่องจากผุ เขาดึงแผ่นกระดานบันไดอีกสองสามแผ่นมองกระดานด้วยความแปลกใจ
“ทำไมแผ่นกระไดถึงได้ผุเร็วนัก”
ไม้ดึงแผ่นกระดานออกมา เพื่อตั้งใจจะทำขั้นบันไดใหม่ เพชรโผล่จากพุ่มไม้ข้างๆเรือน แล้วยิงลูกไม้ใส่หนังสติ๊กออกไป ลูกไม้มาโดนหลังไม้รู้สึกคันๆ แต่ไม่ได้ติดใจ ทำงานต่อ เพชรผิดหวังที่ไม้ไม่รู้สึกตัวจึงยิงลูกไม้ไปอีกคราวนี้โดนหัวไม้
“เฮ่ย...ใครเล่นพิเรนท์วะ พ่อจะต่อยให้หงายหลัง”
ไม้หันไปมองที่ด้านข้างเรือน เพชรโผล่ออกจากที่ซ่อนพูดเบาๆ
“ฉันเองจ๊ะพี่ไม้” เพชรกวักมือเรียก
ไม้ตะโกนถาม
“มีอะไรวะ ไปซุ่มอยู่ทำไม มีอะไรก็ออกมาคุยกัน”
เพชรมองไปที่เรือนกลัวกาหลงจะออกมา
“ฉันมีเรื่องหนักหนาจะคุยด้วย มานี่ก่อน”
ไม้ตะโกนตอบ
“เอ็งอยากคุยกับข้าก็มาหาข้าสิวะ ข้าจะซ่อมบันไดเรือน ควายต้องมาหาหนอง”
ไม้ยืนยันไม่ออกไป เพชรมองไปที่เรือนแล้วตัดสินใจ วิ่งย่องมาหา
“ควายมาแล้ว...หนองช่วยไปกับควายหน่อย”
“ไปไหนวะ”
เพชรไม่ตอบ รีบลากมือไม้ออกไปจากเรือนเพราะกลัวกาหลงจะมาเห็น

เพชรดึงไม้มามุมหนึ่งข้างเรือน ไม้สะบัดมือเพชรออก
“เอ็งมีอะไรวะ ทำลับๆล่อๆ”
เพชรชะเง้อมองไปที่เรือน
“พี่กาหลงอยู่บนเรือนไหม”
“ไม่อยู่”
“เฮ้อ...โล่งอก”
ทันใดนั้นเสียงกาหลงดังขึ้น
“ไม่อยากเจอพี่เหรอ”
เพชรหันขวับไปด้านหลัง เจอกาหลงถือกระจาดใส่ผักบุ้ง
“พี่กาหลง” เพชรสะดุ้งตกใจ
ไม้ตบหัวเพชร
“เอ้าไอ้นี่ เห็นหน้าเมียข้าสะดุ้งโหยงยังกะเห็นผี เมียข้าออกจะงามในสามโลก”
ไม้เข้าไปโอบกอดกาหลงหอมแก้ม กาหลงมอง เพชรยิ้มให้เพราะกลัวๆ
“ว่าไง เอ็งมาหาข้ามีเรื่องอะไร”
กาหลงมองนิ่ง เพชรอึกอัก
“คือว่าฉัน...”
“มีอะไรก็ว่ามา” กาหลงเร่ง
เพชรรีบตอบโดยไม่ทันคิด
“ฉันเอาดีเกลือมาฝากให้พวกพี่สระหัวจ้ะ”
กาหลงมองๆ
“แล้วไหนล่ะ ดีเกลือของเอ็ง”
เพชรมองมือที่ไม่มีของ นึกได้รีบแก้ตัว
“เอ้า...ลืมไว้ที่เรือซะนั่น ฉันกลับไปเอาก่อนนะจ๊ะ แล้วจะรีบกลับมา”
เพชรจะเดินออกไป ไม้ดึงตัวไว้
“ดีเกลือเอาไว้มื้อหน้า แล้วเอ็งมีเรื่องคับใจอะไร จะบอกข้า”
เพชรอ้ำอึ้ง กาหลงมองหน้า เพชรยิ่งใจเสีย
“ก็เรื่องดีเกลือนี่แหละจ้ะ สำคัญมาก หากพี่ไม่มีติดเรือนไว้หัวจะเป็นขี้เรื้อนได้ ฉันไปเอาดีเกลือก่อนนะจ๊ะ” เพชรรีบวิ่งออกไปเลย
ไม้นึกขำ
“ไอ้นี่...คิดจะเอาของมากฝากแต่ลืมติดมือ เห็นท่าจะติดเชื้อเพี้ยนไอ้จอก”
กาหลงมองตามเพชร ไม่ได้ติดใจอะไร ไม้ประคองพากลับไปที่เรือน

พุดจีบนั่งตักน้ำปรุงใส่ขวด นวลถือขวดเข้ามาขอ
“น้ำปรุงของคุณพุดจีบ หอมไปทั่วคุ้ง...นวลขอปันนะเจ้าคะ”
“ได้สิ”
พุดจีบรับขวดจากนวลมาตักน้ำปรุงใส่ขวดให้
“อย่าหาว่านวลคิดอกุศลเลยนะเจ้าคะ ถ้ากาหลงตายไปอย่างผู้ใหญ่ช่วงพูด คุณพุดจีบน่าจะมีความสุขกว่านี้”
พุดจีบไม่พอใจ
“พี่นวลพูดอะไรออกมา”
“ก็มันจริงนี่เจ้าคะ หากกาหลงตายไป พ่อไม้ก็เป็นพ่อหม้ายตัวคนเดียว คุณพุดจีบของนวลก็จะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับพ่อไม้”
“หยุดคิดเลยนะพี่นวล อย่าพูดให้ฉันได้ยินอีก”
“อย่าโกรธนวลเลยเจ้าค่ะ หากคุณพุดจีบได้ครองรักกับพ่อไม้ แม่นายก็ไม่ต้องเพียรบังคับให้คุณพุดจีบต้องร่วมหอกับพ่อโชติ นะเจ้าคะ”
พุดจีบคิดถึงเรื่องนี้ก็อึ้ง
“แหม่...มันน่าเสียดายแท้ ที่แม่กาหลงก็ยังมีชีวิตอยู่”

พุดจีบคิดตามที่นวลพูดก็เริ่มหวั่นไหวบ้างเล็กน้อย

แม่บุญอิ่มเดินขึ้นเรือน พร้อมบ่าวที่ถือของกลับจากวัด แม่บุญอิ่มหันมาเห็นพุดจีบ ไม่พูดอะไรสักคำเดินไปที่ห้อง พุดจีบมองตามอยากไปพูดคุยทักทายแม่

ไม้พากาหลงเดินมาถึงหน้าเรือน กาหลงแปลกใจที่แผ่นบันไดหลุดออกไปหลายขั้น
“พี่ไม้ทำอะไร”
“แผ่นกระดานมันผุ พิกลนัก ฝนก็ตกไม่กี่มื้อ แต่ไม้กระดานผุเร็ว”
กาหลงรีบแก้ตัว
“พี่ลืมไปแล้วหรือไง ไม้ปลูกเรือนแผ่นกระดานเราได้มาจากชาวบ้านปันให้ มันก็ล้วนเป็นไม้เก่าก็ต้องผุพังตามกาล”
“จริงสิ...พี่ลืมข้อนี้ไป แล้วนี่กาหลงได้ผักอะไรมาจ๊ะ”
กาหลงอวดผักในกระจาด
“ฉันได้ผักบุ้ง ผักกะเฉด...จะลวกจิ้มทำแกงคั่วให้พี่กิน”
“พูดมา พี่ชักหิวแล้วสิ เร่งทำแกงเถอะ”
กาหลงมองไปที่ขั้นบันไดโหว่ ยิ้มให้ไม้
“แล้วฉันจะขึ้นเรือนได้ยังไงกัน เห็นท่าต้องรอให้บันไดเสร็จถึงจะได้กิน”
“พี่จะเป็นบันไดให้กาหลงเอง”
ไม้จูงมือกาหลงเดินขึ้นบันไดไปช่วงแรก แล้วอุ้มประคองให้ก้าวข้ามบันไดที่หายไป เพื่อส่งถึงชานเรือน ไม้แสร้งเซล้มล้มทับกาหลง แล้วจูบ กาหลงจับหน้าไม้ออก
“หยุดเถอะ ประเดี๋ยวใครมาเห็นอายเขา”
“ใครมาแอบดูผัวเมียรักกัน ขอให้มันเป็นตากุ้งยิง”
เพชรซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งสะดุ้งตกใจที่โดนแช่ง ไม้จะหอมแก้ม กาหลงลุกหนี
“ไปซ่อมบันไดได้แล้ว ฉันจะไปทำแกง”
ไม้ตะโกนถาม
“ให้พี่ช่วยโขลกตำพริกไหมจ๊ะ”
กาหลงยิ้มอายเดินเข้าเรือนไป ไม้นั่งยิ้มชอบใจ เพชรมองไปที่เรือนกาหลง
“พี่กาหลงอยู่ไม่ห่างพี่ไม้เลย จะทำไงวะ”
กาเหว่าโผล่เข้ามาอยู่ข้างๆ
“แล้วพี่เพชรมาทำอะไร”
เพชรตกใจที่กาเหว่าพูดเสียงดัง เอามือปิดปากกาเหว่าแล้วก้มตัวลากออกไป...เพชรลากกาเหว่ามาไกลจากเรือนกาหลง กาเหว่าสะบัดเอามือเพชรออก
“เอามือพี่ออกได้แล้ว เหม็น พี่ไปด้อมเรือนพี่กาหลงทำไม”
“ไม่ต้องซักน่า ข้ามีความจะคุยกับพี่เขยเอ็ง”
“อยากคุยก็เข้าไปสิ ฉันพาไป”
กาเหว่าจูงมือเพชรจะพากลับไปเรือนกาหลง
“ไปตอนนี้ไม่ได้ พี่กาหลงอยู่ มันเป็นความลับ”
กาเหว่าสงสัย
“พี่มีอะไรปิดบังพี่สาวฉัน รึว่าพี่ไม้มีชู้”
“ไม่ใช่”
“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ พี่ไม่พูด ฉันจะไปบอกพี่กาหลง” กาเหว่าตะโกน “พี่กาหลง”
เพชรปิดปากอีกครั้ง
“ฟังนะ พี่จะบอกพี่ไม้ว่าพี่กาหลงท้อง”
กาเหว่าเอามือเพชรออกตื่นเต้นดีใจ
“พี่กาหลงท้อง”
“ใช่...ข้าเห็นพี่สาวเอ็งอ้วก เอิ๊ก อ๊าก”
“พี่ก็ไปบอกสิ พี่ไม้คงดีใจ พี่กาหลงก็คงอยากบอกพี่ไม้”
“ไม่ได้...ข้าอยากแย้มให้พี่ไม้ฟังก่อน ผู้ชายเราลองได้รู้ว่าเป็นพ่อคนมันจะตื้นตันใจ”
กาเหว่าสงสัย
“แล้วทำไมไม่บอกพร้อมพี่กาหลง”
“เอ็งไม่เข้าใจหัวอกคนจะมีลูก” เพชรตัดบท “ไม่ต้องซักมาก เอ็งต้องช่วยข้า”
กาเหว่าตกใจ
“ช่วยยังไง...ฉันทำคลอดไม่เป็น”
เพชรยิ้ม
“มันง่ายยิ่งกว่าทำคลอดอีก เอ็งทำไงก็ได้อย่าให้พี่กาหลงตามพี่ไม้ได้”
กาเหว่าคิดหาวิธีที่จะช่วยเพชร

สิง มั่น และขาบ ถือดาบบุกขึ้นไปบนเรือของเพชรตั้ง ใจจะฟันแต่แล้วกลับไม่เจอ พวกสิงถอดผ้าโพกหน้าออก
“มันหายไป”
“เรือมันยังอยู่ มันก็ต้องอยู่ที่บ้านเรานี่แหละ” มั่นมั่นใจ
พวกสิงคิดจะตามหาเพื่อฆ่าเพชร

ไม้กำลังเหลาแผ่นกระดานขั้นบันได เพชรวิ่งเข้ามาลากไม้
“พี่ไม้ไปกับฉัน”
“ไหนล่ะดีเกลือของเอ็ง”
“ดีเกลือเอาไว้ก่อน พี่ต้องไปกับฉัน พี่พุดจีบหัดพายเรือแล้วเรือล่ม ฉันจะมาตามให้พี่ไปช่วย”
ไม้ตกใจ
“พุดจีบ”
ไม้รีบทิ้งขวาน วิ่งออกไปทันที เพชรดีใจ หันไปมองบนเรือน กลัวกาหลงจะมาเห็น รีบวิ่งตามไม้ไป เพชรหันไปมองกาเหว่าที่ซ่อนอยู่ที่มุมหนึ่งของเรือน ส่งสัญญาณให้กาเหว่าเฝ้าไว้ กาเหว่าส่งสัญญาณปฎิบัติตามที่เพชรสั่งไว้

พุดจีบเดินตรงมาหาแม่ แม่บุญอิ่มกำลังเดินไปถึงหน้าห้อง
“แม่กลับมาจากวัดเหรอจ๊ะ”
พุดจีบเข้าไปทัก แม่บุญอิ่มไม่ตอบ หันไปสั่งนวลที่อยู่ด้านหลังพุดจีบ
“เอ็งเฝ้าอย่าให้ใครมากวนใจข้า...ข้าจะเจริญภาวนา ขอให้ชาติหน้าได้เกิดในภพชาติที่ดี...มีลูกมีหลานที่รักข้าเชื่อฟังคำข้า”
“เจ้าค่ะ”
แม่บุญอิ่มเข้าห้องไป พุดจีบรู้ดีว่าแม่ยังโกรธ จึงหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่กล้ากวนใจ นวลบอกพุดจีบ

“แม่นายยังเคืองใจที่คุณพุดจีบไม่รับรักพ่อโชติ จะทำยังไงล่ะเจ้าคะ”
พุดจีบกังวลใจ เพราะเธอไม่มีวันยอมแต่งงานกับโชติ

ไม้วิ่งมาที่ท่าน้ำ ตะโกนเรียกพุดจีบ
“พุดจีบ พุดจีบ” เขาไม่เห็นพุดจีบก็แปลกใจ “รึจะเป็นลมลงไปแล้ว”
ไม้จะวิ่งกระโดดลงไปเพื่องมหาร่างพุดจีบ เพชรรีบคว้ามือไว้
“พี่พุดจีบไม่ได้เป็นอะไร”
“เอ็งหมายความว่าไง”
“พี่พุดจีบไม่ได้หัดพายเรือ ไม่ได้จมน้ำ”
ไม้ไม่พอใจ
“เอ็งหลอกข้า”
“ฉันจำต้องกุเรื่องให้พี่ออกมา พี่ไม้ฟังฉัน...ฉันมีเรื่องคอขาดบาดตายจะบอกพี่”
ไม้ไม่พอใจ ต่อยเพชรแล้วเดินออกไป
“พี่ไม้ ฟังฉันก่อน”
เพชรรีบวิ่งตามไป...

