xs
sm
md
lg

กุหลาบไฟ ตอนที่ 9

เผยแพร่:

กุหลาบไฟ ตอนที่ 9

ธิดารัตน์ถูกขังอยู่ในห้อง เบลอเพราะถูกฉีดยาเสพติด เมาๆ เพ้อๆ
“พงษ์จ๋า ไก่น้อยอยู่นี่ มานี่สิ มานี่”
ชายชุดดำเดินเข้ามามอง
“ไหนๆก็ต้องส่งไปสังเวยคนอื่นแล้วยังไงก็...ให้ฉันเช็คของหน่อยก็แล้วกันนะ ว่ามีคุณภาพแค่ไหน”
ธิดารัตน์เห็นชายชุดดำเป็นสุทธิพงษ์
“พงษ์มานี่สิ ไก่น้อยอยู่นี่”
ชายชุดดำยิ้มพอใจ
“ว่าง่ายดีจริงๆ”

ไศลาพยายามหาที่เปิดห้องลับที่ชายชุดดำเข้าไป แต่คลำด้วยมือตามผนัง หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนไปเหยียบสวิตซ์บางอย่างที่พื้น ทำให้ประตูห้องลับเปิดออก ไศลาค่อยๆเข้าไปด้วยความเงียบ...ธิดารัตน์กำลังถูกชายชุดดำลวนลาม ไศลาเข้ามาพอดี
“แกนี่มันเลวจริงๆ แม้แต่เด็กก็ไม่เว้นรึไง”
ชายชุดดำตกใจที่หันมาเจอไศลา
“นี่เธอเข้ามาได้ยังไงเนี่ย”
“ปล่อยเด็กผู้หญิงไปเดี๋ยวนี้”
“เธอเข้ามาในที่ของฉันแล้วมาสั่งฉันแบบนี้ คิดว่ามันถูกเหรอ”
“ความเลวน่ะ...ไม่ว่าจะทำที่ไหนก็คือเลว”
ดวงตาที่สามของไศลาเปิดอีกครั้ง ทำให้แสงสว่างจ้าไปทั่วห้อง ชายชุดดำตกใจคว้าปืนขึ้นมา
“นี่แกมันตัวอะไรกันแน่เนี่ย”

ธีรธรกำลังเครียดเรื่องธิดารัตน์ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขากดรับสาย
“ว่าไง...ไศลาหายไปจากโรงพยาบาล... หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่... โอเค เดี๋ยวผมเข้าไป”
ธีรธรวางสายด้วยสีหน้ากลุ้มหนัก
“คุณจะทำอะไรของคุณเนี่ย ยังบาดเจ็บอยู่เลย”
ธีรธรจะขับรถออกไป เขาได้ยินเสียงปืนดังหลายนัดติดมาจากเซฟเฮ้าส์ก็เอะใจ
“มีเรื่องอะไรข้างในน่ะ...”
ธีรธรลังเลใจ ใช้ความคิดไตร่ตรอง

ชายชุดดำเล็งปืนใส่ ไศลาหลบและสวนกลับ พร้อมกับพยุงธิดารัตน์มาด้วยวิ่งออกจากห้องมืด ธิดารัตน์น้อยเบลอๆ ดูสนุกไปกับทุกอย่าง...ไศลาพาธิดารัตน์ออกมาเจอสมุนรอเต็มไปหมด เธอต่อสู้กับสมุนนับสิบ ปกป้องธิดารัตน์และพาหนีมาจากห้องวีไอพี
สมุนไล่ล่า ไศลาต่อสู้จนเลือดซึมออกมาจำนวนมากจากแผล เธอหน้าซีดจนแทบจะไม่ไหว ดวงตาที่สามก็ค่อยๆปิดลง พวกสมุนเองก็นอนโอดโอยกันเกลื่อนกลาด ชายชุดดำถือปืนเล็งมาที่ไศลา จะเหนี่ยวไก
“เธอควรจะรู้ว่า...เธอไม่ควรจะไปเสนอหน้าในที่ที่ไม่ใช่ของเธอ”
เสียงปืนดังปั้ง ไศลาหลับตา แต่พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าคนที่ล้มลงคือชายชุดดำ จากการยิงของธีรธร
“ไศ...คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
ธีรธรประคองไศลาขึ้น
“ดูไก่น้อยเถอะ ฉันไหว”
ธีรธรรีบพาธิดารัตน์กับไศลาออกไปจากที่นั่น สมุนที่นอนกับพื้นถือปืนมาไล่ยิง แต่ทั้งสามก็พ้นประตูออกไปได้

ไศลานอนยาวที่เบาะหลังหมดแรง ธิดารัตน์นั่งเบาะหน้าคู่กับธีรธร เธอส่งยิ้มเบลอๆให้เขา ธีรธรจับตามเนื้อตัวหลานสาวที่มีฟกช้ำบ้างอย่างเป็นห่วง
“ไก่น้อย เป็นไงบ้าง พวกมันทำอะไรหนูบ้างรึเปล่า”
ไศลาพูดขึ้น
“ไก่น้อยคงถูกฉีดยาเสพติด คงต้องรอให้หมดฤทธิ์ยาก่อน”
ธีรธรทุบพวงมาลัยอย่างโมโห
“ไอ้พวกเลว”
“รีบไปจากที่นี่ก่อนพวกมันจะออกมาก่อนเถอะ อย่ามัวแต่โมโหเลย”
“ไม่ให้ผมโมโหได้ยังไง คุณมาที่นี่คนเดียวไม่บอกผมแล้วคุณก็เป็นแบบนี้อีก”
ธีรธรขับรถออกมาอย่างหงุดหงิด

