xs
xsm
sm
md
lg

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 11 - 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 11

ครูมาลัย เดินจ้ำมา ตะโกนตามเด็กนักเรียนที่หนีซ้อม ผ่านพวกสนธยา ผีนางรำ ผีเด็กที่ยืนอยู่

“กลับมาเดี๋ยวนี้ พวกขี้เกียจ อย่าให้จับได้นะ จะเฆี่ยนให้หลังลายเลย กลับไปซ้อมรำเดี๋ยวนี้”
สนธยา เจนนี่ สนิท มองครูมาลัยหวั่นใจ สนธยาหันไปหาผีนางรำ ที่จ้องมาลัยอย่างเจ็บแค้นมาก
“ใจเย็นวันขวัญ เรายังไม่แน่ใจ ว่าใช่มาลัยหรือเปล่า อย่าพึ่งทำอะไรเขานะ”
ผีนางรำดุทันที
“ทำไม ฉันจะจำมันไม่ได้...นังมาลัย แกตาย”
สนธยาตกใจ
“อย่า”
ผีนางรำ พุ่งเข้าหามาลัยทางด้านหลัง มาลัยได้ยินเสียงสนธยา หันกลับมาทันที ผีนางรำถึงตัวจะบีบคอ แต่ที่คอมาลัย กลับมีแสงสว่างจ้า ผีนางรำกระเด็นออกมา
“อร๊าย”
ผีนางรำ ล้มลงที่พื้น หอบ ชี้ไปที่มาลัยแค้นๆ
“มัน...มันมีพระ” ผีนางรำสั่งสนธยา “เอาออกไปเดี๋ยวนี้”
มาลัยไม่รู้เรื่อง หันมาต่อว่า พวกสนธยา
“นี่มันโรงเรียนนะคุณ โวยวายอะไรอยู่ได้ เคารพสถานที่หน่อยสิ”
ผีเด็กชี้
“ตัวเองแหละ เสียงดังกว่าอีก”
สนิทแกล้งยิ้มกับมาลัย
“ขอโทษครับครู น้องผมเป็นพวกกักขฬะ ไม่ค่อยมีมารยาทน่ะครับ”
เจนนี่ตัดบท
“เรามาหาเพื่อนที่นี่...ไม่มีอะไรแล้ว ครูรีบไปตามนักเรียนเถอะค่ะ”
มาลัยหงุดหงิดออกไป ผีนางรำโกรธ
“จะช่วยมันหนีรึไง รีบตามไปเดี๋ยวนี้ ทำให้มันถอดพระให้ได้ ไม่งั้นพวกแกตาย”
สนธยาอึ้ง ลำบากใจ

หมอผีอีกาหลับตานั่งสมาธิอยู่ ลืมตาขึ้นทันทีแล้วยิ้มออกมา
“คราวนี้ ไอ้ผีเร่ร่อนมันคิดจะฆ่าคนจริงๆ...ดี ยิ่งมันแค้นมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งตามหามันง่ายเท่านั้น”
อีกาในห้อง ร้องเสียงดัง แล้วบินออกไป

วันใหม่...ในล็อบบี้ โรงแรมของโทนี่ พิมพ์ดาว เดินคุยกับผู้จัดการโรงแรมที่มาสอนงานให้
“โรงแรมของเรา เป็นโรงแรมระดับสามดาว งานที่คุณต้องรับผิดชอบ ก็เป็นงานประชาสัมพันธ์ทั่วไป แต่ที่สำคัญ คุณต้องติดตามท่านผู้บริหาร เพื่อไปพบกับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ...”
พิมพ์ดาวแทรกขึ้น
“ขอโทษนะคะ แต่นั่นเป็นหน้าที่ของเลขาส่วนตัวไม่ใช่เหรอคะ”
ผู้จัดการมองหน้า
“แล้วคุณคิดว่าคุณทำได้รึเปล่าล่ะ”
“ได้ค่ะ”
“โอเค งั้นไปที่ฝ่ายบุคคล เอาสัญญามาเซ็นซะ เดี๋ยวผมตามไป”
“ขอโทษนะคะผู้จัดการ แล้วคุณธงชัย ผู้บริหารโรงแรม...”
ผู้จัดการรีบแทรก
“โรงแรมนี้ คุณธงชัย มอบให้ลูกชายบริหารงานแทนแล้ว เดี๋ยวคุณก็ได้พบท่านเองแหละ รีบไปเซ็นสัญญาให้เรียบร้อยซะ”
“ค่ะ”
พิมพ์ดาวออกไป ผู้จัดการโรงแรมหยิบโทรศัพท์มาโทร
“เรียบร้อยแล้วครับ”
โทนี่อยู่ในห้องผู้บริหาร นั่งหันหลังคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการ
“ดีมาก รอให้เซ็นสัญญาเรียบร้อย แล้วผมจะเรียกเธอมาพบเอง” โทนี่วางสายหันมายิ้มร้าย “บอกแล้ว เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก น้องดาว”

ผีงิ้วนั่งบนแคร่ ชมพู่ คุกเข่านวดขาผีงิ้วอยู่ หรั่งคุกเข่าใกล้ๆป้อนมะม่วงให้ อาสานวดแขน
“คุณผีครับ ให้เราเป็นทาสรับใช้ใกล้ชิดขนาดนี้ คุณผีพอจะหายโกรธรึยังครับ” ชมพู่ถามอย่างกลัวๆ
“ยัง...แค่นี้ยังไม่สาสม ลื้อต้องทำให้ดีที่สวด ยิ่งกว่านี้”
“โอเค งั้นเดี๋ยวผมนวดเท้า แล้วไปนวดหน้า...แล้วมานวดเท้า แล้วไปนวดหน้า เท้าหน้าๆๆ” ชมพู่นวดเท้าสลับกับหน้าไปมา
ผีงิ้วรำคราญ
“พอแล้ว...มึงจะนวดอะไรนักหนา เวียนหัว”
อาสาคิดได้
“ห๊ะ...เวียนหัวจะเป็นลม งั้นเดี๋ยวผมไปหายาดมมาให้...รอดแล้วกู”
อาสาที่นวดแขนผีงิ้วอยู่ รีบวิ่งไป ชมพู่กับหรั่งเห็นตกใจชี้ๆ
“ข...แขน แข๊น”
อาสายังไม่รู้
“อะไรของมึง แขนกูก็อยู่นี่ไง...แว๊ก”
อาสาชูแขนขึ้นมา มีแขนผีงิ้วติดมาด้วย ผีงิ้วแสยะยิ้ม
“แหม เนียนจะหนีล่ะสิมึง เอาแขนกู มาคืนเดี๋ยวนี้”
อาสาเอาแขนมาคืน ผีงิ้วเอาแขนต่อกลับที่เดิม อาสาหน้าเสียหวาดกลัว
“ป...เปล่านะ เขาไม่ได้หนี แค่เป็นห่วง”
“ห่วงก็อยู่เฝ้ากูที่นี่ ห้ามไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นกูจะหลอกให้มึง ขรี้แตก”
อยู่ๆหรั่งก็ตะโกนออกมา
“ไม่ไหวแล้วโว้ย”
ชมพู่กับอาสารีบไปห้าม
“ใจเย็นไอ้หรั่ง เดี๋ยวผีหลอก อย่ามีเรื่อง”
“ไม่ได้มีเรื่อง” หรั่ง สะอื้น “ผมกลัวผี อยู่ใกล้กันขนาดนี้พี่อั้นได้ไงวะ ไม่กลัวรึไง”
ชมพู่พยักหน้า
“กลัว แต่กูไม่รู้จะทำไง เกร็งจนหดไป หมดแล้วเนี่ย”
ทันใดนั้นเสียงท่านเชดังขึ้น
“ไอ้ผีงิ้ว ไอ้ผีกระจอก โลโซ รากหญ้า แน่จริงออกมาสิวะ”
ผีงิ้วโกรธลุกพรวดท่าทางดุ
“ใครกล้ามาด่ากูอีกวะ”

ผีงิ้ว ชมพู่ อาสา หรั่ง เข้ามาที่หน้าเรือนหอ ชายใส่เสื้อทหาร แต่งตัวเหมือนเช กูวาร่ายืนหันหลังอยู่
“มึงเป็นใคร มาเปรี้ยวกะกู อยากตายรึไง” ผีงิ้วตวาด
ท่านเช หันมา หน้าเหมือนหมอเขมรป๋องเปี๊ยบ
“กูคือ หมอผีสายแข็ง นักรบเดนตาย ท่านเช กูมาล่า”
สามเกลอสงสัย
“เช กูมาล่า”
ท่านเช ยิ้มร้าย ท้าทายผีงิ้ว

พวกสนแอบเข้ามาในโรงละคร ฝั่งที่นั่งคนดูแถวหลังๆ ได้ยินเสียงเพลงไทยเดิมดัง สนิทบ่นกับเจนนี่
“ตามมาตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า น้าว่าเข้าไปถามเลยเหอะ”
สนิทจะไป เจนนี่ดึงไว้
“จะบ้าเหรอน้าหนิด ใครจะยอมรับว่าเคยฆ่าคนตายเล่า”
ผีนางรำโผล่มาทันที
“แต่มันฆ่าฉัน รีบเอาพระออกจากมันเดี๋ยวนี้”
สนธยาพยายามบอก
“ใจเย็นวันขวัญ เราพยายามช่วยเธออยู่”
ผีนางรำตะโกน
“แกต้องทำมากกว่านี้ ไม่ได้ยินรึไง ว่ามันกำลังสมน้ำหน้าฉัน...เพลงที่มันรำอยู่ คือเพลงที่ฉันต้องรำก่อนตาย...แกต้องช่วยฉันฆ่ามัน...ไม่งั้นพวกแกแหละ ที่ต้องตาย”
ผีนางรำหายตัวไป สนธยาแปลกใจ
“เพลงเดียวกัน...ทำไมต้องใช้เพลงเดียวกัน”
เจนนี่ชี้ไป
“สน...ดูนั่น”
ครูมาลัยใส่เล็บเหล็ก ซ้อมรำ แบบเดียวกับที่วันขวัญเคยรำ แต่รำไปสะอื้นร้องไห้ไปแสนเศร้า พวกสนธยามองครูมาลัยที่รำอยู่บนเวทีอย่างสงสาร สนิทแอบปาดน้ำตา
“ถ้าเขาตั้งใจฆ่าวันขวัญจริงๆ ทำไมต้องเศร้าขนาดนั้นด้วย...” สนธยาพึมพำอย่างสงสัย

พิมพ์ดาวนั่งที่โต๊ะในล็อบบี้ กำลังจะเซ็นสัญญาทำงาน ผู้จัดการนั่งอยู่ด้วย อธิบายสัญญาคร่าวๆ
“สัญญาของเราเป็นแบบปีต่อปี ถ้าเธอเซ็นเรียบร้อย เธอต้องทำงานตามที่โรงแรมมอบหมายอย่างน้อย 1 ปี...อ้ะ เซ็นตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้”
“แต่ดาวเพิ่งมาทำงานวันแรก...”
ผู้จัดการแทรกขึ้น
“ถ้าเธอไม่พร้อม ก็ยังมีคนรอตำแหน่งนี้อีกเยอะนะ”
“ดาวพร้อมค่ะ”
พิมพ์ดาวจรดปากกากำลังจะเซ็นสัญญา สมชาติเข้ามา
“สวัสดีคร๊าบผู้จัดการ ขอบคุณผู้จัดการมากเลยนะครับ ที่เลือกเครื่องกรองอากาศ แซมเวย์ ไว้ใช้กับโรงแรม ถือเป็นพระคุณม๊าก”
“อ้าวคุณสมชาติ ยินดีครับคนกันเอง”
พิมพ์ดาวจะเซ็นสัญญา แต่ชะงักไว้
“แซมเวย์” พิมพ์ดาวหันไปถามสมชาติ “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบพี่รู้จักสนธยารึเปล่าคะ”
“ที่หล่อๆใช่มั้ย รู้สิ... รุ่นน้องคนสนิท พี่ปั้นมากับมือ แล้วคุณน้องคือ...”
“พิมพ์ดาว แฟนสนธยาค่ะ”

