xs
sm
md
lg

มนต์จันทรา ตอนที่ 2

เผยแพร่:

มนต์จันทรา ตอนที่ 2

ระหว่างนั้นโศภีจับตามองเป็นพิเศษ อย่างแปลกใจมาก สาระวารียกมือไหว้ ษมารับไหว้ไป

"ลุงบูรณ์คงบอกเรื่องฉันกับคุณแล้ว ถ้าอย่างงั้นฉันเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ฉันอยากสัมภาษณ์คุณเกี่ยวกับคาสิโนที่กำลังจะเปิดใหม่ของคุณน่ะค่ะ"
โศภียิ้มเยาะหยัน
"แหม น่าสงสารจริงๆเลย คงมาเสียเที่ยวเปล่าแล้วล่ะจ้ะ ไม่รู้รึไงว่า คุณษมาไม่เคยให้สัมภาษณ์หนังสือฉบับไหนมาก่อน"
ษมาพูดสวนขึ้น
"จะสัมภาษณ์ที่นี่ เดี๋ยวนี้เลยเรอะ"
โศภีตกใจหันไปมองหน้าษมา ไม่คิดว่าษมาจะพูดแบบนี้
"ไม่หรอกค่ะ วันนี้เป็นงานวันเกิดคุณพ่อ นอกจากจะไม่สะดวกแล้ว เกรงว่าจะเป็นการไม่ให้เกียรติคุณพ่อด้วย ฉันเลยอยากจะขอรบกวนนัดคุณวันอื่นค่ะ"
ษมายิ้มเล็กน้อย
"เดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกที เธอคงยังไม่รีบกลับ"
ษมาตัดบทหันไปหาจิตติ
"ไปพบท่านรัฐมนตรีกันเถอะครับ"
จิตติพาษมาเดินเลี่ยงไป โศภีมองสาระวารีด้วยรอยยิ้มหยัน
"นี่เค้าเรียกกว่าการปฏิเสธแบบผู้ดี รู้เอาไว้ด้วยย่ะ แม่นักข่าวสก๊อย"
โศภีเดินตามษมาไป จันเลาและพิพัชเหล่มองสาระวารีก่อนตามประกบษมาไปห่างๆ วัฒนาเหล่ๆ มองจนจันเลาและพิพัชเดินพ้นไปรีบวิ่งมาหาสาระวารี
"ตกลงเค้ายอมให้สัมภาษณ์มั้ย"
"ยังไม่รู้เลย" สาระวารีถอนใจแรงก่อนเดินเซ็งๆ เลี่ยงออกไป
ษมาที่เดินไปกับจิตติก็แอบหันไปจับมองตามสาระวารีด้วยสีหน้ายิ้มๆ

สาระวารีสีหน้าร้อนใจปนกังวล แอบเดินมาทางสนามหลังบ้านจัดงาน
"คุณคงหงุดหงิดมากสินะที่ได้เจอผมอีก"
สาระวารีตกใจเล็กน้อย หันกลับมามองหน้าษมา
"ทำไมคุณไม่บอกฉันแต่แรก ว่าคุณคือคุณษมา"
ษมาตีหน้าตาย
"ก็คุณไม่ได้ถาม เอาแต่เล่นงานผมตลอดเลย"
สาระวารีฝืนยิ้มแหยๆ ษมากอดอกมองหน้าเธอ
"ถ้าจะมีข่าวเกี่ยวกับตัวผมออกไป ผมต้องการให้มันเป็นข่าวที่มีความครบถ้วนถูกต้องมากที่สุด ไม่ใช่ข่าวที่คุณหลับตาวาดภาพแล้วเขียนเอาเอง หรือข่าวแค่ย่อหน้าสองย่อหน้าที่ซ่อนอยู่หน้าหลัง"
"ข่าวนี้เป็นข่าวปกค่ะ และฉันรับรองได้ว่าสยามสารเป็นหนังสือพิมพ์ที่เสนอข่าวสารถูกต้องตามความเป็นจริง นำเสนออย่างรอบด้านและเป็นกลางที่สุด" สาระวารีพูดสวนทันที
"ถูกต้อง รอบด้าน เป็นกลาง" ษมาเลิกคิ้วสูง มุมปากโค้งเล็กน้อย ใช้ความคิดว่า จะเชื่อไม่เชื่อดี
"คุณษมาต้องการให้ฉันทำยังไงไม่ทราบคะ คุณถึงจะเชื่อว่าสยามสารจะเสนอข่าวคาสิโนของคุณอย่างเป็นกลางจริงๆ"
ษมาจ้องหน้าวารีบอก
"ผมต้องการตรวจข่าวของคุณก่อนตีพิมพ์"
สาระวารีอึ้งๆ สีหน้าใช้ความคิดก่อนตัดสินใจ
"ปกติเรามักจะไม่ทำแบบนั้น แต่ถ้าฉันตกลงตามที่คุณต้องการ ฉันจะได้ข่าวอะไรเพื่อแลกกับอภิสิทธิ์ขนาดนี้ของคุณบ้างคะ"
ษมาขำในลำคอ
"คำตอบทุกอย่างที่คุณอยากรู้ ภาพสถานที่ที่ผมจะสร้างคาสิโน และหนังสือคุณจะเป็นฉบับเดียวที่จะได้ข่าวจากผม"
สาระวารีตื่นเต้นดีใจ
"ตกลงค่ะ ฉันยินดีให้คุณตรวจข่าวก่อนตีพิมพ์... งั้นคุณนัดมาได้เลยค่ะ ว่าจะให้ฉันไปสัมภาษณ์ได้เมื่อไหร่"
ษมายิ้มมุมปาก
"พรุ่งนี้บ่ายโมงคุณไปที่ท่าเรือ คนของผมจะเอาเรือไปรอรับคุณ"
สาระวารีดีใจ ไม่ทันได้คิดอะไร
"ได้เลยค่ะ"
"เตรียมเสื้อผ้าไปค้างคืนด้วย ผมขอเชิญคุณเป็นแขกที่เกาะยานก คิดว่าคุณคงไม่รังเกียจ"
"ไม่รังเกียจเลยค่ะ"
ษมาจ้องหน้า สีหน้าจริงจัง
"แต่คุณต้องไปคนเดียวเท่านั้น"
สาระวารีผงะไปเล็กน้อย

