xs
sm
md
lg

มายาสีมุก ตอนที่ 21

เผยแพร่:

มายาสีมุก ตอนที่ 21

 
ภาพเป็นในอดีต ชลลดานั่งอยู่ในห้องกับภัททิมา


“กรีดข้อมือ ลูกไก่กลัวเจ็บ เลือดออกหมดตัว ซี้แหงแก๋”
“ซี้เซ้อที่ไหน ก็แค่ขู่ๆ พวกมั่นไปก่อนแหละ พอแม่กรี๊ดนะ ลูกก็รีบร้องไห้แล้วก็ควักมีดมาขู่ ทำจะกรีดจริง เอาให้เนียน ให้เป๊ะนะ แต่อย่าให้โดนมีดเข้าจริงๆ ล่ะ”
ชลลดายิ้มย่องในแผนการ ภัททิมาทำท่าแหยงๆ เบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้
ชลลดาทำท่าจะกรีด มณีร้องกรี๊ด ชลลดายั้งมือไว้ทำเป็นร้องไห้
“คุณชลลดา ใจเย็นๆ”
“คุณพี่ไม่เข้าใจหรอก ชลกับลูกเจ็บมามาก โดนทิ้งแบบนี้จะมองหน้าใครเขาได้อีก ให้ทนอยู่อย่างนี้สู้ตายดีกว่า”
ชลลดาพลิกด้านไม่คม ทำท่าจะเชือด คีรินทร์พุ่งเข้าหาจับมีดในมือรั้งไว้ ชลลดากรี๊ดแล้วพยายามจะดิ้น ภัททิมาหน้าเหวอว่าชลลดาแสดงสมจริงมาก
“คุณน้า ปล่อยมีดสิครับ”
“ฮือออ อย่าห้ามน้าเลย ฮือออ”
ไข่มุกมองอย่างเป็นห่วง ขยับจะเข้าช่วยแต่จินจูดึงมือเอาไว้ นุชนารถพุ่งเข้าหาคีรินทร์แล้วจับข้อมือชลลดา
“คุณรินทร์ถอยค่ะ นุชคุยเอง”
คีรินทร์สบตานุชนารถ ส่ายหน้า นุชนารถพยักหน้า ชลลดายังคนดิ้นจนมือหลุดจากมือคีรินทร์ นุชนารถรีบคว้าไว้ อีกมือนึงจับข้อมืออีกข้าง นุชนารถมองสบตาชลลดาแล้วยิ้มร้าย แกล้งทำเป็นโดนชลลดาสะบัดแต่อาศัยจังหวะจับมีดกรีดแขนชลลดาเป็นเลือดออกซิบๆ ชลลดาเห็นเลือดก็ร้องลั่น โยนมีดทิ้งลงพื้น
“อ๊ายย เลือดดด แขนชั้น ฮือๆๆ”
นุชนารถทำท่าตกใจ ถอยห่าง
“คุณชล ห้ามเลือดก่อนนะคะ”
นุชนารถเข้าไปจับแขนที่เลือดออกแล้วบีบแรงขึ้น ชลลดากรี๊ดลั่น
“ปล่อย ปล่อยชั้น ฮือๆๆๆ ชั้นไม่อยากตาย ฮื้อออ”
ภัททิมาเห็นก็กรี๊ดลั่น
“คุณแม่ ฮือออ คุณแม่อย่าตายนะ”
นุชนารถทำท่าเหมือนถูกชลลดาสะบัดออก ทำเป็นล้มลงไปที่พื้น คีรินทร์เข้าไปประคองกอดให้ถอยมา
“นังนุช แกจะฆ่าชั้น แกเอามีดเชือดแขนชั้น ฮื้อออ รถพยาบาลอยู่ไหน โอยยย ลูกไก่ แม่จะเป็นลม”
ชลลดาทำท่าเวียนหัวเป็นลม ภัททิมารีบรับเอาไว้ มณีมองอย่างรังเกียจแกมแขยง
“นี่ อย่ามาตายในบ้านชั้นนะ แผลแค่เลือดซิบร้องจะเป็นจะตาย แล้วยังมีหน้ามาโทษคนอื่นอีก ลูกไก่ พาแม่ติงต๊องเธอไปจูนสมองหน่อยไป๊”
นุชนารถลอบมองอย่างสะใจ จินจูกับคธามองสบตากันอย่างเอือมกับความวุ่นวายในบ้านคีรินทร์

คีรินทร์กับๆไข่มุกเดินเล่นในสวน คีรินทร์หน้าเครียดๆ ไข่มุกลอบมองอย่างหนักใจ
“ไม่นึกเลยว่าคุณชลจะบ้าได้ขนาดนี้”
“ชั้นว่าเรื่องแต่งงานของเรา...”
คีรินทร์จับมือไข่มุก สบตา
“ชั้นจะแต่งกับเธอ จะเป็นพ่อและสามีที่ดีที่สุด และจะเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่ขอเวลาให้นุชกับสองแม่ลูก เขาเตรียมตัวเตรียมใจหน่อย อีกสักพักคงตั้งหลักได้ แล้วชั้นจะพูดให้เขาเข้าใจ คิดว่าคงอีกไม่นาน นะ” ไข่มุกอึ้งไปอย่างเซ็งปนน้อยใจ ไม่ยอมตอบอะไร คีรินทร์ก็อึ้ง ปล่อยมือออก ถอนหายใจหนัก “งอนอีกแล้ว ตั้งแต่ท้องนี่งอนบ่อยขึ้นเยอะเลย รู้ตัวมั้ย”

คีรินทร์ยิ้มอย่างตั้งใจแหย่ แต่ไข่มุกยิ่งงอนหนักเข้าไปอีก คีรินทร์มองไข่มุกอย่างเอือมนิดๆ ขณะนั้นจินจูยืนมองทั้งคู่อย่างสงสารและเป็นห่วงไข่มุกมาก
 
จินจู ไข่มุก คธานั่งกินของว่างกันอยู่ ไข่มุกจิ้มขนมในจานอย่างใจลอยๆ แววตาเศร้า จินจูมองอย่างสงสาร
 

