xs
xsm
sm
md
lg

มนต์จันทรา ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มนต์จันทรา ตอนที่ 8
ภายในห้องทำงานขนาดเล็ก มีประตูออกไปหน้าระเบียงที่ปิดสนิท มีม่านผืนใหญ่ปิดจนห้องไม่มีแสงเข้ามา...มีเอกสารวางอยู่บนโต๊ะทำงานมากมาย

สาระวารีโทรศัพท์หาจิณห์วรา
"จิณห์ แกออกไปสตาร์ทรถสแตนด์บายไว้ได้แล้ว...เออ เออ ไม่เกิน 10 นาทีตามไป"
สาระวารีกดตัดสาย แล้วลองพลิกเอกสารต่างๆ ดู และถ่ายรูปเอาไว้
" ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย" สาระวารีบ่นๆ
แต่ขณะนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงดิตถ์ดังแว่วมา
"มีใครเข้าไปในห้องรึเปล่า"
สาระวารีหน้าซีดเผือดตกใจสุดๆ ที่หน้าห้อง ดิตถ์คุยกับลูกน้องอยู่
"ไม่มีนะครับ"
"แล้วของมันจะหายไปได้ยังไง ของยิ่งขาดๆ อยู่ด้วย ฉันสั่งไว้แล้ว ใช่มั้ย นอกจากแกแล้วอย่าให้ใครเข้าไปในห้องสต็อก"
ดิตถ์เปิดประตูเข้าห้องไปอย่างหัวเสีย ภายในห้องไม่มีร่องรอยของสาระวารีแล้ว

ลูกน้องหน้าจ๋อย ตื่นกลัว
"เดี๋ยวผมจะลองเช็คดูอีกทีครับ อาจจะนับผิดไปก็ได้ครับ"
ดิตถ์หัวเสีย
"จะเดี๋ยวทำไม ไปเช็กเดี๋ยวนี้เลยสิ"
"ครับคุณดิตถ์"
สาระวารีที่แอบอยู่หลังม่าน ใช้เท้าเขี่ยถังขยะให้มาบังช่วงเท้าที่ม่านปิดไม่มิด ดิตถ์ถอนใจเดินนำมาที่โต๊ะทำงาน แต่ยังไม่ทันจะทิ้งตัวลงนั่ง โทรศัพท์มือถือของดิตถ์ก็ดังขึ้น ดิตถ์ดูเบอร์ กดรับแล้วยิ้มแย้ม
"ว่าไงครับคนสวย ... ตอนนี้เลยเหรอ มีแผนการอะไรเด็ดๆ เล่นงานมันอีกเรอะ ... งั้นเดี๋ยวผมแวะไปหาที่บ้านก็แล้วกัน ... ไม่ให้ไปที่บ้านแล้วจะให้ไปที่ไหนล่ะคุณ กลัวไอ้ษมาจนขึ้นสมองแล้ว" ดิตถ์บอก
สาระวารีที่อยู่หลังม่าน มีสีหน้าติดใจสงสัยปนห่วง เมื่อได้ยินชื่อษมาขึ้นมา
ดิตถ์ฟังอีกฝ่ายรำคาญ
"ร้านไหนล่ะ ... รู้จักสิคร๊าบ ได้ๆ"
ดิตถ์กดวางสายด้วยสีหน้าเซ็งๆ พลางบ่น
"หาแหล่งเงินทุนอื่นได้ จะไม่ง้อนังโรคประสาทนี่เลยจริงๆ"
ดิตถ์หอบเอกสารบางส่วนติดตัวออกไปด้วย สาระวารีก็ค่อยๆเปิดม่านระเบียงแง้มออกมาแล้วมองตามดิตถ์ไป สีหน้าเคร่งเครียด สังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องเกี่ยวกับษมาแน่ๆ

เวลาเย็น กูซอขับเรือมาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือเกาะยานก โดยมีหมอหนุ่มนั่งมากับเรือด้วย กูซอช่วยรับหมอขึ้นจากเรือ พิพัชรีบเดินเข้ามาหา
"ทำไมช้านักล่ะกูซอ"
กูซอยิ้มแหยๆ
"ขอโทษครับคุณพิพัช พอดีผมท้องเสียน่ะครับ ก็เลยไปรับคุณหมอช้าไปหน่อย"
พิพัชมองไปที่หมอ ยกมือไหว้ หมอหนุ่มรับไหว้ตอบ
"แล้วคุณหมออนันต์ล่ะครับ"
"อาจารย์หมอต้องผ่าตัดคนไข้ด่วนน่ะครับ ก็เลยให้ผมมาแทน"
"งั้นเชิญข้างในเลยครับ"
พิพัชเดินนำหมอหนุ่มไปที่ตัวบ้าน

หมอหนุ่มกำลังตรวจบาดแผลที่หัวไหล่ของษมา แล้วใส่ยาและทำแผลให้
"แผลเกือบแห้งสนิทแล้วนะครับ แต่ฉีดยาฆ่าเชื้อกันไว้อีกเข็มก็ดีนะครับ"
"ต้องฉีดด้วยเหรอครับ"
หมอหนุ่มสีหน้ายิ้มแย้ม
"คุณหมออนันต์สั่งมาน่ะครับ"
หมอหนุ่มใช้แอลกอฮอล์เช็ดที่แขนษมา เตรียมจะฉีดยาแต่ก่อนที่ปักปลายเข็มลงผิวหนัง ษมาก็จับข้อมือหมอหนุ่มเอาไว้ ไม่ให้ฉีดยา
"มีอะไรเหรอครับคุณษมา"
"เปล่าครับ ผมแค่สงสัยว่าหมอจะเอายาอะไรมาฉีดให้ผม"
"ก็ยาฆ่าเชื้อธรรมดาไม่มีอะไรนี่ครับ หรือว่าคุณษมาไม่ไว้ใจผมครับ"หมอหนุ่มปั้นหน้าเครียด
"มีคนอยากให้ผมตายเยอะ ผมต้องระวังตัวมากเป็นธรรมดาครับ"
หมอหนุ่มกรอกตาไปมาเล็กน้อย ษมายิ้มบางๆ แบบรู้ทัน
"นี่ผมก็เพิ่งโทรคุยกับคุณหมออนันต์ คุณหมอบอกว่า มีคนโทรไปหาบอกว่าเป็นคนของผม ขอเลื่อนนัดคุณหมอเป็นวันพรุ่งนี้แทน"
หมอหนุ่มตกใจสุดๆ ก่อนจะตัดใจเสี่ยง โถมแรงจะปักเข็มฉีดยาใส่ษมาให้ได้ การต่อสู้เปิดฉากขึ้นเล็กน้อย ชั่วอึดใจ ประตูห้องก็เปิดเข้ามาอย่างเร็ว พิพัชและจันเลาเข้ามา
พิพัชเล็งปืนใส่หมอหนุ่มตัวปลอม หมอตัวปลอมชะงักไปยอมยกมือยอมแพ้ จันเลารีบเข้าไปล็อกตัวหมอปลอมเอาไว้ทันที ษมาปาดมือเข้าบีบช่วงขากรรไกรของหมอปลอม
"ใครส่งแกมา"
หมอปลอมปิดปากเงียบ ษมาสีหน้าแววตาเยือกเย็น จ้องเขม็งที่มือสังหาร

ผ่านเวลาเล็กน้อย ในบ้านพักคนงาน กูซอเป็นคนชกหน้าหมอปลอม ที่เป็นลูกน้องดิตถ์ด้วยความโมโห หมอเลือดกบปากและถูกมัดมือเอาไว้
" คิดจะฆ่าคุณษมาเรอะ อย่าอยู่เลยมึง"
กูซอจะอัดซ้ำ แต่ษมา จันเลา และ แลง เดินตามมาถึงพอดี ษมารีบห้าม
"พอแล้วกูซอ"
กูซอถึงกับจ๋อยไป แต่ชี้หน้าหมอหนุ่ม ลูกน้องดิตถ์
"โชคดีไปนะมึง"
"หมดหน้าที่แกแล้ว ไปทำงานของแกต่อเถอะ"
"ครับคุณษมา"
กูซอเดินเลี่ยงออกไป จันเลาแอบยกนิ้วโป้งชื่นชมกูซอ พิพัชเดินเข้ามาหาษมา
"ผมโทรแจ้งตำรวจเรียบร้อยแล้วนะครับ อีกซักพักคงมาถึง"
ษมาพยักหน้ารับทราบ ก่อนเดินเข้าไปหาลูกน้องดิตถ์
"ฉันให้โอกาสแกอีกครั้ง ถ้าแกยอมบอกว่าใครใช้แกมา ฉันจะบอกตำรวจให้กันแกไว้เป็นพยาน โทษของแกจะได้เบาลง"
หมอหนุ่มปิดปากแน่น ไม่ยอมพูด จันเลาหมั่นไส้
"พูดดีๆกับมันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมว่าคุณษมาขึ้นไปพักบนบ้านดีกว่า ตรงนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง ดูซิว่าจะปิดปากได้อีกนานแค่ไหน"
ษมาหน้าตาไม่พอใจ
"อย่ามาตั้งศาลเตี้ยบนเกาะของฉันนะจันเลา ฉันไม่ชอบ"
จันเลาจ๋อยไป
"หน้าที่ของแกคือเฝ้ามันเอาไว้จนกว่าตำรวจจะมา"
"งั้นให้ผมเฝ้ามันไว้เองก็ได้ครับคุณษมา เดี๋ยวคุณจันเลาจะห้ามใจไม่อยู่ฆ่ามันตายซะก่อน" แลงบอกษมาเหล่มองจันเลาและพิพัช
"ก็ดี ขืนให้2คนนี่เฝ้า เดี๋ยวมันจะเละซะก่อนถึงมือตำรวจ"
ษมาหน้าเครียดๆ เดินกลับออกไป
"พวกเราอยู่แถวๆ นี้ล่ะ มีอะไรก็เรียก"
"ครับคุณพิพัช" แลงบอก
พิพัชเดินนำออกไป จันเลาชี้หน้าลูกน้องดิตถ์ ก่อนจะเดินตามพิพัชออกไปอีกคน
แลงเดินเข้ามาจ้องหน้าลูกน้องดิตถ์
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่ามาลวดลายนะโว้ย"
แลงเดินไปนั่งเฝ้าที่มุมห้อง

สาระวารีกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่หน้าระเบียงบ้านจิตติ
"ต้องขอบคุณคุณมากนะวารี ไม่ได้คุณ ผมแย่แน่" เสียงษมาผ่านมาตามสาย
" ไม่ต้องขอบคุณอะไรฉันหรอกค่ะ ฉันแค่ได้ยินครึ่งๆกลางๆ ก็เลยรีบโทรเตือนคุณ ที่คุณรอดได้ ก็เพราะคุณรอบคอบเองมากกว่า"
ษมายิ้มปลื้ม กำลังยืนคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน
"แต่ถ้าคุณไม่โทรเตือน ผมก็คงไม่ระวังตัวมากเท่านี้ ใครจะไปคิดถึง ว่ามันจะปลอมตัวเป็นหมอมาฉีดยาฆ่าผมได้ มันหาทางเล่นงานผมทุกรูปแบบจริงๆ"
"ผลประโยชน์มหาศาลขนาดนี้ ใครก็อยากได้ทั้งนั้นล่ะค่ะ คุณก็ไม่น่ายอมเซ็นสัญญาสัมปทานแบบนั้นเลย"
"ทำไงได้ล่ะครับ คนมันอยากได้มาก"
สาระวารีเหยียดปากเซ็ง ก่อนพูดกลับไป
"คุณน่าจะพอเดาได้นะคะ ว่าผู้หญิงที่ร่วมมือกับนายดิตถ์เป็นใคร"
ษมาสีหน้าเครียดขึ้นมาอีก
"ผมรู้นะว่าคุณกำลังสงสัยใคร แต่เดี๋ยวรอตำรวจสอบปากคำก่อน ผมไม่อยากปรักปรำใครโดยไม่มีหลักฐาน"
ษมาตัดบทเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงอ่อนลงจนดูเหมือนอ้อน
"แล้วคุณจะอยู่ตราดอีกนานมั้ย ผมอยากเจอคุณนะวารี"
ลำแพงเดินออกมาได้ยินประโยคเด็ดนี้พอดี ก็ชะงักไป แอบฟังอยู่เงียบๆ สาระวารีอึกๆอักๆ ทำเสียงเข้ม
"ฉันงานยุ่ง ไม่มีเวลาหรอกคุณ"
"เรื่องแชร์เครื่องสำอางของคุณ ผมพอมีข้อมูลลึกๆ นะ อยากรู้มั้ยล่ะ"
"นี่คุณเอาข่าวมาหลอกล่อฉันอีกแล้วนะ ฉันไม่ใช่ไอ้แมวหมูของคุณนะ ที่จะได้เอาของหวานมาหลอกล่อให้ทำอะไรตามใจชอบของคุณ"
ษมายิ้มขำอย่างเอ็นดู
"ไม่ได้หลอกล่อ แต่ผมอยากช่วยงานคุณจริงๆ คุณไม่อยากได้ข่าวเหรอ รับรองงานนี้สยามสารได้ดังอีกรอบแน่ๆ"
สาระวารี หน้าตาหมั่นไส้
"พอเลย ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันต้องการใช้ฝีมือของตัวเอง คุณไม่ต้องมาช่วยอะไรฉันทั้งนั้นแหละ"
สาระวารีกดตัดสาย ด้วยใบหน้าหงิกงอ ษมากดตัดสาย ยิ้มๆส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
"หัวรั้นจริงๆ เลย"
ษมาหันกลับไป เห็นลำแพงยืนมองตนอยู่
"อ้าว มาเงียบๆ"
ลำแพงสีหน้านิ่ง
"พอดีเห็นคุณษมากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ก็เลยไม่กล้ารบกวนน่ะค่ะ"
"ฉันคุยอยู่กับคุณวารีอยู่ มีอะไรรึเปล่า"
"คุณพิพัชให้มาเรียน ว่าบริษัทโซล่าร์เซลล์ติดต่อกลับมาแล้วค่ะ"
"ขอบใจนะ"
ษมาเดินเลี่ยงไป ลำแพงยืนอยู่คนเดียว เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ พอรู้ว่าสาระวารีกลับมาอีก ก็แค้นจับใจ ลำแพงน้ำสียงชิงชัง สีหน้าเกลียดชัง
"ร่านซะจริง มาหาผู้ชายเป็นว่าเล่น พ่อแม่ไม่เคยอบรมมั่งรึไง ฉันจะจัดการยังไงกับแกดีเนี่ย"

ผ่านเวลาซักครู่ พิพัช และจันเลา เดินกลับมาที่บ้านพักคนงานเพื่อดูความเรียบร้อย พอมาถึงทั้งคู่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นแลงนอนหัวแตก สลบเหมือดอยู่บนพื้น
"เฮ้ย ไอ้แลง"
พิพัชรีบเข้าไปดูแลงทันที ในขณะที่จันเลารีบเข้าไปในบ้านพักคนงานเพื่อดูคนร้าย พิพัชตบหน้าแลงเบาๆเพื่อเรียกสติ
"แลงๆ"
แลงยังสลบไม่ฟื้น ไม่ได้สติแม้แต่น้อย จันเลาเดินเครียดออกมาจากบ้านพัก
"มันหนีไปได้มั้ย" พิพัชถาม
จันเลาเบี่ยงตัวออก เห็นลูกน้องดิตถ์นอนตายตาเหลือกค้างอยู่ในบ้าน พิพัชตกใจมาก
"มันโดนรัดคอจนตาย น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ทำร้ายไอ้แลงนั่นแหละ"
พิพัชขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ มั่นใจสุดๆว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่
"สงสัยเกลือจะเป็นหนอน"
พิพัชเห็นด้วย
"กูซออยู่ไหน"
พิพัชและจันเลาสบตากัน แอบสงสัยกูซอขึ้นมา

