xs
xsm
sm
md
lg

มายาสีมุก ตอนที่ 17

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มายาสีมุก ตอนที่ 17

คีรินทร์นั่งทำงานอยู่ในห้อง เลขาเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาหน้าซีดๆ
“คุณรินทร์คะ มีกล่องพัสดุมาวางทิ้งไว้ตรงป้อมรปภ. จ่าหน้าถึงคุณรินทร์ค่ะ”
คีรินทร์รีบรับมาดู เลขาเดินออกไป คีรินทร์เปิดกล่องเจอปอยผมไข่มุกและรูปถ่ายไข่มุกที่ถูกมัดกำลังร้องไห้ โทรศัพท์ดังขึ้น คีรินทร์กดรับ
“ไอ้วัฒ แกทำอย่างงี้ทำไม”
วัฒนากับนุชนารถจอดรถอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม วัฒนานั่งอยู่ในรถแล้วคุย สีหน้าเย้ยหยัน
“นี่แสดงว่าของถึงมือแล้วสินะ ไง ของฝากจากเมียกับลูกนาย ถูกใจหรือเปล่า”
“ลูกอะไร แกอย่าเอาไข่มุกมาเกี่ยวสิ เขาเป็นแฟนนายพิพัฒน์ ปล่อยเขาซะ”
วัฒนาหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆ โง่โดนนังสองแสบหลอกแล้ว แกมันโง่จริงๆ ว่ะไอ้รินทร์ ไข่มุกน่ะเหรอแฟนไอ้พิพัฒน์ นังลูกไก่จะหลอกจับแกน่ะสิ ไม่รู้รึไงว่าแม่นั่นไม่ได้ท้องจริงหรอก”
“ว่าไงนะ”
นุชนารถแย่งโทรศัพท์มาคุยเอง
“เอามานี่ ฮัลโหลรินทร์ เห็นรูปนังนั่นรึยัง ชั้นถ่ายเองกับมือเลยนะ”
“นุชนารถ”
นุชนารถตาวาวด้วยความแค้น
“ยังจำชื่อชั้นได้อีกเหรอ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณ จะโง่ถูกหลอกซ้ำๆซากๆ นังลูกแร้งมันสะตอเรื่องท้องก็เชื่อ ชั้นจะบอกให้เอาบุญ เมียกับลูกตัวจริงอยู่ในรูปไงล่ะ นังไข่มุกมันท้องลูกของคุณอยู่”
คีรินทร์ถึงกับช็อค
“ว่าไงนะนุช ฮัลโหล นุช นุช โธ่เว้ย” คีรินทร์ตัดสายอย่างโมโหปนสงสัย “ไข่มุกท้องเหรอ”

คีรินทร์ยืนอยู่ตรงโถงกลางในห้องพักจินจู จินจูนั่งนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยติดเย็นชา
“ไข่มุกท้องใช่มั้ยครับ”
จินจุกับคธาสบตากัน จินจูถอนใจ
“ป่านนี้แล้วเพิ่งจะรู้หรือไง ไม่คิดเอะใจบ้างเหรอคุณเป็นพ่อประสาอะไร”
“เดี๋ยวนะ ผมงงไปหมดแล้ว สรุปว่าท้องกับใครกันแน่”
จินจูผลักอกคีรินทร์อย่างเหลืออด
“งงเหรอ งงใช่มั้ย กล้ามากที่ถามว่าลูกสาวชั้นท้องกับใคร ไข่มุกไม่มีทางนอกใจใคร มีแต่คุณน่ะแหละที่เห็นแก่ตัว แล้วก็ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย”
คธารวบตัวจินจูกอดเอาไว้
“ไม่เอาน่า พอเถอะจินจู คุณยิ่งไม่สบายอยู่”
“ชั้นไม่สนใจแล้วคะ จะเป็นอะไรก็ให้เป็นไปเลย แต่ลูกกับหลานชั้นต้องปลอดภัย”
คีรินทร์ปัดป้องมือจินจู
“ก็ไหนไข่มุกบอกเองว่าเป็นแฟนนายพิพัฒน์” คีรินทร์นิ่งไปแล้วทำหน้านึกได้ “ไอ้หน้าจืด”

คีรินทร์วิ่งออกไปทันที จินจูมองตามอย่างโมโหไม่หาย

ที่โรงแรม พิพัฒน์กำลังพาคู่แต่งงานมาดูห้องจัดเลี้ยง วางท่าอย่างเท่อธิบายโปรแกรมการจัดงาน
“ส่วนนี้เป็นโถงจัดเลี้ยงของโรงแรมนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นแถมเค้กแต่งงานกับน้ำแข็งแกะสลักให้ แล้วก็สามารถเลือกได้นะครับ ว่าอาหารจัดเลี้ยงจะเป็น โต๊ะจีน คอกเทล เน้นสไตล์ไหนบอกได้หมด ตามความต้องการของคุณลูกค้าเลยครับ”
คีรินทร์หน้าตาขมึงทึงเดินเข้ามา
“ขอตัวสักครู่นะครับ”
คีรินทร์ดึงพิพัฒน์ไปที่มุมห้อง พิพัฒน์ทำหน้างงๆ ไม่รู้เรื่องแต่ก็กลัวๆ คีรินทร์
“คุณคีรินทร์ มีอะไรเหรอครับ”
“ไข่มุกกับนายเป็นอะไรกัน บอกมาตามตรง”
“ปะ...เป็นแฟนครับ ร้ากกกกัน คบกันอยู่ครับ นี่จะถึงวันครบรอบแล้ว” คีรินทร์เดินเข้าไปใกล้ พิพัฒน์ผงะตกใจถอยหลัง “มี...มีอะไรครับบอส” คีรินทร์ล็อคคอพิพัฒน์ พิพัฒน์ดิ้นพล่าน “บอส ทำอะไรครับ โอ๊ย บอส อย่า อย่าครับ”
คีรินทร์ล็อคแน่นขึ้น
“บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้ ไข่มุกท้องกับใครกันแน่”
“ท้อง” พิพัฒน์ตกใจมาก “เอ่อ โอ๊ย”
“บอกมา ก่อนที่ชั้นจะเผลอรัดคอนายแรงกว่านี้”
“บอกแล้วครับ บอกแล้ว ผมกับไข่มุกไม่เคยมีอะไรกัน เด็กในท้องไม่ใช่ลูกผม”
คีรินทร์ชะงัก พิพัฒน์ได้ทีดึงมือออก ไปยืนไอสำลักอยู่ใกล้ๆ แววตาคีรินทร์รู้สึกผิดมาก

