xs
xsm
sm
md
lg

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 19

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 19

สายวันรุ่งขึ้น จิราพัชรพาพิชชาออกมาเดินเล่น ออกกำลังกาย เธอเดินมาพักหนึ่งก็หยุด ยืน เหนื่อย จิราพัชรหันกลับมา กังวลเมื่อเห็นเธอเหนื่อย ท้อ แต่ฝืนทำใจแข็งเร่งเธอ

“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอครับ คุณช้อย”
พิชชาตัดพ้อ
“คนไม่เป็น ไม่รู้หรอกค่ะ ว่ามันเจ็บแค่ไหน”
พิชชารู้ว่าจิราพัชรพยายามช่วย และให้กำลังใจเธอ
“ฉันต้องตรวจอีกแล้วเหรอคะ”
จิราพัชรเห็นใจ
“อะไรกัน แค่นี้ไม่สู้แล้วเหรอ คราวที่แล้วคุณยังบอกว่าเจ็บแค่นิดเดียว”
พิชชางอน
“งั้นคุณก็ไปให้หมอตรวจแทนฉันสิคะ”
จิราพัชรถอนใจ
“ถ้าทำแบบนั้นได้จริงๆ ก็ดีนะสิ”
พิชชานิ่งคิดว่า ที่เขาและเธอพยายามอยู่มันดีจริงหรือเปล่า
“พัชรคะ เราทำแบบนี้มันคุ้มค่าจริงเหรอ มันเปล่าประโยชน์หรือเปล่าคะ”
จิราพัชรเห็นพิชชาเริ่มท้อถอยกับการรักษา เขาเดินเข้าไปหา
“ทำเพื่อผมนะ”
จิราพัชรคิดว่าใช้คำพูดที่ไม่ถูกจังหวะ
“ขอโทษที ผมไม่น่าจะพูดแบบนั้น”
“ทำไมเหรอคะ”
“มันไม่ใช่เหตุผลที่มีน้ำหนักพอ ให้คุณพยายาม”
พิชชายิ้มที่เขาพยายามหาเหตุผลให้เธอ มีกำลังใจสู้กับอาการป่วย
“พัชรคะ”
“หือ”
“สร้อยที่คุณเคยให้ฉันไว้ ฉันขอมันกลับมาได้ไหมคะ”
จิราพัชรแปลกใจที่พิชชาขอ
“ทำไมเหรอ”
“อยากให้มันเป็นตัวแทนของคุณที่ช่วยให้ฉันสู้กับความเจ็บปวด เวลาที่คุณไม่ได้อยู่ข้างๆ”
จิราพัชรใจพองโต ดีใจ
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
เขานึกบางอย่างออก
“แต่ผมให้อย่างอื่นแทนได้ไหม”

พาทินเดินไปตามทางในฟาร์มม้าที่เขากับพิชชาเคยมาด้วยกัน ภาพตอนที่เขากับพิชชา มีความสุขด้วยกันผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ

พยาบาลเดินพาพิชชาไปยังห้องตรวจ จิราพัชรวิ่งเข้าไปหา
“คุณพยาบาลครับ ขอเวลาแป๊บนึงครับ”
พยาบาลบอกกับพิชชา
“ดิฉันจะรอที่หน้าห้องนะคะ”
“ค่ะ”
พยาบาลเดินปลีกตัวไป จิราพัชรจับมือของพิชชาขึ้นมา หยิบแหวนแต่งงานที่เคยตั้งใจให้เธอ วางไว้บนมือของพิชชา
“ตัวแทนของผม”
จิราพัชรยิ้มให้ความมั่นใจแก่เธอ พิชชาเห็นแหวนนั้น มองหน้าเขา ซึ้งใจที่เขายังคงมั่นคงกับเธอไม่เปลี่ยน

หลายชั่วโมงต่อมา...พิชชานอนอยู่บนเตียง รับการรักษา เธอกัดฟัน พยายามอดทนกับความเจ็บปวดทรมาน เธอมองแหวนของจิราพัชร ที่สวมไว้ที่นิ้วเพื่อเป็นกำลังใจ แต่ใจกลับคิดถึงพาทิน
ค่ำนั้น พาทินนั่งเศร้าคิดถึงพิชชา ครั้งที่นั่งฉลองวันเกิดกับเธอ

