xs
sm
md
lg

ธิดาพญายม ตอนที่ 6

เผยแพร่:

ธิดาพญายม ตอนที่ 6

ม่านชมพูที่ป้องกันทายาททั้งสี่และนาชะ ปาระนังกับราเชน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ปาระนังสะบัดมือไปมาเกิดพลังลมวูบวาบฝูงผึ้งเข้าไม่ติด ราเชนใช้ลูกธนูไฟหมุนเป็นม่านกันไว้ ฝูงผึ้งบินจู่โจมเอกภพกับณัชชาที่ถือคบไฟกวัดแกว่งอยู่

ณัชชาแกว่งคบไฟหมุนติ้วกลายเป็นม่านไฟกันฝูงผึ้งไว้ไม่ให้เข้าใกล้แล้ววิ่งเข้าใกล้เอกภพที่กำลังถูกฝูงผึ้งรุมล้อม ฝูงผึ้งกระจายห่างออกไป
“ฝูงผึ้งเยอะมาก เราคงต้านไม่อยู่”
ทั้งสองมองฝูงผึ้งที่บินรอบตัว
นาฬิกาหยิบแว่นขึ้นมาใส่แล้วกราดสายตาดู คาดไม่ถึงแม้แว่นจะมีสีดำแต่ก็เห็นทุกอย่างชัดเจน
“ไม่มีร่องรอยของประตูกล”
บีมใส่ถุงมือแล้วแล้วยกขึ้นตรงหน้ากลายเป็นแสงออกไปเหมือนไฟฉายกราดไปมา
“ถุงมือไม่เวิร์ค”
“ปิงปองละ”
ปิงปองถือสมุดกับดินสอ แต่ไม่มีการวาดของดินสอเกิดขึ้น ปิงปองตัดสินใจวาดเองเป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่แล้วก็จางหายไป
“ดินสอไม่ยอมวาด” ไกรยุทธ์ดึงเชือกออกมาจากเป้ “เอาเชือกมาเนี่ยนะหาประตู”
“ก็ไม่มีอย่างอื่นแล้วนี่” ทันใดนั้นเชือกสลายตัวจากขด ปลายข้างหนึ่งพุ่งออกจากม่านชมพูไปที่ต้นไม้แล้วหายเข้าไปในต้นไม้ “เฮ้...ดูนี่”
ทุกคนมองอย่างตื่นเต้น
“ประตูกล เร็วเข้ารีบดึงตัวตามเชือกเข้าไป” ทันใดนั้นม่านสีชมพูสลายตัวไปฝูงผึ้งที่บินวนอยู่เข้าจู่โจมทุกคน “องค์หญิง ท่านธิดา ทางนี้”
ทายาททั้งสี่สาวเชือกดึงตัวหายวูบเข้าไปในต้นไม้ ณัชชากับเอกภพพรวดเข้ามาเห็นเชือกลอยอยู่ปลายข้างหนึ่งอยู่ในต้นไม้
“ผู้กองเข้าไปก่อน” เอกภพสาวเชือกวิ่งพรวดหายไปในต้นไม้ ปาระนังกับราเชนเข้ามา “เชิญท่าน กับท่านธิดา”
ปาระนังกับราเชนสาวเชือกหายเข้าไปในต้นไม้ ณัชชามองฝูงผึ้งที่บินวนเวียนอยู่ ทันใดนั้นณัชชาปล่อยพลังออกไปยังฝูงผึ้ง เกิดเป็นแสงพุ่งไปยังฝูงผึ้งจนแตกกระจายณัชชาจ้องอย่างพอใจ

อาคินหันขวับตามเสียงพลังของณัชชา
“พลังเทพ เฮอะ องค์หญิงท่านพลาดจนได้ ท่านสองคนยังไม่รีบตามรอยไป”
เทพซ้ายขวาแวบหายไป อาคินยิ้มสะใจแล้วหายแวบตามไป
ณัชชายิ้มปล่อยพลังอีกครั้งหนึ่งไปที่ฝูงผึ้ง ทำให้ฝูงผึ้งโกรธแค้นรวมกำลังพุ่งเข้ามาที่บริเวณต้นไม้
“เทพอาคินตามมาเจอเหล็กในผึ้งหน่อยเป็นไร”
ณัชชาดึงเชือกเข้าประตูกลพร้อมสะบัดมืออีกครั้งฝุ่นรอบๆ ต้นไม้กระจายขึ้นลบรอยของทุกคนที่เข้ามาที่ต้นไม้หายไปจนหมด ณัชชาหายวูบเข้าไปในต้นไม้

ทุกคนยืนอยู่ตรงต้นไม้แล้วมองที่หมู่บ้าน
“เรามาอยู่ที่ไหนอีกแล้ว”
“อย่างน้อยมีหมู่บ้านให้เห็นผู้เห็นคนมั่ง”
“ยังไงขอพักสบายๆ ซะหน่อยก็ยังดี”
“หวังว่าเทพอาคินคงไม่โผล่มาเร็วเกินไป”
“เทพอาคินคงยังไม่โผล่มาง่ายๆ หรอก ป่านนี้อาจกำลังโดนผึ้งต่อยอยู่ก็ได้”
ทุกคนหันมามองณัชชา
“ยังไงครับ”
“ก่อนเข้าประตูกลฉันปล่อยพลังเทพออกไปคาดว่าเทพอาคินป่านนี้คงตามมาถึงแล้ว”
“เจอฝูงผึ้งพอดี”
ทุกคนต่างยิ้มกัน แต่แล้วเอกภพทรุดลง
“ผู้กอง”
ณัชชาปราดเข้าไปสำรวจดู ที่ต้นคอมีจุดอยู่จุดหนึ่ง
“แย่แล้ว ผู้กองถูกผึ้งต่อย”

ร่างของอาคินกับเทพซ้ายขวาถูกฝูงผึ้งรุมเข้ามา ทั้งสามต่างปล่อยพลังปล่อยกระแทกฝูงผึ้งกระจายออกไปชุลมุน
“รีบออกไปจากที่นี่”
อาคินปล่อยพลังแล้วแวบหายไป เทพซ้ายขวาแวบตามอย่างรวดเร็ว