กาหลงถือถาดใส่อาหารออกจากเรือน มาเรียกไม้
“พี่ไม้จ๊ะ พักงานมากินข้าวก่อนจ้ะ”
กาหลงมองไปไม่เห็นไม้ แปลกใจที่เห็นขวานและแผ่นกระดานวางอยู่ที่พื้น กาเหว่าอยู่ที่มุมหนึ่ง มองไป คอยเฝ้าไม่ให้กาหลงออกไปจากเรือน กาหลงแปลกใจว่าไม้หายไปไหน

ไม้เดินมาที่ชายทุ่ง เพชรวิ่งตามเข้ามาเรียก
“พี่ไม้ ฟังฉันก่อน”
ไม้ผลักเพชรออกไป
“เอ็งไม่ต้องพูดพร่ำ เอ็งโตพอจะแยกดีชั่วได้ ทำไมถึงเห็นความตายของคนเป็นเรื่องคะนอง
พุดจีบก็ดีกับเอ็ง นับเอ็งเป็นน้อง เอ็งอย่าสักแต่เล่นสนุกปาก”
เพชรยกมือไหว้ขอโทษ
“ฉันไหว้จ้ะ ฉันยอมรับผิดเสียสิ้น ฉันจำต้องลวงพี่ออกมาเพราะฉันอยากบอกพี่ว่า พี่กาหลงเป็นผี”
ไม้ได้ยินเพชรบอกก็ตกใจ

กาหลงเดินตรงมาที่หัวบันได มองลงไป เห็นขั้นบันไดหายไปสี่ห้าขั้น ไม่สามารถก้าวลงจากเรือนได้ กาเหว่าที่ซุ่มมองก็ดีใจที่กาหลงลงมาไม่ได้
“พี่กาหลงลงเรือนไม่ได้ ฉันก็ไม่ต้องดักทาง”
กาเหว่านอนเอกเขนกผิวปากสบายใจ ไม่ได้หันไปมองทางเรือน กาหลงมองไปที่บันได แล้วก้าวเท้าเพื่อจะก้าวลงไป เท้าของเธอยืดลงมาเหยียบที่พื้นทีละก้าว กาหลงยืนอยู่ที่หน้าเรือนแล้วเดินออกไปเพื่อตามหาไม้ กาเหว่านอนผิวปากสบายใจ มองเห็นกาหลงเดินผ่านออกไปก็ตกใจ ดีดตัวขึ้นทันที
“พี่กาหลงลงเรือนได้ยังไง”
กาเหว่าวิ่งไปหน้าบันไดเรือน มองบันไดก็แปลกใจที่กาหลงก้าวลงมาได้
“รึพี่กาหลงกระโดดลงมา” กาเหว่านึกได้ “ตายล่ะ พี่กาหลงไปตามพี่ไม้แล้ว” กาเหว่ารีบวิ่งตามไปทันที

เพชรยืนยันกับไม้
“ฉันกราบล่ะ เชื่อฉันเถอะ พี่กาหลงเป็นผีจริงๆ มื้อก่อนหมอผีจะเล่นงานพี่กาหลง ฉันกับพี่พุดจีบเห็นกับตา เราเข้าไปช่วยพี่กาหลงไว้”
ไม้ไม่เชื่อเพชร
“แล้วทำไมข้าดำน้ำไม่เจอร่างกาหลง”
“ฉันเป็นคนงมศพพี่กาหลงไปซ่อนไว้ ไม่ให้พี่รู้ความจริง”
ไม้ยังสงสัย
“งั้นบอกข้ามา...ทำไมถึงปิดบังข้า”
“พี่กาหลงขอร้องฉันไม่ให้บอกเรื่องนี้ พี่พุดจีบก็วานขอ ฉันจำต้องทำตาม”
“ในเมื่อกาหลงกับพุดจีบขอให้เอ็งหยุดพูด แล้วทำไมเอ็งถึงผิดคำสัญญา”
“ฉันทนไม่ได้ ที่เห็นพี่กาหลงฆ่าคน...แล้วพี่เองก็ต้องทนใช้ชีวิตกับผี”
เพชรพูดจบ ไม้ต่อยล้มลงแล้วชักมีดขึ้นมาหมายจะแทง เพชรไม่คิดสู้
“พี่จะฆ่าฉันให้ตายก็ได้ อย่างน้อยฉันก็ได้พูดความจริง...ความจริงที่พี่ต้องรู้ไว้”
ไม้ตั้งใจจะแทง แล้วเงื้อมือแทงลงที่พื้น ด้านข้างหน้าเพชร
“ข้าจะไม่ทำร้ายเอ็งจนกว่าได้ฟังความจากพุดจีบ หากพุดจีบยืนยันว่าเอ็งกุเรื่อง เอ็งกับข้าขาดกัน”
ไม้ประกาศบอกเพชรแล้วเดินออกไปทันที เพื่อไปถามพุดจีบที่เรือน เพชรค่อยลุกขึ้นด้วยความเจ็บแล้วตัดสินใจ
“ฉันจะไปกับพี่ ไปให้รู้ความจริงเสียพร้อมหน้า”
เพชรลุกเพื่อจะตามไม้ไปที่เรือนพุดจีบ

กาหลงเดินตรงไปเพื่อออกตามหาไม้ กาหลงหยุดนิ่งรับรู้ว่าไม้อยู่ที่ไหน เธอเดินออกไป กาเหว่าวิ่งตามมา
“พี่กาหลง...อย่าเพิ่งไป”
กาเหว่าวิ่งตามเข้ามาแล้วหยุดมองแปลกใจที่กาหลงหายไปแล้ว
“พี่กาหลงหายไป หายไปไหน ปีนต้นไม้” กาเหว่ามองบนต้นไม้ ”ไม่มี” มองพื้นดิน “ทำตัวยังกะพวกขอมดำดิน”
กาเหว่าแปลกใจที่กาหลงหายตัวไป

ไม้กำลังจะเดินไปที่เรือนพุดจีบ แต่เจอกาหลงยืนอยู่
“พี่ไม้จะไปไหนจ๊ะ”
“พี่...จะไปเรือนพุดจีบ”
กาหลงสงสัย
“พี่จะไปทำอะไร”
ไม้อึกอัก ไม่อยากเล่าเรื่องที่คุยกับเพชร เพราะไม่อยากทำให้กาหลงไม่สบายใจ
“พี่ว่าจะแวะไปดูเสียหน่อย ว่าดอกไม้ที่ลงแปลงไว้ ยังออกดอกดีหรือไม่ จะขอมาให้กาหลงร้อยดอกเสียบไว้หัวนอนบ้าง”
“กะแค่ดอกไม้ ฉันเด็ดหาให้พี่ได้ อย่าไปรบกวนพุดจีบเลย พี่กลับเรือนเถอะ ฉันเตรียมข้าวปลาไว้ให้พี่แล้ว ทิ้งไว้นานจะเย็นชืด”
ไม้ไม่อยากให้กาหลงสงสัย
“จ้ะ”
กาหลงเข้าไปจับตัวไม้แล้วเดินออกไป

เพชรกำลังเร่งจะตามไม้เพื่อไปยังเรือนพุดจีบ แต่ตามไม่ทัน ไม่เจอไม้
“พี่ไม้หายไปไวเชียว”
เพชรจะเดินตามไปแต่แล้ว พวกสิงสวมหัวไอ้โม่งเข้ามาขวางไว้ เพชรตกใจ จะหันไปอีกทางก็เจอขาบสวมหัวขวางไว้ เพชรหันไปอีกทาง ก็เจอมั่นสวมหัวไอ้โม่งขวางไว้ ทั้งสามเดินตรงมาหา
“พวกเอ็งเป็นใคร ต้องการอะไร”
“ชีวิตเอ็ง”

สิงพูดจบก็เข้าไปต่อยทำร้าย เพชรต่อสู้ พวกมั่นและขาบก็เข้ามา เพชรต่อสู้เต็มกำลัง พอจะต้านทานไว้ได้ พวกสิงจึงเข้าไปรุมพร้อมกัน ทำให้เพชรเสียท่าตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

กาหลงเอาถาดอาหารวางให้ไม้
“แกงคั่วผักบุ้งกลิ่นหอมฟุ้งน่ากินไปหมด”
ไม้ทำท่าดมกลิ่นแกง แต่ลอยหน้าไปหอมแก้มกาหลง
“กินข้าวเถอะจ้ะ”
ไม้ลงมือกินข้าว กาหลงนั่งกินแล้วนิ่งอึ้ง รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพชร กาหลงนิ่งอึ้ง ไม้กินข้าวหันไปมองกาหลงด้วยความแปลกใจ
“กาหลงคิดอะไรอยู่จ๊ะ”
“คิดว่าแกงจะถูกปากพี่ไม้รึเปล่า”
“กาหลงทำอะไรให้พี่กิน พี่ก็หลงทั้งนั้น”
“งั้นพี่ต้องกินให้หมด”
กาหลงตักข้าวป้อน ไม้กินข้าว กาหลงนั่งกินข้าวกับไม้ ไม่สนใจจะไปช่วยเพชร

เพชรต่อสู้กับพวกสิง โดนถีบกระเด็นล้มลงกองกับพื้น สิง มั่น และขาบ ชักดาบออกมา
“เอ็งต้องตายด้วยคมดาบข้า”
มั่นถือดาบเข้าไปฟันแต่เพชรหลบได้ ขาบเข้ามาฟันเพชรก็หลบ มั่นพุ่งเข้ามา เพชรหลบ ทำให้มั่นจะฟันขาบ แต่ขาบตั้งรับไว้ได้แล้วดันตัวมั่นออกไป มั่นเข้ามาฟันเพชรซ้ำ เพชรคว้าข้อมือ ดาบของมั่นร่วงตกพื้นถีบมั่นออกไป เพชรหยิบดาบมั่นขึ้นมา สิงพุ่งเข้ามาต่อสู้ เพชรใช้ดาบฟัน...ขาบเข้ามารุม เพชรฟันดาบตั้งรับแต่เสียท่า โดนมั่นเข้ามาถีบเข้าด้านหลัง ดาบในมือกระเด็น เพชรล้มลงกับพื้น สิงถือดาบเดินตรงเข้ามาหา เพชรถดพื้นถอยหนี สิงคำราม
“ท่องนโมพุธโธเตรียมตัวตายได้แล้ว”
สิงเงื้อดาบจะฟันเพชร แต่แล้วก็หยุดกึก มั่นและขาบมองไปตามสายตาสิง ก็ตกใจตาโต
“กาหลง”
กาหลงยืนอยู่ด้านหลังเพชร ผมยาวสยายน่ากลัวลมพัดเข้ามา พวกสิงถอยหลังผงะ ด้วยความกลัว เพชรหันไปมองเห็นกาหลง ก็ตกใจรีบลุกถอยออกห่าง กาหลงเดินตรงเข้าหาพวกสิง มั่นตื่นกลัว
“จ้องหน้ามันอีกนานไหม หนีสิวะ”
“ข้าไม่หนี...เอาสิวะ...ให้มันรู้กัน ว่าผีกับคนใครจะเก่งกว่ากัน”
สิงถือดาบพุ่งเข้าไปฟันแต่แล้วร่างกาหลงหายไป ขาบอึ้ง
“มันหายไปแล้ว”
มั่นชี้ไปด้านหลังขาบ
“มันอยู่ด้านหลังเอ็ง”
ขาบตกใจหันไปมองเจอกาหลงยืนประจันหน้า ขาบตกใจใช้ดาบฟันแต่แล้วกาหลงหายไปพวกสิงแปลกใจลมพัดโกรกใหญ่...มีแต่เสียงหัวเราะของกาหลง มั่นกลัวตัวสั่น
“ใครจะอยู่ก็อยู่เหอะ ข้าไม่เอาแล้ว”
มั่นตกใจกลัววิ่งหนีไป ขาบก็วิ่งหนีไปด้วย สิงรู้ว่าสู้ไม่ได้ จำต้องวิ่งตามพวกขาบไป ลมพัดสงบลง เพชรหันไปมองที่มุมหนึ่งเห็นร่างกาหลงยืนหันหลัง มองตามพวกสิงที่วิ่งออกไป กาหลงหันกลับมามองเพชรไม่พอใจเพชร
“เอ็งทรยศข้า...คิดจะบอกพี่ไม้”
เพชรกลัวกาหลงจะฆ่า จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกไป กาหลงมองตาม

