xs
xsm
sm
md
lg

สุดสายป่าน ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สุดสายป่าน ตอนที่ 13

ขณะเดียวกัน ที่วังอัศวไกร บริเวณหน้าออฟฟิศบริษัทหนังของวิทย์ แลเห็นคนงานกำลังขนอุปกรณ์ในการถ่ายหนังขึ้นรถ เตรียมจะไปถ่ายหนังนอกสถานที่

“รีบขนกันเร็วๆเข้า แล้วก็ระวังด้วยนะ กล้องถ่ายหนังฉันเพิ่งสั่งเข้ามาใหม่ ถ้ามีอันเป็นไป ถ่ายไม่ได้ล่ะก็ พวกแกถูกตัดเบี้ยเลี้ยงหมดตัวแน่ๆ”
เสียงฐิติดังขึ้น “ขอโทษที่ต้องมารบกวนนะครับคุณวิทย์ แต่ผมมีธุระจะคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว”
วิทย์ค่อยๆ หันมามอง เห็นฐิติยืนมองมาด้วยท่าทางเคร่งขรึม
วิทย์ยิ้มขำ ด้วยนึกไม่ถึงว่าฐิติมีเรื่องร้อนใจอะไรถึงกับต้องมาหาตนถึงที่นี่

2 หนุ่มอยู่ในห้องรับแขก วังอัศวไกร ฐิติร้อนใจถามทันที
“คุณรู้หรือเปล่าว่ากานดาวสีมีฝาแฝด”
วิทย์หัวเราะอย่างขบขันแกมสะใจ พอจะเดาออกว่าฐิติคงจะอยากรู้ว่ากานดาวสีที่แต่งงานกับเขาที่แท้จริงแล้วคือกานดามณีหรือเปล่า
“รู้สิครับ คุณมาถึงที่นี่ก็เพื่อจะถามผมแค่เรื่องนี้เนี่ยนะ”
“ผมอยากรู้ว่าผู้หญิงที่คุณรู้จักคือกานดาวสีหรือกานดามณี”
วิทย์เริ่มกวน “เอิ่ม...คือ ผมได้ข่าวว่าคุณฐิติหย่าขาดจากคุณกานดาวสีแล้ว แล้วคุณจะสนใจอีกทำไมว่าผู้หญิงที่ผมเคย...” แล้วแกล้งทำท่าทางมีเลศนัย “รู้จัก คือกานดาวสีหรือกานดามณี”
วิทย์มองฐิติอย่างยียวนกวนโทสะ
“หรือว่าคุณไม่แน่ใจว่าแต่งงานผิดคนหรือเปล่า...อ๋อ เพราะอย่างนี้นี่เองคุณถึงได้หย่ากับคุณกานดาวสี”
ฐิติพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้โมโหเข้าทางวิทย์ที่คอยแหย่เสืออยู่
“ช่วยตอบคำถามผมด้วย ผมต้องการจะรู้ความจริงอะไรบางอย่าง”
วิทย์แกล้งถอนใจอย่างหนักหน่วง “เฮ้อ ผมเข้าใจ กานดาวสีกับกานดามณีเป็นฝาแฝดกัน แฝดเหมือนซะด้วย สำหรับคนบางคนที่สติปัญญา...” ผู้กำกับซาดิสต์ยักไหล่น้อยๆ ท่าทางปลงๆ เหมือนไม่อยากจะด่าตรงๆ “ก็ค่อนข้างยากที่จะแยกออกว่าใครเป็นใคร”
ฐิติโกรธ “คุณหมายความว่ายังไง”
วิทย์หัวเราะๆ “ก็เป็นเรื่องปกติ คนสองคน หน้าตาเหมือนกัน ก็เป็นไปได้ที่ใครๆจะสับสนว่าใครเป็นใครกันแน่ เพราะผมก็เคยสับสนอยู่เหมือนกัน”
ฐิติอดกลั้นเต็มที่ “ถ้าตอนนี้คุณไม่สับสนแล้ว จะบอกผมได้หรือยังว่าผู้หญิงคนที่คุณเคยรู้จักคือกานดาวสีหรือกานดามณี”
วิทย์มองฐิติ ท่าทีกวนโมโห
“ดูๆ แล้วคุณก็น่าจะฉลาดพอที่จะคิดเองได้นะ...ผมขอเตือนในฐานะพี่ว่าอย่าทำตัวเป็นเด็กนักเรียนที่ต้องรอคำตอบจากครูทุกอย่าง”
วิทย์เดินผละออกไป ฐิติอารมณ์เดือดปุดๆในความยียวนของวิทย์จนแทบจะชกหน้าให้ แต่ก็ระงับอารมณ์ไว้ วิทย์ชะงัก หันมาบอกอย่างสุขใจที่รู้ว่าตัวเองกำความลับที่คนอื่นอยากรู้
“สองคนนั้นน่ะเหมือนกันก็แค่หน้าตา ถ้าคุณใช้แค่ตาดู จะไปมองเห็นความแตกต่างได้ยังไง”

วิทย์เดินหัวเราะร่าออกไป

ส่วนกานดามณีเดินมาถึงหน้าห้อง 302 กำลังจะเปิดประตูเข้าไป พยาบาลเปิดประตูสวนออกมาชนกับกานดามณีพอดี ข้าวของในมือพยาบาลตกกระจาย พยาบาลก้มลงเก็บ