ในเวลาต่อมา ตำรวจชั้นผู้น้อยช่วยกันหามศพคนร้ายออกไป นายตำรวจระดับพันตำรวจตรีกำลังคุยกับษมา โดยมีพิพัช และจันเลาอยู่ใกล้ๆ กูซอวิ่งหน้าตาตื่นมาดูศพคนร้าย
พิพัชและจันเลาเหล่ๆมองไปที่กูซออย่างจับสังเกต
"มีคนตายแบบนี้ ผมคงต้องขอสอบปากคำคนในบ้านของคุณษมาทุกคนด้วยนะครับ"
"ได้เลยครับสารวัตร"
" ดีครับสารวัตร เราต้องฉีกหน้ากากไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่บนเกาะเราออกมาให้ได้" พิพัชบอก
กูซอ ดูนิ่งๆ ไปอย่างรับฟัง
"อย่าเพิ่งฟันธงว่าเป็นคนในซิพิพัช มันอาจจะลอบเข้ามาจากข้างนอกก็ได้" จันเลาบอก
"พูดเป็นการ์ตูนไปได้ นี่มันเกาะส่วนตัวนะ กูซอ..."
กูซอสะดุ้งทันที
"ครับ"
"แกให้ปากคำเป็นคนแรกเลย"
กูซอมองตำรวจที่ดูแหยๆ กลัวๆ
"ครับ"
"เดี๋ยวผมไปตามคนบนเกาะมาให้ครับสารวัตร"
ตำรวจบอกกูซอ
"ครับ... ทางนี้เลยครับ"
ตำรวจพากูซอไปสอบปากคำเป็นคนแรก ษมาหันไปพูดกับจันเลาด้วยความเป็นห่วง
"เจ้าแลงเป็นยังไงบ้าง"

เวลาต่อเนื่องมา แลงมีลำแพงดูแลอยู่ใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วงน้องชาย ษมามาเยี่ยมอาการแลงเจ็บแผล หน้าเหยเก
"ตอนนี้ก็ยังปวดอยู่ครับคุณษมา คุณจันเลาบอกว่าให้รอดูอาการก่อน ถ้าไม่ดีขึ้น ต้องขึ้นฝั่งไปให้หมอตรวจละเอียดอีกทีครับ"
ษมาเป็นห่วง
"โดนตีหัวจนสลบแบบนี้ ฉันว่าอย่ารอเลยแลง เดี๋ยวแกเตรียมตัวไปหาหมอเลยดีกว่า"
ลำแพงยิ้มดีใจ
"ขอบพระคุณนะคะคุณษมา ที่เมตตาเจ้าแลงมัน"
"มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ใครที่ทำงานกับฉัน ฉันก็ต้องดูแลอย่างดีทุกคนนั่นแหละ... แกจำหน้าคนที่ตีแกได้มั้ย"
"ไม่ได้เลยครับคุณษมา ผมจำได้ว่านั่งเฝ้าอยู่ดีๆก็วูบไป หลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลยครับ"
ลำแพงมองหน้าน้องชายด้วยสายตาเป็นห่วง ษมาคิดอยู่ครู่นึง
"ลำแพง"
"คะคุณ"
"นับจากวันนี้ไป เธอมีหน้าที่ต้องจับตาดูพฤติกรรมของทุกคนในเกาะให้ละเอียดมากขึ้น ถ้าเห็นใครทำอะไรผิดสังเกต เธอรีบรายงานฉันทันที"
ลำแพงดีใจที่ษมาไว้ใจ
"ค่ะคุณษมา นี่คุณกำลังสงสัยว่าเกลือจะเป็นหนอนจริงๆ เหรอคะ"
ษมาตอบหน้าเครียด
"ฉันก็ภาวนาขอให้ฉันคิดผิด ทุกคนที่นี่อยู่กับฉันมานาน ฉันคงผิดหวังมากถ้าถูกพวกเรากันเองหักหลัง"
ษมาสีหน้าดูเศร้าๆลง ด้วยความรู้สึกผิดหวัง

เวลาหัวค่ำ ณ ร้านอาหารริมทะเล โศภีกำลังโมโหและโกรธจัด
" ไอ้ที่ส่งไปทำงาน มันมืออาชีพแน่เรอะ ขนาดไปจ่อใกล้ จนแทบจะดมก้นไอ้ษมามันอยู่แล้ว ยังพลาดได้อีก งี่เง่าที่สุด"
โศภีกำลังทะเลาะกับดิตถ์อยู่ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารริมทะเล
"แล้วทีคนของคุณล่ะ จ่อยิงเผาขนแท้ๆ ก็ยังพลาด บุญเท่าไหร่แล้วที่ไม่โดนมันสอยร่วงกลับมา ต้องอย่างงี้สินะ ถึงเรียกว่าฉลาด" ดิตถ์แดกดันกลับ
"เออ เออ คนที่โง่ที่สุดก็คือฉันเอง โง่ที่คิดว่าคนอย่างนายจะทำงานใหญ่ได้ ฉันลืมนึกไปว่านาย ก็ไอ้พวกไร้น้ำยา ริจะจับงานใหญ่เกินตัว ทั้งที่มือไม่ถึง"
"แล้วอยากรู้มั้ย ว่าอะไรที่ทำให้คุณมาร่วมมือกับมือสมัครเล่นอย่างผม ก็เพราะความโลภ อยากได้สมบัติของไอ้ษมาจนตัวสั่น ยอมลงทุนเอาตัวเข้าแลก แต่มันกินไม่ลง เลยจนตรอกต้องซมซานมาหาคนอย่างไอ้ดิตถ์"
โศภีโกรธมาก โดนด่าอย่างแทงใจดำ เลยตวัดมือตบหน้าดิตถ์ แต่ดิตถ์ระวังอยู่แล้ว เลยคว้าข้อมือโศภีไว้ได้ทัน ต่างฝ่ายต่างยื้อยุด จ้องหน้าอาฆาตกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มสงบอารมณ์ได้ ดิตถ์เลยปล่อยมือโศภีขณะเธอกระชากออก
"อย่ามาตีกันเองเลยคุณ แค่นี้เราก็เสียหายมากพอแล้ว คุณเองก็เสียเงิน ผมก็ต้องฆ่าตัดตอนลูกน้อง ถ้าเรายังแตกคอกันอีก ก็เท่ากับเข้าทางไอ้ษมามันเท่านั้นเอง"
โศภีพยายามระงับอารมณ์
"โอกาสจะฆ่ามันก็ไม่ได้หาง่ายๆ ยังพลาดซ้ำพลาดซากอยู่ได้"
"สงสัยเราต้องหยุดเคลื่อนไหวซักระยะแล้วล่ะ ตอนนี้มันระวังตัวแจ คงเล่นงานมันลำบาก"
โศภีถอนหายใจอย่างเซ็ง แล้วกระแทกตัวลงนั่งอย่างหงุดหงิดมาก และจนปัญญาเหมือนกัน

เวลากลางวัน สาระวารีทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในร้านเบเกอร์รี่ พร้อมกับถอนหายใจยาว ด้วยความสุดเซ็ง
จิณห์วราตามมานั่งบีบนวดตัวเองด้วยความเมื่อยขบอยู่ใกล้ๆ
" วิ่งหาข่าวมาครึ่งค่อนวัน ไม่เห็นได้เรื่องอะไรเลย เอาไงดีเนี่ย"
จิณห์วราปวดเมื่อยไปทั้งตัว
"เอกสารในห้องมันที่เธอถ่ายรูปมา ช่วยอะไรไม่ได้เลยเรอะ"
"บัญชีธรรมดาๆ ใช้เป็นหลักฐานมัดมันไม่ได้หรอก"
"แกจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่ฉันไม่เอาด้วยแล้วนะ ฉันช่วยได้แค่นี้แหละ"
สาระวารีโวยลั่น
"เฮ้ย แกจะทิ้งกันง่ายๆอย่างงี้น่ะเหรอ เป็นเพื่อนประสาอะไรวะ"
"ทิ้งแก ดีกว่าถูกสามีฉันทิ้ง นานๆ สามีฉันจะได้กลับบ้านซะที ขืนไม่อยู่ปรนนิบัติ เที่ยวตะลอนๆตามแกหาข่าว ได้ทะเลาะกับคุณสถิตแน่ คุ้มกันมั้ยล่ะ"
"เออ เออ เห็นสามีดีกว่าเพื่อน"
"แน่นอนย่ะ เพื่อนหาง่าย สามีหายาก"
สาระวารีจ้องหน้าเพื่อนอย่างเจ็บใจก่อนค้อนใส่
"ไม่มีมั่งให้มันรู้ไป สองตาฉันจะไม่แลแกเลย"
จิณห์วราเหลือบตามองไปทางหน้าร้านเล็กน้อย ก่อนหันมายิ้มพูดกับเพื่อน
"ฉันไม่ใจร้ายพอ ทิ้งให้แกทำงานเปล่าเปลี่ยวเดียวดายตามลำพังหรอกย่ะ ฉันหาผู้ช่วยมาให้แล้ว
สาระวารีหันขวับมาทำเสียงขุ่นใส่
"ใครไม่ทราบยะ"
สาระวารีชะงักไป เมื่อเหลือบตามองคนที่เดินเข้าร้านมายืนข้างๆ จิณห์วรา คือ ษมานั่นเอง
เธอถึงกับอึ้งๆไป จิณห์วราอมยิ้มเจ้าเล่ห์ ษมายิ้มแย้มแจ่มใส ดีใจที่ได้เจอเธอ
สาระวารีหลบสายตาษมา แอบเขินลึกๆ ก่อนจะหยิกขาเพื่อนที่หักหลังกันซึ่งหน้า
ษมาเดินคุยกับสาระวารี อยู่ในสวนหย่อมของร้าน เธอพูดตำหนิ แต่ลึกๆก็ห่วง
"คุณนี่จริงๆเลยนะ เพิ่งจะถูกลอบฆ่าติดๆกันมา ยังมาเดินเล่นสบายใจได้อีก ไม่กลัวบ้างรึไง"
ษมายิ้มคอบ
"กลัวสิครับ ใครบ้างไม่รักชีวิต แต่ถ้ากลัวจนต้องหลบอยู่แต่ในบ้าน ผมสมเพชตัวเองมากกว่า"
สาระวารีได้แต่ถอนใจออกมา ขี้เกียจจะพูดต่อแล้ว ษมาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบลิปสติกของเธอออกมาคืน
"ผมเอามาคืนครับ"
เธอมองลิปสติกตนในมือษมา อย่างแปลกใจ
"ฉันหาตั้งนาน อยู่ที่คุณได้ไงคะเนี่ย"
"คุณทำตกในรถผมวันที่เราไปซื้อของด้วยกันไงครับ"
"อ๋อ ขอบคุณค่ะ" สาระวารีรับลิปสติกคืนมา
"ผมน่าจะเป็นฝ่ายขอบคุณคุณมากกว่า"
สาระวารีมองหน้าษมาอย่างงงๆ
"ถ้าผมไม่ก้มไปเก็บลิปสติกของคุณ คืนนั้นผมคงถูกยิงทะลุหัวไปแล้ว"
สาระวารีอึ้งไป อดใจหาย หน้าเสียไม่ได้ ษมายิ้มๆบอก
"ครั้งนี้น่าจะเป็นเหตุการณ์เฉียดตายที่สุดของผมแล้วล่ะ"
เธอชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าเขาด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ ก่อนจะเก็บลิปสติก
เข้ากระเป๋าสะพายไป ษมายิ้มแย้ม เปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้เธอกังวลไปกว่านี้
"ผมยังยืนยันนะว่า ผมช่วยคุณหาข่าวเรื่องแชร์เครื่องสำอางให้คุณได้จริงๆ"
สาระวารีสีหน้ารั้นๆ มั่นใจในตัวเองสูง
"ฉันก็ยังยืนยันเหมือนเดิมค่ะ ว่าฉันจะทำข่าวนี้ ด้วยตัวของฉันเอง"
"แต่ผมมีข่าววงใน ชนิดที่คุณไม่มีทางหาได้แน่ๆ"
สาระวารีเบะปาก เชิดใส่ ษมายั่ว
"คุณไม่อยากรู้เหรอว่า ไอ้อุปกรณ์แหกตาชาวบ้านพวกนี้ผลิตจากที่ไหน"
สาระวารีเชิดใส่ซ้ำอีกที

ผ่านเวลามาซักสัก บริเวณหน้าตึกแถวแห่งหนึ่ง คนงานหญิงจำนวนหนึ่งกำลังทยอยเข้าไปทำงานใน โดยมีลูกน้องดิตถ์คอยคุมอยู่ ษมา และสาระวารี จอดรถห่างออกไปพอสมควร ทั้งคู่ซุ่มดูอยู่
"คนงานส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าว นอกจากจะประหยัดแล้ว ถึงเวลาก็ส่งกลับประเทศไป ไม่ต้องห่วงว่าจะเอาความลับไปเปิดเผยด้วย"
สาระวารีมองหน้าษมา
"ทำไมคุณรู้ละเอียดนักล่ะ"
"ผมรู้จักคนที่จัดหาแรงงานต่างด้าวพวกนี้ให้นายดิตถ์"
สาระวารีแขวะ น้ำเสียงกระแนะกระแหน
"ลืมไปว่าคุยอยู่กับผู้กว้างขวาง"
ษมายิ้มๆ ขณะที่เธอสีหน้าใช้ความคิดเล็กน้อย
"ไปส่งฉันที่ตลาดหน่อยสิ นัดจิณห์เอาไว้"
"อ้าว ไม่ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานหน่อยเรอะ"
"ตึกแถวไหนๆ ก็เหมือนกันหมดแหละ รีบไปเถอะค่ะ ผิดเวลาขี้เกียจฟังสามีจิณห์มันบ่น"
"ไปจริงๆ เรอะ"
"ก็จริงสิคะ ไหนช่วยเล่ามาเป็นข้อมูลทีสิคะว่าใครส่งคนงานพวกนี้มาให้นายดิตถ์"
สาระวารีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมกดโทรหาจิณห์ เหมือนถามไปงั้นๆ ไม่สนใจเท่าไหร่ ษมาขับรถออกไปเธอแอบชำเลืองมองไปทางตึกแถวนั้น แล้วอมยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก แอบมีแผนการบางอย่างในใจ