นาถสุดาแอบเก็บกระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน มองซ้ายมองขวากลัวคนจะมาเห็น เธอรีบโยนทุกสิ่งลงในกระเป๋า รวมถึงกล่องไม้โบราณด้วย โยคีศิลาดำเปิดประตูเข้ามา เห็นเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าก็ถามอย่างสงสัย
“นั่นเจ้ากำลังจะไปไหน”
นาถสุดาตกใจ
“คือ เอ่อ...”
โยคีศิลาดำจ้องหน้า
“เจ้ากำลังจะหักหลังข้าใช่มั้ย”
นาถสุดาอึ้งไป
“เปล่านะคะอาจารย์ ฉันไม่ได้จะหักหลัง แต่...”
“อย่ามาโกหก...ข้าสัมผัสได้ถึงมนต์”
“เปล่าจริงๆนะอาจารย์ ฉันแค่จะไปอยู่กับเทพ”
“แล้วข้าล่ะ”
“ฉันขอไปหาที่ปลอดภัยก่อน แล้วฉันจะมาตามอาจารย์ไปอยู่ด้วยกัน”
“อย่าโกหกข้าเลย เจ้ามันศิษย์คิดล้างครู”
นาถสุดาปิดกระเป๋า หันมาหาโยคี
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น”
“ข้าไม่เชื่อ”
โยคีศิลาดำใช้พลังอัดนาถสุดากระเด็นติดผนัง
“ข้าไม่ให้เจ้าไป”
“อาจารย์ไม่เคยมีความรัก อาจารย์ไม่เข้าใจหรอก”
“ยังไงข้าก็ไม่ให้เจ้าไป”
“อาจารย์บังคับฉันให้ทำแบบนี้นะ”
นาถสุดาใช้พลังสู้กับโยคีศิลาดำคืนไปเช่นกัน เขาอึ้ง ไม่คิดว่านาถสุดาจะกล้าทำเขาแบบนั้น
“นี่เจ้ากล้าทำร้ายข้างั้นเหรอ”
การต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างศิษย์และครูจึงเกิดขึ้น นาถสุดาแค่พยายามสู้เพื่อให้ตัวเองหนีไปรอดเท่านั้น เมื่อได้โอกาสทุกครั้งเธอจึงพยายามหยิบกระเป๋าเพื่อจะหนีไป แต่โยคีศิลาดำก็ใช้พลังขัดขวางไว้ตลอด จนถึงจังหวะที่นาถสุดาจะคว้ากระเป๋าหนีออกไปได้ โยคีศิลาดำเลยใช้พลังที่รุนแรงปล่อยใส่ นาถสุดาเสียหลักทำได้แค่ยกกระเป๋ามาบังไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พลังบางอย่างจากกระเป๋าของนาถสุดาสะท้อนกลับไปที่โยคีศิลาดำ จนบาดเจ็บเสียเอง นาถสุดาก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น โยคีศิลาดำเองก็งง แต่เจ็บหนักเพราะพลังตัวเอง ทำอะไรไม่ได้ นาถสุดารีบหนีไป...นาถสุดาโยนกระเป๋าขึ้นรถ ดีใจที่จะได้ไปอยู่กับ เทพ
“เทพรอนาถแป๊บเดียวนะต่อไปนี้จะไม่มีใครมาขวางความรัก ของเราอีกแล้ว”
นาถสุดาขับรถออกไป

ดุลยศักดิ์เช็ดปืนของตนที่เปื้อนเลือด พร้อมถอดที่เก็บเสียงออก เทพนอนบนเตียงเลือดค่อยๆนองจากหัวของเขาค่อยๆแผ่วงกว้างขึ้นเรื่อยๆ สมุนหันมาถาม
“ทำยังไงกับศพของมันครับนาย”
“ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละอ้อ...แล้วเสื้อจากโรงพยาบาลที่ฉันให้เอามาล่ะอยู่ไหน”
สมุนยื่นให้
“นี่ครับนาย”
ดุลยศักดิ์หยิบเสื้อมา ดึงสายผูกที่ใช้ผูกแทนกระดุมให้ขาดออก แล้วโยนไว้ข้างๆมือของเทพ แล้วโยนเสื้อคืนให้สมุน
“แล้วเอาเสื้อนี่ไปไว้ที่โรงพยาบาลห้องนางไศลามันด้วย”
“ได้ครับนาย”
ดุลยศักดิ์และสมุนเดินออกจากห้องไป ราวกับไม่มีใครตายอยู่ในห้องนั้น

ดุลยศักดิ์ขึ้นรถ ขับรถออกไป...รถนาถสุดาเข้ามาพอดี โดยไม่เห็นดุลยศักดิ์ เธอจอดรถ ลงจากรถด้วยท่าทางดีใจที่จะได้ไปอยู่กับคนรักเสียที


พยาบาลเข็นธิดารัตน์ที่นั่งบนรถเข็นเบลอๆเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ธีรธรอุ้มไศลาขึ้นบนเตียงคนไข้ บุรุษพยาบาลรอรับแล้วเข็นเข้าห้องฉุกเฉินทันที ชูชิตมาเห็นพอดีตกใจที่เห็นไศลาสภาพนั้นเขาเป็นห่วง
“ไศ...ไศเป็นอะไรน่ะ”
พยาบาลกันชูชิตออก
“เดี๋ยวเชิญรอข้างนอกก่อนนะคะ”
ชูชิตหันมามองธีรธรตาขวาง แล้วเข้ามาต่อยธีรธรทันที
“แกทำอะไรไศ ห๊า...ฉันบอกแล้วว่าแกอย่ามายุ่งกับไศอีกไง”
ชูชิตจะเข้ารัวธีรธรอีก แต่บุรุษพยาบาลมารุมห้ามไว้ แยกทั้งคู่ออก
“แกไปเลยนะ อย่ามาใกล้ไศอีก ไม่งั้นฉันฆ่าแกแน่”
ธีรธรไม่อยากให้วุ่นวายเลยไม่โต้ตอบอะไร ทั้งชูชิตและธีรธรต่างก็ห่วงไศลา