พิชชาเดินมาส่งจิราพัชร ที่ลานจอดรถ
“ผมขอกลับไปเคลียร์งานให้เรียบร้อย แล้วจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
พิชชายิ้มให้เขาพยักหน้าเข้าใจ
“ตั้งใจทำงาน ขับรถระวังด้วยนะคะ”
จิราพัชรยิ้มทั้ดีใจ ทั้งเขิน ที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นจากพิชชา
“ได้ยินคุณพูดแบบนี้ ผมเหมือนฝันไปนิดๆ”
“ทำไมเหรอคะ”
“ก็เหมือนเราได้แต่งงานกันแล้วนะสิ ผมเคยคิดไว้ว่า คุณจะพูดแบบนี้ก่อนที่ผมจะออกไปทำงานทุกๆ วัน”
พิชชาฟังเขาพูดถึงการใช้ชีวิตด้วยกัน เธอซึมลงอดคิดถึงพาทินไม่ได้ จิราพัชรสังเกตอาการของเธอออก
“ผมควรจะบอกเรื่องนี้กับคนอื่นได้หรือยัง”
“อย่าเพิ่งนะคะ ให้พี่เขาไปอเมริกาก่อนที่จะบอกกับคนอื่นนะคะ”
จิราพัชรเข้าใจทันทีว่าพิชชายังห่วงความรู้สึกของพาทินอยู่ แต่เขาเข้าใจเธอ พิชชารู้สึกตัว
“ขอโทษค่ะ”
จิราพัชรยิ้มให้ จับไหล่เธอให้สบายใจ
“ไม่เป็นไรหรอก ผมเข้าใจ แต่คุณไม่อยากเจอไอ้ทินมันหน่อยเหรอ”
พิชชายิ้มเศร้าๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ
“โอเค ถนอมตัวด้วยนะ ผมจะรีบกลับมา”
จิราพัชรยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป พิชชาคว้าแขนไว้ เขาหันกลับมา เธอยิ้มให้เขา
“ขอบคุณนะคะ”
จิราพัชรรู้สึกว่า รอยยิ้มของเธอดูแสนเศร้า เขายิ้มตอบ ไม่อยากจะจากเธอไปในตอนนี้เลย
“ไปนะ”
จิราพัชรเดินไปขึ้นรถ พิชชามองเขาที่เดินจากไปด้วยหัวใจว้าเหว่

สายวันใหม่...พิชชาพับชุดคนไข้วางไว้บนเตียงอย่างเรียบร้อย เธอหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็ก เปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง หยิบกล่องใส่แหวนของพาทินที่เก็บเอาไว้ในนั้นออกมา เธอถอดแหวนของจิราพัชรที่สวมอยู่ออกแล้วใส่แหวนของพาทินแทน พิชชามองแหวนของจิราพัชร รู้สึกผิดในใจ
“ขอโทษนะคะพัชร”
พิชชาเก็บแหวนของจิราพัชรเอาไว้ในลิ้นชักนั้น เดินออกจากห้องไป

จิราพัชรขับรถไปตามถนนในหัวเขาคิดถึงเรื่องรักษาพิชชาไปตลอดทาง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขารับสาย

“ครับ พรุ่งนี้ผมจะพามา ช่วยจองห้องพักไว้ให้ด้วยครับ สักสองห้องนะครับ”

อ่านต่อหน้า 2

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 19(ต่อ)

จิราพัชรนึกถึงที่เขาได้คุยกับหมอตอนเย็นของเมื่อวานนี้...หมอดูเอกสารประกอบโรค

“ให้ครอบครัวของคนไข้ มาตรวจดูดีกว่านะครับ”
จิราพัชรหนักใจ เพราะรับปากพิชชาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร
“ใช้ของผมไม่ได้เหรอครับ ผมยินดีนะครับหมอ”
“แหม หมอก็อยากให้ใช้ของใครก็ได้นะครับ แต่ว่าการปลูกถ่ายไขกระดูก มันต้องใช้จากคนในครอบครัวเท่านั้น อาการของคนไข้ตอนนี้ ต้องใช้วิธีการนี้เท่านั้น เป็นทางเดียวที่ทำได้ในตอนนี้”
จิราพัชรคิดกังวลไปตลอดทาง

