xs
xsm
sm
md
lg

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 28 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 27

สนธยาถูกหมอผีอีกาใช้มนต์บีบคอ ทรุดลงคุกเข่า ผีขุนศึกตกใจจะเข้าไปช่วย แต่ขาขยับไม่ได้

“ไอ้สน...แน่จริงปล่อยกูสิวะ”
หมอผีอีกาหันมาหาขุนศึกใช้อีกมือทำท่าบีบคอ ผีขุนศึกชะงัก หายใจไม่ออก ถูกบีบคอ ทรุดลง
หมอผีอีกายิ้มสะใจ
“อยากตายก็เรียงหน้ากันเข้ามา”
“ไอ้หมอผี มึง”
หรั่งวิ่งเข้าไปช่วย หมอผีอีกามองพื้น เห็นไม้หน้าสามมีตะปู แล้วหันมองหรั่ง ไม้หน้าสาม ลอยเข้าหาหรั่ง ด้านที่มีตะปู เจาะเข้าที่อก หรั่งล้มลง ร้องเจ็บปวด ใกล้กับเจนนี่ที่ถูกมัดอยู่
“โอ๊ย บาดทะยักแดกแล้วกู”
“ทนไว้หรั่ง เราต้องช่วยกัน ไม่งั้นไม่รอดแน่ ทนไว้”
หรั่งค่อยๆดึงไม้หน้าสามที่มีตะปูเจาะอกอยู่ออก สนธยาที่ถูกบีบคออยู่พยายามพูด
“ฆ...ฆ่าฉัน คนอื่นไม่เกี่ยว ปล่อยเขาไป”
“มึงไม่มีสิทธิ์ต่อรองแล้ว ไอ้สนธยา”
หมอผีอีกาหันมองผีขุนศึก สะบัดมือ ผีขุนศึกกระเด็นล้มลงในยันต์วงกลม ถูกปล่อยจากที่โดนบีบคอ
หมอผีอีกาหันไปทางสนธยาดึงมือเข้ามา ร่างสนธยาที่โดนบีบคออยู่ พุ่งเข้ามา หมอผีอีกา ใช้สองมือ บีบคอสนธยาไว้ยกขึ้น เท้าลอยจากพื้น
“มึง...ตาย...”
สนธยา ถูกบีบคอ จะขาดใจ

สนิทกับโทนี่ หันมองไฟที่กำลังไหม้ต้นไม้รอบๆเรือนหอ สนิทโวยวายร้องให้คนช่วย
“ไฟไหม้ ช่วยด้วย ใครก็ได้ ดับไฟที”
โทนี่ยิงปืนใส่เลย สนิทหลบได้ฉิวเฉียด มองหน้าโทนี่กลัวๆ โทนี่ยิ้ม
“หุบปากซะ กูอยากดูไฟไหม้”
สนิทหุบปาก แต่ด่าเสียงอู้อี้
“ไอ้โทนี่ ไอ้โรคจิต...ไฟไหม้ ช่วยด้วย”
อาสากับมณฑล วิ่งมาหอบเหนื่อย
“เห็นมั้ยคุณโทนี่ เราเผาเรือนหอให้แล้ว ทีนี้ปล่อยเราไปได้ยัง”
“ได้ งั้นกูจะปล่อยพวกมึงไปตาย...ที...ละ...คน”
โทนี่เล็งปืนไล่มาตั้งแต่ อาสา สนิท ไปจบที่มณฑล
“ลาก่อนนะไอ้หมวด”
โทนี่หน้าโหดจะยิงมณฑล ชมพู่อยู่บนหลังคาแคมป์ ถือไม้กระโดดลงมาตีมือโทนี่
“ย๊าก”
ชมพู่ ตีปืนโทนี่หลุดมือ กระเด็นตกพื้น มณฑลรีบวิ่งไปหยิบปืน โทนี่ชักปืนอีกกระบอกออกมายิง มณฑลยิงตอบ สองฝ่าย หลบมุมยิงตอบโต้กัน อาสากับชมพู่ ประคองสนิทหลบมาหลังแคมป์ เสียงปืนระหว่างโทนี่มณฑลยิงกัน ยังดังอยู่ สนิทจับท้อง
“มึงจะพากูไปไหน เดี๋ยวก็โดนลูกหลงอีก กูไม่อยากถูกยิง”
“ไปช่วยดับไฟสิน้า ฉันเผาต้นไม้รอบเรือนหอ จนจะลามเข้าข้างใน อยู่แล้ว” ชมพู่บอกอย่างร้อนใจ
“ใช่ ขืนปล่อยไว้ คุณสนไม่มีเรือนหออยู่แน่” อาสาเห็นด้วย
“งั้นจะรออะไร ไปช่วยกันดับไฟสิวะ”

สนิทวิ่งนำ อาสากับชมพู่ วิ่งตามไป

หมอผีอีกาบีบคอสนธยาสองมือทำหน้าสะใจ สนธยา ตาเหลือก กำลังจะหมดสติ นึกถึงเรื่องผีเด็กเตือนไว้ ก่อนขึ้นมาช่วยเจนนี่
 
“พี่สน จำไว้ พระจะคุ้มครองพี่...พระจะคุ้มครองพี่”
สนธยาที่โดนบีบคอตาเหลือก พึมพำ คำพูดผีเด็กที่ตัวเองนึกถึง
“พระ...คุ้ม...ครอง พระจะคุ้มครอง”
“พระที่ไหนจะคุ้มครองมึงได้ มึงต้องตาย”
หมอผีอีกา บีบคอแรงขึ้นอีกสนธยา กระตุก ช็อคจะขาดอากาศ เจนนี่ตกใจ นึกได้
“หรั่ง กระเป๋าฉัน รีบหยิบของในกระเป๋าเร็วเข้า”
หรั่ง หยิบของในกระเป๋าสะพายเจนนี่เจอพระรอดองค์ที่หลวงพ่อฝากเจนนี่มาให้สนธยา เจนนี่เร่ง
“เร็ว เอาไปให้สน ช่วยสนด้วย”
หรั่งกำพระวิ่งไปหาสนธยาที่ถูกบีบคอ หมอผีอีกา หันมาเห็น ปล่อยมือหนึ่งที่บีบคอสนอยู่ หันหาหรั่ง แล้วดึงมือเข้ามา ร่างหรั่งพุ่งหาหมอผีอีกา ถูกบีบคอทันที
“ตาย”
หรั่งถูกบีบคออยู่กับสนธยา ฮึด ชูพระขึ้นใส่หน้าหมอผีอีกา พระในมือหรั่ง ส่องแสงสว่างเข้าหน้า หมอผีอีการ้อง เจ็บปวด
“อ๊าก”
หมอผีอีกา ปล่อยสนธยากับหรั่งล้มลง เอามือปิดหน้า บาดเจ็บ หรั่ง รีบเอาพระห้อยคอสนธยา ประคอง ถอยออกมา ผีขุนศึก เห็นควันสีดำที่ล้อมรอบตัวค่อยๆจางลง ผีขุนศึกชักดาบออกมา กวัดแกว่ง เดินออกมาจากยันต์วงกลมของหมอผีอีกา
“พลังของมึงลดลงแล้วสินะ ไอ้หมอผี...คราวที่แล้วดาบกูฝากแผลบนหน้ามึงไว้ คราวนี้กูจะใช้ดาบกู กุดหัวมึง”
หมอผีอีกาเปิดหน้ามา หน้าเละเป็นรอยไหม้ ผีกว่าเดิม ร้องคำรามใส่พวกสนธยา แค้นคลั่ง
“อ๊าก กูจะฆ่าพวกมึงให้หมด”

พิมพ์ดาว ฤดี นั่งรถตำรวจ มากับสารวัตร และตำรวจ 2 นาย ฤดีมองไม่รอบๆ
“ดูซิ ทั้งมืด ทั้งเปลี่ยว ยังไงแม่ก็ไม่มีทางให้ลูกมาอยู่ในที่แบบนี้เด็ดขาด”
“มันใช่เวลามั้ยคะแม่” พิมพ์ดาวมองไป “นั่นไงคะ เรือนหอ” พิมพ์ดาวตกใจ “เรือนหอ...เรือนหอดาวไฟไหม้”
สารวัตรสั่งตำรวจ
“แจ้งดับเพลิงเลยดาบ”
ตำรวจหยิบวิทยุรายงาน
“แจ้งเหตุร้าย เกิดเหตุเพลิงไม้ ช่วยส่งรถดับเพลิงมาด่วน”

