xs
xsm
sm
md
lg

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12

ภายในห้องนอนปัทม์ รจนาไฉนถือเสื้อผ้าของเขาจัดเตรียมไว้ให้ เธอมองไปยังเตียงนอนยังเห็นปัทม์นอนหลับใหล เธอวางเสื้อผ้าไว้ที่ปลายเตียง...แล้วขึ้นไปนั่งบนเตียงจะปลุกปัทม์ แต่แล้ว...รจนาไฉนก็คิดถึงเรื่องโลมฤทัย... กับเหตุการณ์ที่โลมฤทัยสั่งรจนาไฉนให้ออกห่างจากปัทม์ เพื่อเปิดทางให้โลมฤทัยเข้ามาใกล้ชิดกับปัทม์

"ต่อไปนี้ฉันจะเป็นผู้หญิงของคุณปัทม์"
"อะไรนะ"
"ฉันมาทวงสิทธิ์ของฉันคืน ฉันเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของคุณแม่ ความจริงแล้วฉันคือ คนที่ต้องแต่งงานกับคุณปัทม์"
"แต่คุณปัทม์คงไม่ยอมหย่ากับพี่ง่าย ๆ"
"เรื่องนั้นฉันรู้ดี... ต่อไปนี้พี่ต้องเปิดทางให้ฉันได้ใกล้ชิดคุณปัทม์ ทำให้คุณปัทม์เกลียดพี่แล้วมารักฉัน พี่คงจะพอใจ...เท่ากับพี่จะได้กลับไปหาคุณปวุฒิ วิน ๆ ทั้งคู่"
"จ้ะ"
รจนาไฉนรู้สึกผิดที่ไม่รักษาสัญญากับโลมฤทัย เธอลุกออกจากเตียงนอน
ปัทม์รู้สึกตัว ลืมตาตื่น...รับรู้ว่ารจนาไฉนวิตกกังวลใจอะไรบางอย่างในใจ
รจนาไฉนยังคิดเรื่องของโลมฤทัย เธอเดินตรงไปยังระเบียงห้องนอน ... ย้อนคิดถึงโลมฤทัยที่เข้ามาตบหน้ารจนาไฉน
"สั่งแล้วใช่มั้ยว่าเปิดทางให้ฉัน"
"พี่พยายามแล้ว"
โลมฤทัยตบหน้ารจนาไฉนอีกครั้ง
"พยายามด้วยการเริงร่าเต้นรำ โยนลูกช่วงน่ะเหรอ ถ้าคิดทำเพื่อฉัน...พี่ต้องทำให้คุณปัทม์เกลียดพี่"
รจนาไฉนตกใจที่โลมฤทัยต้องการตัวปัทม์มากถึงเพียงนี้
"ทำให้เขาขยะแขยงไม่อยากเข้าใกล้ อย่าทำให้ฉันต้องเสียหน้าอีก"

รจนาไฉนยืนที่ระเบียงห้องนอน รู้สึกละลายใจที่ผิดคำสัญญาโลมฤทัย
"น้องพบ...พี่ขอโทษ...ที่พี่ผิดคำสัญญา"
รจนาไฉนกังวลใจเรื่องที่ผิดคำสัญญาโลมฤทัย ปัทม์เข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลัง...เธอเก็บอาการไว้
"ตื่นแล้วเหรอคะ"
"จะให้ฉันนอนหลับได้ยังไง ในเมื่อภรรยามีเรื่องกังวลใจ"
รจนาไฉนแปลกใจ
"คุณรู้"
"ผู้หญิงอ่อนโยนอย่างเธอปกปิดความรู้สึกไม่ได้หรอก มีปัญหาอะไรบอกฉันเถอะ ฉันพร้อมจะช่วยเหลือเธอเสมอ"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
ปัทม์มองหน้า ไม่เชื่อคำพูดของรจนาไฉน เธอจำต้องสร้างเรื่องปิดบัง
"ฉันกังวลใจว่า...สักวันหนึ่งถ้าฉันตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอหน้าคุณ ฉันคง..."
"นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องทุกข์ใจเลย เพราะฉันจะอยู่เคียงข้างเธอทั้งยามหลับและตื่น"
ปัทม์ยิ้ม เธอรู้สึกสุขใจมาก แม้ภายในใจยังทุกข์ใจเรื่องโลมฤทัยมาก...
"ขอบคุณค่ะ"
ปัทม์เข้ามาจุมพิตที่หน้าผาก รจนาไฉนยิ้มรับ...
"กี่โมงแล้วครับ"
"ใกล้สิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ"
"แขกคงมาถึงแล้ว"

รจนาไฉนแปลกใจว่า แขกของปัทม์คือใคร

อ่านต่อเวลา 17.00น.

​รจนาไฉนเดินมาหน้าบ้านพักรับรอง...
​"ใครคะ"
​"แขกคนสำคัญ"
​ปัทม์จับมือรจนาไฉนเดินเข้าไปในบ้าน ด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจมาก...
​"คุณพ่อ"
​นพรัตน์นอนอยู่บนเตียง โดยมีพยาบาลคอยดูแล... รจนาไฉนเข้ามากอดพ่อ พยาบาลเดินเลี่ยงออกไป..
​"คุณพ่อขึ้นมาที่นี่ได้ยังไงคะ"
​นพรัตน์มองไปยังปัทม์  
​"อากาศที่บริสุทธิ์  สิ่งแวดล้อมที่ดีน่าจะช่วยให้คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น"
​"แต่คุณพ่อต้องฟอกไตทุกอาทิตย์"
​"ผมประสานงานกับคุณหมอโรงพยาบาลประจำจังหวัดไว้แล้ว อยู่ที่นี่ ท่านจะมีพยาบาลส่วนตัวดูแล... หมดความกังวลใจได้รึยัง"
​รจนาไฉนยิ้มรับ
​"ค่ะ"
​ปัทม์บอกนพรัตน์
​"พักผ่อนให้สบายนะครับ ที่นี่คือบ้านของคุณพ่อ"
​"ขอบใจลูกมาก"
​รจนาไฉนรู้สึกดีที่ปัทม์ดูแลนพรัตน์และเคารพนับถือเป็นพ่อ ปัทม์บอกรจนาไฉน
​"ขอตัวไปเตรียมงานที่ไร่ก่อนนะ"
​ปัทม์เดินออกไป รจนาไฉนมองส่งปัทม์  ยิ้มอย่างสุขใจ ที่ปัทม์คอยช่วยเหลือนพรัตน์
​"พ่อมีความสุขที่สุด ไม่ใช่เพราะได้รับการรักษาหรือดูแลเป็นอย่างดี แต่เพราะพ่อหมดห่วงที่เห็นลูกได้คู่ครองที่รัก...และเป็นคนดีอย่างพ่อเลี้ยงปัทม์"  
​"ค่ะ...เขาเป็นเจ้านายที่ดีของลูกน้อง และเป็นสามีที่ดีค่ะ"
​"ลูกต้องรักและดูแลคุณปัทม์ให้ดีนะ"
​รจนาไฉนยิ้มรับคำนพรัตน์.....และอยากขอบคุณปัทม์ที่มีน้ำใจและจิตใจที่ดี"

​เวลาเย็นใกล้ค่ำ ปัทม์เดินตามรจนาไฉนที่จูงมือเขาเดินเข้ามาด้วยความแปลกใจ..
​"คุณปัทม์...ฉันขอบคุณมากนะคะ"
​ปัทม์สวนขึ้น
​"พอเถอะ ไม่ต้องขอบคุณฉันอีกแล้ว...ไม่งั้นฉันคงต้องฟังคำขอบคุณจากเธอทั้งชีวิต"
​รจนาไฉนยิ้มแต่แอบหมั่นไส้เล็กน้อยที่ปัทม์ได้ทีโอ้อวดน้ำใจของเขา...
​"คุณพาคุณพ่อมาอยู่ที่นี่ ทำให้ฉันหมดความกังวลใจในชีวิตแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะช่วยปลดปล่อยคุณออกจากความทุกข์บ้าง"
​ปัทม์แปลกใจว่ารจนาไฉนจะทำอะไรให้เขา รจนาไฉนเดินตรงไปยังด้านหน้า ปัทม์มองตามไป...อย่างแปลกใจที่สุสานที่ผาทรนงมีดอกไม้ปลูกไว้อย่างสวยงาม... ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้งที่เคยรกร้างและทรุดโทรม...