กานดามณีเข้าไปช่วยเก็บด้วย ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“เอ่อ...ฉันชื่อกานดาวสี กิริเนศวร เป็นเพื่อนของคุณวสันต์ค่ะ ฉันจะขอเข้าไปเยี่ยมเค้าหน่อยได้มั้ยคะ”
“เชิญค่ะ แต่อย่านานนักนะคะ คนไข้อ่อนเพลียมาก คุณหมออยากให้พักผ่อนเยอะๆ น่ะค่ะ”
“ค่ะ ฉันก็แค่อยากจะแน่ใจว่าเค้าปลอดภัย”

กานดามณีเดินช้าๆ เข้าไปหาวสันต์ที่ยังนอนไม่มีแรงอยู่บนเตียง วสันต์ได้ยินเสียงคนเดินก็หันมาดู เห็นเป็นกานดามณีที่แต่งตัวเป็นกานดาวสี และยิ้มอย่างอ่อนโยนเข้ามาก็แปลกใจ
วสันต์ทักเสียงอ่อนแรง “คุณกานดาวสี! คุณมาที่นี่ได้ยังไง” วสันต์ฉุกคิดเริ่มระแวง “หรือว่าคุณไม่ใช่...”
กานดามณีปราดเข้าไปหาวสันต์ด้วยความเป็นห่วง
“คุณวสันต์ คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ ฉันมาเยี่ยมเพื่อนที่นี่ บังเอิญเห็นชื่อคุณที่หน้าห้อง ฉันไม่แน่ใจก็เลยเข้ามาดู...ทำไมคุณถึงเป็นอย่างนี้คะ เกิดอะไรขึ้นกับคุณ”
วสันต์เริ่มไม่แน่ใจ “คุณคือกานดาวสีจริงๆ เหรอ”
กานดามณีตีหน้างุนงง ไม่เข้าใจ
“ฉันกานดาวสีค่ะ มีอะไรเหรอคะ ทำไมคุณถึงไม่เชื่อว่าเป็นฉัน” พลางจับมือวสันต์อย่างปลอบโยน “ถึงคุณจะเคยคิดร้ายกับฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยโกรธคุณเลย และฉันก็ไม่สบายใจจริงๆที่เห็นคุณอยู่ในสภาพแบบนี้ ใครทำอะไรคุณคะ”
วสันต์ดูจะแน่ใจขึ้น ละล่ำละลักบอกกานดามณี
“กานดาวสี น้องสาวคุณจะฆ่าผม...คุณต้องไปบอกนายฐิติหรือพาเค้ามาหาผมที่นี่ แล้วผมจะบอกความจริงทุกอย่าง”
กานดามณีแกล้งเบิกตากว้างอย่างตกใจ
“ความจริงเรื่องอะไรคะ”
“นังกานดามณีจ้างผมให้ใส่ความว่าคุณเป็นเมียผม แล้วมันก็ฆ่านังอุไร...”
กานดามณีลอบยิ้มร้ายนิดๆ แล้วแกล้งทำเป็นตกใจ
“แล้วสร้อยเพชรที่กานดามณีให้คุณล่ะคะ คุณเอาไปไว้ไหน”
“อิ่มใจขะ...โมย....” วสันต์ชะงัก หันมามองกานดามณีอย่างระแวง “คุณรู้เรื่องสร้อยเพชรได้ยังไง”
“รู้สิคะ คุณฐิติมาถามฉันเพราะคิดว่าฉันเป็นคนเอาไป...คุณไม่รู้จริงๆ เหรอคะว่าคุณอิ่มใจเอาสร้อยเพชรไปไว้ที่ไหน ฉันไม่อยากให้คุณฐิติเข้าใจฉันผิด”
วสันต์มองกานดามณีอย่างรู้เท่าทัน ดวงตาเปลี่ยนเป็นประกายด้วยความโกรธเกลียด
“เธอไม่ใช่กานดาวสี...”
กานดามณียังตีหน้าซื่อ
“ฉันกานดาวสีจริงๆนะคะ ทำยังไงคุณถึงจะยอมเชื่อฉัน”
“ฉันไม่เชื่อ เธอคือกานดามณี! นังงูพิษ...ฉันจะบอกทุกคนให้หมดว่าเธอมันเลวยังไง”
วสันต์พยายามจะเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอมหัวเตียงเรียกพยาบาล
กานดามณีทำเป็นมองวสันต์อย่างซื่อๆ ก่อนจะยิ้มร้ายแบบฉบับกานดามณีตัวจริง เดินยิ้มๆเข้าไปดึงสายอินเตอร์คอมออกอย่างใจเย็น และทิ้งออกไปให้ไกลมือวสันต์ ก่อนจะเดินไปที่โซฟา
“แกก็ฉลาดดีนะ แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว เพราะแกจะไม่มีเวลาพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว”
กานดามณีหยิบหมอนขึ้นมา แล้วเดินมาใกล้วสันต์วสันต์เริ่มกลัว พยายามขยับตัวหนี
“เธอจะทำอะไร”
“แกคงทรมานมากสินะที่อยู่ในสภาพแบบนี้ ฉันก็จะช่วยสงเคราะห์แกให้ไปที่ชอบที่ชอบยังไงล่ะ”
วสันต์อ้าปากจะร้อง แต่กานดามณีปราดเข้าไปใช้หมอนปิดหน้าวสันต์อย่างแรง
วสันต์พยายามดิ้นรนสุดแรง มือกวาดไปโดนข้าวของที่วางไว้หัวเตียงตกกระจัดกระจาย ขาวสันต์พยายามจะดิ้น แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดนิ่ง
“แกตายเพราะตัวแกเองนะไอ้วสันต์” กานดามณีคำราม
พยาบาลเดินเข้ามา เห็นจากด้านหลังว่ากานดามณีกำลังกดหมอนฆ่าวสันต์ แล้วข้าวของในห้องก็ตกกระจัดกระจาย พยาบาลตกใจ ปราดเข้ามาจะช่วยวสันต์
“หยุดนะ นั่นคุณจะทำอะไร”
กานดามณีหันหน้ามาดู ปล่อยหมอนทิ้งไว้บนหน้าวสันต์ แล้วปราดเข้าไปจับหัวพยาบาลกระแทกกับผนังสุดแรงจนพยาบาลสลบไป

