xs
sm
md
lg

ธิดาพญายม ตอนที่ 2

เผยแพร่:

ธิดาพญายม ตอนที่ 2

เอกภพกับณัชชาเดินคุยกันมาในสวนสาธารณะ

“คุณพ่อผมก็จากไปตั้งแต่ผม 3 ขวบคุณแม่ก็เดินทางบ่อย แทบจะไม่ได้เจอกัน ลำพังผมไม่เป็นไรสงสารก็แต่คุณนาฬิกา”
“คุณนาฬิกาโชคดีที่มีพี่ชายคอยดูแลอยู่”
“ครับ แกเลยรู้สึกผิด”
“ผิดเรื่องอะไรคะ” เอกภพหยุดเดิน
“เรื่องที่ผมไม่มีแฟนไงครับ ถึงได้พยายามจับคู่ให้ผม”
“อ้อ...จำได้แล้ว แย่จัง ตอนนี้ดิฉันไม่มีเพื่อนจะแนะนำให้รู้จักด้วยซิคะ”
“ไม่มีเลยหรือครับ เอ...ไม่น่าเชื่อ”
“เอ้อ..คือมีค่ะ แต่อยู่เมืองนอกหมด”
“คุณนาชะบอกว่าคุณยังไม่มีแฟน คนสวยอย่างคุณ ไม่มีแฟนได้ยังไง ไม่น่าเชื่อ หรือว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆ”
“บ้าน่ะซิ” เอกภพยิ้ม ณัชชารู้ว่าถูกยั่วเลยยิ้มออก “คงเป็นเพราะผู้ชายดีหายากมากกว่า”
“เฮ้อ ผู้หญิงบอกว่าผู้ชายดีหายาก ผู้ชายก็บอกว่าผู้หญิงดีหายาก เลยไม่ได้...”
เอกภพพูดยังไม่ทันจบเพราะณัชชาพุ่งชนเอกภพกลิ้งล้มม้วนลงไปในสนามหญ้าซึ่งเป็นเนิน ในขณะที่รถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมามือปืนออกมาจากหน้าต่างทั้ง 4 สาดกระสุนเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนเฉี่ยวถูกพื้นดินกระจุยกระจายขณะร่างของทั้งสองม้วนจนมาหยุดด้านล่าง ร่างของณัชชาอยู่ด้านบนร่างของเอกภพ
มือซ้ายเอกภพถือปืนจ้องมาทางด้านหน้า มือขวากอดร่างณัชชาไว้ ส่วนณัชชา มือขวาถือปืนจ้องมาทางด้านบน รถจอดเอี๊ยด พวกมือปืน 3 คนต่างกรูลงเนินมา แต่ถูกเอกภพกับณัชชากราดยิงพวกมันจนกระทั่งเสียงปืนสงบลง ร่างของพวกมันนอนตายกองกันห่างจากทั้งสองแค่ 5 ก้าว เสียงรถบึ่งออกไป ทั้งสองต่างมองหน้ากันสายตาประสาน กันอยู่อึดใจ
“ดิฉันว่าพวกมันไปหมดแล้วค่ะ”
“ผมว่าเรายังไม่ควรขยับ จนกว่าจะแน่ใจอาจจะมีพวกนายอำนาจซุ่มอยู่แถวนี้อีกก็ได้”
“ไม่ดีหรอกค่ะ สบายเกินเหตุ ดิฉันอาจจะเผลอหลับไปก็ได้”
“ตามสบายครับ ผมจะคอยดูพวกมันเอง”
ณัชชายิ้มประสานสายตา รู้สึกถึงพลังเทพจากเอกภพแผ่ออกมา
“ผู้กองเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3-4 คน ยืนอยู่ เอกภพกับณัชชาต่างยิ้ม
“ผมหิวแล้ว คุณล่ะ” เอกภพถามณัชชา
“หิวด้วย”

ร้านอาหารเล็กๆ ในสวนสารธารณะ ณัชชานั่งอยู่ที่โต๊ะที่จัดไว้ด้านนอก เอกภพยกถาดพร้อมแฮมเบอร์เก้อร์และน้ำดื่มมาวางลงแล้วจัดแจงแบ่งกัน ทั้งสองต่างกัดกินและคุยกันไป
“แปลกนะครับ”
“อะไรคะ”
“ผม...คุณ...”
“ยังไงคะ”
“ผู้ชาย ผู้หญิง ส่วนมากจะเจอกัน ในบาร์ ผับ ร้านอาหาร หรือไม่ก็ศูนย์การค้า แต่คุณกับผมเจอกันท่ามกลางกระสุนปืน”
“กำลังคิดว่าดิฉันนำโชคร้ายมาให้เหรอคะ”
“นั่นน่ะซิครับ รู้สึกว่า” เอกภพแกล้งหันซ้ายหันขวา เห็นคนแก่ชายหญิงคู่หนึ่ง “คนแก่สองคนนั่นอาจจะเป็นมือปืนมาเฟียที่พวกนายอำนาจส่งมาอีกก็ได้นะครับ”
ณัชชาขำ เอกภพจ้อง ณัชชาทำหน้าใส่ว่าจ้องอะไร
“ผมไม่อยากคิดมากหรอกครับ แต่จำได้ว่าคุณณัชชาช่วยผมไว้สองครั้งแล้ว”
“เหรอคะ”
“ครับ ชนผมทั้งสองครั้ง แรงมาก ยังระบมอยู่เลย”
“ใจเสาะเกินไปหรือเปล่า”
“หรือว่า คุณเป็นเทพธิดาประจำตัวผมคอยคุ้มครองผม”
“คุณเชื่อเรื่องนี้ด้วยหรือคะ”
“เชื่อครับ”
“จริงเหรอคะ”
“ครับ เชื่อครับว่าไม่จริง” ณัชชาเหล่หน้าขุ่น เอกภพยิ้ม “โทษครับ ผมแค่ล้อคุณเล่น คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้”
ณัชชายิ้มตอบ ไม่พูดอะไร