ปัทม์หยุดยืนนิ่ง
​"เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม"
​"ถึงเวลาที่คุณควรอโหสิกรรมให้คุณแสงจันทร์ได้แล้วค่ะ การให้อภัยจะช่วยปลดพันธนาการ  ทำให้วิญญาณของเธอหลุดพ้นจากความเกลียดชัง"
​ปัทม์ยังคงรู้สึกแย่กับแสงจันทร์  ไม่อาจให้อภัยเธอได้  เขาหันหลังจะเดินหนี...
​"เชื่อฉันเถอะ  ไม่มีใครเกิดมาอยากเป็นคนเลวหรอกค่ะ"
​ปัทม์หยุดยืนหันหลังให้กับสุสาน ฟังรจนาไฉน..
​"ทุกคนมีเหตุผลในการกระทำเสมอ สิ่งที่เธอทำไปอาจไม่ถูกใจคุณ  เธอก็เป็นมนุษย์คนนึงที่  มี รัก  โลภ  โกรธหลง"
​"แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เธอมีแต่ความโลภ เธอไม่เคยมีความรักให้ใคร"
​"ยังไงเธอก็จากไปแล้ว... อย่าเก็บเธอไว้ด้วยความเกลียดชังอีกเลย เพื่อเธอ...และเพื่อตัวคุณเอง"
​ปัทม์หันมามองรจนาไฉน...แปลกใจในคำพูด
​"เพื่อฉันอย่างนั้นเหรอ"  
​"คุณจะก้าวไปหาความสุขในวันข้างหน้าได้ยังไง ถ้าคุณยังแบกความทุกข์ใจไว้อย่างนี้"
​ปัทม์อึ้ง...นิ่งคิดคำพูดของเธอ รจนาไฉนเดินเข้ามาหาปัทม์
​"ความอาฆาตแค้นไม่เคยสร้างความสุขใจให้ใคร... แต่ความรักและการให้อภัย จะทำให้โลกนี้มีแต่สันติสุข"
​รจนาไฉนยืนมอง รอลุ้นว่าปัทม์จะตัดสินใจอย่างไร...
​ปัทม์เดินตรงไปยังสุสานแสงจันทร์.....
​"มันยากที่ฉันจะอภัยให้เธอ  แต่ความรักของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอยิ่งใหญ่พอที่จะลบล้างอคติในใจฉันให้หมดสิ้นไปได้"
​รจนาไฉนยิ้มพอใจที่ปัทม์ใจอ่อนยอมให้อภัยแสงจันทร์ ปัทม์นั่งลงคุยกับแสงจันทร์
​"ขอให้เธอไปสู่สุขคติ  ฉันอโหสิกรรมให้เธอ...แสงจันทร์"
​ปัทม์ยิ้มอย่างเป็นมิตร รจนาไฉนถือพานใส่กลีบดอกไม้  มายื่นให้ปัทม์ เขากำกลีบดอกไม้แล้วโปรยไปยังสุสานของแสงจันทร์
​รจนาไฉนยิ้มมีความสุข และมองปัทม์ด้วยความชื่นชม...


เช้าวันใหม่ที่สดชื่น... ภายในห้องอาหารบ้านปัทม์​ ปยงค์ยกอาหารจานสุดท้ายใส่ถาด...
​"นังจันทร์ ยกอาหารไปให้คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงได้แล้ว"
​"แหม..เรียกซะเต็มยศเชียวนะ  ทีก่อนหน้านี้ล่ะก็ แทบจะไม่เห็นเงาคุณรจนาไฉน" จันทร์เจ้าบอก
​"เวลาเปลี่ยนใจคนเราก็เปลี่ยน  เหมือนกับพ่อเลี้ยงปัทม์นั่นล่ะ"
​"ท้องฟ้ายามนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูเจ้า"
​"เอาไปเสิร์ฟเร็ว!"
​"เจ้า"
​จันทร์เจ้าจะยกถาดอาหารออกไป  แต่ชิเข้ามาแย่งอาหารวางบนโต๊ะ... ชิจะตักกิน ปยงค์ร้องห้าม​"ขโมยกินอาหารเจ้านายขี้กากจะขึ้นหัว"
​"เอาคืนมา  ฉันจะยกขึ้นไปบนห้องคุณปัทม์"
​จันทร์เจ้าแย่งอาหารมาใส่ในถาด จะเดินออกไป..
​"ยกไปก็เสียเที่ยว คุณปัทม์กับคุณรจนาไฉนออกไปที่ไร่แต่เช้าแล้ว  นั่นเท่ากับว่า เขาสองคนไม่กินอาหารเช้า"    
​"จริงเหรอ" จันทร์เจ้าถามย้ำ
​"เจ้า" ชิบอก
​ชิแย่งอาหารมานั่งกินแทน...
​ปยงค์และจันทร์ถามขึ้นพร้อมกัน​
​"คุณปัทม์กับคุณรนจนาไฉนไปไหน"
​"ไม่รู้เจ้า" ชิบอก
​ชิก้มหน้าก้มตากินอาหาร...ปยงค์และจันทร์เจ้ามองกันอย่างสงสัย

​ปัทม์ควบขี่ม้าพารจนาไฉนวิ่งผ่านไร่ชา เธออยู่ในอ้อมกอดของปัทม์ด้วยความสุข ปัทม์ควบขี่ม้าผ่านทุ่งดอกไม้.. ไปยังภูเขาที่สวยงาม รจนาไฉนแปลกใจว่า ปัทม์จะพาเธอไปที่ไหน

​รจนาไฉนเดินมาหยุดที่มุมหนึ่ง... ของน้ำตกสวยงาม มีกล้วยไม้นานาพันธุ์เกาะอยู่ตามต้นไม้ในบริเวณน้ำตกนั้น เธอยืนมองด้วยความตะลึง ไม่เคยเห็นน้ำตกที่สวยอย่างนี้มาก่อน..
​ปัทม์ถือตะกร้าปิคนิกเข้ามายืนด้านข้าง
​"เราจะปิคนิคกันที่นี่"
​รจนาไฉนหลงใหลในความสวยงามของน้ำตก  เดินตรงไปยังน้ำตก... ปัทม์ยืนมองด้วยความสุขใจที่เธอชอบที่นี่

 
อ่านต่อพรุ่งนี้เวลา 09.30น.