บรรยากาศ ฟาร์มม้าในตอนบ่าย...พาทินเดินซึมๆ ดูบรรยากาศรอบๆ ยิ่งทำให้คิดถึงพิชชา...พาทินเก็บกระเป๋าเดินลงจากห้องพัก ตาวุธนั่งเล่นที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ เห็นพาทินก็ถาม
“จะกลับแล้วเหรอ”
“ครับ”
พาทินยกมือไหว้ตาวุธ
“คราวหน้าพาพิชชามาเที่ยวด้วยนะ”
พาทินได้ยินชื่อพิชชา ก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวทุกครั้ง เขายังทำใจสงบลงไม่ได้จริงๆ
“ครับ”
ตาวุธตบไหล่พาทินเบาๆ
“ผมลาล่ะครับ ขอบคุณมากครับตา”
ตาวุธยิ้มให้ พาทินเดินไปขึ้นรถที่จอดเอาไว้

แพนจอดรถ มองไปที่บ้านพักของสุนทรีที่ด้านใน สุนทรีกำลังเก็บเสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่ ลงตะกร้า แพนเดินมาชะโงกมอง เธอมองแม่ที่เคยเลี้ยงดูมา ยังมีชีวิตที่ยังลำบาก สุนทรีไม่รู้ว่าแพนยืนมองอยู่ที่ด้านหลัง แพนเดินเข้าไปหาที่ลานตากผ้า เธอลงมือช่วยเก็บเสื้อผ้า
สุนทรีรู้สึกตัวมีคนมาช่วยเก็บผ้า เมื่อหันไปมอง เธอแปลกใจมาก ที่เห็นแพนยืนอยู่ข้างๆยังสวมชุดทำงานของโรงแรมอยู่ สุนทรีละมือ
“มาทำอะไรที่นี่น่ะแพน”
แพนไม่ตอบมือยังคงช่วยเก็บผ้าที่ตากไว้ลงตะกร้า
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวแม่เก็บเอง เดี๋ยวชุดจะเปื้อน”
สุนทรีปัดฝุ่นผ้าที่ไปติดที่เสื้อของลูกสาวที่เธอเลี้ยงดูมาแต่เกิด แพนหยุดมือมองแม่ ที่หันมาใส่ใจกลัวเสื้อของเธอจะเปื้อน สุนทรีหยุดมือ ทำสีหน้าและอารมณ์ไม่ถูก ว่าจะแสดงยังไงดี แพนยิ้มบางๆ
“แม่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” แพนยิ้มออกมา “ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันไม่มีช่วยหยิบจับทำงานแม่คงไล่หวดฉันเปิงไปแล้ว”
สุนทรีไม่รู้ว่าจะยิ้มให้ความหลังอันขมขื่น หรือยินดีที่ได้พบกับแพนดี เธอหันไปเก็บเสื้อที่เหลือต่อ
“วันนี้ทำไม่ถึงมาที่นี่ได้ล่ะ”
แพนถอนใจ
“ก็ลูกสาวคนโปรดของแม่นะสิ เขาแวะไปหาฉันก่อนขึ้นไปทำงานที่กรุงเทพ บอกให้ฉันให้แวะมาดูแม่แทนเขาบ้าง”
สุนทรีมองแพน แปลกใจที่พิชชาไปขอร้องและแปลกใจที่แพนยอมทำตามที่พิชชาขอ แพนมองสายตาของแม่ก็รู้ว่าแม่รู้สึกอะไร เธอแค่นหัวเราะ
“ยายบ๊องนั่นชอบคิดอะไรง่ายๆ แล้วคิดว่าได้ดั่งใจทุกครั้ง”
สุนทรีเปลี่ยนท่าที เมื่อได้ยินความรู้สึกจากปากของแพน
“เป็นเพราะแบบนั้นเหรอ ถึงได้มา”
แพนดึงความรู้สึกที่ประชดเก็บกลับเข้าไป
“ก็ไม่เชิงหรอก ฉันผ่านมาก็เลยอยากแวะเข้ามา”
สุนทรีมองเวลา
“งั้นช่วยอยู่ดูบ้านให้หน่อย แม่จะไปตลาด ซื้อของมาทำมื้อเย็นให้หัวหน้าเขา”
สุนทรีกำลังจะยกตะกร้า แพนช่วยยก เดินไปที่ม้าหิน เธอจับมือแม่ดึงให้นั่งลงที่ม้าหิน
“แม่ไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวฉันขับไปซื้อให้เอง แม่จะทำอะไรล่ะ”
สุนทรีมองแพนนิ่งไปครู่หนึ่ง”
“ซื้อผักมาสองสามอย่าง แล้วก็เนื้อหมูสักครึ่งกิโล ก็พอแล้ว”
แพนเดินลงไปที่จอดรถ
“เอาตังค์ไปด้วยสิ”
“ไม่ต้องหรอกแม่ ฉันมี”
แพนเดินลงเนินไป สุนทรีมองหลังของลูกสาวที่เดินห่างออกไป ถอนใจ ทั้งดีใจและสงสารชะตากรรมที่เล่นตลกกับชีวิตของเธอ และลูกทั้งสองคนที่เธอรัก