ในเวลาต่อมา เหล่าคนงานหญิงกลุ่มหนึ่งเดินตามลูกน้องดิตถ์เข้ามาในตึกแถว สาระวารีเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กลืนกับกลุ่มคนงานต่างด้าวแล้วปลอมตัวปนเข้ามากับกลุ่มด้วย ลูกน้องดิตถ์ที่คุมคนงานอยู่ในตึกแถวทักทายพูดคุยกับลูกน้องดิตถ์ที่นำคนงานใหม่เข้ามา
"อ้าว มีมาใหม่อีกแล้วเรอะ"
"เออ พักนี้งานมันเยอะ ทำเท่าไหร่ก็ไม่ทัน นายก็เลยให้หาคนมาช่วยงานเพิ่มอีก"
ลูกน้องมองดูกลุ่มคนงานคร่าวๆ
"เอาข้าวของไปเก็บที่ห้องพักได้เลย เย็นๆ จะได้มาเปลี่ยนกะเริ่มทำงาน"
กลุ่มคนงานหญิง ทยอยกันเดินตามลูกน้องดิตถ์ไป สาระวารีที่แฝงมาในกลุ่มคนงานหญิง ก็เดินตามไปแต่ก็แอบกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อเก็บข้อมูลและหาช่องทางหนีทีไล่ไว้ให้พร้อมเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เวลาเย็น ภายในห้องพักคนงาน พวกคนงานหญิงที่มาใหม่นั่งจัดข้าวของ บ้างก็จับกลุ่มคุยกัน บ้างก็นอนพักเอาแรง สาระวารีมองเหล่ๆ มองทุกคนแล้วนั่งใช้ตัวบัง ทำทีเป็นจัดข้าวของอยู่ แต่จริงๆ กำลังแอบซ่อนกล้องถ่ายวิดีโอขนาดเล็กไว้ในกระเป๋าผ้าใส่ของใช้ส่วนตัว แต่แอบเจาะรูไว้แล้วพาดผ้าขนหนูผืนเล็กให้ยาวออกมาบังช่องที่เจาะให้พอดีกับหน้ากล้องวีดีโอ ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของสาระวารีก็ดังขึ้น ทุกคนหันมอง สาระวารีตกใจมาก

ษมากำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านที่เกาะยานก เสียงสาระวารีโวยวายแบบกดเสียง
ไว้ไม่ให้ดังมาก
"จะโทรมาทำไม อยากให้ฉันโดนจับรึไง"
ษมางงๆ ถาม
"นี่คุณอยู่ไหน"
สาระวารีมาแอบคุยโทรศัพท์ในห้องสุขา เปิดน้ำจากก๊อกลงถังน้ำให้เสียงดังๆ กลบเสียงคุยโทรศัพท์ไว้
"ก็อยู่ในโรงงานที่คุณพาฉันมาดูน่ะสิ" สาระวารีสวนกลับไปทันที
ษมาตกใจมาก
"นี่คุณอย่าบอกนะ ว่าแอบเข้าไปที่นั่น"
สาระวารียิ้มมั่นใจ
"แน่นอน ไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือเรอะ"
"คุณเข้าไปได้ยังไง"
"เงินเบิกทางได้ทุกเรื่องแหละ"
ษมายกมือขึ้นกุมหัว
"คุณนี่ร้ายจริงๆ แล้วทำไมคุณไม่บอกผมก่อน"
สาระวารียิ้มเจ้าเล่ห์
"ขืนบอก คุณคงยอมให้ฉันเข้ามาทำงานที่นี่หรอก"
ษมาตกใจเข้าไปอีก
"นี่คุณปลอมตัวเป็นคนงานเข้าไปเรอะ"
"ก็ใช่น่ะสิ"
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ซุปเปอร์เกิร์ลรึไง ถ้าลูกน้องไอ้ดิตถ์มันจับได้ว่า คุณปลอมตัวเข้าไปจะทำยังไง มันไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่"
"แค่นี้นะ"
ษมาสั่งอย่างรีบร้อน
"วารี รีบหาทางหนีออกมาเดี๋ยวนี้เลย จะแกล้งป่วย อะไรก็ได้ มันอันตรายเกินไปที่จะเสี่ยง"
สาระวารีกดตัดสายแล้วปิดเครื่องไปเลย ษมาร้อนใจ เรียกอีกฝ่าย
"วารี อย่าเพิ่งวาง วารี"
ษมาสีหน้าเคร่งเครียด ถอนใจออกมาอย่างหนักใจ เป็นห่วงสาระวารีมาก เขาบ่นๆ อย่างเจ็บใจตัวเอง
"ไม่ควรพาไปเลยจริงๆ"
มีสายตาแอบมองมาที่ษมาจากด้านในของตัวบ้าน

เวลาหัวค่ำ สาระวารีและกลุ่มคนงานกำลังทำงานกันอย่างหนัก บางคนก็ตักผงยีสต์สีน้ำตาลลงในซองพลาสติกแล้วเย็บติด บางคนก็เอาชุดอุปกรณ์ทำตะกอนนมจัดใส่กระเป๋าเพื่อเอาไปขาย ฯลฯ สาระวารีแอบทำเป็นหาของในกระเป๋าผ้าไปมา จริงๆ แอบถ่ายวีดีโอเก็บภาพกระบวนการผลิตไว้
ลูกน้องดิตถ์คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
"ได้เวลาพักกินข้าวแล้ว ให้เวลาครึ่งชั่วโมง จะได้รีบมาทำงานต่อ"
คนงานค่อยๆทยอยกันลุกขึ้นแล้วออกจากห้องไป สาระวารีดึงผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดพ้นถุงผ้าออกมาบังหน้าจอกล้องวีดีโอไว้ ก่อนจะถือกระเป๋าผ้าลุกขึ้นจะตามเพื่อนคนงานไปพัก
ไม่คาดคิดลูกน้องดิตถ์ 2-3 คนก็เดินเข้ามาขวางหน้าสาระวารีไว้ เธอแปลกใจ แต่ปั้นยิ้มใจดีสู้เสือ
"มีอะไรคะ พี่ชาย"
ขาดคำ ลูกน้องดิตถ์คนหนึ่งก็ชกท้องสาระวารีเข้าเต็มๆ จนเธอจุกร่างทรุดร่วงลงกับพื้น ลูกน้องดิตถ์ มองสาระวารีที่นอนจุกด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

ดิตถ์กำลังดูภาพจากกล้องวิดีโอของสาระวารี ที่ถ่ายการทำงานและสภาพในตึกแถวไว้ โดยมีลูกน้องกลุ่มหนึ่งอยู่ใกล้ๆ
"นี่มันถ่ายไว้ทุกซอกทุกมุมเลย แสบจริงๆนังนี่"
"ถ้าสายของนายไม่โทรมาเตือน นักข่าวมันได้หลักฐานมัดตัวเราแน่ๆ"
ดิตถ์ยิ้มเยาะ
"หลักฐานแค่นี้ยังทำอะไรเราไม่ได้หรอก"
"จะจัดการนังนักข่าวนี่ยังไงครับ ขืนมันรอดออกไป เรื่องถึงหูตำรวจแน่ๆ เก็บมันเลยดีมั้ยครับ"
ดิตถ์ยิ้มเจ้าเล่ห์
"ใจเย็นๆ นังนี่มันมีค่ามหาศาลกว่าที่เอ็งคิดเยอะ ใครฆ่ามันก็โง่ดักดานแล้วล่ะ"
ดิตถ์หัวเราะชอบใจออกมา

ในเวลากลางคืน ลูกน้องดิตถ์ฉุดกระชากลากถูสาระวารีขึ้นเรือประมงมา เธอถูกจับมัดมือไพล่หลังเอาไว้แต่ไม่ได้มัดปาก สาระวารีร้องลั่น ดิ้นขัดขืนไม่ยอมง่ายๆ ก่อนจะกัดลูกน้องดิตถ์คนหนึ่งอย่างจมเขี้ยว จนลูกน้องคนนั้นร้องลั่น แล้วเหวี่ยงเธอล้มไปกับพื้นเรือ
"ฤทธิ์มากนักนะมึง" ลูกน้องคนที่ 1 เงื้อมือจะต
สาระวารีหลับตาปี๋ กลัวก็กลัวแต่ก็ไม่ยอมแพ้ เตรียมใจโดนตบ ลูกน้องคนที่ 2 จับแขนลูกน้องไว้ไม่ให้ตบ
" เฮ้ยอย่า คุณดิตถ์จะเก็บมันไว้เป็นเหยื่อล่อไอ้ษมา เจ้านายสั่งห้ามทำอันตรายมันเด็ดขาด"
สาระวารีตกใจที่ได้ยินแบบนั้น รีบตะโกนลั่น
"ช่วยด้วย ช่วยด้วย"
ลูกน้องคนที่1ลนลานถาม
"จะแหกปากทำไมวะ"
ลูกน้องทั้ง 2 คนช่วยกันจับตัวสาระวารีแล้วเอาผ้ามามัดปากเอาไว้ ระหว่างที่สองคนมัดปาก เธอก็พูดพล่ามไป
" ฉันไม่มีค่าพอที่คุณษมาจะเอาตัวมาเสี่ยงด้วยหรอก"
สาระวารีดิ้นพราดๆ แต่สู้แรงไม่ไหว ในที่สุดก็ถูกจับมัดไว้
"รีบออกเรือได้แล้ว"
ลูกน้องคนที่ 2 รีบตรงไปขับเรือ ขณะที่ลูกน้องคนที่ 1 จับสาระวารีมัดไว้กับเสาเรืออีกที เพราะกลัวเธอจะโดดน้ำหนี เธอสีหน้าเคร่งเครียด ห่วงษมาจับใจ ทั้งที่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด

มนต์จันทรา ตอนที่ 8 (ต่อ)

หน้าบริษัทษมาที่ตราด ในตอนเช้า จ่าสมบูรณ์ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงที่ทำงาน ด้วยสีหน้างง ๆ เล็กน้อยที่เห็นรปภ.ล้อมกล่องใบหนึ่งอยู่ รปภ. ดูกล้าๆกลัวๆ จ่าสมบูรณ์รีบจอดมอเตอร์ไซค์ เดินไปดู
"มีอะไรกัน"
รปภ.คนที่ 1 บอก
"มีมอเตอร์ไซค์มาทิ้งเอาไว้ครับลุง"
รปภ.2บอก
"ระเบิดรึเปล่าก็ไม่รู้ครับ"
จ่าสมบูรณ์ระแวง
"ถอยออกมาก่อน"
ทุกคนทำตามคำสั่งจ่าสมบูรณ์
"ช่วงนี้มีคนลอบทำร้ายคุณษมาถี่มาก ประมาทไม่ได้ ไปโทรแจ้งตำรวจสิ"
รปภ.รีบไปทำตามคำสั่ง และสั่งรปภ.ที่เหลือ
"อยู่ห่างๆ เอาไว้ อย่าเข้าไปแตะต้องเด็ดขาด"
จ่าสมบูรณ์สีหน้าหนักใจ รปภ.ถอยออกห่างไปอยู่ที่กำบัง จับตามองกล่องปริศนาใบนั้นไว้

ในเวลาต่อมา กล่องปริศนาถูกเปิดออก ข้างในมีภาพถ่ายสาระวารีที่ถูกจับไว้อยู่จำนวนหนึ่ง
และกล้องวิดีโอของสาระวารีที่ดิตถ์ยึดไว้ได้ พิพัช และจันเลา กำลังเช็กดูภาพและกล้องวิดีโอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"นึกแล้วไม่มีผิด โดนจนได้ อวดเก่งจนได้เรื่อง" พิพัชส่ายหน้าอย่างระอา
จันเลารายงานษมา
"กล้องวีดีโอโดนลบหมดแล้วครับ ส่วนภาพพวกนี้คงเพิ่งถ่ายไว้ คุณวารียังไม่น่าถูกพาตัวไปพ้นตราดหรอกครับ"
ษมาหน้าเครียดเป็นห่วงสาระวารีมาก หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกหาดิตถ์ ฝ่ายดิตถ์นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้ามองโทรศัพท์มือถือ ประมาณว่ารออยู่ ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ ปล่อยให้ษมารอสายไปก่อน จากนั้นจึงหยิบขึ้นมากดรับอย่างใจเย็น แบบคนถือไพ่เหนือกว่า
"มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับคุณษมา"
ษมาหน้าตาโกรธจัด ไม่พอใจ
"แกต้องการอะไร"
ดิตถ์ยิ้มกวนๆ ก่อนถามกลับไป
"คุณษมาพูดเรื่องอะไรเหรอครับ ผมงงไปหมดแล้ว"
ษมาพยายามสะกดอารมณ์ ถามกลับไป
"ฉันว่าเรามีเรื่องต้องตกลงกัน ถ้าแกฉลาดพอก็น่าจะรับข้อเสนอของฉัน"
ดิตถ์ยิ้มๆ
"ไม่มัดมือชกกันเกินไปหน่อยเหรอครับคุณษมา ผมคงต้องขอฟังดูก่อน ว่าข้อเสนอของคุณ มันน่าสนใจแค่ไหน"
ษมาสีหน้าเครียดที่ดิตถ์ลีลามาก แล้วถามกลับไป
"งั้นแกจะเอายังไง"
ษมาฟังอีกฝ่ายซักอึดใจ
"ก็ได้ ฉันจะไปพบแกที่นั่น"
จันเลาและพิพัชสบตากัน สีหน้าเป็นห่วงษมา
"คนอย่างฉันรักษาคำพูดอยู่แล้วอยู่ที่ตัวแกมากกว่า ว่าน่าไว้ใจได้แค่ไหน" ษมากดตัดสายพร้อมถอนใจยาวออกมา
"มันว่ายังไงครับคุณษมา" จันเลาถาม
"มันนัดเจอฉันที่เกาะเตีย มันให้ฉันไปคนเดียว"
พิพัชตกใจและเป็นห่วง สีหน้าหนักใจมาก
"คุณษมาอย่าไปเลยนะครับ มันต้องวางแผนเล่นงานคุณแน่ๆ ดีไม่ดี มันอาจจะเก็บคุณสองคนพร้อมกันเลย"
"ฉันไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำตามข้อเสนอของมัน วารีจะเป็นอันตราย"
พิพัชหัวเสียด้วยความเป็นห่วงเจ้านาย
"ผู้หญิงคนนี้จะหาเรื่องเดือดร้อนให้คุณไปถึงไหน" พิพัชถอนใจพรวดออกมา
ษมาไม่พูดอะไรตอบไป แต่มีสีหน้าครุ่นคิดว่าจะวางแผนยังไงดี

