xs
sm
md
lg

สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 11

เผยแพร่:

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 11

ชัชวีร์เองก็ไม่ต่างจากสองคน ยังคงสับสนหนัก และพยายามรวบรวมสติอยู่

“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้ ผม ผมจะเป็นเจ้ารัชทายาทแห่งเวียงภูคำได้ยังไง... ไม่จริง ผมไม่อยากเชื่อ”
“เพราะอย่างนี้พ่อถึงบอกลูกไม่ได้ว่า แม่ของลูกเป็นใคร เพื่อความปลอดภัยของลูกเอง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายพลเซกองไม่เคยหยุดตามไล่ล่าเจ้ารัชทายาทเลย ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้”
อนุพันธ์ถอยหลังมาหนึ่งก้าว แล้วโค้งถวายคำนับอย่างถูกต้องตามประเพณี
“ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบ...”

รัชชานนท์โค้งคำนับตาม สร้อยเงอะเงะไม่รู้จะทำยังไงทรุดตัวแล้วก้มลงกราบที่พื้น
ชัชวีร์รีบดึงสร้อยขึ้นมายืน ชัชวีร์ยังตั้งรับความจริงไม่ทัน!!
“เดี๋ยวก่อน ! ทุกคนหยุดก่อน ไม่ใช่ตอนนี้ ผมขอเวลา...”
“ฝ่าพระบาท ไม่มีเวลาแล้ว...ฝ่าพระบาทจะต้องเสด็จกลับไปเวียงภูคำเพื่อกอบกู้บ้านเมืองกลับคืนมา หลังจากนั้นจะได้อัญเชิญพระศพเจ้านางส่องดาวกลับไปยังแผ่นดินที่พระองค์รัก...”
ชัชวีร์แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ขณะที่สร้อยดีใจจนร้องไห้ที่ตามเจ้ารัชทายาทเจอแล้ว

รถของอนุพันธ์แล่นออกไป เพื่อชัชวีร์ไปที่สุสานเจ้าส่องดาว รัชชานนท์กับสร้อยยืนมองตาม ทั้งสองต่างนึกไม่ถึงว่าชัชวีร์จะเป็นเจ้ารังสิมันตุ์ไปได้ สร้อยยืนเช็ดน้ำตาอย่างดีใจจนแทบพูดไม่ออก
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่า นายชัชจะกลายเป็นเจ้ารังสิมันตุ์ไปได้ คนที่เราคิดว่า คงต้องอยู่ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว กลับอยู่ใกล้กับเราแค่นี้เอง”
สร้อยพร่ำพูดซ้ำๆอย่างดีใจ
“เฮาเจอแล้ว เฮาเจอเจ้ารัชทายาทแล้วๆ”
“ใช่ เราเจอเจ้ารัชทายาทแล้ว ฉะนั้นต่อไปนี้ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินพระทัยของเจ้ารัชทายาทองค์เดียว”
“เป็นหยังกลายเป็นจังซี้ไปได้ คุณชายรับปากข้อยไว้แล้วว่า ถ้าเฮาตามหาเจ้ารัชทายาทเจอ กะสิพาเพิ่นไปหาพ่อใหญ่ด้วยกัน”
“ตอนนี้คนที่มีอำนาจสูงสุดคือ เจ้ารังสิมันตุ์ไม่ใช่พ่อใหญ่แล้ว”
“แต่คุณชัชบ่เคยเป็น ผู้นำคือพ่อใหญ่ บ่ฮู้เฮื่องแผนการกอบกู้แผ่นดินแม้ซักนิดเดียว แล้วเฮาสิรอให้คุณชัชสั่งการได้จังได๋”
“ฉันเชื่อว่า นายชัชทำได้ อย่าลืมสิว่า เขาเป็นนายทหารอากาศที่ผ่านการรบมาแล้ว แล้วเรายังมีนายทหารใหญ่อย่างคุณลุงอนุพันธ์หนุนหลังอีก นายชัช เอ๊ย เจ้ารังสิมันตุ์องค์นี้จะต้องเป็นผู้นำบัลลังก์กลับคืนมาให้เจ้าหลวงได้อย่างแน่นอน..แต่เราก็ยังไม่รู้แน่ว่า นายชัชจะยอมรับตำแหน่งเจ้ารัชทายาทหรือเปล่า”
“นั่นน่ะซิ ภาระหน้าที่ของข้อยที่ต้องตามเจ้ารัชทายาทกลับไปเวียงภูคำว่า ยากหลายแล้ว หน้าที่ของเจ้ารัชทายาทที่ต้องกอบกู้บ้านเมืองยิ่งยากลำบากทวีคูณ แต่บ่ว่า เพิ่นสิตัดสินใจจังได๋ ข้อยกะยอมรับได้”
รัชชานนท์มองสร้อยอย่างเห็นใจ ที่เห็นว่าหนทางกอบกู้เวียงภูคำยังอีกยาวไกล