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12 (ต่อ)

​รจนาไฉนเดินบนโขดหิน  จะเดินไปยังบริเวณแอ่งน้ำตก เธอเดินไม่ทันระวังก็ลื่นจะเซล้ม  แต่ปัทม์เข้ามาพยุงตัวไว้ ปัทม์ยิ้มให้ เธอเขินอาย...
​"ชอบไหม"
​"ชอบค่ะ"
​"รักไหม"
​"ไม่ใช่แค่รัก...แต่หลงเลยค่ะ"
​ปัทม์ดีใจ
​"หมายถึงฉัน"
​"เปล่า..น้ำตกค่ะ"
​รจนาไฉนยิ้มยั่วปัทม์  ปัทม์หมั่นไส้... จึงแกล้งจับตัวรจนาไฉนจะผลักตกน้ำ
​"อย่านะคะ เดี๋ยวฉันตก"
​"มีน้ำตกก็ต้องมีคนตกด้วยสิ"
​"ไม่เอานะคะ ฉันไม่อยากเปียก"
​"ฉันเตรียมผ้ามาเปลี่ยนให้แล้ว" ปัทม์แกล้งทำทีจะผลัก
​"น้ำเย็น...ฉันจะหนาวตาย"
​"มีฉันอยู่ทั้งคน  ชีวิตเธอจะไม่หนาวอีกแล้ว"
​ปัทม์หยุดแกล้งรจนาไฉน แล้วเข้าสวมกอดรจนาไฉนไว้...
​"ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ"
​"ค่ะ"
​รจนาไฉนออกแรงดันตัวปัทม์และเธอ  ตกลงไปในน้ำ ปัทม์ร้องเสียงหลง
​"เฮ้ย...เธอ"
​"คุณพูดเองนี่คะ เราจะอยู่เคียงข้างกัน" เธอวักน้ำใส่ปัทม์
​"ฉันหนาวนะ...ขอกอดหน่อย"
​ปัทม์จะเข้าไปกอดรจนาไฉน  แต่เธอว่ายน้ำหนีไป ปัทม์คิดอะไรบางอย่าง

​รจนาไฉนว่ายน้ำหนีปัทม์ แล้วมาหยุดที่มุมกลางน้ำตก เธอหันกลับไปไม่เจอปัทม์...แปลกใจ
แต่แล้ว  ปัทม์ก็โผล่มาทางด้านหลังรจนาไฉน เธอหันกลับไปมองทำให้หน้าทั้งสองชิดกัน...
​ปัทม์เข้ามาโอบกอด เธอเขินพยายามผลักดิ้นหนี แต่ปัทม์โอบไว้แน่น...
​"มาให้ฉันกอดซะดีๆ"
​"ก็กอดอยู่นี่ไง"
​ปัทม์โน้วหน้าจะจูบ แต่เธอเอามือมาดักไว้ สีหน้าผิดปกติ... ปัทม์แปลกใจ
​"คุณเป็นอะไร"
​"ปลาตอดเท้า"
​ปัทม์ยิ้มให้รจนาไฉน ทำหน้าจั๊กกะเดียม
​"คุณโดนด้วยเหรอ"
​"เต็มๆเลยล่ะ"
​ปัทม์และรจนาไฉนยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุขด้วยกัน....

​นพรัตน์นอนอ่านหนังสือบนเตียง...ในห้องพักที่เรือนรับรอง ประตูเปิดออก นพรัตน์ละสายตาจากหนังสือที่อ่านมองไปยังประตู  คิดว่าเป็นรจนาไฉนกับปัทม์
​"ได้ข่าวไปว่าเที่ยวน้ำตกกัน...กลับมาแล้วเหรอ"
​นพรัตน์หันไปมองเต็มตา  ก็แปลกใจ....


​ลานหินบริเวณน้ำตก ปัทม์ซึ่งเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว....เดินมาที่มุมหนึ่ง รจนาไฉนกำลังเตรียมเครื่องหอมสำหรับทำสปาอยู่ด้านหน้าน้ำตก
​"เธอทำอะไร"
​"ลงมานั่งสิคะ...ฉันจะนวดให้ด้วยน้ำมันหอม ช่วยผ่อนคลายได้ดีมาก"
​"ไม่เอา...เดี๋ยวเธอแกล้งนวดกดจุดทำร้ายฉัน"
​"กลัวฉันด้วยเหรอคะ"
​"กลัวสิ ฉันแกล้งเธอไว้มากนี่"
​"ใช่...ฉันเจ็บแค้นมาก อย่างนี้ต้องเอาคืน"
​รจนาไฉนเข้าไปจับตัวปัทม์มานั่งที่ผ้า ปัทม์นั่งลงขัดสมาธิ
​"ฉันจะกดจุดให้กลายเป็นอัมพาตอัมพฤกษ์ไปเลย"
​รจนาไฉนแกล้งขู่ ทำท่าจะนวดอย่างแรง แต่ปัทม์นิ่งไม่ขัดขืน
​"ไม่ขัดขืนสักนิดเหรอคะ"
​"ฉันพร้อมยอมรับผิดที่ก่อไว้กับเธอ"
​รจนาไฉนยิ้มแล้วชโลมน้ำมันหอมมาทาที่ไหล่แล้วลงมือนวดให้ปัทม์ เธอลงมือนวดให้ปัทม์ด้วยความรัก ปัทม์รู้สึกดีมาก บรรยากาศการนวด ท่ามกลางน้ำตกแสนสวย...
​"ทำไมเธอถึงปล่อยให้ผู้ร้ายลอยนวล"
​"การแก้แค้นมีแต่จะทำให้เกิดความสูญเสีย ทุกอย่างหยุดได้ด้วยตัวเรา"
​"โดยที่เธอไม่คิดว่า ศัตรูจะหาโอกาสมากลั่นแกล้งเธออีก"
​"ฉันเชื่อว่าความรัก และความดีจะเปลี่ยนใจคนได้...ตราบใดที่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิต ที่ถูกสร้างให้มีหัวใจ ไม่มีมนุษย์คนไหนจะฝืนต้านทานความรักหรือความดีได้"
​ปัทม์ยิ้มชื่นชมรจนาไฉน
​"ถ้าฉันหลงทางมาเจอเธอที่กลางป่า...ฉันคงคิดว่าเธอเป็นนางไม้ผู้อารีย์"
​รจนาไฉนแกล้งปัทม์นวดกดอย่างแรง...
​"โอ๊ยๆ เจ็บ...ไหงนางไม้กลายร่างเป็นนางมารไปได้"
​"ฉันแค่อยากยืนยัน...ว่าฉันเป็นมนุษย์ที่มีความโกรธ"
​ปัทม์จับมือเธอที่กำลังนวด แล้วหันหน้ามามอง
​"แล้วก็มีความรักให้ผม"
​ทั้งสองจ้องมองหน้ากัน ปัทม์โน้มตัวเข้าไปจูบ เธอยิ้มเขินอาย

​ปัทม์จูงมือรจนาไฉนกลับจากน้ำตก กำลังจะเข้าบ้าน  
​"คุณปัทม์ใจร้ายมาก รับตัวคุณพ่อมาโดยไม่บอกพบสักคำ"
​"น้องพบ น้องพบมาได้ไงจ๊ะ"
​"ก็พบเป็นห่วงคุณพ่อนี่คะ ปกติพบต้องคอยป้อนยาป้อนอาหารให้คุณพ่อ พอรู้ข่าวว่าคุณพ่อหายไป..พบใจหายหมดเลย"
​"ไม่ยักรู้ว่าคุณคอยดูแลท่านด้วย"
​โลมฤทัยเสียหน้าเล็กน้อย
​"เอาเป็นว่า..ผมขอโทษ ที่ไม่ได้บอกคุณ"
​"พี่เพื่อนอย่าลืมทำโทษพี่เขยด้วยนะคะ ไม่งั้นพบไม่ยอมด้วย"
​"น้องพบมาเยี่ยมคุณพ่อกี่วันจ๊ะ"
​"เจอหน้าไม่ทันไร  พี่เพื่อนหาเรื่องไล่พบซะแล้ว พบเสียใจนะคะ"
​"พี่ไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น  พี่แค่..."
​"พบแหย่เล่นค่ะ...พบตั้งใจมาดูแลคุณพ่อ  จนกว่าคุณพ่อจะหาย ตายจริง พบยังไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านเลย  ไม่ทราบว่าคุณปัทม์..."