สุนทรีกำลังเตรียมครัวทำกับข้าว เสียงฝีเท้าที่เดินมาตามทางทำให้เธอหันไปคิดว่าแพนกลับมาจากตลาด จิราพัชรเดินเข้ามาหายกมือไหว้ สุนทรีแปลกใจที่จู่ๆเขาก็มาหาเธอ
“อ้าวคุณเองเหรอคะ”
สุนทรีรีบวางมือออกมาต้อนรับ
“สบายดีนะคะ”
“ครับ”
จิราพัชรพยักหน้ารับคำทัก แต่สีหน้ากังวล

จิราพัชรนั่งหน้าเครียดอยู่ที่ม้าหิน สุนทรียกน้ำมาให้
“ขอโทษนะคะที่ต้องให้นั่งตรงนี้”
จิราพัชรไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเรื่องพิชชายังไงดี สุนทรีเห็นเขาดูเงียบกว่าปกติ
“เพิ่งลงมาจากกรุงเทพ เหรอคะ แล้วพิชชาเป็นไงมั่งคะ”
จิราพัชรเงยหน้ามองสุนทรี หลุดจากการจมความคิด
“ตั้งแต่ขึ้นไป พิชชาไม่ค่อยเปิดโทรศัพท์ ฉันติดต่อแกไม่ได้เลย แกสบายดีใช่ไหมคะ แล้วงานใหม่เป็นไงบ้าง หนักหรือเปล่า ปกติแล้วพิชชาก็เป็นคนขยัน หวังว่าแกคงไม่ทำให้คุณลำบากนะคะ”
จิราพัชรตัดสินใจบอกสุนทรีเรื่องพิชชาแบบตรงๆ
“คุณน้าครับ...”
จิราพัชรพูดได้แค่นั้นก็หยุด ไม่กล้าพูดต่อ สุนทรีเห็นท่าทางอึกอักของเขา รู้ว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ
“หรือว่าพิชชา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
จิราพัชรก้มหน้าไม่มีคำพูดอะไรออกจากปาก สุนทรียิ่งร้อนรน
“บอกมาเถอะค่ะ มีอะไรเกิดขึ้นกับพิชชาเหรอคะ”
จิราพัชรรวมสติค่อยๆ บอกสุนทรี
“พิชชา...เธอป่วยครับ ป่วยมาก”

แพนถือของที่ซื้อมาจากตลาด เห็นรถของจิราพัชรที่จอดอยู่ สงสัยว่าเขามาทำไม
สุนทรีอึ้งพูดอะไรไม่ออก ค่อนๆนึก เรื่องพิชชาก่อนหน้านี้
“ป่วยเหรอ...คงไม่ใช่”
จิราพัชรถอนใจ
“มะเร็งในเม็ดเลือด”
สุนทรีทรุดตัวอย่างหมดแรง เมื่อรู้ความจริง
“จะรักษาพิชชา ต้องพาญาติไปตรวจไขกระดูก เพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือเปล่า วันนี้ผมมารับคุณน้าครับ”
สุนทรียังพูดอะไรไม่ออก ร้องไห้สงสารพิชชา ที่ชะตากรรมที่เล่นงานเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุนทรีร้องไห้อย่างหนัก
“ทำไมถึงได้เป็นอย่างนี้นะ”

จิราพัชรเองไม่รู้จะทำยังไง แพนยืนนิ่งฟังที่มุมบ้าน


อ่านต่อหน้า 3

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 19(ต่อ)

จิราพัชรเดินหดหู่ ออกจากตัวบ้าน แพนนั่งที่ศาลา เห็นเขาเดินออกมา เธอเดินเข้าไปหา จิราพัชรแปลกใจที่เจอแพนที่นี่

