xs
xsm
sm
md
lg

เสือสมิง ตอนที่ 17

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสือสมิง ตอนที่ 17

ทุกคนออกไปจากบ้านกินรีหมดแล้ว กินรีนั่งเก็บเสื้อผ้าด้วยความแปลกใจ เมื่อเก็บเสร็จจึงเข้าไปในห้องบูชา เห็นว่าแม่หมอกำลังเก็บพวกเครื่องบูชาที่จำเป็นไปด้วย โดยเฉพาะรูปปั้นชะเวมะรัต

“ฉันไม่เข้าใจยายเลยว่าทำไมถึงยอมไปง่ายๆ”
“ยังมีเรื่องอีกหลายอย่างที่เอ็งไม่เข้าใจ”
กินรียิ่งสงสัยเข้าไปอีก
“มันเกี่ยวกับเรื่องเสน่ห์หรือเปล่า”
“แล้วเอ็งจะรู้เอง...อย่ามัวพูดอยู่เลยรีบช่วยข้าเก็บข้าวของเถอะ เอาไปเท่าที่จำเป็นก็พอ เราคงอยู่ไม่นานหรอก”
แม่หมอเน้นประโยคสุดท้ายแววตากร้าว กินรีไม่เข้าใจความคิดของยาย

จ่าชิตกับสมรักษ์นั่งบนม้า ลัดเลาะมาตามลำธาร
“ไปทางนี้มันจะทันหรือหมวด” จ่าชิตกังวล
“ทันสิ ทางนี้เป็นทางลัด แต่ลำบากหน่อย ผมคิดว่าพวกผู้กองศักดาคงเลือกใช้ทางเกวียน เราไปทันแน่ อีกอย่างป่านนี้เสือเข้มคงบอกให้เสือใจเตรียมตัวแล้วล่ะ”
จ่าชิตเข้าใจแล้วไสม้าเดินต่อไป ข้างหน้ามีม้าเปล่าของเสือเข้มยืนเล็มหญ้าอยู่ สมรักษ์กับจ่าชิตสงสัย
“นั่นมันม้าที่ผมให้เสือเข้มไปนี่”
สมรักษ์หน้าตื่น
“แล้วเสือเข้มล่ะ”
ทั้งคู่มองหาเสือเข้มไปมา ทันใดนั้นมีเลือดหยดลงมาใส่สมรักษ์
“เลือด”
สมรักษ์กับจ่าชิตเงยหน้าขึ้นไปบนศีรษะ เห็นว่าเสือเข้มถูกแขวนด้วยแร้วห้อยหัวลง ร่างกายเหวะหวะเนื้อหายไป รวมทั้งหัวใจด้วย จ่าชิตตะลึง
“เสือเข้ม”
สมรักษ์หน้าเสีย
“เสือสมิงหรือ”
จ่าชิตขี่มาวนดูแล้วบอก
“ไม่ใช่ แต่มันเอาหัวใจออกไปเหมือนกัน”
“ใครกันนะ ทำแบบนี้...เหี้ยมจริงๆ”
“ผมว่าเรารีบไปเถอะ ช้ากว่านี้ไอ้ใจไม่รอดแน่”
สมรักษ์พยักหน้ารับ ทั้งคู่ขี่ม้าออกไปทันที

จงใจกับหินกำลังหามุมเหมาะๆดักไก่ป่าอยู่ หินเป็นคนวางกับดัก
“เป็นไงหิน ได้หรือยัง” จงใจเข้ามาถาม
“ใจเย็นสิพี่ มันต้องเนียนหน่อย ไก่สมัยนี้มันฉลาด”
จงใจเข้าใจ หินจัดการเสร็จแล้วชวนไปอีกทาง
“เรียบร้อย ไปทางโน้นกันพี่”
“เฮ้ย...นั่นมันป่านอกเขตชุมโจรเราแล้วนะ”
หินรั้น
“นั่นแหละ...ไก่บานเลยไปเหอะวางอีกสามสี่อันก็เสร็จแล้ว”
“แต่พ่อเสือ...”
“แล้วพี่จะไปบอกทำไม ไปเถอะน่า”
จงใจเห็นด้วยกับหินแล้วตกลงไปที่ป่านอกชุมเสือ

ขบวนรถของเสี่ยรงค์มาหยุดที่ก่อนถึงทางเข้าชุมเสือ
“มีอะไรหรือเสือทศ” เสี่ยรงค์สงสัย
เสือทศลงมาแล้วชี้แจง
“ใกล้ถึงแล้ว เราจะเดินเท้าเข้าไป”
ศักดาเดินลงมา
“ตกลง...ทุกคนเอารถจอดตรงนี้แล้วพรางรถเอาไว้ด้วย”
ทุกคนทำตาม

เสือทศ เสือเรือง เสือชินเดินนำ พวกเสี่ยรงค์และตำรวจมาถึงทางเข้าชุมเสือ แล้วสั่ง
“หยุดก่อน”
ทุกคนทำตาม เสือทศหยิบใบไม่มาเสกคาถาเปิดป่า เผยให้เห็นทางเข้า เสี่ยรงค์ยิ้มพอใจ
“แบบนี้นี่เองถึงไม่มีใครตามเจอสักที”
ศักดายิ้มเหี้ยม
“แต่คราวนี้ มันไม่รอดแน่”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันแล้วเดินต่อไป

หินกับจงใจกำลังก้มๆเงยๆ ช่วยกันผูกแร้วดักไก่ป่า พลันหินได้ยินเสียงสวบสาบมาแต่ไกล เขาหูผึ่ง
“เดี๋ยว พี่จงใจ มีคนมาหลายคนด้วย...มานี่”
จงใจไม่ได้ระวัง หินดึงมือแอบที่พุ่มไม้อย่างมิดชิดแล้วมองไปข้างหน้า สิ่งที่ทั้งคู่เห็นแทบไม่เชื่อสายตา เสือทศ เสือเรือง เสือชิน เดินนำ เสี่ยรงค์และตำรวจมาตามทาง จงใจและหินตกใจ
“พี่ทศ ตำรวจ”
หินแค้นๆ
“ไอ้ทศมันเอาตำรวจมาจับพ่อเสือ...ไอ้หมาทศเอ๊ย”
จงใจเป็นกังวล
“เอาไงดีล่ะหิน”
หินคิดสักครู่ แล้วบอกแผน
“พี่ จงใจต้องรีบไปเตือนพ่อเสือ ฉันจะล่อมันเอาไว้เอง”
“จะดีหรือหิน มันอันตรายนะ”
จงใจละล้าละลัง
“เถอะน่าพี่ เราไม่มีเวลาแล้วไป”
หินผละออกไป จงใจรีบไปที่ชุมเสือ หินตลบที่ด้านหลังของขบวนแล้วยิงปืนเข้าไปในกลุ่ม แต่ไม่โดนใคร เสือทศและทุกคนหยุดและหมอบ เสี่ยรงค์ถามเสียงเข้ม
“ใคร”
เสือทศส่ายหน้า
“ไม่รู้...ระวังตัวด้วย”
ศักดา และตำรวจต่างก้มหลบและมองหาที่มาของปืน หินวิ่งฉากไปอีกมุมแล้วยิงปืนมาอีก เปรี้ยง...ทุกคนระวังตัว เสือทศตากร้าวคิดหาทางจับคนยิง
“ใครวะ”

จงใจวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ชุมเสือผ่านชาวบ้านที่กำลังทำงาน พร้อมตะโกนเตือน
“เร็วพวกเรา...ตำรวจบุกมาแล้ว”
“หา...ตำรวจ...เฮ้ยรีบไปช่วยกันกระจายข่าวเร็ว”
ชาวบ้านหน้าตระหนกแล้วรีบวิ่งไปส่งข่าว จงใจวิ่งต่อไปจนถึงบ้าน เสือใจ กับแววนั่งอยู่หน้าบ้านเห็นจงใจวิ่งตะโกนมาแต่ไกล
“พ่อ ตำรวจบุกมาแล้ว...”
จงใจวิ่งมาถึงเสือใจกับแวว แก้วออกมาจากในบ้าน เสือใจรีบถาม
“เอ็งว่ายังไงนะ ตำรวจที่ไหน”
“ตำรวจ...ตำรวจกำลังมาที่ชุมเสือของเรา พี่ทศเป็นคนพามา”
“ทศน่ะหรือ...”แววชะงัก
เสือใจเจ็บใจ
“ไอ้ทศ”
เสือใจเตรียมรับมือ แก้วรู้สึกเป็นห่วงแวว

กลุ่มเสือทศกับเสี่ยรงค์ยังคงระวังการจู่โจมจากหินอยู่ เสือทศตะโกนออกไป
“ใครวะ...แน่จริงออกมาสิ อย่ามาลอบกัดกันอย่างนี้”
หินแอบอยู่ในใจไม่กลัวแล้วยิงออกไปอีกนัดหนึ่ง เปรี้ยง...ทุกคนหลบเป็นพัลวันแล้วยิงปืนสวนไปอย่างไร้ทิศทาง
หินลอบไปอีกมุมหนึ่ง ศักดาตัดสินใจ
“มัวมาเสียเวลาอย่างนี้ไม่ได้แล้ว เสือทศ...พวกนายอยู่ทางนี้ ฉันจะนำกำลังไปก่อน”
เสี่ยรงค์เห็นด้วย
“ดีเหมือนกัน”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ไอ้เรือง ไอ้ชินเอ็งสองคนดูทางนี้ข้าจะนำเสี่ยไปเอง”
“ครับ”
ศักดาพยักหน้ารับ เสือทศนำตำรวจกับเสี่ยรงค์ไป หินที่แอบมองอยู่ รู้สึกวิตก
“แย่แล้ว พ่อเสือ”