มณฑล หลบอยู่ข้างแคมป์ เปิดลูกโม่ปืนเช็คกระสุน เหลืออยู่สองนัด ตะโกนขู่ ลักไก่
“มอบตัวซะโทนี่ แกไม่มีทางรอด...”
กระสุนพุ่งมาโดนมุมที่มณฑลหลบอยู่สองนัดทันที มณฑลหลบเข้ามุม เฉียดไป โทนี่หลบอยู่อีกมุม แถวหน้าห้องน้ำคนงาน
“ไม่ต้องพูดมาก กูจะให้พวกมึงเป็นผีอยู่ที่นี่”
โทนี่ยิง รัวไม่หยุด มณฑลหลบมุมอยู่ หน้าแค้น ตกที่นั่งลำบาก

สนิท เอาสายยางฉีดต้นไม้ ชมพู่ ช่วยกันเอาถังน้ำสาดดับไฟที่ต้นไม้ สนิทโวยวาย
“เร็วสิวะ ไฟจะไหม้เรือนหอแล้ว มีน้ำเท่าไหร่ เอามาดับไฟให้หมด”
“มีน้ำมันเบนซิล ดับได้ป่ะน้า” ชมพู่ถาม
“ดับบ้านป้ามึงสิ จะเอามาวางเพลิงเพิ่มรึไง ใช้น้ำประปาสิวะ”
“รู้แล้ว ล้อเล่น ก็ทำอยู่เนี่ย ดับไฟไป ตลกไปไม่ได้รึไง”
สนิทฉีดน้ำใส่
“ตลกมากใช่มั้ยมึงๆ มันใช่เวลามั้ยๆ”
อาสาวิ่งถือถังน้ำมา
“หลังบ้าน ไฟดับแล้วน้า”
“ไฟดับก็เรียกช่างมาซ่อมสิวะ เอ้ย...ก็มาช่วยกันดับหน้าบ้านต่อเร็วเข้า เราต้องช่วยกันรักษาเรือนหอไว้ จะให้ใครมาทำลายไม่ได้เด็ดขาด”

สนิท อาสา ชมพู่ช่วยกันดับไฟต่อไป
 
อ่านต่อหน้า 2

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 27 (ต่อ)

ผีขุนศึก หมอผีอีกายืนเผชิญหน้า ผีขุนศึกวิ่งเข้าใส่

“ย๊าก”
ผีขุนศึกเงื้อดาบจะฟัน จะโดนหน้า หมอผีอีกาจ้องหน้าผีขุนศึก ทำมือห้าม ผีขุนศึกชะงัก ขยับไม่ได้ หมอผีอีกายิ้ม ทำมือผลัก ผีขุนศึกกระเด็นถอยหลังไกล กระแทกกำแพง สนธยากับหรั่ง แก้มัดให้เจนนี่ได้แล้ว หันมาเห็นตกใจ สนธยาอึ้งไป
“ขุนศึก”
“ผีชั้นต่ำอย่างมึง ไม่มีทางทำอะไรกูได้”
หมอผีอีกาหลังมือ ผีขุนศึกกระเด็นไปอีกทางเหมือนถูกกระแทก ดาบหลุดจากมือ หมอผีอีกาทำท่าต่อยๆ ผีขุนศึกหัวกระแทกกำแพงตาม เหมือนถูกต่อยซ้ำๆ หรั่งตกใจ
“ผีขุนศึกแย่แล้ว เอาไงดีคุณสน”
ผีเด็กปรากฏตัวข้างสนธยา
“พี่สน พาพี่เจนนี่หนีไป ไม่งั้นหมอผีอีกาฆ่าพวกพี่แน่ เร็วสิ”
สนธยามองไปที่หมอผีอีกา หวั่นๆ
“กูจะกระชากวิญญาณมึงออกมา วิญญาณมึงต้องเป็นของกู ไอ้ผีขุนศึก”
หมอผีอีกาเอามีดออกมาถือไว้ อีกมือทำท่ามือบีบคอ แล้วกระชากเข้ามา ร่างผีขุนศึกขยับ พุ่งเข้าหาหมอผีอีกา ผีขุนศึกพยายามฝืนไว้
“ไม่”
ผีเด็กร้อนใจ
“หนีเร็วพี่สน”
สนธยาตกใจ หันไปมองที่พื้นเห็นดาบผีขุนศึกตกอยู่ รีบวิ่งเข้าไปหยิบ แล้ววิ่งเข้าหาหมอผีอีกา เจนนี่ตะโกนห้าม
“สน อย่า”
ผีขุนศึกลอยเข้าหา ใกล้จะถึงตัวหมอผีอีกาที่ยื่นมีดสวนมาจะแทง สนธยาวิ่งถึงตัวหมอผีอีกาจากด้านข้างก่อน ตวัดดาบขึ้นรับ ร่างผีขุนศึกเข้าชิดหมอผีอีกาทันที หมอผีอีกา ตาเบิกโพลง แขนหมอผีอีกาครึ่งท่อนที่ถือมีดอยู่ ถูกตัด ลอยกระเด็นอยู่ในอากาศ
“อ๊าก”
หมอผีอีกาหันหลังไปกุมแขนตัวเองที่ขาด ร้องโหยหวน เจ็บปวด คุกเข่า หน้าหมอผีอีกา มองแค้น ตะโกนคลั่ง
“กูจะแก้แค้น กูสาบาน กูจะแก้แค้น”

รถตำรวจมาจอดที่หน้ารั้ว เห็นข้างในมีควันลอยออกมา พิมพ์ดาว รีบลงจากรถ ฤดีตามลงมา
“ดาว อย่าเพิ่งลูก อย่าเข้าไป”
พิมพ์ดาวไม่ฟังเปิดรั้วเรือนหอเข้าไป ฤดี จะตามเข้าไป สารวัตรกับตำรวจรั้งตัวฤดีไว้
“อย่าเข้าไปครับ ข้างในไฟไหม้ มันอันตราย”
“ปล่อย ฉันจะไปตามลูกฉัน ปล่อย”
ฤดีถูกตำรวจรั้งตัวไว้ ยื้อกับตำรวจ

โทนี่ยิงปืนรัวใส่มณฑลที่หลบอยู่ข้างแคมป์
“ฮ่าๆ อย่าขี้ขลาดสิวะไอ้หมวด แน่จริงออกมาสิวะ”
อีกมุม ข้างแคมป์มณฑลถือปืนหลบกระสุนอยู่ โทนี่ยิงจนกระสุนหมด รีบหลบแล้วหยิบกระสุนใหม่มาใส่ มณฑล รอจังหวะ ระวังตัวอยู่ โทนี่ใส่กระสุนเสร็จ โผล่มาจะยิง มณฑลไวกว่ายิงสวนมาก่อน โทนี่โดนยิงที่ไหล่ ล้มลง โทนี่เจ็บแค้น
“มึง”
โทนี่ยิงรัว 3 นัด มณฑลหลบ โทนี่ ยิงอีกนัด นำไป แล้วถอยออกมาจากที่ซ่อน วิ่งหนี มณฑล โผล่หน้ามาเห็นโทนี่หนี รีบวิ่งตาม
“หยุดนะ โทนี่”

พิมพ์ดาว เข้ามาในเรือนหอ เจอโทนี่วิ่งมาพอดี ตกใจ
“โทนี่”
พิมพ์ดาวหันหลังจะวิ่งหนี
“จะไปไหน”
โทนี่ วิ่งไปคว้า จับพิมพ์ดาวเป็นตัวประกันได้ เอาปืนจ่อหลัง ยิ้มสะใจ มณฑลเข้ามาเห็นพิมพ์ดาวโดนจับก็ตกใจ

“คุณดาว...”

