xs
sm
md
lg

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 18

เผยแพร่:

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 18

พงอินทร์ วรวรรธ ณัฐเดช ออกมาจากห้องของแผนยุทธอย่างรีบร้อน ณัฐเดชยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหากรรณา

“ยัยกรรณไปไหน ตะกี๊ยังอยู่แถวนี้เลย”
ณัฐเดชรอสายกรรณา แต่ไม่มีสัญญาณ
“อะไร..ทำไมไม่มีสัญญาณ”
“มา...ผมโทรเอง”
พงอินทร์กำลังจะกดโทรศัพท์หากรรณา ทันใดมีสายเรียกเข้ามาที่มือถือ เขารีบรับสาย
“หนึ่ง...หนึ่งอยู่ไหน กรรณาอยู่กับหนึ่งเปล่า”
น้ำหนึ่งคุยโทรศัพท์ในห้องรับแขกบ้านตัวเอง กำลังเก็บข้าวของที่ตกกระจายทั่วห้อง
“หนึ่งแยกกับคุณกรรณนานแล้วโจ้ ตอนนี้หนึ่งกลับมาทำธุระที่บ้าน”
“อ้าว...”
“คุณกรรณไม่ได้อยู่โรงพยาบาลเหรอ”
พงอินทร์ร้อนใจ
“ไม่รู้เหมือนกัน ปิดเครื่องไปแล้วติดต่อไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าไปไหนของเขา”
“ไปบ้านญาติคุณช่อเพชรหรือเปล่า”
พงอินทร์ฉุกคิด น้ำหนึ่งพูดอย่างมีแผน
“ก่อนแยกกับคุณกรรณ หนึ่งเห็นคุณกรรณร้อนใจ บ่นกับหนึ่งว่าอยากไปบ้านญาติคุณช่อเพชรที่สารวัตรณัฐเดชเพิ่งส่งที่อยู่ให้ แต่หนึ่งเดาเอานะโจ้ ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“... ขอบใจมากนะหนึ่ง”
“ไม่เป็นไรโจ้” น้ำหนึ่งเยือกเย็น “หวังว่าคุณกรรณจะไม่ได้ไปไหนไกล อาจจะแค่เดินลงไปกินน้ำที่โรงอาหารนะคะ...”
น้ำหนึ่งวางสาย พงอินท์งงๆ

ญาณินคุยโทรศัพท์กับณัฐเดช
“เปล่าค่ะพี่ณัฐ ยัยกรรณไม่ได้มาที่นี่”
“แล้วมีโทรหามั้ย”
“ก็ไม่ค่ะ...” ญาณินใจเสีย ”มีเรื่องอะไรเหรอค่ะพี่ณัฐ”
ติณห์และอรวรรณได้ยิน รีบเดินมาฟังข้างๆญาณิน
“ค่ะ...พี่ณัฐ...ณินจะโทรตามทุกคนนะคะ ได้ค่ะพี่ณัฐ” ญาณินวางสาย
“คุณกรรณเป็นอะไรเหรอครับ”
“ยัยกรรณหายตัว ติดต่อไม่ได้เลย”
ติณห์กับอรวรรณมองหน้ากันกังวลใจ

สามหนุ่มเดินออกมาด้านหน้าโรงพยาบาลอย่างรีบร้อนมา
“ยัยกรรณามันต้องไปบ้านช่อเพชรแน่ๆ ผมมั่นใจ เพราะยัยนี่ใจร้อนไม่เคยเปลี่ยน” พงอินทร์บ่นด้วยความเป็นห่วง
ณัฐเดชยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาเพื่อนในสำนักงานตำรวจ
“ไอ้วุฒิ...ขอความช่วยเหลือหน่อยวะ ฉันอยากได้หมายค้น...เออ...กำลังจะไปบ้านผู้ต้องสงสัย เอาเร็วสุด ขอบใจว่ะ”
ทั้งสามเดิน รีบเร่ง


สุคนธรสค้นหาของขวัฐในห้องเก็บของที่ไม่มีไฟ เธอใช้ไฟฉายส่องไปตามใต้ตู้ โกลเดนเบบี๋ยืนลุ้นอยู่กับโบตั๋น อีกมุมไตรรัตน์ยืนแอบดูสุคนธรสที่ตั้งใจช่วยวิญญาณน้องสาวตัวเองหาหาของขวัญอย่างซึ้งใจ
“หนูบอกว่าใต้ตู้นี้หนูหาแล้ว ทำไมเจ๊ไม่เชื่อกันบ้าง” โกลเด้นเบบี๋บ่น
สุคนธรสยังหมอบอยู่
“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แค่ดูอีกทีเพื่อความแน่ใจไง โอ๊ย”

“เจ๊รสเป็นอะไร”
สุคนธรสเอามือออกมา แล้วชันตัวขึ้นนั่ง ดูที่ปลายนิ้วตัวเองมีรอยของมีคมบาดจนเลือดไหล
 
“พี่รสเลือดออก”
ไตรรัตน์เห็นก็เป็นห่วงอยากจะพุ่งเข้าไปดูแล แต่สุคนธรสเงยหน้าขึ้นมาเจอก่อน ไตรรัตน์จึงแอ๊บฟอร์มไม่สนใจ เดินผ่านไปเลย สุคนธรสน้อยใจ
“...หนูขอโทษนะคะ” โบตั๋นสงสาร
“ไม่เป็นไรหรอก แค่โดนขอบไม้ทิ่มนิดหน่อย ไกลหัวใจน่า...ทำแผลแล้วก็หาต่อได้”
โทรศัพท์สุคนธรสดัง เธอรีบรับสาย
“ยัยเจ๊...หา..ได้ๆ” สุคนธรสร้อนใจ