เสือดำวิ่งมาหาเสือใจที่บ้านแล้วรายงาน
“ฉันอพยพพวกผู้หญิง เด็กและคนแก่ ไปที่บนเขาโน้นแล้วพ่อ พวกผู้ชายที่เหลือกำลังเตรียมพร้อมกันอยู่จ้ะพ่อเสือ”
จงใจ แก้ว แววอยู่ที่นั่นด้วย เสือใจสั่ง
“แวว พาจงใจกับแก้วอพยพไปได้แล้ว”
จงใจไม่ยอม
“ไม่...จงใจจะอยู่กับพ่อ”
แววหน้าเด็ดเดี่ยว
“ฉันจะอยู่รอไอ้หินมัน”
แก้วยืนยันอีกคน
“ฉันจะอยู่กับแม่”
เสือใจหน้าเครียด
“ไม่ได้ มันอันตรายมากรู้ไหม”
“รู้...แต่จงใจจะไม่ทิ้งพ่อไปไหนทั้งนั้น”
จงใจหน้าตาเด็ดเดี่ยว เสือใจมองลูกสาวอย่างเป็นห่วง ไม่ทันที่ทั้งหมดจะได้คุยกันต่อชาวบ้าน 3 – 4 คนก็วิ่งมาบอก
“พ่อเสือ ตำรวจมากันแล้ว”
เสือใจไม่มีเวลาจะแย้ง ต้องยอมให้ลูกกับแววและแก้วอยู่ด้วย
“ไปรวมกันที่ลาน ตั้งรับมันให้ดี จงใจ แวว แก้วพวกเอ็งหลบอยู่ที่นี่ก่อน ไอ้ดำเอ็งหาคนมาคอยคุ้มกันด้วย”
จงใจจะขัดขืน
“แต่...พ่อ...”
“ไม่มีการต่อรองแล้ว...เห็นท่าไม่ดี...ไอ้ดำเอ็งพาสามคนนี้ออกไปทางลัดท้ายลำธาร”
“ครับพ่อเสือ”
เสือใจล้วงถุงผ้าเล็กๆที่ใส่พลอยแดงเม็ดนั้นเอาไว้ส่งให้จงใจ
“เก็บมันไว้ให้ดี นี่คือสิ่งเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้เจ้า...ไป...พวกเรา”
เสือใจนำชาวบ้านไป จงใจมองอย่างเป็นห่วง เก็บถุงผ้านั้นไว้กับตัวอย่างดี

หินตัดสินใจอยู่ว่าจะทำยังไงดี เสือเรืองกับเสือชิน ยังคงสอดส่องหาที่มาของกระสุน หินตัดสินใจเด็ดขาด
“เป็นไงเป็นกันวะ”
หินยิงปืนใส่ที่เสือเรืองกับเสือชินเพื่อเปิดทางแล้ววิ่งไปทางชุมเสือ เสือเรืองเห็น
“นั่นไอ้หิน...ตามไปเร็ว”
เสือเรืองกับเสือชินรีบตามไป

ศักดานำตำรวจมาที่ด้านหน้าลานห่างแนวระวังของเสือใจราว สี่สิบเมตร เสือทศ และเสี่ยรงค์เดินมาเคียงข้าง
ตำรวจกระจายกำลังตั้งขบวนบุก ศักดาก้าวออกมาพร้อมโทรโข่งแล้วประกาศกร้าว
“เสือใจและชาวชุมโจรทุกคน ผมผู้กองศักดาจากกรมตำรวจของประกาศให้ทุกคนมอบตัวเดี๋ยวนี้ อย่าได้คิดต่อสู้หรือขัดขืน ผมมีอำนาจจับตายทุกคน”
ที่แนวระวังของเสือใจชาวบ้านต่างเข้มแข็งพร้อมสู้ เสือใจเข้ามาพอดีได้ยินข้อความที่ประกาศ เขาเห็นเสือทศและเสี่ยรงค์
“ไอ้ทศ ไอ้เสี่ยรงค์”
ชาวบ้านหันมาถาม
“มันให้มอบตัวพ่อเสือ เอายังไงดี”
“ไอ้ทศ ไอ้คนทรยศ...พวกเราพร้อมจะสู้ตายไหม”
ชาวบ้านต่างพยักหน้ารับสีหน้าเด็ดเดี่ยว
“เอาไงเอากันพ่อเสือ มีพ่อเสือพวกฉันก็ไม่มีวันนี้ พวกเรายอมสู้ตาย จริงไหมพวกเรา”
ชาวบ้านทั้งหมดตะโกนพร้อมกัน
“ใช่ เราจะสู้ตาย...เฮ...”
เสือใจเด็ดเดี่ยว ในใจแค้นเสือทศมาก
“มา...กูจะแลกกับพวกมึง”
เสือใจยืนขึ้นจากแนวกำบังแล้วตะโกนออกไป
“ไอ้ทศไอ้คนทรยศ ข้าอุตส่าห์ฟูมฟักเอ็งมาตั้งแต่เด็ก เสียแรงที่ข้าหลงไว้ใจ”
เสือทศไม่สะท้านแล้วก้าวออกมา
“ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้ พ่อบังคับฉันเอง...อีกอย่างพ่ออ่อนแอเกินไปต่อไปนี้ฉันจะคุมที่นี่”
“งั้นเอ็งต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
เสือใจเปิดฉากยิงทันที ฝ่ายตำรวจหลบหาที่กำบังกันอย่างรวดเร็ว ศักดาสั่ง
“ยิง...”

ทั้งสองฝ่ายยิงกันอย่างไม่กลัวเกรงกัน

จงใจ แก้ว และแววหลบอยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนจึงรู้สึกเป็นห่วง
“พ่อ...”
“พี่เสือคงสู้ตายแน่”
จงใจหน้าเสียไปคว้าปืนสั้นมากำเอาไว้แล้วตัดสินใจ
“จงใจจะไปช่วยพ่อ”
แววรีบห้าม
“ไม่ได้นะ ออกไปตอนนี้เท่ากับไปตายเชื่อน้าเถอะ พี่ใจต้องเอาตัวรอดได้”
แก้วเข้าไปห้ามอีกคน
“จริงจ้ะ...พี่หลบอยู่ที่นี่ดีกว่า”
จงใจเชื่อแววแต่อีกใจก็เป็นห่วงพ่อ...ด้านนอกเสือดำกับชาวบ้านคุมเข้ม เสือดำเห็นหินวิ่งมาแต่ไกล
“ไอ้หิน...”
หินวิ่งตรงมาที่เสือดำแล้วตะโกน
“พี่ดำช่วยด้วย”
เสือเรืองกับเสือชินวิ่งตามหินมาห่างๆ
“ไอ้เรือง...ไอ้ชิน”
“ช่วยด้วย...”
แก้วเห็นน้องรีบตะโกนบอก
“หิน...วิ่งเร็ว...”
เสือดำตัดสินใจยิงสกัดเสือเรืองกับเสือชินเอาไว้
“ไอ้ดำ...มึงเอาจริงหรือ”เ
สือชินกับเสือเรืองหลบเข้าที่กำบังแค้นๆ
“กูเอาจริงเสมอ สำหรับคนทรยศ”
เสือดำยิงใส่ไปอีก ชาวบ้านต่างรุมยิงเสือเรืองกับเสือชินด้วย หินวิ่งมาที่บ้าน จงใจกับแววได้ยินเสียงปืนจึงออกมาดูแล้วพบหิน แววกอดหินอย่างดีใจ
“ไอ้หิน...แม่นึกว่าจะไม่ได้เจอหน้าเอ็งแล้ว”
“ระดับนี้แล้วแม่...พวกมันกินฉันยาก”
หินคุยโว จงใจหมั่นไส้
“ระดับนี้แล้วหรือ เห็นเมื่อกี้วิ่งหางจุกตูด ร้องช่วยด้วย ช่วยด้วยอยู่หลัดๆ ไปเข้าไปข้างในก่อน”
หิน จงใจ แวว และแก้ว เข้าไปในบ้าน เสือดำยังคงยิงต้านเสือเรือกับเสือชินอยู่

เสือใจกับชาวบ้านยังคงยิงตอบโต้กับตำรวจอยู่อย่างเข้มแข็ง ศักดาพยายามจะบุกเข้าไปให้ได้
“เสือใจนี่มันดื้อจริงๆ...พวกเราถ้าจำเป็นจับตายได้เลย”
เสือทศออกความเห็น
“เอาอย่างนี้ ฉันจะแยกอ้อมไปด้านหลังแล้วตลบเข้ามา”
“ดีเหมือนกัน”ศักดาเห็นด้วย
เสือทศหันไปบอกเสี่ยรงค์
“เสี่ยแบ่งคนมากับฉัน”
“ฉันไปด้วย..ไปพวกเรา”
เสือทศนำพวกเสี่ยรงค์อ้อมไปทางด้านหลัง เสือใจมองเหตุการณ์อย่างรู้สึกเป็นห่วงกลุ่มจงใจ

เสือเรืองกับเสือชินยังคงยิงสู้กับเสือดำ
“ท่าทางไอ้ดำมันคงไม่ยอมง่ายๆ” เสือชินเริ่มท้อ
เสือเรืองเสียงเข้ม
“สู้ตายโว้ย...เดินหน้าแล้วอย่าถอย”
“เอาไงเอากัน”
เสือชินเชื่อเสือเรืองแล้วยิงกระหน่ำเข้าไป เสือดำยิงตอบโต้อย่างดุเดือด จงใจ หิน แก้ว และแววยังวิตก หินเล่าเรื่องราวให้แววฟังมาระยะหนึ่งแล้ว แววเจ็บใจ
“แม่ไม่คิดเลยว่าไอ้ทศมันจะเป็นแบบนี้ได้ เสียดายที่พี่เสือทุ่มเทให้มัน”
จงใจตัดบท
“ช่างเถอะน้าแวว ฉันว่าถึงยังไงพี่ทศก็ไปไม่รอดหรอก”
หินแค้นๆ
“ใช่ ถ้ามีโอกาสฉันจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง”
แก้วออกความเห็น
“ฉันว่าเราอยู่ตรงนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาทางออกไปให้ได้”
เสือทศ เสี่ยงรงค์ เบิ้ม และหัวหน้าคนงาน ผ่านมาเห็นเสือเรืองกับเสือชินยิงสู้กับเสือดำอยู่
“ไอ้เรือง ไอ้ชิน”
เสือเรืองรีบบอก
“พี่ทศ มาพอดีเลย นังจงใจมันอยู่ข้างในกับไอ้หินแน่ะ”
เสือทศยิ้มอย่างพอใจ
“จงใจหรือ...”
เสี่ยรงค์ตาวาว
“จงใจลูกสาวไอ้ใจใช่ไหม”
“ใช่...เสี่ยมีอะไร”
เสี่ยรงค์สีหน้ากระหยิ่มใจแล้วตั้งรางวัล
“ใครจับมาให้ฉันได้ ฉันให้แสนนึง”
เสือทศมองอย่างสงสัยว่า เสี่ยรงค์จะชอบพอในตัวจงใจ ทั้งหมดยังคงยิงต่อสู้กัน