อนุพันธ์เดินนำหน้ามา ชัชวีร์เดินตามมาด้วยความรู้สึกสับสนอยู่ หลังรับรู้เรื่องชาติกำเนิดของตัวเองที่สุดจะยอมรับได้ในเวลาอันสั้น ทั้งสองหยุดอยู่ที่หน้าหลุมฝังศพของเจ้าส่องดาว
“นี่คือหลุมพระศพของเจ้านางส่องดาว”
ชัชวีร์จับจ้องที่หลุมฝังศพของแม่ นิ่งอึ้งไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
“แม่...แม่ของผม ผมไม่คิดเลยว่า แม่ของผมจะเป็นถึงเจ้านางแห่งเวียงภูคำ ที่ผ่านมาผมนึกถึงภาพแม่เป็นเพียงสาวชาวบ้านธรรมดา ผมเคยคิดดูหมิ่นดูแคลนแม่ ผมนี่มันโง่เขลาไร้ความสำนึก”
“เป็นความผิดของเกล้ากระหม่อมเพียงคนเดียว ที่ปิดบังความจริงมาตลอด..ตอนนี้ฝ่าพระบาทก็ทรงรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ทั้งเรื่องชาติกำเนิดที่สูงส่ง และแม่ที่ฝ่าพระบาทถามถึงตลอดชีวิต”
อนุพันธ์หันไปมองหลุมศพของเจ้าส่องดาวอย่างระลึกถึงความหลัง
“แม่ที่รักลูกมากกว่าชีวิตตัวเอง เจ้านางทรงทำทุกอย่างเพื่อปกป้องชีวิตของฝ่าพระบาทไว้ แม้เมื่อถึงลมหายใจสุดท้าย พระราชดำรัสของพระองค์ก็คือพระนามของฝ่าพระบาท...เจ้ารังสิมันต์”
“คุณพ่อ! เลิกพูดกับผมอย่างนี้ซักที ยังไงผมก็เปลี่ยนไปเป็นเจ้ารังสิมันต์ในเวลาชั่วข้ามวันไม่ได้หรอกครับ”
“เรารอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เจ้านางส่องดาวเสียสละพระชนม์ชีพเพื่อเจ้ารัชทายาท เพราะทรงรู้ว่า ความหวังของชาวเวียงภูคำอยู่ที่ฝ่าพระบาทเพียงองค์เดียว ที่จะนำแผ่นดินเวียงภูคำกลับมาสงบสุขเช่นเดิม นี่คือภาระและหน้าที่ของเจ้ารัชทายาทที่ไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงได้ แต่ถ้าฝ่าพระบาทจะไม่ทรงรับตำแหน่งผู้นำในครั้งนี้ ก็ไม่มีใครที่จะบังคับพระทัยฝ่าพระบาทได้”
ชัชวีร์นิ่งงันกับภาระที่หนักอึ้ง เขามองไปที่หลุมฝังศพของแม่อยู่นาน ชัชวีร์มองแหวนเจ้ารัชทายาทในมือของอนุพันธ์ และตัดสินใจยื่นมือไปรับแหวน
อนุพันธ์จะคุกเข่าถวายพระธำมรงค์ให้ ชัชวีร์ตัดสินใจรับแหวนเจ้ารัชทายาทขึ้นมาสวม

เป็นการบอกถึงการตัดสินใจว่า ยอมรับในการที่จะเป็นเจ้ารัชทายาทอย่างเต็มใจ!
ด้านดารณีนุชเพิ่งกลับจากข้างนอก เดินเข้ามาเห็นศินีนุชนั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว
ดารณีนุชมองเห็นถุงเสื้อผ้าหลายถุงกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะและที่พื้น

"นี่ลูกไม่ไปวังจุฑาเทพอีกแล้วเหรอ แม่บอกแล้วว่า เบื่อยังไงก็ต้องไปให้คุณชายเล็กเห็นหน้าทุกวัน นี่อะไรกัน ออกไปซื้อของแทนเสียนี่ แล้วทำไมทิ้งข้าวของกระจัดกระจายอย่างนี้"
ดารณีนุชหยิบถุงเสื้อผ้าที่หล่นที่พื้นขึ้นมา ศินีนุชปราดเข้ามาดึงถุงเสื้อผ้าโยนลงไปบนโต๊ะ
"ทิ้งไว้อย่างนั้นเถอะค่ะ คุณแม่ เดี๋ยวให้นังจวงมาเก็บ คุณแม่ทราบมั้ยคะว่า เกิดอะไรขึ้น วันนี้พี่ชายเล็กมาที่บ้านของเรา"
ดารณีนุชหลงดีใจ
"นี่คุณชายเล็กคงตาสว่างแล้วล่ะซิ ถึงได้มาตามง้องอนลูกถึงบ้านเนี่ย คงรู้แล้วว่ามีเพชรอยู่ในมือ ไม่ควรจะไปคว้าก้อนกรวดมาประดับหัวแหวน"
"คุณแม่คะ พี่ชายเล็กมาหาลูกซะเมื่อไหร่ล่ะคะ เด็กในบ้านบอกว่า พี่ชายเล็กมาหาคุณพ่อ แล้วก็พานังสร้อยฟ้ามาด้วย นี่พี่ชายเล็กไม่ยอมแต่งงานกับนุชแน่ๆ ถึงได้พานังเมียบ้านป่ามายืนยันกับคุณพ่อ"
"ใจเย็นๆ นะ ลูกนุช เรายังไม่รู้แน่ว่า คุณชายเล็กมาที่นี่ทำไม"
"พี่ชายเล็กพานังเมียบ้านป่ามาบ้านเราก็เท่ากับหยามน้ำหน้ากัน ! ถึงพี่ชายเล็กจะคู่ควรกับนุชแค่ไหน นุชก็ไม่ขอทนอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ"
ดารณีนุชนิ่งคิด
"อดทนต่อไปอีกซักหน่อยนะ ลูกนุช แม่จะทำให้ทุกคนเห็นเองว่า ผู้หญิงต่ำๆ อย่างแม่สร้อยฟ้า อย่าว่าแต่เป็นเมียน้อยเมียเก็บของคุณชายเล็กเลย ให้เป็นคนรับใช้ที่วังจุฑาเทพ ก็ยังไม่คู่ควร"
ดารณีนุชนิ่งคิดแผนที่จะจัดงานเลี้ยงเพื่อฉีกหน้าสร้อยให้อับอาย