​ปัทม์ชิงตอบ
​"บ้านนี้เป็นบ้านของคุณเพื่อน ในฐานะน้องสาวของคุณเพื่อน... คุณโลมฤทัยจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้  ผมขอตัวก่อนนะครับ"
​"พี่ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน"
​"ตามสบายจ้ะ"
​ปัทม์เข้าไปโอบกอดรจนาไฉน  พาเธอเข้าไปในบ้าน...ปัทม์หวังแสดงตัวให้โลมฤทัยเห็นว่าเขารัก
รจนาไฉน โลมฤทัยมองตาม  ไม่พอใจที่ทั้งสองรักกันมาก...
 
​ลำเพาถือจานใส่ผลไม้ที่ปอกเรียบร้อย...เดินเข้ามาหานพรัตน์ที่เรือนรับรอง
​"คุณมาทำไม คุณต้องการอะไร"
​"คำถามไม่สร้างสรรค์เลยนะคะ มาอยู่กับลูกเลี้ยงไม่ทันข้ามวัน เห็นฉันเป็นคนอื่นไปซะแล้ว"
​ลำเพาป้อนผลไม้ให้...
​"ทานสิคะ"
​"ผมไม่หิว"
​ลำเพายิ้มเย้ย หยิบผลไม้ขึ้นมาทานเอง..
​"ฉันมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ภรรยาแสนดีปรนนิบัติดูแลคุณ และที่สำคัญเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก เป็นครอบครัวที่อบอุ่นกันสักที คุณว่าดีมั้ยคะ"
​นพรัตน์มองลำเพา กังวลใจรู้ดีว่า ลำเพาต้องมาเพื่อเหตุผลบางอย่าง..

​ปัทม์เปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว รจนาไฉนเข้ามาติดกระดุมเสื้อให้ปัทม์
​"ฉันอยากให้คุณเปิดใจรับน้องพบ เป็นสมาชิกในครอบครัวของเรา ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวฉัน"  
​"บอกตามตรง ฉันไม่เชื่อว่าน้องสาวกับคุณแม่เธอมาเพื่อดูแลคุณพ่อ"
​"คุณเชื่อในความดีรึเปล่าคะ"
​"แต่มันคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพวกเขาได้"
​"เป็นเพราะคุณยังไม่ศรัทธาในความดีมากพอที่จะให้อภัยพวกเขาได้... ฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณแม่หรือน้องพบมาที่นี่เพื่ออะไร แต่ฉันจะดูแลพวกเขา ใช้ความดีเอาชนะใจพวกเขาให้ได้"
​ปัทม์ยิ้มให้กำลังใจ
​"ฉันจะเป็นกำลังใจให้เธอ ขอให้เธอทำสำเร็จ"
​รจนาไฉนยิ้มให้ปัทม์ที่ยอมใจอ่อน พยายามมองโลกในแง่ดี


รจนาไฉนเข้ามาในห้อง...ยกมือไหว้ลำเพา
​"สวัสดีค่ะคุณแม่"
​"ลูกเพื่อนของคุณแม่มาแล้ว"
​ลำเพาโผเข้ากอดรจนาไฉนด้วยความรักใคร่จนเธอแปลกใจ ลำเพามองหน้าแล้วตำหนิด้วยความเอ็นดู
​"ลูกคนนี้น่าตีนักเชียว กลับกรุงเทพฯก็ไม่แวะเข้าบ้าน ไม่รู้เหรอจ้ะว่าคุณแม่คิดถึงลูกมาก"
​"คุณแม่อย่าดุพี่เพื่อนสิคะ พี่เพื่อนอุตส่าห์พาคุณพ่อมารักษาตัว และหาเงินช่วยเหลือครอบครัวเรานะคะ"  
​"ลูกเพื่อน ที่ผ่านมาแม่คิดผิดและทำร้ายจิตใจลูกเพื่อนมาโดยตลอด  แม่ขอโทษ"
​รจนาไฉนมองลำเพาด้วยความแปลกใจ  งงกับท่าทีของลำเพา
​"เพื่อนมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะความรักของทุกคน...เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ"
​โลมฤทัยเข้ามาโอบกอดรจนาไฉน...
​"พี่เพื่อนพูดซะพบน้ำตาจะไหล....ใช่ค่ะ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน  เราเป็นพี่น้องกัน พี่ก็ต้องมีน้ำใจให้น้อง....พบขอคุณปัทม์ค่ะ!"
​รจนาไฉนตกใจ ลำเพาเปลี่ยนท่าทีเป็นดุและขึงขัง
​"ถ้าเธอสำนึกบุญคุณอย่างที่พูดไว้ล่ะก็...ยกคุณปัทม์คืนให้น้อง คุณปัทม์เป็นคู่หมั้นของน้องตั้งแต่แรก"
​รจนาไฉนตกใจที่โลมฤทัยและลำเพากลับมาพูดเรื่องนี้อีก  นพรัตน์ออกโรงช่วยรจนาไฉน...
​"แต่ลูกพบเป็นคนปฏิเสธเอง"  
​"คุณเงียบไปเถอะน่า"
​"ผมปล่อยให้คุณทำตามอำเภอใจไม่ได้ ผมเป็นพ่อ มีหน้าที่ปกป้องลูกทุกคน"
​"แต่มันไม่ใช่ลูกเรา"
​ลำเพาตวาดใส่ นพรัตน์ไม่พอใจแต่ไม่อยากจะตอบโต้ โลมฤทัยได้ทีต่อว่ารจนาไฉน...
​"พี่เพื่อนเห็นมั้ย เพราะพี่คนเดียวทำให้ครอบครัวเราแตกแยก"
​รจนาไฉนตกใจและเสียใจที่ทำให้ลำเพามีปากเสียงกับนพรัตน์
​"แกต้องตอบแทนพวกเรา"
​โลมฤทัยเดินเข้ามารุกรจนาไฉน
​"ฉันเคยขอคุณปัทม์กับพี่เพื่อน แต่สมองพี่คงฝ่อ ลืมมันไปแล้ว...ไม่เป็นไรค่ะ...เราเริ่มต้นใหม่ได้  คืนคุณปัทม์ให้พบ"
​"หลังจากนั้น...เราจะหมดหนี้ชีวิตต่อกัน"
​รจนาไฉนอึ้ง  น้ำตาคลอ ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร  โลมฤทัยเดินออกไป  ลำเพาเดินตามออกไป
รจนาไฉนร้องไห้ โผเข้ากอดนพรัตน์
​"คุณพ่อคะ  เพื่อนจะทำอย่างไรดีคะ"
​นพรัตน์กอดรจนาไฉนร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารลูกสาวมาก รจนาไฉนร้องไห้เสียใจ ไม่มีทางออกในชีวิต
 
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12 (ต่อ)

โลมฤทัยยืนมองอาณาจักรของปัทม์
"คนหัวอ่อนและขี้สงสารอย่างมัน ไม่กล้าปฎิเสธใคร ตราบใดที่มันยังรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง มันต้องตกเป็นเบี้ยล่างของเรา"
โลมฤทัยยิ้มเย้ยอย่างพอใจ แล้วเดินออกไป ลำเพาตามออกไปด้วยความสุข...