เสือใจและศักดายิงต่อสู้กัน ฝ่ายเสือใจเริ่มเสียเปรียบ ชาวบ้านหันมาถาม
“เอาไงดีพ่อเสือ ขืนอยู่อย่างนี้มีหวังเสร็จมัน ลูกปืนฉันจะหมดแล้ว”
เสือใจครุ่นคิดแล้วตัดสินใจ
“ถอนกำลังไปบางส่วน พาพวกจงใจและเสือดำออกไปก่อน”
ชาวบ้านรับคำ
“จ้ะพ่อ...ไปพวกเรา”
ชาวบ้าน แบ่งกำลังไปส่วนหนึ่ง ศักดาเห็นการถอนกำลัง จึงคิดหาวิธีเข้าไปจับเสือใจ แล้วตัดสินใจ
“หนอย...คิดหนีหรือ...ไปเอาของหนักมาซิ...จับตายให้หมดทุกคนเลย”
“ครับผม”
ตำรวจ วิ่งไปข้างหลังกับตำรวจอีกนายหนึ่ง การยิงหยุดลงเสือใจแปลกใจ จับตาดูไม่วางตานิ่งไปสักครู่...ทันใดนั้นปืนกลเอ็ม 60 สองกระบอกระดมยิงเข้าใส่พวกเสือใจเป็นห่าใหญ่ พวกเสือใจต้านไม่ไหว บางคนเจ็บ บางคนตาย
เสือใจถูกยิงเข้าที่ไหล่และลำตัวไม่ระคายผิว แต่ก็เจ็บ
“ถอยก่อน...ถอยไป ข้าจะถ่วงพวกมันไว้”
“ไม่พ่อเสือ ถ้าตายต้องตายด้วยกัน”
ฝ่ายเสือใจฮึดสู้แล้วยิงตอบโต้ ตำรวจกำลังบรรจุกระสุนปืนเอ็ม 60 อีกชุดใหญ่ ศักดาย่ามใจ
“ดูซิ...พวกแกจะไปได้สักกี่น้ำ...บรรจุกระสุนเสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วครับ...”
“ยิง”

เอ็ม 60 ถูกระดมยิงเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่เสือใจคิดสู้ตาย

เสือทศ กับพวกและเสี่ยรงค์ยังไม่สามารถบุกเข้าไปชิงตัวจงใจออกมาได้
“เอ็งแน่นักหรือไอ้ดำ”
เสือทศยืนขึ้นขว้างระเบิดมือเข้าไปที่หน้าบ้านเกิดระเบิดตูมใหญ่ชาวบ้านตายไปสองศพ เหลือแต่เสือดำและชาวบ้านอีกสองสามคน ที่บาดเจ็บ เสี่ยรงค์ตกใจแล้วต่อว่าเสือทศ
“เฮ้ย...เบาๆสิวะ เดี๋ยวหนูจงใจของฉันก็โดนลูกหลงหรอก”
เสือทศไม่ฟังเสียงแล้วยิงเข้าใส่เสือดำ แล้วพึมพำ
“ไอ้ตัณหากลับเอ๊ย...”
จงใจ แวว แก้วและหินอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงระเบิดทุกคนตกใจ เสือดำวิ่งเข้ามาแล้วบอกให้หนี
“ไอ้หิน ไอ้แก้วเอ็งพาจงใจกับน้าแวว หนีไปก่อน ไปสมทบกับพวกเราที่บนเขา ไป”
“แล้วพี่ดำล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงข้า ไป...รีบไป ข้าจะถ่วงพวกมันไว้”
พูดจบเสือดำออกมาแล้วยิงใส่กลุ่มเสือทศอย่างบ้าคลั่ง
“มาสิวะ ไอ้ทศ มาแลกกับข้า...มา...”
เสือทศตะโกนสั่ง
“ยิงมัน”
ทุกคนกระหน่ำยิงเข้าใส่เสือดำและชาวบ้านจนตายหมด...หิน จงใจ แก้ว และแวว วิ่งหนีออกมาข้างหลัง
เสือชินเห็นจึงบอก
“พี่ทศ มันพาจงใจหนีไปข้างหลังแล้ว”
“ตามไปสิวะ”
เสี่ยรงค์และเสือทศกำลังมุ่งหน้าตามไป แต่ชาวบ้านที่แยกตัวอกมาจากเสือใจมาสกัดเอาไว้ เกิดการยิงต่อสู้กัน
“ไอ้ทศ...ไอ้เนรคุณ...มึงตาย...”
เสือทศและเสี่ยรงค์ต่างหาทางออก
“ไอ้เรือง ไอ้ชิน พวกเอ็งต้านมันไว้ ข้าจะไปตามจงใจ”
สองเสือรับคำ เสือทศกับเสี่ยรงค์ เบิ้มและหัวหน้าคนงาน ลอบตามจงใจไป

เสือใจทั้งเจ็บและเหนื่อย ลูกน้องก็ล้มตายไปเกือบหมด เขากำลังจะเข้าตาจน ศักดากระหยิ่มใจ
“หมดฤทธิ์แล้วหรือ เสือใจ บุกเข้าไป...จับตายให้หมด”
ตำรวจทุกนายยิงปืนใส่กลุ่มเสือใจแล้วดาหน้าเข้าไป ลูกน้องเสือใจล้มตายไปทีละคน เสือใจหมดทางสู้ เขากำลังจะแพ้ ทันใดนั้น จ่าชิตกับหมวดสมรักษ์ ในชุดชาวบ้านและคลุมใบหน้า ขี่ม้ากระโดดข้ามที่กำบังของเสือใจเข้ามาแล้วใช้ระเบิดควันขว้างเข้าใส่ตำรวจ พร้อมกับยิงสกัดแบบป้องกันไม่หวังให้ถูกใคร ตำรวจล่าถอยออกไป ศักดาหน้าตื่น
“ใครวะ...”

จ่าชิตและสมรักษ์ชักม้าไล่ยิงตำรวจให้ออกห่างไป แต่ไม่ถูกใคร ยังมีกลุ่มควันหนาทึบ เสือใจมองชายสองคนสีหน้าสงสัย ในใจโล่ง สมรักษ์ชักม้าไปมา ท่าทางสง่าปิดบังใบหน้า

เสือสมิง ตอนที่ 17 (ต่อ)

สมรักษ์ชักม้าไล่ตำรวจให้ถอยร่นออกไป จ่าชิตโยนระเบิดควันแล้วยิงสกัดไปอีกแล้วตะโกนบอก
“ช่วยเสือใจไปก่อน...”
สมรักษ์ชักม้าไปที่เสือใจแล้ววิ่งไปดึงเสือใจขึ้นม้าไปด้วย ศักดาหน้าเครียด
“ยิงมันเข้าไปสิวะ”
ตำรวจทั้งหลายตั้งขบวนได้ เริ่มกระหน่ำยิงฝ่าควันออกไปโดยไร้เป้าหมาย จ่าชิตพลาดท่าม้าตื่นกะทันหันทำให้เขาตกจากม้าลงมา จังหวะเดียวกับที่ควันจางลง ศักดาเห็นจ่าชิตที่คลุมศีรษะนอนกลิ้งอยู่จึงสั่ง
“หยุดยิง...”
ตำรวจหยุดยิง จ่าชิตยังจุกอยู่
“ผู้กอง”
ศักดายิงปืนสกัดทำนองขู่ไปสองสามนัด
“ไปเอาตัวมา”
ตำรวจไปจับตัวจ่าชิตสวมกุญแจมือ ศักดากระชากหน้ากากที่คลุมศีรษะออก
“จ่าชิต...”
จ่าชิตมองทุกคนอย่างไม่เกรงกลัว

สมรักษ์พาเสือใจมาที่ป่าด้านหลังชุมเสือซึ่งเป็นที่ปลอดภัย
“แกเป็นใคร” เสือใจมองสมรักษ์ที่คลุมหน้าไว้
สมรักษ์ไม่ตอบแต่ดึงหน้ากากที่คลุมใบหน้าออก เสือใจอึ้ง
“หมวด”
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“ฉันไม่เป็นอะไร มันเรื่องอะไรกัน”
สมรักษ์ถอนหายใจ
“เรื่องมันยาว เอาเป็นว่าเสือทศหันไปจับมือกับเสี่ยรงค์ พาตำรวจมาถล่มที่นี่ก็แล้วกัน”
เสือใจแค้น
“ไอ้ทศ ไอ้เนรคุณ...”
“จงใจอยู่ไหน”
เสือใจนึกได้
“จงใจ...ไปช่วยจงใจก่อนเร็ว”
เสือใจวิตกกังวล

หิน จงใจ แก้ว และแวววิ่งหนีมาทางป่าด้านหลังชุมเสือ แววท่าทา
ไม่ค่อยไหว
“เร็วแม่” หินหันไปเร่ง
“แม่วิ่งไม่ไหวแล้ว...ไปกันก่อนเถอะ”
“ต้องไหวสิ มาข้าช่วย”
แก้วเข้าไปประคอง จงใจเดินมาหา
“ไม่นะคะน้าแวว เราต้องไปด้วยกัน แข็งใจหน่อยค่ะ”
แววท่าทางไม่ไหวจริงๆ แก้วกับหินพยายามพยุงไป ห่างออกไป เสือทศ นำเสี่ยรงค์และลูกน้องตามล่ามา
เสือทศเห็น
“เร็ว...อยู่นั่น...อย่าหนีนะไอ้หิน”
เสือทศยิงปืนไล่หลัง เสี่ยรงค์รีบจับมือเสือทศเอาไว้
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ายิง เดี๋ยวโดนหนูจงใจ”
เสือทศไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ทำตาม แล้วนำทุกคนรีบวิ่งตามไป หินกับแก้ว และจงใจพาแววหนีสุดชีวิต
“ไปเร็วน้าแวว”

หินยิงปืนใส่กลุ่มของเสือทศไปสองสามนัดเพื่อสกัด

เสือดำสู้ไม่ไหว โดนยิงเข้าหลายนัด นอนหายใจรวยรินอยู่ที่กระท่อม ชาวบ้านนอนตายจนเหลือคนสุดท้าย ที่ยังคงยิงสู้เสือเรืองกับเสือชินอยู่ที่กระหน่ำยิง จนชาวบ้านคนนั้นขาดใจตายคากระท่อม
“แค่เนี้ย...ไปไอ้ชิน”
เสือเรืองนำเสือชินตามเสือทศไป หลังจากนั้นไม่นานนัก สมรักษ์เข้ามาที่กระท่อมแล้วพบว่าทุกคนตายหมด แต่เสือดำยังไม่ตาย
“นายดำ...เป็นยังไงบ้าง” สมรักษ์รีบเข้าไปประคอง
“ไม่ต้องมาห่วงฉัน ฉันไม่รอดแล้วล่ะหมวด รีบไปช่วยจงใจเถอะ...ไอ้ทศมัน...มัน...”
เสือดำชี้ทางให้ไปแล้วขาดใจทันที สมรักษ์รีบตามไป