รถของเอกภพแล่นเข้ามาจอดที่คอนโดของณัชชา ประตูเปิดทั้งสองคนลงจากรถ
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้ ตื่นเต้นดีค่ะ”
“ถือว่าเป็นการวอมอัพ ก่อนเริ่มงานจริง” ณัชชายิ้มพยักหน้า “แล้วพบกันพรุ่งนี้ครับ ห้ามสาย”

ทั้งสองต่างสบตากัน เอกภพขึ้นรถขับออกไป ณัชชามองตามสีหน้ากังวล
ที่ห้องโถงภายในองค์กรของอาคิน
“ท่านคงเห็นแล้วว่าผู้กองเอกภพ แกร่งแค่ไหน ท่านเองยังต้องถอย”
อำนาจบอก อาคินยกมือขวาขึ้น อำนาจพูดไม่ออกเหมือนคนถูกบีบคอ หน้าเริ่มเขียว อาคินเอามือลง อำนาจทรุดลงกับพื้นไอคอกแคกสูดอากาศหายใจถี่ยิบ
“เจ้ารีบออกไปก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้า”
อำนาจค่อยๆ ลุกขึ้น โค้งแล้วค่อยๆ หันหลังเดินออกไป
“เราเชื่อว่าท่านสามารถสัมผัสพลังเทพจากมนุษย์ผู้กองนั่น เช่นเดียวกับเรา” เทพขวาบอก อาคินพยักหน้า
“ทายาทเทพองค์รักษ์ทั้ง 4”
“เราจะไปนำตัวมันมาให้ท่าน”
“อย่าเพิ่งประมาทข้ามั่นใจว่าองค์หญิงต้องเฝ้าดูอยู่แล้ว ท่านอาจจะก้าวไปสู่คมดาบขององค์หญิง”
“ไม่ยาก ถ้าเราให้ภูตทั้งเก้าคอยสกัดองค์หญิงไว้”
อาคินตวัดมือใส่ เทพซ้าย เทพขวากระเด็นลอยไปกระแทกพื้นเลือดกบปาก
“ทันทีที่ภูตทั้งเก้าห่างจากเรา ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้องค์หญิงมาสังหารเราเมื่อนั้น”
เทพขวาค่อยขยับตัวขึ้นมา
“ข้าโง่เขลาไม่ทันคิดสมควรตาย”
“สั่งพวกมนุษย์ออกคอยตามดูอย่างใกล้ชิด”
“ข้าจะรีบจัดการทันที”
“หาสถานที่เงียบสงบเตรียมไว้เราจะนั่งสมาธิ ระหว่างนี้ท่านทั้งสองคอยระวังอย่าให้ใครรบกวนเรา”
เทพซ้ายขวาโค้งรับแล้วถอยตัวออกไป อาคินสายตาเคร่งเครียด

อีกด้านหนึ่งที่คอนโดของณัชชา นาชะกำลังคุยกับณัชชาเรื่องที่เธอปลอมตัวเป็นตำรวจ
“โห...ร้ายมากเลยพี่ณัชชา พ่อเป็นมือปราบขั้นเทพตอนนี้อยู่สวรรค์ ท่านเทพปราบมารคงสะดุ้งไปแล้ว”
“อย่างน้อยพี่ก็ไม่ได้โกหก”
“ถ้าคุณเอกภพรู้ว่า องค์หญิงเป็นธิดาเทพปราบมารมาจากสวรรค์จริงๆ ละก็ ช็อกซีนีม่าแน่ๆ”
“คุณเอกภพคงโกรธมาก”
“เราทำเพื่อมวลมนุษย์ไม่ต้องกลัวค่ะ โกรธมากนาชะยิงศรปึกเข้าให้ก็หมดเรื่อง เอามั้ยคะ”
“เจ้าอย่าเหลวไหล”
“แค่ล้อเล่นน่า แล้วองค์หญิงจะเริ่มงานเมื่อไหร่เพคะ”
“พรุ่งนี้”

คืนนั้นขณะที่เอกภพนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ” นาฬิกาเปิดประตูเข้ามา “คุณนาฬิกา ยังไม่นอน”
นาฬิกายิ้มส่ายหน้า
“ยังไม่ง่วงคะ นาฬิกามีเรื่องอยากจะถามพี่เอก”
“เรื่องคุณพ่อ” นาฬิกาพยักหน้า “นั่งก่อนซิครับ” นาฬิกาเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามจ้องพร้อมฟัง “ทำไมอยู่ๆ ถึงถามล่ะครับ”
“พอดีคุยกับพี่ณัชชาวันก่อน จิปาถะ จนมาถึงเรื่องคุณพ่อก็เลยแค่อยากรู้ค่ะ”
“พี่ณัชชาถามถึงคุณพ่อ”
“ค่ะ”
“เรื่องคุณพ่อ คุณแม่กับพี่ไม่ได้ปิดบังอะไร พี่ก็รู้เท่าที่คุณนาฬิการู้ อยู่แล้ว ไม่มีมากกว่านั้น”
นาฬิกาพยักหน้าสีหน้าเซ็ง
“ไม่มีก็ไม่มี”
“พี่มีข่าวที่จะบอก อาจจะทำคุณให้นาฬิกาแฮปปี้ขึ้น”
“โอเค”
“พี่ได้คู่หูคนใหม่”
“เย” นาฬิกาบอกเสียงเบาอย่างเสียไม่ได้
“ชื่อณัชชา” เอกภพบอกยิ้มๆ นาฬิกาตาโต
“หา”
“บอกแล้วไงว่าคุณนาฬิกาต้องแฮปปี้”
“แล้ว พี่เอกจะทำยังไงกับพี่ณัชชา”
“ทำอะไรยังไงครับ”
“ฮ้า...ทำไก๋แบบนี้ต้องสนแน่นอน ไม่เป็นไรนาฬิกาจะช่วย” นาฬิกายิ้มอย่างตื่นเต้น เอกภพยิ้ม “กู๊ดไนท์ค่ะ”

