xs
xsm
sm
md
lg

มนต์จันทรา ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มนต์จันทรา ตอนที่ 12

แลงสะกดรอยตามสาระสะมาไปห่างๆ จนถึงบริเวณที่เห็นท้องทะเลชัดๆ แม้จะไม่ใช่ทะเลสวยนัก เพราะไม่มีหาดทราย แต่ก็ดูสงบและกว้างใหญ่

สาระสะมายืนมองทะเลแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างสดชื่น
ทันใดนั้นเอง แลงก็เข้ามาล็อกสาระสะมาจากทางด้านหลัง แล้วใช้มือปิดปากสาระสะมาไว้ไม่ให้ร้อง...กระเป๋าของสาระสะมา หล่นลงพื้น...

ผ่านเวลาเล็กน้อย บริเวณท่าเรือ ลูกน้องษมากำลังตามหาสาระสะมากันจ้าล่ะหวั่น บางคนก็สอบถามชาวบ้าน บางคนก็โทรศัพท์ วุ่นวายกันไปหมด สมบูรณ์กำลังยืนหน้าเครียดอยู่ หลังจากหาตัวสาระสะมาไม่เจอ
ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาสมบูรณ์ สมบูรณ์ร้อนใจสุดๆ ถาม
"เป็นไงวะ เจอมั้ย"
ลูกน้องคนที่ 1สีหน้าเครียดหนัก
"ไม่เจอเลยครับ หาจนทั่วแล้ว แต่ไม่เจอคุณผู้หญิงเลย"
ทันใดนั้น ลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบพร้อมกับถือกระเป๋าสะพายของสาระสะมา เข้ามาหาสมบูรณ์ ลูกน้องคนที่ 2บอก
"ลุงจ่าครับ ผมเจอกระเป๋าถือผู้หญิงตกอยู่ ใช่ของคุณผู้หญิงมั้ยครับ"
สมบูรณ์หน้าเครียดรีบรับกระเป๋ามาเปิดดู
"แกเจอกระเป๋าตกอยู่ที่ไหน พาฉันไปซิ"
สมบูรณ์รีบตามลูกน้องคนที่ 2 ไปยังที่พบกระเป๋าถือสาระสะมา

เวลาเย็น ภายในห้องนั่งเล่น บ้านษมาบนเกาะยานก ษมากำลังคุยโทรศัพท์มือถือ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
" ตามหาทั่วแล้วเรอะ ... เวลาแค่นั้นไม่น่าจะไปไหนได้ไกลนะลุง ... ดีครับลุง เกณฑ์คนของเราไปช่วยกันตามหาก่อน ... โอ.เค. งั้นผมจะรีบขึ้นฝั่งเดี๋ยวนี้เลย"
ษมากดตัดสายด้วยสีหน้าหนักใจมาก
ขณะนั้นเอง สาระวารีก็เดินโอดโอยเข้ามาในห้อง เพราะยังเจ็บแผลอยู่พลางบ่น
"โอ๊ย เมื่อไหร่จะหายซะทีเนี่ย"
ษมาสีหน้าใช้ความคิดเหลือบตามองสาระวารี คิดว่า จะบอกความจริงหรือปิดไว้ก่อนดี
"พี่สะมามาช้าจังเลย สงสัยต้องกินยานอนหลับจริงๆ ซะแล้ว" สาระวารีถอนใจค่อยๆ นั่งลงเบาๆ)
ษมา อึกๆอักๆ ไม่รู้จะบอกยังไงดี ได้แต่จ้องหน้าสาระวารีนิ่งๆ คิดเรียบเรียงคำพูด เธอเห็นสีหน้าษมา ก็แปลกใจ
"มีอะไรรึเปล่าคุณ มาจ้องหน้าฉันทำไม"
ษมาตัดใจบอก
"อย่าเพิ่งตกใจนะวารี"
สาระวารีชะงัก หน้าเสียไป
"เกริ่นซะขนาดนี้ ไม่ตกใจก็เกินไปแล้วล่ะค่ะ มีเรื่องอะไรอีกคะ"
"คุณสะมาหายตัวไปที่ท่าเรือ" ษมาบอก
สาระวารีตกใจมากรีบถาม
"หายไปได้ยังไงคะ"
"ยังไม่รู้เหมือนกัน จ่าบูรณ์เล่าว่าคุณสะมาไปเดินเล่นแถวท่าเรือแล้วก็หายตัวไป ตอนนี้แจ้งตำรวจแล้ว กำลังตามหากันอยู่"
" เป็นไปได้ยังไง สะมาไม่เคยมีปัญหากับใคร แล้วก็เพิ่งจะมาถึง จะไปเดินเล่นแล้วหลงทางรึเปล่า"
"คนงานผมเจอกระเป๋าถือคุณสะมาตกอยู่"
สาระวารีอึ้ง หน้าเสียไป
"พวกคุณเป็นฝาแฝดกัน คนไม่รู้อาจคิดว่าเป็นคุณ"
สาระวารีอึ้ง ลืมนึกข้อนี้ไปสนิท
"ผมก็ลืมนึกถึงข้อนี้ไปซะสนิทเลย ไม่งั้นคงระวังความปลอดภัยให้พี่สาวคุณมากกว่านี้"
สาระวารีคิดทบทวนพร้อมพูดออกมา
"เป็นไปได้ว่าที่สะมาหายไป อาจจะเพราะมันจับตัวผิด"
ษมาพยักหน้าเห็นด้วย
"มีความเป็นไปได้สูง"
สาระวารีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด เป็นห่วงพี่สาว รีบหยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรหาพี่สาวไป

เวลาเย็น ณ บ้านร้างแห่งหนึ่ง แลงกำลังมัดมือมัดเท้าสาระสะมาอยู่ ไม่ยอมให้หนีหรือต่อสู้ได้ แลงยิ้มเหี้ยม
"แกเสร็จฉันแน่นังนักข่าว คราวนี้ถึงตาฉันเอาคืนแกบ้างแล้วล่ะ"
สาระสะมามองแลงนิ่ง ถึงจะอยู่ในอันตรายแต่ก็ตั้งสติได้มั่นคง
"ฉันไม่ใช่นักข่าว แล้วก็ไม่ใช่สาระวารีด้วย คุณจับมาผิดคนแล้ว"
แลงอึ้งอยู่ครู่นึง ก่อนจะหัวเราะเยาะออกมา
"ฉันพูดเรื่องจริงนะ"
"สงสัยจะกินน้ำผึ้งพี่แพงมากจนสติฟั่นเฟือน"
"ถ้าฉันเดาไม่ผิด คุณคงเป็นศัตรูของคุณษมาใช่มั้ย"
แลงชักมีดออกมาแล้วตะคอก สีหน้า แววตาเกลียดชัง

"หุบปากซะทีเถอะ พูดจาเพ้อเจ้ออยู่ได้ยังไง วันนี้แกก็หนีไม่รอดหรอก ฉันจะฆ่าแกเซ่นดวงวิญญาณให้พี่ลำแพง"

สาระสะมาเหล่มองมีดในมือแลง ใจจริงก็กลัว แต่ใจดีสู้เสือ

"คุณคือแลงใช่มั้ย"
แลงจ้องหน้าสาระสะมา
"ลุงบูรณ์เล่าเรื่องคุณกับพี่สาวคุณให้ฉันฟังหมดแล้ว เสียใจด้วยนะคะ แต่การตายของพี่คุณเป็นอุบัติเหตุ"
แลงโมโหมาก เสียงดังสวนทันที
"อุบัติเหตุบ้าบออะไร แกอย่ามาแก้ตัวแทนไอ้ษมามันหน่อยเลย"
สาระสะมาผงะไป คิดได้ว่าควรเงียบมากกว่า เพราะแลงเริ่มโกรธจนจะคุมสติไม่อยู่แล้ว
"พี่ลำแพงไม่มีวันตกเหวลงไปได้หรอก พี่แพงอยู่กับเกาะยานกมาแต่เล็ก หลับตายังเดินไม่ตกหลุมเลย ทุกอย่างเป็นฝีมือไอ้ษมา มันฆ่าพี่สาวฉัน ผีพี่ลำแพงคงต้องการให้ฉันล้างแค้นแทน ฉันถึงได้เจอแกง่ายๆ คราวนี้แหละ ไอ้ษมามันจะได้เจอความเจ็บปวดซะบ้าง ยิ่งมันรักแกมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น" แลงสีหน้าอาฆาตแค้น
แลงกำมีดตั้งท่าจะเงื้อมีดขึ้นมา
ทันใดนั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดกระแทกเข้ามาอย่างแรง แลงตกใจหันขวับกลับไปมอง พบว่าเป็นดิตถ์เป็นคนผลักประตูเปิดเข้ามา ด้วยสีหน้าท่าทางไม่พอใจ
"ดีนะที่ข้าตามไปทัน เกิดนังนั่นเป็นอะไรไปขึ้นมา แผนการข้าพังหมดเลย" ดิตถ์พูดอย่างโมโห
แลงถึงกับหน้าเสีย
"แต่คุณดิตถ์เคยอยากให้พี่ลำแพงฆ่ามันไม่ใช่เหรอครับ"
"ก็ตอนนั้นมันไม่มีทางเลือก กะว่าถ้านังนั่นมันตายแล้วไอ้ษมาคงท้อแท้หมดกำลังใจ เราจะได้หาทางเล่นงานมันง่ายขึ้นหน่อย แต่ตอนนี้เราจับตัวมันได้แล้วก็ใช้มันไปต่อรองกับไอ้ษมาไม่ดีกว่าเหรอ ได้ประโยชน์กว่าฆ่าทิ้งเป็นไหนๆ"
"แล้วเรื่องพี่ลำแพงล่ะครับ คุณดิตถ์จะให้พี่ผมถูกฆ่าตายฟรีๆเหรอครับ"
ดิตถ์ชี้หน้าแลง
"ถ้าเอ็งอยากล้างแค้นนัก ก็รอให้จบเรื่องของข้าก่อน เอ็งรู้ตัวมั้ยว่า เอ็งทำอะไรไปโดยไม่ปรึกษาข้าก่อน กำลังสร้างความเดือดร้อนให้ข้า ตอนนี้พวกไอ้ษมากับตำรวจตามหาตัวนังนี่กันให้พล่านไปหมดแล้ว"
แลงถึงกับจ๋อยไป
"บ่อนข้าเลยต้องพลอยปิดหนีตำรวจไปด้วย ถ้าเอ็งยังขืนก่อเรื่องไม่หยุดอยู่แบบนี้ ข้าคงต้องตัดหางปล่อยวัดเอ็งแน่ๆ"
แลงไม่กล้าเถียงอีก ได้แต่สะกดความไม่พอใจเอาไว้ เพราะกลัวดิตถ์เล่นงาน

ลุงของแลงเดินออกมาที่หน้าบ้านตอนหัวค่ำด้วยสีหน้าท่าทางกลัวๆ ษมา และสมบูรณ์รออยู่ โดยมีพวกลูกน้องคอยคุ้มกัน ลุงรีบยกมือไหว้
"เรื่องไอ้แลงกับนังลำแพง ผมไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆ นะครับคุณษมา ถ้าผมรู้ ผมไม่ให้ไอ้แลงมันมาเหยียบ
บ้านผมหรอกครับ"
"อย่าเพิ่งกังวลไปเลยครับ ผมรู้อยู่แล้วว่าลุงไม่เกี่ยว แล้วผมก็ไม่ได้มาเอาเรื่องอะไรลุง แต่ตอนนี้คนของผมหายไป ก็ยังไม่แน่ใจนักว่าเป็นฝีมือไอ้แลงรึเปล่า แต่ก็แวะมาถามดูก่อน เผื่อลุงจะรู้อะไรบ้าง"
ลุงเล่าด้วยความกลัว
"ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ ที่จริงตั้งแต่แม่พวกมันตาย ผมก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกับมันสองคนพี่น้องเลย จนวันที่ไอ้แลงมันหนีคุณษมามาหาผมนั่นล่ะครับ มาทั้งทีก็หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ไอ้หลานเวรเอ๊ย"
"ไอ้แลงมันไม่มีญาติที่ไหนแล้วไม่ใช่เหรอ โกรธเคืองอะไรกัน ถึงได้ไม่ไปมาหาสู่กันล่ะเลิศ"
"ไม่ได้โกรธหรอกจ่า แต่รำคาญนังลำแพงมัน นังนี่มันเอาแต่เพ้อเจ้อมาตั้งแต่เด็ก ว่ามันเป็นเจ้าของเกาะยานก แถมยังฝังหัวไอ้แลงอีก ฉันเตือนมัน มันก็ด่าสวน จนขี้เกียจจะพูดแล้ว" ลุงถอนใจส่ายหน้า
ษมานึกไม่ถึง
"ลำแพงน่ะเหรอ เป็นเจ้าของเกาะยานก ทำไมฉันไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลยล่ะ"
"นั่นสิ ตกลงมันเป็นเรื่องจริงเหรอ"
สมบูรณ์ซัก ลุงแลงมีท่าทางอึดอัด ไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไง

ในอดีต เมื่อหลายปีก่อนเวลากลางวัน ลำแพงนั่งหน้าเศร้าๆอยู่ที่ริมชายหาดเกาะยานก
แลง และลุงแลง เดินเข้าไปหา
"มาอยู่นี่เองนังลำแพง ข้าตามหาซะทั่วเลย"
"ลุงมีอะไรกับฉันเหรอ"
"ถามได้ ข้าก็จะมารับเอ็งกับไอ้แลงไปอยู่บนฝั่งน่ะสิวะ แม่พวกเอ็งก็ตายแล้ว บ้านช่องก็ไม่มีอยู่ พวกเอ็งไปช่วยข้าทำสวนดีกว่า"
"ขอบคุณค่ะลุง แต่ที่นี่เป็นเกาะของฉัน ยังไงฉันก็ทิ้งสมบัติของตระกูลไปไม่ได้หรอก"
ลุงเซ็งสุดๆ
"เลิกบ้าซะทีเถอะวะนังลำแพง ข้าบอกเอ็งไม่รู้กี่ร้อยหนแล้ว ปู่ย่าข้าก็แค่มาอยู่ที่เกาะนี้เป็นคนแรก แล้วหลังจากนั้นคนอื่นๆก็ตามมา อย่างงี้เค้าไม่เรียกว่าเจ้าของเกาะหรอกโว้ย"
แลงตกใจ
"จริงเหรอพี่ลำแพง"
ลำแพงตวาดแว๊ด
"ไม่จริง เกาะนี้เป็นของเรา ลุงแกแก่แล้วเลอะๆเทอะๆ เอ็งไม่ต้องไปฟังหรอก"
ลุงโมโห
"เอ๊ะ อีลำแพง นี่เอ็งกล้าว่าข้าเหรอ"
ลำแพงตะคอก
"ฉันพูดเรื่องจริง เกาะยานกเป็นของครอบครัวเรา ลุงทิ้งเกาะไปอยู่บนฝั่งแล้ว จะมารู้ดีไปกว่าฉันได้ยังไง"
"เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนังแพง ไอ้เกาะนี้มันไม่ได้ใหญ่โตอะไร คนที่มาอยู่ก็แค่อาศัยสร้างบ้านเท่านั้นเอง ต่อมามันออกโฉนดได้ ก็เลยแบ่งกันคนละนิดคนละหน่อย ไม่มีใครเป็นเจ้าของคนเดียวหรอก"
ลำแพงตะคอกใส่ลุง
"ไม่จริง เกาะนี้เป็นของฉันกับไอ้แลง แต่ไอ้พวกชาวบ้านมันรวมหัวกันโกงไปตะหาก ถ้าลุงจะเข้าข้างไอ้พวกขี้โกง ก็ไม่ต้องมานับญาติกับฉันอีก"
ลุงโมโหสุดๆ
"เออ ไม่นับก็ดี ข้าก็ไม่อยากมีหลานเป็นบ้าอย่างเอ็งหรอก อีลำแพง"
ลุงโมโหสุดๆ เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลี่ยงไป แลงหน้าเสีย
"พี่แพง ลุงโกรธแล้ว"
"โกรธก็โกรธไปสิ" แ
ลำแพงสะบัดหน้าพรืดเดินไป

"ลุง รอก่อน" แลงรีบตามลุงไป

เวลาต่อมา ลุงกำลังลงเรือ โดยมีแลงช่วยขนข้าวของของลุงลงเรือให้
"เอ็งจะไม่ไปกับข้าจริงๆเหรอวะไอ้แลง"
"ถ้าฉันไป แล้วพี่ลำแพงจะอยู่กับใครล่ะลุง"
"เอ็งมันมีน้ำใจดีนะไอ้แลง แต่เอ็งอย่าไปฟังนังลำแพงมันมากนักนะ นังนี่มันจับแพะชนแกะ ได้ยินคนอื่นเล่าเรื่องเก่าๆ แล้วเก็บมาคิดเป็นตุเป็นตะ ท่าทางมันจะเพี้ยนๆ นะ" ลุงแลงพูดพลางถอนใจ
แลงหน้าเจื่อน ไม่พูดอะไร
"ข้าได้ยินมาว่าจะมีนายทุน มากว้านซื้อที่บนเกาะจะเปิดเป็นรีสอร์ต อีกไม่นานก็คงซื้อได้หมดแหละ"
แลงใจไม่ดี
"จริงเหรอลุง"
"ข้าจะมาโกหกเอ็งทำไม เดี๋ยวนี้ออกทะเลหาปลา มันไม่ได้เงินดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สู้ขายที่เก็บเงิน แล้วไปทำงานโรงงานไม่ได้หรอก ถ้าเกาะมันโดนซื้อหมดจริงๆ เอ็งก็ไปหาข้าละกันนะไอ้แลง"
"จ้ะลุง"
ลุงแลงติดเครื่องเรือ แล้วขับออกไป ก่อนหันกลับมามองแลง
แลงยืนหน้าตาบึ้งตึงสีหน้าโกรธมาก ไม่พอใจที่จะโดนแย่งเกาะสมบัติของตนไป ลุงมีสีหน้าติดใจสงสัยว่าแลงคิดอะไรอยู่

ษมา และ สมบูรณ์ กำลังฟังเรื่องทั้งหมดจากลุงแลงก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
" ฝังใจกันขนาดนี้นี่เอง สองพี่น้องนั่นถึงได้ทำร้ายทุกคนที่คิดว่าจะมาแย่งเกาะยานกไป"
"ผมว่าไอ้สองคนนี่ มันมีอาการทางประสาทด้วยล่ะครับ คนปกติ คงไม่มีใครคิดอะไรแบบนี้หรอก"
"ฉันก็ว่าอย่างงั้นล่ะจ่า ฉันพูดความจริงขนาดนี้แล้ว ต้องเข้าหูพวกมันบ้างสิ นี่อะไร หลับหูหลับตาไม่เชื่อท่าเดียวเลย"
"ก็ดีที่ได้รู้ภูมิหลังของสองคนพี่น้องเพิ่มขึ้น แต่มันคงไม่ช่วยให้ฉันหาคนหายเจอหรอก"
ลุงคิดอยู่ครู่นึง
"เอ่อ คุณษมาครับ ผมรู้เรื่องนึงเกี่ยวกับไอ้แลง แต่ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์รึเปล่านะครับ"
"เรื่องอะไร"
"ผมเคยได้ยินคนของเสี่ยดิตถ์ บอกว่าไอ้แลงเป็นขาประจำที่บ่อนของเสี่ย แล้วตอนนี้ก็แว่วๆมาว่า เสี่ยดิตถ์ย้ายบ่อนไปเปิดแถวๆท่าเรือ ไม่รู้ว่า ไอ้แลงจะอยู่แถวนั้นรึเปล่านะครับ"
ษมา และสมบูรณ์หันไปสบตากันทันทีที่ได้ข่าวนี้
"ไม่ต้องสงสัยแล้วล่ะครับ หนูสะมาหายไปแถวๆนั้น ไม่แคล้วเกี่ยวกับไอ้สองคนนี้แน่ ๆ"
ษมามีสีหน้าเคร่งเครียด ดูหนักใจ

เวลาหัวค่ำ ณ บ้านร้างแห่งหนึ่ง แลงปักมีดลงบนโต๊ะด้วยความแค้นใจ มีสาระสะมาถูกมัดมืดมัดเท้าอยู่ใกล้ๆ เธอเห็นท่าทางแลงก็พอเดาได้
"เจ้านายคุณ คงเห็นว่าถ้าวารียังมีชีวิตอยู่ จะเป็นประโยชน์มากกว่าใช่มั้ยล่ะ"
แลงตะคอกใส่อย่างแค้นใจ
"ที่แกรอดมาได้ก็เพราะไอ้ดิตถ์มันโลภมาก รอหมดประโยชน์ก่อนเถอะ ฉันเชือดทั้งแก ทั้งไอ้ษมาทิ้งแน่"
" ท่าทางคุณเหมือนเกลียดฉันกับคุณษมามากเลยนะ ถ้าไม่นับที่พี่สาวคุณตาย ฉันว่าคุณษมาน่าจะดูแลคุณดีพอสมควร ทำไมคุณถึงต้องเกลียดเค้าขนาดนี้ด้วย"
แลงยิ้มเยาะ
"ดูแลดีเหรอ ก็แค่ข้าทาสรับใช้ของมัน ฉันทนรับใช้มันก็เพื่อรอรอเวลาที่จะทวงเกาะของฉันคืน"
สาระสะมาสงสัยมาก
"เกาะยานกน่ะเหรอเป็นของคุณ"
"ก็ใช่น่ะสิ"
"ขอโทษนะคะ ถ้าคุณมีฐานะขนาดนั้น แล้วคุณไปเป็นคนงานให้คุณษมาทำไม"

" ก็เพราะพวกฉันถูกโกงน่ะสิ ไอ้พวกชาวบ้านบนเกาะ มันรวมหัวกันโกงเกาะยานกไปขายให้พวกนายทุน แต่ฉันกับพี่ลำแพงไม่มีวันยอมแพ้หรอก ไม่ว่าจะลำบากยังไง ฉันก็ต้องเอาสมบัติของตระกูลกลับคืนมาให้ได้"

ในอดีต ณ มุมหนึ่งในบ้านษมา แลงกำลังคุยกับลำแพง
ลำแพงสีหน้าเครียด
"อดทนไว้แลง วันนี้ยังไม่ใช่วันของเรา แต่ต้องมีซักวันที่พวกมันจะได้รู้ว่าเราเป็นใคร"
" แล้วเมื่อไหร่ล่ะพี่ ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ เกาะของเราแท้ๆ ทำไมเราถึงต้องทนเป็นคนรับใช้เค้าด้วย"
"ฉันบอกแล้วไง ว่าบ้านเราถูกโกง แต่แกไม่ต้องกลัว เรากำลังจะได้เกาะกลับคืนมาเป็นของเราแล้ว อีกไม่นานฉันก็จะได้แต่งงานกับคุณษมา มันก็เท่ากับว่าเกาะยานกกลับมาเป็นของเราโดยปริยาย"
แลงหน้าเจื่อน ไม่ค่อยเชื่อลำแพงที่พูดอย่างมั่นใจในเรื่องนี้
"แล้วถ้าไม่ได้แต่งล่ะพี่"
ลำแพงหันไปจ้องหน้าน้องเขม็ง ตาเขียวปั้ด ขัดหูอย่างแรง
"ฉันก็แค่พูดเผื่อไว้เท่านั้นเอง ฉันกลัวว่าจะเป็นเหมือนตอนคุณภูน่ะพี่"
ลำแพงเสียงแข็ง โกรธเกรี้ยว สีหน้าเหี้ยมเกรียม
"ถ้าเป็นยังงั้น คุณษมาก็ต้องเจอจุดจบเดียวกับคุณภู"
แลงตกใจ ผงะไปเล็กน้อย
"คนอย่างนังลำแพง ดีกับใครก็ดีถึงที่สุด แต่ถ้ามันคนไหนมองไม่เห็นค่าฉัน ก็อย่ามาหาว่าฉันใจร้ายใจดำก็แล้วกัน แกจำไว้นะแลง เกาะยานกเป็นของเราสองคนพี่น้อง ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิเอาเกาะของเราไปจากเราได้ทั้งนั้น"
"จ้ะพี่"
แลงคล้อยตาม ลำแพงสีหน้าแววตาดูโหดเหี้ยมอำมหิต จนน่าหวาดกลัว

สาระสะมา ฟังเรื่องที่แลงเล่าแล้ว ก็อดหนาวๆร้อนๆไม่ได้
"แต่พี่ลำแพงก็ต้องมาตาย ก่อนที่เราจะได้เกาะยานกคืน ทั้งหมดเป็นเพราะแกคนเดียว ถ้าแกไม่แส่เข้ามา พี่ลำแพงก็ไม่ต้องตาย"
สาระสะมาแม้จะหวาดกลัว แต่พยายามระงับอารมณ์
"ถึงวารีไม่เข้ามา คุณษมาเค้าก็ไม่เลือกพี่สาวคุณหรอก เพราะถ้าเค้ารักพี่คุณ เค้าก็คงแต่งงานด้วยไปนานแล้ว"
แลงแค่นหัวเราะ สายตาเหี้ยมเกรียม
"ฉันก็ไม่ได้คิด ว่าไอ้ความรักลมๆแล้งๆของพี่ลำแพงจะเป็นจริงหรอก แต่ฉันก็พร้อมที่ฆ่าทุกคนที่คิดจะแย่ง
เกาะยานกของฉันไป"
สาระสะมาถอนใจบอก
"คุณเสียสติไปแล้ว"
"คนอย่างแกจะไปรู้อะไร เกาะยานกเป็นความหวังเดียวของฉัน ตั้งแต่เกิดมา ฉันก็โดนดูถูกมาตลอด เรียนก็ไม่ได้เรียน พ่อก็ทิ้งฉันไป ทำอะไรก็มีแต่แพ้ แพ้ๆๆ ฉันถึงชอบเข้าบ่อนไง เพราะอย่างน้อย มันก็ยัง
มีโอกาสให้ฉันชนะบ้าง"
สาระสะมาหน้าขรึมลง นึกถึงพ่อขึ้นมา
"ฉันพอเข้าใจนายนะ พ่อของฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่สุดท้าย พ่อก็ไม่เคยชนะจริงๆ แถมยังต้องเสียชีวิตสังเวยให้กับการพนันอีก"
แลงชี้หน้าสาระสะมา
"แกไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็นเข้าใจฉันหน่อยเลย ฉันก็ไม่มีวันปล่อยแกเด็ดขาด เสร็จงานเมื่อไหร่แกเตรียมตัวตายตามพี่แพงได้เลย"
แลงเปิดประตูออกจากห้องไป พร้อมกับปิดประตูตามเสียงดังลั่น สาระสะมาได้แต่มองตามด้วยสีหน้าหนักใจ ใช้ความคิดหาทางเอาตัวรอด