เอกภพอยู่บนตักของณัชชา ณัชชาพลิกใบหน้าของเอกภพดูรอยแผลที่ต้นคอ ณัชชาใช้ฝ่ามือปล่อยพลังไปที่แผลที่ต้นคอของเอกภพ แต่ไม่ปรากฏว่าไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น”
“พลังของพี่ณัชชาช่วยพี่เอกไม่ได้เหรอคะ”
“ฝูงผึ้งที่เราพบเป็นฝูงผึ้งมนตร์พิษร้ายแรงเราถึงพบซากมนุษย์ อาจต้องใช้น้ำผึ้งจากรังของพวกมันมาแก้พิษให้ผู้กอง”
ณัชชาวางศีรษะของเอกภพลงที่หมอนแล้วขยับตัวลุกขึ้น
“งั้นทุกคนรออยู่ที่นี่ เราจะไปเอาน้ำผึ้งมา”
ณัชชาขยับตัวไปที่ต้นไม้ประตูกล
“เดี๋ยวก่อนองค์หญิงตอนนี้ช้าไปแล้ว กลับไปผิดเวลาอาจจะพาองค์หญิงไปที่อื่นจนไม่อาจกลับมาที่นี่ได้ทันท่วงที”

ณัชชาถึงกับอึ้งไปเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
ราเชนยืนระวังภัยอยู่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง และส่งถุงเงินให้ชายคนหนึ่ง
“เราขอรบกวนพักที่นี่ซักหน่อย” ชายชาวบ้านรับเงินแล้วถอยออกไป “เดี๋ยว” ชายชาวบ้านหยุด “เราไม่อยากให้ใครมารบกวน”
“รับรองว่าจะไม่มีใครรู้นายท่าน”
ราเชนพยักหน้า ชายออกไป
ภายในกระท่อมเอกภพหลับตาสนิทอยู่บนเสื่อเก่าๆ ของชาวบ้าน ล้อมรอบไปด้วยทายาททั้งสี่ นาชะและณัชชา ปาระนังเอามือแตะที่หน้าผากของเอกภพ
“อาการของผู้กองหนักมาก แต่ที่ยังต้านพิษอยู่ได้เพราะมีเลือดเทพอยู่ในตัวแต่ไม่รู้ว่าจะต้านได้นานเท่าใด”
ทุกคนต่างมองหน้ากันสีหน้ากังวล
ราเชนยืนระวังอยู่หน้ากระท่อม ปาระนังเดินเข้ามา
“ผู้กองเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่ค่อยดี องค์หญิงถ่ายพลังช่วยสกัดพิษไว้แล้วหวังว่าคงต้านได้นานพอ”
“ทายาทองค์รักษ์ย่อมไม่จบชีวิตง่ายๆ อย่ากังวลไปเลย” ปาระนังพยักหน้ารับ ทันใดนั้นราเชนหันขวับ “นั่นใคร”
ร่างของชายเจ้าของบ้านปลิวเข้ามากองที่พื้นตรงหน้าของปาระนังและราเชน ตามด้วยชายฉกรรจ์นับสิบ ทุกคนต่างมีคบไฟในมือและอาวุธหอกดาบอยู่ในมือ ชายคนหนึ่งถือถุงเงินที่ราเชนให้ชายคนนั้นยกชูขึ้น
“ข้าอยากได้เหรียญทองของท่านอีก ส่งมาซะดีๆ”
ราเชนกับปาระนังมองหน้าพวกมันสีหน้าเคร่งเครียด