ยามบ่าย บนเกาะแห่งหนึ่ง ดิตถ์กับบรรดาลูกน้องอาวุธพร้อมมือจับกุมสาระวารีเป็นตัวประกันอยู่ที่ชายหาด ดิตถ์มองไปรอบๆ อย่างร้อนใจ
"ทำไมมันยังไม่มาซะทีวะ"
สาระวารียิ้มเยาะ
"ฉันบอกแกแล้วว่าไม่ได้ผลหรอก เรื่องอะไรคุณษมาจะยอมเสี่ยงตายมาช่วยนักข่าวอย่างฉัน"
ดิตถ์ยิ้มเหยียด
"กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเรอะว่า ไอ้ษมามันคิดยังไงกับแก ดีไม่ดีขึ้นเตียงกันแล้วด้วยซ้ำ ถึงได้หวงซะขนาดนี้"
สาระวารีโกรธมาก
"ใจทรามแล้วยังปากหมาอีก" สาระวารีกระโดดถีบตัวโยนทั้งที่ถูกลูกน้องดิตถ์จับกุมเอาไว้
ดิตถ์ปาดมือไปบีบปากสาระวารี
"หุบปากไปเลยถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัว"
เธอสะบัดหน้ากระชากให้ออกไปจากมือดิตถ์ สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความรังเกียจมาก ลูกน้องคนที่ 1 เหลือบตาเห็นเรือของษมา
"นายครับ มันมาแล้วครับ"
ดิตถ์ใช้กล้องส่องทางไกล ส่องดู เห็นษมาขับเรือเล็กมาคนเดียว สาระวารีทั้งเจ็บใจทั้งเป็นห่วง บ่นพึมพำใส่อารมณ์ไม่พอใจ
"บ้าจริงๆเลย จะมาทำไมเนี่ย"
ชั่วอึดใจ ษมาก็ขับเรือมาจอด ก่อนจะลงจากเรือเดินเข้าไปหาดิตถ์ ลูกน้องดิตถ์รีบเข้าไปค้นตัวษมาทันที พอษมาไม่ได้พกอาวุธมาด้วย ก็หันไปพยักหน้าให้ดิตถ์ ดิตถ์ยิ้มกวนๆบอก
"นึกว่าเจ้าพ่อเกาะยานกจะปอดแหกไม่กล้ามาซะแล้ว"
"ปล่อยวารีก่อน แล้วแกต้องการอะไรก็ว่ามา"
ดิตถ์หันไปพยักหน้าให้ลูกน้องปล่อยสาระวารี เธอรีบวิ่งเข้าไปหาษมาทันที ษมาถามอย่างเป็นห่วง
"คุณเป็นยังไงบ้าง"
สาระวารีเคืองษมา สีหน้าไม่พอใจมาก
"คุณบ้าไปรึเปล่า จะมาทำไม ไม่รู้รึไงว่ามันจะล่อคุณมาฆ่า"
ษมาจ้องสาระวารีสีหน้าแววตาห่วงจากใจจริง
"ทำไมผมจะไม่รู้ แต่ถึงรู้ผมก็ต้องมา"
สาระวารีถึงกับอึ้งไป ใจหนึ่งก็ซึ้งในน้ำใจ แต่อีกใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ดิตถ์มองเขม่นอย่างหมั่นไส้
"เอ้าๆ จะสร้างความประทับใจให้นางเอกอีกนานมั้ย"
ษมาหน้าตาเจ็บใจ จ้องหน้าดิตถ์
"แกต้องการเท่าไหร่ สิบล้านพอมั้ย ปล่อยวารีไป แล้วเอาฉันเป็นตัวประกันแทน คนของฉันจะโอนเงินให้แกไม่เกินเย็นนี้ แล้วฉันสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องแก"
สาระวารีชำเลืองมองหน้าษมาด้วยความซึ้งใจระคนกับเป็นห่วง ดิตถ์หัวเราะเยาะ
"สิบล้าน ถูกไปรึเปล่า สำหรับชีวิตของเจ้าพ่อเกาะยานก ผู้กำลังจะเป็นเจ้าของคาสิโนสุดหรู"
"สามสิบล้าน"
ดิตถ์หัวเราะดังขึ้น
"แกก็รู้ว่าฉันต้องการมากกว่านั้น"
ษมายิ้มเล็กน้อย
"คาสิโนฉันน่ะเหรอะ แกมีเงินไม่พอที่จะสานต่อมันหรอก ถึงแกจะหาหุ้นส่วนมาได้ เค้าก็แค่โยนเศษหุ้นให้แกเท่านั้นเอง ไม่มีใครไว้ใจคนเก่งแต่ปาก มือไม่ถึง ทำอะไรได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ ไม่เคยสำเร็จซักอย่างแบบแกหรอก" ษมาพูดจาดูถูกเหยียดหยาม

ดิตถ์โกรธมาก เพราะโดนษมาด่าแทงใจดำ ขาดคำ ดิตถ์ยิงปืนใส่ษมา 3-4 นัดซ้อนๆทันที ท่ามกลางความตกใจสุดขีดของสาระวารี ร่างของษมาค่อยๆทุดฮวบลง นอนคว่ำหมดสติไป
สาระวารีตกใจสุดขีด รีบเข้าไปประคองร่างของษมาไว้
"คุณษมา"
ดิตถ์หัวเราะสะใจอย่างสะใจ
"ในที่สุดมึงก็มีวันนี้ไอ้ษมา วันที่มึงต้องมานอนตายคาตีนกู วิญญาณมึงคอยดูความสำเร็จของกูก็แล้วกัน คาสิโนเกาะพระฮามต้องเป็นของกู"
ขาดคำ ก็มีห่ากระสุน ยิงถล่มเข้าใส่พวกของดิตถ์ทันที ! ดิตถ์กับลูกน้องตกใจสุดขีด รีบวิ่งหนีกระเจิงหาที่กำบังกันจ้าล่ะหวั่น

โศภียืนส่องกล้องส่องทางไกลอยู่บนเรือ กลางทะเล พร้อมๆกับได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องมาเข้าหู โศภียิ้มเหี้ยม
"สมน้ำหน้า ค่าที่แกทรยศฉัน ไอ้ดิตถ์"

ย้อนกลับไปตอนกลางวัน โศภีเดินลงบันไดมาที่โถงบ้านด้วยสีหน้าท่าทางหงุดหงิด โดยมีพิพัช และจันเลา รออยู่
"มีธุระอะไรไม่ทราบ" โศภีน้ำเสียงหงุดหงิด
พิพัชปั้นหน้าเครียด
"นายดิตถ์มันจับตัวคุณวารีไปครับ"
โศภียักท่าบอกอารมณ์ไม่แคร์ นั่งไขว่ห้าง
"มาบอกให้ฉันสมน้ำหน้ารึไง ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับฉันนี่"
"เหมือนจะไม่เกี่ยวแต่เกี่ยวนะครับ"
โศภีเหลือบตามองพิพัช
"นายดิตถ์บังคับให้คุณษมาเพิ่มชื่อมันเข้าเป็นหุ้นส่วนคาสิโน แลกกับความปลอดภัยของคุณวารี"
โศภีถึงกับอึ้งไป
"คุณษมายอมตามข้อเสนอของมัน ตอนนี้กำลังเดินทางไปพบมันที่เกาะเตียตามลำพัง" จันเลาว่า
โศภีหน้าเสียไป เจ็บใจที่ถูกดิตถ์หักหลัง
"คุณษมาสั่งห้ามพวกเราเอาไว้ แต่เราไม่เห็นด้วยที่คุณษมาต้องเสียหุ้นให้คนเลวๆ อย่างมัน เราไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วครับนอกจากคุณโศภี"

โศภีขบกรามแน่น สีหน้าแววตาเจ็บแค้นที่โดนดิตถ์หักหลัง พิพัชและจันเลาแอบสบตากัน ลุ้นว่าโศภีจะติดกับมั้ย

บนเรือกลางทะเล โศภีขบกรามแน่นด้วยความแค้น หันไปสั่งลูกน้อง
"วิทยุไปบอกคนของเรา เก็บพวกมันอย่าให้เหลือซักคนเดียว รวมทั้งอีนักข่าวนั่นด้วย ถ้าสบโอกาสยิงมันทิ้งซะเลย"
-โศภีสีหน้าชิงชังสายตาอำมหิต มองไปทางเกาะ

ลูกน้องโศภีขึ้นฝั่งพร้อมอาวุธครบมือ ต่างทยอยกันล้อมลูกน้องของดิตถ์ไว้ ดิตถ์กับลูกน้องยิงตอบโต้ สู้กันอย่างดุเดือด สาระวารียังประคองร่างษมาที่นอนสลบเอาไว้ เธอร้อนใจสุดๆ เพราะยิงถล่มกันเสียงดังลั่นไปหมด แต่ก็ไม่รู้จะหนีไปทางไหนดี
ทันใดนั้นเอง ษมาก็ลืมตาขึ้นแล้วจับข้อมือสาระวารีลุกขึ้น ที่แท้! ษมาใส่เสื้อเกราะกันกระสุน และแกล้งตาย เธอตกใจสุดๆ
"คุณ..."
ษมาพูดสวนขึ้น
"ยังไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ตามผมมาเร็ว"
ษมาจับข้อมือของเธอกระชากพาวิ่งหลบหนีไป

บนเกาะ ลูกน้องโศภียังคงไล่ล่าลูกน้องดิตถ์อย่างไม่ลดละ จนดิตถ์และลูกน้องเสียท่า จนมุมถูกล้อมกรอบเอาไว้ ดิตถ์หลบอยู่หลังลูกน้องด้วยท่าทางหวาดกลัว โศภีเดินแหวกลูกน้องเข้ามา ดิตถ์โมโหสุดๆ
"คุณบ้าไปแล้วเหรอ มาทำร้ายพวกเดียวกันเองทำไม"
"นี่แกยังกล้าพูดว่าพวกเดียวกันเองอีกเรอะ แกหักหลังฉัน หลอกไอ้ษมามาฆ่าโดยไม่บอกฉันซักคำ แกจะอธิบายว่ายังไง"
ดิตถ์หน้าเสีย อึกๆอักๆ
"ก็มันฉุกละหุก ผมบอกคุณไม่ทัน กะว่าจัดการไอ้ษมาก่อนแล้วค่อยบอกคุณ"
โศภีสะแหยะยิ้มเหี้ยม
"บอกฉัน หรือว่าจะอมหุ้นคาสิโนเอาไว้เองคนเดียวกันแน่"
ดิตถ์ชักงง
"คุณเอาอะไรมาพูด"
ขณะนั้นเองลูกน้องโศภีคนหนึ่ง ก็รีบเข้ามารายงานสีหน้าร้อนใจ
"คุณโศครับ ผมค้นจนทั่วแล้ว ไม่พบศพไอ้ษมาเลยครับ"
ดิตถ์ตกใจ
"เป็นไปไม่ได้ ก็ฉันยิงมันตายที่หาด ศพมันก็ต้องอยู่ที่นั่นสิ"
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเรือแล่นเร็วออกไปจากเกาะ ทั้งโศภีและดิตถ์หันมอง สีหน้าตกใจปนแปลกใจ
โศภีรีบส่องกล้องทางไกลดู ด้วยสีหน้าเจ็บใจมาก ก่อนหันไปตะคอกใส่ดิตถ์
"ษมาขับเรือพานังนั่นหนีไปได้แล้ว ไหนว่ายิงมันตายไงล่ะ"
ดิตถ์ฉุกคิดขึ้น
"สงสัยเราจะหลงกลไอ้ษมามันแล้วล่ะคุณโศ"
โศภีมีสีหน้าสงสัย
"คุณรู้เรื่องวันนี้จากคนของไอ้ษมาใช่มั้ย"
โศภีพยักหน้ารับ สีหน้าติดใจสงสัยอยู่เหมือนกัน

ษมาขับเรือพาสาระวารีหนีออกมาจากเกาะอย่างเร็ว ลมแรงที่ปะทะเข้ามาจนเสื้อเปิดออก ทำให้เห็นว่าษมาใส่เสื้อเกราะกันกระสุนไว้ข้างใน พอพ้นมาได้ซักระยะ เรือเร็วสองลำก็แล่นมาขนาบข้างเรือษมาเพื่อคุ้มกัน คันหนึ่งเป็นจันเลา อีกคันเป็นพิพัชทั้งคู่กระชับอาวุธปืนคุมเชิงคุ้มกันไปด้านหลัง มีลูกน้องเป็นคนขับเรือให้
สาระวารีนั่งซุกอยู่มุมเรือแอบมองหน้าษมาอยู่เงียบๆ ลึกๆ ซาบซึ้งใจที่ษมายอมเสี่ยงชีวิตเสี่ยงตายเพื่อมา

ผ่านเวลาพักใหญ่ ที่ท่าเรือที่เกาะยานก ษมาช่วยจับมือสาระวารีพาขึ้นจากเรือพร้อมคุยไปด้วย
"ไอ้พวกนั้นไม่ได้มาช่วยเราหรอก แต่มาฆ่านายดิตถ์"
"คุณพูดเหมือนรู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร"
"คนของโศภี"
สาระวารีแปลกใจ
“สองคนนั่นร่วมมือกันกำจัดผมเพื่อฮุบคาสิโน" ษมาบอก
สาระวารีพยักหน้ารับทราบช้าๆ ค่อยต่อเรื่องได้เคลียร์ขึ้นในใจ
"จริงๆเรื่องนี้ผมก็เสี่ยงเหมือนกัน แต่ผมมั่นใจว่า เดานิสัยของสองคนนั่นไม่ผิด ถ้ามีโอกาสต้องหักหลังกันเองแน่ๆ" ษมายิ้มหยันๆ
"นักพนันขั้นเทพก็งี้แหละ กล้าได้กล้าเสี่ยง"
สาระวารีแขวะ แดกดันมากกว่าชื่นชม ก่อนเหยียดปากหมั่นไส้ทิ้งท้าย
ษมายิ้มๆ ก่อนจะจ้องหน้าสาระวารี อารมณ์ประมาณผู้ใหญ่ตำหนิเด็ก
"ทีนี้เห็นแล้วใช่มั้ย ว่าความดื้อแล้วก็ความกระหายข่าวของคุณจนมองข้ามความปลอดภัย มันสร้างความเดือดร้อนมากขนาดไหน"
สาระวารีหน้าจ๋อยๆ
"ฉันขอโทษค่ะ คราวนี้ฉันยอมรับผิด ต่อไป ฉันจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว พอใจรึยังคะ"
"ดีครับ ต่อไปอย่าดื้อกับผู้ใหญ่อีก"
ษมายิ้มเอ็นดูให้ สาระวารีย่นจมูกใส่ก่อนเดินนำเข้าไป ลำแพงแอบมองอยู่มุมพุ่มไม้ สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง มือกำใบไม้ขยำจนบี้แหลกคามือ

โถงบ้านษมา หลังผ่านเวลามา สาระวารีก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ษมาชำเลืองมองอย่างเอ็นดู พิพัชยืนกอดอกมองดูอยู่ข้างลำแพง สีหน้าท่าทางของทั้งคู่ไม่ค่อยปลาบปลื้มสาระวารีนัก พิพัชไม่ไว้ใจและไม่ชอบที่วารีหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ษมาตลอดเวลา ส่วนลำแพงหึงหวงเจ้านายหนุ่ม
"ท่าทางจะหิวมาก"
"มากๆ ค่ะ"
สาระวารีมองไปที่ลำแพง ก่อนพูดว่า
"คุณลำแพงทำอาหารอร๊อยอร่อยนะคะ"
ลำแพงรีบปั้นยิ้มมารยาทให้
"ขอบคุณค่ะ แต่ค่อยๆทานนะคะ เดี๋ยวติดคอตายขึ้นมา คุณษมาจะมาโทษว่า เป็นความผิดดิฉันอีก" ลำแพงทิ้งค้อนเล็กน้อยก่อนเดินหน้าเชิดออกไป สาระวารีมีสำลักอาหารเล็กน้อยกับคำพูดของลำแพง
พิพัชสีหน้านิ่งๆ
"ผมจะเตรียมเรือไว้เลยนะครับ ทานอิ่มจะได้พากลับไปส่งที่..."
ษมารีบแย้งสวน และมองสาระวารี ด้วยสายตาเป็นห่วง
"พักที่นี่ซักคืนก่อนไม่ดีกว่าเหรอ ร่างกายเธอน่าจะไม่ไหวแล้วล่ะ"
สาระวารีลังเลไปมาเล็กน้อย พิพัชถอนใจเซ็งๆแบบไม่รักษามารยาทกันเลยทีเดียว จนเธออดชำเลืองมองหน้าพิพัชไม่ได้
จันเลารีบร้อนเดินเข้ามาที่ห้องทานอาหาร ขัดจังหวะพอดี
"คุณโศภีมาขอพบครับ"
ษมา และสาระวารี ต่างอึ้งไป ไม่คิดว่าจะโศภีจะกล้ามาอีก
"ไล่กลับไปเลยเถอะครับ มาถึงขั้นนี้แล้ว หมดเวลาหยั่งเชิง ต้องหงายไพ่วัดกันแล้วล่ะครับ" พิพัชบอก
"ฉันเห็นด้วยกับคุณพิพัช ถึงเวลาประกาศศึกแล้ว หมดเวลาทำแกล้งโง่ดูเชิงยัยนั่นแล้ว"
ษมามีสีหน้าใช้ความคิด
"เอายังไงครับ" จันเลาถาม
"เชิญคุณโศภีไปนั่งรอฉันที่เก้าอี้รับแขกหน้าบ้านก่อน"
สาระวารีและพิพัชต่างชะงักปนไม่พอใจ
"ครับ"
จันเลาล่าถอยออกไปทำตามคำสั่ง พิพัชไม่เห็นด้วย
"คุณจะ..."
ษมายกมือห้ามแล้วทานข้าวต่อไปนิ่งๆ สีหน้าใช้ความคิด สาระวารีจับตามมอง รู้สึกได้ว่าษมากำลังคิดทำแผนการบางอย่างอยู่ในใจแน่ๆ