กานดามณียิ้มสะใจหยิบจดหมายของกานดาวสีขึ้นมาขยำก่อนจะยัดใส่มือวสันต์ แล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันที

อ่านต่อหน้า 2

สุดสายป่าน ตอนที่ 13 (ต่อ)

ไม่นานต่อมา พยาบาลอีกคนถือถาดยาเปิดประตูเข้าไปในห้อง แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพห้องเละเทะ และพยาบาลคนนั้น นอนสลบอยู่จึงรีบเข้าไปดู

“พี่สุมาลีคะ เป็นอะไรหรือเปล่า”
พยาบาลคนนั้นขยับตัวเล็กน้อย
“พี่สุมาลีคะ...”
สายตาพยาบาลเหลือบไปเห็นข้าวของที่ตกเกลื่อนอยู่ข้างเตียงก็ยิ่งตกใจ มองไปเรื่อยๆ เห็นสภาพวสันต์นอนตาเหลือกค้างอยู่บนเตียง สายน้ำเกลือ สายให้อาหารหลุดกระจาย พยาบาลรีบปราดไปที่วสันต์
“คุณวสันต์ คุณวสันต์”
พยาบาลรีบจับชีพจรแต่ไม่พบสัญญาณชีพจร จึงกดกริ่งที่หัวเตียง
เสียงอินเตอร์คอมข้างเตียงดังขึ้น
“เคาน์เตอร์พยาบาลค่ะ”
“ตามคุณหมอให้ด่วนเลยค่ะ คนไข้ห้อง 302 หยุดหายใจแล้ว”

ส่วนที่ห้องเก็บอุปกรณ์ทำสวนด้านหลังโรงพยาบาล กานดามณีอยู่ในชุดเดิมเรียบร้อย ใส่หมวก สวมแว่นตาดำ กำลังคุกเข่าติดกระดุมชุดเดิมคืนให้กานดาวสีที่ยังนอนสลบอยู่ที่พื้น ซึ่งเป็นชุดที่ใส่ตอนฆ่าวสันต์ แฝดใจโหด ยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะตบที่หน้ากานดาวสีเบาๆ เพื่อให้รู้สึกตัว
กานดาวสีเห็นภาพรางๆ ตรงหน้าเป็นผู้หญิงใส่หมวก สวมแว่น
“คุณ...คุณต้องการอะไรจากฉัน”
กานดามณีไม่ตอบ ลุกขึ้นแล้วเดินยิ้มร้ายสาสมใจออกไป

ในเวลาต่อมา กานดามณีปีนรั้วหลังวังสูรยกานต์เข้ามาอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีลับๆ ล่อๆ มองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนเห็น จึงรีบหลบวิ่งตรงเข้าไปยังตำหนักที่หล่อนพัก
กานดามณีวิ่งมาตามพุ่มไม้ เห็นเด็กรับใช้เดินถือตะกร้ากับข้าวที่ไปจ่ายตลาดผ่านมา กานดามณีหยุดชะงักแล้วรีบฉากหลบ รอจนเด็กรับใช้เดินผ่านไป จึงออกมาจากที่ซ่อน รีบวิ่งเข้าไปด้านหลังตึก