ภายในห้องพักรับรอง รจนาไฉนหันมาถามนพรัตน์
"คุณพ่อช่วยเพื่อนตัดสินใจสิคะ...เพื่อนควรทำอย่างไรดี"
"พ่อภูมิใจที่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี เป็นคนกตัญญู แต่ในเวลาเดียวกัน พ่อรู้สึกผิดที่คำสอนของพ่อมันกลับทำร้ายตัวลูก"
นพรัตน์ร้องไห้น้ำตาซึม
"คุณพ่อคะ คุณพ่อไม่ผิดหรอกค่ะ"
รจนาไฉนเช็ดน้ำตาให้นพรัตน์
"สิ่งที่ผิดบาปและเลวร้ายที่สุดคือ ความโลภในใจมนุษย์ คำสอนของคุณพ่อถือเป็นพรศักดิ์สิทธิ์ ที่จะคุ้มครองชีวิตของเพื่อน"
รจนาไฉนเช็ดน้ำตาตัวเอง แล้วยิ้ม พร้อมจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น
"คุณพ่อสบายใจเถอะค่ะ...เพื่อนจะใช้คำสอนของคุณพ่อเป็นเกราะป้องกันภัย"
นพรัตน์แปลกใจว่า รจนาไฉนจะตัดสินใจอย่างไร

มุมหนึ่งที่บ้านปัทม์ ลำเพากำลังจดบันทึก สิ่งของต่างๆในไร่
"ไร่ชา คอกม้า เรือนดอกไม้เป็นของเรา ม้านั่งตัวนั้นก็ของเรา"
รจนาไฉนเดินเข้ามาหาพวกโลมฤทัย
"ฉันคิดว่าพี่คงมีคำตอบที่ดีให้ฉัน"
"ความกตัญญูสำนึกในบุญคุณคนที่พ่อพร่ำสอน คงจะฝังอยู่ในสมองแก ถ้าพี่ปฎิเสธ... ความอกตัญญูจะตราหน้าพี่ชั่วชีวิต" โลมฤทัยบอก
"พี่ขอเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่"
โลมฤทัยและลำเพาดีใจ คิดว่ารจนาไฉนยอมยกปัทม์ให้
"แต่พี่ยกคุณปัทม์ให้น้องพบไม่ได้"
ลำเพาไม่พอใจ
"แกหมายความว่าไง"
"นอกจากความกตัญญูและรู้คุณคนแล้ว คุณพ่อยังสอนให้เพื่อนทำหน้าที่ของภรรยา รักและดูแลเอาใจใส่สามีให้ดีที่สุด เหมือนเป็นชีวิตของเรา คุณแม่กับน้องพบคงเข้าใจนะคะ"
โลมฤทัยและลำเพาได้ฟังก็ไม่พอใจ
"นังเพื่อน...นังเนรคุณ!"
"เพื่อนยอมเป็นลูกเนรคุณของคุณแม่ แต่จะให้เพื่อนทรยศความรักที่คุณปัทม์มีต่อเพื่อนไม่ได้ค่ะ การตอบแทนบุญคุณกับเรื่องของหัวใจ มันคนละส่วนกัน"
รจนาไฉนหันไปบอกโลมฤทัย
"ถ้าวันไหนน้องพบมีความรักอย่างจริงใจกับใครสักคนอย่างแท้จริง คงจะเข้าใจและเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพี่"

ลำเพาและโลมฤทัยนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่ารจนาไฉนจะแข็งข้อ เธอเดินออกไป ลำเพาและโลมฤทัยโกรธมากจะหาทางจัดการเรื่องนี้ให้ได้

อุรารัตน์นั่งซึมอยู่มุมหนึ่งในห้องนอน... พ่อเลี้ยงเจงเดินเข้ามา..
"วันนี้อากาศดี ลูกน่าจะออกไปเดินเล่น พ่อสั่งให้คนงานเอาดอกกุหลาบที่กำลังบานลงเต็มหน้ารีสอร์ตเลย"
อุรารัตน์ยังคงนั่งนิ่ง ไม่สนใจพ่อ พ่อเลี้ยงเจงรู้ว่า อุรารัตน์ยังโกรธเขา เขาหันไปเห็นภาพถ่ายครอบครัวที่วางเรียงรายอยู่ในห้อง พ่อเลี้ยงเจงเดินไปดูภาพเหล่านั้น...
"นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้เที่ยวด้วยกัน"
อุรารัตน์ยังคงไม่สนใจ...พ่อเลี้ยงเจงยิ้มแล้ววางภาพลง...เดินตรงไปยืนหน้าอุรารัตน์
"พ่อซื้อแพคเกจไปเล่นสกีที่สวิส สำหรับพ่อกับลูก"
พ่อเลี้ยงเจงส่งแพคเกจให้ อุรารัตน์มองแล้วรับมา พ่อเลี้ยงเจงรู้สึกดี อุรารัตน์ยืนขึ้นแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
"ไม่ต้องมาตบหัวแล้วลูบหลัง...แอรี่ไม่ไป ไม่ทำอะไรทั้งนั้น"
พ่อเลี้ยงเจงโกรธขึ้นมาทันที อุรารัตน์มองหน้าท้าทายว่า พ่อเลี้ยงเจงจะทำอย่างไร.. พ่อเลี้ยงเจงตั้งสติคิดได้ มีท่าทีอ่อนลง...
"ถ้าอยากไปเมื่อไหร่ก็บอกนะ...พ่อจะไปด้วย"
พ่อเลี้ยงเจงจะเข้าไปจับไหล่ แต่เปลี่ยนใจไม่จับ ... เดินออกไป อุรารัตน์แปลกใจ ที่พ่อเลี้ยงเจงไม่โกรธหรือโวยวาย...

