xs
xsm
sm
md
lg

เลือดเจ้าพระยา ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เลือดเจ้าพระยา ตอนที่ 12

บ้านท่านผู้ว่า สร้อยเพชรกำลังเทยานอนหลับลงไปในเหยือกน้ำผลไม้ จากนั้นก็เอาแช่ตู้เย็นไว้ สักครู่ก็เห็นบัวเดินเข้ามา สร้อยเพชรรีบเฉไฉแกล้งทำเป็นชงกาแฟ
“บัว”
“ขา”
“ได้เวลาของว่างแล้วนะ”
“ค่ะ อ้อยกำลังจะเข้ามาเอาของว่างไปให้คุณท่านพอดีเลยค่ะ”
“แล้วน้ำส้มนั่นล่ะ”
“ค่ะ บัวเตรียมไว้เมื่อตอนเช้า คุณท่านสั่งไว้ค่ะ คุณสร้อยเพชรจะทานมั้ยคะเดี๋ยวบัวแบ่งไว้ให้”
“ไม่ต้อง ชั้นแค่ถามดู แล้วนี่แม่ดาวอยู่กับคุณท่านใช่มั้ย”
“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ชั้นจะไปมีอะไรกับมัน เชอะ”
สร้อยเพชรเดินออกไป บัวหันไปเตรียมของว่าง

ที่ห้องรับแขก คุณนายศรีสอางค์และท่านผู้ว่าทรงยศกำลังนั่งฟังดาวอ่านหนังสือให้ฟังอยู่ บัวเดินถือถาดของว่างเข้ามา
“ของว่างพร้อมแล้วค่ะ”
ดาวหยุดอ่านหนังสือ เข้ามาช่วยบัวเสิร์ฟของว่าง คุณนายศรีสอางค์และท่านผู้ว่าทรงยศรับของว่างมากิน แล้วหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาดื่ม สร้อยเพชรยืนแอบมองสักครู่ก็เดินออกไป
สร้อยเพชรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
“ฮัลโหล นี่ชั้นเอง ให้ขจรศักดิ์รีบมาที่บ้านชั้นตอนนี้เลยนะ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน” สร้อยเพชรวางโทรศัพท์
“แกเสร็จแน่ นังดาว”
สร้อยเพชรแววตามุ่งร้าย

ดาวกำลังอ่านหนังสือให้คุณนายศรีสอางค์และท่านผู้ว่าทรงยศฟัง แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกว่าคุณนายศรีสอางค์กำลังวิงเวียน ขณะที่ท่านผู้ว่าทรงยศฟุบหลับไปแล้ว
“คุณย่าเป็นอะไรคะ”
“ไม่รู้เป็นอะไร มันมึนๆ งงๆ”
“คุณปู่ก็หลับไปแล้ว ทำยังไงดีคะ”
“ปล่อยให้นอนตรงนี้เถอะ อย่าไปกวนเค้าเลย เฮ้อ...ทำไมมันวูบๆ แบบนี้นะ”
“เป็นลมหรือเปล่าคะ เดี๋ยวดาวเอายาลมให้”
“ไม่จ้ะ ไม่ต้อง ย่ารู้สึกง่วง อยากนอนเหลือเกิน”
“งั้นดาวพาคุณย่าขึ้นไปนอนนะคะ”
ดาวพยุงตัวคุณนายศรีสอางค์ไปห้องนอน
ดาวเปิดประตูแล้วพาคุณนายศรีสอางค์เข้ามา แล้วพยุงให้นอนลงบนเตียง ห่มผ้าให้
“ดาว ย่าคอแห้งเหลือเกิน”
“งั้นเดี๋ยวดาวไปเอาน้ำมาให้นะคะ”
ดาวเดินออกจากห้องไป

ดาวเดินมาเปิดตู้เย็นแล้วรินน้ำใส่แก้ว อีกมุมสร้อยเพชรกวักมือเรียกขจรศักดิ์เข้ามาแอบมองขจรศักดิ์มีหมวกอ้ายโม่งคลุมหัวไว้ แต่ยังไม่ใส่ปิด
“ตอนนี้กำลังปลอดคน คนอื่นๆ ออกไปข้างนอกกันหมด ส่วนคุณท่านแกไม่ต้องห่วงชั้นวางยานอนหลับเรียบร้อยแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องแบบนี้ผมถนัด”
“ทำให้สำเร็จ แล้วชั้นจะตบรางวัลให้แกอย่างงาม”
“ได้เลยครับ”
สร้อยเพชรเดินหลบไป ปล่อยให้ขจรศักดิ์ยืนแอบมองดาว สักครู่ดาวก็ถือแก้วน้ำเดินออกไป ขจรศักดิ์รีบใส่หมวกอ้ายโม่งปิดหน้าแล้วย่องตามไป

คุณนายศรีสอางค์นอนอยู่ในห้อง ดาวเดินถือแก้วน้ำเข้ามาในห้อง
“คุณย่าคะ น้ำมาแล้วค่ะ” ดาวพยุงคุณนายศรีสอางค์ให้ลุกขึ้นมา แล้วดื่มน้ำ จากนั้นก็พยุงให้นอนลงเช่นเดิม
“คุณย่าจะเอาอะไรอีกมั๊ยคะ”
“ไม่แล้วจ้ะ ขอย่านอนสักงีบนะ วันนี้ทำไมมันง่วงเหลือเกิน”
“ค่ะ งั้นดาวไม่กวนแล้วนะคะ”
ดาวห่มผ้าให้คุณนายศรีสอางค์จากนั้นก็เดินออกจากห้อง
ดาวเดินออกมาจากห้อง สักครู่ขจรศักดิ์ก็โผล่ออกมาจากด้านหลังตรงเข้ามาล็อกคอดาวเอาไว้
“ปล่อยชั้นนะ ปล่อย แกเป็นใคร”
“เงียบๆ”
ขจรศักดิ์อุดปากดาวไว้ไม่ให้ส่งเสียง ดาวพยายามดิ้นรนต่อสู้

ที่รั้วหน้าบ้าน บุญเหลือเดินเตร่มายืนเมียงมองหาทางจะเข้าไปด้านใน สักครู่ก็เห็นลุงมหาเดินผ่านมา บุญเหลือดีใจรีบร้องเรียก
“ลุงมหาๆ”
ลุงมหาหันมาเห็นจึงเดินมาเปิดประตูให้
“มาเข้ามาซิ บุญเหลือ”
“แต่ว่า เอ้อ ลุงแค่เรียกดาวมาหาชั้นตรงนี้ก็ได้ไม่ต้องเข้าในบ้านหรอก”
“ไม่เป็นไร คุณท่านอนุญาตไว้ล่วงหน้าแล้วว่าถ้าต่อไปเอ็งมาหาคุณดาว ท่านให้เข้ามาคุยข้างในบ้านได้”
“จริงเหรอจ้ะ”
“จริงซิวะ เข้าไปกราบขอบพระคุณท่านก่อน แล้วค่อยไปหาคุณดาว”
“จ้ะๆ”
ลุงมหาเปิดประตูให้บุญเหลือเดินเข้าบ้านแล้วจากนั้นก็เดินนำขึ้นไปบนบ้าน
ลุงมหาเดินนำบุญเหลือมายืนรอหน้าตึก
“แกยืนรอตรงนี้ก่อน ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปเรียนท่านแล้วแกค่อยเข้าไปกราบท่านนะ”
“จ้ะลุง”