หน้าเรือนคนใช้ จ่อยยืนรออยู่อย่างกระสับกระส่าย รัชชานนท์กับสร้อยเดินเถียงกันมาตลอดทาง
"คุณชายว่า คุณชัชสิยอมรับเป็นเจ้ารัชทายาทบ่ ถ้าหากเพิ่นยังตัดสินใจบ่ได้ ข้อยกะบ่มีเวลารอแล้ว ข้อยกับบักจ่อยสิฟ่าวกลับไปหาพ่อใหญ่ก่อน"
"เธอกับบักจ่อยรออยู่ที่นี่แหละ ฉันจะหาทางติดต่อกับพ่อใหญ่ให้เอง"
จ่อยปราดเข้าไปหารัชชานนท์กับสร้อยอย่างร้อนรน
"เจอคุณชายอนุพันธ์บ่ แล้วเพิ่นฮู้อะหยังเกี่ยวกับเจ้ารัชทายาทบ้าง นี่บ่ได้เฮื่องกลับมาอีกแล้วล่ะสิ จังซี้ต้องให้ข้อยช่วยอีกแรง บ่จังสั้นชาตินี้บ่มีวันหาเจ้าชายเจอดอก"
"เราตามหาเจ้ารังสิมันตุ์เจอแล้ว" รัชชานนท์บอก
ชัชวีร์เดินมาที่กลุ่มของรัชชานนท์
"อย่ามาโม้หน่อยเลย เป็นหยังสิตามหาเจอง่ายปานนั้น ได้มาแค่เบาะแสว่าเพิ่นอยู่ที่ไสแม่นบ่ นี่คงต้องตามหาต่อไปอีกเป็นเดือนเป็นปี"
"เฮาเจอตัวเจ้ารังสิมันตุ์แล้วอีหลี ถ้าเจ้าบ่เชื่อกะหันไปเบิ่งข้างหลังเจ้า"
จ่อยเห็นสร้อยหน้าตาจริงจังก็ต้องชะงักแล้วค่อยๆ หันไปดู เห็นชัชวีร์ที่ยืนนิ่งขรึมกว่าปกติ
"ป๊าดโธ่ ! อีสร้อย เจ้ารังสิมันตุ์ที่ไส นี่มันบักคุณชัช"
"เจ้าเบิ่งให้ดีๆ บักจ่อย นี่คือเจ้ารังสิมันตุ์ เจ้ารัชทายาทของเฮา"
จ่อยจ้องมองชัชวีร์อย่างงงงวย มองขึ้นๆลงๆแล้วมาหยุดที่แหวนเจ้ารัชทายาทที่ชัชวีร์ใส่อยู่
"เจ้า...เจ้ารัชทายาท ! เป็นไปได้จังได๋"
จ่อยเข่าอ่อนเลยทีเดียวเมื่อแน่ใจว่า ชัชวีร์กลายเป็นเจ้ารังสิมันตุ์ไปแล้วจริงๆ

ทางเดินแถวเรือนคนใช้ รัชชานนท์กับชัชวีร์เดินคุยกันมา สร้อยกับจ่อยเดินตามหลังมาอย่างเกรงๆกลัวๆ
"แล้วนี่คุณลุงอนุพันธ์ว่ายังไงบ้าง ท่านยอมให้ฝ่าพระบาทไปเป็นผู้นำกองกำลังกู้ชาติของเวียงภูคำหรือเปล่า"
ชัชวีร์รีบขัด
"พี่ชายเล็กครับ ตอนนี้ผมยังเป็นนายชัชอยู่นะครับ"
ชัชวีร์ตัดสินใจถอดแหวนเจ้ารัชทายาทออกไปก่อน
"ตราบใดที่ผมยังไม่ได้กอบกู้แผ่นดินเวียงภูคำกลับคืนมา ผมก็ยังเป็นนายชัชวีร์คนเดิมอยู่ เธอสองคนด้วยนะ ขอให้ทำตัวเหมือนเดิม แล้วก็ขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ คนยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี"
สร้อยดีใจสุดๆ
"นี่แสดงว่าคุณชัชยอมรับที่จะเป็นเจ้ารัชทายาทแล้ว ! เฮาเฮ็ดงานตามที่พ่อใหญ่สั่งสำเร็จแล้ว บักจ่อย เฮาได้เจ้ารัชทายาทมาเป็นผู้นำกองกำลังจังซี้ เฮาสิต้องโค่นไอ้เซกองได้อีหลี ! ก่อนไปฮอดเวียงภูคำ เฮาต้องสอนคุณชัชเว้าภาษาเวียงก่อน ดีบ่ บักจ่อย"
สร้อยกระทุ้งศอกใส่จ่อยอย่างหยอกล้อดีใจ แต่จ่อยยังยืนเฉยและหน้าซีดเผือดอยู่
"บักจ่อย! เป็นหยังยืนขาสั่นหน้าซีดจังซี้ บ่ซำบายบ่"
จ่อยทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือไหว้ท่วมหัวแล้วลงกราบที่เท้าชัชวีร์ประหลกๆ
"ฝ่า..ฝ่าพระบาท..เออ..คุณชัช..ยกโทษให้ข้อยด้วยเด้อ ข้อยผิดไปแล้วๆ"
ชัชวีร์รีบดึงตัวจ่อยให้ลุกขึ้นมา
"เฮ้ย ! นี่มันเรื่องอะไรกัน บักจ่อยทำอะไรผิด ทำไมต้องให้ฉันยกโทษให้"
จ่อยปากคอสั่น
"กะ...กะ...ที่ข้อยต่อยปากคุณชัชเมื่อมื้อก่อนโน้นจังได๋เล่า"
"เป็นความผิดของนายซะที่ไหน นายทำถูกแล้วที่ปกป้องศักดิ์ศรีให้กับจันทา ฉันไม่ถือโทษโกรธนาย ฉันนับถือในความเป็นลูกผู้ชายของนายด้วยซ้ำ"
"ขอบคุณหลายๆ เด้อ ! คุณชัชมีเมตตาสมกับเป็นเจ้ารัชทายาทอีหลี ตั้งแต่ฮู้จักกันมื้อแฮก ข้อยกะคึดไว้แล้ว คุณชัชต้องบ่ใช่คนธรรมดา"
จ่อยหน้าบานดีใจหายจ๋อยเป็นปลิดทิ้ง กลับไปยืนกับสร้อยพลางกระทุ้งศอกใส่
"ได้ยินบ่ เจ้ารัชทายาทบอกว่านับถือข้อยโว้ย อีสร้อย"
จันทาเร่งรีบเดินเข้ามาหา
"กลับมากันแล้วหรือคะ"
ทุกคนหันไปมองชัชวีร์ เขาส่ายหน้าให้ทุกคนรับรู้ว่า ไม่ให้จันทารู้เรื่องเจ้ารัชทายาท