นาถสุดาใส่แว่นดำพรางความเป็นดาราของตนเดินเข้ามาในโรงแรม สีหน้าเธอมีความสุขและดีใจ เธอเดินจ้ำให้ถึงห้องให้เร็วที่สุด...นาถสุดายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องเทพ ยิ้มระรื่น ภายในห้องเงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมา เธอจึงเริ่มเรียกประกอบกับการเคาะประตู ห้องยังคงเงียบสนิท ไม่มีวี่แววหรือเสียงฝีเท้าก้าวเดิน นาถสุดาเคาะเสียงดังขึ้น พร้อมกระซิบเรียก
“เทพ...เทพ นี่นาถเอง...เทพ”
เสียงจากภายในเงียบนิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับมา นาถสุดาเริ่มใจไม่ดี เธอลองบิดลูกบิดดู ปรากฏว่าห้องไม่ได้ล็อค เธอแปลกใจที่ห้องไม่ได้ล็อค แต่ก็เปิดเข้าไป เดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ เธอเริ่มระวังตัว เพราะสังเกตเห็นว่าบางอย่างผิดปกติ...นาถสุดาค่อยๆเดินมาถึงเตียงนอนอย่างระวัง แต่แล้วเธอก็ต้องช็อคเมื่อเห็นเทพนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ เธอรีบถลาเข้าไปหา ประคองเทพอย่างห่วงใย
“เทพ...เทพ...เทพอย่าเป็นอะไรนะ” นาถสุดาเอาหูไปฟังเสียงหัวใจ แต่เงียบ “เทพอย่าเป็นอะไรนะ นาถจะพาเทพไปหาหมอเทพต้องไม่เป็นไร”
เทพยังนอนนิ่ง นาถสุดาร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ
“ไหนว่าเราจะหนีไปด้วยกันไง ชีวิตแบบที่เราฝันไว้ไงเทพ เทพอย่าทิ้งนาถไปนะ ขอร้องล่ะ แล้วนาถจะอยู่กับใคร”
นาถสุดานึกถึงรอยยิ้มของเทพ...ภาพเขาในวัยเด็กที่เคยช่วยเธอไว้ อ้อมกอดของเขา ทุกอย่างถาโถมมาหาเธอ
“เทพ...เทพอย่าเป็นอะไรนะเทพ...เทพ ใครทำเทพแบบนี้ เทพบอกนาถสิ นาถจะไปจัดการมันเอง เทพ...”
นาถสุดาหันไปเห็นเศษผ้าที่มือของเทพ เธอหยิบมันขึ้นมาดู เป็นเศษชิ้นส่วนของชุดรพ. มีชื่อรพ.ติดอยู่ด้วย นาถสุดามองด้วยความแค้น
“แกใช่มั้ยที่ฆ่าเทพ...แก” เธอหันไปมองเทพ “เทพไม่ต้องห่วง นาถจะแก้แค้นให้เทพเอง มันจะต้องไม่ตายดี คอยดู”
นาถสุดามองที่เศษผ้าอย่างโกรธแค้น
ค่ำนั้น ชูชิตกับธีรธรต่างก็แยกมุมกันนั่งรอไศลา ชูชิตมองธีรธรแบบชิงชังมาก นพรัชออกมาจากห้องฉุกเฉิน ทั้งชูชิตและธีรธรก็ถลาไปหาทันที
“ไศเป็นไงบ้างวะ”
ชูชิตมองธีรธรไม่พอใจนัก
“ตอนนี้คุณไศลาเสียเลือดไปมาก ต้องการเลือดด่วน”
ชูชิตรีบเสนอตัว
“งั้นเอาเลือดผมไปเลยครับ เอาไปเท่าไหร่ก็ได้”
นพรัชหันมามองหน้า
“ตอนนี้เราต้องการเลือดกรุ๊ปโอนะคะครับ ไม่ทราบว่าคุณใช่รึเปล่า”
ชูชิตหงุดหงิด
“ทำไม เลือดฉันมันไม่แดงงั้นเหรอ”
ธีรธรรีบบอก
“ฉันกรุ๊ปโอ”
“งั้นก็ดีเลย...งั้นแกไปกับฉัน”
“เฮ้ย...”
ชูชิตจะขวาง นพรัชจ้องหน้า
“คุณไม่อยากให้ไศลาหายรึไง”
ชูชิตเงียบ เถียงไม่ออก นพรัชกับธีรธรเดินเข้าไปในห้องด้วยกัน

ธีรธรเข้าไปหาไศลาอย่างอ่อนโยน เขาค่อยๆลูบปอยผมของเธอ
“เพราะเรื่องของผมแท้ๆที่ทำให้คุณต้องเป็นแบบนี้”
นพรัชไปเตรียมอุปกรณ์เดินเข้ามาเห็นสิ่งที่ธีรธรทำ เขามองยิ้มเศร้าๆ
“หมดเวลาทำซึ้งแล้ว...มาเล่นบทพระเอกของจริงดีกว่า”
นพรัชชูอุปกรณ์บริจาคเลือดให้ธีรธรเห็น ธีรธรหันมายิ้มให้ พร้อมจะทำทุกอย่างตามคำสั่งเพื่อน

ธีรธรกำมือแบมือสลับกันไปเพื่อให้เลือดไหลคล่องขึ้น เลือดค่อยๆไหลเข้าไปในถุงเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เขามองผ่านม่านไปที่ไศลาที่นอนไม่ได้สติอยู่อีกเตียง เขามีความสุขที่ได้ทำแบบนั้นให้เธอ

