xs
sm
md
lg

ต้นรักริมรั้ว ตอนที่ 2

เผยแพร่:

ต้นรักริมรั้ว ตอนที่ 2
 
เวลากลางวัน นลิน ดารินทร์ มัญจา สารัชยืนรอคิวเข้าร้านอาหารแถวๆ ตึกภัทร แอดเวอร์ไทซิ่ง มัญจาเรียกพนักงานต้อนรับ

"บัวฉันขอกินหลายๆ อย่างเลยนะเพราะเธอเลี้ยง"
"ฉันก็อยากเลี้ยงนะมิ้นท์ แต่เธอลืมไปแล้วเหรอว่ากระเป๋าตังค์ฉันหาย ไม่รู้ไปตกที่ไหนกันแน่"
มัญจากระซิบไม่ให้สารัชได้ยิน
"แค่รู้ว่าไม่ตกในรถคุณปราณก็พอแล้ว ฉันโล่งอกแทนเธอมากๆเลยนะบัว ที่เรื่องมันพลิกล็อกออกมา ดีกว่าที่คิดแบบนี้"
"ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ทำงานที่นี่มาก่อน พี่ขอบอกว่าอย่าเพิ่งประมาท ถ้าให้ดีนะ...บัวควรมีแฟน" ดารินทร์บอก
สารัชได้ยินแว่วๆ ก็รีบเสนอหน้า
"คุณบัวจะมีแฟนเหรอครับ ผมยังรอคุณบัวอยู่นะครับ"
"สารัชไปเอาน้ำให้หน่อยน๊า"
สารัชเดินฟูมฟายไปที่เคาน์เตอร์หยิบน้ำ
"นายจุ้นจ้านไปแล้ว จะได้เมาท์กันมันส์ปากหน่อย" มัญจาบอกแล้วหันไปพูดกับดารินทร์
"พี่รินทร์ขา บัวเขาไม่ยอมหาแฟนแล้วล่ะค่ะ เพราะเขามี ว่าที่แฟนอยู่ในหัวใจแล้วทั้งคน"
นลินปรามเสียงดุ
"มิ้นท์ !"
มัญจาขำอาการของนลิน
"แล้วคืนนี้จะไปส่งคุณติณณ์ไหม"
นลินชะงัก
"จะบ้าเหรอ จะให้ฉันไปส่งเค้าในฐานะอะไร"
"ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ทำงานและมีสามีก่อน ...พี่ขอบอกว่าการไม่ส่งผู้ชาย เราไม่ใช้ต้องฐานะจ้ะ เราใช้ใจก็พอ"
มัญจาตบมือไฮไฟว์กับดารินทร์ตอบรับการถูกใจ นลินถอนใจอย่างขำๆ
"ถึงยังไงบัวก็ไปไม่ได้หรอกค่ะ บัวต้องรีบคิดแคมเปญให้เสร็จ ภายในคืนนี้ ตอนนี้บัวยังไม่มีไอเดียเลย"
"แต่คุณติณณ์จะไม่อยู่ถึง 3 เดือนเลยนะ"
นลินชะงักรู้สึกเสียดายเหมือนกัน
"งั้นบัวก็ดักส่งคุณติณณ์ที่ออฟฟิศก็ได้นี่ คุณติณณ์จะไปตอนสามทุ่มไม่ใช่เหรอ ยังไงคืนนี้บัวก็คงทำงานจนดึกอยู่แล้วนี่" ดารินทร์บอก
นลินนิ่งคิดอย่างลังเลเพราะกลัวว่าจะทำอะไรออกหน้าเกินไป
กษิดิฐโผล่หน้าเข้ามาข้างๆหน้านลิน
"ไม่ร้องไห้ฟูมฟายอย่างนี้ แปลว่ายังไม่โดนไล่ออกใช่มั้ย"
นลินตกใจ
"กบ ! ทำไมยังอยู่อีกล่ะ"
กษิดิฐยิ้มๆและยักคิ้วยียวนยังไม่ตอบอะไร

ในร้านอาหาร สารัชนั่งคั่นกลางระหว่างนลินกับกษิดิฐ สารัชมองกษิดิฐอย่างไม่ถูกชะตาและแสดงออกว่าหวงนลิน กษิดิฐมองอีกฝ่ายอย่างไม่ใส่ใจเหมือนเป็นอากาศธาตุ
"อะไรนะ กบเช่าออฟฟิศที่นี่เปิดบริษัทออกแบบเหรอ"
กษิดิฐเอื้อมมือผ่านหน้าสารัชไปดึงมือนลินมาจับ
"เยส ..ทีนี้เราก็จะได้อยู่ด้วยกัน ทั้งเช้า กลางวัน เย็น และเวลานอนเลยเนอะ... อดีตภรรยาจ๋า"
นลินดึงมือออกทันที
"นายกบ ! บัวบอกแล้วไงว่าเรียกบัวแบบนี้"
สารัชได้ที พูดย้ำใส่หน้า
"ได้ยินไหม คุณบัวบอกว่าอย่าเรียกแบบนั้น เรื่องของคุณกับคุณบัวจบไปแล้ว ขอย้ำ! จบไปแล้ว"
กษิดิฐหยิบส้อมทิ่มลงโต๊ะอย่างแรง สารัชสะดุ้งโหยง เขามองท่าทางตกใจของสารัชแล้วขำ
"ขอโทษ เวลาได้ยินอะไรไม่เข้าหู แขนมันกระตุกอย่างนี้ทุกที"
กษิดิฐทิ่มส้อมลงโต๊ะอย่างเร็ว 5 ทีซ้อน สารัชรีบย้ายที่นั่งไปนั่งข้างๆดารินทร์แทนทันที
มัญจากระซิบนลิน
"ซวยล่ะสิบัว ขืนกบอยู่ตึกเดียวกับเราแบบนี้ เรื่องบัวเคยแต่งงานต้องเข้าหูคุณติณณ์เข้าสักวันแน่"
นลินชะงักเพราะคิดถึงสถานการณ์ที่ปั๊มเมื่อตอนเช้าที่กษิดิฐตะโกนเรียกเมีย เธอกระซิบตอบเพื่อน
"นั่นน่ะสิ เมื่อเช้ากบก็เกือบทำบัวขายหน้าทีหนึ่งแล้ว งั้นบัวขอตัวก่อนแล้วกันนะ ก่อนที่กบจะทำให้บัวขายหน้าอีก"
กษิดิฐยื่นหน้าเข้าไปพูดกระซิบกับสาวๆบ้าง
"กระซิบอะไรกันเหรอ"
3 สาวสะดุ้งเฮือกร้อง "เฮ้ย"
"เปล่า คุยกันเรื่องงานน่ะ เดี๋ยวกบกินข้าวกับมิ้นท์ต่อนะ บัวมีงานสำคัญต้องรีบขึ้นไปทำงานต่อ" นลินตอบแล้วจะลุกเดินไป
"ไหนๆกบก็อยู่ที่นี่แล้ว เดี๋ยวกบรอกลับบ้านพร้อมบัวแล้วกันนะ"
"กบกลับไปก่อนเถอะ คืนนี้บัวคงอยู่ทำงานดึกแน่ๆ เดี๋ยวบัวกลับเอง บัวไปนะ" สารัชเหลือบไปทางกษิดิฐ
"ผมไปด้วยครับคุณบัว ผมไม่ชอบร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า"
นลินรีบเดินออกจากร้านอาหารไป สารัชเดินตาม กษิดิฐมองตามอย่างหงุดหงิด แล้วหันมาบ่นกับมัญจา
"นี่บัวเขายังกล้าอยู่ทำงานดึกๆอีกเหรอ ต่อให้เจ้านายไม่เอาเรื่องแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าไอ้หมอนั่นมันจะปล่อยบัวไปนะ"
"ใจเย็นน่ากบ บัวเขาห่วงงานน่ะ งานนี้มันสำคัญมาก บัวจะได้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่เลื่อนก็ขึ้นกับงานนี้ แล้วอีกอย่าง.. บัวก็คิดว่าคุณปราณไม่มายุ่งอีกแล้วล่ะ" มัญจาว่า
"แต่กบไม่คิดอย่างนั้นนะ"
ดารินทร์จับสังเกตุ กษิดิฐที่เป็นห่วงบัว