ทายาททั้งสี่ นาชะและณัชชานั่งเฝ้าอาการของเอกภพอยู่ ได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก ณัชชาขยับตัว
“ทุกคนอยู่ที่นี่ห้ามออกไป”
ณัชชาเดินออกไป ทุกคนมองตาม นาฬิกาขยับตัวเอาผ้ามาซับที่หน้าผากของเอกภพ
ประตูกระท่อมเปิดร่างของณัชชาก้าวออกมา พวกมันต่างมองณัชชา สายตาจ้องความสวย
“หรือไม่ก็ส่งนางหญิงทั้งสองคนมาให้ข้า” พวกมันหัวเราะ
“เชิญองค์หญิงกลับไปดูแลผู้กอง เดนมนุษย์พวกนี้เรากับท่านราเชนจัดการได้” ปาระนังบอก
ณัชชาจ้องพวกมันอึดใจแล้วกลับเข้าห้องไป พวกมันต่างทำเสียงอืออาเสียดาย หัวเราะกันสนุก
“พวกเจ้าอยู่ในหมู่บ้านนี้หรือ”
“เชอะ พวกข้ามีหมู่บ้านของข้าเองห่างออกไปตั้งชื่อว่าหมู่บ้านอหิงสา”
“หมู่บ้านละแวกนี้ล้วนกลัวเกรงหมู่บ้านข้า”
“ถ้าไม่ได้เหรียญทองข้าจะส่งตาเฒ่านี่กับเอ็งไปนรก” ผู้เป็นหัวหน้ายิ้มมองปาระนัง “เอานางนี่เป็นเมีย แล้วเผาหมู่บ้านนี้ให้วอด”
“ก็ได้ พวกเจ้าอยากได้เหรียญทองก็เข้ามาเอา” ราเชนสะบัดมือมีถุงเหรียญทองถุงใหญ่อยู่ในมือ ปาระนังยืนยิ้มอยู่ข้างๆ พวกมันต่างมองหน้ากัน ราเชนก้าวออกไป ยืนตรงหน้าพวกมันยื่นถุงเงินออกไป “ใครจะมาเอาเหรียญทอง”
“ข้าเอง” หัวหน้าก้าวเข้าไปตรงหน้าของราเชน มันเอื้อมมือไปคว้าถุงแต่ไม่สามารถดึงออกจากมือราเชนได้ “เฮ้ยเองทำอะไรวะ”
ทันใดนั้นร่างของราเชนลุกพรึบเป็นไฟขึ้นมาทั้งตัว ราเชนหัวเราะก้องไฟลามมาถึงหัวหน้าไหม้พรึบกลายเป็นเถ้าไป พวกมันถึงกับถอยหลังสีหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
“พวกเอ็งคิดจะเผาข้าเลยสนองให้ และนี่คือไฟนรกที่จะเผาพวกเอ็งไม่ได้ผุดได้เกิด 500 ชาติ”
“พวกเรา...แก้แค้นให้หัวหน้า”
พวกมันพากันบุกเข้ามา ปาระนังดีดตัวไปท่ามกลางพวกมัน ตวัดดาบไปมา เสียงร้องบาดเจ็บดังระงม ในที่สุดพวกมันล้มไปเกือบครึ่ง ชายคนหนึ่งโดดเอาขวานฟันปาระนังทางด้านหลัง แต่แล้วมีมีดสั้นเล่มหนึ่งปักเข้าให้ที่หน้าอกของมันจากฝีมือของราเชน. มันร้องลั่นทรุดลง ทันใดนั้นมีดสั้นมีประกายไฟขึ้นมาลุกท่วมร่างมัน พวกมันต่างกลัวหันหลังวิ่งหายไปจนหมด
“มนุษย์เลวพวกนี้คงคาดไม่ถึงว่าจะตกนรกทั้งเป็น”
“เสร็จภารกิจแล้ว เราจะส่งหมู่บ้านของพวกมันไปนรกรับชะตากรรมที่พวกมันก่อไว้”
วันต่อมาณัชชา นาชะ และปาระนัง ยืนอยู่หน้าต้นไม้ ประตูกลที่ผ่านเข้ามา
“ท่านธิดาคิดว่าเวลาถูกต้องแล้วหรือยัง”
ปาระนังแหงนหน้ามองท้องฟ้า
“ยากที่จะบอก แต่พระอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับเวลาที่เราผ่านออกมา หวังว่าองค์หญิงประสบความสำเร็จ”
“เราจะต้องกลับมา ช้าหรือเร็วเท่านั้น”
“เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผู้กองมีชีวิตอยู่จนกว่าองค์หญิงจะกลับมา”
ณัชชาพยักหน้ารับ แล้วขยับตัวจะผ่านประตูกล ทันใดนั้นปิงปองวิ่งมากับไกรยุทธ์พร้อมตะโกนเรียกเสียงดัง
“พี่ณัชชา รอก่อน”
ปิงปองวิ่งเข้ามาใกล้ ยืนหอบ
“ดินสอของปิงปองวาดภาพออกมาครับ”
ปิงปองยืนหอบพร้อมส่งกระดาษให้ณัชชา ณัชชารับมา ปาระนังก้าวเข้าไปดูด้วยเห็นเป็นรูปนาฬิกาทราย
“นาฬิกาทราย”
“สวรรค์เป็นใจแล้วองค์หญิง สวรรค์มอบกุญแจผ่านประตูกลให้ท่าน” ทันใดนั้นปรากฏเป็นนาฬิกาทรายอยู่ในมือของณัชชา “พอทรายไหลหมดจากด้านนี้ก็คือเวลาเข้าประตูกลพอจะกลับก็ตั้งใหม่ รอจนทรายไหลจนหมดก็จะกลับมาที่นี่ได้ตามเดิม”
“ขอบใจมากปิงปอง” ปิงปองยิ้มให้ “แล้วเจอกัน”
ณัชชาหันหลังเดินเข้าประตูกลไป ทันใดนั้นนาชะก้าวตามพรวดหายเข้าไปด้วย ทุกคนถึงกับคาดไม่ถึง
“พี่นาชะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว นาชะย่อมไม่ปล่อยองค์หญิงไปตามลำพัง”
ทุกคนต่างยิ้มชื่นชมที่นาชะซื่อตรงต่อณัชชา

หน้าต้นไม้อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นเวลากลางคืน ณัชชาสะบัดมือคบไฟติดมือขึ้นมา ณัชชาตวัดมือข้างที่ถือนาฬิกาทราย นาฬิกาทรายหายแวบไป ณัชชาหันมาทางนาชะ
“ใครให้เจ้าตามเรามา”
“แหม องค์หญิงก็...”
“เราให้เจ้าดูแลทายาททั้ง 4”
“นาชะฝากท่านราเชนไว้แล้ว ท่านราเชนรับปากด้วยความยินดี ท่านราเชนเก่งแล้วก็มีฝีมือกว่านาชะตั้งเยอะ
นาชะเชื่อว่าทายาททั้ง 4 ต้องปลอดภัย”

“เจ้ายังพูดมากเหลวไหลเหมือนเดิม”
นาชะได้แต่ยิ้ม ณัชชาส่ายหน้าทำเป็นเอือมแล้วก้าวเดินไปยังลานที่พักเดิมซึ่งยังมีซากกองไฟให้เห็นอยู่ ณัชชาก้มมองที่พื้นแล้วยิ้ม
“มีอะไรน่าขำหรือเพคะ”
“รอยเท้า ต้องเป็นของเทพอาคินกับเทพซ้ายขวา กำลังถูกฝูงผึ้งรุมต่อย”
“หวังว่าคงไม่นอนซมอยู่แถวนี้นะเพคะ”
“เทพอาคินมีพลังสูง คงหลบไปที่อื่นได้ทันท่วงที” ทันใดนั้นณัชชาหันไปทางด้านหนึ่ง“เสียงผึ้ง อยู่ทางด้านโน้นรังของมันอาจจะอยู่ที่นั่น”
นาชะมองตามสีหน้าตื่นเต้น

ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ร่างของณัชชากับนาชะแวบมาใต้ต้นไม้ ณัชชากราดคบไฟไปมา
“องค์หญิงแวบมาแบบนี้ไม่กลัวเทพอาคินจะรู้ตำแหน่งเหรอเพคะ”
“ป่านนี้เทพอาคินอยู่คนละดินแดนแล้ว”
“อ้อ”
ณัชชาเงยขึ้นมองต้นไม้รอบๆ ยกคบไฟให้สูงขึ้น
“น่าจะมีรังอยู่แถวนี้”
ทันใดนั้นมีเสียงดังกระหึ่มพื้นสั่นสะเทือนไปทั่ว
“เสียงอะไรเพคะองค์หญิง”
“เสียงเหมือนสัตว์ฝูงใหญ่กำลังเคลื่อนตัว”
ทันใดนั้นเสียงผึ้งฝูงใหญ่ดังกระหึ่มมา ณัชชาหันไปก็เห็นฝูงผึ้งใหญ่บินออกมาจากถ้ำดำไปหมดแล้วค่อยเคลื่อนไปอีกด้านของเสียงสั่นสะเทือนที่ห่างออกไป
“ที่แท้รังของฝูงผึ้งอยู่ในถ้ำ”
“พวกมันคงออกไปล่าสัตว์ฝูงนั้น”
ณัชชายกคบไฟขึ้นไปยังหน้าถ้ำ เห็นทางเข้าถ้ำอยู่ในสายตา
“เร็วเข้า ก่อนที่พวกมันจะกลับมา”
ณัชชาแวบหายไป นาชะแวบตาม