หน้าบ้านไตรรัตน์...สุคนธรสจับมือสัญญากะโบตั๋น
“พี่ต้องกลับมาช่วยหนูหาของขวัญให้เจอแน่ แต่ตอนนี้พี่ต้องไปหาเพื่อนพี่ให้เจอก่อน เพื่อนพี่ก็มีค่าเหมือนของขวัญของโบตั๋นนะคะ”
โกลเดนเบบี๋ตบบ่าโบตั๋น
“เข้าใจนะน้อง...”
โบตั๋นพยักหน้ารับ เสียงไตรรัตน์ดังขึ้น
“เดี๋ยวผมพาไปเอง”
สุคนธรสมองไปเห็นไตรรัตน์ยืนนิ่ง แต่ความจริงคือแอบฟังอยู่แบบมีฟอร์ม
“ไม่ต้อง”
สุคนธรสพูดแล้วเดินจะออกจากบ้าน ไตรรัตน์ตีเบลอทำเป็นไม่สนใจ เข้าไปอุ้มสุคนธรสขึ้นรถปิดประตูทันที โกลเดนเบบี๋กับโบตั๋น ยืนมองงงๆ กับสามีภรรยาคู่นี้


พงอินทร์ขับรถออกไปอย่างร้อนใจ ระหว่างนั้นโทรหาก้องฟ้าไปด้วย ไม่นานก้องฟ้ารับสาย เขาจึงถามหากรรณา
“พี่กรรณาไม่ได้กลับมาที่นี่ครับ พี่โจ้”
“บ้านก็ไม่กลับ บริษัทก็ไม่ไป แล้วมีที่ไหนอีกมั้ย ที่พี่สาวนายน่าจะไปตอนนี้”
ก้องฟ้าพยายามนึก แล้วถอนใจ
“คิดไม่ออก ทำไงดีครับพี่โจ้”
พงอินทร์ได้สติ พยายามใจเย็น
“งั้น...เอางี้...ก๊องรีบไปหาแหวนเพชรที่อยู่ในห้องคุณแผนยุทธมานะ ถามคุณจารุณี เขารู้อยู่ที่ไหน แล้วรีบเอาไปบริษัทให้คุณญาณินด่วนเลย”
“เดี๋ยวนี้เลยครับ” ก้องฟ้ารับคำทันที

รถไตรรัตน์มาจอดหน้าบริษัทซิกส์เซนส์ สุคนธรสเปิดประตูลงมาจากรถ รีบเดินเข้าบริษัทไป ไตรรัตน์ลงจากรถ รีบตาม สุคนธรสหันขวับมา
“อะไรเนี่ย”
“อะไร...อะไร...”
“มาส่งแล้ว ถึงที่แล้ว ก็หมดหน้าที่แล้วไง กลับไปได้แล้ว แล้วขากลับ ฉันกลับเอง”
“นี่...เห็นผมเป็นคนขับรถประจำตำแหน่งเหรอ พอถึงที่หมายแล้วถีบหัวส่งกันเลยเหรอ”
“อ๊าว...จะเอาไงอีกล่ะ” สุคนธรส เปิดกระเป๋าเงิน ”จะเอาค่ารถเหรอ หรือค่าน้ำมัน”
ไตรรัตน์แค้น
“สุคนธรส”
“ไตรรัตน์”
ทั้งสองจ้องหน้ากัน ยังกะจะกินเลือดกินเนื้อ
“อย่าทำร้ายจิตใจกันให้มากไปกว่านี้ ผมก็คนนะ”
“ฉันก็แค่อยากให้คุณกลับบ้าน ฉันไม่อยากรบกวน”
“ผมก็แค่อยากดูแลคุณ ในทุกสถานการณ์”
“ฉันดูแลตัวเองได้”
“แต่ในนั้น...ทุกคนกำลังเดือดร้อน เพื่อนคุณ ก็เพื่อนผม เพื่อนผม..ก็เพื่อนผม ทุกคนต้องร่วมมือกัน ช่วยเหลือกัน ผมขอใช้สิทธิ์ ในฐานะเพื่อนของทุกคนในนั้น เข้าไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนในนั้น”

ไตรรัตน์เริด เชิด สุคนธรสอึ้ง
ญาณินนั่งขัดสมาธิหลับตาใช้ญาณในการหากรรณา ครู่ใหญ่ญาณินลืมตาขึ้น มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า

“เป็นไงบ้างคุณหนูณิน เห็นมั้ยครับว่าคุณกรรณอยู่ที่ไหน” ติณห์ถามร้อนใจ
ญาณินเหงื่อแตก เปียกเต็มหน้า
“ที่ๆยัยกรรณอยู่มันมืดมากมองไม่ออกเลยว่าคือที่ไหน แถมในนั้นยังร้อนอบอ้าวมากด้วย”
“อาจจะเป็นไปได้ว่า คุณกรรณจะอยู่ในห้องที่ปิดทึบหรือปิดประตูหน้าต่าง ทำให้ไม่มีแสงรอดเข้ามาเพราะตอนนี้ยังกลางวันอยู่เลย”
“โห...แล้วจะไปรู้ได้ยังไงว่ายัยกรรณอยู่ไหน” เนตรสิตางศุ์โวย
“ห้องซาวน่าหรือเปล่า” กรรัมภาถาม
“คุณกรรณาไม่ใช่คุณแก้มนะครับ จะได้เข้าฟิตเนส ซาวน่า” วรวรรธบอก
“ยัยกรรณไม่ได้อยู่คนเดียว มีคนอยู่กับยัยกรรณอีกคน”
“อยู่ในที่มืดสองคน...อยู่กับใคร...หนุ่มที่ไหนรึเปล่า”
เนตรสิตางศุ์ตีแขนกรรัมภาเผียะ
“เครียดกันอยู่ ยังมาทำเป็นเล่นอีก”
“ใครอยู่กับคุณหนูกรรณกันคะ” อรวรรณถามย้ำ
ทุกคนสบตากันด้วยความกังวลใจ
“ใครก็ไม่รู้...นอนอยู่...มืดมากเลยมองไม่เห็นว่าเป็นใคร”
ทุกคนมองหน้ากันอย่างหนักอก
“สาธุ...คุณพระคุณเจ้าช่วยชี้ทางสว่างให้พวกเราด้วยเถอะค่ะ ว่าคุณกรรณอยู่ที่ไหน พวกลูกจนปัญญาแล้วจริงๆ”
ทันใดประตูถูกผลักเข้ามา สุคนธรสและไตรรัตน์เถียงกันเข้ามา
“ยัง ยังจะตามมาอีก”
“ใครบอกตาม คุณมาของคุณ ผมก็มาของผมย่ะ”
ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว ไตรรัตน์ สุคนธรสเห็นสายตาเพื่อนก็เลยชะงักไป รีบถาม
“พวกเรา เกิดอะไรขึ้น แล้วจะให้ฉันทำอะไร บอกมาเลย พร้อม”