ผ่านเวลาเล็กน้อย จิณห์วราเปิดตู้เย็น หยิบผลไม้แช่เย็นออกมา แล้วเดินไปนั่งกินไป คุยไปกับสาระวารีที่โต๊ะอาหารเล็กๆ ในห้องครัว
"ตอนแรกฉันเสียวแทบแย่ กลัวว่าแกจะไปตีกับคุณษมาซะอีก"
"นี่แก ถึงฉันจะขี้วีนแค่ไหน ฉันก็มือโปรนะยะ มีนักข่าวที่ไหนไปทะเลาะกับแหล่งข่าวมั่ง ยิ่งในงานวันเกิดพ่อแก ฉันยิ่งไม่มีทางทำหรอก"
"จ้า แม่สุดยอดนักข่าวมืออาชีพ เออ แต่แกนี่โชคดีเป็นบ้าเลย รู้ตัวมั้ย นอกจากนะได้สัมภาษณ์คุณษมาเป็นคนแรกแล้ว ยังได้ไปเกาะยานกอีก นี่แกเล่นของรึเปล่ายะ"จิณห์วราเหล่ๆเพื่อน
สาระวารีหน้าหงิก
"มองฉันในแง่ดีซักเรื่องจะได้มั้ย" สาระวารีตอบพลางทานผลไม้ไป
จิณห์วรายิ้มแซว
"ก็ได้ย่ะ งั้นฉันมองว่าคุณษมาอาจจะแอบปิ๊งแก"
สาระวารีสำลักผลไม้ จนติดคอต้องรีบกลืนเข้าไป
"นังบ้า ฉันเกือบติดคอตายแล้ว" สาระวารีไอสำลักตามมาอีกเล็กน้อย
จิณห์วราขำๆก่อนจะหน้าเครียดขึ้นมา
"บอกตรงๆนะ ฉันไม่อยากให้แกไปที่เกาะยานกเลย ถึงพ่อฉันจะชอบเค้ามากขนาดไหน แต่เค้าก็ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อคนนึง ฉันกลัวว่าแกจะไม่ปลอดภัย"
สาระวารียิ้มมั่นใจ
"สายไปแล้ว คนอย่างสาระวารี ลองถ้าได้ทำข่าวอะไรแล้ว รับรองว่ากัดไม่ปล่อย ยิ่งคุณษมามาแปลกๆ ยังงี้ ฉันก็ยิ่งอยากรู้ ว่าเค้ามีแผนการอะไรกันแน่"
จิณห์วารีอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้
"วารี..."

สาระวารีเอาผลไม้ยัดใส่ปากเพื่อนทันทีที่จะเปิดปากพูดต่อ
จันเลาขับรถตู้เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าโถงบ้านโศภี เพื่อมาส่งโศภี จันเลาและพิพัชลงจากรถไปเปิดประตูให้โศภี และคุ้มกันษมา โศภียิ้มประชด

"วันนี้มีอะไรแปลกๆดีนะคะ ษมาผู้รักสันโดษของโศ ถึงกับยอมเปิดบ้านให้คนอื่นค้าง นักข่าวซะด้วย ไหนคุณว่าไม่ชอบให้ใครไปรบกวนที่ยานกไงคะ"
ษมายิ้มบางๆ
"กฎทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้นไม่ใช่เหรอครับ แล้วบังเอิญ ผมถูกชะตากับนักข่าวคนนี้ ก็เท่านั้นเอง"
โศภีออกอาการหึงหวง
"แค่ถูกชะตา คงไม่ใช่ถูกสเป็กนะคะ ถึงแม่นี่จะไม่ค่อยแต่งตัว แต่โศก็ดูออกว่าสวยไม่ใช่เล่นเหมือนกัน"
ษมายิ้มขำๆ
"ดึกแล้ว คุณเข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ ผมก็จะกลับเกาะยานก คืนนี้เลยเหมือนกัน"
โศภีทิ้งค้อนสะบัดหน้าพรืดเดินลงจากรถกลับเข้าบ้านไปด้วยความไม่พอใจ ษมาเหลือบไปเห็นพิพัชและจันเลาที่ยืนมองเขาเป็นตาเดียว
"มีอะไร"
จันเลามีสีหน้าไม่สบายใจ
"เอ่อ พวกเราก็แค่สงสัย อยากจะถามคำถามเดียวกับคุณโศภีล่ะครับ"
ษมาหัวเราะ
"รู้สึกทุกคนจะติดใจเรื่องนี้ซะเหลือเกินนะ"
พิพัชไม่สบายใจ
"เรากลัวว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นน่ะครับ คนไม่หวังดีกับคุณษมาก็มีไม่น้อย ผู้หญิงคนนี้จะมาดีมาร้ายก็ไม่รู้ ผมไม่อยากให้เค้าไปที่เกาะยานกเลยครับ"
"คนอื่นฉันไม่รู้ แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ ฉันมั่นใจ ไม่มีอะไรหรอกน่ะ ไม่ต้องห่วง"
"แต่..."
"รีบกลับกันได้แล้ว"
พิพัช มองหน้ากับจันเลา รู้สึกแปลกใจ ก่อนจะปิดประตูรถตู้แล้วแยกย้ายกันขึ้นรถ ษมาในรถตู้ยิ้มกริ่มดูพึงพอใจ