นลินกับสารัชเดินออกจากร้านอาหารตรงเข้าบริษัท ปราณเดินออกมาจากมุมตึก มองนลินที่เดินผ่านไป ปราณจับรอยเขียวช้ำบนใบหน้าอย่างแค้นๆ
"มีความสุขไปเถอะ พรุ่งนี้เธอจะยิ้มไม่ออก เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นตัวกับฉัน เธอเจอศึกใหญ่แน่"

นลินเดินยิ้มทักทายคนที่เดินสวนกันด้วยอารมณ์มีความสุข โดยไม่รู้ว่ากำลังโดนปราณมองอยู่
ในร้านอาหาร มัญจาบอกกษิดิฐ

"กบไม่ต้องห่วงบัวนะ เดี๋ยวคืนนี้มิ้นท์กับพี่รินทร์จะอยู่เป็นเพื่อนบัวเอง กบกลับไปเถอะ"
"ยังไงฝากบอกบัวด้วยว่า กบจะมารับ"
มัญจารีบพูด
"ไม่ต้องมารับหรอก เอาอย่างนี้ ถ้ากบไม่สบายใจ เดี๋ยวมิ้นท์ไปส่งบัวเอง กบรีบกลับไปเถอะ"
กษิดิฐมองท่าทางที่มัญจาคะยั้นคะยอให้รีบกลับอย่างสงสัย
"มิ้นท์รู้ไหมว่า ท่าทางมิ้นท์ตอนนี้เหมือนตอนสมัยมหาวิทยาลัยเป๊ะเลย"
มัญจาชะงัก
"เหมือนอะไร ตอนนี้มิ้นท์สงบเสงี่ยมกว่าตั้งเยอะ"
"ก็เหมือนตอนที่บัวแอบไปปิ๊งหนุ่มวิศวะ แต่บัวไม่อยากให้กบรู้ แล้วมิ้นท์ก็ช่วยบัวปิดไง"
กษิดิฐมองมัญจาอย่างคาดคั้น มัญจาเริ่มเลิกลั่ก ดารินทร์กระซิบแนะนำ
"พูดไปเลยว่า เขาคิดมากไป"
"กบคิดมากไปรึเปล่า"
กษิดิฐยิ้ม
"แล้วตอนนั้นที่กบจับได้ ก็เพราะมิ้นท์พูดคำนี้แหละ"
ดารินทร์ มัญจาต่างชะงัก "แป่ว !"
กษิดิฐมองคาดคั้น
"บัวแอบปิ๊งใครอยู่ใช่ไหม"
มัญจามองหน้าดารินทร์อย่างปรึกษาว่า เอายังไงดี

มัญจากับดารินทร์รีบเดินหนีกษิดิฐออกจากร้านอาหารทันที เขารีบเดินตาม
"ถ้าบัวไม่ได้ปิ๊งใคร แล้วทำไมต้องรีบหนีกบด้วยล่ะมิ้นท์"
"ไม่ได้หนี แต่นี่จะบ่ายโมงแล้ว มิ้นท์ต้องรีบไปทำงานต่อ ไว้ค่อยเจอกันนะกบ ไปเร็วพี่รินทร์"
"ไว้เจอกันนะคะคุณกบ" ดารินทร์บอก
มัญจากับดารินทร์จะเดินไป กษิดิฐพูดลอยๆ
"คนที่บัวชอบนี่ใช่คุณติณณ์รึเปล่า"
มัญจากับดารินทร์ชะงัก กษิดิฐรู้ได้ยังไง มัญจารีบเฉไฉ
"กบเอาที่ไหนมาพูด"
กษิดิฐยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ก็วันแรกที่กบมา กบเห็นบัวได้ยินชื่อ คุณติณณ์ บัวก็ร้อนรนรีบวิ่งไปหาคุณติณณ์ แล้วเมื่อกี้ กบได้ยินน้า เรื่องไปส่งคุณติณณ์น่ะ"
มัญจาชะงัก กระซิบดารินทร์
"บรรลัยล่ะสิ กบได้ยินเราพูดเรื่องนั้นด้วย ทำยังไงดีพี่รินทร์"
ดารินทร์กระซิบบอก
"สถานการณ์จนตรอกอย่างนี้ ต้องใช้มุก ฉอ. ฉอ."
"หนีไปฉิ๊งฉ่องเหรอ"
"เฉไฉย่ะ !"
มัญจาพยายามปั้นหน้าซื่อแล้วพูดเฉไฉ
"จะบ้าเหรอกบ คุณติณณ์ เขาเป็นเจ้านายเรา เราเลยอยากไปส่งเจ้านายเอาหน้าเฉยๆ อีกอย่างนะ คุณติณณ์ก็อายุไปตั้งห้าสิบกว่าแล้ว มีลูกมีเมีย เต็มบ้านไปหมด บัวไม่มีทางคิดอะไรกับคุณติณณ์หรอก"
กษิดิฐยิ้มเจ้าเล่ห์
"จริงเหรอ แหม..กบว่างพอดี งั้นไปหาเจ้านายบัวดีกว่า จะได้ฝากฝั่งให้ดูแลสวัสดิภาพของพนักงานสาวๆ ให้มันดีๆ ไม่ใช่ปล่อยให้สามีเจ้าของบริษัทพาเข้าโรงแรมอย่างนี้"
กษิดิฐจะเดินไปทางออฟฟิศ มัญจารีบวิ่งไปยืนขวาง
"ไปไม่ได้นะกบ"
ดารินทร์มองท่าทางของกษิดิฐแล้วคิดแผนบางอย่าง
"ไปสิ เดี๋ยวพี่พาไป"
มัญจาคาดไม่ถึง
"พี่รินทร์"
กษิดิฐมองดารินทร์