สมชาติดีใจ

สมชาติดีใจ
 
“น้องดาว...กลับจากสมุยแล้วเหรอครับเนี่ย นี่ถ้าเจอไอ้สนบอกมันเข้าออฟฟิตบ้างนะ เรื่องเรือนหอ ไม่ต้องเร่งนักก็ได้”
“แต่สนบอกดาวว่ากำลังทำงานสำคัญ ดาวโทรไปก็ไม่ค่อยรับ ตกลงนี่สนไม่ได้ไปทำงานเลยเหรอคะ”
สมชาติบ่น
“งานเข้าแล้วไง...” สมชาติรีบแก้ตัว “ไอ้สนมันคงยุ่งหาดาวไลน์อยู่มั้ง น้องดาวอย่าคิดมาก...เอ่อ ผู้จัดการ พอดีผมจะรบกวนคุณโทนี่ ให้เซ็นสัญญา...ผู้จัดการรีบพาไปหาคุณโทนี่หน่อยได้มั้ยครับ”
“ได้สิครับ...เซ็นเอกสารแล้วเอาไปให้ฝ่ายบุคคลด้วยนะพิมพ์ดาว เชิญครับคุณสมชาติ”
ผู้จัดการพาสมชาติออกไป พิมพ์ดาวเอะใจ
“โทนี่”

ครูมาลัยซ้อมรำเสร็จ จะออกจากโรงละคร พวกสนธยาดักรออยู่ มาขวางไว้
“ขอโทษนะครับครู ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
ครูมาลัยกวาดตามอง
“นี่พวกเธอเป็นใคร ต้องการอะไรแน่”
สนธยาตัดสินใจถาม
“ครูจำเพื่อนที่ชื่อวันขวัญได้รึเปล่าครับ”
ครูมาลัยตกใจ
“วันขวัญ”
ผีนางรำปรากฏตัวเข้ามายืนข้างครู ตะโกนใส่
“ก็คนที่แกเคยฆ่าไง นังมาลัย”
ผีนางรำจะบีบคอทันที พระที่คอครูมาลัย มีแสงสว่างจ้า
“อร๊าย”
ผีนางรำกระเด็นไปที่พื้น เงยหน้า ขึ้นมา แค้นสุดขีด
“เอาพระที่คอมันออกไปเดี๋ยวนี้ กูจะฆ่ามัน กูจะฆ่ามัน”

ท่านเช ท้าทายผีงิ้ว โชว์พวก ชมพู่ อาสา หรั่ง
“ไง งงอ่ะดิ อยู่ๆมีท่านเช นักรบเดนตายมาช่วยปราบผี ดีใจจนอึ้งใช่มั้ยล่ะ”
อาสาสงสัย
“เดี๋ยวนะ มึงนี่หน้าคุ้นๆ เหมือนไอ้หมอเขมร ที่เพิ่งหนีผีกับกู เมื่อวาน ใช่ป่ะเนี่ย”
“ใช่ ที่ไหน กูเพิ่งมา มึงจำผิดคนแล้ว”
“เฮ้ย ไม่ใช่หรอก ไอ้หมอเขมรมันปากหมา แต่ดูปากไอ้นี่ดิ” ชมพู่ไปจับปากท่านเชสะบัดๆ “ปากหมูชัดๆ”
“เฮ้ย แต่ไม่แน่นะพี่ ดูดิ ถ้าไม่นับปากหมู มันก็มีจมูกสิงโต” หรั่งจับจมูกท่านเช “คิ้วนกเอี้ยง” หรั่งดึงคิ้ว “หูกระต่าย” ดึงหู “สรุปแล้วหน้าสารพัดสัตว์เหมือนไอ้หมอเขมรสุดๆ”
“เฮ้ยๆ มึงจะเล่นหน้ากูอีกนานมั้ย กูบอกกูคือท่านเช ก็ท่านเชสิวะ” ท่านเชโวยวาย
ผีงิ้วยกมือห้าม
“พอแระ มึงจะเป็นใครก็เรื่องของมึง แต่ถ้ามึงไม่อยากถูกหักคอ รีบมาเป็นทาสรับใช้กูซะ แล้วกูจะอภัยให้”
ท่านเชยิ้มหยัน
“หนอย คิดว่า ท่านเช จะยอมรึไง...เดี๋ยว เจอไอ้นี่ แล้วมึงจะรู้สึก”
ท่านเช เอาระเบิดมือออกมา สามเกลอและผีงิ้วตกใจ
“ระเบิด”
ท่านเช ดึงสลักระเบิดแล้วปากับพื้น เกิดควันขโมงพวก สามเกลอกับผีงิ้วสำลักควัน ไอแค่กๆ
“ไป สหาย ตามท่านเช มาเดี๋ยวนี้ โกๆ”
ท่านเช ลากสามเกลอ เข้าเรือนหอไป ผีงิ้วสำลักควัน
“แค่กๆ มึงจะเป็นท่าน เชหรือจะเป็นใครก็แล้วแต่ มึงตาย”
ผีงิ้วแค้น วิ่งตามเข้าเรือนหอไป

สนธยาตกใจ ผีนางรำ อาฆาตจะฆ่ามาลัยทันที พยายามเจรจา
“ใจเย็นวันขวัญ ให้ฉันคุยกับครูมาลัยให้รู้เรื่องก่อนเถอะนะ”
มาลัยแปลกใจ
“วันขวัญ...นี่เธอพูดกับใคร”
สนิทรีบแทรก
“พูดไปครูก็ไม่เชื่อ ผมว่าครูอยู่เฉยๆ ก่อนเถอะครับ”
ผีนางรำลุกขึ้น ชี้หน้าสนธยา
“มึงไม่ต้องถ่วงเวลา คนที่ฆ่ากูอยู่ตรงหน้า มึงจะให้กูปล่อยมันไปหรือไง เอาพระมันออกเดี๋ยวนี้”
สนธยาตัดสินใจ
“ครูครับ ครูห้ามถอดสร้อยพระเด็ดขาด เชื่อผมนะครับครู”
มาลัยตกใจจับสร้อยพระที่คอ ผีนางรำโกรธ
“มึงช่วยมัน นี่มึงคิดจะลองดีกับกูใช่มั้ย”
ผีนางรำพุ่งไปหาเจนนี่ บีบคอทันที สนธยาตกใจ
“เจนนี่”
เจนนี่หายใจไม่ออก
“แค่กๆ”
“ให้นังมาลัยถอดสร้อยพระเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นนังนี่ตาย” ผีนางรำขู่

ท่านเชลาก ชมพู่ อาสา หรั่งเข้ามาในเรือนหอ สามเกลอ ทนไม่ไหว สะบัดหนี
“พอแล้ว นี่มึงลากพวกกูมาทำไมเนี่ย อยากให้มาตายกับมึงด้วยรึไง” ชมพู่โวย
“นี่สหาย มึงไม่เชื่อฝีมือท่านเชเลยใช่มั้ย กูช่วยมึงมาจากไอ้ผีได้ เห็นมั้ยเนี่ย”
อาสาหวาดหวั่น
“ช่วยกูมาตายสิ เดี๋ยวคุณผีเขาคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน ก็มาหักคอกูพอดี”
หรั่งหันมาหาท่านเช
“เอางี้ มึงไปขอโทษคุณผีซะ แล้วกูจะขอร้องให้คุณผีไว้ชีวิตมึง โอเค๊”
“โห่ย ระดับท่านเช กลัวที่ไหน กูมีเครื่องมือปราบผี”
ท่านเชหยิบไม้ซางกับลูกดอกออกมา อาสาอึ้งๆ
“นี่มึงเป็นผีตองเหลืองรึไง ยังใช้ไม้ซางอยู่อีก เข้าใจอะไรผิดป่ะเนี่ย”
“ใช่...คุณผีเขาไม่ใช่ อีเห็นนะ มึงถึงจะเอาลูกดอก ยิงยาสลบแล้วจับเขามาเพาะพันธุ์ มึงบ้ารึเปล่า” ชมพู่ด่า
“เฮ้ย นี่ไม่ใช่ลูกดอกยาสลบ นี่ลูกดอกลงอาคม ยิงโดนปุ๊บ ผีไปเกิดปั๊บ”
หรั่งส่ายหน้าเอือมๆ
“โม้แระๆ ลูกดอกอันเท่าไม้จิ้มฟันแค่นี้ จะทำอะไรผีได้”
“ไม่เชื่อใช่มั้ย งั้นสาธิต...ขั้นแรก เราก็ใส่ลูกดอกลงในบ้องแบบนี้”
ท่านเชใส่ลูกดอกลงในไม้ซาง หรั่งพูดขึ้นทันที
“จากนั้นก็ดูด”
ท่านเชทำท่าดูด
“ซี๊ด...เป่าสิวะ แต่ก่อนจะเป่าต้องเล็งแบบนี้” ท่านเชหลับตาข้างนึงเล็ง “แล้วมาถึงขั้นตอนสุดท้ายเราก็...”
ท่านเชเอาไม้ซางขึ้นมาจ่อที่ปาก เตรียมเป่า ผีงิ้วปรากฏตัว อย่างเร็ว ยืนที่ปลายไม้ซางอีกฝั่ง
“ยิง”
ผีงิ้วเป่าลูกดอกสวนเข้าคอท่านเชทันที ท่านเชลูกดอกติดคอเอามือจับคอ
“เฮือก...อ๊อกๆ”
สามเกลอช็อค
“ไอ้เช”

โทนี่เซ็นสัญญาซื้อเครื่องกรองอากาศเสร็จ ยื่นสัญญาคืน สมชาตินั่งตรงข้าม เอาสัญญามาตรวจ
“เรียบร้อยครับคุณโทนี่” สมชาติยกมือไหว้ “ต้องขอบพระคุณจริงๆ ที่คุณโทนี่ไว้ใจ ให้ทางโรมแรมเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์แซมเวย์ของเรานะครับ”
“ไม่เป็นไร ถ้าคุณโอนเงินส่วนลด เข้าบัญชีส่วนตัวผม ตามที่ตกลงกันก็โอเค”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยเลยครับคุณโทนี่”
ขณะเดียวกันเสียงผู้จัดการโรงแรมที่อยู่ด้านนอก ลอดดังเข้าประตูมา
“เข้าไปไม่ได้ มันใช่เรื่องของเธอ หยุดนะ”
โทนี่กับสมชาติหันไปมองที่ประตู งงๆ
“กลับไปเซ็นสัญญาให้เรียบร้อย หยุดนะพิพม์ดาว หยุด”
ประตูห้อง ถูกเปิดเข้ามา ทันที พิมพ์ดาว ผลักประตูเข้ามาถือสัญญามาด้วย ผู้จัดการพยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ พิมพ์ดาวตกใจ
“พี่โทนี่”

โทนี่ ไม่พอใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 11 (ต่อ)