ไข่มุกนั่งกอดเข่า ผมแหว่งอยู่บนพื้น นุชนารถนั่งไขว่ห้างมองเยาะเย้ยไข่มุก
“แกกับรินทร์ก็โง่สมกันดีนะ คนนึงโดนนังลูกแร้งหลอก อีกคนนึงท้องอยู่ก็ทำเป็นนางเอกผู้เสียสละ ยอมท้องไม่มีพ่อให้ ลูกแร้งคาบไปกิน คู่โง่”
“โง่ก็ยังดีกว่าเลว ถึงชั้นจะเป็นยังไงก็ไม่เคยทำให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างคุณ”
“ฮ่ะๆๆ มีปากก็พูดไปเหอะ เลวแล้วไง ชั้นไม่แคร์ คนเลวๆ อย่างชั้นกุมชีวิตพวกแกไว้ได้แล้วกัน”
ภัททิมามองอย่างหงุดหงิด
“คำก็แร้ง สองคำก็แร้ง เดี๋ยวก็จิกให้หนังยุ่ยเลย”
นุชนารถหันขวับไปหาภัททิมา
“พูดอะไร”
ภัททิมากับชลลดายิ้มหวานปะเหลาะ
“เปล่า นี่ นุชนารถ เธอปล่อยชั้นกับแม่ไปเหอะนะ”
“ใช่ ไหนๆ ก็รู้ความจริงว่าไม่ได้ท้อง ก็ถือว่าไม่มีความแค้นต่อกันปล่อยเราไปเถอะนะ เธอจับนังแม่กับเมียคีรินทร์ไว้ก็พอ”
มณีมองหน้าชลลดา
“คิดจะหนีเอาตัวรอดเหรอชลลดา”
ชลลดาลอยหน้าไม่สนใจ ภัททิมาพูดกับนุชนารถต่อ
“น่า นะ นุชนารถ แค่ผู้ชายงี่เง่าคนเดียว ชั้นไม่เอาก็ได้ ปล่อยชั้นนะรับรองว่าไม่เอาความ ไม่ฟ้องใครสักนี้ด สาบานต่อหน้ายัยป้ามณีแร้งทึ้งเลยก็ได้อะ”
มณีมองหน้าภัททิมาอย่างนึกไม่ถึง
“นี่กล้าว่าชั้นขนาดนี้เลยหรอ ยายลูกแร้งตัวจริง”
นุชนารถยิ้มให้ชลลดากับภัททิมา ชลลดากับภัททิมาใจชื้นทำดี๊ด๊า นุชนารถเดินเข้ามาใกล้แล้วตบภัททิมาหน้าคว่ำ
“แกสองคนนี่แหละ น่าจะตายก่อนด้วยซ้ำ ชั้นไม่ลืมหรอกนะว่าพวกแกทำชั้นไว้เจ็บแสบแค่ไหน”
“นัง...นังโง่ แกก็โง่เหมือนกับไอ้คีรินทร์แหละ คิดเหรอว่าไอ้เจ้าชู้นั่นจะรักแก ว้าย โอ๊ย”
นุชนารถดึงจิกผมชลลดาจนหน้าหงาย ภัททิมาตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้าใส่ ทั้งสามคนสู้กันอุตลุต

มณีเห็นก็รีบสะกิดไข่มุก ไข่มุกทำท่าจะพูดมณีก็ทำท่าเอานิ้วชี้ปิดปาก ชี้ไปที่ทางออก มณีจูงมือไข่มุกย่องไปถึงประตูแล้วเดินออกไป

ทั้งสามคนยังสู้กันไม่สนใจใคร ภัททิมาโน้มคอนุชนารถตีเข่า มีชลลดาเกาะอยู่ข้างหลังนุชนารถพยายามจะทุบ
นุชนารถสะบัดลงแล้วจับภัททิมาเหวี่ยงไปกระแทกล้มไปทั้งคู่ ชลลดาลุกขึ้นมาแล้วเข้าไปผลักนั่งคร่อม สลับกันอยู่บนล่างกลิ้งไปมาทั่วห้อง นุชนารถมองไปทางมณีแต่ไม่เห็นก็ชะงัก นุชนารถถีบชลลดาออก แล้วลุกจะวิ่งไปข้างนอกชลลดาลุกตามเข้าไปรัดตัวนุชนารถไว้
“ปล่อย นังแก่บ้า”
“เอาเลยลูกไก่”
ภัททิมาทำท่าจะตบแบบเงอะๆ งะๆ นุชนารถได้ทีศอกใส่ชลลดา จนชลลดาจุกตัวงอ ภัททิมากรี๊ดลั่น
“อ๊ายยย แกทำแม่ชั้น นังโรคจิต ย้ากกก”
ภัททิมาโถมผลักนุชนารถเต็มแรง นุชนารถเซล้มลงพื้น ทำท่ามึนๆ อย่างลุกไม่ขึ้น พยุงตัวแล้วล้มลงไป ภัททิมาปากคอสั่นมองนุชนารถ
“ชั้น ชั้นไม่ได้ตั้งใจ ยะ อย่าตายนะ”
ชลลดาได้โอกาสรีบคว้ามือ
“อย่างนังนี่ไม่ตายง่ายๆ หรอก แต่ถ้าเราไม่หนี ได้ตายแน่ ไป”
ชลลดาคว้ามือภัททิมาจับให้วิ่งออกมาด้วยกัน นุชนารถนอนบนพื้นกุมหัวมองตามแววตาแค้นเคือง

ชลลดากับภัททิมาวิ่งกระเซอะกระเซิงมาตามทางเปลี่ยวที่เริ่มมืด ชลลดาเห็นเงาคนแว้บๆรีบโบกมือเรียก
“ช่วยด้วย ชั้นโดนจับตัวมา พาชั้นไปหาตำรวจที”
ภัททิมามองไปที่เงา
“ใครอะคะคุณแม่”
“ใครก็ช่าง แค่ช่วยเราได้ก็พอ ทางนี้ค่า ทางนี้”
เงาคนชัดขึ้น เป็นวัฒนากับลูกน้องหนี่งคนที่เดินมาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยม ชลลดากับภัททิมาตาค้างอย่างช็อคและผิดหวังมาก
“วัฒนานี่นา หนีเร็ว”
ชลลดากับภัททิมาหันกลับหลังวิ่งกลับมาอีกทาง เจอกับนุชนารถที่เดินตามมาดักเอาไว้ นุชนารถมองหน้าแล้วยิ้มเหี้ยม ซัดมือตบภัททิมาเต็มแรง ชลลดาทำท่าจะพูด โดนนุชนารถซัดด้วยหลังมือให้
“เอาตัวพวกมันไปขังไว้ที่เดิม”
ลูกน้องวัฒนาเข้าไปยึดตัวภัททิมากับชลลดา
“ปล่อย ปล่อยนะ”
ภัททิมากับชลลดาโดนลูกน้องวัฒนาลากไป นุชนารถกับวัฒนามองสบตากันแล้วมองเพ่งสายตาไปอีกทาง

มณีกับไข่มุกวิ่งหนีมาอีกทาง ไข่มุกมองไปข้างหลังเห็นลูกน้องวัฒนาตามมาไวๆ
“หยุดนะโว้ย”
“พวกมันมาแล้ว คุณมณีวิ่งไหวมั้ยคะ”
“ไม่ไหวก็ต้องไหว ไป โอ๊ย”
มณีสะดุดรากต้นไม้ ไข่มุกมือหลุดล้มกลิ้งลงไปที่พงหญ้า ไข่มุกลุกขึ้นจะวิ่งออกมา แต่ลูกน้องวัฒนาเข้ามาจับมณีไว้ได้ก่อน ไข่มุกหมอบลงกับพื้นอย่างดูเชิง
“แสบนักนะยาย เผลอแว้บเดียว เผ่นมาได้ถึงนี่”
“ปล่อยชั้นนะ ใครยายแกยะ ไอ้หน้ามหาโจร ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” มณีศอกเข้าแล้วเตะหว่างขา ลูกน้องลงไปนอนกุมเป้าหน้าเขียว มณียิ้มเยาะแล้วจะวิ่งหนีแต่ถูกลูกน้องอีกคนที่ตามมาจับไว้ “ปล่อยชั้น ไอ้พวกบ้าห้าร้อย ปล่อย”
ไข่มุกขยับลุกจะช่วยแต่เห็นวัฒนากับนุชนารถตามมา นุชนารถจับมณีบิดแขน มณีร้องโอดโอย ไข่มุกมองมณีอย่างลังเล อยากจะหาทางช่วย
“โอ้ยๆๆ เจ็บ ชั้นเจ็บ”
“ไข่มุกอยู่ไหน”
มณีเหลือบมองไปทางพงหญ้า สบตากับไข่มุก นุชนารถบิดแขนแรงขึ้น
“โอ้ยย ไม่รู้ แยกกันหนี ป่านนี้ไปไกลแล้วมั้ง”
“อย่ามาโกหก” นุชนารถหันมองหา “จะออกไม่ออก ถ้าไม่ออกมา แม่ผัวแกแขนหลุดแน่”

ไข่มุกมองมณีอย่างลังเลมองไปทางข้างล่างก็เห็นทางหนีได้ แต่มองไปทางมณีก็อยากช่วย ไข่มุกหมอบซุกในพงหญ้าอย่างละล้าละลัง ตัดสินใจไม่ถูก

มายาสีมุก ตอนที่ 17 (ต่อ)