ลุงมหาเดินเข้าไปด้านใน ปล่อยให้บุญเหลือยืนรออยู่หน้าตึก

ขณะนั้นดาวพยายามดิ้นรนจากการล็อกของขจรศักดิ์ โดยที่ขจรศักดิ์เอามือปิดปากไว้ ชั้นล่าง ลุงมหาเดินเข้าประตูมาแล้วเดินไปยังห้องรับแขกโดยไม่รู้ว่าด้านบนกำลังมีเหตุร้ายเกิดขึ้น
ลุงมหาเดินเข้ามาเห็นท่านผู้ว่าทรงยศนั่งหลับอยู่ก็แปลกใจ
“อ้าว คุณท่านหลับซะแล้ว” ลุงมหามองหาคุณนายศรีสอางค์ “เอ แล้วดาวพาคุณผู้หญิงไปนั่งตรงไหนกัน”
ลุงมหาเดินเข้าไปด้านในบ้าน เพื่อตามหาคุณนายศรีสอางค์
ดาวดิ้นรนจนหลุดจากการล็อกของขจรศักดิ์ จึงตะโกนร้อง
“ช่วยด้วยๆ”
ขจรศักดิ์ชักปืนออกมา ขู่
“หุบปาก ไม่งั้นแกตายแน่”
ดาวชะงักไม่กล้าขัดขืน
คุณนายศรีสอางค์ซึ่งนอนหลับอยู่ได้ยินเสียงจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“เสียงดาวนี่”
คุณนายศรีสอางค์รีบลุกขึ้น แล้วเดินโซเซออกจากเตียงไปยังประตู
คุณนายศรีสอางค์เปิดประตูห้องออกมาเห็นดาวกำลังถูกอ้ายโม่งเอาปืนจี้ก็เลยร้องโวยวาย
“ว้าย ช่วยด้วยๆ”
ขจรศักดิ์หันมาหาคุณนายศรีสอางค์แล้วตรงเข้ามาอุดปาก แต่คุณนายศรีสอางค์ดิ้นไปทางบันได ดาวรีบเข้ามาด้านหลังขจรศักดิ์เพื่อแย่งปืน ขจรศักดิ์หันไปชกดาวเซถลาไปจากนั้นก็หันมาหาคุณนายศรีสอางค์
“ช่วยด้วยๆ”
“โธ่เว้ย”
ขจรศักดิ์โมโหที่คุณนายศรีสอางค์ส่งเสียงจึงผลักคุณนายศรีสอางค์ตกบันได
“คุณย่า”
ดาวตกใจร้องลั่นบ้าน

ร่างของคุณนายศรีสอางค์กลิ้งตกจากบันไดลงมาสลบไปที่โคนบันได เลือดอาบ บุญเหลือวิ่งเข้ามาพอดี ขจรศักดิ์ตกใจรีบวิ่งหนีลงบันไดมา บุญเหลือขวางไว้
“เฮ้ย...จะหนีไปไหน”
ขจรศักดิ์เอาปืนมาขู่ทำให้บุญเหลือชะงัก ขจรศักดิ์รีบหนีออกไป บุญเหลือจะวิ่งตามแต่ดาวรีบทักเอาไว้
“พี่บุญเหลือ มาดูคุณย่าก่อน”
ดาวรีบลงมาพยุงคุณนายศรีสอางค์ ขณะที่บุญเหลือเข้ามาช่วยปฐมพยาบาล สร้อยเพชรวิ่งเข้ามาเห็นก็ร้องโวยวาย
“ว้าย ช่วยด้วยๆ นังดาวผลักคุณย่าตกบันได จับมันไว้จับเร็ว จับทั้งสองคนนั่นแหละ”
บัวและสาวใช้อื่นๆ พากันวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นสร้อยเพชรสั่งก็เลยต้องทำตามด้วยการจับดาวและบุญเหลือไว้
“นี่อะไรกันคะ ดาวไม่ได้ทำอะไรนะ”
“อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้ทำอะไร”

ดาวและบุญเหลือตกใจที่ถูกใส่ร้าย ลุงมหาเพิ่งมาถึงแล้วก็รู้สึกตกใจ

คุณนายศรีสอางค์นอนอยู่บนเตียงกำลังถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ท่านผู้ว่าทรงยศนั่งอยู่บนรถเข็นท่าทางสลึมสลือถูกเข็นรถตามมา สร้อยเพชร เดือนเดินตามมา
“เกิดอะไรขึ้น ที่นี่ที่ไหน”
“คุณแม่โดนผลักตกบันไดส่วนคุณพ่อโดนวางยาค่ะ”
“วางยา”
“ใช่ค่ะ คุณพ่ออย่าเพิ่งพูดอะไรเลยค่ะ หมอมาแล้ว”
หมออวยชัย ซึ่งเป็นหมอประจำตัวเดินเข้ามา
“ผมขอเอาคุณท่านเข้าห้องตรวจก่อนนะครับ ไม่ต้องห่วงผมจะดูแลคุณท่านทั้งสองให้ดีที่สุด”
“เชิญค่ะคุณหมอ”
หมออวยชัยพาท่านผู้ว่าเข้าห้องตรวจไป สร้อยเพชรและเดือนยืนมองตาม
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมคุณย่าตกบันไดแล้วทำไมคุณปู่ถึงโดนวางยาแบบนี้”
“ก็แม่บอกแล้วไงว่าทั้งหมดนี่นังดาวมันเป็นคนทำ”
“คุณพ่อก็ไม่อยู่ ตาเกียรติกล้าก็ไม่รู้ไปไหน แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะคุณแม่”
“แกไม่ต้องทำอะไรแม่เดือน เรื่องทุกอย่างแม่จัดการเอง”
สร้อยเพชรแอบยิ้มสะใจในแผนการของเธอ

ภายในห้องรับแขกบ้านท่านผู้ว่าทรงยศ สร้อยเพชรนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางสาวใช้และคนงานผู้ชาย โดยมี
เดือน และเกียรติกล้านั่งอยู่ข้างๆ
“มากันพร้อมแล้วนะ แม่บัวไปเอาตัวนังดาวกับแฟนมันออกมาจากห้องได้แล้ว”
“ค่ะ”
บัวเดินไปเปิดประตูห้องๆ หนึ่งแล้วพาดาวกับบุญเหลือซึ่งถูกมัดมือไว้เข้ามานั่งลง
“เอาละ เพื่อให้เป็นธรรม ชั้นจะเปิดโอกาสให้แกเล่ามาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ผมแค่มาเยี่ยมดาว ลุงมหาบอกให้ผมรอที่หน้าบ้าน แต่ผมได้ยินเสียงข้างในก็เลยวิ่งเข้าไปเห็นดาว คุณท่าน แล้วก็ขโมย”
“ใช่ค่ะ มีขโมยเข้ามาในบ้าน มันเอาปืนจี้ดาวที่หน้าห้องคุณย่า แต่พอคุณย่าออกมาเห็นมันก็ผลักคุณย่าตกบันได”
“แล้วขโมยอยู่ไหน”
“มันหนีไปแล้วค่ะ”
“แล้วทำไมชั้นไม่เห็น ไหนคนบ้านนี้ มีใครเห็นขโมยบ้าง”
“ไม่เห็นค่ะ”
“มหา แกเห็นขโมยมั๊ย”
“เอ้อ ไม่เห็นครับ ตอนนั้นผมมัวแต่เดินตามหาคุณท่านอยู่หลังบ้าน”
“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ”
“ไม่เห็นค่ะ”
“กลางวันแสกๆ ขโมยที่ไหนมันจะเข้ามาในบ้าน โกหกชัดๆ” เกียรติกล้าบอก
“ใช่ พวกแกโกหกแน่นอน แล้วอย่าคิดนะว่าเรื่องที่แกสองคนมีอะไรกัน คนอื่นเค้าจะไม่รู้”
“ดาวกับพี่บุญเหลือไม่ได้ทำแบบนั้นนะคะ”
“เราสองคนเป็นพี่น้องกัน ไม่มีวันที่จะทำแบบนั้นแน่นอน”
“แกแน่ใจนะว่าแกเป็นพี่น้องกันจริงๆ ไม่ใช่เด็กกำพร้าที่โดนเก็บมาเลี้ยง”
“ค่ะ พวกเราเป็นเด็กกำพร้า แต่ถึงจะไม่ใช่พี่น้องทางสายเลือด แต่เราก็รักกันเหมือนพี่น้อง”

