xs
xsm
sm
md
lg

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 20

สุนทรีและพจนินท์นั่งคุยกันเรื่องพิชชาที่เก้าอี้ยาวหน้าห้อง

“แกไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขจริงๆ ของฉัน ฉันเสียแกไปแล้วครั้งหนึ่งเพราะกรุ๊ปเลือดของเราไม่ตรงกัน ถึงอย่างนั้นแต่ฉันก็รู้สึกเหมือนเป็นแม่แท้ๆ ของแก”
พจนินท์อยากลองให้หมอเอาไขกระดูกของเธอไปใช้
“ให้ฉันลองตรวจดูนะคะ เผื่อจะใช้การได้”
สุนทรีเข้าใจความรู้สึกของพจนินท์ที่มีต่อพิชชา แต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก
“ของพี่ชายแกก็ใช้ไม่ได้แล้ว”
พจนินท์ดูกระวนกระวายทุกข์ร้อน สุนทรีดูสงบ แต่ความรู้สึกข้างในของทั้งคู่ไม่ต่างกัน เธอพูดออกมาเบาๆ
“ต้องมีที่ใช้ได้สิ”
“แต่ถ้าของคนในครอบครัวใช้ไม่ได้ ฉันได้ยินว่ามันคง...”
พจนินท์คิดถึงตรงนี้ก็น้ำตาไหล
“ถ้าแกเป็นลูกสาวของฉันจริงๆ”
สุนทรีน้ำตาไหล
“ฉันรู้สึกตรงกันข้าม ถ้าแกไม่ใช่ลูกของฉัน...ก็คงไม่ต้องมารับถ่ายโรคนี้ไป”
สุนทรีปล่อยอารมณ์ที่เก็บกักมานานออกไปเธอสะอื้นฮั่ก
“ถ้าแกไม่ใช่ลูกของฉัน”
ทั้งคู่นั่งร้องไห้อย่างไม่อายใคร

เย็นนั้น อรอินทุ์มองพาทินที่กำลังเตรียมทำมื้อเย็น เธอสับสนและความรู้สึกสองอย่างที่อยู่ข้างใน จนทนไม่ไหว เดินออกจากสตูดิโอ ขับรถแล่นออกไป

พิชชาหลับอยู่บนเตียง อรอินทุ์นั่งอยู่ข้างเตียง หน้าเศร้าหมอง พิชชาค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“คุณอร”
พิชชาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
“ฉันไม่อยากเชื่อว่าเธอจะเป็นแบบนี้”
“คุณอรคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“พิชชา”
“อย่าบอกพี่เขานะคะ รับปากฉันนะคะว่าจะไม่บอก ให้ฉันบอกเขาตอนกลับจากอเมริกานะคะ”
อรอินทุ์ร้องไห้รู้ว่าสิ่งที่พิชชาบอกเป็นเรื่องโกหก
“พิชชา”
พิชชายิ้ม
“ไม่ใช่เพื่อคุณ ไม่ใช่เพื่อพี่เขาหรอกค่ะ เพื่อตัวฉันเอง เพราะฉันไม่อยากให้พี่มาเห็นฉันในสภาพนี้ นะคะ ทำเพื่อฉันนะ”
อรอินทุ์กลั้นสะอื้น เช็ดน้ำตา รับคำพิชชา
“ก็ได้จ้ะ เธอต้องหายนะ ทินเขาจะได้มาเจอเธออีก เธอจะตายไม่ได้นะ ต้องมีชีวิตอยู่นะ ฉันก็ไม่ได้พูดเพื่อเธอ แต่เพื่อตัวเองเหมือนกัน”
พิชชามองอรอินทุ์ ยิ้มให้ พยักหน้ารับความหวังดีที่อรอินทุ์มีให้
“ค่ะ ฉันจะอยู่ หลังผ่าตัดแล้วคงดีขึ้น”
อรอินทุ์ยิ่งร้องไห้หนัก เพราะลึกๆ ในใจรู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ พิชชาจับมืออรอินท์ไว้
“คุณอรคะ ทำให้พี่เขามีความสุขด้วยนะคะ ฉันอยากจะขอจากคุณเท่านี้ล่ะค่ะ ใช้ชีวิตที่มีความสุขเผื่อให้ฉันด้วยนะคะ”
อรอินทุ์น้ำตาไหลพรากอย่าสงสาร พิชชารู้ว่าคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

พิชชานั่งเซ็งๆในห้อง กิ่งเทียนเปิดประตูเดินเข้ามา จิราพัชรเดินตามเข้ามา พิชชาเห็นหน้ากิ่งเทียนก็ดีใจ
“กิ่ง”
“พิชชา”
กิ่งเทียนวิ่งเข้ากอดพิชชาที่เตียง
“มาได้ยังไงเนี่ย”
กิ่งเทียนหันไปทางจิราพัชรแทนคำตอบ เธอมองพิชชาที่หน้าตาซีดเซียวและผอมลง
“เธอผอมลงนะพิชชา”
“ก็คนไม่สบายนี่น่า”
“อืม ก็จริงนะ”
กิ่งเทียนทำท่าจะร้องไห้ เพราะสงสารเพื่อน พิชชาดุ
“กิ่ง หยุดเลยนะ”
กิ่งเทียนเช็ดน้ำตาที่ซึมที่หางตา
“ฉัน ฉันไม่ได้ร้องนะ”
กิ่งเทียนฝืนยิ้มแต่สีหน้าไม่ยอมฝืนตาม
“พิชชา เธอไหวไหม คงเจ็บน่าดู”
พิชชายิ้มให้กิ่งเทียนที่ห่วงใยเธอ
“กิ่ง เธอใจอ่อน ไม่เคยเปลี่ยนเลย”
กิ่งเทียนพยายามเก็บอาการ พิชชามองจิราพัชร
“ขอบคุณนะคะ”
จิราพัชรยิ้มรับคำ พิชชาลุกจากเตียง
“กิ่ง เดี๋ยวฉันมา” เธอหันไปหาจิราพัชร “เดี๋ยวฉันมานะคะ”