กลางคืนต่อเนื่องมา ภายในห้องพักแขก มัทนา คุยกับ สาระวารีที่อยู่ในบริเวณสวนหย่อมของโรงแรมที่ย้ายมาใหม่
"เค้าต้องปลอมตัวมาสืบแหงๆ"
สาระวารีงงๆ คุยมือถือ
"สืบอะไร"
"ก็สืบว่าพี่วารีเป็นนักข่าวจริงรึเปล่าน่ะสิ หรือว่าเป็นพวกคู่แข่งมาสืบความลับ"
สาระวารีคุยมือถือ
"เค้าจะรู้ได้ไงว่าพี่จะมาสัมภาษณ์เค้า เก่งเกินไปหน่อยแล้ว"
"พี่ได้โทรบอกใครมั่งรึเปล่าล่ะ"
สาระวารีนึกๆก่อนตอบ
"ก็หลายคนอยู่ พี่พอจะนึกออกแล้วล่ะ" สาระวารีมีสีหน้าเจ็บใจ
"แล้วพี่วารีจะไปมั้ย"
"คนอย่างพี่เคยกลัวอะไรที่ไหน"
มัทนาน้ำเสียงเป็นห่วง
"แต่ข้ามเรือไปเกาะที่ไหนก็ไม่รู้นะพี่วารี ยังไงพี่ก็เป็นผู้หญิงนะ"
สาระวารีมีสีหน้าติดใจสงสัย
"แล้วนี่มัทหายป่วยแล้วไม่ใช่เรอะ ทำไมไม่ออกจากบ้านเค้าซะทีล่ะ แปลกๆ นะ"
มัทนามองเหล่ๆ มองไปทางสาลินีที่เริ่มรู้สึกตัวตื่น
"ตกลงทำเนียนอยู่ต่อเพื่อวางแผนสืบต่อหรือจะจับเค้าปล้ำกันแน่ยะ"
มัทนาตกใจปนเขิน
"พี่วารีอ้ะ... แค่นี้ก่อนนะ" มัทนารีบตัดสายไปทันที
มัทนารีบเลื่อนตัวลงนอนหันข้างให้สาลินี สาลินีเห็นมัทนาหลับอยู่แล้วค่อยๆลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ
มัทนาพึมพำ
"คิดอะไรบ้าๆ พี่วารี" มัทนาอมยิ้มเขินดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง

กลางดึก บรรยากาศภายในบ่อนเล็กๆของดิตถ์ ที่มีการพนันให้เล่นอยู่ไม่กี่อย่าง คนที่มาเล่นไม่มีเงินมากนัก แต่ก็มาเล่นกันเต็มบ่อน ดิตถ์กำลังดูบัญชีของบ่อนอยู่ โดยมีลูกน้องล้อมรอบ

ดิตถ์บ่นอย่างเซ็งๆ
"ทำไมได้แค่นี้เองวะ ไม่คุ้มต้องย้ายบ่อนหนีตำรวจเลย"
ลูกน้องคนที่ 1 บอก
"โธ่ นายครับ บ่อนเรามันบ่อนเล็กๆ ไอ้คนเล่นบางคนมันแทงตาละยี่สิบด้วยซ้ำ ได้แค่เนี้ยก็หรูแล้วครับ เราไม่ใช่บ่อนไฮโซอย่างของเสี่ยษมาซะหน่อย"
ดิตถ์โมโห ตวาดออกไป
"มึงอย่ามาเอ่ยชื่อมันในบ่อนกู"
ลูกน้องคนที่ 1 สีหน้าจ๋อยๆไป
ดิตถ์เจ็บใจ
"ถ้าไม่ใช่เพราะมัน น้องกูก็ไม่ต้องตาย ไอ้พลอยที่น้องกูขุดได้ก็ต้องแบ่งให้กู ป่านนี้กูก็คงเป็นเจ้าของบ่อนที่พระฮามแทนมันไปแล้ว"
ลูกน้องอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาหาดิตถ์
"นายครับ"
ดิตถ์ตวาด
"อะไรวะ"
ลูกน้องคนที่ 2ว่า
"มีข่าวคืบหน้าเรื่องไอ้ษมากับนักข่าวกรุงเทพครับ"
ดิตถ์มีความสนใจขึ้นมาทันที
"ว่าไง"
"ไอ้ษมามันยอมให้นักข่าวไปที่เกาะยานกของมันครับ ... ไม่น่าเชื่อว่ามันจะยอม"
"มึงรู้ข่าวมาจากไหน"
"คนสนิทของคุณโศภี ตอนนี้เธอกำลังหัวเสียมาก"

ดิตถ์มีสีหน้าใช้ความคิดก่อนจะอมยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
เวลายามสาย ไชยวัฒน์นั่งอยู่ในห้องทำงาน กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยความเป็นห่วงลูกน้อง

"เธอก็เขียนประเด็นที่ต้องการรู้ส่งให้วัฒนาไปเกาะยานกแทน อยากรู้อะไรก็ให้วัฒนาไปถามให้ ส่วนเธอก็รออยู่ที่ตราด หรือจะกลับมากรุงเทพก่อนก็ได้"
สาระวารีกำลังเดินสะพายเป้ คุยโทรศัพท์มือถืออยู่
"วารีไปเองดีกว่าค่ะ ไม่ถนัดเขียนข่าวจากปากคนอื่น ข่าวนี้เป็นข่าวลีดนะคะบอกอ จะทำชุ่ยๆได้ยังไง กะอีแค่ไปเกาะยานกไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนา น่าจะดีใจมากกว่าที่ได้สัมภาษณ์คุณษมา"
"ไอ้เกาะยานกน่ะผมไม่กลัวหรอก แต่ผมกลัวเจ้าของเกาะมากกว่า"
สาระวารีสะพายเป้เดินไปกดลิฟท์โรงแรม และฟังไชยวัฒน์ไปด้วย
"คุณษมาต้องการให้เธอไปเกาะเค้าคนเดียว จะด้วยเจตนาอะไรผมไม่รู้ แต่แน่ใจว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่"
สาระวารียิ้มๆ ตอบกลับไป
"บอกอคิดมากจังเลย เค้าเป็นคนฉลาด ไม่โง่พอจะลวงนักข่าวไปเชือดทิ้งบนเกาะหรอกค่ะ อย่างมากก็ใช้เราเป็นเครื่องมือโปรโมทบ่อนร้อยล้านให้ฟรีๆ"
ลิฟท์เปิด สาระวารีเดินเข้าลิฟท์ไป ไชยวัฒน์คุยต่อ
"ถ้าเค้าอยากใช้สื่อมวลชนเป็นเครื่องมือโฆษณาจริงๆ ทำไมไม่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ตั้งกี่ฉบับที่พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ไปก่อนเราล่ะ ทำไมต้องรอหนังสือเล็กๆ อย่างเราด้วย"
สาระวารีคุยโทรศัพท์อยู่ในลิฟท์
"ก็ฉบับอื่นเป็นกลางสู้สยามสารไม่ได้นี่คะบอกอ"
ลิฟท์เปิด เธอก้าวเดินออกจากลิฟท์ไปพร้อมคุยต่อ
"วารีรู้ค่ะว่าบอกอเป็นห่วง แต่วารีอยากทำข่าวชิ้นนี้จริงๆ ให้วารีไปเถอะนะคะ"
"แต่ผม..."
สาระวารีตัดบท โกหกไชยวัฒน์ก่อนตัดสาย
"วารีจะเข้าลิฟท์ค่ะ แค่นี้นะคะ สัญญาณไม่มี"
สาระวารียิ้มมั่นใจสะพายเป้เดินออกไปจากโรงแรม