ขณะที่กานดามณีวิ่งขึ้นบันไดไป กำลังจะรีบไปที่ห้อง พบว่า ที่อีกมุมหนึ่งท่านหญิงลักษมีกับนมสายกำลังเดินคุยกันจะลงไปข้างล่าง
“นี่แม่กานดามณีกับเพื่อนเค้ายังไม่ออกมาจากห้องอีกรึ”
กานดามณีตกใจหลบวูบ เห็นท่านหญิง พุดตาน และนมสายกำลังเดินมาจากอีกทางหนึ่ง
“ยังเลยเพคะ...ไม่รู้ทำอะไรกันอยู่ท่าทางแปลกๆ เด็กจะยกอาหารเข้าไป ก็ไม่ยอมให้เข้า แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องออกมาเพ่นพ่านให้รำคาญหูรำคาญตา” นมสายค่อนขอด
ท่านหญิงชะงัก ท่าทางเหมือนไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องกานดามณี
“ท่านหญิงจะไปไหนเพคะ”
“ฉันจะไปดูแม่กานดามณีซะหน่อย”
กานดามณีเบิกตากว้างอย่างตกใจที่เห็นท่านหญิงเดินตรงไปที่ห้องตน รีบมองซ้ายมองขวาหาทางหนีทีไล่
นมสายบ่นๆ ตามประสา “จะเข้าไปทำไมเพคะ ปล่อยให้อยู่เงียบๆ อย่างนั้นได้ล่ะดีแล้ว ยิ่งอยู่ในนั้นได้ทุกวันก็ยิ่งดี”
“เอาเถอะน่า ฉันก็แค่สงสัยอะไรบางอย่าง”

ท่านหญิงเดินตรงไปที่ห้องกานดามณีทันที พุดตาน และนมสายตามติด

กานดามณีใจหายวับ หน้าซีด หันซ้ายหันขวาไม่รู้จะหาทางออกยังไง ในที่สุดตัดใจหลบเข้าไปในห้องที่ใกล้ที่สุด ก่อนที่ใครจะมาเห็น กานดามณีแอบดูท่านหญิงอยู่ที่ประตูในห้อง เห็นท่านหญิงเดินไปหยุดที่หน้าห้องนอนตน

“ซวยแล้ว...จะทำยังไงล่ะเนี่ย”
กานดามณีหน้าซีด เหงื่อตก หาทางออกไม่ได้

นมสายเคาะประตูห้อง
“คุณกานดามณี เปิดประตูหน่อยค่ะ ท่านหญิงมีพระประสงค์จะเข้าไปเยี่ยมคุณ”
วิไลวรรณอยู่ในห้องผวาตัว ตกใจ ลนลานทำอะไรไม่ถูก
“ท่านหญิง! โอ๊ย...ทำไงดีวะ ยัยณี...เมื่อไหร่แกจะกลับมาซะที”
นมสายเคาะประตูเรียกอีกครั้ง
“คุณกานดามณีคะ...”
วิไลวรรณค่อยๆเปิดประตูแง้มออกมานิดเดียวแล้วใช้ตัวพยายามบังไว้ไม่ให้มองเห็นในห้อง
“ทำอะไรกันอยู่น่ะ ปล่อยให้ท่านหญิงยืนรออยู่ได้ยังไง”
นมสายพยายามสอดส่องสายตาเข้าไปในห้อง วิไลวรรณอึกอัก ท่านหญิงมองวิไลวรรณอย่างพินิจพิเคราะห์

กานดามณีแง้มประตูแอบดูอยู่ในห้องที่ติดกับห้องนอนตน ท่าทีอย่างกระวนกระวายใจหนัก บิดไม้บิดมือไปมา ไม่รู้จะทำยังไง บ่นบ้าด่าวิไลวรรณ
“ยัยวรรณ แกจะบ้าเหรอ แกจะเปิดประตูออกมาทำไม”

สามคนอยู่หน้าห้องนอนกานดามณี ท่านหญิงมองจ้องวิไลวรรณเขม็ง
“แม่กานดามณีเป็นยังไงล่ะ ค่อยยังชั่วหรือยัง
วิไลวรรณพยายามหลบตา
“ดีขึ้นแล้วเพคะ”
“ฉันขอเข้าไปดูหน่อยสิ” ท่านหญิงบอก
วิไลวรรณตกใจ พยายามบังประตูไว้
“เอ่อ คือ ยัยณีอาบน้ำอยู่เพคะ”
ท่านหญิงว่า “ก็ไม่เป็นไร...”
วิไลวรรณกำลังจะโล่งใจ ท่านหญิงบอกต่อ
“ฉันจะเข้าไปรอข้างใน”
วิไลวรรณหน้าซีด ร้อนๆ หนาวๆ อึกๆ อักๆ ขึ้นมาทันที
“แต่..แต่ แต่ว่า...”
นมสายเสียงดังใส่ “ไม่ได้ยินรับสั่งท่านหญิงรึ เปิดประตูสิ”

ท่านหญิงมองจ้องวิไลวรรณเขม็งอย่างจับผิด วิไลวรรณทำอะไรไม่ถูก ค่อยๆ เปิดประตูออก

อ่านต่อตอนต่อไป เร็วๆ นี้

สุดสายป่าน ตอนที่ 13 (ต่อ)

ท่านหญิงลักษมี พุดตาน และนมสายพากันเดินเข้ามาในห้องนอนกานดามณีแล้ว วิไลวรรณเดินตามมาข้างหลัง หน้าซีดแต่พยายามเก็บอาการ ด้วยกลัวถูกจับได้