เจนนี่ถูกผีนางรำบีบคอ

“แค่กๆ ช่วย...ช่วยด้วย”
สนธยาหาทางช่วย
“ขอร้องล่ะ วันขวัญ ปล่อยเจนนี่เดี๋ยวนี้ ปล่อย”
ผีนางรำตบด้วยหลังมือ สนธยาเซกระเด็นไปทันที
“โอ๊ย”
สนธยาล้มลงที่พื้นหน้าอก มีรอยเล็บเหล็ก 4 แผล ข่วนจนเสื้อขาด เลือดออกเป็นทาง ผีเด็กปรากฏตัวมาข้างๆ ประคองสนธยา
“พี่สนๆ ...” ผีเด็กชี้ผีนางรำ “พี่ใจร้าย ทำพี่สนทำไม”
“กูไม่สน กูจะแก้แค้น ใครขวางกู กูจะฆ่ามัน”
มาลัยเห็นสนธยาเลือดออกเป็นแผลถูกเล็บเหล็กข่วนก็ ตกใจ
“วันขวัญ” มาลัยเขย่าสนิท “วิญญาณวันขวัญอยู่ที่นี่ใช่มั้ย...บอกฉันสิ ใช่มั้ย”
สนิทพยักหน้าหวาดๆ
“ใช่ ยัยผีนางรำ บังคับเรามา เขาบอกที่เขาตายเพราะครูฆ่าเขา”
มาลัยร้องไห้พยักหน้า
“มันเป็นความผิดของฉันเอง ความฉันผิดเอง”
สนธยาอึ้ง
“นี่ครูฆ่าวันขวัญจริงเหรอครับ”
มาลัยร้องไห้โฮ ไม่ตอบ ผีนางรำสั่งสนธยา
“บอกมันถอดสร้อยพระเดี๋ยวนี้”
ผีนางรำ บีบคอเจนนี่อีก เจนนี่ไอหนัก ใกล้สลบเต็มที สนธยาตกใจ
“เจนนี่”
มาลัยยกมือไหว้
“ฉันผิดเองวันขวัญ ฉันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอร้อง ลงโทษฉันแต่อย่าทำร้ายคนอื่น ถ้าอยากได้ชีวิตฉัน...ก็เอาไปสิ”
มาลัยกระชากสร้อยพระที่คอออก ปล่อยสร้อยพระในกำมือ ลงกับพื้นต่อหน้า สนธยาตะลึง
“ครู”

พิมพ์ดาวรู้ความจริง ก็ต่อว่าโทนี่ที่หลอกเธอให้มาทำงานที่โรงแรม
“นี่มันหมายความว่าไงคะพี่โทนี่ ที่ดาวได้งานนี้ เพราะพี่เป็นเจ้าของโรงแรมใช่มั้ยคะ”
“ใจเย็นน้องดาว พี่แค่อยากช่วย...”
พิมพ์ดาวแทรกทันที
“ด้วยการหลอกให้ดาวเซ็นสัญญา จะได้อยู่กับพี่เป็นปีเนี่ยนะ ทุเรศที่สุด”
พิมพ์ดาวปาสัญญาทิ้ง ผู้จัดการส่งเสียงดุ
“คุณพิมพ์ดาว...”
โทนี่ตวาดทันที
“หุบปาก”
ผู้จัดการชะงัก จ๋อย โทนี่ยิ้ม
“น้องดาวฟังพี่นะคะ ที่พี่ทำไปเพราะไม่อยากให้น้องดาวลำบาก คุณน้าฤดี ท่านก็เห็นด้วย ที่เราจะได้ทำงานด้วยกัน เพราะฉะนั้น...”
พิมพ์ดาวสวนทันที
“พอเถอะค่ะ ดาวไม่อยากยุ่งกับพี่โทนี่อีก ออกไปจากชีวิตดาวซะที”
โทนี่ยิ้มแค้น
“อย่าอวดดีไปหน่อยเลยน้องดาว ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครรับเธอเข้าทำงาน...ถ้าไม่มีพี่ แล้วเธอจะมีปัญหางานที่ไหนได้”
พิมพ์ดาวลังเล คิดได้
“ก็บริษัทแซมเวย์ ที่สนทำงานอยู่ จริงมั้ยคะ พี่สมชาติ”
สมชาติสะดุ้งบ่นงึมงำ
“งานเข้าอีกแล้วกรู”

ท่านเช ลูกดอกติดคอ ชี้ที่คอตัวเอง ทรมาน พูดเสียงแหบ
“ค...คอ...คอ...ช่วยด้วย...คอ...คอ”
อาสาจับหมอเชอ้าปาก ชะโงกไปดูใกล้ๆแล้วเอามืออุดจมูกตนเอง
“หือ รถสูบส้วมคว่ำในปากมึงป่ะเนี่ย...คอมึงกูเห็นแล้ว แต่ลูกดอกที่ติดคอ ไม่เห็นเลยว่ะ เช...”
ท่านเชชี้ที่คอ
“ล้วง...ล้วงหน่อย...ล้วง”
ชมพู่ส่ายหน้า
“โธ่ ไอ้เช แค่ลูกดอกก็พอแล้ว เกิดมึงเผลอแดกมือกูเข้าไปอีกทำไง...ใครจะกล้า”
ท่านเชตาเหลือก
“ม...ไม่ไหว หายใจไม่ออก ติดคอ...คอ”
ผีงิ้วยิ้มสะใจ
“สมน้ำหน้า เจอกูย้อนศรเต็มๆเป็นไง จุกสิมึง”
ท่านเช จับคอตัวเอง อ้าปาก หายใจไม่ออก
“เฮ้ยๆ มันจะตายเปล่าวะเนี่ย” หรั่งตกใจยกมือไหว้ ผีงิ้ว “คุณผีครับ เกิดไอ้เชมันตายที่นี่ลำบากแน่ คุณผีช่วยมันด้วยเถอะนะคร๊าบ”
“จะยากอะไร แค่ลูกดอกติดคอ ก็เอาออกแบบนี้สิวะ”
ผีงิ้วอ้อมไปกอดหลังเช รัดที่อก พยายามกระทุ้งให้เช พ่นลูกดอกออกมา
“เอ้า อึ๊บ”
ผีงิ้วยกท่านเช สามเกลอรีบบอก
“อีกนิด”
ผีงิ้วยก
“อึ๊บ”
“อีกนิด”
“เอ้า อึ๊บๆ อึ๊บ”
หมอเช พ่นลูกดออกออกมาพรวด ลูกดอกวิ่งไปปักหน้าผากชมพู่ ทันที
“แว๊ก...ไอ้เช กูไม่ใช่ช้าง มึงมายิงลูกดอกใส่กูทำไม๊”
ผีงิ้วถอยออกมา
“ไงล่ะ แค่นี้ก็เรียบร้อย”
“ยังเว้ย...กูมาเพื่อปราบผี ไม่ต้องมาทำดีกับกู แน่จริงตามกูมาสิวะ ไอ้ผีกระจอก”
ท่านเชวิ่งหนีไป ผีงิ้วหายตัวตามไป สามเกลอตกใจ
“ไอ้เช๊”

ผีนางรำบีบคอเจนนี่ มองมาลัยที่ร้องไห้อยู่ ยิ้มสะใจ
“ในที่สุด แกก็ยอมรับว่าแกฆ่าฉัน นังมาลัย...นังฆาตกร แกตาย”
ผีนางรำปล่อยเจนนี่ทันที เจนนี่เป็นลมสลบไป สนธยารีบไปรับไว้ ผีนางรำพุ่งไปบีบคอ เขย่าครูมาลัย อย่างบ้าคลั่ง ผีนางรำตะโกนใส่
“ตายซะ นังมาลัย ตายๆ ตาย”
เสียงอีการ้อง ผีเด็กที่อยู่กับสนธยา หันไปมองอีกาตกใจ
“หนีเร็ว หมอผีใจร้าย”
ผีเด็กหายตัวไปทันที ผีนางรำยังไม่หยุด บีบคอครูมาลัยต่อไป เสียงท่องคาถาหมอผีอีกา กึกก้องไปทั่ว แต่ยังไม่เห็นตัวหมอผี ผีนางรำ เริ่มรู้สึกเจ็บปวด แต่มือยังบีบคอครูมาลัยอยู่
“โอ๊ย ๆ กูเจ็บ กูปวด ช่วยกูด้วย ไล่มันไปที...โอ๊ย”
สนธยาประคองร่างเจนนี่ที่สลบอยู่ หันไป หมอผีอีกาเดินมาจากมุมหนึ่ง สนธยาตกใจ
“หมอผีอีกา...วันขวัญ ปล่อยมาลัย แล้วหนีไปซะ”
“ไม่ กูจะฆ่ามัน กูต้องฆ่ามัน โอ๊ย”
หมอผีอีกาหัวเราะ
“ฮ่า ๆ แค้นเข้าไป พยาบาทเข้าไปให้ถึงที่สุด กูจะได้กัดกินวิญญาณอาฆาตของมึงให้สะใจ ฮ่าๆ”
“โห่ย ไอ้หมอผีโรคจิต อย่างอื่นมีให้กินเยอะแยะ จะกินวิญญาณมึงไม่กลัวขรี้แตกรึไง” สนิทต่อว่า
หมอผีอีกายิ้ม
“เดี๋ยวจัดการกับนังผี แล้วกูค่อยจัดการกับพวกมึง”
หมอผีอีกา หยิบกล่องเหล็กสีดำ จากย่ามมาเปิด แล้วท่องคาถาพึมพำ
“โอม...”
ผีนางรำที่บีบคอมาลัยอยู่ ร่างเริ่มสลาย เหมือนจะถูกดูดเข้าไปในกล่องหมอผีอีกา
“โอ๊ย กูเจ็บเหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว โอ๊ย”
สนธยาตะโกน
“วันขวัญหนีไป”
“ยังไงก็หนีกูไม่พ้น วิญญาณมึงต้องเป็นของกู มานี่ เดี๋ยวนี้”
หมอผีอีกา ยื่นมือคว้า ผีนางรำ ร่างเริ่มกระพริบ ใกล้สลาย แต่ยังบีบคอมาลัยอยู่
“อยากได้วิญญาณกูใช่มั้ย แล้วแบบนี้ มึงยังจะเอาไปได้อีกมั้ย”
ผีนางรำ ปล่อยมือจากมาลัย พุ่งเป็นแสงสีดำ เข้าร่างเจนนี่ที่สนธยาประคองอยู่ทันที เจนนี่ ลืมตาขึ้นทันที ตาเป็นสีดำ สนธยาเห็นตกใจ

“เฮ้ย”

ท่านเชที่พรางตัวในพุ่มไม้ แบบทหาร เอาสีทาหน้า มีกิ่งไม้ปักหัว ค่อยๆโผล่หัวออกมา กรอกตาซ้าย ขวา สังเกตการณ์
 
“เจอวิธีพรางตัวแบบทหารเข้าไป หากูไม่เจอล่ะสิ ไอ้ผีหน้าโง่”
หลังท่านเช ผีงิ้วค่อยๆโผล่มายืนซ้อนหลังเงียบๆ มีกิ่งไม้ปักหัวเหมือนกัน
“ไหนดูสิทางนี้มีมั้ย”
ท่านเชค่อยๆ หันหัวไปทางซ้าย ผีงิ้วหันซ้ายตาม
“ไม่มี แล้วทางนี้มีมั้ย”
ท่านเชค่อยๆ หันขวา ผีงิ้วหันขวาตาม
“ไม่มี ฮ่าๆ”
ท่านเชหัวเราะ ผีงิ้วทำท่าหัวเราะตาม
“ชาตินี้ก็หากูไม่เจอแน่ ไอ้ผีกระจอก ฮ่าๆ”
ท่านเช ส่ายหัวไปมา กิ่งไม้ที่ป้กหัวอยู่ ปัดไปมาที่หน้าผีงิ้ว ผีงิ้วเซ็ง ทนไม่ไหว ตบกบาล
“กูอยู่นี่”
ท่านเชหันไปสะดุ้งโหยง
“แว๊ก...เข้าข้างหลังอีกแล้วนะมึง นี่มึงมานานยังเนี่ย”
“นานพอที่จะฆ่ามึงได้แล้วกัน ไอ้ท่านเช...มึงตาย”
ผีงิ้วบีบคอท่านเช สามเกลอเข้ามาเห็นตกใจ
“คุณผี อย่า”