“รักกันเหมือนพี่น้อง ฮึ่ม...ถ้าเป็นพี่น้องกันจริงๆ เค้าคงไม่นอนถอดเสื้อกอดเกยกันอย่างที่แม่เดือนเห็นหรอก ใช่มั้ยแม่เดือน ไหนเล่าให้ทุกคนฟังหน่อยซิว่าลูกเห็นสองคนนี่ทำอะไร”

เลือดเจ้าพระยา ตอนที่ 12 (ต่อ)

ทุกสายตามองมาที่เดือน เดือนน้ำตาคลอ รู้สึกสะเทือนใจที่ต้องเล่าในสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกเธอ
“ค่ะ เดือนเคยเห็น”
“เห็นอะไรลูก เล่าเลย ไม่ต้องกลัว”
“เดือนเคยเห็นดาวกับบุญเหลือ นอนด้วยกันในห้อง ที่วัด”
“ไม่จริง คุณเดือนกำลังเข้าใจผิด”
“กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง คนอย่างแม่เดือนไม่ใช่เด็กพูดจาเหลวไหลเชื่อถือไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงแม่เดือนจะไม่พูดเด็ดขาด”
“เดือนไม่เคยใส่ร้ายใคร เรื่องนี้เดือนเห็นจริงๆ”
เดือนร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ทำให้ทุกคนที่ฟังรู้สึกเห็นใจและเริ่มมองดาวและบุญเหลือด้วยความไม่วางใจ
“แกสองคนแอบลักลอบได้เสียกัน พอคุณย่าจับได้แกก็เลยคิดจะฆ่าคุณย่าเพื่อปิดปาก ชั้นจะจับแกสองคนส่งตำรวจ”
“ไม่ได้นะครับ ผมว่าเราจะทำแบบนั้นไม่ได้” ลุงมหาแย้ง
“หรือลุงมหาเป็นพวกเดียวกับมันครับแม่”
“นั่นซิ แกจะปกป้องพวกมันทำไม ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน”
“ผมเชื่อคุณดาวกับบุญเหลือครับ ผมไม่คิดว่าเด็กสองคนทำอย่างที่โดนกล่าวหา ต้องมีการเข้าใจกันผิดแน่นอน”
“อย่าพูดพล่อยๆ แกมีหลักฐานอะไร”
“ไม่มีหลักฐานหรอกครับ แต่ผมอยากจะขอเอาตัวของผมเป็นประกันในฐานะที่เป็นคนเก่าคนแก่ของบ้านหลังนี้ ผมขอร้องละครับอย่าส่งดาวกับบุญเหลือไปโรงพักเลยครับ อย่างน้อยก็รอจนกว่าคุณเลอสรรจะกลับมา”
“คุณแม่อย่ายอม คนทำผิดต้องได้รับผิด มันทำร้ายคุณย่าแบบนี้ยอมไม่ได้นะครับ”
สร้อยเพชรมองไปที่ลุงมหาแล้วที่สุดก็ตัดสินใจได้
“ก็ได้ ชั้นจะไม่ส่งตัวมันสองคนให้ตำรวจ แต่มันต้องออกไปจากบ้านหลังนี้”
สร้อยเพชรมองไปยังดาวและบุญเหลืออย่างคนที่เหนือกว่า

ดาว บุญเหลือ เดินออกมาที่หน้าบ้านโดยมีลุงมหาออกมาส่ง
“ลุงเชื่อว่าเราสองคนไม่ผิด แต่ลุงก็ยอมไม่ได้เหมือนกันที่จะปล่อยให้เราสองคนโดนจับขังคุก”
“แต่ดาวต้องออกจากบ้านแบบมีมลทิน ยังไม่ได้พิสูจน์ความจริงเลยนะคะลุงมหา”
“ช่างมันเถอะดาว ใครมันจะเข้าใจยังไงก็ช่าง เราสองคนบริสุทธิ์ใจซะอย่าง ไม่ต้องไปสนใจใครอะไรทั้งนั้น”
“ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ สักวันความจริงจะต้องปรากฏ”
“ค่ะ ดาวกราบขอบคุณลุงมหามากนะคะที่ช่วย”
“เอ็งสองคนก็เหมือนหลานของลุง กลับไปลานเท ไปปรับความเข้าใจกับแม่เค้าซะ ลุงเชื่อว่าไม่มีใครรักดาวเท่าแม่ศรีนวลหรอก”

ดาวและบุญเหลือกราบลุงมหา แล้วพากันเดินออกจากบ้านไป

เดือนยืนแอบมองอยู่ที่หน้าต่างเห็นดาวและบุญเหลือกำลังเดินออกไป โดยข้างๆ มีเกียรติกล้าและสร้อยเพชรยืนอยู่กับเดือนด้วย
“คุณแม่ปล่อยมันไปง่ายๆ แบบนี้ได้ไง ทำไมไม่จับมันส่งตำรวจ”
“ไล่มันสองคนออกจากบ้านแบบนี้ดีแล้ว อย่างน้อยมันก็ออกไปอย่างคนมีมลทิน จะได้ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”
“อ๋อ...คุณแม่กลัวว่าถ้าเรื่องไปถึงตำรวจ แล้วตำรวจจะพิสูจน์ได้ว่ามันไม่ผิดเหมือนครั้งที่แล้วใช่มั๊ยครับ”
“ใช่ แม่จะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด”
เดือนนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเศร้าสร้อย อาลัยอาวรณ์

น้อยพาชาวบ้านวิ่งลัดเลาะมาตามทาง แล้วเมื่อถึงทางเข้าผาช่องลมก็เห็นชาวบ้านวิ่งหายไปในพุ่มไม้ทีละคนๆ จนหมด โดยมีน้อยคอยรั้งท้ายแล้วจากนั้นน้อยก็หายเข้าไปในพุ่มไม้เช่นกัน
ระพีและจ่าสมหมายพากันแกะรอยตามมา จนมาถึงพุ่มไม้แล้วก็งุนงงที่รอยเท้าหายไป
“รอยเท้าหายไปแล้วครับผู้กอง”
“นั่นซิ แปลกจริงๆ หรือบางทีแถวนี้จะมีช่องทางลับ”
“ช่องทางลับ”
“ใช่ ช่องทางพิเศษสำหรับเข้าออกผาช่องลมไง”
“ไหนครับ อยู่ไหน”
จ่าสมหมายและระพี ต่างพากันเดินสำรวจ แต่ก็หาไม่เจอ
“มันต้องอยู่แถวนี้แน่ๆ”
“เอาไงดีครับ”
“ทำเครื่องหมายไว้ก่อน”
จ่าสมหมายเอามีดขึ้นมาทำเครื่องหมายไว้กับต้นไม้
น้อยและพวกชาวบ้านพากันเดินเข้ามาในผาช่องลม ขวด เหิมและพวกพากันออกมาต้อนรับ
“มากันแค่นี้เหรอพี่น้อย”
“ศรีนวลกำลังตามมา”
“ขอบใจมากนะที่เอาเสบียงมา ไม่งั้นพวกเราแย่แน่”
“ตอนนี้ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรกันเลย โดยเฉพาะศรีไพร”
ขวดชี้ไปที่ศรีไพรซึ่งนั่งแยกตัวห่างออกไปไม่สนใจคนอื่น
“มาพวกเรา มาช่วยกันเอาเสบียงไปเก็บ”
ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเข้มแข็ง ศรีไพรนั่งน้ำตาไหลนองด้วยความคิดถึงสมิง ศรีไพรนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เธอจูบสมิงและสัญญากันว่าจะกลับมาเจอกันที่ผาช่องลม
“สมิงผิดสัญญา ทำไมไม่กลับมา”

ศรีไพรก้มหน้าสะอึกสะอื้น ทำให้บรรยากาศของผาช่องลมเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย

เหิม ขวดและลูกน้องจำนวนหนึ่ง กำลังนั่งคุยกันอยู่เงียบๆ

“ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ อีกไม่นานผาช่องลมเราแตกแน่”
“นั่นซิ ถึงสมิงไม่อยู่ พวกเราก็ต้องรักษาบ้านของเราไว้”
“แล้วใครจะเป็นหัวหน้าล่ะ”
“ศรีไพรเหมาะสมที่สุด”
“แต่ศรีไพรเอาแต่ร้องไห้ แบบนี้ไปไม่รอดแน่”
“เสือเฮี้ยนก็โดนจับตัวไป ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว”
ศรีไพรเดินเข้ามา เธอดูเข้มแข็งขึ้น
“เราก็ต้องพึ่งตัวเอง ศรีไพรขอโทษนะที่ทำตัวอ่อนแอ ทำให้ทุกคนที่ผาช่องลมวุ่นวายใจ แต่จากนี้ไปศรีไพรจะเข้มแข็งจะไม่ร้องไห้อีก”
“แล้วจะเอายังไงกันต่อดี ศรีไพร”
“ก่อนอื่น เราต้องไปช่วยเสือเฮี้ยนกลับมา เราจะไม่ยอมให้พวกมันมายึดผาช่องลมเด็ดขาด”
ศรีไพรยื่นมือมาให้ทุกคนจับมือประสานกัน แสดงความร่วมมือร่วมใจ
“สู้”
“สู้”
ทุกคนที่เหลือในผาช่องลมต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีที่ความเข้มแข็งกลับคืนมาอีกครั้ง

ที่ค่ายของมเหศักดิ์ หน่วยลาดตระเวนเดินตรวจตราไปรอบพื้นที่ เสือเฮี้ยนถูกจับมัดโยงเอาไว้ในเต็นท์หลังหนึ่ง ในสภาพสะบักสบอม มเหศักดิ์ประเคนหมัดใส่เสือเฮี้ยนด้วยความหมั่นไส้จากนั้นก็หัวเราะด้วยความสะใจ
“ฮ่ะๆ นี่เหรอ เสื้อเฮี้ยนผู้ยิ่งใหญ่ ฮ่ะๆ”
“ฮึ่ม นี่น่ะเหรอไอ้เสือมเหศักดิ์มีแต่รังแกคนที่ไม่มีทางสู้ ไอ้หน้าตัวเมีย ถุย”
เสือเฮี้ยนถ่มน้ำลายใส่มเหศักดิ์ มเหศักดิ์หงุดหงิดหันไปคว้าปืนมาจะยิง
“ไอ้แก่”
บันลือ ดำ แดง เดินเข้ามา
“พี่มเหศักดิ์” มเหศักดิ์ได้สติ ลดปืนลงแล้วหันมาหาบันลือ
“กลับมาแล้วเหรอ”
“ใช่”
“ไปยิงอะไรมาได้มั่ง”
“ยังไม่ทันได้ล่าสัตว์เลย ดันไปเจอพวกตำรวจซะก่อน”
“ตำรวจ”
“ใช่ นังศรีนวลมันมากับพวกตำรวจ ทำไม”
“โถ ไอ้โง่ เค้าก็พาตำรวจมาจับพวกเอ็งไง ฮ่ะๆ”
บันลือหงุดหงิดหันไปหาเสือเฮี้ยน
“ไอ้แก่หน่อย ปากดีนัก”
บันลือเอาพานท้ายปืนฟาดใบหน้าเสือเฮี้ยน มเหศักดิ์เริ่มสนุกในการหันมาซ้อมเสือเฮี้ยน
“เอาให้หนัก”

มเหศักดิ์เตะต่อยเสือเฮี้ยนสลับกับบันลืออย่างเมามัน

ทหารรับจ้างพากันมาเข้าแถวรวมตัวกันพร้อมอาวุธครบมือ มเหศักดิ์ บันลือ ดำ แดงก็พากันเดินเข้ามา
“เราจะไม่เป็นฝ่ายตั้งรับ ศัตรูอยู่ที่ไหน เราจะออกไปจัดการพวกมัน บันลือนายคุมหน่วยไล่ล่าออกไปตามเก็บพวกมัน ส่วนพวกที่เหลือให้อยู่รักษาค่าย ต่อไปนี้ใครยิงพวกมันตายเอาไปเลยศพละ1000”
ทหารทุกคนพากันโห่ร้องดีใจ
“หน่วยไล่ล่า ตามมา”
บันลือเดินนำทหารหน่วยไล่ล่าออกไป ดำ แดงตามไปด้วย มเหศักดิ์มองทุกคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความพอใจ

ศรีไพร ขวด เหิมและพวกพากันพรางตัวมาแอบซุ่มมองความเคลื่อนไหวของค่ายมเหศักดิ์อยู่ที่มุมหนึ่ง
“มันซ่อนพ่อเอาไว้ในเต็นท์โน้น เห็นมั้ย”
“เต็นท์ที่มีคนเฝ้าด้านหน้าใช่มั้ย”
“ใช่ ประเดี๋ยวชั้นจะหาทางบุกเข้าไปทางทิศใต้”
“พวกเราจะเปิดศึกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พวกมันทางทิศเหนือ”
“ดี งั้นแยกกัน”
ทุกคนพากันแยกกันไป โดยศรีไพรแยกตัวไปคนเดียว ขณะที่คนอื่นๆ ตามขวดและเหิมไป
ขวด เหิมและพวกพากันบุกเข้ามาทางทิศเหนือ ยิงกราดไปที่หน่วยลาดตระเวนทำให้ทุกคนในค่ายมเหศักดิ์พากันกรูเข้ามายิงตอบโต้ มเหศักดิ์ เข้ามาบัญชาการ
“ยิงมัน”
มเหศักดิ์มันส์ในอารมณ์หันไปคว้าปืนมากราดยิงต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม

มุมหนึ่งของค่าย ศรีไพรลักลอบเข้ามาแล้วจัดการกับทหารยามที่เฝ้าอยู่แถวนั้น จากนั้นศรีไพรก็ตรงไปยังเต็นท์ที่ขังเสือเฮี้ยน ทหารเวรที่เฝ้าหน้าเต็นท์ 2 คนหันมาเห็นศรีไพร ศรีไพรรีบเข้าไปชาร์จแล้วยิงทั้งคู่ทิ้ง จากนั้นเธอก็เข้าไปในเต็นท์
ภายในเต็นท์ เสือเฮี้ยนถูกมัดโยงเอาไว้ ศรีไพรรีบเข้ามาหา
“พ่อ”
“ศรีไพร”
“พ่อเป็นอะไรหรือเปล่า”
“พ่อทนได้ รีบแก้มัดเร็ว”
ศรีไพรรีบแก้มัดเสือเฮี้ยน แล้วพยุงให้เดินออกจากเต็นท์ไป

ศรีไพรพยุงเสือเฮี้ยนออกมาจากเต็นท์แล้วเจอกับทหารคนหนึ่ง ศรีไพรต่อสู้กับทหารคนนั้นขณะที่ตัวเองก็พยุงพ่อเอาไว้ไม่ให้ล้ม และแล้วศรีไพรก็จัดการทหารคนนั้นล้มลง แล้วรีบพยุงเสือเฮี้ยนหนีไป มเหศักดิ์หันมาเห็นหลังไวๆ
“ไอ้เสือเฮี้ยน”

มเหศักดิ์รีบตามไป

เลือดเจ้าพระยา ตอนที่ 12 (ต่อ)