ท่านหญิงกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง สายตาคมกริบไปหยุดที่ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท
“แม่กานดามณีเค้าไม่สบายอยู่ไม่ใช่รึ...นี่ไปเป็นลมเป็นแล้งอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า หล่อนลองไปเคาะประตูถามไถ่ดูซินมสาย”
“เพคะ”
วิไลวรรณหน้าเสีย ปราดเข้ามาขวางไว้
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คือ ยัยณีท้องไม่ค่อยดีด้วย เข้าห้องน้ำทีเป็นชั่วโมง...ถ้าเค้าเสร็จเมื่อไหร่ หนูจะบอกให้รีบไปหาท่านหญิงทันที”
ท่านหญิงไม่สนใจ หันไปทางนมสายเป็นเชิงสั่ง นมสายพยักหน้าอย่างรู้กัน เดินตรงไปที่ห้องน้ำทันที วิไลวรรณลืมตัวรีบเข้าไปฉุดมือนมสายไว้
“คนเค้าจะเข้าห้องน้ำ จะไปกวนเค้าทำไมล่ะคะ”
นมสายพยายามสะบัดมือออก
“เอ๊ะ...แล้วเธอมายุ่งอะไร ไม่ได้ยินรับสั่ง...”
นมสายยังพูดไม่จบ ประตูห้องน้ำเปิดออก
ทุกคนเห็นกานดามณีออกมาในชุดคลุมอาบน้ำ หน้าตาซีดเซียว วิไลวรรณสะดุ้งเฮือก งงมากว่ากานดามณีเข้ามาได้ยังไง กานดามณีแกล้งถามด้วยน้ำเสียงอิดโรยอ่อนเพลีย
“มีอะไรยัยวรรณ...”
กานดามณีทำเป็นเพิ่งเห็นท่านหญิงกับนมสาย
“อุ๊ย ท่านย่าเข้ามาถึงนี่มีอะไรให้หนูรับใช้หรือเปล่าคะ”
ท่านหญิงมองกานดามณีอย่างพินิจ พิจารณา
“ฉันก็แค่อยากจะเข้ามาดูเธอ...”
กานดามณียิ้มหวาน ตีหน้าซื่อ
“ขอบพระทัยเพคะที่ท่านย่าเป็นห่วง หนูรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะเพคะ”
ท่านหญิงหันมาพูดกับนมสาย “ถ้าไม่มีอะไรแล้วออกไปกันเถอะ”
ท่านหญิงเดินนำออกไป พุดตานเดินตาม
นมสายมองดูในห้องอีกครั้ง ด้วยความสงสัยว่าท่านหญิงอยากจะเข้ามาดูอะไร ก่อนจะเดินตามออกไป
วิไลวรรณรีบพุ่งไปปิดประตูอย่างโล่งอก มองกานดามณีอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง
กานดามณีหยุดยิ้ม ถอนใจอย่างเหน็ดเหนื่อย

3 คน ออกมาตรงทางเดินหน้าห้องนอนกานดามณี
พุดตานเอ่ยขึ้น “น่าแปลกนะเพคะ ดูยังไงๆ แม่กานดามณีก็มีพิรุธ”
“นั่นนะสิเพคะ อาการไม่เห็นเหมือนคนท้องเสียเลยซักนิด”
ท่านหญิงนิ่งคิด
“เราต้องรอดูกันต่อไป เดี๋ยวสักวันนึงลวดลายที่แม่กานดามณีปกปิดไว้ก็จะชัดขึ้นมา แล้วทีนี้แหละแม่กานดามณีจะกล้าแสดงละครตบตาพวกเราอีกมั้ย”

ฝ่ายวิไลวรรณยิงคำถามกานดามณีเสียงรัวเร็ว ถี่ยิบ “แกรู้มั้ยฉันจะตายซะให้ได้ นี่ถ้าแกเข้ามาไม่ทันความแตกแน่ๆ แล้วแกเข้ามายังไง เข้ามาตอนไหนฮะ ทำไมไม่บอก ปล่อยให้ฉันประสาทเสียอยู่ได้”
กานดามณียังไม่หายเครียด “ฉันก็ปีนเข้ามาน่ะสิ”
วิไลวรรณตะลึง “ปีนเข้ามา”
กานดามณีพยักหน้าเหนื่อยๆ เล่าเรื่องให้วิไลวรรณฟัง

โดยในตอนนั้น ที่ห้องติดกับห้องนอนนี้ กานดามณีเดินกระวนกระวายอยู่ด้านใน มองไปรอบๆห้องจะทำยังไงดี จนกระทั่งกานดามณีเห็นระเบียงนอกห้องก็คิดออก วิ่งปรู๊ดไปที่ระเบียง ชะโงกมองไปยังระเบียงห้องของเธอที่อยู่ติดกัน แล้วมองลงไปข้างล่าง รู้สึกสูงพอสมควร กานดามณีตัดสินใจปีนออกจากระเบียงห้อง เริ่มไต่ไปตามชายคาอย่างระมัดระวัง
ที่สุดกานดามณีไต่มาถึงระเบียงหลังห้องตนแล้วรีบปีนเข้ามา หายใจโล่งออก ก่อนจะย่องเข้ามาให้ห้อง โดยเห็นหลังวิไลวรรณที่ยืนบังประตูไว้ กานดามณีรีบคว้าชุดคลุมอาบน้ำแล้วเข้าห้องน้ำไป