หมอผีอีกา กุมแขนที่ขาดคุกเข่า สนธยา หรั่ง ผีขุนศึกยืนล้อมอยู่ เจนนี่ยืนอยู่ด้านหลังกับผีเด็กห่างจากพวกสนธยาออกไป หมอผีอีกา กุมแขนที่เจ็บ มองสนธยาแค้นๆกัดฟันกรอด
 
“มึง...”
“ยอมแพ้เถอะ หมอผีอีกา แกกำลังบาดเจ็บ แต่ฉันจะไว้ชีวิตแก เลิกแล้วต่อกัน แล้วต่างคนต่างไปซะ”
หรั่งรีบขัด
“จะไว้ชีวิตมัน ให้มันกลับมาฆ่าเราเนี่ยนะ จะบ้าเรอะคุณสน”
ผีขุนศึกแค้น
“กูจะฆ่ามัน”
ผีขุนศึกแย่งดาบมาจากสนธยา จะฟันหมอผีอีกา สนธยาขวางไว้
“อย่าขุนศึก หมอผีอีกาได้รับกรรมที่มันก่อแล้ว เราไม่จำเป็นต้องจองเวรอีกต่อไป อโหสิกรรมให้มัน แล้วปล่อยมันไปซะ”
หมอผีอีกาหัวเราะเยาะ
“มึงคิดว่าความดีของมึง จะเอาชนะกูได้รึไง ไอ้สนธยา”
สนธยาหันมองหมอผีอีกา งง ตกใจ
“สิ่งที่กูต้องการ ไม่ใช่ความเมตตาจากมึง แต่กูต้องการให้มึงเจ็บปวด กูอยากเห็นมึงตายทั้งเป็นต่อหน้า...และถ้ามึงปล่อยกูไป กูสาบานว่ามึงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต...”
“ไอ้สารเลว...”
ผีขุนศึกจะเข้าทำร้าย แต่สนธยารั้งไว้ พยายามระงับความโกรธ
“ไปซะ ฉันไม่อยากฆ่าแก รีบไปซะ”
“ฮ่าๆ มึงนี่มันโง่จริงๆ นี่มึงเชื่อว่าความดีจะชนะทุกอย่างได้สินะ คิดว่าถ้าปล่อยกูไป ทุกอย่างจะจบลงง่ายๆสินะ...การแก้แค้นของกูเพิ่งจะเริ่มต่างหาก”
หมอผีอีกาจ้องหน้าสนธยา ใช้แขนข้างที่เหลือปัดแหวกทาง พวกสนธยา กระเด็นไป เจนนี่ตกใจ
“สน”
“ถึงกูแพ้ แต่มึงจะไม่มีวันชนะ...จำไว้ นี่คือการแก้แค้นจากกู”
หมอผีอีกาวิ่งผ่านพวกสนธยา พุ่งตรงไปหาเจนนี่พุ่งถึงตัว ฉุดรวบเจนนี่ กระโดดลงจากกำแพงดาดฟ้า ตกลงไปพร้อมกัน ผีเด็กตะโกน
“พี่ขุนศึก”
ผีขุนศึกหายตัวไปทันที สนธยาช็อค ร้องลั่น
“เจนนี่”
ร่างหมอผีอีกา ตกลงมากระแทกพื้นเลือดท่วม ตาค้าง ตายสนิท...สนธยา หรั่ง ผีเด็กมองลงมาจากกำแพงดาดฟ้าลงไป ตกใจ สนธยาน้ำตาไหลตะโกนช็อค
“เจนนี่...เจนนี่...เจนนี่”
“ใจเย็น คุณสน เจนนี่อยู่นั่น” หรั่งชี้ไป
ผีขุนศึก คุกเข่าข้างนึง อุ้มเจนนี่ที่สลบอยู่ ค่อยๆลุกขึ้นยืนใกล้กับศพหมอผีอีกาที่นอนตายอยู่
“คนชั่วอย่างมึง ไม่มีวันทำอะไรพวกกูได้” ผีขุนศึกหันไปมอง
ผีขุนศึกอุ้มร่างเจนนี่ที่สลบ เดินข้ามศพหมอผีอีกาไป หมอผีอีกาตาค้าง ตายสยอง

โทนี่จับพิมพ์ดาวเป็นตัวประกัน มณฑลพยายามจะช่วย โทนี่ตะคอก
“ทิ้งปืนซะ ไม่งั้นกูจะฆ่ามัน...ทิ้งปืนสิวะ”
“อย่านะหมวด อย่า”
มณฑล โยนปืนทิ้ง โทนี่แสยะยิ้ม
“ดีมาก”
โทนี่ยิงแขนมณฑลเลย
“โอ๊ย”
พิมพ์ดาวตกใจ
“หมวด”
“ทำไม เห็นมันเจ็บไม่ได้รึไง สงสารมันมากใช่มั้ย เห็นใจกันมากใช่มั้ย”
มณฑล ล้มอยู่ ตะเกียกตะกาย
“ปล่อยคุณดาวไป”
“นี่มึงสองคนคงรักกันมากสินะ...ใช่มั้ย รักมันมากใช่มั้ย...งั้นกูจะให้มึงตายพร้อมกัน”
โทนี่ผลักพิมพ์ดาวไปล้มลงข้างมณฑล จ่อยิง มณฑลกอดพิมพ์ดาว เอาตัวกันไว้ เสียงปืนดัง เปรี้ยง โทนี่ล้มลงหน้ากระแทกพื้น ที่หน้าผากมีรูกระสุนทะลุ เลือดไหล ถูกยิง ตาเหลือก สารวัตร ถือปืนอยู่ ยิงโทนี่ล้มลง ฤดี ตำรวจ ยืนอยู่ใกล้ๆสารวัตร มณฑลกอดพิมพ์ดาวไว้ ปลอบ

“ไม่เป็นไรแล้วครับคุณดาว ไม่เป็นไรแล้ว”
 
อ่านต่อตอนที่ 28

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 28

สนิท อาสา ชมพู่ ไอ สำลักควัน ควันเริ่มจาง สารวัตร ตำรวจ วิ่งมาดู

“คุณเป็นไงบ้าง”
อาสาเซ็งๆ
“มาทำไปป่านนี้คุณตำรวจ มาตอนจบทุกที ดีที่พวกผมดับไฟทัน ไม่งั้นตายกันหมดแล้วเนี่ยเห็นมั้ย”
ที่พุ่มไม้รอบเรือนหอมีรอยไฟไหม้ แต่เรือนหอปลอดภัย
“แล้วรู้มั้ยใครเป็นคนวางเพลิง” สารวัตรถาม
อาสากับ ชมพู่ต่างคนต่างชี้กัน
“มัน เว้ย”
“ไอ้โทนี่ มันบังคับให้เราทำ ไม่งั้นมันจะฆ่าเรา ไม่เชื่อถามหมวดมณฑลได้เลยคุณตำรวจ” อาสาบอก
“จริงครับ ไอ้โทนี่มันจับน้าหนิดเป็นตัวประกัน ถ้าเราไม่ทำ น้าหนิดตายแน่ อย่าเอาผิดเราเลยนะครับคุณตำรวจ” ชมพู่ยืนยัน
สนิทเจ็บแผลที่ถูกยิง
“โอย พวกมึงจะให้สัมภาษณ์อีกนานมั้ย ลืมรึไงกูถูกยิง รีบพากูไปโรงพยาบาลสิครับ เดี๋ยวก็ตายพอดี ไปสิ”
อาสากับชมพู่ ประคอง สนิทออกไป

ผีขุนศึก อุ้มเจนนี่ ส่งให้ สนธยากับหรั่งรับ ประคองเจนนี่ไว้
“ขอบใจมากนะขุนศึกที่ช่วยพวกเราไว้”
“ไม่ได้มึงกูก็คงไม่รอดเช่นกัน ว่าแต่แม่หญิงของมึงไม่เป็นไรแน่รึ”
“คงตกใจจนสลบไป เดี๋ยวฉันจะรีบพาไปหาหมอ ไม่ต้องห่วง”
“ถ้าเช่นนั้น...” ผีขุนศึกยิ้ม “ก็ถึงเวลาที่กูต้องไปจริงๆซะทีนะไอ้สน ไอ้หรั่ง”
สนธยากับหรั่ง พยักหน้า ผีขุนศึก จับบ่าสนธยาและหรั่งประคองเจนนี่ไว้
“ขอบใจในความเมตตา และจิตที่ยึดมั่นในความดีของมึง แม้มีอุปสรรคใด ก็ขอให้มึงจงอย่าสิ้นศรัทธา เพราะความดีย่อมจะน้อมนำให้มึงพบเจอแต่สิ่งที่ดี...โชคดีนะสหายรัก...”
สนธยายิ้มจริงใจ
“โชคดี ขุนศึก”
ผีขุนศึกยิ้มตอบ
“ลาก่อน”
สนธยา หรั่ง ผีเด็กโบกมือลา
“ลาก่อน”
ผีขุนศึกชักดาบมากวัดแกว่ง ร่างค่อยๆมีแสงสว่างจ้า ลอยสูงขึ้น แล้วกระจายเป็นแสงระยิบก่อนที่จะจางหายไป ผีเด็กดึงกางเกงสนธยา
“ทุกคนได้ไปเกิดหมดแล้ว เมื่อไหร่จะถึงคิวหนูมั่ง อ่ะพี่สน”
สนธยาลูบหัว
“รับรอง พี่จะช่วยหนูให้สมหวัง พี่สัญญา”
หรั่งที่ประคองเจนนี่อยู่ เอามืออังจมูกเจนนี่ ตกใจ
“คุณสน ผมว่าช่วยเจนนี่ก่อนเถอะ ป่านนี้ยังไม่ฟื้น แถมหายใจแผ่ว เหมือนจะไม่หายใจอีก มันจะตายมั้ยเนี่ยคุณสน”
สนธยาตกใจ รีบเข้าไปดู เขย่าตัว
“เจนนี่ ๆ”