พิชชาเดินผ่านหน้าห้องพักฟื้นที่อยู่ใกล้ห้องของเธอ ญาติผู้ป่วยห้องนั้นนั่งร้องไห้ มีญาติอีกคนนั่งปลอบโยน
“แม่ หมอเขาพยายามเต็มที่แล้ว ต้องมันไปดีแล้วนะแม่”
แม่ของต้องยังคงร้องไห้ไม่หยุด พิชชามองทั้งคู่ใจแป้ว เริ่มกลัวลึกๆ ในใจ

จิราพัชรเดินไปมาในห้อง กังวลเพราะพิชชาหายไปจากห้องนานแล้ว กิ่งเทียนเข้ามาในห้อง
“คุณพัชร ที่ห้องน้ำก็ไม่มีค่ะ”
จิราพัชรร้อนใจ
“ไปไหนของเขานะ...ผมจะออกไปหาข้างนอก คุณช่วยดูในตึกให้หน่อยนะ”
“ค่ะ”
จิราพัชรและกิ่งเทียนเดินออกจากห้อง แยกกันตามหาพิชชา

จิราพัชรเดินพลางวิ่งพลาง กวาดตามองหาพิชชาไปทั่ว พิชชานั่งซึมที่ม้านั่งตัวเดิม จิราพัชรเห็น รู้สึกได้ถึงความกลัวในใจของเธอ เขาเดินไปนั่งลงข้างๆโอบกอดเธอให้คลายความกลัวลง
“ไม่เป็นไร คุณไม่ต้องกลัวนะ”
“พี่คะ พี่”
จิราพัชรรู้ว่าที่พิชชาเอ่ยปากเรียกนั้น คือพาทิน
“จะให้ผมบอกเขาไหม”
พิชชายังตั้งสติไม่ได้ เธอสับสนไปหมดร้องไห้ออกมา
“อย่านะคะ อย่าบอกเขา”
จิราพัชรเห็นใจพิชชาที่ต้องฝืนใจ ทั้งที่อยากพบพาทินเหลือเกิน
“ขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณลำบากใจ แต่...ฉันกลัว กลัวจริงๆ ฉันยังไม่อยากตาย”
พิชชาน้ำตาไหลพราก จิราพัชรสะเทือนใจ เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดเธอเพื่อปลอบโยน

พาทินยืนอยู่หน้าชั้นเรียนบอกลาลูกศิษย์
“เทอมนี้ก็ผ่านไปได้ดี ถึงผมจะไม่ได้สอนคุณในเทอมหน้า ก็หวังว่าคงตั้งใจเรียนเหมือนเทอมนี้ ไม่ว่าใครจะสอนก็เก็บเกี่ยวความรู้ให้เต็มที่นะครับ ถ้าใครได้มีโอกาสไปซานฟราน ก็แวะไปเยี่ยมครูได้เสมอ ขอบคุณครับ”
นักศึกษาปรบมือ ตัวแทนห้องถือช่อดอกไม้มอบให้พาทิน

จิราพัชรนั่งอยู่ข้างๆ พิชชาที่สงบใจลงแล้ว
“คิดถึงสิ่งดีๆ ในชีวิตสิ สิ่งที่อยากทำให้เราอยากมีชีวิตต่อไป...คุณพ่อคุณแม่ ทะเลในฝันที่คุณอยากไป ครอบครัวของคุณ แล้วก็...”
จิราพัชรลังเล ไม่แน่ใจว่าพูดออกไปแล้วพิชชาจะทำใจได้ไหม
“ผู้ชายที่ชื่อพาทิน”
ชื่อของพาทินทำให้พิชชา ต้องทบทวนความคิดของตัวเอง
“คุณต้องมีชีวิตต่อไปนะ อย่ายอมแพ้”
พิชชามองจิราพัชรหัวใจของเธอตื้นตันที่เขาพยายามทำเพื่อเธอมาตลอด เธอยิ้มให้เขาพยักหน้ารับคำ
“มีสิ่งดีๆ อีกอย่างที่ฉันควรมีชีวิตอยู่ เพราะมีผู้ชายคนที่ชื่อพัชรอยู่ข้างฉันมาตลอด ฉันจะอยู่เพื่อเขาเหมือนกันค่ะ”
จิราพัชรน้ำตาคลอ เขาไม่ได้หวังอะไร แค่คำพูดของเธอก็ทำให้เขามีพลังสู้เพื่อเธอต่อ