มุมหนึ่งที่บ้านพ่อเลี้ยงเจง ศักดิ์เข้ามารายงาน
"ผมได้คนงานมาเพิ่มแล้วครับ"
"ดี เราขาดช่วงมานาน สั่งเดินหน้าปั๊มยาได้เลย"
"แต่พ่อเลี้ยงครับ หน่อเอมันรู้จักโรงงานของเราแห่งหนึ่งที่ผาเพลิง ผมกลัวว่า..."
"มันโดนเล่นงานปางตาย ไม่กล้ามายุ่งกับฉันอีกแน่ รีบจัดการตามที่ฉันสั่งให้โรงงานของเราทั้ง 4 แห่งรอยดอยม่อนผา เดินหน้าปั๊มยาได้แล้ว"
"ครับ"

อุรารัตน์มองดูแพคแกจที่โยนทิ้ง... นึกเสียดาย แต่ยังคงโกรธ หยิบมาฉีกทิ้งไปเลย นงนุชเอานิตยสารที่เคยถ่ายแบบไร่ปัทม์มาให้
"แมกกาซีนที่ถ่ายแบบเมื่อคราวก่อนวางแผงแล้วค่ะ"
อุรารัตน์กระชากนิตยสารมาเปิดดูภาพที่เคยถ่ายแบบ เห็นภาพถ่ายเดี่ยว และถ่ายคู่กับปัทม์ อุรารัตน์ยิ้มพอใจ... นงนุชชะโงกหน้ามามองภาพ
"นางแบบงามเลิศในปฐพี นายแบบก็ดูดีไม่มีใครเกิน เหมาะสมยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกทาวเวอร์ค่ะ"
"งานแต่งของฉันกับปัทม์ต้องยิ่งใหญ่ระดับห้าดาว"
อุรารัตน์กำลังมีความสุข แต่เปิดไปเจอภาพถ่ายปัทม์คู่กับรจนาไฉนก็ปรี๊ดแตก ฉีกภาพนั้น แล้วขยำทิ้งทันที
"ฉันเกลียดมัน ฉันไม่ยอมเสียปัทม์ให้มันเด็ดขาด"
นงนุชตกใจเปิดคลี่ดูภาพนั้นทันที

ตอนเย็น... ปัทม์กำลังอาบน้ำให้ม้า รจนาไฉนโผล่มาอีกด้าน เธอกำลังอาบน้ำให้ม้าด้วยเช่นกัน

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสุข... เธอนึกสนุกฉีดน้ำใส่ปัทม์... ฝ่ายปัทม์จึงวักน้ำในถังใส่ตัวเธอบ้าง ทั้งสองหยอกเล่นกันบริเวณคอกม้า.....

โลมฤทัยไม่พอใจยืนมองอยู่มุมหนึ่งใกล้คอกม้า ลำเพาเดินเข้ามายืนข้างโลมฤทัย
"ลูกจะทำยังไงกับมัน"
"ขอไม่ได้ ก็ต้องแย่ง"
"มันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะ ลูกก็รู้ว่าสองคนนั่นรักกัน คุณปัทม์ทั้งรักทั้งหลงมันมาก"
"ดีสิคะ... ยิ่งรักมากหลงมาก ความรักจะกลายเป็นความเกลียดชัง เมื่อรู้ว่าหญิงที่รักปันใจให้ชายอื่น"
โลมฤทัยมองไปยังรจนาไฉนกับปัทม์ คิดแผนการจะทำลายความรักของรจนาไฉน ลำเพาสงสัยว่าโลมฤทัยจะใช้วิธีไหน
เช้าวันใหม่ที่ไร่ชา รจนาไฉนกำลังตัดเก็บผักเพื่อไปทำอาหารเช้า พูนทวีร้องเพลงสำเนียงชาวดอยดังมา
"ผมเอาแครอทมาฝาก อยากให้คุณได้กิน..."
รจนาไฉนยิ้ม หันไปมองที่มุมหนึ่ง พ่อเลี้ยงพูนทวีโผล่จากพุ่มไม้ ถือผักออกมาเต้นรำ
"ผักมีวิตามิน....ไม่ต้องกินของแพง ผมเอาแคทรอทมาฝาก อยากให้เธอแข็งแรง แก้มของเธอจะแดง แดงเหมือนสีแครอท ลา ลั้นลา ลั่นลา"
พูนทวีร้องเต้นรำรอบๆตัวรจนาไฉน
รจนาไฉนยิ้มทัก
"คุณพูนทวี"
พูนทวีหยุดเต้น
"จำผมได้ด้วย นึกว่าลืมกันไปแล้ว"
"จะลืมเพื่อนแสนดีคนนี้ได้ไงคะ"
พูนทวีมองรจนาไฉนด้วยสายตารู้สึกมากกว่าเพื่อน แต่ยิ้มออกมากลบเกลื่อน
"เพื่อนกันไม่ลืมกันเน้อ คุณเพื่อนทำอะไรครับ"
รจนาไฉนยิ้มๆ
"ซักผ้ามั้งคะ"
พูนทวีรับมุก
"งั้นผมช่วยซัก"

รจนาไฉนเข้าไปเก็บผัก พูนทวีเข้ามาช่วยทันที...แต่สะดุดพื้นล้มลง
"เป็นอะไรรึเปล่าคะ เจ็บตรงไหนบ้าง"

รจนาไฉนเข้าไปดูว่าเจ็บตรงไหน พูนทวีจ้องมอง ยิ้มพอใจที่รจนาไฉนเป็นห่วง
"คุณเพื่อน"
รจนาไฉนและพูนทวีหันไป เห็นปัทม์และโลมฤทัยยืนอยู่
"ทำอะไรกัน" ปัทม์บอก
"ยังต้องถามอีกเหรอคะ ภาพมันฟ้องว่าทั้งสองกำลังห่วงหาอาทร จริงมั้ยคะพ่อเลี้ยงพูนทวี"
พูนทวีลุกขึ้น จะอธิบายความจริง
"ไม่ใช่อย่างนั้น คือว่าฉัน..."
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" ปัทม์บอก
"ฟังฉันก่อน ฉันไม่อยากให้แกเข้าใจผิด"
"ถ้าภรรยาฉันเป็นห่วงเพื่อนรักของฉันเป็นเรื่องที่ผิด ฉันก็คงเป็นเพื่อนที่แย่มาก"
รจนาไฉนและพูนทวีแปลกใจที่ปัทม์ไม่ได้โกรธ ปัทม์เดินเข้ามาโอบรจนาไฉน
"ใครๆ ก็รู้ว่าคุณเพื่อนเป็นคนมีน้ำใจ แต่หากใครคิดในทางอกุศล ก็ถือเป็นความคิดที่ชั่วร้ายมาก..คุณพบว่ามั้ยครับ"
ปัทม์ย้อนกลับไปถามโลมฤทัยที่ยิ้มรับ
"ใช่ค่ะ พบเป็นน้องพี่เพื่อนจะไม่รู้จักนิสัยพี่สาวคนนี้ได้ไงคะ"
พูนทวีบอกปัทม์
"แกมาก็ดีแล้ว มีเรื่องอยากคุยตามประสาเพื่อนรัก เรียนเชิญทางนี้"
พูนทวีลากปัทม์ออกไป
โลมฤทัยผิดหวังที่ไม่สามารถทำให้ปัทม์เข้าใจผิดได้.....รจนาไฉนเข้ามาหานน้องสาว
“น้องพบเลิกเถอะ...มันไม่มีประโยชน์หรอก”
“พี่เพื่อนพูดงี้หมายความว่าไง”
“ความรักความเข้าใจระหว่างพี่กับคุณปัทม์ มันผูกพันมากเกินกว่าใครจะพังลงได้เลิกพยายามได้แล้ว”
รจนาไฉนเดินถือตะกร้าใส่ผัก เดินออกไป
“ผูกพันกันนักเหรอ ก็ให้มันรู้ไปว่ามันจะเอาชนะความเกลียดชังของฉัน”

โลมฤทัยคิดหาวิธีสร้างความร้าวฉานต่อไป...

