xs
sm
md
lg

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11

เผยแพร่:

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11

พาทินขับรถเข้ามาจอดที่บ้านเจ้าของฟาร์ม พิชชาลงจากรถ ถือของฝากเดินเข้าไปในบ้าน อย่างคุ้นเคย พาทินมองเธอเดินหายเข้าไปในบ้านหลังนั้น ที่ดูบรรยากาศรอบๆ ร่มรื่น

พิชชาและพาทินเดินเล่นไปรอบๆฟาร์มม้า พิชชาพูดขึ้น
“เสียดายที่ ตาวุธไม่อยู่”
“เจ้าของคอกนี้เหรอ”
“ใช่”
“ที่นี่บรรยากาศดี สงบด้วย เธอมารู้จักที่นี่ได้ยังไง”
พิชชาเศร้าลง เมื่อนึกถึงอดีต
“ตอนที่พวกพี่ ย้ายไปแล้ว แม่พาฉันหนีหนี้มาทำงานที่นี่”
พาทินรู้สึกผิดที่ไปขุดความทรงจำในตอนนั้นของเธอขึ้นมาอีก
“เธอคงลำบากมาก”
พิชชาส่ายหน้า ก่อนที่หน้าตาจะกลับมาสดใสอีกครั้ง
“ถึงฉันจะเศร้าที่พ่อ แม่และพี่จากไป ไม่ได้เรียนต่อ แต่ที่นี่ก็มีอะไรให้ฉันเล่นสนุก แล้วก็ลืมเรื่องเศร้าๆ ไปได้”
ทั้งคู่หยุดที่รั้วกั้น มองม้าที่ยืนกินหญ้า
“เธอทำอะไรบ้าง”
พิชชามองม้าตัวนั้นนึกถึงความหลัง เมื่อเป็นเด็ก
“ขนหญ้า ตักน้ำให้ม้ากิน นั่งรถไถไปรอบๆ ฟาร์ม เก็บฝรั่ง ผลไม้ที่อยู่ระหว่างทางกิน ช่วยแม่ขนขี้ม้าไปทำปุ๋ย ตอนอยู่ที่นี่ แม่ดูมีความสุขขึ้นมาบ้าง ทุกคนที่นี่ก็เป็นคนดี ถึงเราจะเป็นแค่คนงาน แต่ตาวุธก็เอื้อเฟื้อกับแม่ เอ็นดูฉันมาตลอด เวลาสอง สามปีที่นี่ฉันก็พอมีความสุขตามประสานะ”
พาทินดีใจที่อย่างน้อย เธอก็มีช่วงเวลาที่มีความสุขบ้าง
“พี่คะ หิวหรือยัง”
“เธอหิวแล้วเหรอ งั้นไปหาอะไรกินกัน”
“ไม่ต้องออกไปหรอกค่ะ เดี๋ยวไปทำอะไรในครัวกินกัน”
“อย่าไปกวนเพวกเขาดีกว่า”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันมาที่นี่บ่อย สนิทกับพี่ๆ เขา”