รีสอร์ตษมาที่ตราดตอนกลางคืน สาระวารีเดินกระวนกระวาย รอว่าเมื่อไหร่ษมาจะกลับมาซักที สาระวารียังมีอาการเจ็บแผลที่หลังอยู่ เมื่อเดินเหินลุกนั่งแรงๆ อรุณฉายเดินออกมาจากข้างใน พอเห็นสาระวารีก็รีบเข้าไปหาทันที
"คุณวารี ดึกแล้วนะคะ คุณเองก็ยังไม่ค่อยหายดี ไปพักผ่อนดีกว่านะคะ"
สาระวารีร้อนใจสุดๆ
"ฉันหลับตาไม่ลงหรอก พี่ฉันจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้"
ษมาเปิดประตูเดินเข้าโถงบ้านพักส่วนตัวมาพอดี
"อ้าว วารี ยังไม่นอนอีกเหรอ"
สาระวารีถามสวนทันที
"ได้ข่าวสะมารึยังคะ"
ษมาหน้าเครียดขึ้นมา
"ยังครับ แต่พอจะรู้แล้วว่าเป็นฝีมือใคร"
พยาบาลเห็นษมามาก็เลี่ยงกลับเข้าไปด้านใน
"นายดิตถ์ใช่มั้ย"
ษมาพยักหน้ารับ
"อาจจะมีเจ้าแลงอีกคน ตอนนี้กำลังตามตัวอยู่"
สาระวารีเจ็บใจสุดๆ
"ฉันนึกแล้วไม่มีผิด พวกมันจับตัวสะมาไปเพราะคิดว่าเป็นฉัน จะใช้เป็นเครื่องต่อรองกับคุณเหมือนคราวก่อน ที่จริงเรื่องทั้งหมด มันเกิดขึ้นเพราะไอ้บ่อนเฮงซวยของคุณแท้ๆเลย"
ษมาหน้านิ่งเครียดไป
สาระวารีเป็นห่วงพี่สาวมาก เลยเผลอตำหนิแบบไม่ไว้หน้า
"ถ้าคุณไม่คิดทำไอ้บ่อนบ้าเนี่ย ก็คงไม่มีคนต้องเดือดร้อนมากมายขนาดนี้ พี่ฉันก็ไม่ต้องมาพลอยรับเคราะห์ไปด้วย"
ษมาถึงกับหน้าเสีย
"ผมรู้ว่าต้นเหตุมันมาจากคาสิโนของผม แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะผมเลยนะวารี"
สาระวารีห่วงพี่จนพาลไปทั่ว น้ำเสียงแดกดัน

"แต่คุณก็ทำไปแล้ว ความฝันของคุณ ของพ่อ ธุรกิจที่ดีช่วยสร้างงานให้คนอื่น คุณก็สรรหาข้ออ้างมาพูดสร้างภาพให้คุณดูดี จริงๆมันก็แค่ธุรกิจบาป รอบตัวคุณถึงต้องมีคนเจ็บคนตายไม่จบไม่สิ้น"

มนต์จันทรา ตอนที่ 12 (ต่อ)

สาระวารีจ้องษมาเขม็ง หลังระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่ ษมารู้สึกผิด
"ผมเสียใจนะวารี"
สาระวารีสวนทันควัน น้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความอัดอั้น
"เก็บคำเสียใจ คำขอโทษของคุณไว้บอกกับพี่สาวฉันเถอะ เห็นรึยังล่ะว่าทำไมฉันถึงได้เกลียดการพนัน ต่อต้านการสร้างคาสิโนของคุณ ถ้าสะมาเป็นอะไรไป ฉันจะไม่มีทางให้อภัยคุณเด็ดขาด แล้วเราก็จะไม่มีวันได้เจอ
หน้ากันอีกเลยตลอดชีวิต"
สาระวารีเจ็บใจจนน้ำตาคลอเบ้า เธอขบกรามแน่นจ้องหน้าเขา ก่อนจะเดินเลี่ยงไป ษมาพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะความวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับสาระวารีอยู่ตอนนี้ สาเหตุทั้งหมดก็มาจากบ่อนของเขาทั้งสิ้น

พิพัชเดินยกกาแฟมาเสิร์ฟให้ษมาที่นั่งคุยโทรศัพท์มือถืออยู่บริเวณล็อบบี้ของรีสอร์ต
"โอ.เค.ได้เรื่องยังไง แล้วโทรบอกฉันด้วยละกัน"
ษมาถอนใจ กดตัดสายไป
"กาแฟครับ"
"นั่งก่อนสิ"
"มีความคืบหน้ารึยังครับ" พิพัชนั่งลง
ษมาส่ายหน้าอย่างเครียดๆ พิพัชห่วงความรู้สึกเจ้านาย
"คุณอย่าเอาคำพูดของคนงี่เง่าอย่างงั้นมาใส่ใจเลยนะครับ"
ษมาเหลือบตามองพิพัช
"พูดแรงไปรึเปล่า"
พิพัชแอบจ๋อย
"ถ้าคุณว่าแรงไป ผมก็ขอโทษ แต่มีอย่างเหรอครับมาโทษว่าคุณเป็นต้นเหตุเพราะทำคาสิโน เราทำของเราถูกกฎหมาย ไอ้พวกที่คิดจะมาแย่งต่างหากที่ผิด แทนที่จะด่ามัน กลับมาด่าเราซะนี่"
ษมาหน้านิ่ง
"แต่วารีเค้าก็พูดถูกนะ ฉันเป็นต้นเหตุของความเดือดร้อนของเค้าทั้งหมดจริงๆ"
พิพัชถอนใจอย่างไม่เห็นด้วย
โทรศัพท์มือถือของษมาก็ดังขัดจังหวะขึ้นพอดี ษมาดูเบอร์โชว์ บอกพิพัช "โศภี"
ษมากดรับ
"ผมนึกว่าคุณจะโทรมาเร็วกว่านี้ซะอีก"
โศภีกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ห้องรับแขก โดยมีดิตถ์อยู่ใกล้ๆ โศภียิ้มแย้มคุย
"แหม ถ้าโศรู้ว่าคุณรอโทรศัพท์โศอยู่ โศคงโทรมาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ"
ษมาหน้าบึ้งตึงคุยมือถือ
" เข้าเรื่องเลยเถอะโศ ผมไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำกับคุณ"
โศภีคุยมือถือ ยิ้มแย้ม
"โศก็แค่จะโทรมาถามคุณ ว่ามีอะไรให้โศช่วยรึเปล่า"
"จะคิดค่าช่วยเหลือเท่าไหร่ล่ะ หุ้นส่วนคาสิโนที่พระฮามเป็นยังไง"
โศภีขำๆ
"ก็ขึ้นอยู่กับน้ำใจของคุณดีกว่าค่ะษมา โศไม่เรียกร้องเกินกว่าที่คุณจะจ่ายไหวหรอกค่ะ"
โศภีหันไปสบตากับดิตถ์ ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กัน ษมาฟังข้อเสนอของอีกฝ่ายถึงกับหน้าเครียดไปทันที
"ขอเวลาผมตัดสินใจบ้างได้มั้ย"
"ได้ค่ะ แต่อย่านานนักนะ โศเป็นห่วงความปลอดภัยคนของคุณ"
โศภีกดวางสาย
พิพัชถามทันที เมื่อษมาวางสาย
"ฝีมือพวกมันอีกแล้วใช่มั้ยครับ"
ษมาพยักหน้ารับ
ฝ่ายโศภีและดิตถ์คุยกัน
"ไอ้ษมามันกะถ่วงเวลาล่ะสิ คงวางแผนหาทางชิงตัวประกันอยู่แน่ๆ" ดิตถ์ขำหยัน
โศภีสีหน้าเป็นห่วง
"ฉันว่าย้ายนังนักข่าวไปที่อื่นดีกว่า ที่นี่หาง่ายเกินไป"
ดิตถ์คิดตามพยักหน้าเห็นด้วย

ณ บ้านร้างแห่งหนึ่ง แลงกำลังใช้ผ้าปิดตาสาระสะมา พอแน่ใจว่าเธอไม่เห็นแน่ แลงก็พาสาระสะมาเดินมาที่รถซึ่งมีลูกน้องดิตถ์ 2 คนยืนรออยู่ สาระสะมาถูกจับมัดมือไพล่หลังเอาไว้
"เร็วๆหน่อยไอ้แลง ทั้งตำรวจ ทั้งคนของไอ้ษมาวิ่งกันให้พล่านไปหมดแล้ว เดี๋ยวได้โดนลากเข้าคุกกันหมดหรอก"
แลงหันไปดุสาระสะมา
"เดินเร็วๆหน่อยสิ"
แลงพามาที่รถ ก่อนจะเปิดประตูให้สาระสะมาเข้าไปนั่ง เธอนั่งนิ่งรวบรวมสมาธิ แม้จะปิดตาแต่ก็พยายามเก็บข้อมูลรอบตัวเต็มที่ แลงเข้าไปนั่งในรถ ก่อนที่ลูกน้องดิตถ์จะขับรถออกไป

ผ่านเวลาซักครู่ ท่ามกลางบรรยากาศหมู่บ้านริมทะเล ชาวบ้านกำลังตากปลาเค็มเต็มไปหมด รถของลูกน้องดิตถ์กำลังแล่นมาตามทาง ลูกน้องดิตถ์คนหนึ่งกดปุ่มลดกระจกลงเพื่อจะสูบบุหรี่ ทันใดนั้น กลิ่นปลาเค็มจากข้างนอกก็ลอยเข้ามาในรถ
ลูกน้องคนที่ 1ถาม
"ทำอะไรของเอ็งวะ"
ลูกน้องคนที่ 2 บอก
"ข้าอยากดูดบุหรี่ซักตัว"
ลูกน้องคนที่ 1หน้าเหยเก
"ทนหน่อยไม่ได้รึไงวะ เหม็นจะตายอยู่แล้ว"
"เออๆ"

ลูกน้องคนที่ 2 กดปุ่มปิดกระจก สาระสะมาสูดลมหายใจลึกๆเข้าไป ได้กลิ่นปลาเค็มจากภายนอก ก็เก็บข้อมูลเอาไว้ว่ารถแล่นผ่านหมู่บ้านที่มีการทำปลาเค็ม

ผ่านเวลาซักครู่ ในบ้านกบดานของโศภี แลงกับลูกน้องดิตถ์เปิดประตูห้องนอน ก่อนจะแกะผ้าผูกตาให้ แล้วผลักสาระสะมาเข้าไป เธอมองไปรอบๆห้อง แลงพูดอย่างหมั่นไส้
"แกนี่โชคดีจริงๆ โดนจับตัวมาแท้ๆ ยังได้อยู่ห้องสบายๆอีก"
ลูกน้องคนที่ 1ยิ้มๆบอก
"ธรรมดาโว้ย ต้องเก็บเอาไว้ต่อรอง ถ้าบุบสลายไปก็ราคาตกสิวะ"
ลูกน้องคนที่ 2 ส่งตาเจ้าชู้มามองสาระสะมา
"งามๆ ยังงี้ ตกถึงท้องข้าซักคนจะเป็นพระคุณ"
ลูกน้องทั้ง 2 คนต่างหัวเราะชอบใจกัน สาระสะมาดูกลัวๆ เหมือนกัน
ลูกน้องคนที่ 1บอก
"ผู้หญิงแค่คนเดียว เอ็งเฝ้าไปละกันไอ้แลง พวกข้าจะไปหาเหล้ากิน"
"เออ ไปเหอะ"
ลูกน้องทั้งคู่เดินออกจากห้องไป แลงชี้หน้าขู่
"จบเรื่องคาสิโนเมื่อไหร่ ฉันไม่เก็บแกไว้แน่"
แลงเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตู สาระสะมามองไปรอบๆ สายตาไปสะดุดอยู่ที่ที่เขี่ยบุหรี่ซึ่งวางอยู่ที่หัวเตียง เธอมีสีหน้าใช้ความคิดเล็กน้อย เธอมองไปรอบๆ ห้องเพื่อหาอะไรที่พอจะมาหั่นเชือกที่ผูกมือตนอยู่ได้
เวลาต่อเนื่อง ที่บ้านร้างหลังเดิม ประตูบ้านถูกผลักเปิดออก พร้อมกับที่ษมา พิพัช จันเลา และลูกน้องส่วนหนึ่ง เข้ามาในบ้าน ภายในบ้านว่างเปล่า แต่มีกล่องข้าวที่แลงกินเหลือตกอยู่ จันเลาเดินสำรวจ แล้วหยิบกล่องข้าวขึ้นมาดู ใช้ช้อนเขี่ยดูไปมา
จันเลาเจ็บใจ โยนกล่องข้าวทิ้ง
"น่าจะเพิ่งไปได้ไม่นานนะครับ"
ษมากับพิพัชหน้าเครียดขึ้นมา
"มันระวังตัวขนาดนี้ ท่าทางจะตามหาตัวคุณสาระสะมาได้ไม่ง่ายแล้วล่ะครับ" พิพัชบอก
"เราก็เต็มที่เท่าที่มีเวลา ถึงที่สุดจริงๆ ฉันคงต้องยอมคุยเรื่องสัมปทานกับพวกมัน" ษมาบอก
พิพัชตกใจสุดๆ ไม่เห็นด้วย
"คุณษมาจะยอมตามข้อเรียกร้องของมันจริงๆ เหรอครับ"
ษมาหน้าเครียดเดินนำกลับออกไป ไม่ตอบอะไร พิพัชและจันเลาชำเลืองมองหน้ากัน ต่างมีสีหน้าไม่เห็นด้วยเลย