“กลับไปอยู่ที่โรงแรมด้วยกันมั้ย ทำไมต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย”
ไข่มุกลังเล คิดหนัก
“หนูยังไม่รู้เลยค่ะ ว่าจะเอายังไงต่อดี”
“ถ้างั้นกลับเกาหลีกันมั้ย แม่กำลังขอให้พ่อเขาไปทำงานที่นั่น นะลูก เราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา”
ไข่มุกนิ่งไป แล้วลูบท้องเบาๆ
“แต่หนูอยากให้ลูกเกิดเมืองไทย อยากให้เขาได้รู้จักที่นี่ว่าเป็นบ้านเกิดเขา”
คธาลูบหัวไข่มุกเบาๆ
“ตามใจลูกเถอะคุณ”
“แต่ว่าเรื่องคีรินทร์...”
คธาส่งสายตาปรามจินจู
“ผมเชื่อ ว่าอีกไม่นานคีรินทร์จะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ผมแน่ใจว่าเขารักลูกสาวเราจริง”
คธาพูดอย่างเชื่อมั่นในตัวคีรินทร์ ไข่มุกนิ่งไป ไม่ตอบอะไร คธาโอบไข่มุกเข้ามากอดอย่างเข้าใจและปลอบใจไปด้วย

คีรินทร์คลี่ม้วนแปลนก่อสร้างเทียบกับสถานที่เดินดูแล้วแล้วพับเก็บ หันไปพยักหน้ากับวิศวกรคุมงาน
“จะเสร็จทันกำหนดมั้ยครับ”
“อีกสามเดือนน่าจะเรียบร้อยครับ”
“ดี”
วิศวะกรเดินออกไป คีรินทร์เดินเล่นสำรวจตึกที่กำลังสร้าง มองพื้นที่ก่อสร้างอย่างสนใจ ระหว่างนั้นกลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวเป็นคนงานก่อสร้างมองสบตากัน คีรินทร์เดินมองไปรอบๆ ตึกชั้นบน คนร้ายวิ่งเข้ามาล้อม คีรินทร์
ชะงัก
“มีอะไร เฮ้ย”
คนร้ายพุ่งตัวเข้าหาคีรินทร์ คีรินทร์หลบ คนร้ายกลิ้งตัวกับพื้น คนร้ายอีกคนเข้ามาจะต่อย คีรินทร์หลบหมัดแล้วเตะเข้าข้อพับจนล้มไป
“พวกแกต้องการอะไร ใครส่งแกมา”

กลุ่มคนร้ายพุ่งเข้าใส่คีรินทร์ คีรินทร์ก้มตัวหลบล้มกลิ้งออกมา แล้วต่อยคนที่วิ่งตาม คีรินทร์มองคนร้ายที่ไล่ตามมาอย่างตกใจแล้วรีบวิ่งลงบันไดไป
 
คีรินทร์วิ่งวนลงบันไดพลางแหงนหน้ามอง
 

“เฮ้ย อย่าหนีสิวะ หยุด”
คีรินทร์วิ่งลงเรื่อยๆ แล้วหยุดหอบที่ชั้นพัก เสียงคนร้ายวิ่งตามลงมา คีรินทร์รีบวิ่งลงมาต่อพอเห็นคนก็ทำท่าจะเรียกให้ช่วย แต่คนนั้นหันกลับมาก่อนเป็นวัฒนาที่มองคีรินทร์ ยิ้มเหี้ยม
“วัฒนา”
คีรินทร์อึ้ง วัฒนาเข้ามาชกท้อง คีรินทร์ตัวงอกุมท้องแน่น วัฒนาลากคีรินทร์กับพื้นมาเหวี่ยงไว้ คีรินทร์ทำท่าจะลุก วัฒนาตามมาเหยียบมือไว้
“โอ้ยย ไอ้วัฒ” วัฒนาแค่นยิ้ม
“แค่นี้ยังไม่เจ็บเท่าที่ชั้นโดนพวกแกทำหรอก”
วัฒนากระชากเสื้อ โชว์รอยแผลเป็นจากกระสุนสามสี่รอย คนร้ายวิ่งตามมาสมทบ ยืนล้อมคีรินทร์ที่ถูกเหยียบมืออยู่
“แกทำตัวเองต่างหาก มอบตัวตอนนี้แกยังมีทางรอด”
วัฒนาขยี้เท้าจนคีรินทร์ร้องลั่น วัฒนายิ้มเหี้ยม
“ชั้นรอดแน่ แต่คนที่ต้องตาย คือแก”
วัฒนามองลูกน้อง พวกคนร้ายรุมล้อม คีรินทร์มองอย่างกลัวๆ วัฒนาขยี้เท้าอีก คีรินทร์ร้องอย่างเจ็บปวด ระหว่างนั้นมีเสียงฝีเท้าคน เห็นเป็นวิศวกรกับคนงานวิ่งลงบันไดมาไกลๆ วัฒนาชะงัก
“ทำอะไรกัน”
“หนีก่อน”
วัฒนากับพวกวิ่งเข้าไปในลิฟท์ก่อสร้างแล้วดึงประตูเหล็กมาปิด พวกวิศวกรวิ่งมาถึงคีรินทร์ คีรินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้น จ้องมองวัฒนาผ่านซี่ลิฟท์ วัฒนากดลิฟท์ลงยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เราได้เจอกันอีกแน่”
ลิฟท์เลื่อนลงพาตัววัฒนากับลูกน้องไป คีรินทร์มองตามอย่างเจ็บใจและรู้สึกหวั่นใจ
ภายในห้องนั่งเล่นบ้านคีรินทร์ คีรินทร์นั่งอยู่กลางวง สีหน้าเคร่งเครียด มณีตกใจมากเมื่อรู้ว่าวัฒนายังไม่ตาย
“อะไรนะ วัฒนายังไม่ตาย”
ทุกคนมีสีหน้าตกใจ ยกเว้นชลลดากับภัททิมาที่ยิ้มนิดๆ อย่างอมภูมิว่ารู้อยู่แล้ว นุชนารถยืนนิ่งหน้าเครียด
“ครับ”
เขมทัตเดินเข้ามาพลางทำท่ากดวางโทรศัพท์ สีหน้าเครียดไม่แพ้กัน
“พ่อให้เพื่อนที่เป็นผู้บัญชาการช่วยสืบให้แล้ว และก็ขอให้เขาส่งสายตรวจมาช่วยๆ ดูแถวบ้านเราให้บ่อยขึ้น ยังไงก็ต้องระวังไว้ก่อน”
คีรินทร์หันหาไข่มุก
“ตอนนี้วัฒคงกะเล่นงานไม่ชั้นก็เธอ ระวังตัวให้มากๆ อย่าออกไปไหน เข้าใจมั้ย”
“แต่ชั้นอยากไปเยี่ยมแม่วันดี”
คีรินทร์มองอย่างโมโห
“หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างงี้ อย่าเพิ่งทำอะไรได้มั้ย ชั้นไม่ให้ไป”
“ทำไมต้องโมโหใส่ด้วย”