เพชรวิ่งหนี เพราะกลัวกาหลงแต่แล้วก็มีเส้นผมเคลื่อนเข้ามารัดเท้า เพชรล้มลงกับพื้น เขาหันหน้าไปมองเห็นร่างของกาหลงเคลื่อนเข้ามาหา เพชรตื่นกลัว
“ฉันขอโทษเถิด ฉันยอมรับที่พลั้ง ฉันจำต้องบอกพี่ไม้...ฉันไม่อยากให้พี่ไม้ต้องเจ็บใจในวันที่แจ้งความจริง”
ร่างกาหลงเคลื่อนเข้ามายื่นมือจะบีบ แต่ก็หยุด เพชรแปลกใจ
“ฉันทำไปเพราะฉันรักและห่วงพี่ พี่ไปผุดไปเกิดเถอะ อย่าหลอกหลอนกันเลย”
“ข้ารู้ว่าเอ็งหวังดี แต่ความรักของข้ากับพี่ไม้ เป็นเรื่องของข้า...เป็นเรื่องของเรา...อย่ามายุ่ง”
กาหลงเดินออกไป เพชรโล่งใจที่กาหลงไม่ทำร้ายลุกขึ้นจะขอบใจกาหลง
“ฉันขอ...”
เพชรยืนมองก็แปลกใจ ที่กาหลงหายไปแล้ว เขาจึงตะโกนบอกให้กาหลงรู้
“ฉันขอบใจที่ช่วยชีวิตฉัน”
เพชรสำนึกในบุญคุณของกาหลง ทรุดตัวลงร้องไห้ ดีใจที่รอดชีวิตมาได้เพราะกาหลง และไม่คิดจะเปิดเผยเรื่องของเธอกับไม้อีก ลมพัดผ่านไป

กาหลงเดินมาหยุดที่เรือน เสียงคำพูดของเพชร ยังคงก้องกังวานมา
“ฉันขอบใจที่ช่วยชีวิตฉัน”
กาหลงยิ้มพอใจ คิดว่าเพชรคงจะไม่ผิดคำสัญญาอีก ไม้เดินตรงเข้ามาหา
“กาหลงหายไปไหนมา”
ไม้แปลกใจเพราะก่อนหน้านี้ เขากินข้าวอยู่ กาหลงบอกจะไปเอาน้ำมาให้แล้วหายไป...ไม้รอฟังคำตอบจากกาหลง
“ฉันเข้าครัวไปหยิบขันให้พี่...แต่ดันทำขันตกพื้นเปรอะโคลน ฉันลงบันไดหลังเรือนไปขัดล้างที่ท่าน้ำ”
ไม้สงสัย
“พี่เรียกกาหลงหลายครั้ง ไม่เห็นกาหลง...”
กาหลงเปลี่ยนเรื่อง มองไปที่กองไม้หน้าบันได
“พี่ยังซ่อมบันไดไม่เสร็จมา...ฉันช่วย”
กาหลงเดินตรงไปหยิบแผ่นไม้ เพื่อจะซ่อมบันได ไม้ยังคงแปลกใจและสงสัย
“เร็วสิพี่ไม้ ขืนชักช้า พี่ต้องอุ้มฉันขึ้นเรือนทุกวันนะ”
ไม้ยิ้มให้กาหลงเข้าไปหยิบแผ่นไม้ เอาไปสอดที่ขั้นบันได กาหลงเอาฆ้อนมาตอกไม้ให้เข้าร่อง ทั้งสองช่วยกันตอกบันได ซ่อมบันไดอย่างมีความสุข จนซ่อมเสร็จ ทั้งสองยืนมองที่หน้าเรือน
“ตัวเรือนมันก็เหมือนชีวิตคน...มีผุมีผังตามกาลเวลา”
“แต่เราก็มีใจ มีแรง ที่จะซ่อมมันได้ ฉันนี่แหละ...จะอยู่ซ่อมเรือนไม่ให้มันพัง เพราะนี่เป็นเรือนรักที่พี่ไม้แลกมาด้วยชีวิต”
กาหลงเข้าไปหอมแก้ม ไม้ยิ้มให้แล้วอุ้มกาหลงประคองเดินขึ้นบันได พาขึ้นเรือนไป ลมพัดผ่านหน้าเรือนวูปใหญ่...พุดจีบยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง รู้สึกสะเทือนใจในความรักของคนทั้งสอง ลึกๆแล้วพุดจีบอิจฉากาหลง

เช้าวันใหม่ อบเชยเดินไปที่หัวบันไดเรือนซึ่งมีสายสิญจน์ล้อม อบเชยเซ็งมากที่ต้องหลบอยู่บนเรือน ทันใดนั้น เธอรู้สึกว่ามีใครเดินเข้ามาด้านหลัง ก็หันขวับไปมอง เผื่อนและงามเอาผ้าโพกทั้งหัวจรดตัว ปะแป้งหน้าขาว อบเชยสะดุ้งตกใจ
“ว้าย”
เผื่อนและงาม สะดุ้ง
“ว้าย”
“คุณอบเชยเห็นผีหรือเจ้าคะ” เผื่อนถาม
อบเชยมองอย่างรำคาญ
“ก็พวกเอ็งนั่นแหละ ทำอะไรอยู่ถึงนี่ล่ะ ข้าตกอกตกใจคิดว่าผีมา เป็นบ้ากันใหญ่รึไง ถึงโพกผ้าประแป้งหน้าผี”
เผื่อนฟ้อง
“นังงามสิเจ้าคะ มันให้เผื่อนไถลมาทำอย่างนี้”
“แม่งามเคยสอนเจ้าค่ะ หนามยอกให้เอาหนามบ่ง เรากลัวผีก็แต่งตัวให้เหมือนผี พอผีมันเห็นผีมันก็แล่นหนีเจ้าค่ะ” งามอธิบาย
“ข้าจะถีบพวกเอ็งสิไม่ว่า คนยิ่งกลัวๆ”
โชติกำลังจะเดินออกไปจากเรือน อบเชยหันไปถาม
“พี่โชติ พี่จะไปไหน”
“ไม่ใช่กงการของเอ็ง”
“พ่อสั่งห้ามไม่ให้ลงเรือน พี่ไม่กลัวกาหลงมันหักคอรึ”
โชติควักสร้อยที่แขวนพระออกมา
“มันไม่ได้กินเสียแหละ กล้าลองดีกับข้าก็เอาสิวะ หากตะวันกลางกบาลเท่านี้มันยังกล้ามาเล่นงาน ข้าจะตะโกนให้ชาวบ้านมาล้อมจับมัน”
โชติเดินลงไปจากเรือน อบเชยคิดอะไรบางอย่าง
“ข้าจะไปผลัดผ้า พวกเอ็งลงเรือนไปกับข้า”
เผื่อนกับงามรีบตอบ
“ได้เจ้าค่ะ...ห๊า คุณอบเชยจะลงเรือน”
ทั้งสองคนกอดกันกลมกลัวผี อบเชยเดินกลับไปที่ห้อง เพื่อเตรียมตัวออกไปจากเรือน เผื่อนและงามกลัวผี หันหน้ามามองกันก็สะดุ้งตกใจกันเอง

“ว๊าย”

เรือนกาหลง ตอนที่ 11 (ต่อ)

แม่น้ำใกล้กับบึงบัว...กาหลงนั่งเด็ดกลีบบัวทีละใบ แล้วปล่อยลงแม่น้ำ กาหลงเด็ดกลีบบัว แล้วปล่อยลอยไป มองกลีบบัวที่ลอยไป ทำใจยอมรับความจริงว่าทุกอย่างล้วนผ่านไป..ไม่กลับคืนมา...
ไม้เดินเข้ามามองกลีบบัวที่ลอยผ่านไป แล้วยิ้มให้กาหลง...
“สายน้ำย่อมไหลผ่านไปดังกาลเวลา ที่ไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้ มีแต่พี่คนนี้เท่านั้น ที่จะกลับมาหากาหลงทุกเช้าเย็น”
ไม้พูดจบก็เข้าไประดมจูบกาหลงทั่วหน้า กาหลงเขินอาย
“พี่ไม้”
ไม้หอมแก้มกาหลง ทำให้กาหลงยิ้มมีความสุข ไม้มองกาหลง แล้วค่อยๆทรุดตัวคุกเข่าลงหน้า กาหลงแปลกใจ ไม้ค่อยๆเอาหูมาแนบที่ท้องของกาหลง กาหลงมองนิ่งชั่วครู่
“พี่ไม้ทำอะไรจ๊ะ”
“พี่อยากฟังเสียงลูก”
กาหลงรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาทันที ไม้ยังคงเอาหูแนบฟังเสียงในท้องกาหลง กาหลงค่อยๆเอาหน้าไม้ออก แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ไม้มองตามด้วยความแปลกใจ

พุดจีบ เดินไปที่หน้าห้องแม่บุญอิ่ม ตัดสินใจเคาะประตูเรียก
“แม่จ๊ะ...ฉันเองจ้ะ...”
พุดจีบแปลกใจที่แม่บุญอิ่มไม่เปิดประตู ลองจับประตูเปิด พุดจีบเดินเข้าไปมองไม่เห็นใคร นวลเดินมาบอก
“คุณบุญอิ่มไปแล้วเจ้าค่ะ”
“แม่ไปไหน”
พุดจีบแปลกใจที่รู้ว่าแม่ออกไปจากเรือน...

มุมหนึ่งที่บึงบัวไม้เดินมาหากาหลง เรียกกาหลง
“กาหลง..จะหนีไปไหน ขอพี่ฟังเสียงลูกก่อน”
“พี่ไม้ ฉันยังไม่ได้ตั้งท้องนะ”
“วันนี้ยัง แต่ใช่ว่าวันหน้าจะไม่ ถ้าเป็นลูกชายพี่จะตั้งชื่อว่ามิ่ง หากเป็นลูกหญิง พี่จะตั้งชื่อว่า...ขวัญ”
กาหลงมองไม้ เห็นความสุขของไม้ที่ฝันจะมีครอบครัว
“ลูกของเราจะเป็นมิ่งขวัญของพ่อแม่ จะดูแลพวกเรายามแก่เฒ่า”
ไม้ยิ้มอย่างมีความสุข กาหลงหยั่งเชิงถาม...
“แล้วถ้าฉันไม่มีลูกให้พี่...พี่จะยังรักฉันไหม”
ไม้หัวเราะ
“กาหลงก็ต้องมีลูกสิ มัวคุยอยู่อย่างนี้จะมีลูกได้ยังไงกัน”
ไม้ยิ้มให้กาหลง จะเข้าไปซุกกอด
“ฉันถามจริงๆนะจ๊ะ” กาหลงดันตัวไว้
ไม้ยิ้มตอบ
“พี่ก็รอได้”
“พี่จะรอทั้งชีวิตเชียวหรือ”
“มันก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของพี่กับกาหลง แต่ขอให้กาหลงอุ่นใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็รักกาหลงไม่เสื่อมคลาย”
กาหลงมองไม้ด้วยความรัก แล้วเข้าสวมกอด ไม้โอบกอดกาหลงไว้แน่น ตื้นตันใจ”
โชติเดินมามอง ยืนจ้องมองด้วยความโกรธเกลียดไม้และกาหลง
นวลเข้ามานั่ง รายงานพุดจีบที่มุมหนึ่งของเรือน
“คุณบุญอิ่มเดินทางไปเยี่ยมญาติที่วิเศษไชยชาญ ก่อนตะวันขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”
พุดจีบน้อยใจ
“แม่ไปไม่บอกฉันสักคำ แม่คงน้อยใจที่ฉันไม่ยอมร่วมหอกับพี่โชติ”
“นวลเคยได้ยินท่านเปรยไว้ ว่าชีวิตท่านมีแต่แก่เฒ่า อยากอุ้มหลาน หากมีโชคได้หลานชาย ขอเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์เจ้าค่ะ”
พุดจีบเศร้าใจ
“แม่...”
พุดจีบรู้สึกสงสารบุญอิ่ม นวลคลานเข้ามาหาพุดจีบ...
“พ่อโชติก็เลวร้ายเกินกำลัง เว้นเสียแต่ คุณพุดจีบจะยอมเป็นสองรองจากแม่กาหลง แม่นายถึงจะจนใจร้องขอ”
พุดจีบเอ็ดนวล
“พี่นวล”
“นวลขอโทษเจ้าค่ะ อย่าเอาไปคิดให้หนักขมอง คิดเสียว่าเป็นเสียงนกเสียงกาเจ้าค่ะ”
นวลรู้สึกผิดที่เสนอความคิดนั้น พุดจีบนั่งคิดอะไรบางอย่าง สับสนในข้อเสนอของนวล

กาหลงโอบกอดไม้ แล้วถามไม้จริงจัง
“พี่ไม้...”
“จ๊ะ”
“พี่คิดจะเลื่อนฐานะให้ฉันเป็นเมียเอก พี่ปันใจให้หญิงใดหรือไม่”
ไม้มอง กาหลงรอฟังคำตอบ
“พี่ไม่เคยมีใจให้ใคร”
“แล้วพี่เคยเผลอใจให้พุดจีบสักครั้งไหม”
พุดจีบเดินเข้ามาที่มุมหนึ่ง ยืนฟังทั้งสองคุยกัน รอฟังคำตอบของไม้
“พี่ยอมรับว่าพุดจีบเป็นผู้หญิงสวย กริยาสมกุลสตรี เป็นที่หมายปองของชาย แต่พี่กลับรักและเอ็นดูเสมือนน้อง”
พุดจีบได้ฟังก็สีหน้าเศร้าสลด ไม้บอกกาหลง
“พี่รักและสงสารที่พุดจีบต้องกำพร้าพ่อ ไม่มีใครคอยปกป้องดูแล พี่ไม่เคยคิดเป็นอื่น กาหลงหึงพี่” ไม้เริ่มเอะใจ
“ฉันหึงผู้หญิงทุกคนที่ใกล้พี่ ฉันกลัวจะเสียพี่ไป”
“กาหลงมีอะไรที่ด้อยกว่าหญิงคนอื่น”
กาหลงตอบไม่ได้ว่า เธอเป็นผี
“แม้นได้ชื่อว่าเป็นผัวเมียกัน ฉันก็อดหวั่นใจ กลัวพี่พาใครเข้ามาอยู่เรือนอีก”
“เอ็งดูถูกใจพี่มากไปแล้วกาหลง พี่เคยพูดคำไหนก็ยังมั่นในคำ พี่รักเอ็ง และจะรักเอ็งตราบลมหายใจสุดท้ายของพี่”
กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา ไม้เข้าจูบ กาหลงกอดจูบไม้ด้วยความรัก พุดจีบรีบเดินหนีออกไป โชติเห็นพุดจีบมาฟังไม้คุยกับกาหลง โชติจึงตามพุดจีบไป
ไม้เห็นกาหลงร้องไห้ เช็ดน้ำตาให้กาหลง
“ร้องไห้ไม่สวยนะ พี่ไปเด็ดดอกบัวสวยๆมาทัดหูให้”
“จ้ะ”
ไม้เดินออกไป เพื่อจะไปเก็บดอกบัวมาให้ กาหลงยืนมองด้วยความสุข.