นาฬิกาเข้ามาหอมแก้มเอกภพแล้วปรู๊ดออกไป เอกภพดีใจที่นาฬิกามีความสุขขึ้นมา
ที่ลานจอดรถของคอนโด ภายในรถณัชชา ณัชชาแวบเข้ามาในชุดหนังสีดำรัดกุมอยู่ในรถที่นั่งคนขับ เอามือหมุนวนที่หน้าพวงมาลัย รถติดขึ้นมา ทันใดนั้นร่างของนาชะแวบเข้ามานั่งตรงข้างๆ
“องค์หญิง จะไปไหนเพคะ ดึกๆ ดื่นๆ”
“ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย”
“โน โน โน คราวที่แล้วเกือบหนีไม่ทัน”
“ใช่ แต่มีพลังบางอย่างปรากฏ นิ่งอย่างน่าสงสัยเหมือนกับว่า มันกำลังเข้าสมาธิอยู่”
“สมาธิ องค์หญิงจะฉวยโอกาสตอนนี้ฆ่าเทพอาคิน”
“ตอนนี้เหมาะที่สุด”
“แต่เทพซ้ายขวาต้องคอยป้องกันอย่างเข้มแข็ง”
“เราถึงต้องใช้วิธีเดินทางอย่างมนุษย์ไม่ให้มันจับพลังได้”
“งั้นนาชะไปด้วย ยังไงมันก็จับพลังของนาชะ ไม่ได้อยู่แล้ว”
“อันตรายเกินไป” นาชะหน้ามุ่ย “เราไปคนเดียว คล่องตัวกว่า เจ้าไม่เชื่อมือเราหรือไง”
นาชะถอนใจร่างค่อยๆ จางหายไป ณัชชายิ้มแล้วขับรถออกไป

กลางดึกคืนนั้นที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ณัชชาแฝงตัวแนบอยู่กับกำแพงแล้วดีดตัวข้ามกำแพงเข้าไปแล้วเคลื่อนตัวไปยังคลับเฮ้าส์ตรงหน้า
ด้านหน้าของคลับเฮ้าส์ ร่างของมือปืนสองคนคอยระวังอยู่ แต่แล้วร่างของณัชชาก็พรวดเข้ามา พวกมันขยับตัวแต่ช้าไป ณัชชาปล่อยหมัดอย่างรวดเร็วพวกมันฟุบ ณัชชารีบเข้าไปด้านใน
ณัชชาเข้ามาด้านใน เห็นบันไดขึ้นไปด้านบน ณัชชาขยับตัวอย่างช้าๆ แต่แล้วทันใดนั้นณัชชาพุ่งตัวหลบไปกับพื้นขณะที่แสงพลังพุ่งผ่านไปอย่างหวุดหวิด ณัชชาดีดตัวขึ้นมาประจันหน้า เทพซ้ายขวา ปรากฏที่เชิงบันได พร้อมด้วยมือปืนนับสิบ
“ดูเหมือนว่าข้างบนจะมีสิ่งที่เราสนใจ”
“เสียดายท่านไม่มีโอกาสจะได้เห็น”
“ที่แท้อาคินนายของท่านนั่งสมาธิอยู่จริงๆ”
“จัดการมัน”
มือปืนสาดกระสุนเข้าใส่ ณัชชาหมุนตัวหลบกระสุนที่ยิงมาไม่ขาดสายวิ่งผ่านตัวไป ณัชชาตวัดปืนยิงพวกมันล้มกลิ้งระนาว เทพซ้ายขวาปล่อยพลังเข้าใส่ ณัชชาตีลังกาข้ามหัวทุกคนไปยืนบนบันได พวกมันหันควับแต่ช้าไป ณัชชากราดกระสุนใส่พวกมันจนคว่ำไปหมด เหลือแต่เทพซ้ายขวา
“พวกท่านหยุดเราไม่ได้หรอก”
เทพซ้ายขวาคำรามกระชากดาบแล้วพุ่งเข้าหาณัชชา แทงเข้าที่คอหอยพร้อมกัน ดาบพุ่งเข้ามา ณัชชาย่อตัวหลบวูบปล่อยพลังเข้าใส่หน้าอกของเทพซ้ายขวาจนลอยลิ่วตกบันไดไปข้างล่างโครม ณัชชาดีดตัวพุ่งออกไปทันที

ที่หน้าห้องๆ หนึ่งมีรังสีแสงกระจายออกมา ร่างของณัชชาเข้ามายืนอยู่หน้าห้อง ณัชชาตวัดมีสั้นขึ้นมา “ดาบพิชิตมาร”
ดาบสั้นกลายเป็นดาบยาวเรืองแสง ณัชชาควงดาบแล้วพุ่งเข้าหาประตู ฟันโครมประตูแยกเปิดออกจากกันณัชชาพรวดเข้าไปในห้องก็เห็นอาคินนั่งอยู่บนแท่นตรงกลาง ตรงหน้ามีภูตทั้งเก้านั่งล้อมหันหลังเข้าหาอาคินหันหน้าออกในลักษณะครึ่งวงกลม ณัชชาจ้องอาคินเขม็ง ทันใดนั้นอาคินลืมตาขึ้นมา
“มอบชีวิต”
ณัชชาสะบัดดาบเข้าหาอาคินปักเข้าที่หัวใจของอาคินอย่างแม่นยำ ปลายดาบโผล่ทะลุอีกด้านหนึ่ง อาคินจ้องที่ดาบไม่มีแม้กระทั่งเสียงร้อง แต่แล้วอาคินหัวเราะก้อง
“องค์หญิงช้าไปก้าวเดียว หัวใจไม่ได้อยู่ที่ตัวข้าซะแล้ว”
“วิชาถอดหัวใจ”
อาคินหัวเราะก้อง ณัชชาสะบัดมือออกไปด้านหน้า ดาบหลุดจากอกของอาคินกลับเข้ามาอยู่ในมือกลายเป็นมีดสั้นเหมือนเดิม
“ไม่มีใครหยุดข้าได้อีกต่อไป”
“งั้นต้องลองใหม่”
ณัชชาสะบัดมือดาบพุ่งเข้าหาหัวใจของภูตสังหารตัวหนึ่งทางด้านขวาของอาคินที่ยังนั่งล้อมวงอยู่ มีดปักตึบเข้าที่โล่กลมขนาดคืบกว่าๆ ที่ปิดตรงส่วนหัวใจพอดี แต่ไม่ผ่านไปได้ อาคินหัวเราะ
“โล่ป้องกันหัวใจของภูตสังหารทำด้วยเหล็กจากเขาพระสุเมรุที่เจ้าสวรรค์ประทานให้ยังไม่มีอาวุธใดผ่านได้”
ณัชชาสะบัดมือมีดสั้นถอยกลับมาอยู่ในมือเช่นเดิม “ในไม่ช้าทายาทเทพทั้งหมด ก็ต้องอยู่ในกำมือของเรา”
อาคินหัวเราะก้อง พลันภูตสังหารที่นั่งนิ่งอยู่กลายเป็นกลุ่มควันดำลอยเข้าหาณัชชา ณัชชาพุ่งตัวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
ร่างของณัชชาวูบเข้ามาที่รถ มือแตะที่พวงมาลัยเสียงรถกระหึ่มดังขึ้น ขณะที่ควันดำปรากฏรอบตัวรถเต็มไปหมด แต่แล้วรถของณัชชาก็พุ่งพรวดออกไปจากกลุ่มควันดำ กลุ่มควันดำค่อยๆ สลายตัวไปในที่สุด