เย็นนั้น พิชชาอยู่ในห้องรักษา ยังทรมานกับการรักษา เจ็บปวดแทบขาดใจ...จิราพัชรเดินไปมาอยู่หน้าห้องรอพิชชา พยาบาลและผู้ช่วยวิ่งเข้าไปในห้องรักษา จิราพัชรตกใจที่เห็น รู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับพิชชา ผู้ช่วยเข็นเตียงของพิชชาออกมา เธอนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง จิราพัชรร้องเรียก
“พิชชา...”
ผู้ช่วยหมอกันจิราพัชรไว้

“พิชชา คุณอย่าทำแบบนี้สิ”



อ่านต่อหน้า 2

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 20(ต่อ)

อรอินทุ์อยู่ที่โถงระเบียงชั้นบนสตูดิโอ รับโทรศัพท์จากจิราพัชร ตกใจข่าวพิชชา พาทินกลับมาจากมหาวิทยาลัย เดินขึ้นบันไดมาเห็นอรอินทุ์เหม่อ สายตาลอยในมือยังถือโทรศัพท์ค้างอยู่

“อร มีอะไรเหรอ”
อรอินทุ์เพิ่งรู้สึกตัวว่าพาทินกลับมาจากเสียงทัก เธอหันไปมองเขา พาทินเห็นสีหน้าของเธอไม่ดีนัก ได้แต่สงสัย
“ทินคะ ฉัน...ฉันทำอะไรไม่ถูกค่ะ จะทำยังไงดีคะ”
“อรใจเย็นก่อนนะ มีเรื่องอะไรเหรอ ใครเป็นอะไร”
อรอินทุ์น้ำตาไหล คิดถึงคำที่รับปากพิชชาไว้ แต่ตัดใจยอมที่จะบอกพาทิน
“พิชชาค่ะ”
พาทินได้ยินชื่อพิชชา เขากังวล
“ทำไมเหรออร พิชชาเป็นอะไร”
“พิชชากำลังจะตายค่ะ”
พาทินเหมือนมีฟ้าผ่าตรงกลางใจ เขานิ่งอึ้งไม่อยากเชื่อ


จิราพัชร กับทุกคน นั่งรอหน้าห้องไอซียูด้วยความหวัง พาทินกับอรอินทุ์วิ่งมาที่หน้าห้อง ทุกคนไม่คิดว่าพาทินจะมา
“พ่อครับ พิชชาล่ะครับ”
พาทินถลันจะวิ่งเข้าไปในห้องไอซียู จิราพัชรเข้าไปดึงยื้อเอาไว้
“เฮ้ย ทินใจเย็นๆ อย่าทำแบบนี้สิ”
“กูควรจะอยู่กับเขา”
“เข้าไปไม่ได้นะ”
“เธอบอกว่าจะรอพี่ไง”
จิราพัชรกอดพาทินที่เอาแต่ร้องโวยวาย ไว้ให้สงบลง พาทินร้องไห้เสียใจ ทุกคนสะเทือนใจ เมื่อเห็นพาทินคุมความเสียใจไม่อยู่ พงศกรมองพาทิน เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำผ่านมามันถูกหรือเปล่า หมอออกจากห้องไอซียู พาทินรู้สึกตัววิ่งเข้าไปหาหมอถามอาการ
“หมอครับ เธอเป็นไงบ้างครับ”
“พ้นโคม่าแล้ว แต่ยังไม่ได้สติ หมอเองบอกไม่ได้นะครับ ว่าเธอจะฟื้นได้เมื่อไหร่ ต้องรอดูอาการอีกทีพรุ่งนี้เช้าครับ พวกคุณเป็นญาติก็ต้องพักผ่อนเหมือนกันนะครับ หมอขอตัวนะครับ”
หมอและผู้ช่วยและพยาบาลเดินจากไป พาทินทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้อย่างหมดแรง

เช้าวันต่อมา...พงศกร พาทิน และจิราพัชร ฟังหมอบอกเรื่องอาการของพิชชา
“ลูกผมจะไม่ฟื้นอีกแล้วเหรอครับ”
“เราก็บอกไม่ได้แน่นอนว่า เมื่อไหร่ พรุ่งนี้เธออาจจะฟื้น หรืออาจจะนานกว่านั้น จริงๆ แล้วยังถือว่ายังอยู่ในขั้นโคม่าอยู่นะครับ เธออาจจะอยู่ได้แค่นี้”
จิราพัชรได้ยินสิ่งที่หมอพูด เขาไม่ค่อยพอใจนัก
“อยู่ได้แค่นี้เหรอ หมอพูดยังงี้ได้ไง ยังไม่ได้รักษาให้มันเต็มที่เลย”
พงศกรปราม
“พัชร”
หมอเข้าใจอารมณ์ของจิราพัชรที่กำลังจะสูญเสียพิชชา
“คนเป็นหมอ ก็ไม่ได้อยากเห็นคนไข้ต้องตายไปหรอกนะครับ แต่อาการของเธอ ถึงจะฟื้นจากโคม่าก็ผ่าตัดไม่ได้อีกแล้ว”
พาทินรับฟังหมออย่างเลื่อนลอย เขายังมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับพิชชา
“แม้จะอยู่ในอาการโคม่า แต่มะเร็งมันไม่ได้หยุดลามนะครับ มันคงกระจายตัวไปเรื่อยๆ เธออาจจะเสียชีวิตในระหว่างโคม่าก็ได้”
จิราพัชรเจ็บปวดใจ
“เธอต้องไม่ตาย เราต้องรักษาเธอได้สิ หมอต้องรักษาเธอสิ”
พาทินเดินออกไปจากตรงนั้น พงศกรร้องเรียก
“พาทิน”
พาทินเดินไปโดยประสาทไม่รับรู้อะไร จิราพัชรผละออกจากหมอวิ่งตามพาทินไป