พุดจีบจะเดินกลับเรือน เจอโชติยืนดักรออยู่
“ตัดใจซะเถอะ ยังไงไอ้ไม้ก็ไม่หันมาแลพุดจีบหรอก”
พุดจีบแปลกใจที่พบโชติ
“พี่โชติ”
“พี่เป็นโสดมีดีกว่าไอ้ไม้ทุกข้อ พุดจีบก็ไม่ชายตาคบค้าพี่ รึชอบช่วงชิงแย่งรักถึงจะอิ่มใจ ยังกะสัญชาติจระเข้ วิมาลา”
“พี่อย่าหมายดูถูกน้ำใจฉัน ฉันไม่เคยคิดแย่งใคร”
“งั้นก็ปลงใจกับพี่” โชติเข้ามาจับมือพุดจีบ
“หากต้องร่วมหอลงโรงกับพี่ ฉันขอเป็นเมียสองรองคนอื่น ดีกว่าเป็นเมียเดียวในใจพี่”
พุดจีบสะบัดมือออก
“ในสายตาพุดจีบพี่มันเลวนักรึไง”
พุดจีบโพล่งต่อว่า
“คนดีเขาไม่ทะยานใจคิดร้ายไม่เลิกลา แม้นได้ชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณ”
พุดจีบเผลอต่อว่าโชติ เพราะรู้ว่าโชติคิดทำร้ายผีกาหลง...โชติตกใจ
“พุดจีบพูดถึงใคร พุดจีบแจ้งใจใช่ไหมว่ากาหลงตายแล้ว”

พุดจีบอึ้ง ไม่อยากให้โชติรู้ความจริงว่าพุดจีบรู้เรื่องกาหลง รีบเดินหนีไป

แม่กลอยยืนบนเรือนกาหลง
“กาหลง...ไอ้ไม้...ข้าเอากล้วยมาให้”
แม่กลอยแปลกใจที่ไม่มีใครตอบ วางเครือกล้วยที่ชาน แล้วเปิดประตูเข้าไปในเรือน แต่ไม่พบใคร แม่กลอยเดินเข้าไปเล็กน้อยก็แปลกใจ ก้มมองที่พื้น เห็นพื้นเปียก เป็นรอยน้ำ
“นังกาหลงไม่รู้จักเช็ดพื้นเสียบ้าง ปล่อยให้น้ำนอง”

พุดจีบเดินหนี โชติเข้าไปคว้าตัวไว้
“พุดจีบพูดอย่างนั้นหมายความว่ายังไง”
“ฉันไม่อยากให้พี่ไปรังควาญกาหลงหรือพี่ไม้อีก”
โชติเข้ามาจับตัวพุดจีบ
“พุดจีบรู้ว่ากาหลงเป็นผี”
พุดจีบเปลี่ยนเรื่อง
“ใครที่ทำชั่วต่างเป็นผีได้ทั้งนั้นจะเป็นไรมี หากพี่ยังไม่ปล่อยตัวฉันพี่ก็เป็นผี”
โชติไม่พอใจ
“หมายใจให้ไอ้ไม้มันเป็นพ่อพระสิท่า”
“ปล่อยมือจากตัวฉันได้แล้ว”
“พี่ไม่ปล่อย พี่ไม่ยอมให้พุดจีบตกเป็นของใคร”
โชติพูดจบเข้าปลุกปล้ำ พุดจีบตกใจ
“พี่โชติปล่อยฉัน ช่วยด้วย”
พุดจีบจะร้องให้คนช่วย โชติเข้ายื้อยุดไว้ พุดจีบผลักและสู้ แต่สู้แรงของโชติไม่ได้
โชติจับพุดจีบล้มลงกับพื้น โชติตรงเข้ามาล้มทับพุดจีบเข้าไปกอดรัด”
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย”
พุดจีบร้องให้คนช่วย โชติเข้าไปกอดรัดฟัดพุดจีบ

มุมหนึ่งที่ชายป่า อบเชย เผื่อน งามเดินผ่านมา ได้ยินเสียงพุดจีบร้อง
“ช่วยด้วย...”
อบเชย เผื่อนและงามต่างหยุดชะงัก
“เสียงคนร้องให้ช่วยเจ้าค่ะ”
“เสียงร้องโหยหวนมาก รึจะเป็นเสียงผี”
“บ้าสิร้องให้คนช่วย คนสู้กับผี มีแต่ตายกับตาย”
อบเชยจึงเดินนำไปที่ได้ยินเสียง เผื่อนและงามวิ่งตามไป

บ่าวกำลังจัดสำรับอาหารให้พุดจีบ นวลคอยสั่งการ
“เอ้า..เร่งยกมา ข้าจะไปตามคุณพุดจีบ”
บ่าวถือขันน้ำแล้วสะดุดพื้นทำขันน้ำตก
“ว้าย...นังนี่มือไม้อ่อนปวกเปียก ไป๊ เอาผ้ามาเช็ดพื้นกระดาน ยกขันน้ำมาใหม่”
บ่าวรับคำ แล้วทำตามสั่ง นวลเดินไป เพื่อจะไปตามพุดจีบมากินข้าว
“คุณหนูเจ้าคะ...”

พุดจีบตกใจกลัว
“ปล่อยฉัน ปล่อย”
“เอ็งไม่ต้องกลัว เอ็งตกเป็นของข้า ข้าจะไม่ทิ้งขว้าง ข้าจะเชิดชูเป็นเมีย”
โชติเข้าไปจูบซุกไซร้ พุดจีบมือคว้าท่อนไม้ได้ เอามาฟาดด้านหลังโชติ
“โอ๊ย”
พุดจีบลุกขึ้นจะวิ่งหนี แต่โชติเข้ามาคว้าเท้าพุดจีบไว้ พุดจีบล้มลงกับพื้น พุดจีบจะเอาไม้ฟาด แต่โชติจับไม้แล้วโยนทิ้ง โชติตรงเข้าต่อยท้อง พุดจีบล้มลงกองกับพื้น อบเชยเดินตรงเข้ามา เห็นโชติกำลังอุ้มร่างพุดจีบ ก็หยุด
พุดจีบมองเห็นอบเชย ก็พยายามจะส่งเสียงขอความช่วยเหลือ
“ช่วย...ฉันด้วย...”
โชติหันมามองอบเชย อึ้งที่อบเชยมาเห็นว่าเขาจะขืนใจพุดจีบ เผื่อนและงามกำลังจะตามเข้ามา
“เสียงใครเจ้าคะ”
“พวกเอ็งหูฝาด ไม่มีเสียงใครร้องสักคน ไปได้แล้ว”
อบเชยเดินนำไปอีกทาง เพื่อเบี่ยงให้เผื่อนและงามเดินไป ไม่เห็นโชติกับพุดจีบ
“งามได้ยินจริงๆนะเจ้าคะ”
“รึว่าเป็นเสียงผี” เผื่อนใจเสีย
“ใช่ผี”
“เสียงเอ็งสิ นังหน้าผี”
“นังหนอนผี”
งามวิ่งไล่ตีเผื่อน แล้ววิ่งตามอบเชยไป พุดจีบร้องไห้เสียใจที่อบเชยไม่ช่วย โชติยิ้มพอใจ อุ้มร่างพุดจีบเดินไปที่ดงป่า

กาหลงยืนรอไม้ เสียงคนเดินเข้ามา ก็หันไปมองอย่างแปลกใจ
“อบเชย”
อบเชยยืนมอง เผื่อนและงามตกใจกลัวเมื่อรู้ว่าอบเชยมากาหลง
“คุณอบเชยมาหาผี”
“พวกเอ็งหุบปาก” อบเชยหันไปดุทั้งสอง
เผื่อนสะกิดบอก
“แต่กาหลงเป็น...”
เผื่อนยั้งปาก งามโพล่งเพราะกลัว
“ผี”
อบเชยตบหน้างามและเผื่อน
“ข้าไม่น่าพาเอ็งมาเสียเรื่อง ถอยไปห่างๆ”
“เจ้าค่ะ”
งามและเผื่อนรีบถอยออกไปไกล แล้วตัดสินใจวิ่งออกไปเพราะกลัวกาหลง
“เอ็งคิดก่อเรื่องใดอีก”
อบเชยยืนมองกาหลง กล้าๆกลัวๆ

โชติประคองพุดจีบลงนอนกับพื้น พุดจีบจุกท้อง
“ฉันไหว้ล่ะ ปล่อยฉัน ไปเถอะ”
“เอ็งยอมข้าเสียแต่แรก ก็ไม่ต้องใช้ชายป่าเป็นเรือนหออย่างนี้”
โชติเดินเข้าหา พุดจีบถอยหนี แต่ยังจุกท้อง โชติเข้าไปดึงสไบตัว
“อย่า”
สไบในมือพุดจีบ แล้วโชติก็ฉีกผ้าสไบขาดทิ้งลงพื้น พุดจีบเอามือมาปิดหน้าอก ร้องไห้ด้วยความกลัว

นวลเดินเข้าไปในห้อง แปลกใจที่พุดจีบหายไป
“คุณพระ...คุณพุดจีบแล่นไปไหนเสีย”

โชติถอดเสื้อ จะตรงเข้าไปหาพุดจีบที่ถูกกระชากสไบหลุดแล้ว
“อย่า อย่า”
โชติเข้าโถมร่างเข้าหาพุดจีบ แต่ถูกมือหนึ่งกระชากตัวออกมา แล้วต่อยหน้าโครม
“ไอ้สารเลว”
พุดจีบมองคนมาช่วยอย่างดีใจ
“พี่ไม้”
ไม้เข้าต่อยโชติ โชติต่อยต่อสู้กับไม้ พุดจีบเคลื่อนตัวไปหลบหลังพุ่มไม้ เพื่อบังร่างกายที่เปลือยท่อนบน

อบเชยเดินตรงมาหากาหลง รักษาระยะห่าง แล้วก็ก้มกราบที่พื้น กาหลงมองอบเชยด้วยความแปลกใจ ที่อบเชยมากราบเท้า
“อโหสิกรรมให้ฉันด้วยเถอะจ้ะ”
“เอ็งกล้ามาหาข้า เอ็งไม่กลัวข้ารึ”
อบเชยมองหน้าแล้วถอยออกห่าง
“กลัวจ้ะ กลัวมากด้วย”
กาหลงแกล้งเดินเข้ามาใกล้อบเชย
“กลัวแล้วมีน้ำหน้ามาประจันหน้าข้า”

“ก็เพราะกลัวนะสิ ถึงต้องมา”

กาหลงแปลกใจ อบเชยรีบอธิบาย
“ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ดี ทำอัปรีย์ บัดสี สารพันจะพรรณนา ฉันถึงต้องมากราบขอโทษเสียเถิดที่พลั้ง ให้อภัยฉันด้วยเถอะ”
“ข้าจะเชื่อถือได้ยังไงว่า เอ็งไม่ตลบตะแลงแกล้งทำดีกับข้า”
“หากฉันไม่จริงใจ เจตนาร้าย ขอให้ฉันตายเป็นแน่ทีเดียว ตายโหงตายห่าไปเสีย”
อบเชยกล้าประกาศต่อหน้ากาหลง
“แล้วพ่อกับพี่ชายเอ็ง จะยอมรามือกับข้าหรือไม่”
กาหลงถาม เพราะรู้ดีว่าช่วงและโชติต้องการล้างแค้นเธอ

โชติไม่ยอมแพ้ไม้ ทั้งสองต่อสู้กันเอาถึงตาย โชติชักมีดออกมา แล้วพุ่งเข้าแทง ไม้คอยหลบหลีก เป็นฝ่ายเสียเปรียบเชิงโชติ

กาหลงตะคอกถามอบเชย
“ว่ายังไง พ่อพี่เอ็งจะเลิกรังควาญข้าหรือไม่”
“ฉันรับปากได้ไม่เต็มคำ แต่ฉันจะหว่านล้อมให้พ่อกับพี่โชติเลิกแล้วต่อกัน เชื่อฉันเถอะ ฉันตรึกตรองคิดแล้ว พวกฉันหมดหนทางจะสู้เอาชนะ”
อบเชยจะพูดคำว่าผี แต่หยุดไว้ รีบเปลี่ยนคำ
“แม่กาหลง ฉันแม่นใจแล้วว่ากาหลงรักและหวงพี่ไม้มากเพียงใด ฉันจะขอเป็นหูเป็นตา ไม่ให้ใครกล้ำกรายช่วงชิงพี่ไม้”
“ข้าลงใจยอมอ่อนข้อให้อภัยเอ็ง”
อบเชยยิ้มพอใจ
“ แต่จะให้ไว้เนื่อเชื่อใจอย่าได้หวัง”
กาหลงเดินออกไป อบเชยจึงตะโกนบอกไล่หลัง
“แล้วฉันจะใช้ความดีพิสูจน์ให้กาหลงเห็นในความจริงใจของฉัน”
อบเชยรู้สึกดีที่อย่างน้อยกาหลงยอมให้อภัย