สมชาติเดินตามพิมพ์ดาวมาบริเวณ ล็อบบี้ โรงแรมลำบากใจที่พิมพ์ดาวจะไปทำงานด้วย
“คิดให้ดีๆ ก่อนนะครับน้องดาว งานขายตรงนี่มันไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย แต่ที่สำคัญมันเหนื่อยม๊ากมาก พี่ว่า...”
“ถ้าพี่สมชาติไม่อยากรับดาวเป็นดาวไลน์ให้ทำงาน งั้นดาวไปสมัครที่แซมเวย์เองก็ได้”
“เปล่านะครับ พี่แค่อยากให้น้องดาวคิดให้รอบคอบ ถ้าอยากทำงานขายตรง ก็ทำคู่ไปกับงานโรงแรมก็ได้ พี่ว่าน่าจะมั่นคงกว่า”
พิมพ์ดาวหยุดเดิน หันคุยกับสมชาติ
“ดาวไม่อยากทำงานกับพี่โทนี่ แล้วดาวก็อยากรู้ว่าทำไม สนต้องโกหกดาว ดาวเลยจะไปทำงานที่แซมเวย์ แค่นี้ เคลียร์มั้ยคะ”
พิมพ์ดาวเดินนำไป สมชาติปวดหัวตึบ
“วันนี้ มันวันซวยอะไรของเราวะเนี่ย”
โทนี่เดินมาดักพิมพ์ดาวไว้
“เดี๋ยวน้องดาว เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
พิมพ์ดาวเสียงดัง
“ทำไมคะ พี่จะหาทางกักตัวดาวไว้ที่โรงแรมอีกรึไง”
แขกในโรงแรมหันมามอง โทนี่ลำบากใจ
“แต่พี่เป็นห่วงดาวจริงๆ ทำงานกับพี่ไม่ดีตรงไหน ทำไมไม่ให้โอกาสพี่บ้าง”
พิมพ์ดาวมองรอบๆ
“ที่จริงดาวว่า ที่นี่ทุกอย่างก็ดีหมดนะคะ ...ยกเว้น พี่”
โทนี่โกรธมาก
“น้องดาว”
“ฝากบอกแม่ด้วยนะคะ...ดาวไม่รู้ว่าใครแนะให้ท่านใช้วิธีสกปรกแบบนี้ แต่กรุณาอย่าทำแบบนี้กับดาวอีก ไม่งั้นดาวอาจจะไม่กลับไปให้ท่านเจออีกก็ได้”
พิมพ์ดาวเดินผ่านโทนี่ไป สมชาติรีบตามไป โทนี่ไม่พอใจ สั่งผู้จัดการ
“บอกคนของเรา ให้ตามไป อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด”
ผู้จัดการพยักหน้ารับคำสั่งรีบออกไป โทนี่แค้นจัด

เจนนี่ที่ถูกผีนางรำสิงอยู่ ลุกจากอ้อมกอดสนธยา ผลักเขาเซไปทันที สนธยาตะลึง
“เจนนี่”
เจนนี่หันไปหาส่งเสียงดุ
“ไม่...กูชื่อวันขวัญ”
“สบายละมึง สลบอยู่ดีๆ ถูกผีเข้าซะงั้น ...” สนิทสะอื้น “เอาเจนนี่ฉันคืนมา”
เจนนี่ยิ้ม
“ไงล่ะ ไอ้หมอผี วิญญาณกูอยู่ในร่างคนแบบนี้ มึงเอาวิญญาณกูไปไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ”
หมอผีอีกาโกรธ
“แสบนักนะนังผีเจ้าเล่ห์ งั้นกูจะฆ่านังนี่ เอาวิญญาณมึงมาเดี๋ยวนี้”
หมอผีอีกาเดินไปหา
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย” ครูมาลัยตะโกน “ช่วยด้วย มีคนจะฆ่ากัน ช่วยด้วย”
“หุบปาก”
หมอผีอีกาตบ ครูมาลัยเซล้ม
“ไม่มีใครช่วยพวกมึงได้ เอาตัวนังนั่นมา”
หมอผีอีกาจะคว้าเจนนี่
“ไม่”
สนธยาเข้ามาขวาง หมอผีอีกา บีบคอสนธยา ทันที สนธยาหายใจไม่ออก สนิทง้างหมัด วิ่งมาจะช่วย
“ย๊าก”
หมอผีอีกาปล่อยหมัด ชิงต่อยสนิท อีกมือยังบีบคอสนธยาอยู่ สนิทหงายหลังเลือดออกจมูก หมอผีอีกา บีบคอสองมือ ดึงสนธยามาใกล้จ้องหน้า
“น่าสมเพชจริงๆ พวกมึงคงต้องตายกันทั้งหมดนี่แหละ”
ผีนางรำในร่างเจนนี่ ยื่นมือมาบีบคอหมอผีอีกาทันที
“มึงนั่นแหละ ที่จะตาย” เจนนี่ยิ้มร้าย
หมอผีอีกา จะขาดใจ ค่อยๆปล่อยมือจากคอสนธยา คุกเข่าทรุดลง ทั้งที่ยังโดนบีบคออยู่

ท่านเช ถูกผีงิ้วบีบคอ ตาเหลือก ชมพู่ อาสา หรั่งมาใกล้ๆ คุกเข่าไหว้ ขอร้อง
“ปล่อยไอ้เชเถอะคุณผี ฆ่ามันก็เหม็นติดมือเปล่า ถือว่าทำบุญเถอะนะ” ชมพู่ไหว้ปะหงกๆ
“เวรระงับด้วยการไม่จองเวรนะคุณผี สงสารมันเถอะ” อาสาขอร้อง
ผีงิ้วยังโกรธไม่หาย
“เวรระงับด้วยการไม่จองเวร แต่มันเอาระเบิดมาปากูเนี่ยนะ กูไม่ไปวางระเบิดบ้านมันด้วย ก็ดีเท่าไหร่แล้ว”
“โธ่ คุณผี ไม่เห็นเหรอว่ามันบ้า แต่งตัวเป็นเช กูมาล่าแบบนี้จะถือสาอะไรมัน” หรั่งพยายามขอร้อง
“กูไม่สน ต่อให้เป็นเปาบุ้นจิ้น เหมาเจ๋อตุง แต่มากวนเตียนกูแบบนี้ มึงตาย”
“ถ้ากูตาย มึงก็ต้องไปเกิด ด้วยไอ้นี่...”
ท่านเช เอื้อมมือไปหยิบปืนกระบอกโตที่ เหน็บข้างหลังออกมาจ่อ ผีงิ้วตาเหลือก
“เฮ้ย”
ผีงิ้วตกใจ ชิงหายตัวไป ท่านเชไอหนัก สามเกลอเข้าประคอง
“เป็นไรมั้ยเนี่ย ไอ้เชๆ”

หมอผีอีกานอนกับพื้น ถูกผีนางรำ ในร่างเจนนี่ บีบคอ ขึ้นคร่อม
“อยากได้วิญญาณกูใช่มั้ย กูจะเอาวิญญาณมึงออกมา”
เจนนี่บีบคอจับหัวหมอผีอีกากระแทกกับพื้นซ้ำๆ หมอผีอีกาจะขาดใจหันไปหาสนธยา
“ช่วย...ด้วย”
สนธยาสงสาร
“พอแล้ว วันขวัญ”
สนธยาเข้าไปห้ามดึงมือเจนนี่แต่สู้แรงไม่ได้ จึงเรียกสนิทให้ช่วย
“น้าหนิด ช่วยกันเร็วสิ”
สนิทมาช่วยดึงมือเจนนี่อีกข้าง มือเจนนี่คลายออกทีละนิด แต่เธอพยายามจะบีบคอหมอผีอีกาอีก
“ปล่อยกู กูจะฆ่ามัน ปล่อยกู”
หมอผีอีกาฉวยโอกาส ที่มือเจนนี่ถูกดึง หยิบประคำ ในเสื้อคลุมมา แล้วจี้ไปที่หน้าผากเจนนี่
“กรี๊ด”
เจนนี่สลบ หมอผีอีกา รีบผลักเจนนี่ถอยหนี ที่คอเป็นรอยช้ำที่ถูกบีบคอชัดเจนมาก
“แค่กๆ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”
หมอผีอีกา รีบหนีไป สนธยา สนิท ประคองร่างเจนนี่ที่สลบอยู่ ครูมาลัยรีบเข้าไปดู
“วันขวัญเธอเป็นไงมั่ง วันขวัญ ตอบสิ วันขวัญ”
ผีนางรำมาปรากฏตัว มีรอยลูกประคำที่หน้าผาก ยืนค้ำครูมาลัย
“ไม่ต้องมาห่วงกู กูจะฆ่ามึง”
สนธยามองผีนางรำอึ้งๆ

ชมพู่ หรั่ง อาสา หันหลังผูกผ้าคาดหัว ถอดเสื้อ ใส่กางเกงทหาร รองเท้าทหาร แบบแรมโบ้ สามเกลอหันมา ทาหน้าดำ พร้อมรบ ท่านเช แจกปืนกระบอกโตให้ สามเกลอ เหมือนปืนเพ้นท์บอล ชมพู่รับปืนแล้วส่งคืน
“หึ แม่สอนว่าเป็นเด็กเป็นเล็ก ห้ามเล่นปืน”
ท่านเชหมั่นไส้
“โห่ มึงแต่งเต็มซะขนาดนี้ อย่าปอดแหกเลยน่ะ เนี่ยปืนน้ำมนต์ คนที่ต้องกลัว พวกผีต่างหาก”
อาสาคืนปืนให้
“ยิ่งน่ากลัวใหญ่ กูไม่อยากมีเรื่องกับผี”
“แล้วมึงจะให้พวกไอ้ผี กดขี่ข่มเหง เป็นเบ๊มันไปตลอดชาติรึไง”
หรั่งเห็นด้วย
“ก็จริงนะพี่ เมื่อกี้เราก็เห็นว่าคุณผีงิ้ว เขาก็กลัวปืนนี้จริง นี่มันอาจเป็นทางรอดของเราก็ได้”
อาสามองหน้าหรั่ง
“แปลว่ามึงจะสู้กับผีว่างั้น”
หรั่งส่ายหน้าหวาดๆ
“ไม่ เราแค่ต้องการอสิรภาพ ฟรีด้อม ของเราคืน” หรั่งชูปืน
อาสากับชมพู่หยิบปืน
“งั้นกูเอาด้วย”
ท่านเชยิ้มพอใจ
“ดีมาก คราวนี้เราจะประกาศสงครามกับไอ้ผี ให้มันสำนึก ฮ่าๆ สหายพร้อมมั้ย”
สามเกลอตะเบ๊ะตอบพร้อมกัน
“เซอร์...เยสเซ่อร์”
ท่านเชหัวเราะคลั่ง

สนธยาตกใจที่ผีนางรำยังคิดจะฆ่าครูมาลัย
“วันขวัญ เรื่องแก้แค้นช่างมัน ที่นี่ไม่ปลอดภัย หมอผีอีกาอาจย้อนมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ รีบหนีไปก่อนเถอะ”
“ไม่ ที่กูทนเป็นวิญญาณเร่ร่อน ไม่ไปผุดไปเกิดเพราะต้องการแก้แค้นใครที่มันฆ่ากู กูจะฆ่ามัน กูจะฆ่ามัน”
ครูมาลัยไหว้ ร้องไห้
“จะฆ่าฉันก็ฆ่าเถอะวันขวัญ ฉันเสียใจจริงๆกับเรื่องที่เกิดขึ้น...อุบัติเหตุครั้งนั้น มันตามมาหลอกหลอนฉันจนถึงวันนี้ ฉันผิดเองวันขวัญ ฉันผิดเอง”
สนธยาชะงัก
“อุบัติเหตุ...หมายความว่าไง นี่ครูไม่ได้คิดจะฆ่าวันขวัญจริงๆงั้นเหรอครับ”

ผีนางรำหันไปจ้องครูมาลัย อย่างดุดัน ครูมาลัยไม่ตอบ จ้องหน้าสนธยา เพราะมีความลับบางอย่าง
 
อ่านต่อตอนที่ 12

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 12

สนธยาร้อนใจถามครูมาลัยเรื่องอุบัติเหตุ ผีนางรำรอฟังอยู่ สนิทประคองเจนนี่ที่สลบอยู่