ร่างของณัชชาแวบเข้ามาในห้อง ไฟสว่างพรึบ นาชะรออยู่ตรงห้องรับแขก
“โล่งอกไปทีองค์หญิงกลับมาได้”
“เกือบไปเหมือนกัน” ณัชชาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา นาชะรีบไปเปิดตู้เย็น เอาน้ำผลไม้มาให้
“เกิดอะไรขึ้นเพคะ”
“อาคินถอดหัวใจของมันไว้ที่ภูตทั้งเก้า”
“ถอดหัวใจ ผู้มีพลังสูงเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่หมายถึงจะไม่มีทายาทสืบสกุลและอายุเทพจะสั้นลงถึงหนึ่งร้อยปี”
“เทพอาคินไม่สนใจชีวิตตัวเอง แค่ก่อสงครามปลดปล่อยเทพผู้เป็นบิดายึดครองโลกทั้งสี่ได้ก็พอใจแล้ว”
“โอย ตายแล้ว มีตั้งเก้าตัวใครจะไปรู้ว่าอยู่ที่ตัวไหน”
“ที่สำคัญไม่มีอาวุธใดผ่านโล่ป้องกันหัวใจของภูตสังหารได้”

“เทพอาคิน แน่มาก” นาชะมีสีหน้าแค้นเคือง “ตอนนี้เราจะทำยังไงเพคะ จะกำจัดภูตสังหารต้องกำจัดอาคินแต่จะกำจัดอาคิน ต้องกำจัดภูตสังหาร เราจบเห่แน่ๆ”
ณัชชาผลุดลุกขึ้น
“อาคินต้องลงมือในไม่ช้า”
“งั้นเราต้องรีบบอกความจริง”
“บอกตอนนี้ผู้กองก็ไม่เชื่อ”
“เราจะทำยังไงดีเพคะ”
“ตอนนี้เราทำได้แต่รอ รอจนกว่าอาคินจะลงมือ”
“หวังว่าคงไม่สายเกินไปก่อนที่ผู้กองจะเชื่อ”
ณัชชาสีหน้าเคร่งเครียด นาชะมีสีหน้ากังวล

ที่องค์กรของอาคิน
“เราขอรับผิดทุกประการ”
“องค์หญิงณัชชามีฝีมือเราไม่อาจต้านได้”
เทพซ้ายขวาบอกอย่างรู้สึกผิด
“เอาล่ะ ไม่ใช่ความผิดของเจ้าที่มีฝีมืออ่อนด้อย”
“เราจะไปจับพวกทายาทมาให้ท่าน”
“เราต้องมีกำลังมนุษย์ยิ่งมากยิ่งดี ถึงเวลาแล้วที่พวกมาเฟียทั้งหลายต้องมาก้มหัวให้เรา”
อาคินบอกด้วยสีหน้าเยือกเย็น
“ท่านต้องการสถานที่พำนักใหม่หรือไม่”
“ไม่จำเป็น เราไม่ต้องหนีองค์หญิงอีกต่อไป องค์หญิงต่างหากที่ต้องหนีเรา”

เช้าวันรุ่งขึ้นที่กรมบังคับการตำรวจ เอกภพกับณัชชาเดินลงมาที่รถของเอกภพ
“ผมเป็นคนที่มีศัตรูเยอะ คุณต้องระวังตัว”
“คุณยังไม่เชื่อว่าดิฉันมีฝีมือพอ”
“วันนี้คุณได้โชว์แน่”
เอกภพขึ้นรถ ณัชชาเหล่แล้วขึ้นรถตาม แต่แล้วก็คาดไม่ถึงเมื่อเอกภพยื่นช่อดอกไม้สวยให้หนึ่งช่อ ยิ้มสายตาสดใส
“คุณนาฬิกาเป็นคนจัดให้ครับ”
ณัชชาสบตาเอกภพ
“งั้นคุณนาฬิกาก็น่ารักที่สุด”
ณัชชายิ้มสดใสตาเป็นประกาย เอกภพมองแล้วยิ้มอย่างพอใจ
“ครับ”
“ตกลงภารกิจแรกคืออะไรคะ”
“เรายังมีเวลา คุณคงไม่ว่าผมจะไปเยี่ยมเจนศักดิ์ก่อน”
“ดีค่ะ”
เอกภพเคลื่อนรถออกไป

ภายในห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ร่างของเจนศักดิ์ที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจ เอกภพและณัชชายืนมองอยู่ หมอยืนอยู่ข้างๆ
“ผมไม่คิดว่าคนไข้จะรอด”
หมอเดินออกไป เอกภพกับณัชชามองหน้ากันต่างถอนใจ เอกภพขยับตัวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“มีรายงาน โทษนะครับ”
เอกภพเดินออกไปเพื่อพูดสายโทรศัพท์ ณัชชามองตามแล้วกราดสายตาไปมาระวังแล้วยกมือขึ้นผ่านร่างของเจนศักดิ์ ปรากฏเป็นแสงเรืองออกมาจากฝ่ามือฉาบไปทั่วร่างของเจนศักดิ์ เจนศักดิ์ไอออกมาเบาๆ ณัชชายิ้มรีบเดินออกไป
ณัชชาเดินออกมาซึ่งเอกภพวางสายพอดี
“ภารกิจแรก คอนเฟิร์มแล้วครับ”