พิชชากอดอกยืนมองพาทินผัดกับข้าว เขาทำกับข้าวด้วยท่าที คล่องแคล่ว เขาหันมายิ้มให้เธอเป็นระยะๆ
พิชชาและพาทินนั่งจิบชาหลังอาหาร
“ฝีมือพี่เป็นไง”
พิชชาคิดๆ
“คุณอรเคยชิมฝีมือพี่หรือเปล่า”
พาทินเปลี่ยนท่าที เมื่อพิชชาเอ่ยถึงอรอินทุ์ แต่ก็พยักหน้ารับ
“ถ้างั้นพี่ก็อยู่ได้โดยไม่มีฉันแล้วล่ะ”
พาทินรู้สึกเศร้าเมื่อพิชชาพูดแบบนั้น
“พี่จะอยู่โดยไม่มีเธอได้ยังไง”
พิชชารู้สึกว่าในคำพูดของเขาตัดพ้อเล็กๆ เสียงโทรศัพท์ของพาทินดังขึ้น เขามองหมายเลข ลังเลที่จะรับ พิชชาเบือนสายตาไปทางอื่น พาทินตัดสินใจรับสาย
“อร”
“ทินคะ อยู่ไหนคะ”
“ผมขึ้นเขา หาอะไรกลับไปทำงานหน่อย”
“ทำไม ไม่ชวนฉันไปด้วยล่ะคะ”
“ขอโทษที่ไม่ได้ชวนนะจ๊ะ ผมไม่อยากให้คุณมาลำบาก ที่นี่มันไม่ค่อยสะดวก สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยมี เลยไม่ได้โทรบอก ไว้กลับแล้วผมจะโทรไปหานะ”
พาทินวางสายรู้สึกผิดที่ต้องโกหก และทำให้พิชชาลำบากใจ
“พี่ไม่ได้บอกอร ว่าจะมากับเธอ”
“ฉันเองก็ไม่ได้บอกกับพัชรเหมือนกัน”
ทั้งคู่ลำบากที่ต้องโกหกคนรักของตัวเอง
“เราควรบอกพวกเขาไหม”
“อย่าเลยค่ะ” พิชชาตัดสินใจ

อรอินทุ์นั่งที่ประตูรั้วสตูดิโอริมหาด จิราพัชรเดินเข้ามานั่งข้างๆ
“ว่าไงคะ”
“พิชชาเขาส่งข้อความกลับมาแล้ว”
“เขาว่าไงคะ”
“เขาแวะไปเยี่ยมญาติ”
อรอินทุ์สงสัย
“ญาติเหรอคะ พิชชามีญาติด้วยเหรอ”
“อืม”
อรอินทุ์ไม่ค่อยเชื่อ
“ต้องเป็นวันนี้ด้วย”
“อร”
จิราพัชรรู้สึกสงสัยแบบเดียวกับอรอินทุ์ แต่เขายังไม่อยากฟันธงอะไร อรอินทุ์ถอนใจ
“เราทั้งคู่เปลี่ยนไปนะพัชร ปกติเธอจะเป็นคนมีเซ้นต์เรื่องนี้ไวกว่าฉัน ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เธอคงเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่ ฉันเองซะอีกที่ตอนนี้เก็บอาการอะไรไม่อยู่เอาซะเลย”
จิราพัชรฟังคิดถึงเหตุที่ เขากับอรอินทุ์เปลี่ยนแปลง
“คงเพราะความรัก” จิราพัชรถอนใจ
อรอินทุ์ยอมรับกับคำตอบของเขา เธอเสียใจจนน้ำตาไหล

เย็นนั้น พิชชาและพาทินบอกลาคนที่ฟาร์ม ทั้งคู่เดินไปที่รถ พาทินสตาร์ทรถ เครื่องยนต์ไม่ทำงาน คนงานที่กำลังเดินกลับที่พัก เดินย้อนมาหาทั้งคู่
“รถเป็นอะไรเหรอ”
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ เมื่อเช้ามาก็ยังดีๆอยู่”
คนงานเปิดกระโปรงรถ ตรวจดูจุดต่างๆ ที่อาจผิดปกติ
“ไม่มีอะไรนี่ เครื่องก็ยังใหม่อยู่เลย ลองอีกทีสิ”
พาทินลองอีกหลายครั้ง แต่เครื่องยังคงนิ่งสนิท คนงานปิดฝากระโปรง
“คงต้องตามช่างมาดูแล้วล่ะ แต่คงต้องเป็นพรุ่งนี้เช้านะ”
พิชชาอึ้งไป
“เหรอคะ”
คนงานหญิงหันมาบอก
“ตอนนี้คนงาน กลับกันหมดแล้ว ไม่มีรถเข้าเมือง นอนค้างที่นี่ก็ได้ไม่เป็นไรหรอก”

พิชชาลำบากใจ

อ่านต่อหน้า 2
รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11 (ต่อ)