จันทามองทุกคนด้วยหน้าตาเหรอหราไม่เข้าใจ
ชัชวีร์ดึงจันทาออกมาเดินด้วยกันสองคน

"มีอะไรหรือคะ คุณชัช ทำไมไม่มีใครยอมบอกอะไรจันทาเลย แล้วนี่ คุณชัชรู้เรื่องแหวนเจ้ารัชทายาทแล้วใช่มั้ยคะ"
"ฉันรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เราไม่ต้องไปตามหาเจ้ารัชทายาทที่ไหนอีกต่อไป ฉันจะเป็นคนพาสร้อยฟ้ากับจ่อยกลับไปสมทบกับกลุ่มกองกำลังของพ่อใหญ่เอง"
จันทายิ่งไม่เข้าใจ
"ทำไมล่ะคะ"
"ตอนนี้ฉันเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว อย่าลืมซิว่า ฉันเป็นทหาร ถ้าเราต้องบุกเข้าเวียงภูคำ จะมีใครเหมาะที่จะเป็นผู้นำกองกำลังเท่าฉันอีก"
"แล้วทำไมคุณชัชต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงชีวิตอย่างนั้น คุณชัชไม่ใช่ชาวเวียงภูคำเสียหน่อย มีเหตุผลอะไรอื่นอีกหรือเปล่าคะ"
"ตอนนี้จันทารู้เรื่องแค่นี้ก็พอ แล้วเมื่อไหร่ที่ทุกอย่างคลี่คลายลง ฉันจะบอกกับจันทาเองว่า ทำไมฉันถึงต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำในครั้งนี้ จันทา..."
ชัชวีร์รวบมือทั้งสองของจันทาขึ้นมากุมไว้
"ขอให้มั่นใจในตัวฉัน ไม่ว่าต่อไปในวันข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้น ก็จะไม่มีวันทำให้ฉันเปลี่ยนไปเป็นคนอื่นได้ นอกจากเป็นคุณชัชของจันทา"
ชัชวีร์จับมือจันทาอย่างให้คำมั่นสัญญาหนักแน่น แต่กลับทำให้จันทาหวาดหวั่นว่าต้องมีเรื่องที่เธอยังไม่รู้แอบซ่อนไว้อยู่

เช้าวันใหม่ ที่วังจุฑาเทพ สร้อยเดินมุ่งมาที่สมบุญกับคนงาน 2 คนที่กำลังช่วยกันประดับไฟที่ต้นไม้อยู่ จ่อยบอก
"เจ้าบ่ไปเฮียนงานในครัว ประเดี๋ยวคุณท่านชาววังกะได้ดุเอาอีกดอกอีสร้อย"
"ดุกะดุไป อีกบ่โดนเฮากะสิไปจากที่นี่แล้ว เฮ็ดงานกับเจ้าดีกว่าไปนั่งแกะสลักฮ้อยมาลัยเป็นชั่วโมงๆ นั่งจนปวดดากไปเหมิด"
"เจ้าบ่เฮ็ดตามที่ตกลงกับคุณชายไว้ จังซี้ยายชะนีนุชกะต้องได้เป็นสะใภ้วังนี้แทนเจ้าอีหลี เจ้าลืมคึดถึงเฮื่องนี้ไปแล้วแม่นบ่"
สร้อยชะงักไปนิด
"ช่างเถอะ...จังได๋ข้อยกะอยู่ช่วยคุณชายตลอดไปบ่ได้ ตอนนี้ ข้อยคึดถึงแต่เฮื่องของเวียงภูคำ บ่มีเวลาคึดเฮื่องของคนอื่น"
"แต่คุณชายเล็กบ่ใช่คนอื่นสำหรับเจ้า"
สมบุญตะโกนโวยกับคนงานอย่างแสดงอำนาจ
"จะคุยกันอีกนานมั้ย ยังมีงานต้องทำอีกเยอะแยะ มีใครไปยกโต๊ะเก้าอี้เข้ามาหรือยังวะ หา"
" ยกมาแล้ว จะให้ตั้งตรงไหนล่ะ"
ทุกคนหันไปมองเห็นชัชวีร์พาคนงาน 2-3 คนยกโต๊ะเก้าอี้ตามหลังมา สมบุญรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"คุณชัช ! คุมคนงานมาเองเหรอครับ เดี๋ยวผมรับช่วงต่อเองครับ ตามมาทางนี้มา.. ไอ้จ่อย เดี๋ยวเอ็งตามมาช่วยงานด้วยล่ะ"
สมบุญเดินนำคนงาน 2-3 คนยกโต๊ะเก้าอี้ตามไป สร้อยกับจ่อยมองตามกลุ่มสมบุญที่เดินไปแล้วหันกลับมามองชัชวีร์อย่างสงสัย
"ไม่ต้องสงสัยไปหรอก ฉันมีหน้าที่เหมือนหัวหน้าคนงานที่วังกิตติวงศ์อยู่แล้ว คุณหญิงดารณีนุชมาจัดงานที่นี่ ฉันก็ต้องมาช่วยตามหน้าที่"
"คุณหญิงท่านจะมาจัดงานอะไรที่วังจุฑาเทพนี่หรือคะ"
"งานเลี้ยงต้อนรับคณะฑูตจากเวียงภูคำ"
สร้อยกับจ่อยอึ้งไปในทันที ชัชวีร์ก็กำลังคิดหนักไม่แพ้กัน