นิ่มนวลช่วยประคองวงทองเดินนำมาที่โรงพยาบาล กมลาและพันธ์พงษ์ ตามมาติดๆ ทั้งหมดมาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก
“ตาธีอยู่ไหนเนี่ย ห๊า...ใครโทรหาซิ” กมลาโวยวาย
“นิ่มโทรหาแล้วค่ะ แต่พี่ธีไม่รับโทรศัพท์เลย” นิ่มนวลบอก
กมลาหงุดหงิด
“ตายแล้ว แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าไก่น้อยอยู่ไหนเนี่ย”
พันธ์พงษ์ปราม
“โวยวายไป ก็ไม่มีใครตรงนี้รู้หรอกน่าคุณ ก็มาถึงพร้อมๆกัน”
กมลาไม่พอใจ
“เอ๊ะ...นี่คุณไม่ห่วงลูกบ้างเลยรึไงห๊า”
วงทองห้ามทัพ
“อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ช่วยกันคิดก่อนไม่ดีเหรอว่าไก่น้อยน่าจะอยู่ไหน”
ชูชิตที่นั่งฟังอยู่ตรงนั้นมองมาทางพวกบ้านธีรธร เขาเดินมาแทรกกลางวง
“ไอ้คนที่พวกคุณพูดถึงนั่นคือตำรวจรึเปล่า”
ทั้งวงหันมามองชูชิต แปลกหน้า ไม่เคยรู้จัก กมลาถามเสียงเข้ม
“นี่แกเป็นใคร”
“ผมเป็นเพื่อนกับผู้กองธีรธรครับ” ชูชิตยิ้มเจ้าเล่ห์
นิ่มนวลรีบบอก
“พวกเราเป็นญาติของผู้กองธีรธรค่ะ”
พันธ์พงษ์กระซิบนิ่มนวลดุๆ
“ไปบอกเขาทำไมล่ะ ไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้”
นิ่มนวลกระซิบตอบ
“เหรอคะ ขอโทษค่ะ”
“ถ้าจะมาหาธีเนี่ย ธีอยู่ด้านในครับ”
“ขอบใจมากเลยนะพ่อหนุ่ม” วงทองขอบอกขอบใจ
นิ่มนวลร้อนใจ
“ตายละ ทำไมพี่ธีอยู่ด้านในละคะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่าเนี่ย เป็นอะไรมากมั้ย”
นิ่มนวลเดินนำทุกคนเข้าไปทันที คนอื่นตามเข้าไป ชูชิตที่ยืนอยู่มองดูจนทั้งหมดลับตา
“ฉันเห็นหน้าญาติพี่น้องแกหมดแล้วไอ้ธีรธร ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ”

พยาบาลยกถุงเลือดของธีรธรมาแขวน และต่อสายเข้าไปตัวไศลา
“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ”
ธีรธรมองไศลาที่หลับไม่ได้สติ นิ่มนวลเปิดม่านเข้ามา
“พี่ธีเป็นอะไรมากมั้ยคะ”
สายตานิ่มนวลหันไปเห็นไศลาก็ช็อค กมลาเข้ามาต่อว่าทันที
“หลานตัวเองจะเป็นจะตายอยู่แล้ว ยังจะห่วงแต่ผู้หญิงอีก”
ธีรธรเบื่อๆ
“ถ้าพี่แก้วยังไม่รู้เรื่อง ผมว่าพี่แก้วอยู่เฉยๆดีกว่าครับ”
กมลาไม่พอใจ
“นี่ธีกล้าพูดกับพี่แบบนี้เหรอ”
ธีรธรไม่อยากเถียง เขานิ่ง อ่อนใจ นพรัชเดินเข้ามาช่วย
“คุณไศเป็นคนช่วยไก่น้อยไว้ ร่างกายเลยเป็นแบบนี้”
กมลาจ๋อยไป นิ่มนวลมองด้วยท่าทีไม่พอใจนัก
“โธ่ไศ หลานอา” พันธ์พงษ์เห็นใจ
วงทองหันมาถาม
“แล้วไก่น้อยล่ะอยู่ไหน”
ธีรธรกับนพรัชมองหน้ากัน ไม่ค่อยอยากให้เห็นสภาพหลานสาวนัก
ธิดารัตน์นอนหลับอยู่บนเตียง ถูกผูกด้วยผ้าทั้งแขนและขา เธอสิ้นฤทธิ์ ทั้งหมดเห็นแล้วสลดใจ พันธ์พงษ์ตะลึง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับไก่น้อยกันแน่ ทำไมต้องทำกันขนาดนี้”
ธีรธรหนักใจ
“ไก่น้อยโดนพวกแก๊งยาเสพติดจับไปน่ะครับ จึงโดนฉีดยาครับ”
“ครับ ทางเราเลยต้องรักษาอาการคลุ้มคลั่งเมื่อขาดยาก่อน” นพรัชบอก
กมลาหน้าเสีย
“แล้วไก่น้อยไปโดนจับจากพวกนั้นได้ยังไง”
ธีรธรหน้าเครียด
“เรื่องนั้นยังไม่มีใครรู้ ต้องรอให้ไก่น้อยเป็นคนเล่าเองครับ”
วงทองมองหลานอย่างสงสาร
“ไก่น้อยหลานยาย”
นิ่มนวลเป็นห่วง
“ไก่น้อยไม่น่าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย”
ทั้งหมดมองดูธิดารัตน์ด้วยความเวทนา

ไศลานอนอยู่บนเตียงรถเข็น พยาบาลเข็นเธอเพื่อกลับขึ้นห้องพัก นาถสุดาเดินเข้ามาในโรงพยาบาล พร้อมกับเศษของชุดโรงพยาบาล เธอยังไม่ทันสังเกตว่าไศลานอนบนเตียงและถูกเข็นผ่านเธอไป นาถสุดาแววตาเคียดแค้นมาก...พยาบาลเข็นไศลามาที่ห้องเดิม เธอจัดแจงหยิบชุดที่พับอยู่ในห้องมาเปลี่ยนให้
นาถสุดาเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่ออยากรู้ว่าใครพักที่นี่บ้าง เมื่อพยาบาลลุกออกไปจากหน้าคอมจะไปเติมน้ำ นาถสุดาก็รีบเข้าไปกดเช็คทันที พยาบาลกดน้ำเกือบเต็มกระบอกใส่แก้ว นาถสุดาพยายามรีบเช็คข้อมูลหน้าคอม เธอเห็นพยาบาลกำลังจะเดินกลับมาแล้ว แต่เธอยังไม่เสร็จจากหนาคอม พยาบาลเดินมาถึงหน้าคอม เก้าอี้ตัวนั้นว่างเปล่าเเล้ว พยาบาลนั่งลงไม่คิดอะไร