พาทินเดินเหม่อคิด จิราพัชรวิ่งตามมาทัน จับไหล่พาทินรั้งไว้
“ทิน มึงจะไปไหนวะ พิชชาจะตายอยู่แล้ว ทำไมมึงถึงไม่อยู่ข้างๆเขา”
พาทินไม่สนใจคำพูดของจิราพัชร เขาเดินต่อ
“มึงรับความจริงไม่ได้ เลยคิดจะหนีใช่ไหม”
พาทินหันกลับมามองจิราพัชร ด้วยสายตากร้าว พาทินเดินจากไป จิราพัชรรู้สึกผิดหวังกับพาทิน

เช้าวันต่อมา...สุนทรีกับพจนินท์ ช่วยกันเช็ดตัวพิชชา สุนทรีบีบนวดกายภาพ พจนินท์นั่งคุยกับพิชชาทั้งๆ ที่ยังหลับใหล จิราพัชรนั่งเฝ้า บางครั้งก็ลูบผมพิชชา พูดคุยกับเธอ อรอินทุ์พยายามโทรหาพาทิน แต่ติดต่อเขาไม่ได้

แพนยืนอยู่ที่หน้าห้อง ลังเลที่จะเข้าห้อง สุนทรีกับพจนินท์ เดินเข้ามาเปลี่ยนผลัดเฝ้าพิชชา ทั้งคู่เห็นแพนหน้าซึม ยืนเก้กังที่ประตู สุนทรีชะงัก
“แพน”
แพนหันไปตามเสียงเรียก
“แม่คะ”
สุนทรีไม่แน่ใจว่า คำว่าแม่ที่แพนเรียกหมายถึงเธอหรือเปล่า สุนทรีก้าวถอยกลับมา ปล่อยให้
พจนินท์เดินเข้าหาแพนคนเดียว
“แพน”
แพนนั่งที่ม้านั่ง พจนินท์นั่งลงข้างๆ สุนทรีมองทั้งคู่ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องไป
“เข้าไปเยี่ยมพิชชาหรือยัง”
“พี่ล่ะคะ เขามาหรือยัง”
“มาแล้วก็ไปแล้ว ไม่รู้ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน พิชชาน่ะรอเขาอยู่ไม่รู้หรือไงนะ”
แพนรู้ว่าพจนินท์กำลังโกรธพาทิน
“แม่คะ หนูเข้าใจพี่เขานะคะ หนูเองก็ไม่อยากเห็นเธอในสภาพแบบนี้ เราสองคนผูกพันกันอย่างแปลกๆ ตั้งแต่เราถูกสลับตัวกลับ หนูรู้สึกตัวตลอดเวลาว่า เป็นคนที่ขโมยทุกอย่างไปจากเธอ เรื่องที่เขาป่วยก็เหมือนกัน เหมือนกับว่าเขาต้องมารับโรคนี้ไปจากหนู”
พจนินท์เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงจากปากของแพนตอนนี้ เธอเห็นใจและเสียใจที่ตัวเองไม่เคย
ทำความเข้าใจแพนจริงๆ
“อย่าคิดอย่างนั้นสิลูก ถ้าลูกเป็นอะไร แม่ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”
พจนินท์ร้องไห้ น้ำตาของพจนินท์ทำให้แพนอยากปลอบแม่บ้าง
“แม่คะ พิชชาเขาเป็นคนเข้มแข็งนี่คะแม่ เขาต้องฟื้นขึ้นมาสิ”
คำปลอบของแพนช่วยให้พจนินท์ใจชื้นขึ้น
“ใช่ๆ พิชชาต้องฟื้น”

สุนทรีใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าพิชชาด้วยความอ่อนโยน เธอทำไปน้ำตาไหลไปเพราะสงสารลูก สุนทรีจับมือพิชชาขึ้นมาเช็ด
“มือของลูกน่ะเล็ก มือเล็กๆ แบบนี้ไม่สมควรที่จะต้องมาหยาบกร้านเพราะทำงานหนักแบบนี้เลย”
สุนทรีเหมือนมีอะไรมาจุกอก พูดอะไรไม่ออกอีก เธอจับมือพิชชามาจูบด้วยความรัก