เวลาต่อมา โศภีกำลังโวยวายใส่ดิตถ์ที่ห้องรับแขกบ้านโศภี
"ฉันไม่ใช่เด็กอมมือ ไม่ต้องมายุฉันเลย"
ดิตถ์ตีหน้าตายบอก
"ผมไม่ได้ยุแยงคุณ ผมหวังดีกับคุณในฐานะที่เรารู้จักคุ้นเคยกันมานาน"
ดิตถ์ส่งสายตากรุ้มกริ่ม โศภีค้อนใส่
"คิดดูสิ ไอ้ษมาไม่เคยยอมให้สัมภาษณ์นักข่าวคนไหนทั้งนั้น แต่กลับเปิดเกาะยานกให้ผู้หญิงคนนี้เข้าไปค้างด้วย นักข่าวคนนี้ต้องมีอะไรดีแน่ๆ" ดิตถ์ยิ้มเจ้าเล่ห์
โศภีขบกรามแน่นด้วยความหึงหวง ข้อนี้ก็คาใจเธออยู่เหมือนกัน ดิตถ์ยิ้มหยัน
"ถึงคุณยังสวยพริ้งอยู่ แต่ก็ไม่สดแล้ว"
โศภีชายหางตามองดิตถ์ที่จี้จุดแทงใจดำ ดิตถ์แกล้งยื่นมือไปม้วนปลายผมโศภีเล่น
"ระวังจะแพ้เด็กนะคุณ"
โศภีโมโห ปัดมือดิตถ์ออก
"ไม่ต้องมายุ่งกับฉันหรอก เอาเวลาไปดูกิจการของนายให้ดีก่อนเถอะ วางมาดเศรษฐี ใครจะไปรู้ว่าสร้างภาพ จริงๆ ก็แค่เศรษฐีเงินหมุน" โศภีพูดแล้วเบะปากดูถูก
ดิตถ์ถูกแทงใจดำ แต่พยายามข่มอารมณ์ไว้
"ผมไม่ได้มาทะเลาะกับคุณนะ ผมมาเจรจา คุณต้องการไอ้ษมา ส่วนผมก็ต้องการเส้นสายทำธุรกิจ แล้วทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ"
"ฉันมีปัญญาจัดการของฉันเองได้ ไม่ต้องการหุ้นส่วน"
ดิตถ์ยักไหล่และขำเย้ยหยัน
"ษมา มันฉลาด ไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอก อยากฝันลมๆแล้งๆ จนแห้งตาย ก็ตามใจคุณ"
โศภีเหยียดปากดูถูก
"แกก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าฉันนักหรอก มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย"
ดิตถ์ยิ้มเยาะกวนๆ เดินออกไป โศภีค้อนตามไปก่อนจะเริ่มมีสีหน้าเครียด เพราะลึกๆในใจก็รู้ว่า เธอกับษมาไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

ท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเลสวยงามยามบ่าย กูซอขับเรือเร็วพาสาระวารี และพิพัช เพื่อไปที่เกาะยานก พิพัชยืนหน้าหงิกตลอดเวลา ไม่พอใจที่สาระวารีไปที่เกาะ สาระวารีจะคล้องกล้องห้อยคอเอาไว้ หันดูวิวรอบๆก่อนจะหันไปพูดกับพิพัช
"อีกนานมั้ยกว่าจะถึง"
"ชั่วโมงเศษๆ" พิพัชพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"เป็นชั่วโมงเลยเหรอ แล้วถ้าเปิดบ่อนจะทำยังไงล่ะ เรือเล็กแค่เนี้ย จะรับแขกได้กี่คนกั๊น"
พิพัชนิ่งไม่พูดอะไร รู้ว่าสาระวารีเลียบๆเคียงๆถามเรื่องบ่อน เลยไม่ตอบ สาระวารียิ้มแหย่ๆ
"ที่เงียบเนี่ย ไม่อยากตอบ หรือไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เลยไม่รู้จะตอบยังไง"
พิพัชหน้าบึ้งหนักกว่าเดิม แต่ไม่ยอมพูดอะไร สาระวารียั่วไม่ขึ้นเลยเซ็ง หยิบกล้องออกมาจะถ่ายรูป หันไปพูดกับกูซอ
"เบาเครื่องหน่อยได้มั้ยคะ ฉันอยากจะถ่ายรูปแถวนี้นิดนึง"
กูซอยิ้มแย้มบอก
"ได้ครับ"
พิพัชพูดสวนขึ้น
"ไม่ได้ คุณษมาสั่งไว้ให้รับคุณไปที่เกาะ ไม่ได้บอกว่าคุณจะแวะเก็บดอกไม้ ตกปลาแถวนี้"
กูซอจ๋อย ไม่กล้าขัดพิพัช สาระวารีแขวะ
"แหม คุณนี่เป็นไกด์ชั้นดีที่ 1 เลยนะ หวังว่าพอบ่อนพันล้านของนายคุณเปิด เค้าคงไม่ส่งคุณมารับลูกค้ายังงี้นะ ไม่งั้นลูกค้าแผ่นแน่บกลับบ้านกันหมด"
"ผมเป็นเลขาส่วนตัวของคุณษมา ไม่ใช่ไกด์ เข้าใจให้ถูกต้องซะด้วย"
ในขณะที่สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้หันไปมองพิพัช แต่เขาจ้องหน้าเธอนิ่งไม่ละสายตา สาระวารีก็ไม่ลงให้จ้องหน้าไม่หลบเหมือนกัน
 