ธิดารัตน์รู้สึกตัวตื่นขึ้นดีใจที่เห็นพ่อ แม่ น้า ยาย ของตนมากันครบ เธอดีใจจนน้ำตาไหล
“พ่อจ๋า... แม่จ๋า”
พันธ์พงษ์เห็นลูกตนฟื้นเข้าไปโผกอดทันที
“ไก่น้อยลูกพ่อเป็นยังไงบ้าง”
“พ่อจ๋าทำไมต้องผูกไก่น้อยไว้ด้วย ไก่น้อยร้อนไปหมดทั้งตัวเลย”
“เดี๋ยวพ่อแก้มัดให้นะ”
ธีรธรรีบห้าม
“พี่ครับ...เชื่อหมอเถอะ”
“แต่...”
ธิดารัตน์มองธีรธร
“น้าธีคะ ได้โปรดเถอะค่ะ แก้มัดให้ไก่น้อยหน่อย ไก่น้อยทรมานจังเลย คุณยายคะ น้านิ่ม ช่วยไก่น้อยด้วย”
ทั้งหมดมองธิดารัตน์ด้วยความสงสาร ธีรธรปลอบ
“ไก่น้อยต้องอดทนนะ เดี๋ยวพอหายร้อนหนูก็ดีขึ้น เดี๋ยวน้าจะแก้มัดให้หนูเอง”
“ทำไมทุกคนต้องมัด หนูน้าธีรช่วยหนูออกมาไม่ใช่เหรอ ทำไมยังต้องมัดหนูเหมือนพวกนั้น หนูอึดอัด พงษ์ละคะ พงษ์อยู่ไหน พงษ์เป็นอะไรรึเปล่า”
กมลาถามสวนขึ้นมาทันที
“พงษ์คือใครน่ะ คือคนพาลูกไปที่นั่นใช่มั้ย”
“พงษ์ปลอดภัยรึเปล่า พงษ์ปลอดภัยมั้ย...ทำไมไม่มีคนตอบหนู พงษ์...พงษ์”
ธิดารัตน์เริ่มอาละวาดดิ้นพลาดๆ ทุกคนมองอย่างสงสาร
“ทรมานจังเลย ช่วยหนูด้วย ช่วยหนูด้วย...”
ธิดารัตน์ยังคงดิ้นทุรนทุราย ธีรธรบอกกับทุกคน
“ผมว่าตรงนี้ให้พยาบาลมาดูดีกว่านะครับ ทุกคนไปพักผ่อนก่อนดีกว่า”
ธีรธรเดินไปกดเรียกพยาบาล และพาทั้งหมดออกมาจากห้อง

ธีรธรประคองวงทองเดินไปตามทาง นิ่มนวลตามประกบไม่ห่าง กมลากับพันธ์พงษ์เดินไปด้วยกัน นาถสุดาใส่แว่นดำโพกผ้าเดินผ่านธีรธรและครอบครัวไป ธีรธรหันไปมองหน้าคุ้นๆ แต่ไม่แน่ใจนัก นาถสุดดาเองก้มหน้างุดไม่อยากให้ใครจำได้ ธีรธรหันไปเหลือบมองแต่ไม่ได้สนใจอะไร

พยาบาลเปลี่ยนชุดให้ไศลาเรียบร้อย ก็พบว่าชุดนั้นขาดตรงเชือกที่ใช้มัด
“อ้าว...ทำไมมันขาดแบบนี้ล่ะ”
พยาบาลอีกคนก็เปิดประตูเข้ามา
“นี่ไปช่วยกันห้อง 704 เร็ว คลั่งใหญ่แล้ว”
พยาบาลรีบตามเพื่อนพยาบาลออกไปทำงาน ไศลายังคงใส่ชุดที่ขาดเหมือนเดิม

อ่านต่อหน้าที่ 2

กุหลาบไฟ ตอนที่ 9 (ต่อ)

นาถสุดามองเลขห้องของไศลา ในมือกำเศษผ้าของโรงพยาบาลแน่น
“ไศลา ถ้าเป็นฝีมือเธอละก็ ฉันจะฆ่าเธอซะตรงนี้เลย ฉันสาบาน”
นาถสุดาบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไป...นาถสุดาเข้ามาในห้อง มองไศลาที่หลับไม่ได้สติ เธอมองไปที่เสื้อของไศลา แล้วก็พบว่ามันขาด นาถสุดาหยิบเศษผ้าในมือตนขึ้นมาดู กำแน่นด้วยความแค้น
“ฉันคิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นแกฝีมือของเทพ ไม่ได้จะมีใครมาฆ่าได้ง่ายๆ แล้วคนที่เทพจะไว้ใจให้เข้าห้องก็มีไม่มาก...เป็นแกจริงๆ”
นาถสุดารวบรวมความแค้นทั้งหมดที่มีในฝ่ามือเดียว ปล่อยลงไปเต็มแรงที่ไศลาที่นอนหลับ กล่องไม้โบราณในกระเป๋าสะพายของนาถสุดาสว่างวาบ เหมือนเป็นเครื่องปกป้องไศลา นาถสุดาเหมือนโดนสะท้อนพลังตัวเอง กระเด็นล้มลง
“นี่มันคืออะไรเนี่ย ทำไมฉันทำอะไรแกไม่ได้”
นาถสุดาจะลุกขึ้นไปจัดการไศลาอีกที แต่ทุกอย่างก็ต้องชะงัก เมื่อชูชิตเข้ามาพอดี
“เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะนาถสุดา”
นาถสุดาเสียจังหวะ หยุดพลังทันที
“ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่”
“ทำไม...ฉันจะแวะมาเยี่ยมนางนี่บ้างไม่ได้รึไง”
“จัดการเรื่องงานแต่งงานเสร็จแล้วเหรอ”
“ทำไม เกิดอยากแต่งงานกับฉันขึ้นมาจริงๆแล้วเหรอถึงได้ถามถึง”
“ใครอยากจะแต่งงานกับเธอฉันแค่ไม่อยากมีปัญหากับนายก็แค่นั้น”
นาถสุดาหัวเราะในลำคอ ชูชิตจ้องหน้า
“หรือถ้าเธอยากตาย ก็ลองขัดคำสั่งนายดูงานใหญ่ซะด้วยถ้าพลาดละก็...”
“รักตัวกลัวตายซะจริง ฉันอยากรู้จริง ถ้านางนี่...ต้องตาย แกจะยอมตายแทนมั้ย”
ชูชิตอึกอัก นาถสุดายิ้มหยัน
“ฉันว่าแล้ว...คนอย่างแกน่ะ”
ชูชิตตวาด
“อย่าพูดมากน่า จัดการเรื่องแต่งงานให้เรียบร้อยก็แล้วกันนี่ก็ใกล้วันแล้ว”
“ทุกอย่างจะเรียบร้อยแน่...คอยดูก็แล้วกัน...แต่ถ้าแกมัวมาซุกหัวอยู่ที่นี่ไม่โผล่หน้าให้นายเห็นฉันว่าแกจะตายก่อนงานแต่งมาถึงแน่ๆ”
นาถสุดามองชูชิตด้วยสายตายั่วโมโห มองไศลาด้วยความแค้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ชูชิตรีบเก็บของของตน เตรียมตัวไปประจบนาย
“ไศ ผมต้องไปทำงานก่อนนะ”

