xs
sm
md
lg

มนต์จันทรา ตอนที่ 5

เผยแพร่:

มนต์จันทรา ตอนที่ 5

บ้านพักรับรองส่วนตัวของษมาในรีสอร์ตตอนเย็น ลำแพงกำลังเทน้ำสมุนไพรร้อนๆจากกระติกสีลายลงในถ้วย แล้วยกขึ้นจิบ โดยมีสาระวารียืนคุยโทรศัพท์มือถือสีหน้าเครียดอยู่ใกล้ๆ

“โดนปิดปากไปแล้วเหรอ อย่างงี้ก็สาวไม่ถึงตัวคนบงการน่ะสิ เออ ฝากตามข่าวด้วยแล้วกัน”
สาระวารีกดตัดสายด้วยความหงุดหงิด
ลำแพงพูดลอยๆ
“นักข่าวประจำพื้นที่ของสยามสารก็มีประจำที่ตราด ไม่รู้คุณจะอยู่ต่อทำไม”
“ไหนๆ ฉันก็อยู่ที่นี่แล้ว ทำเองไม่ดีกว่าเหรอคะ”
สาระวารีหงุดหงิด พูดต่อ
“เจ้านายคุณทำกับฉันยังงี้ มันริดรอนเสรีภาพสื่อมวลชนชัดๆ”
ลำแพงยักไหล่จิบน้ำสมุนไพรไป สาระวารีถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
“คุณลำแพงดื่มอะไรคะ กลิ่นหอมจังเลย”
“น้ำสมุนไพรน่ะค่ะ ดิฉันทำเอง คุณจะลองซะหน่อยมั้ยคะ มันมีสรรพคุณช่วยลดความเครียดได้ด้วยนะ”
“ก็ดีค่ะ ถ้าเจอหน้าเจ้านายคุณ ฉันจะได้ไม่เครียด จนไปเผลอบีบคอเค้าตาย”
ลำแพงหน้านิ่งๆ ลุกขึ้นเดินไปหยิบแก้ว เพื่อจะเทน้ำสมุนไพรให้สาระวารีชิม
แต่เธอกลับหยิบกระติกสีพื้น คนละอันกับที่ตนเทดื่ม ก่อนจะเปิดฝาแล้วเทน้ำสมุนไพรใส่แก้ว ยื่นให้
สาระวารีรับน้ำมาดม
“กลิ่นหอมดีจริงๆเลยค่ะ ทำจากอะไรคะเนี่ย”
“หลายอย่างค่ะ คุณลองดื่มดูก่อนสิคะ ถ้าเย็นแล้วจะไม่ชุ่มคอ”
สาระวารีกำลังจะยกแก้วขึ้นดื่ม แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่จันเลาจะเปิด
ประตูเข้ามา
“คุณวารีครับ คุณษมาอยากคุยด้วยครับ”
สาระวารีหน้าหงิกทันที
“ถ้าไม่ยอมปล่อยฉันออกไปอีก ฉันจะโทรแจ้งความจริงๆด้วย”
สาระวารีวางแก้วน้ำสมุนไพรลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินหงุดหงิดออกจากบ้านรับรองตามจันเลาไปทันที
ลำแพงเดินมาหยิบแก้วน้ำสมุนไพรของสาระวารีขึ้น แล้วมองตามด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะเดินไปเทน้ำสมุนไพรในแก้วลงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำจนเกลี้ยง!!
ลำแพงมีสีหน้าแววตาเครียดๆ เกลียดชังปนอิจฉาจนปวดหัว จนมีอาการปากกระตุกเล็กๆ อยู่ในที

ภายในร้านอาหารในรีสอร์ต สาระวารีมีท่าทีขึงขัง เสียงดังอย่างไม่พอใจ
“ฉันไม่กลับ บนเกาะอาจจะเป็นถิ่นของคุณ แต่ที่นี่ คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน”
สาระวารีกำลังคุยกับษมา โดยมีโศภีนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย โศภีจิกตามองแบบไม่พอใจ
“อายคนเค้าบ้างสิ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องเสียงดังด้วย”
“คุณก็บอกเค้าสิ ว่าอย่ามาบังคับให้ฉันกลับกรุงเทพ ถ้าขืนขัดขวางการทำงานของฉันมากๆ ฉันจะแจ้งความจริงๆด้วย”
ษมาถอนใจบอก
“มีเหตุผลหน่อยได้มั้ยวารี ผมทำเพื่อคุณนะ”
โศภีแอบเหล่มองษมา ด้วยสายตาเคืองๆ
“ฉันเอาตัวรอดได้ อันตรายยิ่งกว่านี้ฉันก็เคยผ่านมาแล้ว คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอก”
ษมาปวดหัวกับความดื้อของสาระวารี
โศภีหมั่นไส้
“อวดเก่งขนาดนี้ บอกความจริงเค้าไปเถอะค่ะษมา ไม่ต้องรอให้ชัวร์ก่อนหรอก เผื่ออยากจะใช้ความสามารถที่มีอยู่น้อยนิด สืบหาความจริงเอาเอง” โศภีแดกดันและเหยียดปากใส่
สาระวารีสงสัย
“ความจริงอะไรคะ”
ษมามองหน้าสาระวารี ยังไม่มั่นใจ
“บอกไปเถอะค่ะ”
“ผมยังไม่อยากด่วนสรุปปรักปรำเค้าจนกว่าจะแน่ใจ”
“ขนาดนี้แล้วยังไม่แน่ใจอะไรอีกคะ คุณไม่พูด ฉันพูดเอง รู้มั้ยว่าหลังจากที่อำนวย ออกจากนายดิตถ์
มันไปทำงานให้กับใคร คนๆนี้ถึงจะไม่มีอิทธิพล แต่มีเงินหนาพอที่จะทำคาสิโนต่อจากษมาได้แน่นอน เค้าอยู่เบื้องหลังการลอบยิงษมาเมื่อวาน”
สาระวารีสนใจทันที
“ใครเหรอคะ”
“คุณจิตติ พ่อเพื่อนเธอยังไงยะ”
โศภียิ้มหยัน สาระวารีตกใจสุดๆ ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ษมาก็มีสีหน้ายังไม่อยากปักใจเชื่อเช่นกัน
“ไงจ๊ะ แม่เหยี่ยวข่าว พ่อของเพื่อนรักเธอ เป็นคนบงการฆ่าษมาเพราะกะฮุบคาสิโนที่พระฮาม เธอจะกล้าตีข่าวมั้ยล่ะจ๊ะ”
สาระวารีลุกพรวด
“ฉันไปจะหาจิณห์ อย่ามาคิดห้ามฉันซะให้ยากเลย”
สาระวารีเดินออกไปจากร้านอาหารอย่างร้อนใจ ษมาได้แต่ถอนใจออกมา
“ดีไม่ดี นังนี่อาจจะเป็นสายให้เค้าก็ได้ ถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวคุณไปซะหมด”