“ก็ชั้นเป็นห่วง ไม่รู้ล่ะ ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น”
 
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
 
 
 
มายาสีมุก ตอนที่ 21 (ต่อ) ไข่มุกมองคีรินทร์อย่างอึ้งๆ ปนโมโหนิดๆ เขมทัตตบบ่าคีรินทร์ให้ใจเย็นๆ คีรินทร์ถอนใจอย่างพยายามระงับอารมณ์โมโห
“น่ากลัวจริงๆ แม่ก็นึกว่าตายไปแล้ว ดั๊นฟื้นคืนชีพอย่างกับซอมบี้ โอ้ยย ตายๆๆ ทำยังไงดี” มณีเหลือบมองชลลดากับภัททิมาที่ทำนิ่ง “นี่ แล้วหล่อนสองคนไม่ตกใจเหรอยะ เอ๊ะ หรือว่ารู้อยู่แล้ว”
ชลลดานึกได้ ทำท่าตกใจเว่อร์
“อุ๊ย ชลกับลูกกลัวจนพูดไม่ออกต่างหากค่ะ คราวที่แล้วยังจำได้ หลอนไม่หาย กลั๊วกลัว”
“แต่ว่าวัฒนากลับมาแบบนี้ ไม่รู้มีใครรู้เห็นรึเปล่า แบบว่าคนที่เคยร่วมมือกัน อุ๊บ...” ชลลดารีบเอามือปิดปากภัททิมา ชลลดาถลึงตาใส่แล้วกระซิบลอดไรฟัน
“เงียบ อย่าโง่ซ้ำซาก”
มณีหันไปมองนุชนารถอย่างเหวอๆ ปนหวาดกลัว นุชนารถทำหน้าเคร่งขรึม กัดริมฝีปากแน่น คีรินทร์มองนุชนารถ ​
“นุช คุณทำรึเปล่า”
นุชนารถเงยหน้าสบตาคีรินทร์นิ่ง ไข่มุกแอบมองอย่างน้อยใจนิดๆ
 
คีรินทร์กับนุชนารถเดินอยู่ด้วยกันในสวนหน้าบ้าน นุชนารถจับมือคีรินทร์เบาๆ แววตาเศร้า
“นุชอยากให้รู้ ว่านุชไม่มีทางทำร้ายคุณกับครอบครัวแค่ที่เคยทำไปก็ผิดมากพอแล้ว”
คีรินทร์จับมือนุชนารถ บีบเบาๆ
“ผมเชื่อว่าคุณไม่เกี่ยว”
“คุณเชื่อ แต่คนอื่น...คุณชลลดาคงปักใจว่านุชเป็นคนทำแน่ๆ”
คีรินทร์บีบมือให้กำลังใจ
“คุณชลจะว่ายังไงก็อย่าไปใส่ใจเลย เราทำอะไรรู้อยู่แก่ใจตัวเองก็พอ”
นุชนารถอึ้งไปนิด แต่รีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มเศร้าๆ
​“ทุกคนดีกับนุชมาก ขอให้เชื่อนะคะ ว่านุชไม่มีวันทำให้พวกคุณผิดหวัง”
นุชนารถน้ำตาคลอนิดๆ คีรินทร์อดเห็นใจไม่ได้ดึงตัวเข้ามากอด ไข่มุกที่กำลังจะมาตามเห็นเข้าพอดี ไข่มุกหยุดชะงักยืนมองอย่างน้อยใจและขมขื่น
 