“ได้เลย”
ธิดาพญายม ตอนที่ 2 (ต่อ)


ที่โกดังเก็บของแห่งหนึ่ง ภายในโกดัง มีโต๊ะจีนจัดไว้สามตัวนายดำรงนั่งอยู่กับไอ้ก้องและมือปืนระดับหัวหน้า โต๊ะจีนที่เหลือมีพวกมือปืนนั่งกันอยู่เต็ม และมียืนระวังอยู่อีก 5 คน
“พวกนายอำนาจคิดว่าตัวเองใหญ่ ให้พวกเรายอมก้มหัวให้พวกมัน อย่างนี้ต้องสั่งสอน” พวกมือปืนต่างส่งเสียงงึมงำเห็นด้วยแสดงอารมณ์แค้น ดำรงยกมือทุกคนเงียบ “นายอำนาจคงฟั่นเฟือนไปหน่อย”
พวกมือปืนต่างหัวเราะกัน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของลูกน้องดำรงสองสามคนปลิวเข้ามาตายอนาถ ที่เหลือถอยเข้ามาพร้อมกราดปืนใส่เงาร่างของคนสองคน คนสองคนปล่อยพลังไปยังลูกน้องที่ตวัดปืนใส่ตายอนาถไปอีกสอง
อำนาจก้าวนำร่างของคนๆ หนึ่งเข้ามา พวกมือปืนต่างลุกจากโต๊ะจีนกันวุ่นวายเตรียมพร้อม
“คุณอำนาจ คุณคิดจะก่อสงครามยังงั้นเหรอ”
“คุณดำรง นี่คือ ท่านอาคิน”
“เราจะมาเป็นหัวหน้าของทุกคนที่นี่”
“ท่านฝันไปแล้ว”
ทันใดนั้นอาคินปล่อยพลังกระแทกดำรงร่างของดำรงหงายไปทั้งเก้าอี้โต๊ะระเบิดกระจาย ตายสนิท
“ฆ่ามัน”
ก้องตะโกนสั่ง พวกมือปืนของดำรงต่างสาดกระสุนเข้าใส่อาคินกับเทพซ้ายขวา อาคินสะบัดมือออกไปพลังแสงพุ่งไปยังกลุ่มมือปืนเกิดเป็นแสงจ้าลูกใหญ่ท่วมพวกมือปืนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พอแสงจางก็เห็นร่างของก้องและมือปืนส่วนหนึ่งนอนระเกะระกะตายหมด
“ใครภักดีต่อเราจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย”
พวกลูกน้องต่างมองหน้ากัน อาคินยิ้มอย่างเยือกเย็น

รถของเอกภพเข้ามาจอดที่ตงาดแห่งหนึ่ง เอกภพกับณัชชาลงจากรถ
“พร้อม”
“อยู่แล้ว แต่สงสัย”
“เรื่อง”
“คุณตามเรื่องพวกมาเฟียอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้มาจับแค่พวกมือปืน”
“มือปืนคนนี้เกี่ยวข้องกับมาเฟีย ทางผู้ใหญ่ขอให้ช่วย ผมเห็นว่างานนี้เหมาะสำหรับ...”
“มือใหม่อย่างดิฉัน”
เอกภพยิ้มยักไหล่ล้อ ณัชชาพยักหน้าโอเคทีใครทีมัน
“คุณรอผมอยู่ที่นี่ เผื่อมันหลุดผ่านผมออกมา”
“ถ้าดิฉันเป็นผู้ชายคุณคงให้ไปดักอีกทางหนึ่งแล้ว”
“เราไม่รู้ว่ามันมีพวกซุ่มอยู่มากน้อยแค่ไหน ผมเข้าไปต้อนพอพวกมันออกมาคุณค่อยจัดการ”
“เยส เซ่อ”
“ระวังตัวด้วย วันนี้เป็นวันแรก ผมไม่ต้องการให้มีอะไรผิดพลาด”
ณัชชาพยักหน้า เอกภพขยับตัวเข้าไปในชุมชน
“ผู้ชาย”
ร่างของนาชะโผล่มา
“โธ่...ก็ผู้กองเค้าเป็นห่วงนี่นา น่ารักออก”
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“แวะมาดู คู่กิ๊กมหากาฬ แป๊บเดียวเพคะ”
“เจ้าไปทำตามคำสั่งคอยดูคุณนาฬิกาให้ดี”
“เจ้าค่ะ เพคะ องค์หญิงระวังตัวนะเพคะ”
นาชะวูบหายไป ณัชชายิ้มขำ

เอกภพเดินผ่านผู้คนเข้ามาในตลาดแล้วเดินทะลุไปหลังตลาด กราดสายตาไปตามห้องแถวหลังตลาดที่สงสัย
แล้วเดินผ่านไป
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่ห้องแถวหลังหนึ่ง มือปืนคว้าหมับ
“เออ...พวกเอ็งประจำที่ ข้าจะล่อมันไปทางนั้น”
มือปืนวางสาย ตวัดปืนขึ้นมา

ณัชชารออยู่ที่ลานจอดรถหน้าตลาด ยืนกราดสายตาไปรอบๆ ทันใดนั้นเธอก็ยิ้มออกมาเพราะเห็นพวกมือปืน 3-4 คน ซุ่มอยู่ในตึกที่ก่อสร้างรกร้างด้านหลังของชุมชุม ณัชชายิ้มรีบออกไปทันที
เอกภพเดินมาหยุดที่หน้าห้องๆ หนึ่งกราดสายตามองว่าเป็นห้องตามที่ได้รับรายงานมาจึงตวัดปืนขึ้น เตรียมพร้อม ทันใดนั้นเงาแวบของมือปืนโผล่มาสาดกระสุนใส่เอกภพ เอกภพหลบได้ทัน มันเผ่นแวบหายไป เอกภพดีดตัวตามไปอย่างรวดเร็ว
ในตึกก่อสร้างร้างหลังตลาดมีร่างของมือปืน 3 คนซุ่มอยู่ พร้อมที่จะเก็บคนที่ผ่านมาตามแผน แต่แล้วทันใดนั้นร่างของณัชชาก็แวบเข้ามา มือปืนต่างหันปืนเข้าใส่ แต่ณัชชาตวัดมือใส่เป็นแสงพุ่งออกจากมือ ไปยังพวกมัน อย่างรวดเร็ว พวกมันฟุบก่อนที่จะทันได้เหนี่ยวไก แล้วร่างของณัชชาก็แวบหายไป