โชติใช้มีดพุ่งแทง ไม้หลบหลีกแล้วสวนกลับ เตะต่อยมีดในมือโชติตกพื้น โชติจะเข้าไปหยิบมีด ไม้เตะต่อยโชติเสียท่า ไม้คว้ามีดได้ปาใส่โชติ โชติหลบ มีดปักที่ต้นไม้ โชติรีบวิ่งหนีไป ไม้จะวิ่งตามไป พุดจีบตะโกนเรียกที่หลังต้นไม้
“พี่ไม้ช่วยฉันด้วย”
ไม้หันไปมองพุดจีบ เห็นสไบฉีกขาดอยู่ที่พื้น รู้ว่าพุดจีบเปลือย ไม้รีบถอดเสื้อ ยายมาและตาสรเดินผ่านมา ยายมามองเห็นไม้ถอดเสื้อ
“ไอ้หนุ่มไหนช่างรูปงาม รึจะเป็นเทพารักษ์จุติมา”
ยายมาเพิ่งมอง ตาสรมองตาม ก็เห็นไม้ชัดๆ
“ปัดโธ่ ไอ้ไม้ ข้ายังรูปงามกว่ามันโข”
ไม้ถอดเสื้อ แล้วเดินไปหันหลังส่งให้พุดจีบ
“เอ็งเร่งเอาเสื้อพี่ไปใส่”
ยายมาแปลกใจที่รู้ว่ามีคนอยู่ที่หลังต้นไม้ ยายมารีบย่องไปดู.
“ใครอยู่หลังต้นไม้”
ตาสรเดินตามไป
“คงเป็นนังกาหลงเมียมัน เห็นท่าจะ บึ๊ดจ้ำบึ๊ด”
ตาสรทำท่าโยกตัวพายเรือ ยายมาและตาสรเดินเข้าไปใกล้ มองเห็นไม้ยืนส่งเสื้อให้ พุดจีบโผล่หน้าออกมาจากหลังต้นไม้ หยิบเสื้อของไม้ไปใส่ ทั้งคู่ตกใจ
“พุดจีบ”
ยายมาไม่พอใจ
“พุดจีบเล่นชู้กับไอ้ไม้ ลบหน้ากาหลงมันเกินไป ข้ายอมไม่ได้ เร่งไปบอกกาหลง”
“เรื่องของผัวๆเมียๆชู้ๆ มันจะดีรึ”
ตาสรพูดจบลากตัวยายมาออกไปทันที ไม้ยืนรอให้พุดจีบเปลี่ยนเสื้อให้เสร็จ

เผื่อนและงามเดินบ่น
“คุณอบเชยท่าจะเพี้ยนหนักเอาการ ถึงเข้าไปหาผีกาหลง”
งามตบปากเผื่อน
“หยุดพูด เขาว่าพูดถึงผี ผีมันจะมา”
“ใกล้ค่ำมืดแล้ว กลับเรือนเถอะ”
งามจูงมือเผื่อนเพื่อกลับเรือน แต่จูงไปทางที่เคยเจอกาหลง
“นังงาม เอ็งจะเดินย้อนไปเจอผีงั้นรึ”
งามนึกได้
“ว้าย...งั้นไปทางนี้ ทางปลอดรอดผี”
งามจูงมือเผื่อนไปอีกทาง แต่เจอกาหลงเดินเข้ามา ทั้งสองสะดุ้งตกใจ
“ว้ายผี”
กาหลงมองดุ งาม กับเผื่อนรีบแก้ตัว ชิงชี้หน้ากันเอง
“นังนี่เป็นผี ไม่กวนแล้วจ้ะ ผีขอกลับหลุม”
งามและเผื่อนตัดสินใจวิ่งหนีไป สวนทางกับยายมาและตาสรที่เดินเข้ามา เกือบชนยายมาและตาสร
“นังพวกนี้วิ่งหนียังกะเห็นผี”
ตาสรมองเห็นกาหลง สะกิดบอกยายมา...ยายมารีบวิ่งเข้าไปบอกาหลง
“กาหลง อย่าหาว่าข้ายั่วยุใส่ความเลย เมื่อกี้ข้าเห็น...”
ยายมาสะกิดบอกตาสร
“ไม่ดีหรอก อย่าพูดเลย ประเดี๋ยวจะผิดใจกัน นะยายมา”
“นั่นสิ พวกข้าอาจตาฝาดก็ได้ สิ่งที่เห็นมันไม่ได้เป็นอย่างคิด”
“ไม่เอา ไม่พูด”
กาหลงเห็นสองคนอ้ำอึ้งไม่ยอมพูด ก็ไม่สนใจฟัง
“น้าไม่มีอะไรจะพูด ก็หลีกทาง ฉันจะกลับเรือนไปหาพี่ไม้”
กาหลงไม่สนใจจะเดินออกไป ยายมาและตาสรตะโกนพร้อมกัน
“ไอ้ไม้ไม่อยู่เรือนหรอก มันกกกอดพุดจีบที่ชายป่าโน่น”
กาหลงตกใจ
“น้าว่าอะไรนะ”
กาหลงตกใจอยากรู้เรื่องนี้ขึ้นมาทันที

ไม้ยืนรอ พุดจีบสวมเสื้อของไม้เสร็จเดินออกจากหลังต้นไม้ ไม้หันไป
“พุดจีบเป็นยังไงบ้าง”
“พี่ไม้”
พุดจีบร้องไห้ตกใจโผเข้าสวมกอด ไม้กอดปลอบใจ
“ไม่ต้องกลัว มันหนีไปแล้ว ไม่มีใครทำร้ายใจพุดจีบได้อีก”
ไม้โอบกอดปลอบใจพุดจีบด้วยความสงสาร

กาหลงต่อว่ายายมาตาสร
“น้าหยุดพูดปรักปรำพี่ไม้กับพุดจีบ”
ตาสรรีบบอก
“ข้าพูดความจริง ข้าเห็นกับตา ไอ้ไม้ขยี้ขยำจนสไบพุดจีบขาดกระจุยกระจายผมเผ้ากระเจิง”
“ไอ้ไม้ก็เลยถอดเสื้อของตัวให้พุดจีบใส่” ยายมเสริม
“มันอาจจะเป็นเหตุอื่นก็ได้” กาหลงเถียง
“จะให้คิดเป็นเรื่องใด ข้ากับยายมาก็เคยกระจุยกระจายกระเจิงอย่างนี้ล่ะ”
ยายมาเขิน
“เอ็งก็พูดไป”
หันไปยุกาหลง
“เอ็งจะทำนิ่งเฉยให้พุดจีบแย่งผัวไปได้ ข้าล่ะสังหรณ์ใจมานานแท้ที่เห็นพุดจีบสนิทชิดเชื้อกับไอ้ไม้ ว่าสักวันนึงจะต้อง...”
ตาสรโยกตัวทำท่าแจวเรือ
“บึ๊ดจ้ำบึ๊ด! บึ๊ดจ้ำบึ๊ด!”
“หรือนี่อาจมิใช่มื้อแรก”
“บึ๊ดจ้ำบึ๊ด”
กาหลงยิ่งฟังยิ่งไม่พอใจ รีบเดินออกไปทันที ยายมาตะโกนบอก
“เอ็งรีบซะ ก่อนที่สองคนนั่นจะ...”
“บึ๊ดจ้ำบึ๊ด บึ๊ดจ้ำบึ๊ด”

ทั้งสองทำท่าโยกตัวแจวเรือ

อ่านต่อเวลา 17.00น.

พุดจีบร้องไห้ในอ้อมกอดไม้  ไม้จับพุดจีบออก แล้วเช็ดน้ำตาให้
“เอ็งหยุดร้องไห้เถอะ มันไม่ทันล่วงเกินก็ดีแล้ว เอ็งรีบกลับเรือน”
“พี่ไม้จะไปไหน”
“พี่จะไปสะสางคดีให้เอ็ง หากปล่อยไว้  มันจะเฉไฉไม่รับผิดพี่จะต้องเอามันมาลงโทษประจานให้รู้กันทั้งบาง”
ไม้เดินไปดึงมีดของโชติที่ปักอยู่ที่ต้นไม้ วิ่งออกไป พุดจีบมองตามด้วยความเป็นห่วง กาหลงเดินเข้ามาที่มุมหนึ่ง มองเห็นพุดจีบสวมใส่เสื้อของไม้ก็แปลกใจ พุดจีบดีใจ
“กาหลง”
พุดจีบวิ่งเข้าหากาหลงเพื่อจะบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่แล้วกาหลงกลับตบหน้าพุดจีบอย่างแรง พุดจีบล้มลง พุดจีบตกใจและเสียใจ กาหลงมองด้วยความโกรธ
“เอ็งแย่งผัวข้า”
 
            โชติกำลังจะหนีกลับเรือน ไม้วิ่งเข้ามาเห็น
“ไอ้โชติ เอ็งต้องไปกับข้า ไปสารภาพความชั่วกับทุกคน หากขัดขืนก็สู้กับข้าให้รู้เป็นรู้ตาย ข้าจะใช้คมมีดของเอ็ง เอาชีวิตเอ็ง”
ไม้จะเข้าไปหาโชติ แต่แล้ว สิงออกจากที่ซ่อนใช้ท่อนไม้ใหญ่ฟาดเข้าด้านหลังไม้ 
มีดในมือไม้ตกพื้น ไม้ล้มตัวสลบลง โชติเดินมาหาร่างไม้ พลิกร่างไม้หงายขึ้น
“เอ็งมันแส่หาที่ตาย”
โชติหยิบมีดที่อยู่ข้างตัวไม้ขึ้นมา
“มีดของข้ามีไว้ปลิดชีพศัตรูเท่านั้น”
โชติจ้วงมีดจะแทงไม้ แต่แล้วเพชรตะโกนเสียงดัง
“ทำอะไรกันวะ”
โชติมองเห็นว่าเพชรกำลังวิ่งเข้ามา โชติไม่อยากให้เพชรเห็นตัว รีบลุกวิ่งหนีไป สิงจึงวิ่งตามไป
เพชรวิ่งเข้ามา เห็นด้านหลังของพวกโชติไม่ถนัดนัก จะตามไป ก็เห็นร่างไม้นอนอยู่
“พี่ไม้”
 
กาหลงพุ่งเข้าไปตบ พุดจีบไม่ทันตั้งตัว กาหลงตบพร้อมกับต่อว่า
“ทำไมถึงหักหลังฉัน ฉันไว้ใจเชื่อใจแต่เพื่อนรักก็มาทำกันได้”
“กาหลงฟังฉันก่อน กาหลงเข้าใจผิด”
“ไม่ต้องแก้ตัว ฉันไม่ได้โง่ แล้วนี่มันคืออะไร”
หยิบสไบของพุดจีบขึ้นมา
“ถอดสไบล่อใจพี่ไม้ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันถึงพริกถึงขิง สไบขาดก็เอาเสื้อพี่ไม้มาใส่”
กระชากเสื้อ พุดจีบล้มลง
“พาลไปกันใหญ่แล้ว ฉันกับพี่ไม้ไม่ได้ทำอะไรบัดสี ฉันถูกพี่โชติขืนใจ พี่ไม้มาช่วยไว้”
            กาหลงหัวเราะเยาะ
“อีกแล้วเหรอ มื้อก่อนก็อ้างว่ากลัวขุนหวาด ตกใจวิ่งหนีซบอกพี่ไม้ มื้อนี้ก็พาลไอ้โชติเล่นงาน   แล้วมื้อหน้า จะเป็นใครอีก ฉันอยากรู้นักทำไมต้องเป็นพี่ไม้ เป็นอ้อมอกของชายอื่นไม่ได้รึไง  แล้วถ้าเรื่องไอ้โชติขืนใจ ก็น่าจะให้มันได้สมหวัง ยอมตกเป็นเมียมันจะได้เลิกยุ่งกับผัวฉันสักที”
พุดจีบร้องไห้เสียใจที่กาหลงเข้าใจผิด และไม่สนใจความรู้สึกเธอ  พุดจีบจึงโพล่งด้วยความน้อยใจ
“กาหลงนั่นสิ ที่ต้องเลิกยุ่งกับพี่ไม้ รู้ตัวว่าเป็นผีก็อยู่ส่วนผี”
            กาหลงอึ้งที่พุดจีบสวนกลับ ตบหน้าอย่างแรง
“นี่คงเป็นสันดานผีรังแต่ใช้กำลังทำร้ายคน ไม่มีจิตคิดไตร่ตรอง แยกแยะดีชั่ว มัวเมาในอารมณ์”
พุดจีบลุกขึ้นมาตอบโต้กาหลงด้วยความน้อยใจและระบายความในใจ กาหลงไม่พอใจตบหน้าพุดจีบ พุดจีบตบกลับ.. กาหลงตบ พุดจีบตบกลับซ้ำ
“อย่าคิดว่าฉันไม่สู้ ฉันจะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อศักดิ์ศรีของฉัน พี่ไม้เป็นคน ฉันเป็นคน ฉันต่างหากที่คู่ควรจะใช้ชีวิตอยู่กินกับพี่ไม้ ได้ยินไหม กาหลงเป็นผี ตายไปแล้วก็ไปเกิดใหม่ซะ”
พุดจีบตบหน้ากาหลง  กาหลงทรุดตัวล้มลง ลมพัดวูบใหญ่ พุดจีบมองตรงไป ผงะถอยหลัง กาหลงเป็นผีลุกขึ้นยืน ผมสยายน่ากลัว
“ใครก็ตามที่คิดแย่งพี่ไม้จากฉัน  มันต้องตาย”
พุดจีบตกใจกลัวที่กาหลงจะทำร้ายเธอ                                                                  
 
แม่กลอยนั่งเช็ดพื้นที่ชานเรือน
“นังกาหลงนะ ปล่อยให้พื้นกระดานเปียก ประเดี๋ยวไม้ผุเรือนก็พัง”
เพชรประคองไม้พามารักษาตัว แม่กลอยหันไปเห็นก็แปลกใจ รีบลงจากเรือนมาดูแล
“ไอ้ไม้เป็นอะไร”
“พี่ไม้โดนซุ่มทำร้าย ฉันจะพาพี่ไม้กลับเรือน”
“แล้วนังกาหลงล่ะ มันอยู่ไหน”
“ไม่เห็นจ้ะ”
“เอ็งเร่งพามันไปเช็ดเนื้อเช็ดตัว”
“แล้วแม่...เอ่อ...น้ากลอยจะไปไหนจ๊ะ”
“ข้าจะไปหาหยูกยา แล้วตามนังกาหลงมาดูแลผัวมัน”
แม่กลอยออกไป เพชรรีบประคองไม้เพื่อพาขึ้นเรือนไปรักษา..
           