นาถสุดาเจ็บใจที่ทำอะไรไศลาไม่ได้ เธอออกมาอย่างหงุดหงิด
“ทำไม...ทำไมฉันทำอะไรมันไม่ได้...แต่ฉันไม่มีทางยอมปล่อยแกไปหรอก ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต”
นาถสุดาเดินจากไป

ไศลาเดินฝ่าหมอกเข้ามาในป่า เธอเห็นนักพรตเมฆขาวบำเพ็ญเพียรอยู่บนโขดหินกลางป่า เธอดีใจรีบวิ่งไปหาทันที นักพรตเมฆขาวลืมตาขึ้นมาเจอไศลา แต่ก็ต้องตกใจ
“นี่เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า”
“ทำไมเหรอคะ ไศดู...ผิดปกติไปเหรอคะ”
“ตาที่สามเจ้าหายไปไหน เจ้าไปทำอะไรมา”
“ไศ...ไศไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
นักพรตเมฆขาวจ้องหน้า
“เจ้าฆ่าใครรึไม่”
ไศลาส่ายหน้า
“เจ้าผิดประเวณีรึเปล่า”
“ไม่นะคะ”
นักพรตเมฆขาวแปลกใจ
“ถ้างั้นเพราะอะไร...ทำไมดวงตาที่สามจึงหายไปแล้วพลังของเจ้าก็ลดน้อยลงไปมาก”

นักพรตเมฆขาวลุกขึ้นมาสู้กับไศลา อย่างลองฝีมือ ไศลาสู้ด้วยแต่ประมือได้ไม่เท่าไหร่ เธอก็พ่าย ล้มลง นักพรตเมฆขาวหน้าเครียด
“เจ้าราวกับเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ถูกเลือก”
“ไศไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
“มันต้องมีบางอย่าง...บางอย่างของคนธรรมดาเข้ามาทดแทนในร่างกายเจ้า ทำให้พลังเจ้าสูญเสียไป”
“แล้วคืออะไรคะ”
ไศลากับนักพรตเมฆขาวเองต่างก็ไม่เข้าใจนัก

พยาบาลเอาถุงเลือดที่ธีรธรให้ไว้อีกถุงมาเปลี่ยนแทนถุงเก่าที่หมด
“เดี๋ยวให้เลือดของคุณอีกถุง เธอน่าจะอาการดีขึ้นนะคะ”
“ขอบคุณมากครับ”
เลือดจากถุงค่อยๆไหลมาตามสาย เข้าสู่ร่างกายของไศลา ธีรธรกุมมือเธอไว้ไม่ห่าง นิ่มนวลเปิดประตูเข้ามาเห็นสิ่งที่ธีรธรทำกับไศลาก็อิจฉาขึ้นมาทันที
“หลานตัวเองไม่ไปเฝ้าบ้างเหรอคะ”
ธีรธรหันมาตามเสียง
“คนคอยดูแลไก่น้อยก็เยอะแยะแล้วนี่”
“แล้วทำไมพี่ธีไม่ไปพักผ่อนละคะพี่ธีไม่ได้กลับบ้านมาตั้งหลายวันแล้ว”
“นี่คือการพักผ่อนของพี่”
นิ่มนวลเจ็บกว่าเดิม
“จะให้นิ่มตอบคุณแม่พี่ธีแบบนี้ใช่มั้ยคะ เพราะ แม่พี่ธีให้นิ่มมาตามพี่”
“เดี๋ยวพี่ตามไป”
นิ่มนวลเจ็บใจ เดินหน้าไม่พอใจออกไป ธีรธรกุมมือไศลากระซิบข้างหูเธอเบาๆ
“เดี๋ยวผมมาใหม่นะ”
ธีรธรเดินตามนิ่มนวลออกไปติดๆ

ธีรธรเดินเข้ามาในห้องของธิดารัตน์ที่หลับอยู่ กมลากำลังโวยวายเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกสาวเจอมา
“ไอ้พงษ์นี่มันเป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน มันคือพวกขี้ยาที่มาหลอกลูกสาวฉันแน่ๆ”
พันธ์พงษ์ปราม
“คุณจะโวยวายทำไม ในนี้ก็ไม่มีใครรู้สักคน”
“คอยดูนะ ถ้าฉันจับไอ้คนชื่อพงษ์ได้ ฉันจะส่งมันเข้าคุกโทษฐานที่หลอกลูกฉัน”
ธีรธรหันไปหาวงทอง
“คุณแม่จะกลับบ้านเหรอครับ เดี๋ยวผมจะไปส่งให้”
กมลาหันมาออกคำสั่งกับธีรธรทันที
“ตาธีมาก็ดีแล้วจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเลยนะ ไปลากคอไอ้คนชื่อพงษ์เนี่ยมาเข้าคุกให้ได้”
ธีรธรเหนื่อยใจ
“พี่แก้วครับ...ก่อนที่พี่แก้วจะเที่ยวหาว่าใครผิดรอให้ไก่น้อยมา อธิบายก่อนมั้ยครับว่าเรื่องมันเป็นยังไง หรือจะให้ดีกว่านั้น ควรจะมีใครไปขอบคุณไศลาหน่อยนะครับที่ช่วยไก่น้อยมาได้ ไม่งั้นก็ไม่รู้ไก่น้อยจะเป็นยังไง”
พันธ์พงษ์นึกได้
“แล้วหนูไศลาเป็นยังไงบ้างละธี”
“ยังไม่พื้นเลยครับ เสียเลือดไปมาก แต่คาดว่าพรุ่งนี้คงดีขึ้น”
กมลาเงียบจากสิ่งที่ธีรธรพูด ธีรธรประคองแม่
“ไปครับแม่...กลับบ้านกัน”
ทั้งห้องเงียบ ธีรธรประคองวงทองออกจากห้องไป โดยมีนิ่มนวลตาม