สุนทรี พจนินท์ แพน และพงศกร ยืนรออยู่ที่หน้าห้อง จิราพัชรวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“มีอะไรเหรอครับ”
“พ่อเองก็ไม่รู้ หมอบอกว่าความดันเลือดตก”
“ทำไมถึงตกล่ะครับ”
หมอเจ้าของไข้และพยาบาลออกมาจากห้อง พยาบาลเดินแยกไป หมอเดินมาบอก
“เสียใจด้วยนะครับ เราพยายามเต็มที่แล้ว”
สุนทรี พจนินท์ไม่อยากได้ยินคำพูดนี้จากหมอ
“เธออาจจะอยู่ไม่พ้นคืนนี้”
สุนทรีร้องไห้โฮ พจนินท์ซบหน้าลงบนผนัง จิราพัชรยืนหน้าซีด

“พวกคุณต้องบอกลาเธอแล้วล่ะครับ”

อ่านต่อหน้า 3

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 20(ต่อ)

ทุกคนนิ่งงัน สุนทรีสะอึกสะอื้นอย่างกลั้นไม่อยู่ พจนินท์ยืนนิ่งเหมือนถูกฟาดที่หัว แพนใจหาย...หมอเจ้าของไข้เดินจากไป พจนินท์เสียใจจนเป็นลมล้มลงไป แพนตกใจเข้าไปช่วยประคอง

“แม่คะ แม่ทำใจดีๆ ไว้ค่ะแม่”
จิราพัชรรู้สึกทรมานหายใจไม่ออก เหมือนส่วนหนึ่งชีวิตกำลังตายจากไป

พจนินท์นอนพักที่เตียง สุนทรีนั่งเฝ้าไข้เป็นเพื่อน จิราพัชรนั่งเฝ้า ดูอาการพิชชาที่นอนไม่ได้สติบนเตียง เขาจับมือเธอขึ้นมากุม
“พิชชา คุณต้องรอนะ ผมจะไปพาทินมันมาหาคุณ อย่างเพิ่งตายนะ”
จิราพัชรน้ำตาไหล เช็ดน้ำตา ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป

ค่ำนั้น จิราพัชรจอดรถไว้ที่หน้าสตูดิโอ วิ่งเข้ามา ดูตามห้องต่างๆ แต่ไม่พบใคร
พิชชานอนอยู่บนเตียง พาทินเปิดประตูห้องเดินเข้าไปหา นั่งลงที่ข้างเตียง เขาลูบหัวเธอเบาๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้ ส่งเสียงเรียกเบาๆ
“พิชชา พี่มาแล้วนะ ตื่นขึ้นมาหาพี่สิ พี่รู้ตัวว่าเห็นแก่ตัว แต่เธอก็ยอมพี่มาเสมอไม่ใช่เหรอ...เธอรอคอยพี่มาตลอด ให้อภัยพี่เสมอ ตื่นขึ้นมานะ จำได้ไหมว่าพี่เคยสัญญา ว่าจะพาเธอไปที่ทะเลในฝัน พี่รู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน ตื่นมาสิแล้วพี่จะพาเธอไป”
พิชชายังคงนอนนิ่งไม่มีสัญญาณตอบสนองใดๆ พาทินเงยหน้ามองฟ้า
“ขอเถอะครับ ให้เวลาผมหน่อย ให้ผมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ ขอแค่นิดเดียวก็พอ”
พาทินร้องขอกับเบื้องบน เขาซบหน้าลงข้างพิชชาร้องไห้อย่างสิ้นหวัง

เช้าวันต่อมา...พาทินรู้สึกตัวตื่น มองพิชชาที่ลืมตาตื่นจากโคม่า เธอมองเขา พาทินยังมองพิชชา คิดว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ พิชชายิ้มให้
“พี่คะ”
เสียงเรียกของพิชชาทำให้พาทินรู้ว่าเขาไม่ได้ฝันไป
“พิชชา เป็นไงบ้าง”
“พี่คะ ฉันอยากกลับบ้านจัง”

จิราพัชรที่อิดโรย เดินตามทาง หยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องลังเลใจ ไม่กล้าเปิดประตู เขากลัวว่าพิชชา
จะจากไป...สุนทรี พจนินท์ แพน นั่งรออยู่ในห้อง จิราพัชรเปิดประตูเดินเข้าห้อง เห็นทุกคนพร้อมหน้า บนเตียงว่างเปล่า มีชุดคนไข้พับอย่างเรียบร้อยวางไว้ จิราพัชรใจหายวูบ พจนินท์ทักเมื่อไม่เห็นพิชชา
“น้องล่ะ”
“ครับ”
จิราพัชรงงในตอนแรก เมื่อพจนินท์ทัก เขาก็ตื่นเต้น
“พิชชาฟื้นแล้วเหรอครับ”
แพนแปลกใจ
“พี่ไม่ได้พาพิชชาออกไปหรอกเหรอ”
สีหน้าของจิราพัชรทำให้ทุกคนรู้ว่าพิชชาที่ฟื้นขึ้นมาไม่ได้ออกไปกับเขา สุนทรีสงสัย
“พยาบาลบอกว่า พิชชาออกจากห้องไปกับญาติ ฉันนึกว่าเป็นคุณ”
พจนินท์และสุนทรีทุกข์ใจ เมื่อรู้ความจริง จิราพัชรพยายามคิดถึงความเป็นไปได้ เขาเห็นแหวนของตัวเองที่ให้พิชชาถูกถอดทิ้งไว้ที่โต๊ะข้างเตียง เขาค่อยๆ ยิ้มออก
“คุณน้าครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ตอนนี้เธอคงอยู่กับพาทิน”
สุนทรี พจนินท์ ถอนใจโล่งอก