ต่างฝ่ายต่างตั้งป้อมใส่กันตั้งแต่แรกเจอ
บ่ายแก่ๆ ลำแพง และแลง น้องชาย ยืนรออยู่ที่ท่าเรือของเกาะยานก ลำแพงยืนนิ่งสีหน้าไร้อารมณ์ กูซอขับเรือมาจอดที่ท่าเรือ พอเรือจอดสนิท พิพัชก็ขึ้นจากเรือเป็นคนแรก ปล่อยให้กูซอช่วยดึงสาระวารีขึ้นจากเรือ
 
สาระวารีเหล่มองพิพัช
"แมนมาก ไม่ถีบฉันตกน้ำเลยล่ะ"
พิพัชยิ้มเยาะทำหูทวนลม
"นี่คุณลำแพง แม่บ้านของคุณษมา ส่วนนั่นแลง น้องชายของคุณลำแพง"
สาระวารียิ้มทักทายจะไหว้ลำแพง
"สวัส..."
ลำแพงไม่สน พูดสวนขึ้น ก่อนหันเดินนำกลับไป สีหน้าท่าทางเย็นชา ไร้อารมณ์

"เชิญที่บ้านค่ะ คุณษมากำลังรออยู่"
กูซอส่งเป้ใหญ่ของสาระวารีให้แลงรับไป แล้วเอาเรือไปเก็บที่โรงเก็บเรือ แลงสะพายเป้ของสาระวารีแล้วเดินแซงนำไปก่อนใคร สาระวารีเดินตามพิพัชและมองไปที่ตัวบ้านและบริเวณรอบๆ ก่อนชวนพิพัชคุยอีกครั้ง
"บ้านนายคุณนี่สวยมากนะ มีกองละครมาขอใช้สถานที่มั่งรึยังคะเนี่ย"
พิพัชหยุด ตอบแบบไม่เต็มใจจะพูดด้วยนัก
"คุณษมาชอบอยู่เงียบๆ รักความเป็นส่วนตัว ผมคิดว่า คุณษมาคงไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาเปิดการแสดงให้วุ่นวายหรอก แค่นักข่าวหลงเข้ามาคนเดียว ก็วุ่นวายมากพอแล้ว"
พิพัชเดินนำตามลำแพงไปต่อ สาระวารีค้อนใส่ ก่อนเดินตามตื้อถาม
"มองจากที่นี่เห็นเกาะที่เจ้านายคุณอยากจะเปิดคาสิโนรึเปล่า"
พิพัชหยุดเดิน สีหน้าเซ็งๆ อย่างไม่เต็มใจแต่รักษามารยาท เพราะเป็นแขกเจ้านาย
"เห็นลิบๆ โน่น เกาะที่มีรูปคล้ายเกือกม้า" พิพัชชี้ให้ดู
สาระวารีมองตามและกระชับกล้องพร้อมถ่ายรูป
"เกาะไหน"
ลำแพงหน้าหงิกหยุดเดินและเดินกลับมาตาม เธอมองสาระวารี พูดน้ำเสียงเย็นชา
"คุณษมารออยู่ ท่านคงไม่ชอบที่จะต้องรอนานๆ"
ลำแพงมองสาระวารีด้วยแววตาเฉยชา ก่อนเดินนำต่อไป
สาระวารีจับตามองตามลำแพง ที่เดินหลังตรงคอเกร็ง ผอมบาง รวบมวยผมแน่นไม่ให้ผมกระดิกซักเส้น
สาระวารี เหยียดปากใส่
"เกาะนี้เลี้ยงผีดิบไว้รับใช้ด้วยเรอะ"
พิพัชจะหลุดขำออกมา แต่กลั้นเก็กเอาไว้ทัน
"คุณลำแพงเป็นแม่บ้านที่เก่ง และคุณษมาก็ไว้ใจเธอมาก ฉันรับรองได้ว่า เธอไม่แอบมาล้วงตับคุณกินตอนกลางคืนแน่ ไม่ต้องกลัวไปหรอก"
พิพัชเดินนำไป สาระวารีบ่นพึมพำแล้วถอนใจ
"แต่ละคน"
สาระวารีหันมาสนใจถ่ายรูปรอบๆ เกาะไปเล็กน้อย

ลำแพงเดินนำมาหยุดที่หน้าประตูโถงบานใหญ่ก่อนสั่งแลง
"เอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องรับรองแขกเลย"
"ครับพี่"
แลงเดินแยกขึ้นบันไดไปชั้นบน ลำแพงหันมองไปทางพิพัชที่เดินตามมาถึง
"ผมจะพาเข้าไปพบนายเอง"
ลำแพงพยักหน้ารับทราบ เดินเลยไปสวนกับสาระวารีที่เดินตามมาถึง เธอยิ้มให้ ลำแพงหน้านิ่งฉีกปากยิ้มตามมารยาทแต่แววตากับอารมณ์ไม่ได้ยิ้มด้วย ก่อนเดินเชิดไปตามทางของเธอ

สาระวารีเหล่มองตามเล็กน้อย
พิพัชกดอินเตอร์คอมที่หน้าประตูห้อง
"คุณสาระวารีมาถึงแล้วครับ"
ไม่มีเสียงตอบใดๆ กลับออกมา พิพัชหันมาพูดกับสาระวารี
"เข้าไปได้เลยครับ"
สาระวารีล้วงซองยับๆ พับมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ ยื่นให้พิพัช
"อ้ะ ของฝาก"
พิพัชมองซองขาวในมือ พูดเสียงแข็งถาม
"อะไร"
สาระวารีลอยหน้าลอยตากวนๆ
"ใบอนุโมทนาบัตรไง คราวก่อนที่เจอกัน ฉันเห็นคุณชอบแจกเงินคนอื่นเป็นฟ่อนๆ ก็เลยช่วยเอาไปทำบุญให้ แต่ฉันไม่รู้ชื่อนามสกุลคุณ ก็เลยเว้นไว้ให้คุณกรอกเองตามใจชอบ"
พิพัชจ้องหน้าสาระวารีด้วยแววตาเจ็บใจ รู้ว่าโดนประชด เธอยัดใบอนุโมทนาบัตรใส่มือเขา
"อ้อ ใบนี้ชื่นชมเสร็จแล้วอย่าทิ้งล่ะ เอาไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วยนะ เผื่อจะไม่รู้"
สาระวารียักคิ้วกวนๆให้ พิพัชกลัวจะสะกดอารมณ์ไม่อยู่ จึงเดินเลี่ยงฉับๆ ออกไปด้วยสีหน้าแววตาเขม่น
สาระวารีหันมองตามยิ้มๆ อย่างสะใจ ก่อนจะหันกลับมามองที่หน้าประตูโถงบานใหญ่ สีหน้าขรึมๆ ลง
เธอสูดหายใจลึกเต็มปอด เคาะประตูห้องเป็นการบอกอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องโถง