ภายในห้องใต้ดินบ้านน้ำหนึ่ง กรรณานอนหมดสติอยู่ที่พื้นห้องใต้ดิน เริ่มรู้สึกตัว ลืมตา พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืดแล้วมองสำรวจไปรอบๆ ทั้งๆที่หัวยังปวดตึ้บๆ กรรณาเห็นข้าวของวางอยู่ระเกะระกะ ทั้งกล่อง ลังไม้ โซฟาเก่าที่เบาะขาดยุ่ย กลิ่นเหม็นฉุนที่ตลบอบอวลอยู่รอบๆ ทำเอาเกือบสำลัก เธอมองสำรวจจากซ้ายไปขวา ไม่มีประตูสักบาน พอกวาดสายตามาถึงปลายเท้าของตัวเองก็ต้องชะงัก หัวใจเริ่มสั่นด้วยความกลัวที่เริ่มครอบงำ เพราะเห็นเท้าแห้งๆของใครบางคนอยู่ใกล้กับเท้าของเธอ ปลายเท้าเกือบเกยเท้าเธอ
กรรณาสูดหายใจเข้า ถึงกลัวแต่อยากรู้ ค่อยๆมองไล่ตามปลายเท้าแห้งปริศนานั้นขึ้นมา จนกระทั่งมาถึงใบหน้าเจ้าของเท้านั้น เธอเห็นกะโหลกคนที่ยังมีเนื้อหนังติดอยู่ แต่แห้งกรังไปบางส่วน ลูกตาเปื่อยไปแล้ว แต่เส้นผมยาวยังคงติดหนังศีรษะให้เห็น ศพนั้นนอนตะแคงหันหน้ามาทางเธอ และอยู่ใกล้กับหน้ากรรณาไม่ถึงคืบ
“อร๊าย”
กรรณากรีดร้อง แล้วกระถดตัวหนีจากศพสุดชีวิต แต่ก็ทำได้ยากเย็นเพราะมือและเท้าถูกมัด แล้วก็ไปชนเข้ากับขาซีดๆของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง กรรณาตกใจสะดุ้งเฮือก
น้ำหนึ่งยืนมองอยู่ข้างหลัง
“จุ๊ๆ อย่าเสียงดังสิ คุณกรรณ”
น้ำหนึ่งไม่ให้เวลากรรณาได้ตั้งตัว เอาผ้ามัดปากเธอไว้ทันที กรรณาดิ้นขลุกขลัก แต่ก็สู้แรงน้ำหนึ่งไม่ได้เพราะถูกมัดไว้
น้ำหนึ่งผูกผ้ามัดปากกรรณาจนแน่น กรรณาอู้อี้
“อ่อย อั้น นะคะ คุณหนึ่ง”
“กลัวเหรอค่ะ ไหนโจ้บอกว่าคุณได้ยินเสียงผี ฟังเสียงวิญาณได้ไง นี่แค่ศพเน่าๆแห้งๆคุณกรรณจะกลัวอะไร...”
กรรณาพยายามตะโกน

“อ่อย อั้นนนน!!”
น้ำหนึ่งเปลี่ยนไป สีหน้าแววตาดูไม่เหมือนน้ำหนึ่งคนที่กรรณารู้จักก่อนหน้านี้ มันดูแข็งๆขวางๆ...เหมือนคนบ้า น้ำหนึ่งโกรธจิกผมกรรณาแล้วลากเอาหน้าของกรรณาไปจ่อชิดกับศพช่อเพชร
 
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่พวกเธอ พวกเธอไม่น่าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก”
น้ำหนึ่งเหวี่ยงกรรณาลงไปกระแทกกับศพอย่างแรง กรรณาหน้าแนบกับศพกลัวจนน้ำตาไหล ทันใดนั้น เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น น้ำหนึ่งหันหน้าไปมองด้านที่มาของเสียง

หน้าประตูรั้วบ้านน้ำหนึ่ง รั้วประตูถูกคล้องโซ่แล้วล๊อคกุญแจไว้อย่างแน่นหนา เหมือนไม่มีคนอยู่บ้าน
พงอินทร์กดกริ่งเรียกอยู่สองสามรอบ แล้วตัดสินใจปีนรั้วบ้านเข้าไป เดินไปดูที่หน้าประตูบ้าน พยายามจะเปิด แต่ประตูล็อคเอาไว้ เขาพยายามส่องดูทางหน้าต่างก็มองไม่เห็นมีใครในบ้าน จึงตัดสินใจเดินอ้อมไปทางหลังบ้าน ระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขากดรับ
“ครับ...สารวัตรณัฐเดช... ไม่มีครับ ที่บ้านญาติคุณช่อเพชรนี่ก็ไม่มีครับ”
พงอินทร์เดินถึงประตูหลังบ้านที่โดนล็อคเช่นเดียวกัน
“ประตูหน้า ประตูหลัง ล็อคหมด เหมือนไม่มีใครอยู่มาสักระยะแล้วครับ”
ณัฐเดชคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ในรถ
“คุณทำอะไรของคุณ”
“ผมทำอะไร”
“คุณสุ่มสี่สุ่มห้าบุกรุกบ้านคนอื่นได้ไงคุณโจ้ ใจเย็นๆ ผมกำลังรอหมายค้นอยู่...”
ณัฐเดชเลี้ยวรถมาที่ซอกตึกๆหนึ่ง เป็นที่ลับตาคน แล้วจอดรถ
“โอเคครับ...คุณออกมาก่อน แล้วเจอกัน”
ณัฐเดชวางสาย ดับเครื่องนั่งรอใครบางคน
อีกด้านหนึ่งของซอกตึก รถอีกคันแล่นเข้ามาทางที่รถณัฐเดช แต่หันหัวไปกันคนละทาง
คนขับเปิดกระจกลง แล้วยื่นเอกสารบางอย่างให้ ณัฐเดชเปิดกระจกลงตาม รับเอกสารนั้นมา
“ขอบใจมากไอ้วุฒิ”
ทั้งคู่ปิดกระจก แล้วแยกย้ายกันขับออกไป