มือปืนวิ่งมาตรงจุดนัดหมาย ร่างของเอกภพหย่อนตัวลงมาดักหน้ามัน มันเบรกกึก
“แกหนีไม่พ้นหรอก”
“แกตะหากที่หนีไม่พ้น”
เอกภพขยับปืนในมือ มือปืนกรอกสายตาไปมา รอเพื่อนมาสมทบ
“ถ้าเพื่อนแกอยู่ฉันก็ต้องรู้” มือปืนขยับมือ แต่เอกภพจ่อที่มันก่อน “ปืนจริงกระสุนจริง”

มือปืนโยนปืนทิ้ง เอกภพยิ้มอย่างพอใจ
เอกภพคุมมือปืนออกมาที่ลานจอดรถหน้าตลาดจึงเห็นณัชชายืนพิงรถกอดอกรออยู่
“ทำไมเร็วจัง”
“โชคดีที่พวกมันหนีไปซะก่อนเลยไม่ต้องเสียเวลา”
ณัชชายิ้มอย่างพอใจ เพราะแท้จริงแล้วเป็นฝีมือเธอเอง แต่แล้วเสียงมอเตอร์ไซด์ดังกระหึ่มมาสามสี่คัน ณัชชาตวัดปืนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเอกภพ ในขณะที่พวกมือปืนหมุนรถหันมาคนที่ซ้อนท้ายสาดกระสุนเข้าใส่ เอกภพกับณัชชาสาดกระสุนปืนเข้าใส่พวกมันพร้อมๆ กัน พวกมันดิ้นไปไม่รอดซักคน ทั้งสองหันไปก็พบว่ามือปืนถูกกระสุนปืนดับไปเรียบร้อย
“ต้องสำคัญเหมือนกันถึงมีคนจ้องเก็บทันที” ณัชชาบอก
“เป็นมือปืนยิงหัวคะแนน คนสั่งคงกลัวว่าจะสาวถึงตัว”
“เด็กอมมือก็รู้ว่าใครเป็นคนสั่ง น่าเสียดายตอนนี้ไม่มีพยานซะแล้ว”
“ที่แท้เราถูกหลอก จับตัวมือปืนมาใส่พานให้พวกมันปิดปากนี่เอง”
“ที่สำคัญจะปิดปากเราด้วย”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เอกภพรับสาย ฟังอยู่อึดใจก็วางสาย
“มีพวกมาเฟีย ถล่มกันเอง”

รถของเอกภพขับเข้ามาทางด้านหน้าโกดังเก็บของของนายดำรง เอกภพกับณัชชาก้าวออกมาจากรถ
“เงียบแบบนี้ไม่ชอบเลย”
“ผมเจอเงียบแบบนี้มาแล้ว ระวังตัว”
เอกภพเดินนำเข้าไป ณัชชาตามติด
ภายในโกดังร่างของพวกมือปืนยังนอนระเกะระกะอยู่ เอกภพกับณัชชาเดินเข้ามา เอกภพปราดเข้าไปที่ร่างของนายดำรง แล้วกราดปืนไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
“ต้องเป็นพวกนายอำนาจ นายอำนาจต้องการให้ทุกคนก้มหัวให้กับองค์กรของมัน”
ทันใดนั้นณัชชาตวัดปืนไปอีกทางหนึ่ง เอกภพตวัดตาม ร่างของเทพซ้ายขวากับอาคิน อำนาจ พร้อมด้วยสมุนนับสิบ ก้าวเข้ามา ณัชชาถึงกับคาดไม่ถึง
“อาคิน”
“องค์หญิงคงอยู่ใกล้มนุษย์มากเกินไปเลยจับพลังของเราไม่ได้” อาคินจ้องเอกภพ “เราเคยเจอกันแล้วผู้กองเอกภพ”
“ที่รังของนายกำจร”
“ผู้กองเอกภพ ผมขอแนะนำให้รู้จักองค์หญิงณัชชา”
อาคินบอก เอกภพมองณัชชาอย่างสงสัยแล้วหันกลับมาทางอาคิน
“ผมต้องขอเชิญคุณอาคินไปที่กรมบังคับการ”
“ผมไม่ค่อยชอบสถานที่ราชการเท่าไหร่ ไปทีไรง่วงนอนทุกที” อาคินและพวกพากันหัวเราะ “เชิญผู้กองกับองค์หญิงไปที่องค์กรของผมจะดีกว่า”
เอกภพยิ้มกราดปืนไปมา
“ได้เวลากู๊ดบายแล้ว” ณัชชากระซิบบอกเอกภพ
“คุณไปก่อนผมตาม”
เอกภพพูดจบณัชชาก็สาดกระสุนเข้าใส่อาคินกับเทพซ้ายขวา แล้วดีดตัวออกไป เอกภพสาดกระสุนแล้วดีดตัวตามออกไป
“ภูตสังหาร”
อาคินสั่งให้ภูตสังหารตามไปจัดการกับเอกภพและณัชชา

ณัชชากับเอกภพถอยหลังออกมา พลางกราดยิงพวกมือปืนที่ตามมาร่วงไปหมด ทั้งสองหันหน้ามองกัน
“มันบอกว่าคุณเป็นองค์หญิง”
“แล้วจะเล่าให้ฟัง”..
ทั้งสองออกวิ่งมาทางด้านหน้า แต่แล้วควันดำก็ลอยลงมาขวาง ร่างของภูตดำทั้งเก้าปรากฏ
“โว่ว...มีเล่นกลด้วย”
เอกภพเหนี่ยวไกสาดกระสุนใส่ภูตสังหารแต่กระสุนทำอะไรไม่ได้ ทันใดนั้นร่างของอาคินกับเทพซ้ายขวาแวบปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของภูตทั้งเก้า
“เอฟเฟคเยี่ยม”
“องค์หญิง มอบตัวทายาทมา”
“ได้”
ทันใดนั้นณัชชาสะบัดมือเข้าใส่อาคินเป็นพลังแสงพุ่งเข้าใส่เสียงดังสนั่น แล้วณัชชาก็พุ่งกอดเอกภพแวบหายไป
“ส่งคนออกตามล่า จับตัวมาให้ได้”