ไศลายืนอยู่กลางป่าที่แทบจะมองอะไรไม่เห็น เธอเริ่มกลัว แต่แล้วเธอก็เดินไปเจอกองไฟที่จุดไว้กลางป่า ไศลารีบวิ่งไปหาทันที
“อาจารย์ อาจารย์ นี่ไศเอง”
ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆจากชายผู้นั้น ไศลารีบเดินเข้ามาใกล้ ชายผู้นั้นหันมา คือโยคีศิลาดำนั่นเอง
“สวัสดีไศลา”
ไศลาสะดุ้งทันทีที่เห็นโยคีศิลาดำ
“เจ้ามาที่นี่ทำไม”
โยคีศิลาดำแสยะยิ้ม
“ข้ามาตามหายอดวิชาขั้นสุดท้าย”
“ข้าไม่รู้เรื่อง”
“อย่ามาโกหก ข้าสัมผัสได้ว่าคัมภีร์อยู่ที่เจ้า”
“ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องไงล่ะ”
ไศลาพยายามหนี แต่โยคีศิลาดำปล่อยพลังฝ่ามือใส่ เธอกระเด็นไป

เช้าวันใหม่...ไศลาสะดุ้งตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาล เธอเช็คร่างกายว่าปลอดภัยดีมั้ย เธอมองไปรอบๆห้องไม่เห็นใครก็โล่งใจ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเปิดก๊อกน้ำในห้องน้ำล้างมือ
“นั่นใครน่ะ”
ไม่มีเสียงตอบที่ห้องน้ำ ไศลาจ้องที่ประตูกลัวจะเป็นอันตราย ปรากฏว่าคนที่เดินออกมาคือพยาบาล
“ฟื้นแล้วเหรอคะ”
ไศลาเห็นเป็นพยาบาลก็โล่งใจ
“มีคนรอเยี่ยมคุณอยู่ที่ระเบียงแน่ะค่ะ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
พยาบาลเดินออกจากห้องไป ไศลาค่อยๆหันไปที่ระเบียง แต่ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องเสียแล้ว เสียงก้าวเท้าของชายคนนั้นที่ก้าวเข้ามา ไศลาก็รู้ทันที่ว่าไม่ประสงค์ดีแน่ๆ โยคีศิลาดำนั่นเองที่มาหาเธอ เขาเดินมาที่เตียง ไศลาพยายามจะลุกหนี แต่เธอไม่มีแรงมากพอ
“อย่าหนีเลย หนีไปก็ไม่มีทางพ้น”

นาถสุดาสะพายกระเป๋า เธอเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยแววตาเจ็บแค้น
“ยังไงวันนี้แกก็ต้องตาย...ถ้าไม่ใช่เพราะวิชาฉันก็ต้องเพราะปืนกระบอกนี้”
นาถสุดาอัดอั้นความแค้นของตนไว้ในใจ...

โยคีศิลาดำจ้องอยู่ข้างๆเตียง ไศลาเองก็ทำอะไรไม่ได้ นาถสุดาเปิดประตูเข้ามาเห็นอาจารย์ของตนก็ตกใจรีบหลบทันที นาถสุดารำพัน
“อาจารย์มาทำอะไรที่นี่”
โยคีศิลาดำและไศลา ไม่ทันได้ยินเสียงคนเข้ามา
“ส่งหน้าสุดท้ายของตำรามาให้ข้าซะเถิด”
“หน้าสุดท้ายอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”
“อย่าโกหกหน่อยเลยน่า”
นาถสุดาแปลกใจ
“ตำราหน้าสุดท้ายเหรอ”
ไศลาไม่เข้าใจ
“แกพูดอะไรของแก”
“ตามตำนานกล่าวว่า เคล็ดลับวิชาสูงสุดขนาดเปลี่ยนสีดำให้เป็นสีขาว ชุบชีวิตคนจากความตายได้ อยู่ในหน้าสุดท้ายของตำรา”
นาถสุดาชะงัก
“ชุบชีวิตคนตาย”