ที่เรือนหม่อม ดารณีนุชกับศินีนุชก้มลงไหว้หม่อมเอียดกับย่าอ่อนอย่างอ่อนน้อม
"ดิฉันต้องขอบพระคุณหม่อมป้าเป็นอย่างสูงนะคะ ที่อนุญาตให้ใช้วังจุฑาเทพจัดงานเลี้ยงในครั้งนี้"
"ถ้าหากเป็นงานเพื่อชาติบ้านเมือง ทางวังจุฑาเทพยินดีช่วยเสมอ แต่งานสำคัญระดับนี้ทำไมถึงจัดขึ้นอย่างฉุกละหุกนักล่ะ ฉันกลัวว่า เราจะเตรียมงานกันไม่ทันน่ะซิ" หม่อมเอียดบอกย่าอ่อนเสนอหน้าทันที
"ฉุกละหุกอะไรกันคะ คุณพี่ ทางเราก็จัดงานออกบ่อยไป เรามีเวลาตั้งวันสองวัน โอ๊ย เหลือเฝือค่ะ"
"หม่อมย่าจะห่วงอะไรคะ เรามีพี่ชัชอยู่ทั้งคน คุณแม่เคยสั่งให้พี่ชัชจัดงานเลี้ยงใหญ่ๆ ไม่รู้กี่งานต่อกี่งานแล้วล่ะค่ะ พี่ชัชไม่กล้าทำอะไรผิดพลาดหรอกค่ะ ไม่งั้นคุณแม่เล่นงานตายแน่"
ดารณีนุชแทบอยากจะแอบหยิกให้ศินีนุชเลิกเจื้อยแจ้ว
"ไม่ถึงกับเล่นงานหรอกค่ะ ก็เคยมีว่ากล่าวตักเตือนกันบ้าง ตาชัชเป็นคนขยันแล้วก็มีน้ำใจ ที่เห็นวิ่งวุ่นทำโน้นทำนี่ ก็อาสาทำเองทั้งนั้น ลูกชายคนโปรดของคุณพ่อเขา ดิฉันไม่กล้าไปชี้นิ้วสั่งงานหรอกค่ะ หม่อมป้า"
"ที่จริงวังกิตติวงศ์ก็ใหญ่โตกว้างขวางไม่แพ้ที่นี่ ถ้าเคยจัดงานเลี้ยงใหญ่ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าหากไปจัดงานที่โน่น อาจจะสะดวกกว่า ที่พูดนี่ก็เพราะเป็นห่วงคุณหญิงหรอกนะ"
"แต่ชื่อเสียงของวังกิตติวงศ์เทียบไม่ได้เลยกับวังจุฑาเทพ เราจัดงานที่นี่จะเป็นการดีกว่าค่ะ แล้วหม่อมป้าคอยดูนะคะ หลังจากงานเลี้ยงสำคัญครั้งนี้จบลง วังจุฑาเทพจะเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางกว่าเดิม"
ดารณีนุชกับศินีนุชหันไปยิ้มให้กันอย่างเข้าใจกันสองคน

มั่นใจว่าทุกคนในงานจะได้เห็น สะใภ้จุฑาเทพเป็นสาวบ้านป่าที่จะทำให้คนวังจุฑาเทพได้อับอาย
ภายในห้องโต้โดมของห้าสิงห์ ที่วังจุฑาเทพ รัชชานนท์นิ่งคิดหนักเรื่องที่ดารณีนุชจะมาจัดงานเลี้ยงที่วังจุฑาเทพ

"คุณป้าหญิงกำลังคิดทำอะไรอยู่ ถึงได้จงใจที่จะมาจัดงานเลี้ยงที่นี่ แล้วก็ไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดา"
ธราธรนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานอยู่ คิดพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียด
"แต่เป็นงานเลี้ยงต้อนรับคณะฑูตจากเวียงภูคำ.. เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับสร้อยฟ้าแน่ๆ ฉันว่าคงเป็นแผนตื้นๆที่ต้องการจะฉีกหน้าสร้อยฟ้าล่ะมั้ง"
พุฒิภัทรกับรณพีร์ร่วมวงประชุมอยู่ด้วย
"แต่ก็ไม่น่าที่จะต้องเป็นห่วงนี่ครับ หม่อมย่ายังไม่ยอมรับสร้อยฟ้าเป็นหลานสะใภ้ แล้วงานใหญ่อย่างนี้ท่านไม่มีวันปล่อยให้สร้อยฟ้าออกงานแน่นอน" พุฒิภัทรบอก
"ตอนนี้อยู่ที่พี่ชายเล็กแล้วล่ะครับว่า จะคุมสร้อยฟ้าอยู่หรือเปล่า ผมว่านะ แค่ได้ยินคำว่า เวียงภูคำ สร้อยฟ้าคงวิ่งรี่เข้าไปในงานแน่ๆ สงสัยงานนี้คงต้องให้นายชัชช่วยจัดการให้"
รัชชานนท์เสียงขุ่นมัว
"ทำไมต้องเป็นนายชัช ฉันคุมคนของฉันเอง ไม่ต้องเป็นห่วง"
"คุณป้าหญิงนี่คิดแผนอะไรไม่เข้าท่าเลย ใช้วังจุฑาเทพจัดงานครั้งนี้ เท่ากับประกาศว่า ทางฝ่ายเราสนับสนุนรัฐบาลทหารของนายพลเซกอง"
"เรื่องนี้ผมจะช่วยจัดการให้เองครับ พี่ชายใหญ่"
ทุกคนหันไปมองตามเสียงเห็นปวรรุจยืนยิ้มอยู่
"ชายรุจ"
รัชชานนท์ พุฒิภัทร และรณพีร์รีบลุกพรวดจะมาหาปวรรุจ
"นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ ฉันจะต้องคุยกับพี่ชายใหญ่เรื่องเวียงภูคำก่อน ส่วนนาย..ชายเล็ก ตอนนี้นายมีหน้าที่เดียวคือคุมเมียของนายไว้ให้ดี"
รัชชานนท์ยิ้มรับอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก

ปวรรุจกราบที่ตักหม่อมเอียดแล้วขยับไปกราบย่าอ่อนตามลำดับ
"ชายรุจของย่า"
ย่าอ่อนกอดปวรรุจอย่างรักใคร่คิดถึง ทั้งๆที่ ก่อนหน้านั้นรังเกียจรังงอนปวรรุจเป็นอย่างมาก
"ทำไมกลับมาเงียบๆ อย่างนี้ล่ะ ชายรุจ" หม่อมเอียดถาม
"ผมตัดสินใจลางานกลับมากะทันหันน่ะครับ โชคดีที่ผมมาได้ทันเวลาพอดี"
ปวรรุจยิ้มและหันไปยกมือไหว้ดารณีนุช และมีศินีนุชที่ยังนั่งอยู่ด้วย
"สวัสดีครับคุณป้าหญิง สบายดีนะครับ"
"สบายดีจ้ะ เราไม่ได้เจอกันนานหลายปีเลยนะ นี่ชายรุจคงจำน้องนุชไม่ได้แล้วแน่ๆ นี่ศินีนุช...ลูกนุชของป้าเองจ้ะ"
ศินีนุชยกมือไหว้
"สวัสดีค่ะ พี่ชายรุจ นุชดีใจจริงๆที่เราได้เจอกันในวันนี้ พี่ชายเล็กเล่าเรื่องพี่ชายรุจให้นุชฟังอยู่บ่อยๆ จนเหมือนนุชรู้จักพี่ชายรุจก่อนที่จะเจอตัวเสียอีก"
ปวรรุจยิ้มอย่างรู้ทันว่า ศินีนุชพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย
"ชายรุจ ที่บอกว่าโชคดีที่มาได้ทันเวลาพอดี หมายความว่ายังไง"
"ผมโชคดีที่กลับมาทันงานเลี้ยงใหญ่ของคุณป้าหญิงไงครับ หม่อมย่า คุณป้าหญิงครับ งานเลี้ยงครั้งนี้ ผมเกรงว่าจะเป็นไปตามอย่างที่ต้องการไม่ได้แล้วล่ะครับ"
"ไม่ได้นะ เราเชิญแขกเหรื่อไว้หมดแล้ว จะมายกเลิกตอนนี้ไม่ได้ ทางวังจุฑาเทพได้เสียชื่อเสียงแน่ๆ" ย่าอ่อนบอก
"ผมไม่ได้หมายความว่าให้ยกเลิก ผมอยากให้จัดเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ"
ดารณีนุชกับศินีนุชตั้งอกตั้งใจฟังแต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก

รัชชานนท์กับสร้อยรับฟังปวรรุจอธิบายเหตุผลที่ได้บอกดารณีนุชไปแล้ว
"ถึงแม้ว่าทางเวียงภูคำจะส่งฑูตมาประจำประเทศเราแล้ว แต่ทางเราก็ยังต้องดูท่าทีของรัฐบาลเวียงภูคำอยู่ เราจึงควรจัดงานเงียบๆไม่เอิกเกริก พี่ให้เหตุผลว่าเรามีปัญหาทางการเมืองอยู่ ไม่อธิบายมากไปกว่านั้น คุณป้าหญิงก็ยอมฟัง ที่จริงการได้เจอฑูตเวียงภูคำในครั้งนี้ ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะได้รับข่าวสารข้อมูลมากขึ้น"
"ฑูตพวกนั้นมันเป็นคนของไอ้เซกอง มันบ่ยอมบอกความจริงเฮาดอก แต่ไม่เป็นไร ข้อยเจอตัวพวกมันมื้อใด๋ ข้อยสิไปเค้นคอถามมันเอง" สร้อยบอก
ปวรรุจมองท่าทางห้าวหาญของสร้อยอย่างไม่แปลกใจนัก ออกจะทึ่งๆขำๆด้วย
"เรื่องนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของฉันจะดีกว่านะ สร้อยฟ้า"
ปวรรุจยิ้มขำกับรัชชานนท์บอก
"เหมือนอย่างที่ชายภัทรเขียนเล่าในจดหมายไม่มีผิด ฉันก็นึกแล้ว...คนอย่างนายจะต้องได้เมียอย่างสร้อยฟ้านี่ ไม่งั้นเอานายไม่อยู่แน่"
"คุณชายภัทรคงเล่าบ่เหมิด ข้อยกับคุณชายเล็กแต่งงานจดทะเบียนกันอีหลี แต่บ่ได้เป็นผัวเมียกัน ! เฮื่องนั้นช่างมันเถอะ"
รัชชานนท์ชะงักกึกไป รู้สึกกระทบใจเล็กๆที่สร้อยมุ่งมั่นแต่เรื่องเวียงภูคำ
"ตกลงคุณชายรุจสิมาช่วยเฮาด้วยอีกคนอีหลีบ่ จังสั้นข้อยสิฟ่าวไปบอกคุณชัช"
สร้อยรีบเร่งเดินออกไปทันที
"นายชัชมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย"
รัชชานนท์อึกอัก
"อีกไม่นานพี่ชายรุจก็จะรู้เองล่ะครับ ตอนนี้เอาเรื่องงานเลี้ยงให้จบก่อนแล้วกันครับ พี่ชายรุจ"
รัชชานนท์หลบตาปวรรุจเพราะยังต้องปิดบังเรื่องเจ้ารัชทายาทอยู่
-ตัดไป-
เย็นวันใหม่ เวลาผ่านไปสองวัน บริเวณโถงวังจุฑาเทพ ในบรรยากาศการเตรียมงานเลี้ยง คนรับใช้ของวังจุฑาเทพเดินขวักไขว่จัดเตรียมมุมอาหาร มุมเครื่องดื่ม วางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะ เป็นงานเลี้ยงค็อกเทลมีแค่เครื่องดื่มและฟิงเกอร์ฟู๊ด
สร้อยกับจันทาช่วยกันจัดวางดอกไม้ตามมุมต่างๆ รัชชานนท์เดินตามสร้อยกำชับแล้วกำชับอีก
"ช่วยงานตรงนี้เสร็จก็กลับที่พักไปทันทีเลยนะ เข้าใจมั้ย"
"ฮู้แล้วน่า คุณชายสั่งเป็นฮ้อยเทื้อแล้ว บ่เซื่อใจบ่"
"ก็เธอเชื่อใจได้ที่ไหนล่ะ ฉันไม่ได้อยากได้ชื่อว่าคุมเมียของตัวเองไม่ได้"
"ไผให้เจ้ามาคุมข้อย เจ้าสิไปไสกะฟ่าวไปเลย คนสิเฮ็ดงาน รำคาญแท้"
"คุณชายรีบไปแต่งตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวจันทาจะช่วยดูเจ้าสร้อยให้เอง" จันทาบอก
"จันทาก็คุมสร้อยฟ้าไว้ไม่อยู่หรอก ฉันรู้แล้วว่า ฉันควรจะต้องทำยังไง...ไปกับฉัน สร้อยฟ้า"
หลังคิดอะไรได้ รัชชานนท์ก็ดึงสร้อยออกไป แล้วถอยกลับมาดึงจันทาตามไปอีกคน
"จันทาด้วย ! ไปด้วยกัน ไป"
รัชชานนท์ดึงตัวสร้อยกับจันทาออกไป ดารณีนุชและศินีนุชก้าวเข้ามาเห็นรัชชานนท์จัดการคุมสร้อยไว้ และมีสาวใช้ถือชุดราตรี 2 ชุดเดินตามหลังมา
"อย่างนี้ก็ไม่เป็นไปตามแผนของเราน่ะซิคะ คุณแม่"
"ไม่ต้องห่วง แม่คิดจะทำอะไรแล้ว ไม่เคยที่จะไม่สำเร็จ"