โศภีจิบเครื่องดื่มตรงหน้าไปอย่างอารมณ์ดีหลังจากยุแยงเสร็จ ษมาเงียบไปอย่างใช้ความคิด ลำดับเหตุการณ์ต่างๆในใจ
ในเวลาต่อมา สาระวารี เดินคุยกับจิณห์วราเข้ามาที่โถงบ้านจิตติ ทั้งคู่มีสีหน้าไม่สบายใจ

“บ้านฉันเป็นคนค้าขาย กลัวเรื่องมีคดีความที่สุด มันเสียทั้งเงินทั้งเวลา พ่อเครียดมากเลยนะวารี พรุ่งนี้มีนัดสอบปากคำแต่เช้าเลย” จิณห์วราถอนใจ
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพ่อเธอจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่มือปืนดันมาทำงานกับพ่อเธอนี่น่ะสิ ท่านเลยพลอยติดร่างแหต้องสงสัยไปด้วย”
จิณห์วราเจ็บใจ
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่ามันจะไปรับจ๊อบเป็นมือปืนแบบเนี้ย น้องชายมันก็ยืนยันหนักแน่นว่า พี่มันเลิกหมดแล้ว พ่อฉันเห็นว่าทำงานกันมานาน ก็เลยเชื่อใจรับพี่มันเข้ามา ซวยจริงๆเลย”
สาระวารีฉุกคิด
“น้องชายอำนวยยังทำงานอยู่กับพ่อแกรึเปล่า”
“ทำสิ ถามทำไมเหรอ”
สาระวารีมีสีหน้าใช้ความคิด อยากหาหลักฐานเพิ่มเติม

จิณห์วราขับรถพาสาระวารีมาจอดรออยู่หน้าบ้านพักคนงานแห่งหนึ่งตอนหัวค่ำ ทั้งคู่ยืนรอ
อยู่ข้างรถ น้องชายอำนวยเดินออกมาหาพร้อมยื่นถุงใบขนาดกลางใส่ของในมือให้
“ของทั้งหมดของพี่นวยก็เหลืออยู่แค่นี้ล่ะครับ นอกนั้นตำรวจยึดไปหมดแล้ว ผมไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆนะครับคุณหนู พี่นวยบอกว่าแกเลิกเป็นนักเลงแล้ว ผมถึงได้ไปคุยกับเสี่ยให้ ไม่คิดว่าจะหวนกลับไปทำอีก”
“คุณพ่อเข้าใจ ไม่ได้ว่าอะไรนายหรอก ไปพักผ่อนเถอะ”
น้องอำนวยยกมือไหว้ จิณห์วรารับไหว้ น้องอำนวยเดินหน้าตาไม่สบายใจกลับเข้าไป สาระวารีมองตามน้องชายอำนวยไปก่อนจะรับถุงมาเปิดดู เห็นข้างในมีแต่ของใช้สัพเพเหระ ไม่มีอะไรน่าสนใจ
“มีอะไรมั้ยล่ะ”
สาระวารีสายหน้า
“ไม่เห็นมีอะไรเลย”
“ฉันบอกแล้ว ถ้ามีหลักฐานเด็ดๆ ตำรวจเค้าคงเอาไปหมดแล้วล่ะ”
“อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิยะ บางครั้งนักข่าวก็เห็นอะไรที่ตำรวจไม่เห็นเหมือนกัน แกรู้มั้ย มีตั้งหลายคดีคลี่คลายได้เพราะข่าวของฉัน”
“ย่ะ แม่นักข่าวซีเอสไอ” จิณห์วราแดกดัน
สาระวารีดูของต่อไป จนเจอรูปเก่าๆ 2-3 ใบแทรกอยู่กับหนังสือพระ เธอหยิบรูปทั้งหมดมาดู แรกๆก็ไม่มีรูปน่าสนใจ แต่แล้วก็สะดุดเข้ากับรูปๆหนึ่งเข้า!
รูปถ่ายหมู่ของผู้ชาย 7-8 คน ในจำนวนนั้นมีมือปืน สาระวารีตกใจ นึกไม่ถึง
“จันเลา... เร็วจิณห์ รีบไปบอกคุณษมากันเถอะ”
“ก็โทรไปสิ”
“ไม่ได้หรอก ต้องให้เห็นภาพกับตา ไม่งั้นเค้าไม่เชื่อคำพูดฉันแน่ๆ”
สาระวารีรีบเดินนำเข้าไปในรถ จิณห์วรามองตามท่าทีของเพื่อนที่รีบร้อน แล้วยิ้มแย้มพึมพำ
“ห่วงเค้าเกินไปรึเปล่า”
สาระวารีเปิดประตูมาเร่งอีก ไม่รู้ตัวว่าเพื่อนรู้ทัน
“เร็วๆ สิจิณห์ ยืนทำอะไรอยู่ได้”

สาระวารีปิดประตูรถไป ด้วยสีหน้าร้อนใจ จิณห์วราอมยิ้มก่อนเดินไปขึ้นรถ
ษมาเดินหน้าเบื่อๆ ออกมาส่งโศภีที่ล็อบบี้รีสอร์ตตอนหัวค่ำ โศภีหน้าบึ้งตึง ไม่พอใจ