ดารินทร์เดินนำมัญจากับกษิดิฐมายังทางเดินล็อบบี้ มัญจากระซิบถาม
"พี่จะพากบไปหาคุณติณณ์จริงๆเหรอ"
"ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ทำงานที่นี่มาก่อน พี่ขอบอกว่า คนอย่างคุณกบ ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถ้าเราไม่พามาเจอ มีหวังคุณกบตามสืบหาเองแน่"
"พี่พามาเจออย่างนี้ ผลมันก็ไม่ต่างกันนะ"
"ต่างสิ"
ดารินทร์มองไปเห็นพนักงานผู้ชายแก่และอ้วนเดินมา เธอใช้ศอกกระทุ้งบอกมัญจาให้มอง ผู้ชายคนนั้น มัญจาเห็นผู้ชายแล้วยิ้มดีใจ
"คุณติณณ์มาพอดีเลย สวัสดีค่ะคุณติณณ์"
"สวัสดีครับ คุณมิ้นท์กับคุณรินทร์มาทานข้าวเหรอครับ"
"ใช่ค่ะ นี่คุณติณณ์ไงกบ" มัญจาบอก
กษิดิฐมองผู้ชายแก่อย่างแคลงใจ
"สวัสดีครับ ผมชื่อกษิดิฐ เป็นเพื่อนของบัว"
"อ๋อ คุณบัว สวัสดีครับ ... ผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวผมมีประชุมต่อ"
กษิดิฐมองตามผู้ชายแก่และอ้วนอย่างแคลงใจ มัญจากับดารินทร์มองหน้ากันอย่างโล่งอก
"เป็นยังไงล่ะกบ เธอคิดว่าสภาพแบบนี้ บัวจะชอบไหม ถ้าหมดข้อสงสัยแล้ว มิ้นท์กับพี่รินทร์ไปทำงานก่อนนะ"
มัญจากับดารินทร์รีบเดินไปที่ลิฟท์ กษิดิฐไม่อยากเชื่อ

มัญจากับดารินทร์รีบเดินหนี กษิดิฐมายืนรอลิฟท์กับพนักงานคนอื่นๆ
" พี่รินทร์เกือบทำให้มิ้นท์ช็อคตาย"
"ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ทำงานที่นี่มาก่อน พี่รู้ว่าคนชื่อติณณ์ในบริษัทนี้มี 3 คน โชคดีที่คุณติณณ์ฝ่ายการตลาดเดินมาพอดี"
"ขอให้กบเชื่อพวกเราด้วยเถอะ ไม่อย่างนั้น กบต้องป่วนความรักของบัวเหมือนเมื่อก่อนแน่"
ดารินทร์ชะงักคิด
"พี่สงสัยอย่างนึง มิ้นท์บอกว่าคุณกบกับบัวเป็นแค่เพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วเรื่องแต่งงานของสองคนนั้นก็เป็นเพราะคำขอของคุณย่า นั่นก็แปลว่าคุณกบกับบัวไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางใจกันใช่ไหม"
"ใช่ค่ะพี่รินทร์"
"ถ้าอย่างนั้น บัวจะชอบใครมันก็เป็นเรื่องของบัวสิ แล้วคุณกบ มาป่วนทำไม"
มัญจาชะงักแล้วมองตาดารินทร์ที่คิดว่ากษิดิฐอาจจะชอบนลินรึเปล่า
"เฮ้ย เป็นไม่ได้หรอกพี่รินทร์"
"พี่ก็แค่พูดในฐานะที่พี่มีประสบการณ์โดนผู้ชายตามชอบมาก่อน แหม ! ถ้าเป็นอย่างที่พี่คิด เรื่องคงสนุก คุณกบชอบบัว บัวชอบคุณติณณ์ นี่ถ้าคุณติณณ์ชอบบัวด้วย โอ้โห ! สุดหรรษา"
มัญจาคิดถึงแตงกวาขึ้นมา
"แค่นี้ยังไม่สนุก พี่รินทร์ต้องเจออีกคน"

"ใครเหรอ"
ในบ้านกษิดิฐ เวลาต่อเนื่องมา ยศภัทรกำลังเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของกษิดิฐและเช็กอีเมลในเมลของลูกชายที่เปิดค้างอย่างสนุกอยู่ กมลาเดินถือผ้าม่านลงมาซักพร้อมกับเด็กรับใช้ชื่อ “มะขามเปียก”