เอกภพค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
“พี่เอก”
“เกิด...อะ...ไร...ขึ้น” เอกภพถามเสียงแผ่ว
“พี่เอกถูกผึ้งต่อย อาการไม่ดี องค์หญิงกำลังกลับไปเอายาแก้พิษ นาชะก็ไปด้วย”
เอกภพขยับตัวแต่ไม่ไหว
“องค์หญิง”
เอกภพทรุดหลับลงไปอีกครั้ง นาฬิกาถอนใจมองหน้าทายาทที่นั่งรายล้อมอยู่
“ซมขนาดนี้ยังทำซ่า”
“เฮ้อ ความรัก”
“พูดเหมือนรู้จัก มีแฟนแล้วเหรอ”
“แน่นอน” บีมทำฟอร์มหล่อ
“ขี้โม้ เราอยู่กับนายตลอดเวลาไม่เห็นมีหญิงซักกะคน”
บีมหายยืด นาฬิกากับไกรยุทธ์ขำ บีมเหล่ปิงปองประมาณว่าก็เธอไงล่ะแฟนฉัน แต่ปิงปองไม่รู้เรื่อง

ที่หน้ากระท่อม ราเชนยืนจ้องไปด้านหน้า ปาระนังเดินเข้ามา
“พวกเดนมนุษย์มาอีกแล้ว”
“พวกนี้ต้องพบกับความตายถึงจะสาสม”
ชายชาวบ้านโผล่มาหน้าตาตื่น
“พวกมันกลับมาอีกแล้วท่าน”
“ท่านหลบไปไกลๆ ก่อน เราจะจัดการกับพวกมันเอง”
ชายชาวบ้านรีบตาลีตาเหลือกออกไป ราเชนสีหน้าเคร่งเครียดเยือกเย็น

ณัชชาเดินถือคบไฟเข้าไปในถ้ำ นาชะอยู่ข้างๆ ในที่สุดทั้งสองหยุดมองตรงหน้า ด้านหน้าเป็นผนังที่แท้คือรังผึ้งทั้งผนังเห็นตาใหญ่กว่ารังผึ้งทั่วไป
“โห ดูขนาดแล้วตัวผึ้งคงใหญ่น่าดู”
“เรารีบเอาน้ำผึ้งแล้วออกไปจากที่นี่ดีกว่า”

พวกนักเลงนับสิบเดินเข้ามาที่หน้ากระท่อม ราเชนกับปาระนังยืนเตรียมพร้อมอยู่
“เมื่อคืนนี้น้องชายข้ามาที่นี่”
“อ๋อ...คนที่ขู่ว่าจะเผากระท่อมให้วอด”
“ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องรับผิดชอบ”
“เราส่งมันไปนรกเรียบร้อยแล้ว”
พวกมันต่างขยับหอกดาบรายล้อมราเชนกับปาระนัง
“พวกท่านเองก็ควรรีบกลับไปเตรียมตัวล่ำลาผู้คนก่อนที่จะไปพบกับพวกที่มาเมื่อคืนนี้”
ราเชนกราดสายตามองพวกมัน ปรากฏเป็นสายตาสีแดงของยมทูตมองพวกมัน พวกมันถึงกับตกใจหน้าซีด
“โปรดอภัยให้พวกข้าด้วย พวกข้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์”
“พวกเจ้าเป็นคนไม่ดี ข่มขู่ผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนข้าให้อภัยไม่ได้”
“เฮ้ย ไม่ให้อภัยก็ต้องฆ่าทิ้ง ลุย”
พวกมันต่างบุกเข้าฟันทั้งแทงด้วยหอกดาบ ราเชนและปาระนังบุกเข้าปะทะด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า พวกมันบาดเจ็บล้มตายไปหลายคนสุดท้ายพวกมันต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด
“ท่านต้องส่งมันกับพวกไปนรกจริงๆ เหรอ” ปาระนังถาม
“คนพวกนี้ไม่รู้จักสำนึกผิดถูก เราเห็นอนาคตว่าลูกหลานมันจะทำให้มนุษย์ผู้อื่นเดือดร้อน สมควรกำจัดตัดไฟเสียแต่ต้นลม”

ราเชนสายตาเยือกเย็น
ร่างของณัชชากับนาชะแวบมายืนตรงลานพักเดิม ณัชชาถือคบไฟอยู่ในมือ ณัชชาสะบัดมืออีกครั้ง ตอนนี้มี นาฬิกาทรายปรากฏ ยกตั้งส่องกับคบไฟเพื่อให้ทรายไหลเพื่อจับเวลา ในมือนาชะมีถุงหนังสัตว์บรรจุน้ำผึ้งอยู่