ภาพแบบเบลอๆ ไข่มุกต่อสู้กับคนร้ายอย่างคล่องแคล่ว คีรินทร์วิ่งออกมาเห็นไข่มุกกำลังพลาดท่าจะถูกคนร้ายตีหัว
“ไข่มุก ระวัง”
คีรินทร์กระโดดเข้าไปถีบคนร้ายล้มลง ไข่มุกเตะต่อยคนร้ายซ้ำ คีรินทร์ก็ชกอีกคนที่วิ่งเข้ามาจนหน้าหงาย
คนร้ายนอนกองกับพื้นร้องโอดโอย คีรินทร์หันเข้าหาไข่มุก
“เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย”
ไข่มุกส่ายหน้า ทั้งคู่สบตากันอย่างซึ้ง ไข่มุกโผเข้ากอดคีรินทร์ คีรินทร์กอดเอาไว้อย่างทะนุถนอม ไข่มุกเงยหน้าหลับตาพริ้ม คีรินทร์ค่อยๆ ก้มลงจะจูบ
คีรินทร์นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งเฮือก ลุกขึ้นนั่งมองรอบห้องอย่างงงๆ
“ไข่มุก”
คีรินทร์นิ่งอย่างเป็นห่วงและเป็นกังวล

มณีมีท่าทางอิดโรยโดนนุชนารถจับไว้ วัฒนาหงุดหงิดตะโกนก้อง
“ชั้นขี้เกียจจะเล่นเกมบ้าๆ นี่แล้ว ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคุณมณีได้เป็นหมูถูกเชือดตรงนี้นี่แหละ”
ไข่มุกที่แอบในพงหญ้ายังหมอบนิ่ง
“ไม่ต้องออกมา หนีไปซะ ไปพาตำรวจมาลากคอพวกนี้เข้าคุกด้วย ไปสิไข่มุก ไม่ต้องห่วงชั้น”
นุชนารถบิดแขนจนมณีร้องโอย แล้วเหวี่ยงเข้าไปให้ลูกน้องรับ นุชนารถจับคางมณีเชยขึ้น
“เอาสิ กว่ามันจะถึงตำรวจ คุณก็กลายเป็นผีเฝ้าป่าแล้ว” นุชนารถหันอีกทาง ตะโกนเสียงดัง “ออกมาซะ ไม่งั้นชั้นจะหักคอตรงนี้แหละ” นุชนารถจับที่คอมณี วัฒนาขยับจะห้ามแต่นุชนารถใช้สายตาสั่งห้ามไว้ “หนึ่ง...”
มณีน้ำตาไหลอย่างกลัวมาก
“อย่าออกมา หนีไป อย่าเชื่อพวกมันนะ”
ไข่มุกมองอย่างลังเล ใจนึงอยากช่วย ใจนึงก็อยากหนี นุชนารถยิ้มเหี้ยม จับคอมณีบิด
“สอง...ชั้นจะนับถึงสาม แกรู้ใช่มั้ยว่าชั้นกล้าทำจริง”
“ชั้นยอมตาย แต่พวกแกก็ไม่รอดเหมือนกัน ไปซะ ไข่มุก ไม่ต้องเป็นห่วงชั้น”
นุชนารถยิ้มเหี้ยม
“ดี สาม” นุชนารถทำท่าจับคอมณีหัน
“หยุดนะนุชนารถ ชั้นยอมแล้ว”
ไข่มุกยืนขึ้นจากพงหญ้าแล้วเดินเข้ามาอย่างยอมแพ้ นุชนารถปล่อยมณี มณีร้องไห้โฮ โผเข้ากอดไข่มุก
“เธอออกมาทำไม ฮือออ ทำไมไมไปหาตำรวจ จะกลับมาทำไม หนีไปสิไข่มุก”
ไข่มุกกอดมณี
“หนูทิ้งคุณไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ หนูไม่รู้จะบอกคุณรินทร์ยังไง”
มณีมองไข่มุกอย่างนึกรู้ว่ารักคีรินทร์มาก มณีกอดไข่มุกแน่น
“โธ่เอ๊ย ไข่มุก”
“เราต้องรอดค่ะ คุณรินทร์ต้องมาช่วยเราแน่”

ไช่มุกกระซิบบอกแล้วกอดมณีแน่น มองเลยไปสบตานุชนารถกับวัฒนาที่มองมาอย่างสะใจ

ชลลดากับภัททิมานั่งซุกอยู่ด้วยกันห่างออกไปมีนุชนารถกับวัฒนาอยู่ ชลลดาซุบซิบป้องปาก
“เซ็ง เกือบรอดแล้วแท้ๆ นังนุชยังกะซอมบี้ หัวฟาดพื้นยังตามมาลากเรากลับได้”
“ลูกไก่เบื่อ เบื่อๆๆ อยากกลับบ้านจะตายแล้ว”
นุชนารถเหลือบตามอง ชลลดากับภัททิมารีบหุบปากอย่างกลัวๆ ไข่มุกนั่งนิ่งอย่างดูเศร้าและเหนื่อยล้า มณีมองไข่มุกแล้วทำท่านึกคิดหาแผนการ มณีทำท่าคิดได้แล้วแกล้งนอนลงไปกับพื้นกุมท้องสีหน้าซีด ร้องโอดโอย
“โอยย ปวดท้อง ไข่มุก ช่วยชั้นด้วย ปวดหัวจะระเบิดแล้ว แค่กๆๆ ชั้นจะอ้วก”
ไข่มุกประคองมณี
“คุณมณีเป็นอะไรคะ นุชนารถ คุณมณีเป็นอะไรไม่รู้ พาไปหาหมอหน่อย”
นุชนารถกับวัฒมองอย่างไม่ไว้ใจ
“เป็นอะไร เจ็บตรงไหน”
นุชนารถเดินเข้ามาจับตัว มณีทำไอโขลก ปิดตาอย่างอ่อนแรง พูดเบาๆ
“ไม่รู้ เจ็บ เจ็บไปหมดทั้งตัวเลย ปวดท้องด้วย ขอร้องล่ะ พาไปโรงพยาบาลหน่อย ชั้นจะตายอยู่แล้ว ให้ชลลดาอยู่ที่นี่ก็ได้ นะนุช ช่วยด้วย” ชลลดาสะดุ้ง
“จะทิ้งชั้นเหรอคะคุณพี่มณี” วัฒนาโวยขึ้น
“ไม่ให้ไป ขืนไปก็หนีหมดน่ะสิ นุชนารถ เธอเป็นพยาบาลไม่ใช่เหรอ ทำอะไรเข้าสิ”
“ไม่ต้องมาสั่งชั้น ไหน หายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกว่าเจ็บตรงไหน”
นุชนารถประคองมณี มองอย่างลังเลปนสังเกต มณีทำท่าอ่อนระทวยไม่มีแรงแต่มือจับไข่มุกแน่น ชลลดาเห็นก็นึกรู้ มณีทำท่าสำออยเลยแกล้งเป็นลมไปอีกคน
“คุณแม่ เป็นอะไรคะ”
“แม่ปวดท้อง เจ็บข้างใน โอ้ยย สงสัยโรคกระเพราะกำเริบ พาชั้นไปโรงพยาบาลด้วยคนนะนุช”
วัฒนามองแล้วยิ่งหงุดหงิด
“นี่มันอะไรกัน เดี๋ยวคนนู้นก็ป่วย คนนี้ก็เดี้ยง เธอดูแลไปแล้วกัน ชั้นปวดหัว”
วัฒนาเดินออกไปแล้วปิดประตูปัง มณีกับชลลดายังคนทำสำออยไม่มีแรงกันอยู่ นุชนารถแตะตัวชลลดาสองสามที ชลลดาแกล้งทำเป็นปวดจนร้องไม่ออก นุชนารถเดินออกไปข้างนอก ชลลดากับมณีทำท่าลืมตาผึงจนไข่มุกตกใจ
“คุณมณี ไม่ได้ป่วยเหรอคะ”
“ไม่ใช่เวลาป่วยนะ ชั้นทำสำออยไปงั้นแหละ เผื่อพวกมันหลงกลแต่บางคนนี่ เอาตุ๊กตาเสียกบาลทองคำไปเลย ตีบทแตกจริงๆ”
มณีปรายตามองชลลดา ชลลดาค้อนใส่
“ก็มีคุณพี่มณีเป็นไอดอลล่ะค่ะ มองแว้บแรกนึกว่าป่วยจริง หนังหน้างี้เหี่ยวย่นน่ากลั๊วน่ากลัว”
“คุณแม่นี่สะตอเก๊งเก่ง ลูกไก่ใจหายหมด”
นุชนารถเปิดประตูเข้ามา มณีกับชลลดาแกล้งลงไปนอนตัวอ่อนเหมือนป่วยมากแบบเดิม นุชนารถเอาเครื่องหูฟังแนบที่หัวใจมณี มณีหัวใจเต้นแรงดังตุ้บๆ
“หัวใจเต้นผิดปกติ”
“ใช่ ใจมันหวิวๆ พาชั้นไปหาหมอประจำตัวหน่อยนะ เดี๋ยวความดัน เบาหวาน หัวใจกำเริบ”
นุชนารถมองนิ่งแล้วเดินไปทางชลลดา เอาหูฟังแนบๆ แล้วเอาออก สีหน้าเครียด เปิดกระเป๋าพยาบาล
“ท่าจะอาการหนัก เดี๋ยวชั้นฉีดยาให้”
นุชนารถยกไซริงส์ขึ้น ที่เข็มมีน้ำหยดนิดๆ ชลลดามองอย่างกลัวๆ
“ยาอะไร เดี๋ยว อย่าเอาเข้ามา ชั้นกลัวเข็ม”
ชลลดาผงะ จะหนี แต่มณีแอบใช้ตัวดันล็อคเอาไว้ ชลลดาจะถอยก็ถอยไม่ได้ นุชนารถยิ้มเหี้ยม“ยาแก้บ้าไง มาสิ ไหนว่าป่วยนัก มาให้ฉีดซะดีๆ”
“หายแล้ว ชั้นหายแล้ว อย่าเอามันมาใกล้ชั้นนะ”
“ฉีดเลยๆ จะได้หายซ่า เอ๊ย หายป่วยไวๆ”
นุชนารถทำท่าจ่อเข็มเข้าที่แขน ชลลดากรี๊ดลั่นแล้วเป็นลมพับไปในอกภัททิมา มณียิ้มลอยหน้าอย่างสะใจ นุชนารถถือเข็มหันไปทางมณี มณีหน้าเหวออย่างรู้ว่าจะโดนมั่งแน่ ค่อยๆ กระเถิบหนีทีละนิด นุชนารถยิ้มหวานจับแขนมณี
“หนีไปไหนล่ะ ยาแค่นี้ไม่ตายหรอก”
“ชะ ชั้นก็หายแล้ว สบายดี สบายม๊ากมาก ไม่เป็นอะไร แข็งแรงที่ซู้ดด”
นุชนารถมองมณีสลับกับชลลดาแล้วโยนไซริงส์ลงพื้น ไซริงส์แตกกระจาย พวกมณีหดขาอย่างหวาดกลัว
นุชนารถมองทุกคนแล้วพูดเสียงเหี้ยม