เวลาเที่ยง บ้านพักษมาที่รีสอร์ต สาระวารีนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว สายตาเหม่อลอย ไม่ยอมแตะต้องอาหารบนโต๊ะแม้แต่น้อย สมบูรณ์ และอรุณฉายเดินเข้าบ้านพักมา พอเห็นเธอไม่ทานข้าว อรุณฉายก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
"คุณวารี ยังไม่ได้ทานข้าวอีกเหรอคะ ได้เวลาทานยาแล้วนะคะ"
สาระวารีสีหน้าเครียดหนัก
"ฉันทานไม่ลงหรอกค่ะ" เธอหันไปพูดกับสมบูรณ์
"ลุงบูรณ์คะ ได้ข่าวสะมารึยังคะ"
สมบูรณ์สีหน้าไม่สบายใจนัก
"ยังเลย แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ พวกมันเข้าใจว่าหนูสะมาเป็นหนูวารี ก็เลยคิดจะเอามาต่อรองกับคุณษมา ลุงคิดว่ามันคงไม่กล้าทำอันตรายอะไรหนูสะมาตอนนี้หรอก"
สาระวารีเป็นห่วงมาก
"แล้วถ้าพวกมันรู้ความจริงล่ะค่ะลุง"
สมบูรณ์คิดตาม สีหน้ากึ่งหนักใจอยู่เหมือนกัน แต่พูดบวกไว้ก่อน
"ยังไงหนูสะมาก็คือพี่สาวแท้ๆ ของหนู แม้จะไม่ใช่ตัวประกันที่ดีเท่า แต่พวกมันก็คงรู้ ว่ายังไงคุณษมาก็ไม่ยอมปล่อยให้หนูสะมาเป็นอันตรายเด็ดขาด"
สาระวารียังไม่วางใจ
"แต่ถึงยังไง ก็คงไม่มีใครยอมเอาคาสิโน ลงทุนมหาศาล ไปแลกกับคนที่ไม่ใช่แม้แต่ญาติห่างๆ ของตัวเองหรอกค่ะลุง"
สมบูรณ์สีหน้าขรึมลง
"หนูดูถูกน้ำใจคุณษมาเกินไปแล้วล่ะ ร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งขนาดนี้ ยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าคุณษมาเป็นคนยังไง"
สาระวารีน้ำตารื้นขึ้นมา พูดไปก็น้ำตาท่วมขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยความเป็นห่วงพี่สาว และหลายอารมณ์ประดังประเดเข้ามา
"แต่คาสิโนที่พระฮาม มันสำคัญกับเค้ามากเลยนะคะลุง มันคือความฝันทั้งชีวิตของเค้า เค้าทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจสร้างมันมาจากศูนย์ อีกไม่กี่ก้าวมันก็จะเสร็จสมบูรณ์ เป็นหนู หนูก็ไม่ยอมแลกหุ้นมูลค่ามหาศาลขนาดนั้นกับชีวิตพี่สาวผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เพิ่งจะเข้ามาในชีวิตเค้าไม่ถึงเดือนดีหรอกค่ะ เป็นลุง ลุงจะทำมั้ยคะ"
สมบูรณ์ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน สาระวารีเดินเลี่ยงกลับไปเข้าห้องพัก อรุณฉายที่เงียบฟังอยู่นานก็เดินตามเธอเข้าไป สมบูรณ์ได้แต่ถอนใจยาวออกมาอย่างหนักใจแทนทุกฝ่าย

เวลาบ่าย บ้านกบดานของโศภี แลงเปิดประตูห้องเข้ามา เพื่อจะเอาข้าวมาให้สาระสะมา... มือนึงถือจานข้าว อีกมือนึงถือโทรศัพท์มือถือ
ทันใดนั้น แลงก็ต้องตกใจมาก เมื่อเห็นสาระสะมานอนทุรนทุรายอยู่ที่พื้น ทั้งๆที่ถูกจับมัดมือเอาไว้ แลงรีบวางจานข้าวแล้วเข้าไปดูอาการ
"เฮ้ย เป็นอะไรวะ อย่ามาสำออยนะโว้ย"
สาระสะมาทุรนทุราย หอบหายใจรุนแรง

"ฉันเป็นหอบ ขอยาให้ฉันหน่อย"

แลงชักระแวง
"อย่ามาลูกเล่นหน่อยเลย ฉันไม่หลงกลแกหรอก"
สาระสะมาหอบหายใจหนักขึ้น ท่าทางทรมานมาก แลงเห็นท่าไม่ดี
"ยาอยู่ไหนล่ะ"
สาระสะมามีอาการหอบหนัก
"กระเป๋าหลัง"
แลงเอาจานอาหารและโทรศัพท์มือถือไปวางที่โต๊ะข้างๆ แลงตั้งท่าจะหยิบยาที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังให้
สาระสะมาโวยวาย
"อย่ามาถูกตัวฉันนะ ฉันหยิบเอง แกพ่นยาไม่เป็นหรอก"
แลงหงุดหงิด
"เรื่องมากจริงโว้ย"
"ถ้าฉันเป็นอะไรไป แกเดือดร้อนแน่" สาระสะมาทำท่าหอบจะเป็นจะตายให้สมบทบาทต่อ
แลงยอมยอมแก้เชือกมัดมือให้สาระสะมา
ทันใดนั้นเอง สาระสะมาก็เอาตัวกระแทกแลงสุดแรงเกิด จนแลงผงะถอยออกไป เธอรีบหยิบที่เขี่ยบุหรี่หินอ่อนซึ่งหมายตาไว้ ฟาดเข้าใส่ศีรษะแลงทันที สุดแรงเกิด
"โอ๊ย"
แลงโดนฟาดจนหน้าผาก หางคิ้วแตก สาระสะมาฉวยโทรศัพท์มือถือแลงได้วิ่งตะบึงหนีออกไปจากบ้านทันที แลงจะตามไป แต่ยกมือขึ้นจับบริเวณที่แตก เจ็บมาก เลือดไหลไม่หยุด

ผ่านเวลาเล็กน้อย สาระวารีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือด้วยความตื่นเต้นสุดๆ
"แล้วตอนนี้นายอยู่ไหน เราจะได้รีบโทรบอกให้คนไปรับ"
สาระสะมากำลังหลบหนีไป คุยโทรศัพท์มือถือไป ในที่รกร้างทางเปลี่ยวไม่มีผู้คน
"เราก็ไม่รู้ ตอนมันพามาเราถูกผูกตาไว้ แต่เรากะว่าน่าจะห่างจากท่าเรือไม่เกินครึ่งชั่วโมง"
"แล้วรถขับเร็วมากรึเปล่า"
สาระสะมานึกๆ
"ไม่เร็วมากเท่าไหร่"
สาระวารีเก็บข้อมูลเต็มที่
"งั้นนายหาที่ซ่อนอยู่แถวนั้นก่อน เดี๋ยวเราจะบอกคุณษมาให้เค้าพาตำรวจไปช่วยนาย"
สาระสะมานึกบางอย่างออก
"นึกออกแล้ววารี ระหว่างทางเราได้กลิ่นเหมือนปลาเค็มเหม็นมากเลย"
สาระวารีสีหน้ารวบรวมข้อมูล
"คิดว่าเราเคยผ่านทางนั้นนะ รู้สึกจะเป็นหมู่บ้านชาวประมง... นายระวังตัวด้วยนะ"
สาระวารีฟังปลายสาย สีหน้าเครียด ก่อนกดตัดสายไป แล้วรีบต่อสายถึงษมาทันที
ทางด้านสาระสะมาหลบหนีต่อไปให้ไกลบ้านที่สุด

ษมากำลังคุยกับพิพัชในรถของบริษัท มีคนขับรถและสมบูรณ์นั่งมาด้วย
สมบูรณ์กำลังคุยมือถืออยู่
"คุณสะมาแอบใช้โทรศัพท์มือถือแลงโทรหาคุณวารี ยังงี้ก็หมดข้อสงสัยแล้วล่ะครับ"
ษมามีสีหน้าเจ็บใจ
"อยู่แต่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง"
"จะเป็นใครไปได้ ถ้าไม่ใช่นายดิตถ์กับคุณโศภี" พิพัชบอกพลางถอนใจพรวด
สมบูรณ์กดตัดสายก่อนหันมาบอกษมา
"ตำรวจกำลังตามหาหนูสะมามาจากอีกฟากนะครับ"
พิพัชทำจมูกฟุดฟิดเล็กน้อย
"ถึงหมู่บ้านประมงแล้วครับ"
สมบูรณ์ และพิพัช กวาดตามองหาสาระสะมาไปตามข้างทางที่รถผ่าน ษมาหยิบโทรศัพท์มือถือมาเลื่อนหาเบอร์โทรของแลง

สาระสะมาวิ่งหนีออกมาจากข้างทางจนเห็นถนนอยู่ข้างหน้า เธอดีใจมาก รีบหลบมุม ย่อตัวลงนั่งซุ่มกลัวมีคนตามมาจับ เธอหยิบมือถือแลงขึ้นมาหาเบอร์โทรษมาจากเครื่องของแลง
สาระสะมาเจอเบอร์ชื่อษมาตั้งท่ากดโทรออก ไม่คาดคิด ขาแลงข้างหนึ่งปาดมาเตะใส่มือสาระสะมาจนมือถือกระเด็นไป เธอหันมองอย่างตกใจ เห็นแลงที่มีแผลข้างคิ้วและเลือดซึมๆ ยืนอยู่ แลงมีสีหน้าโกรธจัด
ขณะนั่นเองมีชายชาวบ้านคนหนึ่งซิ่งมอเตอร์ไซค์ผ่านมา สาระสะมาพุ่งตัวไปประชิดถนน ตะโกนขอความช่วยเหลือทันที
"ช่วยด้วยW
ไม่ทันจะตะโกนได้ความ แลงก็ปาดเข้าล็อกตัวสาระสะมาปิดปาก มอเตอร์ไซค์ซิ่งเร็วเสียงดังเกินกว่าจะได้ยิน สาระสะมาดิ้นขัดขืนจะหนี
เสียงโทรศัพท์มือถือแลงที่พื้นเสียงเรียกดังขัดขึ้นมา แลงตกใจมากกับเสียงเรียกเข้าพิเศษที่ตั้งไว้สำหรับษมาคนเดียว แลงปล่อยมือที่ปิดปากสาระสะมาให้หลวมออก
"คุณษมา"
สาระสะมาสะบัดหน้าออกจากมือแลงที่ปิดปาก พยายามพูดออกมา
"ฉันใช้มือถือนายโทรหาวารี"
แลงสีหน้าตกใจมาก

"คุณษมารู้แล้วล่ะว่านายเป็นคนจับตัวฉันมา"

แลงดูสติแตกตื่นกลัวเล็กน้อย
ขณะนั้นเอง รถษมาก็มาถึงที่เกิดเหตุพอดี เขาปาดเข้ามาหาสาระสะมาไว้ทันที แลงดูตื่นกลัวมาก ผลักสาระสะมาถลาไปข้างหน้า แล้ววิ่งตะบึงหนีไปอย่างเร็ว ษมา สมบูรณ์และพิพัชรีบลงจากรถ...
ขณะที่ษมารีบเข้ามาประคองสาระสะมา ส่วนสมบูรณ์และพิพัชวิ่งกวดตามแลงไป
"มันทำอะไรคุณรึเปล่าครับ" ษมาถามด้วยความเป็นห่วง
สาระสะมายังมีสีหน้าตื่นตกใจไม่หาย ได้แต่ส่ายหน้าไปมา

เวลาเย็นต่อเนื่องมา สาระวารีโผเข้าสวมกอดกับพี่สาวทันทีที่เจอหน้ากันที่โถงบ้านพักส่วนตัวของษมาที่รีสอร์ต ษมาเดินตามเข้าบ้านมาด้วย
"พวกมันไม่ได้ทำร้ายอะไรนายใช่มั้ย"
สาระสะมาส่ายหน้า
"มันคิดว่าเราคือนาย ต้องการใช้เราเป็นเครื่องมือต่อรองกับคุณษมา มันเลยดูแลเราอย่างดี"
"ตอนนี้ทางตำรวจกำลังตามล่าตัวเจ้าแลงอยู่"
สองพี่น้องหันมามองทางษมา
"ส่วนบ้านที่ใช้ขังคุณ กำลังตรวจสอบว่าเป็นของโศภีหรือนายดิตถ์รึเปล่า ถ้ามีความเกี่ยวข้องกัน ก็คงขยายผลต่อไปถึงตัวการได้ไม่ยาก"
สาระวารี แขวะ
"นี่จะต้องมีคนมารับเคราะห์เพราะคาสิโนของคุณอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้นะคะ"
ษมาหน้าเจื่อนไปทันที สาระสะมารีบปรามน้อง
"วารี"
สาระวารีมองหน้าพี่สาว
"โทษทีนะที่ทำให้นายต้องเดือดร้อนไปด้วย เราสัญญาว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย เราสองคนจะไม่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจอุบาทว์นี่อีกต่อไปแล้ว"
ษมาอึ้งๆไป สาระสะมามีสีหน้าไม่สบายใจนัก สาระวารีจูงมือพี่สาวพาเดินเข้าไปพักผ่อนในห้อง
ษมามีสีหน้าซึมๆ แม้จะช่วยสาระสะมากลับมาได้ แต่สถานการณ์ระหว่างเขากับสาระวารีก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย

สาระสะมาเข้าห้องพักเดินนำมานั่งที่เตียงหันไปต่อว่าน้องสาวที่เดินตามเข้ามา
"ทำไมนายถึงพูดจาแบบนั้น รู้ตัวมั้ยว่า แย่มาก"
สาระวารีสีหน้าบึ้งตึง
"ก็เราพูดจริง ที่นายต้องมาซวยแบบนี้ ก็เพราะไอ้บ่อนบ้าๆ ของเค้านั่นแหละ ถ้าเราจะเหวี่ยงจะวีนใส่เค้าบ้าง ก็ไม่เห็นจะแปลก"
"คุณษมาเค้าได้สัมปทานคาสิโนมาอย่างถูกกฎหมายนะวารี คนที่คิดแย่งชิงด้วยวิธีสกปรกตะหากที่ผิด ไม่ใช่คุณษมาซะหน่อย"
สาระวารีเถียงไม่ออก ได้แต่เหยียดปากใส่
"นายรู้มั้ยว่าลุงบูรณ์บอกเราว่ายังไง ลุงบูรณ์บอกว่าคุณษมาจะตามหาเราวันนี้อีกวันนึง ถ้าไม่เจอ เค้าตั้งใจจะยอมแลกตัวเรากับข้อเสนอของพวกนั้น"
สาระวารีนิ่งไปอย่างรับฟัง พี่สาวจ้องหน้าน้องสาวนิ่ง
"เค้าแทบไม่รู้จักเราเลยด้วยซ้ำ แต่ที่เค้ายอมทำเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะนาย นายมีความสำคัญกับเค้ามากนะวารี เค้าไม่อยากเห็นคนที่เค้ารักต้องเสียใจ"
สาระวารีหลบสายตาไป
"ลองเปิดใจซักครั้งเถอะวารี"
สาระวารีตัดบทดื้อๆ
"นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ถูกแลงมันฟาดหัวมา"
สาระวารีเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไป สาระสะมาได้แต่ถอนใจส่ายหน้าในความหัวรั้นของน้องสาว

ผ่านเวลาเล็กน้อย ษมานั่งซึมๆอยู่ที่ล็อบบี้รีสอร์ต เพราะคิดมากเรื่องสาระวารี พิพัชเดินเข้ามาหาก็พลอยไม่สบายใจตามไปด้วย ษมาเหลือบมองพิพัชนิดนึง
"มีอะไรคืบหน้ามั้ย"
"ยังครับ แล้วคุณวารีหายโกรธรึยัง"
ษมาได้แต่ถอนใจออกมา
"ผมบอกคุณษมาแต่แรกแล้ว ว่าคุณวารีไม่เหมาะกับคุณหรอก"
"แกมันอคติ" ษมาบอก
"คุณก็รู้ คุณวารีมีปมฝังใจเรื่องบ่อน เค้ากับคุณเหมือนเดินบนทางคู่ขนาน ถึงจะเดินข้างๆกัน แต่ก็ไม่มีทางมาบรรจบกันได้หรอกครับ"
ษมาถอนใจยาวออกมาอีกที ลุกขึ้นจะเดินหนีไม่อยากฟังให้ตอกย้ำ พิพัชเดินตามไปพูดอีก
"ตัดใจซะเถอะครับ นึกถึงงานใหญ่ที่กำลังรอคุณอยู่ดีกว่า เมื่อเค้าไม่อยากร่วมฝันเดียวกับคุณ ก็ปล่อยให้เค้าตื่นไปเถอะครับ"
ษมานิ่งไปอย่างคิดตาม ก่อนถามพิพัชกลับไป
"ตกลงนี่ฉันกำลังฝันดีอยู่รึเปล่า"

ษมาสีหน้าลังเลเล็กน้อยมองหน้าพิพัช ก่อนเดินนำออกไป พิพัชมองตามเจ้านายด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก เข้าใจในความรู้สึก มีแววตาเห็นใจษมาขึ้นมาอยู่เหมือนกัน

อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

มนต์จันทรา ตอนที่ 12 (ต่อ)

บรรยากาศเมืองตราดตอนหัวค่ำ ในห้องลับแห่งหนึ่ง แลงหลบมาพบกับโศภีและดิตถ์ แลงยกมือไหว้
"ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ ผมพลาดไปแล้ว ผมขอโทษ"
โศภีโมโหมาก
"ผู้หญิงแค่คนเดียวก็คุมไม่อยู่ เพราะความโง่ของแกแท้ๆ เลย แผนการพังป่นปี้หมด มันน่าจะส่งตัวไปอยู่กับพี่สาวแกซะจริงๆ"
โศภีชักปืนออกมาจ่อใส่แลง แลงดูเกรงกลัวมาก
"ใจเย็นก่อนน่าคุณโศ ฆ่ามันไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก"
โศภีถอนใจเซ็งๆ ยอมเก็บปืน ดิตถ์เข้ามาพูดกับแลง
"เอ็งน่าจะรู้ตัวดีนะไอ้แลง ว่าตอนนี้ตำรวจตามล่าตัวเอ็งไปทั่วจังหวัด เอ็งไม่มีที่ไปแล้ว นอกจากพึ่งบารมีข้ากับคุณโศ"
แลงเงียบกริบเหลือบตามองดิตถ์ที่ยิ้มเจ้าเล่ห์
"ถ้าเอ็งอยากรอด อยากให้พวกเราช่วยคุ้มกะลาหัวให้เอ็ง ก็เหลืออยู่ทางเดียว"
"อะไรเหรอครับคุณดิตถ์"
"พาพวกเราลอบขึ้นเกาะยานก"
แลงชะงักไปดูหวาดกลัวและลังเล ดิตถ์และโศภีหันไปยิ้มให้กันอย่างพอใจ

สาระวารีเดินเล่นใช้ความคิดมาอยู่ที่สวนหย่อมรีสอร์ตตอนหัวค่ำ มีสายตาแอบมอง จนเธอรู้สึกตัว หันกลับไปมอง บริเวณพุ่มไม้มีการขยับ เคลื่อนไหว เธอตกใจ ระวังตัว มองหาอะไรในบริเวณนั้นที่จะใช้เป็นอาวุธได้
"ใครน่ะ" สาระวารีตะคอกใส่
คนหลังพุ่มไม้ไม่ยอมออกมา สาระวารีตะโกนลั่น
"ช่วยด้วย"
"ผมเอง" ษมารีบออกมาจากพุ่มไม้
สาระวารีชะงักไป จะเดินเลี่ยง แต่ษมารีบวิ่งไปขวางหน้า เธอเบือนหน้าหนี ษมารีบพูดทันที
"ผมขอโทษ"
สาระวารีหน้านิ่ง
"คุณจะมาขอโทษฉันเรื่องอะไร"
ษมาหน้าขรึมลง
"ก็เรื่องที่คุณต้องบาดเจ็บ แล้วก็เรื่องพี่สาวคุณถูกจับตัวไปไงครับ สาเหตุมันมาจากผมทั้งนั้น ผมก็เลยอยากจะขอโทษคุณอีกครั้ง"
สาระวารียิ้มกวนๆ
"คุณยอมรับได้แล้วเหรอคะ ว่าคาสิโนของคุณ มันคือตัวต้นเหตุ"
ษมาถอนใจออกมา จ้องตาสาระวารี
"จริงๆ แล้วตัวผมเองตะหากที่เป็นตัวต้นเหตุ เพราะถ้าผมไม่เห็นแก่ตัว อยากให้คุณอยู่ที่นี่กับผมนานๆ ทุกอย่างก็คงไม่บานปลายขนาดนี้"
สาระวารีอึ้งไปเล็กน้อย
"ถ้าผมยอมให้คุณกลับกรุงเทพไปซะแต่แรก คุณก็ไม่ต้องมาเจ็บตัว พี่สาวคุณก็ไม่ต้องถูกจับไปเป็นตัวประกัน"
ษมาสีหน้ารู้สึกผิด สาระวารีมองหน้าแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้
"ถือว่าฉันรับคำขอโทษของคุณก็แล้วกัน"
ษมายิ้มออกมาอย่างดีใจ
"แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันยอมรับเรื่องคาสิโนของคุณได้แล้วนะคะ มันคนละเรื่องกัน แยกให้ออกด้วย"
ษมาหน้าเสียไป
"ยังไงคุณก็มองข้ามมันไปไม่ได้จริงๆ เหรอวารีทั้งๆ ที่เรา..."
ษมาหยุดเล็กน้อย สาระวารีช้อนตาขึ้นมองตาษมา เขาจงใจพูดตรงๆ อย่างชัดเจน
"เข้ากันได้แทบทุกอย่าง"
สาระวารีหลบสายตา
"ฉันทำใจทนอยู่กับสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าฉันบังคับให้คุณเลิก คุณก็คงไม่มีความสุข ให้ฉันอยู่กับมัน ฉันก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน"
ษมาถอนใจออกมา กับปัญหาโลกแตกที่แก้ไม่ตก
"รักษาทุกอย่างไว้เท่านี้ดีกว่าค่ะ ถึงจะเสียใจแต่ก็เข้าใจ อย่างน้อยก็ยังเหลือความรู้สึกที่ดีๆ อยู่ ฉันว่าดีกว่าดันทุรังทั้งๆ ที่รู้ว่ามีปัญหารออยู่ข้างหน้า ถ้าปล่อยไปถึงตอนนั้น เราอาจจะต้องจากกันด้วยความรู้สึกแย่ๆ ก็ได้"
ษมาจ๋อยๆ ซึมๆ
"ไม่มีทางออกอื่นเลยเหรอ"
"ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ใจของฉันอย่างเดียว"
"ผมรอได้มั้ย"
ษมาจ้องตาสาระวารี สีหน้าอ้อนวอน สาระวารีน้ำตารื้น
"ทางออกมันถูกปิดตายมานานแล้ว เสียเวลาเปล่าค่ะ"
สาระวารีเดินเลี่ยงไป ษมาปาดมือมาจับมือเอาไว้ แต่เธอพยายามจะดึงมือออก ษมาจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เธอเลื่อนอีกมือมาแกะมือเขาออกพร้อมน้ำตาเอ่อท่วมตา แล้วรีบเดินหนีไปอย่างเร็ว

ษมามองตามด้วยสีหน้าซึมเศร้า ดูใจห่อเหี่ยวไร้ความหวัง

เวลากลางคืน สาระสะมาในชุดนอนนั่งทาครีมบำรุงผิวอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในห้องพักบ้านษมาที่รีสอร์ต
ส่วนน้องสาวนั่งซึมเศร้าอยู่มุมห้อง สาระสะมาถอนใจออกมาหันไปมองน้องสาว
"พูดไปแล้วก็มานั่งเศร้า ไม่รู้จะพูดไปทำไม"
สาระวารีถอนใจ
"ก็ดีกว่าคาราคาซังแหละ ช้าเร็วก็ต้องพูดอยู่ดี จะให้เค้ามาเสียเวลากับเราไปทำไม"
"แล้วไงล่ะ พูดแล้วมีความสุขมั้ย"
สาระวารีถอนใจ
"หนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีความรู้สึกตัวเองมันหนียากนะวารี"
"เราไม่ได้หนี แต่เรารู้ใจตัวเองตะหาก ยังไงเราก็ไม่มีวันยอมรับคาสิโนของเค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราได้อยู่แล้ว"
"ไม่มีใครที่ดีพร้อมไปซะทุกอย่างหรอก ทำมองไม่เห็นบ้างไม่ได้รึไง"
"เราไม่ชอบหลอกตัวเอง"
"นายมันหัวดื้อ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"
สาระสะมาลุกเดินไปขึ้นเตียง สาระวารีตัดบท
"พรุ่งนี้ไปไหว้พ่อกันนะ เราบอกลุงบูรณ์ไปแล้ว เดี๋ยวลุงบูรณ์จะตามไปเป็นบอดี้การ์ดให้พวกเรา"
สาระสะมาพยักหน้ารับ แล้วสวดมนต์และเตรียมนอน ส่วนสาระวารี สีหน้าซึมอึดอัดว้าวุ่นใจ พิงศีรษะพักไปกับพนักเก้าอี้

วันรุ่งขึ้น เวลากลางวัน ภายในวัด สองพี่น้องปักธูปลงหน้าที่ฝังอัฐิพ่อ มีสมบูรณ์อยู่ใกล้ๆ และลูกน้องษมายืนคุมเชิงคุ้มกันสองสาวอยู่รอบๆ สาระวารีพูดเปรยขึ้นมา
"พ่อคงดีใจมากที่นายมา ตอนเด็กๆนายเป็นลูกรัก ไม่ว่าพ่อจะว่าอะไร นายไม่เคยเถียงพ่อซักคำ ไม่เหมือนเรา ทั้งเถียง ทั้งขโมยเงินพ่อ โดนตีประจำ"
สมบูรณ์ขำๆ
"เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว ยังไม่หายน้อยใจพ่อเค้าอีกเหรอหนูวารี"
สาระวารียิ้มๆ
"หนูไม่ได้น้อยใจแล้วค่ะลุงบูรณ์ หนูก็แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้ติดใจอะไรแล้วล่ะค่ะ"
"เห็นดื้อๆ ยังงี้ วารีเค้ารักพ่อมากนะคะลุงบูรณ์"
สาระสะมา จงใจพูดให้น้องคิด
"แต่ถ้าพ่อยังไม่ตาย แล้วเห็นวารีตอนนี้ พ่อคงเสียใจมาก ที่รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้วารีมีปมฝังใจจนถึงวันนี้"
สาระวารีเบือนหน้าไปทางอื่น รู้ว่าพี่พูดถึงเรื่องษมา
"เลิกพูดเถอะสะมา เราไม่มีวันเปลี่ยนใจหรอก"
สองพี่น้องต่างเงียบไป จนบรรยากาศรอบๆดูอึมครึมไปทันที สมบูรณ์เลี่ยงให้อยู่กันตามลำพัง
"เดี๋ยวลุงไปดูความเรียบร้อยที่ลานจอดรถก่อนนะ"
สมบูรณ์เดินเลี่ยงไป สาระสะมาหันไปมองที่เก็บอัฐิพ่อ ยกมือไหว้
"พ่อคะ พ่อช่วยดลใจเด็กดื้อหน่อยสิคะ ล้างสมองลูกสาวพ่อให้ลืมอดีต ปล่อยวางซะบ้างจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนดีๆ ก่อนที่จะเสียเค้าไป"
สาระวารีหน้าขรึมลง รู้ว่าพี่หวังดี แต่เธอลืมปมอดีตเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ

สมบูรณ์เดินออกมาที่บริเวณลานจอดรถของวัดเพื่อดูความเรียบร้อย คนขับรถก็นั่งรออยู่ในรถพร้อม
สมบูรณ์เดินมากวาดตามองไปรอบๆ ลานจอดรถ เหลือบเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนด้อมๆมองๆ อยู่ที่มุมหนึ่ง
สมบูรณ์ไม่ไว้วางใจเดินเข้าไปหาผู้ชายคนนั้น
"มีอะไรรึเปล่า"
ผู้ชายคนนั้นหันมา สายตาเลื่อนลอย เมายาอย่างเต็มที่ ก่อนที่จู่ๆ จะร้องลั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ยกมือไหว้ ร้องไห้
"ฉันกลัวแล้ว อย่าจับฉันเลยนะ ฉันไม่ได้ฆ่ามันตาย"
สมบูรณ์ส่ายหน้า
"เมายาแหงๆ ไป ไปที่อื่น ไป"
สมบูรณ์ส่ายหน้าจะหันไปเรียกลูกน้อง
ไม่คาดคิดจังหวะที่หันไปนั้น คนติดยาก็ชักมีดปลายแหลมออกมาแทงใส่สมบูรณ์ จนทรุดฮวบลงไปทันที
ลูกน้องษมาเดินนำสองพี่น้องกลับมาเห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งตะบึงเข้ามาหา
"ลุงจ่า"
คนติดยาวิ่งหนีเตลิด ลูกน้องบางส่วนวิ่งไล่ล่าคนติดยาไป ลูกน้องคนที่ 1 รีบเข้ามาประคองสมบูรณ์

ผ่านเวลาพักใหญ่ ษมาสีหน้าเคร่งเครียดเดินคุยกับสาระสะมาตามทางเดินในโรงพยาบาล
"คุณสะมาไม่ต้องแก้ตัวแทนวารีหรอกครับ เค้าอยากหลบหน้าผมมากกว่า จงใจออกไปซื้อของตอนที่ผมมาพอดี"
สาระสะมายิ้มบางๆ
"ในชีวิตวารี เค้าไม่เคยต้องเลือกอะไรที่มันยากขนาดนี้มาก่อน ต้องให้เวลาเค้าค่ะ คุณษมาอย่าโกรธวารีเลยนะคะ"
"ผมไม่โกรธหรอกครับ แต่ผมน้อยใจ ขนาดนี้ผมยังไม่ดีพอสำหรับวารีเค้าเลย" ษมามีสีหน้าน้อยใจ
"ไม่ใช่คุณไม่ดีพอหรอกค่ะ ต่อให้คุณดีกว่านี้อีกร้อยเท่าแต่ยังเป็นเจ้าของคาสิโนอยู่ สุดท้ายก็จะมาถึงทางตันที่เดียวกันนี่แหละค่ะ"
สาระสะมาถอนใจออกมาอย่างเห็นใจ ษมาหน้าขรึมลง ยอมรับว่าสาระสะมาพูดถูก
"ถ้าวารีเค้ามีมุมมองแบบคุณ ก้าวข้ามเรื่องในอดีตได้เหมือนกับคุณก็คงดีนะครับ"

"ถ้าวารีเหมือนกับฉันซะหมด คุณอาจจะไม่ชอบก็ได้"

ษมาอึ้งไปเล็กน้อยมองหน้าสาระสะมาๆ ยิ้มพร้อมยักไหล่ให้ สาระสะมาเปลี่ยนเรื่อง
"ตกลงคนที่ทำร้ายลุงบูรณ์เป็นคนติดยาจริงๆ หรือว่า คนของคู่อริคุณกันแน่คะ"
"ตำรวจกำลังตามจับตัวอยู่ครับ"
"ความจริงเป็นยังไงก็ช่าง แต่วารีควรรู้ว่าเป็นคนติดยานะคะ ถ้าไม่อยากตอกย้ำให้วารีรู้สึกแย่ไปกว่านี้อีก"
ษมามองหน้าสาระสะมา ก่อนจะถอนใจยาวออกมาอย่างหนักใจ

ษมากำลังคุยกับพิพัชที่มุมหนึ่งของโรงพยาบาล
"ตกลงเป็นพวกเมายาจริงๆครับ"
ษมาพยักหน้ารับทราบ
"ก็ดี ฉันก็ไม่อยากโกหกวารีเค้าเหมือนกัน"
พิพัชยิ้มกระเซ้า
"สรุปว่าคุณษมายังหวังปาฏิหาริย์"
ษมาเหล่มองพิพัชเล็กน้อย
"งั้นคราวนี้ก็เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วล่ะครับ"
ษมาแปลกใจ
"โอกาสสุดท้ายอะไร"
"ถ้าปล่อยให้คุณวารีกลับกรุงเทพเที่ยวนี้ ผมคิดว่าทำใจได้เลยว่าจบ"
ษมาอึ้งๆไป และเห็นด้วย
"เค้าคงรอฟังหมอคอนเฟิร์มว่า จ่าบูรณ์ปลอดภัยก็คงกลับกรุงเทพพร้อมกับพี่สาวเค้าเลย"
"ถ้าผมพอจะหาทางช่วยให้คุณวารีอยู่ต่ออีกซักหน่อยได้ล่ะครับ คุณษมาสนใจมั้ย"
ษมาเหลือบตามองพิพัช สีหน้าสนใจมาก พิพัชอมยิ้มอย่างมีแผนการ

เวลาหัวค่ำ พิพัชกำลังเดินคุยกับสาระสะมามาตามทางเดินหน้าห้องพักผู้ป่วย
"คุณสาระสะมาตั้งใจจะกลับกรุงเทพเมื่อไหร่เหรอครับ"
"ก็คงต้องแล้วแต่วารีเค้าน่ะค่ะ แต่ใจจริงก็เกรงใจพวกคุณที่ต้องมาคอยคุ้มกัน พลอยทำให้เดือดร้อนกันไปหมด"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ยิ่งคุณสะมาอยู่นานได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดีครับ"
สาระสะมามองพิพัชอย่างสงสัย
"คุณพิพัชพูดแปลกๆ ทำไมถึงอยากให้ฉันอยู่นานๆ ล่ะค่ะ"
พิพัชสีหน้าขอร้อง
"ผมอยากขอโอกาสสุดท้ายให้คุณษมาน่ะครับ"
สาระสะมามองหน้าพิพัช ยิ้มบางๆ พอจะเดาได้ว่าเรื่องอะไร

สาระวารีมานั่งคุยกับสมบูรณ์ในห้องพักผู้ป่วย
"เสียชื่อจ่ามือปราบหมดเลย"
สาระวารียิ้มๆ
"ไม่หรอกค่ะ สิบตายังรู้พลาด"
สมบูรณ์มองหน้าสาระวารี
"แต่ก็ยังดีที่พลาดที่ลุง ถ้ามันทำร้ายหนูวารีลุงคงรู้สึกผิดมาก"
สาระวารีสีหน้าแอบรู้สึกผิดจับมือสมบูรณ์
"ลุงต้องมาเจ็บตัวเพราะคุ้มกันหนูแท้ๆ เลย"
"ไม่ต้องคิดมากน่า มันเป็นหน้าที่ของลุง... ตอนนี้ลุงปลอดภัยแล้ว พักฟื้นไม่กี่วันก็วิ่งปร๋อแล้วล่ะ หนูวารีสบายใจได้"
สาระวารียิ้มให้
"ค่ะ เห็นลุงปลอดภัยแบบนี้แล้ว หนูก็หมดห่วง จะได้กลับกรุงเทพซะที"
สมบูรณ์ใจหายเล็กน้อย
"นี่หนูวารีจะกลับกรุงเทพเลยเหรอ แผลหนูหายดีแล้วเรอะ"
"ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ โดดงานมานานแล้วด้วย กลัวถูกไล่ออก"
"แล้วจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ"
"พรุ่งนี้ค่ะ"
สมบูรณ์หน้าเสีย
"พรุ่งนี้เลยเหรอ"
"ตั้งใจว่ายังงั้นค่ะ"
"คุณษมารู้รึยัง"
สาระวารีนิ่งไปเล็กน้อย
"ว่าจะบอกก่อนกลับน่ะค่ะ"
"ไม่บอกให้เค้าตั้งตัวหน่อยเหรอหนูวารี"
สาระวารีชะงักไป สบตาสมบูรณ์ที่มองตนเหมือนรู้ทันทุกอย่าง เธอหลบสายตา ตัดบท
"ลุงนอนพักดีกว่าค่ะ"

สาระวารีไปขยับผ้าห่มมาคลุมให้ สมบูรณ์มองตามแล้วได้แต่ถอนใจออกมากับความใจแข็งหัวรั้นของสาระวารีที่แก้ไม่หาย

รีสอร์ตษมาตอนเช้า สาระวารีกำลังเก็บเสื้อผ้าพับใส่เป้ สาระสะมาเดินเข้าห้องพักมา
"นายเก็บเสื้อผ้ารึยัง"
"ยัง"
"รีบเก็บซะซิ"
สาระสะมาทำหน้าตาย
"รีบเก็บไปไหน"
"อ้าว ก็กลับกรุงเทพน่ะสิ ไม่คิดถึงบ้านรึไง"
"ไม่หรอก เพิ่งจะมาเอง"
"แต่เรามานานมากแล้ว คิดถึงบ้านที่สุด"
"ก็เรื่องของนาย"
"นี่สะมา วันนี้เป็นอะไรของนาย พูดจากวนประสาท"
"นายเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยแล้วนะ หายเจ็บก็จะกลับ เราอุตส่าห์แลกสเก็จ กับเพื่อน มีวันว่างตั้งหลายวัน เรายังไม่ได้เที่ยวเลย"
"พูดแปลกๆ เห็นแก่ตัวตรงไหน หายเจ็บก็ต้องกลับสิ ตกลงนี่นายมาเยี่ยมเรา หรืออยากมาเที่ยวกันแน่"
"ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ"
สาระวารีถอนใจ
"นายเองก็ยังไม่หายดี พักฟื้นอีกวันสองวันก็ดีนะ"
"นายก็เห็นอยู่ ว่าที่นี่มันอันตรายสำหรับเราสองคน เกรงใจเค้าด้วย ต้องส่งคนมาคอยคุ้มครองเราตลอด"
"นายคิดว่า กลับกรุงเทพไปตอนนี้ ปลอดภัยกว่างั้นเรอะ แล้วคิดว่า คุณษมาจะไม่ส่งคนตามไปคุ้มครองเราที่กรุงเทพต่อรึไง"
สาระวารีอึ้งไป พี่สาวพูดก็จริง
"ทางที่ดีอยู่ดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่า เราก็จะได้เที่ยวพักผ่อนด้วย"
สาระวารีชายหางตามองพี่สาวแล้วถอนใจ
"แล้วนายอยากเที่ยวไหนล่ะ"
"เราชอบเกาะยานก อยากกลับไปพักที่นั่นต่อ"
สาระวารีอึ้ง จะอ้าปากพูด แต่พี่สาวพูดสวนขัดมาซะก่อน
"เราไปขอคุณษมาแล้ว คุณษมาเต็มใจ"
สาระวารีเหวอไปเลย
"นี่เค้าโทรไปสั่งจัดห้องพักให้เราสองคนใหม่แล้วนะ แล้วก็จ้างคุณพยาบาลกลับไปดูแลนายต่อด้วย" สาระสะมายิ้มแย้มพูด
สาระวารีได้แต่ถอนใจพรวดออกมา พับเสื้อผ้าต่อไปอย่างเซ็งๆ สาระสะมาแอบอมยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย

ยามบ่าย บรรยากาศสวยงามของเกาะยานก อรุณฉายเตรียมถ้วยใส่ยาพร้อมน้ำดื่มเดินตามหาสาระวารีออกมาที่หน้าระเบียง ขณะที่เธอทอดสายตามองไกลชมวิว
"มาอยู่ที่นี่เอง ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ"
อรุณฉายวางถาดใส่ยาไว้ที่โต๊ะข้างๆ
"พี่สาวคุณล่ะคะ"
สาระวารีสีหน้าแอบเซ็ง
"ไปเดินเล่นไหนก็ไม่รู้"
"ท่าทางคุณสาระสะมาชอบที่นี่มากเลยนะคะ พอมาถึงก็ถ่ายรูปใหญ่เลย"
"เข้าทางเค้าล่ะค่ะ รายนั้นเค้ารักธรรมชาติ รักสัตว์ อยู่แล้ว"
"ตรงข้ามกับคุณเลยนะคะ"
อรุณฉายฉุกคิดขึ้นก็หน้าเสีย
"อุ๊ย ขอโทษค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณพูดความจริง...เราสองคนพี่น้องเหมือนกันแค่หน้าตา แต่นิสัย ทัศนคติ มุมมองหลายเรื่องต่างกันเยอะ"
สาระวารีถอนใจ พูดเปรยลอยๆ
"ถ้าเค้าสองคนชอบกัน ป่านนี้ได้ปิดเกาะจัดงานแต่งไปนานแล้ว"
สาระวารีหันไปกินยา อรุณฉายมองตามสาระวารีงงๆ กับสิ่งที่พูดออกมา