โศภีนั่งรออยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน สะกดสีหน้าท่าทางให้นิ่ง ทั้งที่ตอนนี้ในใจร้อนเป็นไฟ กลัวกับการบุกเข้าถ้ำเสือมาแสดงละครตบตาต่อ แต่เธอต้องทำ!! ษมา และสาระวารี เดินคู่กันออกมา มีพิพัชและจันเลาเดินคุ้มกันตามหลังมา
โศภีเหลือบตามองแล้วอดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ เดินคู่กันออกมาราวกับผัวเมียเจ้าของเกาะ โศภีต้องข่มความอิจฉาเอาไว้ให้มิดที่สุด
โศภีลุกขึ้นเดินไปหา ปั้นสีหน้าห่วงใย
"คุณสองคนหนีออกมาได้ตอนไหนคะ โศเป็นห่วงแทบแย่"
"ช่วงชุลมุนกันน่ะครับ"
ษมาหน้าตาเฉยเมย
"คุณโศมีธุระอะไรเหรอครับ"
โศภีสีหน้าน้อยใจ พูดตัดพ้อ
"โศอุตส่าห์ตามไปช่วยชีวิตคุณ ไม่เห็นคุณจะขอบใจโศซักคำ แถมยังทำท่าทางไม่ต้อนรับโศอีก"
โศภีค้อนใส่ด้วยความน้อยใจ แล้วเดินนำกลับไปกระแทกตัวนั่ง
ษมาและสาระวารีสบตากันเล็กน้อย
"คนของคุณจับตัวนายดิตถ์ได้มั้ยครับ" พิพัชถาม
โศภีระงับอารมณ์เต็มที่ เจ็บใจที่ถูกหลอก แต่ต้องปั้นหน้าไว้
"หนีไปไหนก็ไม่รู้ นายนี่มันนกรู้ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันหรอก"
พิพัชยิ้มกวนๆ เล็กน้อย ขณะถาม
ไม่ใช่คุณโศภี ชอบทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลาไปหรอกนะครับ
โศภีชะงักไป แต่ปั้นหน้ามึน ทิ้งค้อนใส่ให้ขวับใหญ่
"พูดอะไรของคุณ ฉันไม่เข้าใจ"
ษมาเดินพูดมาหยุดตรงหน้าโศภี
"นายดิตถ์อยากฆ่าผมเพราะหวังสัมปทานคาสิโนเปลี่ยนมือ แสดงว่าต้องมีแบ็คเรื่องเงินทุนหนุนหลังอยู่ ลำพังนายดิตถ์จะมีปัญญาหาเงินมาจากไหนจริงมั้ยครับ"
ษมาจับตามองโศภี เธอเก็บอาการทำไม่รู้ไม่ชี้
"ฉันจะไปรู้เรอคะ ไม่ใช่คนเดียวกันซะหน่อย"
สาระวารีพูดเสริมษมาทันที
"แล้วคุณษมาพอจะรู้รึเปล่าคะ ว่าใครอยู่เบื้องหลังนายดิตถ์ ถ้ามีหลักฐานต้องรีบจัดการเลยนะคะ ปล่อยไว้อันตราย"

สาระวารีจับตามองไปที่โศภีที่หางตามองมา แม้โศภีจะเกลียดเธอเข้าไส้ แต่ต้องเก็บอาการไว้
"ไม่ต้องห่วงหรอกวารี ผมเตรียมพร้อมไว้แล้ว"
โศภีชะงักไป กรอกตาไปมาเล็กน้อย ชักเสียวสันหลังเหมือนกัน พิพัชพูดเสริมอย่างรู้กัน
"คุณษมาเก็บหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับไอ้จอมบงการนี่ไว้หมดแล้ว หลักฐานละเอียดยิบ ตั้งแต่เส้นทางการเงิน ประวัติทางธุรกิจที่ผิดกฎหมาย แล้วก็คนที่คบหาสนิทด้วยในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา รับรองว่าดิ้นไม่หลุดแน่นอนครับ คุณวารีสบายใจได้"
โศภีนิ่งจนชนิดเรียกได้ว่าหน้าซีดเผือด จันเลายิ้มแย้ม
"แม้แต่แอบไปกินอาหารร้านไหนกับนายดิตถ์บ้าง เราก็มีทั้งภาพ ทั้งเสียงเก็บไว้เป็นหลักฐานหมดเลยครับคุณวารี"
โศภีเริ่มกระสับกระส่าย แต่พอเห็นสายตาษมาที่จ้องมาก็รีบเก็บอาการ ษมาจงใจพูด
"หลักฐานทั้งหมดผมเก็บไว้ในตู้เซฟ"
โศภีหยุดกึก แอบเก็บข้อมูลอย่างสนใจมาก ษมาสั่ง
"ถ้าผมเป็นอะไรไป พิพัชกับจันเลาจะเปิดตู้เซฟแล้วเอาหลักฐานทั้งหมดไปยื่นให้ตำรวจทันที"
โศภีมีสีหน้าคิดตามอย่างหวาดระแวง ษมาเหล่มองและจงใจขู่
"ถ้าผมตาย มันก็ต้องติดคุกจนตายเหมือนกัน หนีไม่พ้นหรอกครับ"
โศภีกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ สีหน้าหวาดกลัวแต่ต้องเก็บอาการสุดๆ ษมาแอบอมยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

ผ่านเวลาเล็กน้อย โศภีเดินลิ่ว หน้าเครียดปนกลัวไปที่ท่าเรือเกาะยานก โดยมีลูกน้องคอยคุ้มกัน
ษมาและสาระวารี กำลังยืนมองส่งโศภีอยู่ เธอหันมาพูดกับษมา ด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก
"มีหลักฐานมัดตัวเธอได้ขนาดนั้น ทำไมไม่ไปแจ้งความซะตอนนี้เลยล่ะคะ จะเก็บใส่เซฟไว้ทำไม ฉันไม่เข้าใจ"
ษมาสีหน้าหนักใจ
"ถ้ามีหลักฐานแบบนั้นจริงๆ ผมไม่ปล่อยให้โศมาลอยหน้า ลอยตาแสดงละครตบตาให้ผมดูโง่อยู่แบบนี้หรอกครับ"
สาระวารีแปลกใจ
"อ้าว แล้วไหนเมื่อกี๊จันเลาบอกว่ามีหลักฐานพร้อมทั้งภาพ ทั้งเสียงไงคะ"
ษมายิ้มๆ
"ผมก็แค่ลักไก่ หลอกล่อคู่ต่อสู้"
สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้ แขวะ
"ลืมไปว่าฉันนั่งอยู่ในวงไพ่"
"แทนที่จะมาพูดค่อนขอดผม คุณควรจะขอบคุณผมมากกว่า"
สาระวารียกมือไหว้งามๆ อย่างประชดประชัน
"ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะที่อุตส่าห์เสี่ยงตายไปช่วยชีวิตนักข่าวไร้ประโยชน์ที่ดีแต่สร้างปัญหาไม่จบไม่สิ้น"
"ผมหมายถึงเรื่องอื่น"
สาระวารีงงเล็กน้อย
"เรื่องอะไรอีกคะ"
"ก็คุณมาตราดทำไมล่ะ เตรียมเขียนข่าวส่งบอกอคุณได้เลย ผมแจ้งความให้ตำรวจเข้าไปทะลายโรงงานนายดิตถ์ยึดของกลางไว้แล้ว ตอนนี้ตำรวจกำลังขยายผลถึงเรื่องแชร์เครื่องสำอางอยู่"
สาระวารียิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ
"ผมช่วยหาข่าวขนาดนี้แล้ว จะให้รางวัลอะไรผมดีล่ะ"
สาระวารีแดกดัน
"สมาชิกสยามสารฟรีตลอดชีพดีมั้ยคะ"
ษมาจ้องหน้าสาระวารี ตาหวานเชื่อม
"อยากได้นักข่าวประจำตัวตลอดชีพมากกว่า"
สาระวารีอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าษมาจะเล่นมุกนี้
"อีกหน่อยคาสิโนเปิด จะได้มีคนช่วยเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ให้ผมไงครับ ผมใช้เส้นล็อกตำแหน่งนี้ไว้ให้คุณคนเดียวเลย"
"ฉันจะช่วยหาคนให้ก็แล้วกันนะคะ เพราะฉันไม่มีวันเขียนข่าวเชียร์ให้คนมาเข้าบ่อนเล่นการพนันที่ฉันเกลียดเข้ากระดูกดำ เด็ดขาดค่ะ"
สาระวารีสีหน้าแววตาดูจริงจังมากขึ้นมา ษมาจ๋อยไปเหมือนกัน เขาลืมนึกข้อนี้ไปสนิท แค่อยากพูดกระเซ้าเย้าแหย่เท่านั้น เธอเดินหน้าเครียดๆ นำกลับเข้าไป แต่ลึกๆ ยังสับสน ใจแอบชอบษมา แต่อีกใจก็ต่อต้านคาสิโน
ษมามองตามสาระวารีสีหน้าขรึมๆ รู้ว่านี่แหละคืออุปสรรคใหญ่ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับวารีพัฒนาไปไม่ได้ไกลกว่านี้ซะที เขาได้แต่ถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

ดิตถ์กำลังคุยโทรศัพท์มือถือโวยวายลั่น อยู่ข้างรถที่ลานจอดรถหนึ่งตอนหัวค่ำ
"แชร์เชออะไร ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันเพิ่งไปดูงานบนเกาะกลับมา เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว บอกให้กลับไปก่อน
ว่างแล้วฉันจะติดต่อกลับไปเอง"
พนักงานของดิตถ์ ถาม
"ตำรวจนะคะ คุณดิตถ์จะให้หนูพูดยังงั้นจริงๆ เหรอคะ"
ดิตถ์ตะคอกใส่
"ก็เออสิ ฉันสั่งก็ทำไปเถอะน่ะ อย่าเรื่องมาก แล้วถ้าตำรวจไม่มีหมายค้น อย่าให้เหยียบเข้าไปที่ออฟฟิศเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะไล่เธอออก"
ดิตถ์สีหน้าเครียด กดตัดสายไป แล้วเริ่มมองจะหาทางรอด ก่อนรีบกดโทรศัพท์มือถือเช็กข่าวด้วยสีหน้าร้อนใจ

มนต์จันทรา ตอนที่ 8 (ต่อ)
บริเวณโถงบ้าน โศภีตวาดแว๊ด
"ฉันไม่ฆ่านายทิ้งที่เกาะก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังมีหน้ามาขอความช่วยเหลือฉันอีก"
ดิตถ์ร้อนใจสุดๆ กำลังคุยกับโศภีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดิตถ์ปั้นหน้าเศร้า
"ผมไม่ได้หักหลังคุณจริงๆนะครับคุณโศ คุณก็รู้ ว่าเป็นแผนการของไอ้ษมา มันต้องการยุให้เราแตกคอกัน รู้ยังงี้แล้วคุณยังโกรธผมอยู่อีกเหรอ"
โศภีเหยียดปาก พูดแดกดัน
"ก็พฤติกรรมนายมันน่าสงสัย แล้วตอนนี้ นายก็ร่ำรวยจากแชร์เครื่องสำอางเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ไม่ต้องพึ่งฉันแล้วนี่" โศภีขำเย้ยหยัน
"ยังมาซ้ำเติมกันอีกคุณโศ ไอ้ษมามันร่วมมือกับนังนักข่าวนั่นแจ้งตำรวจ แฉผมซะป่นปี้ จะล้มละลายหมดเนื้อหมดตัวก็งานนี้ล่ะ"
โศภีสะแหยะยิ้มสมน้ำหน้า ดิตถ์อ้อนวอน
"ช่วยผมซักครั้งนะคุณโศ คุณรู้จักคนใหญ่คนโตตั้งเยอะ เรื่องแค่นี้ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงคุณหรอก"
โศภีคิดอยู่ครู่นึงก่อนจ้องหน้าดิตถ์
"ไอ้ษมามันขู่ฉัน ว่ามันมีหลักฐานเอาผิดฉันเก็บไว้ในเซฟ ถ้านายช่วยฉันทำลายหลักฐานพวกนั้นทิ้งได้ ฉันก็จะช่วยนายเป็นการแลกเปลี่ยนตกลงมั้ยล่ะ"
ดิตถ์ตกใจมาก
"เปิดเซฟไอ้ษมาเนี่ยนะ ยิ่งกว่าล้วงคองูเห่าอีกนะคุณ"
ดิตถ์สีหน้าหวาดๆ โศภีตวาดแว๊ด
"งั้นก็เตรียมตัวเก็บข้าวของ หนีคดีข้ามชายแดนไว้ได้เลย"
ดิตถ์ครุ่นคิดย่างเครียด
"จะเอายังไง ฉันไม่อยากให้พี่พักพิงผู้ต้องหานานๆ หรอกนะ เดี๋ยวจะซวยไปด้วย จะรับข้อเสนอฉันมั้ยก็ว่ามา"
ดิตถ์ขบกรามแน่น เข้าตาจน เป็นไงเป็นกัน
"ก็ได้ ผมจะให้คนของผมลงมือคืนนี้เลย พอใจรึยังล่ะ"
โศภียิ้มออกมาอย่างพอใจ ถ้าทำลายหลักฐานได้ เธอก็นอนตาหลับ

ภายในห้องทำงานษมาที่เกาะยานกตอนกลางคืน หน้าต่างค่อยถูกเปิดออก แลงในชุดรัดกุม ใส่หมวกไหมพรมคลุมหน้า ปีนหน้าต่างเข้ามาที่ห้องทำงาน... แลงถือกระบอกไฟฉายเล็กๆ ส่องไปทางตู้เซฟเก็บเอกสารของษมา