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12 (ต่อ)

มุมหนึ่งที่ไร่ปัทม์ พูนทวีรายงานเรื่องที่เคยไปหาสารวัตรปวุฒิให้ฟัง
“คดียาของแกไม่คืบหน้า ตำรวจยังสาวไม่ถึง คนที่แกรู้ว่าใคร”
“เค้ายังใหม่ในพื้นที่ หาข้อมูลไม่ง่ายนักหรอก”
“แกหมายถึงสารวัตรปวุฒิ”
“ถึงเวลาที่เราต้องช่วยกัน...ฉันพอรู้ข้อมูลว่าพ่อเลี้ยงเจงมีโรงงานผลิตยาที่ดอยม่อนผาสี่แห่ง” ปัทม์บอก
“อยู่ที่ไหนบ้าง”
“ฉันเคยถาม หน่อเอรู้เพียงที่เดียว... ผาเพลิง”
“งั้นให้หน่อเอเป็นพยาน พาตำรวจบุกไปทลายโรงงานมันเลย” พูนทวีบอก
“ฉันไม่แน่ใจว่าหน่อเอจะยอมเสี่ยงรึเปล่า”
ที่มุมหนึ่ง หน่อเอสีหน้าเครียด...แอบฟังได้ยินเรื่องราวทั้งหมด

หน่อเอเดินตรงมาที่บ้าน เวลากลางวัน นาองวิ่งเข้ามาบอก....
“หน่อเอ ไฟป่าไหม้ไร่ข้าวหมดแล้ว แล้วเราจะเอาข้าวที่ไหนกิน”
หน่อเอกลุ้มใจ
“เงินค่าจ้างก็ยังไม่ออก”
"แกไปขอยืมพ่อเลี้ยงปัทม์สิ พ่อเลี้ยงใจดี"
"เราสร้างความเดือดร้อนให้พ่อเลี้ยงมากมากพอแล้ว"
"ไม่ยืม ไม่ขอแล้วแกจะทำไง"
หน่อเอคิดตัดสินใจ
"ข้าจะเลือกทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา"

ผ่านเวลามา วันหนึ่ง เวลากลางวัน สารวัตรปวุฒิเดินเข้ามาในห้อง..พบพูนทวีที่ยิ้มพร้อมกับผายมือไปอีกมุมหนึ่ง... ปัทม์ยืนอยู่ด้วย
"คุณมีธุระอะไร" ปวุฒิถาม
"ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน ผมไม่เสียเวลามาหาคุณแน่....คดียาเสพติดไปถึงไหนแล้วครับ" ปัทม์ถาม
"เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง ผมไม่เคยนิ่งนอนใจ"
"แต่ยังไม่คืบหน้า" พูนทวีสวนขึ้น
ปวุฒิไม่พอใจ
"พวกคุณก็รู้ว่าตัวการใหญ่ไม่ใช่โจรปล้นร้านทอง"
"นี่เป็นเหตุผลที่ผมมาในวันนี้...ผมมีวิธี" ปัทม์บอก
"คุณอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า...ปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ"
"ถ้าคุณจริงใจในการปราบปราม ต้องฟังข้อเสนอของเรา"
ปวุฒิเริ่มไม่พอใจ
"พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม!"
ปัทม์พูดเน้น
"ถอดหัวโขนแล้ววางทิฐิลง การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร...ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อประเทศของเรา"

"คุณคิดทำอะไร"

ภายในบ้านพ่อเลี้ยงเจง เวลากลางวัน หลังจากที่หน่อเอถูกซ้อมหนักมาแล้ว ศักดิ์เตะหน่อเอล้มลงกับพื้น นอนหมอบหน้าพ่อเลี้ยงเจง
"เชื่อข้าเถอะ พ่อเลี้ยงปัทม์กำลังไปบอกตำรวจให้บุกทำลายโรงงานที่ผาเพลิง"
"เอ็งมาบอกข้าทำไม"
"ข้าอยากได้เงิน ข้าอยากหนีไปจากที่นี่ พ่อเลี้ยงเจงรีบขนของหนีซะ"
พ่อเลี้ยงเจงคิดตัดสินใจ แต่ในสายตาไม่เชื่อหน่อเอเลย

ในเวลาต่อมา จ่าคู่ใจของสารวัตรปวุฒิกรูมาล้อมโกดังที่ใช้ผลิตยาที่ผาเพลิง จ่าวิทยุบอกปวุฒิ"สารวัตรครับ...เราปิดล้อมโกดังที่ผาเพลิงไว้หมดแล้ว"
"บุกเข้าไปเลย"
จ่านำกำลังพังประตูเข้าไป...แต่ไม่พบแท่นปั๊มในการผลิตยา ตำรวจพากันส่ายหัวกัน จ่ามีสีหน้าผิดหวัง กำลังยกวิทยุรายงานไปยังปวุฒิ

พูนทวีบอกยืนยันกับสารวัตรปวุฒิหลังจากที่ได้รับรายงาน
"พวกเราไม่ได้โกหก มันใช้ที่นั่นผลิตยาจริงๆ ไม่เชื่อจับผมไปสาบานก็ได้"
"ผมไม่ได้พูดสักคำว่าผมไม่เชื่อ" ปวุฒิพูดสวนขึ้น
พูนทวีอึ้ง
"เอ้า"
"คนระดับพ่อเลี้ยงเจงไม่ธรรมดา ไม่ปล่อยให้จับตัวได้ง่ายๆ"

ในเวลาต่อเนื่องมา พ่อเลี้ยงเจงเดินมาหาหน่อเอที่ถูกจับไว้...
"ข้าบอกแล้วว่าพูดความจริง ข้าอยากทำงานให้พ่อเลี้ยงเจง"
"คนทำดีก็ต้องได้รับรางวัล"
ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงเข้ามาลากตัวหน่อเอออกไป หน่อเอใจเสีย
"อย่าให้บ้านข้าเปื้อนเลือด" พ่อเลี้ยงเจงบอก
หน่อเอตกใจ
"พ่อเลี้ยง อย่าทำข้า... ข้าพูดความจริงแล้วทำแบบนี้กับข้าได้ยังไง"
ลูกน้องพ่อเลี้ยงลากตัวหน่อเอออกไป
"จะเอาไงต่อครับ" ศักดิ์ถาม
พ่อเลี้ยงเจงคิดแก้ปัญหา
"สารวัตรปวุฒิกับไอ้ปัทม์ไม่หยุดแค่นี้แน่ ย้ายแท่นปั๊มและทำลายโรงงานที่ ป่าแดง บ้านปัว ม่อนผาให้หมด"
"ครับพ่อเลี้ยง"
ศักดิ์รีบออกไปจากห้องทันที พ่อเลี้ยงเจงโกรธปัทม์มาก

"เสร็จเรื่องนี้...แกไม่ตายดี ไอ้ปัทม์!"

หน่อเอถูกมัดมือไพล่หลัง ทิ้งไว้ข้างทางของถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง ลูกน้องหยิบปืนออกมาจะยิง...แต่ถูกลูกดอกยิงเข้าใส่มือจนปืนตกพื้น ชิ ลีป่อและพวก ถือหน้าไม้เข้ามาขู่จะยิงลูกน้องพ่อเลี้ยงเจง
หน่อเอดีใจที่พวกชิมาช่วยไว้ได้ทัน....