จ่าชิตถูกใส่กุญแจมือแล้วมัดไว้กับต้นไม้ ศักดาเดินวนมองอย่างเจ็บใจ
“เป็นตำรวจริคบโจรหรือจ่าชิต”
จ่าชิตย้อน
“มันก็เหมือนๆกันแหละผู้กอง”
ศักดาโกรธตบหน้าจ่าชิตไปฉาดใหญ่ แต่จ่าชิตไม่แสดงอาการ
“ฝากไว้ก่อน แล้วผมจะมาสอบสวนทีหลัง...จ่า...เฝ้าจ่าชิตไว้ ที่เหลือตามผมมา”
จ่าคนที่ได้รับคำสั่งรับคำ ศักดาเดินนำลูกน้องตามเสือใจไป

เสือใจนั่งพักจนพอจะมีแรง เขาคิดถึงเสือทศแล้วยิ่งแค้น
“ไอ้ทศ...”
เสือใจลุกเดินออกไป

เสือเรืองกับเสือชินวิ่งไปตามทางที่เสือทศไป ทันใดนั้นมีปืนยิงไล่หลังมา ทั้งคู่หลบหาที่กำบังแล้วหันไปทางเสียงปืน
“ใครวะ...” เสือเรืองสงสัย
คนที่ยิงปืนคือสมรักษ์ที่คลุมใบหน้าไว้
“ใครก็ไม่รู้ เอายังไงดี”เสือชินมองไป
“ถอยไปหาพี่ทศก่อน ลูกปืนข้าจะหมดแล้ว”
ทั้งคู่ยิงพลางหนีพลาง สมรักษ์ตามไปอย่างระมัดระวัง

หิน จงใจ แวว วิ่งหนีพวกของเสือทศอยู่ในระยะห่างพอสมควร
“แข็งใจหน่อยน้าแวว” จงใจร้องบอก
หินเข้าช่วยพยุงแววแล้วยิงไปด้านหลังเรื่อยๆ แก้วยิงใส่ เสือทศกับเสี่ยรงค์หลบที่กำบัง
“ไอ้หิน...นังแก้ว เก่งนักหรือมึง”
เสือทศยิงปืนใส่หิน เสี่ยรงค์จะห้ามแต่เสือทศโวย
“อย่าให้มันบ้ากามนักเลยเสี่ย...เชื่อมือกันบ้าง”
เสี่ยรงค์นิ่งสายตาไม่พอใจแต่ปล่อยให้เสือทศยิง หินยิงต่อสู้ แก้วเห็นท่าไม่ดี
“พี่จงใจพาแม่หนีไปก่อนเดี๋ยวฉันกับหินตามไป”
แววรีบขัด
“ไม่...พวกแกหนีไปกันเถอะปล่อยแม่ไว้”
จงใจละล้าละลังแล้วตัดสินใจ
“ไปเถอะน้าแวว”
หินหันมาหาจงใจ
“ฝากด้วยนะพี่”
หินกับแก้วตัดสินใจหันไปยิงสู้กับกลุ่มเสือทศ จงใจพาแวววิ่งหนีไป เสือทศมองตามแล้วเลี่ยงตามจงใจไป
“เสี่ยยิงต้านมันไว้ฉันจะไปเอาตัวจงใจมาให้”
เสี่ยรงค์พอใจ
“ดีมาก...”

เสือทศลอบออกไป หินกับแก้วยังยิงใส่กลุ่มเสี่ยรงค์

เสือชินกับเสือเรืองหนีห่างมาจากสมรักษ์พอสมควร สมรักษ์ยังคงติดตามสองคนนั่นมา จังหวะเดียวกับที่ศักดาพาตำรวจผ่านมาแล้วพบกับเสือชินกับเสือเรือง
“ผู้กองศักดา” เสือเรืองทักทาย
“พวกนั้นล่ะ...” ศักดาถาม
“ไปทางโน้น”
เสือเรืองชี้ไปทางที่เสือทศอยู่ ศักดาพอใจ
“งั้นไปกันเถอะ”
เสือชินเตือน
“ระวังหน่อยนะ มีไอ้โม่งตามเรามาตัวหนึ่ง”
“ไอ้โม่งอีกแล้วหรือ”
ศักดาครุ่นคิดสงสัยก่อนจะตามพวกเสือชินไปหาพวกเสี่ยรงค์ ห่างออกไปสมรักษ์แอบมองอยู่เขาไม่กล้าออกมาเพราะกลัวศักดาเห็น เขานึกถึงจ่าชิตขึ้นมา

หินกับแก้วยังคงยิงต้านเสี่ยรงค์อยู่ สักพักหินออกความคิด
“ป่านนี้พี่จงใจกับแม่คงไปถึงบนเขาแล้ว เราแยกกันหนี แล้วไปเจอกันบนเขา”
แก้วเห็นด้วย
“ได้...ไป...เอ็งไปก่อน”
หินฉากออกไป แก้วยิงคุ้มกันแล้วฉากไปอีกทาง เสี่ยรงค์เห็นแล้วสั่ง
“เฮ้ย มันหนีไปแล้ว แยกกันตามไปฆ่ามันให้หมด”
เสี่ยรงค์กับลูกน้องแบ่งคนกันแยกตามหินกับแก้วไป

จงใจพาแวววิ่งถูลู่ถูกังมาตามป่า แววเหนื่อยจนหมดแรง
“เร็วน้าแวว แข็งใจหน่อย”
“ขอพักก่อนนะ”
จงใจมองกลับไปไม่เห็นมีใครตามมา จึงหยุดพัก แววเป็นห่วงหินกับแก้ว
“หินกับแก้วจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
“อย่าห่วงเลยน้าแวว หินกับแก้วมันเอาตัวรอดได้”
จงใจปลอบ แววรู้สึกดีขึ้น ทันใดนั้นเสียงเสือทศดังมาทางข้า
หลัง
“ใช่ แต่จงใจกับน้าแววคงสุดทางแค่นี้แหละ”
จงใจกับแววหันไปเห็นเสือทศ
“พี่ทศ”
แววด่าทันที
“ไอ้ทศ ไอ้สารเลว”
“อ้าว...เจอหน้าก็ให้พรเลยหรือ อีแก่ ปากดีนักหรือ”
เสือทศเดินอาดเข้าไปตบหน้าแววคว่ำลงไป จงใจรีบเข้าไปประคอง
“น้าแวว...พี่ทศ พี่นี่มันเลวจริงๆ ทำได้กระทั่งคนไม่มีทางสู้”
เสือทศมองจงใจแบบไม่มีเยื่อใย
“อย่านึกว่าเป็นลูกเสือใจแล้วพี่จะกลัวนะ...อีกไม่นานพี่ก็จะครอบครองที่นี่ แล้วจงใจก็ต้องเป็นเมียพี่”
จงใจถ่มน้ำลายใส่เสือทศ
“ถุย...ฝันไปเถอะไอ้คนเนรคุณ”
เสือทศแสดงความกักขฬะด้วยการตรงเข้ามาตบจงใจคว่ำไป
“ปากดีนักนะมึง พูดดีๆไม่ชอบ มา กูจะเอามึงเป็นเมียตรงนี้เลย”
เสือทศตรงเข้าไปปล้ำจงใจ แววเข้าไปช่วย
“อย่านะไอ้ทศ”
เสือทศตบแววกระเด็นออกมา
“นี่แน่ะ...เสือกนักหรือ”
แววกระเด็นไปติดกอไผ่ เสือทศลงมือฉีกเสื้อผ้าของจงใจ เธอพยายามปกป้อง
“อย่านะ...ไอ้บ้า...อย่า”
“ฤทธิ์มากนักรึ”
เสือทศชกท้องจงใจ จนจุกและหมดแรง เสือทศเริ่มลงมือจะข่มขืน ทันใดนั้นแววเอาไม้ขนาดพอเหมาะตีเสือทศกระเด็นไปนอนบิดด้วยความเจ็บ แค้นๆ แวววิ่งไปหาจงใจที่เริ่มหายจุก
“เป็นยังไงบ้างจงใจ”
“ไม่...ไม่เป็นอะไรจ้ะ...ไปกันเถอะ”
จงใจกับแววมองไปที่เสือทศที่กำลังนอนบิดอยู่ แล้วรีบวิ่งหนีไป ในตอนแรกคิดว่าจะหนีไปรอด...แต่เสือทศชักปืนออกมาแล้วยิงใส่ข้างหลัง แววทรุดลง จงใจหันมาตื่นตระหนกร้องเรียก
“น้าแวว...”

แววทรุดลงที่พื้นแต่ไม่ถูกที่สำคัญ

“จงใจ”
“น้าแวว...น้าแวว”
แววท่าทางไม่ไหว จงใจประคองเอาไว้เลือดเต็มมือ
“น้าแวว ทำใจดีดีนะ...น้าแวว”
เสือทศเดินเข้ามาลากจงใจออกไปจะข่มขืน
“มานี่...”
“อย่านะ...ช่วยด้วย”
เสือทศลากจงใจออกมา แววมองดูอย่างปวดร้าว จงใจปกป้องตัวเองทั้งทุบทั้งตีเสือทศ
“อย่านะ...นี่”
“โธ่เว้ย”
เสือทศโมโหตบจงใจไปอย่างแรงจนเธอแน่นิ่งไป แล้วลงมือหมายจะปลดกระดุมเสื้อจงใจ แต่ก่อนที่เสือทศจะทำอะไร เสือใจก็ปรากฏกายขึ้นด้านหลัง
“หยุดสันดานเลวๆของเอ็งซะที ไอ้ทศ”
เสือทศหันกลับมาเห็นเสือใจถือปืนจ่ออยู่ก็หน้าซีดเล็กน้อย
“พ่อเสือ...”
“เอ็งยังกล้าเรียกข้าว่าพ่ออีกหรือไอ้ทศ”
เสือใจกระชับปืนแน่นจ่อไปที่เสือทศ แล้วสั่งจงใจ
“จงใจ พาน้าแววหนีไป”
จงใจทำตามคำสั่ง พาแววออกไปอย่าทุลักทุเล เสือทศหยิบปืนแววตากร้าว
“มาถึงขนาดนี้ ฉันไม่ถอยแล้ว พ่อกับฉัน คนหนึ่งไป คนหนึ่งอยู่”
“เอ็งยังมีหน้าจะอยู่อีกหรือไอ้ทศ”
เสือใจแววตาเข้มเล็งใส่ เสือทศแววตากร้าวไม่กลัว
“ยิงเลยพ่อ...ยิงสิ...”
เสือใจตัดสินใจยังไม่ได้ ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในใจของเสือใจ

ในอดีตชุมเสือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เสือทศยังเด็กๆและมีกิจกรรมร่วมกับเสือใจอย่างมีความสุขและความรัก เสือทศหัดยิงปืนโดยมีเสือใจเป็นคนสอน...เสือใจสอนเสือทศขี่ม้า...เสือทศกับเสือใจจับปลาในห้วยด้วยกัน...เสือทศหัดก่อไฟหน้าดำเสือใจหัวเราะด้วยความขบขันและเอ็นดู

เสือใจยังคงจ้องเสือทศในมือมีปืนเตรียมยิง
“พ่อไม่กล้ายิงฉันหรอก วางปืนเถอะ”
“ใครบอกเอ็ง...ไอ้คนเนรคุณ”
เสือทศตระหนกแววตาแสดงความกลัวแต่ยังนิ่ง เสือใจกำลังจะเหนี่ยวไกเสือทศตัดสินใจยิงใส่ก่อนนัดหนึ่ง เสือใจยิงสวนออกไปอีกนัดลูกปืนเสือทศพุ่งทะลุใต้ไหปลาร้าของเสือใจ ส่วนเสือทศลูกปืนถากแขนไป
เสือทศใช้นาทีทองยิงใส่ เสือใจกลิ้งตัวหลบเข้าไปในพงเสือทศหาไม่เจอ แล้วคิดถึงจงใจ
“จงใจ...”
เสือทศตามจงใจไป เสือใจหลบอยู่ในซอกหินเลือดไหลโชก
“ลูกปืนอาคม...ไอ้ทศนี่เอ็งกล้าฆ่าข้าจริงๆหรือนี่”

เสือใจแค้นมาก เขาเอาผ้าขาวม้ามาฉีกแล้วพันห้ามเลือดไว้แล้วกัดฟันลุกออกไป

เสือสมิง ตอนที่ 17 (ต่อ)

จงใจพาแวววิ่งหนีมาตามทางด้านหลังชุมเสือมุ่งหน้าภูเขา ทันใดนั้นเสี่ยรงค์กับลูกน้องตามมาทันและดักหน้าเอาไว้
“จะไปไหนจ๊ะ คนสวย”
จงใจกับแววสะดุ้ง
“แก...ไอ้เสี่ยรงค์”
เสี่ยรงค์ยิ้มกริ่ม
“ไปกับพี่ซะดีๆ”
“ไม่ ฉันยอมตาย”
จงใจกับแววไม่มีอาวุธ ลูกน้องเสี่ยรงค์ล้อมเข้าไปฉุดจงใจออกมา แววพยายามยื้อทั้งๆที่บาดเจ็บ
“อย่า...อย่า...จงใจ...”
จงใจร้องลั่น
“ช่วยด้วย...”
เสี่ยรงค์รำคาญแววจึงยิงแววทิ้ง จงใจแทบช็อก
“น้าแวว”
แววล้มทรุดลงไปกับพื้นลมหายใจรวยริน ลูกน้องเสี่ยรงค์ลากจงใจออกไป เสี่ยรงค์เดินตามไปอย่างพอใจ
“น้าแวว...น้าแวว...”
แววมองตามจงใจตัวเองกำลังจะสิ้นลมเสียงของจงใจหายไปเรื่อยๆ

หินลอบมาตามทางในชุมเสืออย่างชำนาญเส้นทาง เขารู้เส้นทางแถบนี้ดีแต่ก็ยังมีคนที่อ่านใจหินออก เสือเรืองกับเสือชินนั่นเอง ทั้งสองมาดักหน้าดักหลังหินไว้ เสือเรืองยิ้มหยัน
“จะรีบไปไหนหรือครับคุณไอ้หิน...เสร็จกูล่ะมึง”
“ไอ้เรือง ไอ้ชิน ไอ้คนทรยศ”
หินยิงปืนใส่เสือเรืองอย่างว่องไว เสือเรืองไวกว่าหลบทันแล้วยิงโต้ตอบ สักครู่หินกระสุนหมดเขากำลังจะใส่กระสุนใหม่ แต่มีปืนมาจ่อศีรษะของเขา หินเงยหน้าไปมอง เสือชินยืนยิ้มอย่างมีชัย

แก้ววิ่งลัดเลาะมาตามทางแล้วมาถึงตรงที่แววถูกยิง นอนฟุบหายใจรวยรินอยู่
“แม่...”
แก้วรีบวิ่งไปหาแววประคองขึ้นมาเลือดเต็มตัวทั้งแววทั้งแก้ว
“แก้ว...หนีไป...”
“ไม่...เราต้องไปด้วยกัน”
แววใกล้สิ้นใจ
“แม่...ไม่ไหวแล้ว...แก้วหนีไปดูแลน้องให้ดี”
“ไม่...แม่ต้องไม่เป็นอะไร”
แววกระอักเลือดออกมา ห่างออกไป เบิ้มคุมลูกน้องตามล่าคนในชุมเสือ
“ดูให้ทั่วว่ามีใครรอดไปหรือเปล่า”
แก้วกับแววได้ยิน แววกอดแก้วเอาไว้แนบอกแล้วบอกแก้ว
“อยู่นิ่งๆ หลับตาซะ”
แก้วเข้าใจว่าแววให้แกล้งทำเป็นตาย เธอนอนนิ่งบนอกแวว เบิ้มกับลูกน้องเดินเข้ามาใกล้แววกับแก้ว เห็นว่านอนนิ่ง
“ตายได้น่าประทับใจจริงๆ เฮ้ย ไปดูซิว่ามีใครหลงเหลือหรือเปล่า”
ลูกน้องกระจายกันออกไปดู แววและแก้วยังคงนอนนิ่ง ลูกน้องกลับมารายงานเบิ้ม
“ไม่มีแล้วพี่”
“งั้นไปที่อื่น”
เบิ้มกับลูกน้องจากไปลับ แก้วลืมตาดูเห็นว่าปลอดภัยจึงผละจากอกแม่
“แม่...พวกมันไปแล้ว ไปเรารีบไปกันเถอะ”
แววนิ่งเพราะสิ้นลมไปแล้ว แก้วยังไม่รู้ตัว
“รีบไปกันเถอะแม่...”
แววยังคงนอนนิ่ง แก้วเอะใจแล้วเขย่า
“แม่...แม่...”
แก้วฟังหัวใจแววพบว่าหัวใจไม่เต้น แก้วน้ำตาไหลออกมาทีละน้องจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ยอมกรีดร้อง

เสือใจลอบมาตามกระท่อมต่างๆ เพื่อหาคนรอดชีวิตและจงใจ แต่ไม่พบ จนมาถึงกระท่อมที่เสือดำตาย เขามองดูอย่างหดหู่ แล้วนึกอะไรได้บางอย่าง
“อาวุธ...”
เสือใจรีบเลี่ยงออกไปเพื่อไปเอาอาวุธเพิ่ม

จ่าชิตยังคงถูกสวมกุญแจมือคล้องกับเสาอยู่ มีตำรวจเฝ้าสองนาย ศักดาเดินนำตำรวจกับเสือเรืองและเสือชินเข้ามา พร้อมกับลากตัวหินที่โดนมัดมาด้วย ศักดาเดินเข้ามาหาจ่าชิตแล้วสอบสวน

“บอกมาซิจ่า ว่าไอ้โม่งอีกคนมันเป็นใคร”
“ผมไม่รู้...แต่ถึงรู้ก็ไม่บอก”
จ่าชิตท่าทางยียวน ศักดาแววตาอาฆาตแต่ไม่ทำอะไรแล้ว พยักหน้าให้เสือเรืองจัดการแทน เสือเรืองรู้หน้าที่จึงตรงเข้าไปซ้อมจ่าชิตไปสองสามที ศักดายิ้มเยาะ
“ว่ายังไง...จ่าหัดคบโจรก็ต้องโดนอย่างนี้”
“แล้วที่ผู้กองทำอยู่นี่เขาเรียกว่าอะไรรึ”
“ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร...จ่าคงรู้นะว่าตอนนี้จ่าอยู่ในฐานะอะไร”
ศักดาท่าทางยียวนกลับแล้วถามต่อ
“ว่ายังไง ไอ้โม่งอีกคนมันเป็นใคร”
“ผู้กองจำพ่อผู้กองไม่ได้เลยรึ”
จ่าชิตยียวนกลับ ศักดาแค้นแล้วสั่งเสือเรือง
“จัดไปอีกชุดซิ”
เสือเรืองซ้อมจ่าชิตอย่างหนัก สมรักษ์ลอบมองจ่าชิตที่ถูกซ้อมอยู่ห่างออกไป เขาสงสารจ่าชิตเหลือเกิน
“ทนหน่อยนะจ่า...”
สมรักษ์มองไปรอบๆอย่างหาทางแก้ปัญหา

จ่าชิตโดนซ้อมเสียน่วมแต่กำลังใจยังดี
“ทนจริงนะจ่า...ไม่เป็นไร...ยังมีเวลาอีกเยอะ แต่จริงๆแล้วผมก็พอจะรู้ว่ามันเป็นใคร”
เสี่ยรงค์กับลูกน้องเดินเข้ามาพร้อมกับจงใจ หินหน้าเสีย
“พี่จงใจ”
“หิน”
จงใจจะเข้าไปหาหิน เสี่ยรงค์ดึงจงใจเข้ามากอดเอาไว้
“จะไปไหนหนู”
เสือทศเดินเข้ามาหน้าเหี้ยมมองจงใจ
“ฉันไม่นึกเลยว่าพี่ทศจะเนรคุณกับพ่อเสือได้”
หินถ่มน้ำลายดูถูก
“ใช่...ถุย...ไอ้ทศไอ้หมาขี้เรื้อนเอ๊ย...”
เสือทศโมโหสุดขีดเงื้อมือจะเข้าไปตบหิน ศักดาห้าม
“เสือใจล่ะ”
เสี่ยรงค์สงสัย
“นั่นสิ...เสือทศแล้วเสือใจล่ะ”
“ฉันยิงเขาบาดเจ็บ แต่หนีไปได้”
ศักดาชะงัก
“บาดเจ็บหรือ พวกเราล้อมเอาไว้แบบนี้มันคงยังไม่ได้ออกจาชุมเสือแน่ รีบตามหาเร็ว”
เสี่ยรงค์เห็นด้วย เสือทศขัดขึ้น
“เดี๋ยว ฉันรู้แล้วว่าเสือใจจะไปที่ไหน”
ห่างออกไปสมรักษ์แอบมองอยู่