“จริงเหรอพี่ เรื่องพิชชา”
จิราพัชรชะงัก
“แพน”
แพนคาดคั้น
“บอกมานะพี่ ฉันต้องรู้นะ”
จิราพัชรยังคงนิ่งไม่อยากพูดถึงในตอนนี้ แพนนิ่งคิด
“ถ้าพิชชาเป็นมะเร็งจริงๆ แม่กับพ่อแล้วพี่ทินอีกล่ะ ทุกคนจะเป็นยังไง”
จิราพัชรได้ยินชื่อพาทิน เขากังวลขึ้นมาทันที
“แพน บอกเรื่องให้รู้ไม่ได้นะ โดยเฉพาะพาทิน...พิชชาเขาขอมาจะให้ใครรู้ไม่ได้ พี่จะไม่ให้อภัยเธอ ถ้าเธอบอกพวกเขา”
“พี่คะ”
จิราพัชรรู้สึกตัวว่าอารมณ์พลุ่งพล่านมากเกินไป

พิชชาเดินมาตามถนนทางเข้าฟาร์ม เธอคิดถึงตอนที่มากับพาทินในครั้งก่อน...พาทินขับรถเลี้ยวออกมา พิชชาเห็นรถจากหางตา จำได้ว่าเป็นรถของพาทิน...พาทินไม่ทันได้สังเกตเห็นเขาขับรถไปตามทางแล่นห่างออกจากเธอไป พิชชาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีอยู่ ค่อยๆ วิ่งไล่ตามรถของเขาที่แล่นห่างออกไป รถของพาทินวิ่งเลี้ยวลับโค้งไป พิชชาหมดแรงทรุดตัวลงหอบหายใจ พักใหญ่ๆ รถของพาทินก็ถอยหลังกลับเข้ามา พิชชามีรอยยิ้มบางๆ พาทินถอยรถกลับมา เปิดประตูรถวิ่งมาหาพิชชาที่นั่งหอบหายใจอยู่
“พิชชา”
พาทินประคองเธอขึ้นรถ ทั้งคู่ยิ้มให้กันทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบกันแบบนี้
“พี่คะ ฉันหนีพี่ไปไม่พ้นจริงๆ”
พาทินยิ้มไม่พูดอะไร เขาลูบหัวพิชชาแทนความรู้สึกที่มีอยู่ช้างใน

สุนทรีนั่งร้องไห้อยู่ที่ม้าหิน แพนเดินเข้ามาหา สุนทรีเช็ดน้ำตา เก็บอาการสะอื้นไว้ในอก ไม่อยากให้ลูกรู้ แพนเข้าใจความรู้สึกเดินไปที่ครัว เอาของที่ซื้อมาจากตลาดออกมา สุนทรีมองแพนที่หันหลังทำกับข้าว น้ำตาไหลไม่หยุด แพนทำกับข้าวหน้าเศร้า ในใจสงสารทั้งสุนทรีและพิชชาจับใจ
“แพน”
“คะ”
“ทำเสร็จแล้ว วางไว้บนโต๊ะ เอาฝาครอบไว้นะ แม่จะไปข้างนอกหน่อย”
สุนทรีไม่รอให้ลูกตอบรับ เธอเดินออกไปจากบ้าน แพนมองตาม เห็นหลังของแม่ที่เคยเลี้ยงดูเธอมาเดินออกไปอย่างเศร้าสร้อย