ภายในห้องทำงานสารวัตรปวุฒิ พูนทวียกนิ้วให้ปัทม์
"แผนของแกยอดเยี่ยมมาก ใช้ให้หน่อเอแกล้งทำเป็นทรยศ"
ปัทม์บอกปวุฒิ
"ที่ผ่านมาผมรู้ว่า บนดอยมีโรงงานผลิตสี่แห่ง แต่ไม่รู้ว่าตั้งอยู่ตรงไหน ผมจึงใช้หน่อเอเป็นนกต่อ...ทำให้มันย้ายเครื่องจักร ปิดโรงงานหนี"
ปวุฒิคิดตาม
"แล้วเราจะจับพวกมันในขณะเคลื่อนย้ายเครื่องจักร"
พูนทวีคิดออก
"อย่างนี้เขาเรียกว่า ตีหญ้าให้งูตื่น"
"ใช่...นี่เป็นโอกาสเดียวที่เราจะถอนรากถอนโคนพวกมัน แต่ที่สำคัญคุณต้องไม่ให้เรื่องนี้รู้ไปถึงปลัดวราห์ คุณก็รู้ว่าคนๆ นี้ไว้ใจไม่ได้"
พูนทวียกหัวแม่โป้งให้
"คิดได้ไงวะ ฉลาดสุดๆ"
ปัทม์บอกปวุฒิ
"ผมให้คนของผมดักซุ่มอยู่ตามเส้นทางที่จะออกจากดอย ถ้าพบการเคลื่อนไหวจะรายงานคุณทันที"
"เจ้าหน้าที่ตำรวจของผมก็พร้อมแล้ว... รอทำงานร่วมกับคนของคุณ"
พูนทวีเห็นความคิดของทั้งสองก็ยกนิ้วโป้งให้...

ถนนในป่า เส้นทางออกจากดอยจุดที่ 1 ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจง ช่วยกันขนอุปกรณ์ในการผลิตยาออกจากป่า... ลีป่อดักซุ่ม.....มองการเคลื่อนไหวของลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงอยู่

ถนนในป่า เส้นทางออกจากดอยจุดที่ 2กลางวัน ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจง..แบกแท่นปั๊มออกมา
ลูกน้องของหน่อเอ แอบมองอยู่

ถนนในป่า จุดผลิตยาในป่าจุดที่3 ศักดิ์คุมการขนอุปกรณ์ผลิตยาออกจากป่า... ชิและชาวเขาซุ่มดูอยู่ ชิโทรรายงานทันที
"พวกมันเคลื่อนไหวแล้วครับนาย"

ภายในห้องทำงานปวุฒิ ปัทม์ยื่นกระดาษข้อมูลให้สารวัตรปวุฒิ
"เส้นทางการขนย้าย"
ปวุฒิรับข้อมูลมาแล้วสั่งการ
"จ่า เรียกรวมพลด่วน"
"ครับสารวัตร"
ปวุฒิจะเดินออกไป ปัทม์จะตามไปด้วย ปวุฒิมองหน้า
"เราต้องร่วมมือกัน"

พูนทวีเข้ามายื่นมือเพื่อรวมพลัง แต่ปวุฒิและปัทม์เดินออกไปก่อน พูนทวีเก้อ
"น่าจะรวมพลังสักนิด" พูนทวีวิ่งตามออกไป

ถนนสายเปลี่ยวลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงขับรถ แต่เจอด่านตรวจ ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงตกใจ จำต้องจอดรถ จ่าและตำรวจเข้าไปตรวจ
"เปิดท้ายรถด้วย" จ่าบอก
ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงเข้ามาไขกุญแจเปิดให้ จ่าเปิดประตูออกเห็นแท่นปั๊มยา ลูกน้องที่ซ่อนตัวอยู่ด้านในจะสู้ แต่จ่าและตำรวจยกปืนขู่ ลูกน้องทุกคนยกมือยอมแพ้....
ศักดิ์ขับรถตามเข้ามา... จ่าส่งสัญญาณให้จอด ศักดิ์ตัดสินใจขับพุ่งชน จ่าและตำรวจต่างกรูหลบ
ศักดิ์ขับรถแหกด่านไป จ่ายกวอโทรแจ้งปวุฒิ....
"สารวัตรครับ"

บริเวณสามแยกของถนน วุฒิรับฟังรายงานจากจ่า ปัทม์นั่งอยู่ด้านข้างคนขับ รถของศักดิ์วิ่งผ่านไป...
"มันหนีไปแล้ว" พูนทวีบอก
ปวุฒิวางวอ แล้วขับรถตามศักดิ์ไปทันที...

ศักดิ์ขับรถหนีแล้วมองกระจกข้าง เห็นรถของปวุฒิวิ่งตามมา... ศักดิ์เร่งเครื่องแรงขึ้น ปวุฒิเร่งเครื่องขึ้นมาขนาบข้าง ศักดิ์พยายามเบียดรถปวุฒิจนเกือบตกข้างทาง ปวุฒิตัดสินใจเร่งเครื่องแซงขึ้นหน้าแล้วจอดขวาง....
ปัทม์ลงจากรถ พูนทวีแปลกใจ
"ปัทม์ แกจะทำอะไร"
พูนทวีมองจากในรถ เห็นรถของศักดิ์วิ่งเข้ามา เมื่อศักดิ์มองเห็นปัทม์ยืนอยู่หน้ารถก็แปลกใจ
ปัทม์ควักปืนออกมายิงใส่ล้อรถ จนรถของศักดิ์เสียหลัก ศักดิ์ประคองรถจอดข้างทางฃ
ปัทม์และปวุฒิจะเข้าไปจับกุม ศักดิ์ยิงสวนแล้ววิ่งหนีไปในป่าข้างทาง รถของจ่าและตำรวจวิ่งเข้ามา
ปวุฒิสั่งจ่า
"จ่ารีบตามไป"
"ครับผม"
จ่าและตำรวจนำกำลังวิ่งตามศักดิ์เข้าไป... พูนทวีลงจากรถ มายืนมองฝีมือการยิงของปัทม์
"แม่นยังกะจับวาง"

เวลาผ่านต่อเนื่องมา มุมหนึ่งที่โรงพัก จ่าเข้าไปรายงานปวุฒิ...
"มันหนีไปได้ครับ"
พูนทวีชิงสั่งแทนปวุฒิ
"ส่งทีมตามล่าต่อไป"
จ่าอึ้งไป หันไปมองปวุฒิ ปวุฒิพยักหน้าให้ทำตามที่พูนทวีพูด
"ครับ"
จ่าเดินออกไป
"ขอบคุณคุณมาก สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้"
พูนทวียิ้มดีใจ คิดว่าปวุฒิชมเขา...
"ด้วยความยินดีครับสารวัตร"
พูนทวียื่นมือจะมาจับ แต่ปวุฒิหันไปมองปัทม์ พูนทวีจึงรู้ตัวว่าปวุฒิคุยกับปัทม์
"คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณผม ผมทำไปเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผม และไม่ให้ตำรวจจับผิดคนอีก" ปัทม์เดินออกไป
พูนทวีเดินมาหาปวุฒิ
"แล้วก็ไม่ต้องขอบคุณผม เพราะผม..."
ปวุฒิไม่ได้สนใจฟัง เดินออกไป พูนทวีเสียหน้าอีกแล้ว

"คิดจะสนใจกันบ้างมั้ย"

จบตอนที่ 12

อ่านต่อตอนที่ 13 พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...