“อย่าคิดว่าจะหลอกชั้นได้ง่ายๆ ต่อให้ตาย พวกแกก็ไม่มีวันหนีไปจากที่นี่ได้”

วัฒนานั่งอยู่แล้วกดเบอร์โทรหาคีรินทร์ แล้วก็ปิดเครื่องอย่างฉุนเฉียว นุชนารถเดินออกมาหยุดยืน
“เป็นอะไร หมู่นี้ขี้หงุดหงิดนะ”
“จะไม่ให้ประสาทกินบ้าได้ไง พวกนี้คิดแผนหนีรายวัน ลูกเล่นสารพัด ผมว่าเรารีบๆ นัดคีรินทร์แลกตัวประกันดีกว่า ขืนรอนานไป แล้วหนีไปได้ พวกเราจะไม่เหลืออะไรเลย”
นุชนารถยิ้มร้าย มองวัฒนา
“ไม่ต้องห่วง ชั้นจัดการพวกนี้เอง เงินเป็นของคุณ ส่วนคนเป็นของชั้น”

คีรินทร์เดินเล่นเหม่อๆอยู่ที่ในสวนของโรงแรม สีหน้าเคร่งเครียด ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้มือข้างนึงจับมือคีรินทร์ คีรินทร์สะดุ้งหันกลับไปมอง นุชนารถถอดแว่นกันแดดออก
“นุช”
“ไม่ได้เจอหลายวัน คิดถึงรึเปล่าคะ”
นุชนารถจับมือคีรินทร์แน่น ยิ้มหวาน
“นุชปล่อยแม่กับไข่มุกออกมาได้มั้ย ผมสัญญาว่าจะไม่ให้ตำรวจเอาเรื่อง”
“ชั้นไม่กลัวตำรวจ อย่างดี ก็แค่โดนจับ”
นุชนารถเปลี่ยนเป็นยิ้มเย็น คีรินทร์ชะงัก นุชนารถเอามือสองข้างมากุมมือคีรินทร์
“อย่าทำผิดไปมากกว่านี้เลย เชื่อผมนะนุช”
“สายไปแล้ว ทีนี้รู้รึยัง ว่าเวลาเสียของรักไปเป็นยังไง แต่คุณยังเจ็บ ไม่เท่าที่นุชเจ็บหรอก”
คีรินทร์สบตานุชนารถที่ฉายแววอาฆาต
“คุณจะทำอะไรพวกเขานะ อย่านะ”
“กลัวเหรอคะรินทร์”
“ผมขอโทษ นุช ขอร้องล่ะ อย่าทำร้ายพวกเขา”
นุชนารถยิ้มไม่ตอบอะไรแล้วปล่อยมือออก คีรินทร์แบมือเห็นเป็นจดหมาย
“อ่านแล้วฉีกทิ้งซะ อย่าให้ใครเห็น ถ้าเป็นแบบคราวที่แล้วอีกก็เตรียมจองวัดได้เลย”
คีรินทร์ยืนอึ้ง นุชนารถยิ้มหวานเข้าไปตบแก้มอย่างจงใจหยอกคีรินทร์แล้วสวมแว่นดำเดินออกไป

ภายในห้องทำงานคีรินทร์ คีรินทร์นั่งนิ่งอย่างเงียบขรึม จินจูมองเอกสารบนโต๊ะแล้วถอนใจ
“ทำไมพวกนั้นถึงเงียบหายไปเลย ไม่มีส่งข่าวมาบ้างเหรอ”
เขมทัตเดินเข้ามาในห้องทำท่าเหมือนเพิ่งวางสายโทรศัพท์ไป
“ไม่มีเลยครับ” คีรินทร์บอก
“หรือพวกนั้นแกล้งถ่วงเวลา กดดันเรา”
สารวัตรเปิดแฟ้ม ชี้ให้ดูข้างใน
“แปลก ปกติพวกคนร้ายจะไม่ทิ้งช่วงให้ห่างแบบนี้ครับ”
“หรือจะวางแผนเล่นแง่อะไรกันอีก”
จินจูลุกขึ้น มองไปที่คีรินทร์สลับกับสารวัตร
“ถ้าทางโน้นติดต่อมา คราวนี้ชั้นจะจ่ายแลกกับตัวไข่มุกตำรวจอย่ามายุ่ง”
เขมทัตส่ายหน้า
“ผมว่าไม่ดี เกิดเอาไปแต่เงิน แล้วไม่ปล่อยคนมาจะทำยังไง รินทร์ล่ะ ว่าไง รินทร์”
คีรินทร์ที่นั่งเหม่อหน้าเครียดสะดุ้ง
“คะ...ครับ”
“จะเอายังไง ถ้าวัฒนาส่งจดหมายมาอีก”
คีรินทร์กำมือแน่น ท่าทางเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คธามองคีรินทร์อย่างนึกแปลกใจแล้วหันไปสบตากับสารวัตร
“รอให้ติดต่อมาก่อน แล้วค่อยคิดดีกว่าครับ”