ในเวลาต่อเนื่อง บริเวณบังกะโลชายหาด ดิตถ์ และ โศภีกำลังอ่านแผนที่เกาะยานกที่แลงเขียนขึ้น โดยมีแลงอยู่ใกล้ๆ ดิตถ์ชอบใจมาก
"มันต้องอย่างงี้สิวะไอ้แลง แผนที่ละเอียดดีมาก"
"แต่แค่นี้ยังใช้ไม่ได้หรอกครับคุณดิตถ์ ไอ้ษมามันวางเวรยามไว้แน่นหนา วันนึงใช้ยาม 4 ชุด แถมด้านหลังเกาะยังเลี้ยงหมาไว้อีก ถ้าใครผิดกลิ่นเข้าไป โดนมันฟัดเละแน่ นี่ยังไม่รวมกล้องวงจรปิด ที่ไอ้ษมามันสั่งติดเพิ่มอีกเกือบทั่วเกาะเลยนะครับ"
"ฉันก็ไปเกาะยานกตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นรู้เรื่องเลย" โศภีบอก
"รายละเอียดพวกนี้มีคนรู้ไม่กี่คนหรอกครับ ขนาดคนทำงานอยู่ในนั้นก็ไม่รู้ละเอียด ถ้าไอ้ษมามันไม่ไว้ใจผม ผมก็คงไม่รู้เหมือนกัน"

ดิตถ์ยิ้มพอใจ

มนต์จันทรา ตอนที่ 12 (ต่อ)

"เชื่อผมรึยังล่ะคุณโศ ผมบอกแล้ว ว่าไอ้แลงเหมาะที่สุดแล้วที่จะพาพวกเรากลับไปเชือดไอ้ษมา ผมเลี้ยงคนไม่ผิด"
ดิตถ์ขำๆชอบใจ แลงพูดอย่างมั่นใจ
"ใช้คน3-4คนลอบเข้าไปก็พอครับ ผมรู้ทางหนีทีไล่ดี คล่องตัวกว่าไปกันเยอะๆ"
"อย่าประมาทไอ้ษมาเกินไป แกน่าจะรู้จักเจ้านายเก่าแกดีกว่าพวกเรา" โศภีพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
แลงจ๋อยไป โศภีหันไปมองดิตถ์
"เราต้องคิดในใจเอาไว้ ว่านี่คือโอกาสสุดท้ายเราต้องปิดบัญชีให้ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องวางแผนให้ดีกว่าทุกครั้ง คราวนี้ต้องไม่มีคำว่าพลาดอีกเด็ดขาด" โศภีพูดสีหน้าจริงจัง
ดิตถ์มีสีหน้าใช้ความคิดรวบรวมแผนการชั่วร้ายในใจ โศภีสีหน้ามุ่งมั่นจริงๆ สายตากระหายชัยชนะ
บ่ายต่อเนื่องบนเกาะยานก สาระสะมากำลังถ่ายรูปวิวทิวทัศน์อยู่พร้อมกับขำๆ ออกมา เธอหยุดถ่ายภาพหันมามองพิพัชที่ยืนคุยอยู่ด้วยใกล้ๆ
"นี่คุณพิพัช ยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้อีกเหรอคะ"
"ถ้าเรื่องจับคู่คุณกับคุณษมา ผมเลิกคิดไปนานแล้วล่ะครับ แต่ผมก็ยังยืนยันนะครับ ว่าคุณเหมาะสมกับคุณษมามากกว่า อย่างน้อย คุณก็ไม่มีปมเรื่องการพนันรุนแรงแบบคุณวารี"
สาระสะมายิ้มแย้ม
"ความรักมันก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ ไม่มีใครกะเกณฑ์อะไรได้หรอก"
"ผมทราบครับ ผมถึงได้เลิกคิด แล้วหันมาเอาใจช่วยคุณษมาแทน"
"ฉันเองก็เอาใจช่วยคุณษมาเหมือนกันค่ะ ฉันอยากเห็นวารีลืมความทรงจำร้ายๆ แล้วมีความสุขกะเค้าได้ซะที"
พิพัชคิดอยู่ครู่นึง
"ถ้างั้นเรามาร่วมมือกันดีมั้ยครับ หาทางทำอะไรซักอย่าง ให้น้องสาวคุณยอมเปิดใจมากกว่านี้"
สาระสะมาขำๆ
"ไม่เอาดีกว่าค่ะ"
"อ้าว ทำไมล่ะครับ"
"ฉันว่า ความรักมันควรเริ่มต้นจากความจริงใจของคนสองคน ทุกอย่างควรตรงไปตรงมามากกว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมนะคะ"
พิพัชคิดตามที่สาระสะมาพูด ก็จริง
"ถ้าเค้าสองคนผ่านจุดที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ได้ด้วยตัวของพวกเค้าเอง ปัญหานี้ก็จะจบ ไม่เกิดเป็นประเด็นขึ้นมาอีก แต่ถ้าเค้าผ่านมันไปได้เพราะแผนการของเรา วันใดวันนึงปัญหานี้อาจจะปะทุขึ้นมาอีกก็ได้"
พิพัชหน้าเหยเก
"โห แล้วอย่างงี้เจ้านายผมจะสมหวังมั้ยเนี่ย"
"ปล่อยให้มันเป็นไปตามดวงของเค้าสองคนเถอะค่ะ"
สาระสะมายิ้มๆ เดินถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ต่อไป พิพัชได้แต่ถอนใจออกมา สีหน้าหนักใจแทนษมา

บ้านพักเกาะยกนกตอนหัวค่ำ สาระวารีกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องพัก อรุณฉายเคาะประตูห้องแล้วรีบเดินหน้าตาตื่นเข้ามา อรุณฉายมีท่าทางตกใจมาก
"คุณวารี ดูข่าวอยู่รึเปล่าคะ"
สาระวารีแปลกใจ
"เปล่าค่ะ มีอะไรเหรอคะ"
อรุณฉายร้อนใจปนตกใจบอก
"เมื่อกี๊ฉันทานข้าวอยู่ในครัวเห็นช่องข่าวเคเบิ้ล รายงานข่าวด่วนว่า บริษัทคุณษมาถูกคาร์บอมบ์ค่ะ มีคนบาดเจ็บตั้งหลายคนเลยนะคะ"
สาระวารีตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ สาระวารีรีบหันไปหยิบรีโมทกดเปิดทีวีทันที

เวลาหัวค่ำ ที่เกาะพระฮาม พวกลูกน้องษมากับลูกน้องโศภี กำลังยิงกันอย่างดุเดือด ลูกน้องโศภีพยายามจะบุกขึ้นเกาะ ส่วนลูกน้องษมาก็ยิงต้านทานไม่ให้บุกมาได้ แต่พวกลูกน้องโศภีมีมากกว่า ลูกน้องษมาเลยเริ่มเสียเปรียบ
ลูกน้องษมาคนที่ 1ว่า
"มันมากันเยอะเลยพี่ เอาไงดี"
ลูกน้องษมาคนที่ 2 ว่า
"เอ็งรีบไปที่แคมป์ เกณฑ์คนมาเพิ่ม แล้วส่งข่าวไปที่ยานก"
"ครับพี่"
ลูกน้องคนที่ 1 รีบถอนตัวจะกลับไปทำตามคำสั่ง ทันใดนั้นก็ถูกยิงตายคาที่ ลูกน้องคนที่ 2 ตกใจรีบยิงป้องกันตัวแล้วล่าถอยกลับไปแคมป์เอง ส่วนพวกที่เหลือก็ยิงต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างลุยกันเต็มที่ ไม่มีใครยอมใคร

ตำรวจกำลังกันชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ที่หน้ารีสอร์ตษมา ในขณะที่ตำรวจอีกส่วนกำลังช่วยกันพาแขกที่มาพักที่รีสอร์ตออกมา หลังจากเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่รีสอร์ตเช่นกัน พวกพนักงานบางส่วนก็ช่วยกันปฐมพยาบาลคนที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะนั้นเอง รถพยาบาลก็เลี้ยวเข้ามา พยาบาลรีบลงจากรถ แล้วช่วยกันพาคนเจ็บขึ้นรถพยาบาลทันที ทุกอย่างดูวุ่นวายโกลาหล

ษมากำลังเดินหน้าเครียดมาพร้อมกับพิพัช โดยมีลูกน้องเดินตามหลังมาที่ท่าเรือเกาะยานก เพื่อจะลงเรือไปตราด สาระวารีรีบตามมาติดๆด้วยความเป็นห่วง
"คุณษมา"
ษมาหันกลับมาเห็นสาระวารี ก็รีบเข้าไปหาทันที
"ออกมาทำไมครับ"
"คุณจะไปไหน"
"คุณรู้ข่าวแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
สาระวารีห่วงจนโมโห
"ก็เพราะรู้น่ะสิ ฉันถึงไม่เข้าใจว่าคุณจะไปทำไม มันโจมตีคุณพร้อมกันสามที่ ทั้งที่บริษัท ที่พระฮาม แล้วก็ที่รีสอร์ต เจตนาจะล่อคุณออกไปชัดๆ มองไม่ออกรึไง"
"ยังไงผมก็ต้องไปครับ คนของผมบาดเจ็บขนาดนี้ ลูกค้าก็ต้องเดือดร้อน ผมต้องไปแสดงความรับผิดชอบ จะมารักตัวกลัวตาย หลบอยู่ที่นี่ ผมทำไม่ได้หรอกครับ"
พิพัชพูดให้สาระวารีสบายใจ
"ตอนนี้จันเลาไปเคลียร์ทางให้หมดแล้ว ไม่มีใครซุ่มทำร้ายคุณษมาได้หรอกครับ คุณสบายใจได้"
สาระวารีได้แต่ถอนใจออกมา ลึกๆ คือห่วงความปลอดภัยของษมา
"พิพัชกับกูซอจะอยู่ดูแลคุณกับพี่สาวอยู่ที่นี่ เผื่อพวกมันตลบหลัง คุณไม่ต้องห่วงนะ"
สาระวารีแขวะกลับ
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ"
ษมายิ้มกริ่ม รู้ว่าสาระวารีเป็นห่วง
"ขอบคุณนะที่เป็นห่วงผม"
สาระวารีค้อนใส่
"พิพัชพาคุณวารีกลับเข้าไปในบ้านก่อน"
"ครับ"
สาระวารีสะบัดหน้าเดินนำกลับไปก่อนเลย
"ระวังตัวด้วยนะครับ" พิพัชบอก
"ฝากทางนี้ด้วยนะ"
"ครับ"
ษมาตบบ่าพิพัชก่อนเดินไปขึ้นเรือท่ามกลางความคุ้มกันของลูกน้อง สาระวารีอดที่จะหยุดเดินหันมองตามษมาไป ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

บริเวณท่าเรือตราด ลูกน้องโศภีกลุ่มหนึ่งกำลังทยอยลงเรือ โดยมีดิตถ์ และ แลง ยืนคุยกันอยู่ใกล้ๆ ดิตถ์มองไปที่กลุ่มลูกน้องที่กำลังลงเรือ
"ไอ้พวกนี้เป็นหน้าใหม่ทั้งหมด รับรองว่าพวกไอ้ษมาไม่มีใครเคยเห็นหน้าพวกมันมาก่อนแน่นอน"
"ครับ"
ดิตถ์ตบบ่าแลง
"จัดการให้เรียบร้อย รับรองว่าเอ็งจะได้หนีไปเสวยสุขพร้อมกับเงินก้อนโต"
"ขอบคุณครับ วันนี้วิญญาณพี่แพงจะได้หมดสิ้นความแค้นซะที" แลงสายตาแข็งกร้าว
"ใจเย็นๆ เอ็งได้ล้างแค้นสมใจแน่ ส่วนข้า ก็จะรอจังหวะเด็ดหัวไอ้ษมาอยู่ที่นี่แหละ" ดิตถ์ยิ้มเหี้ยม

เวลากลางคืน สาระสะมามีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก เดินออกมาจากห้องพักแขก แล้วเดินตรงไปยังที่โซฟารับแขก พิพัช และ อรุณฉายนั่งดูข่าวทีวี รอฟังความคืบหน้าอยู่
พอสาระสะมาเดินออกมา พิพัชรีบกดปิดทีวีกลัวฟังข่าวแล้วจะไม่สบายใจไปกันใหญ่
"คุณวารีหลับแล้วเหรอคะ"
สาระสะมาพยักหน้ารับ
"ค่ะ แต่แค่งีบหลับไปที่โซฟานะ เดี๋ยวก็คงตื่น"
"ได้งีบก็ยังดีค่ะ ท่าทางเธอเป็นห่วงคุณษมามากเลยนะคะ"
"ค่ะ นี่ถ้าหายดีคงจะตามคุณษมาไปด้วยแน่ๆ ไม่รอฟังข่าวอยู่ที่นี่หรอก"
สาระสะมาเดินมานั่งด้วย โทรศัพท์มือถือพิพัชดังขัดขึ้นมา พิพัชรีบกดรับ
"เออว่าไง ถึงฝั่งแล้วเหรอะ ทุกคนปลอดภัยดี ไม่มีอะไรน่าห่วงใช่มั้ย"