กาหลงเดินตรงมาหาพุดจีบ
“กาหลง...อย่า...”
“ฉันบอกหลายครั้งหลายครา ใครคิดพรากพี่ไม้ของฉัน ทำลายความรักฉัน มันต้องตายทุกคน”
กาหลงเคลื่อนตัวมาหาพุดจีบ แล้วบีบคอ
“กาหลง...ฉัน...”
กาหลงบีบคอพุดจีบด้วยความโกรธแค้น พุดจีบจับข้อมือกาหลงแล้วออกแรงผลักกาหลงออกไป ตัดสินใจวิ่งหนีออกไป กาหลงมองด้วยความโกรธ
ขณะเดียวกัน แม่กลอยตามหากากลง แต่มองไปอีกทาง ไม่เห็นพุดจีบและกาหลง
 พุดจีบจะวิ่งหนี แต่แล้วก็วิ่งไม่ได้ เพราะถูกเส้นผมรัดเท้าไว้ พุดจีบมองไปตรงหน้า เห็นแม่กลอยอยู่บริเวณนั้น ตะโกนสุดเสียง
“น้ากลอย ช่วยฉันด้วย”
แม่กลอยกำลังมองหากาหลง ได้ยินเสียง กำลังจะหันมา กาหลงโกรธ เพ่งพลังออกไป เส้นผมกาหลงพุ่งเข้ามารัดคอพุดจีบ ดึงตัวพุดจีบกลับไปที่ใต้ต้นไม้
แม่กลอยหันหน้ามา มองไม่เห็นพุดจีบ ก็แปลกใจที่ได้ยินเสียง แต่ไม่เจออะไร ร่างพุดจีบถูกดึงเข้ามาประชิดกาหลง
“กาหลง ปล่อยฉันเถอะ”
กาหลงโกรธแค้น ใช้มือบีบคอ พุดจีบหายใจไม่ออก แม่กลอยเดินตรงเข้ามาด้วยความแปลกใจ
“พุดจีบ”
แม่กลอยเห็นพุดจีบโดนบีบคอ โดยมีร่างผีกาหลงซ้อนอยู่หลังพุดจีบ แม่กลอยมองไม่เห็นว่าเป็นหน้าใคร เห็นเพียงผมยาวเป็นผู้หญิง
“ใครกัน”
กาหลงรู้ว่าแม่กลอยเข้ามา ก็ตกใจ ผลักร่างพุดจีบพุ่งออกไป ร่างพุดจีบพุ่งมาใส่ตัวแม่กลอย แม่กลอยประคองร่างพุดจีบไว้
“พุดจีบ เอ็งเป็นอะไร ใครทำร้ายเอ็ง”
แม่กลอยหันไปมองตำแหน่งของกาหลง แต่ไม่เจอใครแล้ว แม่กลอยแปลกใจ
“ใครกันจะฆ่าเอ็ง”
พุดจีบลังเล ไม่อยากบอกแม่กลอย
“ฉัน...”
แม่กลอยสงสัย  วางร่างพุดจีบ  แล้วลุกขึ้นไปมองบริเวณนั้น  อยากรู้ว่าเป็นใคร มองหาแต่ไม่เจอ จึงหันกลับไปถามพุดจีบ
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
แม่กลอยหันไป ไม่เจอพุดจีบแล้ว แม่กลอยมองไปเห็นพุดจีบกำลังจะเดินหนีออกไป

เรือนกาหลง ตอนที่ 11 (ต่อ)
นวลถามบ่าวที่วิ่งเข้ามาอีกทาง
“พวกเอ็งเจอคุณพุดจีบรึยัง”
“พวกฉันช่วยกันหาทั่วเรือนแล้ว ไม่เจอจ้ะ”
บ่าวอีกคนวิ่งเข้ามา
“ที่ท่าน้ำก็ไม่มี”
นวลคิดตัดสินใจสั่งบ่าว
“พวกเอ็งออกตามหาระแวกเรือนอีกที”
“จ้ะ”
บ่าวทั้งสองจึงแยกย้ายกันออกตามหา นวลเป็นห่วง ตัดสินใจออกไปจากเรือนตามหาพุดจีบ
 
พุดจีบกำลังจะเดินหนีกลับเรือน ไม่อยากตอบคำถาม แม่กลอยวิ่งตามมา
“พุดจีบตอบน้ามาว่าเป็นใคร”
“น้าจะสนใจทำไม น้าเองก็เคืองโกรธฉัน ที่ฉันเป็นลูกแม่ และฉันเป็นตัวปัญหาขวางเส้นทางรักชบา น้าก็อยากให้ฉันตายมิใช่หรือ”
“ทำไมถึงได้พูดอย่างนั้น ต่อให้น้าไม่ถือญาติดีกับแม่เอ็ง ไม่ชอบหน้าเอ็ง น้าก็มีความเป็นคน  พอที่จะเป็นห่วงเป็นใยลูกหลาน”
พุดจีบได้ฟังก็รู้สึกดีขึ้น  ที่ใจของแม่กลอยก็ไม่ได้เกลียดชังเธอ
“บอกน้ามา ผู้หญิงที่ทำร้ายพุดจีบเป็นใคร”
“หากฉันบอกน้าไป น้าจะเชื่อใจฉันไหม”
“เอ็งพูดมาสิ ว่ามันเป็นใคร”
“กาหลงทำร้ายฉัน”
“กาหลง จะเป็นไปได้ยังไง กาหลงรักเอ็ง เอ็งเป็นเพื่อนรักคนเดียวที่กาหลงมันมี”
พุดจีบร้องไห้
“กาหลงเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นชู้กับพี่ไม้ กาหลงบีบคอฉัน กาหลงจะฆ่าฉัน”
“ข้าไม่เชื่อ กาหลงไม่เคยใจดำอำมหิต หากกาหลงทำอย่างนั้น ก็ผิดวิสัยใจคน”
พุดจีบโพล่งตอบ
“กาหลงไม่ใช่คน กาหลงเป็นผี”
แม่กลอยฟังความพุดจีบก็นิ่งอึ้ง
“น้าไม่เห็นตัวกาหลง เพราะกาหลงหายตัวหนีไปแล้ว”
พุดจีบพูดไม่ทันจบคำ แม่กลอยตบหน้าพุดจีบ
“อย่ามาใส่ความลูกข้า”
“ฉันพูดแต่ความจริงจ้ะ ฉันไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ แต่มันเหมือนตกนรกทนเวร ถึงคราวแล้วที่น้าต้องแจ้งใจ น้าจะได้ช่วยหว่านล้อมให้กาหลงยอมรับความจริงทุกข้อ ยอมละร่างไปเกิดใหม่”
“หยุดได้แล้ว เอ็งมันได้เชื้อริษยาไม่ต่างจากแม่เอ็ง”
แม่กลอยเข้าไปตบตีพุดจีบ นวลเดินเข้ามาเห็น
“คุณพุดจีบ”
แม่กลอยตบตีพุดจีบ พุดจีบได้แต่เพียงป้องปัด นวลเข้ามาดึงตัวแม่กลอยออกไป เข้ามาปกป้องพุดจีบ
“อีนวล”
“ข้าไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนายข้า”
“ข้าก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาว่าร้ายลูกข้า”
“เชื่อฉันเถอะ ฉันพูดความจริง กาหลงเป็นผี”
            นวลตกใจ
“กาหลงเป็นผีเหรอเจ้าคะ”
“นายว่าขี้ข้าพลอย”
แม่กลอยพุ่งเข้าตบตีนวล
“เอาสิวะ วันนี้อีนวลขอตบเอาคืนให้สาแก่ใจ”
แม่กลอยและนวลตบตีกัน พุดจีบตกใจ คอยร้องห้าม
“พี่นวล น้ากลอย หยุดเถอะ”
แม่กลอยและนวลไม่ฟัง  ทะเลาะตบตีกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

กาหลงเดินเข้ามายืนหน้าเรือน เหลียวกลับไปมอง กลัวแม่กลอยจะตามเข้ามา เมื่อไม่เห็นใคร กาหลงมองไปที่เรือน ระลึกรู้ได้ว่าไม้บาดเจ็บ ก็เป็นห่วง
“พี่ไม้”
กาหลงเดินไปขึ้นบันได เพื่อขึ้นเรือน ใต้ถุนเรือน มีหยดน้ำ หยดลงมาตามร่องไม้ ไม่ขาดสาย
 
แม่กลอยและนวลตบตีกัน พุดจีบเข้าไปห้าม  ดึงตัวนวลออกมา
“พี่นวล หยุดเถอะ”
นวลชี้หน้าแม่กลอย
“เอ็งมันใจยักษ์ใจมารตบตีนายข้า”
“เอ็งก็หัดสอนให้นายเอ็งสงบปากสงบคำ หยุดด่าว่าลูกข้าเป็นผี”
แม่กลอยต่อว่าพุดจีบ
“พูดจาใส่ร้ายคนอื่น เพราะไม่มีแม่คอยสั่งสอน”
นวลไม่พอใจ
“เอ้า...ยังมาลามถึงคุณนายบุญอิ่มอย่างนี้ต้องตบ”
นวลจะเข้าไปตบตีกับแม่กลอย พุดจีบดึงตัวนวลไว้
“พี่นวล ฉันอยากกลับเรือน”
พุดจีบพูดจบก็เดินออกไป นวลสงสารและเป็นห่วง หันไปชี้หน้าแม่กลอย
“ฉันไปล่ะ มื้อหน้าแม่จะรู้ดำรู้แดง”
นวลรีบตามพุดจีบไป แม่กลอยตะโกนไล่หลัง
“แน่จริงก็อย่าหนีสิวะ กลับมานังปากดี ข้าจะตบให้ฟันร่วงหมดปาก”
นวลและพุดจีบเดินห่างออกไปไกล แม่กลอยค่อยนิ่งลง ตั้งสติทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ใครกันทำร้ายพุดจีบ แล้วกาหลงเป็นผีอย่างที่พุดจีบพูดหรือไม่..แม่กลอยสับสน....
                                   
ภายในเรือนกาหลง เพชรกำลังทายาให้ไม้ ทันใดนั้นประตูเรือนเปิดออก  เพชรหันไปมองก็ตกใจ
“พี่กาหลง”
กาหลงในสภาพปกติ เดินตรงเข้ามา
“พี่ไม้เป็นอะไร ใครทำร้ายพี่ไม้”
เพชรถอยออกห่าง เพราะกลัวกาหลง
“ฉันไม่รู้จ้ะ ฉันเข้าไปพวกมันก็หนีไปแล้ว พี่ไม้แค่สลบไป ฉันให้กินยาแล้ว”
กาหลงเข้ามาดูแลไม้ เพชรยิ่งกลัว ลุกขึ้นถอยห่าง
“พี่กลับมาก็ดีแล้ว งั้นฉันลาล่ะจ๊ะ”
เพชรกลัวกาหลงจะเดินออกไป กาหลงเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อน”
เพชรสะดุ้งตกใจ หันกลับไปหากาหลง
“ข้าขอบใจเอ็งมาก เอ็งอยู่กินข้าวด้วยกัน ข้าจะหุงข้าวทำแกงให้กิน”
เพชรรับปฎิเสธ
“ไม่เป็นไรจ้ะ พอดีฉันหุงข้าวทำแกงไว้เต็มหม้อไว้มื้อหน้านะจ๊ะ ฉันลาล่ะจ้ะ”
เพชรรีบย่องออกไปจากเรือนทันที กาหลงเข้าไปประคองดูแลไม้ด้วยความเป็นห่วง
“พี่ไม้...พี่ไม้ของฉัน”
เพชรจะเดินออกไป แต่หันกลับไปมองในห้อง เห็นภาพกาหลงดูแลไม้ ก็สงสารกาหลง
“พี่ไม้ต้องฟื้นขึ้นมานะจ๊ะ ฉันจะไม่ห่างกายจากพี่อีกแล้ว ฉันจะไม่ให้ใครทำร้ายพี่ไม้”
กาหลงนอนกอดซบเป็นอกไม้ เพชรยืนมองน้ำตาซึม เห็นใจในความรักของกาหลง ที่ต้องกลายเป็นผีดูแลชายคนรัก เพชรปาดน้ำตา แล้วเดินออกไป