เจนนี่ หมดสติ ไม่มีอาการรับรู้ใดๆ

เจนนี่นอนสลบบนเตียง ที่มีบุรุษพยาบาลและนางพยาบาลเข็นอยู่ จะรีบพาไปรักษา สนธยากับหรั่ง วิ่งตามประกบข้างเตียง เป็นห่วง สนธยาจับมือเจนนี่ไว้
 
“อย่าเป็นอะไรนะเจนนี่ เธอต้องหายนะเจนนี่ ได้ยินฉันมั้ย เจนนี่”
สายตาเจนนี่ มองสนธยาเลือนลาง ตาพร่าเบลอ ได้ยินเสียงก้อง
“เจน...นี่...”
บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเจนนี่เข้าห้องฉุกเฉินไป นางพยาบาลหันมากัน สนธยากับหรั่งไว้
“รอข้างนอกก่อนนะคะ”
นางพยาบาลตามเข้าห้องฉุกเฉิน สนธยากับหรั่งมองหน้ากันกังวล ห่วงเจนนี่

วันใหม่...เจนนี่ นอนนิ่งที่เตียงพยาบาลใส่เครื่องช่วยหายใจ สนธยากับหรั่งคุยกับหมอที่มาดูอาการ หน้าเตียงเจนนี่ ผีเด็กยืนข้างสนธยา
“ออกจากห้องฉุกเฉินแล้ว ทำไมเพื่อนผมยังไม่ได้สติเลยครับหมอ”
หมอลำบากใจ
“ตอนนี้อาการคนไข้ปกติดีทุกอย่าง แต่อาจเป็นไปได้ว่าที่คนไข้ตกจากที่สูง ทำให้เกิดการช็อคอย่างรุนแรง ร่างกายจึงยังไม่ตอบสนอง ตอนนี้เท่าที่ทำได้ เราคงต้องรอดูอาการไปก่อน”
“สรุป เจนนี่จะฟื้นมั้ยครับหมอ” หรั่งถามอย่างกังวลใจ
“หมอเองก็ยังตอบตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ครับ”
ผีเด็กหันมาหาสนธยา
“พี่เจนนี่จะเป็นเจ้าหญิงนิทราแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอคะ พี่สน”
สนธยาไม่ตอบ อึ้ง มองเจนนี่ที่นอนอยู่ เครียดหนัก

พวกสนิทตกใจเรื่องเจนนี่ ที่หรั่งมาเล่าให้ฟัง
“ห๊ะ เจนนี่ ตกตึกยังไม่ฟื้น แล้วทำไมคุณสนไม่รีบโดดไปรับมันไว้ ทำไมปล่อยให้หลานผมเป็นแบบนี้...ฮือ เจนนี่” สนิทร้องไห้โฮ
สนธยาหน้าเครียด
“โห่ ไอ้น้า จะดราม่าไปไหน บอกแล้วไงว่าเป็นฝีมือหมอผีอีกา แล้วตอนนี้เจนนี่ก็ปลอดภัย หมอเขารักษาอยู่”
สนิทโวย
“ก็กูห่วงเจนนี่นี่ เกิดมันนอนอืดไม่ฟื้นขึ้นมา จะทำไงล่ะวะ”
ชมพู่หันมาต่อว่าสนิท
“ห่วงตัวเองก่อนมะ ทำเรือนหอไฟไหม้ จะเอาเงินที่ไหนใช้คุณสนเขา”
สนิทสวนทันที
“เงินเดือนพวกมึงไง”
ชมพู่ อาสา หรั่งตะลึง
“ไอ้น้า”
สนธยาตัดบท
“ไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันก็ห่วงเจนนี่เหมือนกัน เรื่องเรือนหอไว้ก่อนเถอะ”
“ไม่ได้ พวกเราทุ่มเทเพื่อเรือนหอมาขนาดนี้...เอางี้คุณสนไปดูแลเจนนี่ ส่วนเรือนหอก็ให้น้าหนิดจัดไป รับรองเจนนี่หายปุ๊บคุณสนต้องได้เข้าหอกับคุณดาวปั๊บๆ...” อาสาแนะ
สนธยาลังเล ไม่สบายใจ

พิมพ์ดาวป้อนข้าวต้มคำสุดท้ายให้มณฑล ที่แขนมณฑลมีผ้าพันแผลจากที่ถูกโทนี่ยิง มณฑลกินข้าวเสร็จ ยิ้ม
“ขอบคุณนะครับคุณดาว ที่ช่วยดูแลผม”
พิมพ์ดาวยิ้ม
“แค่ป้อนข้าวนี่เหรอคะ เทียบกับที่หมวดช่วยดาวมาตลอด ไม่ได้หรอกค่ะ”
มณฑลตัดสินใจจับมือพิมพ์ดาว
“ถ้าผมทำได้ ผมอยากหยุดทุกอย่างเอาไว้แบบนี้”
พิมพ์ดาวเขิน
“ขอบคุณนะคะ ที่หมวดมีแต่ความรู้สึกดีๆให้ดาว แต่ว่า...”
“แต่ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้...ผมเข้าใจดีครับว่าผมคิดถึงแต่ตัวเองมาตลอด...จากนี้ไปผมสัญญาว่า คุณดาวจะไม่ต้องลำบากใจกับผมอีก ขอให้คุณกับสนมีความสุขมากๆนะครับ”

มณฑลค่อยๆปล่อยมือ พิมพ์ดาว หลบตา ลำบากใจ
 
อ่านต่อหน้า 4

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 28 (ต่อ)

สนธยาพนมมือ ขอพรพระพุทธรูป ระบายเรื่องเจนนี่

“หลวงพ่อครับ ตั้งแต่ผมเป็นเด็กวัด ผมก็ถูกสอนให้ทำแต่ความดี เพราะเชื่อว่าความดีจะคุ้มครองให้เราพบแต่สิ่งที่ดี...แต่ตอนนี้มีเรื่องที่ผมไม่แน่ใจ ทั้งที่เจนนี่ช่วยชีวิตผมไว้ตั้งหลายครั้ง ทำไมเธอถึงต้องมาเป็นแบบนี้”
พระพุทธรูปใบหน้ายิ้ม
“ขอร้องล่ะครับหลวงพ่อ จะให้ผมทำดีอีกเท่าไหร่ จะให้ผมทำอะไร ผมยอมทุกอย่าง แค่ขอให้เจนนี่หายเป็นปกติ ได้โปรดช่วยเจนนี่ด้วยเถอะนะครับ”
ด้านหลังที่หน้าประตูโบสถ์ หลวงพ่อยืนมองสนธยาอย่างเป็นห่วง

หลวงพ่อคุยกับสนธยาบนศาลาวัด
“ไม่สบายใจมากรึไอ้สน ถึงต้องไประบายกับหลวงพ่อแบบนั้น ข้าพอจะช่วยอะไรเอ็งได้มั้ยล่ะ”
“ผมเป็นห่วงเจนนี่ครับหลวงพ่อ ผมอยากให้เธอหายดี อยากให้เธอคุยกับผม ไปไหนต่อไหนกับผมได้อีก ผมจะทำไงดีครับหลวงพ่อ”
“ทำใจ...เอ็งไม่ใช่หมอรักษาเขาไม่ได้ มันเป็นกรรมของเขา”
“แต่คนดีอย่างเจนนี่ ไม่ควรเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ”
“บางครั้ง การทำดีว่ายากแล้ว แต่การยึดมั่นในความดียิ่งยากกว่า อย่าเพิ่งหมดศรัทธา นี่อาจเป็นบททดสอบเอ็งสองคนก็เป็นได้”
“แล้วผมต้องทำไง ถึงจะผ่านไปได้ล่ะครับ”
“ก็บอกแล้วว่าทำใจ มันต้องเริ่มที่ใจเอ็งก่อน ตอนนี้เขากำลังแย่ เอ็งก็ต้องเข้มแข็ง ดูแลเขา แต่ถ้าเอ็งหวั่นไหวแบบนี้ เขาจะมีหลักที่ไหนให้พึ่งพิงใช่มั้ยล่ะ”
สนธยาไหว้
“ผมจะพยายามครับหลวงพ่อ”
“อ้อ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ย้ายโรงพยาบาล ไม่ก็เปลี่ยนหมอดูนะ...คนเราถึงจะมีศรัทธา แต่ก็อย่าลืมใช้ปัญญาด้วยนะไอ้สน”
สนธยาหน้าเครียดกว่าเดิมอีก