“โศล่ะเบื่อยัยนักข่าวนี่จริงๆ เลย คุณอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ ยังจะดื้อด้านอยู่ได้”
“ช่างเถอะ ถ้าไม่ดื้อ ก็คงไม่ใช่สาระวารี”
โศภีแอบกรอกตาอย่างหมั่นไส้
“เค้าคงอยากจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อเพื่อนเค้าด้วยล่ะ”
“ไม่เห็นจะต้องพิสูจน์อะไรเลย เสี่ยจิตติเค้าอยากร่วมหุ้นเปิดคาสิโนกับคุณจนตัวสั่น ผลประโยชน์มหาศาลขนาดนั้น ไอ้ธุรกิจที่เค้ามีทั้งหมดรวมกันยังเทียบไม่ติดเลย คาสิโนเปิดเมื่อไหร่ คุณก็คือเบอร์หนึ่งของจังหวัดแทนเค้า ไม่แปลกที่เค้าอยากจะกำจัดคุณให้พ้นทาง ไม่เห็นจะมีอะไรซับซ้อนเลย”
“รอฟังทางตำรวจก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งกล่าวหาเค้าเลย ถ้าไม่ใช่ขึ้นมา จะมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ … ผมส่งแค่นี้นะ”
โศภีรีบดึงแขนษมาไว้ พูดเสียงออดอ้อน
“เดี๋ยวก่อนสิคะษมา ไหนๆเราก็ปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ขอโศค้างคืนที่รีสอร์ทด้วยคน ไม่ได้เหรอ
ขี้เกียจขับรถ”
ขณะกำลังทำท่าออดอ้อนได้ที่ สาระวารีก็วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาที่ล็อบบี้มาด้วยความรีบร้อน เธอผงะไปเล็กน้อยกับภาพตรงหน้า
ษมารีบผละตัวออก แต่โศภียังมือตุ๊กแก ปล่อยยากเล็กน้อย สาระวารีพูดหน้านิ่ง
“ฉันมีอะไรให้คุณดู”
สาระวารียื่นรูปถ่ายในมือให้ษมาดู โศภีถือวิสาสะยื่นหน้ามาดูด้วย ษมาดูรูปแล้วหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที สาระวารีชี้รูปอำนวย
“นี่รูปอำนวย มือปืนที่ยิงคุณ คนยืนติดกัน คุณคงจำได้นะคะว่าใคร”
โศภีตกใจ
“นี่มันจันเลานี่คะษมา จันเลารู้จักกับไอ้คนที่ยิงคุณด้วยเหรอคะ”
“ฉันยังไม่ได้ปรักปรำใคร แต่อยากมาเตือนให้คุณระวังจันเลาไว้บ้าง เค้ารู้จักกับอำนวยมาก่อน แต่ทำไมไม่ปริปากพูดซักคำ”
“คุณคิดมากเกินไปรึเปล่า ในภาพมีตั้งหลายคน จันเลาไม่จำเป็นต้องรู้จักกับคนที่อยู่ในภาพทั้งหมดก็ได้นี่”
สาระวารีย้อน
“คุณจิตติก็แค่รับอำนวยเข้าทำงาน ไม่จำเป็นต้องบงการฆ่าคุณก็ได้เหมือนกัน”
ษมามองหน้า อมยิ้ม ในความยอกย้อนของสาระวารี โศภีเหยียดปากทิ้งค้อนใส่
“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่ายังไม่ได้ปรักปรำใคร ที่รีบเอารูปมาให้คุณดู ก็เพราะไม่อยากให้คุณพุ่งประเด็นไปทางเดียว อย่างที่ฉันเคยพูดกับคุณ คนที่อันตรายที่สุดอาจจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด”
โศภีสีหน้าหนักใจขึ้นมา
“ก็จริงนะคะษมา ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร เงินง้างได้ทุกอย่างแหละค่ะ แม้แต่พวกนักข่าว ยังเขียนเรื่องเท็จให้เป็นจริงได้เลย” โศภีแขวะแล้วทิ้งค้อนเหยียดๆ ให้
สาระวารีปั้นหน้าสุดเบื่อเหลือจะทนกับแม่คนนี้
“ฉันหมดธุระแค่นี้ล่ะคะ จิณห์รออยู่ที่รถ เกรงใจเพื่อน ไปนะคะ”
สาระวารีจะเดินกลับไป
“ขอบใจมากนะที่ยังห่วงผม”
สาระวารีชะงักเล็กน้อยหันมาสบตากับษมานิ่งๆ โศภีมีเคือง กอดอกจิกตามอง สาระวารีหน้านิ่ง ตัดบทแก้เขิน
“ฉันทำไปตามหน้าที่”
ษมายิ้มๆ ยักไหล่
“เพิ่งรู้ว่านี่คือหน้าที่นักข่าวด้วย”
สาระวารีอึ้งไป มันไม่ใช่ มันคือความห่วงใยส่วนตัวมากกว่า
“ฉันกลัวคุณจะตายก่อนหนังสือวางแผง ขี้เกียจรีไรท์ข่าวใหม่”
สาระวารีสะบัดหน้า พรืดเดินปึงปังกลับออกไป ทำโกรธกลบเสียฟอร์ม ษมามองตาม ยิ้มปลื้มที่มีคนห่วงใย โศภีแขวะ อย่างหมั่นไส้มาก
“หยอกเย้ากันกระชากวัยมากเลยนะคะ”
ษมายิ้มเจื่อนไป แล้วตัดบท
“ขับรถดีๆ นะครับ ผมมีงานต้องทำเยอะ”