​พงศกรนั่งคุยกับอรอินทุ์อยู่ในห้องรับแขก พจนินท์ยกแก้วน้ำมาให้ พงศกรถามอรอินทุ์
“จะเดินทางกันวันไหนล่ะ”
“ตอนนี้ทิน เขาขอเวลาอยู่คนเดียวบ้าง ก็เลยยังไม่ได้กำหนดกันว่าจะไปเมื่อไหร่”
พจนินท์มองอรอินทุ์อย่าเห็นใจเธอ อรอินทุ์เห็นสายตาของพจนินท์ที่กังวล เธอบอกเรียบๆ
“ก็คงเร็วๆ นี้ล่ะค่ะ”
เสียงกริ่งที่หน้าบ้านดังขึ้น พจนินท์ขยับตัว อรอินทุ์อาสาลุกไปเปิดประตู
“หนูเองค่ะ”
อรอินทุ์ลุกจากเก้าอี้ไปเปิดประตูหน้าบ้าน พงศกรถอนใจ
“จะเดินทางอยู่แล้ว ทินมันไปเที่ยวอีกยังงั้นเหรอ”
พจนินท์เข้าใจเหตุผลของพาทิน แต่ก็รับฟังพงศกรบ่นไม่ออกความเห็น สุนทรีเปิดประตูเดินจ้ำเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีร้อนรน พงศกรและพจนินท์แปลกใจที่ สุนทรีปรากฏตัวในบ้าน
“สวัสดีครับ”
สุนทรีน้ำตาไหลพราก พจนินท์ตกใจกับท่าทีของสุนทรี
“มีเรื่องอะไรเหรอคะ”
“ทั้งเนื้อทั้งตัว ฉันมีอยู่แค่นี้เอง”
สุนทรีหยิบสมุดธนาคารส่งให้พงศกร ทุกคนได้แต่งงงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าสุนทรีกำลังพูดถึงอะไรอยู่
“ฉันรู้ว่าค่ารักษาแพงมาก แต่ช่วยฉันด้วยนะคะ พิชชาก็เหมือนเป็นลูกสาวของคุณ”
แพนเปิดประตูบ้าน เดินเข้ามาหาสุนทรี จับแขนเธอไว้
“แม่คะ มาที่นี่ทำไม”
สุนทรีดึงแขนหลุดจากแพน ไม่ได้สนใจใจจดจ่อกับเรื่องของพิชชา พจนินท์เห็นท่าทีของสุนทรีและแพนก็ถามอย่างสงสัย
“ทำไมคะ มีอะไรกับพิชชาอย่างนั้นเหรอ”
สุนทรีร้องไห้อย่างหยุดไม่อยู่
“ช่วยรักษาพิชชาด้วยนะคะ...พิชชาเป็นมะเร็ง”
พจนินท์ตกใจที่รู้ แพนไม่รู้จะยังไง ได้แต่ เรียกสุนทรี
“แม่”
พงศกรและอรอินทุ์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน พงศกรหันไปถามลูกสาว
“จริงเหรอแพน”
แพนนิ่งไม่ตอบ พงศกรรู้จากอาการของแพน ว่ามันเป็นความจริง
“แกต้องผ่าตัด ฉันไม่มีเงิน ฉันมองไม่เห็นใครที่จะช่วยแกได้อีกแล้ว คุณทั้งสองคนเคยเลี้ยงดูแกมา ช่วยแกด้วยนะคะ”
พจนินท์สะเทือนใจเรื่องพิชชา เสียใจจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น สุนทรีเองก็หมดเรี่ยวแรงประคองตัวทรุดลงไปนั่งกับพื้นเช่นกัน แพนและอรอินทุ์ตกใจ ต่างเข้าไปประคองทั้งคู่
“แม่คะ แม่”
พงศกรยืนอึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาตั้งรับไม่ถูก

พาทินกับพิชชาเดินเล่นไปรอบๆ ฟาร์มม้า...ทั้งสองไปนั่งคุยกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“อีกไม่กี่วันพี่ก็คงจะไปแล้วสินะ”
“อืม...ก่อนไป พี่ก็เลยอยากกลับมาที่นี่อีกสักครั้ง”
“ฉันเองก็เหมือนกัน อยากจะบอกลาพี่ที่นี่”
“ถ้าไม่ได้มาที่นี่ พี่ก็คงไม่ได้ยินสินะ”
พิชชานิ่งคิด
“ฉันนึกว่าไม่ว่าจะพูดอยู่ที่ไหนๆ พี่ก็จะได้ยินฉันซะอีก”
พาทินยิ้มให้
“ได้ยินสิ...ตอนที่พี่ไปอยู่อเมริกา พี่ได้ยินเสียงของเธอทุกวัน”
พาทินมองบรรยากาศรอบๆ ฟาร์ม
“เธอพูดกับต้นไม้ที่นี่ บ่นว่าคิดถึงพี่ใช่ไหม”
พิชชาเหม่อคิดถึงตอนที่เป็นเด็กใช้ชีวิตที่นี่
“ฉันอธิษฐานขอให้ได้พบกับพี่อีก ได้กลับมาอยู่กับพี่อีกครั้ง”
พาทินเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ เปลี่ยนเรื่องคุย
“ไปอยู่กรุงเทพ เป็นไงบ้าง”
พิชชานึกถึงความเจ็บปวด เมื่อกลับไปกรุงเทพ เพื่อรักษา
“ขอไม่พูดถึงได้ไหม”
พิชชาสลัดความคิดเกี่ยวกับกรุงเทพ และอาการเจ็บป่วยของตัวเองออกไป