มณฑลนอนหลับที่เตียงพยาบาล พิมพ์ดาวมองตัดสินใจ ลุกไปยืนที่หน้าต่างกดโทรศัพท์ ขณะเดียวกัน สนธยายืนมองเจนนี่ที่นอนอยู่อย่างสงสาร จะเอื้อมมือไปจะจับมือของเธอ เสียงโทรศัพท์ดัง สนธยารีบหยิบโทรศัพท์มาดูขึ้นชื่อ พิมพ์ดาว ผีเด็กปรากฏตัวข้างสนธยาทันที
“พี่สน พี่เจนนี่จะไม่เป็นไรใช่มั้ย ตอบหนูสิ ถ้าเขาหายดี พี่กับพี่เจนนี่จะช่วยตามหาพ่อแม่ให้หนูใช่มั้ย”
สนธยาตัดสินใจกดปิดเสียง วางโทรศัพท์ไว้ หน้าจอโทรศัพท์ยังขึ้นชื่อ พิมพ์ดาว โทรมา สนธยาหันไปลูบหัวผีเด็ก ปลอบใจ
“พี่เจนนี่ต้องไม่เป็นไร เขากับพี่จะช่วยกันตามหาพ่อแม่ให้หนู พี่สัญญา”
“ค่ะ หนูเองก็จะหาวิธีช่วยพี่เจนนี่ให้ได้เหมือนกัน”
ผีเด็กค่อยๆหายตัวไป สนธยาหันมองเจนนี่ เอื้อมมือไปจับมือเธอไว้ ยิ้มเศร้า
“เจนนี่ ได้ยินมั้ย ตื่นมาคุยกับฉันหน่อยสิ เราทุกคนรอเธออยู่นะเจนนี่ เรากำลังรอให้เธอกลับมากลับมาอยู่กับฉันเหมือนเดิมเถอะนะเจนนี่”
เจนนี่นอนนิ่ง
“เจนนี่...เจนนี่”
เจนนี่ยังคงหลับตานิ่ง แต่ในห้วงคำนึงเป็นภาพที่เธอ ยืนอยู่หน้าเรือนหอมองซ้ายขวาไม่มีใคร เธอตะโกนเรียก
“สน น้าหนิด สน สนไปไหนกันหมด มีใครได้ยินมั้ย”
เสียงสนธยาดังมาไกลๆ
“เจนนี่...เจนนี่”
เจนนี่เดินตามหาสนธยา ออกไปทางซ้าย แต่อยู่ๆก็เดินกลับเข้ามาทางขวา วนกลับมาที่เดิม
“สน อยู่ไหน ฉันหานายไม่เจอ ออกมาสิ”
มุมหนึ่ง ผีเด็กปรากฏตัวขึ้น
“พี่เจนนี่ ทางนี้”
เจนนี่เข้าไปหา
“หนู...ทำไมมาอยู่ที่นี่ แล้วสนล่ะ สนอยู่ที่ไหน”
“ตอนนี้พี่สนไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ แต่ไม่เป็นไรนะคะ ขอแค่พี่เข้มแข็งไว้ เราก็จะออกไปหาพี่สนด้วยกัน มาสิคะ”
ผีเด็กวิ่งจูงมือเจนนี่ไป
“หนูจะพาพี่ไปไหน เดี๋ยวก่อน”

พวกสนิทปลูกต้นไม้ ทาสีเรือนหอด้านนอก อารมณ์ดี พิมพ์ดาวเข้ามาข้างหลัง
“สนอยู่มั้ยคะ”
สนิทหันไปเห็น
“อ้าวคุณดาว คุณสนไปเฝ้าเจนนี่ที่โรงพยาบาล น่าจะยังไม่กลับจนกว่าเจนนี่จะหายล่ะครับ”
พิมพ์ดาวลำบากใจ
“แล้ว...เรื่องเรือนหอล่ะคะ”
“ไม่ต้องห่วงครับ คุณสนให้พวกผมดูแล อีกแป๊บเดียวก็เสร็จ”
“ขอโทษนะคะ คือดาวติดต่อสนไม่ได้...เจนนี่เขาพักอยู่ที่โรงพยาบาล ไหนพอจะทราบมั้ยคะ”
พวกสนิทมองหน้ากัน แล้วหันมองพิมพ์ดาว ยิ้มแหย พิมพ์ดาวรอคำตอบ

เจนนี่นอนอยู่ รู้สึกตัว ค่อยๆลืมตาขึ้นไล่มองไป เห็นสนธยานั่งที่เก้าอี้หลับอยู่ข้างเตียง จับมือเธออยู่ เจนนี่ยิ้ม จะอ้าปากเรียก หน้าห้องประตูห้องเปิดพิมพ์ดาวเข้ามา เจนนี่ ตกใจหลับตา แกล้งหลับทันที พิมพ์ดาวเข้ามายืนข้างเตียงมองนิ่ง
“สน...”
สนธยายังไม่ตื่น ลำบากใจ เธอเสียงดังขึ้น
“สน...”
สนธยาตื่น
“คุณดาว”
พิมพ์ดาวเหลือบมอง มือสนธยาที่จับมือเจนนี่อยู่ สนธยารู้ตัวรีบปล่อยมือ เจนนี่นอนนิ่ง
“เจนนี่เขาเป็นไงบ้าง”
“เขาช่วยผมจนได้รับอุบัติเหตุ หมดสติมาหลายวัน ป่านนี้ยังไม่รู้สึกตัวเลยครับ”
พิมพ์ดาวมองเจนนี่นิ่ง
“เจนนี่ เขาดีกับสนมากจริงๆนะ”
สนธยาไม่ตอบ ลำบากใจ
“...แล้วสนรู้บ้างมั้ย ที่ผ่านมาดาวเป็นไงบ้าง”
สนธยาหน้าสลดลง
“ขอโทษครับคุณดาว ผม...”
“ดาวรู้ว่าสนต้องลำบากกับเรื่องของเรามาตลอด ดาวเองก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่ตอนนี้ดาวไม่แน่ใจ บอกได้มั้ยว่าสนรู้สึกยังไงกับดาวกันแน่”
“ผม...ผมยังเหมือนเดิม”
เจนนี่นอนนิ่ง
“ถ้างั้นเราก็จะกลับไปที่เรือนหอ ช่วยกันจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
สนธยาหน้าจ๋อย
“ครับ คุณดาว”
เจนนี่นอนอยู่ อึ้ง

ฤดีนั่งที่โซฟา พิมพ์ดาวกลับมาบ้านซึมๆ เหม่อๆ ฤดีเห็นก็ถาม
“ไม่สบายใจอะไรรึเปล่าลูก”
“ดาวไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ค่ะแม่...ถ้าดาวต้องเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง กับสิ่งที่คิดว่าจะทำให้ดาวมีความสุข ดาวควรเลือกอย่างไหนดีคะ”
ฤดียิ้ม
“แน่ใจเหรอว่าจะถามแม่”
“แม่คะ ดาวไม่รู้จะทำยังไงจริงๆนะคะแม่”
ฤดีจับมือพิมพ์ดาว ยิ้ม ให้กำลังใจ
“ฟังนะดาว ไม่ว่าลูกจะเลือกอะไร มันไม่สำคัญเท่ากับที่ลูกจะต้องอยู่กับสิ่งนั้นให้ได้...ดาวโตแล้ว ดาวมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง...และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่จะอยู่ข้างดาวเสมอ”
“ขอบคุณค่ะแม่”
พิมพ์ดาวกอดแม่ คิดหนัก