ชลลดาลากตัวภัททิมามาตามทางเดิน ภัททิมาร้องโอดโอย
​“โอ๊ย คุณแม่อย่าลากสิคะ ลูกไก่เจ็บ มือจะหักหมดแล้ว”
ชลลดาปล่อยมือ มองอย่างโมโห
“เจ็บก็ดี จะได้ฉลาดๆ มั่ง ไปพูดเรื่องนังนุชทำไมฮะ”
ภัททิมาหน้าเหวอ อย่างงงๆ
“อ้าว ทำไมพูดไม่ได้ล่ะคะ เราเห็นนังนั่นดักเจอวัฒนาก็บอกทุกคนไปสิคะ จะได้ไม่ต้องหาว่าเราทำนังไข่เน่า”
ชลลดากุมขมับ ปวดหัวจี๊ด
“ตายๆๆๆ ทำไมชั้นมีลูกโง่ขนาดนี้ จำไม่ได้เหรอ ที่เคยคุยกันไง ปล่อยให้ตีกันเอง พอจบปุ๊บ ตลบหลังแจ้งตำรวจ แล้วไง เราก็ฟินนาเล่ ครองทุกอย่างคนเดียว” ชลลดาจิ้มหน้าผากภัททิมา “ ฉลาดขึ้นบ้าง ฉลาดไวๆ ไม่ได้ครึ่งของแม่เลย”
ภัททำวี้ดว้ายหลบ พูดต่อหน้างอๆ
“ไม่ต้องย้ำค่ะ รู้แล้วว่าโง่ คุณแม่ขา แล้วนังพยาบาลรู้ว่าเราสงสัยอย่างงี้ จะกล้าทำไข่มุกเหรอ เห็นมั้ยคราวนี้ลูกไก่ฉลาดแระ”
ชลลดากอดอกยิ้มร้าย แววตาฉายประกายเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ
​“มันไม่กล้า เราก็จัดให้แทนสิ”
คืนนั้นคีรินทร์นอนก่ายหน้าผากคิดหนักเรื่องวัฒนาอย่างกังวล ไข่มุกเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้านิ่ง นั่งลงปลายเตียง คีรินทร์ลุกขึ้นเอาผ้าในมือช่วยเช็ดให้แล้วกอดแน่น
“เกือบจะไม่ได้กลับมากอดเมียแล้ว ขอชื่นใจทีนึงนะ” คีรินทร์จะหอม ไข่มุกนิ่งให้หอมแต่สีหน้าเฉยเมย คีรินทร์หอมค้าง แล้วมองสงสัย “อ้าว งอนอะไรอีกล่ะ” ไข่มุกนิ่งเฉยไม่ตอบ “คุณคร้าบบ คุณภรรยา ไม่พูดอย่างงี้จะรู้ได้ไง หันมาเร็ว ให้จุ๊บทีนึงแก้งอน” ไข่มุกไม่ตอบ หันมามองหน้าแล้วเมิน คีรินทร์มองอย่างฉุนๆ “อะไรอีกเนี่ย น่า หันมาเร็วๆ”
คีรินทร์แกล้งเอามือลูบไหล่ไข่มุก ไข่มุกปัดมือออกทันที คีรินทร์ทำหน้าบึ้ง “เออ งอนไปเลย ชั้นจะถูกฆ่าอยู่แล้ว เครียดจะตาย ยังงอนอยู่ได้ เบื่อ ปวดหัว เซ็ง ทำไมไม่เข้าใจบ้าง”
คีรินทร์ถอนใจหงุดหงิด ไข่มุกหันกลับมามองตาเขียว
​“จบยัง จบแล้วใช่มั้ย งั้นตาชั้นบ้าง” ไข่มุกเอาผ้าในมือฟาดไปพูดไป “ชั้นก็เบื่อ เซ็ง เครียดจะตายเหมือนกัน ผู้หญิงคุณมีเป็นร้อย ตามราวีกวนชั้นกับลูกไม่ได้หยุด ไหนว่าจะจัดการ ไม่เห็นทำอะไรสักอย่าง เดี๋ยวก็กอดคนนู้น ซบคนนี้”
คีรินทร์ปัดป้องผ้าที่ฟาดมา
“เฮ้ย อย่า เจ็บ ไข่มุก เจ็บ บอกว่าเจ็บ”
“เจ็บสิดี ชั้นสุดจะทนแล้ว ชั้นเหนื่อย เบื่อมากๆ เบื่อ”
คีรินทร์แย่งผ้าเช็ดตัวมาได้ก็โยนทิ้ง ไข่มุกมองตาเขียวแล้วล้มตัวนอนหันหลังให้คีรินทร์ คีรินทร์มองอย่างโมโห ทำท่าอยากขย้ำ แต่ห้ามใจไว้​
“ได้ เอาแบบนี้ใช่มั้ย ไม่ต้องพูดกันแล้ว งอนไปเลย”
คีรินทร์นอนหันหลังให้เหมือนกัน สีหน้าโมโหไม่หาย พอจะดึงผ้ามาห่มก็ถูกไข่มุกดึงไปห่อตัว คีรินทร์หันมองแล้วฟึดฟัดหันกลับ นอนหลับตาทั้งๆ ที่ไม่มีผ้าห่ม
 
วันต่อมานุชนารถนัดเจอกับวัฒนาที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง วัฒนายืนรออยู่ใต้ต้นไม้ในสวนสาธารณะ  นุชนารถเดินมาจากข้างหลัง ท่าทางโมโห พอถึงตัววัฒนาก็ทุบไม่ยั้ง วัฒนาตกใจ จับข้อมือไว้ให้หยุด
“เป็นบ้าอะไร”
นุชนารถสะบัดมือออก
“ไหนว่าจะทำนังมุก ไม่ยุ่งกับรินทร์ไง แล้วเมื่อวานน่ะอะไร” วัฒนานิ่งไม่ตอบ นุชนารถมองอย่างโมโหจัด “ชั้นจะไม่ช่วยคุณแล้ว ไม่ต้องติดต่อมาด้วย อย่ามายุ่งกับชั้นอีก”
“ก็ได้ๆ โอเค ผมสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับไอ้รินทร์แล้ว พอใจยัง” วัฒนามองหน้าไข่มุก “แต่คุณช่วยผมเรื่องสุดท้ายได้มั้ย ถ้าสำเร็จ ผมไปแน่”
นุชนารถมองอย่างระมัดระวัง
“อะไร”
“ผมอยากได้ในสิ่งที่ควรจะได้”
วัฒนาพูดแล้วยิ้มร้าย นุชนารถมองอย่างไม่ไว้ใจ
ไข่มุกเดินขึ้นบันไดในบ้านไปถึงกลางบันไดเจอกับภัททิมาเดินสวนลงมา ไข่มุกจะหลบแต่ภัททิมากลับปิดทาง ไข่มุกขยับไปอีกด้านก็ตามไปปิดอีก
“หลบหน่อยค่ะ คุณลูกไก่”
“ไม่หลบ จะทำไมยะ”
ไข่มุกถอนใจจะเดินสวนขึ้น ภัททิมารีบเบียดไหล่อย่างแรง
​“ว้าย”
ไข่มุกเซเกือบจะตกบันได แต่มือเหนี่ยวราวบันไดไว้ได้ทัน ภัททิมาเบียดอีกแต่เหยียบพื้นลื่นหล่นลงไปสองสามขั้นกองอยู่ตรงชั้นพัก​
“ว้ายย โอ้ยย เจ็บ”
ไข่มุกกำลังจะเหนี่ยวตัว นุชนารถเดินลงมาจากบันไดชั้นบนมองไข่มุกอย่างเย็นชาแล้วเดินเลยไปถึงภัททิมาที่นอนกองเจ็บขาอยู่ นุชนารถมองอย่างสมน้ำหน้าทั้งคู่แล้วเดินลงไป ภัททิมากรี๊ดลั่น
“อ๊ายยย นังบ้า ไม่ช่วยยังเยาะเย้ยอีก”
ชลลดาโผล่มาจากชั้นบนหน้าตาตื่น วิ่งลงมาประคองภัททิมา
​“ลูกไก่ โธ่ เจ็บตรงไหนลูกขา” ชลลดามองหน้าไข่มุก “เดินอีท่าไหนยะ ทำลูกชั้นกลิ้งขนาดนี้  ดีนะไม่ตกลงไปคอหัก”
“แผนคุณแม่ทำลูกไก่เกือบตาย ดีนะมือเหนียว” ภัททิมากระซิบบอกแล้วพูดเสียงดังปนร้องโอดโอย “หัดระวังมั่งสิยะ ฮือออ เจ็บไปทั้งตัวกระดูกร้าวมั้ยเนี่ย”
ภัททิมาทำร้องสะอื้นสำออย
“ลูกคุณต่างหากที่ชนชั้นแล้วตกลงไปเอง” ไข่มุกบอก
“นี่แกว่าลูกชั้นซุ่มซ่ามเหรอ” ไข่มุกมองแล้วหันหลังเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างไม่สนใจปนเบื่อหน่าย ชลลดามองตามอย่างนึกแค้น “หนอย หนังเหนียวนักนะ คราวหน้าแม่จะเล่นให้เดี้ยงเลย”
“ก่อนมันจะเดี้ยง ลูกไก่ได้ตายก่อนแหง โอยย”
ภัททิมาพูดไปร้องไห้ไป
 