พิพัชฟังปลายสายแล้วยิ้มออกมาอย่างสบายใจ สาระสะมาหันไปยิ้มกับอรุณฉาย สบายใจหมดกังวลขึ้นหน่อย

ษมาลงจากเรือ โดยมีกลุ่มลูกน้องคอยคุ้มกันเต็มที่ การคุ้มกันษมาของจันเลาดูรัดกุม รอบคอบกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ษมากำลังจะเดินไปที่รถของตนซึ่งจอดรออยู่ ชาย 2 คนที่ยืนลับๆล่อๆ มองตามษมาไป ชายคนหนึ่งเอื้อมมือไปที่ด้านหลังของตน เหมือนจะชักอะไรบางอย่างออกมา
ทันใดนั้น จันเลากับลูกน้องกลุ่มหนึ่ง ก็กรูกันออกมาล้อมชาย 2 คนนั้นไว้ทันที พร้อมกับชักปืนออกมาเตรียมยิงเต็มที่ จันเลาตวาด
"อย่าขยับ ยกมือขึ้นเหนือหัว"
ลูกน้องที่เหลือรายล้อมป้องกันษมาแน่นหนาทันที
ชาย 2 คนรีบยกมือยอมแพ้ กลัวลนลาน
ชายคนที่ 1บอกด้วยกลัวสุดๆ
"อย่าทำร้ายผมเลย ผมไม่มีเงินหรอกครับ"
จันเลาตะคอก
"เอ็งไม่ต้องมาทำฟอร์ม ไอ้ดิตถ์ส่งพวกแกมาใช่มั้ย สารภาพมาซะดีๆ"
ชายคนที่ 2 มีอาการกลัวสุดๆ เหมือนกัน
"ใครครับ ผมไม่รู้จักจริงๆครับพี่ พวกเรามารอเพื่อนไปตกหมึก จะได้เอาไปกินแกล้มเหล้ากัน"
"โกหก ข้าเห็นเอ็งจะชักปืนออกมา"
จันเลาเล็งปืนแล้วเดินไปประชิดตัว ปาดมือไปดึงของที่เหน็บด้านหลังชายคนนั้น ปรากฏว่าเป็นหนังสือพระเครื่อง จันเลาอึ้งไป ไม่ใช่ปืนอย่างที่ตนคิด ลูกน้องที่เหลือไปค้นตัวชายสองคนต่อทันที
"ไม่มีอาวุธครับ"
ษมาหันมองหน้าจันเลาเล็กน้อย
จันเลาหน้าเจื่อน กระอักกระอ่วน ไม่คิดว่าจะหน้าแตกขนาดนี้
"ขอโทษนะครับ มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย"
จันเลาเดินนำไป ลูกน้องษมาเดินตามประกบคุ้มครองอย่างระวังมากกว่าทุกครั้ง ชายชาวบ้านสองคนกลัวๆ รีบเดินหนีไป จันเลายังระแวงจับตามองตามชายสองคนไม่ละสายตา ก่อนจะเดินตามคุมกันษมาออกไปจากท่าเรือ

ผ่านเวลาซักพัก ลูกน้องษมาจำนวนมากกระจายกัน ตรวจทุกซอกทุกมุมรอบบ้านพักส่วนตัวษมาที่รีสอร์ต และคอยระมัดระวังอยู่รอบๆ ด้วยความเข้มงวด ษมาเดินคุยกับจันเลาระหว่างขึ้นบ้านพักมา สีหน้าเคร่งเครียด
"มันคงไม่ลงทุนถล่มเราสามจุดพร้อมๆกัน เพื่อจะป่วนแค่นี้หรอก มันต้องรอจังหวะเล่นงานฉันแน่ๆ"
"แล้วทางตำรวจว่ายังไงบ้างครับ"
"เค้าบอกว่าศัตรูฉันเยอะ ถึงพอจะเดาได้ว่าฝีมือใคร แต่ถ้าไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้"
ษมาเดินไปนั่งที่โซฟารับแขก
"แล้วเราจะเอายังไงต่อครับ" จันเลาถาม
"เดี๋ยวรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำเสร็จก่อน...เออ แล้วที่พระฮามเสียหายมากมั้ย คนของเราเป็นยังไงบ้าง"
"เสียหายนิดหน่อยครับ คนงานของเราถูกยิงบาดเจ็บ 4 คนสาหัส 2 คน ตาย 1 คนครับ"
ษมาหน้าเศร้าไปเลย ถอนใจออกมา
"จับพวกมันได้มั้ย"
"ไม่ทันครับ พวกมันถอยเร็วมาก เหมือนจงใจแค่มาก่อกวนเท่านั้น"
ษมามีสีหน้าใช้ความคิด ก่อนถาม
"พิพัชโทรมามั่งมั้ย"
"ยังเลยครับ แสดงว่าที่ยานกยังไม่น่ามีอะไร"
ษมาพยักหน้ารับ พิงศีรษะพักไปกับโซฟา
แลงเดินขึ้นหาดมาตัวเปียกปอน หลังจากว่ายน้ำมาขึ้นฝั่งที่บริเวณหาดที่ลำแพงตกไปตาย คนงาน
ส่วนใหญ่จะกลัว ไม่ค่อยมีใครกล้ามาแถวนี้ตอนมืดๆค่ำๆ
แลงหามุมหลบซ่อน หยิบเอาถุงใส่ปืนซึ่งปิดสนิทกันน้ำเข้าที่ผูกติดกับตัวออกมา ในถุงมีปืนสั้นอยู่ 4-5 กระบอก เตรียมเอาไว้ใช้ต่อสู้
แลงสีหน้าแววตาดูโหดเหี้ยมกวาดตามองจนแน่ใจว่าไม่มีใคร

บริเวณหาดสำหรับเรือเข้ามาจอดหลบพายุ บนเกาะยานกกูซอนำลูกเรือค้นเรือของลูกน้องโศภี พวกลูกน้องโศภีปลอมตัวเป็นชาวประมง ดูจ๋องๆไม่แสดงพิรุธอะไร
ลูกน้องษมาคนที่ 1เดินเข้ามาหากูซอ
"ไม่เจออาวุธอะไรเลยพี่"
กูซอหันไปพูดกับลูกน้องโศภี
"โทษทีนะพี่ชาย ช่วงนี้มันมีแต่เรื่อง เลยต้องค้นละเอียดหน่อย"
ลูกน้องโศภีคนที่ 1บอก
"ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจ พวกฉันขอจอดเรือพักซักคืนนึงนะไปต่อไม่ไหวแล้ว"
กูซอพยักหน้ารับทราบ ก่อนเดินออกไปพร้อมสั่งงานลูกน้อง
"คุณพิพัชสั่งให้คอยเฝ้าไว้เพื่อความไม่ประมาท เอ็งเฝ้าไว้ อย่าให้คลาดสายตา"
"จ้ะพี่"
กูซอเดินกลับไป ส่วนลูกน้องที่เหลือก็คอยเฝ้าอยู่ใกล้ๆเรือตามที่กูซอสั่ง บนเรือ ลูกน้องโศภีปรึกษากัน
ลูกน้องโศภีคนที่ 2 บอก
"มันให้คนเฝ้าเรานะพี่ เอาไงดี"
ลูกน้องโศภีคนที่ 1หยิบขวดเหล้าไร้ฉลากขวดหนึ่งขึ้นมายื่นให้
"เดี๋ยวเอ็งไปตีซี้พวกมันเอาไว้"

ลูกน้องโศภีคนที่ 2 ยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ

สาระวารีกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้องนั่งเล่น
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ แล้วทางคุณล่ะคะ"
สาระวารีฟังปลายสาย สีหน้าเป็นห่วง ก่อนจะตอบกลับไป
"ฉันว่าคุณอย่าเพิ่งกลับมาเลย รอให้เช้าก่อนดีกว่า...ทางนี้คุณก็วางเวรยามไว้แน่นหนา ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกค่ะ"
ขาดคำไฟฟ้าก็ดับพรึ่บลงทั้งบ้านทันที! สาระวารีตกใจร้อง "อุ๊ย"
ษมาที่คุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ห้องรับแขก ถามอย่างเป็นห่วง
"เกิดอะไรขึ้นครับ"
สาระวารีเงียบไปอึดใจ
"ไฟดับค่ะ ... ดับหมดทั้งเกาะเลยค่ะ"
ษมาลุกขึ้นยืนคุย ร้อนใจ เป็นห่วงมาก
"คุณกลับไปที่ห้องนอนเดี๋ยวนี้เลยนะวารี แล้วล็อกประตูห้องให้ดี ถ้าไม่ใช่พิพัชหรือกูซอ อย่าเปิดห้องเด็ดขาด"
สาระวารีที่อยู่ในความมืด
"ได้ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ"
สาระวารีรีบกดวางสาย แล้วเปิดappที่เป็นไฟฉายจากมือถือ ส่องเป็นแสงสว่างนำทางกลับไปห้องพัก
ษมามีสีหน้าหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที รู้สึกสังหรณ์ไม่ดี กับเหตุการณ์ไฟดับคราวนี้
ษมารีบเดินออกไปจากบ้านพักพร้อมเรียกหา
"จันเลา"

ลูกน้องษมา 2 คนที่กูซอให้เฝ้าคนเรือนอนหมดสติอยู่ริมหาด ขวดเหล้าล้มอยู่ข้างๆ

มุมหนึ่งในบ้านษมา บนเกาะยานก แลงเป็นคนตัดสายไฟที่ตู้เมน โดยมีลูกน้องโศภี 3-4 คน ยืนอยู่ใกล้ๆ แลงพยักหน้าให้ลูกน้องโศภีที่เหลือ พวกลูกน้องพากันจับปืนกระชับพร้อมลงมือ
แลงสะแหยะยิ้มพอใจ เวลาล้างแค้นให้ลำแพงใกล้เข้ามาแล้ว

สาระวารีใช้แสงไฟจากมือถือ คลำทางมาถึงห้องนอนแขกที่ตนนอนพักอยู่ ขณะนั้นเอง อรุณฉายก็เปิดประตูห้องนอนออกมา พร้อมกับถือเทียนในมือด้วย
"อุ๊ย คุณวารี กำลังจะไปตามอยู่พอดีเลยค่ะ คุณพิพัชให้ตามทุกคนมาอยู่รวมกันค่ะ"
"แล้วสะมาล่ะคะ"
"ไปช่วยพวกเด็กรับใช้จุดเทียนไขน่ะค่ะ"
สาระวารีสีหน้าหงุดหงิดเพราะความเป็นห่วง
"ยุ่งไม่เข้าเรื่อง"
"คุณวารีเข้าไปรอในห้องก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณสะมาก็กลับมาที่ห้องเองแหละ"
อรุณฉายพาสาระวารีกลับไปเข้าห้องนอน

สาระสะมากับพวกคนรับใช้ กำลังช่วยกันสร้างความสว่างให้กับบ้านอย่างแข็งขัน เทียนไขถูกลนก้นแล้วปักลงที่ถ้วย กระจายวางให้ความสว่างไปทั่วๆ กูซอเดินเข้ามาหาสาระสะมา
"คุณกลับเข้าไปอยู่ในห้องดีกว่าครับ"
สาระสะมาพยักหน้ารับ ก่อนถามกลับไป
"ทำไมไฟดับล่ะกูซอ"
"ยังไม่ทราบเลยครับ ผมไปดูเครื่องปั่นไฟก็ไม่เสีย เดี๋ยวจะลองไปดูที่แผงไฟอีกที"
"ระวังตัวด้วยนะจ๊ะ"
"ครับ"
กูซอเดินเลี่ยงไป แลงกับพวกลูกน้องโศภีที่ซุ่มดูอยู่ แลงจ้องสาระสะมาเขม็ง ด้วยสายตาเกลียดชัง หันไปพูดกับลูกน้องโศภี
"พวกเอ็งไปทำตามแผน เดี๋ยวข้าจัดการนังนักข่าวนี่เอง"
พวกลูกน้องแยกย้ายกันไป สาระสะมายังช่วยเด็กรับใช้จุดเทียนในมือให้หมดก่อน แลงจ้องสาระสะมาเขม็ง ด้วยสายตาอาฆาตแค้นสุดๆ

ลูกน้องษมาจำนวนมาก คอยคุมเข้มอยู่ที่หน้ารีสอร์ต ษมาเดินออกมาจากข้างในบ้าน พร้อมกับจันเลา
"สั่งคนไปเตรียมเรือให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะกลับยานก"
จันเลาไม่สบายใจ
"มันอาจจะหลอกให้เราตายใจ แล้วดักเล่นงานเราขากลับก็ได้นะครับ"
"ฉันรู้ แต่ฉันเป็นห่วงวารี"
"แต่เรามีพิพัชคอยรับมืออยู่ที่นั่นแล้วนะครับ คุณษมาไม่ต้องกังวลหรอกครับ"
ษมาเสียงแข็ง
"นาทีนี้ฉันไว้ใจตัวเองมากที่สุด"
จันเลารู้ว่าทัดทานไม่สำเร็จแน่
"งั้นขอเวลาผมเคลียร์พื้นที่ก่อนได้มั้ยครับ แล้วคุณษมาค่อยกลับ"
"เสียเวลาใช่เหตุ ต่อให้เป็นกับดักจริงๆ ยังไงฉันก็ต้องไปเดี๋ยวนี้"

ษมาเดินนำไปขึ้นรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จันเลาถอนใจออกมา รีบตามไปคุ้มกันษมา พร้อมยกโทรศัพท์มือถือกดโทรออกเพื่อสั่งงาน

จบตอนที่ 12

อ่านต่อตอนที่ 13 ตอนอวสาน เวลา 17.00น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...