ศรีไพรพยุงเสือเฮี้ยนมาในป่า เสือเฮี้ยนบาดเจ็บอ่อนแรงทำให้เดินไม่ค่อยไหวจึงล้มลงไป ศรีไพรรีบเข้าพยุง
“พ่อ”
“รีบไปซ่อนตัวที่พุ่มไม้เร็ว เดี๋ยวพวกมันตามมา”
ศรีไพรกำลังจะเข้ามาพยุงเสือเฮี้ยน แต่แล้วมเหศักดิ์ก็โผล่มา
“คิดจะหนีไปไหน”
มเหศักดิ์เตะเสือเฮี้ยนเซล้มไปจากนั้นก็เข้ามากระชากตัวศรีไพร ศรีไพรต่อสู้กับเสือมเหศักดิ์ แต่ด้วยแรงที่น้อยกว่าทำให้ศรีไพรเสียเปรียบ มเหศักดิ์ได้โอกาสรีบเข้ามาซ้ำจนศรีไพรสะบักสบอม ศรีไพรชักมีดที่ซ่อนไว้ออกมาป้องกันตัว
มเหศักดิ์บิดข้อมือ มีดในมือศรีไพรตกลง ศรีไพรถูกตบฉาดเซล้มลงไป
“เสียดายจริงๆ ที่ต้องฆ่าเธอ ศรีไพร”
มเหศักดิ์ชักปืนออกมาจะยิง แต่แล้วมีมีดเล็กเล่มหนึ่งถูกปามาโดนมือของมเหศักดิ์ทำให้ปืนหล่นลงไป มเหศักดิ์บาดเจ็บ ศรีไพรหันไปมองคนที่ปามีดแล้วดีใจเพราะคือสมิงนั่นเอง
สมิงโผล่ออกมาจากมุมหนึ่งในภาพสะบักสบอม เสื้อผ้าขาดวิ่น
“ไอ้สมิง นี่เอ็งหนีมาจากนรกหรือไงวะ”
“คนอย่างสมิง นรกไม่ต้องการ”
สมิงย่างสามขุมเข้ามา ขณะที่มเหศักดิ์เลือดอาบ เริ่มถอยหนี ศรีไพรหันไปคว้าปืนออกมาแล้วเล็งไปจะยิง
“ฝากไว้ก่อน”
มเหศักดิ์รีบถอยหนีไป ศรีไพรยิงไล่หลัง จากนั้นก็หันไปหาสมิง ศรีไพรน้ำตาคลอโผเข้ากอดสมิงด้วยความดีใจ
“สมิงยังไม่ตาย”
“สมิงไม่เคยผิดสัญญา”
“ศรีไพรดีใจเหลือเกิน”
ศรีไพรเข้ากอดซบไออุ่นจากสมิง
“รีบพาเสือเฮี้ยนออกไปจากที่นี่เร็ว”
ศรีไพรได้สติปล่อยสมิงออกมา สมิงเข้าแบกร่างเสือเฮี้ยนแล้วจากนั้นก็พากันเข้าป่าไป

ศรีนวลและเลอสรร กำลังเดินมาตามทาง โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกแอบมอง ที่มุมหนึ่งเห็นบันลือ ดำ แดงและหน่วยไล่ล่ากำลังซุ่มแอบมอง
“ส่องมันซะ เก็บมันสองคนเงียบๆ ไม่ต้องปะทะ”
นักแม่นปืน 2 คนเริ่มประทับปืนบนบ่า แล้วเล็งไปยังร่างของศรีนวลและเลอสรร ศรีนวลและเลอสรรกำลังเดินคุยกัน
“ศรีนวลกำลังแกล้งเดินวน นี่จะหลอกให้ผมงงทางใช่มั้ย”
“คุณจำทางได้ด้วยเหรอ”
“นี่ไง เครื่องหมายที่พวกผมทำไว้ เมื่อกี้เราก็ผ่านมาทางนี้แล้วครั้งนึง”
“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นเราจะกลับลานเทกันจริงๆ ซะที”
ศรีนวลแกล้งเดินเลี้ยวไปทางหนึ่ง แต่เลอสรรกระชากมือให้กลับมา
“ผมคิดว่าลานเทน่าจะไปทางนี้”
จังหวะนั้นเองที่มือปืนลั่นกระสุนออกมาซึ่งเป็นจังหวะที่เลอสรรกระชากมือศรีนวลอย่างแรง ทำให้เลอสรรและศรีนวลเซล้มลงทับกัน กระสุนพลาดไปชั่วเสี้ยววินาที เลอสรรหันไปมองที่มาของกระสุนปืน
“หนีเร็ว”

เลอสรรรีบลุกขึ้นดึงศรีนวลให้หนี บันลือและพวกช่วยกันกราดยิงไล่หลัง

เลอสรรและศรีนวลพากันวิ่งหนีมาในป่า โดยมีบันลือและพวกวิ่งตามยิงไล่หลังไป ขณะนั้นพวกตำรวจหน่วยที่สนับสนุนเพิ่งแกะรอยมาถึง ตำรวจช่วยกันยิงสกัด ทำให้บันลือและพวกเลยต้องยิงปะทะกับพวกตำรวจ เลอสรรพาศรีนวลมาหลบที่มุมหนึ่ง
“เราปลอดภัยแล้ว ลูกน้องผมมาถึงกันแล้ว”
“เอาตำรวจมามากขนาดนี้ คิดจะกวาดล้างคนที่ผาช่องลมใช่มั้ย”
“ถ้ามีโอกาส”
ศรีนวลรู้สึกไม่พอใจที่เลอสรรเอาตำรวจมาจับคนที่ผาช่องลม ตำรวจจำนวนหนึ่ง เข้ามาหาเลอสรร
“ท่านรอง ปลอดภัยดีนะครับ”
“ผมปลอดภัยดี พวกเรามากันครบไหม”
“ยังมีอีกส่วนหนึ่งกำลังตามมาทีหลังครับ”
ศรีนวลอาศัยจังหวะที่เลอสรรกำลังคุยอยู่กับตำรวจ ค่อยๆ ถอยหนีออกมาเพื่อหาจังหวะหนี แต่ยังไม่สบโอกาส

บันลือยกกล้องส่องทางไกลสำรวจดูกองกำลังของตำรวจที่สกัดอยู่ข้างหน้า
“รีบถอยเร็ว ตำรวจแห่กันมาแล้ว”
บันลือ ดำ แดงรีบถอยหนี แล้วสักครู่พวกลูกน้องก็ตามไป พวกตำรวจพากันบุกไล่เข้ามา เลอสรรและพวกตามมาสมทบ ศรีนวลรั้งท้ายอยู่ด้านหลัง
“มันหายไปไหนแล้ว”
“น่าจะไปด้านโน้นครับท่าน”
ทุกคนพากันตามไป ศรีนวลได้โอกาสรีบหนีหายเข้าป่า เลอสรรหันมามองหาศรีนวล เมื่อไม่เห็นก็รู้ว่าศรีนวลหนีไปแล้ว
“ศรีนวล”
เลอสรรรีบหันกลับไปตามศรีนวล

เลอสรรเดินตามหาศรีนวลอยู่ที่มุมหนึ่ง โดยที่ศรีนวลแอบซุ่มหลบอยู่ที่หลังต้นไม้แต่เลอสรรมองไม่เห็น
“ศรีนวล อยู่ไหน” ศรีนวลแอบมองเลอสรร แล้วรีบหลบไปอีกด้านหนึ่ง เลอสรรได้ยินเสียงหันมาแล้วรีบวิ่งตาม
“ศรีนวล คุณอย่าทิ้งผมไป”
ศรีนวลวิ่งหนีไปด้านหนึ่ง ขณะที่เลอสรรรีบวิ่งตามไป
ศรีนวลวิ่งหนีมาตามทางขณะที่เลอสรรกำลังวิ่งไล่มาห่างออกไป ศรีนวลหนีหลบที่พุ่มไม้แห่งหนึ่งและแล้วจู่ๆ ก็มีมือลึกลับโผล่มาจากด้านหลัง ปิดปากศรีนวลไว้แล้วกระชากให้ศรีนวลหายไปหลังพุ่มไม้ เลอสรรเดินผ่านมาแถวพุ่มไม้ แต่ไม่เห็นใคร
“ศรีนวล ศรีนวล”