“ว่าไงครับครู อุบัติเหตุที่ครูพูดถึง มันยังไงแน่ ที่จริงครูไม่ได้อยากฆ่าวันขวัญใช่มั้ย...บอกสิครับ” สนธยาคาดคั้น
“ฉันยอมรับว่า ตอนนั้น ฉันเกลียดวันขวัญ แต่ฉันไม่เคยคิดอยากให้เขาตาย” ครูมาลัยร้องไห้ “ฉันไม่เคยคิดอยากให้เขาตาย”
“กูไม่เชื่อ มึงยอมรับแล้วว่ามึงฆ่ากู...กูจะฆ่ามึง”
ผีนางรำจะบีบคอ สนธยาเสียงดังทันที
“แต่ถ้าเธอคิดผิด แล้วที่เธอตาย มันมีอะไรมากว่าที่คิดเล่า”
ผีนางรำอึ้ง ชะงัก สนิทสะอื้น
“แล้วที่มึงไปดุคุณผีเขา คิดดีแล้วรึไง ไม่กลัวตายรึไอ้สน”
“ฉันรู้เธออยากแก้แค้นนะวันขวัญ ครูมาลัยเองก็พร้อมที่จะยอมรับผิด แต่เธอไม่อยากรู้หรือไง ว่าที่เธอต้องตายมันเพราะอะไรกันแน่”
ผีนางรำนิ่งคิด ตัดสินใจ
“ได้...งั้นกูจะให้มันเล่าความจริงต่อหน้ากู”
ผีนางรำยื่นมือมาจับหน้ามาลัยทันที มาลัยปวดหัว หลับตา
“โอ๊ย”
สายตามาลัยเห็นผีนางรำเอามือออก ปรากฏร่างตัวเป็นๆ ยื่นหน้ามาชิด
“ถ้ามึงโกหก กูจะฆ่าทุกคนให้หมด”
ครูมาลัยช็อค
“ว...วันขวัญ”
สนธยาอึ้ง

ในร้านกาแฟ...พิมพ์ดาวนั่งเงียบ คิดไม่ตกเรื่องสนธยา มณฑลนั่งมองชวนเธอคุยให้หายเครียด
“ถ้าคุณดาวไม่สบายใจ ก็ถามเขาไปตรงๆสิครับ”
“ดาวไม่อยากเป็นคนงี่เง่า ถ้าเรื่องทั้งหมดดาวคิดไปเองล่ะคะ”
“อย่างน้อยคุณก็จะได้รู้ความจริง...คนคบกัน ควรจะคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่เหรอครับ”
พิมพ์ดาวลังเล คิดหนัก
“หมวดว่า...สนจะมีคนอื่นหรือเปล่าคะ”
มณฑลตอบทันที
“มี”
พิมพ์ดาวชะงัก
“หมวด”
มณฑลยิ้ม
“เอ้า คุณถามผม ผมก็อยากให้มี คุณจะได้เปลี่ยนใจ ส่วนผมจะได้มีหวังบ้างไง”
พิมพ์ดาวค้อน
“ไม่ตลกนะหมวด นี่ดาวเครียดอยู่นะ”
“เครียดใช่มะ งั้นเดี๋ยวผมพาไป...” มณฑลสูดหายใจพูดรัวเหมือนในโฆษณา “เรียนแต่งหน้า นั่งสมาธิ ดำน้ำ ปลูกปะการัง ทำอาหาร นวดสปา ปลูกป่า ดำนา...”
พิมพ์ดาวขัดขึ้น
“หมวด”
พิมพ์ดาวแอบยิ้ม มณฑลเหล่
“นั่นไง หายเครียดแล้วใช่มั้ยล่ะ”
พิมพ์ดาว ทำหน้านิ่งทันที ส่ายหัว
“ไม่เป็นไร งั้นไปอีกที คราวนี้จะพาไป...ดูดิสนี่ย์ออนไอซ์ แรลลี่ ตีกอล์ฟ ล่องเรือ ส่องสัตว์”
พิมพ์ดาวยิ้ม
“พอแล้ว...เพี้ยนรึไง เป็นตำรวจจริงป่ะเนี่ย”
มณฑลจริงใจ
“สำหรับคุณผมเป็นได้ทุกอย่าง แค่ให้คุณยิ้มได้ แค่นั้นก็พอ”
พิมพ์ดาวยิ้ม มณฑล ยิ้มพอใจที่ทำให้เธอยิ้มได้

ท่านเชฝึกสามเกลอให้เตรียมรบกับผี เดินตรวจแถว สามเกลอยืนตามระเบียบพัก สะพายปืนน้ำมนต์
“ตั้งใจฟังให้ดี สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น มันคือสงครามครั้งประวัติศาสตร์เราคือตัวแทนมนุษยชาติที่จะปราบไอ้ผีชั้นต่ำ พวกเราพร้อมมั้ย”
สามเกลอตอบเสียงดัง
“เซ่อร์ เยสเซ่อร์”
“พร้อมมั้ย”
สามเกลอเสียงดังอีก
“เซ่อร์ เยสเซ่อร์”
ท่านเชเซ็งๆ
“โห่ย กูถามว่าพร้อมมั้ย มึงจะเซ่อร์ทำไม...พร้อมมั้ย”
สามเกลอตอบพร้อมเพียง
“พร้อม เยสเซ่อร์”
“ดี งั้นพวกเรา” ท่าเชชูมือ “ฆ่ามัน”
ประตูเข้าเรือนหอเปิดออกดังปัง สามเกลอกับท่านเช สะดุ้งหันไปมองที่ประตู
“เฮ้ย”
ผีงิ้วเดินเข้าประตูมาอย่างเท่ห์
“พวกมึงอยากได้สงครามใช่มั้ย เดี๋ยวกูจัดให้”
ผีขุนศึก ผีนางทาส ผีตายทั้งกลมตัวเป็นๆ เดินมาสมทบผีงิ้ว
สามเกลอและท่านเช ช็อค
“จ๊าก”

ครูมาลัยเห็นผีนางรำ ช็อค ถอยหนี พวกสนธยาเห็นผีนางรำปรากฏตัวก็ตกใจ
“ว...วันขวัญ นี่ เธอ...ต...ตายไปแล้ว” ครูมาลัยยกมือไหว้ “ฉันกลัวแล้ว จะฆ่าก็ฆ่าฉันเถอะ อย่ามาหลอกฉันเลย ฉันกลัวแล้ว”
ผีนางรำตวาด
“กลัวงั้นเหรอ...กลัว แล้วมึงฆ่ากูทำไม”
สนธยาเข้าไปขวาง
“อย่า วันขวัญ...ที่นี่อยู่นอกเหนือคาถาป้องกันของหลวงพ่อ เธอไม่ควรปรากฏตัว...เกิดหมอผีอีกากลับมา…”
“กูไม่สน...” ผีนางรำชี้มาลัย “กูต้องเห็นหน้ามันก่อนตาย กูก็อยากให้มันจำหน้ากูไว้ก่อนตายเหมือนกัน”
สนิทสะอื้น
“งั้นไปเห็นกันสองคนได้มั้ย ทำไมต้องให้กูมาเห็นด้วย ตัวเป็นๆเลยเนี่ย”
ผีเด็กปรากฏตัว มาขี่คอสนิทเลย
“นั่นสิ แค่เป็นผีก็น่ากลัวอยู่แล้ว ยังจะออกมาให้คนเห็นอีก โหดโห๊ดเนอะ”
“นั่นสิ” สนิทไม่รู้ตัว มองซ้ายขวา “เอ๊ะนี่กูคิดไปเอง หรือหูแว่ว แล้วทำไมกูหนักๆคอวะ”
เจนนี่ที่สนิทประคองอยู่เริ่มได้สติ ปวดหัว
“โอ๊ย...นี่ฉันเป็นไร ก...เกิดอะไรขึ้น”
“อยากรู้ใช่มั้ย ดูนั่น ผีนางรำ ตัวเป็นๆ” สนิทชี้ไป
เจนนี่มองตาม
“ผีนางรำ เฮือก”
เจนนี่เป็นลมอีก สนธยารีบเข้าไปดูเจนนี่ เขย่าๆ เรียกสติ
“เฮ้ย เจนนี่ ๆ”
เจนนี่ทนไม่ไหว ตื่น
“โอ๊ย รู้แล้ว จะเขย่าทำไมนักหนาเล่า”
“เอ้า ก็ฉันนึกว่าเธอกลัวจนหมดสติ”
“ก็เพราะกลัว ฉันเลยแกล้งเป็นลมไง ไอ้บื้อ”
ผีนางรำหันมาดุ
“เลิกตลกกันได้รึยัง ไม่งั้นกูจะฆ่าให้หมด”
สนิทหวาดกลัว
“ด...ได้แล้วจ้ะ คุยอะไรค้างไว้ ต่อได้เลยจ้ะ”
สนธยาหันไปหาครูมาลัย
“ถ้างั้นครูมาลัย ช่วยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ”
ครูมาลัยหวั่นใจ คิดถึงเรื่องในอดีต
“ฉันกับวันขวัญเป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกัน แต่เราแทบไม่เคยได้คุยกัน เพราะวันขวัญเป็นคนเงียบๆ ดูน่าเบื่อ ...อันที่จริง ฉันไม่เคยเห็นวันขวัญอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ”
ในอดีต มาลัยสมัยเป็นนักเรียนอยู่ในชุดซ้อมรำ นั่งในแถวตรงกลาง คุยอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ วันขวัญ นั่งปลายแถว คนเดียว อยู่อีกมุม นักเรียนคนหนึ่งตะโกนขึ้น
“ครูมา”
กลุ่มเพื่อนนักเรียนที่ล้อมมาลัยอยู่รีบกลับไปนั่งเข้าแถวตามเดิม ครูเดินเข้ามา ท่าทางไม่ค่อยพอใจ
“นี่พวกเธอเป็นอะไรกัน ใกล้ถึงพิธีบูชาครูแล้ว ไม่มีใครคิดจะสมัครเป็นตัวแทนนางรำเลยรึไง”
“โธ่ครูคะ ใครๆก็รู้ว่า มาลัยรำเก่งที่สุดในรุ่น แถมเป็นประธานนักเรียนอีก ยังไงมาลัยก็ต้องได้อยู่แล้ว”
เหล่านักเรียนเห็นด้วย
“ใช่ๆ”
มาลัยแอบยิ้ม
“แต่พวกเธออย่าลืมสิ ว่านี่เป็นโอกาส ที่จะแสดงความสามารถให้พวกครู ศิษย์เก่า และเพื่อนๆได้เห็น แถมมันอาจทำให้เธอได้รับโอกาสดีๆ หลังเรียนจบก็ได้” ครูแนะ
นักเรียนทุกคนเงียบ ส่ายหัว มาลัยรีบออกตัว
“ไม่เป็นหรอกค่ะครู หนูว่าเพื่อนๆอาจยังไม่พร้อม ในเมื่อไม่มีใคร…”
วันขวัญรีบแทรกทันที
“หนูค่ะ”
ทุกคนแปลกใจ หันไป วันขวัญที่อยู่ท้ายแถวยืนขึ้น
“หนูอยากลองดูค่ะ”
ครูยิ้มพอใจ
“ดีมาก วันขวัญ งั้นเดี๋ยวเธอกับมาลัย รำให้ครูดูพร้อมกันเลย”

มาลัยไม่พอใจ

บนเวทีวันขวัญกับมาลัย อยู่ในชุดซ้อมรำ ใส่เล็บเหล็ก รำฟ้อนเล็บ พร้อมเพลง ต่อหน้าครู และเพื่อน สองคนรำท่าเดียวกัน พร้อมกัน
 
วันขวัญยิ้มแย้ม สวยงาม มีสมาธิกับการรำ มาลัยเครียดเหลือบมองวันขวัญเป็นระยะด้วยความระแวง เหล่าเพื่อนที่นั่งอยู่ แอบเมาท์ ชี้ไปที่วันขวัญ ทำให้มาลัยยิ่งเครียดไปอีก ครูที่นั่งดูอยู่พูดขึ้น
“เอาล่ะพอแล้ว พวกเธอพักได้ เย็นนี้ครูจะประกาศผลให้พวกเธอรู้แล้วกัน”
วันขวัญไหว้ครู เดินออกไป มาลัยหน้าบึ้งไม่พอใจ