คีรินทร์ตอบปัดๆ เลี่ยงไป คธาจ้องคีรินทร์อย่างรู้สึกผิดสังเกต คธาเขม้นมองอย่างสงสัย

คีรินทร์เดินออกมาจากห้องทำงาน คธาเดินตามออกมาแล้วรีบเดินมาดักหน้าไว้
“พวกนั้นติดต่อมาแล้วใช่มั้ย”
“เปล่าครับ”
คธามองสบตา คีรินทร์อึ้ง
“อย่ามาหลอกผมเลยคุณคีรินทร์ คิดจะไปคนเดียว”
“ผมไม่อยากให้ตำรวจเข้ามา ถ้าพลาดอีก พวกมันเอาแม่กับไข่มุกตายแน่ ผมจะเอาเงินไปให้มันเอง” คีรินทร์ทำท่าจะเดินไป คธารั้งแขนไว้ คีรินทร์หันกลับมามอง “อย่าห้ามผม”
“เปล่า ผมไม่ได้จะห้าม แต่ถ้าคุณคิดอย่างนั้น ผมก็มีสิทธิ์ไปช่วยลูกของผมเหมือนกัน”
“แต่...”
“สองหัวดีกว่าหัวเดียว เชื่อผมเถอะ”
คธามองคีรินทร์แล้วพยักหน้า คีรินทร์นิ่งไปอย่างคิดหนัก

คีรินทร์ขับรถออกจากบ้าน รถเลี้ยวไปในซอย มีรถอีกคันแล่นตามข้างในมีตำรวจนอกเครื่องแบบสองนาย รถตำรวจเลี้ยวตามคีรินทร์ไปในซอย
คีรินทร์เลี้ยวรถเข้าจอดในห้างแล้วเดินลงจากรถเข้าไปข้างใน รถของตำรวจจอดใกล้ๆ ตำรวจสองนายรีบตามเข้าไป
คีรินทร์เดินตัดผ่านเข้าไปในห้างอย่างรวดเร็ว มีตำรวจตามห่างๆ คีรินทร์เดินลัดเลาะตามบูธแล้วเหลือบตามองเป็นระยะ ตำรวจเดินมามองหาคีรินทร์แล้วเดินไป คีรินทร์โผล่ออกมาจากหลังบูธแล้วรีบเดินไปอีกทาง
คีรินทร์เดินทะลุออกไปทางประตูอีกทาง ซึ่งมีรถจอดอยู่โดยมีคธาเป็นคนขับรถ คีรินทร์ปิดประตู รถเลื่อนออกไป ตำรวจสองนายเดินกึ่งวิ่งออกมาที่ทางออก มองหาคีรินทร์ก็ไม่เห็นแล้ว

คธาขับรถมาตามถนน คีรินทร์เหลือบมองเบาะหลัง
“ทุกอย่างเรียบร้อยนะ ส่วนเงินที่คุณฝากไว้อยู่ที่เบาะหลัง”
“ขอบคุณครับ ก็เหลือแค่เอาเงินไปให้ตามนัด” คธาพยักหน้าแล้วแอบจับกระเป๋าเสื้อ คีรินทร์หันมา คธารีบเอามือไปจับพวงมาลัยเหมือนเดิม “หวังว่าพวกมันคงยังไม่ทำอะไร”
“วัฒนาไม่ทำแน่ เพราะต้องการแค่เงิน แต่ที่ผมกลัวคือนุชนารถ...”
คธาเงียบเสียง สีหน้าเคร่งเครียด คีรินทร์หน้าเครียดอย่างเป็นกังวล คธาลอบมองคีรินทร์ แล้วแอบกดส่งสัญญาณติดตามให้ตำรวจ

จินจูกับเขมทัตนั่งอยู่ในห้องพักจินจู สารวัตรเปิดประตูเดินเข้ามา ยกเครื่องส่งให้ดู
“คุณคธาส่งสัญญาณมาแล้ว จ่าให้กองกำลังตามไปเลยนะ แยกเป็นสองทีมเตรียมจู่โจมเผื่อฉุกเฉิน” ตำรวจตะเบ๊ะ แล้วเดินออกไป “พวกคุณรออยู่ที่นี่นะครับ มีอะไรคืบหน้าผมจะติดต่อมา”
จินจูยืนขึ้น
“ชั้นจะไปด้วย”
“แต่มันอันตรายนะครับ”
“ผมคงนั่งรออยู่เฉยๆ ทั้งที่ภรรยาผมอยู่ในอันตรายไม่ได้ ขอเราไปด้วยนะครับ” เขมทัตบอก

สารวัตรมองทั้งคู่อย่างลังเล จินจูกับเขมทัตสบตาสารวัตรอย่างเอาจริง

นุชนารถนั่งดูนาฬิกาอยู่ในห้องคุมไข่มุก มณี ชลลดา ภัททิมาที่มีท่าทางอ่อนเพลียไว้ ไข่มุกนั่งมองนุชนารถด้วยท่าทางสงบ
“ทำไมยังไม่มาอีก”
ไข่มุกมองสบตานุชนารถอย่างจริงจัง
“นุชนารถ ปล่อยพวกเราไปเถอะ”
นุชนารถตวัดตามองอย่างแค้น
“ไม่มีทาง”
ชลลดากับภัททิมาที่อยู่อีกมุมเบ้หน้า
“เฮี้ยนอะไรขึ้นมาอีกแล้ว นังไข่เน่า”
“เธอทำแบบนี้เพื่ออะไร เธอไม่ได้อยากได้เงินเหมือนวัฒนา ชั้นดูออกนะ”
“ไม่ต้องมาทำเป็นฉลาด ที่ชั้นทำ ก็เพื่อความสะใจไง ได้เห็นรินทร์คลั่งจนจะเป็นบ้า เจ็บปวดจะเป็นจะตาย ให้เขารู้สึกเหมือนที่เขาทำกับชั้น”
นุชนารถกำมือแน่นอย่างเจ็บปวดเอง ไข่มุกมองอย่างสงสารเห็นใจนิดๆ มณีกระตุกเสื้อไข่มุกให้หยุดพูด
ไข่มุกมองแล้วส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร แล้วพูดต่อ
“ถามจริงๆ เถอะ ทำแบบนี้แล้วเธอมีความสุขเหรอ”
นุชชะงักไป ท่าทางอึ้งพูดไม่ออก
“ไม่ต้องมาพูด จะทำอะไร จะรู้สึกยังไงก็เรื่องของชั้น”
“รักของเธอคืออะไร ความรักคือการเสียสละ ให้คนรักมีความสุขแต่ที่เธอทำ เป็นการทำร้ายคนที่เธอรัก พอเถอะนุชนารถ ถ้าเธอรักคุณรินทร์จริงๆ ก็หยุดทำร้ายเขาเสียที”
นุชนารถฟังนิ่ง แววตาสับสน
“จะหลอกอะไรชั้นอีก พวกแกก็ดีแต่พูด ถ้าลองมาเป็นชั้น จะทำยังไง จะไม่โกรธไม่แค้นเลยรึไง” ไข่มุกมองนิ่ง
“ไม่ว่าจะยังไง ชั้นก็จะไม่ทำแบบเดียวกับที่เธอทำอยู่แน่นอน”
นุชนารถกับไข่มุกประสานสายตากัน วัฒนาเปิดประตูห้องเข้ามา
“ไอ้รินทร์มาแล้ว”
พวกชลลดาได้ยินก็ตาโตด้วยความดีใจ มณีแววตาชื้นอย่างมีความหวัง ภัททิมาทำท่ากระดี๊กระด๊า
“คุณรินทร์มารับลูกไก่แล้ว คุณแม่ขา เรารอดแล้ว”
นุชนารถมองออกไปทางประตูด้วยรอยยิ้มร้ายเจ้าแผนการ