วิไลวรรณฟังจบแล้วตกใจมาก
“กะ..แกปีนระเบียงเข้ามา...” พร้อมกับท่าทางหวาดเสียวสุดขีด “แล้วถ้าตกลงไป...”
กานดามณีด่า “ก็แกเปิดประตูให้มัน ถ้าฉันไม่ปีนเข้ามาแล้วจะมารับหน้ามันทันได้ยังไง”
วิไลวรรณคิดขึ้นมาได้ว่ายังมีอีกเรื่องคาใจอยู่
“แล้วเรื่อง...ไอ้วสันต์ล่ะ”
กานดามณีไม่ตอบ แต่มองหน้าวิไลวรรณ ยิ้มอย่างสะใจออกมา
วิไลวรรณรู้ทันที หน้าซีด ยกมือไหว้ท่วมหัว
“ไอ้วสันต์ อโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะ” พลางชำเลืองมองกานดามณีอย่างหวาดๆ “ฉันไม่ได้อยากให้แกตายนะ...”
กานดามณีได้ยิน ก็ปรายตาชำเลืองมองวิไลวรรณอย่างไม่สบอารมณ์
“หรือแกจะรอให้มันมาทำลายชีวิตฉันก่อน”
“เฮ้ย ไม่ใช่นะ ฉันก็แค่นึกไม่ถึงว่าเรื่องมันจะบานปลายไปได้ขนาดนี้...เออ แล้วพี่สาวแกล่ะ”

วิไลวรรณละล่ำละลักปฏิเสธ ก่อนจะถามถึงกานดาวสี

เวลาเดียวกันนั้น กานดาวสียังนอนสลบอยู่ภายในห้องเก็บอุปกรณ์ทำสวนของโรงพยาบาล สักครู่จึงค่อยๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา แต่ยังมีอาการมึนศีรษะ มองไปรอบๆ ห้องแล้วตกใจ

“เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
กานดาวสีพยายามคิดทบทวน เหตุการณ์ตอนที่ตนถูกโปะยาสลบผุดขึ้นมาในห้วงคิด กานดาวสีนึกขึ้นได้รีบสำรวจร่างกายตัวเอง แต่ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จึงเปิดกระเป๋าถือดู พบว่าทุกอย่างอยู่ครบ ยกเว้นจดหมายวสันต์
กานดาวสีงวยงง “จดหมายนายวสันต์ล่ะ...คนที่ทำร้ายเราต้องการแค่จดหมายเหรอ”

ไม่นานต่อมา กานดาวสีเดินมาหยุดที่หน้าห้อง 302 เคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้าไป แต่ปรากฏว่า ที่เตียงคนไข้ว่างเปล่า ในห้องก็ดูโล่งๆ เหมือนไม่ได้มีใครใช้ห้องเลย กานดาวสีชะงัก เดินออกมาอย่างงงๆ พยาบาลคนหนึ่งเดินผ่านมา
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณวสันต์ ประสบบุญ อยู่ห้องนี้ใช่มั้ยคะ”
“คุณวสันต์เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อตอนสายนี้เองค่ะ”
ได้ฟังที่พยาบาลบอก กานดาวสีตกใจ อึ้ง

ขณะที่ฐิติก้าวเข้ามาในห้องทำงาน พบว่ากานดาวสีนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน กานดาวสีได้ยินเสียงประตูเปิด ก็หันหน้าไปมอง ฐิติรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉย
“ขอโทษนะคะที่ฉันต้องมารบกวน พอดีฉันมีเรื่องสำคัญ...”
ฐิติพูดขัดขึ้น “เรื่องสัญญาน่ะเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ เรื่องสร้อยเพชรที่คุณเคยถามฉัน” กานดาวสีมีท่าทีร้อนใจมาก “ตอนนี้สร้อยเส้นนั้นหายไปใช่มั้ยคะ”
ฐิติแปลกใจ “คุณรู้ได้ยังไง”
“นายวสันต์ส่งจดหมายมาบอกให้ฉันไปพบถ้าฉันอยากจะรู้เรื่องสร้อย”
ฐิติหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อนี้
“นายวสันต์อีกแล้วเหรอ มันคงรู้ว่าคุณหย่ากับผมแล้วเลยอยากกลับมาคบกับคุณอีก”
“คุณอย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องได้มั้ยคะ ประเด็นที่ฉันมาหาคุณก็คือ ฉันไปหานายวสันต์ตามจดหมายแต่ไม่ได้พบ”
ฐิติทำหน้างง
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ก่อนที่ฉันจะไปถึงฉันถูกโปะยาสลบ พอฉันฟื้นขึ้นมาจดหมายนั่นก็หายไป ฉันเลยไปที่ห้องพักนายวสันต์ก็ได้รู้ว่าเค้าตายแล้ว”
ฐิติตกใจ นึกไม่ถึง
“คุณสร้างเรื่องมาหลอกผมหรือเปล่า เพราะที่จริงคุณนั่นแหละที่เอาสร้อยไปให้นายวสันต์เอง คุณจะมาโกหกผมทำไมในเมื่อสร้อยเส้นนั้นท่านย่าประทานให้คุณแล้ว”
“ฉันจะกล้าเอาของที่ท่านย่าประทานไปให้คนอื่นอย่างงั้นเหรอคะ คุณเลิกคิดซะเถอะค่ะและที่ฉันมาถามคุณ ฉันแค่ต้องการความแน่ใจว่าสร้อยเส้นนั้นหายไปจริงๆ”
ฐิตินิ่งคิด ก่อนจะโพล่งขึ้น
“แล้วใครจะเอาไปถ้าไม่ใช่คุณ”