ษมาเดินดิ่งกลับเข้าไป ปล่อยให้โศภีที่โดนทิ้ง เจ็บใจมากอยู่หน้าล็อบบี้
จิณห์วราจอดรถเปิดไฟฉุกเฉินที่หน้าตลาด จะให้สาระวารีลงไปซื้อขนมหวาน
“ทับทิมกรอบอย่างเดียวนะ พ่อเธอล่ะ”
“กินไม่ลงหรอก...เดี๋ยวฉันวนมารับใหม่นะ เค้าห้ามจอด”
“อืม...”
จิณห์วราขับรถออกไป สาระวารีเดินลงไปซื้อของ แต่เดินไปได้ไม่ไกล ก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ขี่มาทางด้านหลังของสาระวารี โดยมีคนขี่และคนซ้อนท้ายมาอีกหนึ่งคน คนซ้อนท้ายหยิบไม้ออกมา กะฟาดเข้าที่ด้านหลัง เธอเหลือบเห็นเงาสะท้อนในกระจกข้างของมอเตอร์ไซค์ เลยรู้ว่า มีคนกำลังจะตีหัว
สาระวารีรีบก้มหลบตามสัญชาติญาณทันที เลยหลบไปได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด นักเลงตีพลาด เลยชี้หน้าขู่
“ไม่อยากตาย อย่าสอดเรื่องชาวบ้าน”
นักเลงที่ขี่มอเตอร์ไซค์รีบเร่งเครื่องหนีไปทันที สาระวารีตั้งสติได้ก็มองตามด้วยความเจ็บใจ แต่จะตามก็ไม่ทัน เธอรีบโทรหาษมาทันที
“ฉันเองนะคะคุณษมา ฉันถูกคนขู่ที่ตลาด บอกให้ระวังตัวอย่ายุ่งเรื่องคนอื่น … น่าจะเรื่องที่ฉันเตือนคุณเรื่องจันเลาแน่ๆ … ระวังตัวให้ดีนะคะ อยู่ห่างๆ จันเลาเอาไว้”
สาระวารีมีสีหน้าเป็นห่วงษมา และไม่สบายใจมาก)


โรงพยาบาลตอนกลางวัน จันเลาเปิดประตูห้องพักคนไข้ พร้อมกับเข็นรถพาพิพัชเข้ามา
พอเข้ามาในห้องก็เห็นษมา สาระวารี และโศภี ยืนรออยู่ในห้องแล้ว
“อ้าว คุณษมา มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
ทันใดนั้น สมบูรณ์ที่ซ่อนอยู่ในห้องน้ำ ก็เข้าตรงล็อกคอจันเลาจากทางด้านหลังทันที ก่อนจะยึดปืนพกของจันเลาที่เหน็บไว้มา จันเลาตกใจมาก
“อะไรกันจ่า มาจับผมทำไม”
ษมาสีหน้าเครียด
“จันเลา แกถูกไล่ออกแล้ว”
จันเลาตกใจปนงง
“อะไรกันครับ”
สาระวารีหยิบรูปยื่นให้จันเลา
“นี่เป็นรูปที่คุณถ่ายกับอำนวย มือปืนที่ลอบยิงคุณษมา คุณรู้จักกันมาก่อนแต่ไม่ยอมบอก เพราะอะไรคะ”
จันเลาสีหน้าเสียใจ
“นี่คุณษมาระแวงผมเหรอครับ”
“ยังจะปากแข็งอีก ถ้าแกบริสุทธิ์ใจจริงๆ ทำไมไม่บอกแต่แรกว่ารู้จักกันมาก่อน ไม่น่าล่ะ วันเกิดเรื่องแกถึงปล่อยให้มันหนีไปได้ง่ายๆ” สมบูรณ์ว่า
“แกรู้เรื่องจากน้องชายอำนวยใช่มั้ยว่าวารีไปขอข้อมูล แกถึงได้ส่งคนไปข่มขู่วารี”
จันเลาอึ้ง พูดไม่ออก โศภีพูดเสริมทันที
“ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะเนรคุณษมาได้ลงคอ”
พิพัชสีหน้าผิดหวัง ไม่อยากเชื่อ หันไปจ้องหน้าจันเลา
“จริงเหรอจันเลา”
จันเลาหน้าเสีย งงไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูก คิดพูดอะไรไม่ทัน พิพัชโมโหมาก ลุกขึ้นจากรถเข็นกระชากคอเสื้อจันเลา
“แกบอกความจริง ฉันมาเดี๋ยวนี้ … โอ๊ย” พิพัชเจ็บแผลขึ้นมา
ษมาเข้าไปประคองพิพัช
“ใจเย็นๆพิพัช เรื่องนี้ฉันจัดการเอง แกไปได้แล้ว ฉันเห็นกับที่แกเคยช่วยงานฉัน มานาน ฉันจะไม่เอาเรื่อง”
“แต่ทางที่ดี แกอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกจะดีกว่า ฉันไม่ใจดีเหมือนคุณษมาแน่” สมบูรณ์สีหน้าโกรธแค้นแทน
จันเลาตั้งท่าจะอธิบาย
“ผม...”
ษมาตวาดกร้าว สีหน้าแววตาผิดหวัง ชักปืนออกมาเล็งจันเลา
“ไปซิ”
ทุกคนตกใจมาก จันเลาเดินซึมออกจากห้องไป โศภีรีบเข้าไปปลอบประโลม
“เก็บปืนก่อนเถอะค่ะ ใจเย็นๆนะคะษมา เดี๋ยวปืนลั่นค่ะ โศกลัว”
ษมาถอนใจหน้าเครียดรีบเก็บปืนไป พิพัชยกมือขึ้นกุมหน้า ไม่อยากเชื่อ สาระวารีชำเลืองมองหน้าสมบูรณ์ที่ถอนใจหนักๆแล้วส่ายหน้า ประมาณไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย

บรรยากาศแถวท่าเรือตอนเย็น ษมาเดินมาที่เรือของตน ซึ่งมีคนงานมาจอดรอไว้ คนงานรีบกุลีกุจอเข้าไปหาษมา ยกมือไหว้
“แลงล่ะ”
“ยังไม่เสร็จงานที่พระฮามเลยส่งผมมารับนายแทนครับ”
“มาทำงานนานรึยัง ไม่คุ้นหน้า”
“มาช่วยงานพี่แลงเป็นครั้งๆ ครับ”

ษมาพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินขึ้นเรือไป คนงานแอบมีสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนตามไปขึ้นเรือไป
มนต์จันทรา ตอนที่ 5 (ต่อ)


คนงานกำลังขับเรือพาษมามาถึงกลางทะเล อึดใจเครื่องเรือก็เริ่มดับ จนเรือวิ่งต่อไปไม่ได้
“เรือเป็นอะไรเรอะ”
“ไม่ทราบเหมือนกันครับคุณษมา ขามายังดีๆอยู่เลย”
คนงานเดินไปหยิบกล่องเครื่องมือ ทำไปตรวจเช็คโน่นนี่ไปมา
“เป็นไงบ้าง”
ทันใดนั้นเอง คนงานก็หยิบเอามีดขนาดใหญ่ที่ตนซ่อนไว้ในกล่องเครื่องมือ แล้วหันกลับไปจ้วงแทงใส่ษมาทันที แต่เขาเหมือนระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว จึงหลบไปได้อย่างหวุดหวิดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด คนงานหันมาเล่นงานเขาซ้ำต่อทันที แต่ษมาจับข้อมือไว้พยายามแย่งมีดมา ก่อนที่ษมาจะเตะใส่คนงานเข้าไปหลายที แล้วบิดข้อมือจนมีดหลุด พร้อมกับชกเข้าเต็มหน้าคนงานจนร่วงลงไป
ษมาจะเข้าไปซ้ำ แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนเฉี่ยวษมาไปหวุดหวิดนิดเดียว เขาหันไปมอง สีหน้าตกใจมาก มีเรือคนร้ายลำหนึ่ง มีโจรสองคนขับเรือมา พร้อมกับยิงปืนกราดใส่ษมา

เวลาเย็น สาระวารีกำลังพิมพ์ต้นฉบับรัวเร็วอย่างหัวแล่นอยู่ในห้องพักแขกบ้านจิตติ จิณห์วราเคาะประตูห้องแล้วรีบร้อนเปิดเข้ามาบอกอย่างเป็นห่วง
“ทำใจดีๆ ไว้นะแก”
“มีอะไรเหรอ”
“คุณษมา ถูกลอบยิงกลางทะเล”
สาระวารีตกใจมาก
“เค้าเป็นอะไรมากรึเปล่า”
จิณห์วราหน้าแหยๆ
“คราวนี้ไม่โชคดีเหมือนทุกครั้ง คุณษมาตายแล้ว”
สาระวารีช็อกไปเลย พูดไม่ออก หน้าซีดเผือด


บริเวณโถงบ้านพักษมาเกาะยานก ลำแพงแผดเสียงร้อง กำลังอาละวาดไล่ทุบตีเด็กลูกจ้าง ปาข้าวของใส่ แบบคนคลั่ง เด็กลูกจ้างหวาดกลัวหนีกันกระเจิง แลงรีบเข้ามาจับตัวพี่สาวเอาไว้
“สงบสติอารมณ์ก่อนพี่แพง”
ลำแพงคลุ้มคลั่งสติแตก ร้องไห้ ดิ้น
“ปล่อยกูนะไอ้แลง กูจะไปดูศพคุณษมากับตากู คุณษมาของกูตายไม่ได้ ปล่อยกู”
“ทำใจเถอะพี่ คุณษมาตายแล้วจริงๆ”
“ไม่จริง มึงถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ไอ้แลง ไอ้ปากหมา แช่งเจ้านายของมึงได้ยังไง ไอ้เนรคุณ” ลำแพงทั้งฟาดทั้งจิกทั้งหยิก
แลงยกมือปัดป้อง หวาดกลัว
“โอ๊ย ฉันเจ็บนะพี่แพง ฉันไม่ได้แช่ง คุณษมาถูกยิงตายกลางทะเลแล้วจริงๆ พี่ ตอนนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว”
“ไม่จริง คุณษมายังไม่ตาย ไม่จริง” ลำแพงแผดเสียงร้องสุดแรงเกิด ก่อนหมดสติร่วงไปเลย)

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งตอนกลางคืน หมอกำลังคุยกับสาระวารี โศภี พิพัช และจิณห์วราอยู่ที่หน้าห้องดับจิต โดยมีโศภีร้องไห้สะอึกสะอื้นตลอดเวลา
“ถ้าจะให้มั่นใจก็คงต้องรอผลตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลก่อนนะครับ เพราะศพที่เจอ ถูกปลากินไปเยอะมากจนจำ หน้าตาไม่ได้ เพียงแต่ศพถูกพบใกล้กับเรือของคุณษมา ทางตำรวจเลยสันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นคุณษมา”
สาระวารีพยักหน้ารับ ไหว้หมอ
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”
คนอื่นไหว้ตาม หมอรับไหว้ ก่อนจะเดินเลี่ยงไป พิพัชโมโหบอก
“สันนิษฐานมั่วๆ คุณษมาไม่มีทางตายง่ายๆอย่างงี้หรอก”
โศภีร้องไห้
“ใช่ ฉันก็ไม่เชื่อ เจอหนักกว่านี้มาตั้งเท่าไหร่ ยังรอดมาได้ จะมาตายน้ำตื้น ยังงี้ได้ยังไง”
“แต่ถ้าคุณษมายังไม่ตาย งั้นตอนนี้อยู่ไหนล่ะคะ ที่เกาะยานก เกาะพระฮามก็ไม่อยู่”
พิพัชเครียดหนัก แต่เถียงไม่ออก
ขณะนั้นเอง พยาบาลก็เข็นศพเข้ามา
“ศพมาแล้ว” จิณห์วราบอก
พิพัชตรงเข้าเปิดผ้าคลุมศพออกทันที เป็นศพผู้ชายเปลือยถูกปลาแทะเนื้อตามหน้าและตัวจนพรุน