วันเดียวกันนั้นที่หน้าโกดังร้าง นุชนารถยื่นคีย์การ์ดให้วัฒนา วัฒนายื่นมือรับด้วยใบหน้ายิ้มๆ อย่างมีแผนการ
“ขอบใจนะ”
นุชนารถมองอย่างระแวง
“คุณเอาคีย์การ์ดชั้นห้องผู้บริหารไปทำไม”
วัฒนานิ่ง ยิ้มนิดๆ
“อาทิตย์หน้าจะมีประชุมกรรมการผู้ถือหุ้นใช่มั้ย”
นุชนารถยิ่งงงเข้าไปใหญ่ วัฒนายิ้มร้าย
 
 
อ่านต่อเวลา 17.00น.
มายาสีมุก ตอนที่ 21 (ต่อ) คืนนั้นเขมทัตยังอยู่ที่ห้องทำงานกำลังเซ็นเอกสารปึกใหญ่ เสียงวัฒนาที่บอกนุชนารถถึงแผนการดังแทรกเข้ามา
“ก่อนการประชุมกรรมการผู้ถือหุ้น คุณเขมทัตมักจะอยู่อ่านรายงาน และเคลียร์เอกสารจนดึก”
เลขาเคาะประตู เดินเอาแฟ้มงานมาวางบนโต๊ะ
“แต่เลขาของเขาจะกลับบ้านตอนสี่ทุ่ม เวลานั้นแหละที่ผมต้องการ”
นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มนิดๆ
“ท่านประธานคะ ดิชั้นขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“อ้าว สี่ทุ่มแล้วเหรอ โทษทีๆ กลับก่อนได้เลย เดี๋ยวผมดูเอกสารนี่อีกแป๊บนึง”
เลขาไหว้ขอบคุณ เขมทัตพยักหน้าแล้วก้มลงอ่านเอกสารต่อ
 
เลขาเดินหิ้วของออกมานอกห้องแล้วกดลิฟต์ เข้าไปในลิฟต์ ประตูลิฟต์ปิดลง วัฒนาที่ซุ่มอยู่เดินออกมา หยิบคีย์การ์ดแล้วยิ้มร้าย รูดคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าห้อง
เขมทัตนั่งทำงานอยู่ในห้อง เสียงเปิดประตูกับฝีเท้าเดินเข้ามา เขมทัตถามทั้งๆ ก้มหน้าอ่านเอกสาร
“ลืมอะไรเหรอ ทำไมยังไม่กลับอีก” วัฒนาเงียบ เขมทัตเซ็นเอกสารอยู่ก็ชักเอะใจเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเป็นวัฒนาก็ตกใจ พยายามคุมสติ “วัฒนา”
วัฒนาหยิบปืนออกมาขู่ เล็งที่เขมทัต​
“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งครับ ท่านประธาน”
“มาทำไม จะเอาอะไรอีก”
เขมทัตพูดนิ่งๆ เลื่อนมือจะกดปุ่มเรียกรปภ. วัฒนาเห็นก่อนปัดมือเขมทัตแล้วเลื่อนปืนเข้าไปใกล้ เขมทัตรีบยกสองมือ
“อย่าดีกว่า ไม่งั้นผมอาจจะทำปืนลั่นขึ้นมาก็ได้”
วัฒนาหยิบโทรศัพท์ของเขมทัต
“ตามมันออกมา”
เขมทัตนิ่ง ไม่ยอมรับโทรศัพท์มา
“ชั้นไม่โทร”
วัฒนาแค่นยิ้มร้าย ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้ามองสบตาเขมทัต
“จะโทรหรือจะเป็นศพตอนนี้ เลือกเอาแล้วกัน”
วัฒนามองสบตาเขมทัตอย่างเป็นต่อ เขมทัตมองโทรศัพท์สลับกับวัฒนาอย่างตัดสินใจไม่ถูก
ไข่มุกเดินอยู่ในห้องโถงกำลังจะเดินไปห้องครัว โทรศัพท์ดังขึ้น ไข่มุกกดรับ
“ค่ะคุณพ่อ ให้ไปคนเดียวห้ามบอกใครเหรอค่ะ ค่ะ หนูจะรีบไป”
ไข่มุกกดปิด สีหน้ากังวลใจปนสงสัยนิดๆ แล้วรีบร้อนเดินผ่านห้องโถงออกไปด้านนอกสวนกับชลลดาและภัททิมาที่เข้ามาด้านใน
“จะไปไหนยะ ดึกๆดื่นๆ รีบหูตั้งเชียว” ไข่มุกไม่ตอบ เดินเลยออกไป​“เอ๊ะ เดี๋ยวนี้ทำหยิ่งเหรอ”
“สงสัยแอบไปหากิ๊กแน่ๆ เลยค่ะ คุณแม่ขา”
ชลลดามองภัททิมาอย่างอ่อนใจ
“กิ๊กแก๊กอะไร ท้องอย่างงี้กิ๊กกระเจิงหมดแล้วแหละ แม่ว่าท่าทางอย่างงี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ”
ชลลดามองตามอย่างสงสัย สีหน้าอยากรู้อยากเห็นมาก
 