จิราพัชรโทรหาพิชชา ไม่นานนักเธอรับสาย

“เธออยู่ไหน ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย”
“ยังอยู่ที่บ้านญาติค่ะ ที่นี่ไม่ค่อยมีสัญญาณ ก็เลยติดต่อไม่ได้”
“ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันขับรถไปรับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันจะค้างที่นี่สักคืน ไม่ได้เจอพวกเขานานแล้ว”
จิราพัชรซึมลง
“เหรอ”
“พรุ่งนี้เช้าฉันก็กลับแล้วล่ะ”
“โอเค พรุ่งนี้เจอกัน”
จิราพัชรวางสาย โล่งใจที่พิชชาโทรมา
“สบายใจขึ้นแล้ว เธอจะเอาไง”
“ฉันจะรอทินเขาที่นี่ล่ะ”
“งั้นฉันกลับล่ะ”
จิราพัชรลุกจากเก้าอี้
“ไปนะ”
จิราพัชรเดินออกไปสอง สามก้าว เสียงโทรศัพท์ของอรอินทุ์ดังขึ้น เขาหยุดหันมามอง เธอที่กำลังรับสาย
“ว่าไงคะทิน”
“วันนี้ผมคงต้องค้างที่บนเขานี่แล้วล่ะ”
“ทำไมคะ”
“ดินมันเลื่อนมาปิดถนน ลงจากเขาไม่ได้ ทางป่าไม้บอกว่าจะเปิดทางได้ตอนเช้า ไม่ต้องห่วงนะ ไปถึงแล้วผมจะโทรบอกนะ”
“ค่ะ”
อรอินทุ์รับคำ วางสายด้วยความเคลือบแคลง จิราพัชรเองก็เช่นกัน

ค่ำนั้น พิชชาและพาทินอยู่ในห้องว่างในบ้านพักคนงาน ทั้งสองนอนบนที่นอนเก่าๆ ที่วางอยู่บนเสื่อ ระยะของที่นอนห่างกัน พาทินนอนฟังพิชชาเล่าเรื่องความหลัง
“เหมือนตอนเป็นเด็กเลย เวลาฉันฝันร้าย วิ่งเข้าไปห้องของพี่ ถ้าที่นี่มีเตียงฉันคงเป็นคนยึดเตียง ให้พี่นอนพื้น”
พาทินหัวเราะ
“มันเป็นแบบนั้นมาตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ฉัน...อยากให้มันเป็นแบบนั้นไปตลอดกาล”
พาทินนิ่งคิด
“พี่ก็เหมือนกัน”
พิชชานึกในใจว่ามันเป็นไปไม่ได้
“เป็นพี่เป็นน้อง คงจะดีกว่า ยังไงก็ไม่มีอะไร มาแยกความเป็นพี่น้องได้”
พาทินฟังพิชชา ไม่รู้จะหาคำพูดอะไรมาอธิบายความรู้สึกข้างในได้
“นั่นนะสิ ถึงตายจากกัน ก็ยังคงเป็นพี่น้องอยู่ ถ้าพี่ตายไป ใครจะคอยดูแลเธอ”
พิชชามองพาทิน ความรู้สึกข้างในวูบขึ้นมาอย่างไม่สบายใจ
“ห้ามพี่ตายก่อนฉันนะ”
พาทินมองพิชชา ความรู้สึกของเธอบอกเขา คือความรู้สึกเดียวกันที่เกิดขึ้นในใจ
“ฉัน...ไม่อยากเสียพี่ไปอีกแล้ว ที่เราต้องจากกันไป ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วเพราะงั้น....ห้ามพี่ตายก่อนฉันนะ”
พาทินรู้สึกเศร้า พยักหน้ารับคำพิชชา
“พี่จะคอยอยู่ข้างเธอไปตลอด จะจับมือเธอไว้ ไม่ว่าเธอจะไปไหน พี่จะไปด้วย”
พาทินยื่นมือออกไป พิชชามองมือของเขาซึ้งใจน้ำตาคลอ
“พี่คะ”
พิชชายื่นออกไปจับมือเขาไว้ ทั้งคู่นอนจับมือกัน