ตกกลางคืนกานดามณีนั่งยิ้มอารมณ์ดี อยู่ที่บ้านวิไลวรรณ ขณะที่เจ้าของบ้านกังวลหนัก
“แกป้ายความผิดให้พี่สาวแก แล้วที่นี้พี่สาวแกจะเป็นยังไงเนี่ย”
“ฆ่าคนตายนะยัยวรรณ อยากน้อยก็ติดคุกหัวโตถ้าโชคร้ายก็ถูกประหาร”
วิไลวรรณตกใจ กลัวภัยจะมาถึงตัวเอง
“ประหารเลยเหรอวะ แล้วถ้าเค้าจับคนฆ่าตัวจริงได้...”
กานดามณีตวาด
“แกไม่ต้องกลัวหรอกเรื่องนี้มันไม่มาถึงพวกเราแน่”
วิไลวรรณกลัวจริงๆแทบร้องไห้
“ก็ฉันกลัวจริงๆ นี่ยัยณี”
“แกไม่เห็นต้องกลัวเลย ฉันเป็นคนทำฉันยังไม่กลัวเลย”
วิไลวรรณเบือนหน้าหนีพึมพำออกมาเบาๆ
“จิตใจแกมันทำด้วยอะไรเนี่ย”
กานดามณีได้ยินไม่ถนัด “แกว่าอะไรนะ”
“ป...เปล่า...ฉันก็แค่บอกว่าแกนี่ใจเด็ดจริงๆ เลยนะ”
กานดามณีหน้านิ่ง รำพึงกับตัวเอง

“ต่อไป แกก็คงไม่เป็นเสี้ยนหนามชีวิตฉันอีกแล้วนังกานดาวสี”

สุดสายป่าน ตอนที่ 13 (ต่อ)

ที่บ้านกิริเนศวร เช้าวันต่อมา กานดาวสีพยุงพาวิเศษมาเดินออกกำลังอยู่ที่สนาม สีหน้าท่าทางกานดาวสีดูไม่ค่อยสบายใจนัก

“ลูกขอโทษนะคะที่เมื่อวานไม่ได้มาหาคุณพ่อ...”
วิเศษมองกานดาวสีอย่างห่วงใย
“ไม่เป็นไรหรอกลูก พ่อก็ดีขึ้นมากแล้ว...เห็นยัยรัตน์บอกว่าลูกมีธุระ”
กานดาวสีตอบเรียบๆ แต่ท่าทางหนักใจอยู่
“ค่ะ”
วิเศษสังเกตเห็นอาการของกานดาวสีนิ่งไป ก็พอดูออก
“มีอะไรหรือเปล่าลูก ท่าทางไม่ค่อยสบายใจ”
กานดาวสีนิ่งอยู่สักครู่ก่อนตัดสินใจเล่าให้วิเศษฟัง
“เมื่อวันก่อนลูกได้รับจดหมาย...”
แต่ไม่ทันเล่าอะไรเป็นอะไร นารีรัตน์ก็เข้ามาขัดจังหวะ ด้วยท่าทางสงสัย
“พี่กานคะ มีตำรวจมาขอพบค่ะ”
กานดาวสีหันไปตามเสียง เห็นนารีรัตน์เดินนำตำรวจเข้ามา จึงมองอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าตำรวจมาขอพบตนทำไม
“ผมร้อยตำรวจเอกนภดล มณีเดชครับ ผมต้องขอเชิญคุณกานดาวสีไปให้ปากคำที่โรงพักหน่อยนะครับ”
วิเศษตกใจ
“เรื่องอะไรกันครับ”
“ทางตำรวจมีพยานและหลักฐานว่าคุณกานดาวสีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายวสันต์ ประสบบุญครับ”
สามพ่อลูกตกใจแทบช็อก!

กานดาวสีถูกควบคุมตัวมา ที่โรงพัก ในเวลาต่อมา นารีรัตน์ตามมาด้วย
และภายในห้องสอบปากคำผู้ต้องหา ตำรวจกำลังสอบปากคำกานดาวสีอยู่ ตรงหน้ามีจดหมายที่พบในมือวสันต์ กานดาวสีนั่งนิ่ง
“ทางตำรวจพบจดหมายฉบับนี้อยู่ในมือของผู้ตาย”
กานดาวสีมองดู จำได้ว่าเป็นจดหมายที่หายไป
“จดหมายฉบับนี้นายวสันต์ส่งมาให้ดิฉันค่ะ”
“ผู้ตายมาส่งด้วยตัวเองเลยเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ”
“ถ้าจดหมายฉบับนี้อยู่กับคุณ แล้วจะมาอยู่ที่นายวสันต์ได้ยังไงครับ”
กานดาวสีนิ่ง ด้วยไม่รู้จริงๆ
“คุณมาพบผู้ตายตามนัดในจดหมายใช่มั้ยครับ”
“ดิฉันไปจริงค่ะ แต่ไม่ได้พบนายวสันต์ เพราะก่อนหน้านั้นดิฉันถูกโปะยาสลบพอฟื้นขึ้นมาจดหมายฉบับนี้ก็หายไป”
“แล้วใครเป็นคนทำร้ายคุณ”
“ดิฉันไม่ทราบค่ะ หลังจากที่ฉันรู้ว่าจดหมายหาย ดิฉันก็ไปหานายวสันต์ที่ห้องพัก แต่ก็ทราบว่าเค้าตายแล้ว”
ตำรวจมองกานดาวสี โดยคิดว่าเธอพูดโกหก
“แต่มีคนเห็นว่า คุณเข้าไปในห้องของผู้ตายก่อนหน้านั้น แล้วกลับออกมาก่อนที่จะมีคนไปพบว่าผู้ตายหมดลมหายใจ”
กานดาวสีงง