พวกสนิทหลบอยู่มุมหนึ่งในแคมป์คนงานแอบนินทากัน
“อยู่ดีๆนัดกันมาด่วนๆ มึงว่าเขาจะมาทำอะไรที่เรือนหอป่าววะ” สนิทถามอย่างสงสัย
ชมพู่หันไปด่า
“ไอ้น้าลามก สองคนเขายังไม่แต่งงาน มึงคิดว่าเขามาทำอะไรกัน กลางวัน แสกๆแบบนี้ หน้ามืดพอดี”
“ก็มาคุยกัน แล้วจัดการเรือนหอให้เสร็จไงล่ะวะ”
อาสาถอนใจ
“อ้าว งั้นเจนนี่ของเราก็หมดหวังดิ”
“เอางี้ หรั่งว่าเพื่อความชัวร์ ไปแอบดูให้รู้เลยดีกว่า
พวกสนิทพากันย่องไป

สนธยาพิมพ์ดาวคุยกัน พิมพ์ดาวมองไปรอบๆเรือนหอ
“ที่นี่ดูอบอุ่นดีจังนะคะ สงบ แล้วก็น่าอยู่ ถ้าดาวมาอยู่ที่นี่ ดาวต้องมีความสุขแน่ๆ แล้วดาวก็อยากมีชิงช้าที่สนามหญ้า ไม่ก็ผูกเปลไว้นอนอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ สนว่าดีมั้ย”
“...ครับ”
“ดาวรู้นะว่าสนเหนื่อย ขอบคุณนะสนที่ทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด ถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน แต่งงานกัน เราคงจะมีความสุขมากเลยใช่มั้ย”
“ผมจะทำทุกอย่างให้คุณดาวมีความสุขครับ”
พิมพ์ดาวทนไมไหว
“สน...”
พิมพ์ดาวโผกอดทันที สนธยาอึ้ง พวกสนิทแอบดูอยู่ข้างเรือนหอ สนิทตาลุก
“นั่นไงกอดกันแล้วเห็นมั้ย กูว่าแล้ว”
พิมพ์ดาวกอดสนธยาอยู่ ร้องไห้ สนธยาอึ้ง
“เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณดาว”
“ขอบคุณนะสนที่ทำทุกอย่างเพื่อดาว ดาวควรจะดีใจ และมีความสุขที่จะได้เป็นเจ้าสาวของสน...แต่ตอนนี้ความรู้สึกดาวเปลี่ยนไป ดาวทำไม่ได้แล้วจริงๆ ดาวขอโทษ”
สนธยาอึ้ง
“คุณดาว…”

พิมพ์ดาวเปิดรั้วหันมามองสนธยาเศร้าๆก่อนออกไป สนธยายืนส่งพิมพ์ดาวอยู่ สนิทเดินมาปลอบใจ
“เอาน่ะ คุณสน อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กเรื่องใหญ่ แค่ถูกสาวหักอกมันเรื่องธรรมดา”
“ใช่ หล่อๆดีๆ ไม่มีจะกินอย่างเรา ถ้าคิดว่าหาได้ดีกว่าก็ปล่อยเขา” หรั่งเสริม
“เอางี้คุณสน ลองเปลี่ยนแนวเป็นพวก เตี้ยล่ำดำถึกดูมั้ย เผลอๆดูแลเราได้ด้วยนา” อาสาแนะ
“สั้นๆเลยนะ ผู้ชายด้วยกันมันส์กว่า” ชมพู่พูดลอยๆ
ทุกคนตาเหลือก
“ไอ้ชมพู่”
ชมพู่ยิ้มขำ
“หมายถึงมันเข้าใจกัน เหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า”
“ขอบใจนะทุกคนที่เป็นห่วง ฉันยอมรับว่าเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคุณดาวอย่างที่หวัง แต่ฉันเองก็รู้สึกโล่งอกที่ฉันกับคุณดาวเข้าใจกัน เพราะอย่างน้อยเราก็รู้แล้วล่ะ ว่าเราสองคนต้องการอะไรกันแน่”

สนธยา สนิท อาสา ชมพู่ หรั่ง มาหาเจนนี่ เปิดประตูเข้าห้องพักไข้เข้ามาเห็นคนไข้หญิงนอนหันหลังอยู่ที่เตียง ตัวเล็ก ผมยาวเหมือนเจนนี่ สนธยาเข้าไปเรียก แตะตัวคนไข้
“เจนนี่”
คนไข้ หันมาเป็นป้าหน้าแก่ ยิ้ม พวกสนธยาตกใจ
“เว้ย”
“นี่เจนนี่เป็นโรคอะไรเนี่ย ไม่เจอไม่กี่วัน ทำไมถึงแก่แบบนี้” หรั่งถามอึ้งๆ
นางพยาบาลเข้าห้องมา
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ผมมาเยี่ยมคนไข้ที่อยู่ที่เตียงนี้ครับ”
“คนไข้ออกไป ตั้งแต่คุณกลับคราวที่แล้วแล้วนี่คะ”
สนธยาชะงัก
“ตั้งแต่ผมกลับไป แปลว่าเจนนี่ฟื้นแล้ว แล้วเขาไปไหนทราบมั้ยครับ”

นางพยาบาลที่เฝ้าไข้มณฑล ตอบคำถามพิมพ์ดาวที่มาเยี่ยมมณฑล
“ไม่ทราบจริงๆค่ะ คนไข้ไม่ได้แจ้งไว้ แต่เขาฝากนี่ไว้ให้คุณด้วยค่ะ”
นางพยาบาลยื่นจดหมายให้ พิมพ์ดาวรับมาอ่าน
“ขอโทษครับคุณดาว ที่ผมไปโดยไม่ลา ผมไม่อยากให้คุณลำบากใจไปมากกว่านี้ แม้เรื่องระหว่างเราจะไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ผมเชื่อว่ามิตรภาพและความรู้สึกดีๆ ของเราจะมีให้กันเสมอ ผมอยากให้คุณดาวมีความสุขที่สุดจากวันนี้และตลอดไป...ส่วนผมเองจะกลับไปที่ของผม ที่ที่ผมควรอยู่ และไม่มีใครพรากความทรงจำที่ผมมีต่อคุณไปได้...มณฑล”

สนธยา สนิท ชมพู่ อาสา หรั่ง มาที่อพาร์ทเมนท์เจนนี่ สนธยาเคาะประตูห้อง เรียก
“เจนนี่ๆ...แน่ใจเหรอน้าหนิด ว่าเจนนี่พักอยู่ที่นี่”
“อยู่สิครับนี่ห้องมัน ถ้าไม่อยู่ที่นี่ มันจะไปอยู่ไหนล่ะครับ”
ป้าแม่บ้านถือไม้ถูพื้นมาจะทำความสะอาด สนธยาหันรไปถาม
“ขอโทษครับ เจ้าของห้องนี้ เขายังอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ”
“ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใช่มั้ย...อยู่”
สนธยาดีใจ
“แล้วพอจะทราบมั้ย ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ”
“ไม่รู้ ก็เห็นไม่กลับมาตั้งนานแล้วนี่”
อาสางงๆ
“อ้าว ไม่กลับมา แล้วรู้ได้ไงว่าเขายังอยู่ล่ะป้า”
“ใครพี่แม่แก ถ้าไม่อยู่ เขาก็ต้องย้ายไป ไม่ก็มีคนมาแทนแล้วสิ นี่ห้องปิดเงียบแบบนี้ แปลว่าเจ้าของห้องต้องยังอยู่สิยะ”
หรั่งกระซิบเพื่อน
“ลากอีป้านี่ไปหมกในห้องเลยดีมะ”
แม่บ้านหน้าตาเอาเรื่อง
“อะไรๆ หรือจะเอา”
พวกสนิท กับป้าแม่บ้านจ้องหน้ากัน แยกเขี้ยวใส่กัน แฮ่ สนธยากังวลคิดหนัก

“เจนนี่เธออยู่ไหนกันแน่”