หน้าโรงละคร มาลัยตกใจที่ครูบอกผลการคัดเลือกนางรำ
“อะไรนะคะครู วันขวัญได้เป็นตัวแทนนางรำ...แล้วหนูล่ะคะ ทำไมครูไม่เลือกหนูล่ะคะครู”
“เธอเป็นถึงประธานนักเรียนนะมาลัย ยังมีเรื่องที่ครูต้องให้เธอช่วยอีกแยะ และในเมื่อครูตัดสินใจแล้ว เธอก็ควรเคารพการตัดสินใจของครูด้วย”
ครูเดินจากไป มาลัยไม่พอใจ
“นังวันขวัญ”

มาลัยนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องสมุด ถือหนังสือรุ่น ใช้คัทเตอร์ ขูดหน้าวันขวัญที่อยู่ในรูป
“เกลียดแก เกลียดๆ นังวันขวัญ ฉันเกลียดแก”
เพื่อนนักเรียนเข้ามาเห็น ก็ตกใจ
“มาลัย ทำไรน่ะ นั่นมันหนังสือรุ่นนะ”
“เออ แล้วทำไม จะเป็นศัตรูกับฉันเหมือนนังวันขวัญอีกคนรึไง”
เพื่อนกลัวๆ
“ป…เปล่า”
มาลัยยื่นหนังสือรุ่นให้
“งั้นเอาไปเก็บที่ห้องสมุดให้ด้วย บอกครูว่าเล่มนี้ฉันตรวจเรียบร้อยแล้ว แล้วถ้าไม่อยากเป็นเหมือนนังวันขวัญ แกห้ามบอกใครเด็ดขาด”
มาลัยลุกไปแค้นๆ เพื่อนรับหนังสือรุ่นไปเหวอๆ

ครูมาลัยเล่าเรื่อง ความหลัง รู้สึกผิด พวกสนธยานิ่งฟัง
“ตอนนั้น ฉันเกลียดเธอ เพราะเธอแย่งทั้งตำแหน่ง และการยอมรับ ที่ควรเป็นของฉันไป...ฉันอยากทำไงก็ได้ ให้เธอไปให้พ้นๆ ตำแหน่งนางรำจะได้ตกเป็นของฉัน”
ผีนางรำจ้องหน้า
“แกเลยฆ่าฉัน เพื่อที่จะได้รำแทนฉัน...” ผีนางรำหันไปดุพวกสนธยา “แค่นี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว พวกมึงยังจะฟังคำแก้ตัวอะไรจากมันอีก”
ครูมาลัยหน้าเศร้าหมอง
“ฉันเสียใจนะวันขวัญ ที่ฉันมีส่วนทำให้เธอตาย แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเธอ”
ผีนางรำแค้นมากตวาดลั่น
“โกหก ภาพสุดท้ายที่กูเห็น คือหน้ามึง กับมือที่เปื้อนเลือดของมึง ถ้ามึงไม่ฆ่ากู มือมึงจะเปื้อนเลือดได้ยังไง”
ครูมาลัยสงสารจับใจ
“นี่เธอจำเรื่องที่เธอตายไม่ได้จริงๆใช่มั้ย...โธ่วันขวัญ”
ผีนางรำอึ้ง

ท่านเช วิ่งนำสามเกลอที่แหกปากร้องลั่นออกจากเรือนหอ กลัวเหล่าผีสุดๆ
“ช่วยด้วย”
ท่านเชเบรก
“เฮ้ย หยุ๊ด เรามีปืนน้ำมนต์จะหนีทำไม ใช้ปืนยิงสู้มันสิวะ”
ชมพู่มองหน้า
“ให้กูยิง แต่มึงวิ่งนำเลยเนี่ยนะ จะให้กูเชื่อมึงได้ไงวะ ไอ้เช๊”
“มึงพิสูจน์เลยไอ้เช กลับเข้าบ้านไป ยิงให้เต็มที่ ไป...เดี๋ยวพวกกูรอ” อาสาบอก
ท่านเชคิดๆ
“เฮ้ย ไม่ดีๆ ในบ้านเป็นที่ปิด เราเสียเปรียบ อยู่ข้างนอกนี่แหละ ใช้แผนตั้งรับ”
หรั่งกลัวตัวสั่น
“มึงจะรับไหวมั้ย มาตั้ง 4 ตัว ครบขา กูว่าหนีเถอะครับ”
ท่านเชฮึดฮัด
“เฮ้ย ไม่ต้องหนี เชื่อกู แผนตั้งรับ หันหลังชนกัน ผีมาด้านไหนเรายิง”
“สมมติผีมาทางซ้าย” อาสาถาม
“คนซ้ายยิง” ท่านเชตอบ
“แล้วถ้าผีมาทางขวา” ชมพู่ถามบ้าง
ท่านเชด่า
“คนซ้ายก็ยิงมั้งไอ้ฟาย...ก็ให้คนขวายิงสิวะหันหลังชนกัน 4 คน 4 ทิศ ซ้ายขวาหน้าหลัง ผีมาทางไหน ยิง”
สามเกลอรับคำพร้อมกัน
“เซ่อร์ เยสเซ่อร์”
ท่านเชและสามเกลอหันหลังประกบกัน ต่างคนต่างเล็งปืนไปแต่ละทิศ ผีขุนศึกโผล่มา ยืนกลางวงพอดี ไม่มีใครรู้ตัว
“เห็นมั้ย แค่นี้ ผีมันก็ทำอะไรเราไม่ได้...แล้วนี่มึงจะเบียดกูทำไมวะ” ท่านเชโวย
“เบียดอะไร ไอ้อาสาต่างหาก นี่ขามึงใหญ่ไปป่ะเนี่ย ดันตูดกูอยู่ได้” ชมพู่ต่อว่าเพื่อน
“กูไม่ได้ดันเลย ไอ้หรั่งมากกว่า” อาสาหันไปจับตัวหันกลับมา ยังไม่รู้ “ดูดิ กล้ามนมมึงใหญ่เกินไปแระ นี่มึงจะใหญ่ไว้แข่งกับวัวรึไง”
“พวกพี่นี่ขี้บ่นจังวะ เบาๆหน่อยไม่ได้รึไง เดี๋ยวผีมันก็โผล่...”
หรั่งหันไปจะด่า เจอผีขุนศึกยืนกลางวง ชะงัก อ้าปากค้าง ผีขุนศึกมองหรั่งยักคิ้ว
“เป็นไรของมึงไอ้หรั่ง ตะคริวกินปากรึไง อยู่ๆก็หยุด”
ขาดคำอาสาหันไปเจอชะงัก หรั่งหน้าเบ้จะร้องไห้
“ไง เข้าใจกูยัง”
อาสาพยักหน้าสะอื้น
“เฮ้ยอะไรของพวกมึงเนี่ย นี่พวกมึงคิดจะคุยกันสอง...” ชมพู่หันไปเจอชะงักกึก “ฮือ...” ชมพู่นับตัวเอง “สาม” นับท่านเช “สี่” นับผีขุนศึก “ห้า...ห้าแล้วนี่หว่า”
ท่านเชเล็งปืน ยังไม่หันไป
“ห้าอะไรของมึง ก็บอกแล้วไง 4 ทิศ...4 คน 4ทิศ แค่นี้นับเลขกันไม่เป็นรึไง ไหนนับดิ”
สามเกลอนับเรียงตัวน้ำเสียงสะอื้นๆ
“หนึ่ง...สอง...สาม”
ท่านเชนับ
“สี่”
ผีขุนศึกนับต่อ
“ห้า”
“เอ๊ะ ไอ้พวกนี้ นี่มึงโง่กันจริงๆ ใช่มะ ก็มีกันสี่คน มึงจะห้าได้ไง” ท่านเชหันมามาชี้ทีละคน “เห็นมั้ยนี่ไง หนึ่ง สอง สาม สี่” ชี้ผีขุนศึกที่ยืนจ้องอยู่
ผีขุนศึกนับ
“ห้า”
ท่านเชชะงัก ตัวสั่น สามเกลอสะอื้น
“ทีนี้ชัดยัง”
ท่านเชตาเหลือก
“ชัดแล้ว ตัวเบ้อเร่อเลย กูว่าต้องใส่เกียร์ห้าแล้วล่ะ จ๊าก”
ท่านเชและสามเกลอ วงแตก วิ่งหนีไป

มณฑลมาส่งพิมพ์ดาวที่หน้าบริษัทแซมเวย์
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะหมวด”
“จะให้ผมมารับด้วยก็ได้นะครับ”
“แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้ว ดาวกลับเองได้ ขอบคุณนะคะ”
สมชาติ เดินออกมาจากบริษัทเห็นพิมพ์ดาวพอดี
“น้องดาว นี่จะมาเข้าคอร์สอบรมแล้วใช่มั้ยครับเนี่ย”
พิมพ์ดาวยิ้ม
“ใช่ค่ะ...เอ่อ หมวดคะ นี่พี่สมชาติ รุ่นพี่สน ที่ดาวจะมาทำงานด้วย ส่วนนี่หมวดมณฑล เพื่อนดาวค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับหมวด...โอ้ว หมวดนี่บุคลิกดี มีเสน่ห์ ท่าทางเป็นมิตรกับประชาชนแบบนี้ ไม่ทราบว่าสนใจทำอาชีพเสริมที่เป็นอิสระ แต่มีรายได้มั่นคงบ้างมั้ยครับ”
มณฑลยิ้มๆ
“สนใจสิครับ”
“จริงเหรอครับ งั้นขอโทษนะน้องดาว พี่ขอเวลาคุยกับหมวดแป๊บนึง”
พิมพ์ดาวยิ้มขำๆ
“ตามสบายค่ะ ขอบคุณนะคะหมวด”
พิมพ์ดาวเข้าไปในบริษัท สมชาติเริ่มหว่านล้อม
“อย่างงี้นะครับหมวด คือบริษัทแซมเวย์ของเรา...”
มณฑลขัดขึ้น
“เดี๋ยว ที่จริงผมไม่ได้สนใจเรื่องคุณ แต่ผมสนใจเรื่องสนธยามากกว่า”
“ทำไมล่ะครับ หรือว่าไอ้สน ชวนหมวดไปเป็นดาวไลน์เรียบร้อยแล้ว”
“เปล่าครับ แต่ นายสนธยาถูกแจ้งจับข้อหาบุกรุก ผมเลยต้องการข้อมูลจากคุณ เพื่อจะเชิญตัวเขามาสอบสวนให้เร็วที่สุด”
สมชาติอึ้ง

“ง...งานเข้าอีกแล้วสิกรู”
 
อ่านต่อหน้า 4

วิวาห์ป่าช้าแตก ตอนที่ 12 (ต่อ)

ครูมาลัยพาพวกสนธยามาที่หลังโรงละคร จะเล่าเรื่องที่วันขวัญตาย ผีนางรำ เดินไปที่ตำแหน่งหลังม่านที่ตัวเองตาย อย่างเศร้าหมอง

“ที่นี่แหละ ที่ฉันต้องตาย” ผีนางรำหันมาดุ ชี้ครูมาลัย “เพราะแก นังมาลัย”
ครูมาลัยพยักหน้ารับ
“ใช่ วันขวัญ ฉันมีส่วนทำให้เธอต้องตาย...ภาพในพิธีบูชาครูวันนั้น ฉันยังจำทุกอย่างได้ชัดเจน”
ครูมาลัยเล่าในอดีต...
“ที่หลังเวที ทุกอย่างเงียบสงบ ทุกคนมัวแต่ไปเตรียมงานกันข้างนอก ฉันต้องเอาน้ำมาให้เธอตามที่ครูสั่ง ทั้งๆที่ตอนนั้น ฉันเกลียดเธอที่สุด”
มาลัยยืนอยู่มุมเล็กๆ หลังเวทีกำแก้วน้ำในมือแน่น แค้น จนมือสั่นแล้วตัดสินใจเดินผ่านมุมของตัวเองเข้าไป แต่ต้องหยุดอึ้ง อยู่หน้าม่านทางเข้าสู่เวที เมื่อเห็นวันขวัญในชุดรำ ใส่เล็บเหล็กยาว หลับตาพนมมือ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำสมาธิ
ครูมาลัยหน้าสลด
“แต่พอฉันได้เห็นเธอในชุดนางรำเต็มยศ ที่กำลังหลับตาทำสมาธิ ฉันกลับรู้สึกสับสน ทั้งประหลาดใจ ทั้งอิจฉา เพราะเธอดูช่าง สวยงาม ตามแบบของการเป็นนางรำทุกอย่าง...ฉันรู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่ที่ของฉัน และวันนั้นเธอเหมาะสมกับการเป็นนางรำที่สุด”