รถของคธาจอดอยู่หน้าบ้านเช่า คีรินทร์เดินลงมามีลูกน้องวัฒนามายืนคุมเชิง วัฒนากับนุชนารถเดินออกมามองคีรินทร์อย่างไว้เชิง
“คนอยู่ไหน”
“ใจเย็นๆ สิวะ เพิ่งมาถึง อย่ารีบร้อน”
คธาเดินลงมาจากรถตามมาที่คีรินทร์ วัฒนาชะงัก สายตาเปลี่ยนเป็นแข็งเกร็ง
“พามาทำไมวะ คิดจะเล่นไม่ซื่อซ้ำสองเหรอ”
“ผมตามมาเอง”
นุชนารถแค่นยิ้ม
“อยากรนหาที่ตาย”
คีรินทร์เดินเข้าไปหาวัฒนา
“แม่ชั้นกับไข่มุกอยู่ที่ไหน”
“แล้วเงินล่ะ อยู่ไหน”
คีรินทร์เปิดโชว์ คธาหยิบออกมาคลี่ให้ดูว่าเป็นแบงก์จริง วัฒนายิ้มสมใจ
“ห้าสิบล้าน ตามที่นายขอ”
“ฉลาดมากที่คราวนี้ไม่เล่นลูกไม้ กลิ่นเงินนี่มันหอมจริงๆ” วัฒนายื่นจะรับเงิน คีรินทร์ปิดกระเป๋าแล้วชักออก วัฒนาขมวดคิ้ว “อะไรอีก”
“ชั้นจะให้ ต่อเมื่อคนเป็นอิสระ พวกเขาอยู่ที่ไหน”

วัฒนายักไหล่ แล้วมองเข้าไปในบ้าน คีรินทร์มองตามอย่างไม่วางตา

คีรินทร์เดินเข้ามาในบ้าน ทั้งสี่คนที่อยู่ข้างในมองอย่างดีใจ ภัททิมารีบกระโดดเข้าใส่กอดคีรินทร์ไว้แน่น มณีกับชลลดาก็เดินเข้ามาห
“ฮือออ รินทร์ขา ลูกไก่กลัว ฮืออออ พาออกไปไวๆ นะ ฮือออ รินทร์น่ารักที่สุดเลย กลับบ้านได้ยัง ลูกไก่ เหนื่อย หิว ง่วง เพลียไปหมดแล้ว”
“รินทร์ พวกมันทำอะไรลูกหรือเปล่า มายังไง มากับใคร” มณีถามอย่างเป็นห่วง
“ผมมากับคุณคธา”
ชลลดากระแทกมณี ยึดคีรินทร์ไว้
“น้าว่าแล้วว่ารินทร์ต้องมาช่วย สมแล้วที่เป็นลูกเขยของน้า”
คีรินทร์ยืนนิ่งให้ภัททิมากอดทำซบร้องไห้ สายตามองเลยไปมองสบตาไข่มุกที่มีประกายแววตาดีใจ คีรินทร์ปลดมือภัททิมาออกจากแขนแล้วเดินไปหาไข่มุก
“คุณรินทร์”
“เธอท้องลูกของใคร เป็นลูกของชั้นจริงๆ ใช่มั้ย”
ไข่มุกอึ้งอย่างช็อคมากที่คีรินทร์ถามอย่างนี้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นผิดหวังปนน้อยใจ มือที่จะยกกอดคีรินทร์ก็ถอยกลับ คธาเดินเข้ามาพร้อมนุชนารถ วัฒนา และพวกลูกน้อง
“ได้เจอคนแล้ว จะเอาเงินมาได้รึยัง”
คีรินทร์ยื่นกระเป๋าเงินให้ วัฒนารับมาอย่างดีใจ
“แล้วคุณเอาไงนุชนารถ จะหนีไปกับผมก่อนหรือจะแยกย้ายกันเลย”
นุชนารถมองคีรินทร์สลับวัฒนา
“ชั้นไม่เอาอะไรทั้งนั้น เงินนั่นเอาไปเหอะ แล้วจะไปไหนก็ไปชั้นไม่ต้องการ”
คีรินทร์ชะงัก มองตานุชนารถ
“แล้วคุณต้องการอะไร”
นุชนารถยิ้ม ดึงมีดออกมาจากด้านหลัง เลื่อนไปจ่อหน้าไข่มุก ภัททิมา ชลลดา มณี แล้วมาหยุดที่คีรินทร์ นุชนารถทำท่าจะแทง ภัททิมาหลับตาปี๋ซุกหลังคีรินทร์หลบ นุชนารถหัวเราะคลั่งแล้วถอยออกมา
“ชีวิตของคนที่คุณรักไง”
พวกคีรินทร์มองนุชนารถอย่างหวาดกลัว นุชนารถหัวเราะคลั่งแล้วแกล้งตวัดมีดซ้ายขวาให้หลบ
“อย่าทำ นุช ถ้าจะทำก็ทำผมสิ”
“ทำไมไม่รักชั้น ทั้งที่ชั้นรักคุณขนาดนี้ ทั้งที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้คุณ ทำไมล่ะรินทร์ ตอบชั้นมา ตอบสิ”
วัฒนามองนุชนารถ แล้วพยักหน้ากับลูกน้องหยิบกระเป๋า วิ่งไปเปิดประตูบ้าน
ด้านนอกขณะนั้นมีรถตำรวจและกองกำลังยืนล้อม วัฒนาปิดประตูล็อคขังไว้ข้างนอก แล้ววิ่งกลับมาหาคีรินทร์
“นุช วางมีดลง”
นุชนารถหัวเราะคลั่ง วัฒนาเข้ามาแทรก ผลักมือนุชนารถออก มีดกระเด็นลงพื้น
“แกมันไอ้โกหก ไหนว่ามาคนเดียว แล้วข้างนอกมันอะไร”
คีรินทร์ทำหน้างง
“ชั้นไม่รู้ ไม่ได้บอกตำรวจจริงๆ”
“ไม่ได้บอกแล้วจะแห่มาได้ไง ไอ้บ้าเอ๊ย”
วัฒนาพุ่งเข้าหาคีรินทร์ แล้วต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร พวกลูกน้องวัฒนาทำท่าจะเข้าช่วยแต่ถูกชลลดา ภัททิมา มณี ไข่มุก คธากันเอาไว้ไม่ให้ทำอะไรคีรินทร์ พวกมณีใช้อาวุธรอบตัวบ้าง กัดทึ้ง รัดตัวดึงขาสู้กับลูกน้องวัฒนาอย่างไม่ยอมแพ้
คีรินทร์กับวัฒนาทั้งสองคนสู้กันกลิ้งไปมาบนพื้น วัฒนาเสียเปรียบถูกคีรินทร์ชก วัฒนาขยับมือ เห็นมีดนุชนารถตกอยู่ที่พื้นก็หยิบขึ้นมา
“คีรินทร์”