ดารณีนุชมองตามกลุ่มรัชชานนท์ไป

อ่านต่อหน้า 2
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 11 (ต่อ)

ภายในครัว... สร้อยกับจันทาช่วยจัดเตรียมอาหารคนงานอยู่กับแจ๋ว รัชชานนท์ยืนคุมเชิงสร้อยอยู่กับย่าอ่อน

"ผมฝากสร้อยฟ้าด้วยนะครับ ย่าอ่อน"
"ไม่ต้องฝาก ย่าก็ไม่ยอมให้แม่สร้อยฟ้าออกไปเพ่นพ่านในงานหรอก หน้าที่เราน่ะต้องอยู่ในครัวอยู่แล้ว ไม่รู้จะเสนอหน้าขึ้นไปช่วยงานบนตึกทำไม เร่งๆ มือเข้า พวกคนงานยังไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลย ชายเล็กไปได้แล้ว ไป ย่าจะไม่ให้ใครก้าวออกไปจากครัวแม้แต่ก้าวเดียว เชื่อมือย่าสิ" ย่าอ่อนบอก
"ขอบคุณครับ ย่าอ่อน"
สร้อยเงยหน้าขึ้นทำเบะปากถลึงตาใส่รัชชานนท์ เขายิ้มอย่างเหนือกว่าแล้วเดินออกไป
"อ้าวๆ ข้าวสุกแล้วไม่ใช่เรอะ รีบยกลงจากเตามาดงข้าวที แม่สร้อยฟ้า ดงข้าวเป็นหรือเปล่า ไปดงข้าว ไป"
ดารณีนุชกับศินีนุชเดินเข้ามาในครัว ทุกคนชะงักหันไปมองเป็นแถว
"คุณหญิงเข้ามาถึงในครัว ติดขัดเรื่องอะไรหรือเปล่า เรื่องอาหารใช่มั้ยล่ะ เห็นหนูเกษบอกว่าจะส่งมาช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย"
"ไม่มีเรื่องอะไรหรอกค่ะ การเตรียมงานทุกอย่างราบรื่นดี แต่อยากจะขอตัวแม่สร้อยฟ้าไปช่วยต้อนรับแขกหน่อยน่ะค่ะ"
ย่าอ่อนร้องเสียงหลง
"ไม่ได้หรอก คุณหญิง ให้แม่สาวบ้านป่าไปช่วยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เดี๋ยวก็ได้ทำตัวเป็นลิงเป็นค่างได้ขายหน้ากันหมด"
ศินีนุชพูดเสียงเบาให้ย่าอ่อนได้ยินคนเดียว
"ถ้าแม่สร้อยฟ้าทำตัวเองขายหน้ากลางงาน มันก็จะได้หมดโอกาสพิสูจน์ตัวเองต่อไปยังไงล่ะคะ"
"คุณป้าคงจะเข้าใจในความหวังดีของเราแล้วนะคะ"
ย่าอ่อนมองสร้อยที่กำลังดงข้าวอยู่อย่างไม่สนใจใคร ย่าอ่อนนิ่งคิดสองจิตสองใจอยู่

ดารณีนุชกับศินีนุชเดินฉับๆนำหน้าเข้ามา สร้อยเดินตามเข้ามาช้าๆอย่างไม่ยี่หระอะไร ชุดราตรีของสองแม่ลูกแขวนเตรียมอยู่อย่างเรียบร้อยในห้องแต่งตัว วังจุฑาเทพ
คนรับใช้กำลังจัดวางเครื่องประดับเตรียมไว้ให้อยู่ ช่างผมและช่างแต่งหน้าเตรียมพร้อมรออยู่
"เอ้า รีบเปลี่ยนชุดซะ แล้วก็ลงไปรอฉันข้างล่าง"
ศินีนุชบอกสร้อยที่รำคาญใจ
"ไหนล่ะชุดของฉัน"
สร้อยมองไปที่ชุดราตรีซึ่งมีเพียงสองชุดที่แขวนอยู่ สองแม่ลูกเข้ามาขวางทางบังไม่ให้เห็นชุดราตรีสวยที่แขวนอยู่ ศินีนุชชูชุดสีมอๆของชาวเวียงภูคำขึ้นมาดูแล้วโยนให้สร้อยไป
"นี่ยังไงล่ะชุดของเธอ สำหรับงานคืนนี้ ชุดสาวบ้านป่าเหมาะสมกับเธอที่สุดแล้ว แล้วอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า สร้อยซักเส้น ต่างหูซักคู่"
"ตายจริง..ทำยังไงดีล่ะ เครื่องประดับของเราไม่เข้ากับชุดเวียงภูคำของเธอเลย"
กรองแก้วเดินเข้ามา
"งั้นดิฉันขออนุญาตดูแลคุณสร้อยต่อเองนะคะ ไปค่ะ คุณสร้อย เราไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแก้วกันดีกว่านะคะ"
"เดี๋ยวก่อน แม่กรองแก้ว เธอมายุ่งอะไรด้วย" ดารณีนุชถาม
"ปกติดิฉันมีหน้าที่คอยดูแลคุณสร้อยอยู่แล้วล่ะค่ะ ดูแลในฐานะที่เป็นสะใภ้จุฑาเทพเหมือนกันยังไงล่ะคะ เชิญคุณหญิงกับคุณนุชตามสบายนะคะ อย่าคิดว่าเป็นแขกของที่นี่ ไม่ต้องเกรงใจกันนะคะ แต่คงไม่ต้องบอกมั้งคะ ดูเหมือนทุกคนจะคุ้นเคยกับที่นี่เหมือนเป็นบ้านของตัวเองอยู่แล้ว"
กรองแก้วพาสร้อยเดินออกไป สองแม่ลูกมองตามอย่างขัดใจ

บรรยากาศงานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้น ผู้คนยังเบาบางถือแก้วเครื่องดื่มยืนจับกลุ่มทักทายกัน บริกรถือถาดเครื่องดื่มและถาดอาหารเดินบริการให้แขกในงาน
ธราธรกับปวรรุจยืนต้อนรับแขกอยู่ทางเข้างาน มีช่างภาพคอยถ่ายรูปเป็นระยะๆ ดารณีนุชกับศินีนุชเดินเข้างานมา
ศินีนุชเดินหยิ่งชูคอราวกับเป็นงานของตัวเองคนเดียว แต่ปรายตามองแล้วไม่มีใครสนใจมองมา ดารณีนุชดึงลูกสาวไปช่วยธราธรกับปวรรุจต้อนรับแขกทันที
"มาทางนี้ ลูก ไปช่วยพี่ๆเขาต้อนรับแขก อย่าลืมซิว่า คืนนี้เราเป็นเจ้าภาพร่วมกับทางวังจุฑาเทพ"
"ได้ค่ะ คุณแม่ คืนนี้นุชจะแสดงตัวให้ทุกคนเห็นว่า นุชนี่แหละสะใภ้จุฑาเทพตัวจริง ไม่ใช่แม่สร้อยฟ้า สาวบ้านป่านั่น"
ศินีนุชเดินปราดนำหน้าดารณีนุชไปที่ทางเข้างานทันที

ธราธรกับปวรรุจกับจับมือทักทายกับแขกฝรั่งผู้ชายอยู่ ศินีนุชรีบแทรกตัวไปจับมือทักทายด้วยทีท่าร่าเริง ตีสนิทกับแขกฝรั่งทันที
"Good evening sir. How are you? Thank you for coming. Thank you so so very much."
ศินีนุชตั้งใจให้พูดเว่อร์ไว้ จากนั้นก็ปาดหน้าธราธรกับปวรรุจเข้าไปต้อนรับยอดยศที่เดินเข้ามา
"Good evening. Have we met somewhere?"
ธราธรบอก
"ก็น่าจะเคยเจอกันที่งานไหนซักงานนะ ว่ายังไงนายยอดยศ เคยเจอกับคุณศินีนุชที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า"
ยอดยศในชุดทักซิโด แบบนายทหารอากาศเต็มยศ ยิ้มขำก่อนยกมือไหว้
"ไม่น่าจะเคยเจอครับ สวัสดีครับ พี่ชายใหญ่ พี่ชายรุจ"
ศินีนุชหน้าแตกก่อนแก้ตัวมั่วไป
"คนไทยหรือคะเนี่ย นุช...นุชเห็นว่า ผิวขาวจัดอย่างกับไม่ใช่คนไทย ตัวก็สูงใหญ่"
ปวรรุจยิ้มขำ
"นายยอดเป็นคนไทยแน่ พี่รับรองได้ ไม่งั้นคงเข้ารับราชการเป็นทหารอากาศของไทยไม่ได้แน่"

ธราธรกับปวรรุจมองศินีนุชที่ยิ้มแหยๆ
หม่อมเอียดกับย่าอ่อนนั่งอยู่มุมหนึ่งของในงาน หม่อมเอียดจับตามองความจุ้นจ้านของสองแม่ลูกแล้วต้องส่ายหน้า ย่าอ่อนชะเง้อมองไปรอบๆ หาสร้อยอยู่

"ฉันว่า ฉันคิดผิดจริงๆ ที่ยอมให้คุณหญิงดารณีนุชจัดงานที่นี่"
หม่อมเอียดหันไปมองย่าอ่อนที่นั่งไม่ติด ขยับตัวมองหาสร้อยตลอดเวลา
"แม่อ่อน"
"เปล่าค่ะ ไม่ได้มองหาใครค่ะ คุณพี่ น้องก็แค่มองไปทั่วๆว่ามีใครมากันบ้าง เห็นชายรุจแล้วก็คิดถึงท่านหญิงรสานะคะ น่าจะกลับมากับชายรุจด้วย ตอนนี้ใครๆก็ลดยศท่านเป็นคุณรสา แต่น้องเรียกไม่ลงหรอกค่ะ ยังไงท่านก็ยังเป็นท่านหญิงรสาของอ่อน"
"ไม่ต้องพูดนอกเรื่อง เธอมองหาใครอยู่ คราวก่อนก็แกล้งปล่อยให้แม่สร้อยฟ้าหนีออกไปจากวัง คราวนี้มีเรื่องอะไรอีกล่ะ"
ย่าอ่อนยิ้มแห้งๆ
"คุณพี่รู้เรื่องนั้นด้วยหรือคะ เออ..คือ ก็ไม่มีเรื่องอะไรหรอกนะคะ แต่ถ้าเดี๋ยวมีอะไรเกิดขึ้น คุณพี่ก็อย่าเคืองน้องนะคะ น้องก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มีอะไรมาดลใจให้น้องตัดสินใจอย่างนั้น เอาเป็นว่า น้องกราบขอโทษคุณพี่ล่วงหน้าเลยนะคะ" ย่าอ่อนยกมือไหว้พี่สาวอย่างเกรงๆ
หม่อมเอียดมองย่าอ่อนอย่างอ่อนใจและไม่เข้าใจแม้แต่น้อย รู้แต่เดี๋ยวได้เป็นเรื่องอีกแน่

เชิงบันไดโถง วังจุฑาเทพ รณพีร์ ในชุดทักซิโดแบบนายทหารอากาศเต็มยศยืนมองรัชชานนท์อย่างขำๆ ที่เห็นพี่ชายเดินไป เดินมา รอคอยอย่างกระวนกระวายใจ
"ใจเย็นๆน่า พี่ชายเล็ก เรามีอยู่กันตั้งห้าคน รับรองสร้อยฟ้าไม่มีทางเข้าไปถึงตัวฑูตเวียงภูคำแน่ แล้วไม่ต้องห่วงหรอกนะครับว่า สร้อยฟ้าจะไปทำอะไรเปิ่นๆในงาน พี่ชายเล็กก็คอยประกบไว้อย่าให้ห่างตัว"
"ไอ้เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก เจ้าตัวเองก็คงไม่สนใจ เขาได้เจอสิ่งที่เขาต้องการแล้ว หม่อมย่าจะยอมรับเขาหรือไม่ก็ช่าง เรื่องของฉันมันไม่สำคัญต่อเ
กำลังโหลดความคิดเห็น...