พงอินทร์ปีนรั้วออกมาจากบ้านน้ำหนึ่ง หงุดหงิดไม่ได้เบาะแสอะไรเกี่ยวกับกรรณาและช่อเพชร
พงอินทร์ขึ้นรถของตัวเองที่จอดหน้าบ้านน้ำหนึ่ง ก่อนเข้ารถหันไปมองบ้านนั้นเต็มตาอีกหน รู้สึกแปลกๆ เขายืนนิ่งสักพักแล้วสะบัดหัว ขึ้นรถสตาร์ทรถออกตัวไป โดยไม่รู้ว่าที่หน้าต่างบานหนึ่ง ดวงตาของน้ำหนึ่งแอบมองผ่านหน้าต่างบานนั้นอย่างน่ากลัว

สุคนธรสนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำพิธี ทุกคนนั่งรวมกันอยู่ในห้อง ญาณินมองหน้ากับติณห์ พยักหน้าให้กัน
ทุกคนงง
“เราจะเชิญวิญญาณเมียดร.แผนยุทธมาประทับทรงยัยรส ยัยรสจะได้เข้าไปล่วงรู้ความทรงจำของเขา”
“คือ..ผมคิดว่า..นี่เป็นอีกทาง ที่อาจจะทำให้เราตามคุณกรรณาเจอ”
“วิญญาณที่เคยอาละวาดอย่างรุนแรงคราวนั้นน่ะเหรอ แต่เหมือนยัยกรรณเคยบอกว่า ไม่น่าจะเป็นคุณพิมอร พี่สาวนายโจ้นะ เพราะคุณพิมอรเป็นคนดี อ่อนหวาน ไม่น่าจะเป็นยัยผีร้ายตนนั้น” เนตรสิตางค์บอก
“เอาเป็นว่า จะเป็นวิญญาณชื่ออะไรก็ช่างเถอะ แต่นางก็ต้องเป็นเมียคนนึง ของดร.แผนยุทธ” กรรัมภาออกความเห็น
“เดี๋ยวนะครับ ถ้าผีนางนี้ ไม่ใช่คุณพิมอร แต่มากรี๊ดๆ ว่าดร.แผนยุทธเป็นผัว ก็แปลว่า มีผู้หญิงสองคน ที่เป็นเมียแผนยุทธ และถูกฆ่าตายน่ะสิ” วรวรรธสงสัย
“จริงด้วย..อ๊า..มันแปลว่า ตัวฆาตกรก็อาจจะเป็น ผู้หญิงอีกคนที่คอยตามฆ่าเมีย ทุกคนของนายแผนยุทธคนนี้ก็ได้” สุคนธรสสรุป
ทุกคนทึ่ง ฮือฮา เห็นจริง
“นั่นไง น่าสนใจใช่ไหมล่ะ พวกเราต้องช่วยกันคุยกับคุณผีตนนี้ เพื่อถ่วงเวลาให้วิญญาณของเขาสิงอยู่ในร่างคุณรสนานๆ เพื่อคุณรสจะได้มีความทรงจำวันที่เมียแผนยุทธคนนี้เสียชีวิต ว่าเธอคือใครกันแน่ และใครเป็นคนฆ่าเธอ” ติณห์บอก
“คนที่ฆ่าเขา อาจเกี่ยวข้องกับคนที่เอาตัวกรรณาไปก็ได้” ญาณินออกความเห็น
“พี่กรรณากำลังพยายามตามหาตัวคนที่ชื่อช่อเพชร แล้วก็มาหายไป ฆาตกรอาจจะเป็น ยัยช่อเพชรก็ได้ ที่ฆ่าเมียของดร.แผนยุทธทุกคน” ก้องฟ้าสงสัย

ไตรรัตน์ตาโต กลัวงานเข้าสุคนธรส
 
อ่านต่อหน้า 2
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 18 (ต่อ)

ไตรรัตน์ตาโต กลัวงานเข้าสุคนธรส

“แล้วถ้าเขาอาละวาดอีก จะไม่เป็นผลร้ายกับคุณรสเหรอคะ” อรวรรณถาม
“พวกเราต้องช่วยกัน ฉันจะพยายาม ทำให้เธอสงบที่สุด และสื่อสารออกมาให้มากที่สุด”
“ผมไม่ยอม” ไตรรัตน์ยืนขึ้น
ทุกคนตะลึงค้างกับหน้าที่จริงจังของไตรรัตน์
“มันอันตรายเกินไป ถ้าเมียผมเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”
“แต่เราก็ต้องหาพี่กรรณให้เจอนะครับ” ก้องฟ้ายืนขึ้นประจันหน้า
“ทุกคน ฟังนะ..สิ่งที่ร้ายแรงที่สุด ที่อาจเกิดขึ้น เมื่อผีเมียดร.คนนี้มาเข้าร่างฉันแล้ว จะทำให้ ร่างฉันมีดวงจิตอยู่สองดวงพร้อมๆ กันและในกรณีที่ฉันควบคุมผีในร่างฉันไม่อยู่ อาการโวยวาย อาละวาดต่างๆ นาๆอาจจะทำให้อวัยวะในร่างกายฉันทำงานไม่ประสานกัน รวมถึงระบบการ หมุนเวียนของเลือด และการเต้นของหัวใจอาจทำงานเกินลิมิต ฉันอาจมีอาการช็อคและ หัวใจล้มเหลวได้”
ทุกคนเงียบ
“เข้าใจหรือยังครับ ทุกคน”ไตรรัตน์ถาม
“แต่...” สุคนธรสโพล่งขึ้นมา ด้วยความที่หมั่นไส้ไตรรัตน์ “ฉันเอง เป็นคนที่รู้ดีที่สุด เพราะฉันเข้าทรงมาเยอะแยะ แล้วฉันเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในเรื่องนี้ ยังไงฉันต้องช่วยยัยกรรณให้ได้ เพราะฉะนั้น ฉันขอรับผิดชอบตัวฉัน ร่างกายฉัน และจิตใจ ของฉันเอง ฉันอาสาเอง เพราะมีฉันคนเดียว ที่จะรับหน้าที่นี้ได้ เพราะฉะนั้น สามีฉัน..เงียบไป เลยย่ะ”
“ขอบคุณมากครับพี่รส” ก้องฟ้าบอกอย่างดีใจ
ติณห์เดินมาจับไหล่ไตรรัตน์ วรวรรธเข้ามายืนข้างๆ
“พวกผมจะคอยช่วยคุณรสเต็มที่...ไว้ใจผมนะ คุณไตรรัตน์” วรวรรธพูด
“คุณรสเขาเก่งมากๆนะ นายมีภรรยาที่เก่งขนาดนี้ นายต้องภูมิใจนะคะ” ติณห์บอก
ไตรรัตน์น้ำตาคลอ มองสุคนธรสอย่างน้อยใจ