โศภีกรี๊ดกร๊าดปิดหน้า สาระวารีและจิณห์วราเบือนหน้าไม่กล้ามอง ทั้งคู่จับมือกันแน่น
เวลากลางวัน บริเวณลานจอดรถแห่งหนึ่ง ลูกน้องดิตถ์เดินมาเปิดประตูรถให้เจ้านาย ดิตถ์เดินอารมณ์ดีเป็นพิเศษมาขึ้นรถ ลูกน้องรีบพูดเอาใจ
“หมดเสี้ยนหนามซะทีนะครับเสี่ย ไอ้ษมามันตายโหง สมใจเสี่ยไปแล้ว”
ดิตถ์ยิ้มปลื้ม
“แถมไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยด้วย สมน้ำหน้าไอ้พวกที่เคยดูถูกข้าเอาไว้ คราวนี้ได้วิ่งกันตีนพลิกขอร่วมหุ้น กับข้าแทบไม่ทัน เสียดายข้าเส้นดีแต่มันนี่น้อยไปหน่อย ไม่งั้นไม่ต้องง้อพวกมันหรอก”
ขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของดิตถ์ก็ดังขึ้น เขาดูเบอร์ กดรับ
“ว่าไงวะ” หลังดิตถ์ฟังอีกฝ่ายก็ตกใจมาก
“วันนี้เหรอเป็นไปได้ไง ท่านบอกวันนี้ไม่ว่างให้ข้าไปพบ... แล้ว มันเป็นใครวะถึงกล้าตัดหน้าข้า... ไอ้สิงขง สิงขร นี่ใครวะ เอ็งไปสืบมาสิ”
ดิตถ์กดตัดสายไปด้วยความโกรธจัด
“มีอะไรเหรอครับนาย”
“ข้ากำลังโดนตัดหน้าสัมปทานน่ะสิ แล้วไอ้สิงขรนี่ใครกันวะ” ดิตถ์โกรธจัด
ลูกน้อง ตกใจ
“ใช่เสี่ยสิงขรรึเปล่าครับ”
“เอ็งรู้จักเรอะ”
“ถ้าใช่คนเดียวกัน มันไม่ใช่คนไทยหรอกครับ เป็นนักธุรกิจใหญ่ของฝั่งโน้น อิทธิพลมันเยอะ ค้าอาวุธสงครามด้วย”
ดิตถ์ตกใจ ฉุกคิดขึ้น
“งั้นที่ไอ้ษมาโดนถล่มก็ฝีมือมันน่ะสิ”
ดิตถ์อึ้งไป ไม่คิดว่าอยู่ๆจะมีมือที่สามเพิ่มขึ้นมา

สิงขรนักธุรกิจหนุ่มใหญ่กำลังคุยโทรศัพท์มือถืออย่างอารมณ์ดี หลังจากทานอาหารเช้าอิ่มแล้ว
โดยมีลูกน้องคอยยืนคุ้มกันอยู่
“ผมบอกคุณแล้ว ถ้าผมมาคุมงานด้วยตัวเอง ไอ้ษมาไม่มีทางรอดไปได้หรอก”
สิงขรฟังอีกฝ่าย แล้วหัวเราะชอบใจ ก่อนพูดต่อ
“เอาน่า ผมรวยคุณก็รวย เราหุ้นส่วนกันนี่ … ถึงแล้วเหรอ งั้นเดี๋ยวผมออกไปรอเลย”
สิงขรกดตัดสาย ก่อนจะลุกขึ้น แล้วออกจากห้องอาหารไป โดยมีลูกน้องคุ้มกันไปตลอด

สิงขรออกมาจากโรงแรม โดยมีพวกลูกน้องคุ้มกันมา ทันใดนั้น ตำรวจที่ซุ่มอยู่ก็ตรงเข้าชาร์จ ล็อกตัวพวกลูกน้องของสิงขรทันที สิงขรตกใจ แต่ตำรวจก็กรูกันออกมาล้อมสิงขรเอาไว้
“มาจับผมทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”
ประตูรถตู้ที่จอดอยู่หน้าโรงแรมถูกเปิดออก ษมาก้าวเดินลงมาคนแรก... สิงขรมีสีหน้าตกใจมาก
สิงขรแทบช็อกที่เห็นษมายังไม่ตาย
“ษมา”
ก่อนที่สาระวารี พิพัช จันเลา และสมบูรณ์ จะเดินตามออกมาจากรถตู้
ษมาจ้องหน้าสิงขรถาม
“เสี่ยสิงขรบงการฆ่าผม 2 ครั้งซ้อน ยังไม่ผิดอีกเหรอครับ”
ษมายิ้มสะแหยะ สิงขรหน้าซีดเผือด

อีกมุมหนึ่ง โศภีขับรถจะเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าโรงแรม หยุดกึกทันที เธอเห็นตำรวจเต็มไปหมด เลยกดปุ่มลดกระจกลงมองออกไปว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเห็นษมากำลังเผชิญหน้ากับสิงขร โศภีหน้าเครียดขึ้นมาทันที เธอตกใจจนหน้าถอดสี รีบกดกระจกหน้ารถปิดทันที

โศภีเครียดจนเหงื่อแตก มือสั่น กรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด
บริเวณหน้าโรงแรม...ษมาจ้องสิงขรเขม็ง
“ผมนึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าเสี่ยจะเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง”
จันเลาจ้องสิงขร สีหน้าโกรธแค้น
“ผมเคยทำงานให้เสี่ยอย่างซื่อสัตย์ ตอนลาออกก็เข้าใจกันดีทุกอย่าง เสี่ยไม่น่าใส่ร้ายผมถึงขนาดนี้เลย”
สมบูรณ์มองสิงขร แววตารู้ทัน
“มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกจันเลา นายเป็นบอดี้การ์ดฝีมือดี ถ้าแยกนายจากคุณษมาได้ มันก็ลอบกัดคุณษมาได้ง่ายขึ้น”
สิงขรตีหน้าตาย
“พูดอะไรของแก ฉันไม่รู้เรื่อง”
“ลูกน้องคุณสารภาพหมดแล้ว อย่าเสียเวลาปฏิเสธอีกเลย”
สิงขรเหลือบตาไปจ้องหน้าสาระวารีที่ยิ้มเย้ย
“เสี่ยคงคิดไม่ถึงสิ ว่าเราจะสาวถึงตัวเสี่ยได้ งานนี้คงต้องยกความดีความชอบให้นักข่าวสาวของเรา”
ษมาบอก สาระวารีแอบทิ้งค้อนใส่ษมาเล็กน้อย ก่อนหันไปจ้องหน้าสิงขรนิ่ง