เลอสรรเดินมองหาแต่ไม่เจอ จึงเดินออกไป

หลังพุ่มไม้ ศรีนวลถูกมือลึกลับปิดปากเอาไว้และเมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นมือของสมิงนั่นเอง
“สมิง”
“ศรีนวลปลอดภัยแล้ว”
ศรีไพรมองสมิงเห็นสภาพสมิงสะบักสบอมก็สงสาร
“ท่าทางสมิงคงจะเจ็บมาก”
“สมิงทนได้ ปล่อยไอ้เลอสรรมันไปก่อนนะ ตอนนี้เสือเฮี้ยนกับศรีไพรรออยู่ทางโน้น รีบไปกันเถอะ” สมิงรีบพาศรีนวลหนีไปอีกทาง

ศรีไพรและเสือเฮี้ยนแอบซุ่มอยู่ที่มุมหนึ่ง สักครู่ก็เห็นสมิงนำศรีนวลเข้ามา ศรีไพรรีบจุ๊ปากเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบไว้ก่อน
“มีตำรวจอยู่แถวนี้เต็มไปหมด”
“แต่ยังไงเราก็ต้องหนี ก่อนที่พวกมันจะมาพบตัว”
“ตามศรีนวลมา เดี๋ยวศรีนวลนำทางเอง”
สมิงแบกร่างเสือเฮี้ยนขึ้นบ่า จากนั้นก็ตามศรีนวลและศรีไพรไป

เลอสรรเดินตามหาศรีนวลแต่ไม่เจอ เลอสรรเดินมาทางหนึ่งก็พบกับพวกตำรวจที่กำลังเดินตามหาเลอสรรอยู่
“พวกมันหนีไปได้ครับผู้การ พวกเราตามไปไม่ทัน”
“ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องรีบจัดการพวกมัน”
“แล้วคุณผู้หญิงคนนั้นละครับ”
“หนีไปแล้ว พวกเราไม่ชำนาญพื้นที่ ยังไงก็สู้พวกเค้าไม่ได้ รีบแกะรอยหาผู้กองระพีกับจ่าสมหมายกันดีกว่า”
“ครับผม”
เลอสรรและตำรวจทุกคนพากันแกะรอย หาเครื่องหมายตามต้นไม้ที่ระพีและจ่าสมหมายทำเอาไว้ แล้วตามไป

ขณะนั้นระพี จ่าสมหมาย กำลังเดินสำรวจเส้นทางอยู่ ระพีหยิบสมุดโน้ตเล็กๆ ออกมาทำแผนที่เส้นทางต่างๆ เอาไว้ สักครู่จ่าสมหมายก็ได้ยินเสียงบางอย่างจึงหันมาหาระพี
“เสียงคนเดินครับผู้กอง”

“รีบหลบเร็ว”

ระพีและจ่าสมหมายรีบหลบเข้าไปที่มุมหนึ่ง แล้วสักครู่ก็เห็นเลอสรรและตำรวจคนอื่นๆ พากันเดินเข้ามา
“ทางนี้แน่นอนครับ นี่ไงครับเครื่องแหมาย”
ตำรวจชี้ไปที่เครื่องหมายซึ่งอยู่ที่ต้นไม้ซึ่งเป็นรอยที่จ่าสมหมายและระพีทำเอาไว้ เลอสรรเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง
“นั่นใคร ออกมา”
ระพีและจ่าสมหมายออกมาจากพุ่มไม้
“ผมเองครับ”
“ผู้กองนี่เอง”
“พวกชาวบ้านหายไปไหนไม่รู้ครับผู้การ วิ่งตามกันมาติดๆ จู่ๆ ก็หายไปเลย ไม่รู้หายไปไหน”
“บางทีผาช่องลม อาจจะอยู่แถวนี้”
เลอสรรมองสำรวจไปรอบๆ
“แล้วไหนล่ะครับ ไอ้สมิงกับพวกของมัน”
“พวกมันน่าจะมีทางเข้าออกที่เราไม่รู้ ผมอยากให้พวกเราช่วยกันสำรวจทุกซอกมุมให้ละเอียด หาทางเข้าออกของพวกมันให้ได้”
ทุกคนพากันแยกย้ายช่วยกันสำรวจตามมุมต่างๆ

บริเวณหน้าถ้ำผาช่องลม ศรีไพรกำลังพยาบาลเสือเฮี้ยน ขณะที่ศรีนวลกำลังทำแผลให้สมิง ลูกน้องคนอื่นๆ ดูแลเวรยาม สักครู่เหิม ขวดก็พากันเข้ามา
“พวกตำรวจกำลังสำรวจหาทางเข้ามา”
“หวุดหวิดจะเจอทางเข้าหลายครั้งแล้ว โชคดีที่พวกมันไม่สังเกต”
“บอกพวกเราอย่าเพิ่งส่งเสียง กระจายกำลังกันรักษาทางเข้าออก อย่าให้พวกมันบุกเข้ามาได้”
“ได้สมิง”
เหิม ขวด แยกย้ายกันไป โย่งหอบยาสมุนไพรเข้ามาหาศรีไพร
“สมุนไพรจ้ะ”
“เอาไปต้มให้ทีนะพี่โย่ง”
“ได้จ้ะ”
โย่งหอบเอายาสมุนไพรออกไป

โย่งกำลังติดเตาต้มยาสมุนไพรอยู่ที่มุมหนึ่งห่างออกไป มีควันลอยขึ้นไปบนฟ้า น้อยเดินเข้ามาเปิดหม้อดู
“เติมน้ำอีกหน่อยดีกว่า”
“จ้ะ”

น้อยช่วยโย่งเติมน้ำลงไป จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันสุมไฟแล้วพัดให้ควันลอยคุ้ง

เลือดเจ้าพระยา ตอนที่ 12 (ต่อ)

เลอสรร ระพีและจ่าสมหมายกำลังเดินสำรวจพื้นที่กันอยู่ สักครู่เลอสรรก็ได้กลิ่นบางอย่าง
“ผมได้กลิ่นเหมือนมีใครต้มยาสมุนไพร”
“จริงด้วยครับ กลิ่นสมุนไพรแน่นอน”
ระพีเดินสูดกลิ่นหาทิศทางที่มา
“กลิ่นน่าจะมาจากทางนี้ครับ”
ระพีเดินนำทุกคนมาที่มุมหนึ่ง ขณะนั้นเหิม ขวดและพวก ถือปืนซ่อนตัวพร้อมยิงอยู่หลังพุ่มไม้ แต่ระพี เลอสรร จ่าสมหมายมองไม่เห็น
“ผมสังหรณ์ว่าแถวนี้น่าจะมีอะไรบางอย่างนะครับผู้การ”
“บางทีทางเข้าผาช่องลมอาจอยู่แถวนี้นะครับ เอ๊ะ...กลิ่นหายไปแล้ว”
จ่าสมหมายเดินบุกเข้าไป ขณะที่ขวด เหิมและพวกขยับปืนเล็ง พร้อมยิง
“เอ ทำไมไม่มีร่องรอยทางเดินเข้าออกเลย”
“จ่า ถ้ามันเป็นทางตันก็อย่าดันทุรัง แถวนั้นมีงูหรือเปล่าก็ไม่รู้”
จ่าสมหมายสะดุ้งเฮือกรีบถอยออกมา จากนั้นทุกคนก็เดินออกไปทางอื่น ขวด เหิมและพวกลดปืนลง แต่ยังคงซุ่มเงียบ