"เดี๋ยวมะขามเปียกเอาผ้าม่านนี่ไปซักนะ แล้วเอาผ้าม่านผืนใหม่ที่ฉันเอามาจากบ้านสวนมาใส่แทน"
มะขามเปียกโอดครวญ
"หนูซักหมดนี่คนเดียวกลัวไม่ไหวน่ะค่ะคุณนาย"
"เดี๋ยวฉันให้เงินเพิ่มอีกห้าสิบบาท"
มะขามเปียกเปลี่ยนท่าทางทันที
"มีเวลาถมเถ ผ้าแค่นี้ซักหมดสบายๆ"
มะขามเปียกเอากองผ้าม่านไปซักหลังบ้าน กมลาเดินมานั่งข้างๆยศภัทรอย่างเหนื่อยอ่อน
"ตากบนะตากบ อยู่ๆก็กลับมาก่อน ดูสิ ต้องรีบทำความสะอาดบ้านช่อง มือเป็นระวิง นี่ดีนะที่เอามะขามเปียกมาช่วยจากบ้านสวน ขืนแม่ทำคนเดียว คงตาย"
กมลาหันไปมอง ยศภัทรเงียบ
"พ่อทำอะไรน่ะ"
"ตากบมันเปิดคอมทิ้งไว้ พ่อเลยแอบเข้ามาอ่านอีเมลของมันเล่น เผื่อมันมีรูปโป๊"
กมลาปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คของกษิดิฐ
"พ่อนี่นะ ถ้ามีเวลาว่างมาก ไปช่วยแม่ทำความสะอาดบ้านไหม หรือไม่ก็ไปเก็บค่าเช่าที่ที่รังสิต คุณแม่ท่านทิ้งที่ดิน ทิ้งบ้าน ให้คนอื่นเช่าตั้งมากมาย พ่อควรจะไปดูแลบ้างนะ ไม่ใช่มาทำอะไร ไร้สาระแบบนี้"
"แต่ในความไร้สาระมันยังมีประโยชน์นะแม่"
"ประโยชน์อะไรของพ่อ"
ยศภัทรชี้ไปที่จอคอมพิวเตอร์ กมลาดูแล้วชะงัก

รถของกษิดิฐขับเข้ามาจอดในโรงรถหน้าบ้าน เขาลงจากรถ ยศภัทรวิ่งพุ่งเข้ามาล็อกแขนของลูกชายพร้อมกับเอาเชือกรัดข้อมือของกษิดิฐไว้ แล้วหยิบไม้ช็อตยุงที่เหน็บไว้ที่ขอบกางเกงมาช็อตขู่กษิดิฐ
"ทำอะไรเนี่ยพ่อ"
"ก็จะสอบสวนความจริงจากผู้ร้ายปากแข็งไง"
ยศภัทรตะโกนเข้าไปในบ้าน
"จับผู้ร้ายได้แล้วครับ ท่านผู้บังคับบัญชา"


กมลาเดินออกมาจากในบ้านแล้วไปตียศภัทร
"พ่อทำอะไรลูกเนี่ย เอาที่ช็อตยุงมาให้แม่"
กมลาดึงไม้ตียุงจากยศภัทรมา กษิดิฐยิ้ม คิดว่าแม่มาช่วย
"เอาไปเก็บเลยครับแม่"
กมลายิ้มเหี้ยม กดที่ช็อตยุงโชว์
"ใครบอกว่าแม่จะเอาไปเก็บ แม่จะเอามาช็อตกบเองนี่แหละ"
"เฮ้ย !นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ที่แสนดีของกบเนี่ย"
"ไม่ต้องมาพูดดีเลย ! กบบอกแม่มาตรงๆดีกว่า ว่าทำไมกบถึงรีบกลับมาจากอเมริกา"
"อยู่ๆแม่มาสงสัยอะไรตอนนี้เนี่ย กบเรียนจบก็กลับบ้านไงครับ"
กมลากดที่ช็อตยุงเข้าใกล้กษิดิฐมากขึ้น
"แม่ให้โอกาสกบอีกที ทำไมกบถึงรีบกลับจากอเมริกา"
"ก็กบบอกแล้วไงคร้าบ ว่ากบเรียนจบ กบก็อยากรีบกลับมาเปิดบริษัทของตัวเอง วันนี้กบไปเช่าออฟฟิศแล้ว อยู่ตึกเดียวกับบริษัทของบัวด้วย"
กมลาได้ยินก็ดีใจจนโยนที่ช็อตยุงทิ้ง แล้วโผเข้าไปกอดกษิดิฐอย่างดีใจ
"จริงเหรอกบ ทำถูกแล้วลูก"
กษิดิฐรู้ทัน
"ทำถูกที่เปิดบริษัท หรือ ทำถูกที่เช่าออฟฟิศตึกเดียวกับบัวครับ"
กมลายิ้ม
"ทำถูกทั้งสองอย่างล่ะลูก"
ยศภัทรเตือนสติ
"แม่ ! เรื่องนั้นไว้ก่อน ลืมไปแล้วเหรอว่าเรากำลังสอบสวนตากบอยู่"
กมลานึกได้ หยิบไม้ช็อตยุงขึ้นมาขู่ต่อ
"เออ...จริง บอกแม่นะกบว่าที่กบรีบกลับมาเพราะหนีใครมาใช่ไหม"
กษิดิฐชะงัก แต่พยายามนิ่ง ๆ เนียน ๆ ไว้
"แม่พูดอะไร ผมไม่รู้เรื่อง"
ยศภัทรกับกมลามองตากัน ว่ารู้อยู่แล้วว่ากษิดิฐต้องมาไม้นี้ ยศภัทรยิ้มเจ้าเล่ห์ว่ามีหลักฐาน มัดตัวกษิดิฐไว้แล้ว

ยศภัทรจับลูกชายนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กษิดิฐอ่านอีเมลตรงหน้าแล้วยังทำหน้าไม่รู้เรื่อง
"ก็แค่อีเมล ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่พ่อ"
"อย่ามาเฉไฉตากบ นี่ถ้าพ่อไม่แอบดูอีเมลของกบ พ่อกับแม่คงไม่รู้ว่าที่กบรีบกลับเพราะหนีเขามา" ยศภัทรบอก
กมลาถอนใจหนักใจ
"ตากบนะตากบ ทำอย่างนี้อีกแล้ว กบคิดเหรอว่าหนีเขามาแบบนี้ แล้วเขาจะไม่ตามมาน่ะ"
กษิดิฐเฉไฉ
"หิ๊ว หิว แม่มีอะไรกินบ้างอ่ะ"
"ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง กบติดต่อกลับหาเขาเลยนะ คุยกับเขาให้รู้เรื่อง อย่าปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้"
กษิดิฐยังเฉไฉ
"พ่อ ตอนนี้แม่ติดพระเอกเกาหลีชื่ออะไรน่ะ"
"วอน ดง ซอก"
"ชื่อพระเอกของแม่ฟังแปลกๆเนอะ"
"ไม่ใช่ชื่อพระเอกของแม่หรอก แต่หมายถึงกบน่ะ..วอนโดนช็อต"
ยศภัทรชูไม้ช็อตยุง
"เลิกเฉไฉ แล้วไปจัดการอย่างที่แม่เขาบอก"
กษิดิฐอิดออด เพราะรู้ว่าทำตามที่กมลาบอกไปก็ไม่มีประโยชน์
"แต่ว่า..."
กมลาเสียงเด็ดขาด
"ห้ามมีแต่ ถ้ากบเหลวไหลเรื่องอื่นแม่จะไม่ยุ่ง แต่เรื่องนี้แม่ปล่อยไม่ได้ เพราะถ้าขืนกบไม่คุยกับเขาให้รู้เรื่อง ถ้าเขาตามกบกลับมา คนที่ซวยมันไม่ใช่กบคนเดียว แต่ยังมีคนอื่นด้วย..กบก็รู้นะว่าใคร"
กษิดิฐเข้าใจว่า กมลากลัวว่าถ้าแตงกวากลับมา นอกจากแตงกวาจะอาละวาดกับกษิดิฐแล้ว คนที่ซวยไปด้วยคือนลิน

บนโต๊ะทำงาน เวลาเย็น นลินกำลังเปิดแฟ้มข้อมูลแคมเปญโฆษณา พร้อมกับดูคอมพิวเตอร์ไปด้วย
ดารินทร์ที่อยู่โต๊ะข้างๆเริ่มเก็บของหันมาพูดกับนลิน

"เป็นไงบ้างบัว...จะเสร็จหรือยัง"
นลินก้มหน้าก้มตาทำงานพร้อมพูด
"ยังไม่เสร็จเลยค่ะพี่รินทร์ สงสัยคืนนี้คงดึกแน่ๆ"
มัญจาล้อ
"คนเก่งอย่างบัว ถ้าจะคิดก็ใช้เวลาไม่นานหรอก แต่นี่ที่คิดนาน เพราะจงใจจะรอส่งใครบางคนมากกว่า"
นลินปราม
"พูดจาเหลวไหลน่ามิ้นท์"
ดารินทร์ดูนาฬิกาบอก
"ห้าโมงแล้ว ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน พี่ขอบอกว่าพี่ต้องรีบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นรถจะติดอย่างแรง วันนี้ต้องพาพี่ภพกับลูกไปซื้อของเข้าบ้านด้วย"
"ขอมิ้นท์ติดรถพี่รินทร์เหมือนเดินนะคะ"
สารัชเดินเสนอหน้ามาทันที
"เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนคุณบัวเองครับ"
"ได้ข่าวว่าวันนี้พ่อแม่นายมาหาจากต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ" ดารินทร์ถาม
สารัชเพิ่งนึกได้
"เฮ้ย ! ตายแล้ว ลืมไปรับพ่อแม่ที่หมอชิต ผมไปก่อนนะครับ"
สารัชรีบวิ่งออกไปทันที
"บัวอยู่ได้ไหม กลัวคุณปราณรึเปล่า เดี๋ยวพี่บอก รปภ. มาเดินแถวบัวบ่อยๆให้เอาไหม" ดารินทร์ถาม
"ไม่เป็นไรค่ะ บัวอยู่ได้ บัวเคยพลาดไปทีนึงแล้ว ทีนี้บัวจะระวังตัวมากขึ้น ไม่ให้พลาดอีก"
"งั้นก็ตามใจ พี่ไปก่อนนะ"
"อย่าลืมคิดคำสวยๆให้สมกับเป็นครีเอทีฟไปบอกลาคุณติณณ์ล่ะ" มัญจาบอก
นลินทำหน้าเซ็ง มัญจากับดารินทร์เดินออกจากออฟฟิศไป นลินหันไปมองทางห้องทำงานติณณ์ว่า จะคิดคำดีๆบอกลาติณณ์ ดีไหม แล้วตัดใจเพราะกลัวจะดูออกอาการนอกหน้าเกินไป เธอก้มหน้าทำงานต่อ
บรรยากาศท้องฟ้าสีออกแดงบ่งบอกเวลายามเย็นภายนอกหน้าต่าง

บรรยากาศท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว กษิดิฐกำลังโทรหานลินพร้อมกับเดินไปเดินมาอย่างกังวลอยู่ในสนามหน้าบ้าน เพราะนลินไม่รับสาย เขาเดินงุ่นง่านคิดว่าถ้าไปรับตัวนลินกลับ นลินต้องไม่กลับมาง่ายๆแน่ ก่อนคิดบางอย่างออก แล้วขับออกไปทันที
กมลาเดินออกมาจะตามลูกชายเข้าบ้าน แต่เห็นกษิดิฐขับรถออกไป
"ตากบ ! ไปไหนลูก"

นาฬิกาที่วางบนโต๊ะติณณ์บอกเวลาสามทุ่ม เขาปิดคอมพิวเตอร์ เก็บของบนโต๊ะ หยิบกระเป๋าที่วางข้างๆกับ กระเป๋าเดินทางที่วางชิดผนังไว้ขึ้น เปิดเพื่อจะเก็บโน้ตบุ๊ก เขามองในกระเป๋าแล้ว ชะงัก เมื่อเห็นดอกกุหลาบสีขาวเสียบอยู่ในกระเป๋า เขาหยิบขึ้นมาดมพร้อมกับคิด
"อีกตั้งสามเดือนกว่าจะได้เจอกัน จะลองให้เขาสักครั้งดีไหม"
ติณณ์มองดอกกุหลาบอย่างลังเล