ตำรวจสอบปากคำนารีรัตน์เป็นคนต่อมา ซึ่งนารีรัตน์ให้ปากคำนิ่งๆ เพราะไม่เชื่อว่ากานดาวสีจะฆ่าคน
“ตอนเช้าพี่กานโทรมาบอกว่าจะไปธุระแล้วจะเข้ามาสายๆ ค่ะ”
“แล้วเธอได้บอกมั้ยครับว่าไปไหน”
“เปล่าค่ะ”

นารีรัตน์บอกไปตามตรง

ต่อจากนั้นมีการสอบปากคำพยาบาลคนที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ในวันเกิดเหตุ

“เธอมาถามดิฉันค่ะว่าห้องผู้ตายอยู่ไหน เธอยังบอกดิฉันเลยค่ะว่าชื่อกานดาวสี กิริเนศวร”
และตามมามาด้วยพยาบาลคนที่ถูกกานดามณีทำร้ายจนสลบ
“ดิฉันเข้าไปในห้องค่ะ แล้วเห็นคุณกานดาวสีกำลังใช้หมอนปิดหน้าผู้ตาย จากนั้นคุณกานดาวสีก็พรวดพราดออกมา เธอยังทำร้ายดิฉันเลยนะคะ”
“คุณแน่ใจนะครับว่าคุณเห็นแบบนั้น” ตำรวจถามย้ำ
“ดิฉันแน่ใจค่ะ” พยาบาลบอกอย่างมั่นใจ

ขณะเดียวกัน ที่ห้องโถงวังสูรยกานต์ นมสายวางหูโทรศัพท์ หน้าตาตื่น ท่านหญิง และพุดตาน นั่งอยู่ที่โซฟา
“แย่แล้วเพคะท่านหญิง”
“มีอะไรนมสาย ร้องซะตกอกตกใจไปหมด” ท่านหญิงเอ็ดเอา
“คุณวิเศษโทร.มาบอกว่าคุณกานดาวสีถูกจับข้อหาฆ่านายวสันต์เพคะ”
ท่านหญิงกับพุดตานตกใจ
“อะไรนะคะคุณนม มันจะเป็นไปได้ยังไง!”
“นั่นน่ะสิ ฉันว่ามันต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ คนอย่างแม่กานดาวสีเนี่ยนะจะไปฆ่าใครได้”
ฐิติเดินเข้ามาได้ยินพอดี บอกอย่างมั่นใจ “ผมก็ไม่เชื่อหรอกครับ กานดาวสีไม่มีทางทำอะไรอย่างนั้นแน่ๆ”
นมสายละล่ำละลัก “แต่คุณวิเศษบอกว่าตำรวจเค้ามาเอาตัวคุณกานดาวสีไปแล้ว”
ท่านหญิงท่าทางเป็นห่วงและกังวลมาก ขณะถาม
“แล้วตอนนี้แม่กานดาวสีอยู่ที่ไหน”

กานดาวสีนั่งนิ่งอยู่ในห้องสอบสวน ตำรวจออกไปแล้ว คุณหญิงไขนภากับรำเพยเดินแกมวิ่งเข้ามา รำเพยรีบลงนั่งจับมือกานดาวสีอย่างเป็นห่วง
“ยัยกาน...นี่มันอะไรกัน ตำรวจเอาตัวเธอมาที่นี่ทำไม มันต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ”
กานดาวสีละล่ำละลัก
“ฉันไม่ได้ทำนะรำเพย...ฉันไม่ได้ฆ่านายวสันต์”
ไขนภาปลอบ “ใจเย็นๆนะคะคุณกานดาวสี พวกเราเชื่อว่าคุณไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่นอน”
รำเพยโกรธจัด “ต้องมีคนใส่ร้ายเธอแน่ๆ คงจะเป็นคนที่โปะยาสลบเธอน่ะแหละ...แต่มันทำอย่างนี้ทำไม มันต้องการอะไรกันแน่”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
“แล้วคุณกานเห็นหน้ามันหรือเปล่าคะ จำได้หรือเปล่าว่ามันเป็นใคร”
กานดาวสีส่ายศีรษะ
“ฉันแค่เห็นลางๆว่าเป็นผู้หญิง...” กานดาวสีคิดทบทวนนิดหนึ่ง แล้วนึกบางอย่างขึ้นได้ “แต่ฉันจำกลิ่นน้ำหอมได้ค่ะ”

คุณหญิงไขนภาฉงน “น้ำหอมเหรอคะ”

อ่านต่อตอนที่ 14
กำลังโหลดความคิดเห็น...