เสือใจวิ่งลัดเลาะมาตามพงไม้แล้วมาที่กระท่อมเก็บอาวุธ เขารีบเข้าไปข้างใน มีศพคนตายอยู่หน้าบ้านและด้านในบ้างพอสมควร ในกระท่อมเสือใจเข้าไปแล้วตรงไปที่กลางบ้านลื้อไม้ที่ปิดออกมีลังเหล็กใบใหญ่ฝังเอาไว้ เขาเปิดฝาเหล็กออกเห็น อาวุธและกระสุนมากมาย เสือใจหยิบอาวุธที่จำเป็นออกมาเหน็บและตุนเอาไว้ แล้วขึ้นลำปืนที่ถนัดมือถือไว้สองข้างเตรียมพร้อมแล้วรีบออกมาหน้าบ้าน...เสือทศ เสี่ยรงค์ ศักดาและตำรวจมากมายโผล่มา
“เจอกันอีกแล้วนะไอ้ใจ...คราวนี้เอ็งไม่รอดแน่” เสี่ยรงค์ยืนยิ้มอย่างยียวน
ศักดาตะโกนก้อง
“เราล้อมไว้หมดแล้วเสือใจ มอบตัวเสียเถอะ”
เสือใจแววตาเข้มในใจไม่กลัวมือกระชับอาวุธแน่น ส่ายสายตาไปรอบๆ แล้วไปหยุดที่เสือทศแววตาเขม็ง เสือทศหลบตา ศักดาย้ำ
“ว่ายังไง เสือใจ ฉันให้โอกาสแล้วนะ”
เสือใจตัดสินใจหน้าเข้ม
“ขอโทษนะ ผู้กอง ผมสละสิทธิ์ ถ้าอยากได้ตัวผม ก็เอาไปเป็นศพก็แล้วกัน ผมบริจาคให้”
พูดจบเสือใจก็กราดยิงพร้อมพุ่งเข้าไปในบ้านหาที่กำบัง ฝ่ายเสี่ยรงค์ ศักดา เสือทศและตำรวจต่างหลบกันกระเจิง
“พูดดีๆไม่รู้เรื่อง...ทุกคนจับตายเสือใจ”
สิ้นเสียงศักดา ตำรวจจากทุกมุมที่ล้อมบ้านก็ยิงเข้าใส่เสือใจอย่างไม่ยั้ง เสือใจหลบแล้วพยายามยิงตอบโต้ แล้วมองหาทางหนีไปรอบๆแต่ไม่มีช่องเลย
“ล้อมกันแน่นขนาดนี้จะไปยังไงวะ”
มีการยิงตอบโต้กันไปสักพัก ศักดาออกความเห็น
“ยิงแบบนี้ต่อไปก็เปลืองเปล่าๆ เล่นอย่างนี้ดีกว่า จ่า...”
ศักดาเรียกจ่าคนหนึ่งมารับคำสั่ง
“ไปจัดชุดใหญ่มาหน่อยซิ”
จ่าวิ่งไปข้างหลัง เสี่ยรงค์งงว่าศักดาจะทำอะไร
“จะเลี้ยงข้าวมันหรือ”
“เลี้ยงข้าวต้มงานศพมันน่ะสิ”
จ่าเอาเครื่องยิงลูกระเบิดแบบบาซูการ์มาให้ศักดา เสือใจเห็นจึงรีบหาทางเอาตัวรอด ศักดาปรับวิถียิงให้พร้อม
“เหนียวขนาดไหนให้มันรู้ไป”
ศักดาประทับแล้วเล็ง ยิงทันที จรวดพุ่งเข้าไปในบ้าน กระท่อมระเบิดเป็นจุล มีศพกระเด็นออกมา และมีไฟไหม้ เสี่ยรงค์ยิ้มอย่างพอใจ
“เสร็จล่ะ...”
ทุกคนยืนมองกระท่อมไฟไหม้จนมอดมีแต่เศษไม้เศษจากกองเอาไว้ มีศพไหม้ไฟหลายศพไม่รู้ว่าใครเป็นใครเพราะแขนขาขาดหมด ศักดายิ้มอย่างพอใจแล้วตะโกน
“ปิดคดี”

ระรินเดินนำกินรีกับแม่หมอเข้ามาที่เรือนรับรอง ห่างจากเรือนใหญ่เล็กน้อย
“นี่เป็นเรือนที่เอาไว้ใช้รับรองแขก พักที่นี่ตามสบายนะ”
กินรียิ้มรับ
“ขอบคุณนะคะ”
แม่หมอไม่ค่อยไว้ใจ แต่เก็บอาการ ภราดรหันมาหากินรี
“ผมจะหมั่นมาเยี่ยมกินรีนะ”
แม่หมอหันมาบอก
“ตามสบายเถอะหมอ นี่มันที่ของพวกหมอนี่ ถ้าไม่ว่าอะไรฉันจะขออนุญาตจัดข้าวของให้เข้าที่ก่อน”
ภราดรมองกินรีแบบเฉยเมย ระรินสังเกตอย่างนั้นก็สบายใจ
“ตามสบายเลย เสร็จแล้วออกไปทานข้าวเย็นกันนะ ฉันให้คนเตรียมเอาไว้ให้แล้ว”
ระรินเดินออกไปภราดรเดินตามไป ประเดิมรู้สึกสงสัยแล้วบ่นขณะที่แม่หมอจัดหิ้งพระ
“ผมไม่เข้าใจเลยว่าอยู่ดีๆคุณระรินทำไมใจดีอย่างนี้”
กินรีมองระรินในแง่ดี
“คุณระรินเขาก็ไม่ใช่คนร้ายอะไรนี่พี่ประเดิม เขาคงสงสารพวกเราน่ะ”
แม่หมอหันมาเตือนกินรีอย่างไม่ไว้ใจ
“เป็นอย่างนั้นจริงๆก็ดีสิ”

แม่หมอกลับมาจัดหิ้งพระเหมือนเดิม ที่บ้านฝั่งตรงข้ามอองไชยมองผ่านหน้าต่างมา แม่หมอเงยหน้าสบตากับอองไชยต่างฝ่ายต่างมีอะไรในใจ

ภราดรกับระรินเดินเลี่ยงออกมาทางสวนหย่อมข้างบ้านหลังใหญ่
“แค่นี้ก็หมดเรื่อง ดีนะที่ชาวบ้านเป็นใจให้เราด้วย” ภราดรบอกอย่างพอใจ
“ค่ะ ทีนี้ก็เหลือแต่รูปปั้น” ระรินเห็นด้วย
“เรื่องนี้ไม่ยากหรอกครับ ผมจะเป็นคนไปเอามาให้คุณระรินเอง”
ภราดรแสร้งแสดงท่าทางลุ่มหลง ระรินด้วยฤทธิ์เสน่ห์
“เอาแค่รูปปั้นนะ...ไม่ใช่ไปคว้านังกินรีมาด้วยล่ะ”
“โธ่ ผมจะทำอย่างนั้นทำไม ผมออกจะทั้งรักทั้งหลงคุณระริน ที่ทำไปก็เพื่อคุณพ่อของคุณนะครับ”
ระรินซบที่หน้าอกเขาอย่างอ้อนๆ
“ก็ระรินกลัวหมอทิ้งระรินไปนี่คะ”
“ไม่แน่นอนครับ ผมสัญญาว่าไม่ว่าจะชาติไหนๆผมก็จะขอตามไปเป็นคนรักของคุณระรินทุกชาติไป”
ระรินกระหยิ่มยิ้มอยู่ใต้อ้อมกอดของภราดร

เสี่ยรงค์นั่งรถกลับมากับศักดา ข้างๆมีจงใจ กับหิน และจ่าชิต
“ว่าไงจ๊ะหนู...เอาไว้ถึงบ้านก่อนนะ เสี่ยจะรับขวัญให้สมใจเลย” เสี่ยรงค์มองจงใจอย่างเสน่หา
จงใจด่าทันที
“ไอ้บ้า...”
เสี่ยรงค์ยิ้มแล้วไม่สนใจ กลับมาคุยกับศักดา
“ตกลงรู้หรือยังว่า ไอ้โม่งอีกตัวเป็นใคร”
“คิดว่ารู้แล้ว...แล้วเด็กพวกนี้จะเอายังไง”
“เอาไปไว้ที่ปางไม้” ศักดาบอกทันที

จ่าชิตถูกควบคุมตัวมาในรถตำรวจ เขาระวังตัวตลอดเวลา เสือทศ และพวกอยู่คันหลัง
“ท่าทางไอ้เสี่ยรงค์มันจ้องจะเอาน้องจงใจของพี่จริงๆนะเนี่ย” เสือเรืองกระซิบเสือทศ
“หุบปากเถอะน่า”
เสือทศในใจครุ่นคิด เสียดายจงใจและหาทางออก ขณะที่ขบวนรถวิ่งผ่านป่าไป

แก้วอุ้มแววเดินมากลางชุมเสือเนื้อตัวมอมแมมและเปื้อนเลือดสีหน้าแววตาเศร้าหมองสิ้นหวัง สภาพผู้คนนอนตายเกลื่อนกลาด บ้านช่องพังและถูกเผา แก้วเดินมาถึงตรงกลางแล้วทรุดตัวคุกเข่าลงน้ำตานองหน้า
ขณะเดียวกันที่กระท่อมเก็บอาวุธที่ถูกระเบิดและโดนไฟไหม้จนเหลือแต่ซาก ยังมีไฟครุกรุ่นอยู่บ้าง ทันใดนั้นประตูเหล็กที่เก็บอาวุธ ถูกเปิดออก เสือใจลุกออกมาท่าทางโทรมและเซ เสือใจหายใจหอบมองไปรอบๆด้วยความเสียใจ

แก้วยังคงทรุดนั่งอย่างหมดอาลัย เสือใจเดินมาข้างหลังช้าๆแล้วมาหยุดเอามือแตะไหล่ปลอบใจเบาๆ
“ลุงเสือ...แม่ตายแล้ว”
เสือใจน้ำตาเอ่อ...ด้วยความแค้น แล้วพยักหน้ารับ...เสือใจยืนอย่างตระหง่านในใจเศร้าและแค้น แก้วคุกเข่าอยู่ข้างๆหมดความหวัง