บนโต๊ะทำงาน นลินนั่งเปิดนิตยสาร AD เล่มโตของต่างประเทศเพื่อหาไอเดียอย่างเคร่งเครียด แล้วเหลือบมองไปที่ห้องทำงานของติณณ์ ก่อนเรียกสมาธิกลับมาคิดงานต่อ เธอ เหลือบมองไปอีกครั้งก่อนส่ายหน้าไล่ความคิดที่รบกวนสมาธิออกไป
นลินถอนใจแล้วหยิบแก้วน้ำมาดื่ม แต่น้ำในแก้วหมด เธอถือแก้วแล้วเดินไปเติมน้ำในห้องพักดื่มกาแฟ
ติณณ์เดินลากกระเป๋าเดินทางมาจากทางห้องทำงาน เขาเดินผ่านมาที่โต๊ะเห็นบนโต๊ะยังเปิดคอมพิวเตอร์และ นิตยสาร ADโฆษณาของต่างประเทศ ยังเปิดค้างไว้อยู่
"คุณบัวยังไม่กลับอีกเหรอเนี่ย"
เขามองซ้ายมองขวาแล้วก้มลงเปิดกระเป๋าตัวเอง หยิบดอกกุหลาบขาวขึ้นมามองอย่างชั่งใจก่อนตัดสินใจเอื้อมมือลงวาง จังหวะนั้น นลินเดินถือแก้วน้ำและมองจานรองแก้วที่มีมดติดอยู่ เธอจะเขี่ยมดออกแล้วเผลอทำจานรองแก้วตกพื้นดัง เพล้ง !
ติณณ์ตกใจรีบเอาดอกกุหลาบขาวเก็บใส่กระเป๋าทันที
นลินเก็บจานรองแก้วขึ้นมาแล้วเงยหน้าเห็นติณณ์
นลินและติณณ์พูดขึ้นพร้อมกัน
"เอ่อ"
ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วขำที่ต่างพูดพร้อมกันอีกแล้ว
"คุณติณณ์พูดก่อนเถอะค่ะ"
ติณณ์ยิ้มขอบคุณ
"ผมจะบอกว่าผมเพิ่งรู้ว่าพี่ณุกาให้คุณทำแคมเปญ ให้เสร็จในคืนนี้เหรอครับ"
นลินตื่นเต้น พูดอะไรไม่ออก นอกจาก
"ค่ะ"
"ยังไงก็ขอให้คุณบัวพยายามนะครับ"
"ค่ะ"
"หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกัน"
"ค่ะ"
ติณณ์มองนลินโดยแอบหวังว่า นลินจะพูดอะไรดีๆกับเขาบ้าง แต่เธอกลับตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก
"เอ่อ...ผมไปก่อนนะครับ"
"ค่ะ"
ติณณ์ยิ้มให้นลินแล้วเดินลากกระเป๋าเดินทางเลยผ่านเธอไป เธอมองตามแล้วเอามือเคาะหัวตัวเองด้วยความเซ็ง แล้วกุมหัวอย่างระอาตัวเอง
"พูดเป็นแต่คำว่า ค่ะ รึไงยายบัว"

ติณณ์เดินมาหยุดที่หน้าลิฟท์ แล้วเปิดกระเป๋าหยิบกุหลาบขึ้นพึมพำกับตัวเอง
"แค่ถือดอกไม้ไปให้เขาเอง นายติณณ์"
ติณณ์วางกระเป๋าเดินทางพิงผนังไว้ แล้วเดินถือดอกกุหลาบกลับไปหานลิน

นลินเดินวนไปวนมาอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวเองอย่างลังเล แล้วพูดให้กำลังใจตัวเอง
"ทีกับเรื่องคุณปราณยังไม่กลัว แล้วจะกลัวอะไรกับพูดอวยพรคุณติณณ์"

สุดท้ายนลินตัดสินใจวิ่งออกไปทางหน้าลิฟท์
ต้นรักริมรั้ว ตอนที่ 2 (ต่อ)
 
หน้าลิฟท์ ไม่มีใครยืนอยู่ มุมที่ติณณ์เคยวางกระเป๋าเดินทางไว้ ตอนนี้กระเป๋าเดินทางหายไปแล้ว นลินมองที่หน้าจอแสดงตัวเลขขึ้น - ลงของลิฟท์ เห็นตัวเลขกำลังลดลง เธอถอนใจทำท่าท้อใจกับตัวเอง

บริเวณล็อบบี้ ประตูลิฟท์เปิด ติณณ์เดินออกจากลิฟท์ด้วยสีหน้าเซ็งตัวเองที่ไม่กล้าให้ดอกกุหลาบกับนลิน พนักงาน 2 คนเดินออกจากลิฟท์ตัวอื่นเดินคุยผ่านหน้าไป
"น่าสงสารยายตูนเนอะ เพิ่งแต่งงานได้สองอาทิตย์ แฟนก็รถคว่ำตายซะก่อน"
"นั่นน่ะสิ ยายตูนร้องไห้ไม่หยุดเลยนะ มันบอกว่ามันยังบอกรักแฟนมันไม่พอเลย...เศร้าแล้วเนอะ"
"คนเราก็อย่างเนี่ยนะ คิดว่าเราคงอยู่ด้วยกันอีกนาน เลยไม่ค่อยบอกรักกัน พอจะบอกอีกที ก็สายไปแล้ว ฉันโทรไปบอกรักแฟนดีกว่า"
พนักงานสาวคนนั้นหยิบมือถือมากดโทร. ติณณ์ฟังพนักงานพูดแล้วก็ชะงักคิด ตัดสินใจเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดประตูลิฟท์

นลินเดินคอตกเซ็งๆมานั่งที่เก้าอี้ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ ทางด้านหลัง เธอได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินตรงมาที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอชะงัก พึมพำกับตัวเอง
" หรือว่าคุณติณณ์ลืมของ คุณติณณ์ลืม..."
นลินเงยหน้า ยิ้มสวยเพราะคิดว่า ติณณ์ แล้วก็ต้องหุบยิ้ม ชะงัก กับผู้ชายที่ยืนข้างโต๊ะทำงาน
"กบ"
กษิดิฐมองนลินที่ยิ้มและเรียกชื่อติณณ์ แล้วชะงักกึก เพราะไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเธอในแบบนี้มาก่อน
"เมื่อกี้เรียกกบว่าอะไรนะ"

ติณณ์เดินถือดอกกุหลาบด้วยท่าทางตื่นเต้น พยายามข่มความไม่มั่นใจเดินไปหานลิน แต่แล้วเขากลับเห็นนลินยืนคุยอยู่กับกษิดิฐ จึงตัดสินใจเก็บดอกกุหลาบแล้วเดินไปขึ้นลิฟท์