เลอสรร ระพีและจ่าสมหมายพากันเดินสำรวจมาที่มุมหนึ่ง แล้วพบกับตำรวจที่เหลือ ซึ่งต่างก็เดินสำรวจเส้นทางเช่นกัน
“หาไม่เจอเลยครับ ป่าแถวนี้มันซับซ้อนจริงๆ”
“นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วครับผู้การ ผมว่าเราน่าจะรีบออกจากที่นี่ก่อนดีกว่า”
“จริงครับ เราอยู่ต่างถิ่นแบบนี้ ฟ้ามืดเมื่อไหร่ เราเสร็จแน่”
“ก็ได้ เราจะกลับไปวางแผนกันใหม่ที่กรุงเทพฯ แต่ยังไงผมขอให้พวกคุณเก็บรายละเอียดของพื้นที่เอาไว้ให้มากที่สุด”
“ผมบันทึกเส้นทางต่างๆ เอาไว้เป็นแผนที่แล้วครับ ถ้ากลับกรุงเทพฯ ผมจะขยายแผนที่ออกมาให้ดูครับ”
“ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปเก็บเอาไว้แล้วเหมือนกันครับ”
“ดีมาก ถ้างั้นก็กลับกันได้ ไป”

เลอสรร เดินนำทุกคนออกไป ขวด เหิมและพวก ซึ่งแอบมองอยู่ในพุ่มไม้พากันออกมามองด้วยความไม่ไว้วางใจ

เสือเฮี้ยนและสมิง ได้รับการปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ศรีนวล ศรีไพรกำลังช่วยกันเก็บเครื่องพยาบาล สมิงมองศรีนวลแล้วรู้สึกถึงความกังวลบางอย่างในสีหน้า สมิงเอ่ยถาม
“ศรีนวลกำลังกังวลเรื่องอะไร”
“ศรีนวลเป็นห่วงพ่อจ้ะสมิง”
“เป็นห่วงเรื่องอะไรจ้ะ หรือว่ากลัวว่าพวกตำรวจมันจะไปรังควาน”
“จ้ะ พ่อเป็นกำนัน ยังไงตำรวจคงต้องไปสอบปากคำแน่ ยิ่งพวกมันเห็นศรีนวลกับพวกชาวบ้านในป่าแบบนี้ มันต้องสงสัยแน่ว่าพวกเรามาทำอะไรกัน”
“งั้นศรีนวลกับพวกชาวบ้านก็รีบกลับไปลานเท แล้วก็ตีหน้าซื่อไม่รู้ไม่ชี้ พวกมันจะได้เอาผิดอะไรไม่ได้”
“จริง ศรีนวล พี่น้อย แล้วก็พวกชาวบ้านต้องรีบกลับลานเท ต้องไปถึงก่อนพวกมัน”
“ถ้ากลับไปทางป่า ยังไงพวกตำรวจก็ต้องเห็นแน่”
“ก็ไปทางน้ำไงศรีนวล สมิงจะนำทางไปเอง” สมิงยิ้มให้ศรีนวล

สมิง ศรีนวล น้อยและพวกชาวบ้านพากันเดินมายังริมน้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านผาช่องลม ทุกคนทยอยกันลงแพไม้โดยมีเหิม ขวด และลูกน้องสมิงคอยช่วยเหลือ
“ด้านหลังผาช่องลมจะติดแม่น้ำ ถ้าเราล่องตามน้ำไป ยังไงก็ต้องถึงลานเทก่อนพวกมันแน่นอน”
“จริงซิ ศรีนวลชินแต่เดินป่า ลืมคิดเรื่องทางน้ำเลย”
“เอ้า ถ้าขึ้นเรือกันพร้อมแล้วก็ออกเดินทางได้เลย”
“ออกเรือ”
เหิมและพวกช่วยกันคัดท้ายเรือออกไป สมิง ศรีนวล น้อยและพวกชาวบ้านนั่งอยู่บนแพ ล่องไปตามลำน้ำ

เรือโดยสารแล่นมาจอดที่ท่าเรือ ดาวกับบุญเหลือขึ้นมาบนท่า
“ได้กลับบ้านมันดีอย่างงี้นี่เอง”
“จ้ะ พี่บุญเหลือ ที่ไหนๆ ก็ไม่เหมือนบ้านเรา”
“ป่านนี้แม่ศรีนวลคงนับวันนับคืนรอให้ดาวกลับบ้านแล้ว”
“แม่คงโกรธดาวมาก”
“เหอะน่ะ ถึงจะโกรธ แต่แม่ก็รักดาว ไม่งั้นคงไม่ให้พี่ไปตาม”
“รีบไปหาแม่กันเหอะ”
ชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นผ่านมา
“เอ้า...จะรีบไปไหนจ้ะ”
“พวกตำรวจจ้ะ ยกโขยงกันมาทำไมไม่รู้”
“ไหนล่ะ อยู่ไหน”
“ในป่าจ้ะ กำลังมุ่งหน้ามาลานเท ชั้นไปบอกพวกเราในหมู่บ้านก่อนนะ”
ชาวบ้านวิ่งเข้าหมู่บ้านไป ดาวรู้สึกกังวล
“ตำรวจมาทำไมกัน”
“หรือว่าคุณสร้อยเพชร บอกให้มาจับเราสองคน”
“แย่แล้ว งั้นรีบหลบกันเหอะ”

ดาวและบุญเหลือรีบวิ่งหลบหาที่ซ่อนตัว

อ่านต่อเวลา 17.00น.

เลอสรร ระพี จ่าสมหมายและพวกตำรวจพากันเดินมาบ้านกำนันธง  พวกชาวบ้านพากันเดินตามมามุงดูด้วยความแปลกใจ จ่าสมหมายตะโกนเรียกกำนันธง
“ลุงกำนัน ลุงกำนัน”
กำนันธงและผู้ใหญ่ต้อง พากันเดินออกมาจากมุมหนึ่ง  
“ข้าอยู่นี่”
“สวัสดีครับ  กำนันธง”
เลอสรร ระพี และคนอื่นๆ พากันยกมือไหว้สวัสดีกำนันธง
“คุณเลอสรร กับพวกตำรวจมากันมากมายขนาดนี้  จะมาจับใครกันครับ”
“เราเพิ่งกลับจากผาช่องลม  เลยแวะเข้ามาสอบถามบางอย่าง”
“สอบถามใคร”
“ใครก็ได้  ช่วยตอบผมทีว่าศรีนวลกับพวกชาวบ้านตอนนี้อยู่ที่ไหน”
กำนันธง ผู้ใหญ่ต้อง และพวกชาวบ้านนิ่งอึ้ง  ไม่ตอบ”
“ถ้าอยู่ที่ผาช่องลมก็สารภาพมาซะดีๆ   โทษหนักจะได้เป็นเบา” จ่าสมหมายบอก
“ศรีนวล กับพวกชาวบ้านไม่ใช่โจร”
“แต่พฤติกรรมมันน่าสงสัย   ถ้าไม่ใช่โจรก็บอกมาหน่อยซิว่าแม่ศรีนวลกับพวกชาวบ้าน  เข้าไปทำอะไรกันในป่า”
“คนบ้านป่า  เข้าป่าไปก็ต้องไปหาของป่าซิครับ”
“หาของป่า แล้วทำไมยังไม่กลับ แบบนี้มันผิดปกติหรือเปล่า กำนันบอกมาซะดีๆ ว่าแม่ศรีนวลอยู่ที่ไหน”
ศรีนวลกับน้อย เดินออกมาจากมุมหลังบ้าน ในมือตะกร้าซักผ้าเดินออกมา
“ชั้นอยู่นี่  จะถามอะไรก็ว่ามา จะรีบไปซักผ้า”
ศรีนวลมีสีหน้าขึงขังเอาจริง  ทำให้จ่าสมหมายจ๋อยๆ  เลอสรรยิ้มดีใจที่ได้เจอกับศรีนวลอีกครั้ง  
 