พุดจีบกลับมาที่เรือน นั่งลงจับเนื้อตัวที่มอมแมม ร้องไห้เสียใจที่ถูกโชติล่วงเกิน นวลวิ่งเข้ามาหา เห็นพุดจีบร้องไห้ก็สงสาร
“อย่าไปถือสาพวกปากหอยปากปูนะเจ้าคะ  มันมีปากก็สักแต่พูดให้ช้ำใจ คุณพูดจีบก็รู้ว่าแม่กลอยจงเกลียดจงชังเรา”
“พี่นวลอย่าตำหนิน้ากลอยเลย  ฉันเองที่เป็นฝ่ายผิด”
นวลสงสัย
“แล้วกาหลงเป็นผีเหรอเจ้าคะ”
“ฉันพูดไปเพราะน้อยใจและเสียใจที่กาหลงต่อว่าฉัน คิดว่าลูกเป็นชู้กับพี่ไม้”
กลอยตกใจ สังเกตว่าพุดจีบใส่เสื้อของไม้
“เป็นชู้ แล้วนี่ก็เสื้อผู้ชาย   เสื้อของพ่อไม้ใช่มั้ยเจ้าคะ”
“พี่ไม้เสียสละเอาเสื้อมาให้ฉัน...” พุดจีบตัดสินใจเล่าเรื่องโชติ “พี่โชติฉีกสไบฉัน คิดจะข่มเหงน้ำใจฉัน”
นวลตกใจและสงสาร
“คุณพระ”
พุดจีบร้องไห้เสียใจที่ถูกโชติรังแก  นวลเข้ามาจับเท้าด้วยความสงสาร
“คุณหนูของนวล”
 
กาหลงนอนเฝ้าไม้ จับเนื้อตัว  ลูบหน้าด้วยความรักและเป็น อล้วไม้เริ่มขยับตัว
“พี่ไม้...”
ไม้นอนละเมอ เพ้อออกมา
“พุดจีบ พี่อยู่กับเอ็งแล้ว หยุดร้องเถอะ”
กาหลงลูบหน้าไม้  ค่อยๆดึงมือกลับ แล้วกำด้วยความโกรธพุดจีบ
 
            อบเชยนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจก  เผื่อนเข้ามาถาม
“เผื่อนไม่เข้าใจเจ้าค่ะ ทำไมคุณอบเชยต้องไปญาติดีกับผีกาหลง  รึว่าคุณอบเชยระลึกถึงบาปบุญคุณโทษ คิดกลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่”
            อบเชยตวาดแว๊ด
“เอ็งมันโง่”
“เจ้าค่ะ  เผื่อนโง่ ช่วยแจ้งแถลงไขด้วยเจ้าค่ะ  เผื่อนอยากฉลาดให้ได้เสี้ยวของคุณอบเชย”
อบเชยลุกขึ้นบอกเผื่อน
“ที่ข้าใฝ่ดีกับผีนังกาหลง มันเป็นแค่หนทางเอาตัวรอด  ต่อให้ข้าเกลียดชังมันเท่าใด ข้าก็ไม่อาจสู้มันได้ ข้ารังแต่เสียเปรียบ”
“เจ้าค่ะ คนหรือจะสู้ผีได้”
“ข้าก็ต้องเล่นแผน เอาศัตรูมาเป็นมิตร  มันก็เลิกคิดร้ายกับข้า”
แล้วข้าจะคอยหาจังหวะใช้มันให้เกิดผลดีเข้าตัวข้า
“มันจะไม่รู้เท่าทันความชั่วของคุณอบเชยหรือเจ้าคะ”
อบเชยยิ้มเย้ย
“ผีมันก็เป็นผี มีหรือจะสู้ขมองคน”
“จริงเจ้าค่ะ ผีมันโง่ โง่ยิ่งกว่าเผื่อนอีก ” เผื่อนหัวเราะชอบใจ
 
พุดจีบนั่งอยู่หน้าเรือน คิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ แล้วร้องไห้เสียใจ มองไปตรงหน้า  เจอผีกาหลงเดินเข้ามาก็แปลกใจ พุดจีบถอยหนี
“กลัวตายด้วยรึ”
พุดจีบมองผีกาหลง แล้วตัดสินใจเดินตรงเข้ามา
“กาหลงจะฆ่าแกงยังไงฉันก็ยอม  หากคิดว่าฉันทรยศต่อกาหลง”
พุดจีบเดินตรงมาหยุดหน้า ผีกาหลงมองหน้าพุดจีบ ยื่นมือจะไปบีบคอ พุดจีบหลับตาพร้อมยอมตาย แต่แล้วไม่เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆลืมตา มองไปตรงหน้า เห็นกาหลงในสภาพปกติ เธอ พุดจีบแปลกใจที่กาหลงไม่ทำร้าย
“เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราที่ผ่านมา ฉันจะลืมว่าเคยเกิดอะไรขึ้น”
“กาหลงฟังความฉันเถิด ผิดร้ายอะไรฉันก็ไม่มี”
“ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว สิ่งที่ฉันเห็นตำตา  พี่ไม้เองคงติดใจ ในรสสวาท นอนสิ้นสติก็ยังเพ้อพกชื่อเอ็ง”
“กาหลงอย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง  ควรวางตัวให้ใจหนักระลึกถึงความรักที่เราเคยมีแต่หนหลัง  กาหลงควรจะเชื่อใจในเพื่อนรักคนนี้”
“มันสิ้นความหมายกับฉันแล้ว ฉันมานี่เพื่อจะบอกให้แจ้งว่า   หลังจากนี้ ฉันจะใช้ชีวิตของฉัน ฉันดูแลตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร อย่ามาระรานชีวิตฉันอีก  หากเอ็งไม่ฟังคำห้าม เรือนนี้คงต้องเป็นที่ตายของเอ็ง”
กาหลงพูดขู่ แล้วเดินกลับไป พุดจีบคิดตัดสินใจจะทำอย่างไรให้กาหลงเข้าใจเธอ
 
พุดจีบวิ่งตามไป ร้องเรียกกาหลง
“กาหลง”
กาหลงกำลังเดินออกไป  ไม่สนใจ พุดจีบวิ่งเข้าไปคว้าตัว
“กาหลงฟังฉันนะ”
กาหลงมองไม่พอใจ ทันใดนั้น กิ่งไม้หักลงมา พุดจีบตกใจ  ถอยหลังหลบ กิ่งไม้หล่นขวางทางทั้งสอง กาหลงมองหน้าพุดจีบ
“อย่ามายุ่งกับฉันอีก”
กาหลงเดินกลับไป พุดจีบมองตามอย่างเสียใจที่กาหลงตัดขาดความเป็นเพื่อน เพราะเข้าใจผิด นวลวิ่งเข้ามาหาพุดจีบ แปลกใจที่เห็นกาหลงเดินออกไป
“กาหลงยังผิดใจกับคุณพุดจีบหรือเจ้าคะ”
พุดจีบพยักหน้ารับ
“เห็นท่าจะเสียเพื่อนกันครานี้”
“ฉันต้องสูญเสียเพื่อน เสียความรู้สึก ก็เพราะคนใจโฉด”
พุดจีบโกรธโชติ ตัดสินใจไปที่เรือนโชติ นวลแปลกใจวิ่งตามไป
“คุณหนูจะไปไหนคะ”
 
ช่วงเดินมาต้อนรับพุดจีบ  ซึ่งมีนวลตามมาด้วย
“พุดจีบมาหาอาดึกดื่น  มีอะไรให้อาช่วยเหลือ”
“ฉันอยากให้อาผู้ใหญ่ให้ความเป็นธรรมกับฉัน ลงโทษพ่อโชติ”
แม่น้อยยืนฟังที่มุมหนึ่ง สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
“พ่อโชติไปก่อเรื่องใด”
พุดจีบอึกอักไม่กล้าพูด  นวลจึงโพล่งตอบแทน
“ลูกชายผู้ใหญ่คิดขืนใจคุณพุดจีบ”
ช่วง และแม่น้อยตกใจที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น โชติเข้ามาหาต่อว่าพุดจีบ
“พุดจีบใส่ความฉันหนักไปแล้ว”
ช่วงต่อว่าโชติ
“ไอ้โชติ เอ็งทำอะไร ยอมรับความจริงมาให้สิ้น”
“ฉันเป็นลูกผู้ชายพอที่กล้ารับความผิด แต่ฉันไม่สิ้นแต้มยอมรับในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ”
โชติไม่ยอมรับผิด นวลจึงเข้าไปต่อว่า
“แล้วเนื้อตัวเขียวคุณหนูช้ำ มันเกิดจากมือใครกัน”
โชติย้อนต่อว่านวล
“เอ็งนั่นแหล่ะที่ช่วยทำร้ายนาย ใส่ความข้า”
พุดจีบไม่พอใจ
“ฉันจะยอมเจ็บตัวไปเพื่ออะไรกัน”
“เพื่อหลีกหนีการร่วมหอกับฉัน จงใจให้น้าบุญอิ่มเกลียดชังฉัน จะได้สมอ้างไม่ต้องถูกจับแต่งอีก พุดจีบไม่น่าเลย ไม่รักไม่ชอบฉันก็พูดกันด้วยดี ใช่จะพาลให้ฉันเป็นผู้ร้าย”
แม่น้อยฟังอยู่นานแล้วทนไม่ได้  เข้าไปต่อว่าโชติ
“พ่อโชติยอมรับผิดซะ”
            โชติตกใจ
“แม่”
“ลูกยังคิดเฉไฉโยนความผิดให้คนอื่น  หากลูกไม่ได้ทำ  ไฉนหน้าลูกถึงมีรอยข่วนรอยช้ำ”
แม่น้อยเข้าไปจับที่หน้า โชติสะบัดออก รีบแก้ตัว
“ฉันโดนใบไผ่มันเกี่ยวเป็นรอยก็เท่านั้น”
“งั้นลูกก็ไปสาบานต่อหน้าพระ”
ช่วงขัดขึ้น
“พอการเถอะ”
ช่วงยุติการเถียงกันของแม่น้อยกับโชติ  พุดจีบรอฟังว่าช่วงจะจัดการอย่างไร
“เอาเป็นว่าฉันขอยอมรับผิดแทนลูก”
โชติตกใจ
“พ่อ”
“ฉันจะจัดพานธูปเทียนไปขอขมาให้เป็นเรื่อง แล้วแห่ขันหมากไปสู่ขอให้สมเกียรติ หนูพุดจีบคงไม่ขัด”
โชติยิ้มพอใจที่ช่วงจะให้แต่งงานกับพุดจีบ
“ฉันไม่ได้หมายเรียกร้องความเห็นใจ เพียงมาแจ้งให้รู้ว่า ฉันสิ้นศรัทธากับสันดานคนเลวทราม  ฉันจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว หรือเหยียบเรือนนี้อีกแม้นิดเดียว  ให้ถือว่าความสัมพันธ์ที่ฉันและแม่เคยมีแต่หนหลัง  เป็นอันจบสิ้นในคืนนี้”

พุดจีบประกาศตัดสัมพันธ์กับครอบครัวช่วง แล้วเดินกลับไป ช่วงไม่พอใจ อบเชยเดินออกจากห้อง  มองเห็นพุดจีบเดินออกไป แล้วหันกลับไปมองที่พวกช่วง  อยากรู้ว่าช่วงจะทำอย่างไรกับโชติ..

เช้าวันใหม่ งามเพชรกำลังเดินไปยังเรือนแม่กลอย กาเหว่าเข้ามาขวางไว้
“หยุดนะพี่เพชร”
“เอ็งไม่ต้องห้ามข้า ข้าจะไม่เก็บกักความในให้ปวดใจอีกแล้ว ข้าจะไปคุยให้รู้เรื่อง”
“พี่อยากโดนแม่เพ่นกบาลรึไง”
เพชรบอกอย่างตัดสินใจ
“เป็นไงเป็นกัน เกิดมาหนเดียวก็ตายได้หนเดียว”
“พี่รออยู่ตรงนี้เถอะ ฉันจะไปลากพี่ชบามาคุยด้วย”
“ข้าไม่ได้อยากเจอชบา ข้าอยากเจอแม่เอ็ง”
กาเหว่าอึ้ง
“ห๊า”
เพชรถามยิ้มเขิน
“ชบาไม่อยู่ใช่ไหม”
“พี่ชบา...”
เพชรสวนขึ้นไม่รอคำตอบ
“ไม่อยู่ ดีแล้ว ข้าจะเจรจากับแม่เอ็งเพียงลำพัง”
เพชรพูดจบพุ่งตรงไปยังเรือนแม่กลอยทันที กาเหว่ายืนอึ้งตั้งสติได้
“เดี๋ยวก่อน พี่เพชร”
กาเหว่ารีบวิ่งตามไป

เพชรเดินตรงมาที่หน้าเรือนตะโกนโหวกเหวก
“แม่จ๋า เอ่อ...น้ากลอยจ๋า ฉันมีความในใจที่อยากบอกกล่าว”
แม่กลอยยังไม่ออกมาจากเรือน เพชรแปลกใจ กาเหว่าวิ่งเข้ามาห้ามไว้
“หยุดเถอะพี่เพชร แม่ฉัน...”
เพชรไม่ฟัง
“เอ็งไม่ต้องมาห้าม วันนี้ข้าขอพูด จะเป็นตายเมื่อไหร่ไม่รู้ ข้าขอพูดให้หมดใจ”
เพชรเดินเข้าไปใกล้เรือนที่หัวบันได ตะโกนลั่น
“น้ากลอยจ๋าฉันรักชบา ฉันต้องตาต้องใจเมื่อแรกเห็น ฉันมั่นใจว่าฉันจะดูแลชบาได้ เห็นใจในความรักฉันด้วยเถอะ”
เพชรพูดออกไปรอลุ้นว่าแม่กลอยจะทำอย่างไร ทันใดนั้น ประตูเปิดออก เพชรมองลุ้น ชบาเดินออกจากเรือน เพชรตกใจ
“ชบา”
ชบาเดินอายๆออกมายืนมอง เพชรหันไปต่อว่ากาเหว่า
“ไหนเอ็งบอกว่าพี่สาวเอ็งไม่อยู่”
“ฉันไม่ได้พูด พี่พูดเองเออเอง”
เพชรมองชบาเขินๆ
“เอาละเหวย เอ็งได้ยินหมดแล้ว”
ชบามองเพชรเขินอายที่เขามาบอกรัก เธอเดินลงมาหา เพชรใจสั่น ชบาวิ่งออกไปจากเรือนทันที กาเหว่ามองตามชบา
“เอ้าวิ่งหนีไปซะดื้อๆ” กาเหว่าหันมาเห็นเพชรยืนบิดเขินอายก็ส่ายหน้าเซ็ง “นี่ก็บิด เป็นบ้าอะไรกัน”
เพชรอาย
“เอ็งไม่เคยมีรัก เอ็งไม่เข้าใจดอก”
เพชรพูดจบวิ่งตามชบาไปกาเหว่าตะโกนไล่หลัง
“ใช่ฉันไม่เข้าใจ แต่ฉันจำได้นะหลวงพ่อเคยเทศน์เตือน ที่ใดมีรักที่นั่นย่อมมีทุกข์”
กาเหว่ามองตาม เพลียใจกับพวกผู้ใหญ่