ร่างของณัชชากับเอกภพปรากฏขึ้นในรถ ณัชชาอยู่ที่คนขับ ณัชชาเอามือแตะพวงมาลัย เสียงรถติดฉึ่ง ณัชชาบึ่งรถพรวดออกไปทันที
อีกด้านหนึ่งขณะนั้นนาฬิกาซ้อมเทควันโดอยู่ที่โรงยิม นาฬิกาหมุนตัวเตะคู่ซ้อมลงไปนอนที่พื้น คู่ซ้อมดีดตัวขึ้นมายืนโค้งกัน นาฬิกาวิ่งมาหานาชะที่นั่งรออยู่ แล้วทรุดตัวนั่งลง
“ดีจังเลยที่นาชะแวะมา”
“นาชะชอบบรรยากาศของสถาบันการศึกษารู้สึกว่าได้เรียนรู้ ฉลาดขึ้นมาทันตาเห็น”
“น่าเสียดาย นักศึกษาบางคนบอกว่าน่าเบื่อ ไปศูนย์การค้าสนุกกว่า”
“อืม...น่าเสียดาย”
เสียงโทรศัพท์ของนาฬิกาดัง นาฬิการับสาย
“ว่าไงพี่เอก”
“คุณนาฬิกาไปที่กรมบัญชาการตำรวจเร็วที่สุด”
“ค่ะ” นาฬิกาวางสาย แล้วหันมาบอกนาชะ “พี่เอกให้ไปเจอที่ทำงาน”
“งั้นไปเลย”
นาชะคว้ามือนาฬิกาวิ่งออกไป

ขณะนั้นเอกภพนั่งอยู่ในรถที่มีณัชชาเป็นคนขับ
“โอเค เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเราถึงทะลุกำแพงออกมาได้”
“เอาไว้รอเล่าให้ฟังพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ มีเรื่องอีกเยอะที่คุณกับคุณนาฬิกาต้องรู้”
ณัชชาบึ่งรถผ่านไป

นาชะพานาฬิกาไปที่ลานจอดรถ แต่แล้วเจอพวกมือปืนมาเฟีย 5 คนขวางอยู่
“โอ๊ะ โอ”
นาฬิกาดีดตัวไปยืนตั้งท่าเตรียมพร้อม
“คิดว่าจะผ่านพวกเราไปได้เหรอ”
พวกมือปืนกรูกันเข้ามาหานาฬิกา นาฬิกาโชว์ฟอร์มเตะพวกมันกระเด็นไปหนึ่ง ชกไปหนึ่ง ถีบอีกหนึ่ง อีกคนสองคนเข้ามารุมนาฬิกาทางด้านหลัง นาฬิกาหมุนตัวกลับชกออกไปพลันมีพลังกระแทกมือปืนลอยลิ่วไปไกล
“หา”
นาฬิกามองหมัดตัวเอง พวกมือปืนกระโดดเข้ามารวบ นาฬิกาถอย ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็โดดถีบมันคนหนึ่งกระเด็นปึ่งก็คือไกรยุทธ์นั่นเอง พวกมือปืนตั้งตัวได้กรูกันเข้ามาอีก
“ไกรยุทธ์พานาฬิกาไปที่รถ”
นาชะบอก ไกรยุทธ์คว้ามือนาฬิกาวิ่งไป พวกมือปืนรีบตามแต่นาชะปล่อยผงสีชมพูฟุ้งเต็มไปหมดครอบคลุมพวกมือปืน พวกมือปืนต่างยืนยิ้มหวานกันไปมา นาชะยิ้มขำแล้วแวบหายไป
ไกรยุทธ์จูงนาฬิกาวิ่งมาที่ลานจอดรถ ก็มีรถเข้ามาจอดเทียบเป็นนาชะนั่นเอง
“เร็วขึ้นมา”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาต่างแยกกันเปิดประตูด้านหลังรถคนละด้านแล้วรีบขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พวกมือปืนวิ่งตามกันมา นาชะขับรถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ภายในห้องประชุมที่กรมบัญชาการตำรวจ เอกภพ นาชะ นาฬิกา ไกรยุทธ์ฟังสิ่งที่ณัชชาบอกอย่างสนใจ
“อาคินต้องการกุญแจไขคุกนิลกาล เพื่อปล่อยกองทัพภูตดำมาทำสงครามกับทั้งสี่โลกคือ สวรรค์ มนุษย์ โลกสมุทร และ ยมโลก”
“และพี่ณัชชาคือธิดาของเทพปราบมารจากสวรรค์ ที่มาตามล่าอาคิน”
“คาดไม่ถึง อาคินนำเก้าภูตสังหารมาคอยป้องกันตัวมันยากต่อการกำจัด วิธีเดียวคือหากุญแจให้ได้ก่อนมันแล้วทำลายเสีย”
“โห ไม่น่าเชื่อเลย ยังกะในหนัง”
นาฬิกาบอก ไกรยุทธ์ยิ้มกับนาฬิกา
“มิน่าถึงบอกว่าคุณพ่ออยู่บนสวรรค์”
“กุญแจถูกนำมาซ่อนไว้ที่เมืองมนุษย์สืบมาถึงทายาทขององค์รักษ์ทั้ง 4 กับมนุษย์ เป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์”
“แล้วคุณคิดว่าผม นาฬิกาและไกรยุทธ์คือทายาท”
“ใช่ เพียงแต่ยังไม่แน่ว่าจะเป็นทายาทที่ถือความลับของกุญแจหรือเปล่า”
“ตกลงทายาทมีกี่คนกันแน่”
“เราไม่รู้”
นาฬิกากับเอกภพ และไกรยุทธ์ต่างมองหน้ากันสีหน้าตื่นเต้น