พวกตำรวจทยอยกันขึ้นเรือที่จอดรออยู่ที่ท่าเรือ ใกล้ๆ กันที่ริมน้ำ ศรีนวลกำลังนั่งซักผ้าอยู่ที่มุมหนึ่ง โดยมีเลอสรรนั่งอยู่ด้วย น้อยนั่งซักผ้าห่างออกไปโดยมีระพีนั่งสอบปากคำอยู่
“ทำไมศรีนวลกลับมาถึงเร็วมาก บอกได้มั๊ยว่ามาทางไหน”
“ก็เดินมาปกติ”
“แสดงว่าเดินกันเร็วมาก”
“คนบ้านป่าก็ต้องชำนาญการเดินป่า พวกคุณคนเมือง ยังไงก็เดินสู้พวกเราไม่ได้อยู่แล้ว”
“เอาละ เอาเป็นว่าผมจะไม่สอบถามอะไรต่อ แต่อยากจะเตือนอะไรซักอย่าง”
“เตือน”
“ครับ ผมอยากจะบอกศรีนวลกับทุกคนที่ลานเทเอาไว้ อย่าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับสมิง และคนที่ผาช่องลมอีก ไม่อย่างงั้นอาจโดนร่างแห”
“ขอบคุณค่ะ หมดธุระแล้วใช่มั๊ยคะ  ศรีนวลจะซักผ้า”
จ่าสมหมายเดินเข้ามา 
“เรือพร้อมแล้วครับ”
“ผู้กอง”
“ผมสอบปากคำเสร็จแล้วครับ” ระพีเดินเข้ามาสมทบกับเลอสรร   
“ผมไปนะศรีนวล”
“ค่ะ”
ทุกคนร่ำลากันแล้วจากนั้นเลอสรรก็พาทุกคนไปยังท่าเรือ ขึ้นเรือออกไป ศรีนวลนั่งมองตาม อดเศร้าใจไม่หายเมื่อเห็นเลอสรรขึ้นเรือจากไปอีกครั้ง
สมิงโผล่มาจากมุมหนึ่ง  เดินเข้ามายืนเคียงข้างศรีนวล

ศรีนวลและสมิง เดินกลับขึ้นมาบนบ้าน ขณะนั้นดาวกับบุญเหลือนั่งรออยู่กับกำนันธงและผู้ใหญ่ต้อง ศรีนวลดีใจที่เห็นหน้าดาวโดยไม่คาดฝัน
“ดาว”
“แม่”
ศรีนวลและดาวโผเข้ากอดกัน  ดาวน้ำตาไหลพรากด้วยความรู้สึกผิด 
“ร้องไห้ทำไมลูก”
“ดาวขอโทษจ้ะแม่ ที่ดาวหนีไป” ดาวก้มลงกราบขอโทษ 
“งั้นบอกแม่ซิว่าดาวน้อยใจอะไร  ถึงต้องหนีแม่ไปแบบนี้”
“ดาวเสียใจจ้ะแม่  ดาวได้ยินแม่คุยกับคุณเลอสรรว่าดาวไม่ใช่ลูก  ดาวไม่เคยรู้มาก่อนว่าดาวไม่ใช่ลูกแม่   ฮื่อๆ”
“ดาว เอ้ย ไม่ว่าเอ็งจะเป็นลูกใคร  แต่ตาก็รัก แม่เอ็งเค้าก็รัก  ไม่เคยคิดว่าเอ็งเป็นคนอื่น” กำนันธงบอก
“แต่ชั้นแปลกใจจังจ้ะตา ทำไมบุญเหลือใครๆ ก็รู้ว่าเป็นลูกกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก แต่กับดาว เพิ่งมารู้เอาตอนโต  ก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีใครรู้เลย คิดแต่ว่าเป็นลูกแม่ศรีนวลกับ...” 
ศรีนวลและกำนันธงมองหน้ากันไปมา ไม่รู้จะตอบยังไงดี  
“มีอะไรเหรอจ้ะ แม่ ตา”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะนะ  มันเป็นเรื่องสะเทือนใจ”
“แล้วไหนเล่ามาซิว่าพวกเอ็งสองคนมีเรื่องอะไรกันมาจากกรุงเทพฯ”
“พวกเราโดนใส่ร้ายจ้ะตา  คุณสร้อยเพชรเค้าหาว่าชั้นกับพี่บุญเหลือผลักคุณย่าตกบันได”
“ใช่จ้ะ แค่นั้นยังไม่พอนะจ้ะ ยังใส่ร้ายหาว่าชั้นกับดาวเป็นผัวเมียกันอีก” 
“อะไรนะ  นี่พวกมันทำกับเอ็งสองคนขนาดนี้เลยเหรอ” 
ดาวและบุญเหลือพยักหน้า  สมิงโกรธจัด
 
สมิงและศรีนวลยืนปรึกษากันเงียบๆ อยู่มุมหนึ่ง
“ตามที่ดาวกับบุญเหลือเล่ามา ตัวการสำคัญของเรื่องก็คือผู้หญิงที่ชื่อสร้อยเพชร สมิงจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้ เคยส่งมือปืนมายิงสมิงกับพวกเมื่อครั้งที่แล้ว และบางทีอาจจะเป็นคนเดียวกับที่ส่งมือปืนมายิงศรีนวลด้วย”
“คุณสร้อยเพชรคงจะแค้นที่พวกเราไปทำลายครอบครัวของเค้า”
“แล้วศรีนวลจะให้สมิงจัดการยังไง”
“อย่าทำอะไรนะสมิง  มันเป็นเรื่องเข้าใจกันผิด ศรีนวลไม่อยากทำร้ายใคร”
“แต่ถ้าศรีนวลกับลูกเผลอ  ผู้หญิงคนนี้ก็จะเป็นงูเห่าที่แว้งมากัดพวกเรา”
“ตอนนี้ดาวกับบุญเหลือก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านเค้าแล้ว  ถ้าเราต่างคนต่างอยู่ก็จะไม่มีเรื่องอะไรกันอีก”
“ก็ได้  ถ้าศรีนวลต้องการแบบนั้น”
“ขอบใจมาก ขอให้ทุกอย่างมันจบลงด้วยดี  ศรีนวลอยากอยู่อย่างสงบ ใช้ชีวิตเงียบๆ  เพียงเท่านี้ก็พอแล้วสำหรับศรีนวล”
“สมิงจะทำอย่างที่ศรีนวลต้องการ”  น้อยเดินเข้ามา
“สำรับตั้งเรียบร้อยแล้วจ้ะ”
“ไปกินข้าวกันเถอะ  สมิง”
สมิง และศรีนวลเดินตามน้อยไปกินข้าว เหิมและขวดแอบฟังอยู่ที่มุมหนึ่ง
“นังคุณนายนี่มันร้ายกาจจริงๆ”
“สมิงจบ แต่เหิมไม่จบง่ายๆ แน่  ขอโทษนะศรีนวล”
เหิมและขวดรู้สึกแค้นใจกับเรื่องของสร้อยเพชร

จบตอนที่ 12

อ่านต่อตอนที่ 13 พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
ปีกมาร ตอนที่ 11
ปีกมาร ตอนที่ 11
วันต่อมา ขณะละมัยเก็บเสื้อผ้าของภูฉายมาแช่เตรียมซัก มองเห็นรอยลิปสติกที่อกเสื้อ “อุ๊ยนี่อะไรน่ะ รอย..รอย...” สลักเดินเข้ามา มองอย่างสงสัย “อะไรนังมัย” “ไม่...ไม่รู้ค่ะ....รอย...รอย...” “รอยอะไร ไหน....ให้ฉันดูหน่อยซิ” สลักกระชากไปดูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ต๊าย...นี่...นี่มันรอยลิปสติกนี่..!” ภูฉายใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเหมือนเด็กๆ สลักกำลังเกรี้ยวกราดอย่างหนัก ละมัยยืนหลบมุมห้องด้วยสีหน้าขยาดๆ “ใคร ฉันถามว่าใคร...รอยลิปสติกของใคร ไม่ใช่นังศลัยลาแน่ เพราะนังศลัยน่ะมันไม่เคยทาปากสีแดงแจ๋เหมือนแม่ค้าปลายังงี้...แม่ถามว่าใคร..!”
กำลังโหลดความคิดเห็น...