“เจ้าระวังถุงน้ำผึ้งให้ดี”
“ผู้กองรู้ว่าท่านห่วงขนาดนี้คงปลื้มใจ”
นาชะทำหน้าทะเล้น
“เจ้าอย่าก่อกวนให้มาก”
ทันใดนั้นณัชชาขยับตัว นาชะถึงกับคาดไม่ถึงเมื่อร่างของอาคินกับเทพซ้ายขวาปรากฏ
“เทพอาคิน”
“องค์หญิงฉลาดมาก ล่อให้เรามาเผชิญกับฝูงผึ้ง”
“น่าเสียดายที่ท่านยังปรกติดีอยู่”
สายตาของณัชชามองที่นาฬิกาทรายที่ตัวเองกำไว้ในมือ เห็นทรายไหลลงมาอีกด้านหนึ่งใกล้จะหมดแล้ว
“ฝูงผึ้งมากมาย คาดว่าต้องมีคนหนึ่งคนใดต้องถูกพิษของมัน”
“ขอบใจที่ท่านเป็นห่วง”
“มีทางเดียวที่ท่านจะเอาน้ำผึ้งกลับไปได้ คือมีเราไปกับท่านด้วย”
“ท่านคิดว่าเราจะยอม”
“ถ้าท่านไม่ยอม เราจะทำลายประตูกล”
ณัชชายิ้ม ทันใดนั้นณัชชาสะบัดมือใส่นาชะ ร่างของนาชะปลิวหายเข้าไปในประตูกล อาคินคาดไม่ถึง
“ท่านช้าไปแล้ว แค่ต่างเวลาก็ต่างดินแดน” อาคินขยับตัวยกมือขึ้นหมายปล่อยพลัง“แล้วพบกันใหม่ท่านอาคิน”
ณัชชาแวบหายไปทันที
“รีบตามไป”
เทพซ้ายขวารีบแวบตามไปทันที

ร่างของนาชะกระเด็นออกมาจากต้นไม้กลิ้งกับพื้น พอตั้งตัวได้ก็สอดส่ายเห็นถุงน้ำผึ้งตกอยู่ไม่ห่างออกไป นาชะดีดตัวไปรีบคว้าถุงน้ำผึ้งขึ้นมาแล้วหันไปทางประตูกล
“แย่แล้ว องค์หญิง”

ร่างของณัชชาปรากฏในราวป่า เทพซ้ายขวาปรากฏตัวตามมาติดๆ
“ฝีมือท่านไม่เคยต้านเราได้”
ณัชชาพูดจบก็ดีดตัวเข้าหาเทพซ้ายขวา ปล่อยหมัดเตะต่อยจนเทพซ้ายขวาตั้งตัวไม่ติด เทพซ้ายขวาถอยไปมาปัดป้องพัลวัน อาคินปรากฏร่างปล่อยพลังเข้าใส่ณัชชา ณัชชาดีดตัวตีลังกาแวบหายไปอีก
“ตามไป”

ราเชนกับปาระนังยืนระวังอยู่ ร่างของนาชะปรากฏพร้อมถุงน้ำผึ้งในมือ
“นาชะ องค์หญิงณัชชาล่ะ”
นาชะได้แต่ถอนใจ สีหน้ากังวล ปาระนังกับราเชนต่างมองหน้ากันรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดพลาด

ร่างของณัชชาแวบเข้ามาในถ้ำ ร่างของเทพซ้ายขวากับอาคินปรากฏตามมาติดๆ ต่างมีคบไฟอยู่ในมือ
“ยังไงก็หนีไม่พ้น”
“เรากำลังสนุกอยู่ต่างหาก”
ณัชชาดีดตัวเข้าหาเทพซ้ายขวาและอาคิน ตวัดดาบพิฆาต ฟันบุกอย่างดุเดือด ทั้งสามต่างต่อสู้กันหลายท่า
ณัชชาดีดตัวห่างออกมา
“หวังว่าท่านคงสนุกอยู่”
“แน่นอน”
ขณะนี้ณัชชายืนหันหลังให้นอกถ้ำ เทพซ้ายขวาและอาคินกลับกลายเป็นอยู่ในถ้ำโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นณัชชาบุกเข้าใส่ ฟาดฟันดาบพิฆาตเข้าใส่เทพซ้ายขวาและเทพอาคินอีกครั้ง ไล่ลุกบุกไล่คืบหน้าไปอีกสามก้าว ทันใดนั้นณัชชาปล่อยพลังใส่อาคิน อาคินยิ้มเบี่ยงร่างหลบได้อย่างง่ายดาย
“พลังเทพของท่านอ่อนและช้าลง”
ณัชชาตีหน้าเคร่งปล่อยพลังออกไปอีก อาคินเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง เสียงพลังของณัชชากระแทกผนังถ้ำด้านในตึง ตึง สองครั้ง ฝุ่นร่วงกราวจากเพดาน อาคินยิ้มเยาะ ณัชชาร้องเสียงดังแล้วบุกเข้าใส่ เทพซ้ายขวาและอาคินอีกครั้ง ฟาดฟันใส่เทพซ้ายขวาอย่างดุเดือดแต่แล้วกลับมีช่องว่างตรงหน้าเปิดอยู่ อาคินได้โอกาสสะบัดมือใส่เข้าที่ร่างของณัชชาถูกอย่างจัง ณัชชาลอยออกไปหน้าถ้ำ ทรุดลง
“องค์หญิงพาเราไปหาทายาทซะโดยดี แล้วเราอาจจะ...”
ทันใดนั้นฝูงผึ้งบินออกมาจากภายในถ้ำเข้าใส่ร่างของอาคินกับเทพซ้ายขวา จนทั้งสามตั้งตัวไม่ติด
ณัชชายิ้ม พึมพำ
“ลาก่อนท่านอาคิน”
ณัชชตวัดมือใส่ปากถ้ำ หินร่วงกราวมาปิดถ้ำ ร่างของณัชชาแวบหายไป ในขณะที่อาคินกับเทพซ้ายขวาปล่อยพลังปัดป้องผึ้งเป็นพัลวัน หินร่วงลงมาปิดถ้ำจนสนิท

เอกภพนอน นาฬิกานั่งอยู่ใกล้ๆ ปาระนังก้มตัวเข้ามาอีกด้านหนึ่งพร้อมจอกน้ำทำด้วยไม้ ปาระนังกับนาฬิกาช่วยกันยกคอของเอกภพขึ้น ปาระนังเอาถ้วยจรดที่ปากของเอกภพแล้วเอาถ้วยจ่อที่ริมฝีปากของเอกภพอึดใจก็ค่อยๆ ปล่อยคอของเอกภพนอนลงกับหมอนตามเดิม ทุกคนต่างจ้องอย่างกังวลใจ

ร่างของเทพซ้ายขวากับอาคินแวบออกมายืนที่ต้นไม้ประตูกล อาคินเสียอารมณ์
“องค์หญิง เราจะตัดหัวท่านเสียบประจานให้สวรรค์ต้องสั่นสะท้าน”
เทพซ้ายขวาเงียบสนิทไม่กล้าพูดอะไร