เพื่อพบกับษมาเจ้าของเกาะยานกผู้ทรงอิทธิพล
 
อ่านต่อหน้า 2
มนต์จันทรา ตอนที่ 2 (ต่อ)

ครู่ต่อมา สาระวารีเดินเข้ามาให้ห้อง ษมายืนยิ้มรอต้อนรับอยู่กลางโถง

"เกาะยานกยินดีต้อนรับ"
สาระวารียิ้มตอบแบบไม่กลัวเกรง
"ยินดีเช่นกันที่ได้รับเชิญค่ะ"
"คุณเตรียมเสื้อผ้าข้าวของติดตัวมามากรึเปล่า"
สาระวารีมองอย่างแปลกใจ
"ฉันก็เอามาหมดล่ะค่ะ"
"ดีแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องสั่งให้ลำแพงเตรียมเสื้อผ้าให้คุณเพิ่ม"
สาระวารีงง
"ทำไมคะ ฉันมานี่ค้างแค่คืนเดียวไม่ใช่เหรอ"
"อาจจะไม่ใช่ คุณคงต้องอยู่นานกว่านั้น"
"งั้นก็แปลก ฉันคิดว่าคุณเชิญฉันมาเป็นแขกที่เกาะยานกแค่คืนเดียวซะอีก"
ษมายิ้มบางๆบอก
"เมื่อคืนที่งานเลี้ยง ผมบอกให้คุณเตรียมตัวมาค้างคืน แต่ไม่ได้บอกว่ากี่คืน"
สาระวารีหน้านิ่ง แววตาแอบแข็งๆขึ้นมา
"แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก"
"ก็คุณไม่ได้ถาม"
สาระวารีหมั่นไส้ แต่เก็บอาการไว้
"เอาล่ะค่ะ งั้นฉันขอถามคุณตอนนี้เลยว่า ฉันต้องเป็นแขกบนเกาะของคุณกี่วันกี่คืน"
ษมายักไหล่
"นานเท่าที่คุณจะเก็บข้อมูลการเปิดคาสิโนของผมได้อย่างละเอียดและถูกต้องมากที่สุด"
สาระวารีถอนใจออกมาก่อนตอบ
"งั้นก็คงคืนเดียว เพราะฉันจะสัมภาษณ์คุณวันนี้ พรุ่งนี้ถ่ายภาพสถานที่ที่คุณจะสร้าง เท่านี้ก็เสร็จแล้ว"
ษมายิ้มๆ
"มันก็ไม่แน่"
"ทำไมคะ"
"คุณอยู่บนเกาะในหน้ามรสุม พายุกำลังจะมา เราคงไปไหนไม่ได้อย่างน้อยหนึ่งหรือสองวัน"
สาระวารีไม่เชื่อ
"จะมีพายุเหรอคะ เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันก็เห็นทะเลเงียบสงบดี"
"ก่อนจะเกิดพายุ ทะเลท้องฟ้ามักจะนิ่งยังงี้แหละ"
สาระวารีอดแขวะไม่ได้
"แหม ไม่ยักจะรู้ว่าอยู่กรมอุตุฯด้วย"
"ผมไม่เคยอยู่กรมไหน แต่ตอบจากประสบการณ์"
"แล้วถ้าไม่มีพายุล่ะคะ"
"ก็อยู่จนกว่างานคุณจะเสร็จ"
สาระวารีตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ
"งั้นก็คืนเดียว พรุ่งนี้ฉันกลับกรุงเทพได้แน่นอน"
ษมายิ้มๆ มองสาระวารีด้วยสายตาขี้เล่น
"คุณอย่ากังวลไปเลยสาระวารี คุณได้กลับไปส่งงานแน่ ผมไม่เคยบังคับให้ใครอยู่บนเกาะนี้นานเกินควร เว้นแต่คนๆ นั้นจะเต็มใจอยู่เอง"
สาระวารีสวนกลับไปทันควัน
"ไม่ใช่ฉันแน่นอน"
"อย่าเพิ่งมั่นใจนักเลย เค้าว่าสิ่งที่แน่นอนคือ ความไม่แน่นอนไม่ใช่เหรอ...คุณเดินทางมาไกล ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ"
" ฉันไม่เหนื่อย ถ้าคุณไม่รังเกียจฉันจะขอสัมภาษณ์คุณเดี๋ยวนี้เลย"
"ผมไม่รังเกียจ แต่ไม่ใช่เวลานี้ คุณขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบายก่อนค่อยมาคุยกัน"
สาระวารีชักหงุดหงิด
"ฉันรู้สึกเหมือนคุณกำลังถ่วงเวลา"
"เปล่า ผมแค่อยากให้คุณรู้สึกสบายตัวและผ่อนคลายก่อนเริ่มทำงานก็เท่านั้นเอง"
"ฉันสบายและผ่อนคลายเป็นปกติสุขทุกอย่าง" สาระวารีย้ำทุกคำพูด
ษมาเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย
"ตอนอยู่บนเรือ คุณยืนอยู่หัวเรือใช่มั้ย"
สาระวารีงงๆว่า ษมาจะมาไม้ไหนอีก
"ใช่"
"รู้ตัวมั้ยว่าคุณตากแดดตากไอน้ำเค็ม จนหน้าแดง จมูกแดง ปากแดงไปหมดแล้ว"
สาระวารีนึกไม่ถึง ยกมือขึ้นจับหน้าตัวเองไปมา ษมาเข้าไปใกล้สาระวารีแล้วจับปอยผมสาระวารีขึ้นมาสูดกลิ่นด้วยกิริยาอ่อนโยนเป็นเชิงเอ็นดูหยอกล้อ มากกว่าชู้สาว
"แล้วตัวคุณก็มีแต่กลิ่นทะเลด้วย"
สาระวารีตกใจมาก รีบเบี่ยงตัวหนีทันที ถลึงตาดุใส่ด้วยความโมโห
"คุณ"
ษมาทำหน้าตาย
"รอให้ตัวคุณหมดกลิ่นทะเลก่อน เราค่อยคุยกัน"
สาระวารีแอบอายๆ เหมือนกับว่า เค้าจะบอกเป็นนัยๆว่าเราตัวเหม็นรึเปล่า ษมาเดินไปกดอินเตอร์คอมฯสั่งงาน
"ลำแพง"
"ค่ะคุณษมา"
"ช่วยมารับคุณวารีขึ้นไปส่งที่ห้องพักด้วย"
"ค่ะ"
"เชิญครับ เย็นๆเราค่อยคุยกัน"
ษมาเดินกลับไปนั่งที่โซฟา หยิบไอแพดมาอ่านเช็กงานของตัวเองต่อไป สาระวารีค้อนใส่แล้วเดินหน้าหงิกออกไปจากห้องโถง