จิราพัชรและอรอินทุ์นั่งคิดถึงเรื่องของพาทินและพิชชา
“เธอรู้สึกเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
อรอินทุ์ย้อนถาม
“แล้วเธอล่ะ”
“ก็ไม่นานนี้”
อรอินทุ์ดูจะเสียใจจนไม่อยากจะพูดถึง
“ฉันรู้สึกมาพักใหญ่แล้ว...ปวดใจจริงๆ”
อรอินทุ์น้ำตาซึม จิราพัชรดูขรึมลงเก็บความโกรธไว้ข้างใน
“พวกเขาจริงจังกันมากใช่ไหม”
อรอินทุ์เช็ดน้ำตา
“เธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม”
จิราพัชรกดความพลุ่งพล่านที่มีอยู่ไว้
“ไม่เชื่อ ฉันเชื่อแต่ตัวเอง”
อรอินทุ์สะอื้น
“ฉันเองก็ไม่เคยเชื่อเหมือนกัน แต่...เหมือนหลายๆ อย่างจะถูกกำหนดล่วงหน้าเอาไว้แล้ว”
ทั้งคู่ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“เรากำลังฝืน พยายามกำหนดชะตาของตัวเอง และทั้งคู่อยู่หรือเปล่า”
จิราพัชรเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขาลุกขึ้น
“แล้วมันเปลี่ยนด้วยมือของเราไม่ได้เหรอ...ต้องได้สิ ฉันจะพิสูจน์เอง เธอก็เหมือนกัน อย่ายอมแพ้ ถ้ารักไอ้ทิน อยากจะแต่งงานกับมัน ก็อย่าท้อง่ายๆสิ”
อรอินทุ์คิดได้จากคำพูดของจิราพัชร
“ฉันจะไม่ยอมเสียเขาไปหรอก”
จิราพัชรอารมณ์เย็นลง
“ฉันจะกลับล่ะ”
จิราพัชรเดินออกจากสตูดิโอ ทิ้งให้อรอินทุ์นั่งคิด

เช้าตรู่วันต่อมา...พาทินลองสตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์ดังเป็นปกติ เขาแปลกใจ พิชชาเองก็แปลกใจ คนงานเดินเข้ามาหา เมื่อได้ยินเสียงเครื่อง
“อ้าว ไม่ต้องเรียกช่างแล้ว”
“แปลกจังเลย เมื่อวานสตาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่ติด วันนี้แค่จะลองดูมันก็ติดซะงั้น”
คนงานหัวเราะ
“บางทีก็....” คนงานทำมือวนไปรอบๆ “นะ เราไม่รู้หรอก”
พิชชากับพาทินมองตากัน
“ขอบคุณมากครับ”
พิชชายกมือไหว้ พี่คนงาน
“ฝากบอกคุณตาวุธด้วยนะคะ ว่าหนูมาเยี่ยม วันหน้าจะแวะมาขอบคุณแกอีกที”
คนงานพยักหน้ารับเดินกลับไปทำงาน พิชชากวาดตามองบรรยากาศรอบๆ
“เมื่อกี้ ขนลุกอ่ะ”
พาทินหัวเราะ พิชชาขึ้นรถ เขาขับออกไป

จิราพัชรเดินไป เดินมาอยู่ข้างหอพัก เขาเห็นรถของพาทินขับมาจอด พิชชาลงจากรถวิ่งเข้าหอพัก จิราพัชรซึมลงทันที

อ่านต่อหน้า 3
รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11 (ต่อ)

อรอินทุ์นั่งรอพาทินพร้อมกับข้าวที่ทำเอาไว้เรียบร้อย พาทินเดินเข้าสตูดิโอมา

“มาแล้วเหรอคะ”
พาทินคิดไม่ถึงว่าจะพบอรอินทุ์ที่นี่
“อร ทำไมอยู่ที่นี่ล่ะ มานานหรือยัง”
“มาได้สักพักแล้วล่ะ คุณกินข้าวหรือยัง ฉันเพิ่งทำเสร็จพอดี”
พาทินพยักหน้ารับ
“เมื่อคืนคุณคงลำบาก แล้วได้อะไรมาไหมคะ”
พาทินรู้สึกเหมือนถูกจับผิดอยู่
“อืม” เขาตอบอย่างขอไปที