พวกสนธยามาถามหาเจนนี่ กับหลวงพ่อ
 
“สีกาเจนนี่ป่วยอยู่ แล้วเขาจะไปไหน เอ็งแน่ใจว่าหาดูทั่วแล้วรึ”
“ทั่วแล้วแต่ไม่เจอครับหลวงพ่อ เลยคิดว่าเขาจะแวะมาหาหลวงพ่อนี่ล่ะครับ”
“ไม่มีๆ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าเขามา เดี๋ยวข้าจะไลน์ไปบอกเอ็งให้”
หรั่งหันมาหาสนธยาถามอย่างกังวลใจ
“เอาไงดีครับคุณสน ที่โรงพยาบาลไม่มี บ้านไม่มี วัดไม่มี แล้วเราจะตามเจนนี่ที่ไหนได้อีกล่ะครับ”
“เอางี้ ถ้ารวมกันหาไม่เจอ งั้นแยกกันหาละกัน เดี๋ยวฉันโทรถาม จส.100” ชมพู่แนะ
“งั้นกูแจ้งตำรวจให้” อาสาบอก
“งั้นหรั่งจ้างนักสืบเลยอ่ะ”
“งั้นกูไม่หา” สนิทพูดลอยๆ
พวกสนิทโวย
“ไอ้น้า”
“ไม่หาได้ยังไง เจนนี่หายทั้งคน เดี๋ยวกูเป็นเซนเตอร์รวบรวมข้อมูลจากทุกคนให้ ว่าแต่คุณสนจะไปหาเจนนี่ที่ไหนล่ะครับ”
สนธยาแววตามุ่งมั่น
“ไม่ว่าที่ไหน ฉันก็จะไป”

สนธยาตามหาเจนนี่ตามที่ต่างๆ ที่เคยไปมาด้วยกัน...สนธยาเดินเข้าไปหาในโลตัสแล้วเดินกลับออกมาหน้าเครียดมองซ้ายขวาออกเดินต่อ
สนธยาไปถามหาจากนักเรียนนาฏศิลป์ ทำมือบอกลักษณะ ประมาณผู้หญิงตัวเล็กๆ นักเรียนพากันส่ายหัว
สนธยาไปถามนางพยาบาลคนเดิม ที่เฝ้าไข้เจนนี่ นางพยาบาลส่ายหัว...สนธยากลับมาถามหลวงพ่ออีก หลวงพ่อส่ายหัว ด่าซ้ำ
“เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำนะเอ็งเนี่ย ก็บอกแล้วไง เขาไม่ได้มา”
สนธยาไหว้หลวงพ่อ เดินจากมา หยุดยืน หน้าเครียด ไม่รู้จะไปไหน
“เธออยู่ไหนน่ะ เจนนี่”

สนิท ชมพู่ อาสา หรั่งมาเจอสนธยาที่หน้าวัด ปรึกษากัน
“ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับคุณสน” หรั่งบอกเครียดๆ
ชมพู่ครุ่นคิด
“มันแปลกๆนะ อยู่ๆคนเราจะหายไปได้ไง หรือว่า...เจนนี่จะหนีออกนอกประเทศ”
“จะหนีไปทำมะเขืออะไร หายไปเลยแบบนี้ กูว่า...”
อาสายังพูดไม่จบสนิทปิดปากทันที
“หยุด...ไม่ต้องห่วงคุณสน เจนนี่มันฉลาดเอาตัวรอดได้ มันไม่เป็นไรแน่ ผมว่าตอนนี้กลับไปตั้งหลักที่เรือนหอก่อนดีกว่า”
หรั่งเห็นด้วย
“ใช่ครับ ถึงตอนนี้คุณสนจะไม่ได้แต่งกับคุณดาวแล้ว อย่างน้อยเราก็ซ่อม เรือนหอไป รอเจนนี่ไป...”
สนธยาจ๋อยๆแทรกขึ้น
“ฉันว่า...ฉันจะขายเรือนหอ”
พวกสนิทตกใจ
“ห๊ะ ขายเรือนหอ”

เย็นนั้น มณฑลกลับมาที่สมุยยืนอยู่ริมทะเลคนเดียวเศร้าๆ ทันใดนั้นเสียง พิมพ์ดาวดังขึ้น
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย โจรขโมยกระเป๋าตังค์ ช่วยด้วย”
มณฑลได้ยินเสียงรีบวิ่งไปช่วย...มณฑลวิ่งมาดูมองหาไม่เห็นใครที่ข้างรถมณฑลที่จอดอยู่ เห็นกระเป๋าผู้หญิงตกอยู่ข้างล้อ เขาวิ่งไป รีบหยิบกระเป๋ามาดู มองอย่างสงสัยกระเป๋าเป็นแบบเดียวกับของพิมพ์ดาวตอนที่เจอกันครั้งแรก
“ขอกระเป๋าคืนได้มั้ยคะ”
มณฑลจำเสียงได้ ดีใจหันไป
“คุณดาว”
พิมพ์ดาวยิ้ม

มณฑล เดินคุยกับพิมพ์ดาวที่ชายหาด
“คุณดาวยังไม่ตอบผมเลย ตกลงคุณดาวมาทำอะไรที่สมุยนี่เหรอครับ”
“ดาวว่ากรุงเทพวุ่นวายเลยจะหลบมาอยู่ที่นี่สักพัก” พิมพ์ดาวยิ้มแกล้ง “สนเองก็คงชอบที่นี่เหมือนกัน”
มณฑลยิ้มจ๋อย
“ดีใจกับคุณสองคนด้วยนะครับ...อยู่ที่นี่ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยบอกได้นะครับ ผมทำเรื่องย้ายมาประจำที่สมุยแล้ว ยังไงเราคงมีโอกาสได้เจอกันอีก”
“ถ้าอย่างนั้น ถ้าหมวดพอจะมีเวลา ก็อย่าลืมไปเยี่ยมดาวที่ร้านอาหารด้วยนะคะ”
มณฑลตกใจ
“นี่คุณดาวย้ายกลับมาดูแลร้านอาหารที่นี่แล้วเหรอครับ”
พิมพ์ดาวยิ้มบอกเป็นนัย
“ค่ะ ทำเองคนเดียวทุกอย่าง มีหวังเหนื่อยแย่”
มณฑลงง
“ล...แล้วสนธยาล่ะครับ เมื่อกี้คุณดาวบอกว่าสนคงจะชอบที่นี่ แล้วทำไม”
“ดาวคิดว่าถ้าสนมา สนคงจะชอบที่นี่ แต่สนเขาไม่ได้มา เพราะตอนนี้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ดาวคงไม่ได้ไปไหนกับสนเหมือนเดิมแล้วค่ะ”
มณฑลดีใจ
“ถ้างั้นที่คุณดาวมาที่นี่ ก็หมายความว่า...”
มณฑลดีใจจับมือ พิมพ์ดาวมองตาเขายิ้ม สองคนเข้าใจ ไม่พูดอะไรต่อ จับมือกัน เดินต่อไป ทั้งสองจับมือกันเดินที่ชายหาด ด้านหลังเห็นทะเลสวย พระอาทิตย์ตกดิน

ค่ำนั้น พวกสนธยากลับมาที่เรือนหอ สนธยาเอาป้าย ขาย ติดต่อสนธยา 088-8888888 มาติดที่เรือนหอ สนิทถอนใจ
“เสียดาย อุตส่าห์ทำมาขนาดนี้ อย่าขายเลยครับคุณสน”
สนธยาหน้าเศร้า
“ฉันตั้งใจทำที่นี่ให้เป็นเรือนหอของฉัน แล้วถ้าฉันไม่ได้แต่งงาน ไม่มีคนรัก ฉันก็ไม่รู้จะเก็บที่นี่ไว้ทำไม”
หรั่ง มองเข้าไปในเรือนหอ ที่ในตัวเรือนหอเห็นไฟติดๆดับๆ หรั่งกลัว
“ค...คุณสน ดูข้างในเรือนหอสิครับ ไฟ...ต...ติดๆ...ด...ดับ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ ยังไงครับเนี่ย”
“ถามได้ ก็ไฟตก...” ชมพู่แย้ง
หมาหอนแทรกทันที หรั่งสะดุ้ง
“นั่นไง ชัดเลย มาเต็มแบบนี้ ใจหรั่งตกไปที่ตาตุ่มแล้วคุณสน”
อาสากลัว
“น...นี่เราก็ปล่อยคุณผีไปหมดแล้ว หรือว่ามีของใหม่มาเพิ่มจากเดิมเหรอครับเนี่ยคุณสน”
สนธยาส่ายหัว หวาดๆ