ที่องค์กรของอาคิน อาคินนั่งอยู่บนบังลังก์ มีเทพซ้ายขวาและอำนาจ ยืนอยู่ตรงหน้า
“ส่งคนออกไปดักทุกทิศทางเหนือใต้ออกตกเอาตัวผู้กองเอกภพมาให้ได้ ใครขวางเก็บให้เรียบ”
อำนาจโค้งคำนับแล้วออกไป เหลือเทพซ้ายขวาคอยรับคำสั่งอยู่
“แต่พวกนี้คงต้านองค์หญิงณัชชาไม่ได้”

“องค์หญิงณัชชาใช้พลังสังหารออกมาเมื่อไหร่ เก้าภูตสังหารจะไปจัดการกับองค์หญิงทันที”
ส่วนที่กรมบัญชาการตำรวจกลุ่มของเอกภพยังอยู่ที่ห้องประชุม
“ผู้กองหรือนาฬิกามีอะไรที่ติดตัวมาจากคุณพ่อหรือเปล่า” ณัชชาถาม
“นาฬิกามี คุณแม่ให้ไว้บอกว่าเป็นของคุณพ่อ”
นาฬิการีบปลดสร้อยที่คอออกมาส่งให้เอกภพ เอกภพรับมาพิจารณาดูเป็นรูปหนึ่งในสี่ของเหรียญ มีทับทิมเม็ดเล็กสีแดงอยู่ตรงกลาง
“เหมือน ¼ ของเหรียญ”
“ใช่แล้ว มาต่อกันเป็นรูปเหรียญพอดี บนเหรียญจะมีปริศนาแผนที่พาไปสู่ที่เก็บกุญแจ”
“ของผมก็มีเหมือนกันครับ” ทุกคนหันไปมองไกรยุทธ์ “แต่ผมเก็บไว้ที่บ้าน”
“เราต้องรีบไปเอามา”
เสียงโทรศัพท์ของนาฬิกาดังขึ้น นาฬิการับสาย
“คุณแม่”
ทุกคนต่างมองหน้ากัน
“เราต้องหาที่ซ่อนตัวเร็วที่สุด”
ณัชชาบอก เอกภพยื่นมือออกมา นาฬิกาส่งโทรศัพท์ให้.
“คุณแม่ครับ ให้ลุงสมและป้าอร พาคุณแม่ไปที่บ้านพักของเราที่ต่างจังหวัดเร็วที่สุด อย่าให้ใครรู้ ผมกับนาฬิกาจะไปพบคุณแม่ที่นั่นครับ ครับ ครับ” เอกภพส่งมือถือคืนให้นาฬิกา “บางทีคุณแม่อาจจะ ทราบอะไรบ้าง”
“คุณเอกภพรีบพานาฬิกาไปที่จุดหมายก่อน ดิฉันกับไกรยุทธ์จะรีบไปเอาสร้อย”
“บ้านพักอยู่ในหุบเขา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์คุณจะตามไปได้ยังไง”
“นาชะไปกับผู้กอง นาชะจะกลับมานำดิฉันไปได้”
“แล้วเก้าภูตสังหาร”
“ตราบใดที่องค์หญิงไม่ใช้พลังสังหาร อาคินกับเก้าภูตสังหารไม่มีทางพบเรา”
ทั้งหมดต่างเตรียมตัว
“ผู้กอง ทุกอย่างต้องเป็นความลับจะให้มนุษย์คนใดรู้ไม่ได้”
“โอเค”
“ไปคุณไกรยุทธ์”
ณัชชาเดินนำไป ไกรยุทธ์มองทุกคนแล้วเดินตามไป

รถของณัชชาค่อยๆ แล่นเข้ามาจอดที่คอนโดของไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์จะลงจากรถ
“เดี๋ยว” ไกรยุทธ์หยุดกึก ณัชชากราดสายตาไปรอบเห็นพวกมือปืนซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆ เกือบ 10 คน “พวกมันคอยดูอยู่แล้ว”
“เราจะทำยังไงดีครับ”
“ขืนลุยเข้าไปตอนนี้ เละแน่”
“แย่แล้ว คุณอาผม คุณอาผมกำลังจะกลับบ้าน พวกมันต้องเล่นงานคุณอาผมแน่ๆ”
“ใจเย็นๆ พวกมันไม่สนคุณอาไกรยุทธ์หรอก โทรหาคุณอา ให้คุณอาเอาสร้อยออกมาจะดีที่สุด”
“ครับ”
ไกรยุทธ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

รถของเอกภพวิ่งไปตามถนน เอกภพเป็นคนขับ นาชะกับนาฬิกานั่งข้างหลัง เอกภพชำเลืองมองกระจกหลัง
“มีคนตามมา”
“พวกมันรู้ได้ยังไง”
“พวกมาเฟีย หูตากว้าง สายมันเยอะ มันคงรู้ตั้งแต่เราออกมาจากกรมแล้ว”
“เฮ้อ...มนุษย์ มีแต่คอร์รัปชั่นกันทั้งนั้น แล้วจะไม่ให้น้ำท่วมโลกได้ยังไง”
“จริงเหรอนาชะ ที่น้ำจะท่วมโลก”
“เจ้าสวรรค์เบื่อนิสัยมนุษย์เต็มที แค่รอให้พวกเทพลงเสียงเท่านั้น ตามหลักประชาธิปไตย”
“จริงเหรอ”
“จริงซิ”
“แล้วพวกเทพมีเดินขบวนเหมือนพวกมนุษย์หรือเปล่า”
“มีเหมือนกัน”
“หา แล้วแบบว่ามีการยึดสวรรค์อะไรมั่งมั๊ย”
“ไม่กล้าหรอก ขืนบังอาจละก็...เทพองครักษ์เก็บเรียบ”
“โว่ว...สุดยอด”

เอกภพยิ้มขำ ขับรถแล่นตะบึงไป
ธิดาพญายม ตอนที่ 2 (ต่อ)

รถคันหนึ่งแล่นเข้าไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...