พาทินอุ้มพิชชาที่หลับเพราะความเพลียในอ้อมแขน เดินขึ้นบันไดสตูดิโอ
“พิชชา ถึงบ้านเราแล้วนะ”
พาทินค่อยๆ วางเธอบนโซฟา
“เดินทางมาเหนื่อยๆ เธอพักก่อนนะ”
พิชชาพยักหน้ารับคำ หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

จิราพัชรกับอรอินทร์เดินคุยกันที่ทางเดินในโรงพยาบาล
“เธอจะกลับไปซานฟราน เหรอ”
อรอินทุ์พยักหน้ารับ
“อืม...ดีจัง ที่พิชชารู้สึกตัวขึ้นมาแบบนี้”
จิราพัชรเผลอตัวถอนใจออกมา
“ฉันคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้วล่ะ”
อรอินทุ์เข้าใจความรู้สึกของเขา
“เธอคงทำใจยากสินะ ที่ต้องเห็นเขาเจ็บปวดมากขนาดนั้น”
“ใช่ มันเจ็บปวดมากจริงๆ แล้วเธอล่ะ”
อรอินทุ์ถอนใจ
“พวกเราทุกคน ล้วนร่วมกันเจ็บปวดในเรื่องนี้กันทั้งนั้น”
จิราพัชรมองอรอินทุ์ที่ดูจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น
“ความรักนี่มันเจ็บปวดนะ”
“เธอเปลี่ยนไปเยอะเลยพัชร”
จิราพัชรหัวเราะ
“ฉันน่ะเหรอ”
“ใช่ เธอรู้จักว่าความรักมันเป็นยังไง”
จิราพัชรรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปเพราะพิชชา เธอหยุดฝีเท้า
“แล้วแวะไปหาฉันบ้างนะ”
จิราพัชรมองหยั่งความรู้สึกของเธอ
“ไม่รอ บอกลาไอ้ทินมันหน่อยเหรอ”
อรอินทุ์ฝืนยิ้ม ส่ายหน้าน้ำตาคลอ
“ถ้าเจอกัน ฉันก็ทำใจยากที่จะจากเขาไป”
จิราพัชรพยักหน้าเข้าใจ
“อืม”
“ลาก่อน”
อรอินทุ์หันหลังเดินจากมาน้ำตาไหล จิราพัชรมองหญิสาวที่เดินจากไป เข้าใจถึงความรู้สึกของเธอ

เย็นนั้น พาทินนั่งกอดพิชชามองดูทะเลเบื้องหน้าด้วยกัน
“พี่คะ เราจะไปทะเลในฝันกันเมื่อไหร่”
“รอให้เธอ หายดีก่อน แล้วเราค่อยไปกัน”
พิชชาซึมเมื่อรู้ว่าสิ่งที่พาทินพูดเป็นไปไม่ได้
“พี่คะ พี่ก็รู้ดีว่า ฉันคงไม่มีวัน”
“หายสิ เธอต้องหาย ครั้งนี้เธอยังฟื้นขึ้นมาหาพี่ได้เลย”
พิชชานิ่งเงียบ ไม่อยากฟังคำปลอบของเขาอีก
“ฉันยอมพี่ก็ได้ ฉันจะรอวันนั้นค่ะ”

พาทินกอดพิชชาแน่น เขาพูดอะไรไม่

อ่านต่อหน้า 4

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 20(ต่อ)

เช้าวันต่อมา...พิชชานั่งเหม่อมองทะเล เสียงฝีเท้าที่บันได ทำให้เธอหันไปมอง พจนินท์เดินขึ้นบันไดมา พิชชาดีใจ

“แม่คะ”
พิชชาลุกขึ้นจากโซฟา พจนินท์เดินเข้าไปกอดมองดูเธอไปทั่ว พิชชาดูซูบซีดลงไปมาก
“แม่คะ”
พิชชาเอ่ยปากเรียก เมื่อเห็นพจนินท์สีหน้าไม่ดี พจนินท์ลูบหัว
“นั่งตากลมอย่างนี้ ผมยุ่ง เดี๋ยวไม่สวยนะ แม่จะหวีให้เอง”
พิชชายิ้มให้ รู้สึกดีที่พจนินท์ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีก
“หวีอยู่ในห้องค่ะ”
พจนินท์เดินเข้าไปในห้อง กลับออกมาพร้อมหวี เธอหวีผมลูกสาวอย่างเบามือ
“แม่ไม่ทำแบบนี้ให้ลูกมานานมากเลยนะ”
“หนูรู้สึกกลับไปเป็นเด็ก เวลาที่แม่ทำแบบนี้ให้เสมอเลยค่ะ”
พจนินท์ยิ้มเมื่อนึกถึงความหลัง เส้นผมพิชชาที่ร่วงติดหวีจากการป่วย ทำให้พจนินท์สีหน้าเปลี่ยน เธอกอดพิชชา พยายามเก็บความเสียใจไว้
“พิชชา หนูเป็นลูกของแม่เสมอ”
พิชชาแปลกใจที่แม่เปลี่ยนท่าทีฉับพลัน เธอจับมือของแม่รู้สึกได้ถึงความกลัวของแม่