ษมาเตรียมตัวจะไปอาบน้ำเข้านอน แต่ก่อนไปเข้าห้องน้ำ ก็เดินมาเช็กที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
เช็คภาพจากกล้องวงจรปิดตัวต่างๆ เพื่อความปลอดภัยเพราะเป็นห่วงสาระวารีที่มาพักอยู่ที่เกาะ
ษมายกหูโทรศัพท์บ้านที่โต๊ะทำงานกดสายภายใน เขายิ้มแย้ม คุยโทรศัพท์
"นอนรึยังครับ"
สาระวารีหน้าหงิกงอเหมือนหลับไปแล้วยกหูโทรศัพท์ฟังอยู่ เธอคุยโทรศัพท์ภายในบ้าน โวยวายกลับ
"คนนะคะไม่ใช่นกฮูก จะได้ไม่ต้องหลับต้องนอน"
ษมายิ้มก่อนตอบกลับไป
"ขอโทษที ผมแค่อยากโทรมาเตือนว่าให้ล็อกห้องให้เรียบร้อย อย่าออกมาจากห้องนอนจนกว่าจะเช้า" ษมาสีหน้าเป็นห่วง สาระวารีหน้าบึ้งตึง
"คนแก่นี่ชอบย้ำคิดย้ำทำซะจริง เตือนแล้วเตือนอีก แค่นี้นะคะ"
"กู๊ดไนท์นะครับ"
สาระวารีอดห่วงอีกฝ่ายไม่ได้
"คุณเองก็ต้องระวังตัวด้วย ถ้ามีเกลือเป็นหนอนอย่างที่คุณคิด คุณก็ไม่ควรออกจากห้องนอนไป ไหนค่ำๆมืดๆ คนเดียวเหมือนกัน"
ษมายิ้มขี้เล่น
"งั้นเราย้ายมาพักห้องเดียวกันดีมั้ยครับ จะได้ช่วยระวังให้กัน"
สาระวารีเขินปนอายปนหมั่นไส้ระคนกัน เสียงขุ่นบอก
"ไอ้เฒ่าลามก ฉันวางสายแล้วนะ"
สาระวารีกระแทกหูวางไป หน้าบึ้งตึงด้วยความเจ็บใจ หลังวางสาย ษมาเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดที่จอคอมพิวเตอร์อีกที เขากดดูภาพจากมุมต่างๆของบ้าน ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่พอมาถึงภาพในห้องทำงาน กลับจอดำมืดสนิท เขาแปลกใจ รีบกดดูภาพมุมอื่นแล้วกลับมาที่ห้องทำงาน ปรากฏว่าจอมืดเฉพาะที่ห้องทำงานเท่านั้น
ษมารีบเปิดลิ้นชักหยิบปืน แล้วออกจากห้องไปทันที มั่นใจแล้วว่าที่ห้องทำงานต้องมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นแน่

แลงเปิดตู้เซฟ ใช้ไฟฉายอันเล็กๆ ส่องค้นเอกสารทุกอย่างในตู้เซฟ เพื่อหาหลักฐานของโศภีมาทำลาย
แลงแต่งตัวรัดกุมจนดูไม่ถนัดว่าเป็นใคร หลังค้นตู้เซฟจนทั่วก็ไม่เห็นมีหลักฐานอะไรเลย
พลัน... ประตูห้องก็ถูกเปิดกระแทกเข้ามาอย่างแรงแลงตกใจสุดๆ หันมองเห็นเงาคนยืนอยู่หน้าประตู
ษมากระชับปืนเล็งมาที่แลงแล้วตะคอก
"อย่าขยับ ไม่งั้นฉันยิงแกทิ้งแน่"
ษมาเปิดไฟในห้องจนสว่าง
แลงนั่งหันหลังอยู่หน้าตู้เซฟ กรอกตาภายใต้หมวกไหมพรมอยู่ไปมา ษมาสั่ง
"ลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นเหนือหัว"
แลงค่อยๆ ทำตามคำสั่ง ในมือข้างหนึ่งก็กุมเอกสารประมาณโฉนดโน่นนี่นั่นไว้
"หันกลับมาช้าๆ"
แลงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ค่อยๆ หันมา ษมาถือปืนเล็งไปที่แลง ก่อนจะเหลือบตามองกล้องวงจรปิดในห้องที่ถูกคลุมด้วยถุงดำ
"รู้ละเอียดดีนี่ว่ามีกล้องวงจรปิดตรงไหนบ้าง แกคงทำงานที่นี่มานานแล้วสิ"
ษมาสีหน้าเจ็บแค้นใจย่างสามขุมเข้ามาหาแลง ภายใต้หมวกไหมพรม แลงกรอกตาไปมาอย่างกลัวๆและหาทางเอาตัวรอด ษมาเดินเข้าหาเรื่อยๆ พูดเสียงเรียบแต่ดูน่ากลัว
"ไหน ขอฉันดูหน้าชัดๆหน่อยเถอะ ว่าไอ้คนทรยศที่กล้าหักหลักฉัน มันเป็นใคร"

ษมาปาดมือไปจะกระชากหมวกไหมพรมออก

แลงกลัวมาก ตัดสินใจเสี่ยง เหวี่ยงเอกสารใส่หน้าษมาทันที ษมาใช้มือปัดเอกสารที่เหวี่ยงมาตามสัญชาติญาณ
แลงเลยฉวยโอกาสจับข้อมือษมาบิด ปืนษมาหลุดมือ ษมาชกแลงเพื่อป้องกันตัว ทั้งคู่ต่อสู้กันระยะประชิด ก่อนที่แลงจะถูกซัดษมากระเด็นไปกับพื้น แลงรีบชักมีดออกมา แล้วปาพุ่งเข้าใส่ษมาทันที เขาหลบไปได้หวุดหวิด
แลงฉวยโอกาสวิ่งไปที่หน้าต่าง แล้วปีนหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ษมารีบไปหยิบปืนแล้วตามไป แลงกระโดดลงจากหน้าต่าง แล้ววิ่งหายไปในสวน ษมากระชับปืน แล้วตัดสินใจกระโดดตามลงไปทันที
กลางคืนต่อเนื่อง กูซอรีบร้อนวิ่งกลับเข้าบ้านพักคนงาน ทันใดนั้น พิพัช จันเลา ก็เดินออกมาขวางหน้าไว้ กูซอตกใจ จันเลาถาม
"แกจะรีบร้อนไปไหน ทำเหมือนหนีใครมางั้นล่ะ"
"ผมปวดท้องครับ"
จันเลาสีหน้าเจ็บใจมาก
"คงปวดมากสินะ แต่คงไม่ปวดเท่ากับโดนหักหลังหรอก"
กูซอทำหน้างงๆ พิพัชเสียงคาดคั้น จ้องหน้า
"วันนี้ตอนไปเอาเสบียงที่ฝั่ง แกหายไปไหนมา"
"ฉันถามพวกที่ไปด้วยกันแล้ว มันบอกว่าพอแกซื้อของเสร็จ ก็ให้พวกมันขนลงเรือ ส่วนตัวแกหายไปเป็นชั่วโมง แกไปไหน แอบไปพบใครมากูซอ" จันเลาตะคอกใส่
กูซอหน้าซีดเผือด พิพัชกระชากคอเสื้อกูซอด้วยความโมโห
"บอกมาสิวะ ฉันอุตส่าห์ไว้ใจแก พวกเราทุกคนก็เชื่อใจแก แล้วแกทำอย่างงี้กับนายได้ยังไง"
พิพัชสีหน้าแววตาโกรธมาก กูซอตกใจปนปวดท้องจนพูดไม่ออก
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนดังขึ้น!! พิพัช และจันเลาตกใจมาก รีบวิ่งไปทางที่เสียงปืนดังขึ้นทันที
กูซอบ่น
"ขี้หดตดหายหมดกู"
กูซอปวดท้องมากรีบวิ่งเข้าบ้านพักไป

แลงวิ่งหนีตาย เนื่องจากโดนษมายิงเฉี่ยวไปนิดเดียว อาการกลัวสุดๆ ทำให้เขารีบวิ่งลัดเลาะหนีไปอย่างชำนาญทางดีกว่าษมาซะอีก ษมาวิ่งตามหามา แต่ไม่เจอ เขาเจ็บใจมาก บริเวณมุมหนึ่งภายในเกาะ ... แลงคิดว่าเขาปลอดภัยจากการโดนไล่ล่าแล้ว ระหว่างซุ่มดักรอจังหวะหนี
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีไม้ท่อนหนึ่งฟาดลงมาเต็มกลางหลัง จนร่างแลงทรุดร่วงลงไปกับพื้น ลำแพงถือไม้หน้าสามออกมาจากในพุ่มไม้ สีหน้าเจ็บแค้นแทนนาย
"ไอ้คนทรยศ มึงตายซะเถอะ" ลำแพงยกไม้ขึ้นจะฟาด แลงรีบถอดหมวกไหมพรมให้เห็นใบหน้าทันที
"อย่าพี่ลำแพง นี่ฉันเอง"
ลำแพงช็อกสุดๆ ที่คนทรยศกลับเป็นน้องชายของเธอเอง
ผ่านเวลาเล็กน้อย ษมาบุกเข้ายังที่หลบซ่อนของแลง แต่ไม่มีแลงและลำแพงอยู่ที่เดิมแล้ว พิพัช และจันเลาวิ่งตามมา
"เกิดอะไรขึ้นครับคุณษมา"
ษมาสีหน้าเครียด
"เหยื่อติดกับ มีคนเข้าไปค้นตู้เซฟที่ห้องทำงาน ฉันตามมาไม่ทัน มันหนีไปได้"
พิพัชสีหน้าเจ็บใจแทนบอก
"หมดข้อสงสัยแล้ว คุณโศอยู่เบื้องหลังไอ้ดิตถ์แน่ๆ"
ษมาถอนใจออกมา จันเลาลำดับเหตุการณ์ หันมองหน้าพิพัช
"คุณษมาไล่ล่าคนร้ายตอนเราอยู่กับกูซอ กูซอก็ไม่น่าจะใช่ไอ้คนทรยศ แล้วมันเป็นใครกันแน่"
ษมามีสีหน้าฉุกคิด ติดใจสงสัยอยู่เหมือนกัน

เวลาต่อมา ภายในห้องพักลำแพง แลงถูกตบหน้าหัน ก่อนที่ลำแพงจะตามเข้าไปทุบตีรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง เหมือนคนสติแตก
"ไอ้น้องเฮงซวย แกทำร้ายคุณษมาได้ยังไง ไอ้เนรคุณ ไอ้ชิงหมาเกิด"
แลงกลัวมาก ยกมือขึ้นปัดป้อง
"โอ๊ยพี่ ฉันกลัวแล้ว ฉันขอโทษ"
ลำแพงแค้นสุดๆ
"แค่ขอโทษมันไม่พอหรอก มึงต้องตาย ไอ้น้องอัปรีย์"
ลำแพงหันไปคว้าข้าวของใกล้มือที่หาได้ขว้างปาใส่ แลงหกล้มหกลุกหลบได้หวุดหวิด
"พี่แพงฟังฉันอธิบายก่อน"
"กูไม่ฟัง" ลำแพงจะเข้าไปทุบทึ้งจิกตีน้องชายต่อ แลงต้องรีบอธิบายก่อนถูกพี่ตีตาย
"ฉันติดหนี้พนัน ถ้าฉันไม่ทำตามที่มันสั่ง ไอ้ดิตถ์มันฆ่าฉันแน่"
ลำแพงชะงักไป
"แกพูดจริงเรอะ"
"จริงสิพี่ ฉันไม่เคยโกหกพี่ พี่ก็รู้ ไอ้ดิตถ์มันบังคับให้ฉันไปเปิดตู้เซฟขโมยหลักฐานเอาผิดนังโศภี ฉันไม่อยากทำหรอก แต่มันไม่มีทางเลือกจริงๆ"
ลำแพงยังระแวง
"แล้วแกรู้รหัสเซฟได้ยังไง"
"เวลาที่ฉันเข้าไปทำความสะอาด ฉันเคยเห็นคุณษมากับคุณพิพัชเปิดเซฟอยู่หลายครั้งแล้ว ฉันเลยแอบจำรหัสได้"
ลำแพงยังโกรธไม่หายจะฟาดซ้ำอีก
"สันดานมิจฉาชีพชัดๆ"
แลงคุกเข่า ยกมือไหว้ คลานไปกอดขาพี่
"พี่แพงจ๋า ฉันขอโทษพี่ ฉันรู้ ว่าฉันมันเลวที่ทรยศคุณษมา แต่ถ้าไม่ทำ ฉันก็ตาย พี่ยกโทษให้ฉัน
เถอะนะ เราก็มีกันแค่สองคนพี่น้อง ฉันไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากพี่ ถ้าพี่ไม่ช่วยฉันคราวนี้ ฉันโดนอุ้มไปยิงทิ้งเป็นอาหารฉลามกลางทะเลแน่ๆ"

มนต์จันทรา ตอนที่ 8 (ต่อ)
แลงน้ำตาไหลพรากกอดขาลำแพงแน่น ออดอ้อนขอให้ ลำแพงนิ่งไป และอดใจอ่อนไม่ได้ ยังไงก็น้องชายแท้ๆ ลำแพงเลื่อนมือขึ้นลูบหัวแลงเบาๆ ฝ่ายแลงแอบสะแหยะยิ้มมุมปากพอใจที่พี่สาวหลงเชื่อ รอดการถูกจับว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ไปได้อย่างหวุดหวิด

ภายในห้องนั่งเล่นบ้านโศภี กลางดึก
"จะไม่มีได้ยังไง คนของนายไม่มีปัญญาไขเซฟแล้วมารายงานมั่วๆ มากกว่า"
โศภีนึกแปลกใจ รอฟังข่าวอยู่พร้อมกับดิตถ์
"มันไม่กล้าหรอกคุณ คุณก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไอ้สายของผมคนนี้ มันทำงานดีขนาดไหน ข่าวที่มาจากมันไม่เคยผิดพลาดซักครั้ง"
โศภีฉุกคิด
"หรือว่าไอ้ษมามันย้ายหลักฐานไปเก็บไว้ที่อื่น"
ดิตถ์เฉลียวใจ
"หรือว่าบางทีคุณหลงกลมัน จริงๆ แล้วไม่มีหลักฐานอะไรเลย แต่มันต้องการเช็กให้มั่นใจว่าคุณร่วมมือกับผมจริงรึเปล่า"
โศภีถึงกับอึ้งไป
"ถ้ามันมีหลักฐานเล่นงานคุณได้จริง มันไม่ปล่อยคุณไว้หรอก มันลอบกัดคุณโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำเหมือนที่ผมโดนมันเอาคืนอยู่นี่ไงล่ะ" ดิตถ์สีหน้าเจ็บใจไม่หาย
โศภีขบกรามแน่น กำหมัดจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
"มาคุยเรื่องผมก่อนดีกว่า ผมช่วยคุณแล้ว ทีนี้คุณจะช่วยคุยกับผู้ใหญ่ให้ผมได้เมื่อไหร่"
"คดีดังขนาดเนี้ย ใครจะกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยแก หาเรื่องใส่ตัวเองก็แก้เอาเองละกัน"
ดิตถ์โมโหสุดขีด ชี้หน้า โวยวายเสียงดัง ขึงขัง
"พูดอย่างงี้ได้ไงวะ นี่คุณหลอกใช้ผมเรอะ จะมาหักหลังกันหน้าด้านๆอย่างงี้ไม่ได้นะโว้ย"
ดิตถ์จะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ลูกน้องโศภีชักปืนออกมาเล็งใส่ ดิตถ์ตกใจหน้าซีดเผือดไม่กล้าเข้าไปอีก
โศภียิ้มเยาะ จ้องหน้าดิตถ์เขม็ง
"คนที่หมดประโยชน์ทุกคน ฉันไม่เคยเก็บเอาไว้ให้เกะกะขวางทางหรอก อย่าว่าแต่ไอ้พวกขี้โม้อย่างแกเลย ขาใหญ่อย่างนายสิงขร ฉันก็เชือดทิ้งมาแล้ว"
ดิตถ์อึ้ง นึกไม่ถึง
"ฝีมือคุณเองเรอะ"
โศภีสะแหยะยิ้ม สะใจ สั่งลูกน้องเสียงเข้ม
"ลากตัวมันออกไป"
ลูกน้องโศภีตรงเข้าล็อกแขนดิตถ์ตามคำสั่งทันที
"คุณทำกับผมแบบนี้ไม่ได้นะคุณโศภี"
โศภีไม่แยแสจะเดินขึ้นบ้าน ลูกน้องจะลากตัวดิตถ์ออกไป ดิตถ์ยังโวยวายชี้หน้า
"แล้วคุณจะต้องเสียใจ"
ดิตถ์ถูกลากออกจากห้องไป
"ปล่อยกู กูมีตีน กูเดินของกูเองไป ปล่อยสิวะ"
ดิตถ์กระชากตัวออกมาได้อย่างหัวเสีย เดินหงุดหงิดออกไปจากบ้านโศภีทันที
โศภีหยุดที่ตีนบันได หันมองตามออกไป ยิ้มเหยียดอย่างไม่แยแส ก่อนจะหน้าเครียด แววตาร้ายขึ้นมา
เพื่อคิดหมากเดินเกมต่อไป