รถของคีรินทร์แล่นมาเกือบถึงหน้าบ้าน ไข่มุกโบกแท็กซี่ที่กำลังจะจอด คีรินทร์ลดกระจกจะเรียก​​“ไข่มุก ไข่มุก จะไปไหน” ไข่มุกไม่ได้ยิน ขึ้นแท็กซี่แล้วออกรถไป คีรินทร์มองตามอย่างสงสัย “ดึกป่านนี้จะไปไหนอีกหรือว่าไปหาผู้ชาย”
คีรินทร์มองตาม แล้วขับรถตามไปอย่างใจร้อนปนสงสัย
 
เขมทัตยืนอยู่หน้าเซฟในห้องทำงาน เขมทัตยืนนิ่ง ทำท่าคิด วัฒนามองอย่างหงุดหงิด
“เร็วๆ สิ”
เขมทัตถอนใจ หันกลับมามอง
“เดี๋ยวก่อน ขอเวลานึกแป๊บ” เขมทัตทำยืนงงๆ จับตู้เซฟทำท่าจะหมุนอย่างนึกไม่ออก “เอ...อันไหนหว่า หมุนก่อนใส่รหัส หรือใส่รหัสก่อนหมุนสองรอบ”
“อย่ามาลูกเล่น เปิดไวๆ ผมไม่มีเวลาแล้ว”
“ใจเย็นๆ สิ คนแก่ จำอะไรไม่ค่อยได้ ตาก็ไม่ดี ยิ่งเร่งยิ่งทำผิด” วัฒนาเอาปืนจี้เอว
“จำได้หรือยัง เปิดซะ จะยอมเสียแค่ของหรือจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่”
เขมทัตชะงัก มองตู้เซฟแล้วกดรหัส
“ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ชั้นเสียดายเธอจริงๆ”
เขมทัตพึมพำแต่วัฒนาไม่ฟัง เซฟส่งสัญญาณรหัสถูกต้อง ประตูเซฟเปิดออก เห็นเงินเป็นฟ่อนและทองคำเต็มตู้ เครื่องเพชรอีกมากมาย วัฒนามองของในเซฟตาโตอย่างโลภมาก เขมทัตมองวัฒนาอย่างเสียดายในความสามารถและความโลภของวัฒนา
แท็กซี่จอดลงที่ริมถนนใหญ่ ไข่มุกลงจากรถมายืนรอ คีรินทร์แล่นรถตามมาห่างๆแล้วจอดไกลออกไปแอบซุ่มดู
ไข่มุกยืนหันซ้ายขวา รถของเขมทัตแล่นมาจอดเทียบ ไข่มุกเปิดประตู
“คุณพ่อ...วัฒนา”
ไข่มุกชะงักอย่างตกใจ วัฒนาถือปืนเล็งมาที่ไข่มุก
​“ขึ้นมา”
ไข่มุกส่ายหน้า ทำท่าจะถอย
“ไม่ แกทำอะไรคุณพ่อ เขาอยู่ที่ไหน”
คีรินทร์ที่จอดรถซุ่มดูอยู่ไกลๆ มองอย่างสงสัย เห็นไข่มุกทำท่าละล้าละลัง
“พ่อนัดไข่มุกออกมาทำไม”
วัฒนาดึงมือไข่มุก
“ขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ตอบมาก่อน คุณพ่ออยู่ไหน ปลอดภัยมั้ย”
วัฒนาเอามือฉุดไข่มุกดึงขึ้นรถทันที ไข่มุกทำท่าจะร้องแต่ประตูรถปิดลงก่อน คีรินทร์มองอย่างตกใจปนงงมาก
“เฮ้ย มีฉุดขึ้นรถด้วย เล่นอะไรของเขาเนี่ย”
คีรินทร์มองรถเขมทัตที่แล่นห่างออกไป แล้วรีบขับตามไปอย่างงงๆ
 
มณีถือถุงช็อปปิ้งเดินบ่นๆ จิ้มโทรศัพท์อยู่ตรงทางเดินหน้าห้องทำงานเขมทัต
“ฮึ่ม  โทรไม่รับ จะทำงานอะไรดึกดื่นนักหนา” มณีเดินมาถึงหน้าห้องทำงานที่เปิดไฟก็เปิดเข้าไปทั้งที่ไม่ได้มอง
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์คะคุณ ชั้นช็อปจนห้างปิดแล้ว” มณีมองเขมทัตแล้วร้องออกมาอย่างตกใจ “ว้ายยย”
เขมทัตโดนมัดกับเก้าอี้ล้อเลื่อน โดนปิดปากแววตาพยายามขอความช่วยเหลือ มณีกรี๊ดลั่น มือไม้อ่อน ถุงช็อปปิ้งหล่นกระจาย​
“คุณคะ ใครทำคุณ” มณีเขย่าเขมทัตให้ตอบ เหลือบไปมองตู้เซฟที่ว่างเปล่าก็กรี๊ดลั่น “ว้ายยย ทองชั้นหายไปไหนหมด คุณเขม ใครเอาไป ตอบเร็วๆ สิ”
มณีเขย่าให้ตอบ เขมทัตตาเหลือกเพราะแรงเขย่า ส่งเสียงอู้อี้ๆ ส่ายหน้า
“แอ้อั๊ดอ่อน (แก้มัดก่อน)”
“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง เอาดีๆ สิ”
เขมทัตส่ายหน้า ยื่นหน้าให้มณี มณีทำท่านึกได้ รีบดึงเทปที่ปิดปากออกอย่างแรง เขมทัตร้องโอ๊ย
​“อูย เบาๆ เดี๋ยวปากหลุดติดเทปหรอก เขย่าซะหัวแทบหลุด ช่วยแก้มัดที่มือด้วยสิคุณ”
มณีรีบแก้มัดให้ พร้อมถามสงสัย
“ใครมันทำแบบนี้ ใครเอาทองเอาเงินเราไปหมด”
“ไม่ใช่แค่ของ  แต่วัฒนาเอาตัวไข่มุกไปด้วย”
มณีหน้าซีดอย่างตกใจมาก ทำท่าจะเป็นลม
 