ห้องใต้ดินบ้านน้ำหนึ่ง...กรรณาที่ถูกมัดปาก ยังพยายามตะโกนอย่างสุดเสียง
“อั้น อยู่ อี่!!! อ่วย ด้วย”
เสียงประตูห้องใต้ดินถูกปลดล๊อค กรรณาหยุดร้อง หันมองซ้ายมองขวา บนบันไดที่เชื่อมต่อกับประตู แสงลอดเข้ามาเพราะประตูห้องใต้ดินถูกเปิดออกและปิดลงโดยน้ำหนึ่ง
“อย่าเสียงแรงร้องเลยค่ะคุณกรรณ นายโจ้กลับไปแล้ว ไม่มีใครได้ยินหรอก แสบคอเปล่าๆ”
น้ำหนึ่งชะงัก แทนสายตาน้ำหนึ่ง เห็นเพียงศพที่นอนอยู่กลางห้อง กรรณาหายตัวไป
น้ำหนึ่งเริ่มโกรธ
“คุณกรรณ...คุณกรรณค่ะ”
กรรณานอนตัวลีบอยู่ใต้โซฟาเก่า แทบไม่กล้าหายใจ
น้ำหนึ่งค่อยๆเดินหาไปรอบๆห้อง
“คุณกรรณค่ะ หนึ่งไม่ชอบเล่นซ่อนแอบนะคะ ออกมาเถอะค่ะ เพราะถ้าหนึ่งจับคุณกรรณได้ คุณกรรณจะโดนลงโทษนะคะ”
น้ำหนึ่งหยุดเดิน แล้วมองไปรอบๆ นัยน์ตาขวาง กรรณาเห็นขาน้ำหนึ่ง จึงหยุดตรงหน้าโซฟาที่กรรณาแอบอยู่
“หนึ่งบอกแล้วไงคะว่าหนึ่งไม่ชอบ” น้ำหนึ่งเสียงดัง “ออกมา”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจของน้ำหนึ่ง กับเสียงหัวใจของกรรณาเท่านั้นที่ดังแข่งกันในความมืด
“คุณกรรณอยากเล่นมากใช่มั้ย งั้นหนึ่งจะนับหนึ่งถึงสิบนะคะ...” น้ำหนึ่งเสียงแข็ง “หนึ่ง...”
กรรณากลั้นใจ พยายามจะค่อยๆเขยิบตัวออกไป กะจะเอาตัวไปชนขาหน้ำนึ่งให้เสียหลัก
“สอง..”.
ทันใดนั้น น้ำหนึ่งก็ก้มหน้าลงมาจ้องหน้ากรรณาด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ตึงงง!! กรรณาผวากรีดร้อง
“สาม!”

กรรณาถูกน้ำหนึ่งจิกผมลากออกไป
ก้องฟ้าส่งแหวนวงหนึ่งให้สุคนธรส

“ผมไม่รู้ ว่ามันจะช่วยได้รึเปล่า แต่คุณแผนยุทธบอกว่านี่เป็นแหวนหมั้นที่เขาให้ช่อเพชร ช่อเพชรสวมไว้ไม่เคยถอด แต่เธอส่งมันมาพร้อมกับจดหมายลาออก หลังจากเธอหายไป”
กรรัมภาถอดถุงมือ แล้วยื่นมือมารับแทนด้วยความอยากรู้
“แหวนของยัยฆาตกรเหรอ ขอจับหน่อยนะ”
ก้องฟ้าส่งแหวนให้ กรรัมภาสัมผัสแหวนแล้วเห็นภาพที่เกิดขึ้น เธอเห็นเป็นเพียงเงาตะคุ่มของช่อเพชรที่นอนหายใจรวยริน ที่มือซ้ายของช่อเพชร มีมือผู้หญิงคนหนึ่งดึงแหวนวงนี้ออกไปจากนิ้วนางข้างซ้ายของช่อเพชร
“เจ้าของแหวนไม่ใช่ฆาตกรนะ เจ้าของแหวนคือคนตาย เขาไม่ได้ถอดแหวนวงนี้ด้วยตัวเอง แต่มันถูกใครบางคนดึงออกมา...”
“หา..งั้น ถ้าคนชื่อช่อเพชรคือเจ้าของแหวน ก็แปลว่าคนชื่อช่อเพชร ไม่ใช่ฆาตกร แต่คนชื่อ ช่อเพชร โดนฆ่าไปแล้วน่ะสิ...” ติณห์ร้องถาม
“เฮ้ย..ชิบเป๋งแล้ว แสดงว่าคนที่คอยติดต่อพี่กรรณ กะพี่โจ้ แล้วบอกทุกคน ว่านางชื่อ ช่อเพชร นางคือใครล่ะ” ก้องฟ้าถามขึ้น
“นางก็ต้องเป็นคนที่ดึงแหวนวงนี้ ออกมาจากมือคนชื่อช่อเพชร แล้วส่งมาให้ดร.แผนยุทธไง” เนตรสิตางศุ์ออกความเห็น
“นางคือฆาตกรผู้หญิง แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ฉันมองไม่เห็น มันมืด...”
อรวรรณรำพึง
“มืดอีกแล้วเหรอคะ”
กรรัมภาออกจากภวังค์ แล้วส่งแหวนให้สุคนธรสรับไป
“สรุปว่า วิญญาณที่ตามดร.แผนยุทธ แล้วร้องด่ายัยกรรณหยาบๆคายๆ แล้วที่ฉันเคยเข้าทรง แล้วอาละวาดอย่างรุนแรงนั้น อาจจะเป็นวิญญาณของผู้หญิงเจ้าของ แหวนวงนี้ซึ่งก็คือผู้หญิงชื่อช่อเพชร โธ่ คุณช่อเพชรผู้น่าสงสาร”
“มิน่าล่ะ วิญญาณเขาถึงเกรี้ยวกราดนัก เพราะเขาโดนฆ่า แต่ไม่มีใครรู้นี่เอง” เนตรสิตางศุ์บอกเศร้าๆ
“แถมยังโดนเอาชื่อมาแอบอ้างอีก..” วรวรรธถอนใจ
สุคนธรสตั้งสติ พนมมือ
“คุณช่อเพชรคะ พวกเราจะช่วยเฉลยปริศนาความตายของคุณ...และคุณ กรุณาช่วยให้เราสามารถช่วยชีวิตยัยกรรณได้ทันเวลาด้วย เพราะคนที่ฆ่าคุณ แล้วเอาชื่อ คุณมาอ้าง อาจจะกำลังทำอันตรายยัยกรรณเพื่อนเรานะคะ..”
สุคนธรสสวมแหวนลงไปบนนิ้วตัวเอง แล้วเริ่มพนมมือ หลับตาสวดคาถา
ไตรรัตน์มองสุคนธรส ลุ้นตาไม่กระพริบ มีสองหนุ่มขนาบซ้าย ขวา สุคนธรสตัวเริ่มสั่น ไฟภายในบริษัทติดๆดับๆ ไตรรัตน์จะเข้าไป ติณห์และวรวรรธจับไว้ เนตรสิตางศุ์ตาโต ตัวสั่นเกาะแขนกรรัมภาแน่น อรวรรณปากคอสั่น
“คุณเนตร ห...เห็น...อะไรคะ”
“แกเห็นอะไรยัยเนตร”
“ผู้หญิง...ยืนอยู่หลังยัยรส”
“ว้าย..” อรวรรณปิดตาตัวเอง
สุคนธรสสวดคาถาจบ จากที่ตัวสั่นก็นิ่งไป วิญญาณช่อเพชรพุ่งเข้าร่างสุคนธรสจนเธอหงายตึง เหมือนโดนกระแทกอย่างแรง สักครู่ก็ผุดลุกกลับขึ้นมา เป็นผีช่อเพชรที่ลุกขึ้นมาแทนสุคนธรส
“แกอีกแล้วเหรอ นังพวกหน้าด้าน”
ทุกคนมองหน้ากันสยองๆ