ราเชนยืนระวังอยู่หน้ากระท่อม ปาระนังยืนอยู่กับนาชะ
“เราไม่มีทางเลือกนอกจากรอองค์หญิงอยู่ที่นี่”
“นาชะเป็นห่วงว่าเทพอาคินจะติดพันจนองค์หญิงไม่สามารถกลับมาได้”
“อย่างน้อยองค์หญิงก็มีนาฬิกาทรายบ่งเวลาที่ถูกต้องกลับมาที่เดิมได้อย่างแน่นอน”
ทันใดนั้นร่างของบีมออกมาจากด้านใน

“ท่านธิดา อาการของผู้กองผิดปรกติกว่าเดิม”

อ่านต่อเวลา 17.00น.
ธิดาพญายม ตอนที่ 6 (ต่อ)

ภายในกระท่อม ใบหน้าของเอกภพที่มีเหงื่อจับสีหน้าออกซีด นาฬิกา ปิงปอง นาชะ อยู่ข้างๆ
“ทำไมพี่เอกถึงไม่หายคะ น้ำผึ้งแก้พิษได้ไม่ใช่เหรอคะ”
ปาระนังตรวจดูข้อมือของเอกภพ
“เราคิดว่าเพราะ องค์หญิงณัชชาใช้พลังสะกดพิษไว้ไม่ให้ลุกลามพลังขององค์หญิงพลอยสะกดน้ำผึ้งไม่ให้เข้าถึงพิษไปด้วย”
“แล้วยังไงคะ”
“ในเมื่อเป็นพลังขององค์หญิง มีเพียงองค์หญิงเท่านั้นที่จะควบคุมพลังนี้ได้”
นาฬิกาสีหน้าไม่ดี ปิงปองได้แต่เอามือโอบปลอบใจ ปาระนังสีหน้าเคร่งเครียดกังวล นาชะได้แต่ถอนใจ

ราเชนยืนระวังภัยอยู่ด้านหน้า ไกรยุทธ์กับบีม เดินไปเดินมาอยู่ข้างๆ สีหน้าร้อนใจ
“คนดีสวรรค์ย่อมคุ้มครอง เธอสองคนต้องเชื่อมั่นและเข้มแข็ง”
ไกรยุทธ์กับบีมต่างถอนใจ พยักหน้าเข้าใจ ทันใดนั้นราเชนหันขวับไป พวกเดนตายกลับมาอีก คราวนี้มากันจำนวนมากนับได้ถึง 20 คน
“พวกนี้ร้อนใจที่จะไปนรกจริงๆ”
“บีมเข้าไปอยู่ข้างใน”
“ผมจะอยู่สู้กับมัน”
บีมล้วงถุงมือสีเงินมาใส่ ท่าทางพร้อม
“คุณบีมช่วยขึ้นไปคอยป้องกันพวกทายาทคนอื่นๆ ด้วย”
“งั้นได้เลยครับ”
บีมดีดตัวขึ้นไปบนกระท่อม ราเชนกับไกรยุทธ์ต่างยิ้มให้กันที่ให้บีมขึ้นบ้านไปได้ ทั้งสองเตรียมพร้อมประจันหน้า
“เธอคิดจะสู้กับพวกมัน” ราเชนถามไกรยุทธ์
“ครับ”
“ดีมาก” ราเชนตวัดมือส่งมีดสั้นให้ไกรยุทธ์ “มีดเล่มนี้จะช่วยป้องกันเธอ”
ไกรยุทธ์รับมา พยักหน้ารับสีหน้าเคร่งเครียด

พวกโจรเดินดาหน้ากันเข้ามา ราเชนกับไกรยุทธ์ ยืนเตรียมพร้อมรับมือ
“พวกนี้ไม่ยอมรอให้ท่านไปเผาหมู่บ้านพวกมัน”
ร่างของปาระนังก้าวออกมาหน้ากระท่อมลงมาร่วมวง
“ท่านควรจะอยู่ดูแลผู้กอง” ราเชนบอก
“อาการของผู้กองคงที่แล้ว คงหลับไประยะหนึ่งมีนาชะแล้วก็บีมอยู่คอยระวังทุกคน”
พวกเดนตายมาถึงหน้ากระท่อมพวกมันมีอาวุธพร้อม
“คราวนี้ข้าจะขยี้เอ็งให้ราบ”
“ใครจะตายก่อน”
“ฆ่ามันทุกคน แล้วเผาให้เรียบ”
พวกมันกรูกันเข้ามารุมล้อม ราเชน ปาระนัง และไกรยุทธ์ เกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือดตื่นเต้น
“ไกรยุทธ์อย่าห่างจากเรา”
พวกมันรุมล้อมบุกอย่างต่อเนื่องนับว่าพวกมันมีฝีมือ แต่ราเชนกับปาระนังรับมือได้อย่างสบาย ไกรยุทธ์อ่อนประสบการณ์สุดท้ายตกเป็นรอง มีพวกมันสองคนเข้ามารุมคนหนึ่งจามด้วยขวาน ไกรยุทธ์เอามีดสั้นรับไว้ได้แต่มือสะท้านเสียหลัก อีกคนหนึ่งเงื้อดาบหมายฟัน ทันใดนั้นเสียงปืนดังเปรี้ยง มันทรุดก่อนที่จะลงดาบ พวกมันต่างหยุดด้วยความตกใจ หันไปก็เห็นเอกภพยืนถือปืนอยู่
นาฬิกากับบีมประคองเอกภพคนละข้าง ปิงปองอยู่ใกล้ๆ นาฬิกา นาชะอยู่อีกด้านหนึ่ง
“คนกำลังนอนพวกเอ็งมาส่งเสียงกวนใจ”