“ได้มาเจอพี่ที่นี่ มันเหมือนกับฝันไปจริงๆ”



อ่านต่อหน้า 4

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 19(ต่อ)

พิชชาเอียงหัวซบลงบนไหล่ของเขา พาทินโอบไหล่ลูบหัวเธอเบาๆ ทั้งคู่รู้สึกเศร้า แทนที่จะสดใสไปตามบรรยากาศรอบตัว

“พี่คะ...เก็บฉันเอาไว้ในหัวใจพี่ตลอดไปได้ไหม”
พาทินรับฟังเงียบๆ น้ำตาซึม
“ใจของฉัน ให้พี่หมดใจตั้งนานแล้ว”
พาทินน้ำตาไหล
“พี่เองก็เหมือนกัน”
พาทินกระชับอ้อมกอดที่มีให้พิชชาแน่นขึ้น แทนความรู้สึกข้างใน...พิชชาขี่หลังพาทิน เขาพาเธอเดินกลับที่พัก พิชชาดูเหนื่อยล้า พาทินซึมเซา

เช้าวันต่อมา...พาทินตื่นมา ที่นอนข้างๆ ว่างเปล่า พิชชาหายไปแล้ว พาทินลุกขึ้น นิ่งคิดเหมือนว่า ได้พบเธอที่นี่คือความฝัน

พงศกรนั่งคุยกับแพนและอรอินทุ์
“พ่อกับแม่จะไปกรุงเทพ ไปดูอากาพิชชาหน่อย”
แพนพูดขึ้น
“หนูไปด้วยนะคะ”
อรอินทุ์ขอไปด้วย
“หนูด้วยค่ะ”
“อย่าเพิ่งเลย ไม่ต้องห่วงหรอก มีอะไรแล้วพ่อจะโทรมาบอกเอง”
“แต่พ่อคะ...”
“แพนฟังพ่อ ตอนนี้อย่าให้ทินเขารู้...ถ้าเขารู้พ่อไม่รู้จริงๆ ว่าจะเป็นยังไงต่อ ไว้พิชชาอาการดีขึ้นแล้วค่อยบอกเขาก็แล้วกัน”
พจนินท์เดินลงมาจากบนห้องได้ยินพงศกรคุยกับแพน
“คุณคะ จะไม่บอกได้ยังไง”
“ถ้าทินรู้ เรื่องมันจะยิ่งแย่ลงนะคุณ”
พจนินท์ไม่พอใจที่พงศกรไม่ยอมให้พาทินรู้เรื่อง เธอเดินหนี พงศกรจับแขนพจนินท์ไว้
“พ่อขอย้ำนะ อย่าเพิ่งบอกทิน”
“ฉันไม่ยอม ฉันรู้แต่ว่าพิชชากำลังป่วยหนัก ลูกกำลังจะตาย พ่อพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง”
แพนและอรอินท์เข้าใจอารมณ์ของแม่และเหตุผลของพ่อ พงศกรตัดบทถอนใจ
“ไว้พูดเรื่องนี้ทีหลัง แม่ไปกันได้แล้วล่ะ”
“คุณไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ฉันจะไปเยี่ยมพิชชาคนเดียว”
พจนินท์เดินออกไป แพนและอรอินทุ์เรียกพจนินท์รั้งเธอเอาไว้
“แม่คะ”
พจนินท์เดินออกจากบ้านไม่ฟังคำทัดทานของใคร พงศกรนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนใจ

จิราพัชรขับรถเข้ากรุงเทพ พงษ์นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ สุนทรีกับพจนินท์นั่งอยู่ที่เบาะหลัง สีหน้าของทั้งคู่ทุกข์ระทม พจนินท์น้ำตาไหล เมื่อคิดถึงพิชชาที่ต้องเจ็บป่วย สุนทรีรู้ว่าพจนินท์รู้สึกยังไง เธอกุมมือของพจนินท์ให้กำลังใจ และปลอบใจตัวเองไปด้วย
“ลูกต้องปลอดภัย ไม่เป็นไร”
สุนทรีเก็บความรู้สึกไว้ แต่ก็อดน้ำตาไหลไม่ได้ พจนินท์ลูบมือสุนทรีเบาๆ ปลอบ
“ค่ะ ใช่ลูกต้องไม่เป็นไร”
ทั้งคู่บีบมือกันแน่น