อดีตที่ผ่านมา...แผนยุทธนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน พนักงานสองคนเดินเข้ามาในห้อง
“คุณแผนยุทธคะ เลขาคนใหม่มาแล้วค่ะ”
พนักงานเขยิบตัวออก เปิดให้เห็นเลขาสาวสวยคนใหม่ด้านหลัง
ช่อเพชรก้าวมาไหว้อย่างอ่อนน้อม

“สวัสดีค่ะ ดิฉัน... “ช่อเพชร” ค่ะ”
ช่อเพชรนั่งทำงานอยู่ มีหนุ่มๆแวะเวียนมาทักทายคุยด้วยตลอดเวลา มุมไกลอีกด้านของที่ทำงาน แผนยุทธกำลังคุยงานกับลูกน้อง แต่แอบชำเลืองมองเลขาตัวเองตลอด ช่อเพชรมองข้ามหัวเหล่าหนุ่มๆในออฟฟิศไปมองเฉพาะแผนยุทธเช่นกัน สายตาสื่อความหมายของคนทั้งสองเชื่อมกันเป็นหนึ่งเดียว แผนยุทธมองช่อเพชรกรุ้มกริ่ม ช่อเพชรยิ้มเอียงอายแบบเด็กสาวอ่อนต่อโลก

ในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง...แผนยุทธพาช่อเพชรมาทานข้าว แล้วเซอร์ไพรท์ด้วยการมอบดอกไม้ช่อหนึ่งให้ ช่อเพชรดีใจ รับช่อดอกไม้มาแล้วก็ต้องชะงัก มองดอกไม้ตาโต เมื่อเห็นแหวนเพชรเล็กๆวงหนึ่งอยู่ข้างในช่อดอกไม้ ช่อเพชรมองแผนยุทธอย่างตื้นตันใจ แผนยุทธเอาแหวนมาสวมไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของช่อเพชร

แผนยุทธเปิดประตูเข้าไปในคอนโดหรู ที่ตกแต่งเรียบร้อย พร้อมเข้าอยู่ ช่อเพชรก้าวเข้ามามองอย่างตกตะลึงและชื่นชอบ แล้วหันกลับไปกอดแผนยุทธ หอมแก้มขอบคุณ แผนยุทธผลักประตูปิดกดล๊อค แล้วดันช่อเพชรลงไปนอนที่โซฟา ซึ่งช่อเพชรก็เต็มใจที่จะมอบกายใจให้เขาด้วยความรัก

คอนโดช่อเพชร ผ่านเวลาหลายวัน...แผนยุทธนั่งอยู่กับช่อเพชร เอารูปพิมอรให้ดู
“ผมหย่ากับเธอแล้ว แต่ต้องปิดข่าวเพราะฐานะทางสังคม”
จากนั้นแผนยุทธพาช่อเพชรไปที่ว่าการอำเภอ เพื่อจดทะเบียนสมรส ทั้งคู่เซ็นชื่อในเอกสารจดทะเบียนสมรส ช่อเพชรดีใจมากที่ได้เป็นภรรยาแผนยุทธอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