หัวหน้าโจรจ้องที่เอกภพ จ้องที่ปืนในมือยังเห็นควันปืนลอยอยู่
“อย่าให้ใครรอดออกไป”
หัวหน้าโจรสั่ง พวกมันบุกเข้ามาอีก เอกภพลั่นไกเปรี้ยงๆ พวกมันทรุด ราเชนกับปาระนังบุกฟันด้วยดาบของตน ไกรยุทธ์ออกลวดลายอย่างเต็มที่พวกมันบุกเข้ามาฟันเปรี้ยง มีดสั้นหลุดจากมือ มันตามติดแต่แล้วก็ต้องตาเหลือกเมื่อมีดสั้นลอยมาขวางหน้าของมัน ไกรยุทธ์ฉวยโอกาสถีบโครมเข้าให้มันกระเด็นไป มีดสั้นวิ่งเข้ามาอยู่ในมือของไกรยุทธ์เหมือนเดิม
“ขอบใจมากพี่มีดสั้น”
เสียงปืนดังเปรี้ยงพวกมันทรุดไปอีกหนึ่ง เอกภพขยับปืนแต่ทันใดนั้นเอกภพตัวงอทรุดเพราะอาการพิษกำเริบ
“พี่เอก”
“รีบพาผู้กองเข้าไปข้างใน”
นาฬิกากับปิงปอง ต่างช่วยประคองเอกภพ บีมกับนาชะคอยระวังดู อยู่ข้างๆ ทันใดนั้นพวกมันสองสามคนแหวกวงล้อมดีดตัวขึ้นมาบนหน้าลานบุกล้อม พวกมันคนหนึ่งเข้ามา บีมตกใจยกมือข้างที่มีถุงมือยกใส่เป็นแสงจ้าส่องตามัน มันร้องลั่นมองไม่เห็น บีมโดดถีบมันกระเด็นไป แต่แล้วพวกมันบุกหลุดเข้าประชิดตัวคว้าปิงปองกับนาฬิกาไว้ได้ เอกภพทรุดลงกับพื้น นาชะคว้าคนที่อยู่ใกล้เอกภพแล้วแวบหายไปโผล่กลางอากาศแล้วปล่อยมันหล่นลงมามันร้องเสียงหลงกระแทกพื้นทรุด แต่พวกมันเข้ามารุมเอกภพหลายคน ทันใดนั้นร่างของณัชชาปรากฏขึ้นมาใช้พลังฝ่ามือตบพวกมันกระจัดกระจายออกไปในที่สุด
“พี่ณัชชา”

พวกมันหยุดตั้งตัวมองณัชชา ณัชชากราดสายตาดุร้ายมองพวกมัน ทันใดนั้นหัวหน้าของพวกมันโบกมือ
“ถอยก่อนเว้ย”
พวกมันถอยวิ่งหนีกันป่าราบ
“พี่ณัชชา พี่กลับมาทันพอดี”
“ผู้กองเป็นอะไร น้ำผึ้งแก้พิษไม่ได้หรือ”
“คิดว่าพลังขององค์หญิงที่กันพิษไว้ บังเอิญกันน้ำผึ้งแก้พิษด้วย”
“เชื่อเลย รีบพาผู้กองเข้าไปด้านในก่อน”

ร่างของเอกภพนอนอยู่ในกระท่อม ทุกคนนั่งห่างออกไปเล็กน้อยสีหน้าเป็นกังวล ณัชชากับปาระนังนั่งอยู่ข้างๆร่างของเอกภพคนละด้าน ปาระนังถือจอกน้ำผึ้งเตรียมพร้อม
“องค์หญิงต้องสลายพลังขององค์หญิงที่เป็นกำแพงล้อมพิษจากร่างของผู้กองให้หมด”
ณัชชาวางฝ่ามือบนหน้าอกของเอกภพ หลับตา พลังของณัชชาวิ่งออกจากร่างของเอกภพกลับเข้าสู่ฝ่ามือของณัชชาจนหมด อึดใจร่างของเอกภพก็สั่นสะท้านสีหน้าดำคล้ำ

“น้ำผึ้ง เร็วค่ะ องค์หญิง”
ปาระนังส่งจอกน้ำผึ้งให้ ณัชชารีบเอาจอกน้ำผึ้งจรดปากเอกภพแล้วปล่อยพลังเดินน้ำผึ้งเข้าไป ครู่หนึ่งร่างกายของเอกภพก็เริ่มสั่นเบาลงและนิ่งสงบในที่สุด ทุกคนต่างโล่งใจ บีม ปิงปอง นาฬิกาและนาชะ เข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“พอองค์หญิงถอนพลัง พิษก็เข้าสู่เส้นเลือดทำให้ผู้กองอาการหนัก แต่น้ำผึ้งเข้าไปทำลายพิษได้ทันท่วงที ตอนนี้น่าจะปลอดภัยแล้ว”
“โชคดีพี่ณัชชากลับมาได้ทันเวลาพอดี”
“นั่นน่ะซิ ไม่ยังงั้นโดนผู้กองบ่นไม่หยุดแน่ๆ”
ทุกคนต่างยิ้ม บรรยากาศดีขึ้น

ราเชน ปาระนัง ไกรยุทธ์ ณัชชา อยู่หน้ากระท่อม
“ผู้กองยังไม่แข็งแรงพอที่จะเดินทาง คงต้องพักอีกอย่างน้อยหนึ่งวัน” ณัชชาบอก
“เราต้องระวัง พวกนั้นอาจจะกลับมาอีก”
“เราจะตามไปจัดการพวกมันให้สิ้นซาก”
“เราไม่ควรคร่าชีวิตผู้คนโดยไม่จำเป็น”
“มีคนมา”
ทุกคนหันไปก็เห็นชาวบ้านเข้ามากลุ่มหนึ่งประมาณ 10 คน มีลุงเจ้าของบ้านอยู่ด้วย ทุกคนเดินใกล้เข้ามา
“ได้โปรดช่วยเราขับไล่หมู่บ้านโจรพวกนี้ไปด้วยเถิดท่าน”
“จู่ๆ พวกมันมาตั้งหมู่บ้านของพวกมัน ไม่เกรงกลัวกฎเจ้าเมือง”
“พวกมัน รังแกชาวบ้าน ปล้นทรัพย์สิน ใครขัดขวางมันก็เผาบ้าน”
“ถ้าเช่นนั้น เราจะไปกับท่านราเชนจัดการกับพวกมัน” ณัชชาบอก
“ระวังด้วยนะท่าน มันมีแม่มดมีวิชาอาคมเป็นหัวหน้าของพวกมัน”
“แม่มดรึ ดี จะได้สนุกมากขึ้น”
“ฝากท่านธิดาคอยระวังทายาทและผู้กอง”
“ไม่มีใครผ่านเข้ามาได้เด็ดขาด”
“พวกท่านรีบนำเราไป”
ชาวบ้านรีบเดินนำ ณัชชากับราเชนเดินตามไป ปาระนังกับไกรยุทธ์เตรียมพร้อมระวัง