ษมาเหลือบตามองตามอมยิ้มอย่างเอ็นดู
ในเวลาต่อมา ลำแพงพาสาระวารีเข้ามาในห้องนอน เธอมองไปรอบห้อง ภายในห้องถูกตกแต่งอย่างสวยงาม สะอาด และมีของใช้ที่จำเป็นวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ ครบถ้วน ราวกับโรงแรมชั้นหนึ่ง

"อาหารเย็นเริ่มเวลาทุ่มตรง กรุณาตรงต่อเวลาด้วย คุณษมาไม่ชอบให้ผู้ร่วมโต๊ะอาหารมาสาย" ลำแพงพูดสีหน้านิ่งเรียบเฉย
สาระวารียิ้มกวน
"ฉันจะพยายามตรงเวลานะคะ...เป้ของฉันล่ะ"
"อยู่ในตู้เรียบร้อยแล้ว ของใช้จำเป็นฉันก็เตรียมให้คุณพร้อมแล้วเช่นกัน ถ้าคุณต้องการอะไรอีก กดอินเตอร์คอมที่โต๊ะหัวเตียงของคุณ หมายเลขศูนย์ ใช้สำหรับเรียกคนมาทำความสะอาดหรือเรียกใช้ตามต้องการ ส่วนหมายเลขหนึ่งต่อตรงไปห้องคุณพิพัช"
สาระวารีแกล้งยั่ว
"แล้วห้องคุณษมาล่ะคะ เบอร์อะไร"
ลำแพงตาวาวด้วยความโกรธทันที แต่พยายามระงับอารมณ์เต็มที่
"คุณษมา ไม่ใช่ผู้ที่จะถูกเรียกใช้ในบ้านหลังนี้"
สาระวารียักไหล่กวนๆ
"สรุปว่าไม่มีเบอร์ สัญญาณมือถือที่นี่ไม่ค่อยดี ถ้าฉันจะใช้โทรศัพท์โทรไปกรุงเทพหรือที่ตราดบ้างจะได้มั้ย"
"ได้ แต่กรุณารับทราบไว้ด้วย ว่าโทรศัพท์ที่นี่มีการบันทึกเทปไว้ทุกสาย ไม่ว่าจะสายเข้าหรือสายออก"
สาระวารีตกใจ
"โอ้โห ถึงขนาดดักฟังกันเลยเหรอคะW
ลำแพงหน้านิ่ง ไม่โต้เถียง
"แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ที่นี่มีกฎไม่ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของใคร นอกจากความเป็นส่วนตัวนั้นจะคุกคามหรือไม่หวังดีกับคุณษมาและคนของที่นี่"
สาระวารีอึ้งๆ พูดแขวะเบาๆ
"อัดเทปคุยโทรศัพท์ ไม่ละลาบละล้วงเลย"
ลำแพงหน้านิ่ง ไม่สนใจ
"ถ้าคุณต้องการไปเดินเล่น ไม่ว่าจะในบ้านหลังนี้ หรือรอบๆ เกาะ กรุณาเรียกคุณพิพัชหรือให้คนอื่นไปเดินกับคุณด้วย ถ้าไม่อยากหลงทาง"
"แหม นี่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเกาะนี่เป็นบ้านพักส่วนตัวของนักธุรกิจชื่อดัง ฉันคงนึกว่าเป็นคุกหรือไม่ก็โรงเรียนดัดสันดานชั้นดีแน่ๆเลย"
ลำแพงสีหน้านิ่ง ไร้อารมณ์ เดินกลับออกไปจากห้องอย่างไม่แยแสเมื่อหมดหน้าที่ สาระวารีเหล่มองตาม ถอนใจส่ายหน้า เดินไปเปิดม่านดูด้านนอก สีหน้าใช้ความคิดก่อนจะอมยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