ทุกคนตั้งใจมุงฟังสุคนธรส ที่มีผีช่อเพชรสิงอยู่เล่าเรื่องราวในอดีต

ห้องใต้ดินบ้านน้ำหนึ่ง กรรณาถูกน้ำหนึ่งจับมัดไว้กับที่พักแขนของโซฟา กรรณาสภาพแย่ลงเรื่อยๆ
“เด็กดื้อต้องถูกทำโทษๆ พ่อฉันบอกแบบนี้ตลอดเลยแหละ แล้วเวลาพ่อทำโทษฉันมันก็เจ็บมากๆทรมานมากๆเลย ถ้าคุณไม่เคยโดน จ้างคุณก็ไม่มีวันนึกออกหรอก ฉันร้องไห้ขอให้แม่ช่วย แต่แม่ก็เอาแต่ร้องไห้ๆ ไม่เคยช่วยฉันสักกะทีนึง...เออ..แต่คุณไม่ต้องห่วงนะกรรณา ถึงฉันจะทำโทษคุณ แต่ฉันจะไม่ทำให้คุณเจ็บแบบนั้นหรอก...”
น้ำหนึ่งควักซองยาบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วดึงผ้ามัดปากกรรณาออก แล้วยื่นยาให้
“กินซะ จะได้หลับสบาย ไม่รู้สึกเจ็บ แล้วก็จะได้ไม่ทรมานไงล่ะ”
กรรณามองน้ำหนึ่ง พยายามหว่านล้อม
“ถ้าฉันหายไป ไม่นานตำรวจต้องแห่กันมาที่นี่...”
“ตำรวจไม่มีทางรู้ว่าบ้านหลังนี้มีห้องใต้ดิน ฉันซ่อนศพพี่เพชรไว้ตั้งนาน ยังไม่มีใครรู้เลย”
“พี่เพชร...”กรรณานึกออก “ช่อเพชร...ศพนี้คือศพคุณช่อเพชร”
“จริงด้วย..เธออยากเจอพี่เพชรมากนี่นา..”
น้ำหนึ่งเดินไปประคองศพช่อเพชรขึ้นมานั่ง
“นี่ไง พี่เพชรอยู่นี่แล้ว ฮัลโหลว..หวัดดีจ้ะ สบายดีไหมจ๊ะ ขอเสียงหน่อย อิอิ”
น้ำหนึ่งจับมือศพมาทำท่าโบกๆ กรรณาช็อค
“คุณฆ่าช่อเพชร”
น้ำหนึ่งประคองศพช่อเพชรอยู่ ราวกับช่อเพชรยังมีชีวิต กรรณาตกตะลึง
“คุณคือ.. พิมพลอย น้องสาวช่อเพชร”
น้ำหนึ่งพูดกับศพ

“พี่เพชรรักไอ้แผนยุทธมาก เชื่อคำหวานของมันทุกคำ แต่พี่เพชรไม่เคยจำได้ซะทีว่าผู้ชาย มันก็คือ สัตว์ตัวผู้ ที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่ที่รองรับอารมณ์อุบาทว์ของพวกมัน มีเหรอที่จะรักใครจริง ไอ้แผนยุทธก็เหมือนกัน แค่วันแรกที่มันเห็นหน้าฉัน ลายก็ออกแล้ว”
ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งในอดีต...น้ำหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้าม ยกมือไหว้แผนยุทธที่นั่งคู่อยู่กับช่อเพชร
 
“นี่น้ำหนึ่งน้องสาวคนเดียวของเพชร ถึงจะคนละพ่อ แต่เพชรรักหนึ่งเหมือนน้องแท้ๆ ฝากคุณช่วยดูแลด้วยนะคะ” ช่อเพชรแนะนำ
น้ำหนึ่งนอบน้อม
“หนึ่งฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
แผนยุทธมองน้ำหนึ่งด้วยสายตากรุ้มกริ่มสุดๆ น้ำหนึ่งแอบทำหน้าแขยง แล้วเกิดความคิดบางอย่าง ปรับสีหน้าใหม่ หันไป ปรายตาทอดสะพานพองาม
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพชร ผมจะดูแลน้องคุณอย่างดี...” แผนยุทธทำหน้าซื่อ
ช่อเพชรยิ้มดีใจ โดยไม่รู้ว่าแผนยุทธแอบมองขา มองสะโพกน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งแอบแสยะ

“ไอ้แผนยุทธมันไม่เคยจริงใจกับพี่เพชร มันหลอกพี่เพชร จนพี่เพชรไปสืบพบความจริงว่ามันยังไม่ได้หย่าขาดจากพิมอร และยังอยู่บ้านเดียวกันฉันสามีภรรยา” น้ำหนึ่งเล่า

ในอดีต...แผนยุทธในชุดสูท เดินลงมาจะขึ้นรถ พิมอรถือเอกสารที่ถูกลืมตามมา เรียกให้แผนยุทธรอ แผนยุทธหยุด หันไปรับ พิมอรเห็นคอเสื้อแผนยุทธ ยังไม่ติดดุม เลยเอ่ยทักขึ้น แผนยุทธยื่นคอก้มลงมา ให้พิมอรช่วยติดให้ ขณะที่ช่อเพชรแอบดูอยู่ที่ริมรั้ว

เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังที่ห้องทำงาน ช่อเพชรตบหน้าแผนยุทธอย่างโกรธจัด
“คนใจร้าย คนโกหก คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง”
“แต่ผมรักคุณจริงๆนะ ช่อเพชร ผมโกหกคุณ เพราะผมรักคุณ ถ้าผมไม่โกหก คุณจะยอมรับรักผมเหรอ”
“คุณต้องไปบอกคุณพิมอร ว่าคุณไม่ได้รักเขาแล้ว แล้วก็ต้องบอกให้เขายอมเลิกกะคุณเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณไม่บอก ฉันจะจัดการเอง”
ช่อเพชรเดินออกจากห้องไป
“ไม่ได้นะ คุณ... อย่ายุ่งกับพิมอร” แผนยุทธเสียงดังทันที

”ในขณะที่พี่เพชรไปตามรังควาญกับพิมอร พี่เพชรไม่รู้เลยว่าไอ้แผนยุทธมันกำลังหักหลังอยู่” น้ำหนึ่งเล่าพลางยิ้มเยาะ

ช่อเพชรนั่งรอพิมอรอยู่ที่ห้องรับแขก เมื่อได้พบหน้ากัน เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอกับแผนยุทธให้ฟัง นำทะเบียนสมรสให้ดู พิมอรช็อค เสียใจ

แผนยุทธเดินเข้ามาในมุมกาแฟ เห็นน้ำหนึ่งกำลังยืนชงกาแฟอยู่ก็ยิ้มมีเลศนัย แผนยุทธเดินเข้าไปซ้อนหลังน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งสะดุ้งตกใจแต่ก็ไม่ได้หนี แผนยุทธเอามืออ้อมด้านหน้าเหมือนโอบน้ำหนึ่ง แต่เอามือตัวเองจับมือน้ำหนึ่งช่วยคนกาแฟ แผนยุทธใช้ปลายจมูกคลอเคลียใบหน้าของน้ำหนึ่งที่นิ่ง แต่แค้นใจ