มาลัยตะลึงในความสวยงามของวันขวัญ จนทำแก้วน้ำหลุดจากมือ เพล้ง...วันขวัญที่ไหว้ทำสมาธิลืมตาขึ้นทันที โกรธ
“นี่แกแกล้งฉันรึไง”
มาลัยก้มเก็บแก้วน้ำแสตนเลสที่หล่นอยู่หน้าม่าน ไม่พอใจ
“ครูสั่งให้เอาน้ำมาให้ ฉันแค่เผลอทำหก อย่าโรคจิต ขี้ระแวงไปหน่อยเลยน่ะ”

ครูมาลัยหน้าเศร้า
“แต่แล้วเราก็เริ่มทะเลาะกัน เพราะเธอคิดว่าฉันแกล้งทำลายสมาธิเธอ”

เสียงพิธีกรดังเข้ามาหลังเวที
“ต่อไป เชิญทุกท่านพบกับ การแสดงชุดพิเศษ รำฟ้อนเล็บ จากตัวแทนนักศึกษาปีสุดท้าย...นส.วันขวัญ เจิดจ้า”
เสียงปรบมือดัง เสียงเพลงไทยเดิมทีใช้ฟ้อนดังขึ้น วันขวัญยิ้มเย้ย
“ได้ยินมั้ย ทุกคนรอชื่นชมฉันอยู่...หลบไป”
วันขวัญเบียดมาลัยออกไปจากม่าน ทางเข้าเวที แสงไฟสี บอกถึงการแสดงกำลังเริ่มสาดมาที่หน้า วันขวัญยิ้ม ก้าวจะผ่านม่านเข้าสู่เวที เท้าวันขวัญ เหยียบน้ำที่มาลัยทำหก ก้าวพลาด หงายหลังเหมือนถูกกระชากล้มกับพื้นหัวฟาด เลือดไหลนองเต็มพื้น มาลัยเข้าไปคุกเข่าข้างๆจ้องหน้าวันขวัญ ค่อยๆยกมือสองข้างของตัวเองขึ้นมา เต็มไปด้วยเลือด ช็อคสุดขีด
“กรี๊ด”

ครูมาลัยสะอื้นเล่าถึง วันที่ผีนางรำตาย ทุกคนนิ่งฟัง
“มือของฉันเปื้อนเลือดเธอ เต็มสองมือ ฉันพยายามช่วยเธอ แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง ฉันได้แต่กรีดร้องจน พวกที่อยู่หน้าเวทีต้องเข้ามาดู และพอเขามาถึง...เธอก็ตายแล้ว...” ครูมาลัยร้องไห้โฮ “วันขวัญ ฉันขอโทษ...”
“ทั้งหมดที่วันขวัญตาย เพราะล้มหัวฟาดงั้นเหรอครับ” สนธยาถาม
ผีนางรำแค้นมาก
“ไม่จริง มึงโกหก กูตายเพราะถูกฆ่า” ผีนางรำชี้แผล “แผลที่คอกูนี่ไง หลักฐาน...ถ้ามึงไม่ทำ แล้วใครทำ”
ครูมาลัยสั่นค่อยชี้ๆแล้วร้องไห้
“ธ...เธอ”
ครูมาลัยเล่าภาพที่วันขวัญตายเพิ่มเติม...เท้าวันขวัญ เหยียบน้ำที่มาลัยทำหก ก้าวพลาด หงายหลังเหมือนถูกกระชาก
“ตอนที่เธอล้ม เธอเผลอทำเล็บเหล็กที่สวมอยู่ แทงเข้าที่คอจนทะลุ เลือดเธอไหลนองพื้นเต็มไปหมด...ฉันพยายามช่วยเธอ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ”

วันขวัญล้มกับพื้นหัวฟาด เล็บเหล็กทิ่มปักคาคอ เลือดไหลนองเต็มพื้น วันขวัญพยายามถาม
“เกิด...เกิดอะไรขึ้น”
มาลัยเข้าไปคุกเข่าเอามือกดแผล แต่ไม่สำเร็จ ยกสองมือเปื้อนเลือดขึ้นดู
“กรี๊ด”
วันขวัญนอนที่พื้น ตาเหลือก ขาดใจตาย ทั้งที่มือใส่เล็บเหล็ก ปักคาคออยู่

ผีนางรำฟังครูมาลัยเล่าแล้วช็อค ครูมาลัยร้องไห้
“ฉันขอโทษที่ช่วยเธอไม่ได้ วันขวัญ ฉันขอโทษ”
“ไม่จริง มึงโกหก มึงหลอกกู ไม่จริ๊ง”
ผีนางรำหายตัวไปทันที ครูมาลัยสงสาร มองหา
“วันขวัญ ...วันขวัญ”
ผีเด็กดึงขาสนธยา
“พี่เขาน่าสงสารทั้งคู่เลยเนอะ”
สนธยามองครูมาลัยเห็นใจ ครูมาลัยเศร้าสลด

สามเกลอและท่านเช วิ่งมาหลบ ผีขุนศึก
“ไอ้เชคร๊าบ พอเถอะคร๊าบ ยอมเขาเถอะ หรั่งยังไม่อยากต๊าย” หรั่งคร่ำครวญ
ท่านเชไม่สน
“ไม่ มึงเชื่อดิ เราสู้ได้ เรามีปืนน้ำมนต์นะเว้ย”
อาสาจ้องหน้า
“มีแล้วทำไมไม่ยิง จะเก็บไว้อมรึไง ทำไมต้องหนีมากับกู”
“โห่ย เมื่อกี้มันตื่นเต้น รอให้มันออกมา คราวนี้กูจะยิงๆ”
เหล่าผีทั้ง 4 โผล่มาที่หลังท่านเชทันที สามเกลอเห็นตกใจสะดุ้งเฮือก
“เฮ้ย”
ท่านเชยังไม่หันไปสั่นๆ
“ไม่นะ ตกใจกันแบบนี้ ไม่มีอะไรข้างหลังกูใช่มั้ย”
สามเกลอพยักหน้าตอบพร้อมเพียง
“มี”
“ตัวเดียวใช่มั้ย”
สามเกลอชูนิ้ว 4 นิ้ว
“ครบเลย”
ท่านเชสะอื้น
“โธ่ ปืนกูมีกระบอกเดียวมาตั้ง 4...” ท่านเชได้ใจยิ้มออกมา “คิดว่ากลัวรึไง”
ท่านเช หันไปจ่อปืน จะยิงเหล่าผี ผีขุนศึก รู้ทัน ใช้ดาบฟัน ปืนขาดสองท่อน ท่านเชตาเหลือก
“จ๊าก”
ผีงิ้วจ้องหน้า
“ทีนี้จะกลัวหรือยัง”
“กลัวแล้ว จ๊าก”
สามเกลอ โยนปืนน้ำมนต์ทิ้งทันที ยกมือยอมแพ้

มณฑลใช้โทรศัพท์สมชาติ โทรหาสนธยา สมชาติอยู่ด้วยเป็นห่วงมาก มณฑลวางสาย
“ขนาดเบอร์คุณยังไม่รับ ผมว่านายสนคงมีความลับเยอะกว่าที่คิดแน่”
มณฑลจะคืนโทรศัพท์ให้ สมชาติจะรับมา มณฑลยื้อไว้ยังไม่คืน
“แล้วถ้าเขาติดต่อมา คุณต้องบอกให้เขา รีบไปรายงานตัวกับผมให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผมจะออกหมายจับ เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจ แจ่มแจ้งครับ”
มณฑลคืนโทรศัพท์ให้
“อีกอย่าง...” มณฑลเอารูปเจนนี่ที่ถ่ายจากกล้องวงจรปิดให้ดู “คุณรู้จักผู้หญิงคนนี้มั้ย”
สมชาติมองๆ
“ไม่รู้เลยครับ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก สาบานได้”
มณฑลรีบเก็บรูป
“อย่าบอกเรื่องที่ผมคุยกับคุณให้คุณดาวรู้เด็ดขาด ไม่งั้นคุณนั่นแหละที่จะเดือดร้อน”
“ไม่บอกครับ ผมชอบให้ความร่วมมือกับทางราชการอยู่แล้ว ถึงตายก็ไม่บอก”
มณฑลออกไป สมชาติมองตาม
“ซวยแล้ว ไอ้สน” สมชาติรีบกดโทรศัพท์ “รับสิวะ รับสิ”

สามเกลอยืนรวมกันกลัว ท่านเชถือปืนน้ำมนต์ที่ขาดสองท่อน ถอยมารวมด้วยอย่างตื่นกลัว ผีงิ้วมองเย้ย
“ไงล่ะมึง ทีนี้ยังจะกล้าสู้กะพวกกูอีกมั้ย”
สามเกลอยกมือไหว้ส่ายหัวยิกๆ ท่านเชมองปืนสองท่อนในมือ
“สู้”
ชมพู่ตบหัวเลย
“นี่แน่ะสู้ ปืนมึงขาด ยังกะขันที จะเอาอะไรไปสู้เขาอีก”
“มึงไม่รู้อะไร ถึงปืนขาด แต่น้ำมนต์กูยังอยู่ ยังไงกูก็สู้”
ท่านเชรีบยกปืนท่อนแรกจ่อที่ปาก ซดน้ำมนต์ อมไว้ในปาก
“โห่ ไอ้เช ไอ้หน้าด้าน ยอมแพ้เถอะ อย่าสู้เขาเลยวะ” อาสาด่า
ท่านเชอมน้ำมนต์อยู่ พูดไม่ชัด
“อู้”
หรั่งงงๆ
“อู้อะไร ไม่ต้องอู้ ไม่ต้องถ่วงเวลา คุณผีจะฆ่ามึงอยู่แล้ว จะอู้อะไรอีก”
ท่านเชส่ายหัว
“อู้...ไอ้ไอ้ อู้”
“อู้ ไอ้อู้ อะไร ของมึง อู้ดอีๆ ไอ้อู๊เอื้อง” ชมพู่ถามแบบเลียนเสียง
ท่านเชกลืนน้ำมนต์ แลบลิ้น
“แฮ่...กูบอกว่าสู้ ไม่ใช่อู้”
ท่านเชยกน้ำมนต์จากปืนอีกท่อนซดอีกทันที
“อ๋อ สู้ แล้วมึงใช้วิธีอมน้ำมนต์ในปากมึงเนี่ยนะ จะสู้เขาได้ยังไง๊” อาสาถาม
ท่านเชพยักหน้า
“อ้าย”
“ไม่ต้อง อ้าย กูไม่ใช่คนเหนือ กูเด็กเทพ พูดให้ชัดๆ” หรั่งนึกได้ก็ฉุน “อ๋อๆ หรือว่ามึงขึ้นไอ้ ขึ้นอีกะกู...เดี๋ยวเถอะมึงๆ”
ท่านเชกลืนน้ำมนต์แล้วเรออออกมา
“เปล่า กูบอกว่า ได้ หมายถึง สู้ ได้”
ผีงิ้วมองหน้า
“เหรอ งั้นถามหน่อย ทีนี้มึงจะเอาอะไรมาสู้กะกู”
“ก็น้ำมนต์นี่ไง” ท่านเชเทปืนสองท่อนที่ถูกฟันขาด แต่ไม่มีน้ำแล้ว “จ๊าก”
สามเกลอตกใจถามพร้อมกัน
“เฮ้ย น้ำมนต์ล่ะ”
“ก็กูแดกหมดเพราะ” ท่านเชตีหัวเรียงตัว “มึงๆ นี่ไง ไอ้ฟาย”
หรั่งกลัวตัวสั่น
“ฮือ แล้วคราวนี้จะเอาไง ไอ้เช”
“ก็ตัวใครตัวมันสิคร๊าบ จ๊าก”