ที่ลานของหมู่บ้านโจรอหิงสา ล้อมรอบด้วยกระท่อมที่พักของพวกมัน แม่มดนามะนี ยืนอยู่บนแท่นหิน สีหน้าดุร้ายน่ากลัวด้วยความโกรธ
“เลี้ยงพวกเจ้าเสียข้าวสุก”
“พวกมันมีอาวุธสายฟ้า เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า ถูกเป็นดิ้น พวกเราเข้าไม่ติด”
“พวกมันมีวิชา”
แม่มดนามะนียกไม้เท้าชู
“มันต้องเห็นฤทธิ์ไม้เท้าข้า มีข้าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่”
ทันใดนั้นมีมีดสั้นพุ่งเข้ามาปักที่ไม้เท้าของแม่มดนามะนี พวกมันต่างตกใจแตกตื่นหันไปก็เห็นณัชชากับราเชนยืนเด่นอยู่บนหลังคากระท่อมของพวกมัน แม่มดนามะนีสะบัดไม้เท้ามีดสั้นปลิวเข้าหาณัชชากับราเชน ราเชนสะบัดมือออกมา มีดสั้นวิ่งเข้าหามือของราเชนอย่างง่ายดาย ราเชนกับณัชชาร่อนลงมาที่ลานของพวกมัน พวกมันถอยกรูดไปยืนอยู่ด้านหลังของแม่มดนามะนี
“ฝีมือมีน้อยนิด คิดอยากเป็นใหญ่”
“ใครถลกหนังพวกมันได้ ข้าจะให้เพชร นิล จินดา เหรียญทอง” แม่มดนามะนีบอก พวกมันต่างเฮกันเข้ามา
“พวกโง่เขลาเห็นแก่สินจ้าง จนยอมตาย”
“เราช่วยสงเคราะห์ให้ไปเกิดใหม่น่าจะดี”
ราเชนกับณัชชาดีดตัวเข้าไปกลางกลุ่มพวกมัน ราเชนตวัดมือมีมีดสั้นประจำตัวออกมา ไปถึงไหนล้มตายที่นั่น
ณัชชาใช้แค่ฝ่ามือเตะต่อย ผ่านที่ไหนพวกมันล้มตายที่นั่น แม่มดนามะนี เห็นท่าไม่ดีกราดสายตาเห็นพวกมันล้มตาย หมดจึงดีดตัวพุ่งหนี ร่างลอยลิ่วไปบนหลังคากระท่อม
“หนีไม่พ้นหรอก”
ราเชนสะบัดมือธนูโลกันต์ปรากฏ เหนี่ยวปล่อยลูกธนูออกไป ลูกธนูเสียบอกแม่มดไฟลุกท่วมตกลงบนหลังคากระท่อม ไฟลุกท่วมลามไปทั้งหมู่บ้าน ทันใดนั้นชาวบ้านที่หลบอยู่ต่างวิ่งออกมาส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ ณัชชากับราเชนพยักหน้าให้กันแล้วดีดตัวออกไป

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกชาวบ้านต่างโบกมือให้กับขบวนของณัชชาที่ห่างออกไป ทายาททั้งสี่และนาชะต่างหันมาโบกมือให้ชาวบ้านยิ้มกันอย่างสนุก
“ต้องขอบคุณองค์หญิงที่อุตส่าห์กลับไปเอาน้ำผึ้ง”
“ด้วยความยินดี ไม่อยากให้ทายาททั้ง 4 ต้องใจเสียถ้าคุณเป็นอะไรไป”
“โห...นึกว่าห่วงผมซะอีก”
“เปล่า”
“มิน่าถึงแกล้งปล่อยพลังสกัดพิษทำเอาผมเกือบเดี้ยง”
“น่าเสียดายที่ไม่เวิร์ค”
“นั่นนะซิครับ”
“คุณทำให้เราช้าไปสองวัน เร่งฝีเท้าหน่อย”
ณัชชาพูดจบ เดินนำออกไป เอกภพยืนยิ้ม
“เชื่อเลย”
“อย่ายอมแพ้พี่เอก”
นาฬิกาบอก เอกภพยิ้มเดินคู่ไปกันนาฬิกา
“องค์หญิงมุ่งแต่เรื่องหากุญแจ ถ้าทางคุณเอกภพจะหมดหวัง” ราเชนคุยกับปาระนัง
“ปาระนังเชียร์คุณเอกภพค่ะ”

ทั้งสองต่างยิ้ม ขณะพากันเดินไป
ทั้งหมดหยุดพัก ต่างล้อมวงปรึกษากัน นาชะ เอาขนปีกแจกให้ทุกคนอีกครั้ง
“เก็บไว้ให้ดีล่ะ คราวนี้”
ปิงปองรับมาแล้วเก็บใส่เป้ของตนอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างยิ้ม
“ผมนึกว่าเมื่อพ้นด่านที่หนึ่งแล้วเราจะพบปริศนาของการเดินทาง”
“ความจริงควรจะเป็นเช่นนั้น แต่เทพอาคินปรากฏตัวทำให้รีบร้อนจนอาจหลุดเส้นทางออกมา”
“แต่เราออกมาตามประตูที่ดินสอของปิงปองวาดนี่ครับไม่น่าจะหลงเส้นทาง”
“ประตูที่ปรากฏอาจเพื่อให้เราแค่พ้นอันตรายแต่อาจจะไม่ใช่ประตูที่นำเราไปสู่ด่านที่ 2 ก็ได้”
“งั้นพวกเราก็ต้องลองสำรวจแผนที่ดู”
“เอาเลยบีม ลุย”
ทุกคนต่างยิ้ม

ทายาททั้งสี่นั่งที่พื้นดินหันหน้าเข้าหากัน ต่างปล่อยพลังจากฝ่ามือเข้าหากันภาพที่ปรากฏคือประตูด่านที่หนึ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...