จิราพัชรนั่งรอ เดินไปเดินมา กระวนกระวายใจ พิชชาเปิดประตูห้อง แปลกใจที่ประตูไม่ได้ล๊อค เธอ หันไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดที่รถเข็นเดินเข้ามา จิราพัชรยืนมอง พิชชาตกใจ คิดไม่ถึงว่าเขาอยู่
“ตกใจเหรอ”
พิชชายิ้ม
“ไม่มากเท่าไหร่ ก็คุณไม่ได้ล๊อคประตู คิดว่าคุณยังคงนอนอยู่”
จิราพัชรมองพิชชาด้วยอารมณ์ที่มีอยู่หลายอย่างข้างใน พิชชารู้สึกแปลกๆที่เขามีท่าทีที่ไม่เหมือนทุกครั้งที่เคยเจอ
“มีอะไรเหรอคะ”
จิราพัชรเดินไปหาพิชชา เขากอดเธอ
“ดีใจที่คุณกลับมา ผม...คิดถึงคุณจังเลย”
พิชชาตั้งตัวไม่ติดที่เขาทำแบบนั้น แต่เธอรู้สึกบางอย่าง เลยไม่ได้ผลักไสเขาเหมือนปกติ

พิชชาเดินออกจากแผนกกลับหอ พาณีเร่งฝีเท้าเดินตามมาร้องเรียก
“พิชชา”
พิชชาหยุด หันไป พาณีเดินถือกระถางเล็กๆ ที่ต้นไม้ดูแห้งเหี่ยว
“มีอะไรเหรอคะ หัวหน้า”
“หัวนง หัวหน้าอะไร ไม่ต้องเรียกแบบนั้นหรอก เรียกพี่ณีก็ได้”
“ค่ะ” พิชชามองกระถางที่มือพาณี “จะเอาไปทำอะไรเหรอคะ”
“ว่าจะเอาไปทิ้ง”
“ขอให้ฉันได้ไหม”
“เอาไปทำไมเหรอ มันจะตายอยู่แล้ว”
“มันยังไม่ตายหรอกค่ะ ค่อยๆ ดูแลมัน เดี๋ยวมันก็จะฟื้นตัวเอง มันแข็งแกร่งออก”
พาณีหัวเราะเบาๆ กับการมองโลกของพิชชา
“เอาซิ”
พาณีส่งกระถางให้พิชชา ทั้งคู่ออกเดินต่อ
“เธอน่ะแปลก”
“เหรอค่ะ”
“เธอน่ะเป็นคนดี ไม่ใช่ว่าเพราะฉันถูกย้ายกลับมา แล้วมาพูดแบบนี้นะ อย่างคุณจิราพัชรนั่นไง ฉันได้ยินว่าเขาเป็นลูกคนสุดท้องของท่านประธาน เอาใจตัวเองสุดๆ ควงสาวไม่ซ้ำหน้า ไม่จริงจังกับผู้หญิงคนไหน กลัวการผูกพัน ที่บ้านเองไม่มีใครเอาเขา ถูกตัดหางตั้งแต่เด็กๆ ฉันว่าเพราะเขาโตมาแบบอ้างว้าง เลยทำให้กลายเป็นคนแบบนั้น แต่คงเป็นเพราะเธอ เขาเลยเปลี่ยนไปมาก นี่ฉันไม่ได้พูดเองนะ ใครๆเขาก็ว่ากัน”
พิชชาคิดตามสิ่งที่พาณีพูดถึงจิราพัชร
“จริงๆ เขาเป็นคนอ่อนไหวนะคะ แต่ฉันเป็นคนใจแข็ง”
พิชชามองต้นไม้ในมือ
“อย่างถ้าต้นไม้นี้ ถ้าฉันดูแลมันอย่างเต็มที่ แล้วมันต้องตายไป ฉันก็จะไม่เศร้าหรอกค่ะ เพราะตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ ฉันได้ดูแลมัน ได้รักมัน ทะนุถนอมมันอย่างเต็มที่แล้ว แล้วมันก็คงรักฉันเหมือนกัน”
พาณีรู้สึกว่าคำพูดของพิชชาแฝงไปด้วยความเศร้าลึกๆ ในใจของเธอ
“ถ้าเราเกิดใหม่เป็นอะไรก็ได้ ฉันอยากเกิดเป็นต้นไม้”
พิชชาคิดถึงเหตุผลที่เคยให้พาทิน เธอน้ำตาคลอ
“เพราะเวลาที่เราหยั่งรากลึกลงไปแล้ว มันจะไม่ต้องไปไหนอีก ต้นที่อยู่ข้างๆ มันก็จะคงอยู่กับเราหยั่งรากคู่กับเราไปจนตายจากกันไป ขอให้ได้อยู่ใกล้ๆ กันก็พอแล้ว”
พิชชาน้ำตาริน พาณีรู้สึกตกใจที่อยู่ๆพิชชาก็เศร้า
“คนที่เธอชอบ ไม่ใช่เขาสินะ”
พิชชารู้สึกตัว
“คะ”
“ไม่ใช่คุณพัชรสินะ คนที่เธอชอบอยู่”
พิชชาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
“คุณพัชร เขาทำให้เธอเสียน้ำตาแบบนี้ไม่ได้หรอก”
พิชชาเช็ดน้ำตา หัวเราะกลบเกลื่อน
“วันเสาร์นี้ พี่ณีว่างไหมคะ ไปสตูดิโอของพี่ชายฉันไหม”
“มีอะไรเหรอ” พาณีแปลกใจ