วัฒนาเงื้อมือจะแทงกลางหลังคีรินทร์

วัฒนาเงื้อมีดจะแทงคีรินทร์ นุชนารถที่อยู่ใกล้ๆ ผลักไข่มุกออก แล้วเข้าไปผลักคีรินทร์จากวัฒนา มีดเฉี่ยวที่ไหล่นุชนารถจนล้มลงไป คีรินทร์เข้าไปประคอง
“โอ๊ย”
“นุช นุช เป็นไงมั่ง”
นุชนารถสบตาคีรินทร์อย่างน้อยใจ ทั้งรักทั้งแค้น
“ห่วงด้วยเหรอ”
ทุกคนหยุดต่อสู้ มองวัฒนาอย่างคาดไม่ถึง
“ไม่...ไม่ได้ทำ”
วัฒนามองมีดในมือที่เปื้อนเลือด สายตาบ้าคลั่ง คีรินทร์ผละจากนุชนารถ เดินเข้ามาหาวัฒนา
“หยุดได้แล้ววัฒ”
วัฒนาส่ายหน้าอย่างกลัวๆ ปนไม่อยากเชื่อ วัฒนามองมีดแล้วโยนมีดทิ้ง ทำท่าจะเดินเข้าไปหาคีรินทร์แต่คธาเข้ามาล็อคตัวไว้
“ปล่อย ปล่อยสิวะ ไม่ปล่อยใช่มั้ย”
วัฒนาศอกใส่คธาจนคธาตัวงอ
“พ่อ”
ไข่มุกตะโกนลั่น เข้ามาขวางแล้วสู้กับวัฒนา แต่ก็สู้ไม่ค่อยได้ ถูกวัฒนาผลักออก วัฒนาหันไปจะซ้ำคีรินทร์อีก
แต่มีเสียงประตูพังเข้ามา กองตำรวจบุกเข้ามาต่อสู้กับพวกลูกน้องวัฒนา วัฒนายิงต่อสู้กับตำรวจ นุชนารถอาศัยจังหวะชุลมุนพาตัวเองที่บาดเจ็บหนีออกไปนอกบ้าน
วัฒนายิงจนกระสุนหมด ตำรวจยิงตอบโต้วัฒนาล้มลงไปจมกองเลือด ภัททิมา มณี ชลลดา กรี๊ดลั่น
ภัททิมากอดคีรินทร์กรี๊ดอย่างไม่คิดชีวิต
“อ๊ายๆ รินทร์ ลูกไก่กลัว ฮือ ช่วยด้วย ฮือๆๆ”
ภัททิมากอดคีรินทร์แน่นไม่ยอมปล่อย ไข่มุกมองทุกคนที่ต่อสู้กันอยู่แล้วมองคีรินทร์ที่ปล่อยให้ภัททิมากอดอย่างเสียใจปนตัดพ้อ ไข่มุกมองไปที่ประตูที่พังแล้ววิ่งออกไป

ไข่มุกเดินกระเซอะกระเซิงมาตามซอยร้างที่มีหญ้าขึ้นรก ไข่มุกมองไปรอบข้างอย่างไม่รู้จะไปทางไหนดี
“ช่วยด้วย ช่วยชั้นด้วย”
ไข่มุกหันมองรอบๆ เห็นนุชนารถนอนเจ็บอยู่ในพงหญ้า เลือดออกเต็มแขน นุชนารถมองไข่มุกพูดเสียงแหบๆเหมือนใกล้หมดสติ
“ไข่มุก ช่วยชั้นด้วย พาชั้นหนีตำรวจที”
“ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ เลือด...” ไข่มุกจับแขนนุชนารถดู
“พาชั้นหนี อย่าส่งชั้นให้ตำรวจนะ ไข่มุก ชั้นขอร้อง”
นุชนารถมีสีหน้าเจ็บปวด กดบาดแผลไว้ ไข่มุกประคองนุชนารถอย่างลังเล
“แต่คุณต้องไปโรงพยาบาล”
“ไม่ต้อง ชั้นไม่เป็นไร”
นุชนารถเอามือเปื้อนเลือดขึ้นจับไข่มุก แววตาขอร้อง
“ช่วยชั้น เหมือนที่ชั้นช่วยรินทร์ ไข่มุก...ช่วยชั้นที”

ไข่มุกมองสบตานุชอย่างลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ แววตาทั้งสงสารทั้งกลัว

จินจูกับเขมทัตเดินตามหลังสารวัตรเข้ามาในบ้านเช่านุชนารถ ข้างในเป็นลูกน้องวัฒนาถูกยิงนอนอยู่คนนึง
ที่เหลือถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ สารวัตรวิทยุติดต่อ
“วอหนึ่งเรียกกองกำลังเสริม ตอนนี้คุมสถานการณ์ข้างในเรียบร้อยแล้ว”
พวกชลลดากับภัททิมายังเกาะคีรินทร์ร้องไห้ไม่ยอมปล่อย มณีเห็นเขมทัตก็จะโผเข้ากอด ชลลดาที่ยืนอยู่กับคีรินทร์เห็นเขมทัตก็ถลาเข้าหาจะตัดหน้าแต่มณีวิ่งชนเอาสะโพกดีดออกจนชลลดาเซถลา แล้วมณีก็เข้าไปกอดเขมทัต
“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร”
“ฮือออ คุณเขม ชั้นนึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้ากันแล้ว ฮือออ”
มณีร้องสะอื้นแต่พอเหลือบมองชลที่โดนดีดกระเด็นก็แอบทำหน้าสะใจ จินจูมองคธาที่เดินเข้ามาหาแล้วมองไปรอบๆ ห้อง ตกใจมากที่ไม่เห็นไข่มุก
“ไข่มุกหายไปไหน” คีรินทร์อึ้งแล้วหันไปรอบๆ ห้องแต่ไม่เห็น คีรินทร์มองหน้าจินจู จินจูหน้าซีดเผือด “ลูกชั้นอยู่ที่ไหน อยู่ไหน”
ทุกคนกวาดตามองรอบห้อง คธามองไปรอบๆ ห้องเห็นหยดเลือดแล้วนึกเอะใจ
“ศพวัฒนาล่ะ”
คีรินทร์หันมามองทางกองเลือดอย่างแปลกใจ แล้วมองไปรอบตัวอย่างสงสัยว่าศพวัฒนาหายไปไหน

วันต่อมา รูปในมือคีรินทร์เป็นรูปไข่มุกประคองนุชนารถที่มีเลือดออกเดินผ่านหน้าร้านค้า คีรินทร์เปิดรูปดูก็เป็นรูปในมุมต่างๆ กันแต่ก็เห็นชัดว่าไข่มุกช่วยประคองไป
“ดูจากภาพแล้ว คุณไข่มุกไม่ได้ถูกบังคับ แต่เต็มใจพาคุณนุชนารถหนีมากกว่าครับ”
“เป็นไปได้ไง”
จินจูมีสีหน้าตกใจไม่อยากเชื่อ
“ทำไมไข่มุกถึงหนีไปกับคนร้าย ลูกคิดอะไรกันแน่คะคธา”
“ผมว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะไข่มุกยังไม่ต้องการเจอพวกเรา”
จินจูหน้าเสียอย่างพูดไม่ออก
“หนีไปไหนกัน”
คีรินทรพึมพำแล้วมองรูปอย่างพูดไม่ออก อึ้งและเหวอไปเลย

บ้านเก่านุชนารถ เป็นบ้านริมคลองหลังเล็กๆ นุชนารถนั่งเอนอยู่นอกชายที่แขนมีบาดแผลที่ไม่ใหญ่มาก นุชนารถเอาสำลีเช็ดรอบบาดแผลอย่างชำนาญ
“เอาสำลีชุบยาฆ่าเชื้อให้หน่อย”
ไข่มุกหยิบขวดยาอย่างเงอะงะ มองว่าใช่ก็รีบเทหกใส่สำลีจนชุ่ม นุชนารถมองส่ายหน้าแต่ก็รับมาเช็ดแล้วเอาผ้าก็อซปิด ยื่นแขนไปให้
“เอาเทปแปะดีๆ อย่าให้โดนแผล”
ไข่มุกแปะให้อย่างช้าๆ
“เสร็จแล้ว”
นุชนารถดึงแขนกลับ มองไข่มุกนิ่ง
“ทำไมเธอถึงไม่กลับไปกับพวกนั้นล่ะ ช่วยชั้นแล้วจะไปไหนก็ไปสิ” นุชนารถมองสบตาไข่มุก “หรือว่าเธอหนีใคร คีรินทร์ใช่มั้ย”
“ไม่รู้จะกลับไปทำไม คุณรินทร์เขามีคุณลูกไก่แล้ว”
นุชนารถนิ่ง แต่ก็ทำไม่สนใจ
“นังลูกแร้งต่างหาก ทำเป็นไฮโซ ที่จริงก็เน่าไปทั้งตัว ไม่ได้คู่ควรกับรินทร์สักนิด”
ไข่มุกนิ่ง แววตาเศร้า
“แต่เขา จะแต่งงานกันแล้ว”
นุชนารถมองไข่มุกอย่างรู้ทัน
“ที่หนี เพราะเธอยังรักรินทร์ใช่มั้ย”