พาทินกับพงศกรนั่งที่ม้าหิน พงศกรรู้สึกว่าตัวเองผิดในเรื่องของทั้งคู่ เขาไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร
“เรื่องของแกกับพิชชา พ่อไม่น่าขวางเอาไว้เลย พ่อมัวแต่ยึดติดว่าลูกทั้งสองเป็นพี่น้องกัน ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่”
“พ่อครับ”
“พ่อขอโทษ ถ้ายอมรับในตอนนั้น แกกับพิชชาก้จะได้มีช่วงเวลาที่มีความสุขบ้าง”
พาทินจับมือพงศกรไว้
“พ่อครับ ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไรจริงๆ”
พงศกรรู้สึกโล่งใจที่ได้พูดเปิดอกกับพาทิน ทั้งคู่กระชับความเป็นพ่อลูกกลับคืนมา

สุนทรีไหว้ศาล อธิฐานในใจ
“ลูกของดิฉันกำลังจะตาย ในชีวิตนี้ฉันไม่ขออะไรอีกแล้ว ให้ลูกได้มีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกนิด ให้เธอได้มีความสุขในบั้นปลายบ้าง ฉันขอเพียงแค่นี้นะคะท่าน”
สุนทรีพนมมือจบ ปักธูปลงกระถาง เดินลงมาจากบันไดเนินเขา แพนยืนมองอยู่

สุนทรีกับแพนมานั่งที่ศาลา
“พิชชา...เป็นไงบ้าง”
“เขาอยู่กับพี่ชาย แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”
สุนทรีถอนใจ
“ไม่ห่วงได้ยังไง”
แพนเห็นสุนทรีกังวลจนหน้าตาเศร้าหมอง เธอจับมือแม่ให้กำลังใจ
“แม่น่ะ ห่วงตัวเองบ้าง อย่าเพิ่งหมดหวังสิ”
สุนทรียิ้มเศร้าๆ
“ไม่รู้ว่าใครเคยบอกเอาไว้ น้ำนมแค่หยดเดียวที่เลี้ยงดูเรา บุญคุณก็ทดแทนไม่หมด ถึงจะไม่ได้เป็นลูกที่ดีเท่าไหร่ แต่ฉันก็ห่วงแม่นะ”
สุนทรีน้ำตาคลอ เมื่อได้ยินคำพูดจากใจของแพน ที่ยังคงถือเธอเป็นแม่มาตลอด สุนทรีบีบมือของแพนเบาๆ ส่งความรู้สึกข้างในแทนคำพูด แพนน้ำตาไหลรับรู้ว่าสุนทรีก็คงยังรักเธอเหมือนลูกไม่เปลี่ยน

ทุกคนนั่งกินข้าวที่ม้าหิน คุยกันดูมีความสุข พิชชามีอาการไอถี่มากขึ้น พงศกรและพจนินท์กังวล อาการของพิชชาที่ดูหนักขึ้น พาทินสังเกตเห็นรอยแดงๆ บนผ้าเช็ดหน้าของพิชชา

เย็นนั้น พิชชาหลับอยู่บนโซฟาเพราะความเพลีย พาทินเรียกเบาๆ
“พิชชา”
พิชชาลืมตาเมื่อได้ยินเสียงเรียก เธอไม่แน่ใจในตอนแรกคิดว่าอยู่ในความฝัน เสียงเรียกซ้ำ ทำให้
เธอตื่น ลุกขี้นจากโซฟามองไปตามทิศของเสียงเรียกจากข้างล่าง พิชชาแปลกใจที่ต้นไม้ที่ลานประดับไปด้วยไฟระยิบระยับ พาทินยืนอยู่ที่ต้นไม้นั้น ส่งยิ้มให้เธอ พิชชาจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ก็ดีใจยิ้มให้เขาที่อยู่ด้านล่าง

ค่ำนั้น ทั้งคู่นั่งอยู่ที่ต้นไม้ประดับไฟ พาทินหยิบแหวนออกมา สวมให้กับพิชชา
“พิชชา ถึงจะไม่มีพิธีอะไร แต่สำหรับพี่ ถือว่าได้เราแต่งงานกันแล้วนะ”
พิชชาตื้นตัน ยิ้มทั้งน้ำตา
“ค่ะ ฉันได้แต่งงานกับพี่แล้ว”
“พี่ได้เคยบอกเธอหรือยัง ว่าพี่จะรักเธอไปตลอดกาล”
พิชชายิ้มส่ายหน้า
“ถึงพี่จะไม่เคยบอก แต่ฉันก็รู้ตลอดมาว่าพี่รักฉัน ฉันก็ไม่เคยบอกใช่ไหมว่าฉันรักพี่มาก”
พาทินทั้งดีใจและเศร้าใจระคนกัน
“ต่อจากนี้ไปเราจะรักกันตลอดไป”
พาทินโน้มตัวเข้าไปจูบหน้าผากพิชชาอย่างแผ่วเบา เธอเอียงตัวซบบนอกของเขา พิชชารู้ว่ามันคงเป็นความสุขแค่ช่วงสั้นๆ
“สำหรับฉันคำว่าตลอดไป มันสั้นจังเลย”
พาทินเองก็รู้แก่ใจ เขากอดเธอไว้กับอก เก็บความสุขนี้ไว้ให้นานที่สุด