คีรินทร์ขับรถตามหลังรถเขมทัตอยู่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คีรินทร์มองเห็นเป็นเบอร์เขมทัตเรียกเข้าก็กดรับ
“ฮัลโหล รินทร์อยู่ที่ไหน ยังปลอดภัยดีมั้ย”
คีรินทร์หัวเราะขำ
“เล่นอะไรอีกแล้วครับ ผมก็ขับตามรถพ่ออยู่นี่ไง แล้วนัดลูกสะใภ้ไปไหนทำไมต้องฉุดขึ้นรถด้วย” เขมทัตเงียบไป คีรินทร์นึกสงสัย “พ่อ มีอะไรรึเปล่า”
“รินทร์ ฟังดีๆ คนในรถไม่ใช่พ่อ แต่เป็นวัฒนา”
“หา ไอ้วัฒ”
คีรินทร์ถือโทรศัพท์ค้าง มองไปข้างหน้ารถเขมทัตที่ตามอยู่ห่างๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและกังวลมาก
มายาสีมุก ตอนที่ 21 (ต่อ) รถเขมทัตเลี้ยวเข้าซอย คีรินทร์ขับตามไปห่างๆ จนกระทั่งรถจอดลงที่หน้าโกดังร้าง ลูกน้องวัฒนาที่เป็นคนขับลงจากรถ เดินหายเข้าไปในโกดังร้าง วัฒนาลงจากรถพร้อมกับดึงไข่มุกลงมาด้วย ไข่มุกดิ้นรนเต็มที่
“ปล่อย ปล่อยชั้น”
“อย่าดิ้น ตามมาดีๆ”
ไข่มุกขัดขืนสะบัดมือวัฒนาออก
“ปล่อยชั้นไปเถอะ ขอร้องล่ะ ชั้นจะไม่แจ้งความ ไม่บอกใครทั้งนั้น”
วัฒนามองหน้าไข่มุก
“ไป”
วัฒนาฉุดไข่มุกหายเข้าไปในโกดัง ลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าโกดังมองไปรอบๆ แล้วปิดประตูโกดัง คีรินทร์เลื่อนรถออกมาจากที่ซ่อน จอดเลยโกดังไป มองเข้าไปข้างในอย่างเป็นห่วงไข่มุกมากในมือถือโทรศัพท์คุยกับสารวัตร​​“ผมเจอตัวไอ้วัฒแล้วครับสารวัตร”
 