ท่านเช วิ่งนำ สามเกลอ วิ่งตามวงแตก

ท่านเช เปิดประตูเข้ามาในเรือนหอ
 
“ซวยแล้วกู ตายแน่...ตายแน่ๆ”
ท่านเชจะวิ่ง แต่มีเท้าเตะตัดขาท่านเชล้มตึง ผีนางทาสมาเหยียบที่อก
“มึงจะหนีไปไหน”
“จ๊าก”
ท่านเชปัดเท้าผีนางทาสออกแล้ววิ่งไป

ท่านเชเปิดประตูเข้ามาในห้อง รีบปิดประตู ยืนหลับตาสวดมนต์อยู่หลังประตู ติดกำแพงหวาดกลัวสุดๆ
“พุทโธธัมโมสังโฆ ๆ”
ประตูเปิดปัง กระแทกหน้าท่านเชเต็มๆ ประตูเปิดกลับมา ท่านเชเลือดไหลครึ่งปากครึ่งจมูก มึน พูดไปเลือดไหลออกปากไป
“เว้ย อะไรวะคนจะสวด…”
ยังพูดไม่ทันจบผีตายทั้งกลมมายืนข้างหลังกระซิบข้างหู
“จะสวดหาอะไร ทำแผลก่อนมั้ย”
ท่านเชหันไปเห็นก็สะดุ้งเฮือก
“จ๊าก”
ท่าเชวิ่งหนีไปสุดชีวิต

สามเกลอ นั่งยองๆยกมือไหว้ กลัวผี
“คุณผีจ๋า เรากราบขอโทษ ไอ้เชมันหัวหน้าแก๊ง พวกเราแค่หลงผิด อย่าทำไรเขาเลย” ชมพู่วิงวอน
ท่านเชวิ่งแหกปากผ่านไป
“จ๊าก”
อาสามองตาม
“แล้วนั่นไอ้เชมันจะไปไหนมันวะ”
ท่านเช วิ่งเข้าห้องน้ำสังกะสีของคนงานรีบปิด หรั่งอึ้งๆ
“โห นี่ไง ที่บอกว่ากลัวจนขรี้แตก โธ่ไอ้เช๊”
แล้วชมพู่ก็ชี้ให้เพื่อนดู
“เฮ้ย พวกมึง ดูนั่น”
ผีตายทั้งกลม ผีนางทาส ผีขุนศึก ปิดด้วยผีงิ้ว ตามท่านเชเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตู สามเกลอร้องออกมาพร้อมกัน
“ซวยแล้ว ไอ้เช๊”

หลังเวทีโรงละคร มีพระพุทธรูปตั้งอยู่มุมหนึ่ง พวกสนธยาและครูมาลัยจุดธูปไหว้พระ ขอขมา ผีนางรำ
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย คุณพระคุณเจ้า ขอให้ท่านโปรดดลบันดาล ให้ดวงวิญญาณของนางสาว วันขวัญ ที่เคยเสียชีวิตอยู่ ณ. ที่แห่งนี้ ได้โปรดรับรู้ว่าข้าพเจ้านางสาว มาลัย สำนึกผิดแล้ว ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น”
สนิทที่ไหว้อยู่ด้านหลังกระซิบเจนนี่
“มารวบรัด ขอขมาแบบนี้ มันจะได้ผลเหรอวะ”
“หรือน้าอยากให้เขาอยู่ให้ขอขมาหรือไง”
สนิทส่ายหัวยิก เจนนี่ตัดบท
“เอาน่ะ อุตส่าห์ทำบุญไปให้ อย่างน้อยก็น่าจะช่วยให้อะไรดีขึ้นบ้างแหละ”
ครูมาลัยไหว้พระต่อ
“กรรมใดที่เคยทำร่วมกันไว้ ขอให้ดวงวิญญาณของนางสาว วันขวัญ โปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าและขอให้ดวงวิญญาณของนางสาววันขวัญ ได้ไปสู่สุขคติด้วยเถิด”
ทุกคนก้มไหว้พระ
“สาธุ”
พอเงยหน้าขึ้นมาก็ สะดุ้ง ถอยทันที ผีนางรำยืนอยู่หน้าหิ้งพระ ต่อหน้าทุกคนหน้าตาดุดัน สนธยาเสียงสั่น
“ว...วันขวัญ”

ท่านเช นั่งยองๆที่ส้วม ปาดเหงื่อ มีตุ่มน้ำวางใกล้ๆ
“โอย นี่มันจะตามกูไปถึงไหนวะ ไอ้พวกผีหน้าด้าน แล้วดูดิ๊ในนี้มันก็ร๊อน ร้อน...”
ทันใดนั้นเสียงผีงิ้วดังขึ้น
“นั่นสิ ร้อน ชิกหาย”
“ก็เออสิวะ ร้อนก็ร้อน แคบก็แคบ” ท่านเชนึกได้หน้าเหวอ “เฮือก...ครายอ่ะ”
ผีนางทาสค่อยๆโผล่หัวมาจากตุ่ม
“มึงว่าใครล่ะ”
ท่านเช หันไป มองรีบหันกลับมาทำเป็นไม่เห็น สะอื้น
“ไม่รู้ แต่ไม่ใช่อย่างที่เขาคิดใช่มั้ย”
ผีตายทั้งกลมเดินมายืนตรงหน้าขาติด ชิดท่านเชที่นั่งยองๆ
“แต่กูว่าใช่”
ท่านเชเงยหน้าขึ้นไปมองแว๊บนึง รีบก้มหน้าหลบ สะอื้น
“ไม่...ไม่จริง นี่เขาเข้าห้องน้ำอยู่นะ จะตามมาทำไม”
ผีขุนศึกเปิดประตูห้องน้ำ ยืนจังก้า
“ตามมาฆ่ามึงไง”
“เฮ้ย” ท่านเชก้มหน้าสะอื้น “ยังไม่สุดเลย ปล่อยเขาไปก่อนเถอะนะ”
ผีงิ้วโผล่หน้ามากระซิบข้างหู นั่งยองๆซ้อนหลัง
“ไม่ได้...มึงตาย”
“จ๊าก”
สายตาท่านเช เห็นหน้าเหล่าผี สลับกันหัวเราะหลอนๆ
“ฮ่าๆ”

ห้องน้ำสังกะสีสั่นๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงผีหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆ”
เสียงท่านเชตะโกนสุดเสียง
“ช่วย เช ด้วย”
ห้องน้ำระเบิดออก ฝาทั้ง4 ด้านล้มครืน ท่านเชนั่งยองๆที่ชักโครกข้างตุ่ม โล่งโจ้ง สามเกลอ แอบมาดูใกล้ๆตกใจ
“ไอ้เช๊”
ท่านเชร้องไห้
“ฮือ...เชไม่ไหวแล้ว ขนาดเข้าห้องน้ำผียังตามมาหลอก เชอยากจะบ้า”

ท่านเช รีบใส่กางเกงแล้ววิ่งหนี ปีนรั้วออกไปเลย
“รอกูด้วย”
สามเกลอรีบวิ่งปีนรั้วตามออกไป เหล่าผียืนอยู่ มองตามสะใจ

สนธยาเข้าไปยืนบังครูมาลัย ไม่ให้ผีนางรำทำร้าย พวกเจนนี่หลบหลังสนธยาอีกที
“อย่าก่อกรรมอีกเลยนะวันขวัญ ในเมื่อเธอก็รู้ความจริงว่าครูไม่ใช่คนฆ่า...เธอก็ควรอโหสิ ยกโทษให้ครูเขาเถอะ” สนธยาขอร้อง
ผีนางรำเดินเข้าใกล้ ครูมาลัยพูขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกสนธยา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ ฉันก็มีส่วนทำให้วันขวัญต้องตาย ยังไงฉันก็ต้องชดใช้”
สนธยาอึ้ง ครูมาลัยเดินไปหาผีนางรำ
“ไม่มีวันไหน ที่ฉันไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของฉันเลยนะวันขวัญ ฉันเสียใจจริงๆที่ทำให้เธอต้องตาย ถ้าเธออยากแก้แค้น ฉันก็ยินดี...”
ครูมาลัยหลับตา ผีนางรำค่อยๆยื่นมือไปหาทั้งสองข้างช้าๆ จะบีบคอ พวกสนธยา ตกใจตะโกนลั่น
“ครู”
ผีนางรำยื่นไปถึงคอครูมาลัย แล้วเปลี่ยนเป็นจับที่บ่าทั้งสองข้าง ครูมาลัยค่อยๆลืมตาหวั่นใจ
“ฉันรู้แล้วว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดเธอ ...แต่ฉันมีเรื่องจะขอร้อง”

เสียงเพลงไทยเดิมบรรเลง ครูมาลัย กับผีนางรำ ฟ้อนเล็บคู่กัน รำท่าเดียวกัน ยิ้ม สวยงาม น่าประทับใจ สนธยา เจนนี่ สนิท ผีเด็กมองครูมาลัย กับผีนางรำ รำบนเวทีอย่างชื่นชม
“น่าสงสารวันขวัญ ...ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ เขาต้องเป็นนางรำที่เก่งที่สุดคนนึงแน่ๆ” เจนนี่พูดเสียงเศร้า
“ฉันว่าครูมาลัยก็เข้าใจในเรื่องนี้ดี และที่เขาเป็นครูสอนรำ ผูกพันกับการรำ จนทุกวันนี้ เพราะเขาคงอยากทำหน้าที่แทนวันขวัญให้ดีที่สุดก็ได้…” สนธยาบอกอย่างเข้าใจ
สนิทกับผีเด็กปาดน้ำตา
“ซึ้งจัง...”

ทุกคนมองไปที่เวทีอย่างชื่นชม เสียงเพลงไทยเดิมบรรเลง ครูมาลัย กับผีนางรำ ฟ้อนเล็บคู่กัน ท่าเดียวกัน สวยงาม จนถึงจังหวะหมุนตัว ร่างของผีนางรำ หมุนตามแล้วค่อยๆสลายเป็นประกายระยิบ ปล่อยให้ครูมาลัยรำคนเดียวต่อไป ด้วยใบหน้ายิ้ม มีความสุข
 
อ่านต่อตอนที่ 13
นางมาร ตอนที่ 1 - 2
นางมาร ตอนที่ 1 - 2
ค่ำคืนหนึ่ง พระจันทร์ฉายแสงเพียงเสี้ยว...บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ใต้แสงสลัว ภายในห้องนอนของเรือนไทยหลังนั้น เฟื่องนอนหลับอยู่ ทันใดนั้นเธอลืมตาขึ้น รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างร้องเรียกให้เธอออกไป เฟื่องค่อยๆลุกเริ่มหยิบตะเกียง เดินข้ามอุ่นกับทับทิมที่นอนหลับอยู่ เฟื่องเดินออกไปจากห้องมองตามทางด้วยบรรยากาศมืดสลัว วังเวง อากาศหนาวเย็นเธอรู้สึกถึงความหนาวเย็นได้ค่อยๆเดินลงบันไดบ้านไป เดินออกไปบริเวณพงหญ้าข้างบ้าน แล้วจู่ๆเหมือนมีอะไรบางอย่างมาข้างหลัง เฟื่องหันไปเห็นหญิงผู้หนึ่งในชุดนางทาสกำลังนั่งร้องไห้ใต้ต้นไม้ หันหลังให้อยู่ เฟื่องขยับตะเกียงในมือเข้าไปใกล้เพื่อมองให้ชัดๆ สีหน้าระแวดระวัง “ใครน่ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...