โยคีศิลาดำยื่นมือไป
“ส่งมันมาให้ข้าซะดีๆ”
“ต่อให้เจ้าฆ่าฉันให้ตายอยู่ตรงนี้...ฉันก็บอกได้คำเดียวว่าฉันไม่รู้เรื่อง” ไศลาโต้
โยคีศิลาดำตวาด
“เจ้าท้าข้าเหรอ”
โยคีศิลาดำปล่อยพลังใส่ ไศลาได้แต่หลับตา กล่องไม้โบราณในกระเป๋านาถสุดาสว่างวาบอีกครั้ง พลังที่โยคีศิลาดำปล่อยมาสะท้อนกลับอย่างน่าอัศจรรย์ โยคีศิลาดำถุงกับเซที่โดนพลังย้อนกลับของตน
“นั่นมันพลังอะไรกัน”
ไศลางงๆ ไม่รู้เรื่องด้วย โยคีศิลาดำช็อคไป
“เจ้าเรียนวิชาหน้าสุดท้ายแล้ว”
ไศลายังคงไม่เข้าใจ
“เจ้าพูดเองเออเองอยู่คนเดียวทั้งนั้น”
“ไม่จริง เจ้าเรียนแล้ว พี่เมฆาสอนให้เจ้า”
โยคีศิลาดำโกรธมาก กระชากคอไศลามาคาดคั้น
“ตำราหน้าสุดท้ายอยู่ไหน”
พลังไฟแห่งความโกรธในโยคีศิลาดำแผ่ซ่านไปถึงไศลาจนร้อนไปหมด กล่องไม้โบราณในกระเป๋านาถสุดาสว่างวาบอีกครั้ง ราวกับถ่ายทอดพลังทั้งหมดต้านโยคีศิลาดำ ที่มือของโยคีศิลาดำค่อยๆมีน้ำแข็งมาเกาะจนแทบขยับไม่ได้ เขารีบปล่อยมือทันที
“นี่มันอะไรกันเนี่ย วิชาอะไรของเจ้า”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย”
ไศลาเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียกพยาบาล เสียงพยาบาลขานรับ
“มีอะไรให้ช่วยคะ”
โยคีศิลาดำจ้องไศลาตาเขม็ง ปิดเครื่องเรียก
“แกคิดว่าฉันจะกลัวพวกมัน”
ไศลาหนักใจ ยอมรับความจริง พยาบาลเปิดประตูเข้ามาไม่เห็นนาถสุดาที่แอบอยู่
“คนไข้เป็นอะไรคะ”
โยคีศิลาดำนิ่งมองพยาบาล
“จวนได้เวลาคุณหมอกำลังจะมาตรวจพอดี”
โยคีศิลาดำชั่งใจแล้วหันไปพูดกับไศลา
“รักษาตัวให้ดีนะ” เขากระซิบ “ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าตำราอยู่ไหน”
“อยากเชื่ออะไรก็เชื่อแต่ฉันขอเตือนว่าจะเหนื่อยเปล่าเพราะ ฉันไม่รู้เรื่องนี้”
โยคีศิลาดำเดินออกไปอย่างโมโห นาถสุดาแอบหลังประตูอย่ามิดชิด โยคีศิลาดำไม่ทันเห็น พยาบาลมองตามไม่รู้เรื่องราวอะไร

ธิดารัตน์ดิ้นทุรนทุรายทรมาน ธีรธรกอดหลานไว้แน่น พยาบาลก็ล้อมเพื่อจะฉีดยา
“น้าธีช่วยไก่น้อยด้วย...ช่วยด้วย”
“ไก่น้อยอดทนนะ อดทนไว้”

สุทธิพงษ์นอนไม่ได้สติในห้องไอซียู ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เขาค่อยๆลำดับความคิดต่างๆ
“ไก่น้อย...ไก่น้อย”

พยาบาลกับหมอเดินออกจากห้องไศลาไป นาถสุดาแอบปิดประตูแล้วล็อคเรียบร้อย เดินมาหาไศลาพร้อมกับปืนที่เล็งไป ไศลาเห็นก็งง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“นี่มันอะไรกันอีก”
“ฉันจะมาทวงชีวิตเทพคืน”
ไศลางงๆ
“เทพ...เธอพาเขาไปนานแล้วนี่”
“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อเลยนะ แกทำอะไรลงไป แกรู้ตัวดี”
“งั้นช่วยบอกหน่อยได้มั้ยว่าฉันทำอะไรลงไป”
“แกฆ่าเทพ แกทำได้ยังไง เขาเป็นคนดีแล้ว แกฆ่าเขาได้ยังไง”
“ฉันว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ฉันไม่รู้เรื่องนั้น”
“อย่ามาทำใสซื่อหลอกฉัน ถ้าฉันไม่มีหลักฐานฉันไม่ตามมาได้ถึงนี่หรอก”
“ถ้าเธออยากฆ่าฉันก็ฆ่าเลยสิ ฉันไม่มีอะไรจะอธิบายแล้ว”
“แกส่งตำราอะไรนั่นมาให้ฉันก่อนสิ”
ไศลาไม่เข้าใจ
“ตำราอะไร”
“ก็ที่อาจารย์ฉันจะเอาจากแกน่ะ ส่งมา”
“ฉันไม่มี ต่อให้เธอค้นจนหมดชีวิตของฉันมันก็ไม่เจอเพราะฉันไม่มี”
“โกหก อาจารย์ฉันไม่เคยพลาดเรื่องพวกนี้ ตำรานั่นต้องมีอยู่จริง เราต้องสามารถชุบชีวิตคนตายได้จริงๆสิ แกต้องมี”
“ถ้าฉันมีฉันคงจะชุบชีวิตพ่อแม่ฉัน น้องสาวฉันขึ้นมาแล้ว”
“ฉันไม่สนว่าแกจะมีหรือไม่มี แต่แกต้องหามาให้ฉัน ไม่งั้น...ฉันจะฆ่าน้องแกทีละคนทั้งนางอรชรและก็ไอ้สุทธิพงษ์ที่อยู่ในห้องไอซียูนั่น”
“อย่ายุ่งกับพวกเขา...พวกเขาไม่เกี่ยว”
“ฉันให้เวลาแก 7 วันที่จะหาตำรามาให้ฉัน ไม่งั้นน้องแกตายหมดแน่”
นาถสุดาพูดด้วยแววตาไร้ความปราณีก่อนจะเดินออกไป ไศลากลุ้มใจ ไม่รู้เรื่องอะไรนักหนากับเธอ
นาถสุดากลับมาที่พัก เธอยังเก็บศพของเทพแช่ในโลงเย็นไว้ นาถสุดาทำเหมือนเขายังมีชีวิตอยู่
“เทพ...นาถมีวิธีช่วยเทพแล้วนะ เดี๋ยวเทพก็จะกลับมาหานาถ เราจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิมนะเทพ”
นาถสุดาพูดกับร่างไร้วิญญาณราวกับว่าเขายังมีชีวิต

ไศลาถอนหายใจเครียดกับสิ่งที่ตัวเองเจอมา เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอมองตามเสียงไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นเรื่องอะไรเข้ามาหาเธออีก เป็นธีรธรที่เดินเข้ามา
“คุณฟื้นแล้วเหรอไศ”
“คุณคงไม่ได้เอาเรื่องอะไรมาให้ฉันหรอก ใช่มั้ย”
“ผมแค่ห
กำลังโหลดความคิดเห็น...