ย้อนกลับไป2 วันก่อน เวลากลางคืน สาระวารีเดินลงไปซื้อของที่ตลาด มีคนร้ายขี่มอเตอร์หวังเข้ามาทำร้าย และขมขู่ เมื่อเธอตั้งสติได้ มองตามมอเตอร์ไซค์คนร้ายด้วยความเจ็บใจ และรีบโทรหาษมาทันที
“ฉันเองนะคะคุณษมา ฉันถูกคนขู่ที่ตลาด บอกให้ระวังตัวอย่ายุ่งเรื่องคนอื่น... น่าจะเรื่องที่ฉันเตือนคุณเรื่องจันเลาแน่ๆ ระวังตัวให้ดีนะคะ อยู่ห่างๆ จันเลาเอาไว้”
ษมากดตัดโทรศัพท์มือถือหลังคุยกับสาระวารีจบ สีหน้าใช้ความคิด หยิบรูปถ่ายที่สาระวารีเอามาให้ดูอีกครั้ง เขาไม่ได้สนใจภาพของอำนวย หรือจันเลา หากแต่เป็น สิงขร ที่อยู่ร่วมในภาพด้วย
ษมามีสีหน้าตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ลุกเดินออกไปทันที

ษมากำลังคุยกับพิพัช จันเลาอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมไม่รู้เรื่องจริงๆนะครับคุณษมา จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยไปถ่ายรูปกับไอ้นวยมันตอนไหน”
“ฉันไม่ได้สงสัยแกหรอกจันเลา แกเป็นบอดี้การ์ดฉันมานาน ถ้าจะหักหลังฉันจริง ฉันคงตายไปนานแล้ว แต่ที่ฉันสงสัย คือเจ้านายเก่าของแกตะหาก”
จันเลาแปลกใจ
“เสี่ยสิงขรน่ะเหรอครับ”
ษมาพยักหน้ารับ
“อำนวยเคยทำงานกับเสี่ยสิงขร ไม่แปลกถ้าเสี่ยสิงขรจะจ้างมันมาเก็บฉัน”
พิพัชพยายามลำดับเรื่องราว
“เสี่ยสิงขรจงใจใช้ไอ้นวยเพราะมันไปทำงานกับเสี่ยจิตติ ถ้าคุณษมาเป็นอะไรไป เสี่ยจิตติก็จะเป็นผู้ต้องสงสัย”
“ใช่ เท่ากับตัดคู่แข่งสัมปทานคาสิโน ที่น่ากลัวที่สุดคนนึงไปได้ง่ายๆ เลย แต่ถ้าฉันไม่เป็นไร ก็เท่ากับเสี้ยมให้ฉันกับเสี่ยจิตติแตกกัน” ษมาบอก
“ยิงปืนนัดเดียวได้นกไม่รู้กี่ตัวนะครับเนี่ย ไม่น่าเชื่อว่าเสี่ยสิงขรจะวางแผนได้ซับซ้อนขนาดนี้” จันเลาว่า
“งั้นเรามาช่วยกันต่อแผนให้ซับซ้อนขึ้นอีกหน่อยดีกว่า”
ษมายิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

ย้อนกลับไปเมื่อวาน จันเลาเปิดประตูห้องพักคนไข้ พร้อมกับเข็นรถพาพิพัชเข้ามาในห้อง ก็เห็นษมา สาระวารี และโศภียืนรออยู่ในห้องแล้ว
“อ้าว คุณษมา มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
ทันใดนั้น สมบูรณ์ที่ซ่อนอยู่ในห้องน้ำ ก็เข้าตรงล็อกคอจันเลาจากทางด้านหลังทันที ก่อนจะยึดปืนพกของจันเลาที่เหน็บไว้มา
“อะไรกันจ่า มาจับผมทำไม”
ษมาสีหน้าเครียด

“จันเลา แกถูกไล่ออกแล้ว”