พิชชานั่งที่ม้านั่งตัวเดิมในสวนขอโรงพยาบาลรอคอยจิราพัชร เหม่อคิด สักครู่จิราพัชรเดินเข้ามาหา พิชชาคลายจากภวังค์ เงยหน้ามองจิราพัชรที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า พิชชายิ้มตอบ
“ผมพาใครมาหาด้วย”
จิราพัชรมองไปข้างๆ พิชชามองตามทิศทางสายตาของเขาที่มองนำไป สุนทรี พจนินท์ และพงษ์ยืนห่างไปไม่กี่ก้าว พิชชาลุกขึ้นมองพจนินท์และสุนทรี คาดไม่ถึง สุนทรีและพจนินท์ยิ้มให้ พิชชาดีใจค่อยๆ เดินเข้าไปกอดทั้งคู่
“แม่คะ”
ทั้งสามดีใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กอดกันกลม น้ำตาไหล จิราพัชรและพงษ์ มองภาพตรงหน้าทั้งตื้นตัน และหดหู่ในเวลาเดียวกัน

พิชชานอนพักอยู่บนเตียง พจนินท์และสุนทรี นั่งอยู่ข้างเตียง พจนินท์ลูบผมพิชชาปลอบโยน เหมือนที่เคยทำทุกครั้ง
“เจ็บไหมลูก”
พิชชามองพจนินท์ ยิ้มให้แทนคำตอบ สุนทรีนั่งมองพิชชา น้ำตาไหล หันหน้าหลบไม่ให้เห็น พจนินท์มองอย่างห่วงใย
“ลูกผอมลงไปเยอะเลยนะ ได้กินอะไรดีๆ บ้างหรือเปล่า”
พิชชายิ้มบางๆ
“อาหารที่นี่ก็ใช้ได้ค่ะแม่”
พิชชามองสุนทรี
“แม่คะ”
สุนทรีเช็ดน้ำตา น้ำมูกที่ไหลอยู่
“หือ”
“จ้ะ”
พิชชายิ้มเมื่อได้รับคำขานจากทั้งคู่ สุนทรีรู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน พจนินท์เองก็รู้สึกว่าตัวเอง เป็นแม่ที่ไม่ได้ให้กำเนิดพิชชา ทั้งคู่ดูขัดเขิน
“แม่ไปเอาน้ำให้นะ”
สุนทรีหยิบเหยือกน้ำจากโต๊ะข้างเตียง เดินออกจากห้องไป พิชชาหันมาหาพจนินท์
“หนูโชคดีจังเลย”
พจนินท์สงสัยว่าทำไมพิชชาถึงพูดแบบนั้นออกมา
“หนูมีแม่ตั้งสองคน ขานรับเวลาหนูเรียก...”
พจนินท์เช็ดน้ำตาที่ซึมอยู่
“แม่คะ พี่เขาไม่รู้ใช่ไหมคะ”
“พิชชา”
“ยังไม่รู้ใช่ไหม”
พจนินท์พยักหน้ารับ
“จ้ะ”
พิชชาฝืนยิ้ม
“แบบนั้นดีแล้วล่ะค่ะ...หนูมีแต่เรื่องให้แม่ทุกข์ใจมาตลอด”
“ไม่หรอกลูก ไม่จริงเลย”
“ถ้าหนู...”
“อย่านะลูก อย่าพูดอะไรยังงี้สิ ถ้าลูกเป็นอะไรไป แม่คงอยู่ไม่ได้”
“แม่...แม่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ”
พิชชาเศร้าสร้อย พจนินท์รีบเปลี่ยนท่าที
“ได้จ้ะ แม่ไม่พูดแล้ว”
พจนินท์กุมมือพิชชาไว้

อรอินทุ์นั่งรอพาทินอยู่ที่สตูดิโอ เรื่องพิชชาทำให้เธอสับสนอยู่ข้างใน พาทินกลับเข้ามา เห็นอรอินทุ์นั่งรอเขา เธอเดินเข้าไปหากอดเขาไว้น้ำตาไหล โดยไม่รู้ตัว บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจแน่
“มีอะไรหรือจ้ะอร”
“เปล่าหรอกค่ะ ดีใจที่คุณกลับมา”
“ทำไมผมถึงจะไม่กลับมาล่ะ”
“ไม่รู้สิคะ”

พาทินรู้สึกแปลกกับความรู้สึกของอรอินทุ์ที่สัมผัสได้


โปรดติดตาม รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 20
กำลังโหลดความคิดเห็น...