สายวันต่อมา...พิชชาสวมชุดใหม่ นั่งที่โซฟา สีหน้าของเธอแย่ลง เธอเหม่อมองทะเล พาทินตื่นออกมาจากห้อง เห็นเธอเตรียมตัวรอ พิชชาหันไปหา
“พี่คะ ฉันอยากไปที่นั่น ทะเลในฝัน”
พาทินรู้ว่าพิชชาทวงสัญญา เพราะรู้ว่าเวลาของตัวเองกำลังจะหมดลง เขาพยักหน้ารับ เก็บความรู้สึกที่จะสูญเสียเธอไปไว้ข้างใน

พาทินขับเรือพาพิชชาแล่นไปตามแก่ง พิชชาเนือยลงเรื่อยๆ พาทินขับมาจนถึงเวิ้งน้ำกลางเขื่อนจอด เขาไปนั่งกอดเธอที่หัวเรือ พิชชาแทบจะหมดพลังชีวิต
“พิชชา พี่ทำตามสัญญาแล้วนะ นี่ไงทะเลที่พี่เคยบอกเธอ สวยไหม ทะเลในฝันเมื่อตอนที่พี่เป็นเด็ก ทะเลที่เธออยากเห็น นั่นไงภูเขาที่มีเมฆขาวบนยอดเงียบ สงบเหมือนที่พี่บอกไหม”
พิชชาใช้เรี่ยวแรงที่มีฝืนลืมตามองสิ่งที่เขาชี้บอก เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างช้าๆ รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ
“พี่คะ สวยจริงๆ ด้วย อย่างที่พี่บอกเลย เหมือนสวรรค์จังเลย”
พาทินน้ำตาไหล รู้ว่าพิชชาไม่มีเรี่ยวแรงของชีวิตเหลืออีกต่อไปแล้ว
“พิชชา พี่ทำตามสัญญาแล้ว เธอก็ต้องทำตามสัญญาเหมือนกันนะ อยู่กับพี่อย่าจากพี่ไปนะ”
พิชชารู้ตัวว่าทำตามที่สัญญาไม่ได้ น้ำตาไหล
“พี่คะ ฉันขอโทษนะที่ทำให้พี่ไม่ได้”
พาทินวางมือบนหัวพิชชาเหมือนที่ทำเมื่อตอนเป็นเด็ก เขาสะอื้นออกมา
“พี่ให้อภัยเธอ”
พิชชารวบรวมแรงครั้งสุดท้ายใช้มือตบไหล่เขาเบาๆ
“ขอบคุณค่ะ ฉันก็เหมือนกัน ให้อภัยพี่เสมอ”
พาทินพูดอะไรไม่ออกอีก ได้แต่ร้องไห้ มือของพิชชาตก เธอหลับไปในอ้อมกอดของเขาไปตลอดกาล พาทินรู้ว่าพิชชาจากไปแล้ว เขากอดเธอแน่นขึ้นเหมือนไม่อยากให้เธอจากไป แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เขาจูบลาบนหน้าผากของเธอเป็นครั้งสุดท้าย

หลายวันต่อมา เรือลอยอังคารค่อยๆ ล่องเข้ามาที่เวิ้งน้ำ พงศกร พจนินท์ แพน สุนทรี และจิรพัชร อยู่บนเรือนั้น ทุกคนอยู่ในอาการเศร้าโศก พจนินท์และสุนทรี โปรยเถ้าของพิชชาลงไปในน้ำ แพนช่วยลอยดอกไม้ลงไปเช่นกัน จิราพัชรนึกถึงคำพูดของพาทินที่ขอร้องเขา
“พัชร เรื่องอังคารของพิชชา ฝากด้วยนะ”
จิราพัชรมองเถ้าที่ลอยออกจากมือลงในน้ำ เห็นนาฬิกาข้อมือที่สวมไว้ เขาคิดถึงพิชชาร้องไห้ออกมา

พาทินสวมชุดดำ นั่งที่ต้นไม้ริมหาดที่พาพิชชาในคราวก่อนที่เขาจากเธอไปอเมริกา พาทินร้องไห้ เมื่อคิดถึงความหลัง ความรักที่มีให้พิชชา ความรักที่พิชชามีให้เขา ถึงตัวพิชชาจะจากไปแล้ว แต่ความรักของทั้งสองยังคงอยู่ในตัวเขา พาทินหยิบเถ้าของพิชชาที่ติดตัวออกมา โปรยมันไว้ที่โคนต้นไม้ นึกถึงคำพูดของเขาและเธอที่พูดกันในวันนั้น
“ถ้าเกิดใหม่ได้ เธออยากเกิดเป็นอะไร”
“ฉันอยากเกิดเป็นต้นไม้”

พาทินจากไปแล้ว เหลือแต่ชายหาดว่างเปล่า สายลมยังคงพัด ใบไม้ของต้นไม้ไหวตามลม คลื่นก็
ยังซัดสาดบนหาดทราย ที่โคนต้นไม้ริมหาด มีชื่อที่ถูกแกะสลักไว้ พิชชา-พาทิน



จบบริบูรณ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...