แม่กลอยเดินผ่านมาในตลาด เห็นกาหลงก็เข้าไปหา
“กาหลงเอ็งมาหาซื้ออะไร”
“ฉันหาซื้อสมุนไพร จะเอาไปต้มยาหม้อให้พี่ไม้จ้ะ”
“ข้าเห็นไอ้เพชรประคองไม้กลับเรือน มันยังไม่ดีขึ้นรึ”
“พี่ไม้ดีขึ้นแล้วจ้ะ ฉันออกมาหายาไปบำรุง ฉันไปก่อนนะจ๊ะแม่”
กาหลงบอกลาแม่กลอย แล้วเดินแยกป แม่กลอยคิดได้แอบเดินตาม แล้วชะเง้อมองดูเงาลูกสาว กาหลงเดินออกไปรู้ตัวว่าแม่ตามมาจึงหันกลับไปแสร้งถาม
“แม่มีอะไรค้างคาจะคุยกับฉัน”
“ไม่มี เอ็งไปเถอะ”
กาหลงจึงเดินออกไป แม่กลอยชะเง้อมองดูเงากาหลง มองเห็นเงาก็คลายโล่งใจ
“เฮ้อมีเงาก็ต้องเป็นคน”
แม่กลอยเลิกสงสัย แล้วนึกถึงไม้ มีเรื่องจะคุยด้วย แม่กลอยไปอีกทาง กาหลงหันกลับมามองรู้ว่าแม่สงสัยแต่ก็ดีใจที่แม่ไม่ติดใจ กาหลงเดินตรงไปหาซื้อของ เธอเดินไปไม่มีเงา

ชบาเดินหนีด้วยความอาย เพชรวิ่งไล่ตาม
“ชบาฟังข้าก่อน”
เพชรวิ่งเข้าไปดักจับตัวไว้ พูดด้วยความซึ้งใจ
“ชบา คำที่เอ็งได้ยินมันพรั่งพรูออกมาจากใจ”
ชบาตบหน้าเพชร
เพชรอึ้ง
“เอ็งตบหน้าข้าทำไม”
“พูดได้ไม่อายปาก”
“ข้าไม่เหลือยางอายอีกแล้ว ข้าอยากบอกเอ็ง ก่อนที่ข้าจะไม่ได้พูด”
ชบาเขินอาย จะเดินออกไป เพชรเข้าไปจับมือไว้ ชบามองด้วยความแปลกใจ เพชรคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ที่กาหลงนอนเฝ้าดูแลไม้ด้วยความรัก...เพชรมองหน้าชบาแล้วถามด้วยความอ่อนโยน
“ข้าถามเอ็งสัก คำหากข้าตายไปข้าเป็นผีเอ็งจะกลัวไหม”
ชบาตอบทันที
“กลัวสิ...ใครกันจะกล้าสู้หน้าผี”
“เอ็งกลัวข้า งั้นข้าไม่เป็นผีล่ะ” เพชรนึกเปลี่ยนคำถาม “งั้นถ้าเอ็งตายไปเป็นผี”
ชบาอึ้งมองหน้าเพชร
“เอ็งจะรักและยังจะอยู่ดูแลข้าไหม”
ชบาตบหน้าเพชร
“เอ็งแช่งข้า”
“ข้าไม่ได้แช่ง ข้าแค่ถามเอ็งเป็นผีเอ็งจะรักดูแลข้าไหม”
ชบาย้อนถาม
“ทำไมข้าต้องรักและดูแลเอ็ง”
“เพราะข้ารักเอ็ง”
ชบาอึ้งจะตบ เพชรคว้ามือไว้
“ข้ารู้ทันใจเอ็งแล้วนะ เอ็งได้ยินคำหวานเอ็งก็ตบเอ็งเขินอาย เอ็งก็ตบ”
“ใครบอก”
ชบาตีเข่าเข้าหว่างขา เพชรร้องลั่น
“โอ๊ย”
ชบายิ้มเย้ย
“เอ็งยังไม่รู้ใจข้าดีพอ”
ชบาวิ่งหนีไป เพชรอยากวิ่งตามแต่จุกนอนแผ่ที่พื้นมองท้องฟ้าแล้วเคลิ้ม
“หญิงตีเข่าเขาว่าหญิงรักเอาซะเต็มแรงท่าจะรักมาก”

ชบายืนมองที่มุมหนึ่ง เห็นอาการเพ้อของเพชรก็เขินอายเพราะเธอเริ่มมีใจให้เขาแล้ว

กาหลงเดินซื้อยาสมุนไพร ใส่ตะกร้า จะเดินกลับเรือน แล้วเธอก็หยุดชะงักเมื่อเห็นพุดจีบเดินเข้ามาหาเหมือนเป็นปกติ
“กาหลงมาหาซื้อ...”
พุดจีบพูดไม่ทันจบ กาหลงเดินผ่านไป เสมือนไม่เห็นกัน พุดจีบไม่มีตัวตนมองตามเสียใจที่กาหลงยังโกรธ จำใจปล่อยให้เพื่อนเดินไป พุดจีบเดินไปอีกทาง อบเชยเดินมา ยืนมองเห็นทั้งสองหมางใจกัน อบเชยหันมาถามบ่าว
“เอ็งเห็นอย่างที่ข้าเห็นไหม”
เผื่อนและงามเข้ามาเสนอหน้า
“เต็มตาเจ้าค่ะ”
“สาแก่ใจข้านัก เพื่อนรักมาผิดใจ ไม่เห็นหัว”
อบเชยสะใจที่ทั้งสองผิดใจกัน
“คุณอบเชยมีแผนชั่วยังไงเจ้าคะ” เผื่อนถาม
“เร่งหาซื้อของข้าจะไปวัด”
อบเชยเดินออกไป หาซื้อของเพื่อไปถวายพระ งามแปลกใจ
“คุณพระ คุณอบเชยเข้าวัด ฝนท่าจะตกห่าใหญ่”
“เอ็งคงไปด้วยไม่ได้”เผื่อนพูดลอยๆ
งามชะงัก
“ทำไมล่ะนังเผื่อน”
“ก็เอ็งมันหน้าผี”
เผื่อนหัวเราะเยาะงาม แล้วรีบเดินตามอบเชยไป งามจับหน้ามองหน้าตัวเอง
“ผีหลุมไหนจะงามเท่านี้ไม่มีหนอนสักตัว”
งามเอามือลูบหน้าหลงปลื้มตัวเอง

ไม้รู้สึกดีขึ้นจึงเดินมาจากเรือน พบแม่กลอยพอดี จึงยกมือไหว้
“แม่”
“เอ็งเป็นยังไงบ้าง”
“ฉันค่อยคลายแล้วจ้ะ”
แม่กลอยยื่นขวดใส่น้ำมันให้
“เอ้าน้ำมันไปนวด แก้คลายเส้น”
ไม้รับมารู้สึกดีที่แม่กลอยยังเมตตาไหว้แล้วรับขวดมา
“ฉันขอบคุณแม่มากที่ห่วงฉัน”
แม่กลอยยังฟอร์มปากแข็งกับลูกเขย
“ไปเกะกะระรานใครเข้า ถึงได้โดนฟาดสลบไสล”
“ฉันไปช่วยพุดจีบ พุดจีบโดน...”
ไม้จะเล่าเรื่องโชติข่มขืนพุดจีบแต่แม่กลอยขัดขึ้น
“ไม่ต้องสาธยาย ข้าไม่อยากฟังความหรือเชื่อคำนังพุดจีบ ข้ามาหาเอ็งก็เรื่องนี้หากเอ็งนับถือข้าเป็นแม่ยายก็เลิกยุ่งกับนังพุดจีบ”
ไม้แปลกใจ
“ฉันรู้ว่าแม่ไม่ชอบหน้าน้าบุญอิ่ม แต่พุดจีบเขาดีกับกาหลง”
“คนดีต่อกันไม่ว่าร้ายเมียเอ็งเป็นผี”
ไม้แปลกใจ
“แม่ว่าอะไรนะ”
กาหลงเดินกลับจากตลาด หยุดฟังที่มุมหนึ่ง
“แม่เข้าใจผิดเสีย พุดจีบไม่มีวันพูดอย่างนั้น แล้วฉันก็เชื่อใจพุดจีบ คนอย่างพุดจีบไม่เคยคิดร้ายกับกาหลง”
“เอ็งมันก็เป็นเสียอย่างนี้ ไม่รู้ทันใจหญิงมันนะมารยาเอ็งหลงกลหลงเล่ย์มัน รึเอ็งมีใจให้มัน”
กาหลงได้ฟังก็ตกใจ หันไปมองไม้ อยากรู้ว่าไม้จะตอบอย่างไร”
ไม้ปฎิเสธ
“แม่เอาอะไรมาพูด ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิด”
แม่กลอยขัดขึ้น
“ข้าไม่ใช่กบในกะลา ข้ารู้ว่าพุดจีบมันมีใจให้เอ็งมานาน แล้วที่มันทำดีกับกาหลงเพื่อหวังใกล้ชิดสนิทเอ็ง”
“แต่ฉันไม่เคยคิดอะไรเกินเลย ฉันเห็นพุดจีบเป็นเพื่อนกาหลง เสมือนน้องสาวฉัน”
“แต่มันคิดไกลอยากได้เอ็งเป็นผัว”
กาหลงเดินตรงเข้ามา
“พอการเถอะแม่”
ไม้และแม่กลอยเห็นกาหลงเข้ามาแม่กลอยดักคอ
“เอ็งไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เอ็งมันก็ดีแต่แก้ตัวให้เพื่อนอยู่ร่ำไปรู้ตัวไหมว่ามันยุยงข้าว่าเอ็งเป็นผี”
กาหลงตกใจที่รู้ว่าพุดจีบบอกเรื่องนี้กับแม่กลอย
“พุดจีบบอกแม่”
“ใช่มันยังมีหน้ามาพูดดีเอาบุญคุณมาบอกความจริงข้า หวังให้ข้าเตือนเอ็ง เอ็งจะได้ถอดจิตถอดใจไปเกิดใหม่”
ไม้ตกใจ
“พุดจีบพูดอย่างนั้นจริงเหรอจ๊ะแม่”
“เอ็งจะเชื่อมันหรือเชื่อข้า จำคำข้าไว้หากเอ็งยังไปคบหามัน ก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าแม่”
แม่กลอยประกาศต่อหน้าไม้แล้วกระชากขวดน้ำมันคืน
“น้ำมงน้ำมันก็ไม่ต้องเอาของข้าไปใช้”
แม่กลอยเดินหนีไป กาหลงยืนร้องไห้ ไม้หันไปมอง
“ทำไมพุดจีบต้องใจร้ายกับฉัน”
กาหลงเดินไปที่ท่าน้ำ ไม้มองตามอย่างสงสาร

กาหลงเดินมาหยุดที่ท่าน้ำร้องไห้ ไม้เดินเข้ามายืนด้านหลังพูดโดยมองไปที่แม่น้ำ
“ฉันไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พุดจีบพูดไปอย่างนั้นหรือจะเป็น อย่างคำชาวบ้านพูดกัน”
ไม้สงสัย
“ชาวบ้านเขาว่าอะไร”
“พุดจีบต้องการแย่งพี่ไม้ไปจากฉัน”
ไม้อึ้ง
“ไม่ใช่หรอก กาหลงเป็นเพื่อนรักกับพุดจีบมานาน ย่อมรู้นิสัยพุดจีบดี”
“พี่ไม่เคยเอะใจบ้างหรือไม่ว่าพี่กับฉันจะไปหนไหน พุดจีบมักขอไปด้วย ไม่ว่าพี่จะทำอะไร พุดจีบมักขอทำด้วย”

พุดจีบเดินตรงมาหยุดที่บึงบัวมองดอกบัวคิดอะไรบางอย่าง...พุดจีบนั่งอยู่บนเรือกลางบึง เอื้อมมือไปเด็ดดอกบัว มองดอกบัวที่สวยงามด้วยความสุขใจ

กาหลงกับไม้ยังคุยกันอยู่ที่ท่าน้ำ ไม้คิดตามที่กาหลงพูดเริ่มเอะใจสงสัย
“ฉันหักห้ามใจไม่คิด แต่หลายครั้งหลายคราที่มีเหตุให้พุดจีบเข้าหาพี่ มันก็ทำให้ฉันหวั่นใจ”
ไม้คิดตามเรื่องราวที่กาหลงพูด ภาพเหตุการณ์ตอนที่ที่ไม้สอนพุดจีบพายเรือ เหตุการณ์ช่วยพุดจีบจากโจร เหตุการณ์ช่วยพุดจีบจากโชติแว่บเข้ามา ไม้ก็เริ่มฉุกคิด
“ยิ่งมารับรู้ว่าพุดจีบใส่ความกับแม่ ฉันยิ่งเสียใจ มันน่าน้อยใจที่เพื่อนรักทำกันได้ลงคอ”
“พี่จะไปซักถามพุดจีบให้รู้ความ”

ไม้เดินไปทันที หวังจะไปคุยกับพุดจีบ กาหลงกังวลใจ กลัวไม้จะเชื่อพุดจีบ

จบตอนที่ 11

อ่านต่อตอนที่ 12 พรุ่งนี้ เวลา09.30น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...