เวลาเย็น สาระวารีอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้ว สะพายกล้องถ่ายรูปห้อยคอลงมาด้วย เธอย่องลงบันไดมาจากชั้นบนกะจะออกไปถ่ายรูปรอบๆบ้านษมาให้สบายอกสบายใจ เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ พูดพึมพำ
"เรื่องอะไรจะตามคนมาคอยคุม ฝันไปเถอะย่ะ"
สาระวารีจะก้าวลงบันไดมาตกใจเล็กน้อยที่เห็นแมวอ้วนลาย สีเหลืองส้มตัวหนึ่งนอนที่บันไดแหงนหน้ามองเธอ สาระวารีหันไปตีหน้ายักษ์ใส่
"ไปไกลๆเลย ฉันไม่ใช่นางงาม รักเด็ก เมตตาสัตว์ ไป ชิ้วๆ" สาระวารีโบกมือไล่
แมวอ้วนส้ม จ้องหน้าสาระวารีอยู่ครู่นึง ก่อนจะร้องแง๊วๆเสียงดัง สาระวารีตกใจ
"เฮ้ย จะร้องทำไม เงียบนะ เดี๋ยวจับตอนซะหรอก เจ้าหง่าวอ้วน"
ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงษมาดังขัดขึ้น
"จะย่องไปไหนเหรอวารี"
สาระวารีสะดุ้งเฮือก เหลือบตามองเห็นษมายืนมองเธออยู่ที่ตีนบันได ษมาเดินมาอุ้มแมวอ้วนขึ้นมากอดอย่างรักใคร่
"ที่แท้ก็ร้องบอกเจ้าของนี่เอง มีทั้งบอดี้การ์ดหน้าโหด แม่บ้านผีปอบ แล้วยังมีผู้คุมแมวอ้วนอีก นักโทษที่ไหนจะหนีคุณพ้นได้คะ คุณเจ้าพ่อ" สาระวารีเหน็บอย่างหมั่นไส้
ษมายิ้มขำๆ
"ผมไม่ใช่เจ้าพ่อ แล้วเหลืองลายก็ไม่ใช่แมวของผมด้วย ถ้ามันพูดได้ มันคงบอกว่า มันต่างหากที่เป็นเจ้าของทุกคนที่นี่ แล้วก็เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย"
สาระวารีเบะปากหมั่นไส้
"เหลืองลาย เรียกตุ่มลายดีกว่ามั้ง อ้วนซะขนาดเนี้ย"
"คุณยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าจะไปไหน"
สาระวารีตีหน้าตาย
"ก็แค่เดินถ่ายรูปเล่นๆแถวนี้ล่ะค่ะ"
"แล้วลำแพงไม่ได้บอกเหรอ ว่าถ้าคุณต้องการไปไหน ให้เรียกพิพัชหรือใครซักคนมาเดินเป็นเพื่อนคุณ"
สาระวารีทำไม่รู้ไม่ชี้
"บอกค่ะ แต่ฉันเกรงใจ ไม่อยากรบกวน"
ษมายิ้มรู้ทัน
"ที่ผมสั่งให้คนไปกับคุณ ไม่ใช่เพราะที่นี่มีอะไรต้องปิดบังหรอกนะ เพียงแต่บนเกาะนี้ มีที่อันตรายหลายแห่ง ถ้าคุณหลงเดินไปคนเดียวจะไม่ปลอดภัย ถ้าคุณอยากไปเดินเล่น ผมจะเป็นไกด์ให้เอง เชิญครับ" ษมาวางตุ่มลายลงแล้วผายมือเชื้อเชิญ
สาระวารีกรอกตาอย่างเซ็งๆที่โดนตามคุมอีกจนได้ เธอเดินหน้าหงิกนำออกไป ษมายิ้มๆแล้วเดินตามออกไปติดๆ

จันเลานั่งคุมเชิงอยู่หน้าบ้าน พอเห็นสาระวารีเดินออกมา ก็รีบลุกขึ้นมองอย่างจับตา พอษมาเดินตามสาระวารีออกมา จันเลารีบเดินเข้ามาหาษมา รอรับคำสั่งทันที
"ฉันไม่ได้ไปไหนหรอก แค่จะพาคุณวารีเดินชมรอบๆบ้านเท่านั้นเอง จันเลาพักเถอะ"
"ครับนาย"
"จำจันเลาได้ใช่มั้ยวารี"
สาระวารีจ้องหน้าจันเลา ยังเคืองไม่หาย
"จำได้ค่ะ ไม่ลืมหรอก"
"จันเลาเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของผม"
"เหรอคะ"
สาระวารียิ้มหวานเฉียบให้ แต่สายตาดูแปลกๆ จันเลางงกับรอยยิ้มจนต้องเอ่ยปาก
"ยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ยิ้มชื่นชมหรือว่ายิ้มด่ากันแน่"
สาระวารีจ้องหน้าจันเลาด้วยสีหน้ากวน
"ทำไมต้องคิดว่าฉันด่าคุณด้วยล่ะ แสดงว่าร้อนตัวรู้ดีว่าเคยทำอะไรผิดกับฉันเอาไว้"
จันเลาไม่กล้าหืออือต่อหน้านาย เก็บอารมณ์เอาไว้ ษมาโบกมือให้ จันเลาเดินเลี่ยงไปตามที่นายสั่ง
"คุณนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นนะ ยังโกรธเรื่องที่จันเลาขับรถชนไม่หายล่ะสิ"
"แหม... เรื่องแค่นั้นฉันไม่ถือสาหรอกค่ะ ไม่ใช่เด็กแล้วที่จะมาแค้นเคืองอะไรกัน"
ษมามองหน้าวารีนิ่งๆ
"ใช่ คุณไม่ใช่เด็กแล้ว แต่แปลกนะที่ผมกลับรู้สึกว่าตอนเป็นเด็ก คุณมีเหตุผลกว่านี้มาก"
สาระวารีอึ้งไปกับคำพูดของษมา ไปรู้จักเธอสมัยเป็นเด็กตอนไหน ษมาไม่อยู่ให้ซัก เดินนำไปทางข้างบ้านก่อน
"จ่าบูรณ์เมาท์ให้ฟังแหงๆ เจอตัวจะเล่นงานให้แสบเลย"

สาระวารีสีหน้าเจ็บใจเล็กน้อยก่อนเดินตามษมาไป
สาระวารีเดินนำมา กวาดตามองวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า เห็นพื้นที่โล่งลดหลั่นไล่ระดับลงไป พื้นส่วนใหญ่เป็นหินมากกว่าดิน ไม่มีไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แต่เป็นแปลงสวนครัว แปลงดอกไม้เล็กๆ สาระวารีหยิบกล้องมาถ่ายรูป

ษมาเดินตามหลังมาไม่ห่างนัก เธอลดกล้องในมือลงแล้วทอดสายตามองไกลออกไป เห็นว่าสุดพื้นที่โล่งมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเหมือนชายป่า ละแวกนั้นมีกล่องรับจดหมายตามบ้านขนาดใ
กำลังโหลดความคิดเห็น...