วัฒนาลากไข่มุกเข้ามาในโกดัง ​
“ได้ตัวมาแล้ว”
ไข่มุกมองเห็นเป็นข้างหลังผู้หญิง ผู้หญิงหันมาเป็นนุชนารถที่ยิ้มมองไข่มุกอย่างสาแก่ใจ
​“คุณนุช” นุชนารถมองเยาะ
“ตกใจมาก”
“ทำไมคุณทำแบบนี้ ไหนคุณบอกว่าจะกลับตัว จะไม่ทำร้ายคุณรินทร์”
วัฒนาผลักไข่มุกลงกับพื้น นุชนารถเดินเข้ามาใกล้ก้มตัวลงมองอย่างสมเพช ตวัดมือตบหน้าไข่มุก
“ชั้นบอกว่าไม่ทำรินทร์ แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำแก นังตัวมารคอยขัดขวางความสุขทุกอย่าง รินทร์เปลี่ยนไปก็เพราะแก รินทร์ทิ้งชั้นเพราะแก”
ไข่มุกยืนขึ้นสบตานิ่ง แล้วตบกลับ​
“ถ้าเขาจะเปลี่ยนก็เพราะตัวคุณ ไม่ใช่ชั้น ถามตัวเองสิ ว่าทำอะไรลงไปบ้าง ทำไมเขาถึงไม่รักคุณเหมือนเดิม”
นุชนารถเงื้อมือขึ้นจะตบ แต่ไข่มุกจ้องตาสู้อย่างไม่ยอมแพ้ นุชนารถลดมือลง​
​“อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ เพราะแกอาจจะไม่ได้เห็นหน้าชั้นไปอีกตลอดชีวิต” นุชนารถจิกผมไข่มุก “ชั้นจะส่งแกไปชายแดน ถ้าโชคดีอาจจะมีเศรษฐีซื้อไปสักคน แต่ถ้าโชคร้าย...” นุชนารถยิ้มร้าย “แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องรินทร์นะ เพราะชั้นจะดูแลเอง”
นุชนารถกระชากตัวไข่มุก วัฒนามองอย่างไม่คิดจะห้าม เสียงเอะอะดังด้านนอก วัฒนา นุชนารถ ไข่มุกชะงักหันไปมองจึงเห็นคีรินทร์เดินเข้ามานิ่งๆ​
“นุช ปล่อยไข่มุกซะ”
“ไม่”
วัฒนาถือปืนในมือเล็งคีรินทร์
“มารนหาที่ตายถึงที่ ดี วันนี้จะได้จบๆ ไปซะที”
“นายนั่นแหละที่ควรจบซะที ชั้นให้โอกาสนายนะวัฒ เอาปืนลงตอนนี้ยังทัน”
วัฒนาสับไก เตรียมยิง
“สายไปแล้ว ไอ้เพื่อนรัก”
วัฒนาเหนี่ยวไก นุชนารถผละออกจากไข่มุก ดึงปืนวัฒนา ยื้อแย่งกัน คีรินทร์รีบโผเข้าหาไข่มุก ทั้งคู่กอดกันอย่างซาบซึ้ง
“ห้ามทำรินทร์ ชั้นบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ปล่อย ปล่อยนะ”
วัฒนาผลักนุชนารถกระเด็นล้มลงพื้นแล้วเดินเข้าหาคีรินทร์ คีรินทร์กอดไข่มุกไว้แน่น แต่วัฒนาดึงออกแล้วผลักไข่มุก ไข่มุกเซล้มลงท้องกระแทกกับลังที่วางรกๆ ไข่มุกล้มลงกับพื้นตัวงออย่างปวดท้องมาก
“ไข่มุก”
คีรินทร์โผเข้ากอดไข่มุกที่กุมท้องอยู่อย่างเจ็บมาก
​“คุณริน...ชั้นเจ็บ ลูก...ลูก...”
“ชั้นจะพาเธอไปหาหมอ”
นุชนารถมองคีรินทร์อย่างทั้งรักทั้งแค้น น้อยใจที่คีรินทร์ห่วงแต่ไข่มุก คีรินทร์จะประคองไข่มุกให้ลุก วัฒนาเดินเข้าจากข้างหลังถีบคีรินทร์ล้มกลิ้ง ไข่มุกล้มกระแทกพื้นอีกครั้ง เจ็บจนลุกไม่ขึ้น คีรินทร์มองไข่มุกแล้วหันไปมองวัฒนาอย่างโกรธมาก โผเข้าสู้ทันที
“ไอ้วัฒ”
คีรินทร์เข้าสู้กับวัฒนาตัวต่อตัว คีรินทร์เตะปืนในมือวัฒนากระเด็นแล้วสู้กันมือเปล่า วัฒนาเตะสูง คีรินทร์ก้มตัวลอดแล้วเตะกลับ วัฒนาพุงเข้าชกคีรินทร์ คีรินทร์สวนกลับ ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ
ขณะที่ไข่มุกนอนงอตัวอยู่บนพื้น นุชนารถหันซ้ายขวาพยายามจะหาทางช่วยคีรินทร์ นุชนารถมองไปเห็นท่อนไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ  คีรินทร์เตะข้อพับวัฒนาล้มกลิ้ง วัฒนาเหลือบเห็นปืนรีบคลานไปหยิบขึ้น คีรินทร์จะแย่งแต่วัฒนาใช้สันปืนกระแทกหัวจนล้ม วัฒนาขึ้นคร่อม จ่อปืนเตรียมยิง
“เจอกันชาติหน้า”
นุชนารถฟาดท่อนไม้ใส่วัฒนา วัฒนาร้องลั่นปืนกระเด็น คีรินทร์รีบไปหยิบมาถือไว้ นุชนารถตีวัฒนารัว
​“อย่าทำคุณรินทร์ของชั้น”
เสียงเอะอะดังเข้ามา ตำรวจ 5-6 นายพังประตูโกดังเข้ามา นุชนารถเห็นก็โยนไม้ในมือทิ้งแล้วทรุดนั่งอย่างรู้ชะตากรรมตัวเอง วัฒนามองตำรวจสลับคีรินทร์อย่างแค้นใจมาก
“ยกมือขึ้น”
วัฒนายกมืออย่างหมดหนทาง สีหน้าพ่ายแพ้ คีรินทร์โยนปืนทิ้ง วิ่งเข้าไปประคองไข่มุกที่นอนหลับตาหน้าซีด กุมท้องอย่างพูดไม่ออก
“ไข่มุก ไข่มุก เธอต้องไม่เป็นอะไรนะ”
คีรินทร์กอดไข่มุกอย่างแนบแน่น แสนจะเป็นห่วงและกลัวไข่มุกเป็นอันตราย
ไข่มุกนอนนิ่งกุมท้องอยู่บนเปลหาม คีรินทร์ยืนจับมือมองสบสายตาอย่างเป็นห่วงมาก บุรุษพยาบาลแบกเปลไข่มุกเข้ารถไปแล้วปิดประตู คีรินทร์มองตาม
วัฒนาแววตากร้าวมองไปที่คีรินทร์ ตำรวจคุมตัว วัฒนาดิ้นสะบัด​
“ไม่ต้องมาแตะ ผมเดินเองได้” วัฒนามองไปทางคีรินทร์อย่างแค้นมาก คีรินทร์มองตอบสายตาว่างเปล่าแล้วหันหลังให้ วัฒนาโกรธจัด “เพราะแก ไอ้รินทร์ แกทำให้ชั้นเป็นแบบนี้”  
วัฒนาทำท่าจะพูดต่อแต่ถูกตำรวจลากเข้าไปขึ้นรถ คีรินทร์หันมองอีกทางเป็นนุชนารถถูกจับใส่กุญแจมือ กำลังจะถูกพาขึ้นรถ
“รินทร์ รินทร์” นุชนารถสะบัดตัวจากตำรวจวิ่งเข้าหาคีรินทร์แต่สะดุดล้ม  นุชนารถร้องไห้เงยหน้ามองคีรินทร์ทั้งน้ำตา “ช่วยนุชด้วย นุชรักรินทร์นะคะ รินทร์ ช่วยด้วย”
คีรินทร์ย่อตัวลงแตะไหล่นุชนารถ
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เคยทำให้ผม ผมจะพยายามช่วยให้คุณรับโทษน้อยที่สุด แต่เรื่องของเรา...” คีรินยทร์นิ่งไป นุชนารถอึ้งไปอย่างช็อคมาก
“ไม่ นุชไม่ยอม นุชรักคุณนะ”
“มันจบแล้วนุช ผมขอโทษที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ ผมเสียใจจริงๆ”
นุชนารถมืออ่อน นั่งร้องไห้อย่างหมดอาลัย คีรินทร์มองนุชนารถอย่างสงสารมากแต่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป
นุชนารถมองคีรินทร์ทั้งน้ำตา
“ไม่...ไม่เอา อย่าไปนะริน อย่าทิ้งนุช...ไม่”
 
คีรินทร์ในสภาพอิดโรย เสื้อผ้ามอมแมมนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน จินจูกับคธาเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ จินจูเห็นคีรินทร์ก็โมโหทันที
“คุณพ่อ คุณแม่”
“เพราะเธอคนเดียว จะให้ต้องเจ็บอีกกี่ครั้ง จะให้ลูกชั้นตายให้ได้เลยใช่มั้ย”
คธาโอบจินจู ปลอบใจ
“ใจเย็นๆ น่าคุณ อย่าเพิ่งโมโหเลย ตอนนี้ลูกต้องการกำลังใจ”
จินจูกำมือแน่นพยายามระงับอารมณ์ คีรินทร์นิ่งอย่างสำนึกผิด มณี เขมทัต ชลลดา ภัททิมาเดินตามกันเข้ามาอีกทาง
“ไข่มุกเป็นไงมั่งรินทร์” มณีรีบถามคีรินทร์
“อยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอยังไม่ออกมาเลยครับ”
มณีสีหน้ากังวล เขมทัตมองนิ่ง
“หนูไข่มุกเป็นคนดี พระท่านต้องคุ้มครองแน่”
ชลลดาเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ กระซิบป้องปากกันสองคนกับภัททิมา
“ไปคุ้มคนอื่นนะคะท่าน สาธุ”
หมอเปิดประตูออกมา ทุกคนรีบกรูไปที่หน้าหมอ คีรินทร์รีบถาม
​“เป็นยังไงบ้างครับหมอ”
“แท้งแล้วใช่มั้ยคะ”
มณีมองหน้าชลลดา
“แช่
กำลังโหลดความคิดเห็น...