ไข่มุกนิ่งไม่ตอบ ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกของตนเอง

เย็นวันนั้นขณะที่คีรินทร์อยู่ในห้อง ภัททิมาทำท่าเมียงมองแล้วเดินยิ้มหวานเข้ามากอดคีรินทร์จากด้านหลัง
“แฟนใครหล่อจัง ลูกไก่ดีใจม้ากมากที่ได้กลับบ้าน กลัวก็กลัว คิดถึงรินแทบแย่ ว่าแต่เราจะจัดงานแต่งอีกทีเมื่อไหร่ดีคะ”
คีรินทร์ดึงแขนออก หันมามอง
“บอกผมมาดีกว่า ว่าคุณโกหกเรื่องท้องมาตั้งแต่แรกใช่มั้ย”
ภัททิมาสะดุ้ง แต่ทำเศร้ากลบเกลื่อน
“เปล่าค่ะ ท้องจริงๆ แต่ตอนเตรียมงานวุ่นๆ คงเครียดมาก ลูกเลยหลุดโพล๊ะออกมา ลูกไก่เสียใจมาก ร้องจนไม่รู้จะร้องยังไง ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอก กลัวคุณเสียใจไปด้วย”
ภัททิมาทำท่าเช็ดน้ำตาคีรินทร์มองภัททิมาที่ทำมารยาแล้วส่ายหน้า
“ไม่ต้องมาแกล้งร้อง ถ้าแท้งจริงป่านนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลแล้ว”
ภัททิมาเข้าไปกอดแขนคีรินทร์
“จริงๆ นะคะ คุณรินทร์ขา อย่าใจร้ายกับลูกไก่เลยนะ ลูกคนนี้แท้ง เราก็มาทำคนใหม่ไวๆ คุณแม่มณีจะได้มีหลานให้อุ้ม มามะ ทำกันเลยดีกว่า”
ภัททิมายื่นหน้าไปจะจูบ
“พอเลย หยุด คิดว่าผมเป็นตัวอะไร ถึงได้จะเชื่อเรื่องโกหกบ้าๆ ของคุณ”
คีรินทร์เอามือดันหน้าภัททิมาออก
“ว้าย รินทร์ขา อุ๊บ”
“ไม่ต้องเถียง ขี้เกียจฟัง”
คีรินทร์ดันหน้าภัททิมา ภัททิมาทำเสียงอู้อี้ๆ คีรินทร์ผละออกแล้วเดินออกจากห้องไป ภัททิมามองตามแล้วยิ้มเยาะ ลอยหน้าลอยตาอย่างไม่มีสลด
“คิดว่าผมเป็นตัวอะไร ฮะฮะฮะ ก็ตัวโง่ไงยะ โง่แต่รวยอย่างเงี้ยแหละ ช้อบชอบ”
ภัททิมามองตามไล่หลัง ยิ้มคนเดียวอย่างมาดหมาย

ขณะนั้นมณีนั่งดูเพชรกับรัตนาอย่างมีความสุข เขมทัตกับคีรินทร์นั่งอยู่ด้วย
“แหม ยังดีที่ได้คืนมาครบ ของสวยๆ ดีๆ ทั้งนั้น”
“เรื่องไข่มุกว่ายังไง พอนึกออกมั้ยว่าจะไปไหนกัน” คีรินทร์ส่ายหน้า
“ยังไม่รู้เลยครับ ตอนนี้ผมยังงงๆ ไม่รู้จะเริ่มตามหาเขาจากตรงไหน”
มณียกสร้อยเพชรส่อง พูดลอยๆ
“เฮ้อ ไม่เข้าใจเล้ยยย ว่าช่วยนังยักษ์นั่นไปได้ไง ตอนโดนจับ นุชนารถร้ายใส่สารพัด พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย”
คีรินทร์กับเขมทัตนิ่งคิด ชลลดากับภัททิมาเดินเข้ามาในห้อง ฉีกยิ้มประจบ ชลลดาเห็นทองที่ตักมณีก็ตาโต มณีทำไม่สนใจ
“สวยมั้ยหนูนา กล่องนี้ไว้หนูโตแม่จะให้นะ ส่วนอีกกล่องกะว่าจะให้แฟนพี่รินทร์เขา”
“แฟนพี่รินทร์ อ๋อ พี่ไข่มุกใช่มั้ยคะ”
มณีพยักหน้า เหลือบตามองชลลดา
“ใช่สิจ๊ะ ส่วนนังคนอื่นอย่าคิดมาแหยม”
ชลลดาปราดเข้ามาที่ทอง ทำท่าจะหยิบของในหีบ มณีปิดหีบจนเกือบหนีบมือชลลดา ชลลดาชักมือหนีแทบไม่ทัน
“อุ๊ย หวงจัง จะหวงไปไหนคะ ยังไงแต่งแล้วก็เป็นของลูกไก่ จับนิดจับหน่อยไม่เสียหายหรอกค่า”
“หยุด คดีล่าสุดชั้นยังไม่ได้คิดนะยะ ใครให้ลูกชายแต่งกับยายลูกแร้งของหล่อนก็บ้าแล้ว ร้ายทั้งแม่ทั้งลูก ไม่รู้อะไรส่งมาเกิด รอให้ชั้นหายเหนื่อยก่อน แล้วชั้นจะแฉความร้ายให้หมดไส้หมดพุง ถึงชั้นจะแก่แต่ความจำดี ใครทำอะไรไว้ไม่มีลืม”
ภัททิมาหน้าเสีย แต่ก็ผละออกไปเกาะแขนคีรินทร์
“รินทร์ขา”
มณีพูดแทรกเสียงดัง
“รินทร์ จำเอาไว้ ผู้หญิงสะตอมาทั้งต้น อย่าเอาทำเมียเด็ดขาด”
“อุ๊ย ลูกไก่ไม่กินสะตอ รอดตัวไป” ภัททิมายิ้มลอยหน้า “คุณแม่หงุดหงิดแล้วมาลงกับหนูอะ รินทร์ขา เราไปกันเหอะ”
ภัททิมากอดคีรินทร์ คีรินทร์เบี่ยงออกอย่างหงุดหงิด ภัททิมาเข้าไปจะกอดอีก คีรินทร์เบี่ยงตัวหลบ กลายเป็นภัททิมาเซไปกอดเขมทัตแทน
“ว้าย รินทร์อ้ะ หลบทำไม” ภัททิมาผละออกจากเขมทัต
“เรื่องไข่มุกแม่ไม่ต้องห่วง ยังไงผมก็จะตามเมียกับลูกกลับมาให้ได้”

คีรินทร์เดินออกไปนอกห้องนั่งเล่น มณียิ้มเยาะชลลดา ชลลดากับภัททิมามองหน้ากันอย่างคิดหนัก
ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง ตอนที่ 17
ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง ตอนที่ 17
กร้าวออกมาจากห้องพักฟื้นของอนุชอย่างอาลัยอาวรณ์ ไม่อยากอยู่ห่างอนุช หันมาเจอชายธงกับธาริน พอชายธงเห็นหน้ากร้าวก็บันดาลโทสะ ไม่พูดพล่ามทำเพลง ชกกร้าวจนเซไป “ไอ้เลว! เก่งแต่รังแกผู้หญิง! แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย” กร้าวไม่สู้ กำลังรู้สึกผิดอย่างหนัก ชายธงกระชากเสื้อกร้าวมาชกอีก ธารินตกใจมาก “อย่าค่ะพี่ชายธง” ธารินพยายามดึงแขนชายธงไว้ ชายธงชกไม่ได้ แต่ยังถีบกร้าวจนได้ “แกไปให้พ้นเลยนะ อย่ามายุ่งกับนุชอีก ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่” ธารินดึงชายธงเข้าห้องไป กร้าวเศร้า ด้านลลิตาลอบเข้ามาในบ้านกร้าว มองหาปืนทุกจุดที่คิดว่าจะหล่น รื้อค้นหาหลายๆ มุม “ปืนอยู่ไหนนะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...