กษิดิฐยังมองนลินอย่างสงสัย
"นี่บัวอย่าบอกนะว่าที่บัวทำงานดึกเพราะรอคุณติณณ์น่ะ"
นลินนึกถึงเรื่องที่มัญจากับดารินทร์เล่าให้ฟังตอนบ่าย

เมื่อตอนบ่าย ดารินทร์กับมัญจากำลังเมาท์เรื่องที่พากษิดิฐไปเจอคุณติณณ์ฝ่ายการตลาด
"อยู่ๆกบก็อยากเจอคุณติณณ์ซะงั้น ดีนะที่พี่รินทร์คิดเร็ว เลยพากบไปเจอคุณติณณ์ฝ่ายตลาดแทน" มัญจาว่า
"แต่พี่รู้สึกว่าคุณกบไม่ค่อยเชื่อเท่าไร ยังไงถ้าคุณกบถามบัว บัวต้องตอบลักษณะแบบคุณติณณ์การตลาดนะ ไม่ใช่คุณติณณ์ของเรา" ดารินทร์บอก
นลินมองหน้ากษิดิฐแล้วรีบอธิบาย
"เปล่า ที่บัวอยู่ดึกเพราะบัวทำงาน แหม บัวจะไปรอคุณติณณ์ทำไม เขามีลูกมีเมียแล้วนะกบ ว่าแต่กบเถอะ มาทำไม"
กษิดิฐไม่เชื่อสายตาคู่นั้นของนลิน แต่พยายามเก็บความรู้สึกไว้แล้ว แล้วทำเป็นพูดเหวี่ยงๆกับนลิน
"กบโทรหาตั้งหลายครั้ง ทำไมไม่ยอมรับ ก็นึกว่าโดนฉุดรอบสอง"
นลินเซ็ง
"จะรับได้ยังไง ก็มือถือบัวตกอยู่ในรถกบน่ะ"
"อ้าว ! แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา จะเรียกใครมาช่วยได้"
"กบเห็นแล้วนี่ว่าบัวไม่เป็นอะไร กบกลับไปเถอะ บัวจะทำงานต่อ"
นลินก้มหน้าดูงานในหนังสือ AD โฆษณาของต่างประเทศต่อ กษิดิฐดึงหนังสือจากมือและปิดคอมพิวเตอร์ แล้วกวาดอุปกรณ์ทำงานบนโต๊ะทำงานของนลินใส่กระเป๋า
"กบทำอะไรเนี่ย"
กษิดิฐยียวน
"กำลังแข่งวิ่งควายอยู่"
"นายกบ ! นายมาเก็บของๆบัวทำไม"
"ก็จะพาไปทำต่อที่บ้านไง...เร็วๆ พ่อแม่ของกบรอกินข้าวกับบัวอยู่ วันนี้แม่เขาเลี้ยงต้อนรับกบกลับมา แม่บอกว่าถ้าบัวไม่กลับ แม่ก็จะนั่งรอ"
กษิดิฐดึงกระเป๋าของนลินแล้วเดินไป
"แต่ว่า..."
กษิดิฐเดินไปปิดสวิตซ์ไฟ ทำให้ทั้งแผนกไฟดับมืด
"ระวังผีตาโบ๋โผล่มานะ แบร่ !"
กษิดิฐวิ่งออกไปทางหน้าออฟฟิศ นลินเซ็งโคตร
"ทำไมคนที่ไม่อยากเจอถึงได้เจอ แต่คนที่อยากเจอทำไมเขาไม่มา"

นลินเดินนำกษิดิฐเข้ามา แล้วส่ายตามองหายศภัทร กมลา แต่ไม่เจอใครนั่งที่โต๊ะอาหารเลย
"ไหนกบบอกว่าพ่อแม่กบรอบัวอยู่ไง แล้วไหนพ่อแม่กบล่ะ"
"นี่มันห้าทุ่มกว่าแล้วนะจ้ะแม่คุณ ใครจะไปนั่งหิ้วท้องรอคุณบัวได้ล่ะ ป่านนี้พ่อแม่ของกบนอนกรนสนั่นบ้านไปแล้ว"
"อ้าว ! ถ้าทานกันเสร็จแล้ว กบจะลากบัวมาจากออฟฟิศทำไม"
กษิดิฐแกล้งทำหน้าซื่อ
"เออ นั่นสิเนอะ"
นลินแทบคลั่ง
"นายกบ"
กมลากับยศภัทรสวมชุดนอนเดินลงบันไดมา
"มีเรื่องอะไรกันจ้ะหนูบัว"
นลินพยายามใจเย็น
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณป้า บัวขอโทษนะคะ ที่มากินเลี้ยงต้อนรับกบกับคุณป้าไม่ทัน"
กมลามองกษิดิฐอย่างงงๆ
"กินเลี้ยงอะไรกันเหรอจ้ะ ป้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
นลินอึ้ง มองกษิดิฐ
"อ้าว ! จะอธิบายยังไงนายกบ"
นลินกับกมลา ยศภัทรจ้องหน้าเอาเรื่องว่ากษิดิฐกำลังเล่นอะไร เขามองหน้าทุกคนแล้วทำหน้าง่วงพร้อมหาว
"ง๊วง ง่วง สงสัยจะเจ็ตแล็กไปนอนดีกว่า"
กษิดิฐเดินขึ้นบันไดแล้วแอบยิ้มพึมพำ โดยไม่สนนลิน
"ยังหลอกง่ายจริงๆ..คุณนายบัวเอ้ย"
นลินโมโห
"นายกบ ! ลงมาคุยให้รู้เรื่องนะ"

นลินมองกษิดิฐอย่างแค้น
นลินเดินหงุดหงิดเข้ามาในห้องนอนมาแล้วรีบเปิดคอมพิวเตอร์รีบทำงานต่อ

"นายกบนะนายกบ เคยสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตยังไง ก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น ดีนะที่หลอกเรื่องคุณติณณ์ได้ ไม่อย่างนั้น ล่ะก้อ... โอ้ย ไม่อยากจะคิด"
นลินรีบทำงานต่ออย่างเครียดเพราะกลัวไม่เสร็จไม่ทันพรุ่งนี้