อ่านต่อเวลา 17.00น.
เมื่อคนงานกำลังขับเรือพาษมามาถึงกลางทะเล อึดใจเครื่องเรือก็เริ่มดับ จนเรือวิ่งต่อไปไม่ได้
“เรือเป็นอะไรเรอะ”
“ไม่ทราบเหมือนกันครับคุณษมา ขามายังดีๆอยู่เลย”
คนงานเดินไปหยิบกล่องเครื่องมือ ทำไปตรวจเช็คโน่นนี่ไปมา
“เป็นไงบ้าง”
ทันใดนั้นเอง คนงานก็หยิบเอามีดขนาดใหญ่ที่ตนซ่อนไว้ในกล่องเครื่องมือ แล้วหันกลับไปจ้วงแทงใส่ษมาทันที แต่เขาเหมือนระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว จึงหลบไปได้หวุดหวิดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
คนงานหันมาเล่นงานษมาซ้ำต่อทันที แต่ษมาจับข้อมือไว้พยายามแย่งมีดมา ก่อนที่ษมาจะเตะใส่คนงานเข้าไปหลายที แล้วบิดข้อมือจนมีดหลุด พร้อมกับชกเข้าเต็มหน้าคนงานจนร่วงลงไป
ษมาจะเข้าไปซ้ำ แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนเฉี่ยวษมาไปหวุดหวิดนิดเดียว
ษมาหันไปมอง สีหน้าตกใจมาก เห็นเรือคนร้าย...มีโจรสองคนขับเรือมา พร้อมกับยิงปืนกราดใส่ษมา
จนต้องก้มหลบไม่สามารถเงยหัวขึ้นมาได้
คนงานเลยฉวยโอกาส กระโจนเข้าบีบคอษมาทันที ษมาสู้ขาดใจ แต่คนงานก็แข็งแรงไม่ใช่น้อย บีบคอจนษมาเริ่มหายใจไม่ออก
ษมาเริ่มควานหาอุปกรณ์ช่วยใกล้ๆตัว ก่อนจะเจอกล่องเครื่องมือของคนงาน ษมาพยายามควานหาของ จนเจอไขควงอันหนึ่งเข้า
ษมารวบรวมแรง แทงไขควงเข้าที่ท้องของคนงานจนคนงานร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด คนงานเลยเผลอลุกขึ้นยืน จังหวะนั้นเอง กระสุนจากพวกโจรก็ยิงใส่คนงานทันที
คนงานโดนยิงขาดใจตาย ร่างตกลงไปในทะเล
เรือของพวกโจรก็ขับมาถึง พร้อมกับเล็งปืนไปที่ษมาทันที โจรยิ้มเหี้ยมกำลังจะเหนี่ยวไกปืน แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับที่โจรถูกยิงเข้าที่หัวไหล่จนอาวุธหลุดมือ
จันเลาและลูกน้องของษมา 2-3 คนพร้อมอาวุธครบมือ ขับเรือเข้ามาช่วยษมา โจรอีกคนตกใจ รีบหยิบปืนขึ้นมาจะยิงสู้ แต่โดนจันเลายิงเข้ากลางมือทะลุ อาวุธปืนกระเด็นหลุดมือไปอีกคน
โจรทั้งสองหวาดกลัวจนรีบยกมือยอมแพ้ ไม่กล้าฮึดสู้อีก

ย้อนกลับไปคืนก่อน สาระวารีไปตั้งสติในห้องน้ำของโรงพยาบาล หลังจากแอบมาร้องไห้เสียใจจากการตายของษมา สาระวารีสูดหายใจลึก สงบสติอารมณ์ให้ได้ เธอเดินออกจากห้องน้ำไป เดินเลี้ยวมุมตึก
ไม่คาดคิด ษมายืนพิงกำแพงมุมตึกรออยู่เงียบๆ สาระวารีร้องลั่นตกใจสุดขีด อย่างอารมณ์โดนผีหลอก ษมารีบไปจับตัวเอามือปิดปากสาระวารี
“อย่าร้องครับ ผมยังไม่ตาย”
สาระวารีหน้าตาเบิกโพลงตกใจมาก

บริเวณหน้าโรงแรม สาระวารียังแอบเคืองษมาที่ถูกหลอกให้ตกอกตกใจไปด้วย หลังจากเขาเฉลยความจริงหมด สิงขรก็จ้องษมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“หมดข้อสงสัยแล้วใช่มั้ยครับเสี่ย งั้นเชิญที่โรงพักดีกว่าครับ ลูกน้องเสี่ยรออยู่ที่โรงพักมาทั้งคืนแล้ว”
สิงขรเจ็บใจมาก จ้องหน้าษมา ก่อนจะขอความเห็นใจตำรวจ
“คุณตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะครับ ทั้งหมดเป็นการจัดฉากใส่ร้ายผม”
ทันใดนั้นเอง โศภีก็วิ่งเข้ามาหาษมา เธอดีใจสุดๆ เข้าไปกอดษมาแล้วปล่อยโฮ
“ษมา คุณจริงๆด้วย คุณยังไม่ตาย คุณยังไม่ตาย”
สาระวารีเผลอเหล่ๆ มองษมาเล็กน้อย ษมาอายคน และรู้สึกร้อนๆหนาวๆกับสายตาของสาระวารี จนต้องดึงโศภีออก โศภีหันไปมองสิงขรด้วยสายตาเกลียดชัง
“มันใช่มั้ยคะที่ลอบฆ่าคุณครั้งแล้วครั้งเล่า ไอ้สารเลว” โศภีเดินเข้าไปจะตบหน้าสิงขร
สิงขรฉวยโอกาสที่โศภีจะตบหน้าจับข้อมือเธอล็อก แล้วชักปืนที่ซ่อนไว้ออกมา ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ที่จู่ๆโศภีก็กลายเป็นตัวประกัน เธอกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
“ปล่อยฉันนะ”
ตำรวจกระชับปืนทันที
“ปล่อยคุณโศภีซะ ยังไงเสี่ยก็หนีไม่รอดหรอก” ษมาบอก
“ถ้าฉันไม่รอด นังนี่ก็ไม่รอดเหมือนกัน”
โศภีตื่นกลัว
“ษมา ช่วยโศด้วย โศกลัว”
สิงขรหันไปพูดกับตำรวจ
“สารวัตร สั่งคนของคุณถอยไปให้หมด”
โศภีร้องไห้ โวยวาย ฟูมฟายด้วยความกลัวสุดชีวิต
“อย่ายิงฉันนะ ฉันกลัวแล้ว ษมา ช่วยโศด้วย”
“หุบปากซะทีเถอะ แหกปากอยู่ได้”
สิงขรกระชากผมโศภีจนหน้าหงายไป โศภียิ่งร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว
“ถอย”

ตำรวจคลายวงล้อม ปล่อยให้สิงขรพาโศภีผ่านออกไป สาระวารีจับตามองตามไปด้วยสีหน้านิ่งๆเก็บข้อมูล
มนต์จันทรา ตอนที่ 5 (ต่อ)

สิงขรขับรถตัวเองพาโศภีมาถึงชายป่า โศภีหน้าตาบึ้งตึงถาม
“จะปล่อยฉันได้รึยังล่ะ”
สิงขรทำหน้ากวน ยิ้มกรุ้มกริ่ม
“จะรีบไปไหนล่ะ ไหนๆก็มาแล้ว มาเปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ”
สิงขรโน้มตัวไปจะปล้ำจูบโศภี เธอผลักออกไป ก่อนจะขำชอบใจออกมา
“บ้า”
สิงขรหัว
กำลังโหลดความคิดเห็น...