พาทินกับอรอินทุ์ พิชชากับจิราพัชร ดนัยกับพาณี ทั้งหมดจับคู่ทำงานผ้าบาติกที่ลานสตูดิโอ พาณีดูเก้ๆ กังๆ ดนัยอธิบายขั้นตอนทำให้ พาทินกับอรอินทุ์ ดูเป็นมือโปร มือนิ่ง รูปดูสวยงาม พิชชาถึงจะเพิ่งลอง แต่ดูตั้งใจ จิราพัชรทำไปมองเธอไป พาทินแอบมองพิชชาที่สนุกกับจิราพัชรเป็นระยะๆ พิชชาเห็นความอ่อนหวานที่อรอินทุ์ทำให้พาทิน ดนัยกับพาณีวางมือนั่งพัก มองสองคู่นั้น
“ผมเห็นคุณมองสี่คนนั้นอยู่นานแล้ว มีอะไรเหรอ”
“แค่สงสัยน่ะ”
“เรื่องอะไรเหรอ”

พาณีนึกได้ว่าเพิ่งรู้จักกับดนัย เลยสงวนท่าทีไม่พูดต่อ


อ่านต่อหน้า 4
รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11 (ต่อ)

อรอินทุ์และจิราพัชรเตรียมมื้อเที่ยง พาทินและดนัยนั่งจิบกาแฟที่ริมหาด

“เป็นไงบ้าง”
“ก็เริ่มเข้าที่ แล้วล่ะพี่ ผมชอบที่นี่นะสงบดี”
ดนัยยิ้ม
“ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันหมายถึงไอ้เรื่องตรงนี้ต่างหาก”
ดนัยเอื้อมมือไปตบหน้าอกข้างซ้ายของพาทินเบาๆ พาทินเข้าใจว่าดนัยหมายถึงเรื่องอะไร แต่เขาแกล้งไม่รู้ หัวเราะกลบเกลื่อน
“พี่พูดถึงเรื่องอะไร”
ดนัยยิ้ม รู้ว่าพาทินเข้าใจสิ่งที่เขาพูด แต่ไม่ยอมรับ พิชชาและพาณีเดินดูผลงานบาติกที่ทุกคนทำเอาไว้
“ของฉันดูไม่ออกเลยว่าเป็นรูปอะไร”
พิชชาส่ายหัวนิดๆ
“ของฉันก็ไม่ค่อยสวย”
“คุณอรเขาสมเป็นมืออาชีพ สวย เนี๊ยบ ของพี่ชายเธอก็ดูดีนะ”
พิชชายิ้มรับ
“ค่ะ”
“ท่าทางเขาใจดี คงไม่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาสินะ”
พิชชารีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เคยเลย”
พาณียิ้มจับอาการของพิชชาออก เพราะความสงสัยของเธอถูกต้อง อรอินทุ์เตรียมอาหารใกล้เสร็จ
“พัชร เธอช่วยไปเอาเครื่องดื่มจากตู้เย็นข้างบนให้หน่อย”
“โอเค”
จิราพัชรเดินขึ้นบันไดไป

จิราพัชรเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดเครื่องดื่มที่แช่ไว้ออกมาแล้วปิดตู้ หันไปเห็นกระเป๋าสะพายของพาทินที่วางไว้บนโต๊ะ สมุดโน้ตเปิดออก หน้ากระดาษปลิวไปมาเพราะลมทะเล เขาวางขวดไว้ที่พื้นเดินเข้าไปเก็บ กระดาษบางแผ่นบนพื้นที่ปลิวออกจากสมุดนั้น จิราพัชรหยิบรูปที่คว่ำหน้าบนพื้นใส่กลับไปที่สมุดของพาทิน เขาหยุดมอง รูปใบนั้นเป็นรูปคู่ของพาทินและพิชชาแบบเดียวกับที่เขาเห็นในกระเป๋าสตางค์ของพิชชา จิราพัชรคิดๆ สิ่งที่เขาไม่อยากให้มันเป็นจริงมันเกิดขึ้นจนได้