กษิดิฐยืนคิดอยู่ที่หน้าต่าง สายตามองไปทางหน้าต่างห้องนอนนลิน แล้วคิดถึงติณณ์ที่มัญจากับดารินทร์พาไปเจอเมื่อกลางวัน และที่นลินเผลอปากเรียก "คุณติณณ์" ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ
กษิดิฐนั่งคิดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
"คิดว่าจะหลอกกันได้เหรอ พรุ่งนี้มีเรื่องสนุกๆทำแล้วสิ"
กษิดิฐเดินไปขึ้นเตียงแล้วปิดไฟหัวเตียงทิ้งตัวนอน โทรศัพท์มือถือของเขาที่เสียบสายชาร์ตแบตวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมีแสงไฟวาบๆ บอกว่ามีสายเข้า 25 สาย

คืนวันเดียวกัน แตงกวาลงจากรถพร้อมกับโทรหากษิดิฐ คนรับใช้และคนขับรถช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางของแตงกวาเข้าไปเก็บบนห้อง กษิดิฐไม่ยอมรับสาย แตงกวากดวางสายอย่างโมโห
"คิดว่าจะหนีแตงกวาพ้นเหรอ กบ"


เช้าวันรุ่งขึ้น นาฬิกาบอกเวลา 6.00 น. นลินยังใส่ชุดทำงานตัวเดิมนั่งเขียนงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน นันทิดาเปิดประตูห้องลูกสาวเข้ามาแล้วอุทาน
"ได้นอนบ้างรึยังลูก หกโมงเช้าแล้วนะ"
นลินมองนาฬิกา
"ว้าย ! หกโมงแล้วเหรอคะ บัวไปอาบน้ำก่อนนะคะแม่"
นลินรีบวิ่งไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้เสื้อผ้า
"รีบๆนะลูก กบมานั่งรอบัวพักนึงแล้ว"
นลินโผล่หน้าออกจากห้องน้ำ
"แล้วกบมารอบัวทำไมคะแม่"

ภายในห้องรับแขก ชลัชใส่ชุดทำงานมองกษิดิฐอย่างไม่พอใจ
"ใครสั่งให้นายคอยรับคอยส่งลูกบัวไปทำงาน"
"คุณย่าครับ"
ชลัชเซ็ง
"นี่อย่ามาพูดเล่นกับฉันนะ"
"ผมไม่ได้พูดเล่น คุณย่าเคยสั่งให้ผมคอยรับคอยส่งบัวตลอด คุณอาลืมไปแล้วเหรอครับ งั้นเดี๋ยวผมจุดธูปเรียกคุณย่ามายืนยันอีกที"
"ไม่ต้อง"
กษิดิฐพูดล้อๆขำๆ
"อ้อ ผมลืมไปว่าคุณอากลัวผี"
ชลัชฉุนที่โดนล้อ
"นายกบ"
กษิดิฐแอบขำ กมลาเดินเข้ามาหากษิดิฐ กมลาพูดกับกับชลัช
"สวัสดีค่ะคุณชลัช ตากบ ! มีคนมาหา"
"ใครเหรอแม่"
กมลาพูดเสียงไม่ค่อยชอบใจ
"ไปดูเองแล้วกัน"
กษิดิฐลุกขึ้นแล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกมลา ชลัชทำนั่งนิ่ง ไม่สนใจอยากรู้ แต่พอกษิดิฐกับกมลาออกจากบ้านไปแล้ว ชลัชก็รีบลุกขึ้น ชะเง้อมองทางหน้าต่างอย่างอยากรู้อยากเห็นทันที
"ใครมาหาตากบแต่เช้าเนี่ย"

กษิดิฐเดินเข้าบ้านพร้อมกับกมลา เขามองไปที่ผู้หญิงซึ่งนั่งหันหลังให้เขาคุยกับยศภัทร อยู่ กษิดิฐพยายามทำเสียงร่าเริง
"กลับมาแล้วเหรอ..แตงกวา"
แตงกวายิ้ม รอยยอ้มนั้นเหมือนยิ้มเยาะกษิดิฐ
"ก็หลังจากที่แตงกวารู้ว่า กบโกหกว่าไปเที่ยวซานฟรานกับเพื่อน แต่ความจริงหนีกลับเมืองไทย แตงกวาก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม"
กษิดิฐชะงัก แล้วพยายามทำหน้าระรื่น
"กบจะหนีแตงกวามาทำไม"
"ตากบ หนูแตงกวาบอกพ่อกับแม่ว่า ตอนอยู่อเมริกา แกรับปากจะแต่งงานกับหนูแตงกวาเหรอ"
กษิดิฐมองแตงกวาอย่างคาดไม่ถึง
"แต่งงาน"
"ตกลงมันยังไงตากบ บอกแม่มาสิ"
แตงกวายิ้มเยาะ กษิดิฐมองแตงกวาอย่างไม่พอใจ แล้วดึงแตงกวาให้ลุกขึ้น
"ไปคุยกันข้างนอก"
กษิดิฐดึงแขนแตงกวาเดินออกไป
"เอาล่ะสิ ภาพมันคุ้นๆ เหมือนเคยเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนเลยนะแม่"ยศภัทรบอก"ใช่ ตอนนั้นตากบกำลังจะเรียนจบ หนูแตงกวาก็ตามมาพูดเรื่องแต่งงานอย่างนี้เลย แต่ไปๆมาๆ คุณแม่ก็ให้ตากบกับหนูบัวแต่งงานกันซะงั้น"
"ใช่ แล้วคราวนี้ล่ะ แม่ว่าตากบจะเสร็จหนูแตงกวา หรือจะมีพลิกล็อกเหมือนเมื่อครั้งก่อนอีก"
กมลามองไปทางหน้าบ้านเพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ในใจของกมลานั้น ลุ้นขอให้เกิดพลิกล็อกอีกครั้ง

กษิดิฐดึงแขนแตงกวาเดินมาที่รถของแตงกวาที่จอดอยู่หน้าบ้าน
"แตงกวาเล่นอย่างนี้อีกแล้วนะ"
"ก็ช่วยไม่ได้ กบอยากหนีแตงกวามาเองทำไมล่ะ"
กษิดิฐถอนใจอย่างเซ็งโคตร
"ก็แตงกวาเล่นพูดเรื
กำลังโหลดความคิดเห็น...