เสือใจกับแก้วยืนอยู่หน้าหลุมศพ แก้วยืนน้ำตานอง
“แวว...ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ารู้ว่าเอ็งคิดยังไงกับข้า ถึงแม่ว่ามันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เอ็งคิด แต่ข้าก็มีความสุขที่มีเอ็งคอยดูแล ทุกวันที่ผ่านมาเอ็งเป็นเสมือนแม่ของชุมเสือเป็นแม่พวกเราทุกคน วันนี้เอ็งจากไปแล้ว ชุมเสือแห่งนี้ก็ไม่มีอีกต่อไป ข้าจะเก็บความทรงจำดีๆเอาไว้ในใจข้าตลอดไป ขอให้เอ็งไปสู่สุขคตินะแวว” เสือใจน้ำตาเอ่อ
“แม่ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ฉันจะดูแลน้องให้ดีที่สุด...ลาก่อนนะแม่”

เสือใจเดินหันหลังกลับกับแก้ว ด้วยความแค้นอย่างที่สุด

เสือสมิง ตอนที่ 17 (ต่อ)

แม่หมอเดินลงมาจากบ้านแล้วมองไปรอบๆ อองไชยปรากฏกายขึ้นที่พงไม้ด้านข้าง
“เจ้าก็เป็นขี้ข้าเสี่ยรงค์เหมือนกันหรือ” แม่หมอถามทันที
“เปล่า...เสี่ยรงค์ต่างหากที่เป็นขี้ข้าของข้า”
“เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่”
“มันไม่เกี่ยวกับเจ้า”
“แต่มันเกี่ยวกับหลานข้า”
อองไชยถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย แล้วไม่ใส่ใจ
“ถ้าเจ้ามีปัญญาก็สลายอาคมข้าสิ...เรื่องแบบนี้ใครดีใครอยู่ คนอ่อนแอควรจะถูกกำจัด”
จังหวะหนึ่งอองไชยหันขึ้นไปมองบนบ้าน เขาตกใจเมื่อเห็นชะเวมะรัตปรากฏกายขึ้นที่ริมหน้าต่าง
“เจ้า...เจ้า...พวกเจ้าเป็นใครกันแน่”
แม่หมอหันไปมองที่หน้าต่างตรงที่อองไชยมองแล้วเห็นเป็นกินรียืนอยู่
“มีอะไรหรือยาย” กินรีถามลงมา
“ไม่มีอะไรหรอก”
แม่หมอหันกลับมาปรากกว่าอองไชยหายไปแล้ว

ศักดานำตำรวจสองสามนายมาที่บ้านสมรักษ์ เพราะคิดว่าสมรักษ์น่าจะเป็นไอ้โม่ง
“หมวด...หมวด...”
เงียบไม่มีเสียงตอบ ศักดาพยักหน้าให้ตำรวจเข้าไปค้น ตำรวจแยกย้ายกันเข้าไปในบ้าน ศักดาตามไป แล้วขึ้นไปที่ห้องนอน เห็นว่ามีผ้าห่มคลุมเอาไว้เหมือนมีคนนอนอยู่
“หมวด...หมวด...”
ไม่มีเสียงตอบศักดาจึงตัดสินใจดึงผ้าห่มออก ใต้ผ้าห่มมีหมอนข้างและหมอนหนุนวางอยู่ แต่ไม่มีสมรักษ์ ที่แท้สมรักษ์พลางเอาไว้ ศักดาครุ่นคิดและคิดว่าต้องเป็นสมรักษ์แน่นอน
“หมวดสมรักษ์ เป็นนายจริงๆ”
แต่ก่อนที่ทุกคนจะสรุป สมรักษ์ก็เดินเข้ามาในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวและมีผ้าคลุมแสดงว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ สมรักษ์ ศักดาและตำรวจจึงทำท่าสงสัย
“มีอะไรหรือครับผู้กอง”
“อ้าว...หมวด เห็นว่าไม่สบาย”
“ครับพอดีสร่างไข้ผมเลยไปอาบน้ำ เอ่อ...”
“ผมต้องขอโทษด้วย คิดว่าคุณร่วมมือกับจ่าชิตไปช่วยเสือใจ...รีบแต่งตัวซะแล้วไปรายงานตัวกับผมที่โรงพัก”
ศักดากับตำรวจเดินจากไป สมรักษ์มองตามอย่างโล่งใจ

จงใจกับหินถูกจับเข้าไปขังในห้องขังที่ทำขึ้นอย่างแน่นหนา เสี่ยรงค์ เสือทศกับพวกยืนมอง
“ปล่อยพวกเราไปนะ...พี่ทศ ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้”
จงใจพยายามขอร้อง เสือทศเบือนหน้าหนี
“เบิ้มดูไว้ให้ดี อย่าให้หนีไปได้” เสี่ยรงค์สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
เสี่ยรงค์เดินออกมา กับเสือทศ เสือเรืองและเสือชิน เบิ้มยังคงเฝ้าอยู่กับหัวหน้าคนงานและลูกน้องอีกหลายคน
“ตามสบายนะเสือทศ ฉันจะกลับบ้านก่อน รอให้หนูจงใจตั้งตัวได้สักพักแล้วฉันจะมารับขวัญ”
เสี่ยรงค์หัวเราะแล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี เสือทศมองตามแววตาแค้นแต่จำยอม
“พี่ทศ...พี่ทศยอมได้ยังไงเป็นฉันนะ...” เสือเรืองกระซิบถาม
เสือทศเสียงเข้มใส่
“หุบปากเถอะน่า ทำการใหญ่บางครั้งก็ต้องยอมเสียบ้าง”
เสือเรือง กับเสือชินเข้าใจ

ศักดาคุยกับสมรักษ์ในห้องทำงาน
“เป็นอันว่าคดีเสือใจปิดสนิท นี่ต้องยกความดีให้เสี่ยรงค์ด้วย ที่ให้เบาะแสกับเรา”
“ครับ นี่หมายความว่าผู้กองอาจจะย้ายกลับไปแล้วหรือครับ”
ศักดาลุกขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วปฏิเสธ
“คงยังหรอก....ผมเริ่มรักที่นี่แล้วสิ”
สมรักษ์รู้ทันว่าศักดาจะอยู่โกยผลประโยชน์จากเสี่ยรงค์
“แต่ผมได้กลิ่นไม่ค่อยดีเกี่ยวกับเสี่ยรงค์”
“มีอะไรอีกล่ะ”
“ผมยังไม่แน่ใจ”

ศักดานิ่งแล้วรุกไล่สมรักษ์

“นี่หมวดเมื่อไหร่จะเลิกกล่าวหาคนลอยๆเสียทีนะ หลักฐาน ไปหาหลักฐานมาสิ”
สมรักษ์อ้ำอึ้ง
“ตอนนี้ยังครับ แต่ผมกำลังตามอยู่”
ศักดาตัดบท
“งั้นไม่ต้อง เรื่องนี้ผมจะสืบเอง...ไปได้แล้ว”
“แล้วคดีจ่าชิตล่ะครับ”
“ผมให้หมวดสันติ สอบสวนและรับคดีนี้ไปแล้ว”
สมรักษ์รับรู้แล้วลุกออกไปอย่างนอบน้อม ศักดามองตามสายตาไม่ค่อยจะไว้ใจสมรักษ์

จ่าชิตนั่งนิ่งอยู่ในห้องขัง สมรักษ์เดินผ่านมาแล้วแวะคุยกับสันติ
“คดีจ่าชิตเป็นไงบ้างหมวด”
“อ๋อ...จ่าแกปากแข็งน่ะ ไม่พูดอะไรเลย พรุ่งนี้จะเอาเข้าจังหวัดไปขออำนาจศาลฝากขัง”
สมรักษ์เข้าใจในใจคิดอะไรบางอย่าง
“ผมขอเยี่ยมแกหน่อยสิ”
“ผู้กองสั่งห้ามใครเยี่ยม”
สมรักษ์หันไปมองทางห้องศักดาเห็นเขาออกไปข้างนอก
“น่า...คนกันเอง นั่นผู้กองออกไปข้างนอกแล้ว”
“ก็ได้...แต่อย่านานนะ”
“รู้แล้วน่า”
สมรักษ์รีบเดินไปที่ห้องขัง
“จ่า...”
จ่าชิตหันมาแล้วรีบมาที่สมรักษ์
“ไอ้ใจเป็นยังไงบ้าง”
สมรักษ์หน้าสลด
“ตายแล้ว...ตายพร้อมน้าแวว”
จ่าชิตแค้นมาก
“ไอ้ระยำเอ๊ย”
สมรักษ์ถามบ้าง
“จงใจล่ะ”
“เสี่ยรงค์มันเอาตัวไป เห็นว่าเอาไปที่ปางไม้”
สมรักษ์อึ้งทันที

เสี่ยรงค์คุยกับกินรีขณะอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“ตามสบายนะหนูไม่ต้องเกรงใจจะอยู่สักกี่วันก็ได้”
กินรีนั่งที่โต๊ะกินข้าว ข้างๆเป็นภราดร และฝั่งตรงข้ามเป็นระริน
“ขอบคุณค่ะ”
ภราดรหันมาถาม
“แล้วแม่หมอทำไมไม่ขึ้นมาทานข้าวด้วยกันล่ะกินรี”
“ยายบอกว่ายายไม่ถนัดการทานข้าวแบบนี้ค่ะ”
ระรินหลุดปากด้วยความหมั่นไส้
“ก็บ้านนอกซะอย่างนั้น...เอ๊ย...ระรินหมายถึงว่าแม่หมอคงไม่คุ้นกับธรรมเนียมคนเมืองน่ะ...”
ภราดรตักอาหารให้ กินรีแปลกใจที่เขาทำแบบนี้ต่อหน้าระริน และระรินก็ไม่แสดงอาการ
“นี่ครับ...”
“ขอบคุณค่ะ”
ระรินทำเป็นยิ้มแย้ม
“ทานมากๆนะ”
เสี่ยรงค์จ้องกินรีตาเป็นมัน
“หนูจะทำยังไงต่อไปล่ะ”
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
ระรินพูดขึ้น
“ก็อยู่ทำงานที่นี่ไปก่อนสิ...บ้านเรามีธุรกิจตั้งหลายอย่าง เธอกับแม่หมอทอผ้าเก่งไม่ใช่หรือ ไปทอที่โรงงานของพ่อฉันไหมล่ะ”
เสี่ยรงค์นึกได้
“เออจริงสิ...บางทีเราอาจจะมีลายแปลกๆออกตลาดบ้าง”
กินรีอ้ำอึ้ง ภราดรเสริม
“ไปเถอะ กินรีกับยายจะได้มีรายได้”
“ค่ะ”