ทุกคนกำลังนั่งทานอาหารด้วยกันช่วงบ่าย จิราพัชรดื่มเบียร์ไม่หยุด พิชชาเห็น เธอกังวลใจที่เขาดื่มตลอดเวลา พาทินเองก็เช่นกันเห็นจิราพัชรดื่มมากไป
“เฮ้ย เบาๆ หน่อยดีไหม”
จิราพัชรมองพาทิน
“ปล่อยฉันเถอะน่า กำลังสนุกเลย”
สีหน้าของจิราพัชรไม่มีความสนุกอย่างที่เขาพูด เขาหยิบเบียร์ขึ้นดื่มอีก พิชชาเรียกเบาๆ
“พัชรคะ”
จิราพัชรมองพิชชาที่ร้องเตือน
“อ้อ คุณช้อย”
จิราพัชรโอบไหล่พิชชา ยกแก้วชูขึ้น
“ทุกคนครับ ผมมีข่าวสำคัญ...”
ทุกคนไม่รู้ว่าจิราพัชรจะประกาศเรื่องสำคัญอะไร ก็ยกแก้วรอ
“รู้ไหมครับว่าเนื่องในโอกาสอะไร ผมจะขอดื่มให้กับ...”
จิราพัชรมองหน้าพิชชา ด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งโกรธ
“ให้กับการแต่งงานของเรา”
พิชชาตกใจที่จู่ๆ จิราพัชรก็พูดขึ้นมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“คุณพัชร”
ทุกคนเองก็คิดไม่ถึงเช่นเดียวกัน จิราพัชรที่เมาได้ที่ รู้ตัวแต่ก็สับสนกับอารมณ์ของตัวเอง
“ลืมไปๆ”
อรอินทุ์ถามขึ้น
“เธอสองคนตกลงจะแต่งกันเหรอ”
พิชชาไม่ตอบ ดนัยพูดเบาๆกับพาณี
“เป็นเรื่องแล้ว”
พาณีกระทุ้งศอกใส่ดนัยเบาๆ ให้เขาเฉยไว้
“เวลาผมรักใคร ผมไม่ปิดบัง”
อรอินทุ์ห้าม
“พัชร พอเถอะ”
“ทำไมล่ะ ฉันไม่ใช่คนผิดสักหน่อย ไม่เคยมีความลับที่ต้องปิดบัง โดยเฉพาะกับคนที่ฉันรัก”
จิราพัชรมองพิชชา
“แล้วคุณล่ะ พิชชา มีความลับไหม”
พาทินเสียงดังขึ้น
“พัชรมึงพอได้แล้ว”
“ทิน มึงอย่ามาขึ้นเสียงใส่กู”
พิชชาห้าม
“หยุดเถอะค่ะ ทั้งสองคนเลย...การมีความลับ มันเลวร้ายนักหรือคะ...สำหรับฉันการมีความลับในบางเรื่อง ก็เพื่อเอาไว้หล่อเลี้ยงชีวิต เติมเต็มไม่ให้มันสิ้นหวัง มันแย่นักเหรอคะ”
จิราพัชรทั้งเสียใจและโกรธ ที่พิชชายอมรับมันอย่างง่ายดาย เขายิ้มเยาะ