ลูกน้องดิตถ์รีบดาหน้าไปกันลูกน้องโศภีให้ที่หน้าบ้าน ดิตถ์โมโหมาก โวยวายด่ากราดไปทางลูกน้องโศภี
"จำเอาไว้นะพวกมึง อย่าให้กูลืมตาอ้าปากได้อีกก็แล้วกัน กูจะเอาคืนนายมึงกับพวกมึงให้สาสมเลย"
ดิตถ์เดินหัวเสียกลับไปที่รถ สั่งลูกน้องที่คอยเปิดประตูรถให้
"เอ็งโทรไปบอกพวกไอ้โชติ ว่าข้าจะไปกบดานที่ชายแดน รอเรื่องเงียบซักระยะก่อน"
ลูกน้องดิตถ์หน้าเสียบอก
"คงไม่ได้แล้วล่ะครับเสี่ย"
"ทำไมวะ"
"ข่าวเรื่องเสี่ยออกทั้งทีวี ทั้งอินเตอร์เน็ต คนรู้กันครึ่งค่อนประเทศแล้วครับ"
ดิตถ์อึ้งไป
"ตอนนี้คนของเราก็หนีเอาตัวรอดกันเกือบหมด เหลือไม่ถึงสิบคนแล้วล่ะครับ"
ดิตถ์แค้นเจ็บใจขบกรามแน่น
"ไอ้ษมา มึงต้องตายคาตีนกู"

บริษัทษมาตอนเช้า คนขับรถกำลังล้างรถอีกคันหนึ่งของษมาอยู่ สมบูรณ์เดินเข้ามาดู
"คุณษมาจะใช้รถคันนี้เรอะเหวียง"
"ครับลุง คันโปรดของคุณเข้าศูนย์ตั้งแต่เมื่อวาน กลัวจะได้ไม่ทัน คุณษมาจะขับรถไปส่งคุณวารีที่กรุงเทพด้วยตัวเองเลยนะครับลุง"
สมบูรณ์ถอนใจออกมา
"ขับไปส่งด้วยตัวเองเลยเหรอะ หาเรื่องโดนส่องอีกแล้ว"
"แหมลุง แฟนใครๆก็ห่วง"
"ปากดีไปเหอะไอ้เหวียง"
สมบูรณ์ส่ายหน้าแล้วเดินกลับไปเข้าบริษัท คนขับรถ ล้างรถเช็ดรถต่อไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี

รปภ.คนหนึ่งแอบจับตามองอยู่ แววตาแปลกๆ เหมือนมีแผนการร้ายบางอย่าง

อ่านต่อเวลา 17.00น.

ษมาเดินคุยกับสาระวารีที่สะพายเป้ ขณะเดินตรงมายังท่าเรือที่เกาะยานก
                "คุณให้คนขับรถไปส่งฉันเหมือนคราวก่อนก็ได้ ไม่เห็นต้องไปด้วยตัวเองเลย เสี่ยงเปล่าๆ ...ลิปสติกของฉันไม่ใช่เครื่องรางลงอาคมนะ จะได้ช่วยชีวิตคุณได้ทุกครั้ง"
                "เป็นห่วงผมเหรอ"
                สาระวารีเบะปาก
                "ฉันกลัวซวยไปด้วยตะหาก"
                "ผมว่าช่วง 2-3 วันนี่น่าจะเป็นช่วงปลอดภัยที่ผม        จะไปไหนมาไหนที่สุดแล้วล่ะ...ไอ้ดิตถ์คงหลบหนีการจับกุมอยู่ ส่วนโศภีโดนขู่ไปขนาดนั้น คงไม่กล้าบู่มบ่ามทำอะไรอีกแล้วล่ะ"
                "ประมาทไปรึเปล่าคะ คนที่คิดจะฆ่าคุณ ก็ไม่ได้มีแต่ 2 คนนี้เท่านั้น"
                "ผมทราบ  แล้วตอนนี้เป้าโจมตีก็ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวแล้วด้วย ตอนนี้เค้าลือกันไปทั่วว่าคุณคือคนรักของผม"    
                สาระวารีอึ้งแต่แอบเขินลึกๆ และกรอกตาไปมาเล็กน้อย
                "จะบ้าเหรอ"
                "ช่วยไม่ได้ ทุกคนเข้าใจไปยังงั้นหมดแล้ว คุณคือเครื่องต่อรองชั้นดี"
                สาระวารีถอนใจพรวดแรงๆ ออกมา ษมาจ้องตาเธอ
                "ถ้าพวกมันอ่านใจผมออก  จับคุณเป็นตัวประกันจะเรียกร้องอะไรได้ง่ายกว่าฆ่าผมตายซะอีก"
                สาระวารีเข้าใจแต่ทำพูดกลบเกลื่อน
                "พูดอะไรของคุณ ซับซ้อนต้องตีความเข้าใจยาก น่ารำคาญ"
                สาระวารีสะบัดหน้าพรืดเดินนำไปก่อน  พอลับหลังเค้าก็แอบอมยิ้มอย่างปลื้มๆ อดซึ้งใจไม่ได้ที่ษมาเห็นตนมีความหมายขนาดนี้
 
                ยามสาย ที่บริษัทษมาใน จ. ตราด รปภ. คอยโบกรถกันรถ ให้คนขับรถขับรถของษมาคันที่เพิ่งล้างจาก ขับออกไปจากบริษัท ลุงสมบูรณ์นั่งหน้ารถมาด้วย คนรถขับรถเลี้ยวออกไปรับษมาและสาระวารีที่ท่าเรือ
                รปภ. จับตามองตามรถไป  ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
                คนขับรถขับรถไปอย่างอารมณ์ดี หารู้ไม่ว่า ฝากระโปรงที่โค้งลงใต้ท้องรถ มีอุปกรณ์จุดชนวนระเบิดกำลังทำงานอยู่  ไฟสีแดงกระพริบๆ พร้อมจุดระเบิดตามเวลาที่ตั้งเอาไว้
 
                สมบูรณ์มารอรับษมาและสาระวารีที่ท่าเรือ... เธอสะพายเป้เดินยิ้มแย้มยกมือไหว้เข้ามาหาสมบูรณ์
สมบูรณ์รีบรับไหว้ สมบูรณ์กระเซ้า
                "เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่ตราดซะทีล่ะหนูวารี ลุงเห็นมาบ๊อย บ่อย"  
                ษมาเดินตามมาทางด้านหลัง ยิ้มๆ พอใจกับคำถามของสมบูรณ์
                "วารีมาทำงานหรอกค่ะลุง  หลังจากนี้คงไม่มาอีกนาน"
                ษมาสวนทันที
                "คนทางนี้เหงาแย่เลย"
                สาระวารีเก็บอาการ ทำปกติ ไม่สนใจ
                "เดี๋ยวบ่อนเปิด คนก็คึกคัก หายเหงาไปเองแหละค่ะ"  
                สาระวารีตัดบท
                "รถล่ะคะลุง"
                "ทางนี้ครับ" สมบูรณ์เดินนำไป
                สาระวารีเดินคุยกับสมบูรณ์ โดยมีษมาเดินตามรั้งท้าย
 
                ษมาและสาระวารีขึ้นมานั่งประจำที่ ษมาขับรถออกไป สาระวารีโบกมือบ๊ายบายสมบูรณ์ที่ยืนยิ้มแย้มรอส่งอยู่ สายตาของสาระวารีหันมองไปสมบูรณ์ขณะรถแล่นออกไป
                ใต้ท้องรถ...ระเบิดเวลายังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ไฟกระพริบการจุดระเบิดยังสว่างวาบๆ
 
                ในห้องโดยสาร...ษมาและสาระวารีคุยกันอยู่ หลังจากขับรถออกมาได้ซักระยะ ษมามีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข
                "คราวนี้ผมไปแบบพักผ่อนนะครับ คุณต้องพาผมเที่ยวบ้างแล้วล่ะ"
                "เดี๋ยวจะติดต่อสะมาให้นะคะ  เค้าเป็นแอร์ คงดูแลเอาใจคุณได้ดีกว่าฉัน"
                "เอาใจเก่งแต่ไม่รู้ใจ  เทียบกันไม่ได้หรอกนะครับ"
                สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้
                "ฉันไปรู้ใจคุณตอนไหนไม่ทราบ น่าจะเรียกว่ารู้ทันจะตรงกว่า"  
                สาระวารีค้อนใส่ษมายิ้มๆ ขับรถไป
 
                ผ่านเวลาเล็กน้อย หลอดไฟสีแดงกระพริบดังเร็วขึ้น นั่นหมายถึงระยะเวลาจุดระเบิดใกล้เข้ามาแล้ว
ษมาขับรถไกลออกมาได้อีกระยะ ทั้งคู่ยังคุยกันมาเรื่อย ต่างไม่รู้เลยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
                ไฟสีแดงกระพริบถี่เร็วขึ้นอีก
 
                สมบูรณ์กำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ท่าเรือ
                "ได้ของครบมั้ยเหวียง"  
                ที่ห้องโดยสาร คนขับรถเดิมกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับสมบูรณ์อยู่
                "ก็ได้ผ้าห่ม กับ มุ้งครับลุง  ที่เหลือ เค้าจะเอามาส่งให้ที่บริษัทพรุ่งนี้... แล้วคุณษมาล่ะครับ ไปรึยัง"
 
                ไฟแดงใต้ท้องรถหยุดกระพริบ แสงสีแดงแช่นิ่งพร้อมมีเสียงเตือนดังปี๊บลากยาว
 
                ษมาและสาระวารีกำลังหัวเราะขำๆ  สาระวารีก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่ ษมาชำเลืองมามองหน้าสาระวารี
 
                รถยนต์ระเบิดตูมสนั่น  ไฟลุกท่วมคัน จนมองเห็นรถไม่ถนัด

โศภีกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออย่างอารมณ์ดีที่ระเบียงหน้าบ้าน
"ดีมาก แล้วเดี๋ยวฉันจะตบรางวัลให้แกเป็นพิเศษ ถ้ากลัวก็หาจังหวะลาออกมาทำงานกับฉันได้ตลอดเวลา"
โศภีกดตัดสายมือถืออย่างอารมณ์ดี ยิ้มพอใจ
"คงคิดว่าฉันจะกลัวจนไม่กล้าเล่นงานแกล่ะสิ รู้จักฉันน้อยไปซะแล้วษมา ไปครองคู่กันอยู่ในนรกเถอะ"
โศภีสะแหยะยิ้ม สาแก่ใจ

สมบูรณ์คุยโทรศัพท์มือถือ สีหน้าร้อนใจมาก
"จอดรถแล้วรีบหนีลงมาทันทีเลยครับ"
สมบูรณ์ตั้งท่าจะอ้าปากพูดต่อ

รถษมาคันที่ใช้ประจำ ปาดจอดทิ่มๆ เบี้ยวๆเข้าข้างทางอย่างเร็วด้วยความรีบร้อน... ษมาและสาระวารีเปิดประตูรถกว้างออกมาทิ้งอ้าเอาไว้ ทั้งคู่วิ่งสุดชีวิตมาทางท้ายรถ ษมาปาดมือไปจูงมือสาระวารีไว้อย่างเร็ว
เธอกำมือเขาเอาไว้แน่น ทั้งคู่วิ่งหนีให้ห่างรถให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเอาชีวิตรอด
ษมาลากสาระวารีให้โดดไปหลบที่มุมเนินข้างทาง เขาใช้ตัวกอดบังเธอเอาไว้ เพื่อยอมรับสะเก็ดระเบิดแทน เธอชำเลืองมองเขา รู้สึกถึงความอบอุ่นและปลอดภัยที่สุด ทั้งคู่สบตากัน ษมาเอาหน้ามาแนบข้างแก้มสาระวารีแล้วต่างหลับตา เตรียมพร้อมรอรับชะตากรรม
หลายอึดใจ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น!! รถษมาจอดนิ่งเฉยๆ ไม่ได้ระเบิดแต่อย่างใด ทั้งคู่ชำเลืองมองหน้ากันอย่างงงๆ ก่อนที่เธอจะผลักเขาออกไปให้ห่างจากตัวเธอเล็กน้อย....

ในเวลาต่อมา ษมา สาระวารี พิพัช จันเลา และสมบูรณ์รวมตัวกันอยู่ที่โถงบริษัท สีหน้าท่าทางของสมบูรณ์ยังตกใจไม่หาย ก่อนจะอธิบายให้ทุกคนฟัง
"สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคุณแท้ๆ เลย เดชะบุญที่ทางศูนย์โทรมาบอกว่ารถคุณได้พอดี ลุงก็เลยให้เจ้าเหวียงเลยไปรับของแทน ส่วนลุงไปรับรถที่ศูนย์เอาไปให้คุณที่ท่าเรือ"
สมบูรณ์ถอนใจออกมา ษมารับรู้ความจริงก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
"เจ้าเหวียงเลยรับเคราะห์แทนผม"
"แทนฉันด้วยค่ะ" สาระวารีบอก
ทุกคนหันมองสาระวารี ษมาหันสั่งพิพัช
"บริษัทเราจะรับผิดชอบจัดงานศพและค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ครอบครัวเหวียงเอง พิพัชดูแลให้ด้วย"
"ครับ"
"เดี๋ยวผมจะเซ็นเช็คให้ลุงไว้ให้ครอบครัวเหวียงซักก้อน ถือว่าเป็นสินน้ำใจ"
"ครับ"
สาระวารีดูซึมๆไป ษมาหันมองสาระวารี
"ไปกันเถอะครับ"
พิพัชโวยขัดขึ้น
"นี่คุณจะเดินทางเข้ากรุงเทพอีกเหรอครับ ห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้างเถอะ"
"ไม่มีอะไรแล้วล่ะ" ษมาบอก
"แต่..."
พัชจะพูดจ่อ แต่สาระวารีพูดขัดแขวะซะก่อน
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกลับเองได้ ลูกน้องคุณเค้าหึง เอ๊ย ห่วง"
พิพัชจ้องหน้าสาระวารี
"พูดอะไรของคุณ"
สาระวารียักไหล่ เหยียดปากอย่างไม่แคร์
"งั้นให้ลุงไปแทนก็ได้ครับคุณษมา คุณพิพัชจะได้สบายใจ แล้วคุณก็จะได้อยู่เจอครอบครัวของเหวียงด้วยตัวเองด้วย"
"งั้นก็ฝากลุงด้วยแล้วกัน"
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลหนูวารีให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยเลยครับ"
ษมายิ้มสบายใจขึ้น
"ขอบคุณมากลุง"
"ไปรอที่รถนะคะ"
สาระวารีชายหางตาค้อนใส่พิพัชที่มองตามเธอสีหน้านิ่ง ไม่ค่อยพอใจที่ถูกพูดจาลามปามใส่