สนธยา สนิท ชมพู่ อาสา หรั่ง จะเปิดประตูเรือนหอ สนิทบิดลูกบิดแล้วกระซิบ
“ทำไงดี เปิดไม่ออก”
“ก็ออกแรงหน่อยสิ มันอาจติดอะไรอยู่ก็ได้” ชมพู่แนะ
สนิทเปิดแต่ไม่ออก กระซิบอีก
“สุดแรงแล้วเนี่ย ยังไงก็ไม่ออก”
หรั่งสะอื้น
“เปิดไม่ออก แปลว่าเขาไม่ให้เข้า งั้นเรากลับกันเหอะครับ”
“จะบ้ารึไง มาถึงนี่แล้ว ถีบเลยคุณสน” อาสายุ
สนธยาพยักหน้า
“หลบไป ฉันเอง”
สนธยาถอยหลัง แล้ววิ่งมาถีบประตู ปัง เสียงผู้หญิงกรี๊ดทันที สนธยามองหน้า สนิท ตกใจ
“ถีบแล้วร้องด้วย ผีประตูชัดๆ คราวนี้พร้อมกันเลยดีกว่าคุณสน”
ทั้งห้าคนถอยหลัง วิ่งจะมาถีบประตูพร้อมกัน ประตูเปิดทันที ทั้งหมดหลุดล้มกลิ้งเข้ามาในเรือนหอ เจอเลือดหยด ที่พื้น ตกใจ สนธยาหน้าตื่น
“เลือด”
พวกสนิทเงยหน้ามอง เจนนี่ยืนอยู่ เลือดออกจมูก ผมปรกหน้าดูผีมาก ทุกคนร้องลั่น
“ผี”
“ผีบ้าอะไรสวยขนาดนี้ นี่คนเว้ย” เจนนี่โวย
สนธยาอึ้ง
“เจนนี่”
สนธยาลุกขึ้นดึงเจนนี่ไปกอดทันที เจนนี่ชะงักอึ้ง
“เธอหายไปไหนมา ฉันไปตามหาเธอทุกที่ ฉันเป็นห่วงเธอมากเธอรู้มั้ย”
“พ...พอฉันออกจากโรงพยาบาล ฉันก็กลับมาที่เรือนหอจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อย นายจะได้...แต่งงานกับคุณดาวไง ปล่อยสิ”
สนธยาปล่อยเจนนี่แล้วรีบกอดซ้ำจากด้านหลัง สนธยายิ้มแกล้ง
“ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะตอบคำถามฉันก่อน”
“เล่นอะไรเนี่ย...ปล่อย”
“ไม่...ถ้าเธอจะทำเรือนหอให้ฉัน งั้นบอกสิ เธอว่าห้องนี้ ควรทาสีอะไร”
พวกสนิทแอบยิ้ม ขำคิกคัก ทำนิ้วชนกัน เป็นคู่จู๋จี๋ รู้ว่าเจนนี่โดนแกล้ง เจนนี่จ๋อย
“ไม่รู้ ถ้าอยากสบายตาก็ สีฟ้ามั้ง”
“อย่ามั้งสิ นี่งานเธอไม่ใช่หรือไง แล้วห้องครัวล่ะ”
เจนนี่เซ็ง
“ปูกระเบื้องละกัน ทำความสะอาดง่ายดี ปล่อยซะทีสิ”
“เดี๋ยว แล้วห้องนอนล่ะ”
เจนนี่หงุดหงิด
“โอ๊ย นี่เรือนหอนายกับคุณดาว นายก็ไปถามคุณดาวสิ”
สนธยาปล่อยเจนนี่ ดึงมาจ้องหน้า
“ฟังนะเจนนี่ ตอนนี้เจ้าสาวของฉันไม่ใช่คุณดาวแล้ว”
เจนนี่อึ้ง

ก่อนหน้านี้...พิมพ์ดาวกอดสนธยา แล้วผละออก คุยกับสนธยาร้องไห้
“ขอโทษนะสน แต่ดาวไม่ได้รักสนเหมือนเดิมแล้ว และเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาก็ทำให้ดาวแน่ใจว่าสนคงไม่ได้รักดาวแล้วเหมือนกัน...แต่ดาวเชื่อนะว่าเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้...ส่วนเรือนหอนี้ สนควรจะเก็บไว้ เพื่อสนจะได้อยู่กับคนที่สนรักเถอะนะ”

เจนนี่ตกใจเรื่องที่พิมพ์ดาวบอกเลิกสนธยา
“ถ้าคุณดาวบอกเลิกนาย แล้วทำไมนายไม่เสียใจเลยอ่ะ นี่นายมีกิ๊กหรือไง ทำไมเลวเงี้ย”
“จะบ้ารึไง ฉันไม่มีใครที่ไหนทั้งนั้น นอกจาก...” สนธยายิ้ม “เธอ”
เจนนี่อึ้ง
“ฉัน...”
“ใช่ ฉันรักเธอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ตอนนี้ ฉันรักเธอและฉันก็อยากให้เธออยู่กับฉันที่นี่ ที่เรือนหอนี้...อยู่กับฉันเถอะนะเจนนี่”
เจนนี่โวยทันที
“จะบ้ารึไง...ให้เวลาเขาคิดบ้างดิ” เจนนี่เขินๆ
สนิทส่ายหน้า
“โห่ย ฟังอยู่นานแล้ว แกเองก็ปิ๊งคุณสนแต่แรกไม่ใช่รึไง จะเล่นตัวทำไมอีก”
“ใช่ ได้แฟนไม่พอ ได้เรือนหอด้วย แบบนี้สองเด้งๆ” หรั่งเสริม
สนธยาทำตาหวาน
“นะเจนนี่ ฉันรักเธอ แต่งงานกับฉัน เป็นเจ้าสาวของฉันเถอะนะ”
พวกสนิทเชียร์
“แต่งเลยๆ”
เจนนี่ยิ้มเขิน
“...ก็ได้”
พวกสนิทดีใจ
“เฮ”
เจนนี่ยิ้มมองสนธยา
“แต่ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ยังมีอีกเรื่องที่เราต้องช่วยกันจัดการให้เสร็จก่อน”

เจนนี่จูงมือสนออกมา หน้าเรือนหอ เรียกผีเด็กให้ปรากฏตัว
“หนู อยู่ที่นี่หรือเปล่า เรามาช่วยหนูแล้วนะ ออกมาสิ”
ผีเด็กปรากฏตัวให้ สนธยากับเจนนี่เห็น
“อยู่นี่ค่ะ ดีจัง คิดว่าจะลืมหนูแล้วซะอีก”
สนธยาบอกกับเจนนี่
“ฉันเองก็รับปากเขาไว้เหมือนกัน ว่าจะช่วยตามหาพ่อแม่ให้เขา...ตกลงพ่อแม่หนูเป็นใครบอกเราได้รึเปล่าจ้ะ”
ผีเด็กส่ายหัว
“งั้นหนูชื่ออะไรจ๊ะ เราจะได้ไปตามพ่อแม่หนูให้” เจนนี่ถาม
ผีเด็กหน้าเศร้า
“หนูไม่มีชื่อหรอกค่ะ พี่สนกับพี่เจนนี่ช่วยตั้งชื่อให้หนูได้รึเปล่าคะ”
เจนนี่มองสนธยา เชิงปรึกษา สนธยายิ้ม
“หลวงพ่อท่านบอกเสมอว่า ความดีจะคุ้มครองให้เราพบแต่สิ่งที่ดี หนูเองก็ช่วยเราสองคนมาตลอด ถ้างั้น พี่ตั้งชื่อให้หนูว่า หนูดี ดีมั้ย”
ผีเด็กยิ้มพอใจ
“ดีค่ะ หนูดี หนูชอบชื่อนี้ ขอบคุณนะคะ”
ผีเด็กหัวเราะร่าเริง ที่ร่างเริ่มมีแสงสว่าง ค่อยๆ ลอยสูงขึ้น เจนนี่หน้าเหวอ
“แล้วนั่น หนูดี จะไปไหน มาอยู่กับเราก่อนสิ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ถ้าคุณพ่อ คุณแม่ แต่งงานกันเมื่อไหร่ เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก”
สนธยากับเจนนี่มองหน้ากัน อึ้ง เข้าใจ ยิ้มๆ
“แล้วเจอกันนะคะ...”

ผีเด็กโบกมือลา ร่างลอยสูงขึ้น สว่างไสวเต็มที่ สนธยากับเจนนี่ เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ร่างผีเด็กที่มีแสงสว่างจ้า ในที่สุดก็กลายเป็นแสงระยิบเหมือนดวงดาวกระจายไปทั่วท้องฟ้า สนธยากับเจนนี่กอดกัน มองขึ้นไปที่ท้องฟ้าที่เต็มไปแสงสว่าง เบื้องหลังเป็นเรือนหอ ทั้งสองยิ้มมีความสุข
 
จบบริบูรณ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...