น้ำหนึ่งคุยกับศพช่อเพชรอย่างคนเพี้ยน
“พี่เพชรควรจะเข้าใจนะ ว่าที่ฉันเกลียดผู้ชายขนาดไหน ที่ฉันยอมเสียสละ เอาตัวเข้าแลก ให้ไอ้แผนยุทธมันทำทุกอย่าง ก็เพื่อจะพิสูจน์ให้พี่เพชรเห็นกับตาไงว่าไอ้กากมนุษย์เพศชายพรรค์นั้น มันไม่ได้รักพี่ แต่มันพร้อมเสมอ ที่จะหื่นกระหายกับใครก็ได้ มันไม่เลือก แม้แต่กับน้องสาวของพี่เพชรเอง”

กรรณาตกใจกับสิ่งที่เธอได้ยิน
 
อ่านต่อหน้า 3
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 18 (ต่อ)

ช่อเพชรอาละวาดเหวี่ยงไตรรัตน์ลอยไปอัดกำแพงแล้วลงมากองกับพื้น แล้วร้องไห้น้ำตาไหล

“นังน้องสาวทรยศ ฉันไม่น่าพามันมาฝากกับคุณแผนยุทธเลย ไม่อย่างนั้นเรื่องของเราคง ไม่จบลงแบบนี้ นังทรยศมันแย่งผัวฉันน”
ช่อเพชรอาละวาดเป็นการใหญ่ สามสาวอ้าปากค้างเพราะไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“ดร.แผนยุทธมีเมียน้อยแล้ว ยังเอาน้องสาวของเมียน้อย มาเป็นเมียน้อยกว่า..อีก” กรรัมภาประชด “ผู้ชายคนนี้มันเลวสุดยอด”
ช่อเพชรเข้ามาจะบีบคอญาณิน ผู้ชายที่เหลือช่วยกันอยู่ อรวรรณนั่งตัวลีบอยู่มุมห้อง
“พอยังครับคุณติณห์ บ้านจะพังแล้ว” วรวรรธถาม
“ถ่วงเวลาให้ผีช่อเพชรอยู่ในร่างคุณรสอีกนิดนึง”
ญาณินวิ่งหนี พร้อมพวกสาวๆหนีช่อเพชรทั่วห้อง
“...ฉันคิดว่าอีนังพลอยมันหายดีแล้ว ถึงเอามันออกมาจากโรงพยาบาล ใส่ตะกร้าล้างน้ำ เปลี่ยนชื่อแซ่ให้ เพราะอยากให้มันมีชีวิตปกติแบบคนทั่วไป แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะทำกับฉัน แบบนี้ คนเราเปลี่ยนได้แต่ชื่อ สันดานมันเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ...น้ำหนึ่ง...เพชรน้ำหนึ่ง...ชื่อนี้ ไม่คู่ควรกับคนทรยศอย่างมันสักนิด”
ญาณินและก้องฟ้าชะงัก สะดุดกับชื่อน้ำหนึ่งที่ช่อเพชรเอ่ยออกมา
“น้ำหนึ่ง..เพื่อนพี่โจ้” ก้องฟ้าบอก
“ยัยน้ำหนึ่งคนนั้นเหรอ..ก๊อง..บอกมา..มันคืออะไร ยังไงกันแน่เนี่ย”

ณัฐเดชขับรถกำลังจะเอาหมายค้นไปบริษัทซิกส์เซ้นส์ พอดีมีสายเข้า
“ไอ้วุฒิ..ว่าไง”
วุฒิอยู่หน้าคอมในสำนักงานตำรวจ
“ฉันได้ข้อมูลมาใหม่สดๆเลย จากข้อมูลทะเบียนราษฎร์พบว่า ผู้หญิงชื่อพิมพลอย อินนาวงศ์ เปลี่ยนชื่อเป็น นางสาวน้ำหนึ่ง อินทุวงศ์ เมื่อห้าปีที่แล้ว...”
“พิมพลอย น้ำหนึ่ง โห..เล่นมุกเปลี่ยนชื่อแบบนี้ คนก็หลงทางกันตายเลยสิวะ”
ณัฐเดชวางสาย แล้วรีบรีบกดโทรหาพงอินทร์ ครู่หนึ่งเขารับสาย
“สวัสดีครับสารวัตร..อะไรนะครับ..ฮัลโหลๆ ไม่ค่อยได้ยินเลยครับ พิมพลอยอะไรนะครับ เปลี่ยนชื่อเป็นน้ำหนึ่งหรือครับ..ครับๆ พิมพลอยคือน้ำหนึ่ง...เข้าใจแล้วครับ”
สายถูกตัดไป พงอินทร์ มองโทรศัพท์ตัวเองที่ดับลง
“โอ๊ย...แบตหมด”
พงอินทร์โยนโทรศัพท์ทิ้งอย่างหัวเสีย แล้วนึกขึ้นได้
“เฮ้ย..แย่แล้ว ยัยกรรณา”
พงอินทร์รีบกลับรถทันที

น้ำหนึ่งร้องไห้ คุยกับศพ กรรณานั่งฟังอย่างทรมานใจ
”พลอยไม่ได้ทรยศพี่เพชรนะ ...พลอยช่วยพี่เพชรต่างหาก” น้ำหนึ่งพูดกับกรรณา “แปลกแต่จริง..เชื่อหรือไม่ว่า...พอพี่เพชรรู้เข้า แทนที่จะโกรธไอ้แผนยุทธตัวการ พี่เพชรดันมาโกรธฉัน หาว่าน้ำหนึ่งผู้แสนจะเสียสละ..เป็นน้องทรยศ...”

ในอดีต...น้ำหนึ่งกลับจากทำงานเดินเข้ามาในบ้าน
“กลับมาแล้วคะ พี่เพชร”
น้ำหนึ่งเดินจะขึ้นชั้นบน แต่หางตาเหลือบไปเห็นใครบางคนยืนอยู่มุมหนึ่ง เธอหันขวับไปมอง พอเห็นเป็นช่อเพชร น้ำหนึ่งก็ยิ้มกว้าง
“พี่เพชรกลับมานานหรือยังคะ”
ช่อเพชรปรี่เข้ามาป
กำลังโหลดความคิดเห็น...