เวลาเย็น ลูกน้องษมาขับรถตู้มาส่งสาระวารีที่หน้าบ้าน สมบูรณ์นั่งคุยมาเป็นเพื่อนมาตลอดทาง...สมบูรณ์เปิดประตูรถตู้แล้วเดินนำลงมาก่อน เธอเดินตามลงมาพร้อมกล่าวถาม
"แน่ใจนะลุง ว่านายพิพัชไม่ได้แอบชอบคุณษมา"
สมบูรณ์หัวเราะชอบใจ
"หนูวารี ทำไมคิดยังงั้นล่ะครับ เดี๋ยวฟ้าผ่าตายพอดี"
สาระวารีหมั่นไส้ติดหมัด
"แหม ก็เห็นทั้งหวง ทั้งห่วงจนออกนอกหน้าซะขนาดนั้น เค้าน่ะหึงหวงผู้หญิงทุกคนเลยนะลุง ทั้งคุณโศทั้งหนู"
"พิพัชเค้ารักเค้าบูชาเจ้านายของเค้ามาก ก็เลยห่วงมาก ไม่ได้มีเรื่องอย่างที่คุณระแวงหรอก จงรักภักดีขนาดยอมตายแทนได้เลยนะครับ"

"เหมือนหมาหวงเจ้าของใช่มั้ยคะลุง"

สาระวารีแขวะ สมบูรณ์ขำๆ
"ลุงมองโลกชั้นเดียวเกินไป นายพิพัชอาจจะแอ๊บแมนก็ได้ ล่ำๆ ยังเงี้ยตัวดีนักล่ะ"
"ป่านนี้คุณพิพัชจามตกเก้าอี้ไปแล้ว"
สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้
"ก็ดีสิลุง ลุงจะกลับเลยจริงๆ เหรอคะ"
"ครับ พรุ่งนี้ต้องทำงาน หนูวารีรีบเข้าบ้านเถอะ ลุงเข้าไปส่ง"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ อยู่หน้ารั้วบ้าน ไม่มีใครมาทำอะไรได้แล้วล่ะ"
"ไม่ได้หรอกครับ ผมรับปากคุณษมาไว้แล้ว ต้องส่งคุณถึงในบ้าน"
"ก็ตามใจค่ะ งั้นดื่มน้ำ ทานขนมก่อนนะคะลุง"
สมบูรณ์ยิ้มแย้มพยักหน้ารับ สาระวารีไขกุญแจประตูรั้วนำเข้าบ้านไป สมบูรณ์กวาดตามองซ้ายขวาเพื่อเช็กดูให้แน่ใจในความปลอดภัย

สาระวารีล้วงกุญแจมาเสียบรูกุญแจที่ประตู เตรียมจะไขประตูเข้าโถงสมบูรณ์จับตาดูที่ลูกบิดประตู แล้วรีบห้าม
"เดี๋ยวครับ"
สาระวารีงงเล็กน้อย
"มีอะไรคะลุง"
สมบูรณ์ดึงวารีออกมาพูดเบาๆ ห่างจากประตู
"หนูวารีกับหนูสะมาเคยลืมกุญแจแล้วงัดแงะช่องกุญแจมั่งมั้ยครับ"
"ไม่เคยค่ะ เรามีกุญแจสำรองซ่อนเอาไว้ ทำไมเหรอคะลุง"
"ที่ลูกบิดประตูมีรอยขูดขีดแปลกๆ เต็มไปหมดเลย"
สมบูรณ์รีบดึงแขนสาระวารีให้ไปอยู่ห่างๆ
"หนูวารีเข้าไปรอในรถก่อน"
"มีคนอยู่ในบ้านเหรอคะ"
สมบูรณ์เสียงดุ
"ลุงให้ไปรอที่รถก่อนยังไงล่ะ"
"ค่ะ ค่ะ...ระวังด้วยนะคะลุง"
สาระวารีออกไปที่รถตามคำสั่ง สมบูรณ์หยิบปืนออกมาถือให้กระชับมือ ก่อนจะค่อยๆเปิดประตูเข้าบ้านไปอย่างระมัดระวัง ลูกน้องษมาที่ขับรถ เดินออกมาประกบดูแลความปลอดภัยให้สาระวารี เธอจับตามองตามลุงสมบูรณ์ไป ด้วยสีหน้าเป็นห่วง

สมบูรณ์กระชับปืนเข้ามาในบ้านอย่างระมัดระวัง พลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ พอเห็นประตูห้องน้ำเปิดแง้มๆอยู่ ก็เข้าไปเปิดออก แล้วใช้ปืนเล็งเข้าไป กะว่าถ้ามีคนซ่อนตัวอยู่ แต่ปรากฏว่าว่างเปล่า ไม่มีใครซ่อนอยู่แม้แต่น้อย สมบูรณ์ถอนใจโล่งอก
ไม่ทันสุดลมหายใจ ก็มีปืนสั้นมาจ่อที่หลังทันที สมบูรณ์ผงะไป
คนร้ายสองคนอยู่ด้านหลังสมบูรณ์ หนึ่งในนั้นกำลังใช้ปืนจ่อหลังสมบูรณ์อยู่
"ทิ้งปืน"
สมบูรณ์ยังนิ่ง
คนร้ายคนที่ 1ทิ่มปืนเข้าที่หลังสมบูรณ์
"อยากตายรึไงไอ้แก่"
สมบูรณ์ยอมทิ้งปืน คนร้ายคนที่ 2 รีบไปเก็บอาวุธปืนสมบูรณ์ที่พื้น สมบูรณ์ไม่ทิ้งลายจ่าเก่า ตวัดเท้าเตะเสยคางคนร้าย 2 จนหน้าหงายเห็นดาว น็อกไปเลย
ทันใดนั้น สมบูรณ์ก็พลิกตัวจับปืนที่จ่อหลังตนไว้ แล้วจับคนร้ายคนที่ 1 ทุ่มลงพื้น เอาปืนจ่อเล็ง คุมเกม
ได้ในที่สุด
"พวกมึงรู้จักจ่าสมบูรณ์น้อยไปซะแล้ว"
สมบูรณ์ยิ้มสะใจ

ผ่านเวลาซักครู่ ษมาอยู่ในชุดไว้ทุกข์ เตรียมจะไปงานศพ เขาคุยโทรศัพท์มือถือกับสาระวารี ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่โถงบริษัทษมาที่ตราด
"แล้วคุณเป็นอะไรรึเปล่า"
สาระวารีกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้องรับแขก
"ก็เกือบไปเหมือนกันแหละค่ะ ถ้าลุงบูรณ์ไม่มาด้วย ป่านนี้ฉันคงถูกจับตัวไปอีกรอบแล้วล่ะ" สาระวารีพูดพลางถอนใจ
ษมาสีหน้าเสียใจ รู้สึกผิด
"เพราะผมแท้ๆเลย คุณเลยต้องเดือดร้อนไปด้วย"
สาระวารีมีสีหน้าเข้าใจและเห็นใจ
"เลิกโทษตัวเองซะทีเถอะค่ะ ฉันยังไม่เคยคิดโทษคุณเลย"
ษมายิ้มออกมาอย่างซึ้งใจ
"ขอบคุณครับ แต่คุณกับพี่สาวไม่ต้องกลัวไปนะ ผมจะต้องหาทางป้องกันให้คุณปลอดภัยแล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมให้ได้"
สาระวารีหน้าขรึมลง ก่อนตอบกลับไป
"ทางมันมีอยู่แล้วล่ะค่ะ ง่ายมาก คุณแค่เลิกทำคาสิโน ทั้งชีวิตคุณ ชีวิตฉัน ก็จะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม"
ษมาอึ้งไป
"อย่าพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สิครับ"
" ใช่ค่ะ อย่าพูดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ คุณดูแลความปลอดภัยให้ใครร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอก แม้แต่ตัวคุณเอง"

สาระวารีกดตัดสายทันที หลังพูดแทงใจดำษมาจนพูดไม่ออกค่อยๆ เขาลดโทรศัพท์มือถือลง สีหน้าเคร่งขรึมไปอย่างใช้ความคิด

ผ่านเวลาเล็กน้อย ภายใน ห้องทำงานษมาที่ตราด พัชกำลังตกใจสุดๆ กับหน้าที่ใหม่
"จะให้ผมไปเป็นบอดดี้การ์ดเค้าถึงกรุงเทพเลยเหรอครับ"

พิพัชกำลังคุยกับษมา โดยมีจันเลาอยู่ใกล้ๆ ษมาพยักหน้ารับยืนยัน จันเลาแอบอมยิ้มไปมา
พิพัชหน้าเจื่อนบอก
"ผมไม่ไปไม่ได้เหรอครับ คุณษมาก็ทราบ ว่าผมกับเค้าไม่ค่อยจะลงรอยกันซะเท่าไหร่ ให้ผมไป ก็เท่ากับส่งไปตีกันเท่านั้นเอง"
"ผมก็ไม่เห็นวารีจะลงรอยกะใครซักคน แม้แต่กับผม"
พิพัชมองเหล่จันเลาพร้อมข้อเสนอใหม่
"ส่งจันเลาไป น่าจะเหมาะกว่ามั้งครับ"
"ไม่ได้หรอก ฉันมีงานต้องทำหลายอย่าง แล้วคุณษมาก็อยากให้นายไปติดตั้งระบบป้องกันภัยที่บ้านคุณวารีด้วย นายก็รู้ ว่าฉันไม่ถูกโรคกับไฮเทคโนโลยี ทุกวันนี้แค่เข้ากูเกิ้ลได้ก็หรูแล้ว"
"ไม่ได้ช่วยกันเลย"
ษมาสีหน้าซีเรียสขึ้นมา
"นายคือคนที่ฉันไว้ใจมากนะพิพัช วารีต้องเดือดร้อนก็เพราะฉันเป็นต้นเหตุ ฉันถึงจำเป็นต้องส่งมือขวา คนที่ฉันไว้ใจมากที่สุดไปดูแลเค้าแทน"
พิพัชนิ่งไป
"นี่ถ้าไม่ติดว่า ถ้าฉันไปด้วยตัวเองแล้วจะยิ่งเป็นเป้าโจมตีให้วารีเดือดร้อนยิ่งขึ้น ฉันคงไม่ยืมจมูกใครหายใจหรอก"
พิพัชแหยๆ ไป เจอษมาพูดเฉือดนิ่มๆเหมือนถูกบังคับกลายๆ เขาแอบถอนใจยาวออกมาด้วยความเซ็ง

ลำแพงยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้แลง
"เงินเก็บทั้งหมดที่ฉันมีเหลืออยู่"
แลงหน้าเสีย
"พี่จะให้ฉันทั้งหมดนี่เลยเหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ แล้วก็เอานี่ไปด้วย" ลำแพงยื่นถุงกำมะหยี่ใส่สร้อยทองรูปพรรณหลายเส้นให้แลง
"ตอนนี้ทองมันแพง ถ้าแกเอาไปขาย รวมๆกันก็คงพอจะใช้หนี้ทั้งหมดได้"
แลงรับสร้อยกับเงินมา สีหน้าเศร้าๆ พร้อมไหว้พี่สาว
"ฉันขอโทษนะพี่ ที่ทำให้พี่ต้องเสียเงินเสียทอง"
ลำแพงสีหน้าหงิกงอ
"แกไม่ต้องมาขอโทษฉันหรอก แต่ฉันขอให้จำใส่กะโหลกเอาไว้เลย อย่าทรยศคุณษมาอีก" ลำแพงพูดพร้อมเอานิ้วจิ้มใส่กบาลน้องชาย
"ฉันไม่ทำอีกแล้วจ้ะพี่ ฉันเองก็รักคุณษมา แต่ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ แล้วพี่ก็ช่วยฉันถึงขนาดนี้ ถ้าฉันยังทำอีก ก็เลวเกินคนแล้วล่ะพี่"
"คิดได้ยังงี้ก็ดีแล้ว" ลำแพงถอนใจส่ายหน้าออกมาอย่างเหนื่อยใจ

เวลากลางคืน บรรยากาศภายในบ่อนเล็กๆของดิตถ์ แม้จะเล็ก สกปรก แต่ก็มีคนแน่นเหมือนกัน
ดิตถ์กำลังคุยกับแลงอยู่ ดิตถ์นับเงินจำนวนหนึ่งก่อนจะส่งให้ แลงยกมือไหว้ รับเงินมา
"ขอบคุณครับคุณดิตถ์"
"ไม่เป็นไร ข้าบอกเอ็งแล้วไง ว่าทำงานกับข้า นอกจากจะล้างหนี้ เอ็งยังได้เงินไว้ใช้อีก"
"แล้วคุณดิตถ์จะเอายังไงกับไอ้ษมาครับ จะเลิกหรือว่าจะให้ผมส่งข่าวให้เหมือนเดิม"
ดิตถ์ขบกรามแน่น ยังแค้นใจษมาอยู่
"ก็เหมือนเดิมสิวะ ไอ้ษมามันทำให้ข้าหมดเนื้อหมดตัว ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ถ้าไม่เห็นมันตายกับตา ข้านอนตาไม่หลับหรอกโว้ย แต่ตอนนี้คงต้องพักรบหาเงินก่อน นังโศภีมันก็ดันชิ่งไปอีก ข้าเลยต้องเสี่ยงเปิดบ่อนอีกรอบ"
"ถ้าคุณดิตถ์จะให้ผมทำอะไร ก็สั่งมาแล้วกันครับ ผมพร้อมช่วยคุณตลอดเวลา"
แลงมองไปทางวงพนัน แววตาอยากเล่นมาก
"แต่ตอนนี้ ผมขอไปลุ้นดวงก่อนนะครับ"
ดิตถ์ยิ้มๆ
"เพิ่งได้เงินก็จะคืนข้าเลยเหรอวะ"
"แหมคุณดิตถ์ก็ อวยพรแต่วันเลย"
ดิตถ์ขำๆ ตบบ่าแลง
"เงินนิดๆหน่อยๆ จะลุ้นมันอะไร ข้าให้โควตาเอามั้ยล่ะ"
"ไม่ต้องหรอกครับ"
แลงหยิบเงินที่ลำแพงให้และที่ขายสร้อยทองได้ออกมาโชว์
"วันนี้ ผมมีเป็นปึกครับ"
"งั้นก็สนุกให้เต็มที่น้องรัก"

ดิตถ์ตบบ่าแล้วดันแลงไปเล่นพนัน แลงเดินอารมณ์ดี ตีเงินปึกใหญ่ ซึ่งมาจากน้ำพักน้ำแรงของพี่สาวกับมือไปมา มองหาโต๊ะลงเล่นทันที

จบตอนที่ 8

อ่านต่อตอนที่ 9 พรุ่งนี้เวลา 09.30น.
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 17
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 17
ชาติกล้าเดินออกมาจากบ้านวศิน ระหว่างนั้นเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ชาติกล้าหยิบมือถือขึ้นมาดูเบอร์แล้วกดรับสาย “ตายยากจริงนะ” ภูวนัยนั่นเองโทร.มา และกำลังคุยมือถือด้วยแววตาเคียดแค้น “ฉันจะตายไม่ได้ จนกว่าจะได้ฆ่าแก” “ถ้าอย่างนั้นแกจะมาฆ่าฉันเมื่อไหร่ดีละ แต่บอกไว้ก่อนนะถ้าคราวนี้ฉันไม่ตาย แกอาจต้องไปงานศพหลานแก” “อย่ายุ่งกับครอบครัวฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะเปิดโปงคลิปที่แม่เลี้ยงมีทันที” ชาติกล้าได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักไป “แล้วแกจะเอายังไง” แววตาชาติกล้าเป็นประกายวาววับ เห็นความร้ายกาจผุดขึ้นมาทันที ไผ่พญากับตะวันฉายกำลังเดินออกมาจากเซฟเฮาส์
กำลังโหลดความคิดเห็น...