กินรีรู้สึกอบอุ่นที่ภราดรห่วงใย

ค่ำนั้น สมรักษ์นั่งกินอาหารอยู่ที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งในอำเภอ ในใจเขาครุ่นคิดเรื่องจงใจและจ่าชิต ครู่หนึ่งประเดิมซึ่งนัดกันไว้มาถึง
“ประเดิม ทางนี้”
“หมวด โทษทีที่มาสาย...กว่าจะปลีกตัวออกมาได้”
“เห็นจ่าชิตบอกว่าพวกมันจับจงใจกับหินไปขังไว้ที่ปางไม้”
ประเดิมหน้าไม่ค่อยดี
“จริงหรือนี่...”
“นายพอจะรู้ที่ตั้งของปางไม้ไหม”
“รู้ครับ ผมเคยไปกับหมอภราดรมาครั้งหนึ่งมันอยู่ในป่าฝั่งติดรัฐฉาน...”
สมรักษ์เริ่มมีความหวัง เขาคิดแผนการ

จงใจกับหินถูกขังอยู่ในห้องขังสองคน ทั้งคู่รู้สึกเศร้า และแค้นที่ต้องเสียเสือใจกับแววไป
“คอยดูนะออกไปได้ฉันจะฆ่าไอ้ทศด้วยมือของฉันเอง” หินเจ็บใจ
“พี่ทศไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย คอยดูนะฉันจะจองเวรไปทุกชาติเลย”
จงใจหยิบถุงใส่พลอยสีแดงเม็ด ออกมาจากที่ซ่อนตรงชายเอว
“อะไรน่ะพี่จงใจ”
“พ่อเสือให้พี่เอาไว้ มันเป็นของที่แม่รักมาก...พ่อเสือบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องทำใจเข้มแข็งเอาไว้”
ยังไม่ทันที่จะคุยอะไรกันต่อ เบิ้มนำอาหารเข้ามาให้
“เอ้า...กินซะ”
“น้า...ถามจริงเถอะเสี่ยรงค์จับพวกฉันมาทำไม”
“ไอ้เด็กนั่นข้าไม่รู้ แต่เอ็งน่ะ เสี่ยเขาจะเอาทำเมีย”
จงใจหน้าตื่น
“หา...ไอ้เสี่ยบ้ากามเอ๊ย...ไปบอกมันด้วยนะฉันยอมตายดีกว่า”
“งั้นก็ตายไปได้เลย เพราะท่าทางเสี่ยเขาจะหลงเธอมาก”
เบิ้มหัวเราะ จงใจด่า
“ไอ้บ้า...ออกไปเลยนะ”
จงใจเอาจานข้าวขว้างไปติดลูกกรง เบิ้มเดินออกไปอย่างไม่แยแส จงใจหน้าเครียดแล้วมองไปรอบๆ
“คอยดูนะเราจะต้องหนีออกไปให้ได้”
หินพยักหน้าเห็นด้วย

ภราดรกับกินรีเดินเล่นมาตามสวน ทั้งคู่กินข้าวเสร็จแล้ว
“จริงๆแล้วคุณระรินนี่ก็เป็นคนใจดีนะคะ”
“ใช่ ตอนแรกผมก็คิดว่าเธอร้ายน่าดู แต่คบๆไปกลับพบว่าเธอเป็นคนที่เอื้ออาทรคนหนึ่ง”
“อย่างนี้ใช่ไหมคะที่เขาเรียกว่าคบใครต้องดูใจกันนานๆ”
ภราดรยิ้มๆ
“พรุ่งนี้อย่าลืมไปทำงานที่โรงงานทอผ้าล่ะ”
“ค่ะ”
ระรินขับรถมาตามทางแล้วบีบแตรเรียก
“ไปค่ะคุณหมอค่ำแล้ว ระรินไปส่งค่ะ”
“ครับ...ผมไปก่อนนะกินรี พรุ่งนี้เจอกัน”
ภราดรเอื้อมมือไปจับมือกินรีแล้วส่งยิ้มให้ ก่อนจะเดินจากไป ระรินมองตาแข็ง ไม่แน่ใจว่าทำจริงหรือแกล้งทำกันแน่

แม่หมอจัดห้องบูชา นำเอารูปปั้นชะเวมะรัตออกมาตั้งเอาไว้พลางจุดธูปบูชา รูปปั้นเรืองแสงขึ้น แม่หมอแปลกใจ

“เจ้าแม่...เกิดอะไรขึ้น”

รูปปั้นบาเยงโบก็เรืองแสงขึ้นเหมือนกัน อองไชยอยู่บริเวณนั้นสังเกตเห็นก็ตื่นเต้นแววตามีหวัง แล้วพูดกับรูปปั้นบาเยงโบ
“ท่านกำลังจะบอกข้าใช่ไหมว่า คนรักของท่านกำลังมาหาแล้ว...”
อองไชยหัวเราะในลำคอ หน้าเข้มมองไปทางบ้านพักแม่หมอ

กินรีขึ้นบ้านมา แม่หมอได้ยินเสียงจึงเดินมาหา
“ไปไหนมาหรือ”
“ไปคุยกับหมอภราดรมาจ้ะ”
“ข้าว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง จู่ๆคนร้ายกลายเป็นดี คนดีกลับกลายเป็นคนร้าย”
“แหมยาย ยายคิดมากไปหรือเปล่า คนเขาดีกับเราก็ดีแล้วนี่”
“มันคิดดีจริงๆก็ดี”
กินรีนึกได้
“อ้อยาย...เสี่ยรงค์เขาให้เราไปทำงานทอผ้าที่โรงงานเขาด้วยนะ”
แม่หมอคิดสักครู่
“ใจดีขนาดนั้นเชียวหรือ...”
แม่หมอไม่เชื่อในใจคิดว่ามันต้องมีอะไรแฝงอยู่

พระธุดงค์นั่งสงบนิ่งมองพะอูที่กำลังเติมฟืนที่กองไฟแล้วสั่งให้พอ
“พอแล้วล่ะพะอู”
พะอูรับรู้แล้วเดินมานั่งข้างๆ
“เป็นยังไงบ้างล่ะพะอู สบายใจขึ้นบ้างไหม”
พะอูพยักหน้า ยิ้มแย้ม
“ดีแล้วล่ะ ตั้งใจปฏิบัติ จะได้กลับไปอยู่กับพ่อของเจ้าเสียที”
พะอูดีใจที่ได้ยินคำว่าพ่อ ทันใดเขาเกิดอาการร้อนลุ่มร่างกายเหมือนถูกไฟเผาดิ้นไปมา พระธุดงค์ตกใจแต่ยังคงนิ่ง

งะดินเดบริกรรมคาถาอยู่ในถ้ำเขากำลังจะเรียกเสือสมิงในร่างของพะอู
“ชะเวโบเป็นของข้า...มันต้องรับใช้ข้า”
งะดินเดบริกรรมคาถาต่อ เกิดแสงเรืองขึ้นมาจากที่เก็บหัวใจเสือสมิงทั้ง 10 ดวง เขารู้สึกแปลกใจ
“ทำไม...หรือว่า...มันต้องการออกมารวมกัน...แล้วตัวที่ 11...”
งะดินเดมองอย่างครุ่นคิด

พะอูดิ้นไปมาด้วยอำนาจของงะดินเด ที่หัวใจของเขาเรืองแสงราวกับว่ามันจะหลุดออกไปพบกับเสือทั้ง 11 ตัว พระธุดงค์นั่งบริกรรมคาถา
“ตั้งสติเอาไว้พะอู...ตั้งสติเอาไว้”
พะอูพยายามฝืนความเจ็บปวดเอาไว้แล้วนั่งสมาธิสงบจิตใจ จนเริ่มสงบนิ่งและกลับสู่สภาพเดิมและยังคงนั่งสมาธิต่อไป พระธุดงค์โล่งอกแล้วลืมตาขึ้น
“รีบบำเพ็ญเพียรเข้าพะอูเอ๊ย...วันหนึ่งข้าอาจจะต้านมันไม่ไหวก็ได้”
พระธุดงค์มีเลือดไหลออกมาทางปาก เพราะช้ำใน

แม้ว่างะดินเดจะเรียกเสือสมิงมาจากพะอูไม่สำเร็จ แต่เขาก็รับรู้ถึงชัยชนะ
“อีกไม่นาน...ไม่นาน...ข้าก็จะเป็นอิสระแล้ว...”
งะดินเดหัวเราะด้วยความพอใจ น้ำเต้าบรรจุหัวใจทั้ง 10 เรืองแสงตลอดเวลา

วันใหม่...กินรีแต่งตัวเตรียมตัวจะไปทำงานที่โรงทอผ้า เธอเดินออกมาเห็นแม่หมอนั่งอยู่ที่หน้าบ้านท่าทางยังไม่ได้เตรียมตัว
“อ้าวยาย...ยังไม่แต่งตัวอีกหรือ”
“เอ็งไปเถอะ ยายรู้สึกไม่ค่อยสบาย”
“งั้นฉันไปก่อนนะ”
กินรีเดินลงจากบ้าน พอดีกับภราดรมารับที่หน้าบ้าน
“หมอ”
“แม่หมอล่ะ”
“ยายไม่ค่อยสบาย”
ภราดรผิดหวังในใจเล็กน้อยแล้วเงยหน้าไปมองบนบ้าน สบตากับแม่หมอที่ยืนมองอยู่
“ไปกันเถอะ”

กินรีเดินไปกับภราดร แม่หมอมองตามคิดในใจต้องทำอะไรสักอย่าง

จบตอนที่ 17
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 17
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 17
ที่บริเวณบ่อนหลังบ้านยามนั้น ลูกน้องนุ้ยถูกยิงล้มลงในห้องขายหวย ตำรวจเล็งปืนไปที่ลูกน้องนุ้ยอีกคนที่กำลังจะลุกขึ้นมาต่อสู้ “วางอาวุธ” ลูกน้องนุ้ยวางปืนแล้วยกสองมือขึ้นเหนือหัว “ยอมแล้วครับ...ยอมแล้ว อย่ายิงนะครับ” ตำรวจคนที่เล็งปืน ส่งสัญญาณให้ตำรวจอีกคนเข้าไปรวบตัวลูกน้องนุ้ยและใส่กุญแจมือ กำลังตำรวจอีกทีมบุกเข้าไปในบ่อนแล้ว ลูกน้องนุ้ยเห็นก็ตกใจร้องเสียงดัง “เฮ้ย...ตำรวจ” นักพนันได้ยินก็แตกตื่น วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เสียงวี้ดว้าย โวกเวก ดังสนั่นหวั่นไหว วุ่นวายมากๆ ตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด...ปัง!!! “ทุกคนอยู่ในความสงบ ตำรวจปิดทางเข้าออกไว้หมดแล้ว ไม่มีทางหนีออกไปได้”
กำลังโหลดความคิดเห็น...