“เติมเต็มไม่ให้สิ้นหวัง ฉันทำตรงนั้นให้เธอไม่ได้เหรอ”
พิชชารู้ว่าจิราพัชรเสียใจและโกรธเธอ
“พัชร วันนี้คุณเป็นอะไร”
“ผมกำลังปะติดปะต่อ เรื่องราวของคุณอยู่ไง”
พิชชาเริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไรจิราพัชรถึงเป็นแบบนี้
“บอกด้วยนะถ้าผมเดาเรื่องผิด ซึ่งผมคิดว่าการเดาของผมมันถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์”
พิชชารู้ว่าจิราพัชรคงจะรู้เรื่องของเธอ กับพาทินแล้ว
“คุณน่ะ รักพี่ชายของคุณเองใช่ไหม”
พาทินตะลึง
“ไอ้พัชร”
จิราพัชรหันไปหาพาทินที่กำลังโกรธเขา
“อยากจะให้ย้ำอีกทีไหม พิชชารัก...”
พิชชาทนไม่ไหวเธอตบหน้าเขาอย่าแรงอย่างโมโหมาก ทุกคนคาดไม่ถึงว่าพิชชาจะตบหน้าเขา พิชชาเดินจากไป อรอินทุ์มองตามพิชชาที่เดินหนีไป พาทินยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก จิราพัชรรู้สึกตัวว่าผิด ทำอะไรตามอารมณ์มากเกินไป

จิราพัชรล้างหน้าให้สร่างเมา พาทินจับเดินเข้ามาตบไหล่
“ขอโทษว่ะเพื่อน”
จิราพัชรเงยหน้ามองพาทิน
“ไม่ต้องมาพูดเลยมึง กูไม่ลังเลที่จะชกมึงเลยนะ”
พาทินพูดอะไรไม่ออก
“นี่คือวิธีแสดงออกเรื่องความรักของกูต่อพิชชา ตรงๆแบบนี้แหละ แล้วมึงล่ะ...”
พาทินไม่มีคำตอบให้ จิราพัชรเดินจากไปพาทินนั่งริมหาด อรอินทุ์นั่งอยู่ข้างๆ ทั้งคู่คิดถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น
“ทิน คุณปรับตัวปรับใจได้แล้วใช่ไหมคะ”
พาทินนิ่งเงียบ
“คุณลืมเธอในฐานะแบบนั้นได้แล้วใช่ไหม”
พาทินยังคงเงียบ อรอินทุ์ทนไม่ไหวกับการนิ่งเงียบของเขา เธอลุกขึ้น
“คุณต้องทำได้นะคะ”

อรอินทุ์ลุกขึ้นเดินจากไป พาทินยังไม่มีทางออกสำหรับเรื่องนี้


โปรดติดตาม รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 12
กำลังโหลดความคิดเห็น...